The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ การแต่งกาย พรรณทิวา คำหงษ์สา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-12-15 10:54:59

หนังสือ การแต่งกาย พรรณทิวา คำหงษ์สา

หนังสือ การแต่งกาย พรรณทิวา คำหงษ์สา



คำนำ

กำรแตง่ กำยเป็นมรดกทำงวฒั นธรรมที่แสดงถึงเอกลกั ษณ์ควำมเป็นชนเผำ่ กะเหรี่ยง ซ่ึง
สมยั ก่อนคนกะเหรี่ยงนิยมใส่เส้ือผำ้ ที่ทอดว้ ยมือทอจำกผำ้ ไหมใชด้ ำ้ ยจำกกำรยอ้ มสีจำธรรมชำติ
มำทอเป็นเคร่ืองนุ่มห่ม กำรแต่งกำรของชนเผำ่ กะเหร่ียงจึงแตกต่ำงกนั ท้งั ผหู้ ญิง ผชู้ ำย ผหู้ ญิงท่ี
แต่งงำนแลว้ หรือผหู้ ญิงที่ยงั โสด กำรแตง่ กำยลวดลำยผำ้ กจ็ ะแตกตำ่ งกนั ดงั น้นั กำรแตง่ กำยหรือ
ลวดลำยจึงเป็นเอกลกั ษณ์ของชนเผำ่ กะเหร่ียง

สำรบญั ข

หวั ขอ้ หนำ้

ประวตั ิควำมเป็นมำ 1
กำรแตง่ กำยผชู้ ำย 5
กำรแตง่ กำยผหู้ ญิงที่ยงั ไม่แตง่ งำน 12
กำรแตง่ กำยผหู้ ญิงท่ีแตง่ งำนแลว้ 20
ลำยโบรำณ ลำยประยกุ ต์ 28
ทอประกอบลูกเดือย 30
ควำมหมำยผำ้ ทอ 31

1

ประวัติความเป็ นมา

กะเหร่ียงนิยมใชผ้ ำ้ ฝ้ำยทำเส้ือ ผำ้ ยอ้ มและทอเอง ปัจจุบนั ใชด้ ำ้ ยสีเคมีสีฉูดฉำดมำตกแตง่
ปักดว้ ยเมลด็ พชื เป็นลวดลำยสลบั กบั ดำ้ ยที่มดั เป็นเปลำะๆ ผหู้ ญิงกะเหร่ียงท่ียงั โสดจะแต่งดว้ ย
ผำ้ ทรงกระสอบสีขำว มีลวดลำยแต่งตำมตวั เลก็ นอ้ ย บริเวณหนำ้ อกมีลำยแดงทำเป็นชำยครุย
หญิงแต่งงำนแลว้ จะใส่ผำ้ ถุงสีแดงมีลำยขวำงตำมตวั

กำรแตง่ กำย

ลกั ษณะกำรแต่งกำยของชนเผำ่ กะเหรี่ยง หรือ ปกำเกอะญอ

ลกั ษณะกำรแต่งกำยของชนเผำ่ กะเหร่ียง หรือ ปกำเกอะญอกะเหรี่ยงในประเทศไทย
แบ่งออกเป็น 2 กลุม่ ใหญ่ คือ กะเหรียงสะกอ กะเหร่ียงโป และ อีก 2 กล่มุ คอื คะยำ หรือบะเว
และตองสู หรือพะโอ กะเหรี่ยงกลมุ่ ต่ำงๆ เหลำ่ น้ีมีวตั นธรรมคลำ้ ยคลึงกนั แต่กำรแตง่ กำยของ
แต่ละกลุ่มมีลกั ษณะเฉพำะของตนเองที่แตกตำ่ งกนั อยำ่ งเห็นไดช้ ดั ฉะน้นั ลกั ษณะกำรแตง่ กำย
จึงเป็นส่วนหน่ึง ท่ีสำมำรถบง่ ช้ีใหเ้ ห็นไดช้ ดั เจนถึงเอกลกั ษณ์ของกะเหร่ียงแตล่ ะที่ และแต่ละ
กลุ่ม กำรแต่งกำยของเด็กและหญิงสำว จะเป็นชุดทรงกระสอบ ผำ้ ฝ้ำยพ้ืนขำว ทอหรือปัก
ประดบั ลวดลำยใหง้ ดงำม ส่วนหญิงที่มีครอบครัวแลว้ จะสวมเส้ือสีดำ น้ำเงิน และผำ้ นุ่งสีแดง
คนละทอ่ น ตกแตง่ ดว้ ยลูกเดือย หรือทอยกดอก ยกลำย สำหรับผชู้ ำยกะเหรี่ยงน้นั ส่วนมำกจะ
สวมเส้ือตวั ยำวถึงสะโพก ตวั เส้ือจะมีกำรตกแตง่ ดว้ ยแถบสีไมม่ ีกำรปักประดบั เหมือนเส้ือผหู้ ญิง
นุ่งกำงเกงสะดอ นิยมใชส้ ร้อยลูกปัดเป็นเครื่องประดบั และสวมกำไลเงินหรือตุม้ หู

