The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลไม้กะเหรี่ยงงง-1-1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-12-15 10:26:58

ผลไม้กะเหรี่ยงงง-1-1

ผลไม้กะเหรี่ยงงง-1-1

น้อยหนา่

ชื่อภาษาไทย น๎อยหนํา

ชอ่ื ภาษากะเหรยี่ ง เสํอครีสาํ

ลกั ษณะของนอ้ ยหน่า

น๎อยหนําเป็นไม๎ยืนต๎น สูง 3-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกแกมขอบขนาน กว๎าง 3-6 เซนติเมตร
ยาว 7-13 เซนติเมตร ดอกเด่ียว ออกท่ีซอกใบ หอ๎ ยลง กลบี ดอกสเี หลอื งแกมเขียว 6 กลีบ เรียง 2 ช้ัน ช้ันละ 3
กลีบ หนาอวบน้า มเี กสรตวั ผู๎และรังไขจํ านวนมาก ผลเป็นผลกลุมํ คํอนขา๎ งกลม เมล็ดสีดา มีจานวนมาก

ฤดูเกบ็ เก่ียว

นอ๎ ยหนําเป็นไมย๎ นื ต๎นอายยุ นื นานไปก่ิงกา๎ นจะรกทบึ เกดิ อุปสรรคหลายด๎านดงั ทีก่ ลําวมา อายุออกดอก
ถึงวันเก็บเกี่ยวประมาณ 110-120 วัน เก็บเกี่ยวได๎ราวเดือนพฤษภาคม ควรเก็บด๎วยมือ ถ๎าสูงก็ใช๎ไม๎งํามสอย
หรอื ทาเป็นตะกรอ๎ เก็บใสเํ ขํงทก่ี รุดว๎ ยใบตอง

ลกู พลมั

ชอื่ ภาษาไทย ลกู พลมั

ชอื่ ภาษากะเหร่ียง พลาสาํ

ลักษณะของลกู พลัม

พลัม หรือ ไหน เป็นไม๎ผลที่มีผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็ง อยํูในสกุล Prunus สกุลยํอย Prunus ซึ่งเป็น
สกุลยํอยที่ตํางจากสกุลยํอยอ่ืนๆ (ลูกท๎อ, เชอร๑ร่ี, อื่นๆ) ตรงหนํอมีตายอดและตาข๎างเด่ียว (ไมํเป็นกลุํม) ดอก
ออกเป็นกลํมุ 1-5 ดอกบนก๎านส้ันๆ ผลมีรํองยาวด๎านข๎าง และเมล็ดเรียบ เม่ือผลโตเต็มท่ีมีมีนวลสีขาวปกคลุม
สามารถถูกออกไดง๎ าํ ย สารเคลือบน้ันรู๎จักกันดีในช่ือ "wax bloom" เมื่อสุกเปลือกสีมํวงอมดา เน้ือสีเหลือง รส
หวานหรอื หวานอมเปรี้ยว

ฤดูเก็บเกยี่ ว

ผลผลติ จะมีคุณภาพดีถ๎าหากวําปลํอยให๎ผลพลัมสุกเต็มที่บนต๎นในขณะที่ผลยังคงแข็งอยูํ ซ่ึงถือวําเป็น
ชํวงเก็บเก่ียวที่เหมาะสมที่สุด แตํในทางปฏิบัติแล๎วมักจะเก็บเกี่ยวเม่ือผลเปล่ียนสีเป็นสีแดงหรือเหลืองจัด ซึ่ง
ขน้ึ อยกํู ับพลัมในแตลํ ะพันธุ๑ อยํางไรก็ตามผลขณะท่ีเก็บเก่ียวน้ันจะต๎องเป็นผลท่ีเนื้อยังคงแข็งอยํูหรือเร่ิมจะนิ่ม
เล็กนอ๎ ย การเก็บเก่ยี วอาจจะตอ๎ งเลือกเก็บหลายครงั้

มลั เบอรร์ ่ี

ชอ่ื ภาษาไทย มลั เบอรร๑ ่หี รอื หมํอน

ชื่อภาษากะเหร่ียง โม่ส่า

ลกั ษณะของมัลเบอรร์ ี่

Mulberry (มลั เบอรร๑ ี่) เรียกอกี อยาํ งหนง่ึ วาํ ลูกหมํอน เป็นไม๎ยืนต๎นตระกูลเบอรร่ี เชํนเดียวกับบลูเบอรรี่
และราสเบอรี่ เม่ือดิบจะมีสีเขียว หํามจะมีสีแดงให๎รสเปร้ียว สํวน ผลสุกจะมีสีมํวงดาให๎รสหวานจัด อุดมด๎วย
สารต๎านอนมุ ูลอิสระ ชอื่ Anthocyanin เป็นสารสีมํวงแดง ชํวยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และ Resveratrol
สูงกวํา Superfruits ชนิดอ่ืน ถึง 79% ชํวยชะลอความแกํ ลดริ้วรอย เป็นพืชพื้นเมืองที่พบได๎ในประเทศจีน
เกอื บทกุ สวํ นของพืชชนดิ นอ้ี ดุ มด๎วยประโยชน๑

