รายงาน
โครงการประชมุ เชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการขับเคลือ่ นงานนิคมสร้างตนเอง
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนบน (โซน ๓)
โดย
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.เกรยี งไกร ธรุ ะพันธ์ และคณะวิทยากร
สาขาวชิ าการพฒั นาสังคม คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏอดุ รธานี
จัดโดย นิคมสร้างตนเองห้วยหลวง จงั หวัดอดุ รธานี
คำนำ
ก า ร จั ด โ ค ร ง ก า ร ป ร ะ ชุ ม เ ชิ ง ป ฏิ บั ติ ก า ร ถ อ ด บ ท เ รี ย น ก า ร ขั บ เ ค ลื่ อ น ง า น นิ ค ม ส ร้ า ง ต น เ อ ง
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนบน (โซน ๓) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในวันท่ี ๒๒-๒๓ กันยายน ๒๕๖๔
ณ โรงแรมเซ็นทาราคอนเวนชันเซ็นเตอร์ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งประกอบไปด้วยนิคมสร้างตนเอง ๖ นิคม ได้แก่
นิคมสรา้ งตนเองหว้ ยหลวงจังหวดั อุดรธานี นิคมสร้างตนเองเชยี งพิณจังหวดั อุดรธานี นคิ มสรา้ งตนเองโพนพิสัย
จังหวัดหนองคาย นิคมสร้างตนเองลานาอูนจังหวัดสกลนคร นิคมสร้างตนเองโนนสังจังหวัดหนองบัวลาภู
และนิคมสร้างตนเองเข่ือนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมโครงการซ่ึงจัดขึนเป็นปีแรก มีวัตถุประสงค์เพ่ือ
สรุปผลการดาเนินงาน ปัจจัยความสาเร็จ ข้อจากัด ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข หาแนวทาง
ในการปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานเพ่ือขับเคล่ือนการดาเนินงานในปี 2565 และเพ่ือส่งเสริมศักยภาพให้
เจ้าหน้าท่ีนิคมสร้างตนเอง มีความรู้ความเข้าใจ และเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติงานให้มี
ประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ล
การดาเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานนิคมสร้างตนเอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (โซน ๓) ได้สาเร็จลุล่วงเรียบร้อยทางคณะวิทยากร ซ่ึงนาโดย ผู้ช่วย
ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร ธุระพันธ์ หัวหน้าคณะวิทยากร ได้จัดทารายงานผลการถอดบทเรียนเพ่ือเป็นส่ือ
ในการเรียนรู้และเป็นประโยชน์ต่อการกาหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานของนิคมฯโซน 3 ให้สอดคล้องตาม
วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการฯ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลตอ่ ไป
คณะวทิ ยากร
สารบญั ก
ข
คำนำ ๑
สำรบัญ ๑๐
บทท่ี ๑ ประวตั ิและควำมเป็นมำของนิคมสรำ้ งตนเอง ๑๔
บทที่ ๒ ขอ้ มูลนิคมสร้ำงตนเองภำคตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนบน (โซน 3)
บทท่ี ๓ แนวคดิ เร่อื งกำรถอดบทเรียนเพื่อกำรเรียนรู้ 18
บทที่ ๔ กำรถอดบทเรียนตำมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรยี นการขับเคลอื่ น ๒๕
งานนคิ มสร้างตนเอง ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนบน (โซน 3)
บทที่ ๕ ภำคผนวก
บทที่ 1
ประวัติและความเป็นมาของนิคมสรา้ งตนเอง
๑. นิคมสรา้ งตนเอง
๑.๑ ประวตั คิ วามเปน็ มา
งานนิคมสร้างตนเองเป็นงานจัดสวัสดิการสังคมรูปแบบหน่ึง ซ่ึงได้ดาเนินการมาพร้อมกับการก่อต้ัง
กรมประชาสงเคราะห์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๓ (กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในปัจจุบัน) โดย ฯพณฯ จอมพล ป.
พบิ ูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้มีแนวคิดที่จะนาท่ีดินรกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยเหลือ
คนยากจนให้มที อ่ี ยู่อาศัยและท่ดี นิ ทากินในลกั ษณะชุมชนทีเ่ ป็นระเบียบ พัฒนาให้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่
ดีข้ึนแล้วให้กรรมสิทธ์ิในท่ีดินแปลงน้ัน ชุมชนท่ีเกิดขึ้นนี้เรียกว่า “นิคมสร้างตนเอง” และราษฎรท่ีได้รับการ
จัดสรรท่ีดินเรียกว่า “สมาชิกนิคม” นิคมสร้างตนเองแห่งแรกที่ได้รับจัดตั้งข้ึนคือ “นิคมสร้างตนเองจังหวัด
ลพบรุ แี ละจงั หวดั สระบรุ ี”
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพื่อการครองชีพ ข้ึนเพ่ือให้กรมประชา
สงเคราะห์ได้จัดต้ังนิคมสร้างตนเอง ต่อมาได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าวเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๐๔
และคร้ังสดุ ทา้ ยไดม้ ีการยกเลิกพระราชบญั ญัตจิ ัดทดี่ ินเพ่อื การครองชีพ พ.ศ. ๒๔๘๕ และ พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยใช้
พระราชบัญญัติจัดที่ดนิ เพ่ือการครองชพี พ.ศ. ๒๕๑๑ มาจนถงึ ปัจจบุ นั
การจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในระยะแรกมีจุดมุ่งหมายหลัก เพื่อช่วยเหลือราษฎรยากจนที่ขาดแคลน
ที่ดินทากิน และเพ่ือแก้ไขปัญหาการอพยพเข้ามาหางานทาในเมืองจนเกิดปัญหาสังคมเมือง แต่หลังจากได้มี
การปรับเปล่ียนนโยบายเศรษฐกิจซ่ึงปรากฏรูปแบบชัดเจน เมื่อมีการจัดทาแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับท่ี ๑
(พ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๐๙) เป็นต้นมา การจัดนิคมสร้างตนเองได้ถูกนามาใช้เป็นกลไกหรือเคร่ืองมือของรัฐในการ
แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครองและความมั่นคงของชาติ โดยการพัฒน าโครงสร้าง
2
พน้ื ฐานเป็นทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจและอานวยความสะดวกในการเข้าพัฒนาชนบท และแก้ไขปัญหาความ
ยากจนของประชาชน
การมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพ่ือรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบท่ี
รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการแก้ไขตามมาหลายประการ เช่น การอพยพราษฎรเขตน้าท่วมจากการสร้างเขื่อน
ปัญหาความมั่นคงในเขตพ้ืนที่กองทัพภาคต่าง ๆ และปัญหาชนกลุ่มน้อยในเขตชายแดนภาคใต้ เป็นต้น
นอกจากนีก้ ารมงุ่ ทจ่ี ะเพ่มิ ผลผลิตทางการเกษตรให้ได้ตามเป้าหมาย จาเป็นต้องอาศัยหน่วยผลิตขนาดใหญ่ท่ีมี
ประสิทธิภาพ ซง่ึ กลไกสาคัญท่ีรัฐบาลนามาใช้ในการแก้ไขปญั หาและพัฒนา คอื "งานนิคมสรา้ งตนเอง"
๑.๒ วตั ถปุ ระสงค์ของการจัดต้ังนคิ มสร้างตนเอง
๑. เพือ่ จดั สรรท่ีดินให้ราษฎรกลุ่มเป้าหมายอพยพครอบครัวเข้าไปต้ังถ่ินฐานประกอบอาชีพและ
อยูอ่ าศัยในนิคมสร้างตนเองอย่างเป็นระเบียบและถาวร พร้อมท้ังส่งเสริมให้ได้กรรมสิทธ์ิในที่ดินแปลงนั้นเป็น
ของตนเองและเปน็ มรดกตกทอดไปสู่ลกู หลาน
๒. เพ่ือพัฒนานิคมสร้างตนเองในด้านต่างๆให้สมาชิกนิคมมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถ
ชว่ ยเหลอื ตนเอง ครอบครัวและชุมชนได้
๓. เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในลักษณะโครงการพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรีในการแก้ไข
ปญั หาทางสงั คม เศรษฐกิจ การเมอื งและการปกครอง
๑.๓ การจัดตงั้ นิคมสร้างตนเอง
มกี ารดาเนนิ งานและวิธกี ารดังน้ี
๑.๓.๑ การสารวจและเลอื กทด่ี ิน
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะดาเนินการจัดต้ังนิคมสร้างตนเอง หรือคณะรัฐมนตรีให้
จัดต้ังนิคมสร้างตนเองข้ึนในท้องท่ีใด กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะต้องขอความร่วมมือ
กระทรวง ทบวง กรม ท่เี ก่ียวข้องเพ่ือต้ังคณะกรรมการสารวจและเลอื กท่ดี นิ ท่ีจะกาหนดในการต้ังนิคมฯเพื่อให้
ทราบข้อมูลต่างๆ โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่า ที่ดินท่ีจะจัดต้ังนิคมสร้างตนเองต้องมีเน้ือท่ีอย่างต่า
๕,๐๐๐ ไร่ บริเวณท่ีดินจะต้องมีอาณาเขตติดต่อหรือย่านชุมชนเพียงใด (หมู่บ้าน ตาบล อาเภอ หรือ
จังหวัด) ความอดุ มสมบรู ณ์ของดนิ ในบริเวณทด่ี ินมีแหล่งนา้ ตลอดปหี รือไม่ เกดิ ภยั ธรรมชาติหรอื ไม่ เป็นต้น
๑.๓.๒ จดั ทาโครงการจดั ตัง้ นิคมสร้างตนเอง
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะจัดทาโครงการเสนอหน่วยงานราชการต่างๆท่ีเก่ียวข้อง
พิจารณาโครงการประกอบด้วย แผนผังการจัดท่ีดิน หลักเกณฑ์การจัดท่ีดิน วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิคม
สรา้ งตนเอง
๑.๓.๓ การจาแนกประเภททดี่ นิ
ข้อมูลที่ได้คณะกรรมการสารวจและเลือกที่ดินจะนาเสนอคณะอนุกรรมการจาแนกประเภท
ที่ดิน พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วนาเสนอคณะกรรมการจาแนกประเภทท่ีดินพิจารณาว่าพื้นท่ีใดเหมาะสม
3
กับการเกษตรพ้ืนท่ีส่วนใดควรกาหนดเป็นเขตพื้นที่ป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์ป่าและความชุ่มชื้นของดิน (ป่าไม้
ส่วนกลาง ๒๐%) แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีอนมุ ตั ิจาแนกออกจากพน้ื ทีป่ ่าสงวนแหง่ ชาติแลว้ เสนอคณะกรรมการ
จดั ทีด่ นิ แห่งชาตพิ ิจารณาใหก้ รมพัฒนาสงั คมและสวสั ดกิ ารนาพนื้ ทีไ่ ปดาเนนิ การจัดต้งั นิคมสรา้ งตนเอง
๑.๓.๔ การขอใช้พน้ื ทจี่ ัดตัง้ นิคมสรา้ งตนเอง
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะต้องขออนุญาตใช้ที่ดินต่อหน่วยราชการท่ีเป็นผู้มีอานาจ
ดแู ลทด่ี ินน้นั เพื่อให้คณะเจา้ หนา้ ทีน่ ิคมสรา้ งตนเองเขา้ ไปดาเนินการสารวจรังวัด จัดทาแผนท่ี และดาเนินงาน
ในเบื้องต้นในระหว่างท่ียงั ไมไ่ ด้ออกพระราชกฤษฎีกา
๑.๔ ประเภทของนิคมสร้างตนเอง
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้รับมอบให้จัดตั้งนิคมสร้างตนเองในรูปแบบและลักษณะ
ต่างๆ จนถึงปัจจุบันรวมท้ังส้ิน ๕๙ นิคม ใน ๔๑ จังหวัด แต่ปัจจุบันคงเหลือนิคมสร้างตนเองท่ีอยู่ในความ
รับผิดชอบ ๔๔ นิคม ใน ๓๕ จงั หวดั จาแนกออกได้เป็น ๕ ประเภท คอื
๑.๔.๑ นคิ มสร้างตนเองในลักษณะช่วยเหลือราษฎรโดยทว่ั ไป
จัดตัง้ ขน้ึ เพ่ือแกไ้ ขปญั หาราษฎรไม่มที ่ดี ินทากนิ และยากจน เช่น ราษฎรจากแหล่ง
เสอื่ มโทรม ราษฎรทถ่ี ูกทางราชการสั่งยกเลกิ อาชพี ราษฎรที่ถูกขบั ไล่จากการใช้ท่ีดนิ ของทางราชการ เปน็ ตน้
นิคมสร้างตนเองลักษณะน้ีมจี านวน ๑๕ นคิ ม ใน ๑๔ จังหวดั ไดแ้ ก่
๑) นิคมสรา้ งตนเองพระพุทธบาท จงั หวดั สระบรุ ี
๒) นิคมสรา้ งตนเองจังหวัดลพบุรี จงั หวดั ลพบุรี
๓) นคิ มสร้างตนเองตากฟา้ จังหวดั นครสวรรค์
๔) นิคมสร้างตนเองจงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ จงั หวัดประจวบครี ีขนั ธ์
๕) นิคมสร้างตนเองจังหวดั ระยอง จงั หวัดระยอง
๖) นคิ มสร้างตนเองท้ายเหมือง จงั หวัดพังงา
๗) นคิ มสรา้ งตนเองพิมาย จงั หวัดนครราชสีมา
๘) นคิ มสร้างตนเองเชยี งพิณ จังหวดั อุดรธานี
๙) นคิ มสร้างตนเองห้วยคล้า จังหวดั ศรสี ะเกษ (อยรู่ ะหวา่ งการถอนสภาพ)
๑๐) นคิ มสรา้ งตนเองขุนทะเล จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
๑๑) นคิ มสรา้ งตนเองเทพา จังหวัดสงขลา
๑๒) นคิ มสรา้ งตนเองรตั ภมู ิ จังหวัดสงขลา
๑๓) นิคมสร้างตนเองธารโต จงั หวดั ยะลา
๑๔) นคิ มสรา้ งตนเองโคกโพธ์ิ จังหวดั ปตั ตานี
๑๕) นิคมสรา้ งตนเองทุ่งโพธิ์ทะเล จงั หวัดกาแพงเพชร
4
๑.๔.๒ นคิ มสรา้ งตนเองในลักษณะช่วยเหลืออพยพราษฎรจากเขตนา้ ท่วม
จัดต้ังข้ึนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อช่วยเหลือ
ราษฎรท่ีได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนชลประทาน เข่ือนพลังงานไฟฟ้า และเข่ือนเอนกประสงค์ทุก
แห่ง นคิ มสร้างตนเองลกั ษณะน้มี ีจานวน ๑๑ นิคม ใน ๑๑ จงั หวดั ได้แก่
๑) นคิ มสรา้ งตนเองเข่ือนภมู ิพล จังหวัดเชยี งใหม่
๒) นคิ มสร้างตนเองก่ิวลม จงั หวัดลาปาง
๓) นคิ มสร้างตนเองลานา้ นา่ น จังหวดั อตุ รดติ ถ์
๔) นคิ มสร้างตนเองกระเสียว จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
๕) นคิ มสรา้ งตนเองลาปาว จังหวัดกาฬสินธ์ุ
๖) นิคมสรา้ งตนเองห้วยหลวง จังหวดั อุดรธานี
๗) นิคมสร้างตนเองลานา้ อูน จงั หวดั สกลนคร
๘) นคิ มสรา้ งตนเองโนนสงั จังหวัดหนองบวั ลาภู
๙) นคิ มสร้างตนเองลาตะคอง จังหวัดนครราชสีมา
๑๐) นิคมสรา้ งตนเองเข่ือนอุบลรตั น์ จังหวดั ขอนแก่น
๑๑) นคิ มสร้างตนเองลาโดมน้อย จงั หวัดอบุ ลราชธานี
๑.๔.๓ นคิ มสรา้ งตนเองในลักษณะช่วยเหลือราษฎรในเขตจังหวัดชายแดนและเขตแทรก
ซมึ ของผ้กู อ่ การรา้ ยคอมมวิ นิสต์
จัดต้งั ขนึ้ เพ่ือความมนั่ คงของประเทศ และให้การบารุงขวัญราษฎรที่อยู่ห่างไกลตาม
แนวชายแดน และอยูใ่ นเขตปฏิบตั ิการของผกู้ อ่ การร้ายคอมมวิ นิสต์ โดยให้ความช่วยเหลือในด้านการประกอบ
อาชีพการศึกษา สาธารณสุข สาธารณูปโภคต่างๆ และจัดกาลังป้องกันรักษาความสงบ นิคมสร้างตนเอง
ลักษณะนีม้ จี านวน ๙ นคิ ม ใน ๙ จังหวดั ไดแ้ ก่
๑) นิคมสรา้ งตนเองโพนพสิ ัย จงั หวัดหนองคาย
๒) นิคมสร้างตนเองคาสร้อย จงั หวดั มุกดาหาร
๓) นิคมสรา้ งตนเองปราสาท จงั หวดั สรุ นิ ทร์
๔) นคิ มสร้างตนเองบา้ นกรวด จงั หวัดบุรรี ัมย์
๕) นิคมสรา้ งตนเองกุฉนิ ารายณ์ จงั หวัดกาฬสินธ์ุ
๖) นคิ มสรา้ งตนเองคลองนา้ ใส จังหวดั สระแก้ว
๗) นคิ มสร้างตนเองควนขนุน จังหวดั พทั ลุง
๘) นคิ มสรา้ งตนเองพระแสง จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี
๙) นคิ มสร้างตนเองลาโดมใหญ่ จงั หวัดอบุ ลราชธานี
5
๑.๔.๔ นิคมสร้างตนเองในลักษณะช่วยเหลือราษฎรเพ่ือเป้าหมายทางการเมืองและ
เศรษฐกจิ
จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี ๓๐ มกราคม ๒๕๐๔ เพ่ือความมั่นคงและ