ปัจจุบนั กล่มุ กะเหรี่ยงท่ียงั คงสวมใส่เครื่องแต่งกำยประจำเผำ่ ในวถิ ีชีวิตปกติ มีเพยี งกลุ่ม
โป และสะกอเท่ำน้นั ส่วนกลมุ่ คะยำ และตองสูไม่สวมใส่ชุดประจำเผำ่ ในชีวิตประจำวนั แลว้
กะเหร่ียงแตล่ ะกลมุ่ นอกจำกจะมีกำรแตง่ กำยที่แตกตำ่ งกนั กะเหร่ียงกล่มุ เดียวกนั แตอ่ ยตู่ ่ำง
พ้ืนที่ กม็ ีลกั ษณะกำรแตง่ กำยไมเ่ หมือนกนั ดว้ ย เช่น กะเหร่ียงโปแถบอำเภอแมเ่ สรียง จงั หวดั
แมฮ่ ่องสอน แตง่ กำยมีสีสนั มำกกวำ่ แถบจงั หวดั เชียงใหม่ หญิงกะเหรี่ยงสะกอแถบจงั หวดั
แม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่แจ่ม จงั หวดั เชียงใหม่ ตกแต่งเส้ือมีลวดลำยหลำกหลำย และละเอียด

2

มำกกวำ่ แถบจงั หวดั ตำก หรือกะเหร่ียงโปแถบจงั หวดั กำญจนบุรี กม็ ีลวดลำยตกแต่งเส้ือผำ้
แตกตำ่ งจำกภำคเหนือ อยำ่ งเชียงรำยที่มีกำรนำแฟชนั่ ใหม่ๆ มำทำซ่ึงมีลกั ษณะที่แปลก และแวก
แนวออกไป เช่น ทำผำ้ ปโู ต๊ะที่มีลวดลำยใหม่ๆ ที่ประยกุ ต์ และมีลำยปักแบบลำยไทย บำ้ งก็ทำ
สะไบ เพ่อื ขำยออกยงั มีลูกเล่นลวดลำยอ่ืนๆ ท่ีเพิ่มอีกมำกมำยซ่ึงเป็นไปตำมยคุ สมยั และกำร
พฒั นำของเทคโนโลยี อยำ่ งไรกต็ ำมกลุ่มกะเหรี่ยงสะกอ และโปในทกุ จงั หวดั ของประเทศไทย
ยงั คงรักษำลกั ษณะร่วมที่แสดงสถำนะของหญิงสำว และหญิงแม่เรือน เช่นเดียวกนั คือ หญิงทุก
วยั ท่ียงั ไม่ไดแ้ ตง่ งำน ตอ้ งสวมชุดยำวสีขำว (เช วำ) เมื่อแตง่ งำนแลว้ จะตอ้ งเปลี่ยนมำเป็นสวมใส่
เส้ือสีดำ หรือที่เรียกวำ่ "เช โม่ ซู" และผำ้ ถงุ คนละท่อนเท่ำน้นั หำ้ มกลบั ไปสวมใส่ชุดยำวสีขำว
อีก ส่วนผชู้ ำยท้งั กลุ่มโป และสะกอแถบภำคเหนือมกั สวมกำงเกงสีดำ และสีน้ำเงิน หรือกรมท่ำ
ในขณะที่แถบจงั หวดั ตำก และอำเภอล้ี จงั หวดั ลำพูน มกั สวมโสร่ง ลกั ษณะเส้ือผชู้ ำยวยั หนุ่มใช้
สีแดงทุกกล่มุ แตม่ ีลวดลำยมำกนอ้ ย ตำ่ งกนั กำรแต่งกำยในโอกำสพิเศษ เช่น พธิ ีปี ใหม่ พิธี
แต่งงำน เนน้ สวมใส่เส้ือผำ้ ใหม่ จะเห็นชดั วำ่ ชำยหนุ่ม และหญิงสำวจะพถิ ีพถิ นั แต่งกำยสวยงำม
เป็ นพิเศษ

