รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) เรอ่ื ง
ชาสมนุ ไพร
จัดทำโดย
เดก็ หญงิ นวภทั ร โพธนิ นั ทวงศ์ เลขที่ 34
เด็กหญงิ โยษติ า พัดดง เลขท่ี 38
เด็กหญงิ วศิ วยี า อนิ ตรา เลขท่ี 42
เดก็ หญงิ อัจจมิ า สขุ ผนิ เลขท่ี 50
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3/1
เสนอ
อาจารย์ ศรีวรรณ โชระเวก
รายงานฉบับนีเ้ ป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวชิ าการศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง (IS3) I23901
โรงเรยี นวสิ ุทธรังษี จงั หวดั กาญจนบุรี
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ชอื่ เรอื่ ง ชาสมนุ ไพร
คณะผู้จดั ทำ
เด็กหญิงนวภทั ร โพธนิ นั ทวงศ์
อาจารยท์ ่ีปรึกษา เดก็ หญงิ โยษิตา พัดดง
โรงเรยี น
ปีการศกึ ษา เด็กหญงิ วศิ วียา อินตรา
เด็กหญิงอจั จมิ า สุขผนิ
อาจารยศ์ รวี รรณ โชระเวก
วิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี
2564
บทคัดยอ่
การศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง เรื่อง ชาสมุนไพร เปน็ รายงานการศกึ ษา โดยมีวตั ถุประสงคก์ ารศกึ ษา
1) เพ่ือศึกษาความแตกตา่ งของชาสมุนไพรทีเ่ กดิ จากสมนุ ไพรแต่ละชนิด 2) เพือ่ ศึกษาสรรพคณุ ของชา
สมุนไพรแตล่ ะชนิด 3) เพอ่ื ศกึ ษาขั้นตอนของการทำชาสมุนไพร
ดำเนินการศึกษาโดยการดำเนินงานศึกษาค้นคว้าและเรียบเรียง เรื่อง ชาสมุนไพร ซึ่งมีขั้นตอนการ
ดำเนินงานดังน้ี 1) ประชุมวางแผนการดำเนินงาน คิดและเลือกหัวข้อเรื่อง 2) เขียนเค้าโครงของโครงงาน
และปฏิบัติโครงงาน ตามแผนงาน (ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องจากหนังสือ สิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ จัดพิมพ์
ขอ้ มลู รปู แบบรายงาน 3) ตรวจสอบความตอ้ งของข้อมูลและรูปเล่มรายงาน 4) ผลติ ส่ือความรู้ พร้อมรูปแบบ
การนำเสนอผลงานการศกึ ษาค้นควา้
ผลการศึกษาพบวา่ คำว่า “ชาสมุนไพร” หมายความวา่ ชาทไ่ี ดม้ าจากพชื สตั ว์แร่ธาตจุ ากธรรมชาติท่ี
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างภายในสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆและบำรุงร่างกายได้
ประเภทของสมุนไพร สมุนไพรท่ไี ดจ้ ากสว่ นของพืชโดยตรง (พชื วตั ถุ) โดยสว่ นต่างๆทีน่ ำมาน้นั มสี ารที่สามารถ
ใช้เป็นยาได้ ได้แก่ ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ดเปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่นกระพี้ เน้ือไม้ เปลือกไม้
สมุนไพรที่ได้จากอวัยวะของสัตว์ (สัตว์วัตถุ) ได้แก่ ตับ ดี นอ เขาเอ็น เลือด น้ำมันมูล ฯลฯ เช่น ขี้ผึ้ง รังนก
น้ำมันตับปลาสมนุ ไพรท่ไี ด้จากแร่โดยธรรมชาติหรือสง่ิ ท่ีประกอบขน้ึ จากแรธ่ าตุต่างๆ ตามกรรมวิธี (ธาตุวัตถุ)
นำมาใชเ้ ปน็ ยา เช่น เกลือกำมะถนั น้ำประสานทอง ดเี กลือ สารส้มการจำแนกรูปแบบของสมนุ ไพรทีใ่ ช้เป็นยา
สมนุ ไพรไม่ว่าจะเป็นส่วนทีม่ าจากพชื วตั ถุ สัตว์วตั ถุ หรอื ธาตุวตั ถุก็ตามเวลาจะนำมาใชเ้ พอ่ื บริโภคหรือเพื่อการ
รกั ษาตามกรรมวธิ ีจำเพาะอันใดกต็ ามพอจะจำแนกรูปแบบของสมุนไพรทใี่ ช้เปน็ ยาได้
ข้อเสนอแนะ
1. สามารถนำไปศึกษาเพ่ิมเตมิ เพอ่ื ประกอบอาชพี หรือธรุ กจิ ทเ่ี ก่ียวกับการทำชาสมุนไพร
2. จัดทำหนงั สอื เกี่ยวกบั ชาสมนุ ไพร เชน่ ชนดิ ของสมนุ ไพร ที่มาของชาสมนุ ไพร หรือสูตรทรี่ วบรวม
ข้ันตอนการทำชาสมุนไพร
3. นำชาสมุนไพรมาประยุกต์ใหเ้ ข้ากบั ยุกต์สมัยใหม่เพือ่ กระตุ้นใหผ้ ้คู นหันมาดม่ื ชาสมุนไพรมากข้ึน
กติ ตกิ รรมประกาศ
รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาช่วยเหลือ แนะนำ ให้
คำปรกึ ษา ตรวจสอบแก้ไขขอ้ บกพรอ่ งต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใสอ่ ยา่ งดยี ่ิงจาก คุณครู ศรีวรรณ โชระเวก
ครูผู้สอนรายวิชาการศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเองผจู้ ดั ทำ ใครข่ อกราบขอบพระคณุ เปน็ อยา่ สงู ไว้ ณ โอกาส น้ี
ขอขอบพระคุณครูศรีวรรณ โชระเวก กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัด
กาญจนบรุ ี ทีก่ รณุ าใหค้ ำแนะนำในการค้นคว้าข้อมลู ความรใู้ นดา้ นตา่ ง ๆ ทชี่ ่วยในการสืบค้นข้อมูลแลกเปลี่ยน
ความรู้ความคดิ และใหก้ ำลังใจในการศึกษาค้นคว้าตลอดมา ขอบคณุ คุณครบู รรณารกั ษห์ ้องสมุดโรงเรียนที่
ให้ความอนเุ คราะห์และความสะดวกในการคน้ ควา้ หาข้อมูล ขอขอบคณุ คุณพ่อ คุณแม่ และญาตพิ ี่นอ้ งทุกคน
ที่ชว่ ยเหลือสนับสนนุ ทงั้ ดา้ นกำลงั ใจและกำลังทรัพย์ด้วยดีตลอดมา
ท้ายที่สุดนี้ คณุ ประโยชนท์ ี่ไดจ้ ากรายงานทางวิชาการฉบับนี้ ผ้ศู กึ ษาคน้ คว้าขอมอบให้แด่ผู้มะระคุณ
ทุกท่านและขอขอบคุณผู้เป็นเจ้าของแนวคิดและทฤษฎตี ่างๆ ที่ผู้ศึกษาได้นำมาอ้างองิ ในการทำรายงานทาง
วชิ าการ โครงงาน ฉบับน้ีไว้ ณ โอกาสนด้ี ้วย
คณะผู้จัดทำ
ชาสมุนไพร
คำนำ
รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยต้นเอง เรื่อง ชาสมุนไพร เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา การศึกษา
ค้นคว้าดว้ ยตนเอง รหัส I23901 จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจและได้รบั ความรู้ใน การศึกษาความแตกตา่ ง
ของชาสมุนไพรแต่ละชนิด การศึกษาสรรพคุณของชาสมุนไพรและนำไปศึกษาขั้นตอนของการทำชาสมนุ ไพร
