การบริหารจัดการทด่ี ินของรัฐ :
กฎหมายวา่ ดว้ ยการจัดท่ดี นิ ให้แกป่ ระชาชนและการสงวนหวงห้ามท่ดี ินของรัฐ
และมตคิ ณะรัฐมนตรีทส่ี าคญั
นายพสิ นั ต์ ธนะสารสมบรู ณ์
ผอู้ านวยการกลมุ่ งานคณะกรรมการจดั ท่ดี ินแหง่ ชาติ
กองบริหารจดั การท่ดี นิ
บทนา
ที่ดินเป็นฐานทรัพยากรสาคัญเพ่ือการผลิตของชาติท่ีมีอย่างจากัด จาต้องใช้ให้เกิดประโยชน์
อย่างคุ้มค่าสอดคล้องกับระบบนิเวศและวิถีชีวิตของประชาชน ท้ังด้านที่อยู่อาศัย ท่ีทากิน การเกษตรกรรม
รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยภาครัฐมีอานาจหน้าที่ในการวางนโยบายและบริหารจัดการท่ีดินให้มี
ประสิทธิภาพสูงสุด กาหนดแนวทางและมาตรการต่าง ๆ เพื่อการจัดที่ดินให้แก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการ
สงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐให้เกิดสมดุลและเป็นธรรม โดยมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้า หยุดการบุกรุกและ
เพิ่มพื้นที่ป่า รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตามการพัฒนาประเทศที่ผ่านมายังคงมี
ผู้ด้อยโอกาสและรอการแก้ไขปัญหาการถือครองท่ีดินและการบรหิ ารจัดการที่ดินของรัฐในประเภทต่าง ๆ อีก
จานวนมากทร่ี อคอยการแก้ไข
ทด่ี ินจากอดตี จนถงึ ปัจจุบัน
สมัยอดีตรัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้ท่ีดินให้เกิดประโยชน์ โดยให้ประชาชนก่นสร้างทา
เรือกสวนไร่นา ได้ตามกาลังความสามารถ และให้ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธ์ิของผู้น้ัน ดังปรากฏหลักฐานตามศิลาจารึก
ในสมัยสุโขทัย ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยา การจัดการท่ีดินเป็นของกรมนา ซึ่งมีหน้าที่กว้างขวาง เช่น การจัดที่ดิน
แก่บคุ คลและการศาสนา การเก็บหางข้าวข้นึ ฉางหลวง การชลประทาน เป็นต้น เม่ือสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้น ยังคง
มีนโยบายส่งเสริมการใช้ที่ดินแต่มีการเรียกเก็บภาษีเป็นค่าตอบแทน ดังความปรากฏตามกฎหมายลักษณะ
เบด็ เสรจ็ และกฎหมายตราสามดวง
ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ ๕ ทรงวางพื้นที่ฐานการปรับปรงุ สิทธิ
ของผู้ถือครองท่ีดิน โปรดเกล้าฯให้ประกาศออกโฉนดท่ีดิน และตราพระราชบัญญัติการออกโฉนดท่ีดิน ร.ศ.๑๒๗
ต่อมามีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมอีกหลายฉบับ โดยมีหนังสือสาคัญสาหรับที่ดินออกใช้ ได้แก่ โฉนดสวน
โฉนดป่า โฉนดตราจอง โฉนดแผนท่ี และโฉนดที่ดิน รวมทั้งแบบหนังสือสาหรับใช้ในการดาเนินการก่อนออก
โฉนดที่ดินในลักษณะต่าง ๆ เช่น ใบไต่สวน ใบนา ใบเดินทุ่ง หนังสืออนุญาตให้เข้าจับจองที่ดิน ได้แก่ ใบเหยียบย่า
และแบบหมายเลข ๓ ซึ่งเป็นคารับรองจากนายอาเภอว่าได้ทาประโยชน์แล้วตามพระราชบัญญัติออกโฉนด
ทดี่ ิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๔๗๙ รวมท้งั หนังสือสาคัญที่ออกให้ ในทท่ี าประโยชน์แล้ว เชน่ ตราจองชั่วคราว ตราจอง
ท่ีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และตราจองที่ตราว่าได้ทาประโยชน์แล้ว ต่อมามีการยกเลิกพระราชบัญญัติออก
โฉนดที่ดินฯ เน่ืองจากมีกฎหมาย ว่าด้วยที่ดนิ อยู่หลายฉบับสมควรท่ีจะนามาประมวลไว้ในทเ่ี ดียวกนั จึงได้ตรา
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ (ใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) และมีการ
ปรับปรุงแก้ไขและบังคับใช้เป็นกฎหมายหลักเก่ียวกับท่ีดินมาจนถึงปัจจุบัน โดยกฎหมายดังกล่าว กาหนด
อานาจหน้าที่ ระเบยี บ หลักเกณฑ์และวธิ ีการจัดการเกย่ี วกับทด่ี ินตา่ ง ๆ ตามประมวลกฎหมายทดี่ นิ
การจาแนกประเภททีด่ ิน
“ ก่อนอื่น จำเป็นต้องเข้ำใจพื้นฐำนสำคัญเก่ียวกับ ที่มำของที่ดินที่จะนำมำจัดที่ดินให้แก่ประชำชน
และกำรสงวนหวงห้ำมท่ีดินของรฐั คือ กำรจำแนกประเภทที่ดิน (Land Classification) ต้ังแต่ปี ๒๕๐๒ เป็นต้นมำ
คณะกรรมกำรจำแนกประเภทที่ดิน ได้ทำหน้ำท่ีจำแนกประเภทท่ีดินของรัฐ โดยควำมเห็นชอบของ
คณะรัฐมนตรี แบ่งเป็น ๒ ส่วนหลัก ได้แก่ (๑) ท่ีดินของรัฐส่วนใดท่ีจะจัดให้แก่ประชำชน โดยยกเลิกหรือ
จำแนกออกจำกเขตป่ำไม้ตำมมติคณะรัฐมนตรี เพ่ือเป็นที่ดินจัดสรรเพื่อกำรเกษตรกรรมและเพ่ือใช้ประโยชน์อย่ำงอื่น
และ (๒) ท่ีดินส่วนที่จะสงวนหวงห้ำมรักษำไว้เป็นป่ำไม้ถำวรของชำติ เพ่ือประกำศเป็นป่ำสงวนแห่งชำติ
อุทยำนแหง่ ชำติ ฯลฯ ซ่ึงกำรจำแนกประเภททด่ี ินดังกลำ่ ว ดำเนนิ กำรตำมมำตรำ ๗ แห่งประมวลกฎหมำยที่ดินเดิม
ใช้บังคับตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๔๙๗ - พ.ศ.๒๕๒๖ โดยมีกำรโอนย้ำยงำนจำแนกประเภทท่ีดินของกรมที่ดิน
กระทรวงมหำดไทย มำเป็นของกรมพัฒนำท่ีดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และดำเนินงำนต้ังปี ๒๕๒๖
จนถงึ ปัจจุบนั ตำมพระรำชบัญญัตพิ ัฒนำทีด่ นิ พ.ศ.๒๕๕๑”
การจดั ทดี่ ินใหแ้ ก่ประชาชน
เน่ืองจากประชากรและความต้องการใช้ที่ดินเพ่ิมสูงข้ึน ตลอดจนการสร้างความมั่นคงด้านการใช้
ประโยชน์ท่ีดิน ภาครัฐจึงกาหนดนโยบายการจัดที่ดินให้แก่ประชาชน แบ่งเป็น ๒ รูปแบบหลัก ได้แก่ การจัด
ท่ีดินใหแ้ กป่ ระชาชนแบบมีกรรมสิทธิ์ในทดี่ ิน และการจดั ท่ีดินแบบไมม่ ีกรรมสิทธ์ิ
๑.การจัดทด่ี ินใหแ้ กป่ ระชาชนแบบมีกรรมสทิ ธ์ใิ นท่ีดิน
ท่ีดินที่จะนามาจัดประชาชนต้องเป็นท่ีดินของรัฐประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๑)