เมื่อนาผล มัลเบอร๑ร่ี มาทาเคร่ืองดื่มและอาหารแล๎วรสชาติสีสันและคุณคําทางอาหาร ไมํด๎อยไปกวํา
ผลบลูเบอร่ี ผลราสพ๑เบอร่ี และ แบล็คเบอรี่ ผลไม๎นาเข๎าจากตํางประเทศท่ีมีราคาสูงมาก ดังนั้น อาหารท่ีใช๎
ผลไม๎ดงั กลําวเป็นสํวนผสมจึงสามารถใช๎ผลหมํอนทดแทนไดท๎ งั้ หมด เชนํ เคก๎ โดนทั พาย และไอศกรีม ฯลฯ

ฤดูเก็บเก่ียว

หลังปลูกแคํ 7 เดือน ก็เก็บผลผลิตออกขายหรือนาไปบริโภคได๎ ฤดูการให๎ผลผลิตของมัลเบอร๑รี่ โดย
ปกติอยูํในชํวงเดือนมีนาคม-เมษายน จะเก็บผลผลิตได๎ประมาณ 1,000 กิโลกรัม หรือเฉลี่ย 1 ตัน ตํอไรํ ทั้งนี้
ต๎นมลั เบอรร๑ ี่จะใหผ๎ ลผลติ ทุกๆ 4 เดือน หากไปตรงจังหวะกับชํวงฤดูฝน จะเก็บผลผลิตได๎ลดลง เหลือแคํ 400-
500 กโิ ลกรัม

บ๊วย

ชอื่ ภาษาไทย บว๏ ย

ช่ือภาษากะเหรย่ี ง บ๏วยสาํ

ลักษณธของบ๊วย

บ๏วย (อังกฤษ: Chinese plum, Japanese apricot; ชื่อวิทยาศาสตร๑: Prunus mume) เป็นผลไม๎ที่อยํูใน
สกุล Prunus มีถ่ินกาเนิดในประเทศจีน และพบในไต๎หวัน, ญ่ีปุ่น, เกาหลี, เวียดนาม และลาว ในประเทศไทย
นยิ มปลกู บรเิ วณภาคเหนอื ของไทย เชนํ ดอยอาํ งขาง ในโครงการหลวง โดยนาพันธุ๑มาจากไต๎หวันและญ่ีปุ่น ใบ
ขนาดเล็ก สีเขียวอมเทา ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกมีกล่ินหอม สีขาวหรือชมพู ผลเล็ก ทรงกลม เม่ืออํอน ผลสี
เขยี ว เม่ือสกุ สีเหลิอง เน้ือนม่ิ รสเปร้ยี วอมหวาน เมล็ดแข็ง

ฤดเู กบ็ เก่ียว

ต๎นบ๏วย จะออกดอกในชํวงระหวํางเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และจะติดผลในชํวงเดือนมกราคม-
กุมภาพนั ธ๑ เมอ่ื บ๏วยมีอายุ 100-120 วัน ผลจะมีลกั ษณะทรงกลมสเี ขยี ว เมอ่ื สุกจะสเี หลือง เน้อื นม่ิ รสเปรี้ยวอม
หวาน เมล็ดแข็ง เก็บเกี่ยวได๎ในชํวงเดือนกุมภาพันธ๑-เดือนเมษายน ลักษณะผลท่ีเก็บเก่ียว ข้ึนอยํูกับความ
ตอ๎ งการของตลาด

สาลี่

ช่อื ภาษาไทย สาล่ี

ชื่อภาษากะเหร่ียง สาลซี าํ

สาล่ี (Chinese pear) เป็นผลไม๎เมืองหนาว แตํสามารถปลูกได๎ในเมืองไทยในบางพื้นที่ โดยเฉพาะ
จังหวดั ในภาคเหนอื เชํน เชยี งราย และเชียงใหมํ โดยสาลีท่ ่ีพบในตลาดบ๎านเราจะเป็นสาล่ีเอเชียเป็นหลัก สํวน
สาลีย่ ุโรปไมเํ ป็นทน่ี ยิ ม แตสํ าลยี ุโรปจัดเป็นสาลที่ นี่ ยิ มมากท่ีสุดทัว่ โลก

ฤดูเกบ็ เกยี่ ว

ฤดูเก็บเก่ียวสาลี่อยํูในระหวํางเดือนกรกฎาคม – เดือนตุลาคม โดยจะแตกตํางกันออกไปตามแตํละ
สายพันธ๑ุ แตสํ วํ นใหญกํ ็จะอยํใู นชํวงเดอื นสิงหาคม – เดอื นกันยายน

