The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลการดำเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้นำนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้นำนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง (สร้างครู ข)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cdlc lampang, 2024-02-07 02:16:39

สรุปผลการดำเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้นำนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง

สรุปผลการดำเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้นำนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้นำนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง (สร้างครู ข)

ก ค ำน ำ กรมกำรพัฒนำชุมชนได้ด ำเนินโครงกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนัก ขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครู ข เพื่อเสร ิมสมรรถนะผู้น ำ นักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงในกำรน ำโครงกำรกิจกรรมตำมแผนพัฒนำต ำบล โดยประยุกต์ หลักกำรทรงงำนและกำรพัฒนำประเทศตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำปรับใช้ในกำรปฏิบัติงำนและ ขยำยผลในพื้นที่ รวมถึงสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง เข้ำขับเคลื่อนงำน ตำมนโยบำยในด้ำนกำร “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน และงำนตำมโครงกำรอื่น ๆ ของกระทรวงมหำดไทย ร่วมกับทุกภำคีเคร ือข่ำยในพื้นที่ ระหว่ำงวันที่ 6 – 24 ธันวำคม 2566 กำรจัดท ำเอกสำรรำยงำนและประเมินโครงกำรครั้งนี้ฯ เพื่อรวบรวมสรุปผลกำรด ำเนินกำร ฝึกอบรม ผลกำรประเมินภำพรวมโครงกำรฯ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทรำบผลกำรด ำเนินงำน และน ำไปพัฒนำ ปรับปรุง ประยุกต์ใช้ในกำรขับเคลื่อนกระบวนกำรฝึกอบรม และกำรบร ิหำรจัดกำรในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป หวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำเอกสำรผลกำรด ำเนินงำนเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกำรปฏิบัติงำนของหน่วยงำนที่ เกี่ยวข้อง และผู้สนใจได้ใช้ประโยชน์ในกำรพัฒนำและต่อยอดงำนต่อไป ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง กุมภำพันธ์2567


ข หน้า สำรบัญ ค ำน ำ ก สำรบัญ ข บทสรุปผู้บร ิหำร ง ส่วนที่ 1 บทน ำ 1 1.1 หลักกำรและเหตุผล 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 กลุ่มเป้ำหมำย 2 1.4 วิธีกำรด ำเนินงำน 2 1.5 หลักสูตรกำรฝึกอบรม 3 1.6 ระยะเวลำด ำเนินกำร 3 1.7 สถำนที่ด ำเนินกำร 3 1.8 งบประมำณด ำเนินกำร 3 1.9 ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 3 1.10 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ 3 ส่วนที่ 2 สรุปเนื้อหำวิชำกำร กิจกรรมและผลกำรด ำเนินกิจกรรม 2.1 วิชำ มอบนโยบำย แนวทำงกำรขับเคลื่อนงำนกรมกำรพัฒนำชุมชนปี 2567 5 2.2 วิชำ ทิศทำงกำรขับเคลื่อนผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลง ปี 2567 8 2.3 วิชำ กรอบแนวทำงโครงกำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต ำบล 11 2.4 วิชำ MOI ONE กำรขับเคลื่อนงำน"บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข" แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน 16 2.5 วิชำ เทคนิคกำรจัดท ำยุทธศำสตร์(VP Canvas/ผังต้นไม้/ตำรำง 2 แกน/ฝึกปฏิบัติ) 20 2.6 วิชำ Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนผล กำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ 27 2.7 วิชำ ประสบกำรณ์กำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของกำร ปฏิบัติงำนในระดับพื้นที่ 37 2.8 วิชำ กำรประยุกต์ใช้กลไกกำรขับเคลื่อนสืบสำนศำสตร์พระรำชำเพื่อกำรปฏิรูปประเทศ (กลไก 357) ในบร ิบทของกำรขับเคลื่อนงำน "บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข" แบบบูรณกำรอย่ำงยั่งยืน 45


ค หน้า สำรบัญ (ต่อ) 2.9 วิชำ กำรจัดท ำแผนปฏิบัติกำร (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำร เปลี่ยนแปลงระดับต ำบล 61 2.10 วิชำ น ำเสนอแผนปฏิบัติกำร (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น ำฯ และแลกเปลี่ยนเร ียนรู้/รับฟัง ข้อเสนอแนะ 66 2.11 วิชำ สรุปบทเร ียนผลกำรน ำเสนอแผนปฏิบัติกำร (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น ำฯ 71 กิจกรรมเสร ิมหลักสูตร กิจกรรมวันดินโลก 84 ส่วนที่ 3 กำรประเมินโครงกำร 86 ส่วนที่ 4 ข้อคิดเห็นเสนอแนะของศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชน 89 4.1 ปัญหำ/อุปสรรคในกำรด ำเนินงำน 4.1 ข้อเสนอแนะในกำรแก้ปัญหำ 4.2 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบำย (กำรพัฒนำหลักสูตร และกำรบร ิหำรโครงกำร) ภำคผนวก ภำพกิจกรรม 90 ตำรำงฝึกอบรม 97 ทะเบียนรำยชื่อผู้เข้ำอบรม 98 แบบประเมินโครงกำร 123 ค ำสั่งโครงกำร 128 กำรทบทวนกำรปฏิบัติงำน(AAR) 135


ง บทสรุปส ำหรับผู้บร ิหำร ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) มุ่งเน้นกำรพัฒนำเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มี ควำมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนำแล้วด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมียุทธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสังคม ที่มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำให้ควำมส ำคัญ ในกำรดึงเอำพลังของภำคส่วนต่ำง ๆ ทั้งภำคเอกชน ประชำสังคม ชุมชนท้องถิ่นและประชำชนมำรว่มขับเคลื่อน กำรเสร ิมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนในกำรจัดกำรตนเอง ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็นพลังทำงสังคม โดยมีแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ ๑3 พ.ศ. ๒๕๖6 – ๒๕70 ที่เน้นเศรษฐกิจสร้ำงคุณค่ำ สังคมเดินหน้ำอย่ำงยั่งยืน มุ่งก ำหนดทิศทำงกำรพัฒนำประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียง และกำรเสร ิมสร้ำงคุณภำพชีวิตที่ดีของประชำชนที่ครอบคลุม 4 มิติ โดยเฉพำะที่เกี่ยวข้องในมิติที่ 3 ควำมยั่งยืนของของทรพัยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม และมิติที่ 4 ปัจจัยผลักดันพลิกโฉมประเทศไทย หมุด หมำยที่ 12 ไทยมีก ำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเร ียนรู้อย่ำงต่อเนื่องตอบโจทย์กำรพัฒนำแห่งอนำคต ซึ่งสอดคล้อง กับเป้ำหมำยกำรพัฒนำที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) กำรลดควำมเหลื่อมล้ำทำงสังคม สร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนและพัฒนำเศรษฐกิจฐำนรำก ซึ่งสอดคล้องกับภำรกิจ กรมกำรพัฒนำชุมชนในกำร พัฒนำผู้น ำชุมชน องค์กรชุมชนและเคร ือข่ำยเพื่อเสร ิมสร้ำงขีดควำมสำมำรถ ในกำรบร ิหำรจัดกำรของประชำชน ในพื้นที่และเพื่อเพิ่มขีดควำมสำมำรถของผู้น ำชุมชนในกำรพัฒนำ ให้สำมำรถเป็นแกนหลักในกำรบรหิำรจดักำร ชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่ำงยั่งยืนตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อบรรลุภำรกิจและ วิสัยทัศน์กรมกำรพัฒนำชุมชน “เศรษฐกิจฐำนรำกมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง อย่ำงยั่งยืนด้วยหลักปรัชญำของ เศรษฐกิจพอเพียง” กรมกำรพัฒนำชุมชน จึงได้มอบหมำยให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง ด ำเนินโครงกำร ประชุมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พั ฒนำและสร้ำงที มผู้ น ำนักขั บเคลื่ อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ ยนแปลง กิ จกรรมย่ อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครู ข เพื่อเสร ิมสมรรถนะผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงในกำรน ำ โครงกำรกิจกรรมตำมแผนพัฒนำต ำบล โดยประยุกต์หลักกำรทรงงำนและกำรพัฒนำประเทศตำม หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำปรับใช้ในกำรปฏิบัติงำนและขยำยผลในพื้นที่ รวมถึงสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อน ยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง เข้ำขับเคลื่อนงำนตำมนโยบำยในด้ำนกำร “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน และงำนตำมโครงกำรอื่น ๆของกระทรวงมหำดไทย ร่วมกับทุกภำคีเคร ือข่ำยใน พื้นที่ กลุ่มเป้ำหมำย ประกอบด้วย ผู้แทนจำกต ำบล 113 ต ำบล ๆ ละ 5 คน รวมจ ำนวน 565 คน ได้แก่ ก ำนันต ำบล , ผู้น ำอำสำพัฒนำชุมชน (ผู้น ำ อช.) , ประธำนศูนย์ประสำนงำนองค์กำรชุมชนต ำบล ผู้น ำสตร ีต ำบล และผู้น ำหมู่บ้ำนศีลธรรม/ ผู้น ำหมู่บ้ำนยั่งยืน/ผู้น ำทำงศำสนำหร ือพระสงฆ์ ก ำหนดด ำเนินกำรโครงกำรฯ ระหว่ำงวันที่ 6 – 24 ธันวำคม 2566 จ ำนวน 4 รุ่น ๆ ละ 3 วัน ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง งบประมำณที่ได้รบัจัดสรรทั้งสิ้น จ ำนวน 747,590 บำท (เจ็ดแสนสี่หมื่นเจ็ดพันห้ำร้อยเก้ำสิบบำทถ้วน) กำรใช้จ่ำยงบประมำณทั้งสิ้น จ ำนวน 747,590 บำท (เจ็ดแสนสี่หมื่นเจ็ดพันห้ำร้อยเก้ำสิบบำทถ้วน) คงเหลือ 0 บำท กำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครู ข เป็นกำรเสร ิมสร้ำงควำมรู้ ควำมเข้ำใจให้แก่ผู้เข้ำรับกำร ฝึกอบรมในระดับต ำบล ในรูปแบบผสมผสำน (Blended Learning) โดยวิทยำกรบรรยำย และ Work Shop ใน


จ รูปแบบ Onsite และ Online ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings โดยศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง ด ำเนินกำรบรรยำยและ Work shop รูปแบบ Onsite จ ำนวน 4 รุ่น ๆละ 3 วัน มีเนื้อหำหลักสูตร ดังนี้ - ทิศทำงกำรขับเคลื่อนผู้น ำกำรเปลี่ยน ปี 2567 - กำรขับเคลื่อนงำน “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน - เทคนิคกำรจัดท ำยุทธศำสตร์ - ประสบกำรกำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของกำร ปฏิบัติงำนในระดับพื้นที่ - กำรประยุกต์ใช้ กลไกกำรขับเคลื่อนสืบสำนศำสตร์พระรำชำเพื่อกำรปฏิรูปประเทศ (กลไก 357) ในบร ิบทของกำรขับเคลื่อนงำน “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน - กำรจัดท ำแผนปฏิบัติกำรขับเคลื่อนผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กำรประเมินผลโครงกำร ใช้แนวทำงกำรประเมินผลที่สถำบันกำรพัฒนำชุมชน กรมกำรพัฒนำชุมชน ก ำหนดให้เป็นเคร ื่องมือในกำรเก็บรวบรวมข้อมูลจำกกลุ่มผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรม ซึ่งใช้แบบสอบถำมประเมิน ภำพรวมของโครงกำร จ ำแนกเป็น 3 ส่วนสรุปตำมล ำดับ ได้ดังนี้ คือ ในภำพรวมผู้รับกำรฝึกอบรมจ ำนวน 565 คน ตอบแบบสอบถำมทั้งสิ้น 437 คน คิดเป็นร้อยละ 77 ของผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรม แบ่งออกเป็นเพศ ชำย 340 คน คิดเป็นร้อยละ 60.1 และเพศหญิง 225 คน คิดเป็นร้อยละ 39.9 กำรบรรลุวัตถุประสงค์โครงกำร จำกผลกำรประเมิน 1) กระบวนกำร ขั้นตอนกำรให้บร ิกำร 4.39 อยู่ ในระดับดีมำก ๒) วิทยำกรของหน่วยงำนที่จัด 4.52 อยู่ในระดับดีมำก 3) เจ้ำหน้ำที่ผู้ให้บร ิกำร/ผู้ประสำนงำน 4.56 อยู่ในระดับดีมำก 4) กำรอ ำนวยควำมสะดวก 4.50 อยู่ในระดับดีมำก 5) คุณภำพกำรให้บร ิกำร 4.40 อยู่ในระดับดีมำก 6) ควำมพึงพอใจของท่ำนต่อภำพรวมของโครงกำรฯ 4.38 อยู่ในระดับดีมำก ในส่วนข้อเสนอแนะของผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมในเชิงนโยบำย เสนอให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชน ล ำปำง ควรให้ควำมส ำคัญในกำรออกติดตำมผู้เข้ำรับกำรอบรมหลังกำรอบรม เพื่อมีกำรประเมินผลและอีก ทั้งยังเป็นกำรให้ก ำลังใจ สนับสนุน กำรตอบแก้ไขปัญหำในพื้นที่ตรงตำมควำมต้องกำรของผู้เข้ำรับอบรม โดยควรจัดสรรงบประมำณในกำรออกติดตำมกลุ่มเป้ำหมำยหลังกำรอบรมให้กับทำง ศพช. ด ำเนินกำร รวมทั้งผู้บร ิหำรระดับจังหวัด/อ ำเภอ ควรมีบทบำทส ำคัญในกำรติดตำมขับเคลื่อนให้กับกลุ่มเป้ำหมำยใน พื้นที่เพื่อเป็นก ำลังส ำคัญของกรมกำรพัฒนำชุมชน และท ำให้กลุ่มเป้ำหมำยสรำ้งทัศนคติที่ดีเพิ่มมำกขึ้นต่อ กรมกำรพัฒนำชุมชน


๑ ส่วนที่ 1 บทน ำ 1.1 หลักกำรและเหตุผล ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) มุ่งเน้นกำรพัฒนำเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีควำม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนำแล้วด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมียุทธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสังคม ที่มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำให้ควำมส ำคัญ ในกำรดึงเอำพลังของภำคส่วนต่ำง ๆ ทั้งภำคเอกชน ประชำสังคม ชุมชนท้องถิ่นและประชำชนมำรว่มขับเคลื่อนกำร เสร ิมสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนในกำรจัดกำรตนเอง ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็นพลังทำงสังคม โดยมี แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ ๑3 พ.ศ. ๒๕๖6 – ๒๕70 ที่เน้นเศรษฐกิจสร้ำงคุณค่ำ สังคม เดินหน้ำอย่ำงยั่งยืน มุ่งก ำหนดทิศทำงกำรพัฒนำประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง และกำรเสร ิมสร้ำงคุณภำพชีวิตที่ดีของประชำชนที่ครอบคลุม 4 มิติ โดยเฉพำะที่เกี่ยวข้องในมิติที่ 3 ควำมยั่งยืน ของของทรพัยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม และมิติที่ 4 ปัจจัยผลักดันพลิกโฉมประเทศไทย หมุดหมำยที่ 12 ไทยมีก ำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเร ียนรู้อย่ำงต่อเนื่องตอบโจทย์กำรพัฒนำแห่งอนำคต ซึ่งสอดคล้องกับเป้ำหมำย กำรพัฒนำที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) กำรลดควำมเหลื่อมล้ำทำงสังคม สร้ำงควำม เข้มแข็งของชุมชนและพัฒนำเศรษฐกิจฐำนรำก ซึ่งสอดคล้องกับภำรกิจ กรมกำรพัฒนำชุมชนในกำรพัฒนำผู้น ำ ชุมชน องค์กรชุมชนและเคร ือข่ำยเพื่อเสร ิมสร้ำงขีดควำมสำมำรถ ในกำรบร ิหำรจัดกำรของประชำชนในพื้นที่ และ เพื่อเพิ่มขีดควำมสำมำรถของผู้น ำชุมชนในกำรพัฒนำ ให้สำมำรถเป็นแกนหลักในกำรบรหิำรจัดกำรชุมชนให้ เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่ำงยั่งยืนตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อบรรลุภำรกิจและวิสัยทัศน์กรมกำร พัฒนำชุมชน “เศรษฐกิจฐำนรำกมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง อย่ำงยั่งยืนด้วยหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” กรมกำรพัฒนำชุมชน จึงได้มอบหมำยให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง ด ำเนินโครงกำร ประชุมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พั ฒนำและสร้ำงที ม ผู้ น ำนั ก ขั บ เคลื่ อนยุ ทธศ ำสต ร์น ำกำ รเปลี่ ยน แปล ง กิ จกรรมย่ อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครู ข เพื่อเสร ิมสมรรถนะผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงในกำรน ำ โครงกำรกิจกรรมตำมแผนพัฒนำต ำบล โดยประยุกต์หลักกำรทรงงำนและกำรพัฒนำประเทศตำม หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำปรับใช้ในกำรปฏิบัติงำนและขยำยผลในพื้นที่รวมถึงสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อน ยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง เข้ำขับเคลื่อนงำนตำมนโยบำยในด้ำนกำร “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน และงำนตำมโครงกำรอื่น ๆของกระทรวงมหำดไทย ร่วมกับทุกภำคีเคร ือข่ำยในพื้นที่ กลุ่มเป้ำหมำย ประกอบด้วย ผู้แทนจำกต ำบล 113 ต ำบล ๆ ละ 5 คน รวมจ ำนวน 565 คน ได้แก่ ก ำนันต ำบล , ผู้น ำ อำสำพัฒนำชุมชน (ผู้น ำ อช.) , ประธำนศูนย์ประสำนงำนองค์กำรชุมชนต ำบล ผู้น ำสตร ีต ำบล และผู้น ำหมู่บ้ำนศีลธรรม/ผู้น ำ หมู่บ้ำนยั่งยืน/ผู้น ำทำงศำสนำหร ือพระสงฆ์ ก ำหนดด ำเนินกำรโครงกำรฯ ระหว่ำงวันที่ 6 – 24 ธันวำคม 2566 จ ำนวน 4 รุ่น ๆ ละ 3 วัน ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง


๒ 1.2 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเสร ิมสมรรถนะผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงในกำรน ำโครงกำรกิจกรรม ตำมแผนพัฒนำต ำบล โดยประยุกต์หลักกำรทรงงำนและกำรพัฒนำประเทศตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง มำปรับใช้ในกำรปฏิบัติงำนและขยำยผลในพื้นที่ 2. เพื่อสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง เข้ำขับเคลื่อนงำน ตำมนโยบำยในด้ำนกำร “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน และงำนตำมโครงกำรอื่น ๆ ของกระทรวงมหำดไทย ร่วมกับทุกภำคีเคร ือข่ำยในพื้นที่ 1.3 กลุ่มเป้ำหมำย รวมทั้งสิ้นจำ นวน 565 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจำกต ำบล 113 ต ำบล ๆ ละ 5 คน รวมจ ำนวน 565 คน ได้แก่ ก ำนันต ำบล , ผู้น ำอำสำพัฒนำชุมชน (ผู้น ำ อช.) , ประธำนศูนย์ประสำนงำนองค์กำรชุมชนต ำบล ผู้น ำสตร ีต ำบล และผู้น ำหมู่บ้ำนศีลธรรม/ผู้น ำหมู่บ้ำนยั่งยืน/ ผู้น ำทำงศำสนำหร ือพระสงฆ์ โดยก ำหนดด ำเนินกำรฝึกอบรม จ ำนวน 4 รุ่นๆละ 3 วัน เรม่ิด ำเนินกำรฝึกอบรมฯ ตั้งแต่วันที่ 6-24 ธันวำคม 2566 1.4 วิธีด ำเนินงำน กำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครู ข เป็นกำรเสร ิมสร้ำงควำมรู้ ควำมเข้ำใจให้แก่ผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมใน ระดับต ำบล ในรูปแบบผสมผสำน (Blended Learning) จ ำนวน 4 รุ่น โดยวิทยำกรบรรยำย และ Work Shop ใน รูปแบบ Onsite และ Online ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings โดยศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง ด ำเนินกำรบรรยำยและ Work shop รูปแบบ Onsite จ ำนวน 4 รุ่น ๆละ 3 วัน มีเนื้อหำหลักสูตร ดังนี้ - ทิศทำงกำรขับเคลื่อนผู้น ำกำรเปลี่ยน ปี 2567 - กำรขับเคลื่อนงำน “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน - เทคนิคกำรจัดท ำยุทธศำสตร์ - ประสบกำรณ์กำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของกำรปฏิบัติงำน ในระดับพื้นที่ - กำรประยุกต์ ใช้ กลไกกำรขับเคลื่อนสืบสำนศำสตร์พระรำชำเพื่อกำรปฏิรูปประเทศ (กลไก 357) ในบร ิบทของกำรขับเคลื่อนงำน “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน - กำรจัดท ำแผนปฏิบัติกำรขับเคลื่อนผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง 1.5 หลักสูตรกำรฝึกอบรม กำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครูข เป็นกำรเสร ิมสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจให้แก่ผู้เข้ำรับกำร ฝึกอบรมในระดับต ำบล ในรูปแบบผสมผสำน (Blended Learning) โดยวิทยำกรบรรยำย และ Work Shop ในรูปแบบ Onsite และ Online ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings โดยศูนย์ศึกษำและ พัฒนำชุมชนล ำปำง ด ำเนินกำรบรรยำยและ Work shop รูปแบบ Onsite จ ำนวน 4 รุ่น ๆละ 3 วัน มี เนื้อหำวิชำประกอบด้วย วันที่ 1 - กิจกรรมลงทะเบียน / ตรวจคัดกรอง - พิธีเปิดกำรฝึกอบรมและมอบนโยบำย - ทิศทำงกำรขับเคลื่อนผู้น ำกำรเปลี่ยน ปี2567 - กรอบแนวทำงโครงกำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงระดับต ำบล


๓ - กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ - MOI ONE กำรขับเคลื่อนงำน “บ ำบัดทุกข์บ ำรุงสุข” แบบบูรฯกำรอย่ำงยั่งยืน - เทคนิคกำรจัดท ำยุทธศำสตร์(VP Canvas/ผังต้นไม้/ตำรำง 2 แกน) ฝึกปฏิบัติ - Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนผลกำร ปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ วันที่ 2 - ประสบกำรณ์กำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของกำรปฏิบัติงำนใน ระดับพื้นที่ - กำรประยุกต์ใช้กลไกกำรขับเคลื่อนสืบสำนศำสตร์พระรำชำเพื่อกำรปฏิรูปประเทศ (กลไก 357) ในบร ิบทของกำรขับเคลื่อนงำน "บ ำบัดทุกข์บ ำรุงสุข" แบบบูรณกำรอย่ำงยั่งยืน - กำรจัดท ำแผนปฏิบัติกำร (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำร เปลี่ยนแปลงระดับต ำบล วันที่ 3 - น ำเสนอแผนปฏิบัติกำร (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น ำฯ และแลกเปลี่ยนเร ียนรู้/รับฟัง ข้อเสนอแนะ - สรุปบทเร ียนผลกำรน ำเสนอแผนปฏิบัติกำร (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น ำฯ - พิธีปิด/รับมอบภำรกิจ 1.6 ระยะเวลำด ำเนินกำร ก ำหนดด ำเนินกำรฝึกอบรม จ ำนวน 4 รุ่น ๆ ละ 3 วัน เรม่ิด ำเนินกำรฝึกอบรมฯ ตั้งแต่วันที่6 - 24 ธันวำคม 2566 1.7. สถำนที่ด ำเนินกำร ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำง 1.8 งบประมำณ งบประมำณที่ได้รับกำรอนุมัติ จ ำนวน 747,9500 บำท (เจ็ดแสนสี่หมื่นเจ็ดพันเก้ำร้อยห้ำวิบบำทถ้วน) 1.9 ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ผู้น ำชุมชนสำมำรถเป็นนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงในกำรน ำกิจกรรมโครงกำรตำม แผนพัฒนำต ำบล โดยประยุกต์หลักกำรทรงงำนและกำรพัฒนำประเทศ ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง มำปรับ ใ ช้ใ น ก ำ รป ฏิ บั ติ งำ น และขย ำ ยผล ใ นพื้น ที่ และ สร้ำงเค ร ือ ข่ ำย ผู้น ำ นัก ขั บ เค ลื่อ นยุ ทธศ ำสตร์ น ำกำรเปลี่ยนแปลง ระดับต ำบล แบบบูรณำกำรงำนในพื้นที่สู่กำร “บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข” 1.10 ตัวชี้วัดผลส ำเร็จของโครงกำร 10.1 เชิงปร ิมำณ 1) มีนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ระดับ จ ำนวน 565 คน 2) มีแผนปฏิบัติกำรขับเคลื่อนโครงกำร/กิจกรรม จ ำนวน 113 แผน 3) มีกิจกรรม/โครงกำร ตำมแผนพัฒนำต ำบลที่สำมำรถแก้ไขปัญหำของประชำชน ได้ อย่ำงตรงจุด (Bottom-up) จ ำนวน 113 แผน


๔ 10.2 เชิงคุณภำพ 1) ร้อยละ 95 ผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงเป็นผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง สำมำรถขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็งตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงได้ 2) ร้อยละ 95 ต ำบลเข้มแข็งบร ิหำรจัดกำรชุมชนตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง สำมำรถสื่อสำรสังคมเป็นรูปธรรมได้ 8.3 ผลกระทบ เกิดกำรบูรณำกำรมีส่วนร่วมต ำบลเข้มแข็ง ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียงด้วยพลังชุมชน


๕ ส่วนที่ 2 สรุปเนื้อหำวิชำกำร กิจกรรมและผลกำรด ำเนินกิจกรรม 2.1 วิชำ มอบนโยบำย แนวทำงกำรขับเคลื่อนงำนกรมกำรพัฒนำชุมชน ปี 2567 วิทยำกรหลัก/ผู้รับผิดชอบ วิทยำกรหลัก นำยสมำน พั่วโพธิ์ผู้อ ำนวยกำรสถำบันกำรพัฒนำชุมชน ผู้รับผิดชอบ นำงสำวอภินันทน์ ทองเพ็ชร นักทรัพยำกรบุคคล วัตถุประสงค์ 1. สร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจในด้ำนโยบำยและกำรขับเคลื่อนงำนกรมกำรพัฒนำชุมชน ประจ ำปี 2567 2. ศึกษำกำรด ำเนินงำน กิจกรรม โครงกำรและกำรขับเคลื่อนงำนกรมกำรพัฒนำชุมชน ประจ ำปี 2567 ระยะเวลำ 1 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหำวิชำ - กำรประกำศเจตนำรมณ์กำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์ตำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงเนื่อง ในโอกำสมหำมงคลเฉลิมพระชนมพรรษำ 6 รอบ 28 กรกฏำคม 2567 รวมถึงกิจกรรมวันดิน โลก ปี 2566 - พัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง - ขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็งตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง - ถอดบทเร ียนควำมส ำเร็จและกำรสื่อสำรสังคม เทคนิค/วิธีกำร/กระบวนกำร วิทยำกรหลักท ำกำรบรรยำยและเปิดประเด็นในด้ำนกำรเสร ิมสมรรถนะผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ น ำกำรเปลี่ยนแปลง ในกำรท ำโครงกำรกิจกรรมตำมแผนพัฒนำต ำบล โดยประยุกต์หลักกำรทรงงำนและกำร พัฒนำประเทศตำมหลักปรัชญำของเศรฐกิจพอเพียงและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทศำสตร์น ำกำร เปลี่ยนแปลงให้ขับเคลื่อนงำนในด้ำนกำรบ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน โดยมีกิจกรรม ขับเคลื่อนโครงกำร 4 ขั้นตอนดังนี้


๖ ขั้นตอนที่ 1 กำรประกำศเจตนำรมณ์กำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์ตำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องในโอกำสมหำมงคลเฉลิมพระชนมพรรษำ 6 รอบ 28 กรกฏำคม 2567 รวมถึงกิจกรรมวันดินโลก ปี 2566 ขั้นตอนที่ 2 พัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำงครู ก กลุ่มเป้ำหมำย 106 ประกอบด้วยส่วนกลำง 30 คน ส่วนภูมิภำค 76 คนเพื่อเป็นวิทยำกรถ่ำยทอดให้แก่ผู้น ำชุมชนซึ่งน ำไปสู่กำรขับเคลื่อนและสร้ำงกลไกกำร ท ำงำนร่วมกันของภำคีเคร ือข่ำยในกิจกรรมกำรพัฒนำ กิจกรรมสำธำรณะประโยชน์ที่ส่งผลต่อกำรขับเคลื่อน ต ำบลเข้มแข็ง ณ ศพช.นครนำยก กิจกรรมที่ 2 ประชุมเชิงปกิบัติกำรสร้ำงครู ข เพื่อเสร ิมสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจให้แก่ผู้เข้ำรับกำร ฝึกอบรมในระดับต ำบลในรูปแบบผสมผสำน จ ำนวน 5 รุ่น โดยวิทยำกรบรรยำยและลงมือปฏิบัติในรูปแบบ Workshop onsite และ online ผ่ำนระบบ ZOOM Clound Meetting โดยศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชน 11 แห่ง กลุ่มเป้ำหมำยจ ำนวน 1,000 ต ำบล ต ำบลล่ะ 5 คน รวมเป็น 5,000 คน ประกอบด้วยก ำนัน ผู้น ำ อำสำพัฒนำชุมชนกับทำงศูนย์ประสำนงำนองค์กำรชุมชนต ำบล ผู้น ำสตร ีต ำบลและผู้น ำทำงศำสนำหร ือ พระสงฆ์ ด ำเนินกำรเดือนธันวำคม 2566 ระยะเวลำรุ่นล่ะ 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนทั้ง 11 แห่ง กิจกรรมที่ 3 ครู ข ขยำยผลสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงระดับต ำบล เป็นกิจกรรมสรำ้งทีมขยำยผลเพิ่มเป็นต ำบลละ 10 คนรวมทั้งสิ้น 15 คนกลุ่มเป้ำหมำย 1,000 ต ำบลจ ำนวน 15,000 คนโดยไม่ใช้งบประมำณของทำงรำชกำร กิจกรรมที่ 4 จัดตั้งศูนย์ประสำนควำมร่วมมือและขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงของ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนทั้ง 11 แห่งและศูนย์สร้ำงควำมร่วมมือด้ำนกำรขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำร เปลี่ยนแปลงระดับจังหวัดเพื่อให้ค ำปร ึกษำกำรขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็งโดยคณะท ำงำน 7 ภำคีเคร ือข่ำยได้แก่ ภำครำชกำร วิชำกำร เอกชน ผู้น ำศำสนำ ประชำชน ประชำสังคมและสื่อสำรมวลชน โดยไม่ใช้งบประมำณของ ทำงรำชกำร ขั้นตอนที่ 3 ขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็งตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงเชิงปฏิบัติทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงระดับ ต ำบลในรูปแบบกำรประยุกต์ใช้กลไก 357 ขับเคลื่อนงำนบ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข ไปสู่กิจกรรมโครงกำรอย่ำงน้อย 1 ต ำบลต่อ 1 โครงกำรหร ือ 1 กิจกรรม ประเภทแผนท ำเองและท ำร่วมจำกแผนพัฒนำต ำบลเพื่อเป็น ด ำเนินกำรสนับสนุนกำรพัฒนำพื้นที่แบบบูรณำกำรและเชื่อมโยงแผนพัฒนำต ำบลระดับพื้นที่ ณ พื้นที่ต ำบล เป้ำหมำย 1,000 ต ำบล 15,000 คน ด ำเนินกำรกิจกรรมดังกล่ำว 2 วัน กิจกรรมที่ 2 กำรขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็งไปสู่กิจกรรมโครงกำรอย่ำงน้อย 1 ต ำบลต่อ 1 โครงกำรหร ือ 1 กิจกรรมเป็นกำรขับเคลื่อนกิจกรรมจำกแผนพัฒนำต ำบลให้เกิดผลอย่ำงเป็นรูปธรรมสู่ เป้ำหมำยกำรพัฒนำที่ยั่งยืนหร ือ SDGs จ ำนวน 1,000 โครงกำร/กิจกรรม ขั้นตอนที่ 4 ถอดบทเร ียนควำมส ำเร็จและกำรสื่อสำรสังคมโดย กิจกรรมที่ 1 ถอดบทเร ียนควำมส ำเร็จระดับจังหวัด กิจกรรมที่ 2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนบทเร ียนควำมส ำเร็จ กิจกรรมที่ 3 จัดนิทรรศกำรผลกำรด ำเนินงำนโครงกำรกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกำรเฉลิมพระ เกียรติพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวเนื่องในโอกำสมหำมงคลเฉลิมพระชนมพรรษำ 6 รอบ 28 กรกฏำคม 2567


๗ ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ผู้น ำชุมชนสำมำรถเป็นนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงในกำรท ำกิจกรรมโครงกำรตำม แผนกำรพัฒนำต ำบล โดยประยุกต์หลักกำรทรงงำนและกำรพัฒนำประเทศตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียงและสร้ำงเคร ือข่ำยผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงระดับต ำบลแบบบูรณำกำรใน พื้นที่สู่กำรบ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข สรุปผลกำรเร ียนรู้ กลุ่มเป้ำหมำยได้เร ียนรู้ขั้นตอนและกระบวนกำรด ำเนินงำนในด้ำนโยบำยและกำรขับเคลื่อนงำนกรมกำร พัฒนำชุมชน สำมำรถร่วมกันวำงแผนกระบวนกำรสร้ำงเคร ือข่ำยผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำร เปลี่ยนแปลงระดับต ำบลแบบบูรณำกำรในพื้นที่สู่กำรบ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข ได้อย่ำงเป็นระบบ ผลประเมินรำยวิชำ วิชำ มอบนโยบำย แนวทำงกำรขับเคลื่อนงำนกรมกำรพัฒนำชุมชน ปี 2567 ๓. สิ่งที่ประทับใจจำกวทิยำกรท่ำนนี้ - อธิบำยชัดเจนมองเห็นภำพ - เปิดโอกำสให้ซักถำม รับฟังควำมคิดเห็นจำกผู้เข้ำร่วมอบรม - บรรยำยเนื้อหำชัดเจน ๔. สิ่งที่วทิยำกรควรปรบั ปรุงคือ - เนื้อหำควรกระชับ สั้นๆ เข้ำใจง่ำย - เร ื่องกำรบร ิหำรเวลำ - พูดเร็วบำงครังฟังไม่ทัน ๕. ข้อเสนอแนะอื่นๆ - บร ิหำรเวลำให้เหมำะสม มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด รวมคน รวม ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ระดับ ๖๘ ๒๗๓ ๖๐ ๐ ๐ ๔๐๑ 1612 80.4 4.02 ดี ๖๘ ๒๗๕ ๕๘ ๐ ๐ ๔๐๑ 1614 80.5 4.02 ดี ๗๔ ๒๕๔ ๗๓ ๐ ๐ ๔๐๑ 1605 80 4.00 ดี ๘๖ ๒๖๓ ๕๒ ๐ ๐ ๔๐๑ 1638 81.7 4.08 ดี 4.03 ดี ๘๐ ๒๗๐ ๔๙ ๒ ๐ 401 1631 81.3 4.07 ดี ๘๕ ๒๖๙ ๔๓ ๔ ๐ 401 1638 81.7 4.08 ดี ๗๘ ๒๓๗ ๗๗ ๙ ๐ 401 1587 79.2 3.96 ดี ๘๕ ๒๓๗ ๗๘ ๑ ๐ 401 1609 80.2 4.01 ดี 4.03 ดี ดี ๒. ความคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยากร หัวข้อ ระดับความคิดเห็น (จา นวนคน) 1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวชิ า 1.1 การบรรลวุตัถุประสงค์ 1.2 ความชดัเจนของเนื้อหาวชิา 1.๓ ความรู้ทกัษะทไี่ด้รบัเพมิ่เติมจากวชิานี้ 1.๔ ความสามารถน าไปประยุกต์ใช้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความพึงพอใจ 80.66 สรุปผลการประเมินวทิ ยากร 4.03 ๒.๑ ความสามารถในการถ่ายทอดและบรรยาย ๒.๒ เทคนิคและวธิกีารทใี่ชใ้นการถ่ายทอดความรู้ ๒.๓ การเปดิโอกาสใหซ้กัถาม ๒.๔ การสรา้งบรรยากาศในการเรยีนรู้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความรู้ ความสามารถของวทิ ยากร 80.61


