คานา
ในชุมชนของเรามที รัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เป็นดินแดนที่มีพืชพรรณตามธรรมชาติ
หลากหลายชนิดเหมาะต่อการเพาะปลูกและทาเกษตรกรรม มีสภาพภูมิอากาศทแี่ ตกตา่ งกนั ทาใหเ้ กิดความ
หลากหลายในการกระจายของผลผลิตไม้เมืองร้อนออกสู่ตลาดอยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดทั้งปี
ผลไมใ้ นชมุ ชนของเรานับเปน็ พืชเศรษฐกจิ ที่สาคญั ของประเทศไทยสามารถทารายได้เขา้ ประเทศ ไทยปลี ะ
หลายล้านบาทและเป็นท่นี ิยมบริโภคกันทวั่ ไป ท้ังภายในประเทศและต่างประเทศ ไม้ผลทมี่ ี ความสาคัญ
ทางเศรษฐกจิ และมีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นที่นยิ มบริโภคในตา่ งประเทศจานวน 10 ชนดิ ไดแ้ ก่ ลาไย
ทุเรยี น มงั คุด ลิ้นจี่ มะมว่ ง ส้มโอ เงาะ สบั ปะรด มะพร้าวน้าหอม มะขาม เป็นตน้ และไม้ผลทม่ี ี ศกั ยภาพ
ทางเศรษฐกจิ ในอนาคตหรอื เปน็ ไม้ผลทอ้ งถน่ิ หรอื พ้ืนเมือง มกี ารบริโภคภายในประเทศมากกวา่ การ
ส่งออก ได้แก่ กระท้อน ชมพู่ นอ้ ยหน่า พุทรา มะปราง ฝรั่ง ลองกอง ลางสาด สละ ขนุน มะนาว อง่นุ และ
กลว้ ย เป็นต้น
จดั ทาโดย
นายศรัณยช์ ยั สิทธค์ งชลติ
สารบญั
เร่ือง หน้า
กล้วย 1-2
สม้ 3-4
สับปะรด 5-6
ลกู พลบั 7-8
มะขาม 9-10
เสาวรส 11-12
มะขามปอ้ ม 13-14
ฝรั่ง 15-16
มะม่วง 17-18
มะเฟือง 19-20
มะละกอ 21-22
มะไฟ 23-24
ขนนุ 25-26
มะกอกปา่ 27-28
ส้มโอ 29-30
ลิ้นจ่ี 31-32
แตงไทย 33-34
สตอเบอรร์ ่ี 35-36
เคพกสู เบอรร์ ่ี 37-38
ราสเบอรร์ ี่ 39-40
ทับทมิ 41-42
เรอ่ื ง หน้า
อาโวคาโด้ 43-44
มะยม 45-46
น้อยหนา่ 47
ลกู พลมั 48-49
มัลเบอร์รี่ 50-51
บว๊ ย 52-53
สาลี่ 54
มะแฟน 55-56
มะเดอื่ 57-58
ขา้ วโพด 59-60
กลว้ ย
ช่ือภาษาไทย กลว๎ ย
ช่อื ภาษากะเหรย่ี ง เสํอกว๊ี
ลกั ษณะทางพฤษศาสตร์
ลกั ษณะ กล๎วยเป็นพรรณไม๎ลม๎ ลุก มีลาต๎นเทียมสูงประมาณ 2-9 เมตร มีลาต๎นสั้นๆ อยใํู ต๎ดนิ (ท่ีเรียกวํา
“ หัว ” ) พร๎อมด๎วยตาหลายตาเป็นตาแหนํงท่ีเกิดเหล๎าท่ีเจริญเป็นหนํอ รากแผํกระจายไปตามแนวราบ แตํ
สวํ นมากรากจะอยูทํ ผ่ี วิ ดิน หนํอมรี ูปทรงกระบอก ลาตน๎ เทยี มทเี่ กิดจากกาบใบที่ทับสลับกันจนแนํนกอดกันเป็น
ก๎อนกลม
ใบ ใบ หรือ ใบตองกล๎วยมีขนาดใหญํ ลักษณะใบเป็นแผํนยาวประมาณ 1.50 เมตร กว๎างประมาณ
40.60 ซม. ทรงตัวอยํูได๎ดว๎ ยเสน๎ กลางใบที่แนํนแขง็ ใบมีการจดั เรียงแบบขนนก มเี สน๎ ใบขนานกนั
ดอก ออกดอกเป็นชํอห๎อยลงมา มีกาบห๎ุมมีสีแดงอมมํวง เรียกวํา หัวปลี รูปรํางกลมรี มีดอกยํอย
ตดิ กันเปน็ แผง ดอกตวั เมยี จะอยํูที่ฐาน สวํ นดอกตัวผูจ๎ ะอยชูํ วํ งปลาย
ผล หลังจากดอกตัวเมียเริ่มเจริญเป็นผล ดอกตัวผู๎ก็จะรํวงไป ชํอดอกจะเจริญตํอไปเป็นเครือกล๎วยท่ี
ประกอบด๎วยหวกี ลว๎ ยประมาณ 7-8 หวี ผลกลว๎ ยออํ นมีสเี ขียวพอแกํจะเปลีย่ นเป็นสีเหลือง
ฤดูเก็บเก่ียว
การปลกู กล๎วยให๎ไดผ๎ ลดี ควรปลกู ในชํวงต๎นฤดูฝน เริม่ ตัง้ แตํเดือนพฤษภาคม ซ่ึงดินมีความชุํมช้ืนในชํวง
ฤดฝู นเหมาะสาหรบั การเจริญเติบโตทางลาต๎นและออกปลี จนสามารถเกบ็ เกยี่ วกล๎วยไดใ๎ นชํวงปลายฤดูฝนพอดี
แตํอยํางไรกต็ าม สาหรบั การปลกู กลว๎ ยในเขตชลประทานที่มีน้าเพียงพอ สามารถดาเนินการได๎ตลอดเวลา
ทั้งนี้ ควรกาหนดเวลาการปลูกกล๎วยให๎เหมาะสมสอดคล๎องกับความต๎องการของตลาด เชํน กล้วย
ไข่ ควรปลูกใหไ๎ ด๎ผลผลติ ในชํวงสารทไทย เทศกาลไหว๎พระจันทร๑ ชาวสวนสํวนใหญํจะเริ่มปลูกกล๎วยไขํในราว
เดอื นเมษายน-พฤษภาคม ซ่งึ จะทาใหส๎ ามารถเก็บเกยี่ วกลว๎ ยได๎ในชวํ งเดือนสงิ หาคม-ตลุ าคม
สม้
ชอื่ ภาษาไทย สม๎
ช่อื ภาษากะเหร่ียง ซะซวีสาํ
ลกั ษณะทางพฤษศาสตร์
ไม๎ยืนต๎นขนาดกลางคํอนข๎างใหญํ แตกกิ่งก๎านมากเป็นพุํม กิ่งอํอนปกคลุมด๎วยขนสั้นๆ มีหนามรูปรําง
ยาวขนาด 1-5 ซม. ใบ รปู ไขํยาว สวํ นของแผนํ ใบมองเห็นเป็นรอยเว๎า แยกเป็น 2 สํวนอยํางชัดเจน ขนาดแผํน
ใบสํวนบนกว๎างประมาณ 2-7 ซม. ยาวประมาณ 10-12 ซม. แผํนใบสํวนลํางมีลักษณะปีก มีขนาดเล็กกวํา
สํวนบน ดูโดยรวมเป็นรูปคล๎ายหัวใจ เรียวสอบมาทางก๎านใบ ใต๎ใบมีขนอํอนนํุมปกคลุมอยํู ดอกเป็นดอกเดี่ยว
แตํอาจพบออกเปน็ ชอํ ตามมุมใบ หรือปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ๑เพศ กลีบเล้ียงสีเขียว 5 กลีบ กลีบดอกสีขาว
ขุํน 5 กลีบ เกสรตัวผ๎ูเช่ือมติดกันเป็นกลุํมประมาณ 4-5 กลุํม อับละอองเกสรสีเหลือง เกสรตัวเมียมีรังไขํท่ี
แบํงเป็น 11-16 ชอํ ง ผลชนดิ berry ขนาดปานกกลางถงึ ใหญํ มรี ูปรํางหลายแบบ เชํน ทรงกลม ทรงแป้น หรือ
ผลยาวมจี กุ คล๎ายผลสาล่ี ผลอํอนสเี ขยี ว ผลแกํสีเขยี วออํ น หรอื อมเหลือง เปลือกชนั้ นอกมี
ลกั ษณะเหนยี ว มตี ํอมน้ามัน (oil gland) กระจายทวั่ ไปตามผิวของผล เปลือกช้นั กลาง สขี าวหรือสี
ชมพู มลี ักษณะออํ นนุํม หนาประมาร 1-2.3 ซม. เปลือกผลช้ันในบางสวํ นเจรญิ เปน็ ถุงนา้ หวาน (juice
sac) เปน็ สวํ นที่รับประทานได๎ มีสขี าว ครมี ชมพู หรือแดง รสชาตเิ ปรี้ยว หรือเปรี้ยวอมหวาน จนถึงหวาน
สนทิ บางพันธ๑ุอาจมรี สขมปนบา๎ สม๎ โอมถี ่ินกาเนดิ ในหมูํเกาะมลายู อินเดยี จนี และไทย ขยายพนั ธุ๑โดยวิธีเพาะ
เมล็ดตอนกง่ิ ติดตาทาบกิ่ง
ฤดูเกบ็ เกยี่ ว
โดยปกติส๎มเขียวหวานท่ีเช๎าสํูตลาดเดือนธันวาคม ถือวํามีรสชาติอรํอยมากสุดในรอบปี เพราะต๎นส๎ม
เจริญเติบโตอยาํ งเต็มทห่ี ลงั ผาํ นฤดูฝน และผาํ นชวํ งฤดูหนาวมาสักระยะแล๎ว ในทางวิชาการเทํากับวําเป็นระยะ
ที่ตน๎ ไม๎พักตัว จะไมมํ กี ารแตกใบอํอน หรือแตกราก อาหารที่ปรุงได๎ท้ังหมดก็จถูกเก็บสะสมในผลส๎ม จึงเรียกได๎
วําเดอื นธนั วาคมเป็นฤดูกาลส๎ม
สับปะรด
ชื่อภาษาไทย สบั ปะรด
ชอื่ ภาษากะเหรีย่ ง แน่ะสา่
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
ราก : เป็ระบบรากฝอย