โดยการศึกษาหาความรู้ ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือการทำโครงงานด้วยระบบและขั้นตอนท่ี
เชอ่ื ถอื ได้
เน้ือหาของรายงานประกอบด้วย ท่ีมา ความสาํ คัญของปัญหา มีการศกึ ษาคน้ คว้าเอกสารที่เกี่ยวข้อง
มาสนบั สนุนการศกึ ษาโดยการวางแผน ลงมือปฎิบัตติ ามข้ันตอน บนั ทึกผลการศึกษาคน้ คว้า สรปุ ผลการศึกษา
คน้ คว้า ประโยชน์และข้อเสนอแนะในการศกึ ษาค้นควา้
ผู้จัดทำขอขอบคุณ คุณครูศรีวรรณ โชระเวก และ ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่กรุณาให้ความรู้และ
ขอ้ เสนอแนะ และหวงั เป็นอย่างยงิ่ วา่ รายงานฉบบั นี้จะใหค้ วามร้แู ละเปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้อา่ นทกุ ๆท่าน
คณะผู้จดั ทำ
(ชาสมนุ ไพร)
4 ธันวาคม2564
สารบญั
ปกใน……………………………………………………………………………………………………………………………………. หนา้
บทคัดยอ่ ………………………………………………………………………………………………………………………………
กติ ตกิ รรมประกาศ…………………………………………………………………………………………………………………. ก
ข
คำนำ...................................................................................................................................................... ค
สารบญั ………………………………………………………………………………………………………………………………
ง
บทท่ี 1 ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา จ
วัตถุประสงคก์ ารศึกษา ......................................................……………………........................
ขอบเขตของการศกึ ษา……...……………………………………………….….................……………….……
สมมตฐิ านของการศกึ ษา……………………………………….................…………………………….…..…..
ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ......................................................................................................
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
เนือ้ หาท่เี กีย่ วขอ้ ง...................................................................................................................
โครงงานท่ีเกีย่ วขอ้ ง.................................................................................................................
บทที่ 3 วธิ ีดำเนนิ การศกึ ษา…………………………………………….................………….…………………………..
บทท่ี 4 ผลการศึกษาคน้ คว้า..………………………………………...................………….…………….……………..
บทท่ี 5 สรปุ ผลการศึกษา และขอ้ เสนอแนะ………………………....................……………………….…………
บรรณานกุ รม………………………………………………………………………....................………………………….…....
ภาคผนวก
ประวตั ผิ ู้ศกึ ษาคน้ ควา้
ภาพประกอบขั้นตอนการดำเนินงาน
เค้าโครงของโครงงาน
บทที่ 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ปัจจุบันการดูแลรักษาสุขภาพเป็นส่ิงที่ทุกคนให้ความสำคัญเป็นอยา่ งมาก โดยมุ่งเน้นในด้านการป้องกัน
การเกิดโรค โดยพบว่าการเกิดโรคต่างๆ มีสาเหตุมาจากสารที่เรียกว่า สารอนุมูลอิสระ ขณะที่ชาเป็นเครอ่ื งด่ืมที่
พบสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงทำให้มีความนิยมในการบริโภคชามากข้ึน ขณะเดียวกันสมุนไพรต่างๆของประเทศ
ไทยก็ได้รับการศึกษาในด้านการมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ดังน้ันจึงมีชาที่เร่ิมเป็นที่รู้จักกันเพ่ิมขึ้น นั่นก็คือชา
สมุนไพร
การดม่ื ชาสมุนไพรมปี ระโยชน์ตอ่ สุขภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำอัดลมที่มีเพยี งน้ำตาลท่ีสรา้ งความหวาน
คาเฟอีน และกลิ่นสังเคราะห์ทอี่ ยู่ในน้ำอดั ลม การด่ืมชาสมนุ ไพรจึงมีคุณค่าและประโยชน์ท่ีดีกวา่ เป็นไหนๆ และ
ยังไม่เป็นอันตราย สาสมารถทำกินได้เอง มีราคาที่ประหยัดสามารถหาได้ในครัวเรือน การด่ืมชาสมุนไพรหลัง
อาหาร หรือด่มื ไปพร้อมๆกับการรับประทานอาหารนนั้ นอกจากจะช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายแล้วในทางแพทยย์ ัง
สามารถวิจัยได้ว่าสามารถช่วยในระบบการทำงานร่างกายในหลายๆส่วน เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย
ระบบปัสสาวะ และหัวใจ สามารถทำงานได้ดีย่งิ ข้ึน อีกท้ังยังสามารถเป็นตวั ชว่ ยสะสาง ขับล้างไขมนั ทเี่ กาะตดิ อยู่
ตามลำไส้ หรือทเี่ รียกว่า การ detox นน่ั เอง
ดงั นัน้ รายงานการศึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง เร่ืองชาสมนุ ไพร ฉบับน้ีจงึ มุ่งศึกษาเรอื่ งชนดิ ของสมุนไพรวา่ มี
สรรพคณุ อยา่ งไรสามารถรกั ษาโรคอะไรได้บ้างเพอ่ื ให้ผ้อู ่านสามารถนำชาสมนุ ไพรมาชว่ ยบำรงุ ร่างกายได้ประโยชน์
และคณุ คา่ ของการดื่มท่ีมากท่ีสดุ ตอ่ ไป
วัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา
1. เพอ่ื ศึกษาความแตกตา่ งของชาสมนุ ไพรท่เี กดิ จากสมุนไพรแต่ละชนิด
2. เพื่อศึกษาสรรพคุณของชาสมนุ ไพรแต่ละชนิด
3. เพอ่ื ศึกษาขนั้ ตอนของการทำชาสมนุ ไพร
สมมตฐิ านการศึกษา
1. ไดร้ ับความรูเ้ ก่ียวกบั ชาสมนุ ไพรที่มีหลากหลายรปู แบบ
2. ไดร้ ับความร้เู กย่ี วกับชาสมนุ ไพรแตล่ ะชนดิ ท่ีมีรสชาติแตกตา่ งกนั ออกไป
3. ได้รับความรเู้ กี่ยวกบั ขนั้ ตอนของการทำชาสมุนไพร
ขอบเขตของการศกึ ษา
1. ศกึ ษาถึงสรรพคณุ ของชาสมุนไพรในแตล่ ะชนดิ
2. จดั ทำเครื่องดืม่ ชาสมุนไพร
3. ศกึ ษาคน้ ควา้ ต้ังแต่………ถึง………..
