The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

5 ศาลเจ้ายอดฮิตจังหวัดภูเก็ต
นางสาวปวีณา แก้วแจ่ม บทม.621 รหัสนักศึกษา 6210136120

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paweena Kaewjam, 2021-09-12 10:04:23

5 ศาลเจ้ายอดฮิตจังหวัดภูเก็ต

5 ศาลเจ้ายอดฮิตจังหวัดภูเก็ต
นางสาวปวีณา แก้วแจ่ม บทม.621 รหัสนักศึกษา 6210136120

5ศาลเจ้าพาทัวร์
ยอดฮิตจังหวัดภูเก็ต



พาทัวร์

5 ศาลเจ้ายอดฮิตจังหวัดภูเก็ต



คำนำ

ใน ปัจจุบันระบบสารสนเทศมีความสำคัญ และความ

จำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น
หน่วยงานรัฐบาลหรือเอกชนเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทที่
สำคัญมากแม้กระทั้งกับมหาลัยเองและ ในปัจจุบันนี้ได้มีการ
พัฒนารูปแบบให้มีการโดดเด่น น่าสนใจด้วยเทคโนโลยีมัลดิมีเดีย
การนำเสนอข้อความหรือเนื้อหามากๆ ในลักษณะของสื่อสิ่งพิมพ์
หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-book)

เราจึงได้ทำการสร้าง E-book ขึ้นมาในหัวข้อของดีฝั่ ง
อันดามันโดยนำเสนอในเรื่อง “พาทัวร์ 5 ศาลเจ้ายอดฮิตในจังหวัด
ภูเก็ต” ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์นี้เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าอาทิ
เช่น ความเป็นมา ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ แผนที่ ที่ตั้ง ฯลฯ เพื่อ
กระตุ้น และนำเสนอความน่าสนใจความสวยงามของศาลเจ้านั้นๆให้ทุก
คนได้อ่าน

ด้วยเหตุนี้เราจึงได้จัดทำ และรวบรวมข้อมูลของดีฝั่ งอันดามัน
ในหัวข้อ “พาทัวร์ 5 ศาลเจ้ายอดฮิตในจังหวัดภูเก็ต”ขึ้นมาโดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริม ต่อยอดวัฒนธรรมต่อไป

สารบัญ

ศาลเจ้ากะทู้ 02
ประวัติความเป็นมา 05

01 ที่ตั้ง
08

02 ศาลเจ้าแสงธรรม 09

03 ประวัติความเป็นมา

04 ที่ตั้ง 12
五05 15
ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย
ประวัติความเป็นมา 18
ที่ตั้ง 19
19
ศาลเจ้าปุดจ้อ
ประวัติความเป็นมา 22
ตำนาน 24
ที่ตั้ง 24

ศาลเจ้ากิ้วเที้ยวเก้ง
ประวัติความเป็นมา
ความเชื่อ
ที่ตั้ง

01

01

ศาลเจ้ากะทู้

02

ศาลเจ้ากะทู้เดิมชื่อ ศาลเจ้ากิ๊วหองหยา ตั้งอยู่ หมู่ที่ 9
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ เลขที่ 37/1 หมู่ที่ 4 ถนนวิชิตสงคราม
ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เรียกตามภาษาจีนว่า
“ฉ้ายตึ๋ง” หมายถึงสถานที่ประกอบการกินผักอันศักดิ์สิทธิ์
ของกิ๊วห๋องต่ายเต่ “ฉ้ายตึ๋ง” จึงเปรียบเสมือนพระราชวังขอ
งกิ๊วอ๋องต่ายเต่โดยเฉพาะ ไม่เหมือนกับศาลเจ้าอื่นๆ ที่มีอยู่
ซึ่งเป็นศาลเจ้ามีองค์พระอยู่ดั้งเดิมก่อน แล้วมาสร้างเป็นศาล
เจ้ากินผักภายหลัง เมื่อเสร็จพิธีกินผักแล้ว ก็เป็นศาลเจ้าของ
เจ้าองค์เดิมต่อไป ศาลเจ้ากะทู้มีหล่าวเอี๋ย (เตี่ยนฮู้หง่วนโส่ย)
ส่ าหม่งฮู่ (ส่ าฮู่ห๋องเอี๋ย) หลี้โหล่เฉี๊ยะ (ส่ามท่ายจื้อ) เป็นผู้
กำกับดูแล เมื่อมีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นหรือจะทำอะไรเกี่ยวกับ
ศาลเจ้า ก็ให้เชิญพระองค์ใดองค์หนึ่งเป็นผู้ชี้แจงปัญหาและ
คำสั่งใดๆที่ปรึกษาหารือออกมาแล้วต้องปฏิบัติตามค าสั่ง