ลาต๎น : ลาต๎นคล๎ายกระบอง ยาวประมาณ 20-25 ซม. ข๎อและปล๎องของลาต๎นเกิดจากรอยกาบแผํนใบที่หลุด
ออกไป
ใบ : เรียงตัวหนาแนํนและเป็นระเบียบ การเรียงตัวของใบจะหมุนวนเป็นเกลียว ใบเป็นแผํนเรียวเล็กจากสํวน
โคนไปหาสํวนปลาย ปลายใบมีหนามแหลมคํอนข๎างแข็ง ขอบใบสองข๎างยกขึ้นทาให๎แผํนใบมีลักษณะเป็นรํอง
คล๎ายรางนา้ ผิวใบดา๎ นหลังเรียบเปน็ มันเนือ่ งจากมีสารพวกไขเคลอื บอยํู
ดอก : เป็นชํอในตาแหนํงสํวนยอดของลาต๎น โดยก๎านชํอดอกยืดยาวออกสํงให๎ชํอดอกโผลข้ึนมาเหนือใบยอด
แตํละชํอดอกมดี อกยํอย 100-200 ดอก ดกอยอํ ยแตํละดอกเป็นดอกสมบูรณเ๑ พศ
ผล : เป็นผลรวม (multiple fruit) เกิดจากผลยํอยแตํละผลเช่ือมกับแกนของผลรวม สํวนฐานของผลยํอยจะ
เชอื่ มตดิ ตอํ กนั ทุกผล ลักษณะผลเปร็ ูปกรวยกวา๎ งโดยทโี่ คนผลจะมขี นาดโตกวําสวํ นปลายผล
ฤดูเกบ็ เกี่ยว
ชํวงเก็บเกี่ยวในฤดู ตั้งแตเํ ดือนพฤศจกิ ายน – มกราคม และกลางเดือนเมษายน – กรกฎาคม สับปะรดจะให๎
ผลผลิตมาก ในตลาดมีราคาถูก ชํวงเก็บเก่ียวนอกฤดู ตั้งแตํเดือนกุมภาพันธ๑ – ต๎นเดือนเมษายน และเดือน
สงิ หาคม – ตลุ าคม สับปะรดจะให๎ผลผลติ นอ๎ ยจงึ ราคาแพง
ลกู พลบั
ชือ่ ภาษาไทย ลูกพลับ
ชื่อภาษากะเหร่ยี ง เลโ่ ข่เหมาะ
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
‘ลูกพลับ’ ผลไม๎เปลือกสีเหลืองสุก มีสรรพคุณชํวยลดความดัน ห๎ามเลือด ชํวยบรรเทาอาการปวดท๎อง
จากความเย็นได๎ อีกทั้งยังชํวยแก๎บิด ในเด็กที่ถํายออกมามีมูกเลือดวิธีการก็แสนงําย นาลูกพลับไปน่ึงกับข๎าว
เหนียว พอสุกแล๎วก็ปั้นเป็นคา ป้อนกินทานเป็นขนมได๎เลย เรียกได๎วําเป็นยาชนิดเดียวที่มีรสหวาน เด็ก ๆ
สามารถทานได๎งําย ๆนอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณแก๎ไอและเจ็บคอ โดยนาลูกพลับไปตากแดด ผิวด๎านนอกเป็น
เกลด็ ละเอียดสีขาว พอแห๎งแล๎วนามาอมให๎ให๎ความชุํมคอ ต๎มน้าดื่มรักษาแผลร๎อนในในชํองปากได๎สํวนใบของ
ลูกพลับ ให๎นาไปตากแห๎งต๎มในน้าเดือด ด่ืมเป็นประจาชํวยลดการแข็งตัวของหลอดเลือด ลดความดัน แก๎เส๎น
เลือดเล้ียงหัวใจตีบ ชํวยยํอยอาหาร รักษาอาการนอนไมํหลับ ถ๎านามาบดเป็นผงรับประทานวันละ 2 คร้ังใน
ปริมาณ 3 กรัม ติดตอํ กนั 1 เดือน บรรเทาร้ิวรอยจ้าเลือดเนื่องจากเกล็ดเลือดน๎อยกวําปกติก๎านข้ัวของพลับยัง
นามาทายาได๎ คือใช๎เป็นยาแก๎สะอึกได๎ชะงัด มีดีอยํางน้ี ไมํแปลกใจเลยท่ีชาวจีนนิยมนาลูกพลับมาเป็นของ
กานัล เพราะนอกจากจะบํงบอกถึงส่งิ ดีๆ แลว๎ ยังแทนความรักความหํวงใยได๎อีกด๎วย
ฤดูเก็บเก่ยี ว
มีเน้อื และเม่อื สุก เมอ่ื ไมกํ ่ีปีมาน้ี ประเทศญป่ี นุ่ ไดส๎ ํงกลับ เน้ือกรอบ มาขาย คนไทย ก็เปลี่ยนรสนิยม
ไปชอบพลับกรอบ ได๎อีก นับวํา เป็นผลไม๎ ท่ีคนไทย ชอบมาก อยํางหนึ่ง จึงมีคน พยายามปลูก มานานแล๎ว
ทางจงั หวดั ภาคเหนอื เชนํ เชียงใหมํ และเชียงราย เป็นต๎น แตํ สมัยน้ัน ไมํคํอยมีพันธ๑ุ ท่ีดี การทาสวนพลับ จึง
ไมํคํอย ก๎าวหน๎า ตํอมา โครงการหลวง ได๎นาพันธุ๑พลับ จากไต๎หวัน และประเทศอ่ืน ๆ เข๎ามา ทดลอง และ
ประสบผลสาเรจ็ เป็นอยาํ งดี ขณะนี้ เรามีพนั ธุ๑ ที่เหมาะสาหรบั ทาแห๎ง และสาหรับ รับประทานสด หลายพันธุ๑
และชาวเขา ได๎ทาสวนพลับ และได๎ รายไดม๎ าก เป็นที่นํา พอใจฤดเู ก็บเก่ียว จะอยูํ ระหวําง เดือนกรกฎาคม ถึง
กนั ยายน และ สามารถเก็บไว๎ ในห๎องเยน็ ได๎นาน หลายเดอื น ทาให๎ มีระยะเวลา ในการขาย สะดวกกวํา ผลไม๎
อกี หลายอยําง
มะขาม
ช่อื ภาษาไทย มะขาม
ชื่อภาษากะเหรี่ยง เสอ่ มอเกละ๊
ลักษณะของมะขาม
มะขามเป็นไม๎ยืนต๎นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญํแตกกิ่งก๎านสาขามากไมํมีหนาม เปลือกต๎นขรุขระ
และหนา สีน้าตาลอํอน ใบ เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามก่ิงก๎านใบเป็นคูํ ใบยํอยเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบ
และโคนใบมน ประกอบ ด๎วยใบยอํ ย 10–15 คํู แตลํ ะใบยํอยมีขนาดเล็ก กว๎าง 2–5 มม. ยาว 1–2 ซม. ออก
รวมกันเปน็ ชํอยาว 2–16 ซม. ดอก ออกตามปลายก่ิง ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสี
แดง/มํวงแดงอยูํกลางดอก ผลเป็นฝักยาว รูปรํางยาวหรือโค๎ง ยาว 3-20 ซม. ฝักอํอนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สี
น้าตาลเกรียม เน้ือในติดกับเปลือก เม่ือแกํฝักเปล่ียนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักงําย สีน้าตาล เน้ือในกลายเป็นสี
น้าตาลหุ๎มเมลด็ เนือ้ มรี สเปรยี้ ว และ/หรือหวาน ซึ่งฝักหน่ึง ๆ จะมี/หุ๎มเมล็ด 3–12 เมล็ด เมล็ดแกํจะแบนเป็น
มัน และมสี ีน้าตาล
ใบของมะขามเป็นใบประกอบแบบขนนก (pinnately compound leaves) ใบยํอยแตํละใบแยกออก
จากก๎าน 2 ข๎างของแกนกลาง คล๎ายขนนก ถ๎าปลายสุดของใบจะเป็นใบยํอยเพียงใบเดียวเรียก แบบขนนกคี่
(odd pinnate) เชํน กุหลาบ อัญชัน ก๎ามปู ถ๎าสุดปลายใบมี 2 ใบ เรียกแบบขนนกคูํ (even pinnate) เชํน
มะขาม
การปลูกมะขาม นิยมขยายพันธ๑ุโดยการทาบก่ิง ติดตาหรือตํอกิ่ง เพราะได๎ผลเร็วและลดการกลายพันธ๑ุ
ทาไดโ๎ ดยเตรียมดินโดยขดุ หลมุ กวา๎ ง ยาวและลกึ ด๎านละ 60 ซม.ใสํปยุ๋ คอกหรอื ปุ๋ยหมักคลุกเคล๎าดินรองก๎นหลุม
เอาก่งิ พนั ธลุ๑ งปลกู รดน้าให๎ชุํม มะขามเมอ่ื ลงดินแล๎วจะโตเร็ว ควรใช๎ไม๎หลักพยุงไว๎ให๎แนํน และการบารุงรักษา
หลงั เร่มิ ปลูก ควรเอาใจใสดํ ายหญ๎ารอบต๎น และรดน้าทกุ วนั ข้นึ ไดใ๎ นดนิ แทบทุกชนิดแม๎แตํดินเลว เชํนดินลูกรัง
เจริญได๎ดีในดินรํวนปนดินเหนียว ทนแล๎งได๎ดี ฤดูปลูกท่ีเหมาะสม คือต๎นฤดูฝน ควรหาเศษหญ๎าฟางคลุมโคน
จนกวําต๎นจะแข็งแรง ควรฉีดยาป้องกันโรคราแป้งและแมลงพวกหนอนเจาะฝัก ด๎วงเจาะเมล็ด ในระยะท่ีเป็น
ดอกอยํู
ฤดเู ก็บเกย่ี ว
มะขาม จะแกเํ กบ็ ไดใ๎ นฤดูแล๎งประมาณเดือนธันวาคม-มีนาคม ขึ้นอยํูกับพันธุ๑และสภาพดินฟ้าอากาศ
