สมัยสุโขทัย
กษัตริย์ 3 พระองค์
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) จัดทำขึ้นเพื่อประยุกต์สื่อการเรียนรู้
บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยให้เป็นสื่อการเรียนการสอนสมัยใหม่ที่เป็น
ตัวกลางที่มีความสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ในยุคโลกาภิวัฒน์หรือในยุคที่
เต็มไปด้วย ICT เทคโนโลยีสารสรเทศเเละสื่อสารเพื่อให้ผู้อ่านได้มีความรู้
ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ทางคณะผู้จัดทำจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ พระขุ่นศรีอินทราทิตย์
พระขุ่นรามคำเเหงมหาราช พญาลิไท นำเสนอในรูปเเบบที่น่าสนใจ
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์เเก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อย
สารบัญ หน้า
1
เรื่อง 2
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ 4
5
พระราชประวัติ 6
พระราชกรณียกิจ 7
คุณธรรมที่นำมาเป็นเเบบอย่าง 8
พ่อขุนรามคำเเหงมหาราช 9
พระราชประวัติ 10
พระราชกรณียกิจ 14
ด้านการปกครอง 15
ด้านการเศรษฐกิจและการค้า 16
ด้านการต่างประเทศ 17
ด้านศาสนา 18
ด้านสถาปั ตยกรรมและประติมากรรม
ด้านอักษรศาสตร์
คุณธรรมที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
สารบัญ(ต่อ) หน้า
21
เรื่อง 21
พญาลิไท 23
24
พระราชประวัติ 27
พระราชกรณียกิจ 28
ด้านศาสนา 29
ด้านการเมือง 31
ด้านภาษาและวรรณคดี
คุณธรรมที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
การแย่งชิงอำนาจครั้งสำคัญ พญาลิไท
1
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
2
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีมเหสีพระนามว่า “นางเสือง” (เป็นพระธิดาของพ่อขุนศรีนาวนำถม)
ทรงมีพระโอรสธิดารวม ๕ พระองค์ เป็นโอรส ๓ พระองค์ ธิดา ๒ พระองค์ โอรสองค์ใหญ่ไม่ปรากฏ
พระนามด้วยสิ้นพระชนม์เสียตั้งแต่ยังเยาว์วัยองค์ที่สอง คือ บานเมืองหรือปาลราช องค์ที่สามเดิมไม่มี
พระนาม แต่พอไปชนช้างชนะขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด (เมืองตาก) มีความชอบจึงประทานชื่อ (หรือชื่อ
ตามยศศักดิ์) ว่าพระรามคำแหง ในหนังสืออื่น เรียกว่า รามราช ส่วนธิดาอีก ๒ คนไม่ปรากฏนาม
พระราชประวัติ
3
การขึ้นครองเมืองสุโขทัยของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทำให้พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
รู้สึกกังวลต่อฐานอำนาจเดิมที่พ่อขุนศรีนาวนำถุมมีอยู่แต่เดิม ยกเข้ามาทำสงครามชิงเมือง
คืน ขุนผาเมืองจึงกลับไปครองเมืองราดนางสิขรมหาเทวีซึ่งเป็นพระธิดากษัตริย์ขอม
สร้างความเป็นไมตรีต่ออาณาจักรขอมไว้ก่อน
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์สวรรคตราวปี พ.ศ. ๑๘๒๒
ขุนบานเมืองหรือพญาปาลราชโอรสองค์ที่สองได้ครอง
เมืองสุโขทัยต่อมา
พระราชกรณียกิจ 4
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์เมื่อครั้งยังเป็นพ่อขุนบางกลางหาวได้ร่วมกับพ่อขุนผาเมือง กระทำรัฐประหาร