นิยามศัพทเ์ ฉพาะของโครงงาน
สมุนไพร หมายความว่ายาท่ีได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพ
โครงสร้างภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้ ประเภทของสมุนไพร
สมุนไพรท่ีได้จากส่วนของพืชโดยตรง (พืชวัตถุ) โดยส่วนต่างๆ ที่นำมานั้นมีสารท่ีสามารถใช้เป็นยาได้ ได้แก่
ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่น กระพ้ี เน้ือไม้ เปลือกไม้ สมุนไพรที่ได้จาก
อวัยวะของสัตว์ (สัตว์วัตถุ) ได้แก่ ตับ ดี นอ เขา เอ็น เลือด น้ำมัน มูล ฯลฯ เช่น ข้ีผ้ึง รังนก น้ำมันตับปลา
สมุนไพรท่ีได้จากแร่โดยธรรมชาติหรือสิ่งที่ประกอบข้ึนจากแร่ธาตุต่างๆ ตามกรรมวิธี (ธาตุวัตถุ) นำมาใช้
เป็นยา เช่น เกลือ กำมะถัน น้ำประสานทอง ดีเกลือ สารส้ม
ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะได้รับ
1. ได้รับรูถ้ งึ ประโยชนแ์ ละโทษของชา
2. ไดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งชนดิ ของชาแต่ละชนดิ
3. ไดร้ กู้ ารแลกเปลยี่ นวัฒนธรรมของไทยและจนี
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยท่เี กยี่ วขอ้ ง
แนวความคดิ และเอกสารทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับการศึกษา มดี ังน้ี
1. ศึกษาข้อมูลเกีย่ วกับสมนุ ไพร
2. ศกึ ษาความสำคญั ของชาสมุนไพร
3. ศกึ ษาขัน้ ตอนการทำชาสมุนไพร
ทฤษฎที เี่ กย่ี วขอ้ ง รายละเอียดแตล่ ะหัวข้อ
1. ศึกษาขอ้ มลู เกีย่ วกบั สมุนไพร
คำว่า “สมุนไพร” หมายความว่า ยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้
ประเภทของสมุนไพร สมุนไพรที่ได้จากส่วนของพืชโดยตรง (พืชวัตถุ) โดยส่วนต่างๆ ท่ีนำมานั้นมีสารที่
สามารถใช้เป็นยาได้ ได้แก่ ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่น กระพี้ เน้ือ
ไม้ เปลือกไม้ สมุนไพรที่ได้จากอวัยวะของสัตว์ (สัตว์วัตถุ) ได้แก่ ตับ ดี นอ เขา เอ็น เลือด น้ำมัน มูล
ฯลฯ เช่น ขี้ผ้ึง รังนก น้ำมันตับปลา สมุนไพรท่ีได้จากแร่โดยธรรมชาติหรือสิ่งที่ประกอบขึ้นจากแร่ธาตุ
ต่างๆ ตามกรรมวิธี (ธาตุวัตถุ) นำมาใช้เป็นยา เช่น เกลือ กำมะถัน น้ำประสานทอง ดีเกลือ สารส้ม
การจำแนกรูปแบบของสมุนไพรท่ีใช้เป็นยา
สมุนไพรไม่ว่าจะเป็นส่วนที่มาจากพืชวัตถุ สัตว์วัตถุ หรือธาตุวัตถุก็ตาม เวลาจะนำมาใช้เพื่อ
บริโภค หรือเพื่อการรักษาตามกรรมวิธีจำเพาะอันใดก็ตาม พอจะจำแนกรูปแบบของสมุนไพรที่ใช้เป็น
ยาได้ดังนี้คือ
1. รูปแบบท่ีเป็นของเหลว ยาเหล่าน้ีมักได้จากกรรมวิธีต่างๆ กันเช่น ยาต้มคือห่ันต้นยาแล้วต้ม
กับน้ำ ยาชงเป็นยาแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วแล้วนำไปชงกับน้ำ น้ำคั้นสมุนไพรเตรียมโดยการเอาต้น
สมุนไพรสดๆ ตำให้ละเอียด เติมน้ำแล้วค้ันเอาน้ำยามารับประทาน และยาดองเตรียมโดยบดสมุนไพร
ให้แห้งห่อด้วยผ้าขาวบาง ดองในสุรา
2. รูปแบบท่ีเป็นของแข็ง ยาป้ันลูกกลอน เตรียมโดยห่ันต้นไม้ยาสดให้เป็นแว่นบางๆ ตากแดด
ให้แห้ง บดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำเช่ือม 1 ส่วน ปั้นเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1
เซนติเมตร ป้ันเสร็จผ่ึงแดดจนแห้ง
3. รูปแบบกึ่งแข็งกึ่งเหลว สมุนไพรเหล่านี้จะทำให้อยู่ในลักษณะพอทรงตัวได้ มักใช้เพื่อการ
รักษาภายนอก เช่น ยาพอก เตรียมโดยใช้ต้นสดตำให้แหลกหรือเหลว
4. รูปแบบอื่นๆ ที่มีลักษณะการใช้พิเศษ เช่นใช้วิธีรมควัน เพื่อรักษาโรคของทางเดินหายใจ
หรือการรมควันเพื่อรักษาแผล และให้มดลูกเข้าอู่ในสตรีภายหลังคลอด
ความเป็นมาและความเช่ือเก่ียวกับสมุนไพร
ความเชื่อและการใช้สมุนไพรนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมีในตำราแพทย์
ตั้งแต่สมัยกรีก อินเดีย จีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์ไทยแผนโบราณ นอกจากนี้ก็มีการศึกษา
ค้นคว้าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ของสมุนไพร ในปัจจุบันยาต่างๆ ที่ ใช้กันอยู่มี
จำนวนไม่น้อยที่ได้มาจากสมุนไพรโดยตรง เช่น ยาแก้ปวด aspirin มาจากเปลือกไม้ของพืชชนิดหนึ่ง
ยาแก้ปวด morphine ก็มาจากต้นฝิ่น ยาควินินรักษาโรคมาลาเรียก็ได้มาจากการสกัดเปลือกไม้
cinchona ยารักษาโรคหัวใจล้มเหลว digitalis ก็ได้มาจากต้น foxglove เป็นต้น
ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งซ่ึงรู้จักกันเป็นอย่างดี วุ้นในใบมีสารเคมีหลายชนิด วุ้น