3

ประเพณแี ละข้อห้าม

กำรแตง่ กำย

เครื่องแต่งกำยกะเหร่ียง แยกออกเป็นกำรแตง่ กำยของผชู้ ำย,กำรแตง่ กำยของผหู้ ญิงท่ี
แตง่ งำนแลว้ และกำรแตง่ กำยของผหู้ ญิงโสด กำรปักและลวดลำยประดิษฐม์ ีท้งั ลวดลำยในกำร
ถกั ทอมีควำมหมำยของลวดลำยท่ีถกั ทอลงไป ส่วนเคร่ืองประดบั น้นั มี ต่ำงหู,เคำะ กลอ,โขก่ ลอ
,ก๊ิป,ลกู ปัด,กำไลขอ้ มือ เป็นตน้ ชำวกะเหร่ียงในแต่กลุ่มจะมีเครื่องแตง่ กำยที่เป็นเอกลกั ษณ์และ
ลกั ษณะเฉพำะตวั ในดำ้ นสีสนั แตร่ ูปแบบลกั ษณะกำรแต่งกำยจะเหมือนกนั คือผชู้ ำยจะนิยมใส่
ชุดเส้ือคอสีแดง ใส่กำงเกงทรงกระบอก ส่วนผหู้ ญิงท่ีเป็นโสดจะใส่ชุดเส้ือทรงกระบอกผำ้ น้ีทอ
เองดว้ ยมือ มีท้งั สีขำวและสีแดง ส่วนผหู้ ญิงท่ีแต่งงำนแลว้ จะใส่ชุดเป็น 2 ส่วนคือผำ้ ซิ้นสีแดง
และใส่เส้ือคอสีดำ บนเส้ือจะมีกำรประดบั ดว้ ยลูกเดือยหรือปักดว้ ยดำ้ ยหลำกสีในลวดลำยชนิด
ตำ่ งๆ ซ่ึงแต่ละชนิดจะเลียนแบบจำกธรรมชำติ ซ่ึงมีกำรเรียกช่ือเฉพำะโดยจะใหค้ วำมรู้สึกและ
อำรมณ์ที่แตกตำ่ งกนั ไป

กะเหรี่ยงสะกอมีควำมเคร่งครัด ในกำรเรื่องควำมสัมพนั ธร์ ะหวำ่ งชำยและหญิง มีขอ้
หำ้ มกำรไปไหนต่อไหนดว้ ยกนั ตำมลำพงั และกำรถูกเน้ือตอ้ งตวั กนั กำรไดเ้ สียกนั ก่อนแตง่ งำน
ถือวำ่ เป็นควำมผดิ อยำ่ งแรง ตอ้ งมีกำรถูกลงโทษปรับสินไหมและตอ้ งทำพิธีขอขมำหวั หนำ้
หมบู่ ำ้ น รวมท้งั สิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิในหมู่บำ้ นมีกำรฆ่ำหมู,ไก่,ววั ,ควำย เป็นตน้ (แลว้ แต่หวั หนำ้ แตล่ ะ
หมบู่ ำ้ นกำหนดโทษมำกนอ้ ยเพยี งใด) เป็นกำรป้องกนั หนุ่มสำวเลน่ ไมซ่ ื่อและเป็นกำรสอนหนุ่ม
สำวไปในตวั วำ่ ทำไปตอ้ งมีกำรทำโทษเหมือนคูน่ ้ีซ่ึงเป็นเร่ืองท่ีน่ำละอำย กำรมีชูโ้ ทษถึงโดนไล่
ออกจำกหมู่บำ้ น กะเหรี่ยงมีกำรอยอู่ ยำ่ งผวั เดียวเมียเดียวตรำบจนตำยไม่ประพฤติผิดลกู เมียใคร
กะเหรี่ยงสะกอท่ีเป็นแม่หมำ้ ยนอ้ ยมำกที่จะแตง่ งำนใหม่