ขอมสบาดโขลญลำพง โดยพ่อขุนบางกลางหาวตีเมืองศรีสัชนาลัยและเมืองบางขลังได้และยก ทั้งสอง
เมืองให้พ่อขุนผาเมืองส่วนพ่อขุนผาเมืองตีเมืองสุโขทัยได้มอบเมืองสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางหาว
ภายหลังได้คลายเป็น ศรีอินทราทิตย์ การเข้ามาครองสุโขทัยของพระองค์
ส่งผลให้ราชวงศ์พระร่วงเข้ามามีอิทธิพลในเขต
นครสุโขทัยเพิ่มมากขึ้น ทรงมีสงครามกับขุนสามชน
เจ้าเมืองฉอด ทรงชนช้างกับขุนสามชน แต่ช้างทรงพระองค์
ได้เตลิดหนีดังคำในศิลาจารึกว่า “หนีญญ่ายพ่ายจแจ”
พระองค์ทรงเป็นผู้นำชนชาติไทย ต่อสู้กับอิทธิพลขอม
5
คุณธรรมที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
การผูกมิตรกับผู้อื่นในตอน ความกล้าหาญ
ที่เริ่มตั้งอาณาจักรสุโขทัยใหม่ พ่อขุนบางกลางหาว
ขึ้นทำให้มีศัตรูรอบด้าน กระทำรัฐประหารของ
สบาดโขลญลำโพลว
6
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระราชประวัติ 7
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๓ ในราชวงศ์พระร่วง
แห่งราชอาณาจักรสุโขทัย พระองค์เป็นโอรสลำดับที่ ๓ ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีพระ
โอรส ๓ พระองค์ พระธิดา ๒ พระองค์ สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พ่อขุน
รามคำแหงมหาราช เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. ๑๘๒๒ ถึง พ.ศ. ๑๘๔๒
เมื่อพระชนมายุ ๑๙ พรรษา ทรงทำศึกยุทธหัตถีมีชัยต่อขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด
พ่อขุนรามคำแหง เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๒๒ พ่อขุนบานเมือง
พระเชษฐาธิราช เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. ๑๘๔๒ รวมระยะเวลาครองราชย์ ๒๐ ปี
มีพระราชโอรส ๒ องค์ องค์แรกคือ พระเจ้าเลอไทย หรือพระยาเลอไทย
จากพ่อขุนรามคำแหงเป็นรัชกาลที่ ๔ ของกรุงสุโขทัย
(ครองราชย์ในปี พ.ศ. ๑๘๔๒ - ๑๘๙๑) ต่อมาได้ทำการอภิเษกสมรสกับพระมหากษัตริย์
มอญแห่งเมืองเมาะตะมะ คือ พระเจ้าฟ้ารั่ว (มะกะโท)
พระราชกรณียกิจ8
๑ .ด้านขยายพระราชอาณาเขตและป้องกันประเทศ
พลเมือง และยามสงครามต้องจับอาวุธเข้าเป็นทหาร ส่วนในยามสงบก็ทรงให้ฝึก
อาวุธยุทโธปกรณ์อยู่เสมอ
อาณาเขต พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง
ไพศาล คือ
ทิศเหนือ ทรงปราบได้เมืองแพร่, เมืองม่าน, เมืองพลัว (อำเภอปั ว น่าน) ฯ
ทิศใต้ ทรงปราบได้คณฑี (บ้านโคน จังหวัดกำแพงเพชร), พระบาง (นครสวรรค์)
ทิศตะวันออก ทรงปราบได้เมืองสรหลวงสองแคว (พิษณุโลก แม่น้ำน่านหรือแควป่า
สักก็ได้)
ทิศตะวันตกทรงปราบได้เมืองฉอด, เมืองหงสาวดี และมีสมุทรเป็นเขตแดน
9
๒ .ด้านกิจการปกครอง
การปกครองแบบปิตุราชา หรือแบบพ่อปกครองลูก โดยพระองค์ทรงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์
กับประชาชนเป็นไปอย่างใกล้ชิดดุจดั่งพ่อปกครองลูก ประชาชนคนใดมีทุกข์ร้อน หรือมีเรื่องเดือดร้อน
ก็สามารถไปสั่นกระดิ่ง ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
10
๓ .ด้านการเศรษฐกิจ
และการค้า
๓.๑ การส่งเสริมการค้าขายแก่ประชาชน
