สถานที่ท่ ที่ อ ท่ งเที่ย ที่ วทางประวัติ วั ศติาสตร์ ของประเทศไทย นายวิชัวิยชัสิงห์เถื่อน 66121100214 สาขาสังคมศึกษา จัจัจัดจัทำทำทำทำโดย
คำ นำ E-Book เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสน เทศฯ โดยมีเนื้อหาประกอบไปด้วยรายชื่ออุทยานประวัติศาสตร์ใน ประเทศไทย ประวัติความเป็นมา สถานที่ ที่ตั้ง และจุดท่องเที่ยวแต่ละ สถานที่ เพื่อเป็นแนวทางในการไปศึกษา หรือท่องเที่ยวไว้ประกอบตัดสิน ใจ ขอขอบคุณอาจารย์ประจำ วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศฯ อาจารย์ทิพเนตร ปาสานำ ที่ได้ให้คำ แนะนำ แนวทางการศึกษา คณะผู้ จัดทำ หวังอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่มีความสนใจใน เรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย นายวิชัย สิงห์เถื่อน 06 มีนาคม 2567 ก
เรื่อรื่ง หน้า คำ นำ ก สารบัญบัข ความสำ คัญของแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ 1 สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ 2 อุทยานประวัติศาสตร์สุร์ โสุขทัย 2 อุทยานประวัติศาสตร์ศร์รีสัรีชสันาลัย 7 อุทยานประวัติศาสตร์พร์ระนครศรีอรียุธยา 11 อุทยานประวัติศาสตร์พิร์มพิาย 15 อุทยานประวัติศาสตร์พร์นมรุ้งรุ้ 17 อ้างอิง 20 สารบัญบั ข
แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เป็นแหล่งท่องเที่ยว ประเภทที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่มีความแตกต่าง จากแหล่งท่อง เที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นประเภทอื่น เนื่องจากมีคุณค่าทาง ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และสังคมรวมถึงความ ผูกพันทาง จิตใจต่อชนรุ่นหลัง ประเทศไทยมีแหล่งประวัติศาสตร์จำ นวน มาก กระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย และมีความ เป็นเอกลักษณ์ ทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมเฉพาะ ในแต่ละท่องถิ่นซึ่งเป็นจุดดึงดูดสำ คัญด้านการ ท่องเที่ยว ความสำ คัญคัของแหล่งล่ท่อท่งเที่ย ที่ วทาง ประวัติวั ศติาสตร์ เกี่ยวข้องในการดูแลแหล่งท่องเที่ยว ได้น ำ ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว และเป็นเครื่องมือ ในการตรวจสอบมาตรฐานแหล่งท่อง เที่ยว เพื่อยกระดับมาตรฐานในการ พัฒนาแหล่ง แต่การเปิดแหล่งประวัติศาสตร์เพื่อเป็น แหล่งท่องเที่ยวโดยขาดการจัดการที่ดีอาจ ทำ ให้โบราณสถานและสภาพแวดล้อมของ แหล่งประวัติศาสตร์เกิดความเสื่อมโทรมได้ จนบางครั้งยากต่อการฟื้นฟูแก้ไขให้กลับ คืนสู่สภาพเดิม และส่งผลกระทบทางลบ ต่อการท่องเที่ยวในที่สุด ดังนั้น การกำ หนด กรอบหรือเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแหล่ง ท่องเที่ยว ที่ชัดเจนสำ หรับให้หน่วยงานและ ผู้ที่มีส่วน 1
สถานที่ท่ ที่ อท่งเที่ย ที่ วทาง ประวัติวั ศติาสตร์ กรมศิลปากรเริ่มดำ เนินการสำ รวจและขึ้นทะเบียนโบราณ สถานเมืองเก่าสุโขทัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 เป็นต้นมา ในปี พ.ศ. 2496 รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูบูรณะ เมืองสุโขทัยขึ้น โดยเริ่มมีการขุดแต่งที่วัดมหาธาตุเป็น แห่งแรก และตามด้วยโบราณสถานที่สำ คัญอื่น ๆ ทั้ง ภายในกำ แพงเมือง และภายนอกกำ แพงเมือง ระยะต่อ มาได้มีการตั้งคณะกรรมการปรับปรุงบูรณะโบราณ สถานจังหวัดสุโขทัย และ พ.