ปใี ดฝนตกต๎นฤดูและหมดเร็วมะขามก็จะแกํเร็ว และพันธ๑ุเบา ฝักเล็ก คุณภาพปานกลาง จะแกํเก็บได๎กํอนสํวน
พันธด๑ุ ี ๆ นน้ั จะเกบ็ ได๎ตอนกลางฤดู คือประมาณเดือนมากราคม-กุมภาพนั ธ๑ หรอื ต๎นมีนาคม
การเก็บฝักมะขาม ต๎องพิจารณาดูเป็นต๎น ๆ หรือเป็นฝัก ๆ ไปบางทีอาจจะแกํเก็บได๎ไมํพร๎อมกัน ฝัก
ปลาย ๆ หรือด๎านนอกพํุมมักจะแกํกํอนโดยสังเกตจากสีของฝัก ความเห่ียวของก๎านฝัก และลักษณะอื่น ๆ ซึ่ง
ต๎องใช๎ความชานาญ หรือประสบการณ๑ จะต๎องเก็บทีละฝัก โดยใช๎มีดหรือกรรไกรตัดออกจากต๎น นาฝักมะขาม
หวานทเ่ี กบ็ ได๎ไปกองผ่งึ อากาศไว๎สัก 2-3 วัน เพื่อให๎ความช้ืนในฝักมีอยูํพอสมควร จึงทาการตัดแตํงก๎านหรือข้ัว
ฝักแล๎วบรรจุภาชนะจาหนาํ ยได๎ มะขามจัดวาํ เป็นผลไม๎รบั ประทานสดทีส่ ามารถเกบ็ ไว๎ไดน๎ านท่ีสุด และสามารถ
แปรรปู เปน็ อาหารและเครื่องดมื่ ได๎หลานอยําง เชนํ มะขามแชอํ ิม่ มะขามเปียก แยมมะขาม มะขามคลุก ท๏อปฟ้ี
มะขาม น้ามะขามเขม๎ ขน๎ และไวน๑มะขาม
เสาวรส
ชือ่ ภาษาไทย เสาวรส
ชือ่ ภาษากะเหรี่ยง เส่โดส่า
ลักษณะของเสาวรส
ลาต๎น เสาวรส เป็นไม๎เลื้อยขนาดใหญํ มีอายุประมาณ 4-5 ปี มีลาต๎นเป็นเถาคล๎ายกับกะทกรกไทย
เถาแตกกิง่ และมีหนามขนาดเล็กขน้ึ ปกคลุมหํางๆ เถาแตกมอื เกาะบริเวณซอกใบ
ใบ ใบเสาวรสแทงออกเป็นใบเด่ียว เรียงสลับกันบนเถา แผํนใบมีสีเขียว แยกเป็น 3 แฉก ปลายแฉก
แหลม แผํนใบคํอนข๎างหนา สากมือและกรอบ
ดอก ดอกเสาวรสจัดเป็นดอกสมบูรณ๑เพศ สามารถผสมเกสรด๎วยตนเองได๎ดี ตัวดอกแทงออกเป็นดอกเด่ียว
ดอกแทงออกบริเวณซอกใบตามเถา ประกอบด๎วยกลีบเลี้ยง ด๎านนอกกลีบเล้ียงมีสีเขียว ด๎านในมีสีขาว และ
กลีบดอกสคี รมี อมมํวง 5 กลีบ กลีบดอกเรยี งสลับเป็น 2 ชั้น ถดั มาด๎านในมฝี อยเปน็ เสน๎ ลอ๎ มเป็นวงกลม
จานวนมาก โคนฝอยมีสีมํวง ปลายฝอยมีสีขาว ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู๎ 5 อัน สํวนเกสรตัวเมียมี
ปลายแยกเป็น 3 แฉก เม่ือบานจะสํงกล่ินหอมออํ นๆ
ผล ผลเสาวรสออกเป็นผลเด่ียว ผลมีรูปทรงกลมหรือรูปไขํ และอวบน้า ขนาดผลประมาณ 5-7
เซนตเิ มตร มีน้าหนักผลประมาณ 35-115 กรัม ขึ้นอยูํกับขนาดผล สํวนสีเปลือกแตกตํางกันตามสายพันธุ๑ อาทิ
พันธุ๑สีมํวงจะมีเปลือกสีมํวงเข๎ม สํวนพันธุ๑สีเหลืองจะมีเปลือกสีเหลืองสด เปลือกผลทุกพันธุ๑คํอนข๎างหนา และ
เป็นมนั ภายในผลประกอบดว๎ ยเมล็ดจานวนมาก
เมล็ด เมล็ดเสาวรสมีลักษณะเป็นรีรูปไขํ เมล็ดจะมีถุงคัพภะท่ีเป็นเน้ือเย่ือสีเหลืองอมส๎ม และฉ่าน้า
หํอหม๎ุ เมล็ดไว๎ สํวนเมลด็ ด๎านในมสี ีดา ทงั้ น้ี เย่ือห๎ุมเมล็ดจะให๎รสเปร้ียวจัด แตํบางพันธ๑ุในปัจจุบันจะมีรสหวาน
มากกวาํ รสเปร้ยี ว และมกี ลิน่ หอม เย่ือหมุ๎ เมล็ด และเมลด็ เป็นสวํ นที่นามาใช๎ประโยชน๑ทานา้ ผลไมบ๎ ริโภค
ฤดูเกบ็ เก่ียว
เสาวรสจะให๎ผลผลิตได๎ดีในชํวงเดือนสิงหาคมถึงกุมภาพันธ๑ การปลูกโดยอาศัยน้าฝนและจะต๎องตัดแตํง
ในเดอื นกุมภาพนั ธ๑ทุกปี ดังน้ันการปลูกจะต๎องทากํอนเดือนสิงหาคมอยํางน๎อย 7 เดือน ซึ่งมี 2 ชํวงคือระหวําง
เดือนตุลาคมถึงเดอื นมกราคม ซ่งึ เป็นชวํ งปลายฤดูฝนถึงฤดหู นาว
มะขามป้อม
ชอื่ ภาษาไทย มะขามปอ้ ม
ชอ่ื ภาษากะเหรี่ยง เสอํ แงสํา
ลักษณะของมะขามปอ้ ม
มะขามปอ้ มเป็นไม๎ยนื ตน๎ ขนาดเลก็ -กลาง สูง 8-12 เมตร ลาตน๎ มักคดงอ เปลอื กนอกสนี า้ ตาลอบเทา ผิว
เรียบหรือคอํ นขา๎ งเรียบ เปลือกในสีชมพูสด ใบเดี่ยว มีลักษณะคล๎ายใบประกอบคล๎ายใบมะขาม รูปขอบขนาน
ติดเรียงสลับ กว๎าง 0.25-0.5 ซม.ยาว 0.8-12 ซม. สีเขียวอํอนเรียงชิดกัน ใบสั้นมาก เส๎นแขนงใบไมํชัดเจน
ดอกขนาดเล็กแยกเพศ แตํอยํูบนก่ิงหรือต๎นเดียวกัน ออกตามงํามใบ 3-5 ดอกแนํน ตามปลายก่ิง กลีบเลี้ยง 6
กลบี ดอกสีขาวหรือขาวนวล ผลทรงกลมมเี น้ือหนา 1.2-2 ซม. ผลอํอนมีสีเขียวอํอน ผลแกํมีเขียวอํอนคํอนข๎าง
ใส มเี สน๎ ริว้ ๆ ตามยาว สังเกตได๎ 6 เสน๎ เนอ้ื ผลรบั ประทานได๎มีรสฝาดเปร้ียว ขมและอมหวาน เปลือกหุ๎มเมล็ด
แข็งมี 6 เส๎น เมล็ดมี 6 เมล็ด มะขามป้อม เป็นผลไม๎ท่ีมีวิตามินซีสูงมากท่ีสุดใบบรรดาผลไม๎
ท้งั หลาย มะขามป้อมเพียงลกู เดยี ว ใหว๎ ติ ามนิ ซสี ูงกวาํ วิตามินซีสังเคราะห๑ถึง 12 เทํา และมากกวําน้าส๎มค้ัน 20
เทาํ มากกวาํ แอปเปิลกวาํ 100 เทาํ มีคณุ คําทางสมุนไพรสงู
ฤดูเกบ็ เกี่ยว
การเก็บเก่ียว – มะขามป้อมจะให๎ผลผลิต ปลูกตอนกิ่งใช๎เวลาประมาณ 2-3 ปี จะออกผลผลิต การ
ปลูกเพาะเมล็ด ใช๎เวลาประมาณ 3-5 ปี ให๎ผลผลิต ผลสุกขยายขนาดโตเต็มท่ี จะมีสีเขียวอมเหลือง ออกใสๆ
ให๎เด็ดออกจากขว้ั ออกมา แล๎วต๎องระวังอยาํ ทาหลํน อาจทาให๎ผลชา้ เสียหายได๎
ฝร่ัง
ชือ่ ภาษาไทย ฝร่งั
ชอื่ ภาษากะเหรี่ยง เสํวาลอ
ลักษณะของฝร่ัง
ราก เป็นระบบรากแก๎ว แตกเปน็ รากแขนงจานวนมาก และหยง่ั ลึกไดม๎ ากกวํา 2-5 เมตร
ลาต๎น เป็นไม๎ยนื ตน๎ ขนาดเล็ก เป็นทรงพํุม สงู ประมาณ 3-10 เมตร แตกกิง่ ก๎านบริเวณใกลโ๎ คนต๎น มีการ
แตกหนอํ จากรากบริเวณใกล๎กับลาตน๎ เปลอื กมสี ีน้าตาลอมแดงหรอื น้าตาลอมเขยี ว เปลอื กลอกออกเม่ือลาตน๎
แกํ กิ่งออํ นมปี ีกเล็ก ทาให๎กงิ่ มรี ปู เป็นสเี่ หลี่ยม กิง่ ออํ นมสี ีเขียวอมเหลืองหรอื แดงเข๎ม มีขนปกคลุมหนาแนนํ
และจะหลุดหายเม่อื ก่ิงแกํ ก่ิงแกสํ ีนา้ ตาลอมแดงไมํมขี นปกคลมุ
ใบ เปน็ ไม๎ประเภทใบคํู ใบอํอนมีสเี ขยี ว ผิวใบมลี ักษณะไมํเรียบ มขี นออํ นปกคลุม แตกออก 2 ใบ จากกิ่ง
ตรงขา๎ มกนั ดา๎ นบนใบมีรํองลึก แผนํ ใบเป็นรปู ไขํ ปลายมน กวา๎ ง 3-7 เซนตเิ มตร ยาว 5-15 เซนติเมตร
ดา๎ นหลังใบเรยี บ ดา๎ นท๎องใบมีขนอํอนปกคลมุ มเี ส๎นใบมองเหน็ ชัด เป็นนนู ข้ึนมา ฐานใบโคง๎ ขอบใบเรยี บ และ
มีขอบโปรงํ ใส
ดอก ดอกของฝรงั่ จะมเี กสรตัวผ๎ู และตวั เมียอยํูในดอกเดยี วกนั ดอกเกิดทตี่ าข๎างบริเวณเหนือซอกใบ มักไมํ