๘ 2.2 วิชำ ทิศทำงกำรขับเคลื่อนผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลง ปี 2567 วิทยำกรหลัก/ผู้รับผิดชอบ วิทยำกรหลัก นำยสมำน พั่วโพธิ์ผู้อ ำนวยกำรสถำบันกำรพัฒนำชุมชน ผู้รับผิดชอบ นำงสำวอภินันทน์ ทองเพ็ชร นักทรัพยำกรบุคคล วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อศึกษำประวัติและควำมเป็นมำหลักสูตร กำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลง ๒. เพื่อออกแบบโครงกำรในกำรขับเคลื่อนนั้นตำมบร ิบทพื้นที่ต ำบล ตอบสนองกับควำมต้องกำรของพื้นที่ได้ อย่ำงตรงประเด็น ระยะเวลำ........1.....ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหำวิชำ 1.กำรกำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงพ.ศ.2554 – 2562 2.กำรกำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงพ.ศ.2563 - 2567 เทคนิค/วิธีกำร/กระบวนกำร


๙ วิทยำกรหลักท ำกำรบรรยำยและเปิดประเด็นถึงเป้ำประสงค์หลักของกำรด ำเนินโครงกำร ซึ่งได้แก่ผู้น ำ นักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงครู ก และครู ข มีหน้ำที่ในกำรด ำเนินกำรสร้ำงผู้น ำโดยพร้อมกัน 11 ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนทั่วประเทศ เป็นพลังขับเคลื่อนที่จะสร้ำงกำรเปลี่ยนแปลงที่ทรงคุณค่ำ ประวัติและควำมเป็นมำหลักสูตร กำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลง กำรด ำเนินโครงกำรเรม่ิต้นในปีพ.ศ.2554 - 2562 กรมกำรพัฒนำชุมชนมีกำรพัฒนำผู้น ำในรูปแบบ ของกำรพัฒนำศักยภำพและกำรเสร ิมสร้ำงผู้น ำชุมชนเป็นจ ำนวน 4 หลักสูตร โดยมีกลุ่มเป้ำหมำยจ ำนวนผู้เข้ำ อบรมต ำบลละ 70 คน ดังนี้ หลักสูตรที่ 1 ผู้น ำกำรพัฒนำ( Development ) ระยะเวลำฝึกอบรม 3 วัน หลักสูตรที่ 2 ผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลง( SMART LEADER)ระยะเวลำฝึกอบรม 11 วัน หลักสูตรที่ 3 ผู้น ำนวัตกรรมกำรพัฒนำ (Innovative) ระยะเวลำฝึกอบรม 10 วัน หลักสูตรที่ 4 ผู้น ำก้ำวหน้ำ ( Strategic Leader) ระยะเวลำฝึกอบรม 15 วัน ผู้น ำท่ำนที่ได้ผ่ำนกำรฝึกอบรมในหลักสูตรได้พัฒนำตนเองจนเป็นที่ยอมรับของสังคมเช่น นำยกอบต. สจ. สส. โดยโครงกำรได้พัฒนำผู้น ำในรูปแบบของกำรพัฒนำควำมรู้และให้ผู้น ำมีภำวะควำมเป็นผู้น ำ มีจร ิยธรรมและ เป็นแกนหลักให้ชุมชนในกำรเสร ิมสร้ำงควำมเข้มแข็งให้ชุมชนพึ่งตนเอง จนผู้น ำได้รับกำรยอมรับและมีชื่อเสียง ว่ำเป็นก ำลังหลักในกำรพัฒนำประเทศ ช่วงปี 2554-2562 ผ่ำนกระบวนกำรนี้ 90,000 คนกระจำยอยู่ทั่ว ประเทศ ปีพ.ศ. 2563 กรมกำรพัฒนำชุมชนมีแนวคิดในเร ื่องของพื้นที่ต้นแบบกำรพัฒนำ เนื่องจำกเกิดวิกฤต กำรแพร่ระบำดของโรคไวรัสโคโรนำ 2019 (Covid-19) ได้ด ำเนินกำรในโครงกำรพัฒนำผู้น ำต้นแบบกำร พัฒนำคุณภำพชีวิตตำมหลักทฤษฎีใหม่รูปแบบประยุกต์“โคก หนอง นำ โมเดล”สร้ำงผู้น ำ ให้ผู้น ำเป็นแกนน ำ ในกำรคิดเร ื่องของกำรพัฒนำพื้นที่ให้มีควำมสมบูรณ์ มั่นคง แบบประยุกต์มีกลุ่มเป้ำหมำยจ ำนวน 1,500 คน และด ำเนินกำรขยำยผลต่อจ ำนวน 1 : 15 รวมทั้งสิ้น 22,500 คน ปีพ.ศ. 2564 สร้ำงผู้น ำในมิติกำรสร้ำงควำมมั่นคงทำงอำหำร น้อมน ำหลักปรัชญำของเศรษกิจ พอเพียงมำสู่กำรปฏิบัติภำยใต้คติพจน์ “ 1 หมู่บ้ำนสำมำรถดูแลได้ทั้งต ำบล สร้ำงควำมมั่นคงทำงอำหำรด้วย หลักปรชัญำของเศรษฐกิจพอเพียง”ก่อให้เกิดผลลัพธ์3 สรำ้ง สรำ้งควำมมั่นคงทำงอำหำร สรำ้งสิ่งแวดล้อม และสร้ำงภูมิคุ้มกันทำงสังคม ประกวดกำรส่งเสร ิมสร้ำงให้ชุมชนมีควำมมั่นคงทำงอำหำรกลุ่มเป้ำหมำย 1,000 ต ำบล ประกวดชุมชนที่มีควำมมั่นคงทำงอำหำรรำงวัลดีเด่นได้เงินรำงวัลจ ำนวน 100,000 บำทและรำงวัลดี เลิศระดับประเทศได้เงินรำงวัลจ ำนวน 1,000,000 บำทไปต่อยอดในกำรสร้ำงควำมมั่นคงทำงอำงหำร ต ำบล ดงครั่งน้อย อ ำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ดชนะกำรประกวด รับรำงวัลเชิดชูเกียรติผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงดี เลิศ กุญแจแห่งควำมเป็นเลิศ คือ เป็นชุมชนแห่งกำรผลิตข้ำวหอมมะลิอินทร ีย์ ชั้นดีของโลก ที่มีทุนในชุมชน หลำกหลำย ทั้งทุนมนุษย์ ทุนเงิน ทุนธรรมชำติ ทุนสังคม ทุนภำยภำพ โดยน ำทุนเหล่ำนี้มำเป็นปัจจัยในกำร พัฒนำหมู่บ้ำน ชุมชน มำอย่ำงต่อเนื่อง หลังจำกได้เข้ำร่วมโครงกำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลง ผู้น ำชุมชนร่วมกับประชำชน ภำคีเคร ือข่ำย ได้ด ำเนินกำรน้อมน ำหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง สู่กำร ปฏิบัติให้บังเกิดผลอย่ำงเป็นรูปธรรม และยั่งยืน โดยยึดหลักกำรพัฒนำ บวร (บ้ำน วัด รำชกำร) บรม (บ้ำน รำชกำร มัสยิด) ครบ (คร ิสต์ รำชกำร บ้ำน) ใช้พลังชุมชนในกำรขับเคลื่อนพัฒนำชุมชน โดยผู้น ำชุมชนท ำก่อน เป็นต้นแบบ แล้วขยำยผลไปทุกครัวเร ือน จนเกิดผลส ำเร็จ ปี พ.ศ.2565 สร้ำงผู้น ำจิตอำสำพัฒนำชุมชนในโครงกำรกำรขับเคลื่อนศูนย์ผู้น ำจิตอำสำพัฒนำชุมชน ในกำรพัฒนำคุณภำพชีวติ ประชำชน กลุ่มเป้ำหมำยผู้น ำจิตอำสำฯ 76 จังหวัด จังหวัดละ 25 คนรวมทั้งสิ้น 1,900 คน


๑๐ ปี พ.ศ. 2566 สร้ำงนักสื่อสำรสังคมในมิติของกำรแก้จน เศรษฐกิจพอเพียง จัดประกวดแข่งขันกำร ผลิตสื่อในระดับจังหวัดได้แก่สื่อ Infographic /คลิป /ภำพถ่ำยทรงพลัง และด ำเนินกำรคัดเลือกเป็นตัวแทน เขตตรวจรำชกำรสื่อ 3 ประเภทในหัวข้อ “กำรประกวดสื่อบทเร ียนผลส ำเร็จกำรขจัดควำมยำกจน” โดยมีรำงวัล ดีเด่นเป็นเงินรำงวัลจ ำนวน 20,000 บำท ต ำบลม่วงหมู่ อ ำเภอเมืองสิงห์บุร ี จังหวัดสิงห์บุร ี ชนะระดับดีเลิศสื่อประเภท Infographic เสนอ กระบวนกำรขั้นตอนในกำรแก้จน ได้รับเงินรำงวัลจ ำนวน 45,000 บำทไปต่อยอดเสร ิมสร้ำงพลังให้กับทีม ต ำบลนำเกลือ อ ำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปรำกำร ชนะระดับดีเลิศสื่อประเภท คลิปวีดีโอกำร ขจัดควำมยำกจน ได้รับเงินรำงวัลจ ำนวน 45,000 บำท ต ำบลบ้ำนบัว อ ำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิชนะระดับดีเลิศสื่อประเภทภำพถ่ำยทรงพลัง ได้รับ เงินรำงวัลจ ำนวน 45,000 บำท ปี พ.ศ.2567 ด ำเนินกำรสร้ำงนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง มีจุดมุ่งหมำยเพื่อพัฒนำ แผนพัฒนำต ำบลสู่ต ำบลเข้มแข็ง มีกลุ่มเป้ำหมำย ครู ก จ ำนวน 106 คน ครู ข จ ำนวน 1,000 ต ำบล รวม 5,000 คน ระยะเวลำ 3 วัน 2 คืนและสร้ำงทีมครู ข ขยำยผลจ ำนวน 10,000 คน ณ พื้นที่ต ำบลเป้ำหมำย หลักสูตร 2 วัน รวมทั้งสิ้น 15,000 คน วิทยำกรบรรยำยว่ำเป็นกิจกรรมในโครงกำรเป็นกำรน ำเสนองำนที่ด ำเนินกำรอยู่ในพื้นที่ ในขณะที่ โครงกำรฯ จะขยำยประเด็นให้ผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ทั้ง 5 ท่ำนไปด ำเนินกำรถ่ำยทอดและเสร ิมสร้ำง ผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ขยำยผลจ ำนวน 10 ท่ำนและเข้ำร่วมระดมควำมคิดเห็นร่วมกันว่ำด ำเนินกำร ขับเคลื่อนต่อยอดจำกแผนปี 2566 อย่ำงไร ก ำหนดกิจกรรมโครงกำรขึ้นใหม่หร ือไม่ และน ำสู่กระบวนกำร บรรจุในแบบปี 2566 จำกนั้นส ำนักเสร ิมสร้ำงควำมเข้มแข็งชุมชนจะได้ด ำเนินกำรปรับแผนกำร ส่งเสร ิมให้เกิด โครงกำรกำรบูรณำกำรในช่วงระยะเวลำระหว่ำงเดือนพฤษภำคม-เดือนมิถุนำยน และน ำผลของกำรระดมควำม คิดเห็นเข้ำสู่กำรพิจำรณำ ผู้น ำฯ จะด ำเนินกำรคัดเลือกใช้โครงกำรใดในกำรขับเคลื่อนนั้นจะขึ้นอยู่กับบร ิบท พื้นที่ต ำบล เป้ำหมำยประเด็นส ำคัญคือกำรมุ่งสร้ำงนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงไปสู่กำรพัฒนำ ต ำบลเข้มแข็ง เสร ิมกำรสร้ำงต ำบลเข้มแข็งและกำรพัฒนำที่ยั่งยืนโดยเฉพำะกำรตอบโจทย์กำรพัฒนำ 17 เป้ำหมำยของกำรพัฒนำที่ยั่งยืนขององค์กำรสหประชำชำติโดยกำรน ำเสนอโครงกำรที่ร่วมระดมควำมคิดเห็น ขึ้นทั้งในส่วนของแผนกำรที่ท ำเอง/ท ำร่วม อย่ำงน้อย 1 โครงกำร ก ำหนดให้มีกำรผลิตสื่อคลิปวิดีโอ ไม่เกิน 5 นำทีในกำรน ำเสนอผลงำน ในส่วนของกำรน ำเสนอรูปแบบคลิปวิดีโอครู ข จะมีทีมที่ผลิตสื่อมำเสร ิมสร้ำงองค์ ควำมรู้ก่อนกำรด ำเนินกำร กำรผลิตสื่อทั้ง 4 กระบวนงำนของโครงกำร จะมีกำรด ำเนินกำรยกย่องเชิดชูเกียรติ และส่งมอบรำงวัลให้กับต ำบลที่มีกำรขับเคลื่อนกิจกรรมดีเด่นและผลิตสื่อดีเด่นเพื่อต่อยอดกำรพัฒนำงำนเป็น ล ำดับต่อไป ในกระบวนกำรฝึกอบรมจะด ำเนินกำรอบรมผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meeting 11 ห้อง ในกิจกรรมช่วง ระยะเวลำที่ผู้น ำฯ น ำเสนอผลงำน อำจำรย์ผู้รับผิดชอบวิชำจะมีกำรสับเปลี่ยนเวียนไปเข้ำร่วมรับชมผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meeting ห้องต่ำงๆและให้ค ำแนะน ำซึ่งได้รับเกียรติจำกที่ปร ึกษำท่ำนปลัดกระทรวงมหำดไทย และที่ปร ึกษำอธิบดีกรมกำรพัฒนำชุมชนเป็นวิทยำกรหลักกำรขับเคลื่อนในกำรสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจใน โครงกำรครั้งนี้ สรุปผลกำรเร ียนรู้ กลุ่มเป้ำหมำยได้รับรู้ รับทรำบและเข้ำใจถึงกระบวนกำร ประวัติและควำมเป็นมำหลักสูตร กำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เรม่ิต้นถึงปัจจุบัน และทรำบถึงขั้นตอนและวธิ ีกำร


๑๑ ขับเคลื่อนกำรด ำเนินกำรสร้ำงนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงประจ ำปี 2567 สำมำรถวำงแผน วิเครำะห์ ประยุกต์และสร้ำงสรรค์กำรขับเคลื่อนงำนตำมบร ิบทพื้นที่ต ำบลได้ 2.3 วิชำ กรอบแนวทำงโครงกำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต ำบล วิทยำกรหลัก/ผู้รับผิดชอบ 1. วิทยำกรหลัก : นำงปำร ิชำติ สุรบัณฑิตวงศ์ ผู้อ ำนวยกำรศูนย์วิทยบร ิกำร สถำบันกำรพัฒนำชุมชน 2. ผู้รับผิดชอบสรุปเนื้อหำ : ว่ำที่ ร.ต.ชัยณรงค์ บัวค ำ นักทรัพยำกรบุคคล วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เข้ำรับกำรอบรมทรำบถึงกรอบกำรด ำเนินงำนแนวทำงกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำ และสร้ำง ทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงระดับต ำบล 2. เพื่อพัฒนำเสร ิมสร้ำงสมรรถนะผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ในกำรน ำหลักกำร ทรงงำนและกำรพัฒนำประเทศ ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำปรับใช้ในกำรด ำเนินชีวิต และสร้ำง เคร ือข่ำยขยำยผลในพื้นที่ สร้ำงควำมเข้มแข็งในระดับต ำบล บร ิหำรจัดกำรชุมชนได้ มีคุณภำพชีวิตที่ดีและมี ควำมสุข ระยะเวลำ 1 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหำวิชำ 1. ชี้แจงควำมเป็นมำของโครงกำรฯ 2. ระยะเวลำกำรขับเคลื่อนโครงกำรฯ 3. กำรขับเคลื่อนโครงกำรฯ ในพื้นที่ เทคนิค/วิธีกำร/กระบวนกำร วิทยำกร นำงปำร ิชำติ สุรบัณฑิตวงศ์ ผู้อ ำนวยกำรศูนย์วิทยบร ิกำร บรรยำยผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meeting เรม่ิต้นด้วยกำรสรำ้งบรรยำกำศที่เป็นกันเองทักท้ำยผู้เข้ำรบักำรฝึกอบรม แนะน ำตนเอง พรอ้ม น ำเข้ำสู่เนื้อกำรบรรยำย รำยละเอียดดังนี้ โครงกำรที่สถำบันกำรพัฒนำชุมชน ด ำเนินเกี่ยวกับผู้น ำมีกำรพัฒนำมำอย่ำงต่อเนื่อง เรม่ิตั้งแต่ ปีงบประมำณ พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นกำรน ำกลยุทธ์หร ือยุทธศำสตร์สร้ำงและพัฒนำผู้น ำลงไป ขับเคลื่อนงำนในพื้นที่ ให้พร้อมรับกำรสถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป ในสถำนกำรณ์โควิด-2019 ปี พ.ศ. 2563-2564 จะเห็นได้ว่ำกรมกำรพัฒนำชุมชน ได้ส่งเสร ิมในเร ื่อง ของกำรสร้ำงควำมมั่นคงทำงอำหำร ในปี พ.ศ. 2565 ก็ได้ส่งเสร ิมในด้ำนของผู้น ำจิตอำสำ จัดตั้งศูนย์แบ่งปัน ในพื้นที่ทั้ง 76 จังหวัด และสร้ำงนักสื่อสำรสังคมที่จะช่วยเผยแพร่ประชำสัมพันธ์ภำพถ่ำย สื่อวีดีโอ งำนหร ือ กิจกรรมที่ไปขับเคลื่อนในพื้นที่ ซึ่งกำรสื่อสำรประชำสัมพันธ์ ถือเป็น 1 ในกลไก 357 กำรขับเคลื่อนศำสตร์พระรำชำ โดย 3 ระดับ ได้แก่ พื้นที่/ชุมชน จังหวัด สู่ระดับประเทศ 5 กลไก ได้แก่ ประสำนงำนภำคีเคร ือข่ำย บูรณำกำรแผนติดตำม ประเมินผล กำรจัดกำรควำมรู้ และสื่อสำรสังคม และ 7 ภำคีเคร ือข่ำย ได้แก่ ภำครำชกำร ภำคผู้น ำศำสนำ ภำค วิชำกำร ภำคเอกชน ภำคประชำสังคม ภำคประชำชน และภำคสื่อสำรสังคม