ในใบมีคุณสมบัติรักษาแผล ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย นิยมใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รักษาแผล
เรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหาร
มะขามแขก ใช้เป็นยาระบาย สารประกอบทางเคมีที่สำคัญในใบและฝักมะขามแขกมีฤทธิ์
กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ทำให้ถ่ายท้อง ที่จริงฝรั่งเองก็รู้จักยาตัวนี้และผลิตออกขายเป็นยา
ระบายคือ senokot
กระเทียม เป็นสมุนไพรท่ีใช้ปรุงอาหารท่ีมีใช้กันแพร่หลาย นอกจากจะมีคุณสมบัติทางการปรุง
รสและกลิ่นอาหารแล้ว กระเทียมยังมีส่วนของน้ำระเหยซึ่งมีฤทธิ์ในการลดปริมาณไขมันในเลือด ใน
คนไข้ท่ีมี cholesterol สูง และอาจช่วยลดความดันโลหิตสูงด้วย
โทษและอันตรายจากการใช้ยาสมุนไพร
สมุนไพรนอกจากจะมีประโยชน์ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ในทางตรงกันข้าม ถ้าใช้ไม่
ถูกต้องก็อาจมีโทษและอันตรายได้เช่นกัน อันตรายจากสมุนไพรนั้นอาจแยกออกเป็น 3 ประการคือ
ประการท่ีหนึ่ง อันตรายที่เกิดจากโรคที่ขาดการรักษาเช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
หรือโรคหืด ซ่ึงการแพทย์ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การให้ยานั้นเพ่ือบรรเทาอาการและ
ป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคที่ถูกต้องอาจจะเบื่อก็เลยหยุดยา แล้ว
รักษาด้วยสมุนไพร มียาสมุนไพรหลายชนิดท่ีอาจจะไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรค นอกจากน้ันโรค
ท่ีท่านเป็นอยู่บางครั้งก็อาจจะไม่มีอาการเด่นชัด ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าโรคหายแล้วก็ละเลยกับการรักษา
ท่ีถูกต้อง นานๆ ไปโรคเดิมอาจจะกำเริบเช่น เป็นความดันโลหิตสูงมากๆ ไม่ได้รักษาก็อาจจะทำให้เส้น
เลือดแตกในสมองเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้
ประการที่สอง เป็นอันตรายที่เกิดจากฤทธิ์ของสมุนไพรโดยตรง มีสมุนไพรหลายชนิดที่มี
สารเคมีที่เป็นพิษร้ายแรง ถ้าได้รับเข้าไปจะทำให้เกิดอาการจากพิษของสารชนิดนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น
มะเกลือ (มะเกลือเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง) เป็นท่ีทราบกันมานานแล้วว่าผลมะเกลือมีสารเคมีท่ีส ำคัญ
หลายชนิดที่มีสรรพคุณในการขับถ่ายพยาธิ ตำรับยากลางบ้านได้แนะนำให้ใช้ผลมะเกลือสดตำคั้นผสม
กระทิ ได้มีรายงานผู้ป่วยหลายรายท่ีได้รับพิษจากมะเกลือ ผู้ป่วยมีอาการไข้ อาเจียน ท้องเดิน หลังจาก
นั้นจะมีอาการตามัว ตามองไม่เห็น ตาบอดได้ จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผลมะเกลือท่ีแก่เต็มที่จนมีสีดำ
นั้น อาจจะมีสาร nepthalene ซึ่งเป็นพิษต่อประสาทตาโดยตรง ยี่โถ เป็นไม้พุ่มประดับที่นิยมปลูกกัน
ตามบ้านเรือน เคยมีผู้แนะนำให้เอาใบยี่โถต้มน้ำรับประทานเพื่อแก้โรคพิษสุราเรื้อรัง หลังจาก
รับประทานเข้าไปแล้ว คนไข้มีอาการอาเจียน ท้องเดิน ปวดศีรษะ และปวดท้อง ถ้ารับประทานมากพิษ
ของสารเคมีในใบยี่โถจะกดการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นช้าลง และอาจจะหยุดได้ ดังนั้นจึงควร
จะต้องระมัดระวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก ซึ่งอาจจะรับประทานเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
นอกจากน้ีพืชอ่ืนๆ อีกหลายชนิดก็อาจจะมีพิษ เช่น ลำโพงมีพิษต่อระบบประสาทโดยตรง ถ้าได้รับเข้า
ไปมากคนไข้จะมีอาการตาพร่ามัว ปากแห้ง กระหายน้ำ ม่านตาขยาย ไม่สู้แสง ผิวหนังร้อนแดง ถ้าเป็น
มากอาจถึงข้ันสับสน จิตประสาทหลอน และคลุ้มคล่ัง
ประการที่สาม อันตรายจากสารเจือปนในสมุนไพร ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล
รามาธิบดี ได้ทำการตรวจวิเคราะห์ยาสมุนไพร เพ่ือจะหาสารเจือปนที่อาจจะเป็นอันตรายจากตัวอย่าง
จำนวนร่วมร้อย พบว่ามี arsenic 60% มีสาร steroids 30% นอกจากนั้นมีสารปรอทและตะกั่ว
ประปราย
2. ศึกษาความสำคญั ของชาสมุนไพร
ชาสมนุ ไพร (herbal tea) เป็นเคร่ืองดมื่ ทม่ี ีความสำคญั และดื่มกันอยา่ งกว้างขวางท่วั โลก ได้จากการ
นำสมุนไพร (herb) ที่มีสรรพคุณที่ดีต่อสขุ ภาพ มาผ่านกระบวนการแปรรูป ด้วยการทำแห้ง (dehydration)