ศ. 2518 อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์สุร์สุโขทัยทั มีเป้าหมายที่จะอนุรักษ์โบราณสถานของเมืองสุโขทัยไว้ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม ตลอดจน พัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม จากการ ดำ เนินงานดังกล่าวได้มีการสำ รวจพบโบราณสถาน ซึ่งส่วน ใหญ่เป็นวัดโบราณ นอกจากนี้ยังมีแหล่งเตาเผาภาชนะดิน เผา(เตาทุเรียง)กำ แพงเมือง คูเมือง คันดินบังคับน้ำ รวม ถึงทำ นบโบราณ(สรีดภงส์) ด้วย รวมทั้งสิ้น 193 แห่ง กรมศิลปากร กำ หนดขอบเขตพื้นที่ของโบราณสถาน เมืองสุโขทัยจำ นวน 43,750 ไร่ หรือประมาณ 70 ตาราง กิโลเมตร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นมี การทำ แผนแม่บทเพื่อพัฒนาเมืองโบราณสุโขทัยให้ เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ได้ดำ เนินการสำ รวจ ขุดแต่ง บูรณะ และพัฒนาเมืองโบราณสุโขทัย ตามแผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 และ 5โดยใช้ชื่อโครงการว่า“โครงการอุทยาน ประวัติศาสตร์สุโขทัย” 2
ตั้งอยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ของวัดมหาธาตุ ประมาณ 350 เมตร โบราณสถานสำ คัญที่ตั้งอยู่ในกำ แพงแก้ว ประกอบ ด้วย ปรางค์ 3 องค์ รูปแบบศิลปะลพบุรี ลักษณะของ ปรางค์ค่อนข้างเพรียว ตั้งอยู่บนฐานเตี้ย ๆ ลวดลายปูนปั้น บางส่วนเหมือนลายบนเครื่องถ้วยจีน สมัย ราชวงศ์หยวน ได้ พบทับหลังสลักเป็นรูปนารายณ์ วัดมหาธาตุเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมือง สร้างขึ้นในช่วง พุทธศตวรรษที่ 18 หรือสมัยสุโขทัยตอนต้น ใน ศิลาจารึก พ่อขุนรามคำ แหง พุทธศักราช 1835 (หลักที่ 1 ด้านที่ 2 บรรทัด ที่ 23–26) ได้ระบุถึงอารามดังกล่าวว่า "กลางเมืองสุโขทัยนี้ อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์สุร์สุโขทัยทั รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวัมหาธาตุ มีพิหาร มีพระพุทธรูปอันราม"ซึ่งหมายถึงวิหารหลวงทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ ประธานเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำ ริดแบบ สุโขทัย หน้าตักกว้าง 6.25 เมตร พระมหาธรรมราชาลิไท ได้โปรดฯ ให้หล่อขึ้นและทำ การฉลองเมื่อ พ.ศ. 1904 เนินนิ ปราสาท เป็นโบราณสถานภายในกำ แพง ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยู่ทางทิศตะวันออกของวัด มหาธาตุโบราณสถานประกอบ ด้วยฐานอาคารอบฐานบัวคว่ำ บัวหงายลักษณะเป็นฐานสูงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ขนาด 27.5 x 51.5 เมตรมีบันไดที่ ด้านหน้าและด้านหลังอย่างละหนึ่งแห่ง วัดวั ศรีสรีวาย 3
อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์สุร์สุโขทัยทั รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวั สระศรี เป็นวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก เฉียงเหนือของ วัดมหาธาตุ และ เป็นโบราณสถานสำ คัญตั้งอยู่บน เกาะกลางน้ำ ขนาดใหญ่ ชื่อว่า ตระพังตระกวน เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่มีความสำ คัญ วัดวัพระพายหลวง เป็นอันดับสองรองจากวัดมหาธาตุ ผังวัด เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีคูน้ำ ล้อมรอบ 3 ชั้น คูชั้นนอกเรียกว่า คูแม่โจน วัดพระพาย หลวงเป็นศูนย์กลางของชุมชน มีพระ ปรางค์ 3 องค์ เป็นปรางค์ประธาน ก่อด้วย ศิลาแลง