ปลอดภยั ของประเทศใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใตท้ กี่ ารปกครองเข้าไปไม่ถึง โดยการอพยพราษฎรไทยพุทธไป
อยู่ร่วมกับราษฎรไทยมุสลิม โดยส่งเสริมการพัฒนาทั้งทางด้านสาธารณูปโภคและอาชีพ นิคมสร้างตนเอง
ลกั ษณะนม้ี ีจานวน ๕ นิคม ใน ๓ จังหวัด คือ
๑) นิคมสร้างตนเองพฒั นาภาคใต้ จังหวัดยะลา
๒) นิคมสร้างตนเองสุคิรนิ จังหวดั นราธิวาส
๓) นิคมสรา้ งตนเองศรีสาคร จังหวดั นราธวิ าส
๔) นคิ มสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จงั หวัดสตูล
๕) นคิ มสรา้ งตนเองเบตง จังหวดั ยะลา
๑.๔.๕ นิคมสร้างตนเองในลักษณะพิเศษเพ่ือพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาทางการ
ปกครอง
จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ราษฎรได้รู้จักอาชีพใหม่ๆ ที่คนไทยไม่คุ้นเคยซึ่งสามารถยึด
เปน็ พ้ืนฐานทีม่ ั่นคงในทางเศรษฐกจิ และขยายใหเ้ พมิ่ มากข้ึนตอ่ ไปในอนาคตได้ และเพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่าง
รัฐบาลกับราษฎร และระหว่างราษฎรกับราษฎร นิคมสร้างตนเองในลักษณะน้ีมีจานวน ๔ นิคม ใน ๖
จังหวัด คอื
๑) นิคมสรา้ งตนเองปากจน่ั จงั หวดั ระนอง
๒) นิคมสรา้ งตนเองเล้ยี งไหม จังหวัดสุรนิ ทร์
๓) นคิ มสรา้ งตนเองท่งุ สาน จงั หวัดพิษณุโลก
๔) นิคมสร้างตนเองบางระกา จังหวัดพิษณุโลก (ครอบคลุม จ.สุโขทัย กาแพงเพชร
และพิจติ ร)
๑.๕ นิคมสร้างตนเองทปี่ ระกาศส้ินสภาพนคิ มฯ
กรมพฒั นาสังคมและสวสั ดิการ ไดด้ าเนินการประกาศส้ินสภาพนิคมฯ ในราชกิจนานุเบกษาแล้ว
๑๕ นคิ มฯ และอยูร่ ะหวา่ งการประกาศสิน้ สภาพนคิ ม ดงั นี้
๑) นิคมสรา้ งตนเองบา้ นโตก จังหวัดเพชรบรู ณ์
๒) นิคมสร้างตนเองสารกิ า จงั หวัดนครนายก
๓) นิคมสร้างตนเองเข่ือนเพชร จังหวดั เพชรบรุ ี
๔) นิคมสร้างตนเองบงึ พาด จังหวดั อุตรดิตถ์
๕) นคิ มสรา้ งตนเองทบั กวาง จงั หวดั สระบรุ ี
๖) นิคมสรา้ งตนเองเขาบ่อแกว้ จังหวดั นครสวรรค์
๗) นคิ มสร้างตนเองทงุ่ สง จังหวดั นครศรีธรรมราช
๘) นิคมสร้างตนเองร่อนพบิ ูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
6
๙) นิคมสร้างตนเองสชิ ล จังหวัดนครศรีธรรมราช
๑๐) นคิ มสรา้ งตนเองหว้ ยทบั ทัน จังหวัดสุรนิ ทร์
๑๑) นิคมสรา้ งตนเองบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
๑๒) นิคมสร้างตนเองเล้ยี งโคนม จังหวดั สระบุรี
๑๓) นิคมสร้างตนเองปรือใหญ่ จังหวดั ศรีสะเกษ
๑๔) นคิ มสรา้ งตนเองถลาง จังหวดั ภเู ก็ต
๑๕) นคิ มสรา้ งตนเองแว้ง จงั หวดั นราธิวาส
๑.๖ การบรรลคุ วามมงุ่ หวงั ของการจดั ต้ังนิคมสรา้ งตนเอง
มติคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ คร้ังท่ี ๒/๒๕๓๑ เม่ือวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
หลักเกณฑ์การบรรลุผลตามความมุ่งหมายของการจัดท่ีดินนิคมสร้างตนเอง คณะอนุกรรมการเห็นว่าจะต้อง
พจิ ารณาจากพระราชบัญญตั จิ ดั ที่ดินเพ่ือการครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๖ และมาตรา ๑๑ ซ่ึงสรุปได้ว่า ใน
การจดั นิคมน้นั รัฐได้ดาเนนิ การอยา่ งไรบา้ ง ซ่ึงไดแ้ ก่
๑. ได้มีการวางผัง แบ่งแปลงที่ดิน และจัดคนเข้าครอบครองทากินครบถ้วนตามสภาพของ
ทดี่ ินทจี่ ัดแลว้
๒. จัดสร้างสาธารณูปโภคพ้ืนฐานเสร็จสมบูรณ์ตามผังท่ีสร้างไว้ หรือ ตามสมควรสภาพ
ทอ้ งถิ่นน้นั ๆ หรือเพยี งพอทจ่ี ะเป็นพน้ื ฐานในการพัฒนาการครองชีพ
๓. ประชาชนได้ตั้งเคหสถานเป็นหลักแหล่ง และประกอบอาชีพมีรายได้เฉล่ียต่อคนต่อปีไม่
น้อยกว่ารายไดเ้ ฉลยี่ ของเกษตรกรในท้องที่ใกลเ้ คยี ง
๔. ได้ออกหนงั สือแสดงการทาประโยชน์ (น.ค.๓) ใหแ้ กส่ มาชิกนคิ มครบถ้วน
๑.๗ การพัฒนานคิ มสรา้ งตนเอง
งานนิคมสร้างตนเองดาเนินการในลักษณะเชิงบูรณาการ เน้นให้สมาชิกนิคมมีส่วนร่วม
โดยร่วมคดิ รว่ มตดั สิน รว่ มปฏบิ ตั ิ และรว่ มตดิ ตามผล
๑. การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่ออานวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่
ชุมชน ได้แก่ การสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านภายในเขตนิคมฯ การเพิ่มเส้นทางคมนาคมและเส้นทาง
ลาเลียงนาผลผลิตไปจาหน่าย การจัดหาแหล่งน้าบริโภคใช้สอยเพ่ือให้มีน้าใช้สอยอย่างพอเพียงตลอดปี
เช่น การขุดบ่อผิวดิน การขุดบ่อบาดาล และระบบประปา การจัดสร้างระบบชลประทานขนาดเล็กหรือการ
พฒั นาแหล่งนา้ ตา่ งๆ เชน่ อ่างเก็บน้า ฝายน้าล้น สระน้า เพ่ือเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกนิคมสามารถประกอบ
อาชีพการเกษตรได้ตลอดปี การขยายเขตไฟฟ้า และจัดบริการสาธารณะอ่ืนๆ เช่น โรงเรียน สถานีอนามัย
ตลาด และยา่ นการค้าของชมุ ชนในนคิ มฯ
๒. การพัฒนาอาชีพ พระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา
๙ กาหนดให้สมาชิกนิคมต้องใช้ที่ดินได้รับอนุญาตให้เข้าทาประโยชน์เฉพาะเพื่อการเกษตร ดังน้ัน กรมพัฒนา
สังคมและสวัสดิการจึงได้ดาเนินการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมในลักษณะครบวงจร เพ่ือทาให้สมาชิกนิคมมี
รายไดส้ ูงขึ้นอยา่ งมนั่ คงจนสามารถชว่ ยเหลอื ตนเองและครอบครัวได้
7
๓. การพัฒนาสังคม เพ่ือยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกนิคม ครอบครัวและชุมชนให้มี
ความเปน็ อยูท่ ดี่ ขี ้ึน หรอื ไดร้ บั การตอบสนองความต้องการตามสทิ ธิข้ันพื้นฐานทค่ี วรจะไดร้ บั
๔. การพัฒนาการเมืองการปกครอง ได้กาหนดรูปแบบการปกครองในนิคมสร้างตนเองโดย
แบง่ พน้ื ที่เปน็ เขต มีหวั หนา้ เขตซึง่ มาจากการเลือกตัง้ ของสมาชกิ นิคมและคณะกรรมการส่งเสริมเขตรับผิดชอบ
การปกครองภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนของเจ้าหน้าที่นิคมฯ เพื่อให้สมาชิกนิคมได้เรียนรู้ระบบการปกครอง
ตนเองตามแนวทางประชาธิปไตย และเน้นการวางรากฐานก่อนที่จะมอบให้จังหวัดรับไปดาเนินงานในรูปการ
ปกครองทอ้ งถ่นิ ต่อไป
๕. การออกเอกสารสิทธิท่ีดิน เมื่อดาเนินการจัดสรรท่ีดินให้กับราษฎรตามวัตถุประสงค์ของ
การจดั นิคมสร้างตนเองแล้ว ยังต้องดาเนินการให้สมาชิกนิคมได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินและเป็นมรดกตกทอดไป
ยงั ลูกหลาน โดยสมาชิกนคิ มจะตอ้ งปฏบิ ัตติ ามมาตรา ๑๑ และ ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพื่อการครอง
ชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ซ่ึงได้กาหนดเงื่อนไขว่า “เมื่อสมาชิกนิคมได้รับประโยชน์ในท่ีดินแล้วและได้เป็นสมาชิกนิคม
เกินกว่า ๕ ปี ทั้งได้ชาระเงินทุนท่ีรัฐบาลได้ลงไปและชาระหน้ีเกี่ยวกับกิจการของนิคมให้แก่ทางราชการ
เรียบร้อยแล้ว ให้ออกหนังสือแสดงการทาประโยชน์ (น.ค.๓) ให้แก่ผู้น้ัน ซึ่งผู้ได้รับหนังสือแสดงการทา
ประโยชน์ (น.ค.๓) แลว้ ให้นาไปขอออกโฉนดทดี่ นิ หรือ หนังสอื รบั รองการทาประโยชน์ตามประมวลกฎหมาย