แล้วบรรจุในบรรจุภัณฑ์ท่ีพร้อมใช้ ผู้บริโภคใช้ผลิตภณั ฑ์ ด้วยการคนื ตัวชาสมุนไพรด้วยการแชใ่ นน้ำรอ้ นแลว้
ด่มื ขณะรอ้ นหรือเยน็ สรรพคณุ หลกั ของชาสมนุ ไพร ซง่ึ ประกอบดว้ ยนำ้ มันหอมระเหย (essential oil) คือ ทำ
ใหร้ ู้สกึ สดช่นื ผอ่ นคลาย แกก้ ระหาย นอกจากนน้ั สมนุ ไพรหลายชนิดมสี รรพคณุ ทางยา เช่น ช่วยกระตนุ้ ระบบ
ประสาท ระบบหมุนเวียนเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ลดคลอเรสเตอรอล และยังมีสรรพคุณรักษาโรค เช่น
โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหิตสูง โรคมะเร็ง เปน็ ตน้ เป็นแนวทางการแพทย์ทางเลือก ที่ไมต่ อ้ งใช้สารเคมีใน
การบำบดั
ปัจจุบันในระดับอตุ สาหกรรม ได้เริ่มมกี ารนำสมุนไพรชนิดต่าง ๆ มาผลิตเป็นชาสมุนไพร ดึงสรรพคุณ
เดน่ ทางยา ปรบั สี และรสชาติให้เพ่อื ให้เกิดความสะดวกเหมาะแกก่ ารบริโภคมากขึ้น เปน็ การเพ่ิมมูลค่าให้กับ
ผลิตผลทางการเกษตร ธุรกิจการผลิตชาสมุนไพรกึ่งสำเร็จรูป มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ใน
กระบวนการผลิตยังขาดมาตรฐาน และกรรมวิธกี ารผลิตท่ชี ดั เจน รวมไปถึงการตรวจสอบระดับคุณภาพของชา
สมนุ ไพร
จึงได้มีการจัดตั้งโครงการ การพัฒนากระบวนการผลิตชาสมนุ ไพร นี้ขึน้ มาเพ่ือการพัฒนากระบวนการ
ผลติ ใหไ้ ด้มาตรฐาน การทำวิจัยและทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ และการตรวจสอบในระดับคุณภาพของชา
สมนุ ไพร รวมไปถึงการพฒั นาคณุ ภาพดา้ นต่าง ๆ ของกระบวนการเพ่ือตอบสนองคณุ ภาพในการผลติ
3. ศึกษาขั้นตอนการทำชาสมุนไพร
ขั้นตอนการทำชาสมุนไพรสตู รที่ 1
ส่วนผสมชาสมุนไพรตะไคร้ + น้ำผงึ้
ส่วนประกอบ
-ใบชาอบแหง้ 2 ช้อนโต๊ะ
-นำ้ เปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
-น้ำตาลทราย 2 ชอ้ นชา
-ตะไครส้ ด
-นำ้ ผ้งึ
วิธที ำ
-เทนำ้ เปล่าสะอาดใสล่ งในกาตม้ ชาแล้วตม้ นำ้ ให้เดือดจดั
-เติมใบชาอบแหง้ ลงไปแลว้ ตม้ ตอ่ ไปอีกประมาณ 5-10 นาที
-จากน้ันกรองเอากากใบชาออกให้หมด
-ใส่นำ้ ตาลทรายลงไปแลว้ ควรใหน้ ำ้ ตาลทรายละลายจนหมด
-ทุบตะไคร้สดทบุ แล้วใสล่ งไปประมาณ 6 ช้ิน
-ต้มนำ้ ชาในกาตอ่ ไปอกี 5 นาทจี นตะไคร้ส่งกลิ่นหอม
-หยกกาตม้ ชาลงจากเตาแล้วพกั ทง้ิ ไวใ้ ห้คลายความรอ้ นเล็กน้อย
-เทนำ้ ชาสมนุ ไพรใส่แกว้ โดยกรองเอาแต่น้ำแลว้ เติมนำ้ ผึ้งกอ่ นรับประทานเลก็ น้อย
-หากไมช่ อบรบั ประทานชารอ้ นใหน้ ำเข้าตู้เย็นกอ่ นหรือเติมนำ้ แขง็ เพอ่ื เพ่ิมความสดช่ืน
ขั้นตอนการทำชาสมนุ ไพรสตู รที่ 2
สว่ นผสมชาสมุนไพรขงิ + ใบเตย
สว่ นประกอบ
-ใบชาอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
-นำ้ เปลา่ สะอาดเปลา่ 1 ถ้วยตวง
-น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
-ใบเตยสด 3 ใบ
-ขงิ 2 แงง่
-น้ำผ้งึ
วิธที ำ
-ข้ันตอนแรกให้เตรยี มต้นใบชาโดยใสใ่ บชาลงในหมอ้ แลว้ เตมิ นำ้ เปล่าสะอาดลงไป
-ตม้ ให้ใบชาส่งกลิ่นหอมแลว้ ตะกร้าไปทิ้งใหห้ มด
-ลา้ งใบเตยสดใหส้ ะอาดแล้วมดั รวมกันใสต่ ามลงไป
-จากน้ันให้ล้างขงิ แก่ใหส้ ะอาดทบุ พอบบุ แล้วใส่ลงไปตม้ อกี 10 นาที
-เมอ่ื น้ำชาเดอื ดจนท่วั แล้วใหต้ ักขิงและใบเตยท้ิงไป
-รินเอาแต่นำ้ ลงใส่แกว้ หารตอ้ งการความหวานใหเ้ ติมน้ำผึง้
โครงงานหรืองานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวข้อง
ชื่อโครงงาน : ชาผลไม้และดอกไม้อบแห้ง (Dried Fruits and Flower Fusion Tea) จัดทำโดย :
นายวรเชษฐ์ เวชกุล,นางสาวชนิสรา พิริยะประสาธน์,นางสาวกัญญาณี ทรัพย์จินดาผล อาจารย์ที่ปรึกษา :
อาจารย์นนั ทินี ทองอ่อน
บทคัดยอ่
โครงงานเรื่องชาผลไม้และดอกไม้อบแห้ง (Dried Fruits and Flower Fusion Tea) จัดทำขึ้น เพื่อ
ศึกษาการทำชาในรูปแบบใหม่ โดยการนำเอาวัตถุดิบที่เหลือใช้จำพวกผลไม้และดอกไม้จากงานจัด เลี้ยงของ
โรงแรมอวานีพ่ ลสั รเิ วอรไ์ ซต์แบงคอก อาทิเช่น ส้ม สตรอว์เบอร์รี สับปะรด เลม่อน กุหลาบมอญ เป็นต้น ซ่ึง
ผลิตภัณฑ์ชานี้ถือได้ว่าเป็นการช่วยลดปริมาณของขยะสด และให้ทางเลือกใหม่กับลูกค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย
หลังจากทีไ่ ด้ทำการทดลองชาผลไมแ้ ละดอกไมอ้ บแห้ง คณะผู้จัดทำได้ทำการสำรวจความ คิดเห็นโดยการทำ
แบบสอบถามความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่างเป็นจำนวน 2-3คน ผลการศึกษาพบว่าบุคคลทั่วไปมีความพึง