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตอ้ งไม่เป็นท่ีดินสงวนหวงห้ามของทางราชการ โดยเร่ิมพัฒนาการในปี
พ.ศ.๒๔๘๐ มีการตราพระราชบัญญัติจัดต้ังนิคมสหกรณ์ในเขตท่ีดินหวงห้ามในท้องท่ีจังหวัดเชียงใหม่ โดยรัฐ
เป็นผู้พิจารณากาหนดที่ดินให้ราษฎรจับจองและมีหน้าที่ช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐาน ต่อมามีการประกาศใช้
กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินในรูปแบบดังกล่าวอีกหลายฉบับ และปัจจุบันท่ียังคงบังคับใช้อยู่ คือ
พระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพ่ือการครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑ ดาเนินการโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ในรูปแบบนิคม
สหกรณ์ ออกหนังสือแสดงการทาประโยชน์ในที่ดิน (กสน.๕) และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในรูปแบบ
นิคมสรา้ งตนเอง ออกหนงั สอื อนุญาตใหเ้ ขา้ ทาประโยชนใ์ นเขตนคิ มสร้างตนเอง (น.ค.๓)
และการจัดที่ดนิ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยการจัดที่ดินผนื ใหญ่ ตามมาตรา ๒๗ ออกใบจองใหร้ าษฎร
มาตรา ๓๐ และการจัดที่ดินแปลงเล็กแปลงน้อยตามมาตรา ๓๓ อนึ่ง การจัดที่ดินดังกล่าวอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ซ่ึงเป็นองค์กรการจัดท่ีดินที่สาคัญ จัดต้ังขึ้นตามมาตรา ๑๔ และ
อาศัยอานาจตามมาตรา ๒๐ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน มีหน้าที่วางนโยบายการจัดที่ดิน อนุมัติโครงการจัดที่ดิน
และควบคุมการจัดที่ดินของทบวงการเมือง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ดาเนินการ
ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๗ ปฏิบัติงานต่อเน่ืองจนถึงปี ๒๕๔๕ ซ่ึงมีการปฏิรูประบบราชการ ให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ และให้กองงาน
เลขาธิการคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ มาสังกัดสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม โดยเปล่ียนชื่อเป็น“กองบริหารจัดการที่ดิน”ทาหน้าที่ฝ่ายเลขาธิการคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ
มีหน้าท่ีเสนอแนะแนวทางการวางนโยบายการจัดที่ดิน การควบคุมการจัดท่ีดินของทบวงการเมืองตามประมวล
กฎหมายท่ีดินและกฎหมายอื่น ฯลฯ และปัจจุบันมีการประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่มิ เติมประมวลกฎหมายที่ดิน
(ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีการแก้ไขอานาจหน้าท่ีคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติไม่ให้ซ้าซ้อนกับ
คณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ และเปลี่ยนช่ือ จากคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ เป็น “คณะกรรมการจัด
ที่ดิน”มหี นา้ ทค่ี วบคุมการจดั ท่ีดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
๒.การจดั ท่ดี ินใหแ้ กป่ ระชาชนแบบไม่มีกรรมสทิ ธ์ิ
ท่ีดินท่ีนามาจัดให้ประชาชนแบบไม่มีกรรมสิทธิ์ เป็นการนาท่ีดินของรัฐประเภทต่าง ๆ เพ่ือจัด
ระเบียบการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐที่มีราษฎรครอบครอง และการจัดระบบการใช้ประโยชน์ในที่ดนิ ของรัฐ
แปลงวา่ ง โดยการอนญุ าตให้เข้าอยอู่ าศยั ทากินในทีด่ ิน ซง่ึ แบง่ ได้ ๒ กรณี
กรณแี รก คอื การจัดท่ีดินแบบไมม่ ีกรรมสทิ ธิอ์ าศัยอานาจตามกฎหมายเฉพาะ
แบ่งตามท่ีดินออกเปน็ ๕ ประเภทหลัก ไดแ้ ก่
(๑) การจัดที่ดินในเขตปฏิรูปท่ีดิน ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปท่ีดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.
๒๕๑๘ ออกเอกสารทีด่ ินในรปู แบบ ส.ป.ก. ๔-๐๑
(๒) การอนุญาตให้เข้าอยู่อาศัยและทาประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในลักษณะแปลงรวม
ตามมาตรา ๑๖ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ ตามแนวทางและกระบวนการภายใต้
คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) (อยู่ระหว่างดาเนินการ) และตามมาตรา ๑๖ ทวิ ในรูปแบบ ส.ท.ก.
(ไมม่ ีการดาเนนิ การแล้ว)
(๓) การจัดหาประโยชน์โดยจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ ตามพระราชบัญญัติท่ีราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๑๘
ในรปู แบบสญั ญาเช่า
(๔) การนาทด่ี ินสาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ทเี่ ลิกใช้แลว้ มาอนุญาต
ให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ ตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า
ด้วยการอนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรฐั พ.ศ.๒๕๔๗ ในรูปแบบหนังสืออนุญาตให้อยู่อาศัยใน
ทีด่ ินของรฐั เป็นการชั่วคราว และการให้สมั ปทาน ตามมาตรา ๑๒
(๕) การอนญุ าตให้เข้าทาประโยชนใ์ นทด่ี ินสงวนเพ่ือกจิ การนิคม ตามพระราชบัญญัติจัดท่ีดิน
เพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ และระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินใน
เขตนคิ มสรา้ งตนเอง พ.ศ.๒๕๓๔
กรณีที่สอง คือ การใช้อานาจของฝ่ายบริหารหรือมติคณะรัฐมนตรี เพ่ือกาหนดให้
หน่วยงานจัดระเบียบการใชท้ ่ีดิน หรอื การจดั ทด่ี ินแบบไม่มกี รรมสิทธิ์
การกาหนดนโยบายและมาตรการของฝ่ายบริหาร โดยใช้อานาจตามกฎหมายว่าด้วยการ