4

มีกำรแยกควำมแตกตำ่ งของกำรแตง่ กำย ระหวำ่ งสำวโสดและหญิงที่แต่งงำนแลว้ ผหู้ ญิง
กะเหรี่ยงที่ยงั ไมแ่ ตง่ งำนจะใส่ชุดทอดว้ ยมือทรงกระสอบสีขำว(หมำยถึงสำวพรหมจรรย)์ ยำว
กรอมถึงเทำ้ (ณ.ปัจจุบนั แปลกตำข้ึนมีท้งั สีเขียวและสีแดงววิ ฒั นำกำร) ในสมยั ก่อนถำ้ สวมใส่
กระโปรงมีควำมยำวแคเ่ ขำ่ สำวกจ็ ะอำยมำกจนมีนิทำนเล่ำวำ่ ถำ้ มีชำยมำเห็นเขำ่ ออ่ น สำวผนู้ ้นั ก็
จะฆ่ำตวั ตำย (เท่ำกบั วำ่ เสียควำมบริสุทธ์ิแลว้ ) ชุดขำวน้ีจึงเรียกวำ่ ”เซว้ ำ้ ” ผหู้ ญิงจะใส่ต้งั แต่เดก็
จนถึงวนั แต่งงำนถึงจะเปลี่ยน กำรใส่ชุดขำวเพือ่ แสดงควำมบริสุทธ์ิ หญิงใดที่ต้งั ครรภโ์ ดยท่ียงั
ไมไ่ ดเ้ ขำ้ พธิ ีแต่งงำนใหถ้ ูกตอ้ งตำมประเพณี กถ็ ือว่ำมีควำมผิดอยำ่ งร้ำยแรง จนกระทงั่ มีคำด่ำที่
ถือวำ่ เป็นคำหยำบคำยมำกในบรรดำกะเหรี่ยงสะกอดว้ ยกนั คืออมุ้ ทอ้ งท้งั ชุดขำว หรือเรียกวำ่
“เดอ้ เซว้ ำ้ ” สำวโสดมีผำ้ โพกศีรษะเพอื่ กนั แดดในหนำ้ ฤดูร้อน ใหค้ วำมอบอุ่นในหนำ้ ฤดูหนำว
และเพื่อป้องกนั ไม่ใหผ้ มสกปรกเร็วจนเกินไป ในวนั แต่งงำนหญิงสำวกะเหร่ียงจะมีผใู้ หญ่ช่วย
เปลี่ยนชุดขำวเป็นชุดสำหรับหญิงท่ีแตง่ งำนแลว้ เจำ้ สำวจะตอ้ งมอบชุดขำวน้นั ใหค้ นอ่ืนท้งั หมด
เพรำะไมต่ อ้ งใชแ้ ลว้ แต่จะใหน้ อ้ งสำวซ่ึงอำศยั อยใู่ นบำ้ นหลงั เดียงกนั ไม่ไดเ้ ช่นกนั เพรำะเชื่อวำ่
จะทำใหน้ อ้ งไมไ่ ดแ้ ตง่ งำน

กำรยอ้ มสีของผำ้ กะเหรี่ยงน้นั จะใชว้ สั ดุธรรมชำติ วสั ดุท่ีจะนำมำยอ้ ม ไดแ้ ก่ เปลือกไมส้ กั
ไมแ้ ต่ง ไมป้ ระดู่ เป็นตน้ ผชู้ ำยจะเป็นผหู้ ำมำใหจ้ ำกป่ ำ หรือท่ีห่ำงไกลจำกที่อยอู่ ำศยั ส่วนตน้ ไม้
ท่ีใชย้ อ้ มสีเป็นตน้ เลก็ ๆ เช่น ตน้ ครำม ตน้ แสดหรือเงำะป่ ำ เป็นตน้ กำรยอ้ มสีของลำยกี่จะตอ้ ง
ไปเอำตน้ ไมช้ นิดหน่ึงในป่ ำซ่ึงมีสีอยำ่ งลำยของกี่ เวลำไปเอำจะตอ้ งไมบ่ อกใคร เพรำะจะทำให้
ยอ้ มไมต่ ิด

5

การแต่งกายของผ้ชู าย

ลกั ษณะกำรแต่งกำยของผชู้ ำย

สำหรับผชู้ ำยกะเหร่ียงน้นั ส่วนมำกจะสวมเส้ือตวั ยำวถึงสะโพก ตวั เส้ือจะมีกำรตกแต่ง
ดว้ ยแถบสีไมม่ ีกำรปักประดบั เหมือนเส้ือผหู้ ญิง ผชู้ ำยท้งั กล่มุ โป และสะกอแถบภำคเหนือมกั
สวมกำงเกงสีดำ และสีน้ำเงิน หรือกรมทำ่ ในขณะที่แถบ จ.ตำก และ อำเภอล้ี จ.ลำพูน มกั สวม
โสร่ง ลกั ษณะเส้ือ ผชู้ ำยวยั หนุ่มใชส้ ีแดงทุกกลมุ่ แตม่ ีลวดลำยมำกนอ้ ยต่ำงกนั กำรแตง่ กำย ใน
โอกำส พเิ ศษ เช่น พธิ ีปี ใหม่ พิธีแตง่ งำน เนน้ สวมใส่เส้ือผำ้ ใหมจ่ ะเห็นชดั วำ่ ชำยหนุ่ม และ หญิง
สำวจะพิถีพิถนั แตง่ กำยสวยงำม เป็นพเิ ศษ

6

7

8

9

10

กำรแต่งกำยของชำย

กำรแตง่ กำยของชำยสมยั ก่อนจะสวมเส้ือทรงกระบอกยำวเหมือนหญิงสำว แต่จะเป็นสี
ขำวปนแดงซ่ึงทำมำจำกสีธรรมชำติ ภำยหลงั กำรแตง่ กำยของชำยจะมีอยู่ 2 ท่อน ท่อนบนจะ
เป็นเส้ือทอสีแดง ทอ่ นล่ำงจะเป็นกำงเกงสีดำหรือกำงเกงสะดอ คำดศีรษะดว้ ยผำ้ สีแดงหรือสี
ขำว