เกิดท่ีตายอด เกิดเป็นดอกเดีย่ วหรอื ดอกชํอ จานวน 2-3 ดอกตํอชํอ กา๎ นดอกสเี ขยี วอมเหลือง มีขนปกคลมุ
เมอ่ื ตดิ ผลมีสีเขียวอํอน มกี ลีบรองดอก 4-6 อัน มีสเี ขยี วอมเหลอื ง มีขนอํอนปกคลุม ดอกตมู จะมีกลีบเล้ียงหบุ
หํอหุม๎ ดอกไว๎ และจะแตกออกเม่อื ดอกเร่ิมคลบ่ี าน ชนั้ กลบี เลย้ี งจะไมํรวํ งออกจนผลแกํก็ยังติดอยํู ชัน้ กลีบดอกสี
ขาวรูปราํ งรีขนาดเทาํ กนั มีจานวน 4-5 อัน เกสรตัวผ๎ูมีจานวนมาก และแทรกอยูรํ อบๆ อับเกสรสีเหลอื งอํอน
และแตกตามความยาว เกสรตัวเมียมีรงั ไขํ 4-5 ชํอง ก๎านเกสรตัวเมียเรยี วยาว มีสเี ขยี วอมเหลือง ไมํมีขน ยอด
เกสรตัวเมียมตี ุมํ เล็กๆ
ผล รูปรํางกลมหรือรูปไขํ เป็นป่องตรงปลาย เส๎นผําศูนย๑กลาง 5-9 เซนติเมตร ยาว 5-12 เซนติเมตร ขึ้นกับ
พันธุ๑ และความอุดมสมบูรณ๑ของดิน รวมถึงปัจจัยการดูแล มีช้ันกลีบเลี้ยงติดอยํูท่ีปลาย เปลือกโดยท่ัวไปเรียบ
และขรุขระเล็กน๎อย ผิวเปลือกเป็นมัน ผลอํอนมีสีเขียวเข๎ม ผลแกํมีสีเขียวอํอน เมื่อสุกจะมีสีเหลืองอํอนหรือสี
เหลืองข้ึนอยกํู บั สายพันธุ๑ เน้ือผลมสี ีขาว สีขาวชมพู และเหลือง
เมล็ด แทรกตัวในเนื้อช้ันในบริเวณใจกลางของผล เมล็ดอาจมีจานวนมาก จานวนน๎อยหรือไมํมีเลย
ขึ้นอยูํกับพันธ๑ุ เมล็ดมีลักษณะกลมมน สีเหลืองอํอนหรือน้าตาลอมเหลือง เปลือกเมล็ดมีลักษณะแข็งมาก
เส๎นผําศูนย๑กลางประมาณ 0.2-0.3 เซนติเมตร และยาว 0.3-0.5 เ ซ น ติ เ ม ต ร
ฤดูเก็บเกย่ี ว
ฝรง่ั นบั จากดอกบานจนถงึ ผลแกํพร๎อมที่จะเก็บเกี่ยวได๎จะใช๎เวลาประมาณ 5 เดือน ฝรั่งที่ยังอํอน ผิวจะมีสี
เขยี วเข๎ม เมื่อเรม่ิ แกํสีเขียวจะจางลง และเตํงตึงเป็นมัน ไมํควรเก็บผลท่ียังไมํแกํเต็มที่ เพราะยังมีการสร๎างแป้ง
และสีไมเํ ตม็ ท่ี ผลจะน่มิ การเกบ็ เกยี่ วควรใชก๎ รรไกรตดั ข้วั ผลมาด๎วย โดยไมํตอ๎ งเอาถุงพลาสติกท่ีห๎ุมผลฝร่ังออก
เพ่อื ประหยดั เวลา ถ๎าหากไมมํ ขี ัว้ ตดิ ผลจะทาให๎ฝรงั่ เส่อื มคุณภาพเร็ว และอาจถกู เชื้อโรคเข๎าทาลายไดง๎ ําย
มะมว่ ง
ช่ือภาษาไทย มะมวํ ง
ชื่อภาษากะเหรยี่ ง เสํอเค๏าะสาํ
ลักษณะของมะม่วง
มะมํวง (ชื่อวิทยาศาสตร๑: Mangifera Indica) เป็นไม๎ยืนต๎นในสกุล Mangifera ซ่ึงเป็นไม๎ผลเมืองร๎อน
ในวงศ๑ Anacardiaceae (กลํุมเดียวกับถ่ัวพิสตาชีโอและมะมํวงหิมพานต๑) เป็นพืชท่ีมีถ่ินกาเนิดในอินเดีย
เพราะการท่ภี ูมิภาคนัน้ มคี วามหลากหลายทางพันธุกรรมและรํองรอยฟอสซิลที่หลากหลาย นับย๎อนไปได๎ถึง 25
- 30 ล๎านปีกํอน[2] มะมํวงมีความแตกตํางประมาณ 49 สายพันธ๑ุกระจายอยูํตามประเทศในเขตร๎อนต้ังแตํ
อินเดยี ไปจนถึงฟิลิปปินส๑ จากนนั้ จึงแพรํหลายไปท่ัวโลก เป็นไม๎พุํมขนาดกลาง ใบโต ยาว ปลายแหลม ขอบใบ
เรียบ ใบอํอนสีแดง ออกดอกเป็นชํอตามปลายก่ิง ดอกขนาดเล็ก สีขาว ผลอํอนสีเขียว ผลแกํสีเหลือง เมล็ด
แบน เปลือกหุม๎ เมลด็ แขง็
ฤดูเกบ็ เกี่ยว
การเก็บผลมะมํวงเป็นข้ันตอนที่สาคัญอีกข้ันตอนหน่ึง ต๎องเก็บให๎ถูกต๎อง เพื่อให๎ผลมะมํวงท่ีได๎มี
คณุ ภาพดี เปน็ ทต่ี ๎องการของตลาดไมํออํ นเกินไป หรือปลํอยไว๎จนสุกงอมเกินไป ทั้งนี้ข้ึนอยํูกับพันธุ๑ของมะมํวง
และความใกล๎ไกลของตลาด เปน็ สาคญั ข๎อสังเกตงํายๆ วํามะมํวงจะแกํเมอ่ื ใดนน้ั สิง่ ทน่ี ําสงั เกต 2 ประการคอื
1. แก๎มผลท้ัง 2 ข๎างพองโตเต็มท่ี สีผิวเปล่ียนจากสีเขียวเป็นสีขาวจาง สังเกตจากผิวของผลมะมํวงมีสีขาวนวล
หรือไขปกคลมุ ผล
2. เก็บตัวอยํางผลมะมํวงมา 2-3 ผล เพื่อทดสอบ โดยนามะมํวงมาแชํน้าดู หากผลมะมํวงจมน้าแสดงวําแกํจัด
ถา๎ ลอยแสดงวํายงั อํอนอยํู และเวลาเกบ็ ต๎องอยําใหช๎ ้า มิฉะน้นั จะเนําและเสียได๎งํายเวลามะมํวงสกุ
มะเฟือง
ชอ่ื ภาษาไทย มะเฟอื ง
ชอ่ื ภาษากะเหร่ียง มะเปอสํา
ลักษณะของมะเฟอื ง
ไม๎ยืนต๎นขนาดกลางสูง 8-12 เมตร แตกก่ิงก๎านสาขามาก ลาต๎นส้ัน เรือนยอดแนํนทึบ ลาต๎นสีน้าตาล
อมแดง ผิวขรุขระ ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ แตํละใบมีใบยํอย 3-11 ใบ ใบยํอยออกตรงข๎ามกัน
หรือเรียงสลับกัน ใบยํอยรูปขอบขนาน แถบใบหอก กว๎าง 2-3.5 เซนติเมตร ยาว 3-9 เซนติเมตร ปลายใบ
แหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบมัน ใบอํอนสีเขียวอมแดง ใบยํอยตรงปลายใบมีขนาดใหญํ ดอกชํอขนาด
เลก็ โคนเช่ือมติดกัน ปลายแยก 5 กลีบ กลีบดอกสีชมพู ถึงมํวงแดง แตํตอนโคนกลีบสีซีดจางเกือบขาว ปลาย
กลีบโค๎งงอน ออกตามซอกใบที่มีใบติดอยูํ หรือใบรํวงหลุดไปแล๎ว หรืออาจจะออกตามลาต๎น กลีบเล้ียงสีมํวงมี
5 กลีบ ปลายแหลม ก๎านชชู ํอดอกมสี ีมวํ ง ผลสด รปู กลมรี อวบน้า มสี นั เดนํ ชัด ลักษณะเปน็ กลบี ขึ้นเป็นเฟือง 5
เฟือง มองเห็นเป็นสันโดยรอบผล 5 สัน เมื่อผําตามขวางจะเป็นรูปดาว 5 แฉก ยาว 7-14 เซนติเมตร ผลดิบสี
เขียว ผลสกุ สีเหลืองอํอนอมส๎ม เปน็ มนั ลื่น เนื้อผลลักษณะชํุมน้า รสหวานอมเปร้ียวรับประทานได๎ เมล็ดแบนสี
ดา ยาวเรียวขนาด 0.5 เซนติเมตร มีหลายเมล็ด ผลและยอดอํอนใช๎รับประทานได๎ ให๎ผลตลอดปี บางชนิดรส
หวาน บางชนิดรสเปร้ียว ผลกินได๎ทั้งขณะผลอํอน และผลสุกแล๎ว พบปลูกตามบ๎านเรือน เรือกสวนทั่วไปเพ่ือ
รบั ประทานผล
ฤดูเก็บเกีย่ ว
การพัฒนาของดอกและผลมะเฟืองในชํวงฤดูฝนและฤดูหนาว มะเฟืองท่ีออกดอกในฤดูฝนจะเร่ิมแทงชํอ
ดอกในวันที่ 1-5 มิถุนายน และดอกบานในวันที่ 7-15 มิถุนายน สามารถเก็บผลผลิตได๎ในชํวงกลางเดือน
สิงหาคมถึงกันยายน รวมใช๎เวลาตั้งแตํเริ่ม ออกดอกจนถึงผลแกํพร๎อมเก็บเก่ียวประมาณ 88 วัน โดยจะเก็บ
เก่ียวไดม๎ ากสุดในปลายเดือน สงิ หาคม
มะละกอ
ช่อื ภาษาไทย มะละกอ
ช่อื ภาษากะเหร่ยี ง เสอํ กว้เี สสํ าํ
ลกั ษณะของมะละกอ
มะละกอเป็นไม๎ล๎มลุก อายุยืน สูง 3-6 เมตร เป็นพืชใบเล้ียงคูํ แตํใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยวมี 5-9 แฉก
