The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-08 05:34:22

การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ
(RENAISSANCE)

คำนำ

หนังสื ออิเล็กทอรนิกส์ เรื่องการฟื้ นฟูศิ ลปวิทยาการ
ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ ประกอบการเรียนการสอนสำหรับ
ศึ กษาตลอดจนบุคคลที่สนใจ โดยผู้พัฒนาได้แบ่งเนื้ อหา
อิเล็กทรอนิกส์ ไว้ ได้แก่ การฟื้ นฟูศิ ลปวิทยาการ
สาเหตุและความเป็นมาของการฟื้ นฟูศิ ลปวิทยาการ
ความเจริญในสมัยฟื้ นฟูศิ ลปวิทยาการ ผลงานสำคัญ
ผลของการฟื้ นฟูศิ ลปวิทยาการ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้ อหาสาระของหนังสื ออิเล็กทรอนิ
สก์เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์และให้ความรู้แก่ผู้เรียนและผู้
สนใจ

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ

1

การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ 2
(RENAISSANCE)

6 สาเหตุและความเป็นมาของการ
ฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ
ความเจริญในสมัย
ฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ 7


10 ผลงานสำคํญ

ผลของ
การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ

1

การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ
(RENAISSANCE)

การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ (RENAISSANCE) เกิดใน
ช่วงเวลาระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 14-16 คือ ปลายสมัยกลางถึง
ต้นสมัยใหม่ ถือว่าเป็นจุดเชื่ อมต่อ (TRANSITIONAL
PERIOD) ของ ประวัติศาสตร์สองยุค การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ
เริ่มขึ้นที่นครรัฐต่างๆ บนคาบสมุทรอิตาลี ซึ่งมีความ มั่งคั่งและ
ร่ำรวยจากการค้าขาย ต่อมาจึงแพร่หลายไปสู่บริเวณอื่นๆ ในยุโรป

คำว่า RENAISSANCE แปลว่า เกิดใหม่
(REBIRTH) หมายถึง การนำเอาศิลปวิทยาการของ กรีกและ
โรมันมาศึกษาใหม่ ทำให้ศิลปวิทยาการกรีก-โรมันเจริญรุ่งเรืองอีก
ครั้งหนึ่ง เป็นสมัยที่ ชาวยุโรปเกิดความกระตือรือร้นสนใจ
อารยธรรมกรีก-โรมัน จึงถือว่าเป็นยุคเจริญรุ่งเรืองที่ ชาวยุโรปมี
สิทธิและเสรีภาพ ช่วงเวลานี้จึงถือว่าเป็นขบวนการขั้นสุดท้ายที่จะ
ปลดปล่อยยุโรปจาก สังคมในยุคกลางที่เคยถูกจำกัดโดยกฏเกณฑ์
และข้อบังคับของคริสต์ศาสนาสาเหตุและความเป็นมาของการฟื้ นฟู
ศิ ลปวิทยาการ

2

สาเหตุและความเป็นมาของ
การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ

1. การขยายตัวทางการค้า ทำให้พ่อค้าชาวยุโรปและบรรดาเจ้าผู้
ครองนครในนครรัฐ อิตาลีมีความมั่งคั่งขึ้น เช่น เมืองฟลอเรนซ์
เมืองมิลาน หันมาสนใจศิลปะและวิทยาการความ เจริญในด้านต่างๆ
ประกอบกับที่ตั้งของนครรัฐในอิตาลีเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิ
โรมันตะวันตก มาก่อน ทำให้นักปราชญ์และศิลปินต่างๆ ในอิตาลีจึง
ให้ความสนใจศิ ลปะและวิทยาการของโรมัน

โรงเรียนแห่งเอเธนส์ ภาพนี้วาดโดย ราฟาเอล ศิลปินยุคฟื้ นฟูศิลปวิทยาชาวอิตาลีในภาพมีนักคิดชาวกรีกที่
มีชื่ อเสียงมากมาย ตรงกลางภาพ เพลโตสวมชุดสีแดง (ซ้าย) และอริสโตเติลสวมชุดนีน้ำเงิน (ขวา)