11

12

การแต่งกายของผ้หู ญงิ ท่ียังไม่แต่งงาน
กำรแตง่ กำยของผหู้ ญิงกะเหรี่ยงท่ียงั โสด (เชวำ) จะแตง่ ดว้ ยผำ้ ทรงกระสอบสีขำว มีลวดลำย

แตง่ ตำมตวั เลก็ นอ้ ย บริเวณหนำ้ อกมีลำยแดงทำเป็นชำยครุยลำยเรียบๆ เด็กหญิงและหญิงสำว
พรหมจรรยจ์ ะแต่งกำยเป็ นชุดทรงกระบอกสีขำว เป็นสญั ลกั ษณ์แห่งควำมบริสุทธ์ิสำวโสดยงั
ไมไ่ ดแ้ ตง่ งำน ตำมจำรีตของปกำเกอะญอผทู้ ี่ยงั มิไดแ้ ตง่ งำนจะสวมชุดขำวและไม่สำมำรถที่จะ
ไปแตง่ ชุดสตรีท่ีแต่งงำนแลว้ ไดเ้ ดด็ ขำด

13

14

15

16

17

18

ผำ้ ทอกะเหรี่ยง ผหู้ ญิงท่ีโสด แตเ่ อำมำประยกุ ต์
สำมำรถประยกุ ตเ์ ป็นสีตำ่ งๆลวดลำยต่ำงๆ ตำมควำมชอบ ออกแบบลวดลำยใหส้ วยงำม

19

ประยกุ ตแ์ บบเส้ือส้ัน
เส้ือส้ันจะไม่คอ่ ยมีลำย ส่วนใหญจ่ ะเป็นสีลว้ น หรือออกแบบลวดลำยไดต้ ำมควำมชอบ

20

การแต่งกายผู้หญงิ ท่ีแต่งงานแล้ว

ผหู้ ญิงที่แตง่ งำนแลว้

ชุดของหญิงที่แตง่ งำนและน้นั กจ็ ะไม่สำมำรถกลบั ไปใส่ชุดของหญิงสำวหรือที่เรียกกนั
วำ่ เชวำ ได้ และจะบ่งบอกถึงคนที่แตง่ หรือท่ีมีครอบครัวแลว้ รับผิดชอบดูแลคนในครอบครัวใน
บำ้ นท่ีอยอู่ ำศยั และถำ้ เกิดมีกำรหยำ่ ร้ำงกนั กบั สำมีหรือสำมีเสียชีวติ กต็ ำม จะไมม่ ีสิทธ์ิกลบั ไปใส่
เส่ือสีขำว หรือ เชวำ เพือ่ บ่งบอกวำ่ ตวั เองน้นั ไม่พนั ธะใดๆกบั ใครก็ตำม

21

ลำยผำ้ ทอกะเหร่ียงของผหู้ ญิงที่แตง่ งำนแลว้ จะปักดว้ ยลกู เดือยและลำยต่ำงๆ

22

ชุดกะเหร่ียง ผหู้ ญิงที่แตง่ งำนแลว้ จะใส่ 2 ช้ิน เป็นเส้ือกบั ผำ้ ถุง

23

24

ผำ้ ถงุ ชนเผำ่ กะเหร่ียง

25

26

27

28

ลายผ้าทอ จะแบ่งออกเป็ นลายโบราณและลายประยกุ ต์
ลำยแบบด้งั เดิม เป็นลวดลำยโบรำณท่ีนิยม สืบทอดต่อกนั มำ ลกั ษณะลวดลำยเป็นรูปทรง

เรขำคณิต ควำมสวยงำมของลวดลำยจกตอ้ งจกลวดลำยใหเ้ ตม็ พ้ืนที่ มีควำมนูนออกมำอยำ่ งเห็น
ไดช้ ดั นิยมใชส้ ีสดใส เช่น สีขำว สีเหลือง สีเขียว

29

เส้ือทอกะเหรี่ยง กำรปักลูกเดือย
จะเป็นผำ้ ท่ีทอท้งั ผืน แลว้ คอ่ ยมำปักลูกเดือย

30

ทอประกอบลูกเดือย
จะนิยมปักประดิษฐล์ วดลำยบนเส้ือผหู้ ญิงแม่เรือน ลกั ษณะกำรประดบั ประดำจะใชด้ ำ้ ย