ท่ีดินได้ แต่ภายใน ๕ ปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ในที่ดิน ผู้ได้มาซ่ึง
กรรมสิทธ์ใิ นทด่ี ินจะโอนทีด่ ินไปยังผอู้ นื่ ไมไ่ ด้ นอกจากการตกทอดโดยทางมรดก
๑.๘ ประเภทราษฎรทอ่ี าศัยทากินในนคิ มสร้างตนเอง
๑. สมาชกิ นิคม หมายถึง ราษฎรยากจนไม่มีท่ีอยู่อาศัยและทากินได้รับการคัดเลือกให้อพยพ
ตนเองและครอบครวั เข้าไปตัง้ ถิ่นฐานตามแปลงที่ดินทไี่ ด้จัดทาผังแปลงไวแ้ ล้ว โดยทั่วไปจะจัดให้ครอบครัวละ
๒๕ ไร่ แบง่ เป็นท่ีอยู่อาศัย ๒ ไร่ และท่ีดินทากิน ๒๓ ไร่ สาหรับนิคมสร้างตนเองบริเวณภาคใต้หรือนิคมสร้าง
ตนเองที่มีการอพยพออกจากเขตนา้ ทว่ ม ได้จดั สรรใหค้ รอบครัวละ ๑๘ ไร่ ราษฎรที่เข้าเป็นสมาชิกนิคมเม่ือเข้า
อยอู่ าศัยและทากนิ ในทดี่ นิ ตามหลักเกณฑ์ของพระราชบญั ญัติจัดทด่ี ินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้ว กรม
พัฒนาสังคมและสวัสดิการจะออกหนังสือแสดงการทาประโยชน์ (น.ค.๓) เพื่อนาไปขอออกโฉนดท่ีดินตาม
ประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป
๒. ราษฎรที่เข้าครอบครองทาประโยชน์ในท่ีดินก่อนท่ีจะมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองราษฎร
ประเภทน้ีหากมีหลักฐานแสดงการครอบครองทาประโยชน์ในท่ีดินมาก่อนการจัดตั้งนิคมฯ เช่น ส.ค.๑ หรือ
น.ส.๓ ให้ถือว่าที่ดินนั้นมิใช่ท่ีดินของรัฐที่จะนามาจัดสรรให้ราษฎรท่ัวไปได้ แต่ถ้าราษฎรท่ีเข้าครอบครองทา
ประโยชน์อยู่ก่อนการจัดต้ังนิคมสร้างตนเอง ไม่มีเอกสารใดๆมาแสดงสิทธิแล้ว จะต้องปฏิบัติตาม
พระราชบัญญตั ิตามพระราชบัญญตั ิจัดทดี่ ินเพอื่ การครองชพี พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยสมัครเขา้ เป็นสมาชิกนคิ มกอ่ น
๓. ราษฎรท่ีเข้ามาครอบครองทาประโยชน์ในที่ดินหลังการจัดต้ังนิคมสร้างตนเองในระยะ
บุกเบิกป่าเพื่อจัดผังแปลง ทาให้ที่ดินเกิดข้อจากัดในด้านการบริหารจัดการท่ีดินทาให้การจัดสรรที่ดินไม่ทัน
ความต้องการของราษฎร จึงมีราษฎรบางส่วนเข้าครอบครองท่ีดินในเขตนิคมโดยไม่ถูกต้อง แต่ต่อมาต้อง
ยอมรับราษฎรเหล่านี้ว่าเขาเป็นราษฎรที่จะต้องให้การพัฒนาเช่นกัน โดยให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม และ
ดาเนินการออกหนงั สอื แสดงการทาประโยชน์ในท่ีดินต่อไป
8
๑.๙ ประเภทหนงั สอื แสดงสทิ ธทิ ด่ี ินท่อี อกใหส้ มาชกิ นิคม
๑. หนังสืออนุญาตให้เข้าทาประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.๑) ออกให้เมื่อสมาชิกนิคมได้รับอนุญาต
ให้เขา้ ทาประโยชนใ์ นที่ดนิ ตามมาตรา ๘
๒. หนังสือแสดงการทาประโยชน์ (น.ค.๓) ออกให้เม่ือสมาชิกของนิคมมีคุณสมบัติครบถ้วน
ตามมาตรา ๑๑ ปจั จบุ ันทวั่ ประเทศ มีนิคมสรา้ งตนเอง ทงั้ หมด ๔๔ แห่ง ดังน้ี
๑) นคิ มสรา้ งตนเองพระพทุ ธบาท จังหวดั สระบุรี
๒) นคิ มสรา้ งตนเองจงั หวัดลพบุรี จงั หวัดลพบรุ ี
๓) นคิ มสร้างตนเองตากฟา้ จังหวดั นครสวรรค์
๔) นคิ มสร้างตนเองจังหวัดประจวบคีรขี ันธ์ จงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์
๕) นิคมสรา้ งตนเองจังหวดั ระยอง จงั หวัดระยอง
๖) นิคมสรา้ งตนเองท้ายเหมือง จังหวัดพงั งา
๗) นิคมสร้างตนเองพมิ าย จังหวดั นครราชสมี า
๘) นิคมสร้างตนเองเชียงพณิ จังหวัดอุดรธานี
๙) นคิ มสร้างตนเองห้วยคล้า จงั หวดั ศรสี ะเกษ (อยู่ระหว่างการถอนสถาพ)
๑๐) นิคมสรา้ งตนเองขนุ ทะเล จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี
๑๑) นคิ มสรา้ งตนเองเทพา จังหวดั สงขลา
๑๒) นิคมสรา้ งตนเองรตั ภูมิ จังหวัดสงขลา
๑๓) นคิ มสร้างตนเองธารโต จงั หวัดยะลา
๑๔) นคิ มสร้างตนเองโคกโพธิ์ จังหวดั ปตั ตานี
๑๕) นิคมสรา้ งตนเองทุง่ โพธ์ิทะเล จงั หวัดกาแพงเพชร
๑๖) นิคมสรา้ งตนเองเขอ่ื นภมู ิพล จงั หวัดเชียงใหม่
๑๗) นิคมสรา้ งตนเองกิ่วลม จงั หวัดลาปาง
๑๘) นิคมสรา้ งตนเองลาน้านา่ น จงั หวัดอุตรดิตถ์
๑๙) นคิ มสรา้ งตนเองกระเสยี ว จังหวดั สพุ รรณบรุ ี
๒๐) นิคมสรา้ งตนเองลาปาว จังหวัดกาฬสินธุ์
๒๑) นคิ มสรา้ งตนเองหว้ ยหลวง จังหวัดอุดรธานี
๒๒) นคิ มสรา้ งตนเองลานา้ อนู จงั หวดั สกลนคร
๒๓) นิคมสรา้ งตนเองโนนสัง จงั หวดั หนองบวั ลาภู
๒๔) นิคมสรา้ งตนเองลาตะคอง จังหวดั นครราชสีมา
๒๕) นิคมสร้างตนเองเขื่อนอบุ ลรัตน์ จงั หวดั ขอนแกน่
๒๖) นิคมสร้างตนเองลาโดมนอ้ ย จงั หวดั อุบลราชธานี
๒๗) นิคมสรา้ งตนเองโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
๒๘) นิคมสรา้ งตนเองคาสร้อย จงั หวัดมกุ ดาหาร
๒๙) นคิ มสรา้ งตนเองปราสาท จังหวดั สรุ ินทร์
๓๐) นิคมสรา้ งตนเองบ้านกรวด จังหวดั บุรรี ัมย์
9
๓๑) นคิ มสรา้ งตนเองกุฉนิ ารายณ์ จงั หวัดกาฬสินธุ์
๓๒) นิคมสรา้ งตนเองคลองน้าใส จงั หวัดสระแกว้
๓๓) นคิ มสรา้ งตนเองควนขนุน จงั หวัดพัทลงุ
๓๔) นคิ มสร้างตนเองพระแสง จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
๓๕) นคิ มสรา้ งตนเองลาโดมใหญ่ จงั หวดั อุบลราชธานี
๓๖) นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จงั หวดั ยะลา
๓๗) นคิ มสรา้ งตนเองสคุ ริ ิน จังหวัดนราธิวาส
๓๘) นิคมสร้างตนเองศรีสาคร จังหวดั นราธวิ าส
๓๙) นคิ มสรา้ งตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวดั สตลู
๔๐) นิคมสรา้ งตนเองเบตง จังหวัดยะลา
๔๑) นคิ มสรา้ งตนเองปากจั่น จงั หวดั ระนอง
๔๒) นิคมสรา้ งตนเองเลีย้ งไหม จงั หวัดสรุ นิ ทร์
๔๓) นิคมสร้างตนเองทุ่งสาน จงั หวดั พิษณุโลก
๔๔) นิคมสร้างตนเองบางระกา จังหวัดพษิ ณโุ ลก
10
บทที่ 2
ขอ้ มูลนิคมสรา้ งตนเองภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (โซน 3)
๑. นคิ มสรา้ งตนเองห้วยหลวง จงั หวดั อดุ รธานี
๑.๑ ประวัตกิ ารจัดตง้ั นิคมฯ
นคิ มสรา้ งตนเองห้วยหลวง จงั หวัดอดุ รธานี ได้จัดต้ังขึ้นตามโครงการพิเศษเพื่ออพยพราษฎร
เขตน้าท่วมตามโครงการสร้างอ่างเก็บน้าห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี จ้านวน ๖๑๒ ครอบครัว และรับราษฎร
อพยพจากเขตป่าสงวนอ่ืนๆ ท่ีอยู่ใกล้เคียง ซึ่งไม่มีท่ีดินท้ากินเข้าอยู่ในนิคม ตามมติคณะรัฐมนตรีได้มอบให้
กรมประชาสงเคราะห์เป็นผู้ด้าเนินการเมื่อวันท่ี ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๖ โดยก้าหนดให้ใช้พื้นท่ีป่าสงวน
แห่งชาติป่ากุดจับ-หมากหญ้า-ป่าเขือน้า เป็นเขตด้าเนินการจัดสรร และออกเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคม
สรา้ งตนเองห้วยหลวง จงั หวัดอุดรธานี เมือ่ วนั ที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๘
๑.๒ วัตถุประสงคน์ ิคมสรา้ งตนเองห้วยหลวง
เพ่ือด้าเนินการจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรท่ีต้องอพยพออกจากเขตน้าท่วมตามโครงการ