บริหารราชการแผ่นดิน หรือคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ หรือมอบหมายให้หน่วยงานรัฐดาเนินการ เพ่ือแก้ไข
ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเก่ียวกับท่ีดินทากิน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ปัญหาความยากจน การ
สงเคราะหช์ าวเขา การปราบปรามคอมมิวนิสต์ ความม่ันคงตามแนวชายแดน การอนมุ ัติโครงการจัดที่ดนิ ให้แก่
ประชาชนและมอบให้หน่วยงานไปดาเนินการ การผ่อนผัน หรือชะลอการบังคับใช้กฎหมาย การจัดระเบียบ
การใชท้ ดี่ นิ รวมทัง้ การแกไ้ ขปัญหาการบกุ รุกที่ดนิ ของรฐั ฯลฯ มมี ตคิ ณะรฐั มนตรีท่สี าคัญ เช่น
(๑) มติคณะรฐั มนตรีเกยี่ วกบั การสงเคราะห์ชาวเขาและป้องกนั การปลูกฝิน่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ - ๒๕๐๕
เพ่ือให้จัดตัง้ นิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขา
(๒) มติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ คร้ังที่ ๓/๒๕๑๗ กรณีการบุกรุกเข้าทาประโยชน์เป็น
หลักฐานม่ันคงแล้ว หากจาเป็นตอ้ งถอนสภาพท่ีดินนัน้ จะไมใ่ หก้ รรมสิทธิ์ แตจ่ ะจดั ใหเ้ ช่า
(๓) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๕ มอบให้คณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ
พจิ ารณามอบพนื้ ทจี่ าแนกออกจากป่าไม้ถาวร ให้หน่วยงานรับไปดาเนนิ การจัดท่ีดนิ ให้ประชาชนตามกฎหมาย
ท่ีเกี่ยวข้อง และมอบป่าชุมชนตามมติคณะรัฐมนตรี ในพ้ืนท่ีจาแนกออกจากป่าไม้ถาวร ซึ่งมีขนาดไม่เกิน ๕๐๐ ไร่
และอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้กรมที่ดินดาเนินการสงวนหรือหวงห้ามตามมาตรา ๒๐ (๔) แห่งประมวล
กฎหมายทีด่ ิน และมิใหข้ ยายพนื้ ที่โครงการจัดทดี่ นิ ตามกฎหมาย ยกเวน้ การปฏิรปู ที่ดนิ และการพฒั นาที่ดนิ
(๔) มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เรื่อง มาตรการและแนวทาง แก้ไข
ปญั หาท่ดี ินในพนื้ ทปี่ า่ ไม้
(๕) มติคณะรัฐมนตรี ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ และท่ีเกี่ยวข้อง เร่ือง การจัดท่ีดินทากินให้ชุมชน
ในลักษณะแปลงรวม โดยการอนุญาตให้เปน็ ไปตามกฎหมายเฉพาะของประเภททด่ี ินของรัฐ ซ่งึ ดาเนินการตาม
ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๗ และกฎหมายที่
เก่ียวขอ้ ง
(๖) มติคณะรัฐมนตรี ๒๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ เรอ่ื ง พ้ืนที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแกไ้ ข
ปญั หาการอยู่อาศัยและทากินในพืน้ ท่ปี ่าไม้ (ทกุ ประเภท)
การสงวนหวงห้ามท่ีดินของรัฐ
การสงวนหวงห้ามท่ดี นิ ของรฐั แบง่ เปน็ ๓ ประเภท ไดแ้ ก่
๑. การสงวงห้วงหา้ มทีด่ ินสาหรบั ใช้ในราชการ
การสงวนคุ้มครองท่ีดินของรัฐสาหรับใช้ในราชการ ปรากฏความตามพระบรมราชโองการ
ตง้ั แตส่ มยั อดีตดงั ทีก่ ลา่ วแลว้ พระมหากษตั ริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯประกาศท่ดี ินสงวนหวงหา้ มไว้ให้ใช้ใน
ราชการฯ และทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานที่ดินไว้เปน็ สาธารณสมบตั ิสาหรบั พลเมืองใช้ร่วมกัน ต่อมาเม่ือตรา
พระราชบัญญัติกรมการที่ราชพัสดุ ร.ศ.๑๐๙ เพ่ือรักษาท่ีดินของทางราชการ อยู่ในบังคับเสนาบดีพระคลังมหาสมบัติ
ทาหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินที่มีหรือสงวนไว้ใช้ในราชการ และต่อมาปรับปรุงเป็นพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ
พ.ศ.๒๕๑๘ ปัจจุบันการได้มาซึ่งที่ราชพัสดุ เป็นไปตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.
๒๔๙๗ และประมวลกฎหมายท่ีดิน ซง่ึ อาศัยอานาจตามประมวลกฎหมายที่ดนิ มาตรา ๘ ทวิ ข้ึนทะเบยี นทด่ี ิน
ของทางราชการ ซง่ึ เป็นของทบวงการเมือง หรอื ใหทบวงการเมืองใชประโยชนในราชการ เมอื่ ประกาศทด่ี ินน้ัน
ในราชกิจจานุเบกษา และสวนราชการหรือทบวงการเมืองได้เข้าใชประโยชนแลว ที่ดินท่ีหวงห้ามนั้นก็จะตก
เป็นที่ราชพสั ดุ
๒. การสงวนหวงห้ามทด่ี ินในพ้นื ทป่ี ่าไม้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงวันที่
๑๘ กันยายน ๒๔๓๙ ต้ังกรมป่าไม้ กระทรวงมหาดไทยและตราพระราชบัญญัติประกาศการรักษาป่าไม้ ร.ศ.
๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) รวมท้ังกฎหมายเก่ียวกับการป่าไม้อีกหลายฉบับ ซึ่งเป็นการสงวนป่าของประเทศตาม
หลักการสมัยใหม่ โดยมีเหตุผลความปรากฏว่า “การสงวนป่าเพ่ือให้เป็นสมบตั ิของชาติและประชาชน ตาม
แบบอย่างอารยประเทศ เนื่องจากบ้านเมืองเจริญขึ้น จานวนประชากรก็เพิ่มมากขึ้น การใช้ไม้ และการ
บุกรุกป่า จึงมากข้ึนและขยายวงกวางข้ึนไปเรื่อย ๆ”ต่อมามีการโอนกรมป่าไม้ไปสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ
และตราพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ.๒๔๘๑ เพื่อประกาศเป็นป่าคุ้มครองและป่าสงวน กาหนด
เขตป่าไมแ้ ละดูแลรักษาฯลฯ จนกระทง่ั มกี ารยกเลกิ กฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ต่าง ๆ และตราพระราชบญั ญัติป่าไม้
พุทธศักราช ๒๔๘๔ ใช้แทนกฎหมายเดิม รวมทั้งมีการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ที่สาคัญอีกหลายฉบับ
ได้แก่ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๐๓ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ และ
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ฯลฯ เพ่ือการสงวนหวงห้ามและใช้ประโยชน์ที่ดิน