หลำกสีปักสลบั ลูกเดือน ซ่ึงเป็นพืชที่กะเหร่ียง ตอ้ งปลกู ไวเ้ พ่อื ใชใ้ นกิจกรรมน้ีโดยเฉพำะ ส่วน
ผหู้ ญิงกะเหรี่ยงโปมกั ตกแต่งลวดลำย โดยกำรทอมำกกวำ่ ปักภำยหลงั และไมน่ ิยมตกแต่งดว้ ย
ลกู เดือย สีลูกเดือยท่ีใช้ ไดแ้ ก่ สีดำ แดง เหลือง และขำว โดยจะใชท้ ุกสีและใหน้ ้ำหนกั กบั สีดำ
และสีแดง ส่วนสีเหลืองและสีขำวเป็นสีตกแต่ง สีประกอบ ไดแ้ ก่ สีชมพู น้ำเงิน สม้ เขียว เป็น
กล่มุ สีที่นำมำใชภ้ ำยหลงั

31

ลายและความหมายของผ้าทอ

ช่ือลำย เก่อ เป เผล่อ

ควำมหมำย กำรรวมกนั ควำมเป็นน้ำหน่ึงใจเดียวกนั ของครอบครัวในกลุ่มคนปกำเกอญอ ไม่
วำ่ เรำจะอยทู่ ี่ไหนถำ้ พูดภำษำกะเหร่ียงก็จะรู้จกั กนั เหมือนครอบครัวเดียวกนั กำรวำงลกู เดือยมี
หลำกหลำยแตก่ ำรปักลำยจะเป็นวงกลม 4-6 วง สีเดียวกนั หรือสลบั สีก็ไดแ้ ตว่ ำงรวมกนั เป็นวง

แรงบนั ดำลใจ

32

33

ชื่อลำย เช มี กอ

ควำมหมำย ควำมละเอียดและควำมเป็นระเบียบเรียบร้อยควำมหนกั แน่นในกำร
ดำรงชีวติ ไมห่ ลงเชื่อคนอ่ืนง่ำย ซ่ือสัตยต์ อ่ ตนเองและผอู้ ่ืนไม่วำ่ ต่อหนำ้ หรือลบั หลงั เลียบแบบ
ลำยมำจำกกลีบดอบชบำมี 4 กลีบข้ึนดว้ ยลกู เดือย 4 แฉกอำจจะข้ึนดว้ ยลกู เดือย 3 แฉกเมด็ เป็น
เกสร เชมีกอเนน้ สีแดงเป็นหลกั แสดงถึงควำมนกั แน่นของกำรเป็นผนู้ ำที่กลำ้ หำญเช่ือมนั่ ใน
ตวั เองในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ท่ีเสียสละแมจ้ ะตอ้ งเสียเลือดกย็ อมชำติหรือ ชนเผำ่

34

ชื่อลำย โย ห่อ ก้ึอ
ควำมหมำย ลำยเกลด็ ตวั นิ่ม ตวั น่ิมเป็นสัตยเ์ ล้ียงท่ีอำยยุ นื เกลด็ นิ่มชำวปำเกอญอใชเ้ ป็น

ยำรักำโรคป้องกนั ภูตผีปี ศำจ เป็นเครื่องรำง ผทู้ ่ีสวมใส่เส้ือปักลำยเกลด็ นิ่งจะอำยยุ นื ยำวไม่เจ็บ
ไมไ่ ขม้ ีสุภำพดี

35

36

ชื่อลำย เก่อ เป หมื่อ น่ือ

ควำมหมำย ควำมเป็นหญิงตอ้ งกำรคนหลกั หลำยในควำมคิดรู้จกั พฒั นำในกำร
ดำรงชีวติ ตอ้ งเป็นคนละเอียดรอบคอบ สีที่ใชใ้ นกำรปักมี 3 สี แดง ขำว เหลือง ผหู้ ญิงท่ีช้ีนำ
ลูกหลำนใหม้ ีควำมสำมคั คีเขำ้ วดั เขำ้ โบถส์ใหม้ ีคุณธรรมเป็นหญิงท่ีขำ้ งนอกดูเขม้ แขง็ แตข่ ำ้ งใน
น้นั ออ่ นโยน ลกั ษณะลำย เป็นสี่เหล่ียมผนื ผำ้ 9 ดอก แตด่ อกตรงกลำงจะเป็นเกสรมีลกั ษณะ
แตกตำ่ งกนั แลว้ มีกำรวำงลำยลกู เดือยที่แตกตำ่ งกนั จะประกอบดว้ ยสี แดง เหลือง ขำว สลบั กนั
ไป ชนเผำ่ ปำเกอญอเม่ือมีกิจกรรมทำงวฒั นธรรมดว้ ยกนั เป็นกำรสร้ำงพลงั สำมคั คีธรรม