มะแฟน

ชื่อภาษาไทย มะแฟน

ชื่อภาษากะเหร่ียง เซอพสี ํา

ลกั ษณะของมะแฟน

เป็นไม๎ต๎นขนาดกลางถึงใหญํ ผลัดใบ สูง 10-25 เมตร ลาต๎นคํอนข๎างเปลาตรง เปลือกสีน้าตาล แตก
เป็นสะเก็ดโต ๆ เรือนยอดคํอนข๎างทึบ ใบ เป็นชํอแบบขนนก ชํอใบติดเรียงสลับ แตํละแขนงจะมีใบยํอย 3-11
ใบ ติดตรงข๎ามกันเป็นคูํ ๆ ยกเว๎นใบยอดชํอจะเป็นใบเด่ียว ทรงใบรูปรี หรือรูปแกนขอบขนาน กว๎าง 3-5 ซม.
ยาว 6-13 ซม. โคนใบเบ้ียว ปลายใบหยักคอดเป็นต่ิง เนื้อใบหนา ใบแกํเกล้ียง จะเปล่ียนเป็นสีแดงอิฐหรือสี
แสด ขอบใบอํอนหยัก เป็นฟันเลื่อย สํวนใบแกํมักเรียบ หรือเป็นคลื่นหําง ๆ ดอก เล็กสีขาวหรือสีเหลืองอํอน
ออกรวมกันเป็นชํอโต ๆ ตามงํามใบและปลายก่ิง ในแตํละชํอจะมีท้ังดอกสมบูรณ๑เพศ และดอกแยกเพศ โคน
กลีบรองกลีบดอกติดกันเป็นรูปถ๎วยตื้น ๆ ปลายแยกเป็นแฉกเล็ก ๆ 5 แฉก กลีบดอก มี 5 กลีบ มีขนด๎านนอก
เกสรผู๎มี 10 อัน ผล คอํ นขา๎ งกลม เป็นปมุ่ ปม 2-4 พู วดั ผําศนู ย๑กลางได๎ 1-2 ซม. ผลสกุ สนี ้าตาลดา

ฤดเู ก็บเกีย่ ว

มะแฟน มีผลเป็นรูปทรงกลมเล็กๆ เปลือกผลเป็นสีแดง สีเขียว และสีเหลืองปนกันอยูํ เม่ือสุกแล๎วจะ
เปล่ียนเป็นสีแดง พอแกํแล๎วเป็นสีดา ภายในผลมีเนื้อนํุมสีขาวและมีเมล็ด เมล็ดภายในเป็นทรงกลมแข็ง ออก
ผลในชํวงเดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคม ผลมะแฟนมีรสเปร้ียว ฝาด สามารถหารับประทานได๎ตามป่า และมี
สรรพคณุ เปน็ ยารกั ษาแผลในปาก นึกภาพตามแล๎วกช็ วนนา้ ลายไหล

มะเดื่อ

ชื่อภาษาไทย มะเดื่อ

ช่อื ภาษากะเหรีย่ ง เซอดยุ สํา

ลกั ษณะของมะเดอ่ื

มะเดื่อเป็นไมย๎ ืนต๎นขนาดกลาง ลาตน๎ เปน็ ปุ่มแตกกง่ิ กา๎ นออก ใบเด่ียว ด๎านหน่ึงหยาบ อีกด๎านหน่ึงมีขน
อํอน ลาต๎นมียางสขี าว ผลออกเปน็ กระจกุ กลมแป้นหรือรูปไขํ เปลือกบาง ผลอํอนสีเขียว พอสุกจะเปลี่ยนเป็น
สเี หลือง แดงหรอื ชมพูแล๎วแตํพันธ๑ุ เนอื้ ในสีแดงเขม๎ สกุ แล๎วมีกลน่ิ หอม การปลกู เป็นการค๎าเริ่มท่ีเอเชียตะวันตก
แ ล๎ ว จึ ง แ พ รํ ห ล า ย สํู ซี เ รี ย ท ะ เ ล เ ม ดิ เ ต อ ร๑ เ ร เ นี ย น ปั จ จุ บั น ป ลู ก ม า ก ใ น ยุ โ ร ป
ใต๎ สหรฐั ตุรกี ออสเตรเลีย แอฟริกาใต๎ มาดากัสการ๑ ในอดีต ประเทศไทยจะนาเข๎ามะเดื่อในรูปผลแห๎ง เริ่มนา
ต๎นเข๎ามาปลูกครั้งแรกเม่ือ พ.ศ. 2524 ท่ีดอยอํางขาง โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร๑ และ มูลนิธิโครงการ
หลวง เพอ่ื ทดแทนการปลูกฝิน่ เป็นผลไมต๎ ํางถนิ่ ชนิดหน่งึ มีคุณคําทางอาหารสูงอยํูใน 10 อนั ดบั แรกของโลก