ป่าไม้ของชาติให้สมดุลและยั่งยืน นอกจากน้ี รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ตามระเบียบ
สานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพ่ือทาหน้าที่กาหนดนโยบายด้านการ
ปา่ ไมข้ องประเทศอีกดว้ ย
๓. การสงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐประเภทที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาหรบั พลเมืองใช้รว่ มกัน
นับแต่อดีตกาลการสงวนหวงห้ามที่ดิน เป็นไปตามพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ต่อมา
กระทรวงมหาดไทย สมุหเทศาภิบาล ผู้วาราชการมณฑล กรมการอาเภอ ได้ประกาศสงวนหวงห้ามท่ีดินของรัฐ
ท่ีดินรกรา้ งว่างเปล่ามิให้ผู้ใดจับจองหรือถือกรรมสิทธ์ิโดยพลการได้ หรอื ขึ้นทะเบียนเป็นท่ีสาธารณประโยชนไ์ ว้ใช้
ร่วมกัน ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติหวงห้ามท่ีดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘
มีการกาหนดเขตหวงห้ามที่ดินและแผนท่ีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา แสดงขอบเขตและตาแหน่งท่ีต้ังท่ีดินท่ีจะ
สงวนรักษา พร้อมท้ังประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบ ต่อจากนั้นเมื่อมีการตรา
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ มผี ลเป็นการยกเลิกพระราชบัญญตั ิว่าดว้ ยหวงห้ามที่ดิน
รกร้างว่างเปลาอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินฯ โดยในมาตรา ๑๐ กาหนดให้ท่ีสงวนหวงห้ามที่มีมาก่อน
กฎหมายนี้ใช้บังคับยังคงให้เป็นที่สงวนหวงห้ามต่อไป และให้ใช้บทบัญญัติการสงวนหวงห้ามตามประมวล
กฎหมายที่ดินแทน โดยอาศัยอานาจตามมาตรา ๒๐ (๔) การสงวนตามความต้องการของทบวงการเมือง (เดิม)
และแก้ไขเพิ่เติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติปี พ.ศ. ๒๕๑๕ มาตรา ๒๐ (๔) สงวนหรือหวงห้ามท่ีดินของรัฐซ่ึง
มิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครองเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ดาเนินการสงวนหรือหวงห้ามฯตามระเบียบของ
คณะกรรมการจดั ทีด่ ินแหง่ ชาติ ฉบับที่ ๙ (พ.ศ.๒๕๒๙) และกรมทดี่ ินจะเปน็ ผู้ออกหนงั สือสาคัญสาหรบั ทห่ี ลวงตอ่ ไป
ปญั หาท่ีดนิ ของชาติและการจัดการที่ผ่านมา
การดาเนินนโยบายท่ีดนิ ของรัฐในอดีต เพ่ือการแก้ไขปญั หาความยากจน ปัญหาความม่ันคง การขาดแคลน
ทด่ี ินทากิน ฯลฯตลอดจนการบริหารจัดการภายใต้ข้อจากัดหลายด้าน เช่น แนวเขตท่ีดินของรัฐที่ไม่ชัดเจน ทา
ให้สะสมเป็นปัญหาทด่ี ินของประเทศที่สาคญั ไดแ้ ก่ (๑) การบุกรกุ พ้นื ท่ีสงวนหวงห้ามของรัฐ (๒) ความขัดแย้ง
เร่ืองแนวเขตท่ีดิน (๓) การกระจายการถือครองที่ดิน (๔) การไร้ที่ดินทากิน (๕) การถือครองที่ดินขนาดใหญ่
(๖) การไม่ทาประโยชน์ในท่ีดิน และ (๗) ปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ดิน ซ่ึงรัฐบาลทุกยุคสมัยพบปัญหาท่ี
โดยมีการตรากฎหมายการบริหารจัดการท่ีดิน กาหนดแนวทางและมติคณะรัฐมนตรที ่ีสาคัญ เพื่อการจัดท่ีดิน
ให้แกป่ ระชาชนและการสงวนหวงห้ามทด่ี นิ ของรัฐ ดังตาราง
กฎหมายวา่ ด้วยการบริหารจัดการทด่ี นิ ของรัฐและมติคณะรฐั มนตรีทสี่ าคญั
อานาจฝ่ายบรหิ าร/มติ การบรหิ ารจัดการที่ดินของรฐั การ การสงวน
คณะรฐั มนตรี ปี กฎหมาย/พระราชบญั ญัต/ิ สาระ จัดทดี่ ิน หวงห้าม
พ.ศ. ที่ดนิ
มติ คจช. 2291 กฎหมายตราสามดวง พระราชกาหนดเกา่ (โฉนดเสนาเจ้าอาเภอ)
นโยบาย มาตรการ แนวทางการบรหิ ารจัดการที่ดนิ
2411 รชั กาลที่ 5 ทรงครองราชย์ พระบรมราชโองการฯ
2433 พระราชบญั ญัติกรมการทรี่ าชพัสดุ ร.ศ.109
2439 ต้งั กรมปา่ ไม้ ในกระทรวงมหาดไทย (มท.) ร.ศ. 115
2440 พระราชบญั ญัติรักษาต้นไม้สกั
2441 ข้อบังคบั การหวงหา้ มท่ดี ิน ร.ศ.117(นายอาเภอ จดแจ้ง
กนั ไวใ้ ช้ในราชการหลวง เปน็ ที่มหาชน ใชเ้ ป็นที่อาศัยเป็น
สาธารณประโยชน์ หวงหา้ มดินรกรา้ งออก/ใบเหยียบยา่ )
2444 ประกาศออกโฉนดท่ีดิน (มณฑลกรุงเก่า) ร.ศ.120 กรรมสิทธ์ทิ ่ีดิน
กฎกระทรวงเสนาบดีกระทรวงเกษตราธกิ าร โอน แบ่ง จานา จอง
ท่ดี ิน ใบเหยยี บย่า
2445 พระราชบญั ญตั ิออกโฉนดตราจองชัว่ คราว ร.ศ. 121
2448 พระราชบญั ญัติออกโฉนดตราจองและให้ใช้ในมณฑลพิษณโุ ลก
2453 พระราชบญั ญัตกิ ารออกโฉนดทีด่ ิน ร.ศ.127 รังวดั ทดี่ ิน โฉนดแผนที่
โอน แบง่ ขายฝาก จานา เชา่ จองท่ีดิน }สารตราเสนาบดี กระทรวง
เกษตราธิการ- ท่ีดินหวงห้ามไมใ่ หจ้ บั จอง ขา้ หลวงเทศาภิบาล
ตรวจสอบ/นายอาเภอ ผู้ว่า ข้าหลวง เสนาบดีออกใบเหยียบย่า
2456 พระราชบัญญตั ิรกั ษาปา่ (ทาไม้รักษาปา่ )
2456 พระราชบญั ญตั กิ ารเดินเรอื ในน่านา้ ไทย
2457 พระราชบญั ญัติลักษณะปกครองทอ้ งที่ (ตรวจตรารกั ษาป่าไม้
ม. 119 ม. ดแู ลท่ีสาธารณะ 122)
2464 โอน กรมปา่ ไมไ้ ป กระทรวงเกษตราธกิ าร
2478 พระราชบญั ญตั ิหวงหา้ มที่ดินรกร้างว่างเปลา่ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ิ
ของแผน่ ดิน (ประกาศ พรฎ หวงห้าม ท่ีดนิ -ปา่ ไม้ จัดที่ดินนิคม)
2479 พ.ร.บ.รักษาปา่ ฉ.2
2479 พ.ร.บ.ออกโฉนดทดี่ ิน ฉบับที่ ๖ การจับจองท่ดี นิ ใบเหยยี บย่า (2 ปี)
ตราจอง (2 ป)ี ตราจองฯได้ทาประโยชน์แลว้ (มกี รรมสิทธ์ิตาม
กฎหมาย)กฎกระทรวงเกษตราธิการ ออกตามความใน พ.ร.บ.ออก
โฉนดท่ดี ิน ฉ.6 พ.ศ.2497
2481 พระราชบัญญตั ิค้มุ ครองและสงวนป่า (ปา่ คุ้มครอง ปา่ สงวน พรฎ.)