37

38

ช่ือลำย เส่อ กอ ขำ่ พอ

ควำมหมำย เส่อ กอ ขำ่ พอ แปลวำ่ ดอกมะเขือพวง เป็นดอกไมท่ ี่อยรู่ วมกนั เป็นพวงมี
ผลดก หมำยถึง ครอบครัวที่มีลกู หลำยๆคน หำกมีควำมสำมคั คีกนั ร่วมกำรสร้ำงฐำนะ
ครอบครัว ครอบครัวกจ็ ะมีควำมสุขมีฐำนะควำมเป็นอยทู่ ่ีดีมีพลงั ป้องกำรศตั รูสำมำรถท่ีจะ
ตอ่ สูศ้ ตั รูไดแ้ ละกำรออกผลดก แสดงวำ่ อนำคตจะมีกำรขยำยเผำ่ พนั ธุท์ ี่ดีเหมือนมะเขือพวง

39

ช่ือลำย ชะ แอะ้

ควำมหมำย เป็นลำยผำ้ ท่ีแสดงถึงควำมเมตตำควำมละเอียดผทู้ ี่สวมใส่จะแสดงถึงควำม
อ่อนโยนสวนใหญ่จะใส่ในวนั มงคล เช่น งำนมงคลสมรส คนเฒ่ำคนแกเช่ือวำ่ ถำ้ หญิงสำว
แตง่ งำนใส่ชุดน้ีจะทำมำหำกินเจริญรุ่งเรืองในครอบครัวลกั ษณะคลำ้ ย เช มี กอ ตำ่ งกนั ท่ีลูกเดือย
และลกั ษณะของดอกเหมือนกนั แตกหน่อขยำยพนั ธุเ์ ป็นลำยแบ่ง

40

ลำยประยกุ ต์
ลำยใหม่ คือ ลำยที่เกิดจำกกำรคิดลำยข้ึนมำใหม่หรือมีกำรประยกุ ตด์ ดั แปลงจำกโครงสร้ำง

ของลำยเก่ำใหเ้ ป็นลำยใหม่ หรือลำยท่ีเกิดจำกกำรทอผิดไปจำกลวดลำยเดิมแลว้ เกิดเป็นลำยใหม่

41

42

43

44

กำรประดิษฐล์ วดลำยในผืนผำ้ ขณะทอ มีข้นั ตอนดงั น้ี
ลำยในเน้ือผำ้

ลกั ษณะลวดลำยจะปรำกฏ เป็นเส้นนูนตำมแนวต้งั หรือแนวนอนกไ็ ด้ หำกเป็นลำยนูน
ตำมแนวต้งั กำรกำหนดลำยจะทำพร้อมกบั กำรเรียงดำ้ ย คือใชจ้ ำนวนดำ้ ยเพมิ่ ข้ึนกวำ่ ปกติมนที่ท่ี
ตอ้ งกำรใหเ้ ป็นลำยนูน ส่วนดำ้ ยขวำงใชจ้ ำนวนเท่ำปกติ กำรทอวิธีน้ีนิยมใชท้ อเส้ือผชู้ ำยสูงอำยุ
ของเผำ่ กะเหร่ียง

ลวดลำยสลบั สี
เป็นกำรทอแบบธรรมดำ คือใชด้ ำ้ ยยนื และดำ้ ยขวำงจำนวนเท่ำปกติ แต่แทรกดำ้ ยสีต่ำง ๆ

สลบั เขำ้ ไป ขณะเรียงดำ้ ยยนื หรือเมื่อสอดดำ้ ยขวำง เช่น กำรทอผำ้ ห่ม ยำ่ ม และผำ้ ถงุ ของหญิงท่ี
แต่งงำนแลว้ (ลวดลำยผำ้ ถุงในบำงทอ้ งถ่ินจะมีลกั ษณะพิเศษกวำ่ กำรทอลำยสลบั สีธรรมดำคือ
จะใชด้ ำ้ ยยอ้ มมดั หมี่ หรือยอ้ มแบบลำยน้ำไหลเป็นดำ้ ยยนื ลวดลำยท่ีปรำกฏบนเน้ือผำ้ มีลกั ษณะ
งดงำมมำกซ่ึงจะกลำ่ วในรำยละเอียดตอ่ ไป) บำงคร้ังกะเหร่ียงจะทอลวดลำย สลบั สีเป็นลำยนูน
ในเน้ือผำ้ เช่น บริเวณเหนืออกของชุดเด็กหญิงกะเหร่ียงสะกอ

ลำยจก
เป็นกำรทอลวดลำยโดยกำรสอดดำ้ ยสลบั (ซ่ึงไม่ใช่ดำ้ ยเส้นเดียวกบั ดำ้ ยขวำงเขำ้ ไปเป็น