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงใช้นโยบายที่เอื้อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจแก่ ประชาชน โดยให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ
สามารถทำการค้าขายได้อย่างอิสรเสรี
11
๓ .ด้านการเศรษฐกิจ
และก
ารค้า
๓.๒ การจัดระบบชลประทาน
อาณาจักรสุโขทัยมีสภาพทางธรรมชาติไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ประกอบกับสุโขทัยมีสภาพดินเป็นดินปนทรายไม่
อุ้มน้ำ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตร ไม่อุดมสมบูรณ์นัก พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงโปรด ฯ ให้สร้างเขื่อนดินขนาดใหญ่
สำหรับเก็บกักน้ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองสุโขทัย ได้แก่ เขื่อนสรีดภงส์
12
๓ .ด้านการเศรษฐกิจ
และก
ารค้า
๓.๓ การสร้างเตาเผาเครื่องสังคโลก
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงโปรดฯ ให้สร้างเตาทุเรียง เพื่อใช้เผาเครื่องปั้ นดินเผาเครื่องสังคโลก เป็นจำนวนมากใน
อาณาจักรสุโขทัย ทำให้เครื่องสังคโลกเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ได้แก่ เครื่องเคลือบดินเผา
หรือเครื่องสังคโลก
13
ผลิตเครื่องสังคโลกในอาณาจักรสุโขทัย
ที่สำคัญมี ๒ แหล่ง
๑. แหล่งเตาบริเวณด้านทิศเหนือของ ๒. แหล่งเตาบริเวณเมืองศรีสัชนาลัย
เมืองสุโขทัยเก่า บริเวณริมลำน้ำโจน เป็นแหล่งผลิตเครื่องสังคโลก แหล่ง
เครื่องสังคโลกที่ผลิตจากเตาเมือง ใหญ่ที่ พบเตาเป็นจำนวนมากบริเวณ
สุโขทัยเก่า มีเนื้อหยาบสีเทา ริมฝั่ งแม่น้ำยมคือ เตาเผาบ้านป่ายาง
เตาเผาบ้านเกาะน้อย
๔ .ด้านการต่างประเทศ 14
๑). ความสัมพันธ์กับอาณาจักรล้านนา ๓). ความสัมพันธ์กับอาณาจักรมอญ
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดมา โดย อาณาจักรสุโขทัยกับหัวเมืองมอญ
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงเป็นพระสหายสนิทกับ เป็นความสัมพันธ์ทางเครือญาติ โดย
พญามังรายมหาราช แห่งอาณาจักรล้านนา ดังนั้นจะ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงยกพระนางสุดา
เห็นได้จาก เลือกชัยภูมิที่เหมาะสมในการสร้างเมือง สร้อยดาว ทำให้อาณาจักร สุโขทัยได้รับประโยชน์
เชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองของ ด้านต่าง ๆ เช่น ได้อาศัยเมืองท่าที่เมืองเมาะตะมะ
อาณาจักรล้านนา แลก เปลี่ยนสินค้ากับอินเดีย เปอร์เซีย อาหรับ
๒). ความสัมพันธ์กับแคว้นนครศรีธรรมราช ๔). ความสัมพันธ์กับจีน
เน้นในเรื่องพระพุทธศาสนา โดย การค้าระบบรัฐบรรณาการ โดยเริ่มในสมัย
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงนิมนต์พระสงฆ์จาก พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สุโขทัยได้ส่ง คณะทูต
เมืองนครศรีธรรมราชขึ้นไปสั่งสอนลัทธิลังกาวงศ์ พร้อมกับเครื่องราชบรรณาการไปจีน จากการที่
ที่อาณาจักรสุโขทัยทุกวันธรรมสวนะ สุโขทัยมีความสัมพันธ์ กับจีน ทำให้สุโขทัยได้รับ
ประโยชน์จากจีนหลายอย่าง เช่น ทางการค้า
15
๕ .ด้านศาสนา