ชลประทานห้วยหลวง และราษฎรที่ไม่มีท่ีดินท้ากินหรือมีแต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบอาชีพให้เข้าไปตั้งถ่ิน
ฐานประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมและด้านอ่ืนๆ ให้มีรายได้และความเป็นอยู่สูงข้ึน เป็นการป้องกันการบุก
รุกทา้ ลายปา่ และการท้าไร่เล่ือนลอย
๒. นิคมสรา้ งตนเองโพนพสิ ัย จังหวัดหนองคาย
๒.๑ ประวัตกิ ารจดั ต้งั นคิ มฯ
ในปี พ.ศ.๒๔๙๘ คณะรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมประชาสงเคราะห์ ซ่ึงขณะน้ันสังกัด
กระทรวงมหาดไทยให้กรมประชาสงเคราะห์ร่วมกับผู้ว่าราชการภาค และผู้ว่าราชการจังหวัด ด้าเนินการจัด
ทดี่ ินท้ากนิ ให้แก่ราษฎรในพ้นื ทีท่ ้าเลเล้ียงสัตว์ และพ้ืนท่ีป่าโปร่งที่รกร้างว่างเปล่าในเขตท้องท่ีอ้าเภอโพนพิสัย
และอ้าเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ให้จัดตั้งนิคมสร้างตนเองโพนพิสัย ขึ้นในวันท่ี ๑ เมษายน ๒๔๙๘
นิคมสร้างตนเองโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย จัดตั้งขึ้นเม่ือวันท่ี ๑ เมษายน ๒๔๙๘ ได้ตราพระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งนิคมสร้างตนเองข้ึนในท้องท่ี อ้าเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ ต่อมาได้ยกเลิกพระ
ราชกฤษฎีกาจัดต้ังนิคมฯ พ.ศ. ๒๕๑๒ และได้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นใหม่เรียกว่า
"พระราชกฤษฎีกาจัดต้ังนิคมสร้างตนเอง ในท้องท่ีอ้าเภอบึงกาฬ อ้าเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
พ.ศ.๒๕๑๘" ให้ไว้ ณ วันท่ี ๙ ตุลาคม ๒๕๑๘ เป็นปีท่ี ๓๐ ในรัชกาลปัจจุบันได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เลม่ ท่ี ๙๒ ตอนที่ ๒๑๕ วนั ท่ี ๑๖ ตลุ าคม ๒๕๑๘ คณะรัฐมนตรมี ีมติใหม้ กี ารจัดต้ัง จังหวัดบงึ กาฬ เป็น จังหวัด
ท่ี ๗๗ ของประเทศไทย เม่ือวันท่ี ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ จัดต้ังข้ึนตามพระราชบัญญัติต้ังจังหวัดบึงกาฬ
พ.ศ.๒๕๕๔ อนั มผี ลใช้บังคับต้ังแต่วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เป็นต้นไป ดังนั้นปัจจุบันนิคมสร้างตนเองโพน
พสิ ยั จงึ มีแนวเขตพนื้ ทค่ี รอบคลุม ๒ จังหวดั
11
๒.๒ วัตถุประสงคใ์ นการจัดตง้ั
๑. เพ่อื จดั สรรท่ดี นิ ทา้ กนิ ให้แกร่ าษฎรทยี่ ากจนไม่มีท่ีดินท้ากินเป็นของตนเอง และอพยพมาจาก
จงั หวัดตา่ งๆ ทางภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนล่าง ทีห่ นคี วามแห้งแล้งมาประกอบอาชีพการเกษตรในบริเวณ
แหง่ นี้
๒. เพ่ือเป็นการสกัดกั้นไม่ให้ราษฎรอพยพออกนอกประเทศข้ามไปในประเทศสาธารณรัฐ
ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
๓. เพอ่ื เป็นการปอ้ งกนั ไม่ให้ราษฎรบกุ รุกแผ่วถางท้าลายปา่ ไม้อีกทางหนง่ึ
๔. เพอ่ื ป้องกันกบฏและหรือกองก้าลงั ตา่ งชาตเิ ข้ามาลุกล้าแผ่นดนิ หรืออธิปไตยของชาติ
๓. นิคมสรา้ งตนเองลาน้าอูน จงั หวัดสกลนคร
๓.๑ ประวตั กิ ารจัดตง้ั นคิ มฯ
จากการกอ่ สรา้ งเขอ่ื นนา้ อูน เม่อื ปี พ.ศ.๒๕๑๑ แลว้ เสร็จในปี พ.ศ.๒๕๑๕ และคณะรัฐมนตรี
อนุมัติให้ใช้พื้นท่ีป่าภูวง และป่าภูล้อมข้าวภูเพ็ก เพื่อจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง เม่ือวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๑๒
โดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท่ี ๓๕๒ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ และแผนที่แนบท้ายประกาศของคณะ
ปฏิวัติ เนื้อที่ประมาณ ๙๑,๕๗๒ ไร่ นิคมสร้างตนเองล้าน้าอูน จังหวัดสกลนคร เป็นนิคมประเภทลักษณะ
ช่วยเหลืออพยพราษฎรจากเขตน้าท่วม ที่จัดต้ังข้ึนตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๐๖
เพื่อช่วยเหลือราษฎรทเ่ี ดอื ดร้อนจากการสรา้ งเขื่อนชลประทานเข่ือนพลงั งานหรือเขื่อนเอนกประสงค์ทุกแหง่
๓.๒ วัตถปุ ระสงค์ในการจัดตง้ั
๑. เพ่ือจัดสรรที่ดินให้ประชากรเป้าหมายได้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานประกอบอาชีพและอยู่
อาศัยในนิคมสร้างตนเอง เป็นระเบียบและถาวร กับส่งเสริมให้กรรมสิทธ์ิในที่ดินน้ันเป็นของตนเองและเป็น
มรดกตกทอดไปสบู่ ุตรหลาน
๒. เพ่ือพัฒนานิคมด้านต่างๆ ให้สมาชิกนิคมมีรายได้และความเป็นอยู่สูงขึ้น พัฒนาคุณภาพ
ชวี ติ เพือ่ ใหส้ ามารถชว่ ยตนเองและชมุ ชนได้
๓. เพื่อจัดตั้งชุมชนใหญ่เป็นการขยายชุมชนจากตัวเมืองไปสู่ชนบทด้าเนินการแก้ไขปัญหา
ของประชากรทางดา้ นสงั คม เศรษฐกจิ การเมือง การปกครอง และการบริหาร
๔. นคิ มสร้างตนเองเชียงพณิ จงั หวดั อดุ รธานี
๔.๑ ประวัตกิ ารจดั ตั้งนคิ มฯ
นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จังหวัดอุดรธานี จัดต้ังขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๙๘
โดยอาศัยอ้านาจตามพระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพ่ือการครองชีพ พ.ศ.๒๔๘๕ ในยุครัฐบาล จอมพล ป. พิบูล
สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี นิคมสร้างตนเอง “เชียงพิณ” ตั้งชื่อข้ึนตามช่ือของต้าบลท่ีตั้งที่ท้าการนิคมฯใน
ขณะนั้น ซงึ่ ต่อมาไดแ้ ยกการปกครองเป็นตา้ บลนคิ มสงเคราะห์ อ้าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซ่ึงนิคมฯตั้งอยู่
ในปจั จบุ นั มีเขตพน้ื ทีร่ บั ผดิ ชอบ ๓ อา้ เภอ คอื อ้าเภอเมือง อ้าเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี และอ้าเภอเมือง
12
จังหวัดหนองบัวล้าภู ประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกาก้าหนดแนวเขต วันท่ี ๒๔ กันยายน ๒๕๑๒ มีเน้ือท่ี
ประมาณ ๑๐๕,๐๐๐ ไร่ ตอ่ มาในปี ๒๕๔๕ ไดม้ กี ารสา้ รวจวงรอบเขตนคิ ม ไดเ้ น้ือท่ีประมาณ ๙๒,๑๑๘ ไร่
๔.๒ วตั ถปุ ระสงค์ในการจดั ต้ัง
นคิ มสรา้ งตนเองเชียงพิณ จังหวัดอุดรธานี จัดต้ังข้ึนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหา
สังคมต่างๆของราษฎรที่ไม่มีที่ดินท้ากิน เช่น ราษฎรจากแหล่งเส่ือโทรม ราษฎรที่บุกรุกที่ดินของรัฐ ราษฎรที่
ถูกขับไล่จากการใช้ท่ีดินของทางราชการ ราษฎรที่ประสบภัยธรรมชาติ ราษฎรท่ีถูกคณะกรรมการช่วยเหลือ
ชาวนาชาวไร่รับเรื่องราวรอ้ งทกุ ข์ไวเ้ บ้อื งต้น
๕. นิคมสรา้ งตนเองเขื่อนอบุ ลรตั น์ จังหวัดขอนแกน่
๕.๑ ประวตั ิการจดั ตัง้ นิคมฯ
นิคมสร้างตนเองเข่ือนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี ๘
ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๖ เพ่ือช่วยเหลือราษฎรท่ีได้รับความเดือนร้อนจากการสร้างชลประทานและการพลังงาน
(เขื่อนพองหนีบ) ตามโครงการล้าน้าพอง จังหวัดขอนแก่น ของการพลังงานแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นโครงการด่วน