2483 พระราชบัญญัติจัดต้ังสหกรณ์นิคม /ตงั้ กรมประชาสงเคราะห์
2484 พระราชบัญญตั ิปา่ ไม้ (เลิก กม. 19 ฉ./ ม.4 -ม.54
2485 พระราชบัญญัติจัดท่ีดนิ เพือ่ การครองชีพ(ที่ดนิ หวงหา้ ม 2478 มาจดั )
2495 ตัง้ กระทรวงสหกรณ์ 2495-2506
2497 พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายทด่ี ิน จาแนกประเภทที่ดินม.7
- คณะกรรมการจดั ที่ดินแหง่ ชาติ ม.14, ม.20 มตคิ จช. ปม.สว่ นกลาง
- จดั ทด่ี ินผืนใหญ่ ม.27 /ใบจอง ม.30 สิทธิ.ม.32
- มติ คจช. 1/2499 กนั เขตป่าไมส้ ว่ นกลางในโครงการจดั ท่ีดิน
- จดั ทีด่ ินแปลงเล็ก ม.33
- ม.8 อทด.ดูแล รกั ษา คุ้มครองป้องกัน รมต.มอบทบวงฯเป็นผู้ใช้ได้
ม.8 ว.2 ถอนสภาพ นาไปจัดให้ประชาชน อนุ (1) ที่ดินยงั ใช้ร่วมกนั
ถอน/โอน โดย พรบ. -ไมใ่ ช้ร่วมกันแลว้ ถอน โดย พรฎ. อนุ (2) ที่ดนิ
ใชป้ ระโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ /ท่ดี ินหวงห้าม/สงวนตามความ
อานาจฝ่ายบรหิ าร/มติ การบริหารจดั การท่ีดินของรฐั การ การสงวน
คณะรัฐมนตรี ปี กฎหมาย/พระราชบัญญตั /ิ สาระ จดั ท่ดี ิน หวงห้าม
พ.ศ. ที่ดนิ
มติคณะรฐั มนตรี
ต้องการทบวงการเมือง 20 (4) เดมิ /เลกิ ใช้ฯ มีพรฎ.ถอนสภาพฯ
มติ คจช. ถา้ นาไปจดั ให้ประชาชน โดย พรฎ. แก้โดย ประกาศ ปว. ปี 2515
มตคิ ณะรัฐมนตรี/คจช. ม.8 ตรี ออก นสล.
- กฎ ฉ.5 (2497)ม.1 พรบ.ให้ใช้ฯ ห้ามออกโฉนดฯ ขอ้ 8 1304(2) ท่ี
มติคณะรฐั มนตร/ี คจช. เขา ภูเขา ทส่ี งวนหวงห้าม ทส่ี งวนเพ่ือทรพั ยากรธรรมชาติ
มติคณะรัฐมนตรี/คจช. - กฎ ฉ.12 สปั ทาน กฎ ฉ.25
มติคระรัฐมนตร/ี คจช. - กฎ ฉ.43 (2537) ขอ้ 14 ห้ามออกโฉนดฯ
มติคณะรัฐมนตรี 2502 นโยบายความมน่ั คง ชาวเขา ของกระทรวงมหาดไทย
มติคณะรฐั มนตรี
มติคระรฐั มนตรี จาแนกประเภทท่ีดนิ ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี
กลไกและมาตรการ
กลไกและมาตรการ 2503 พระราชบญั ญตั ิ สงวนและคุ้มครองสัตวป์ ่า
2504 พระราชบญั ญตั ิจัดที่ดนิ เพื่อการครองชีพ (ฉ.2) พ.ศ. 2504 (ทด่ี ินของ
มตคิ ณะรัฐมนตรี
มตคิ ณะรฐั มนตรี รัฐ/ทีด่ ินสงวนหรอื หวงห้ามไวต้ ามกฎหมายมาจัด)
2504 พระราชบัญญัติ อทุ ยานแห่งชาติ
2506 ตัง้ กรมพัฒนาทด่ี นิ /กรมสหกรณ์ที่ดิน ทกี่ ระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
2507 พระราชบัญญตั ิ ป่าสงวนแห่งชาติ
2511 พระราชบญั ญัติ จัดท่ดี ินเพ่อื การครองชีพ (ทด่ี ินของรัฐมาจัด)
2515 แก้ไขประมวลกฎหมายทดี่ ิน โดยคณะปฏวิ ัติ มาตรา 8 8 ทวิ 8 ตรี
นสล. ม.9 และ ม. 20 ม
2517 มตคิ ณะกรรมการจดั ท่ีดแห่งชาติ 3/2517 บุกรุกท่ีดินฯจัดใหเ้ ช่า
2518 พระราชบญั ญัตกิ ารปฏิรปู ทด่ี ินเพอ่ื เกษตรกรรม
2518 พระราชบญั ญตั ิทีร่ าชพสั ดุ
2525 22 มิถุนายน 2525 เร่อื ง นโยบายใช้และกรรมสิทธิท์ ่ีดิน มอบ คจช.
ผลการจาแนกประเภทท่ีดิน พ้ืนที่จาแนกออกจากป่าไมถ้ าวรนอกเขต
ป่าสงวนแห่งชาติ มอบหนว่ ยงานดาเนินการตามกฎหมาย (กรมท่ดี ิน
ออกโฉนด-นสล.ป่าชมุ ชนตามมติ ครม. /สป.ก. ออก 4-01)
2526 พระราชบญั ญตั ิพัฒนาท่ดี ิน (คณะกรรมการจาแนกประเภทท่ีดิน)
และแกไ้ ข ป.ท่ดี ิน โอน ม.7 ไป พด.
2527 7 กุมภาพันธ์ 2527 มอบ คจช. พจิ ารณาเร่ืองขอถอนสภาพท่ีดนิ
สาธารณประโยชน์เพ่อื นาไปจัดใหแ้ ก่ประชาชน
2529 11 มีนาคม 2529 มอบ คจช. การควบคุมการจดั ที่ดนิ
2530 1 กันยายน 2530 มอบ คจช. กากับดแู ลนโยบายทีด่ ินแหง่ ชาติ
2535 พระราชบญั ญตั ิสวนปา่
2535 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
2536 วนั ท่ี 4 พฤษภาคม 2536 เร่ือง นโยบายและแนวทางแกไ้ ขการบุกรุก
ทดี่ ินของรฐั สง่ มอบพ้นื ที่ให้ ส.ป.ก. 44.28 ล้านไร่ แบ่งโซน C A E
2541 วนั ท่ี 30 มถิ นุ ายน 2541 เรือ่ ง การแกป้ ญั หาท่ีดินในพ้นื ที่ป่าไม้
2543 มอบพ้ืนท่จี าแนกทีค่ ณะรัฐมนตรี มีมตมิ อบโดยตรงให้ ส.ป.ก.รบั ไป
ดาเนินการ
2545 ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรวี ่าดว้ ยการแก้ไขปัญหาการบกุ รุกที่ดิน
ของรฐั (กบร.)
2547 ระเบยี บ มท. ว่าดว้ ยการอนุญาตใหใ้ ชป้ ระโยชน์ในท่ีดนิ ของรัฐ
2550 ระเบยี บ กมร. (มาตรฐานแผนที่)
2551 แก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน ฉ.11 นา สค.1 ยน่ื ขอออกโฉนด ใน 2 ปี
6 กุมภาพันธ์ 2553
2555 คณะกรรมการบรู ณาการบริหารจัดการท่ดี ินเชงิ ระบบ
2557 ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายทด่ี นิ
อานาจฝ่ายบรหิ าร/มติ การบรหิ ารจดั การท่ีดนิ ของรัฐ การ การสงวน
คณะรัฐมนตรี จดั ท่ีดิน หวงห้าม
ปี กฎหมาย/พระราชบญั ญัต/ิ สาระ ท่ดี ิน
มตคิ ณะรัฐมนตรี พ.ศ.