นั้นอย่างเคร่งครัด

03

สถานที่ประกอบพิธีกิน
ผักครั้งแรกอยู่ที่ข้างบ้านนาย
ไฮ้ไซ้ ต่อมาศาลเจ้ากินผักคับ
แคบและทรุดโทรมลงมาก
คณะกรรมการศาลเจ้าได้เรี่ย
รายเงินสร้างใหม่ มีผู้บริจาคที่
ปรากฏนามประมาณ 90
ท่านตามบันทึกที่สลักบนแผ่น
ไม้ที่ศาลเจ้าจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาศาลเจ้ากะทู้ทรุดโทรมลงอีก คหบดีชาวกะทู้ผู้
มั่งคั่ง เช่น นายจิ้นหลาย ตันติวิท นายลิ้มหยอง นายอิ้วก้
อง ยงสกุล เป็นต้น ได้สละทรัพย์และเรี่ยไรร่วมสมทบทุน
สร้างขึ้นใหม่ ในที่ปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2490 ต่อมาศาลเจ้า
ได้ทรุดโทรมลงอีก คณะกรรมการศาลเจ้าจึงได้จัดสร้าง
ขึ้นใหม่บนที่เดิม มีผู้ใจบุญได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมให้แก่
ศาลเจ้า ทำให้บริเวณศาลเจ้ากว้างขึ้นกว่าเดิม ผู้ใจบุญ
เหล่านั้นคือ นายแดง – นางส่วนตี่ รักเหย้า นายเบ่งฮก,
เบ่งอ้าน, เบ่งปู้น, ยิ่นเต้ง, นางลุ้ย เจริญผล และได้มีผู้
ใจบุญบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุน สร้างศาลเจ้าหลังใหม่
ทางศาลเจ้ากะทู้ได้บันทึกรายชื่อไว้บนป้ายหน้าศาลเพื่อ
เป็นเกียรติสืบไป

04

ศาลเจ้ากะทู้ นับว่าเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมาก
เพราะนับได้ว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีถือศีล
กินผักของชาวภูเก็ตที่สืบต่อมากระทั่งปัจจุบัน ศาลเจ้าแห่งนี้
ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านกะทู้อำเภอเมืองกะทู้ ตามประวัตินั้นในสมัย
ที่มีชาวจีนเป็นจำนวนมากเข้ามาเป็นกรรมกรเหมืองแร่ในภูเก็ต
ได้เกิดโรคระบาดขึ้น คณะงิ้วจากเมืองจีนที่มาทำการแสดงที่
บ้านกะทู้เกรงว่าอาจเป็นเพราะพวกตนไม่ได้ถือศีลกินผักตามที่
เคยปฏิบัติกันมาที่ประเทศจีน พวกเขาจึงได้จัดพิธีถือศีลกินผัก
ขึ้น 9 วัน 9 คืน ตามความเชื่อที่มีมารวมทั้งช่วยกันสร้างศาล
เจ้าแห่งนี้ด้วย หลังจากนั้นโรคร้ายก็หายไป ชาวบ้านกะทู้เกิด
ความเลื่อมใสจึงศรัทธาจัดให้มีพิธีถือศีลกินผักต่อเนื่องกันมา
จากนั้นไม่นานประเพณีถือศีลกินผักก็แพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ

05

ต่อมาหลวงอำนาจนรารักษ์ (ต้นตระกูลตัณฑเวทย์)
ซึ่งเป็นนายเหมืองใหญ่ และเป็นผู้นำชุมชนบ้านกะทู้ได้ส่งคน
ไปนำเอา “เหี่ยวเอี้ยน” หรือขี้เถ้าธูปและกระถางธูปจาก
มณฑลกังใส ประเทศจีน มาไว้ที่ศาลเจ้ากะทู้ เพื่อให้พิธี
ถือศีลกินผักมีความถูกต้องสมบูรณ์ ศาลเจ้ากะทู้จึงได้ชื่อว่า
เป็นจุดกำเนิดของประเพณีถือศีลกินผักบนเกาะภูเก็ตใน
ปัจจุบัน




ที่อยู่ : 37/1 หมู่ 4 ถนนวิจิตรสงคราม อำเภอกะทู้
จังหวัดภูเก็ต
เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.
โทร : 0-7620-2245
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ศาลเจ้ากะทู้

06

07

ศาลเจ้า
แสงธรรม

08

ศาลเจ้าแสงธรรม หรือในภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า
ศาลเจ้าเต่งก้องต๋อง หรือศาลเจ้าซิงเจียกอง เป็นศาลเจ้าเก่า
แก่อีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต ซึ่งมีอายุนับร้อยปี ตั้งอยู่ในซอย
เล็กๆ บนถนนพังงา ตามประวัตินั้น ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้น
เมื่อ พ.ศ. 2434 โดยหลวงอำนาจนรารักษ์ (ตันค้วด) เพื่อเป็น
ที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนที่สาย ตระกูลนับถือมาแต่เดิม โดยใช้
เป็นสถานที่เคารพสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งเพื่อใช้เป็น
ศูนย์รวมพบปะระหว่างญาติมิตร

ความน่าสนใจของศาลเจ้าแสงธรรม นอกจากสถานที่
ตั้งอันสันโดษและเงียบสงบอยู่ในใจกลางเมืองแล้ว ความสำคัญ
คือความสวยงามของสถาปัตยกรรมในรูปแบบจีนประเพณี
โดยตัวอาคารเป็นรูปแบบเก๋งจีนขนาดเล็ก กะทัดรัด ส่วนบน
หลังคามีปูนปั้ นรูปมังกรและตุ๊กตาจีน

ซึ่งเป็นที่นิยมในมณฑลฮกเกี้ยน
ประดับตกแต่งอย่างสวยงามนอกจาก
นี้ภายในศาลเจ้ายังมีภาพเขียนลาย
เส้นสีดำในตารางสี่เหลี่ยมเต็มฝาด้าน
ข้าทั้งสองด้านดำเนินเรื่องซิยินกุ้ย
แห่งราชวงศ์กุ้งอันเป็นตำนานแห่ง
อดีตของเทพอ๋องซุนต่ายสายเมื่อครั้ง
เสวยชาติเป็นมนุษย์มาก่อน

09

ในปี พ.ศ. 2540 ศาลเจ้าแสงธรรม ได้รัพระราชทาน
รางวัลอนุรักษ์ดีเด่น จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยาม
บรมราชกุมารี โดยผ่านการคัดเลือกของสมาคมสถาปนิก
สยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้มีการบูรณะศาลเจ้าครั้ง
ใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2542 เพื่อฉลองศาลเจ้าครบรอบ 109 ปี ในปี
พ.ศ. 2543



ที่อยู่ : ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น.
โทร : -
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ศาลเจ้าแสธรรม