ฤดูเกบ็ เก่ยี ว

โดยปกติแล๎ว คุณควรปลูกมะเดอ่ื ในชํวงกลางฤดูใบไม๎ผลิ ต๎นมะเด่ือที่เพ่ิงปลูกจะใช๎เวลาสองปีจึงจะออกผล
ครั้งแรก ผลมะเดื่อมักสุกในชํวงปลายฤดูร๎อนและต๎นฤดูใบไม๎รํวง การตัดเล็มก่ิงก็ควรทาในฤดูร๎อน ซึ่งตําง
ออกไปจากตน๎ ผลไมอ๎ น่ื ๆ

ขา้ วโพด

ช่อื ภาษาไทย ข้าวโพด

ชื่อภาษากะเหรย่ี ง บอื เคส่า

ลกั ษณะของข้าวโพด

ขา๎ วโพดเป็นพืชจาพวกบาสซํา รากชั่วคราว เรียกวาํ ไพรี หลงั จากข๎าวโพดเจริญเติบโตได๎ประมาณ 7 –
10 วัน รากถาวรจะงอกข้นึ รอบ ๆ ข๎อปลาในระดับใตพ๎ น้ื ดินประมาณ 1-2 น้ิว รากถาวรนี้ เมอื่ เจริญเติบโตเต็มที่
จะแผํออกไปโดยรอบประมาณ 100 เซนติเมตร รากของข๎าวโพดเป็นระบบรากฝอย (fibrous root system)
นอกจากรากที่อยํูใตด๎ ินแล๎ว ยงั มีรากยดึ เหนย่ี ว (brace root) ซง่ึ เกิดข้ึนรอบ ๆ ขอ๎ ที่อยํใู กลผ๎ ิวดิน มีลา

ต๎นต้ังตรงแข็งแรง เนื้อภายในฟ่ามคล๎ายฟองน้าสูงประมาณ 1.4 เมตร ลาต๎นมีข๎อ (node) และปล๎อง
(internode) ปล๎องท่ีอยํูในดินและใกล๎ผวิ ดินส้นั และจะคํอย ๆ ยาวข้นึ ไปทางด๎านปลาย ปล๎องเหนือพ้ืนดินจะมี
จานวนประมาณ 8-20 ปล๎อง ลาต๎นสดมีสีเขียว ใบ ยาวรี เป็นเส๎นตรงปลายแหลม ยาวประมาณ 30-100 ซม.
เส๎นกลางของใบจะเห็นได๎ชัด ตรงขอบใบมีขนอํอน ๆ มีเข้ียวใบ ลักษณะของใบรวมท้ังสีของใบแตกตํางกันไป
แล๎วแตํชนิดของพันธุ๑ บางพันธ๑ุใบสีเขียว บางพันธ๑ุใบสีมํวงและบางพันธุ๑ใบลาย จานวนใบก็เชํนเดียวกันอาจมี
ตัง้ แตํ 8-48 ใบ ดอกตัวผแ๎ู ละดอกตวั เมียอยูํในตน๎ เดียวกัน ชํอดอกตัวผู๎อยํูสํวนยอดของลาต๎น ชํอดอกตัวเมียอยูํ

ต่าลงมาอยูรํ ะหวํางกาบของใบ และลาต๎น ชํอดอกตัวผ๎ู (tassel) อยํูตอนบนสุดของลาต๎น ดอกตัวผู๎ดอกหน่ึงจะ
มีอับเกสร (anther) 3 อับ สํวนดอกตัวเมียอยูํรวมกันเป็นชํอ เกิดข้ึนตอนข๎อกลาง ๆ ลาต๎น ฝักเกิดจากดอกตัว
เมียท่ีเจริญเตบิ โตแล๎ว ฝักอํอนจะมสี เี ขียว พอแกํเป็นสีนวล

ฤดูเกบ็ เก่ยี ว
ในแตํละปีการผลิต เกษตรกรจะทาการเพาะปลูกข๎าวโพดเล้ียงสัตว๑จานวน 2 คร้ัง ข๎าวโพดรํุนแรก เร่ิม

ปลกู ในชวํ งฤดฝู น ประมาณชวํ งเดอื นเมษายน-มิถุนายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ซ่ึง
เป็นชํวงท่ียังคงมีฝนตกมาก ทาให๎ผลผลิตข๎าวโพดมีความชื้นสูง อันเป็นสาเหตุสาคัญที่ทาให๎เกิดเชื้อราและ
สารอะฟลาทอ็ กซนิ


Click to View FlipBook Version