มติคณะรัฐมนตรี กฎหมาย สมดลุ
แห่งชาติ (คทช.) และจัดต้งั คณะอนกุ รรมการฯ
เป็นธรรม ยั่งยนื
2557 คาส่งั หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ท่ี 64/2557 และ
คาสงั่ ที่ 66/2557
2558 22 ธนั วาคม การจดั ที่ดนิ ทากินให้ชุมชน
2561 26 พฤศจกิ ายน พืน้ ท่เี ป้าหมายและกรอบมาตรการแกไ้ ขปัญหาการ
อยูอ่ าศยั และทากินในพ้ืนทป่ี ่าไม้ (ทุกประเภท)
2562 พระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดนิ (ฉบับ 14)
- บงั คับใช้ 13 มิ.ย.2562
- เปล่ียนชอ่ื เป็น “คณะกรรมการจดั ทดี่ ิน”
- ควบคมุ การจัดที่ดนิ ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
- กาหนดแนวทางการจัดทด่ี ิน วางแผนการถือครองท่ีดินในการจดั
ทดี่ นิ สงวนหรือหวงหา้ มท่ดี ินของรัฐฯ ให้ประชาชนใชร้ ว่ มกนั
- ปกบิ ัตกิ ารอ่นื ใดประมวลกฎหมายท่ีดิน หรือตามท่ี ครม. หรือ คทช.
มอบหมาย
- ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ประกาศ คาส่งั หรอื มติ คตจช.ใหใ้ ช้บงั คับต่อไป
จนกว่าจะแก้ไขโดย พรบ.น้ี
- ต้ังกรรมการ คณะกรรมการจัดทีด่ ิน ภายใน 180 วัน การใดที่
คจช. ยงั ดาเนินการไม่แล้วเสรจ็ ให้ คณะกรรมการจดั ท่ีดยิ ดาเนนิ การ
ต่อไป
2562 พระราชบญั ญัติคณะกรรมการนโยบายทีด่ ินแหง่ ชาติ
2562 พระราชบญั ญัติท่รี าชพสั ดุ
2562 พระราชบญั ญัติป่าไม้ (ฉ.8) แก้ ม.7 2484 ไมม้ ีคา่
นโยบายสาคญั และกลไกขบั เคล่ือนการบริหารจดั การท่ดี ิน
ในปี พ.ศ.๒๕๕๗ รัฐบาลสร้างกลไกการบริหารจัดการที่ดินขึ้นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย
ลดความเหล่ือมล้าของสังคม แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และพัฒนาศักยภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดิน
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ชื่อย่อว่า “คทช.”ตามระเบียบสานัก
นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เป็นรองประธาน เลขาธิการสานักงานนโยบาย
และแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็น
กรรมการ ซ่ึง คทช. ทาหน้าที่กาหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ
เสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณา ฯลฯ โดยในระยะแรก คทช. กาหนดนโยบายการจัดท่ีดินให้แก่ประชาชนใน
รปู แบบไม่มีกรรมสทิ ธิ์ในท่ีดนิ โดยคณะรัฐมนตรีเหน็ ชอบในหลักการ “การจัดทด่ี ินทากินให้ชมุ ชนตามนโยบาย
รฐั บาลในลกั ษณะแปลงรวม โดยมิให้กรรมสิทธ์ิแตอ่ นุญาตให้เข้าทาประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นกลมุ่ หรือชุมชน
ตามหลักเกณฑ์และเงือ่ นไขท่ีคณะกรรมการนโยบายทีด่ ินแห่งชาตกิ าหนด ในรปู แบบสหกรณ์ หรอื รปู แบบอนื่ ท่ี
เหมาะสม โดยการดาเนินงานดังกล่าว ให้หน่วยงานของรัฐซ่ึงมีอานาจหน้าที่ตามกฎหมายของแต่ละประเภทท่ีดิน
กาหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อกาหนดหรือเง่ือนไขภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ”
ท้ังน้ี มีวัตถุประสงค์หลักเพ่ือให้ราษฎรเข้าอยู่อาศัยทากินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการซื้อขาย
เปลี่ยนมือ พร้อมท้ังส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พ้ืนท่ีดาเนินการเป็นพื้นท่ีที่มีความ
เหมาะสมและมีศักยภาพในการจัดท่ีดิน ๖ ประเภทหลัก ได้แก่ พื้นท่ีป่าสงวนแห่งชาติเส่ือมโทรม พ้ืนท่ีปฏิรูปที่ดิน
ทรี่ าชพัสดุ ท่ีดินสาธารณประโยชน์ พ้ืนทป่ี ่าชายเลนตามมตคิ ณะรฐั มนตรีท่ีหมดสภาพป่าชายเลน และพ้ืนท่ีใน
เขตนิคมสร้างตนเอง ทั้งน้ีการจดั ที่ดินฯ แบง่ เปน็ ๒ ลกั ษณะไดแ้ ก่ การจัดระบบการใชป้ ระโยชน์ท่ีดิน (ท่ีดนิ แปลง
วา่ ง) และการจัดระเบยี บการใชท้ ด่ี ิน (ท่ดี นิ มผี ู้ครอบครองแลว้ )
รัฐบาลกาหนดเปา้ หมายการจัดทด่ี นิ ทากินใหช้ ุมชน ระยะ ๒๐ ปี จานวน ๕.๖ ในระยะ ๓ ปที ี่ผ่านมา
ดาเนินการตามกระบวนการจัดที่ดนิ ฯ แล้ว ๑,๓๗๔,๘๙๓ ไร่ จานวน ๘๘๔ พนื้ ท่ี ๗๐ จงั หวัด (ข้อมูล ณ วนั ท่ี
๒๑ มกราคม ๒๕๖๒) พื้นที่อนุญาตให้เข้าทาประโยชน์ตามกฎหมายแล้ว ๑๐๕ พ้ืนท่ี ๔๘ จังหวัด รวมเน้ือที่
๓๘๙,๖๒๖ ไร่ ทั้งน้ี การดาเนินงานดังกล่าว เป็นการบูรณาการและขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดท่ีดินของ
ประเทศไปสู่การปฏิบัติ ของ ๖ กระทรวง ๒๐ หน่วยงาน ภารกิจดังกล่าวจะประสบผลสาเร็จ หรือไม่ เพียงใด
ขึน้ อยกู่ บั การรว่ มดาเนินการอยา่ งจรงิ จงั และต่อเนอื่ ง รวมทั้งการปรับโครงสรา้ งของกฎหมาย ด้วยการยกระดับ
ระเบียบสานักนายกว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติฯ ให้เป็นกฎหมาย ในระดับพระราชบัญญัติ
ตาม“พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๒” เพ่ือให้มีองค์กรสูงสุดในการบริหาร
จัดการที่ดินในภาพรวมของประเทศ ท้ังในมิติการจัดท่ีดินให้แก่ประชาชนและการสงวนหวงหา้ มทด่ี ินของรัฐ ฯลฯ ให้มี
ประสิทธิภาพสูงสุด ลดความเหลื่อมล้า กระจายการถือครองท่ีดิน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ือง การจัดระเบียบและแก้ไข
ปัญหาความขัดแย้งเก่ียวกับที่ดินป่าไม้ การขับเคลื่อนนโยบายท่ีดินดังกล่าว นับเป็นภารกิจสาคัญย่ิงที่จะต้อง
ดาเนินการใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จ เพ่ือให้เกดิ ความสมดลุ เป็นธรรม และการใช้ประโยชน์ท่ดี นิ อย่างยั่งยนื ทงั้ ในดา้ น
เศรษกิจ สงั คม สงิ่ แวดล้อม และความมั่นคงของประเทศ
เอกสารอ้างองิ สาหรับการประชุมคณะกรรมการจัดทดี่ นิ แหง่ ชาติ