ในสมัย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
นับได้ว่าศาสนาพุทธได้เจริญรุ่งเรือง
ขึ้นมาก เพราะพระองค์ ทรงเลื่อมใส
ศรัทธาอย่างมาก เช่น เมื่อมีคนไทย
เดินทางไปยังเกาะลังกา เพื่อบวช
เรียนตามลัทธิลังกาวงศ์ คือ ถือคติ
อย่างหินยาน มีพระไตรปิฎกเป็น
ภาษามคธ
16
๖ .ด้านสถาปัตยกรรม และ
ประติมากรรม
สถาปั ตยกรรมที่สำคัญอื่นๆ เช่น โปรดเกล้าให้สร้างเจดีย์ครอบ
มหาธาตุที่เมืองศรีสัชนาลัย รวมทั้งซากโบราณสถานโบราณวัตถุที่
ปรากฏในเมืองสุโขทัยในปั จจุบัน นอกจากนี้ ในกรุงสุโขทัยมีวัดต่าง ๆ
ที่สำคัญ เช่น วัดตะพังเงิน วัดชนะสงคราม วัดสระสี วัดตะกวน
วัดศรีชุม เป็นต้น ซึ่งภายในวัดศรีชุมมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาด
ใหญ่ คือ พระอัจนะ ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารที่สร้างเป็น
สี่เหลี่ยมคล้ายมณฑป
17
๗ .ด้านอักษรศาสตร์
ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยที่มีชื่อว่า
ลายสือไทย ขึ้น สันนิษฐานว่าดัดแปลงมา
จาก อักษรขอมหวัดและมอญโบราณ
เมื่อประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นแล้ว
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จารึกตัวอักษรบน
หลักศิลาจารึกหลักที่ ๑ นับเป็นหลักฐาน
ที่สำคัญในการศึกษาเรื่องราวทาง
ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย
18
คุณธรรมที่ควรนำมาเป็น
แบบอย่าง
19
คุณธรรมที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
๑ ความกล้าหาญ ๒. ทรงเป็นนักปกครองที่ ๓. ทรงนักพัฒนาทาง
ไกล้ชิดประชาชน เศรษฐกิจ
การทำยุทธหัตถีชนะขุนสามชน
เจ้าเมืองฉอด ทรงเห็นว่า การปกครองแบบพ่อปกครองลูก การดำเนินชีวิตและในการ
พ่อขุนรามคำแหงเป็นนักรบที่ ทรงเป็นพ่อที่มีคุณธรรม โดยใช้ ประกอบอาชีพ “ใครใคร่ค้าม้าค้า
เข้มแข็งและมีจึงให้เป็นแม่ทัพ หลักการปกครองในปรัชญา ค้าช้างค้า ค้าเงินค้าทองค้า”และ
คุมพลไปตีเมืองหัวเมืองน้อย พุทธศาสนา ทำให้เป็นที่รักของ ทรงกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการไม่
ใหญ่ เพื่อเป็นการขยาย ประชาชน และทรงให้แขวน เก็บภาษีผ่านด่านจังกอบ ให้การ
พระราชอาณาจักร กระดิ่งไว้ที่หน้าประตูเมือง ดูแลผลผลิตของประชาชน
เพิ่มความมั่งคงทางเศรษฐกิจ
20
คุณธรรมที่ควรนำมาเป็นเเบบอย่าง
๔. ทรงเป็นพุทธมามกะที่ดี ๕. ทรงเป็นผู้ตัดสินการ
ถูกต้อง
การที่ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ศึกษาพระไตรปิฎกอยู่เป็นนิตย์ ทรงตัดสินคดีความด้วยพระองค์
ทรงให้แกะแท่นมนังคศิลานำไปไว้ เองด้วยความสัตย์ ให้ความยุติธรรม
ที่ดงตาล ซึ่งในวันพระจะมีพระสงฆ์ เท่าเทียมกัน ทุกชนชั้น บ้านเมืองใด
ขึ้นแสดงธรรมเทศนา ทำให้คน ที่มาอ่อนน้อม ขอเป็นเมืองขึ้น ก็จะ
สุโขทัยเป็น คนใจบุญ รักษาศีล ได้รับความปราณี ขาดเหลือสิ่งใดก็
ทรงยึดมั่นในขนบธรรมเนียม จะประทานให้ เชลยศึกก็ทรงให้
ประเพณี เลี้ยงดูไว้ ห้ามไม่ให้ผู้ใดฆ่าหรือ
ข่มเหง
21
พระราชประวัติ
พญาลิไท
พระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือพระยาลิไท ทรงเป็นพระโอรสของพระยาเลอไท