๑๒ ระยะเวลำในกำรด ำเนินโครงกำรเสร ิมสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง มีอยู่ 4 กิจกรรมหลักคือ กิจกรรมที่ 1 กำรประกำศเจตนำรมณ์ กิจกรรมที่ 2 พัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำ นักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.1 สร้ำงครู ก กิจกรรมย่อยที่ 2.2 สร้ำงครู ข กิจกรรมย่อยที่ 2.3 ครู ข ขยำยผลสร้ำง ทีมนักขับเคลื่อนฯ ต ำบลละ 15 คน กิจกรรมย่อยที่ 2.4 จัดตั้งศูนย์ประสำน ควำมร่วมมือนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชน ทั้ง 11 แห่ง และ ศูนย์สร้ำงควำมร่วมมือนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ ระดับจังหวัด ประกอบด้วย 7 ภำคี เคร ือข่ำย กิจกรรมที่ 3 ขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็งตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมย่อยที่ 3.1 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ระดับต ำบล กิจกรรมย่อยที่ 3.2 กำรขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็ง กิจกรรมที่ 4 ถอดบทเร ียนควำมส ำเร็จและกำรสื่อสำรสังคม กิจกรรมย่อยที่ 4.1 ถอดบทเร ียนแห่งควำมส ำเร็จระดับจังหวัด กิจกรรมย่อยที่ 4.2 จังหวัดจัดเวทีแลกเปลี่ยนควำมส ำเร็จ (Show Case) ตำม กิจกรรมย่อยที่ 4.1 และแสดงผลงำนกำรสื่อสำรสังคมระดับจังหวัด โดยสำมำรถขับเคลื่อนกิจกรรมกำรขยำยผลในพื้นที่ ของครู ข ได้ตั้งแต่เดือนมกรำคม - เมษำยน 2567 (ไตรมำส 1-3) ในกำรขับเคลื่อนงำนของครู ข ขอเน้นย้ำให้เก็บผลกำรด ำเนินงำนไว้อยู่เสมอ ภำพถ่ำย วีดีโอคลิปต่ำงๆ เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลให้กับทำงจังหวัดด ำเนินกำรในกิจกรรมย่อยที่ 4.1 และ 4.2 ต่อไป


๑๓ วิทยำกร ชี้แจงตำรำงฝึกอบรมตำมโครงกำรฯ แต่ละกิจกรรม ตำรำงฝึกอบรมโครงกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.1 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครู ก ด ำเนินกำรระหว่ำงวันที่ 1-3 ธันวำคม 2566 ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก ตำรำงฝึกอบรมโครงกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.1 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรสร้ำง ครู ข ด ำเนินกำรในช่วงเดือนธันวำคม 2566 ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนทั้ง 11 แห่ง


๑๔ ตำรำงฝึกอบรมตำรำงฝึกอบรมโครงกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 3 ขับเคลื่อนต ำบลเข้มแข็งตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมย่อยที่ 3.1 ประชุมเชิงปฏิบัติกำรขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ระดับต ำบล ด ำเนินกำรในช่วงเดือนธันวำคม 2566 ณ พื้นที่เป้ำหมำย 1,000 ต ำบล วิทยำกร ชี้แจงจ ำนวนกลุ่มเป้ำหมำยที่เข้ำร่วมโครงกำร ประชุมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนำและสร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.1 ประชุมเชิง ปฏิบัติกำรสร้ำง ครูข ด ำเนินกำร ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนทั้ง 11 แห่ง ที่ทุกท่ำนมำรว่มในวันนี้จำ นวนทั้งสิ้น 5,000 คน ในช่วงสุดท้ำย วิทยำกร ได้ฝำกทิ้งท้ำยไว้ว่ำ “มีแต่คนบ้ำเท่ำนั้นที่ท ำสิ่งเดิมซ ้ ำๆ แต่กลับหวังผลลัพธท์ ี่ แตกต่ำง” (Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results.) โดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) สรุปได้ว่ำ กำรฝึกอบรมในครั้งนี้ท่ำนผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลง เรำได้ร่วมกันท ำกิจกรรม มีกระบวนกำร ด ำเนินงำนในรูปแบบใหม่ ใช้วิทยำกรติดตำมก ำกับในรูปแบบเดียวกัน เรำก็จะได้อะไรใหม่ๆ เช่นเดียวกัน แต่ หำกยังท ำแบบเดิมอยู่อย่ำได้หำผลลพัธท์ ี่มีควำมแตกต่ำง เรำจะเจอแต่สิ่งเดิมไม่เกิดกำรพัฒนำ..


๑๕ สรุปผลกำรเร ียนรู้ กลุ่มเป้ำหมำยได้ทรำบถึงกรอบกำรด ำเนินงำนแนวทำงกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำ กำรขยำยผล สร้ำงทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงในระดับต ำบล สำมำรถน้อมน ำหลักกำรทรงงำนและ กำรพัฒนำประเทศตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำปรับใช้ในกำรด ำเนินชีวิต สร้ำงควำมเข้มแข็งใน ระดับต ำบล บร ิหำรจัดกำรชุมชนได้ มีคุณภำพชีวิตที่ดีมีควำมสุข และพร้อมเป็นนักสื่อสำรสังคม สร้ำงกำรรับรู้ ขยำยผลในพื้นที่ด ำเนินเนินกิจกรรมโครงกำรฯ ต่ำงๆ ให้สอดคล้องกับบร ิบทของพื้นที่ให้มีควำมยั่งยืนต่อไป ผลประเมินรำยวิชำ วิชำ กรอบแนวทำงโครงกำรเสร ิมสร้ำงและพัฒนำผู้น ำกำรเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต ำบล ๓. สิ่งที่ประทับใจจำกวทิยำกรท่ำนนี้ - วิทยำกรเป็นกันเอง ให้ควำมรู้ควำมเข้ำใจ - เปิดโอกำสให้ซักถำม ๔. สิ่งที่วทิยำกรควรปรบั ปรุงคือ - ควรกระชับเนื้อหำ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด รวมคน รวม ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ระดับ ๗๔ ๒๖๗ ๖๐ ๐ ๐ ๔๐๑ 1618 80.7 4.03 ดี ๗๖ ๒๖๖ ๕๙ ๐ ๐ ๔๐๑ 1621 80.8 4.04 ดี ๘๐ ๒๖๕ ๕๖ ๐ ๐ ๔๐๑ 1628 81.2 4.06 ดี ๘๘ ๒๕๕ ๕๘ ๐ ๐ ๔๐๑ 1634 81.5 4.07 ดี 4.05 ดี ๘๓ ๒๖๒ ๕๖ ๐ ๐ 401 1631 81.3 4.07 ดี ๘๖ ๒๖๐ ๕๕ ๐ ๐ 401 1635 81.5 4.08 ดี ๖๕ ๒๕๓ ๘๒ ๑ ๐ 401 1585 79.1 3.95 ดี ๗๓ ๒๕๒ ๗๕ ๑ ๐ 401 1600 79.8 3.99 ดี 4.02 ดี ดี ๒. ความคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยากร หัวข้อ ระดับความคิดเห็น (จา นวนคน) 1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวชิ า 1.1 การบรรลวุตัถุประสงค์ 1.2 ความชดัเจนของเนื้อหาวชิา 1.๓ ความรู้ทกัษะทไี่ด้รบัเพมิ่เติมจากวชิานี้ 1.๔ ความสามารถน าไปประยุกต์ใช้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความพึงพอใจ 81.06 สรุปผลการประเมินวทิ ยากร 4.04 ๒.๑ ความสามารถในการถ่ายทอดและบรรยาย ๒.๒ เทคนิคและวธิกีารทใี่ชใ้นการถ่ายทอดความรู้ ๒.๓ การเปดิโอกาสใหซ้กัถาม ๒.๔ การสรา้งบรรยากาศในการเรยีนรู้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความรู้ ความสามารถของวทิ ยากร 80.44


๑๖ - วิทยำกรพูดเร็วเกินไป ๕. ข้อเสนอแนะอื่นๆ - ควรกระชับเนื้อหำกำรอบรมเน้นหลักๆต้องกำรให้พื้นที่ท ำอะไร - ควรบรรยำยแบบสั้นๆ กระชับ ควรสรุปเป็น key word และให้ร่วมเป็น work shopทุกหัวข้อเพื่อให้ผู้ร่วม อบรมมีควำมสนใจฟัง 2.4 วิชำ MOI ONE กำรขับเคลื่อนงำน"บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข" แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน วิทยำกรหลัก ผศ.พิเชษฐ โสวิทยสกุล ที่ปร ึกษำปลัดกระทรวงมหำดไทย ผู้รับผิดชอบ นำงกรรณิกำร์ ก๋ำวิตำ นักทรัพยำกรบุคคลช ำนำญกำร วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้ำงควำมตระหนักรู้ในกระบวนกำรขับเคลื่อนงำนและบทบำทกำรเป็นครู ข 2. เพื่อสร้ำงกำรรู้เป้ำหมำยร่วมของโครงกำร ระยะเวลำ 3 ชั่วโมง (13.00 น. – 16.00 น.) ขอบเขตเนื้อหำวิชำ 1. กระบวนกำรขับเคลื่อนงำนและบทบำทกำรเป็นครู ข 2. กำรรู้เป้ำหมำยร่วมของโครงกำร เทคนิค/วิธีกำร/กระบวนกำร 1. วิทยำกรหลักชวนพูดคุย สร้ำงบรรยำกำศในกำรเร ียนรู้ และด ำเนินกำรบรรยำยในประเด็น ดังนี้ วิทยำกรเปิดภำพ “นกฮูกท ำหน้ำตกใจ” แล้วถำมว่ำ “คิดว่ำภำพนี้สื่อถึงอะไร” โดยวิทยำกรให้ ควำมหมำยว่ำเป็นภำพข่ำว“นกฮูกที่เห็นป่ำครั้งแรก” เลยท ำหน้ำตกใจ อยำกให้ ผู้เข้ำอบรมเหมือนนกฮูกที่ ตื่นเต้นกับงำนใหม่มองงำนใหม่ๆ เป็นเร ื่องน่ำสนุก ท้ำทำย


๑๗ สถำนกำรณ์ปัจจุบันโลกกก ำลังก้ำวเข้ำสู่ภำวะโลกเดือด ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 45.4 องศำ ยุคภำวะโลกร้อน สิ้นสุดลง พวกเรำก ำลังอยู่ในยุคภำวะโลกเดือด (global boiling) แล้ว สภำวะโลกเดือดที่น ำมำสู่กำรเพิ่มขึ้นของ อุณหภูมิโลก เกิดวิกฤติภัยธรรมชำติที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้มีกำร สูญเสียระบบนิเวศ และปัญหำด้ำนสุขภำพ IPCC เป็นองค์กรที่ เน้นด้ำนวิทยำศำสตร์ภูมิอำกำศของสหประชำชำติ มีมำตั้งแต่ปี 1988 และมีประเทศสมำชิก 195 ประเทศรำยงำนสภำพ อำกำศของโลก IPCC น ำรำยงำนกำรวิจัยทั่วโลก 14,000 กว่ำ ฉบับ เก็บข้อมูลนำน 8 ปีมำสรุปเป็นรำยงำนสรุป 42 หน้ำ ส่ง ให้195 ประเทศ ตรวจสอบว่ำเกิดแบบนี้จร ิงหร ือไม่ (ซึ่งทุก ประเทศรับรอง) จำก 42 หน้ำ ออกมำเป็น รูปคลื่น 4 ลูก ที่มวล มนุษยชำติก ำลังจะเจอคลื่น 4 ลูก 1. โควิด 19 (ลูกแรกที่เล็กสุด) สร้ำงกำรเปลี่ยนแปลง มำก ในช่วง พ.ศ. 2562 ถึงปัจจุบัน 2. Recession คลื่นแห่งกำรเสื่อมถอย (เศรษฐกิจ สงครำม วัฒนธรรม กำรเมือง) สงครำมมักจะเกิดหลังวิกฤต เศรษฐกิจ เกิดคลื่นลูกนี้ในช่วง พ.ศ. 2566 - 2567 3 . Climate Change โ ล ก จะ ถึ งจุ ด point of no return (จุดไม่อำจหวนกลับคืน) ในปี2030 (2573 อีก 7 ปีข้ำงหน้ำ) ถ้ำเรำไม่ช่วยกันเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ ตอนนี้ไปถึงจุดนั้น เรำจะไม่อำจท ำ ให้ธรรมชำติฟื้ นกลับมำได้แล้วได้แค่ประคองเท่ำนั้น คำดกำรณ์ว่ำจะเกิด คลื่นลูกนี้ในปีพ.ศ. 2573 อะไรไม่เคยเกิดก็เกิด ภัยพิบัติธรรมชำติจะรุนแรงขึ้น ภำวะโลกเดือด 4. Biodiversity Collapse (2593) คลื่นใหญ่สุด คือ คลื่นแห่งกำรสูญพันธุ์(พืชและสัตว์) ซึ่งมนุษย์ จะอยู่ยำกคำดกำรณ์ว่ำจะเกิดคลื่นลูกนี้ในปีพ.ศ. 2593 ในหลวงทรงเตือน ใน ส.ค.ส. พระรำชทำน ปี 2547 ผ่ำนระเบิด 4 ลูก โดยภำพแผนที่บร ิเวณ คำบสมุทรอินโดจีนบนตำรำงช่องเล็ก ๆ ซึ่งมีเสำธงปักอยู่ พร้อมภำพระเบิดและควันล้อมรอบคำบสมุทรอินโด จีนอยู่ทั้ง 4 ด้ำน โดยมีข้อควำมระบุว่ำ มี“ระเบิดเกือบทั่วโลก” ขณะที่แผ่นดินด้ำมขวำนระบุข้อควำม “สำมัคคี เป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย” เป็นภำพ ส.ค.ส. พระรำชทำน พ.ศ. 2547 จำกพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำ


๑๘ ภูมิพลอดุลยเดช ที่ผ่ำนมำ เคยมีกำรตีควำม “ระเบิด” ทั้ง 4 ลูกใน ส.ค.ส. พระรำชทำนปีดังกล่ำว ว่ำ หมำยถึง อะไร ซึ่งมีกำรถอดรหัสว่ำมีระเบิดเกือบทั่วโลก โดยอ้ำงอิงถึงประวัติกำรสร้ำงและแข่งขันด้ำนเทคโนโลยีอำวุธ นิวเคลียร์ขณะที่สถำบันเศรษฐกิจพอเพียง ตีควำมว่ำ พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว ทรงเตือนคนไทยผ่ำน ส.ค.ส. ถึงวิกฤตที่มนุษยชำติก ำลังเผชิญอยู่ 4 ประกำร คือ 1. วกิฤตสิ่งแวดล้อม อำทิภัยธรรมชำติฟ้ำดินลงโทษ อำกำศแปรปรวน ภำวะโลกร้อน กำร เปลี่ยนแปลงของผิวโลก สำรพันปัญหำ และจะหนักขึ้นเร ื่อย ๆ โรคระบำด ทั้งในคน ในพืชที่เป็นแหล่งอำหำร ของคนและสัตว์โรคระบำดในสัตว์ 2. วิกฤตสังคม คือ โรคเสื่อมคุณธรรม ภัยสังคม ยำเสพติด อำชญำกรรม ปัญหำเยำวชน ปัญหำคอร์รัปชัน ฯลฯ 3. วิกฤตเศรษฐกิจ คือ ปัญหำข้ำวยำกหมำกแพง จำกกำรที่สังคม “บ้ำเงิน บ้ำวัตถุ บร ิโภคนิยม เงิน นิยม บันเทิงนิยม สุขนิยม” มุ่งก ำไรสูงสุด เบียดเบียน แข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เห็นเพื่อนมนุษย์เป็นเพียงทรัพยำกร (มนุษย์) 4. วิกฤตควำมขัดแย้งทำงกำรเมือง กำรปกครอง คือ ขัดแย้งแย่งชิงน้ำ อำหำร ที่ดิน เมล็ดพันธุ์พืช ขัดแย้งทำงควำมคิด ควำมเชื่อ ทำงศำสนำ และวัฒนธรรม ผู้คนจะเข้ำประหัตประหำรกันไม่มีวันจบสิ้น วิกฤติ กำรเมืองภำยในประเทศและระหว่ำงประเทศ สงครำมนิวเคลียร์สงครำมเชื้อโรค ฯลฯ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่ำ ภัยพิบัติทั้ง 4 ประกำร ต่ำงเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันแล้วบนผืนแผ่นดินไทย สะท้อนให้เห็น ว่ำ พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว ทรงเล็งเห็นและมีควำมห่วงใยถึงปัญหำเหล่ำนี้ เห็นได้จำกโครงกำรใน พระรำชด ำร ิต่ำง ๆ ของพระองค์ที่ออกมำช่วยเหลือประชำชนแก้ไขปัญหำ อำทิฝนหลวงพระรำชทำน กำร จัดกำรด้ำนชลประทำนคือกำรสร้ำงอ่ำงเก็บน้ำต่ำง ๆ กำรจัดกำรน้ำท่วม อำทิพระรำชด ำร ิก่อสร้ำงคันดินกั้นน้ำ ทำงผันน้ำ สร้ำงเขื่อนอเนกประสงค์โครงกำรแก้มลิง เป็นต้น แต่กำรจะยุติภัยพิบัติทั้ง 4 ประกำรได้เห็นจะ เป็นปรัชญำ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว “ในหลวงทรงพระรำชทำนแนวทำง แก้ปัญหำไว้แล้ว เห็นได้จำก ส.ค.ส. พระรำชทำนปี2547 ที่ใจกลำงภำพระบุว่ำ สำมัคคีเป็นพลังค้ำจุน แผ่นดินไทย ซึ่งสำมำรถท ำได้ด้วยแนวคิดปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง จะกลำยเป็น 4 เสำหลักช่วยกู้ วิกฤตทั้ง 4 อย่ำงดังกล่ำวได้โดยเศรษฐกิจพอเพียง คือ กำรปรับแนวควำมคิดใหม่ ไม่ได้มุ่งที่จะต้องหำเงินทอง จ ำนวนมำก แต่เป็นกำรสร้ำง 4 อย่ำง คือ พอมีพอกิน พออยู่ และพอใช้เพื่อช่วยให้เรำสำมำรถมีชีวิตต่อไปได้ เพรำะต่อให้มีเงินทองจ ำนวนมำก เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นมำก็ไม่สำมำรถน ำไปใช้จ่ำยได้ สุดท้ำยก็จะกลับมำใน สิ่งจำ เป็นแก่ชวีติคือ ที่อยู่ อำหำร เคร ื่องนุ่งห่ม ยำรักษำโรค” ต ำบลเข้มแข็งจะช่วยได้รับมืออนำคตคลื่น 4 ลูก อย่ำงไร ต ำบลพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติต้องวำงแผน คิดว่ำจะเจออะไรกับพื้นที่นั้น เช่น ดินถล่ม พื้นที่รอยเลื่อน