10

11

ศาลจุ้ยตุ่ย

12

ปฏิสนธิของประวัติกิ้วอ๋อง ซึ่งเดิมอยู่ที่เมืองจีนของ

จังหวัดกั่งส่าย ซึ่งเป็นที่สักการบูชาของพวกคณะงิ้วเป็นอย่าง

มากเริ่มแรกเดิมทีของเรื่อง คือ ครั้งสมัยหนึ่งประมาณการ

ผ่านไปเจ็ดสิบกว่าปีแล้วมีงิ้วคณะหนึ่งได้นำคณะล่องใต้ไป

แสดงตามสถานที่ต่างๆ คณะงิ้วจะต้องอัญเชิญ กิ้วอ๋อง ซึ่งเป็น

สิ่งที่พวกเขานับถือ สักการบูชาอย่างสูงให้ท่านติดตามไป

คุ้มครอง ปกปักรักษาให้พวกเขาอยู่เย็นเป็นสุขตลอดมา

ต่อมาคณะงิ้วดังกล่าวได้

เดินทางมาถึงภูเก็ต ก็ได้เริ่มทำการ

แสดงอยู่ที่ซอยรมณีย์ทางด้านวัด

มงคลนิมิต(ซึ่งคนพื้นเมืองของ

จังหวัดภูเก็ตเรียกซอยรมณีย์ว่า

“อ่างอ่าหล่าย”) คณะงิ้วได้มาอยู่ที่

จังหวัดภูเก็ตนานพอประมาณ

ระหว่างที่คณะงิ้วอยู่ที่ภูเก็ตนั้นก็ได้

จัดให้มีพิธีกินผัก(กินเจ) กัน

ซึ่งพวกงิ้วได้ถือปฏิบัติ

สืบอายุเป็นตอนๆมา พิธีการกินเจ

คือเริ่มขึ้นประมาณเดือน 9 ขึ้น 1

ค่ำ ของปฏิทินจีน (เก้าโง้ยโซ่อีด)

ก่อนถึงวันกินเจพวกคณะงิ้วจะ

ปัดกวาด ล้างชำระสถานที่เครื่อง

ใช้ หม้อข้าว ถ้วยชาม

13

และสิ่งของที่จะประกอบในพิธีให้สะอาด ผู้ที่จะเข้าร่วม
ในพิธีจะต้องแต่งตัว นุ่งขาวห่มขาว ในพิธีการกินเจซึ่งมีทั้งหมด
9 วัน 9 คืนในสมัยนั้นก็มีพี่น้องชาวภูเก็ต ทั้งคนจีน และคนไทย
ได้เข้าร่วมพิธีการถือศีลกินเจกับคณะงิ้วด้วย พี่น้องชาวภูเก็ต
ของเราก็ได้ศึกษา ปฏิบัติ พิธีการต่างๆ ตั้งแต่วันเริ่มงานกินเจ
จนเสร็จพิธี ในพิธีการกินเจนี้เขาจะมีพิธีขึ้นเสาโกเต้ง มีตะเกียง
น้ำมัน 9 ดวง ซึ่งเป็นสัญาลักษณ์ของพิธีการกินเจได้เริ่มขึ้น
แล้ว ในพิธีการกินเจก็จะมีการประทับทรงพระ ทำพิธีลุยไฟ
สะเดาะเคราะห์ อาบน้ำมันซึ่งกำลังเดือด พิธีไหว้เทวดา มีการ
แห่ขบวนไปตามถนนสายต่างๆ พอครบกำหนด 9 วัน 9 คืนก็
เป็นอันเสร็จพิธีการกินเจ

เมื่อพวกคณะงิ้วเสร็จสิ้นการแสดงงิ้ว ต่างก็เก็บข้าว
ของเตรียมจะเดินทางกลับภูมิลำเนาของตน หัวหน้าคณะงิ้วได้
พิจารณาเห็นว่าพี่น้องชาวภูเก็ตทั้งคนจีนคนไทยมีความ
เลื่อมใสศรัทธาในพิธีการถือศีลกินเจ คณะงิ้วเลยได้อัญเชิญ
เหี่ยวโห้ย และสิ่งของต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องใช้ใน
พิธีการกินเจให้ไว้กับพี่น้องชาวภูเก็ตไว้ดำเนินพิธีการกินเจ
สืบทอดต่อไป พี่น้องชาวภูเก็ตต่างพร้อมใจกัน จัดตั้งเป็นศาล
เจ้าขึ้นที่อ่างอ่าหล่าย(ซอยรมณีย์)อยู่มาไม่นานนัก ประมาณในปี
พ.ศ. 2450 ก็บังเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ซอยรมณีย์ชาวบ้านต่าง
ช่วยกันขนย้ายเหี่ยวโห้ย และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อหนีพระ
เพลิง ซึ่งในสมันนั้นมีผู้ใหญ่บ้าน คือ นายสุ่ยติ่น แซ่เอี๋ยว นายจี่
เต็ก แซ่เจี่ย นายสุ่น (ไม่ทราบนามสกุล) และหลายๆ ท่าน