พอใจในด้านข้อมูลบนฉลากที่อยู่ในระดับปานกลาง ด้านรสชาติของชา กลิ่นของชา รูปแบบของบรรจุภัณฑ์
ด้านสขี องชา ปรมิ าณของชา ความสะดวกในการพกพา สามารถนำไปใช้ได้จริง นำผลไมท้ ่ีเหลอื ใชม้ าทำให้เกิด
ผลติ ภัณฑ์ใหม่ ช่วยลดต้นทุนในการซ้ือชาใหก้ บั สถานประกอบการ และสามารถเป็นทางเลอื กใหมใ่ ห้กับลูกค้าท่ี
อยใู่ นระดบั มากและด้านความแปลกใหมอ่ ยู่ในระดับมาก ทส่ี ุด ดงั นนั้ จึงสรุปไดว้ าโครงงานชาผลไม้และดอกไม้
อบแห้ง มคี วามพึงพอใจรวมอยใู่ นทรี่ ะดบั มาก คำสำคญั : ชาผลไม้อบแห้ง / ชาดอกไม้อบแห้ง
บทที่ 3
วิธดี ำเนินการศึกษา
ในการศกึ ษาคร้งั นี้ ผ้ศู กึ ษาไดด้ ำเนนิ ตามขนั้ ตอน
สมาชกิ กลุม่ และหน้าที่รับผิดชอบ
ชื่อ-นามสกลุ หน้าท่ีประจำกลมุ่
ด.ญ.โยษติ า พัดดง ประธานกลมุ่ (หัวหน้ากลุ่ม)
ด.ญ.นวภทั ร โพธินนั ทวงศ์ รองประธานกลมุ่ (รองหวั หนา้ กลุม่ )
ด.ญ.อจั จิมา สุขผนิ สมาชกิ กลมุ่
ด.ญ.วศิ วยี า อนิ ตรา เลขานกุ ารกล่มุ
ตารางข้นั ตอนการดำเนนิ งาน
รายการดำเนินงาน วนั /เดอื น/ปี ที่ดำเนนิ งาน ผทู้ ร่ี ับผดิ ชอบงาน
17/สงิ หาคม/2564 ทุกคน
1. ประชุมกล่มุ วางแผนการดำเนินงาน 19/สิงหาคม/2564 ทุกคน
22/สงิ หาคม/2564 ด.ญ.โยษติ า พดั ดง
2. ลงมือปฏบิ ตั ิตามแผนงาน 1-4/กันยายน/2564 ด.ญ.นวภทั ร โพธินนั ทวงศ์
ด.ญ.อจั จิมา สุขผิน
2.1 เขียนเคา้ โครงของโครงงาน 28/กันยายน/2564 ด.ญ.วิศวยี า อินตรา
ด.ญ.นวภทั ร โพธินนั ทวงศ์
2.2 รวบรวมขอ้ มูลจากคน้ หาหนงั สอื และสอื่ 15/ตุลาคม/2564 ด.ญ.อัจจมิ า สุขผิน
ออนไลน์ 27-30/ตุลาคม/2564 ทุกคน
15/ธนั วาคม/2564 ทกุ คน
2.3 วัสดุอปุ กรณแ์ ละสรปุ ผลการศึกษา
คน้ คว้า 20/ธันวาคม/2564 ทกุ คน
2.4 พมิ พ์ขอ้ มลู ในรูปเล่มรายงาน 5 บท 14/มกราคม/2564 ทกุ คน
2.5 ผลิตส่อื ความรู้
2.6 นำเสนอในรปู แบบ Power Point หรือ
บอรด์ นำเสนอโครงงาน
3. ตรวจสอบความต้องของขอ้ มลู และรูปเล่ม
รายงาน
4. ความสมบูรณ์ของรูปเลม่ รายงาน/สือ่
ความร/ู้ สมาชกิ กลุ่ม
รายละเอยี ด ดังน้ี
1. ประชมุ กล่มุ วางแผนการดำเนินงาน Plan = P
มีการประชมุ วางแผนในการกำหนดหวั เรอ่ื ง การวางเคา้ โครงของโครงงาน เพื่อวางแผนและแบง่ หนา้ ท่ี
รับผิดชอบการทำงานในหวั ข้อนั้นๆ
1) ศกึ ษาสรรพคุณและความแตกต่างของสมนุ ไพรแตล่ ะชนิด เพอื่ ศกึ ษาขัน้ ตอนการทำสมนุ ไพรให้ได้
ประโยชน์ทด่ี ียงิ่ ขึ้น
2) จดั ทำชาสมนุ ไพรตะไคร้ และ ชาสมุนไพรขิงใบเตย
2. ลงมือปฏิบัติตามแผนงาน DO = D
สมาชิกในกล่มุ ปฏิบัตติ ามหวั ข้อและหนา้ ที่ทตี่ นรับผิดชอบได้ดี ตามที่ตกลงและตรงตามทพ่ี ูดคยุ กนั ไว้ ขณะท่ี
ประชุม ลงมอื เขียนเคา้ โครงของโครงงาน รวบรวมขอ้ มลู จากการค้นหาหนังสือและสอื่ ออนไลน์ วัสดุอุปกรณ์และ
สรปุ ผลการศึกษาคน้ คว้า แบ่งหนา้ ท่ีพิมพ์ขอ้ มลู ในรูปเล่มรายงาน 5 บท ผลติ สือ่ ความรู้ และ นำเสนอในรปู แบบ
Power Point หรือบอร์ดนำเสนอโครงงาน
3. ตรวจสอบความตอ้ งของข้อมลู และรูปเล่มรายงาน Check = C
ตรวจสอบและดรู ายละเอยี ดโครงงานวิชาการ Power Point ท่ีจัดทำขึ้นมาอยา่ งละเอยี ดและรอบคอบและป
ร้ินออกมาเป็นรปู เลม่ รายงานที่สมบรู ณ์
4. ผลิตสื่อความรู้ พรอ้ มรูปแบบการนำเสนอผลงานการศกึ ษาคน้ ควา้ Action = A
นำขอ้ มลู ทไี่ ด้ศกึ ษาคน้ คว้า มาเผยแพร่ในรปู แบบของส่ือความรู้ชาสมนุ ไพร /Power Point /หรือบอร์ด
นำเสนอโครงงานชาสมนุ ไพร
ขั้นตอนการทำชาสมุนไพรสูตรที่ 1
ส่วนผสมชาสมุนไพรตะไคร้ + นำ้ ผงึ้
ส่วนประกอบ
-ใบชาอบแห้ง 2 ชอ้ นโตะ๊
-น้ำเปล่าสะอาด 1 ถว้ ยตวง
-นำ้ ตาลทราย 2 ช้อนชา
-ตะไคร้สด
-นำ้ ผ้งึ
วิธีทำ
-เทนำ้ เปลา่ สะอาดใส่ลงในกาต้มชาแล้วตม้ น้ำใหเ้ ดือดจัด
-เตมิ ใบชาอบแห้งลงไปแล้วตม้ ต่อไปอีกประมาณ 5-10 นาที
-จากน้นั กรองเอากากใบชาออกให้หมด
-ใส่น้ำตาลทรายลงไปแลว้ ควรใหน้ ำ้ ตาลทรายละลายจนหมด
-ทบุ ตะไคร้สดทุบแล้วใสล่ งไปประมาณ 6 ช้นิ
-ตม้ นำ้ ชาในกาต่อไปอีก 5 นาทจี นตะไครส้ ง่ กลิ่นหอม
-หยกกาตม้ ชาลงจากเตาแล้วพกั ทง้ิ ไวใ้ หค้ ลายความรอ้ นเลก็ น้อย
-เทนำ้ ชาสมุนไพรใสแ่ ก้วโดยกรองเอาแต่นำ้ แล้วเติมนำ้ ผง้ึ กอ่ นรบั ประทานเล็กน้อย
-หากไมช่ อบรับประทานชาร้อนให้นำเขา้ ตู้เย็นกอ่ นหรอื เตมิ น้ำแขง็ เพื่อเพมิ่ ความสดช่นื
ขั้นตอนการทำชาสมนุ ไพรสตู รที่ 2
สว่ นผสมชาสมุนไพรขงิ + ใบเตย
สว่ นประกอบ
-ใบชาอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