ขอบใบเว๎า และเป็นแฉกลึก ขนาดของใบสํวนใหญํอยูํประมาณ 80 – 120 ซม. มียางเหนียวสีขาวอยํู ออกเรียง
สลับรอบต๎น และจะไปเกาะกลํุมอยํูด๎านบนสุดของลาต๎น ภายในก๎านใบจะมีลักษณะเป็นหลอด กลมกลวงยาว
25 – 100 ซม. ดอกจะเป็นดอกแยกเพศ โดยที่ มะละกอบางต๎นอาจมีดอกเพียงเพศเดียว แตํบางต๎นอาจมีดอก
ได๎ทั้งสองเพศก็ได๎ ซ่ึงถ๎าดอกเพศผ๎ูจะออกเป็นชํอยาวห๎อยลง ดอกสีขาว มี 5 กลีบ สํงกล่ินหอม สํวนดอกเพศ
เมียจะมีสีขาวเหมือนกัน แตํออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญํกวําดอกเพศผ๎ู ผลเป็นรูปรีคล๎าย
กระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง อาจหนักได๎ถึง 9 กิโลกรัม ผลดิบมีสีเขียว และมีน้ายางสีขาวสะสมอยูํที่เปลือก
สวํ นผลสุก เนอ้ื ในจะมสี เี หลอื งถงึ สม๎ มีเมล็ดสีดาเลก็ ๆ จานวนมาก อยํภู ายในทัเน้ิอห๎มุ เมลด็ สขี าวใส
จากลักษณะดอกของมะละกอท่ีกลําวข๎างต๎นทาให๎แบํงมะละกอออกเป็น 3 เพศคือ เพศชาย เพศหญิง
และเพศคํู (hermaphrodite) โดยเพศชายจะผลิตแคํเกสรเพศผ๎ู สํวนเพศหญิงจะผลิตได๎แคํผลซึ่งต๎องได๎รับ
ละอองเกสรจากเพศผ๎ูกํอนถึงจะออกผลได๎ สํวนเพศคํูสามารถผลิตละอองเกสรได๎เองและออกผลได๎ภายในดอก
เดียวกัน เนื่องจากมันมีทั้งละอองเกสรเพศผ๎ูและรังไขํเพศเมีย ท้ังน้ีมะละกอท่ีเป็นที่นิยมปลูกสํวนใหญํมักเป็น
เพศคํู
ฤดเู กบ็ เกย่ี ว
ต๎นมะละกอท่ีปลูกไปประมาณ 5-6 เดือน ก็สามารถเก็บเก่ียวผลดิบได๎ หากต๎องการเก็บผลสุก ให๎รอ
ประมาณ 8-10 เดือน จึงจะเก็บเก่ียวได๎ โดยเลือกผลที่กาลังเริ่มสุก ผิวเริ่มมีแต๎มสีส๎มปนเขียว และผลยังไมํนิ่ม
มาก
มะไฟ
ชอื่ ภาษาไทย มะไฟ
ชอ่ื ภาษากะเหรย่ี ง ซะเปอะจอ่ื
ลักษณะของมะไฟ
ลาต๎น มะไฟเป็นไม๎ยืนต๎นขนาดกลาง ไมํผลัดใบ ลาต๎นสูงประมาณ 12-20 เมตร เปลือกลาต๎นเรียบ มีสี
เทา ลาตน๎ แตกก่งิ โปรํง ทาให๎มที รงพมํุ บาง
ใบ ใบมะไฟแทงออกใบเดี่ยวบรเิ วณปลายยอด เรียงสลบั ตรงข๎ามกัน มีก๎านใบยาว 1.5-3 ซม. ใบมีรูปหอก
คํอนข๎างบาง โคนใบ และปลายใบแหลม ขอบใบ และแผํนใบเรียบ และใบเป็นมัน ใบกว๎างประมาณ 4-8 ซม.
ยาวประมาณ 10-22 ซม. ใบมีเสน๎ ใบแตกเปน็ คๆํู 5-8 คํู เสน๎ ใบด๎านลาํ งนนู มองเห็นไดช๎ ดั เจน
ดอก ดอกมะไฟออกเป็นชํอตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง และลาต๎น ดอกมีก๎านชํอดอกยาว ดอกมะไฟน้ีเป็น
ดอกแยกเพศ มีดอกเพศผู๎ และเพศเมียคนละชํอกัน และสํวนมากดอกแตํละเพศจะแยกต๎นกันอยูํ แยกเป็นต๎น
ดอกตัวผู๎ และต๎นดอกตัวเมีย ดอกมะไฟจะเร่ิมออกดอก และจะทยอยออกไปเรื่อยๆ ต้ังแตํเดือนธันวาคม -
กุมภาพันธ๑ และจะเรมิ่ เกบ็ ผลได๎ในชวํ งเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
ดอกตัวผ๎ูมีขนาด 5-8 ซม. มีกลีบดอก 4-5 กลีบ แตํละกลีบมีขนาดไมํเทํากัน และเหล่ือมซ๎อนกัน ภายในดอกมี
เกสรตวั ผู๎ 4-10 อัน สํวนดอกตวั เมยี จะมีกลีบดอกคลา๎ ยกนั มใี บประดับที่โคนดอก ภายในดอกมีรังไขํที่มีขนเป็น
ชํองๆ 2-5 ชํอง รงั ไขนํ ี้อาจพฒั นาเป็นเมลด็ ทั้งหมดหรอื อาจกลายเปน็ เมลด็ ลีบ
ผล ผลมะไฟมลี ักษณะกลม ขนาดผลประมาณ 2.5 ซม. ผลมีผิวเรียบ ผลมีเปลือกคํอนข๎างหนา เปลือกผล
มีสคี รมี อมเหลอื ง หรือ สเี หลอื ง ภายในผลแบงํ เปน็ พูด๎วยเมล็ดท่ีหุ๎มด๎วยเน้ือที่ฉ่าน้า 1-4 เมล็ด เมล็ดภายในเยื่อ
หมุ๎ มลี ักษณะแบนรูปไขํกลับหวั ขนาดเมล็ดประมาณเมล็ดส๎มโอ
ฤดเู กบ็ เกี่ยว
มะไฟกาเป็นผลไม๎พื้นเมืองทางภาคใต๎ พบมากแถบเทือกเขาบรรทัดบริเวณป่าดิบช้ืน ตั้งแตํ จ.พังงา
นครศรธี รรมราช พัทลงุ สตูล และ จ.ตรัง ใหผ๎ ลดกต๎นละไมํต่ากวํา 800-1,000 กิโลกรัมตํอต๎นตํอปี โดยจะออก
ดอกในชํวงเดือนพฤษภาคมและสุกราวกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี ซ่ึง 1 ปีจะมีลูกให๎กินแคํ 1 ครั้งหรือ
ประมาณ 2 เดอื นกจ็ ะรํวงหลํน
ขนุน
ช่ือภาษาไทย ขนนุ
ชื่อภาษากะเหรีย่ ง เปอะแหนวํ สาํ
ลกั ษณะของขนนุ
ขนุนเปน็ ไม๎ยืนตน๎ ขนาดใหญํ อยูํในวงศเ๑ ดยี วกบั สาเก สูง 15-30 เมตร ลาต๎นและก่งิ เมื่อมีบาดแผลจะมีน้า
ยางสขี าวขน๎ คล๎ายนา้ นมไหล ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั แผนํ ใบรปู รี ขนาดกวา๎ ง 5-8 เซนตเิ มตร ยาว 10-15 เซนติเมตร
ปลายใบทํูถึงแหลม โคนใบมน ผิวในด๎านบนสีเขียวเข๎มเป็นมัน เน้ือใบหนา ดอกเป็นชํอแบบชํอเชิงลดแยกเพศ
อยูํรวมกัน เป็นชํอสีเขียว อัดกันแนํน แยกเพศ แตํอยํูบนต๎นเดียวกัน ชํอดอกตัวผู๎ออกตามปลายก่ิงหรือซอกใบ
เปน็ แทํงยาว ชอํ ดอกตัวเมียเป็นแทํงกลมยาว ออกตามลาต๎นหรือกิ่งใหญํ เม่ือติดผล ดอกท้ังชํอจะเจริญรํวมกัน
เป็นผลรวมมีขนาดใหญํ โดย 1 ดอกกลายเป็น 1 ยวง ในผล ผลดิบเปลือกสีเขียว หนามทํู ถ๎ากรีดเปลือกจะมี
ยางเหนยี ว เม่ือแกํ เปลอื กสนี ้าตาลออํ นอมเหลือง หนามจะป้านขึ้น ภายในผลมีซังขนุนหุ๎มยวงสีเหลืองไว๎ เมล็ด
อยํใู นยวง
ฤดูเกบ็ เก่ยี ว
การเกบ็ เกยี่ วผลขนุนน้นั กอํ นเกบ็ เก่ยี วควรงดให๎น้าต๎นขนุนสักสองอาทิตย๑นะคะ เพราะจะทาให๎ผลมีรส
หวานข้ึน หากเก็บกํอนที่ผลจะสุก จะทาให๎ได๎ขนุนที่มีเน้ือด๎อยคุณภาพ หวานน๎อย วิธีการดูวําผลสุกแกํหรือยัง
สงั เกตไดห๎ ลายวธิ ีคํะ เชนํ ลองเคาะฟงั เสยี งดู จะมีเสียงหลม ๆ ใบเลี้ยงท่ตี ดิ อยกูํ บั ขั้วผลออกสีซีดเหลือง กรีดดูที่
ข้วั ผลน้ายางจะใส หากกดดทู ่หี นาม หนามของผลขนุนจะหํางและปลายหนามทูํ
มะกอกป่า
มะกอกป่า หรือนิยมเรียกวาํ มะกอก ( Hog plum )
ช่อื วทิ ยาศาสตร๑ Spondias pinnata ( L. f. ) Kurz
จัดอยํูในวงศ๑ตระกูลเดียวกับมะมํวง ( ANACARDIACEAE ) เป็น ไม๎ยืนต๎นขนาดใหญํประเภทผลัดใบซึ่งมีอายุ
หลายปี ถิน่ กาเนิดในแถบเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต๎พบได๎ทั่วไปตามป่าดิบชื้น มะกอกจะเริ่มออกดอกตั้งแตํต๎นฤดู
ฝน ประมาณเมษายน – มิถนุ ายน จากน้ันจะทยอยออกดอก และบานเรื่อย ๆจนถึงฤดูหนาว แตํสํวนมากจะพบ