14

ซึ่งท่านผู้เฒ่าทั้งหลายได้ขนย้าย
เหี่ยวโห้ยและสิ่งของเครื่องใช้
ต่างๆ ไปปรึกษากับนายฮก แซ่
เอี๋ยว พ่อของนายก่วนสิ่ว เจ้าของ
ที่ดิน ที่ตำบลตลาดเหนือ หมู่ที่ 8
อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต คือที่
ต้องศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยปัจจุบัน เพื่อจะ
สร้างขึ้นเป็นศาลเจ้า 1 หลัง
มุงและกั้นด้วย (ซึ่งเดิมที ที่ตั้งของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เป็นสวนพลู
ด้านทิศตะวันออก ที่เป็นถนนหรือเรียกว่าซอยภูธรปัจจุบันนั้น
ในสมันก่อนเป็นคลองขนาดใหญ่มีเรือใบ 3 หลัก แล่นเข้ามา
เทียบท่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวเรือเหล่านี้ จะขึ้นมาสักการะ
กราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมหรือปุดจ้อที่เห็นกันมาตราบจนทุกวัน
นี้) ผลของการเจรจาปรึกษาก็ตกลงกันด้วยดีท่านทั้งหลาย
ก็ได้อัญเชิญ เหี่ยวโห้ย และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ มา
ประดิษฐานไว้ ณ ที่ดังกล่าว นับแต่นั้นมาชาวบ้านก็มักจะ
เรียกกันติดปากว่า ศาลเจ้ากิ้วอ๋อง หรือศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยมา
จนถึงทุกวันนี้ทุกๆ รอบปีของเดือน 9 ขึ้น 1 ค่ำ ของปฏิทิน
จีน (เก้าโง้ยโซ่อีด) ก็จะจัดให้มีพิธีการกินเจ ซึ่งสละแล้วทุกสิ่ง
ทุกอย่างหันหน้าเข้าหาพระเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ซึ่งพี่น้อง
ชาวภูเก็ตของเราก็สืบอายุการกินเจ และปฏิบัติพิธีการต่างๆ
ซึ่งถ่ายทอดมาจากพวกคณะงิ้วทุกอย่างจนถึงทุกวันนี้ และ
ก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารศาลเจ้าเพื่อทำงานให้กับศาล
เจ้าตลอดมา

15

จนในกระทั้งปี พ.ศ. 2500 คณะกรรมการและชาวบ้าน
ก็ได้ช่วยกันบูรณะเปลี่ยนแปลงหลังคาจากเป็นสังกะสี และ
ขยายต่อเติมศาลเจ้าขึ้นเล็กน้อย ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 คณะ
กรรมการชุดดำเนินงานปัจจุบันได้จัดซื้อที่ดิน 1 แปลง (2 ห้อง)
แล้วได้ก่อสร้างโรงครัวขึ้น 1 หลัง อย่างถาวร และได้จัดสร้าง
สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพิ่มเติมขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก และได้
บูรณะถาวรวัตถุ ต่างๆ อีกด้วยทุกๆรอบปีในงานกินเจ จะมีชาว
บ้าน พ่อค้า ประชาชน ที่มีจิตศรัทธาต่างก็ได้นำเอาสิ่งของ
เครื่องใช้ เช่น ข้าวสาร น้ำมันมะพร้าว น้ำมันถั่ว น้ำตาล ผักสด
ธูปเทียน มาถวายให้กับกิ้วอ๋อง ณ ที่ศาลเจ้า ซึ่งคณะกรรมการ
รับสิ่งของลงบัญชี พร้อมทั้งประกาศของคุณท่านผู้ใจบุญที่มา
บริจาค สิ่งของบางอย่างก็จะถูกส่งเข้าไปโรงครัวเพื่อหุงต้มเป็น
อาหาร แจกจ่าย ใส่ปิ่ นโตให้กับชาวบ้านไปรับประทานเพื่อ
ความเป็นศิริมงคลในครอบครัว เรื่องปัจจัยสุดแล้วแต่ชาวบ้าน
จะอนุโมทนา คณะกรรมาการไม่ได้กะเกณฑ์