ศิลปะเขมรแบบบายน ด้านหน้า ของวัดเป็นอาคารประดิษฐานพระพุทธรูป ปูนปั้น สี่อิริยาบถ คือ นั่ง นอน ยืน และเดิน วัดวั ศรีชุรีมชุ เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระอัจนะ “อจนะ” แปลว่า “ผู้ ไม่หวั่นไหว ผู้มั่นคง” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมาร วิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร ลักษณะของ วิหารสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป แต่ หลังคาพังทลายลงมาหมดแล้ว เหลือเพียงผนังทั้งสี่ ด้าน แต่ละด้านก่ออิฐถือปูนอย่างแน่นหนา ผนังทาง ด้านใต้มีช่องให้คนเข้าไปภายใน ช่องกำ แพงตามฝาผนังมีภาพเขียนเก่าแก่มีอายุเกือบ 700 ปี เพดานช่องบันไดยังมีแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายชาดกต่างๆ 4
อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์สุร์สุโขทัยทั รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวั ช้าช้งล้อล้ม วัดสำ คัญประกอบด้วย เจดีย์ทรงกลม แบบลังกา ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีช้างโผล่ ครึ่งตัว จำ นวน 24 เชือก พระอุโบสถอยู่ ด้านหน้าเจดีย์ประธาน และมีเจดีย์ราย 5 องค์ ล้อมรอบเจดีย์ประธาน และโบสถ์ เขื่อ ขื่ นสรีดรีภงค์ ทำ นบพระร่วง เป็นคันดินกั้นระหว่างเขา พระบาทใหญ่ และเขากิ่วอ้ายมา สร้างขึ้น เพื่อกักน้ำ และชักน้ำ ไปตามคลองสู่กำ แพง เมืองไหลเข้าสระตระพังเงิน ตระพังทอง เพื่อนำ ไปใช้ในเมือง และพระราชวังในสมัย สุโขทัย วัดวัเชตุพตุน เป็นมณฑปสร้างด้วยหินชนวน ประดิษฐานพระพุทธรูปสี่ อิริยาบถ คือ นั่ง นอน ยืน เดิน ภายในมณฑปเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปโดยมีการใช้วัสดุทั้งอิฐ หินชนวน ศิลา แลง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ กำ แพงแก้วที่ล้อมรอบมณฑป จตุรมุข สร้างจากหินชนวนขนาดใหญ่และหนา โดยมีการสกัด และบากหินเพื่อทำ เป็นกรอบและซี่กรงเลียนแบบเครื่องไม้ และยังได้พบศิลาจารึกหลักที่ 58 จารึกไว้ใน พ.ศ.2057 กล่าวว่า เจ้าธรรมรังสีสร้างพระพุทธรูปในวัดนี้ 5
อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์สุร์สุโขทัยทั รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวั ช้าช้งล้อล้ม สิ่งที่น่าสนใจ คือ ที่ฐาน เจดีย์ประธานมีภาพปูนปั้น ประดับ เป็นรูปบุรุษและ สตรี สวมอาภรณ์ เครื่อง ประดับ ในมือถือภาชนะ มี พรรณพฤกษางอกโผล่ พ้นออกมาที่แสดงถึงความ อุดมสมบูรณ์ วัดวั สะพานหินหิ วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา สูง ประมาณ 200 เมตร ทาง เดินขึ้นปูลาดด้วยหินชนวน สิ่งสำ คัญภายในวัด ได้แก่ พระประธานเป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ ปาง ประทานอภัย สูง 12.50 เมตร เรียกว่า “พระอัฏฐารศ (เตาทุเรียง) อยู่บริเวณแนวคูเมืองเก่าที่ เรียกว่า “แม่โจน” เป็นเตาเผาถ้วยชามสมัย สุโขทัย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 พบเตา โดยรอบ 49 เตา เตาเผาเครื่องสังคโลกมี ลักษณะคล้ายประทุนเกวียนเครื่องปั้นดินเผาที่พบบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นถ้วยชามขนาดใหญ่ หนา น้ำ ยาเคลือบขุ่นสีเทาแกมเหลือง มีลายเขียนสี ดำ ส่วนใหญ่ทำ เป็นรูปดอกไม้ ปลา และจักร 6
อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์ ศรีสัรี สัชนาลัยลั ศรีสัรี สัชนาลัยลั เป็น อุทยานประวัติศาสตร์ แห่งหนึ่งของ ประเทศไทย ภายใต้การดูแลของ กรม ศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่ ตำ บลศรีสัชนาลัย อำ เภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มี โบราณสถาน ทั้งหมด 283 แห่ง สำ รวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง รวม ทั้งสุสานวัดชมชื่นและเตาสังคโลกโบราณ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 อุทยาน ประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย พร้อมด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยาน ประวัติศาสตร์กำ แพงเพชร ได้รับเกียรติ ให้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก ยูเนส โก ภายใต้ชื่อว่า " เมืองประวัติศาสตร์ สุโขทัยและเมืองบริวาร 7
เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18–19 ในบริเวณลุ่ม แม่น้ำ ยม แม่น้ำ น่าน แถบ จังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ แพร่ พิษณุโลก และบริเวณลุ่ม แม่น้ำ ปิง ทางตอนใต้ของ จังหวัดกำ แพงเพชร ถือกำ เนิดขึ้นมาจากแรง บันดาลใจทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะ พุทธศาสนาแบบ เถรวาท ซึ่งได้รับอิทธิพลมา จากลังกา วัดเจดีย์เจ็ดแถวนี้น่าจะเป็นวัดที่มีความสำ คัญมาก วัดหนึ่งในเมืองศรีสัชนาลัย เนื่องจากเป็นวัดที่ตั้ง อยู่ในแนวแกนหลักของเมือง พิจารณาได้จาก ตำ แหน่งที่ตั้งของเมือง อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่เกิน กว่าที่ราษฎรธรรมดาจะเป็นผู้สร้างขึ้น ดังปรากฏ ในพระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในหนังสือ เที่ยวเมือง พระร่วง ระบุว่า "วัดเจดีย์เจ็ดแถวนี้เป็นวัดใหญ่ อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์ศร์รีสัรี สัชนาลัยลั รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวัเจดีย์ดีเย์จ็ด จ็ แถว พระพุทพุธรูปรูศิลศิ ปะสุโขทัยทั ตั้งอยู่นอกกำ แพงเมืองศรีสัชนาลัย ตรงช่วงแหลมโค้งข้อศอกของแม่น้ำ ยม หันหน้าวัดไปทางทิศตะวันออก และตั้ง อยู่นอกกำ แพงด้านใต้ของเมือง ศรีสัชนาลัยระยะทาง 1.9 กิโลเมตร 8
เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18–19 ในบริเวณลุ่ม แม่น้ำ ยม แม่น้ำ น่าน แถบ จังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ แพร่ พิษณุโลก และบริเวณลุ่ม แม่น้ำ ปิง ทางตอนใต้ของ จังหวัดกำ แพงเพชร ถือกำ เนิดขึ้นมาจากแรง บันดาลใจทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะ พุทธศาสนาแบบ เถรวาท ซึ่งได้รับอิทธิพลมา จากลังกา วัดเขาสุวรรณคีรีตั้งอยู่บนเนินเขาอีกยอดหนึ่งใน เทือกเขาเดียวกันแต่อยู่คนละยอดกับวัดเขาพนม เพลิงทางทิศตะวันตก หรือหากเดินเท้าขึ้นมาจาก ด้านวัดเขาพนมเพลิง วัดนี้จะอยู่ด้านหลังเขาพนม เพลิงไปทางทิศตะวันตกโดยมีทางเดินเชื่อม ถึงกันห่างออกไปประมาณ 200 เมตร ทางขึ้นเป็น บันไดจำ นวนหลายสิบขั้นทำ จากศิลาแลงขนาดกว้าง ประมาณ 6 เมตร อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์ศร์รีสัรี สัชนาลัยลั รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวัเขาสุวรรณคีรีคี รี พระพุทพุธรูปรูศิลศิ ปะสุโขทัยทั ตั้งอยู่นอกกำ แพงเมืองศรีสัชนาลัย ตรงช่วงแหลมโค้งข้อศอกของแม่น้ำ ยม หันหน้าวัดไปทางทิศตะวันออก และตั้ง อยู่นอกกำ แพงด้านใต้ของเมือง ศรีสัชนาลัยระยะทาง 1.9 กิโลเมตร วัดวัพระศรีรัรีตรันมหาธาตุเตุชลียลีง 9
ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขาพนมเพลิงใกล้กำ แพง เมือง ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ มีความสูง จากพื้นประมาณ 25 เมตร [1] ทางขึ้นวัดมี 2 ทาง ได้แก่ทางขึ้นหลักเป็นบันไดศิลาแลงกว้าง ประมาณ 6 เมตร จำ นวน 114 ขึ้น และทางขึ้น บริเวณทางด้านหลังมณฑปวัด อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์ศร์รีสัรี สัชนาลัยลั รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวัเขาพนมเพลิงลิ ตั้งอยู่ด้านหลังของวัดชมชื่น เป็นศาสนสถานที่ได้รับ อิทธิพลจากศิลปะขอมที่ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของ ประเทศไทย โดยมีประวัติเป็นศาสนสถานที่มีอายุ เก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย กำ หนดอายุได้ราวพุทธ ศตวรรษที่ ๑๘ ร่วมสมัยกับศิลปะขอมแบบบายน วัดวัเจ้าจ้จันจัทร์ สิ่งสำ คัญภายในวัดประกอบด้วย ปรางค์ประธานศิลปะขอมก่อด้วย ก้อนศิลาแลงขนาดใหญ่และมีปูนฉาบประดับตกแต่งผิว ฐานชั้น ล่างสุดเป็นชุดบัวคว่ำ -บัวหงาย ที่เรือนธาตุมีซุ้มประกอบทั้งสี่ด้าน ด้านหน้ามีห้องสำ หรับประดิษฐานรูปเคารพ ส่วนด้านอื่น ๆ ตกแต่ง เป็นประตูหลอก ถัดขึ้นไปเป็นฐานบัวเชิงบาตร ประดับด้วยกลีบ ขนุน ๕ ชั้น ยอดปราสาทเป็นจอมโมฬีประดับด้วยบัวกลุ่ม 10
เป็น อุทยานประวัติศาสตร์ แห่งหนึ่งของ ประเทศไทยภายใต้การดูแลของ กรม ศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ภายใน เกาะเมืองอยุธยา อำ เภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ 4,810 ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศเหนือ ตาม ถนนสายเอเซีย อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์ พระนครศรีอรียุธยุยา ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ได้รับ การพิจารณาเป็น แหล่งมรดกโลก เมื่อ วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ในนาม นคร ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 11
เป็นพระราชวังหลวงในสมัย กรุงศรีอยุธยา อันเป็นที่ประทับของ พระมหากษัตริย์ ทุก พระองค์ตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็น ราชธานี เมื่อ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างพระที่นั่ง 3 องค์ ได้แก่ พระที่นั่งไพฑูรย์ มหาปราสาท พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาท และ พระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์พร์ระนครศรีอรียุธยุยา รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน ตั้งอยู่ใกล้วัดราชบูรณะ ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่ไม่แล้วเสร็จ เสด็จ สวรรคตเสียก่อน และได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จ ในสมัย สมเด็จพระราเมศวร โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ ประธาน และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐาน พระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 1927 ซึ่ง ปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา พระราชวังวัโบราณ อยุธยุยา 12