ออกดอก และตดิ ผลมากในชวํ งปลายฤดูหนาว
ฤดเู ก็บเกย่ี ว
มะกอกจะเร่ิมออกดอกต้ังแตํต๎นฤดูฝน ประมาณเมษายน-มิถุนายน จากนั้น จะทยอยออกดอก และ
บานเรอ่ื ย ๆจนถึงฤดูหนาว แตสํ ํวนมากจะพบออกดอก และตดิ ผลมากในชวํ งปลายฤดูหนาว
ส้มโอ
ชื่อภาษาไทย ส๎มโอ
ชื่อภาษากะเหร่ยี ง มะโอสาํ
ลกั ษณะของส้มโอ
ส๎มโอเป็นไม๎ยืนต๎นขนาดกลาง แตกก่ิงก๎านสาขาท่ีเรือนยอด ลาต๎นมีสีน้าตาล มีหนามเล็ก ๆ สูงประมาณ
8 เมตร ใบเปน็ แผนํ หนาสเี ขยี วเขม๎ โคนก๎านใบมหี ใู บแผํออกเปน็ รูปหัวใจ แผํนใบเหมือน มะกรูด คือแบํงใบเป็น
2 ตอน แตขํ นาดใบใหญกํ วํา ใบหนาแข็ง มีสเี ขยี วแกํ มีกลนิ่ หอม ดอกออกเป็นชํอสั้นหรือดอกเด่ียว ตามบริเวณ
งํามใบ มีสีขาว ปลายกลีบมนมี 4 กลีบ กลางดอกมี เกสร 20-25 อัน ผลกลมโต บางพันธุ๑ตรงขั้วมีจุกสูงข้ึนมา
ผิวผลเมื่อยังอํอนมีสีเขียว เมื่อแกํจัดเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง ผิวของผลไมํเรียบ ผิวของเปลือกผลมีตํอม
น้ามนั กระจายท่วั ไป ภายในผลเปน็ ชอํ ง ๆ มีแผํนบาง ๆ สีขาวกั้นเนื้อให๎แยกออกจากกัน เน้ือแตํละสํวนเรียกวํา
"กลบี " มีรสหวานหรือหวานอมเปร้ียว มีเมล็ดฝังอยํูระหวํางเนื้อมากกวํา 1 เมล็ด[3] ผลส๎มโอมีเปลือกหนาทาให๎
สามารถเก็บรักษาไดน๎ าน มวี ิตามินซีมาก
ฤดูเก็บเกีย่ ว
ส๎มโอตง้ั แตอํ อกดอกจนถงึ เก็บเกยี่ วจะมอี ายุ 8 เดอื น ทางสวนส๎มโอเมืองทอง จะยึดวันเตรียมความพร๎อม
เปิดตาดอกในวันพํอ และจะเริ่มเก็บขายได๎ในวันแมํของทุกปี ส๎มโอมีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตได๎ยาวนาน ถ้า
ดูแลให้ดี มีการตัดแต่งกงิ่ ทุกปี บารงุ ทุกปี สามารถเก็บผลผลติ ไดย้ าวนานถึง 30 ปี
ลิ้นจี่
ชือ่ ภาษาไทย ล้นิ จี่
ชอ่ื ภาษากะเหรีย่ ง แจห่ ง่อสา่
ลักษณะของลนิ้ จี่
ลาต๎น ลิ้นจ่ีเป็นไม๎สกุลเดียวกับเงาะ และลาไย มีอายุได๎นาน 5-25 ปี หรือมากกวํา เป็นไม๎ไมํมีการพลัด
ใบ และมีความสูงขนาดกลาง มีลาต๎นสูงประมาณ 10-15 เมตร หรือมากกวํา ลาต๎นแตกกิ่งคํอนข๎างต่า ก่ิงมี
ขนาดยาว แตกกิ่งออกจานวนมาก ทาให๎แลดูเป็นทรงพํุมหนาทึบเป็นทรงกลม เปลือกลาต๎นมีสีน้าตาลอมเทา
เปลือกลาต๎นขรขุ ระ
ใบ ใบล้ินจ่ีเป็นใบประกอบ โดยมีก๎านใบหลักยาว 10-20 ซม. แตํละก๎านใบมีใบยํอยแตกออกด๎านข๎าง
เรยี งสลบั กัน 2-10ใบ ใบมีลักษณะเป็นรูปหอก เรียวยาว โคนใบสอบ ปลายใบแหลม แผํนใบเรียบ แผํนใบหนา
และเหนยี วคลา๎ ยหนงั ใบอํอนหรือยอดอํอนมีสีคํอนข๎างแดง สํวนใบแกํมีสีเขียวเข๎ม และเป็นมัน สํวนท๎องใบมีสี
เขยี วอมเทาที่จางกวําแผนํ ใบด๎านบน
ดอก ดอกลิ้นจี่แทงออกเป็นชํอบริเวณปลายกิ่งหรือปลายยอด มีก๎านชํอดอกยาว 10-30 ซม. ก๎านชํอ
ดอกแตกแขนงกว๎าง 10-30 ซม. แตํละชํอดอกประกอบด๎วยดอกจานวนมาก ดอกมีขนาด 3-5 มม. มีก๎านดอก
ยาวประมาณ 1.5 มม. ดอกมีกลีบเล้ียง 4-5 กลีบ สํวนกลีบดอกจะไมํมี สีเหลืองอมเขียว เป็นรูปถ๎วย ภายในมี
เกสรตัวผู๎ 5-10 อัน สํวนชั้นในสุดเป็นเกสรตัวเมียท่ีมีก๎านชูเกสร และรังไขํ โดยรังไขํมี 2 พู แตํจะติดเป็นผล
เพยี ง 1 พู เมื่อดอกบานจะสํงกลิ่นหอม ดอกลิ้นจ่ีเป็นดกไมํสมบูรณ๑เพศ โดยมีการแยกดอกออกเป็นดอกเพศผู๎
และดอกเพศเมียอยูํในชํอดอกเดียวกัน โดยแบํงดอกออกเป็น 3 ชนิด คือ 1. ดอกเพศผ๎ู ดอกเพศผู๎มีสีเหลือง
อํอนอมเขียว ชูก๎านเกสรสูง โดยยอดเกสรมีอับละอองเกสรสีน้าตาลอํอน 6-7 อัน โดยดอกจะเร่ิมบานในชํวง
เดือนกุมภาพันธ๑-มีนาคม ซ่ึงการบานของดอกในชํวงปลายเดือนกุมภาพันธ๑ จะพอดีกับการบานของเกสรเพศ
เมียที่อยูํในชํอดอกเดียวกัน 2. ดอกเพศเมีย ดอกเพศเมียจะมีสีขาวอมเหลือง มีขนาดใหญํกวําดอกเพศผ๎ู เม่ือ
ดอกบาน และถึงเวลาผสมพันธุ๑ ดอกจะมนี ้า เมอื กใสๆอยบํู นยอดเกสร น้าเมือกน้ีทาหน๎าที่จับละอองเกสรเพศผ๎ู
ท่ีเข๎าผสมพันธุ๑ ดอกเพศเมียจะเร่ิมบานในเวลาไลํเลี่ยกับดอกเพศผู๎ 3. ดอกสมบูรณ๑เพศ/ดอกกระเทย ดอก
สมบูรณ๑เพศหรือดอกกระเทย เป็นดอกที่ทาหน๎าที่ได๎ท้ังดอกเพศผู๎ และดอกเพศเมีย แตํมีลักษณะดอกคล๎าย
ดอกเพศเมีย
ผล และเมลด็ ผลล้นิ จมี่ ีลักษณะหลายแบบขึ้นอยูํกับสายพันธุ๑ ทั้งผลแบบกลม ทรงรี และรูปหัวใจ โดย
ใน 1 ชํอ จะมีผลต้ังแตํ 1-40 ผล หรือมากกวํา ผลมีเปลือกบาง ผิวเปลือกขรุขระ มีสีชมพูอมแดงหรือสีแดงสด
เปลือกผลสามารถแกะแยกออกจากเนื้อได๎งําย ถัดจากเปลือกจะเป็นเนื้อหุ๎มเมล็ด สีขาวขุํนที่ฉ่าไปด๎วยน้า เนื้อ
ใหร๎ สหวานอมเปร้ียวเล็กน๎อย ถัดมาด๎านในจะเป็นเมล็ดที่มีลักษณะรี เปลือกเมล็ดมีสีน้าตาลเข๎ม ผิเปลือกเรียบ
และเป็นมัน ขั้วเมลด็ มเี ยือ่ สีขาวทเี่ ชอ่ื มกับขวั้ ผล
ฤดเู ก็บเก่ยี ว
ลิ้นจี่จัดเป็นไม๎ผลประเภท non-climacteric หลังการเก็บเกี่ยวแล๎ว ไมํมีการเปล่ียนแปลงคุณภาพ
ผลผลิต ในทางที่ดีขึ้น และ เอธิลีนไมํมีผลตํอการสุกหรืออีกนัยหนึ่งเรียกวํา เป็นผลไม๎ท่ีไมํสามารถบํมให๎สุกได๎
ดั ง น้ั น ก า ร เ ก็ บ เ ก่ี ย ว ล้ิ น จ่ี จึ ง ค ว ร เ ก็ บ เ กี่ ย ว ใ น ร ะ ย ะ ผ ล แ กํ พ อ ดี เ พ่ื อ ใ ห๎ ไ ด๎ ผ ล ผ ลิ ต ที่ มี คุ ณ ภ า พ
แตงไทย
ช่อื ภาษาไทย แตงไทย
ชื่อภาษากะเหรย่ี ง ดหี มือ่ สํา
ลักษณะของแตงไทย
แตงไทย (อังกฤษ: Muskmelon; ช่ือวิทยาศาสตร๑: Cucumis melo) อยํูในวงศ๑ Cucurbitaceae ทาง
ภาคเหนือเรียก แตงลายหรือมะแตงสุก ภาคอีสานเรียก แตงจิงหรือแตงกิง ภาษาเขมรเรียกซกเซรา ภาษา
กะเหร่ียงเรียก ดี มีถ่ินกาเนิดในเอเชียใต๎ต้ังแตํเชิงเขาหิมาลัยไปถึงแหลมโคโมริน [1] รวมทั้งพันธ๑ุที่ผิวเรียบ เชํน
honeydew crenshaw และ casaba และพันธ๑ุท่ีผิวไมํเรียบ เชํน แคนตาลูป แตงเปอร๑เซีย และ Christmas
melon แตงกวาอาร๑เมเนีย จดั อยูใํ นกลมํุ เดียวกบั แตงไทย แม๎วาํ รปู รํางและรสชาติจะใกล๎เคยี งกบั แตงกวา
แตงไทยป็นพืชล๎มลุก ลาต๎นเป็นเถาเล้ือย มีขนอํอน ปกคลุมตลอดทั้งลาต๎นและใบ ใบเป็นใบเดี่ยวขนาด