๑๙ วิทยำกรเปิด ภำพเขำวงกตที่มืด และมีค ำว่ำ Impossible : สื่อให้เห็นว่ำจำกภำพคลื่น 4 ลูก ยังไม่มี ทำงออกเปร ียบเหมือนเรำต้องเข้ำไปเดินสุ่มในทำงมืดใน ควำมเป็นจร ิง ของประเทศไทยเป็นภำพเขำวงกตที่มีแสง สว่ำง มีคนเปิดไฟพำไปที่ทำงออก แค่เพียงเรำเชื่อศรัทธำ มี ตัวอย่ำงนักพัฒนำชุมชนที่ดีที่สุด(Role Model) คือ ใน หลวงรัชกำลที่ 9 ซึ่งเป็นต้นแบบของนักพัฒนำชุมชนร.9 ท ำ อำชีพ ท ำรำชกำร (หมำยควำมว่ำ กำรของรำษฎร) ท่ำนจุดไฟทำงให้เรำแล้วไฟ = พระรำชทำนทฤษฎีวิธีปฏิบัติ ให้ดูเป็นตัวอย่ำง 4,741 โครงกำรร. 10 สืบสำน รักษำ ต่อยอด ขับเคลื่อนต่อ 5,151 โครงกำร กระทรวงมหำดไทย มีวิสัยทัศน์ “ประชำชนมีคุณภำพชีวิตที่ดีชุมชนเข้มแข็ง เมืองน่ำอยู่อย่ำงยั่งยืน บนฐำนหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” สุดท้ำยอยู่ที่ "ค ำตอบอยู่ที่หมู่บ้ำน" กำรจะคิด จะท ำอะไรที่เกี่ยวข้องกับกำรพัฒนำในที่ใดที่หนึ่งนั้น แนวทำงหร ือแนวคิดน่ำจะมำจำก "คน" ที่อยู่ในชุมชนหรอืท้องถิ่นนั้นๆ เป็นผู้มีส่วนในกำรก ำหนดทิศทำง หำใช่ เป็น"คนนอก" ที่จะเป็นผู้ก ำหนดหร ือสั่งว่ำต้องท ำอย่ำงนั้นอย่ำงนี้แต่เพียงผู้เดียว. สรุปผลกำรเร ียนรู้ กลุ่มเป้ำหมำยได้เร ียนรู้เป้ำหมำยร่วมของโครงกำรเพื่อสร้ำงควำมตระหนักรู้ในกระบวนกำรขับเคลื่อน งำนและบทบำทกำรเป็นครู ข... ผลประเมินรำยวิชำ วิชำ MOI ONE กำรขับเคลื่อนงำน"บ ำบัดทุกข์ บ ำรุงสุข" แบบบูรณำกำรอย่ำงยั่งยืน มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด รวมคน รวม ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ระดับ ๗๘ ๒๖๕ ๕๘ ๐ ๐ ๔๐๑ 1624 81 4.05 ดี ๑๐๐ ๒๔๕ ๕๖ ๐ ๐ ๔๐๑ 1648 82.2 4.11 ดี ๗๘ ๒๖๙ ๕๔ ๐ ๐ ๔๐๑ 1628 81.2 4.06 ดี ๘๖ ๒๖๕ ๕๐ ๐ ๐ ๔๐๑ 1640 81.8 4.09 ดี 4.08 ดี ๘๑ ๒๖๙ ๕๑ ๐ ๐ 401 1634 81.5 4.07 ดี ๑๐๐ ๒๔๖ ๕๕ ๐ ๐ 401 1649 82.2 4.11 ดี ๗๒ ๒๕๕ ๗๐ ๔ ๐ 401 1598 79.7 3.99 ดี ๘๖ ๒๕๔ ๖๐ ๑ ๐ 401 1628 81.2 4.06 ดี 4.06 ดี ดี ๒. ความคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยากร หัวข้อ ระดับความคิดเห็น (จา นวนคน) 1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวชิ า 1.1 การบรรลวุตัถุประสงค์ 1.2 ความชดัเจนของเนื้อหาวชิา 1.๓ ความรู้ทกัษะทไี่ด้รบัเพมิ่เติมจากวชิานี้ 1.๔ ความสามารถน าไปประยุกต์ใช้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความพึงพอใจ 81.55 สรุปผลการประเมินวทิ ยากร 4.07 ๒.๑ ความสามารถในการถ่ายทอดและบรรยาย ๒.๒ เทคนิคและวธิกีารทใี่ชใ้นการถ่ายทอดความรู้ ๒.๓ การเปดิโอกาสใหซ้กัถาม ๒.๔ การสรา้งบรรยากาศในการเรยีนรู้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความรู้ ความสามารถของวทิ ยากร 81.16


๒๐ ๓. สิ่งที่ประทับใจจำกวทิยำกรท่ำนนี้ - ควำมรู้ในกำรอบรมดีมำก - กำรใช้เทคนิคกำรมีส่วนร่วม ท ำให้ผู้อบรมเกิดควำมกะตือร ือล้น ๔. สิ่งที่วทิยำกรควรปรบั ปรุงคือ - เนื้อหำควรกระชับ ช่วงเวลำที่อธิบำยถึงขั้นตอนกำรท ำงำนเป็นกลุ่ม ทั้งอำจำรย์และวิทยำกรพูดออกไมค์และ พูดวนหลำยครั้งท ำให้ตอนแสดงควำมคิดเห็นในกลุ่มไม่ได้ยินคนในกลุ่มพูดคุยหำร ือกันเลยท ำให้เสียเวลำใน กำรระดมควำมคิดกันไป - วิทยำกรควรกระชับเนื้อหำและสรุปประเด็นสั้นๆ ๕. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ควรกระชับเนื้อหำ และเวลำ ดีที่มีกำรท ำกิจกรรมwork shopท ำให้น่ำสนใจขึ้นมำท ำให้ผู้เข้ำร่วมอบรมได้มีส่วนร่วมในกำรท ำกิจกรรม ช่วงกำรระดมควำมคิดเห็น 2.5 วิชำ เทคนิคกำรจัดท ำยุทธศำสตร์(VP Canvas/ผังต้นไม้/ตำรำง 2 แกน/ฝึกปฏิบัติ) วิทยำกรหลัก ผศ.พิเชษฐ โสวิทยสกุล ที่ปร ึกษำปลัดกระทรวงมหำดไทย ผู้รับผิดชอบ นำงกรรณิกำร์ ก๋ำวิตำ นักทรัพยำกรบุคคลช ำนำญกำร วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้ำงควำมตระหนักรู้ในกระบวนกำรขับเคลื่อนงำนและบทบำทกำรเป็นครูข 2. เพื่อสร้ำงกำรรู้เป้ำหมำยร่วมของโครงกำร ระยะเวลำ 2 ชั่วโมง (16.00 น. – 18.00 น.) ขอบเขตเนื้อหำวิชำ 1. บทบำทและคุณสมบัติครู ข 2. บทบำทและคุณสมบัติ ผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง 3. แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติกำร เทคนิค/วิธีกำร/กระบวนกำร 1. วิทยำกรน ำเข้ำสู่กระบวนกำร workshop โดยชวนพูดคุย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเพื่อสร้ำงควำมเข้ำใจและ เป้ำหมำยร่วมกัน เรำท ำกลังจะสร้ำงทีมครู ข ซึ่งเป็นทีมระดับต ำบลที่จะลงไปท ำงำนในพื้นที่ต ำบลละ 5 คน โดย จะเข้ำไปท ำงำนร่วมกับผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ต ำบลละ 10 คน รวมทั้งหมดต ำบลละ 15 คน ก่อนที่จะลงไปท ำงำนในพื้นที่ เรำต้องรู้บทบำทหน้ำที่ของเรำก่อน และมองคุณสมบัติของตัวเรำเองก่อน รวมถึง บทบำทหน้ำที่และคุณสมบัติของทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลงที่จะลงไปท ำงำน ด้วย 1.1. ควำมเข้ำใจในบทบำทหน้ำที่และคุณสมบัติของ ครูก. 1.2 ควำมเข้ำใจในบทบำทหน้ำที่และคุณสมบัติของทีมผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำร เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น


๒๑ 2. แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติกำรท ำ workshop “บทบำทและคุณสมบัติ ครู ข ”พร้อมน ำเสนอ โดยใช้ เคร ื่องมือ ตำรำง 9 ช่อง Mandala Art กำรตั้งค่ำเป้ำหมำย “บทบำทและคุณสมบัติ ครู ข ” รุ่นที่ 1 บทบำท คุณสมบัติ 1. วิเครำะห์ปัญหำ วำงแผน ค้นหำแนวทำงแก้ไข (6) 2. กำรประสำนงำน (5) 3. มีเคร ือข่ำย (5) 4. ด ำเนินโครงกำร กิจกรรม เน้น ปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียง/และอำชีพ (4) 5. ประชำสัมพันธ์งำน (2) 6. พัฒนำคน / พัฒนำชุมชน (2) 7. เป็นพี่เลี้ยง ผู้ช่วยสนับสนุนงำน (1) 1. มีควำมรู้ มีทักษะหลำกหลำย (8) 2. มีควำมเป็นผู้น ำ (8) 3. มีควำมสำมำรถถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ (7) 4. มีจิตอำสำ (7) 5. มีควำมมุ่งมั่น ตั้งใจ (2) 6. รับฟังควำมคิดเห็น (2) 7. พร้อมรับกำรเปลี่ยนแปลง (1) 8. มีควำมเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (1)


๒๒ รุ่นที่ 2 บทบำท คุณสมบัติ 1 ประสำนเคร ือข่ำย -สร้ำงเคร ือข่ำย -ประสำนงำน -รู้บทบำทหน้ำที่ 2. วิเครำะห์ชุมชนได้ -วิเครำะห์ชุมชนเป็น -รู้ปัญหำ ชุมชน -มีเป้ำหมำย 3 แก้ไขปัญหำชุมชนได้ -ถ่ำยทอดควำมรู้ -น ำ นโยบำยไปปฏิบัติ -แก้ไขปัญหำได้ 4 สร้ำงควำมสำมัคคีรักสถำบัน -รักสถำบัน -สร้ำง สำมัคคี -สุขภำพดี 5 รเิรม่ิสรำ้งสรรค์-รับฟังควำมคิดเห็นผู้อื่น -มี อุดมกำรณ์ 6 จิตอำสำ -พอเพียง -จิตอำสำ -เสียสละ - เป็นที่ยอมรับของชุมชน 7 มีควำมรู้คู่คุณธรรม -มีควำมรู้เทคโนโลยี -มี ควำมรู้ -มีคุณธรรม -รับผิดชอบ 8 เป็นต้นแบบกำรเปลี่ยนแปลง-กล้ำเปลี่ยนแปลง - เป็นผู้ให้-ควำมเป็นผู้น ำ -เป็นต้นแบบ รุ่นที่ 3 1. สร้ำงควำสำมัคคี 2. สร้ำงเคร ือข่ำย 3. กำรวิเครำะห์ปัญหำ แก้ไปขปัญหำ 1.มีจิตอำสำ เสียสละ 2. มีจิตอำสำ 3.มีควำมรู้ 4. วิเครำะห์ปัญหำเป็น 5. แก้ไขปัญหำได้ 6. คิดบวก คิดสร้ำงสรรค์ 7. เป็นต้นแบบ (กล้ำคิด กล้ำท ำ มุ่งมั่น) 8. มีวิสัยทัศน์ เป้ำหมำยที่ชัดเจน 9. มีทักษะ


๒๓ รุ่นที่ 4 1. รู้ปัญหำ 2. แก้ปัญหำของชุมชน 3. มีควำมรู้ และสำมำรถถ่ำยทอดควำมรู้ได้ 4. ประสำนงำนกำรท ำงำน 1. เสียสละ จิตอำสำ มีคุณธรรม 2. มีภำวะผู้น ำ เป็นต้นแบบ 3. มีทัศนคติดี 4. มีบุคลิกภำพดี 5. รู้แหล่งงบประมำณ 6. มีควำมมุ่งมั้น ตั้งใจ 7. ควำมรับผิดชอบ 3. แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติกำรท ำ workshop “บทบำทและคุณสมบัติ ผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำ กำรเปลี่ยนแปลง ”พร้อมน ำเสนอ โดยใช้เคร ื่องมือ ตำรำง 9 ช่อง Mandala Art กำรตั้งค่ำเป้ำหมำย “บทบำทและคุณสมบัติ ผู้น ำนักขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ”


๒๔ รุ่นที่ 1 บทบำท คุณสมบัติ 1. จิตอำสำ 2. ท ำงำนเป็นทีม 3. รับฟังควำมคิดเห็น 4. กล้ำตัดสินใจ 5. พลังบวก 6. พัฒนำตนเอง 7. มีเห็นผล 8. รับผิดชอบ 1. เป็นวิทยำกร,ถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ 2. ผู้น ำต้นแบบ 3. ขับเคลื่อนกำรพัฒนำ/นักพัฒนำ 4. สร้ำงเคร ือข่ำย 5. ตั้งกฎ/ระเบียบ 6. ประชำสัมพันธ์ 7. วำงแผนกำรด ำเนินงำน 8. ประสำนงำน รุ่นที่ 2 1 มีคุณธรรม -ท ำงำนเป็นทีม -สำมัคคี -ประชุมกลุ่ม - อดทนซื่อสัตย์ 2 ใจถึงพึ่งได้ -ใจกว้ำง -เผยแพร่ควำมรู้ -แลกเปลี่ยน เร ียนรู้ 3 ยิ้มแย้มเป็นมิตร -ยิ้มแย้มแจม่ ใส -ประสำนงำนเชื่อมต่อ เคร ือข่ำย 4 จิตอำสำ -มีวิสัยทัศน์ -ผู้ให้ -จิตอำสำ -เสียสละ 5 พัฒนำตนเอง 1.สร้ำงทีมสร้ำงควำมสำมัคคี 2.ถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ 3.ประสำนงำน 4.มีวิสัยทัศน์ 5.รับฟัง(ปัญหำ,ควำมคิดเห็น) 6.วิเครำะห์ปัญหำ 4.มีกำรวำงแผนงำน 8.สร้ำงควำมเข้มแข็ง


๒๕ 6 มีควำมศรัทธำ-วิเครำะห์ปัญหำ-แยกแยะปัญหำ-มีควำม ตั้งใจ-มีควำมศรัทธำ -มีใจรักในงำนที่ท ำ 7 มีกฎ ระเบียบ วินัย -วำงแผนขับเคลื่อนงำนต่อเนื่อง 8 มีควำมคิดสร้ำงสรรค์ -กล้ำคิดกล้ำท ำ รุ่นที่ 3 1.. กำรประสำนงำน 2. กำรวำงแผนงำน 3. กำรค้นหำข้อมูล 4. สำมำรถถ่ำยทอดควำมรู้ได้ 1. สำมำรถท ำงำนร่วมกับผู้อื่นได้ 2. มีควำมรู้และสำมำรถถ่ำยทอดควำมรู้ได้ 3. มีจิตอำสำ มีควำมเสียสละ มีคุณะรรม มีควำมเป็นผู้น ำ ใจกว้ำง ยอมรับควำมคิดเห็นผู้อื่น มี ควำมอดทน 4. ท ำงำนเป็นทีม 5. คิดบวก 6. รู้ข้อมูล สำมำรถวำงแผนงำนได้ รุ่นที่ 4 1. ประสำนงำนและมีเคร ือข่ำยกำรท ำงำน 2. สร้ำงควำมร่วมมือ 3. ท ำงำนเป็นทีม 4. ถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ 1. มีจิตอำสำ เสียสละ 2. ตั้งใจจร ิงในกำรแก้ไขปัญหำชุมชน 3. เข้ำใจชุมชน 4. รับฟังควำมคิดเห็นผู้อื่น