-นำ้ เปลา่ สะอาดเปลา่ 1 ถ้วยตวง
-น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
-ใบเตยสด 3 ใบ
-ขงิ 2 แงง่
-น้ำผ้งึ
วิธที ำ
-ข้ันตอนแรกให้เตรยี มต้นใบชาโดยใสใ่ บชาลงในหมอ้ แลว้ เตมิ นำ้ เปล่าสะอาดลงไป
-ตม้ ให้ใบชาส่งกลิ่นหอมแลว้ ตะกร้าไปทิ้งใหห้ มด
-ลา้ งใบเตยสดใหส้ ะอาดแล้วมดั รวมกันใสต่ ามลงไป
-จากน้ันให้ล้างขงิ แก่ใหส้ ะอาดทบุ พอบบุ แล้วใส่ลงไปตม้ อีก 10 นาที
-เมอ่ื น้ำชาเดอื ดจนท่วั แล้วใหต้ ักขิงและใบเตยท้ิงไป
-รินเอาแต่นำ้ ลงใส่แกว้ หารตอ้ งการความหวานใหเ้ ติมน้ำผึง้
เครื่องมือ แบบสำรวจ/แบบสอบ
รปู แบบเครื่องมอื
แบบสอบถาม/แบบสำรวจ
เร่อื ง ความชนื่ ชอบในการดมื่ สมุนไพร
แบบสอบถามออนไลน์ google form
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfMOqLjF9FqoRY7hWPkXdp1Up3g44f_R2st8MycF9Y4w
FL7kA/viewform
ขน้ั ตอนการรวบรวมข้อมลู
1. สถติ ทิ ี่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู
ค่าร้อยละ
2. ตารางสรปุ การการวิเคราะหข์ ้อมลู
บทที่ 4
ผลการศึกษาค้นควา้ /การทดอง
ผลการศึกษาค้นคว้า โครงงานเรื่อง ชาสมุนไพร มีรายละเอียดท่ีจะศึกษาตามวัตถปุ ระสงค์ คือ 1.
เพอ่ื ศกึ ษาความแตกต่างของชาสมุนไพรทีเ่ กดิ จากสมุนไพรแต่ละชนิด 2. เพ่อื ศกึ ษาสรรพคณุ ของชาสมุนไพรแต่
ละชนิด และ 3. เพ่ือศึกษาขั้นตอนของการทำชาสมุนไพร
ผลการศึกษาค้นควา้ พบว่า
ชาสมนุ ไพร คำวา่ “สมนุ ไพร” หมายความว่า ยาท่ไี ด้มาจากพืช สัตว์ แรธ่ าตุจากธรรมชาติที่ไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้ ประเภทของ
สมนุ ไพร สมนุ ไพรทีไ่ ด้จากสว่ นของพชื โดยตรง (พชื วัตถุ) โดยสว่ นต่างๆ ท่ีนำมานน้ั มสี ารทส่ี ามารถใช้เป็นยาได้
ได้แก่ ใบ ดอก ผล เปลอื กผล เมลด็ เปลอื กเมล็ด รากหรอื หวั ต้น แก่น กระพ้ี เนอื้ ไม้ เปลอื กไม้ สมุนไพรท่ีได้
จากอวัยวะของสัตว์ (สตั ว์วัตถ)ุ ไดแ้ ก่ ตับ ดี นอ เขา เอ็น เลอื ด นำ้ มัน มลู ฯลฯ เชน่ ข้ผี ึ้ง รงั นก นำ้ มันตับปลา
สมุนไพรที่ได้จากแรโ่ ดยธรรมชาติหรือสิ่งที่ประกอบข้ึนจากแรธ่ าตุตา่ งๆ ตามกรรมวิธี (ธาตุวัตถ)ุ นำมาใช้เปน็
ยา เช่น เกลอื กำมะถนั นำ้ ประสานทอง ดเี กลือ สารสม้ การจำแนกรูปแบบของสมุนไพรท่ีใช้เปน็ ยาสมุนไพรไม่
วา่ จะเปน็ ส่วนท่ีมาจากพชื วัตถุ สตั ว์วตั ถุ หรอื ธาตุวัตถุกต็ ามเวลาจะนำมาใชเ้ พื่อบริโภค หรอื เพอ่ื การรักษาตาม
กรรมวิธจี ำเพาะอนั ใดก็ตามพอจะจำแนกรปู แบบของสมนุ ไพรทีใ่ ช้เป็นยาไดด้ งั นคี้ ือ
ความเปน็ มาและความเช่อื เกีย่ วกับสมนุ ไพร ความเชอื่ และการใช้สมุนไพรนั้นมมี าตัง้ แตส่ มัยโบราณ
ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมีในตำราแพทย์ตั้งแต่สมัยกรกี อินเดีย จีนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์ไทยแผน
โบราณนอกจากนี้ก็มีการศึกษาค้นควา้ ต่อเน่ืองจนถึงปจั จุบัน ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ของสมุนไพรในปัจจบุ ันยา
ต่างๆ ที่ใชก้ นั อยู่มจี ำนวนไม่น้อยทีไ่ ด้มาจากสมุนไพรโดยตรง เช่น ยาแก้ปวด aspirinมาจากเปลือกไม้ของพืช
ชนิดหนึ่ง ยาแก้ปวด morphine ก็มาจากต้นฝิ่นยาควินินรักษาโรคมาลาเรียก็ได้มาจากการสกัดเปลือกไม้
cinchona ยารกั ษาโรคหวั ใจล้มเหลวdigitalis กไ็ ดม้ าจากตน้ foxglove เปน็ ตน้
ข้นั ตอนการทำชาสมุนไพร
ขนั้ ตอนการทำชาสมุนไพรตวั อย่าง ส่วนผสมชาสมุนไพรตะไคร้ + น้ำผงึ้
วิธที ำ
-เทน้ำเปล่าสะอาดใส่ลงในกาตม้ ชาแล้วตม้ น้ำให้เดือดจัด
-เตมิ ใบชาอบแหง้ ลงไปแล้วต้มต่อไปอกี ประมาณ 5-10 นาที
-จากน้นั กรองเอากากใบชาออกให้หมด
-ใสน่ ำ้ ตาลทรายลงไปแล้วควรใหน้ ้ำตาลทรายละลายจนหมด
-ทบุ ตะไคร้สดทุบแล้วใส่ลงไปประมาณ 6 ชนิ้
-ต้มนำ้ ชาในกาตอ่ ไปอีก 5 นาทจี นตะไครส้ ง่ กล่ินหอม
-หยกกาตม้ ชาลงจากเตาแลว้ พักทิ้งไวใ้ ห้คลายความรอ้ นเล็กนอ้ ย
-เทน้ำชาสมนุ ไพรใส่แก้วโดยกรองเอาแตน่ ้ำแลว้ เตมิ น้ำผง้ึ กอ่ นรับประทานเล็กนอ้ ย
-หากไม่ชอบรับประทานชารอ้ นใหน้ ำเข้าตู้เย็นก่อนหรอื เติมนำ้ แข็งเพอ่ื เพิ่มความสดชื่น
ความสำคัญของชาสมุนไพร ชาสมุนไพร (herbal tea) เป็นเครื่องดื่มที่มีความสำคัญและดื่มกัน
อย่างกว้างขวางทั่วโลกได้จากการนำสมุนไพร (herb) ที่มีสรรพคุณทีด่ ีตอ่ สขุ ภาพ มาผ่านกระบวนการแปรรูป
ด้วยการทำแห้ง(dehydration) แล้วบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมใช้ ผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยการคืนตัวชา
สมุนไพรด้วยการแช่ในน้ำร้อนแล้วดืม่ ขณะรอ้ นหรือเย็น สรรพคุณหลักของชาสมุนไพรซึ่งประกอบด้วยนำ้ มนั
หอมระเหย (essential oil) คือ ทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย แก้กระหายนอกจากนั้นสมุนไพรหลายชนิดมี
สรรพคุณทางยา เช่น ช่วยกระตุ้นระบบประสาท ระบบหมุนเวียนเลือดต้านอนุมูลอิสระ ลดคลอเรสเตอรอล
และยงั มีสรรพคุณรกั ษาโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหิตสงู โรคมะเรง็ เปน็ ต้น เป็นแนวทางการแพทย์
ทางเลอื ก ทไี่ ม่ตอ้ งใชส้ ารเคมใี นการบำบดั
คุณค่าและข้อคิดที่ได้รับ ทำชาในรูปแบบใหม่ โดยการนำเอาวัตถุดิบที่เหลือใช้จำพวกผลไม้และ
ดอกไม้จากงานจดั เล้ียงของโรงแรมอวานี่พลัสรเิ วอรไ์ ซต์แบงคอก อาทเิ ชน่ ส้ม สตรอวเ์ บอรร์ ี สับปะรด เลม่อน
กุหลาบมอญ เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ชานี้ถือได้ว่าเป็นการช่วยลดปริมาณของขยะสด และให้ทางเลือกใหม่กับ
ลกู ค้าไดอ้ ีกทางหนึง่ ดว้ ย หลงั จากที่ไดท้ ำ การทดลองชาผลไม้และดอกไม้อบแห้ง คณะผู้จดั ทำไดท้ ำการสำรวจ
ความ คิดเหน็ โดยการทำแบบสอบถามความพึงพอใจจากกลมุ่ ตัวอย่างเปน็ จำนวน 2-3คน ผลการศึกษาพบว่า
บุคคลทั่วไปมีความพึงพอใจในด้านข้อมูลบนฉลากที่อยู่ในระดับปานกลาง ด้านรสชาติของชา กลิ่นของชา
รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ด้านสีของชา ปริมาณของชา ความสะดวกในการพกพา สามารถนำไปใช้ได้จริง นำ
ผลไม้ท่ีเหลอื ใช้มาทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยลดต้นทุนในการซอ้ื ชาให้กบั สถานประกอบการและสามารถเป็น
ทางเลือกใหมใ่ ห้กับลูกค้า ที่อยู่ในระดับมากและด้านความแปลกใหม่อยูใ่ นระดับมาก ที่สุดดังนั้นจงึ สรปุ ได้วา
โครงงานชาผลไม้และดอกไม้อบแห้ง มีความพึงพอใจรวมอยู่ในที่ระดับมาก คำสำคัญ :ชาผลไม้อบแห้ง / ชา
ดอกไมอ้ บแหง้
บทที่ 5
สรปุ อภิปราย และข้อเสนอแนะ
สรปุ ผลการศึกษาค้นคว้า
การศึกษาค้นควา้ เรอ่ื ง ชาสมนุ ไพร มวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างของชาสมุนไพรที่เกดิ จาก
สมุนไพรแตล่ ะชนดิ และศกึ ษาสรรพคณุ ของชาสมุนไพรแต่ละชนิดเพื่อนำไปศึกษาข้นั ตอนของการทำชา
สมนุ ไพร
วัสดอุ ปุ กรณห์ รือเครือ่ งในการเก็บขอ้ มูล 1. โปรแกรม Microsoft Word 2016 2.แบบสอบถาม
google form และ 3.เว็บไซต์ท่ีใชใ้ นการตดิ ต่อสอ่ื สารคอื www.facebook.com , www.gmail.com
, www.google.com
อภิปรายผล
จาการศึกษาเรื่อง ชาสมุนไพร สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ ผลการศึกษาค้นคว้าบรรลุตาม
วัตถปุ ระสงคท์ ตี่ ้งั ไว้ คอื ชาสมนุ ไพรนถี้ อื ได้ว่าเป็นการชว่ ยลดปรมิ าณของขยะสดและใหท้ างเลอื กใหม่กับลูกค้า
ไดอ้ กี ทางหนง่ึ ด้วยหลังจากทไี่ ด้ทำ การทดลองชาสมนุ ไพรคณะผู้จัดทำได้ทำการสำรวจความ คดิ เห็นโดยการ
ทำแบบสอบถามความพงึ พอใจจากกล่มุ ตวั อย่างเปน็ จำนวน2-3คน ผลการศึกษาพบว่าบุคคลทัว่ ไปมีความพึง
พอใจในระดับปานกลางด้านรสชาติของชา กล่ินของชารูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ด้านสขี องชา ปริมาณของชา
ความสะดวกในการพกพา สามารถนำไปใชไ้ ดจ้ ริงนำสมุนไพรมาทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหมช่ ่วยลดต้นทุนในการ
ซื้อชาให้กับสถานประกอบการและสามารถเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่อยู่ในระดับมากและด้านความ
แปลกใหมอ่ ยูใ่ นระดับมาก อยู่ในเกณฑก์ ารสนบั สนุนตามท่ีได้ต้งั ไว้
ข้อเสนอแนะ
1.ควรหาความรู้เพิ่มเติม จากผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพราะถ้าศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
เพราะถ้าศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะทำให้โครงงานมคี วามผิดพลาดน้อยที่มุดในทางดา้ นสรรพคณุ และ
อนื่ ๆใหท้ างดา้ นชาสมุนไพรภายในโครงงานน้ี
2.ตรวจสอบขอ้ มลู ทกุ อยา่ งใหร้ อบคอบและครบถว้ น เพือ่ ปอ้ งกนั การตกหลน่ ของข้อมลู
3.ทำให้ไดท้ ราบถึงสรรพคุณของสมนุ ไพรและชาไดอ้ ยา่ งละเอยี ด รวมถึงได้รบั รูถ้ งึ ข้อดีในหลายๆด้าน
จากการด่ืมชาสมุนไพร
บทที่ 5
สรุป อภปิ ราย และขอ้ เสนอแนะ