บำงส่วนในเน้ือผำ้ ตำมลวดลำย และสีในตำแหน่งที่ตอ้ งกำร กำรยกดำ้ ยยนื จะไม่เป็นไปตำมกำร
ยกตะกอ แต่ผทู้ อจะใชน้ ิ้วมือ หรือขนเม่นช่วยสอดยกดำ้ ยข้ึนตำมจำนวนที่กะไว้ และสอดดำ้ ยสี
ท่ีตอ้ งกำรเขำ้ ไป ระหวำ่ งดำ้ ยยนื น้นั ฉะน้นั ลวดลำยที่ปรำกฏบนผืนผำ้ ท้งั ผืนอำจไมเ่ หมือนกนั ก็
ได้

45

ลำยขิด
คือกำรทอผำ้ โดยใหล้ วดลำยที่ปรำกฏเหมือนกนั ท้งั ผนื ลกั ษณะลำยแบบยกดอกในตวั

โดยกำหนดสีตำมดำ้ ยยนื กำรแยกดำ้ ยยนื ใชว้ ิธีนบั เสน้ เป็นช่ำงๆ และสอดไมห้ น่อสะยำเขำ้ ไป
เป็นตวั นำไมจ้ ะช่วยแยกดำ้ ย ใหช้ ่องระหวำ่ งดำ้ ยยนื กวำ้ งเพือ่ ควำมสะดวกในกำรสอดดำ้ ยขวำง
กะเหรี่ยงสะกอนิยมทอผำ้ ลำยขิดเพอ่ื เยบ็ เป็นผำ้ ถุงสำหรับหญิงที่แต่งงำนแลว้ ผำ้ ทอลำยขิดของ
กะเหรี่ยงมีลกั ษณะคลำ้ ยของชำวอีสำนแตล่ วดลำยสลบั ซบั ซอ้ นนอ้ ยกวำ่ และของอีสำนไมน่ ิยม
ทอลำยขิดพร้อมกบั กำรสลบั สี แตข่ องกะเหร่ียงนิยมทอลำยขิดและเล่นลำยสลบั สี ดงั น้นั ในผำ้
ผืนเดียวจึงมีท้งั ลวดลำยยกดอกนูนข้ึนมำของลำยขิดและลำยเลน่ สีสลบั กนั

ลำยทอสลบั สีสำยจก

เส้ือลำยขิด

46

ผำ้ ถุงลำยมดั หมี่
เส้ือลำยปักลกู เดือย

47

ทอประกอบลูกเดือย
ปกติกำรปักลกู เดือยประดบั ชำยเส้ือผหู้ ญิง จะใชว้ ิธีปักหลงั จำกเยบ็ ผำ้ ประกอบเขำ้ ไป

พร้อมกนั ในขณะทอผำ้ โดยร้อยลูกเดือยเขำ้ กบั เส้นดำ้ ยขวำงระหวำ่ งดำ้ ยยนื โดยใหล้ กู เดือย
ลอยตวั อยบู่ นผนื ผำ้ เม่ือประกอบเป็นลวดลำยแลว้ จึงปักทบั ดำ้ ย สลบั สีลงในช่องระหวำ่ งลูก
เดือยเหลำ่ น้นั เป็นกำรทำลวดลำยบนผืนผำ้ ใหส้ วยงำมหลงั จำกเยบ็ เป็นเคร่ืองนุ่งห่มแลว้ ส่วน
ใหญก่ ะเหร่ียงสะกอจะนิยมปักประดิษฐล์ วดลำยบนเส้ือผหู้ ญิงแมเ่ รือน ลกั ษณะกำรประดบั
ประดำจะใชด้ ำ้ ยหลำกสีปักสลบั ลูกเดือน ซ่ึงเป็นพืชที่กะเหร่ียง ตอ้ งปลกู ไวเ้ พื่อใชใ้ นกิจกรรมน้ี
โดยเฉพำะ ส่วนผหู้ ญิงกะเหร่ียงโปมกั ตกแตง่ ลวดลำย โดยกำรทอมำกกวำ่ ปักภำยหลงั และไม่
นิยมตกแต่งดว้ ยลกู เดือย สีลูกเดือยท่ีใช้ ไดแ้ ก่ สีดำ แดง เหลือง และขำว โดยจะใชท้ กุ สีและ
ใหน้ ้ำหนกั กบั สีดำ และสีแดง ส่วนสีเหลืองและสีขำวเป็นสีตกแต่ง สีประกอบ ไดแ้ ก่ สีชมพู น้ำ
เงิน สม้ เขียว เป็นกลมุ่ สีท่ีนำมำใชภ้ ำยหลงั และนิยมใชก้ นั มำกข้ึนส่วนใหญม่ กั ซ้ือที่ยอ้ มเสร็จ
แลว้ มำใช้ โดยใหเ้ หตุผลวำ่ สีสวยและไมต่ ก

พะโดกิ (ลำยงูเหลือม)


Click to View FlipBook Version