ส่วนหนึ่งได้รับความช่วยเหลือให้ใช้พื้นที่ในท้องท่ีอ้าเภอน้าพอง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันเรียกว่านิคมสร้าง
ตนเองเขือ่ นอบุ ลรตั น์ กรมประชาสงเคราะหเ์ ปน็ ผู้ด้าเนินการจัดตั้งเม่ือวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๙ ในเขตท้องท่ี
๓ อา้ เภอ คอื อ้าเภออุบลรตั น์ อ้าเภอนา้ พอง และอา้ เภอเขาสวนกวาง มพี ้ืนท่ี ๓๗๐,๗๐๐ ไร่
๕.๒ วตั ถุประสงค์ในการจัดต้ัง
๑. เพ่ือจดั สรรที่ดนิ ให้แกร่ าษฎรท่อี พยพออกจากเขตนา้ ท่วมในการสรา้ งเข่ือนอุบลรตั น์
๒. เพื่อจัดสรรท่ีดินให้กับราษฎรท่ีเข้าไปตั้งถิ่นฐานในเขตพ้ืนท่ี แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา
จัดตง้ั นิคม
๓. เพอื่ จดั สรรท่ีท้ากนิ ให้กับราษฎรท่ไี ม่มีท่ที า้ กนิ เปน็ ของตนเอง
๔. เพื่อพัฒนาประชากรหรือราษฎรเป้าหมายร่วมกับราชการที่เกี่ยวข้องให้มีคุณภาพชีวติ
ความจ้าเปน็ พน้ื ฐานตามเกณฑ์การพฒั นาชนบทแหง่ ชาติ
๖. นิคมสรา้ งตนเองโนนสงั จังหวัดหนองบวั ลาภู
๖.๑ ประวัติการจดั ต้ังนคิ มฯ
นิคมสร้างตนเองโนนสัง จังหวัดหนองบัวล้าภู เดิมเป็นส่วนหน่ึงของนิคมสร้างตนเองเขื่อน
อุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๖ เพ่ือช่วยเหลือ
ราษฎรทไี่ ด้รับความเดือนร้อนจากการสร้างชลประทานและการพลังงาน (เข่ือนพองหนีบ) ตามโครงการล้าน้า
พอง จังหวัดขอนแก่น ของการพลังงานแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นโครงการด่วน ส่วนหน่ึงได้รับความช่วยเหลือให้ใช้
พื้นท่ีในท้องท่ีอ้าเภอน้าพอง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันเรียกว่านิคมสร้างตนเองเข่ือนอุบลรัตน์ อีกส่วนหน่ึงใช้
พื้นท่ีในท้องท่ีอ้าเภอโนนสัง จังหวัดอุดรธานี (เดิม) ต่อมารัฐบาลโดยคณะปฏิวัติ ซ่ึงมีจอมพล ถนอม กิจติขจร
13
หัวหน้าคณะปฏิวัติ พิจารณาเห็นว่า ที่ดินของรัฐในท้องที่อ้าเภอโนนสัง เหมาะสมที่จะจัดต้ังนิคมสร้างตนเอง
เพื่อให้ประชาชนไดม้ ีทต่ี ้งั เคหสถานและประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งในที่ดินนั้น จึงมีประกาศคณะปฏิวัติฉบับ
ท่ี ๓๔๗ ลงวันที่ ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๑๕ จดั ตัง้ นิคมสรา้ งตนเองในทอ้ งที่อ้าเภอโนนสัง จงั หวัดอุดรธานี (เดิม) โดย
เป็นเขตปฏิบัตงิ าน (สาขา) ของนคิ มสร้างตนเองเขื่อนอุบลรตั น์ และตอ่ มารฐั บาลได้ยกฐานะเขตปฏิบัติงานเป็น
นิคมสร้างตนเองโนนสัง วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๑๙ และเม่ือวันท่ี ๑ ธันวาคม ๒๕๓๖ กระทรวงมหาดไทยได้
ประกาศจัดต้ังจัดหวัดหนองบวั ล้าภู จึงได้แยกมาสงั กัดกับจงั หวดั หนองบัวลา้ ภู
๖.๒ วตั ถุประสงค์ในการจดั ต้งั
๑. เพื่อจัดสรรทด่ี นิ ใหแ้ กร่ าษฎรทอ่ี พยพออกจากเขตนา้ ทว่ มในการสรา้ งเข่ือนอบุ ลรตั น์
๒. เพื่อช่วยเหลือราษฎรในเขตนคิ มซ่ึงได้รบั ผลกระทบจากการต้งั นิคม
๓. เพื่อพัฒนาเศรษฐกจิ สังคม ของราษฎรทอี่ ยู่ในเขตนิคมฯใหม้ ีคุณภาพชวี ติ ท่ีดิน
14
บทท่ี ๓
แนวคดิ เรื่องการถอดบทเรียนเพ่อื การเรียนรู้
๑. แนวคิดการถอดบทเรยี นเพ่ือการเรียนรู้
๑.๑ ประวตั คิ วามเป็นมาของการถอดบทเรยี น
๑.๒ แนวคิดการถอดบทเรียน BAR&AAR
15
๑.๓ วัตถปุ ระสงคข์ องการถอดบทเรียน
16
๑.๔ การถอดบทเรยี นหลังการประเมนิ ผล
๑.๕ ขนั้ ตอนการถอดบทเรียน
17
๑.๖ การเริ่มต้นของการถอดบทเรยี น
๑.๗ แนวทางในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work shop) เพอ่ื ถอดบทเรียน
18
บทที่ ๔
การถอดบทเรยี นตามโครงการประชุมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารถอดบทเรยี นการขบั เคลอ่ื นงาน
นิคมสรา้ งตนเอง ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนบน (โซน 3)
๑. ภารกิจหน้าท่ีของนิคมสร้างตนเองเพื่อการถอดบทเรียน
๑.๑ การถอนสภาพ (เป้าหมายปลายทาง)
การถอนสภาพนิคมสรา้ งตนเอง ตามความในมาตรา 19 แหง่
พ.ร.บ.จดั ท่ีดนิ เพ่อื การครองชีพ พ.ศ.2511
19
๑.๒ บา้ นนอ้ ยในนคิ ม (ผู้ด้อยโอกาส)
๑.๓ ภารกจิ มอบหมายในสถานการณ์โควดิ 19 (กลุ่มเปราะบาง)
20
๒. การระดมความคดิ การถอดบทเรียนและแนวทางการขบั เคลื่อนงานนคิ มสร้างตนเอง
๒.๑ ห้วงเวลาและพ้ืนทใ่ี นการถอดบทเรยี น
๒.๒ ประเด็นในการถอดบทเรยี นและแลกเปล่ียนเรียนรู้
21
๓. สรปุ ผลการระดมความคดิ เห็นและถอดบทเรยี น
โดยดำเนินกำรถอดบทเรยี นใน 3 หวั ขอ้ ได้แก่ กำรถอนสภำพนิคม บ้ำนน้อยในนิคม และ
ภำรกจิ มอบหมำยในสถำนกำรณ์โควิด 19 (กล่มุ เปรำะบำง) ซึ่งได้ผลสรุปดงั ต่อไปนี้
๓.๑ การถอนสภาพนคิ มฯ
๑) ความคาดหวังการดาเนินโครงการ
- ออกเอกสารสิทธิ น.ค.๓ ครบถ้วน
- เร่งรัดออก น.ค.๓ ตาม Road Map ๑๒ ปี
- แนวเขตไม่ทบั ซอ้ น/การมีแนวเขตที่ชัดเจน
- การใช้แผนทร่ี ว่ ม ประกาศ One Map
- ยกเลกิ เพิกถอนป่าสงวน 20%
๒) กิจกรรมทด่ี าเนินการในพน้ื ที่
- ออกสารวจรงั วัดทด่ี นิ / ชรี้ ะวังแนวเขต
- รับสมัครสมาชิกนคิ มฯ / รบั สทิ ธแิ ทน /จัดท่ีดินเพ่ิม
- การจัดใหม้ ีสาธารณปู โภคพื้นฐาน ถนน ไฟฟา้ ประปา
- แกไ้ ขกรณีพิพาทของสมาชิกนิคม
- บริหารจดั การที่สงวนเพ่ือกิจการนิคมฯ
๓) ปัจจัยสนับสนนุ ใหเ้ กิดความสาเรจ็
- งบประมาณในการดาเนนิ การ
- แนวทางปฏบิ ตั ทิ ชี่ ดั เจน
- บุคลากร / อุปกรณ์เคร่ืองมือ
- ภาคีเครอื ขา่ ยในพ้ืนท่ี
๔) ปัจจัยทเ่ี ป็นอปุ สรรคในการดาเนินโครงการ
- ระเบยี บฯ กฎหมาย ที่ไมส่ อดคลอ้ งกบั ปจั จบุ นั และไม่ชดั แจ้ง
- แนวเขตของนิคมยงั ไม่ชัดเจน และแผนที่ไมม่ ีการอัพเดทเป็นปจั จบุ นั
ซ่งึ ปัจจบุ ันนโยบาย One Map ของภาครัฐทีจ่ ะมาแก้ไขยังไม่มกี ารอนมุ ตั ิ
- พืน้ ท่ที ับซ้อน และมีความทับซอ้ นเร่อื งสิทธิ อาทิ ปา่ ไม้, สปก., ธนารักษ์,
ที่สาธารณะประโยชน์
- ปญั หาระหว่างประชาชนกบั ประชาชน เชน่ การซือ้ ขายเปล่ียนมอื สิทธิ
ครอบครองท่ีดิน การเกดิ กรณีพิพาท
- ไดร้ บั เอกสาร นค.๓ ราษฎรไมน่ าไปออกโฉนดท่ดี นิ
22
๕) ขอ้ เสนอแนะ/ส่งิ ที่ควรทาต่อ/สงิ่ ท่ีต้องปรับปรุง
- การลดค่าธรรมเนียมออกโฉนดท่ีดิน จาก น.ค.๓ เน่ืองจากประชาชน
บางส่วนไม่มีรายได้เพียงพอที่จะดาเนินเรื่องเปล่ียนแปลงสิทธิกับสานักงานท่ีดิน
ควรมกี ารลดหรอื สามารถผอ่ นจา่ ยได้ ผา่ นการทาขอ้ ตกลงร่วมกนั ระหว่างกระทรวง
- แก้กฎหมายให้ครอบครองที่ดินไดม้ ากกวา่ ๕๐ ไร่ (กรณรี าษฎรเดมิ )
- แก้มาตรา ๒๒ (๖) (๗) แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑
พรอ้ มคาอธบิ ายรายมาตราที่ชดั แจง้
- ควรมีการจัดตาแหน่งบุคลากรเพิ่มเติม เช่น ช่างรังวัด เนื่องจากบางนิคม
ไมม่ ชี ่างรังวัดในการปฏิบตั ิงาน
๓.๒ โครงการบา้ นนอ้ ยในนิคมฯ
๑) ความคาดหวังการดาเนนิ โครงการ