รวมกฎหมายเกย่ี วกบั ทดี่ นิ กองวิชาการ กรมท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๒๒
รวมกฎหมายเกา่ เกยี่ วกับทดี่ ิน ๑๐๐ ปี กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๔๔
เวปไซด์ กรมธนารักษ์ http://www.treasury.go.th
กฎหมายและแนวทางการบรหิ ารจัดการพนื้ ทปี่ า่ ไม้ส่วนกลางในนคิ มสรา้ งตนเอง
การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการพ้ืนที่ที่กันไว้เป็นป่าไม้ส่วนกลางเกี่ยวกับข้อกฎหมาย
ด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่ท่ีกันไว้เป็นป่าไม้ส่วนกลางในเขตนิคมสร้างตนเองและนิคมสหกรณ์ โดยมีผล
การศึกษา ดังน้ี
1.ข้อกฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการบรหิ ารจดั การพนื้ ที่ป่าไมส้ ว่ นกลาง
1.1 พระราชบัญญตั ิจัดท่ดี นิ เพ่ือการครองชีพ พ.ศ. 2511
พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ได้บัญญัติให้อานาจอธิบดีกรมพัฒนา
สงั คมและสวัสดิการในเขตพนื้ ท่ีนคิ มสร้างตนเองและอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในเขตพ้นื ที่นิคมสหกรณ์ ในการ
บริหารจดั การและการใชป้ ระโยชน์ในพ้ืนท่นี ิคมฯ
1.2 มตคิ ณะกรรมการจดั ทดี่ ินแห่งชาติเก่ียวกบั พื้นทท่ี ป่ี า่ ไมส้ ่วนกลาง
มติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2499 เมื่อวันท่ี 19 มีนาคม
2499 อนุมัติโครงการจัดที่ดินเพ่ือประชาชนอยู่อาศัยและประกอบการทามาหาเล้ียงชีพ และในการจัดแบ่ง
ที่ดินให้ราษฎรน้ัน ให้เจ้าหน้าท่ีในการจัดที่ดินน้ันกันเขตท่ีป่าไม้ไว้เพ่ือให้ราษฎรมีไม้ใช้และรักษาความชุ่มชื่น
ของพ้ืนดินตามสมควร โดยให้กรมที่ดิน และกรมป่าไม้ร่วมกัน วางหลักเกณฑ์และรายละเอียดการกันเขตท่ีป่า
ไม้ ภายในบริเวณท่ีดินผืนใหญ่ที่จะจัดให้ประชาชน ตามโครงการของคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ซง่ึ ต่อมา
เรียกว่า “ป่าไม้สมบัติส่วนกลาง” “ป่าไม้ส่วนกลาง” หรือ “พื้นท่ีท่ีกันไว้เป็นป่าไม้ส่วนกลาง” น้ัน และ
คณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 11 มีนาคม 2529 มมี ติมอบหมายให้คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ควบคุมการจัด
ที่ดินของหน่วยงานที่ดาเนินการจัดที่ดินตามกฎหมาย โดยให้มีอานาจหน้าท่ีดูแล พิจารณาให้ความเห็นชอบ
โครงการและควบคุมการจัดที่ดินของทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นการจัดท่ีดินตามกฎหมายหรือตามมติคณะรัฐมนตรี
และให้ดาเนินงานตามหลักเกณฑ์ วิธีการและวัตถุประสงค์ของการจัดที่ดินของแต่ละหน่วยงานต่าง ๆ โดยความ
เห็นชอบและการควบคุมของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ (หนังสือสานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร
0203/4263 ลงวันท่ี 13 มนี าคม 2529) ดังนน้ั การดาเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นท่ีท่ีกันไว้เป็นป่า
ไมส้ ว่ นกลาง จึงอยู่ในการควบคมุ ดแู ลของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหง่ ชาติ
2.การขออนมุ ัตินาพนื้ ทีป่ า่ ไมส้ ว่ นกลางไปจดั ใหร้ าษฎรและการใหส้ ทิ ธใิ นทดี่ ิน
มติคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ในการประชมุ คร้ังท่ี 1/2499 เมอื่ วันที่ 19 มีนาคม 2499
กาหนดให้เจ้าหน้าท่ีหน่วยจัดที่ดิน กันพ้ืนท่ีโครงการจัดที่ดิน เป็นพ้ืนท่ีป่าไม้ส่วนกลาง ร้อยละ 20 ของพื้นท่ี
โครงการ ซ่ึงพื้นท่ีท่ีดังกล่าวต้องมีสภาพเป็นป่าไม้ขณะที่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายกันเขตฯ จงึ เข้าหลักเกณฑ์การ
เป็น “ป่าไม้ส่วนกลาง” โดยผลของการใช้อานาจของมติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติตามมาตรา 20 แห่ง
ประมวลกฎหมายท่ีดิน อยา่ งไรกต็ าม เนือ่ งจากข้อเท็จจรงิ ปรากฎวา่ ในการกันพ้ืนท่ีไวเ้ ป็นปา่ ไมส้ ่วนกลาง ได้มี
การกันพ้ืนที่ที่ราษฎรเดิมครอบครองอยู่ก่อน ดังน้ันคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ จึงได้กาหนดข้อยกเว้นให้
สามารถนาพ้ืนที่ท่ีกันไว้เป็นป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎรตามมติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ คร้ังท่ี 2/2529
เม่ือวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2529 แก้ไขเพ่ิมเตมิ ในการประชุมคณะกรรมการจดั ท่ีดินแห่งชาติ คร้ังที่ 7/32 เม่ือวันที่
24 กรกฎาคม 2532 ว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์การขออนุมัตินาพ้ืนที่ป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎร โดยหน่วยงาน
จัดที่ดินสามารถขออนุมัติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาตินาพื้นท่ีป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎรได้ แต่มีเง่ือนไข
ว่าต้องหาพ้ืนท่ีป่าไม้แห่งอื่นในเขตจัดที่ดินนั้นทดแทนส่วนท่ีนาไปจัดท่ีดิน หากไม่สามารถหาพื้นท่ีป่าไม้ หรือไม่
สามารถหาพื้นท่ีเพื่อปลูกป่าทดแทนข้ึนใหม่ได้ การจะนาพื้นท่ีป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎรได้ จะต้องมี
เหตุผลความจาเป็นเพ่ือความม่ันคงของชาติ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร รวมท้ังผู้รับการจัด
ทดี่ ินต้องปลกู ไมย้ ืนต้นไมน่ ้อยกวา่ 20 % ของพ้ืนท่ีทไ่ี ดร้ ับการจดั ทดี่ นิ ด้วย ดังน้ี
มติคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2529 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2529 กาหนด