พระยาเลอไทได้แต่งตั้งให้พญาลิไทอันได้รับ พระนามบัญญัติว่า พระศรีธรรมราช
ครองเมืองเชลียง (เมืองศรีสัชนาลัย) ต่อจากนั้นมา 3 ปี คือ พ.ศ.1893 ปีขาล
พระมหาอุปราช ครองเมืองเชลียง (เมืองศรีสัชนาลัย) อยู่ 7 ปี จนถึงปีมะเมีย
จุลศักราช 816 (พ.ศ.1897) พระยาเลอไททรงประชวรหนัก ในขณะนั้นเจ้าเมืองต่าง
เช่น เมืองเชียงทอง เมื่อวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 พ.ศ.1897 เหตุการณ์ตอนนี้มีความเล่า
ในศิลาจารึก วัดป่ามะม่วง (ภาษาขอม พ.ศ.1904) เสด็จขึ้นครองราชย์แทนพระบิดา
ที่สวรรคต ส่วนศักราชการครองราชย์นั้น น่าจะอยู่ระหว่าง พ.ศ.1890 – 1912 โดย
นับรวมเวลาที่พระยาลิไทย ครองราชย์ ในเมืองเชลียง (เมืองศรีสัชนาลัย) ตั้งแต่
พ.ศ.1890 – 1897
22
พระราชประวัติ
พญาลิไท
การครองราชย์ของพระมหาธรรมราชาลิไท นั้นพระองค์ทรงพยายามรวบรวมหัวเมืองสร้างอาณาจักรสุโขทัยให้มั่นคง
เพื่อแสดงพระราชอำนาจโดยชอบธรรมตามการสืบราชสันตติวงศ์ ต่อจากพระบิดา ขณะนั้นบริเวณรอบอาณาจักรของเมือง
สุโขทัยนั้น ได้มีการ ตั้งอาณาจักรขนาดใหญ่ ได้แก่ อาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรอยุธยา
และอาณาจักรหงสาวดี พระองค์ยังได้แสดงแสนยานุภาพ ของการเป็นธรรมราชาไปยังเมืองต่าง ๆ เช่น ในปี พ.ศ.1902
นั้น พระองค์ได้เสด็จไปประทับอยู่ที่เมืองแพร่นานถึง 7 เดือน ในระหว่างปี พ.ศ.1906-1912 นั้น พระองค์ได้เสด็จย้ายมา
ประทับที่เมืองพิษณุโลก นานถึง 7 ปี เพื่อทำการควบคุมเส้นทางแม่น้ำน่าน และแม่น้ำป่าสัก ทางตอนเหนือ
พระมหาธรรมราชาลิไท สวรรคตปีใดไม่ปรากฏหลักฐาน สันนิษฐานว่าพระองค์สวรรคตประมาณ พ.ศ.1912
พระมหาธรรมราชาลิไทนั้นทรงประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกจนสิ้นพระชนม์
23
พระราชกรณียกิจ
1. ด้านศาสนา
พระมหาธรรมราชาลิไทนั้นทรงมีพระปรีชาสามารถในเรื่องพระไตรปิฏกแตกฉานมากชนิด
“รู้บุญรู้ธรรมมีปรีชาแก่คม บ่มิกล่าวถี่เลย” จึงได้มีพระราชนิพนธ์สำคัญ ไตรภูมิพระร่วง มาตั้งแต่เมื่อศักราช 23
(พ.ศ.1888) ในขณะที่ยังเป็นพระมหาอุปราช ครองเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ พระองค์จึงทำการส่งเสริมพุทธศาสนา จน
ทำให้เมืองสุโขทัยนั้นเป็นศูนย์กลาง พุทธศาสนา นอกจากนี้พระมหาธรรมราชาลิไท ยังทรงมีความชำนาญด้าน
โหราศาสตร์ พระมหาธรรมราชาลิไทนั้นทรงโปรดให้ราชบุรุษไปอัญเชิญพระบรมธาตุมาจากลังกาทวีปได้มาบรรจุ
ไว้ที่นครชุมและสร้างพระมหาธาตุขึ้นไว้ในวันศุกร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 ปี ระกา จ.ศ.719 (พ.ศ.1900) พ.ศ. 1902
พระมหาธรรมราชาลิไท นั้นทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนาจนรุ่งเรืองมาก
พระองค์ทรงสร้างพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่หลายองค์ เช่น พระศรีศากยมุนี (เดิมเป็นพระประธานอยู่ในวิหาร
หลวงวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย ปั จจุบันได้อัญเชิญลงมาพระประโนในพระอุโบสถวัดสุทัศน์ เทพวราราม กรุงเทพฯ)
24