3

2. ความเจริญทางเศรษฐกิจและการเกิดรัฐชาติในปลายยุค
กลาง ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งด้านองค์กรทางการ
เมือง องค์กรทางเศรษฐกิจซึ่งต้องใช้ความรู้ความ สามารถมาบริ
หารจัดการ แต่การศึกษาแบบเดิมเน้นปรัชญาทางศาสนาและสังคม
ในระบบฟิวดัล จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้
ดังนั้นนักปราชญ์สาขาต่างๆ จึงหันมาศึกษา อารยธรรมกรีกและ
โรมัน เช่น นักกฎหมายศึกษากฎหมายโรมันโบราณเพื่อนำมาใช้
พิพากษาคดี ทางการค้า นักรัฐศาสตร์ศึกษาตำราทางการเมือง เพื่อ
นำมาใช้ในการทูตและความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ รวมทั้งนัก
ประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ ก็ค้นหาความจริง
และสนใจ ศึกษาอารยธรรมกรีก-โรมันเช่นกัน เป็นต้น

ภาพวาดนี้แสดงถึงความเจริญในเมืองเกนต์ (ปัจจุบันอยู่ในเบลเยียม) และเมืองอื่น ๆ ในยุโรป
ตอนเหนือ ทำให้สมัยฟื้ นฟูศิลปวิทยาแพร่กระจายไปทั่วภูมิภาค

4

3. ทัศนคติของชาวยุโรปในช่วงปลายสมัยกลางต่อการ
ดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไป จากเดิม จากการที่เคร่งครัดต่อคำสั่ ง
สอนทางคริสต์ศาสนา มุ่งแสวงหาความสุขในโลกหน้า ใฝ่ใจ ที่จะ
หาทางพ้นจากบาป และปฏิบัติทุกอย่างเพื่อเสริมสร้างกุศลให้แก่
ตนเอง ได้เปลี่ยนมาเป็นการ มองโลกในแง่ดี และเบื่อหน่ายกับ
ระเบียบสังคมที่เข้มงวดกวดขันของคริสตจักร รวมทั้งมีอคติต่อ
การกระทำมิชอบของพวกพระ จึงหันไปสนใจผลงานสร้างสรรค์
สิ่งใหม่ๆ ของมนุษยชาติ และเห็น ว่ามนุษย์สามารถพัฒนาชีวิต
ตนเองให้ดีและมีคุณค่าขึ้นได้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของ
แนวคิด แบบมนุษยนิยม (HUMANISM) ที่สนใจโลก
ปัจจุบันมากกว่าหนทางมุ่งหน้าไปสู่ สวรรค์ดังเช่ นเคย

ในภาพนี้ เจ้าหน้าที่คริสตจักรสวม
มงกุฎให้กับพระคาร์ดินัลโรเบิร์ตแห่งเจ
นีวา (Robert of Geneva) ขึึ้นเป็น
สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 7

5

4. การล่มสลายของจักรวรรดิไบแซนไทน์หรือจักรวรรดิโรมัน
ตะวันออก เพราะถูกพวก มุสลิมเติร์กยึดครองใน ค.ศ. 1453
ทำให้วิทยาการแขนงต่างๆ ที่จักรวรรดิไบแซนไทน์สืบทอดไว้ หลั่ง
ไหลคืนสู่ ยุโรปตะวันตก

ความ 6

เจริญใน การฟื้ นฟูศิลปวิทยาการเป็นการศึกษาอารยธรรม

สมัย กรีก-โรมัน ทั้งด้านวรรณกรรม ประวัติศาสตร์
ศิลปกรรม และวิทยาการด้านต่างๆ โดยให้ความสำคัญ
ฟื้ นฟู ของมนุษย์กับการดำเนิน- ชีวิตในโลกปัจจุบัน ที่เรียกว่า

ศิลปวิทยา มนุษยนิยม (HUMANISM) โดยผู้ที่มีความ
การ คิดความเชื่ อเช่นนี้เรียก ตนเองว่า นักมนุษยนิยม

(HUMANISTS) ซึ่งได้พยายามปลดเปลื้อง

ตนเองจากการครอบงำของ คริสตจักรและระบบฟิวดัล

ลักษณะที่ให้ความสำคัญของความเจริญในสมัยฟื้ นฟู

ศิลปวิทยาการ คือ ถึงแม้จะเป็นความสนใจศึกษาความ

รู้จากอารยธรรมกรีก-โรมัน แต่มิใช่การลอกเลียนแบบ

จุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การศึกษาความรู้เพื่อประโยชน์