ที่อยู่ : 283 ซอยภูธร ถนนระนอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.
โทร : 0-7621-3243
เว็บไซต์ : -

16

17

ศาลเจ้าปุดจ้อ

18

ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งเมืองภูเก็ตที่มีอายุยาวนานกว่า
ร้อยปี โดยมีความแตกต่างจากศาลเจ้าแห่งอื่น ๆ ตรงที่ศาล
เจ้าปุดจ้อ หรืออ๊ามปุดจ้อแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานองค์พระโพธิ
สัตว์กวนอิม หรือองค์กวนอิมปุดจ้อ อันเป็นองค์เทพเจ้าที่
สำคัญในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ที่ผู้คนนิยมมากราบ
ไหว้บูชามากที่สุดแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นศาลเจ้าที่มีการ
รักษาโรคด้วยวิธีเซียมซีที่มีชื่อเสียงจนได้รับการบอกต่อจาก
ปากต่อปาก นับเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากยิ่ง

19

ตำนานศาลเจ้า

มีการเล่าสืบต่อกันมาว่า บริเวณที่ตั้งของศาลเจ้านั้น

เดิมเป็นคลองขนาดใหญ่ที่เรือใหญ่สามารถแล่นผ่านเข้ามาได้

ซึ่งมีทั้งท่าเรือและศาลเจ้าตั้งไว้อยู่ก่อนแล้ว ที่ในสมัยนั้นชาว

บ้านเรียกศาลเจ้าแห่งนี้ว่า “ศาลเจ้าเต้จุ้น” หรือ “กวนอู” เมื่อมี

พ่อค้านั่งเรือใบสามหลักมาจากปีนังเพื่อเข้ามาทำการค้าขายใน

ภูเก็ต พ่อค้านั้นก็ได้นำรูปแกะสลักไม้ขององค์พระโพธิสัตว์

กวนอิมปุดจ้อติดตัวมาด้วย ครั้นได้มาเห็นสถานที่ในบริเวณ

ศาลเจ้าดังกล่าวแล้ว เกิดความรู้สึกชอบและเห็นว่าเป็นสถานที่

ที่เหมาะสม จึงได้อัญเชิญพระโพธิสัตว์กวนอิมปุดจ้อมา

ประดิษฐานไว้ ซึ่งต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นศาลเจ้า

ปุดจ้อนับแต่นั้นมา

ที่อยู่ : 289 ซอย ภูธร ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต
ภูเก็ต 83000
เปิดเข้าชม : 6.30 – 20.00
โทร : 076 213 190
เว็ปไซต์ : -

20

21

ศาลเจ้า
กิ้วเที้ยวเก้ง

22

ศาล เจ้ากิ้วเที้ยนเก้งเป็นศาลเจ้าอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในตัว
เมืองภูเก็ต ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน จากประวัติที่
จารึกไว้ในแผ่นหินหน้าศาลเจ้าระบุว่า พระนางกิ้วเที้ยนลื้อ ซึ่ง
เป็นเทพเจ้าชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายศาสนาเต๋า ในสมัยของพระเจ้า
เหลือง ได้บอกผ่านร่างทรงของท่านว่า ต้องการที่จะให้จัดตั้ง
ศาลเจ้าประจำองค์ของท่าน เพื่อท่านจะได้ ช่วยปกปักรักษา
คุ้มครองลูกหลานชาวภูเก็ตไม่ให้พบกับภัยพิบัติทาง
ธรรมชาติ ต่าง ๆ โดยท่านได้เลือกบริเวณปลายแหลมสะพาน
หิน เป็นที่สำหรับศาลเจ้ร จึงมีการดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี
2539 จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2540ความ สำคัญของศาลเจ้า
แห่งนี้ นอกจากจะเป็นสถานที่มีรูปประทับของ เทพเจ้ากิ้ว
เที้ยนเฮียนลื้อ ตั้งอยู่เป็นพระประธานของศาลเจ้าแล้ว ศาล
เจ้าแห่งนี้ยังมีรูปบูชาขององค์เทพเจ้าจีนตามความเชื่อของ
ชาวไทย เชื่อสายจีนอีกมากมาย โดยเฉพาะเทพเจ้าที่เป็นเพศ
หญิงนอกจากนี้บริเวณศาลเจ้า หากขึ้นไปยืนอยู่ตรงทางประตู
ศาลเจ้า แล้วหันหน้ามองออกไปทางสะพานหิน จะเห็นภูมิ
ทัศน์เป็นท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ขณะเดียวกันหากมองจาก
ปลายแหลมสะพานหินขึ้นมายังศาลเจ้า จะเห็นเป็นสถานปัต
ยกรรมจีนแบบประเพณีนิยมที่สวยงามทรงคุณค่าบนเกาะ
ภูเก็ต

23

ในวันสุดท้ายของประเพณี
ถือศิลกินผักของทุกปี ศาลเจ้ากิ้ว
เที้ยนเก้ง แห่งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ
เต็มไปด้วยผู้คนเนื่องจากบรรดา
ศาลเจ้าต่าง ๆ ในเมืองภูเก็ตต่างจัด
ขบวนแห่เทพเจ้ามาทำพิธีส่งพระกัน
ที่บริเวณปลายแหลม สะพานหิน
ศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเลี่ยนลื้อ

อ๊ามสะพานหิน ได้ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 16 เมษายน 2538 โดยได้
รับการอนุญาตการก่อสร้าง จากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตใน
สมัย ท่านเฉลิม พรหมเลิศ และ คุณสมบูรณ์ คู่พงศกร เป็น
ประธานศาลเจ้า ดำเนินการ ให้มีการ ก่อสร้าง ศาลเจ้าแห่งนี้
จนสำเร็จ จากนั้นได้อัญเชิญ องค์เทพกิ้วเที้ยนเลี่ยนลื้อ มา
ประดิษฐานในศาลเจ้าในปี พ.ศ.2548 ได้อัญเชิญ ม่าจ้อโป้
มาจากเกาะเหมยโจ ประเทศจีน เพื่อใช้เป็น สถานที่ประกอบ
พิธีเฉี้ยโห้ย (พิธีกรรมอัญเชิญไฟศักดิ์สิทธิ์ การอัญเชิญ ยก
อ๋องซ่งเต่ มาเป็นประธานในพิธีกรรมต่างๆเช่น ประเพณี
ถือศีลกินผัก เป็นต้น) ซึ่งทุกๆศาลเจ้าต้องมาประกอบพิธีที่
สะพานหิน

24

ความเชื่อ
อ๊ามแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความเหมาะสม ถูกต้องตาม
หลักฮวงจุ้ยของจีน เมื่อร้อยปีก่อน ได้มีการอัญเชิญเหี่ยวโห้ย
(ไฟศักดิ์สิทธิ์) มาจากมณฑลกังไซ้ ประเทศจีน เพื่อมาประกอบ
พิธีถือศีลกนผักตามแบบฉบับเดิมของจีนในมณฑลกังไซ้ ตาม
ความเชื่อ ของชาวจีนโบราณ องค์เทพกิ้วเที้ยนเลี่ยนลื้อ เป็นเทพ
ที่มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ สามารถปกป้อง คุ้มครองชาวภูเก็ต จาก
สิ่งชั่วร้าย และภัยอันตรายจากธรรมชาติ

ที่อยู่ : ซอยบางใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.
โทร :
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ศาลเจ้ากิ้วเที้ยน
เก้ง-สะพานหินภูเก็ต


Click to View FlipBook Version