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมพระเจดีย์
เมืองนครชุม (กำแพงเพชร) พ.ศ. ๑๙๐๒
25
ทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่เขาสุมนกุฏ
ซึ่งอยู่นอกเมืองสุโขทัย พ.ศ. ๑๙๐๔
26
โปรดให้สร้างวัด ป่ามะม่วง (สุโขทัย)
27
พระราชกรณียกิจ
2. ด้านการเมือง
พระมหาธรรมราชาลิไท ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง โดยการให้ทำการขุดคลอง และทำถนนจากเมืองสุโขทัย
ไปจนถึงเมืองศรีสัชนาลัย และเมืองน้อยใหญ่ เป็นการถวายเป็นพระราชกุศลสนองพระคุณพระราชบิดา ถนนนี้
เรียกว่า พระร่วง มีความยาวจากเมืองกำแพงเพชรไปเมืองสุโขทัยต่อไปจนถึง เมืองศรีสัชนาลัย ใน พ.ศ. 1902
นั้น พระองค์เสด็จไปประทับที่เมืองแพร่นานถึง 7 เดือน รวมทั้งเมืองพลัว (เมืองโบราณใน อ.ปั ว จ.น่าน ) และ
เมืองน่านด้วยทำให้พระองค์มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์เมืองน่านเป็นอย่างดีในฐานะเป็นพระญาติ ในปลายปี
พ.ศ. 1906 พระมหาธรรมราชาลิไทจึงย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองพิษณุโลกเพื่อดูแลหัวเมืองทางด้านใต้
เช่น เมืองนครสวรรค์ เมืองกำแพงเพชร เป็นต้นเหตุให้พระมหาธรรมราชาลิไทเสด็จมาประทับที่เมืองพิษณุโลก
ตลอดมาจนสิ้นพระชนม์ รวม 7 ปี ครั้งนั้นได้มีการสร้างพระราชวังจันทร์ขึ้นด้วย ด้วยเหตุที่พระองค์สนพระทัย
ใน พุทธศาสนา พระองค์จึงเผยแพร่ไตรภูมิพระร่วงและทำนุบำรุงพุทธศาสนาสถานหลายแห่ง
28
พระราชกรณียกิจ
๓. ด้านภาษาและวรรณคดี มีหลักฐานปรากฏ
ใน หนังสือไตรภูมิพระร่วงทรงนิพนธ์ขึ้นในปี
พ.ศ. ๑๘๘๘ ครั้งยังดำรง พระยศเป็นพระ
มหาอุปราช ครองเมืองศรีสัชนาลัย นับเป็น
วรรณคดีไทยชั้นเยี่ยมเล่มแรกของไทย
พระราชกรณียกิจ 29
4. คุณธรรมที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
1. การออกผนว
ชของพระยาลิไทยทำให้ศาสนาพุทธมีความมั่นคง การที่พระองค์มีความสนใจทำนุ
บำรุงศาสนาเป็นสิ่งที่ชาวพุทธที่ดีควรปฏิบัติตามเพื่อการศึกษาพระธรรมวินัยและแก่นแท้แห่งศาสนาพุทธ
2. การศึกษาด้านอักษรศาสตร์ทำให้พระองค์สามารถที่จะนิพนธ์หนังสือเรื่องไตรภูมิพระร่วงที่นับ
เป็นงานนิพนธ์ที่เก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย เราควรนำมาเป็นแบบอย่างในการสนใจศึกษา
หนังสือประเภทต่างๆให้แตกฉานเพื่อสั่งสมความรู้เอาไว้ใช้งานในทุกๆเรื่องอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
3. พระองค์ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมานุภาพ เราจึงควรที่จะนำหลักคุณธรรมมาใช้ในชีวิตประจำ
วันหน้าที่การงาน ครอบครัวและตนเอง เพื่อทำให้คนรอบข้างและตนเองมีความสุขตลอดไป
4. ความเอาใจใส่ในประชาชนของพระองค์ ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง ขุดคลอง สร้างถนน บ้านเมือง
มีความสงบสุขร่มเย็น ไม่มีทาสในเมืองสุโขทัย และไม่มีข้าศึกศัตรูมารุกราน จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า
พระองค์ทรงเอาใจใส่ไพร่ฟ้าของพระองค์อย่างมาก ทรงทำหน้าที่ของพระองค์ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะฉะนั้น