ใหญํ ขอบใบหยกั ก๎านใบยาว ดอกสีเหลือง มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ผลมีขนาดคํอนข๎างใหญํ รูปรํางกลมยาว ขนาด
เส๎นผําศูนย๑กลางผล 12-15 ซม. ยาว 20-25 ซม. ผลอํอนสีเขียวและมีลายสีขาวพาดยาว เม่ือผลแกํเปลือก
เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผิวเรียบเป็นมัน เนื้อในผลสีเหลืองอํอนอมเขียว กล่ินหอม มีเมล็ดรูปแบนรี สีครีมจานวน
มาก แตงไทยให๎ผลผลิตในชํวงหนา๎ ร๎อน สามารถปลูกได๎ทุกภาคท่วั ประเทศไทย
ฤดูเก็บเกีย่ ว
การเก็บผลผลิต แตงไทยมีอายุในการเก็บเกี่ยวประมาณ 2 เดือนคร่ึงนับจากวันท่ีปลูก เคล็ดลับในการ
เก็บผลแตงไทยให๎ได๎ผลที่หอมอรํอย คือ รอให๎แตงไทยสุกจนหลุดจากข้ัวเอง จะได๎แตงไทยท่ีหอมหวาน อรํอย
เพราะแตงไทยทหี่ ลุดจากขัว้ เองคอื ผลท่สี ุกกาลงั ดี หลังจากเก็บแล๎วนาไปพกั ไว๎ 2-3 วันจะได๎แตงไทยเน้ือทรายท่ี
อรอํ ยอยําบอกใครเลยทเี ดยี ว
สตอเบอร่ี
ชอ่ื ภาษาไทย สตอเบอรี่
ช่อื ภาษากะเหร่ียง ตําหงํอโพชสิ ํา
ลักษณะของสตอเบอร่ี
สตรอเบอรี่จัดเป็นพืชหลายปี แตํโดยท่ัวไปจะปลูกปีเดียวแล๎วจะมีการปลูกใหมํในปีถัดไป ลักษณะการ
เจริญเติบโตจะแตกกอเป็นพุํมเต้ีย สูงจากพ้ืนดิน 6 – 8 น้ิว ทรงพํุมกว๎าง 8 -12 น้ิว ระบบรากสํวนใหญํอยํู
ระดบั ลกึ ประมาณ 12 นิ้วจากผวิ ดนิ ลาตน๎ ปกตยิ าว 1 นวิ้ ความยาวของก๎านใบขึ้นกับพันธุ๑ ขอบใบหยัก ใบสํวน
ใหญํประกอบด๎วย 3 ใบยํอย ตาท่ีโคนของก๎านใบจะพัฒนาเป็นตาดอก ลาต๎นสาขา ไหล หรือพักตัว โดยขึ้นอยูํ
กับสภาพแวดล๎อมท่ีเหมาะสม ดอกจะออกเป็นชํอ มีกลีบรองดอกสีเขียว กลีบดอกสีขาวหรือชมพู เกสรตัวผ๎ูสี
เหลืองและเกสรตัวเมียเรียงอยูํบนฐานรองดอก ซึ่งฐานรองดอกน้ีจะพัฒนาเป็นเน้ือของผล สํวนเมล็ดอยูํติดกับ
ผิวนอกของผล ผลมีหลายรูปทรง เชํน ทรงกลม ทรงกลมแป้น ทรงกลมปลายแหลม ทรงแหลม ทรงแหลมยาว
ทรงลิ่มยาว และทรงลมิ่ ส้ัน มหี ลายขนาดข้ีนอยํูกับพันธุ๑ ผลจะมีสีเขียวในระยะแรก และคํอยๆเปลี่ยนเป็นสีขาว
เมื่อผลแกจํ ะเปลี่ยนเป็นสแี ดงเข๎ม รสเปรี้ยวอมหวาน กลน่ิ หอมนาํ รับประทาน
ฤดูเกบ็ เกีย่ ว
การเกบ็ เกยี่ ว ควรเก็บในชํวงที่มีอุณหภูมิต่า คือตอนเช๎ามืดในสภาพอากาศแห๎ง แสงแดดยังไมํแรง เมื่อ
เกบ็ เกย่ี วแลว๎ ไมคํ วรปลํอยใหผ๎ ลถูกแสงแดดนานเกนิ กวาํ 10-15 นาที ต๎องรบี นาเขา๎ ท่รี ํมภายในโรงเรือนหรือโรง
คัดบรรจุช่ัวคราวบริเวณแปลงปลูกทันที เนื่องจากผลสตรอว๑เบอร๑รีมีอัตราการหายใจสูงเม่ือถูกแสงแดดจะทา
ให๎ผลเนาํ เสยี หายเรว็ ข้นึ ควรใสภํ าชนะทถ่ี อื ได๎สะดวกและไมํทบั กันเกนิ ไปในแตลํ ะครั้ง และเก็บเก่ียวขณะที่ผลมี
การพัฒนาของสีแดงท่ีผิวประมาณ 3 ใน 4 หรือ 75 เปอร๑เซ็นต๑ของท้ังผล และผลยังคงมีความแข็งกํอนถึงมือ
ผู๎บริโภค ผลที่สุกและนิ่มเกินไปไมํควรใสํรวมกันในภาชนะท่ีนามาจาหนําย หากเป็นชํวงท่ีอุณหภูมิสูงมากอาจ
ทาใหผ๎ ลสกุ อยํางเรว็ ขึ้น
เคพกูสเบอร์ร่ี
ช่ือภาษาไทย เคพกูสเบอรร๑ ี่
ชื่อภาษากะเหร่ยี ง กอฉ่ีโบะ๏
ลกั ษณะของกสู เบอร่ี
ผลไม๎ตระกูลเบอร๑ร่ีมีชื่อเสียงมานานวํามีคุณประโยชน๑มากมาย มีวิตามิน และสารอาหารดีๆ ท่ีชํวย
บารุงรํางกายหลายอยําง แถมรสชาติยังอรํอยสดชื่นอีกด๎วย วันน้ี Sanook! Health จะมาแนะนาให๎ร๎ูจักกับ
ผลไม๎ชอ่ื ดังทางเหนือ ทีก่ าลงั เรม่ิ เป็นท่ีนิยมในหมํูคนไทยท่ัวไปมากข้ึน คือ เคพกูสเบอร์รี่ (Cape Gooseberry)
หรือท่ีบางคนเรียกวํา “โทงเทงฝรั่ง” นั่นเองคํะ ลักษณะของเคพกูสเบอร์ร่ี เป็นผลไม๎ตระกูลเบอร๑ร่ี ลูกกลมๆ
เม่ือสุกแล๎วจะมีสีเหลืองอมส๎ม อยูํภายใต๎กลีบดอกบางๆ สีเหลืองอํอนท่ีหุ๎มลูกกลมๆ แตํละลูกอยํูนอกจากจะมี
ชอ่ื ไทยวํา “โทงเทงฝรัง่ ” แลว๎ ยังมอี ีกชือ่ หนึง่ ทตี่ ั้งข้นึ มาใหมํวํา “ระฆงั ทอง” อกี ด๎วย
ฤดูเกบ็ เกี่ยว
“เคพกูสเบอร๑ร่ี” (Cape Gooseberry) เป็นผลผลิตไม๎ผล ที่มูลนิธิโครงการหลวงได๎นามาทดลองปลูกใน
โครงการ Small fruit ตั้งแตํปี พ.ศ. 2522 ในตระกูลเดียวกับพริก มะเขือ มะเขือเทศ มันฝร่ัง ยาสูบ พิทู
เนีย บางครั้งเรียก Strawberry tomato, Husk tomato และ Ground Cherry มีช่ือเรียกแบบไทยวํา
“โทงเทงฝร่ัง” และชื่อท่ีตั้งขึ้นมาใหมํอยํางสวยงามวํา “ระฆังทอง” ฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะอยูํในชํวงเดือน
พฤศจกิ ายน – เมษายน ของทุกปีจัดเป็น ผลไม๎เพ่ือสุขภาพท่ีเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย มีลักษณะเป็นผลไม๎ลูก
กลมๆ อยภํู ายใต๎กลบี เลย้ี งบาง ๆ สีเหลืองอํอน เมื่อสุกแล๎วจะมีสีเหลืองอมส๎ม รสชาติหวานอมเปร้ียว สามารถ
ทานเดี่ยว จม้ิ เกลอื หรือพลิกแพลงทานเป็นของวํางอยํางอืน่ ได๎
ราสเบอรร์ ี่
ชื่อภาษาไทย ราสเบอรร๑ ่ี
ชื่อภาษากะเหร่ยี ง กอหวาํ สํา
ลกั ษณะของราสเบอรร์ ่ี
ตน๎ ต๎นราสเบอรร๑ ี่ จัดอยใํู นตระกูลพืชลม๎ ลุกที่มีขนาดเล็ก สามารถแตกกิ่งก๎านเลื้อยได๎ นอกจากลาต๎นจะ
เป็นพืชล๎มลุกขนาดเล็กแล๎ว ยังมีอายุท่ียืนยาว ลาต๎นมีสีน้าตาลลักษณะทรงกลมและลาต๎นสามารถแตกหนํอ
เล็กๆ แทงออกมาจากดนิ ได๎ โดยหนํอจะแตกจากลาตน๎ และมีหนามแหลมปกคลมุ
ราก ลักษณะของรากต๎นราสเบอร่ีจะเป็นระบบรากตื้น รากมีลักษณะทรงกลมและมีรากฝอยหรือรากแก๎ว
แขนงเล็กๆ แตกออกตามแนวราบ รากแทงลงในดิน มีสนี ้าตาล
ใบ ลกั ษณะของใบมีขนาดใหญํเป็นทรงรี โดยขอบใบจะมีรอยฟนั หยักเลก็ ๆ ก๎านใบยาว มีหนามปกคลุมและ
มใี บยอํ ย 3 ใบบนก๎านเดยี วกัน ผวิ ของใบสากและใบมสี ีเขยี ว
ดอก ต๎นราสเบอร๑ร่ีออกดอกเป็นชํอ มีดอกยํอย โดยดอกมีลักษณะเป็นรูปทรงแตร กลีบดอกมีสีขาว กลีบ
เลี้ยงมีสีเขยี ว เกสรสเี หลือง สํวนก๎านดอกยาว ดอกออกตามซอกใบและบรเิ วณปลายก่ิง
ผลราสเบอร่ีออกผลเป็นผลเดี่ยว ท่ีมีลักษณะรูปทรงกรวย ด๎านในกลวงคล๎ายรูปหัวใจ ผิวของเปลือกมีปุ่ม