- สมาชกิ ฯ กลบั คืนสูส่ ังคม และสงั คมยอมรบั
- ผ้ใู ช้บรกิ ารพร้อมรับการพัฒนาศักยภาพ
- ไม่กลับเขา้ สู่วงจรคนไรท้ ี่พงึ่ อกี คร้ัง
๒) กจิ กรรมทดี่ าเนนิ การในพืน้ ที่
- ฟนื้ ฟคู ุณภาพชีวติ ๔ ดา้ น อาชีพ สุขภาพ การศึกษา สงั คม
๓) ปจั จัยสนับสนนุ ใหเ้ กดิ ความสาเร็จ
- มีบุคลากรเฉพาะทาง เช่น พเ่ี ล้ียง นักจติ วทิ ยา ครฝู ึก
- มตี น้ ทุนสนบั สนนุ (อุปกรณ์ดารงชีพทุกคน)
- CSR ในการสนบั สนุนและให้การชว่ ยเหลอื
- ไดร้ บั การสนับสนุนจากสมาชิกนคิ ม ปราชญ์
- สมาชกิ ใหค้ วามร่วมมือในการพัฒนาศกั ยภาพตนเอง
- มีตน้ แบบของสมาชกิ ท่ีพฒั นาศักยภาพตนเอง
- มกี ารเชิดชยู กยอ่ งสมาชกิ ท่ีพฒั นาศักยภาพตนเอง
๔) ปัจจยั ท่ีเปน็ อุปสรรคในการดาเนนิ โครงการ
- ครอบครวั สงั คมไมย่ อมรบั /ทศั นคติ
- ครอบครัวไม่มีความพร้อมรับกลบั เนอื่ งจากมีภาระเล้ียงดูเดก็ ผู้สูงอายุ
รายไดไ้ ม่เพยี งพอ
23
- สมาชิกบ้านน้อยมีศักยภาพไม่เพียงพอในการพัฒนาทักษะอาชีพ
เน่ืองจากได้รบั ยาจากจิตเวช
- ไม่มสี ถานะทางทะเบยี นราษฎร์/ เข้าไมถ่ ึงสิทธ์ิ
- ระบบการคัดกรองของหน่วยงานแรกรับ ส่งต่อไม่เป็นไปตามเกณฑ์ (A B
C D)
- ขาดงบประมาณในการจัดซื้อวสั ดุฝึกอาชีพ
- ไมส่ ามารถตดิ ต่อญาตไิ ด้
๕) ขอ้ เสนอแนะ/สิ่งทีค่ วรทาต่อ/สิ่งทตี่ ้องปรบั ปรุง
- เพ่ิมค่าใช้จ่าย ค่าอาหารต่อหัวควรปรับปรุง จาก ๕๗ บาท/วัน
ให้สอดคล้องและเหมาะสมกบั คา่ ครองชพี
- จดั ให้มีสถานทีด่ ูแลอย่างปลอดภยั
- ควรจัดให้มเี วรยามในชว่ งเวลากลางคืนดูแลบา้ นน้อยโดยเฉพาะ
- งบในการฝึกอบรมกรมควรสนับสนุนอย่างต่อเน่ืองสภาพบ้านน้อยของ
สมาชกิ มสี ภาพทรุดโทรม /ควรจดั สรรงบประมาณซ่อมแซม
- เพมิ่ โอกาสดา้ นอาชีพทม่ี ่นั คง ควรมีการบรู ณาการหนว่ ยงานระดบั กรม
- ควรมกี ารพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏบิ ัตงิ าน
๓.๓ การดาเนินงานในสถานการณ์ COVID-19 ภารกจิ ดูแลกลมุ่ เปราะบางในช่วง COVID-19
๑) ความคาดหวงั การดาเนินโครงการ
- การแพรร่ ะบาดของโรคหายไป
- ไดร้ บั วัคซนี ท่มี ีคุณภาพ ๑๐๐%
- เจ้าหน้าที่ได้รับสวัสดิการเหมือนกันกับเจ้าหน้าท่ีด้านสาธารณสุข
เน่อื งจากทางานในลักษณะด่านหน้าที่ต้องทางานกบั พื้นที่ที่มคี วามเสี่ยงเชน่ กัน
๒) กจิ กรรมทีด่ าเนนิ การในพืน้ ที่
- เก็บข้อมลู สมดุ พกครอบครวั
- สนับสนนุ เงนิ สงเคราะห์ครอบครวั
- จดั ทาแผนลงพืน้ ที่ประสาน อพม./เครอื ข่าย/ผู้นา
- ดาเนินการสารวจข้อมูลร่วมกับ อพม.ในหมู่บ้าน/ตาบล/อาเภอ/โดยใช้
สมุดพกครอบครัว
- ดาเนนิ การสรุปสงั เคราะห์ข้อมูล
- คืนข้อมูลให้กับชมุ ชน/ตาบล
24
- จดั ทาแผนการพัฒนารายบุคคล/รายครัวเรือน
- ดาเนินการประสานองค์กรภาคีเพื่อเชื่อมแผนการพัฒนาศักยภาพ
รายบุคคล/รายครัวเรอื น
๓) ปัจจยั สนับสนนุ ใหเ้ กิดความสาเรจ็
- อพม. มจี ติ อาสาทางานเป็นคนช้ีเปา้ -เฝา้ ระวัง
- ท้องถ่ิน/ผู้นาชุมชน/อพม.มีส่วนร่วมในการลงพ้ืนท่ีจัดเก็บข้อมูลกลุ่ม
เปราะบาง
- เกิดรูปแบบการสังเคราะห์ข้อมูลเพ่ือจัดทาแผนพัฒนา/Google
from/Google sheet/Excel
- เกิดการเชอื่ มแผนพฒั นาคุณภาพชวี ติ กลมุ่ เปราะบาง
- เสนอข้อมูลเพอ่ื ปรบั ฐานขอ้ มลู ผ่านกรรมการจงั หวดั
๔) ปจั จัยที่เปน็ อปุ สรรคในการดาเนนิ โครงการ
- การคดั กรองกลมุ่ เปา้ หมายพบวา่ ไม่ใช่คนเปราะบางจริง
- แบบสารวจไมพ่ ร้อม/ปรับปรุงหลายรอบ
- ศกั ยภาพ อพม. ในการเป็นคนช้ีเป้า-เฝ้าระวัง ๖๐ % ไม่สามารถทาแบบ
สารวจได้ถูกต้อง
- นคิ มไม่มงี บประมาณในการลงพื้นที่ (เบี้ยเลี้ยง) เพราะการทางานจริงต้อง
เลยี้ งทั้ง อพม./เจา้ หน้าทใ่ี นทีม
- ความเส่ียงจากการลงพ้ืนที่จากการแพรร่ ะบาดของ COVID-19
- งบประมาณในการลงพน้ื ท่ีเตมิ น้ามนั เชื้อเพลงิ มีไม่เพยี งพอ
๕) ข้อเสนอแนะ/สง่ิ ทค่ี วรทาตอ่ /สิง่ ทต่ี ้องปรับปรงุ
- ควรมีหนงั สือสั่งการทช่ี ดั เจนจากสว่ นกลาง
- สนับสนนุ เจา้ หน้าที่บันทึกข้อมลู
- จดั สรรวัคซนี ทีม่ ีคณุ ภาพให้เจ้าหน้าท่ีผปู้ ฏิบัติงาน
- มอบสวัสดิการเหมือน กันกับเจ้าหน้าท่ีกระทรว งสาธารณสุข
เชน่ ค่าตอบแทนความเสยี่ ง สวสั ดิการอนื่ ๆ
25
บทที่ ๕
ภาคผนวก
๑. ภาพโครงการประชมุ เชิงปฏบิ ตั กิ ารถอดบทเรียนฯ (โซน 3)
26
27
28
๒. รายช่อื ผู้เขา้ ร่วมโครงการฯ
รายช่ือผู้เข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการขับเคล่ือนงานนิคมสร้างตนเอง ภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนบน (โซน 3) โดยมีการแบ่งเป็น 3 กล่มุ เพอื่ ถอดบทเรียน ดังนี้
ลาดับ ชอ่ื สกลุ ตาแหนง่ หนว่ ยงาน เบอรโ์ ทร หมายเหตุ
1 นายวุฒภิ ากรณ์ จันทรท์ บั ผปู้ กครองนิคมฯ ห้วยหลวง 089-4113399 กลมุ่ ที่ 1
(ประธานโซน 3) นคิ มฯห้วยหลวง 081-7499947
2 นางสิรภทั ร เมธกี ุล นักพัฒนาสงั คมชานาญการ จ.อุดรธานี 088-8804669 กลมุ่ ท่ี 2
เจา้ พนกั งานอบรมและฝกึ 082-6617619 กลมุ่ 3
3 นายสรุ ศกั ดิ์ วงษโ์ พนทอง วิชาชีพชานาญงาน นิคมฯ ห้วยหลวง 089-9433884
นิตกิ ร จ.อุดรธานี 092-8705577
4 นายสุรศกั ดิ์ วงศภ์ าคา 080-0073500
เจา้ พนกั งานพฒั นาสงั คม นิคมฯ หว้ ยหลวง 080-7498741
5 นางสาวสวุ ารี ไชยโคตร ผปู้ กครองนิคมฯ เชยี งพิณ จ.อดุ รธานี 093-0615454
เจ้าพนกั งานพฒั นาสังคม 081-8982965
6 นายสพุ ัฒน์ สรุ ะดนัย นิคมฯ ห้วยหลวง
เจ้าพนกั งานธุรการปฏบิ ัตงิ าน จ.อดุ รธานี 081-4741267
7 น.ส.สจุ ติ ราภรณ์ ใจสขุ เจ้าพนกั งานพัฒนาสงั คม 094-2303802
นกั พัฒนาสงั คม นคิ มฯ ห้วยหลวง 080-1831519
8 นางสาวกริม่ กมล ถาวร จ.อดุ รธานี 086-2537278
ผ้ปู กครองนิคมฯ โพนพสิ ยั
9 นางสาวธญั ชนก ชพู รหมวงศ์ พนกั งานธรุ การ ส.4 นิคมฯ เชยี งพณิ 089-8115567
นิติกร จ.อุดรธานี 089-6429535
10 นายธรี วฒั น์ เทยี่ งบญุ
เจา้ พนกั งานพัฒนาสังคม นิคมฯ เชยี งพิณ 081-9394190
11 นางจนิ ตนา แสนดี เจา้ หน้าที่ธรุ การ จ.อุดรธานี 080-1878419
นกั พัฒนาสังคม 095-6589246
12 นายจักรพันธ์ จามพัฒน์ นคิ มฯ เชียงพณิ
เจ้าพนกั งานพัฒนาสงั คม จ.อดุ รธานี
13 น.ส.เชาวนี อารีย์เออื้ พนักงานคอมพิวเตอร์
เจ้าหนา้ ทพี่ ัฒนาสงั คม นิคมฯ เชยี งพิณ
14 น.ส.ราตรี เสมเหลา จ.อดุ รธานี
คนงานเกษตร
15 น.ส.อารี ธรรมมยิ ะ ผปู้ กครองนคิ มฯ โนนสงั นิคมฯ เชยี งพิณ
นักพฒั นาสังคม จ.อุดรธานี
16 น.ส.จริ าพรรณ ตะนัดชัย
พนกั งานพิมพด์ ีด ชน้ั 2 นิคมฯ โพนพสิ ยั
17 นายปิยะ มณปี ู่ จ.หนองคาย
18 น.ส.ธดิ ารัตน์ มณปี ู่ นิคมฯ โพนพสิ ยั
จ.หนองคาย
19 นายอนุสรณ์ ยอดแกว้
นคิ มฯ โพนพิสยั
20 นายจันทร ไตรยราช จ.หนองคาย
21 นายปิฎก ออ่ นแกว้ นิคมฯ โพนพิสัย
จ.หนองคาย
22 นางทบั ทมิ ทอง ศรหี รงั่
นิคมฯ โพนพสิ ัย
23 น.ส.จนิ ดาวรรณ ระหงษ์ จ.หนองคาย
นิคมฯ ลานา้ อนู
จ.สกลนคร