อดีตวัดหลวงประจำ พระราชวังโบราณ อยุธยา ตั้งอยู่ที่ตำ บลประตูชัย และมีจุดที่น่าสนใจ ที่สำ คัญคือเจดีย์ทรงลังกา จำ นวนสามองค์ที่วางตัวเรียงยาวตลอดทิศตะวันออกและทิศ ตะวันตก สร้างขึ้นเป็นองค์แรกทางฝั่งตะวันออก เมื่อปี พ.ศ. 2035 โดย สมเด็จพระ รามาธิบดีที่ 2 เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พระราชบิดา) อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์พร์ระนครศรีอรียุธยุยา รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วัดวัราชบูรบูณะ วัดวัพระศรีสรีรรเพชญ์ ตั้งอยู่ ตำ บลท่าวาสุกรี แลัะตัววัดบริเวณ เชิงสะพานป่าถ่าน ติดกับ วัดมหาธาตุ ทางบริเวณทิศตะวันออก ห่างจาก พระราชวังโบราณ เพียงเล็กน้อย จัดเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดใน พระนครศรีอยุธยา สร้างโดย สมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา ในปี พ.ศ. 1967 13
วัดพระราม คาดว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1912 ในรัช สมัยสมเด็จพระราเมศวร ซึ่งเป็นบริเวณที่ถวาย พระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พระราชบิดา แต่พระองค์ทรง ครองราชย์ได้เพียงแค่ปีเดียว จึงเข้าใจกันว่าสมเด็จ พระบรมราชาธิราชที่ 1 ทรงได้ช่วยสร้างจนสำ เร็จ หรืออาจสร้างเสร็จเมื่อสมเด็จพระราเมศวรเสวย ราชย์ครั้งที่ 2 ก็เป็นไปได้ อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์พร์ระนครศรีอรียุธยุยา รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน วิหวิารพระมงคลบพิตพิร วัดวัพระราม ตั้งอยู่ที่ตำ บลประตูชัย ทางทิศใต้ของ วัดพระ ศรีสรรเพชญ์ มีจุดเด่นที่สำ คัญคือ เป็นวิหารเก่า แก่ในเขตกำ แพงเมือง ที่ได้รับการบูรณะอย่างดี ภายในวิหารมี พระมงคลบพิตร พระพุทธรูป ประธานขนาดใหญ่ที่เสียหายตั้งแต่ เสียกรุง ศรีอยุธยาครั้งที่สอง แต่ได้รับการบูรณะใหม่ ทั้งหมด ด้วยทองสำ ริดหุ้มทองตามปัจจุบัน สันนิฐานว่า พระวิหารสร้างขึ้นในสมัยราว แผ่นดิน สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โดย พระมงคลบพิตรเคยประดิษฐานอยู่ที่ วัด ชีเชียง มาก่อน จนกระทั่งสมเด็จพระเจ้า ปราสาททองโปรดให้รื้อซากของวัดชีเชียง แล้วให้ชลอพระพุทธรูปมาไว้ทางด้านทิศ ตะวันตก แล้วให้สร้าง มณฑป ขึ้นครอบไว้ 14
เป็น ปราสาทหิน ทรงขอมโบราณแบบ บาปวน ตั้งอยู่ใน อำ เภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วยปราสาทหินในสมัยอาณาจักรขอมที่ใหญ่โตและงดงาม สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้า สุริยวรมันที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อใช้เป็น เทวสถาน ของ ศาสนาพราหมณ์ และ เปลี่ยนเป็น พุทธศาสนา นิกาย มหายาน ในเวลาต่อมา อุท อุ ยาน ประวัติวั ศติาสตร์พิ ร์ มพิาย สถานที่ตั้ ที่ งตั้ ตัวอุทยานตั้งอยู่ฟากทิศตะวันออกของ แม่น้ำ มูล และ อยู่ในจังหวัด นครราชสีมา อ.พิมาย บนพื้นที่ 115 ไร่ วางแผนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 565 เมตร ยาว 1,030 เมตร ลักษณะพิเศษของปราสาทหินพิมาย คือ ปราสาทหินแห่งนี้สร้างหัน หน้าไปทาง ทิศใต้ ต่างจาก ปราสาทหิน อื่น ๆ ที่มักหันไป ทาง ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเพื่อให้หันรับกับเส้นทางตัดมาจาก เมือง พระนคร เมืองหลวงในสมัยนั้นของอาณา จักรขะแมร์ ซึ่งเข้ามาสู่เมืองพิมายทางทิศใต้ 15
อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์พิร์มพิาย รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน สะพานนาคราช ตั้งตั้อยู่บยู่ ริเริวณด้าด้นหน้าน้ทางเข้าข้ โคปุรปุะด้าด้นทิศทิ ใต้สต้ร้าร้งด้วด้ย หินหิทราย มีผัมีงผัเป็นป็รูปรูกากบาท กว้าว้ง 4 ม. ยาว 31.70 ม. ยกพื้นพื้สูง ราวสะพานทำ เป็นป็ ตัวตันาค ที่ปที่ลายราวสะพานทำ เป็นป็รูปรูนาคราชชูคชูอแผ่ พังพัพานเป็นป็รูปรูนาค 7 เศียศีร ก่อก่สร้าร้งด้วด้ยหินหิทราย เชื่อชื่มต่อต่ระหว่าว่งซุ้มซุ้ ประตูด้ตูาด้นทิศทิ ใต้ขต้องระเบียบีงคดที่ล้ที่อล้มรอบ ปราสาทประธาน โดยทำ ทางเดินดิยกพื้นพื้สูง ประมาณ 1 เมตร แบ่งบ่เป็นป็ 3 ช่อช่งทางเดินดิ ผังผัทำ เป็นป็รูปรูกากบาท จากการบูรบูณะพบเศษ กระเบื้อบื้งมุงมุหลังลัคาและ บราลี ดินดิเผาจำ นวน มาก สันนิษนิฐานว่าว่เดิมดิคงเป็นป็ระเบียบีงโปร่งร่ หลังลัคามุงมุกระเบื้อบื้ง รองรับรัด้วด้ยเสาไม้ ชาลาทางเดินดิ เป็นป็ส่วนสำ คัญคัที่สุที่สุดของปราสาทหินหิ พิมพิาย เป็นป็ ปราสาทองค์ใค์หญ่ สร้าร้งขึ้นขึ้ ราวพุทพุธศตวรรษที่ 16–17 ก่อก่สร้าร้งด้วด้ย ศิลศิาทรายสีขาวหันหัหน้าน้ไปทางทิศทิ ใต้ ซึ่งซึ่ แตกต่าต่งจากศาสนสถานแบบขอมในที่ อื่นอื่ๆ ซึ่งซึ่มักมัจะหันหัหน้าน้ไปทางทิศทิตะวันวั ออก ปราสาทประธานประกอบด้วด้ยส่วน สำ คัญคั 2 ส่วนคือคืมณฑป และ เรือรืน ธาตุ ปราสาทประธาน 16
ปราสาทหินพนมรุ้งเป็น โบสถ์พราหมณ์ ลัทธิ ไศวะ มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมา หลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่ง อาณาจักรขอม ได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน เ อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์ พนมรุ้งรุ้ เป็นหนึ่งในปราสาทหินหิ ในกลุ่ม ราชมรรคา ตั้งตั้อยู่ที่หที่มู่ที่ 2 (บ้าบ้นดอนหนองแหน) ตำ บลตาเป๊ก อำ เภอเฉลิมพระเกียรติ ห่าห่งจากตัวตัเมืองบุรีบุรัรีมรัย์ ลงมาทางทิศทิ ใต้ปต้ระมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบไปด้วด้ยโบราณสถานสำ คัญคัซึ่งซึ่ตั้งตั้ อยู่บนยอด ภูเภูขาไฟ ที่ดัที่บดัสนิทนิแล้วล้สูง ประมาณ 200 เมตรจากพื้นพื้ราบ (ประมาณ 350 เมตรจาก ระดับดัน้ำ ทะเล ปานกลาง ) คำ ว่าว่พนมรุ้งรุ้นั้นนั้มาจาก ภาษาขอม คำ ว่าว่วนํรุนํงรุแปลว่าว่ภูเภูขาใหญ่ ทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็น วัด มหายาน ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้าง ขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนม รุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำ ทะเล ชื่อพนมรุ้ง แปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธ ศตวรรษที่ 15-18 จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 กษัตริย์แห่งขอม (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนา เทวสถาน ถวาย พระศิวะ ที่ เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมา พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศ ที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธ ศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่ง ราชวงศ์มหิธร ปุระ ที่ปกครองดินแดนแถบนี้ 17