ต่อสังคมและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ผลงานสำคัญ

ได้แก่ วรรณคดีประเภทคลาสสิก ศิลปกรรม ด้าน

วิทยาการความเจริญอื่นๆ

7
ผลงานสำคํญ

1. วรรณคดีประเภทคลาสสิ ก นักมนุษยนิยมที่กระตุ้น จินตนาการของชาวยุโรป
ให้มาสนใจงานวรรณคดีและปรัชญา ได้รับการ ยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งมนุษยนิยม คือ
ฟรานเซสโก เพทราร์ก (FRANCESCOPETRARCA : ค.ศ. 1304-
1374) ชาวอิตาลี ผู้ซึ่งชี้ความ งดงามของภาษาละตินและการใช้ภาษาละตินให้ถูก
ต้อง ผู้ที่สนใจและ นิยมงานเขียนวรรณคดีประเภทคลาสสิกจะค้นคว้าศึกษางานของ
ปราชญ์สมัยโรมันตามห้องสมุดของวัดและโบสถ์วิหารในยุโรป แล้วนำ มาคัดลอกรวม
ทั้งนำวรรณคดีและแนวคิดของปรัชญากรีกมาแปลเป็น ภาษาละตินเผยแพร่ทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีผลงานของนิคโคโล มา- เคียเวลลี (NICCOLO
MACHIAVELLI : ค.ศ. 1469-1527) เรื่องเจ้าผู้ครอง นคร (THE
PRINCE) กล่าวถึงลักษณะการเป็นผู้ปกครองรัฐที่ดี และ เซอร์ธอมัส มอร์ (SIR
THOMAS MORE : ค.ศ. 1478-1536) เขียนเรื่อง ยูโทเปีย
(UTOPIA) กล่าวถึงเมืองในอุดมคติที่ปราศจากความเลวร้าย ซึ่งผลงานของนัก
มนุษยนิยมเหล่านี้นำไปสู่การต่อต้านการปกครองและ วิธีปฏิบัติของคริสตจักรที่ขัดต่อ
คัมภีร์ไบเบิล ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการ ปฏิรูปศาสนาขึ้นใน ค.ศ. 1517 ส่วนงาน
วรรณกรรมที่เป็นบทละคร นักประพันธ์ที่สำคัญ คือ วิลเลียม เช็กสเปียร์
(WILLIAM SHAKESPEARE: ค.ศ. 1564-1616) ซึ่งเขียนบทละครที่
มีชื่ อเสียง คือ โรมิโอและ จูเลียต (ROMEO AND JULIET) และเวนิส
วาณิช
(THE MARCHANT OF VENICE)



ฟรานเซสโก เพทราร์ก

ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งมนุษยนิยม

8
ผลงานสำคํญ

2. ศิลปกรรม ในยุคกลางศิลปกรรมเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคริสต์ศาสนาโดย
เฉพาะ ทำให้ ไม่สามารถถ่ายทอดจินตนาการอย่างเสรีได้ ผลงานส่วนใหญ่จึงขาด
ชีวิตชีวา แต่ศิลปกรรมในสมัย ฟื้ นฟูศิลปวิทยานิยมงานศิลปะของกรีก-โรมันที่
เป็นธรรมชาติ จึงให้ความสนใจความสวยงามใน สรีระของมนุษย์ มิติของภาพ สี
และแสงในงานประติมากรรมและจิตรกรรมให้สมจริง สมดุล และกลมกลืน
สอดคล้องมากขึ้น ศิลปินที่สำคัญ เช่น

– ไมเคิลแอนเจโล บูโอนาร์โรตี (MICHELANGELO
BUONARROTI : ค.ศ. 1475-1564) เป็นศิลปินที่มีผลงานทั้งด้าน
จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ผลงานประติมากรรมที่ สำคัญและ
มีชื่ อเสียง คือ รูปสลักเดวิด (DAVID) เป็นชายหนุ่มเปลือยกาย และปิเอตา
(PIETA) เป็นรูปสลักพระมารดากำลังประคองพระเยซูในอ้อมพระกร ส่วน
ผลงานจิตรกรรมที่มีชื่ อเสียง คือ จิตรกรรมฝาผนังที่เขียนไว้บน เพดานและฝา
ผนังของโบสถ์ซีสติน (SISTINE CHAPEL) ในมหาวิ หารเซนต์ปีเตอร์ ที่
กรุงโรม ที่มีลักษณะงดงามมาก