๒๖ 5. มีกำรสื่อสำรดี 6. กล้ำคิด กล้ำท ำ กล้ำตัดสินใจ 7. มีองค์ควำมรู้ สรุปผลกำรเร ียนรู้ กลุ่มเป้ำหมำยได้เร ียนรู้บทบำทและคุณสมบัติของ ครู ข รวมถึงบทบำทและคุณสมบัติของผู้น ำนัก ขับเคลื่อนยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนเปลงเพื่อจะน ำองค์ควำมรู้ไปปรับใจในกำร ขับเคลื่อนผู้น ำนักขับเคลื่อน ยุทธศำสตร์น ำกำรเปลี่ยนแปลง ระดับต ำบล ผลประเมินรำยวิชำ วิชำ เทคนิคกำรจัดท ำยุทธศำสตร์ (VP Canvas/ผังต้นไม้/ตำรำง 2 แกน) / ฝึกปฏิบัติ ๓. สิ่งที่ประทับใจจำกวทิยำกรท่ำนนี้ - เนื้อหำดีที่ให้ควำมรู้ - ได้ท ำกิจกรรมร่วมเป็นสิ่งที่ดีซงึ่แต่ละปัญหำเรำได้เห็นสำเหตุและวิธีแก้ปัญหำได้ดีขึ้นในมุมที่หลำกหลำยจำก เพื่อนร่วมทีม ๔. สิ่งที่วทิยำกรควรปรบั ปรุงคือ - ดีอยู่แล้ว - กระชับเวลำ ๕. ข้อเสนอแนะอื่นๆ - ควรจะกระชับเนื้อหำและเวลำ - ควรเน้นหลักๆต้องกำรให้พื้นที่ท ำอะไร - ใช้เวลำประชุมดึกไป มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด รวมคน รวม ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ระดับ ๗๐ ๒๗๙ ๕๒ ๐ ๐ ๔๐๑ 1622 80.9 4.04 ดี ๘๑ ๒๗๓ ๔๗ ๐ ๐ ๔๐๑ 1638 81.7 4.08 ดี ๗๙ ๒๗๔ ๔๘ ๐ ๐ ๔๐๑ 1635 81.5 4.08 ดี ๙๖ ๒๕๕ ๕๐ ๐ ๐ ๔๐๑ 1650 82.3 4.11 ดี 4.08 ดี ๘๑ ๒๕๙ ๕๙ ๒ ๐ 401 1622 80.9 4.04 ดี ๙๗ ๒๔๙ ๕๑ ๔ ๐ 401 1642 81.9 4.09 ดี ๘๔ ๒๕๖ ๕๕ ๖ ๐ 401 1621 80.8 4.04 ดี ๘๙ ๒๕๙ ๕๐ ๓ ๐ 401 1637 81.6 4.08 ดี 4.07 ดี ดี ๒. ความคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยากร หัวข้อ ระดับความคิดเห็น (จา นวนคน) 1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวชิ า 1.1 การบรรลวุตัถุประสงค์ 1.2 ความชดัเจนของเนื้อหาวชิา 1.๓ ความรู้ทกัษะทไี่ด้รบัเพมิ่เติมจากวชิานี้ 1.๔ ความสามารถน าไปประยุกต์ใช้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความพึงพอใจ 81.61 สรุปผลการประเมินวทิ ยากร 4.07 ๒.๑ ความสามารถในการถ่ายทอดและบรรยาย ๒.๒ เทคนิคและวธิกีารทใี่ชใ้นการถ่ายทอดความรู้ ๒.๓ การเปดิโอกาสใหซ้กัถาม ๒.๔ การสรา้งบรรยากาศในการเรยีนรู้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความรู้ ความสามารถของวทิ ยากร 81.32


๒๗ 2.6 วิชำ Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนผลกำรปฏฺบัติ งำนที่ผ่ำนมำ วิทยำกรหลัก/ผู้รับผิดชอบ วิทยำกรหลัก รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ และ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล และ ทีมครู ก ผู้รับผิดชอบ นำยเกร ียงไกร สิงห์แก้ว นำยณัฐนิช รักขติวงศ์ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อศึกษำกำรปฏิบัติงำนระดับพื้นที่ ที่ผ่ำนมำร่วมกัน ๒. เพื่อวิเครำะห์และถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนระดับพื้นที่ ที่ผ่ำนมำในกระบวนกำรเข้ำใจปัญหำ และร่วมหำทำงออก ระยะเวลำ........๔.....ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหำวิชำ กำรสรุปบทเร ียน Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียน กำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำร่วมกัน เป็นกลุ่ม ประกอบด้วย ๑. กำรท ำกระบวนกำรเข้ำใจปัญหำ โดยใช้ “ต้นไม้แห่งปัญหำ” ดังนี้ ๑.๑ ปัญหำหลัก ๑.๒ สำเหตุหลักที่ท ำให้เกิดปัญหำ ๑.๓ สำเหตุรองของปัญหำ ๑.๔ ผลกระทบที่เกิดขึ้น (ด้ำนลบ) ๑.๕ ผลกระทบหลัก ๑.๖ ผลกระทบรอง ๒. วเิครำะห์วัตถุประสงค์หลัก ในสิ่งที่อยำกเห็น อยำกให้เกิด ใน “ต้นไม้แห่งปัญหำ สู่ต้นไม้แห่ง ปัญญำ” ดังนี้ ๒.๑ ทำงเลือกหลัก ในกำรแก้ปัญหำ ๒.๒ ทำงเลือกรอง ๒.๓ ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ๒.๔ เป้ำประสงค์หลัก ๒.๕ เป้ำประสงค์รอง ๓. กำรน ำเสนอต้นไม้แห่งปัญหำ ตำมประเด็นที่ได้รับคัดเลือก


๒๘ เทคนิค/วิธีกำร/กระบวนกำร Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ (รุ่นที่ ๑) ส ำหรับในรุ่นที่ ๑ มีกิจกรรมสรุปผลกำรศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ ดังนี้ หลังจำกทีม วิทยำกร ได้วำงประเด็นให้ผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมได้จัดล ำดับควำมส ำคัญของปัญหำที่ เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งรุ่นที่ ๑ จะเป็น จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งปัญหำ ยำเสพติด ควำมยำกจน หนี้สินครัวเร ือน กำรศึกษำ ภัยพิบัติผู้น ำชุมชนไม่เข้มแข็ง ควำมขัดแย้ง ควำมปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ควำมเหลื่อมล้ำ คุณภำพของคนในชุมชน สภำพแวดล้อมเสื่อมโทรม ครอบครัวแหว่งกลำง ผู้สูงอำยุสุขภำพของคนในชุมชน คุณภำพชีวิตของคนในชุมชน (ประเด็นหลักทั้งหมดที่วิทยำกรให้ผู้อบรมคัดเลือก) โดยปัญหำหลักส ำคัญของเชียงใหม่ จะประกอบด้วย คุณภำพชีวิตของคนในชุมชน ควำมขัดแย้ง ควำมยำกจน หนี้สินครัวเร ือน ผู้น ำไม่เข้มแข็ง ยำเสพติด ควำมเหลื่อมล้ำ และผู้สูงอำยุในชุมชน โดยได้คัดเลือก ประเด็นส ำคัญในกำรแลกเปลี่ยนของ ศพช.คือ ประเด็นด้ำนปัญหำควำมขัดแย้ง วิทยำกรได้ให้น ำเสนอเป็น เวลำ ๕ นำที สำระส ำคัญ มีดังนี้ ด้ำนควำมขัดแย้งเกิดจำก ควำมเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมำกกว่ำส่วนรวม แบ่งฝักแบ่ง ฝ่ำย ใช้อ ำนำจของตนเป็นใหญ่ กำรไม่ให้เกียรติ และควำมส ำคัญเพศหญิง ควำมคิดเห็นที่แตกต่ำง กำรขัด


๒๙ ผลประโยชน์ มือที่ ๓ ยุยงให้ทะเลำะกัน ควำมมีอัคติ และทัศนะคติที่ไม่ตรงกัน ส่งผลให้เกิดควำมไม่ไว้วำงใจกัน เป้ำหมำยกำรท ำงำนที่ไม่ชัดเจน ขำดควำมไว้วำงใจ ขำดควำมสำมัคคี ไม่ช่วยเหลือกันในยำมมีภัยต่ำง ๆ ไม่ ยอมรับฟังควำมคิดเห็น เกิดควำมเข้ำใจผิดในลูกหลำย เยำวชน ทำงเลือกหลักในกำรแก้ปัญหำประกอบด้วย กำรถอยคนละก้ำว ลงประชำมติ หำทำงออกร่วมกัน หำ กิจกรรมท ำร่วมกันบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดควำมรักควำมสำมัคคีปรองดอง กล่ำวขอโทษและรู้จักกำรให้อภัย รับฟัง เหตุผลซึ่งกันและกัน กำรปรับทัศนคติ กำรให้โอกำสบุคคลอื่นที่ไม่ใช้เคร ือญำติเข้ำร่วมในกำรท ำงำน ซึ่งจะ ส่งผล คนในชุมชนเข้ำใจกัน รวมใจเป็นหนึ่ง และสำมำรถลดปัญหำควำมขัดแย้ง เข้ำใจกันอยู่ร่วมกันอย่ำง ปรองดอง ให้ก ำลังใจกับตนเองและผู้อื่น และเกิดควำมสำมัคคีในกำรร่วมกันพัฒนำหมู่บ้ำน


๓๐ Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ (รุ่นที่ ๒) ส ำหรับในรุ่นที่ ๒ มีกิจกรรมสรุปผลกำรศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ ดังนี้ หลังจำกทีม วิทยำกร ได้วำงประเด็นให้ผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมได้จัดล ำดับควำมส ำคัญของปัญหำที่ เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งรุ่นที่ ๒ จะเป็น จังหวัดน่ำน และพะเยำ ทั้งปัญหำ ยำเสพติด ควำมยำกจน หนี้สิน ครัวเร ือนกำรศึกษำ ภัยพิบัติผู้น ำชุมชนไม่เข้มแข็ง ควำมขัดแย้ง ควำมปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ควำม เหลื่อมล้ำคุณภำพของคนในชุมชน สภำพแวดล้อมเสื่อมโทรม ครอบครัวแหว่งกลำง ผู้สูงอำยุสุขภำพของคนใน ชุมชนคุณภำพชีวิตของคนในชุมชน (ประเด็นหลักทั้งหมดที่วิทยำกรให้ผู้อบรมคัดเลือก) ซึ่งประเด็นปัญหำส ำคัญ จำกมติของจังหวัดน่ำน และพะเยำประกอบด้วย ควำมยำกจน คุณภำพชีวิต ของคนในชุมชน หนี้สินครัวเร ือน ผู้สูงอำยุในชุมชน คุณภำพของคนในชุมชน ควำมขัดแย้ง ยำเสพติด โดยได้มี กำรคัดเลือกประเด็นผู้น ำไม่เข้มแข็ง น ำเสนอในเวทีประชุมใหญ่ ดังนี้ ประเด็นผู้น ำไม่เข้มแข็ง ปัญหำเกิดจำกผู้น ำไม่สนใจควำมเป็นผู้น ำ ชำวบ้ำนที่ไม่สนใจไม่ให้ควำม ร่วมมือ ผู้น ำเห็นแก่ตัว ไม่ท ำงำน มีอ ำนำจเด็ดขำด มีอิทธิพล เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง ท ำงำนไม่สอดคล้องใน แนวทำงเดียวกัน ไม่มีจิตอำสำ ไม่เป็นธรรม ไม่มีจุดหมำยที่ชัดเจน ขำดควำมรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ ไม่รับฟังควำม


๓๑ คิดเห็นคนอื่น ซึ่งส่งผลให้ขำดควำมน่ำเชื่อถือ ประชำชนขำดโอกำส เสียเวลำ หมู่บ้ำนไม่พัฒนำ ขำดควำม สำมัคคี ไม่สำมำรถสร้ำงควำมเปลี่ยนแปลงอย่ำงยั่งยืน ไม่มีใครอยำกร่วมงำนด้วย แนวทำงแก้ไขปัญหำต้องมีกำรปลูกฝังจิตส ำนึกของผู้น ำ ท ำกิจกรรมสร้ำงกำรมีส่วนร่วมระหว่ำงผู้น ำ และชุมชน กำรบูรณำกำร กำรท ำงำนกับหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องในกำรแก้ปัญหำร่วมกัน ส่งผลให้ชุมชนมีควำม เข้มแข็งและสำมัคคี คุณภำพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น เยำวชนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมกับชุมชนมำกขึ้น มีชีวิตควำม เป็นอยู่ที่ดี อยู่เย็นเป็นสุข


๓๒ Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ (รุ่นที่ ๓) ส ำหรับในรุ่นที่ ๓ มีศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ ดังนี้ หลังจำกทีม วิทยำกร ได้วำงประเด็นให้ผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมได้จัดล ำดับควำมส ำคัญของปัญหำที่ เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งรุ่นที่ ๓ จะเป็น จังหวัดเชียงรำย และล ำพูน ทั้งปัญหำ ยำเสพติด ควำมยำกจน หนี้สิน ครัวเร ือน กำรศึกษำ ภัยพิบัติผู้น ำชุมชนไม่เข้มแข็ง ควำมขัดแย้ง ควำมปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ควำม เหลื่อมล้ำคุณภำพของคนในชุมชน สภำพแวดล้อมเสื่อมโทรม ครอบครัวแหว่งกลำง ผู้สูงอำยุสุขภำพของคนใน ชุมชน คุณภำพชีวิตของคนในชุมชน (ประเด็นหลักทั้งหมดที่วิทยำกรให้ผู้อบรมคัดเลือก) ซึ่งประเด็นปัญหำส ำคัญ จำกมติของจังหวัดเชียงรำย และล ำพูน ประกอบด้วย ภัยพิบัติ ผู้น ำไม่ เข้มแข็ง ยำเสพติด ควำมยำกจน หนี้สินครัวเร ือน ควำมขัดแย้ง ผู้สูงอำยุ คุณภำพชีวิตของคนในชุมชน โดย ตัวแทนในกำรน ำเสนอที่ประชุมใหญ่ ได้แก่ ประเด็นด้ำนภัยพิบัติ ตัวแทนผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมได้น ำเสนอปัญหำด้ำนภัยพิบัติ เกิดจำกกำรบุกรุกพื้นที่ป่ำ กำรเผำป่ำ ควำมมักง่ำย กำรเปลี่ยนแปลงทำงธรรมชำติ กำรปฏิบัติพฤติกรรมของมนุษย์ กำรสูบน้ำใต้ดินมำใช้ ภัยจำก สำรเคมี ภัยแล้งเนื่องจำกกำรเปลี่ยนทำงน้ำ ส่งผลให้เกิดปัญหำไฟป่ำ หมอกควัน สุขภำพเสื่อมโทรม ขำดควำม มั่นคงทำงอำหำร ทรัพยำกรถูกท ำลำย ขำดแคลนแหล่งน้ำ ป่ำต้นน้ำ


๓๓ ส ำหรับแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำนั้น ผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมน ำเสนอว่ำ ต้องมีกำรเร ียนรู้วิธีป้องกัน ตัวเอง มีกำรให้ควำมรู้กำรหลบภัยและป้องกันอย่ำงถูกวิธี เฝ้ำระวัง เตร ียมควำมพร้อม ห้ำมตัดไม้ท ำลำยป่ำ ลด ภำวะเร ือนกระจก ท ำฝำยชะลอน้ำ ลดกำรปล่อยคำร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลให้เกิด กำรอนุรักษ์ ทรพัยำกรธรรมชำติฟ้ืนคืนป่ำต้นน ้ ำ เพิ่มควำมอุดมสมบูรณ์ลดภำวะโลกรอ้น ลดปัญหำไฟป่ำและมลพิษ Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ (รุ่นที่ ๔)


๓๔ ส ำหรับในรุ่นที่ ๔ มีศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนกำรปฏิบัติงำนที่ผ่ำนมำ ดังนี้ หลังจำกทีม วิทยำกร ได้วำงประเด็นให้ผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมได้จัดล ำดับควำมส ำคัญของปัญหำที่ เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งรุ่นที่ ๓ จะเป็น จังหวัดแพร่ ล ำปำง และแม่ฮ่องสอน ทั้งปัญหำ ยำเสพติด ควำมยำกจน หนี้สินครัวเร ือนกำรศึกษำ ภัยพิบัติผู้น ำชุมชนไม่เข้มแข็ง ควำมขัดแย้ง ควำมปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ควำมเหลื่อมล้ำคุณภำพของคนในชุมชน สภำพแวดล้อมเสื่อมโทรม ครอบครัวแหว่งกลำง ผู้สูงอำยุสุขภำพของ คนในชุมชนคุณภำพชีวิตของคนในชุมชน (ประเด็นหลักทั้งหมดที่วิทยำกรให้ผู้อบรมคัดเลือก) ซึ่งประเด็นปัญหำส ำคัญ จำกมติของจังหวัดแพร่ ล ำปำง และแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย ภัยพิบัติ ผู้น ำไม่เข้มแข็ง หนี้สินครัวเร ือน ยำเสพติด ควำมยำกจน คุณภำพชีวิตของคนในชุมชน ควำมขัดแย้ง คุณภำพ ของคนในชุมชน สุขภำพของคนในชุมชน และผู้น ำไม่เข้มแข็ง โดยตัวแทนในกำรน ำเสนอที่ประชุมใหญ่ ได้แก่ ควำมขัดแย้ง และผู้น ำไม่เข้มแข็ง ผู้น ำไม่เข้มแข็ง เกิดจำกกำรหลีกเลี่ยงปัญหำ ไม่เข้ำใจบทบำทของผู้น ำที่แท้จร ิง ขำดควำมยืดหยุ่น หลงในอ ำนำจ เอำควำมคิดตัวเองเป็นใหญ่ซอื้สิทธขิ์ำยเสียง ขำดควำมรู้ไม่ตั้งใจท ำงำน ขำดควำมสำมัคคีกำร มีส่วนร่วม ไม่ยอมรับควำมเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมเร ียนรู้และพัฒนำตนเอง ส่งผลต่อกำรขำดควำมน่ำเชื่อถือ ประชำชนขำดโอกำส เสียเวลำ หมู่บ้ำนไม่พัฒนำต่อ ขำดควำมสำมัคคีในชุมชน ไม่สำมำรถสร้ำงควำม เปลี่ยนแปลงอย่ำงยั่งยืน ไม่มีใครอยำกร่วมท ำงำนด้วย แนวทำงแก้ไขปัญหำต้องมีกำรปลูกฝังจิตส ำนึกของผู้น ำ มีกำรท ำกิจกรรมสร้ำงกำรมีส่วนร่วมระหว่ำง ผู้น ำและชุมชน กำรบูรณำกำรท ำงำนกับหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องในกำรแก้ปัญหำร่วมกัน ส่งผลให้ชุมชนมีควำม เข้มแข็งและสำมัคคี คุณภำพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น เยำวชนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมกับชุมชนในกิจกรรมส่วนรวม มำกขึ้น มีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดี พัฒนำได้ต่อเนื่อง ประเด็นควำมขัดแย้ง เกิดจำก ควำมเห็นแก่ตัว ทัศนะคติไม่เปิดใจ นิสัยควำมเคยชินส่วนตัว กำร สื่อสำรไม่ตรงกัน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมำกกว่ำส่วนรวม แบ่งเงินไม่เท่ำกัน ใช้อ ำนำจของตนเป็นใหญ่ กำร ไม่ให้เกียรติ ควำมคิดเห็นที่แตกต่ำง กำรขัดผลประโยชน์และพวกพ้อง และทัศนะคติที่ไม่ตรงกัน ส่งผลให้เกิด ควำมไม่ไว้วำงใจกัน เป้ำหมำยกำรท ำงำนที่ไม่ชัดเจน ขำดควำมไว้วำงใจ ขำดควำมสำมัคคี ไม่ช่วยเหลือกัน ไม่ ยอมรับฟังควำมคิดเห็น เกิดควำมเข้ำใจผิดในลูกหลำย เยำวชน ทำงเลือกหลักในกำรแก้ปัญหำประกอบด้วย เปิดโอกำสให้อีกฝ่ำยแสดงควำมคิดเห็น หำทำงออก ร่วมกัน หำกิจกรรมท ำร่วมกันบ่อย ๆ สร้ำงระเบียบร่วมกัน เพื่อให้เกิดควำมรักควำมสำมัคคีปรองดอง กล่ำวขอ โทษและรู้จักกำรให้อภัย รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน กำรปรับทัศนคติ กำรให้โอกำสบุคคลอื่นที่ไม่ใช้เคร ือญำติ เข้ำร่วมในกำรท ำงำน ซึ่งจะส่งผล คนในชุมชนเข้ำใจกัน รวมใจเป็นหนึ่ง และสำมำรถลดปัญหำควำมขัดแย้ง เข้ำใจกันอยู่ร่วมกันอย่ำงปรองดอง ให้ก ำลังใจกับตนเองและผู้อื่น และเกิดควำมสำมัคคีในกำรร่วมกันพัฒนำ หมู่บ้ำน


๓๕ สรุปผลกำรเร ียนรู้ กลุ่มเป้ำหมำยได้ตระหนักถึงปัญหำที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม วกิฤติที่เกิด จำกกำรพัฒนำ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทำงตรงและทำงอ้อม ต่อชุมชนอย่ำงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเร ื่องเหล่ำนี้ซึ่ง พระมหำกษัตร ิย์ไทย ได้ทรงเตือนคนไทยมำกว่ำ ๑๙ ปีแล้ว ซึ่งเป็นเร ื่องที่ที่ฝ่ำยจะต้องร่วมมือ ในกำรบูรณำกำร กำรท ำงำนร่วมกันในกำรแก้ไขปัญหำ ไปสู่กำรพัฒนำอย่ำงยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ประเทศไทย ปี ๒๕๘๐ ในควำมว่ำ ประเทศมีควำมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนำแล้ว ด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของ เศรษฐกิจพอเพียง ในกำรตระหนักถึงควำมส ำคัญของทรัพยำกร ว่ำมนุษย์ไม่สำมำรถอยู่ได้ถ้ำปรำศจำก สิ่งแวดล้อม และต้องปรบัตัวตำมกำรเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลำ ทั้งนี้ จ ำเป็นต้องอำศัยปฏิสัมพันธ์ระหว่ำงองค์ประกอบทำงธรรมชำติกับองค์ประกอบของสังคม มนุษย์ ซึ่งมีควำมส ำคัญต่อทั้งสุขภำพและคุณภำพชีวิตของมนุษย์และควำมปกติสุขของระบบนิเวศที่มีมนุษย์ เป็นองค์ประกอบ จึงต้องมีกำรปรับตัวในกำรด ำรงชีวิต และสภำพแวดล้อม ในกำรนี้ ผู้อบรมได้ร่วมกันวิเครำะห์ ทั้งสำเหตุของปัญหำร่วมกัน ในประเด็นหลักของปัญหำส ำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นจร ิงตำมล ำดับ ในแต่ละพื้นที่ ที่จะมี ควำมแตกต่ำงในรำยละเอียดที่ส ำคัญ จึงต้องอำศัยกระบวนกำรคิดร่วมกันวำงแผนแก้ปัญหำร่วมกัน ทั้งยำเสพ ติด หนี้สินครัวเร ือน ควำมยำกจน คุณภำพชีวิตของคนในชุมชน ควำมขัดแย้ง คุณภำพของคนในชุมชน ภัยพิบัติ และชุมชนไม่เข้มแข็ง ด้วยกระบวนกำรวิเครำะห์และเติมเต็มร่วมกัน รวมถึงได้แลกเปลี่ยนกับน ำนักขับเคลื่อน ยุทธศำสตร์ ในต่ำงภูมิภำค แสดงถึง กำรพูดคุยอย่ำงต่อเนื่อง ร่วมคิด ร่วมท ำ เป็นก้ำวหนึ่งในแนวทำงกำร แก้ไขปัญหำให้เกิดควำมยั่งยืนได้ ซึ่งต้องอำศัยควำมต่อเนื่องและกำรบูรณำกำร กำรท ำงำนภำยในพื้นที่ และ กำรยอมรับฟังควำมคิดเห็นที่หลำกหลำย


๓๖ ผลประเมินรำยวิชำ วิชำ Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษำ/วิเครำะห์/ถอดบทเร ียนผลกำรปฏฺบัติงำนที่ ผ่ำนมำ ๓. สิ่งที่ประทับใจจำกวทิยำกรท่ำนนี้ - ได้เหตุผลของกำรปฏิบัติและสำมำรถน ำไปใช้ได้จร ิง - ใช้เทคนิคกำรมีส่วนร่วม - ชอบที่มีกำรสรุปรวบยอดแล้วใช้เวลำที่เหมำะสมโดยเลือกตัวแทนศพช.ละ 1 ที่ท ำให้ประหยัดเวลำได้เห็น ภำพรวมของปัญหำเดียวแต่บำงข้อสำเหตุก็ต่ำงกันตำมภูมิภำค - วิธีกำรถ่ำยทอด ๔. สิ่งที่วทิยำกรควรปรบั ปรุงคือ - เพิ่มควำมรูใ้นส่วนที่ขำดของแต่หรอืหัวข้อที่ยังไม่มียกตัวอย่ำง ในแผนผังต้นไม้ให้เห็นภำพชัดเจน - กระชับเวลำ ๕. ข้อเสนอแนะอื่นๆ - ใช้เวลำช่วงดึก สุขภำพของผู้เข้ำอบรมไม่เอื้ออ ำนวย ท ำให้เหนื่อยล้ำและไม่อยำกอบรม - ใช้เวลำนำนไปควรบรรยำยภำคเช้ำ ท ำกิจกรรมบ่ำย มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด รวมคน รวม ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ระดับ ๘๙ ๒๕๑ ๖๑ ๐ ๐ ๔๐๑ 1632 81.4 4.07 ดี ๙๗ ๒๔๗ ๕๕ ๒ ๐ ๔๐๑ 1642 81.9 4.09 ดี ๙๐ ๒๔๘ ๖๑ ๒ ๐ ๔๐๑ 1629 81.2 4.06 ดี ๙๖ ๒๔๘ ๕๕ ๒ ๐ ๔๐๑ 1641 81.8 4.09 ดี 4.08 ดี ๗๘ ๒๕๘ ๖๓ ๒ ๐ 401 1615 80.5 4.03 ดี ๘๖ ๒๔๕ ๗๐ ๐ ๐ 401 1620 80.8 4.04 ดี ๘๒ ๒๓๗ ๘๐ ๒ ๐ 401 1602 79.9 4.00 ดี ๙๔ ๒๓๓ ๖๔ ๐ ๐ 391 1594 79.5 3.98 ดี 4.01 ดี ดี ๒. ความคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยากร หัวข้อ ระดับความคิดเห็น (จา นวนคน) 1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวชิ า 1.1 การบรรลวุตัถุประสงค์ 1.2 ความชดัเจนของเนื้อหาวชิา 1.๓ ความรู้ทกัษะทไี่ด้รบัเพมิ่เติมจากวชิานี้ 1.๔ ความสามารถน าไปประยุกต์ใช้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความพึงพอใจ 81.60 สรุปผลการประเมินวทิ ยากร 4.04 ๒.๑ ความสามารถในการถ่ายทอดและบรรยาย ๒.๒ เทคนิคและวธิกีารทใี่ชใ้นการถ่ายทอดความรู้ ๒.๓ การเปดิโอกาสใหซ้กัถาม ๒.๔ การสรา้งบรรยากาศในการเรยีนรู้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความรู้ ความสามารถของวทิ ยากร 80.19


๓๗ 2.7 วิชำ ประสบกำรณ์กำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของกำรปฏิบัติงำนในรระดับ พื้นที่ วิทยำกรหลัก/ผู้รับผิดชอบ วิทยำกรบรรยำย นำยคณิต ธนูธรรมเจร ิญ ข้ำรำชกำรบ ำนำญ ข้ำรำชกำรพลเร ือน ส ำนักพระรำชวัง ผู้รับผิดชอบวิชำ นำงสำวศรัญยำ ปำปลูก นักทรัพยำกรบุคคลปฏิบัติกำร วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ำอบรมได้เร ียนรู้ประสบกำรณ์กำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของ กำรปฏิบัติงำนในระดับพื้นที่จำกวิทยำกรผู้ทรงคุณวุฒิ ระยะเวลำ จ ำนวน 4 ชั่วโมง (08.00 - 12.00 น.) ขอบเขตเนื้อหำวิชำ 1. กำรเป็นนักพัฒนำ 2. องค์ควำมรู้กำรพัฒนำตำมแนวพระรำชด ำร ิ (ศำสตร์พระรำชำ) 3. กระบวนกำรท ำงำนแบบบูรณำกำรเชิงพื้นที่ เทคนิค/วิธีกำร/กระบวนกำร 1. วิทยำกรน ำเข้ำสู่บทเร ียน บรรยำยองค์ควำมรู้กำรพัฒนำตำมแนวพระรำชด ำร ิ (ศำสตร์พระรำชำ) พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ 9 เป็นพระมหำกษัตร ิย์นักพัฒนำ โดยส ำนักงำนโครงกำรพัฒนำแห่ง สหประชำชำติ (UNDP) ได้ทูลเกล้ำถวำยรำงวัล “ควำมส ำเร็จสูงสุดด้ำนกำรพัฒนำมนุษย์ (The Human Development Lifetime Achievement Award)” เมื่อวันที่ 26 พฤษภำคม 2549 ซึ่งเป็นรำงวัลชิ้นแรกที่สหประชำชำติจดัท ำขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมระเกียรติในโอกำสแห่งกำรฉลองสิร ิรำชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช ที่ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกำยและทรงพระวิร ิยะอุตสำหะในกำรปฏิบัติพระรำชกรณียกิจน้อยใหญ่นำนัปกำร เพื่อพัฒนำ คุณภำพชีวิตที่ดีของปวงชนชำวไทยอยู่เป็นนิจจนเป็นที่ประจักษ์แก่สำยตำชำวโลก จึงต่ำงกล่ำวขำนพระรำชสมัญญำ พระองค์ว่ำ “พระมหำกษัตร ิย์นักพัฒนำ” เรำเป็นนักพัฒนำ จึงควรเร ียนรู้หลักกำรทรงงำนของพระองค์ 2. วิทยำกรบรรยำยกำรน้อมน ำหลักกำรท ำงำนพัฒนำให้เกิดผลส ำเร็จ กำรเป็นนักพัฒนำ - กำรพัฒนำอย่ำงเป็นขั้นเป็นตอน ต้องใช้ปัญญำและควำมอดทน - ไม่ติดต ำรำ เข้ำถึงในศำสตร์นั้น ๆ


๓๘ กำรพัฒนำต ำบลเข้มแข็ง - ท ำให้ชุมชนเป็นชุมชนแห่งกำรเร ียนรู้ ตั้งประเด็นเพื่อควำมสร้ำงสรรค์ - มีวิทยำกำรที่ดี หลักควำมเป็นเหตุเป็นผล คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมำะสม แต่ควรพึ่งพำปัจจัยภำยใน เพื่อให้เกิดกลไกในกำรขับเคลื่อนก่อน - มีธรรมะอยู่ในใจ เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เกิดกำรพัฒนำตนเองที่มีจิตใจที่งอกงำม ดังนั้น กำรพัฒนำจะบรรลุผลตำมเป้ำหมำยและส ำเร็จได้ ต้องประกอบด้วย 1) เป็นคนดี มีปัญญำ และมีควำมรับผิดชอบ มีควำมวิร ิยะอุสำหะ เป็นผู้ปฏิบัติ 2) มีวิทยำกำรที่ดีเป็นเคร ื่องใช้ประกอบกำร 3) มีกำรวำงแผนที่ดี ให้พอเหมำะพอควรกับ ฐำนะเศรษฐกิจและทรัพยำกรที่มีอยู่ (ร่วมคิด ร่วมวำงแผน และแผนต้องชัดเจน มีวิสัยทัศน์) ศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำร ิ เป็นแหล่งเร ียนรู้แบบองค์รวม (One stop service) ที่สอดคล้องเหมำะสมกับพื้นที่ลุ่มน้ำ ต้นทำงเป็นป่ำไม้ ปลำยทำงเป็นแหล่งน้ำ (กำรพัฒนำด้ำนประมง) ระหว่ำงทำงเป็นกำรพัฒนำด้ำนเกษตร เป็นกำรพัฒนำที่เหมำะสม กับภูมิสังคม ท ำหน้ำที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พื้นที่สำธิต ศึกษำ ทดลอง วิจัย จึงเป็นกำรเร ียนรู้แบบ “One Stop Service” คือ กำรเร ียนรู้ได้อย่ำงเบ็ดเสร็จ/องค์รวม องค์ควำมรู้กำรพัฒนำตำมแนวพระรำชด ำร ิ กำรพัฒนำเชิงพื้นที่ภูมิสังคมลุ่มน้ำ “พัฒนำต้นทำงเป็นป่ำไม้ ปลำยทำงเป็นประมง ระหว่ำงทำงเป็นเกษตรกรรม และอื่น ๆ” องค์ควำมรู้กำรฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำ โดยวิธีกำรใหม่ ๆ ในกำรฟื้นฟูต้นน้ำ - ทฤษฎีป่ำเปียก : ระบบคลองไส้ไก่ (คลองที่คดเคี้ยวไปตำมแนวระดับของพื้นที่) คูคลองก้ำงปลำ (คลองที่ แผ่แขนง) ผันน้ำจำกแหล่งน้ำกระจำบสร้ำงควำมชุ่มชื้นให้กับผืนป่ำ ท ำให้ต้นไม้เจร ิญเติบโต ใบไม้แห้งที่ล่วงลงมำมี ควำมชื้น เปียกเกิดกำรผุย่อยสลำย ไม่เป็นเชอื้เพลิงก่อให้เกิดไฟป่ำ ท ำให้ดินมีอินทรยีวัตถุเพิ่มขึ้น เป็นแนวป้องกันไฟป่ำ เปียก


๓๙ สรำ้งฝำยต้นน ้ ำล ำธำร จำกวัสดุที่มีในท้องถิ่น เรม่ิสรำ้งจำกที่สูงลดลั่นกันมำ ช่วยชะลอ กำรไหลของน ้ ำและเพิ่มควำมชุม่ชื้นให้กับผืนป่ำ - ปลูกป่ำฟื้นฟูนิเวศ : ปลูกป่ำโดยไม่ต้องปลูก กำรใช้ธรรมชำติช่วยธรรมชำติ เช่น กำรพัฒนำแม่ไม้ที่อยู่บน สันเขำเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีกระจำยพันธุ์โดยธรรมชำติ ไม่ตอแยป่ำ ให้ป่ำฟื้นตัวตำมธรรมชำติ ป้องกันผู้คนสร้ำงควำม เดือดร้อนให้กับป่ำ ป้องกันไฟป่ำ ปลูกเสรมิป่ำ เพิ่มควำมหลำกหลำยของป่ำ ปลูกทดแทนบร ิเวณเสื่อมโทรม ปลูกไม้ร ิมร่องน้ำ ปลูกไม้ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง เป็นกำรปลูกไม้เชิงสังคม ตอบสนองต่อคุณภำพชีวิต เช่น ไม้ฟืน เป็นไม้เศรษฐกิจพอเพียงและไม้เชิงวัฒนธรรม สร้ำงควำมอบอุ่น หุงหำอำหำร จนถึงเสียชีวิตในพิธีกรรมศพ ปลุกป่ำในใจคน ท ำให้คนมีคุณธรรมจรยิธรรมด้ำนสิ่งแวดล้อม เชน่กำรเลี้ยงผีป่ำ เป็นวัฒนธรรมควำมเชื่อที่ซึมลึกอยู่ในใจ จึงต้องตระหนักอยู่เสมอ รักและหวงแหน ปลูกป่ำบนแผ่นดินและดูแลรักษำ ป่ำนั้น เพื่อประโยชน์ต่อตนเองและสังคม สร้ำงอุดมกำรณ์ของกำรพัฒนำให้เกิดขึ้น - กำรอนุรกัษ์พันธุกรรมพืชในท้องถิ่น มีธนำคำรเมล็ดพันธุใ์นชุมชน เกิดควำมมั่นคงทำงอำหำร รกัษำควำม หลำกหลำยทำงพืชพันธุ์ องค์ควำมรู้ด้ำนกำรจัดกำรน้ำ น้ำน้อย : ผันน้ำระหว่ำงลุ่มน้ำ ฟื้นฟูนิเวศ น้ำมำก : เก็บกักน้ำไว้ให้เพียงพอ อ่ำงเก็บกัก ฝำย แก้มลิง มลพิษ : ไม่สรำ้งสิ่งปนเป้ือน องค์ควำมรู้ด้ำนกำรประมง ผลกำรฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ - สภำพป่ำเต็งรัง → ป่ำเบญจพรรณ → ป่ำดงดิบ - อุณหภูมิลดลง - มีควำมหลำกหลำยเพิ่มขึ้น ทั้งพันธุพ์ ืชและสัตว์ - กำรเพำะเลี้ยงสัตว์น้ำ กำรบร ิหำรจัดกำรแหล่งน้ำแบบมีส่วนร่วมในกำรประมง องค์ควำมรู้ด้ำนกำรอนุรักษ์ดิน พัฒนำคุณภำพดิน : ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก พืชคลุมดิน ปลูกแฝก กำรใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมำะสม : เกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรประณีต วนเกษตร เกษตรผสมผสำน องค์ควำมรู้ด้ำนปศุสัตว์ ทุ่งหญ้ำป่ำไม้ สัตว์เลี้ยงเพื่อกำรครองชีพ กรณีศึกษำผลกำรฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้


๔๐ ป่ำต้นน้ำ • สภำพป่ำเต็งรัง ลดลงจำก 90% เหลือ 55% • สภำพป่ำเบญจพรรณ เพิ่มขึ้นจำก 10% เป็น 45% • ชนิดพรรณไม้เพิ่มขึ้นจำก 35 ชนิด เป็น 80 ชนิดพันธุ์ • ไม้ป่ำดิบเขำ เรม่ิกระจำยพันธุก์ว่ำ 10 ชนิดพันธุ์ สภำพภูมิอำกำศ • อุณหภูมิเฉลี่ย ลดลง 1 องศำ ในรอบ 10 ปี • ควำมชื้นสัมพัทธ์เพิ่มขึ้น เป็น 80% • ปรมิำณน ้ ำฝน เพิ่มขึ้นจำก 800-900 มิลลิเมตรต่อปี เป็น 1,300 มิลลิเมตรต่อปี ควำมหลำกหลำย • นกยูงคืนถิ่น สัตว์ป่ำคืนถิ่น • กล้วยไม้ พืชพรรณต่ำงมีควำมหลำกหลำยมำกขึ้น นิเวศลุ่มน้ำ • กำรชะล้ำงหน้ำดินลดลง เหลืออัตรำ 3.3 กิโลกรัม/ไร่/ปี • ดินป่ำไม่มีธำตุอำหำรดินเพิ่มขึ้น อุดมสมบูรณ์ • มีกำรกักเก็บน ้ ำ เพิ่มระยะเวลำกำรไหลของน ้ ำในล ำห้วย จำก 3-4 เดือนต่อปี เป็น 6-8 เดือนต่อปี กระบวนกำรท ำงำนและควำมรู้ กำรท ำงำนแบบบูรณำกำร - ระบบข้อมูล ข้อมูลชุมชน ถูกจัดให้เป็นระบบ สร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจร่วมกัน เห็นจุดดี จุดเด่น อัตลักษณ์ ตนเอง เป็นทุนปัจจัยให้เกิดกำรแก้ไข พัฒนำ ปรับปรุง และต่อยอด เกิดกำรระเบิดจำกภำยใน (คิด วิเครำะห์ เห็นแนวทำง ร่วมกันได้) จึงต้องมีกระบวนกำรเก็บและบันทึกข้อมูล - กำรพัฒนำองค์รวม ทั้งกำรพัฒนำเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อมโดยใชค้วำมรูห้ลำกหลำยด้ำน อำศัยคนที่ มีควำมหลำกหลำย โดยใช้แนวคิดกำรบูรณำกำร น ำแผน องค์ควำมรู้ มำเชื่อมโยงสู่เป้ำหมำยเดียวกัน เกิดกำรช่วยเหลือ เกื้อกูล พัฒนำอย่ำงเป็นขั้นเป็นตอน ท ำงำนอย่ำงสร้ำงสรรค์ - แกนผู้ประสำน ส ำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อประสำนงำนโครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำร ิ (ส ำนักงำน กปร.) ท ำหน้ำที่ติดตำม ปรับปรุงปัญหำอุปสรรคในกำรท ำงำนแนวพระรำชด ำร ิ ท ำให้เห็นว่ำหำกมีแกนกลำง เชื่อมประสำนจะท ำให้งำนก้ำวไปได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เกิดควำมต่อเนื่อง เชื่อมโยง


๔๑ - พื้นฐำนควำมเมตตำ เกื้อกูล วัฒนธรรมประเพณีที่หลอมรวมคนให้มีส่วนร่วมในกำรพัฒนำชุมชน ท ำให้ สังคมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน - กำรพัฒนำเป็นหลักประชำธิปไตย อำศัยกำรมีส่วนร่วม รับฟังอย่ำงเป็นเหตุเป็นผล ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นกำรท ำงำนเป็นปึกแผ่น เกิดกำรเร ียนรู้ร่วมกัน ท ำให้รู้รอบและเอำไปใช้ได้ ควำมรู้ ปัจจัยส ำคัญและเป็นเคร ื่องมือในกำรขับเคลื่อนงำนกำรพัฒนำ คู่กับคุณธรรม ท ำให้คนรู้รับปรับตัวเท่ำทัน ต่อกำรเปลี่ยนแปลง สำมำรถเร ียนรู้ได้ทุกที่ทุกแห่ง เป็นเงื่อนไขในกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง - เป็นกำรพัฒนำให้เกิดควำมพอดี พอประมำณ สมดุล - เกิดกำรพัฒนำอย่ำงเหมำะสม - เกิดควำมมั่นคง มีภูมิคุ้มกัน โครงกำรพัฒนำพื้นที่ป่ำขุนแม่กวงอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำร ิ (2535) - กำรพัฒนำขยำยผล ควำมรู้จำกศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำร ิเอำมำปรับใช้กับ พื้นที่อ่ำงเก็บน้ำแม่กวง เพื่อรักษำสภำพป่ำที่อุดมสมบูรณ์อยู่แล้วให้คงควำมสมบูรณ์ พื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำที่เสื่อมโทรมให้ฟื้น คืนควำมอุดมสมบูรณ์ป้องกันสิ่งปนเป้ือนไหลลงสู่แหล่งน ้ ำและพัฒนำให้“คนอยู่กับป่ำได้อย่ำงเกื้อกูล” - เกิดกำรฟ้ืนฟูป่ำระบบนิเวศ มีคุณภำพลุ่มน ้ ำที่ดีขึ้น จำกกำรไหลของน ้ ำลงอ่ำงเก็บน ้ ำแม่กวงมีปรมิำณเพิ่ม มำกกว่ำ ปี 2536-2543 - หลังฤดูฝน ปร ิมำณน้ำไหลมำกกว่ำเดิม จำกกำรเก็บกักน้ำในพื้นที่ล ำธำรได้มำก - วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวงอยู่บนฐำนทรัพยำกร อยู่กับป่ำ เป็นบ้ำนเล็กในป่ำใหญ่ - ใช้ควำมรู้ในกำรพัฒนำก่อให้เกิดกำรสร้ำงนวัตกรรมใหม่ เช่น วิสำหกิจกำแฟ กำแฟ GI เกิดเศรษฐกิจ ชุมชนที่มีควำมเข้มแข็ง ต ำยบเชิงดอย : หมู่บ้ำนจัดกำรหมอกควันและไฟป่ำ หมู่บ้ำนต้นแบบศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต ำบลลวงเหนือ : ชุมชนอนุรักษ์ป่ำต้นน้ำ บ้ำนป่ำสักงำม กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ต ำบลป่ำป้อง : เคร ือข่ำยจัดกำรป่ำชุมชน ต ำบลแม่ลำย : บ้ำนแม่ก ำปอง หมู่บ้ำนชุมชนจัดกำรท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวโฮมสเตย์ ต ำบลเทพเสด็จ : บ้ำนแม่ดอนหลวง วิสำหกิจกำแฟ กำแฟ GI กลุ่มท่องเที่ยวโฮมสเตย์ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ต ำบลป่ำเมี่ยง : กลุ่มน้ำผึ้งธรรมชำติ ผลิตภัณฑ์แปรรูป แหล่งท่องเที่ยวธรรมชำติน้ำพุร้อน ต ำบลแม่โป่ง : เคร ือข่ำยจัดกำรป่ำชุมชน ผลิตภัณฑ์แปรรูป


๔๒ กรณีบ้ำนป่ำสักงำม ต ำบลลวงเหนือ อ ำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้ำนมีกระบวนกำรพัฒนำ รวมกลุ่มกันเป็นเคร ือข่ำยพัฒนำลุ่มน้ำแม่กวง แสวงหำทุน ท ำโครงกำร/กิจกรรม บร ิบทของหมู่บ้ำน ในโครงกำรพัฒนำพื้นที่ป่ำขุนแม่กวงอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำร ิ ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยคัง เหนือ เขื่อนแม่กวงอุดมธำรำ โดยมีประเพณีวัฒนธรรมเป็นแกนประสำน มีกำรจัดที่ดินท ำกิน ฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำ พัฒนำคน อยู่กับป่ำตำมแนวพระรำชด ำร ิ กระบวนกำรและประสบกำรณ์กำรพัฒนำ 1. ระเบิดจำกภำยใน ตระหนักกำรพัฒนำแบบคนใน เป็นหน้ำที่ของคนใน แกนน ำของชุมชน กำรพัฒนำเป็นเร ื่องของชุมชน โดยใช้กระบวนเวทีชุมชน 2. ระบบข้อมูล ใช้ประบวนกำรชุมชนวิจัย ตัวแทนชุมชนส ำรวจเก็บข้อมูล และสื่อสำรชุมชน 3. ภูมิสังคม เร ียนรู้ คิด พิจำรณำ ควำมเป็นเหตุเป็นผล โดยเวทีกระตุ้น สังคม วิเครำะห์ คุณสมบัติผู้มีสิทธิท ำกินที่ดิน กำยภำพ วิเครำะห์ ลักษณะพื้นที่ที่เหมำะสมเพื่อกำรท ำกิน 4. กำรมีส่วนร่วม ในกำรจัดเตร ียมพื้นที่พัฒนำที่ดินท ำกิน และ ร่วมกิจกรรมกำรพัฒนำชุมชน 5. พึ่งตนเอง เรยีนรู้ศึกษำดูงำน เพื่อออกแบบรูปแบบกำรใช้ประโยชน์ที่ดิน ท ำแบบคนจน และท ำจำกสิ่ง ที่มีก่อน 6. ปลูกป่ำในใจคน ตระหนักคุณค่ำ ฟื้นฟูควำมเสื่อมโทรมนิเวศป่ำต้นน้ำ


๔๓ สรุปผลกำรเร ียนรู้ กำรพัฒนำจะส ำเร็จได้ สิ่งส ำคัญที่สุดคือ กำรรว่มมือชว่ยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นหนึ่งเดียว เกิดควำมผำสุข สงบสุข ร่วมคิด ร่วมวำงแผน ร่วมท ำ ร่วมรับประโยชน์ กำรท ำงำนของเคร ือข่ำย • เคร ือข่ำย เกิดจำกกำรรวมตัวของกลุ่มคนที่มีเป้ำหมำย และเจตนำรมณ์ร่วมกัน • เคร ือข่ำยที่มีชีวิต ต้องมีกิจกรรมร่วมกัน มีแกนประสำน กำรสื่อสำร และกำรเจร ิญเติบโตพัฒนำเคร ือข่ำย • กำรท ำงำนของเคร ือข่ำย เป็นแนวนอน ช่วยเหลือเกื้อกูล หนุนเสร ิมซึ่งกันและกัน • กำรเติบโตของเคร ือข่ำย เกิดจำกกำรแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ โดยเวทีกำรประชุมหำร ือเป็นประจ ำ และกำรสื่อสำรสร้ำง ควำมเข้ำใจต่อชุมชนและสมำชิก กำรขับเคลื่อนชุมชนยั่งยืน 1. บทบำทคนใน กระบวนกำรท ำให้ชุมชนตระหนักบทบำทกำรพัฒนำเป็นหน้ำที่ของคนใน ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ 2. ระบบข้อมูล รู้จักข้อมูลปรำกฏกำรณ์ของชุมชน ภูมิสังคม ฐำนข้อมูลชุมชน เร ียนรู้ เข้ำใจ ระเบิดจำกภำยใน บันทึกข้อมูล ก่อให้เกิดกำรวำงแผน 3. วิสัยทัศน์และแผนงำน มีเป้ำหมำย มองอนำคตชุมชน ก ำหนดแนวทำง วำงแผน เตร ียมควำมพร้อม ระดม ทรัพยำกร มีภูมิคุ้มกัน เท่ำทันกำรเปลี่ยนแปลง 4. กำรท ำงำนแบบบูรณำกำร เป็นองค์รวม ภำคีเคร ือข่ำยท ำงำนร่วมกันแบบมีส่วนร่วม ประสำนควำมร่วมมือ ร่วมท ำ ร่วมรับผิดชอบ ผู้น ำชุมชนมีกระบวนกำรสื่อสำรทำงสังคมเชิงสร้ำงสรรค์ ชุมชนเป็นศูนย์กลำงของกำรพัฒนำ จัดกำรตนเอง เขตเศรษฐกิจพอเพียง 5. ควำมรู้ ปัญญำ รู้ใช้องค์ควำมรู้ที่เหมำะสมให้เกิดกำรพัฒนำ ไม่ติดต ำรำ เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมำะสม เป็นชุมชนแห่งกำรเร ียนรู้ วิชำชำลัยเศรษฐกิจพอเพียง คนจัดกำรควำมรู้ สรุปบทเร ียน ประเมิน ติดตำมอย่ำงต่อเนื่อง ผู้เข้ำอบรมได้เร ียนรู้ประสบกำรณ์กำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของกำรปฏิบัติ งำนในระดับพื้นที่องค์ควำมรูก้ำรพัฒนำตำมแนวพระรำชด ำรทิี่ส ำคัญยิ่งส ำหรบันักพัฒนำที่ต้องเรยีนรูแ้ละน้อมน ำ ไปปฏิบัติในพื้นที่ วิทยำกรได้เล่ำเร ื่องรำวที่สนุกสนำน วิถีชีวิต และแลกเปลี่ยนประสบกำรณ์กำรท ำงำนในบร ิบทพื้นที่ เชิงภูมิสังคม จำกกำรบูรณำกำรกระบวนกำรท ำงำนร่วมกัน ควบคู่กับควำมรู้ของกำรพัฒนำ โดยมีคนเป็นหัวใจส ำคัญ ของกำรขับเคลื่อนงำน ซึ่งผู้เข้ำอบรมให้ควำมสนใจในกำรเร ียนรู้เป็นอย่ำงมำก และผู้เข้ำอบรมจำกศูนย์ศึกษำและ พัฒนำชุมชนล ำปำงได้มีโอกำสแลกเปลี่ยนเร ียนรู้และแชร์ประสบกำรณ์กำรท ำงำนร่วมกับวิทยำกร เนื่องจำกวิทยำกรมำ บรรยำยที่ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนล ำปำงด้วยตนเอง ท ำให้กระบวนกำรเร ียนรู้ของรำยวิชำ สำมำรถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ อย่ำงมีประสิทธิภำพ


๔๔ ผลประเมินรำยวิชำ วิชำ ประสบกำรณ์กำรขับเคลื่อนงำนตำมแนวพระรำชด ำร ิสู่รูปธรรมควำมส ำเร็จของกำรปฏิบัติงำนในระดับ พื้นที่ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด รวมคน รวม ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ระดับ ๑๑๖ ๒๕๘ ๔๔ ๐ ๐ ๔๑๘ 1744 83.4 4.17 ดี ๑๓๐ ๒๕๑ ๓๗ ๐ ๐ ๔๑๘ 1765 84.4 4.22 ดีมาก ๑๔๐ ๒๔๑ ๓๖ ๑ ๐ ๔๑๘ 1774 84.9 4.24 ดีมาก ๑๓๓ ๒๔๖ ๓๙ ๐ ๐ ๔๑๘ 1766 84.5 4.22 ดีมาก 4.22 ดีมาก ๑๔๖ ๒๓๕ ๓๗ ๐ ๐ 418 1781 85.2 4.26 ดีมาก ๑๒๘ ๒๕๗ ๓๓ ๐ ๐ 418 1767 84.5 4.23 ดีมาก ๑๑๙ ๒๕๕ ๔๔ ๐ ๐ 418 1747 83.6 4.18 ดี ๑๓๘ ๒๓๔ ๔๕ ๐ ๑ 418 1762 84.3 4.22 ดีมาก 4.22 ดีมาก สรุปผลการประเมินวทิ ยากร 4.22 ดีมาก ๒.๑ ความสามารถในการถ่ายทอดและบรรยาย ๒.๒ เทคนิคและวธิกีารทใี่ชใ้นการถ่ายทอดความรู้ ๒.๓ การเปดิโอกาสใหซ้กัถาม ๒.๔ การสรา้งบรรยากาศในการเรยีนรู้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความรู้ ความสามารถของวทิ ยากร 84.41 ๒. ความคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยากร หัวข้อ ระดับความคิดเห็น (จา นวนคน) 1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวชิ า 1.1 การบรรลวุตัถุประสงค์ 1.2 ความชดัเจนของเนื้อหาวชิา 1.๓ ความรู้ทกัษะทไี่ด้รบัเพมิ่เติมจากวชิานี้ 1.๔ ความสามารถน าไปประยุกต์ใช้ คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความพึงพอใจ 84.32


Click to View FlipBook Version