ขอ้ ยกเว้นให้สามารถการนาพ้นื ทีท่ ก่ี ันไว้เปน็ ปา่ ไม้สว่ นกลางไปจัดให้ราษฎร โดยมกี ารให้สทิ ธิเก่ียวกับท่ดี ิน ดังน้ี
การให้สิทธเิ กีย่ วกับทดี่ นิ
ให้พิจารณาระยะเวลาการถือครองท่ีดินเป็นหลักโดยแยกตามลักษณะของบุคคลที่ถือครอง
กล่าวคอื
1) ผคู้ รอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดนิ กอ่ นวนั ท่ีประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับ ถ้ารายใด
ไม่มี ส.ค.1 แต่ได้ทาประโยชน์ในท่ดี ินนั้นแล้ว ให้นิคมออกหนังสือแสดงการทาประโยชน์ (น.ค.3) ให้ เพื่อจะได้
มสี ิทธอิ อกโฉนดทด่ี นิ หรอื หนังสอื รับรองการทาประโยชน์ (น.ส.3 หรอื น.ส.3 ก) แล้วแต่กรณตี อ่ ไป
2) ผู้ซึ่งครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ แต่
ก่อนวนั ท่ีพระราชกฤษฎีกาจดั ตง้ั นคิ มใช้บงั คบั
3) ผู้ซึ่งครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันท่ีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมแห่ง
นัน้ ใช้บังคับแล้ว
บุคคลดังกล่าวตาม 2) และ 3) ให้ได้รับสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกโดยมีเงื่อนไขว่า นิคม
จะต้องจัดให้มีการสารวจครอบครองท่ีดินเสียก่อน หากรายใดครอบครอง มาก่อนวันทาการสารวจไม่น้อยกว่า
1 ปี (ตามหลกั ฐานทะเบยี นราษฎร์เฉพาะกรณี 3) จึงจะให้ได้รับสทิ ธเิ ชน่ เดยี วกบั ผ้ทู ่เี ป็นสมาชิกโดยถกู ต้อง
มติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2529 เมื่อวันท่ี 10 กุมภาพันธ์ 2529 แก้ไข
เพิ่มเติมในการประชุมคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ คร้ังท่ี 7/32 เม่ือวันที่ 24 กรกฎาคม 2532 กาหนด
ขอ้ ยกเวน้ ใหส้ ามารถนาพ้ืนท่ที ก่ี ันไว้เปน็ ปา่ ไม้ส่วนกลางไปจัดใหร้ าษฎรดังน้ี
หลักเกณฑ์การขออนุมัตินาพนื้ ท่ีปา่ ไม้สว่ นกลางไปจัดใหร้ าษฎร
คณะกรรมการจัดท่ีดนิ แห่งชาติ อาจพิจารณาอนุมัติให้นาพื้นท่ีป่าไม้ส่วนกลางในเขตจัดท่ีดิน
ไปจดั ให้ราษฎรหรือใชป้ ระโยชน์อนื่ ตามทเ่ี หน็ นสมควรภายใตห้ ลักเกณฑด์ ังต่อไปนี้
1. ภายใต้หลักเกณฑ์การกาหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้าของประเทศตามท่ี คณะกรรมการ
ส่ิงแวดล้อมแห่งชาติกาหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี การนาพ้ืนท่ีป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎร ให้
ดาเนนิ การตามมาตรการการใช้ทดี่ ินในเขตชั้นคณุ ภาพลมุ่ น้า
2. กรณีท่ีนาพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎรต้องหาพ้ืนท่ีป่าไม้แห่งอ่ืนในเขตจัดท่ีดินน้ัน
ทดแทนพื้นที่สว่ นท่ีนาไปจดั
3. ถ้าไม่สามารถหาพ้ืนที่ป่าไม้ทดแทนได้ตามข้อ 2 ต้องหาพ้ืนท่ีแห่งอื่นในเขตจัดท่ีดินนั้น
ทดแทนพนื้ ทีส่ ว่ นทีน่ าไปจดั
4. หากไม่สามารถหาพ้ืนที่ป่าไม้หรือไม่สามารถหาพ้ืนท่ีเพื่อปลูกป่าทดแทนข้ึนใหม่ได้การจะ
นาพ้ืนท่ีป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎรได้ จะต้องมีเหตุผลความจาเป็นเพ่ือความม่ันคงของชาติหรือเพ่ือแก้ไข
ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ท้ังน้ี ผู้รับการจัดท่ีดินต้องปลูกไม้ยืนต้นไม่น้อยกว่า 20 % ของพื้นท่ีท่ีได้รับ
การจัด โดยให้ไม้ยืนต้นน้ันเป็นทรัพย์สินของผู้ปลูก ยกเว้นไม้หวงห้ามบางประเภทตามพระราชบัญญัติป่าไม้
พ.ศ. 2484 คือ ไม้สกั ไมย้ าง ไม่ใหเ้ ปน็ ของผูป้ ลูก
5. กรณีท่ีต้องการใช้พื้นที่ป่าไม้ส่วนกลางเพื่อประโยชน์อย่างอ่ืนนอกจากการนาไปจัดให้ราษฎร
ถา้ เห็นเป็นการสมควรเพอ่ื ประโยชนแ์ กท่ างราชการ คณะกรรมการจดั ทด่ี นิ แหง่ ชาติ จะอนุมัติให้นาไปใช้โดยกาหนด
เงอื่ นไขหรอื ไม่กไ็ ด้
6. การนับพ้ืนที่ป่าไม้ส่วนกลางให้รวมถึงพ้ืนที่ที่ไม่มีการปลูกต้นไม้ไว้ด้วย ซึ่งอาจเป็นพื้นท่ี
แปลงเดยี วกนั หรือหลายแปลงรวมกันกไ็ ด้
7. ในกรณีที่ได้มีการนาพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎร หากบริเวณใดเป็นทางน้าห้วย
หนอง คลอง บงึ จะต้องกนั พ้ืนท่ีรมิ ขอบทด่ี นิ ดงั กล่าวไว้เปน็ ทีส่ าธารณประโยชน์โดยรอบ หรือข้างละ 20 เมตร
แลว้ แตก่ รณี และใหร้ ักษาต้นไม้ในบริเวณทกี่ ันออกไวด้ ว้ ย
8. ให้แสดงแนวเขตพื้นท่ีป่าไม้ส่วนกลาง โดยการปักหลักเขตและทาป้ายปักไว้เป็นหลักฐาน
ทุกแหง่ ด้วย
9. ก่อนที่จะออกหนังสือแสดงการทาประโยชน์(น.ค.3 หรอื กสน.5 ฯลฯ) ให้มีการตรวจสอบและ
เสนอคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติว่า ผู้รับการจัดที่ดินได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดให้ปลูกไม้ยืนต้นหรือไม่
เพียงใด
สรปุ การบรหิ ารจดั การพื้นทป่ี ่าไมส้ ว่ นกลาง อาศัยอานาจที่เก่ยี วข้องดงั น้ี คอื
1) อานาจตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพ่ือการครองชีพ พ.ศ. 2511 และการปฏิบัติการ
กนั เขตพน้ื ท่ีปา่ ไม้ส่วนกลางของเจา้ หนา้ ท่ีตามกฎหมาย
2) มตคิ ณะรัฐมนตรีทีม่ อบหมายให้คณะกรรมการจัดท่ีดนิ แห่งชาติ ดาเนินงานควบคุมการ
จดั ท่ีดินของหนว่ ยงานจดั ทดี่ ิน เม่ือวนั ท่ี 11 มีนาคม 2529
3) มติคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2529 เม่ือวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2529
แก้ไขเพิ่มเติมในการประชุมคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ คร้ังท่ี 7/32 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2532
กาหนดขอ้ ยกเวน้ ใหส้ ามารถนาพ้นื ทีท่ ี่กันไว้เป็นป่าไม้ส่วนกลางไปจัดให้ราษฎร