นคิ มฯ ลาน้าอนู
จ.สกลนคร
นคิ มฯ ลาน้าอนู
จ.สกลนคร
นคิ มฯ ลาน้าอนู
จ.สกลนคร
นิคมฯ ลานา้ อนู
จ.สกลนคร
นคิ มฯ โนนสงั
จ.หนองบัวลาภู
นคิ มฯ โนนสัง
จ.หนองบวั ลาภู
นคิ มฯ โนนสัง
จ.หนองบวั ลาภู
29
ลาดบั ชื่อ สกลุ ตาแหนง่ หนว่ ยงาน เบอร์โทร หมายเหตุ
24 นายชวนากร แพงชารี นกั พฒั นาสังคม 086-4941794
25 นายณฐั วฒุ ิ ดอนแสนเทพ นคิ มฯ โนนสัง 089-9409432 ผู้สงั เกตการณ์
26 น.ส.พเยีย ศรีแสงทอง นายช่างสารวจ จ.หนองบวั ลาภู ผูส้ ังเกตการณ์
27 นางจินตนา เพ็ชรโพธิ์ 086-2387280 ผสู้ งั เกตการณ์
28 นางเกศิณี ศรสี ธุ รรม ผ้ปู กครองนิคมฯ เขอ่ื นอบุ ลรตั น์ นิคมฯ โนนสัง 091-8627017 ผู้สงั เกตการณ์
29 นางสญั ญา ภนู าเขียว จ.หนองบัวลาภู 091-8670768 เจ้าหนา้ ทีด่ าเนิน
30 น.ส.อมุ าสวรรค์ คุณสงิ ห์ เจ้าพนกั งานธรุ การชานาญงาน นคิ มฯ เขอ่ื นอุบล- 082-8511032 โครงการ
31 นายสวา่ งพงษ์ เมธกี ลุ เจา้ พนกั งานการเงนิ และบญั ชี รัตน์ จ.ขอนแกน่ 089-9237076 เจา้ หน้าที่ดาเนิน
32 นางจริ ภา บุตรศรภี มู ิ ชานาญงาน 086-2537278 โครงการ
33 น.ส.งามรดา ประเสรจ็ สุข นกั สังคมสงเคราะห์ นคิ มฯ เขอ่ื นอุบล- 084-3245441 เจ้าหนา้ ที่ดาเนิน
34 นายภวู ดล ชาพิมพ์ รตั น์ จ.ขอนแกน่ 062-1081398 โครงการ
35 น.ส.วารุณี จาปาเวยี ง นักสงั คมสงเคราะห์ 083-5997047 เจา้ หนา้ ทด่ี าเนิน
36 น.ส.รจเรข ไชยฮ้อย นคิ มฯ เขื่อนอุบล- 064-6461498 โครงการ
37 น.ส.ภทั ราวดี ชยั ปล้มื ผปู้ กครองนคิ มฯลาน้าอูน รตั น์ จ.ขอนแกน่ 090-9115197
38 น.ส.เสาวภา ชาภริ มย์ นิคมฯ เขื่อนอบุ ล- 065-9788817
เจ้าพนกั งานธรุ การชานาญงาน รัตน์ จ.ขอนแกน่
(งานบ้านนอ้ ยในนิคม) นิคมฯ เขอื่ นอบุ ล-
รตั น์ จ.ขอนแกน่
(งานทะเบียนและหนังสอื สาคญั )
เจ้าพนกั งานการเงนิ และบญั ชี นิคมฯ ลานา้ อนู
ชานาญงาน จ.สกลนคร
นักพฒั นาสังคม นิคมฯ โพนพสิ ัย
จ.หนองคาย
เจา้ หน้าท่บี ันทึกขอ้ มูล
เจ้าหนา้ ทส่ี นับสนุนปฏบิ ัตงิ าน นคิ มฯ เชยี งพิณ
บรหิ ารทว่ั ไป จ.อุดรธานี
นคิ มฯ เชียงพณิ
จ.อดุ รธานี
นิคมฯ ห้วยหลวง
จ.อุดรธานี
นิคมฯ หว้ ยหลวง
จ.อดุ รธานี
นิคมฯ ห้วยหลวง
จ.อดุ รธานี
นคิ มฯ หว้ ยหลวง
จ.อุดรธานี
ผลการถอดบทเรียน
ของทั้ง 3 กลุ่ม
ถอดบทเรยี นกลุ่มพิณหลวง โดย นิคมฯ ห้วยหลวง / นิคมฯเชียงพิณ (กลุ่ม 1)
การถอนสภาพนคิ มฯ โครงการบา้ นน้อยในนคิ มฯ การดแู ลกลุม่ เปราะบาง
1.ความคาดหวงั การดาเนนิ โครงการ 1.ความคาดหวังการดาเนินโครงการ 1.ความคาดหวังการดาเนนิ โครงการ
- ออกเอกสารสทิ ธคิ รบถ้วน (น.ค.3) - สมาชกิ ฯ กลับคืนสู่สงั คม และสังคมยอมรับ - การแพร่ระบาดของโรคหายไป
- แนวเขตไม่ทบั ซ้อน/การมีแนวเขตท่ีชดั เจน - ผูใ้ ชบ้ ริการพรอ้ มรับการพัฒนาศกั ยภาพ - ได้รบั วคั ซีนทม่ี ีคณุ ภาพ 100%
- การใช้แผนท่รี ่วม ประกาศ One Map 2.กจิ กรรมท่ีดาเนินการในพ้ืนที่ - เจา้ หน้าที่ได้รบั สวสั ดกิ ารเหมอื น สธ.
- ยกเลิกเพิกถอนป่าสงวน 20% - ฟนื้ ฟู 4 ด้าน อาชพี สุขภาพ การศกึ ษา สังคม 2.กิจกรรมทด่ี าเนนิ การในพน้ื ที่
2.กิจกรรมท่ีดาเนินการในพ้ืนที่ 3.ปจั จยั สนบั สนุนใหเ้ กดิ ความสาเร็จ - เกบ็ ขอ้ มูลสมดุ พกครอบครวั
- ออกสารวจรงั วัดทีด่ นิ - มบี คุ ลากรเฉพาะทาง (พ่ีเลยี้ ง นักจติ ครฝู กึ ) - สนับสนนุ เงินสงเคราะห์ครอบครัว
- ชี้ระวงั แนวเขต - มีตน้ ทุนสนบั สนนุ (ครัวอุปกรณ์ดารงชีพทกุ คน) 3.ปจั จัยสนบั สนุนใหเ้ กดิ ความสาเรจ็
- รับสมคั รสมาชกิ นิคมฯ / รบั สิทธแิ ทน / - บุคลากร - ภาคเี ครือข่ายในพืน้ ท่ี อปท. อพม. ผนู้ า
- ภาคีเครอื ข่ายในพืน้ ที่ 4.ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการดาเนนิ โครงการ
จดั ทด่ี นิ เพ่มิ 4.ปจั จยั ท่ีเป็นอปุ สรรคในการดาเนินโครงการ - การแพร่ระบาดโควดิ รุนแรงขึน้
- แกไ้ ขกรณีพพิ าทของสมาชิกนคิ ม - ไมม่ ีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน กฎหมายทีร่ องรับ - บคุ ลากร งบประมาณ ยานพาหนะ
- บริหารจดั การที่สงวนเพอื่ กิจการนคิ มฯ - งบประมาณ บคุ ลากร 5.ข้อเสนอนะ/สิง่ ทคี่ วรทาต่อ/สิ่งท่ตี ้องปรบั ปรุง
3.ปจั จัยสนับสนุนให้เกิดความสาเรจ็ - ครอบครวั ไมย่ อมรบั ปฏเิ สธ - ควรมีหนังสือสังการที่ชดั เจนจากส่วนกลาง
- งบประมาณในการดาเนินการ 5.ขอ้ เสนอแนะ/สิง่ ทคี่ วรทาต่อ/สิ่งที่ต้องปรับปรุง - สนบั สนนุ เจา้ หน้าท่บี ันทกึ ข้อมูล
- แนวทางปฏบิ ตั ิท่ชี ัดเจน - เพิม่ คา่ อาหารรายหวั
- บคุ ลากร - จัดใหม้ ีสถานทีด่ ูแลทีป่ ลอดภยั
- ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ - ยามเวลากลางคืน
4.ปจั จยั ทีเ่ ปน็ อปุ สรรคในการดาเนินโครงการ
- ระเบยี บฯ ทีไ่ ม่สอดคล้องกบั ปัจจบุ นั แก้ (6) (7)
5.ขอ้ เสนอนะ/สิง่ ที่ควรทาต่อ/ส่ิงท่ตี ้องปรับปรุง
- การลดค่าธรรมเนยี มออกโฉนดท่ีดิน จาก น.ค.3
- การครอบครวั ท่ดี นิ มากกวา่ 50 ไร่ (ราษฎรเดิม)
ถอดบทเรยี น
กล่มุ นคิ มโพนพิสัย/ล้าน้าอูน
(กลุม่ 2)
การถอนสภาพนคิ มฯ การดา้ เนนิ งานในสถานการณโ์ ควิด 19
1. ความคาดหวงั การดาเนนิ โครงการ (กลมุ่ เปราะบาง)
1. ความคาดหวงั การดาเนนิ โครงการ
- เร่งรดั การออก น.ค.3 ตาม Road Map 12 ปี
2. กจิ กรรมทีด่ าเนนิ การ - สารวจกลุม่ เปราะบาง โรงเรยี นเพยี งหลวง
(พนื้ ทชี่ ายแดน) และโครงการกจิ กรรมอื่นๆ
- การวางผงั จดั ทีด่ นิ + จดั คนลงตามผงั แปลง กับพื้นที่
(บรรจุสมาชิก) 2.กิจกรรมทด่ี าเนินการในพื้นที่
- การจัดใหม้ ีสาธารณูปโภค/ถนน/ไฟฟา้ /ประปา - ลงเยยี่ มบ้าน
- การจัดให้มเี คหสถาน รายไดข้ องสมาชกิ ให้เทา่ - จัดกจิ กรรมในพน้ื ที่
เทียมกบั ราษฎรทอี่ ยนู่ อกเขตนคิ ม 3.ปัจจยั สนับสนุนใหเ้ กิดความสาเรจ็
- การออกเอกสารสิทธิใหค้ รบทกุ แปลง - ภาคีเครือขา่ ยในพน้ื ที่ อปท. อพม. ผู้นา
3. ปจั จยั สนบั สนุนให้เกดิ ความสาเร็จ 4.ปัจจัยทเ่ี ปน็ อุปสรรคในการดาเนินโครงการ
- งบประมาณ - เขา้ พ้ืนทไี่ ม่ได้
- บุคลากร - ความเสยี่ ง
- อุปกรณเ์ คร่ืองมอื 5.ขอ้ เสนอนะ
4. ปจั จัยท่ีเปน็ อุปสรรคในการดาเนนิ โครงการ - ควรมีวัคซีนคณุ ภาพดใี ห้กับเจ้าหนา้ ท่ี เพ่ือลง
- แนวเขตนิคมยังไมช่ ดั เจน / พนื้ ทท่ี ับซอ้ นกัน พ้ืนทไ่ี ดอ้ ย่างปลอดภัย
- กรณีพพิ าท - จดั ลาดับความสาคัญของโครงการตาม
- เมอ่ื ไดร้ บั น.ค.3 แลว้ ไม่นาไปออกโฉนด สถานการณ์
- แผนท่ไี ม่อัพเดทใหเ้ ป็นปจั จบุ ัน
5. ข้อเสนอนะ/สงิ่ ที่ควรทาต่อ/ส่ิงท่ีต้องปรับปรุง หมายเหตุ นคิ มกล่มุ น้ไี ม่มีบา้ นน้อย
- การแก้เรือ่ งกฎหมายในระดบั โครงสร้าง
( กล่มุ 3 )
กล่มุ 3 / 1
กล่มุ 3 / 2
กล่มุ 3 / 3
กล่มุ 3 / 4
กล่มุ 3 / 5
กล่มุ 3 / 6
กล่มุ 3 / 7
กล่มุ 3 / 8
กล่มุ 3 / 9
กลุ่ม 3 / 10
กลุ่ม 3 / 11
กลุ่ม 3 / 12