แล้วเราจึงควรสำนึกในหน้าที่ของตน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
30
พระยาลิไท ทรงประทับอยู่ ณ เมืองพิษณุโลก เป็นเวลา ๗ ปี ได้ทรงสร้างเมืองพิษณุโลก และพระราชวังขึ้น
ทางฝั่ งตะวันตกของ แม่น้ำน่าน คือ พระราชวังจันทน์ ทรงสร้างปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ ทรงสร้างวัด
พระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หล่อพระพุทธชินราช ซึ่งเป็น พระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในประเทศไทย พระพุทธชินสีห์
และพระศรีศาสดา ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำต้นโพธิ์จากลังกามาปลูกไว้ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
การแย่งชิงอำนาจครั้งสำคัญสมัย 31
ต้นสุโขทัยพ่อขุนบางกลางหาว ถึง พญาลิไท
การแย่งชิงอำนาจอยู่คู่กับประวัติศาสตร์ของมนุษย์มาอย่างยาวนานไม่ว่าจะของไทยหรือของต่างชาติ
ก็ล้วนแต่มีเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย การแย่งอำนาจของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่
ใดและเมื่อไหร่นั้นคงไม่มีใครตอบได้แต่ถ้าถามว่าการแย่งชิงอำนาจในประวัติศาสตร์ไทยนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด
ก็คงจะพอสันนิษฐานได้จากหลักฐานจารึกในสมัยสุโขทัยซึ่งเป็นราชธานีแห่งแรกของชนชาติสยาม
การแย่งชิงอำนาจครั้งสำคัญสมัย 32
ต้นสุโขทัยพ่อขุนบางกลางหาว ถึง พญาลิไท
เท่าที่มีหลักฐานจากศิลาจารึกสมัยสุโขทัยที่เรียกว่า "จารึกวัดป่ามะม่วง" โดยข้อมูลที่สุจิตต์ วงษ์เทศ บอกเล่าโดยย่อ มีดังนี้
พญาลิไท (หลานพ่อขุนรามคำแหงหรือศรีรามราช) เป็นเจ้าครองเมืองศรีสัชนาลัยส่วนเมืองสุโขทัยมีเจ้าครองอีกองค์หนึ่ง
แต่ไม่รู้ว่าใคร?
ในปี พ.ศ. 1890 พระยาลิไทก็ตบแต่งพลโยธายกออกจากเมืองศรีสัชนาลัยไปยึดอำนาจเมืองสุโขทัยในจารึก (เขียนเป็น
อัหษรเขมรและภาษาเขมร) กล่าวว่า (พญาลิไท) "มีพระบัณฑูรให้ไพร่พลทั้งหลายเข้าระดมฟั นประตู ประหารสัตรูทั้งหลาย...บัดนั้น
จึงเสด็จพระราชดำราชดำเนินเข้าเสวยราชย์..." ซึ่งก็คือการยึดอำนาจ นั้นเอง
บรรณานุกรม
กิตติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูร. (๒๕๔๒). ย้อนรอยวังหน้า-วังหลัง. กรุงเทพฯ : พิมพ์น้ำฝน.
กนกวรรณ โสภณวัฒนวิจิตร. (๒๕๕๔). ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย. กรุงเทพฯ : สารคดี.
กนกวลี ชูชัยยะ และกฤษฎา บุณยสมิต. (๒๕๔๕). ประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ เล่ม ๑.
กรุงเทพฯ : เมธีทิปส์.
เกริกฤทธีไทคูนธนภพ. (๒๕๕๕). เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). กรุงเทพฯ : สยามความรู้.
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ปาเจรา. (๒๕๕๒). ยอดคนผู้พลิกประวัติศาสตร์ไทย (พิมพ์ครั้งที่ ๒).
กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ปาเจรา.
กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก. (๒๕๔๒). กรุงเทพฯ :
กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร.