The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความหมายเเละความสำคัญของอุปสงค์เเละอุทาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Weesuda Muenjit, 2022-11-28 11:30:06

อุปสงค์เเละอุปทาน

ความหมายเเละความสำคัญของอุปสงค์เเละอุทาน

อุปสงค์(demaAWnARD d)

และ


อุปทาน(supply)

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) นี้
จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการเรียนการสอนใน
รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมด
เกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทาน โดยทางผู้จัดทำ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์สำหรับต่อการเรียนการสอนของ
ตนเองและครูต่อไป

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ หน้า
1
เรื่อง 7

ความหมายของอุปสงค์และอุปทาน 8

หลักเกณฑ์ในการกำหนดราคา
ตามอุปสงค์และอุปทาน

การเปลี่ยนแปลงของราคาดุลยภาพ
และปริมาณดุลยภาพ

ข้อดีและข้อเสียของการกำหนดราคา 10
ตามอุปสงค์อุปทาน

ความหมายของอุปสงค์ 1

1.อุปสงค์ (demand)

หมายถึง ความเต็มใจและความสามารถของผู้ซื้อ ในการจ่ายเงิน
ซื้อสินค้าในปริมาณต่างๆ ณ ระดับราคาต่างๆ กัน ของสินค้าชนิดนั้นๆ
ในช่วงเวลาใด เวลาหนึ่ง

อุปสงค์ในสินค้าและบริการมีอยู่สองประเภทคืออุปสงค์แต่ละบุคคล
เป็นการ ศึกษาพฤติกรรมในการซื้อสินค้าและบริการของบุคคลใด
บุคคลหนึ่งในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งกับอุปสงค์รวมหรืออุปสงค์ตลาด ซึ่ง
เป็นการศึกษาพฤติกรรมในการซื้อสินค้าและบริการของทุกคน ใน
ตลาดร่วมกันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

•กฏของอุปสงค์

ประชาชนมีความต้องการสินค้าและบริการ ต่างกัน แต่ละคนจึงมี
อุปสงค์ในการซื้อสินค้าเฉพาะของตนเอง การซื้อสินค้าและบริการของ
ประชาชนในระยะเวลาหนึ่งจะขึ้นอยู่กับราคาสินค้าและบริการนั้นๆ
โดยมีข้อสมมติว่าปัจจัยอื่นๆ ยังอยู่คงที่เหมือนเดิม การศึกษาความ
ต้องการซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับ ราคา สามารถ
ศึกษาได้ทั้งความต้องการของแต่ละบุคคล และเมื่อรวมของทุกๆ คน
ก็จะเป็นความ ต้องการของตลาด

• ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดอุปสงค์ 2

คือปัจจัยต่างๆที่มีอิทธิพลต่อจํานวนหรือปริมาณสินค้าที่
ต้องการซื้อปัจจัยเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อปริมาณซื้อมากน้อยไม่เท่ากัน
ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละคนและเวลา ปัจจัยเหล่านี้มี
หลายประการ เช่น
1. ราคาสินค้าที่ซื้อถ้าราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นปริมาณซื้อจะลดลงแต่
ถ้าราคาสินค้าถูกลง ปริมาณซื้อจะเพิ่มขึ้น
2. จํานวนและส่วนประกอบของประชากร ถ้าประเทศใดมี
ประชากรเพิ่มขึ้นความต้องการสินค้าและบริการต่างๆก็จะเพิ่มขึ้นตาม
ไปด้วยในขณะเดียวกันองค์ประกอบของประชากรที่เป็นปัจจัยสำคัญที่
ทำให้อุปสงค์เปลี่ยนแปลงได้
3. รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน โดยทั่วไปเมื่อประชากรมีรายได้เฉลี่ย
สูงขึ้น ความต้องการสินค้าและบริการก็เพิ่มขึ้นหรืออาจเปลี่ยนไป เช่น
ลดการบริโภคสินค้าราคาถูก ขณะเดียวกันก็หันไปบริโภคสินค้าราคา
แพงและคุณภาพดีขึ้น เป็นต้น

• ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดอุปสงค์ 3

4. การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เช่น ในฤดูหนาวอุปสงค์
ต่อเสื้อกันหนาวและผ้าห่มจะเพิ่มขึ้นและในฤดูร้อนจะลดลง แต่
อุปสงค์ต่อน้ำแข็งและชุดว่ายน้ำจะเพิ่มขึ้น

5. เปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าชนิดอื่นที่เกี่ยวข้องในกรณี
สินค้าที่ใช้ประกอบกัน เช่น เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ประชาชน
อาจซื้อรถยนต์ใช้น้อยลง หรือในกรณีสินค้า ที่ใช้ทดแทนกัน
เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ประชาชนอาจหันไปใช้พลังงานทางเลือก
เช่น แก๊สเอ็นจีวี มากขึ้น เพื่อใช้ทดแทนน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น

6. ปัจจัยอื่นๆ เช่น การศึกษาและการโฆษณา

ความหมายของอุปทาน 4

2.อุปทาน (supply)

หมายถึง ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตหรือผู้ขาย พร้อม
ที่จะผลิตออกขาย ณ ระดับราคาต่างๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

การที่ผู้ผลิตหรือผู้ขายจะนำสินค้าออกมาวางขายปริมาณ
เท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับราคา เป็นสำคัญ ถ้าราคาสูงผู้ขายจะนำสินค้า
ออกมาวางขายในท้องตลาดในปริมาณที่มากด้วยความเต็มใจ ถ้า
ราคาต่ำผู้ขายก็ย่อมจะนำสินค้ามาวางขายในปริมาณที่ลดลง อย่างไร
ก็ตามอุปทานของสินค้าชนิดใดก็ตามจะมีมากหรือน้อยมิได้ขึ้นอยู่กับ
ราคาสินค้าชนิดนั้นเพียงชนิดเดียว แต่ยังขึ้นอยู่ กับปัจจัยอื่นๆ อีก
หลายอย่าง เช่น ต้นทุนการผลิต สภาพการแข่งขัน ดินฟ้าอากาศ
และเทคนิค การผลิต เป็นต้น

•กฎของอุปทาน

โดยทั่วไปผู้ผลิตมีความต้องการในการผลิตสินค้าและ บริการ
ต่างกัน การผลิตสินค้าและบริการของผู้ผลิตในระยะเวลาหนึ่งจะขึ้น
อยู่กับราคาสินค้าและ บริการนั้นๆ ทั้งนี้โดยมีข้อสมมติว่าปัจจัยอื่นๆ
ยังอยู่คงที่เหมือนเดิม การศึกษาความต้องการผลิต สินค้าชนิดใด
ชนิดหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับราคา สามารถศึกษาได้ทั้งผู้ผลิตแต่ละ
คน และผู้ผลิต ทุกๆ คน ก็จะเป็นความต้องการผลิตของตลาด

• ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดอุปทาน 5

คือ ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อจํานวนหรือปริมาณ
สินค้าที่จะผลิตออกมาขาย ตัวกำหนดปริมาณขายหรือปริมาณ
การผลิตมีหลายปัจจัย ได้แก่
1. ราคาสินค้าที่ผลิต โดยทั่วไปถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ผู้ผลิต
ยินดีจะผลิต มากขึ้น แต่ถ้าราคาสินค้าลดลงผู้ผลิตก็จะลด
จำนวนการผลิตลง
2. เป้าหมายของผู้ผลิตหรือธุรกิจ เช่น ถ้าธุรกิจผลิต
รถยนต์ต้องการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากกว่ารถบรรทุก ก็
จะใช้ทรัพยากรของโรงงานไปผลิตรถนั่งส่วนบุคคลทำให้
ปริมาณการผลิตรถบรรทุกน้อยลง
3. การเปลี่ยนแปลงของเทคนิคการผลิต เมื่อมีการปรับปรุง
เทคนิคในการผลิตให้ น จากจำนวนทรัพยากรเท่าเดิม จะทำให้
สามารถผลิตสินค้าได้เพิ่มมากขึ้นและ ต้นทุนต่ำลง

• ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดอุปทาน 6

4. ราคาปัจจัยการผลิต ถ้าราคาปัจจัยการผลิตสูงขึ้น เช่น
ราคาน้ำมันค่าจ้างแรงงาน จะมีผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจ ทํา
ให้ธุรกิจลดการผลิตลง
5. จำนวนผู้ผลิตหรือผู้ขาย ถ้าผู้ผลิตหรือผู้ขายมีมากขึ้น
จะทำให้อุปทานเพิ่มขึ้น แต่ถ้าผู้ผลิตหรือผู้ขายน้อยลงก็จะทำให้
อุปทานลดลง
6. ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น การเก็งกำไร ส่งผลกระทบต่อ
ต้นทุนการผลิตที่ไม่แน่นอน มีความผันผวนตามสถานการณ์
ภาษี ถ้าหากรัฐมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีส่งผล ให้ต้นทุนการ
ผลิตสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มราคาสินค้า หรือลดการ
ผลิตสินค้าลง เงินอุดหนุน จากรัฐบาล สภาพดินฟ้าอากาศ มี
ผลทำให้อุปทานเปลี่ยนแปลงไป

หลักตเากมณอุฑป์ใสนงคก์แารลกะำอุหปนทดารนาคา 7

ราคาตามอุปสงค์และอุปทาน โดยทั้งอุปสงค์และ อุปทาน
ต่างก็มีความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับราคาสินค้า ดังนั้น ปริมาณสินค้าที่
ผู้บริโภคต้องการซื้อและผู้ขายต้องการขายจะปรับตัวตามระดับ
ของราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เนื่องจากการปรับตัวของ จํา
นวนการซื้ออและจํานวนการขายต่อราคาจะมีลักษณะตรงกันข้าม
กล่าวคือ ในขณะที่ราคาสินค้า และบริการลดลง ผู้ซื้อจะซื้อสินค้า
และบริการมากขึ้น แต่สำหรับผู้ขาย ผู้ผลิต เมื่อราคาสินค้าและ
บริการลดลงก็จะน่าสินค้าและบริการมาจําหน่ายน้อยลง การปรับ
ตัวนี้เป็นสาเหตุให้จํานวนซื้อและจํานวนขายเท่ากันพอดี ณ ระดับ
ราคาใดราคาหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า ณ ระดับราคานั้นจำนวน
สินค้าที่ผู้บริโภคต้องการซื้อขณะนั้นจะเท่ากับจำนวนสินค้าที่ผู้
ผลิตจะผลิตออกมาจำหน่ายในขณะเดียวกันพอดีหรือที่เรียกว่า
ราคาดุลยภาพ

ในตลาดที่มีการแข่งขัน ราคาสินค้าและบริการจะกำหนด
โดยอุปสงค์และอุปทานของ ตลาดสินค้าและบริการชนิดนั้น ราคา
ดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพจะเกิดพร้อมกันตรงระดับที่
ปริมาณซื้อเท่ากับปริมาณขายพอดี สภาวะดังกล่าวเรียกว่า
ดุลยภาพของตลาด

การเปลแี่ยลนะแปปริมลางณขอดุงลรยาคภาาดพุลยภาพ 8

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ อุปทาน หรือการ
เปลี่ยนแปลงทั้งอุปสงค์และอุปทานร่วมกัน สามารถอธิบายการ
เปลี่ยนแปลงได้ 2 กรณี คือ
(1) อุปทานอยู่คงที่และอุปสงค์เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลง
ของอุปสงค์ เปลี่ยนได้สองทาง คือ อุปสงค์เปลี่ยนแปลงไปเพิ่ม
ขึ้น กับเปลี่ยนแปลงไปลดลง ซึ่งจะทำให้ราคาและปริมาณ
ดุลยภาพเปลี่ยนแปลงไป ดังกราฟ

การเปลแี่ยลนะแปปริมลางณขอดุงลรยาคภาาดพุลยภาพ 9

(2) อุปสงค์อยู่คงที่และอุปทานเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลง
ของอุปทาน เปลี่ยนแปลงได้สองทาง คือ อุปทานเปลี่ยนแปลงไป
เพิ่มขึ้นกับอุปทานเปลี่ยนแปลงไปลดลงซึ่ง จะทำให้ราคาและ
ปริมาณดุลยภาพเปลี่ยนแปลงไป ดังกราฟ

ข้อดรีแาคลาะตข้าอมเสอีุปยขสองคง์กอุาปรทกำาหนนด 10

•ข้อ
ดี

1. ช่วยให้ผู้ผลิตจัดสรรค์ปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม
และมีประสิทธิภาพ
2. ทำให้ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น ผู้ผลิตได้กำไรสูงขึ้น
3. ช่วยให้มีการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตตามกลไกราคา
อย่างเหมาะสม
4. ช่วยให้การใช้ปัจจัยการผลิตมีประสิทธิภาพสูงสุด

•ข้อเสีย

1. ผู้ดำเนินการผลิตจะต้องมีการปรับตัวอยู่ตลเวลาตาม
ภาวะตลาด
2. ผู้ผลิตที่ขาดความรู้และประสบการณ์อาจประสบภาวะ
กำไรตกต่ำหรือการขาดทุน
3. ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าในราคาที่เปลี่ยนแปลงไปตาม
อุปสงค์และอุปทาน
4. ประชาชนส่วนใหญ่อาจต้องประสบปัญหาค่าครองชีพ
จากราคาสินค้าในตลาด

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

เรื่อง อุปสงค์และอุปทาน

สมาชิกในกลุ่ม


นางสาว อภิสรา เกิดขุมทอง เลขที่ 2

นางสาว ศลิษา ไกรนรา เลขที่ 9

นางสาว ปัทมวรรณ สำนักช้าง เลขที่ 25

นางสาว ปิยธิดา สังขโชติ เลขที่ 26

นางสาว วรนุช แก้วสุขใส เลขที่ 27

นางสาว วีร์สุดา หมื่นจิตร เลขที่ 29

นางสาว อนุธิดา บุญคุ้ม เลขที่ 31
นางสาว วริษฐา ละวู่ เลขที่ 34

เสนอ

คุณครูสิรี ฤาชา

โรงเรียนรัษฎา อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง-กระบี่

AWARD


Click to View FlipBook Version