เลก็ ๆ อยํูบนผลจานวนมาก และมขี นเลก็ ๆ คลมุ อยูํท่ัวผล ผลอํอนจะมีสีขาว สํวนผลสุกจะมีสีแดง เนื้อนํุมฉ่าน้า
รสชาติเปร้ียวอมหวานหรือหวานแล๎วแตํตามสายพันธ๑ุ กลิ่นเบอร่ีจะมีกลิ่นท่ีหอมชวนรับประทาน ภายในผลมี
เมล็ดเลก็ ๆ ลักษณะทรงรี เมล็ดแข็งและมีสนี ้าตาล
ฤดเู กบ็ เก่ียว
ราสป์เบอรร์ ่ีเปน็ พชื ทีป่ ลูกแคคํ รั้งเดยี วแตํสามารถเก็บผลผลิตได๎ตลอดปีโดยไมํต๎องลงปลูกใหมํ เพราะต๎นมี
หนํอใหมํเกิดขึ้นอยํูเสมอ ยิ่งหม่ันดูแลและบารุงต๎นอยํางดีจะชํวยให๎มีอายุเก็บเกี่ยวได๎นาน 3-5 ปีทีเดียว
นอกจากน้ียังสามารถปลกู ได๎ทุกสภาพอากาศ ในชวํ งเดอื นใดก็ได๎ ไมํจาเพาะต๎องเป็นฤดูหนาวเทํานั้น
ทบั ทิม
ชื่อภาษาไทย ทับทมิ
ชื่อภาษากะเหร่ียง เสํเมพร่ี
ลักษณะของทบั ทมิ
ไม๎พุํม ขนาดกลาง สูงประมาณ 2 - 5 เมตร เปลือกลาต๎นสีเทาคํอนข๎างเรียบ สํวนท่ีเป็นก่ิงหรือยอดอํอน
จะเปน็ เหลี่ยม ตามก่งิ กา๎ นจะมีหนามแหลม
ใบ เปน็ ใบเดย่ี ว แตกใบออกตรงขา๎ มเปน็ คํู ลักษณะใบรูปยาวรีหรือรูปใบหอกแกมรูปไขํกลับ โคนใบมน
ปลายใบเรยี วแหลม ขอบใบเรียบ และเป็นคลื่นบางชํวง ปลายใบเว๎าบุ๐ม แผํนใบสีเขียวเข๎มเป็นมัน เน้ือใบเนียน
คํอนขา๎ งบาง ใบอํอนสแี ดง
ดอก ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวหรอื ชอํ แบบชอํ กระจกุ ชอํ หนึ่งๆ มีไมํเกิน 5 ดอก ตามปลายกิ่งและซองใบ
ดอกสีส๎มแดง มีกลีบรอบกลีบดอกหนา โคนกลีบติดกันเป็นหลอด ปลายหลอดจักเป็นฟันเลื่อยและโค๎งออก
กลีบดอกมีประมาณ 5 - 7 กลีบ สแี ดงหรอื สสี ๎มปนแดง บางและยนํ
ผล ลกั ษณะเป็นรูปทรงคํอนข๎างกลม ผิวนอกหนาเกล้ียงแข็งเป็นมัน ท่ีปลายมีจุกกลีบรองกลีบดอกติด
อยูํ ผล
แกํสีเหลืองปนแดง ลักษณะของผลจะแตกหรืออ๎าออก ข๎างในผลจะมีเมล็ดจานวนมากเป็นรูปเหลี่ยม เนื้อหุ๎ม
เมลด็ สีชมพสู ด
ฤดเู กบ็ เก่ยี ว
ทับทิม เรยี กในช่ือภาษาอังกฤษวํา "Pomegranate" ช่ือทางพฤษศาสตร๑ "Punica granatum L." เป็นไม๎
พมํุ ขนาดเล็ก แบบผลัดใบ มีความสูงประมาณ ๕ - ๘ เมตร มหี ลายร๎อยสายพนั ธใุ๑ นโลกน้ี ในซกี โลกเหนือ จะติด
ผลประมาณเดอื นกนั ยายน - กมุ ภาพันธ๑ สํวนในซีกโลกใต๎ จะตดิ ผลประมาณมีนาคม - พฤษภาคม
อาโวคาโด้
ช่ือภาษาไทย อาโวคาโด๎
ชื่อภาษากะเหร่ียง โมกาโด๎
ลกั ษณะของอาโวคาโด้
อะโวคาโด หรือ ลูกเนย (อังกฤษ: avocado) เป็นผลไม๎ท่ีมีเนื้อมันเป็นเนย เป็นต๎นไม๎พ้ืนเมืองของ
รัฐปวยบลาในประเทศเม็กซิโก จัดเป็นพืชดอกในวงศ๑ Lauraceae ซ่ึงอยํูในวงศ๑เดียวกับอบเชย
, กระวาน และเบยล๑ อเรล (bay laurel) ผลของอะโวคาโดมีรูปทรงคล๎ายสาลี่ รปู ไขํ หรอื รูปกลม มิชชันนารีชาว
อเมริกันนามาปลูกในประเทศไทยคร้ังแรกที่จังหวัดนํานตํอจากนั้นจึงมีหนํวยงานตําง ๆ นาอะโวคาโดมาปลูก
มากขึ้น
อะโวคาโดเป็นไมย๎ ืนต๎น ต๎นโตเต็มทีส่ งู ถงึ 18 เมตร เปลอื กต๎นสนี ้าตาลอํอน ผิวขรขุ ระ ใบสีเขียวสด ดอก
ขนาดเล็ก สีเขียวอมเหลือง ดอกออกเป็นชํอที่ปลายก่ิงผลกลมรีหรือทรงลูกแพร๑ มีท้ังพันธ๑ุเปลือกหนาและ
เปลอื กบาง เน้ือสีเขียวออกเหลือง รสมัน เน้ือละเอียด ไมํมีกลิ่น มีเมล็ดเดียว มีรกหุ๎มเมล็ด อะโวคาโดแบํงเป็น
3 เผาํ คือ[2]
เผาํ กัวเตมาลา ผลสีเขียว ข้วั ผลขรขุ ระ เมลด็ เรยี บเลก็ คํอนขา๎ งกลม เน้ือหนา ไขมันสูง ชอบอากาศหนาว
เยน็ ปานกลาง เชํน
o พันธุ๑แฮส (Hass)
o พนั ธพุ๑ งิ คเ๑ คอตัน (Pinkerton)
เผาํ อินดสี ตะวันตก ผิวผลเรียบเป็นมนั สีเขียวอมเหลือง เปลอื กหนา เมลด็ อยํูในโพรงเมล็ดอยํางหลวม ๆ
รสหวานออํ น ไขมันน๎อย ชอบอากาศรอ๎ น เชํน
o พนั ธ๑ปุ ีเตอร๑สนั (Peterson)
เผําเม็กซิโก ผลเล็กเรียบ เม่ือแกํสีมํวง เปลือกบางกวําอีก 2 เผํา เปลือกห๎ุมเมล็ดบาง เมล็ดใหญํอยํูใน
โพรงเมล็ดอยํางหลวม ๆ มไี ขมนั มากทส่ี ุด ทนอากาศเย็นไดด๎ ีท่สี ดุ
อะโวคาโดเป็นผักที่มีการค๎าขายและเพาะปลูกในภูมิอากาศเขตร๎อนท่ัวโลก (และบางสํวนในเขตอบอุํน
เชํน รัฐแคลิฟอร๑เนีย) มีผลสีเขียวทางลูกสาล่ีท่ีจะสุกหลังการเก็บเกี่ยว ต๎นไม๎สามารถถํายเรณูในต๎นเดียวกันได๎
และบางครั้งการขยายพนั ธ๑ุจะใช๎การตดิ ตาตอนกิ่งเพ่ือท่จี ะสามารถควบคุมคณุ ภาพและปริมาณของผลได๎
ฤดูเก็บเกย่ี ว
กลางเดือนกนั ยายน - ตุลาคม 170. ผลที่แกํจะมีนวลที่ผิวผล สีผิวผลเป็นสีเขียว เกิดจุดประสีน้าตาลบนผล
มนี ้าหนกั แห๎ง 14.8%
มะยม
ชื่อภาษาไทย มะยม
ชือ่ ภาษากะเหรี่ยง มะยมสํา
ลักษณะของมะยม
มะยม (ชื่อวิทยาศาสตร๑: Phyllanthus acidus) ภาคอีสานเรียกวํา หมากยม ภาคใต๎เรียกวํา ยม เป็นไม๎
ยืนต๎น ขนาดเลก็ ถงึ ขนาดกลาง สูงประมาณ 3 – 10 เมตร ลาต๎นต้ังตรง เปลือกต๎นขรุขระสีเทาปนน้าตาล แตก
กงิ่ ทปี่ ลายยอด กิ่งก๎านจะเปราะและแตกงาํ ย ใบประกอบ มใี บยอํ ยออกเรยี งแบบสลับกันเป็น 2 แถว แตํละก๎าน
มีใบยํอย 20 – 30 คํู ใบรูปขอบขนานกลมหรือคํอนข๎างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลม
หรือมน ขอบใบเรียบ ดอก ออกเป็นชํอตามก่ิง ดอกยํอยสีเหลืองอมน้าตาลเรื่อๆ ติดผลเป็นพวง ผลมีสามพู
ชัดเจน เม่ืออํอนสีเขียว เมื่อแกํเปล่ียนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่าน้า เมล็ดรูปรํางกลม แข็ง สี
น้าตาลอํอน 1 เมล็ด มีท้ังพันธุ๑เปร้ียวและพันธุ๑หวาน ซึ่งมีรสหวานอมฝาด ผลจะอํอนนํุมเมื่อสุก จึงเก็บเกี่ยว
กอํ นผลจะหลนํ จากตน๎ ถิน่ กาเนดิ อยํทู ่ีเอเชียใตแ๎ ละอเมรกิ ันเขตร๎อน
ฤดูเก็บเก่ยี ว
มะยมมักออกลูกในชํวงหลังฤดูหนาวผํานไป แตํก็ใชํวําจะออกลูกดกกันทุกต๎น การท่ีผลไม๎จะติดลูกดก
หรอื ไมํนัน้ ข้นึ อยํกู ับการสะสมอาหารในชํวงฤดูฝนอยํางเต็มที่ และเริ่มพักตัวยาวในชํวงฤดูหนาว จะสังเกตเห็น
วําชํวงกํอนออกดอก ใบจะรํวงจนโกร๐น แล๎วจึงเริ่มแทงชํอดอก ซึ่งมีวิธีมากมายท่ีจะกระต๎ุนให๎ ต๎นมะยมลูกดก
ออกดอกติดผลตามทต่ี ๎องการ