ตลอดจนกลีบลีขนุนนุก่อก่ด้วด้ย หินหิทรายสีชมพูมีพูผัมีงผัเป็นป็รูปรูสี่เหลี่ยลี่ม จัตุจัรัตุสรัย่อย่มุมมุกว้าว้ง 8.20 เมตร สูง 27 เมตร ด้าด้นหน้าน้ทำ เป็นป็มณฑป โดยมีอัมีนอัตราละหรือรืฉนวนเชื่อชื่ม ปราสาทประธานนี้ เชื่อชื่ว่าว่สร้าร้งโดย นเรนทราทิตทิย์ ซึ่งซึ่เป็นป็ผู้นำผู้ นำปกครอง ชุมชุชนที่มีที่ ปมีราสาทพนมรุ้งรุ้เป็นป็ ศูนศูย์กย์ลาง ราว พุทพุธศตวรรษที่ 17 อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์พร์นมรุ้งรุ้ รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน ปราสาทประธาน ตั้งตั้อยู่ตยู่ รงศูนศูย์กย์ลาง ของลานปราสาทชั้นชั้ ใน มีแมีผนผังผัเป็นป็ รูปรูสี่เหลี่ยลี่มจัตุจัรัตุสรัย่อย่มุมมุมณฑป คือคื ห้อห้งโถงรูปรูสี่เหลี่ยลี่มผืนผืผ้าผ้เชื่อชื่มอยู่ทยู่ าง ด้าด้นหน้าน้ที่ส่ที่ ส่วนประกอบของปรางค์ ประธานตั้งตั้แต่ฐต่านผนังนัด้าด้นบนและ ด้าด้นล่าล่ง เสากรอบประตู เสาติดติผนังนั ทับทัหลังลัหน้าน้บันบัซุ้มซุ้ชั้นชั้ต่าต่ง ๆ ปราสาทประธาน ที่บที่ริเริวณหน้าน้บันบัและทับทัหลังลัของ ปราสาทประธานมีภมีาพจำ หลักลั แสดงเรื่อรื่งราวในศาสนาฮินฮิดู เช่นช่ ศิวศินาฏราช (ทรงฟ้อฟ้นรำ ) ทับทั หลังลันารายณ์บณ์รรทมสินธุ์ อวตารของพระนารายณ์ เช่นช่ พระราม (ในเรื่อรื่ง รามเกียกีรติ์ ) 18 หรือรืพระกฤษณะ ภาพพิธีพิกธีรรม ภาพชีวิชีตวิ ประจำ วันวัของฤๅษีเป็นป็ต้นต้ โดยเฉพาะทับทัหลังลั นารายณ์บณ์รรทมสินธุ์ เป็นป็ทับทัหลังลัที่ถูที่ถูกขโมย ไปเมื่อมื่ราวปี พ.ศ. 2503 และได้กด้ลับลัคืนคืมา ในปี พ.ศ. 2531
อุทอุยานประวัติวั ศติาสตร์พร์นมรุ้งรุ้ รายชื่อ ชื่ โบราณสถานในเขตอุทอุยาน ภายในเรือรืนธาตุตตุรงกึ่งกึ่กลาง เรียรีกว่าว่ห้อห้งครรภคฤหะ เป็นป็ที่ ประดิษดิฐานรูปรูเคารพที่สำที่ สำคัญคัที่สุที่สุด ในที่นี้ที่คืนี้อคืศิวศิลึงลึค์ ซึ่งซึ่แทนองค์พค์ระ ศิวศิะ เป็นป็ที่น่ที่าน่เสียดายว่าว่ ประติมติากรรมชิ้นชิ้นี้ไนี้ด้สูด้สูญหายไป เหลือลืเพียพีงแต่ ท่อท่ โสมสูตร คือคืร่อร่งน้ำ มนต์ที่ต์ ใที่ช้รัช้บรัน้ำ สรงจากการสักการะศิวศิลึงลึค์เค์ท่าท่นั้นนั้ 19 ทางเดินดิด้าด้นทิศทิตะวันวัออกเฉียฉีงเหนือนืและ ทิศทิตะวันวัตกเฉียฉีงใต้ขต้องปราสาทประธาน มีปมีราสาทอิฐอิสององค์แค์ละปรางค์น้ค์อน้ย จาก หลักลัฐานทางด้าด้นสถาปัตปัยกรรมและ ศิลศิ ปกรรม กล่าล่วได้ว่ด้าว่ ปราสาททั้งทั้ สามหลังลัได้สด้ร้าร้งขึ้นขึ้ก่อก่นปราสาทประธาน ราวพุทพุธศตวรรษที่ 15 และ 16 ตามลำ ดับดั ส่วนทางด้าด้นหน้าน้ของปราสาทประธาน คือคืทิศทิตะวันวัออกเฉียฉีงเหนือนืและทิศทิตะวันวั ออกเฉียฉีงใต้ มีอมีาคารสองหลังลัก่อก่ด้วด้ยศิลศิา แลง เรียรีกว่าว่บรรณาลัยลัซึ่งซึ่เป็นป็ที่เที่ก็บก็ รักรัษาคัมคัภีร์ภีทร์างศาสนา ก่อก่สร้าร้งขึ้นขึ้ ใน พุทพุธศตวรรษที่ 18 ร่วร่มสมัยมัเดียดีวกันกักับกั โรงช้าช้งเผือผืก พลับลัพลาที่สที่ร้าร้งขึ้นขึ้ด้วด้ยศิลศิา แลงข้าข้งทางเดินดิขึ้นขึ้สู่ปราสาททางทิศทิเหนือนื
อ้างอิง รายชื่ออุทยานประวัติศาสตร์ในประเทศไทย. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://shorturl.at/bzAN2 สืบค้น 06 มีนาคม 2567. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://shorturl.at/iknz5 สืบค้น 06 มีนาคม 2567. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://shorturl.at/frwL7 สืบค้น 06 มีนาคม 2567. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://shorturl.at/deixB สืบค้น 06 มีนาคม 2567. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://tinyurl.com/pimind515 สืบค้น 06 มีนาคม 2567. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://tinyurl.com/srichat369 สืบค้น 06 มีนาคม 2567. 20