รูปแกะสลักเดวิด
ประติมากรรมที่มีชื่อเสี ยงของ

ไมเคิลแอนเจโล

9

– เลโอนาร์โด ดา วินชี (LEONARDO DA VINCI : ค.ศ. 1452-
1519) เป็นศิลปินที่มี ผลงานเป็นเลิศในสาขาต่างๆ ภาพเขียนที่มีชื่ อเสียง คือ
ภาพอาหารมื้อสุดท้าย (THE LAST SUPPER) ซึ่งเป็นภาพพระเยซูกับ
สาวกนั่งที่โต๊ะอาหารก่อนที่พระเยซูจะถูกนำไปตรึงไม้กางเขน และภาพโมนาลิซ่า
(MONALISA) เป็นภาพหญิงสาวที่มีรอยยิ้มปริศนากับบรรยากาศของ
ธรรมชาติ

ภาพวาดโมนาลิซ่า งานจิตรกรรมของ
เลโอนาร์โด ดา วินชี

– ราฟาเอล (RAPHAEL : ค.ศ. 1483-1520) เป็นจิตรกรที่วาดภาพ
เหมือนจริง ภาพที่มี ชื่ อเสียง คือ ภาพพระมารดาและพระบุตร พร้อมด้วยนักบุญ
จอห์น (MADONNA AND CHILD WITH ST. JOHN)



ภาพวาดพระมารดาและพระบุตร

งานจิตรกรรมของ
ราฟาเอล

ผลงานสำคัญ 10

3. ด้านวิทยาการความเจริญอื่นๆ

– ด้านดาราศาสตร์ เป็นสาขาวิชาที่ชาวยุโรปสนใจกันมากในช่วงเวลานี้ นัก
ดาราศาสตร์ที่สำคัญ คือ คอเปอร์นิคัส (ค.ศ. 1473-1543) ได้เสนอทฤษฎีที่ขัด
แย้งกับคำสอนของ คริสต์ศาสนา โดยระบุว่าโลกไม่ได้แบนและไม่ได้เป็นศูนย์กลาง
ของจักรวาล แต่เป็นบริวารที่โคจร รอบดวงอาทิตย์

– ด้านการพิมพ์ ในช่วงสมัยนี้ได้มีการคิดค้นการพิมพ์ที่ใช้วิธีการเรียงตัวอักษร
ได้ สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยโยฮั น กูเตนเบิร์ก ( JOHANNES
GUTENBURG : ค.ศ. 1400-1468) ชาว เมืองไมนซ์ (MAINZ) ใน
เยอรมนี ทำให้ราคาหนังสือถูกลงและเผยแพร่ไปได้อย่างกว้างขวาง

คอเปอร์นิคัส เป็นนักดาราศาสตร์ที่ได้
เสนอทฤษฎีที่ขัดแย้งกับคำสอนของ
คริสต์ศาสนา โดยระบุว่าโลกไม่ได้แบน
และไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่
เป็นบริวารที่โคจร รอบดวงอาทิตย์

โยฮั น กูเตนเบิร์ก ( JOHANNES
GUTENBURG : ค.ศ. 1400-1468) ชาว
เมืองไมนซ์ (MAINZ) ในเยอรมนี ทำให้ราคา
หนังสื อถูกลงและเผยแพร่ไปได้อย่างกว้างขวาง

11

ผลของการฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ

ในสมัยฟื้ นฟูศิลปวิทยาการศิลปกรรมและวิทยาการต่างๆ ได้เจริญก้าวหน้า
มากขึ้นส่ งผลให้คนยุโรปมีลักษณะ ดังนี้

1. ความสนใจในโลกปัจจุบัน ในสมัยฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ ชาวยุโรปยังคงนับถือ
ศรัทธาใน พระเจ้า แต่จากการได้รับอิทธิพลจากแนวคิดแบบมนุษยนิยม ทำให้ชาว
ยุโรปมีแนวคิดในการ ดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบันให้ดีและสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อความสุข
และความมั่นคงให้แก่ตน ทั้งหมดนี้ สะท้อนในงานศิลปกรรมต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อน
สนองความพึงพอใจของตนเอง เช่น สร้างบ้าน เรือนอย่างวิจิตรสวยงาม การมีรูป
ปั้ นประดับอาคารบ้านเรือน การวาดภาพเหมือนของมนุษย์ เป็นต้น

2. ความต้องการแสวงหาความรู้ การที่มนุษย์ต้องการหาความรู้และความ
สะดวกสบาย ให้แก่ชีวิต ทำให้ต้องมีการคิดสร้างสรรค์ผลงานและวิทยาการต่างๆ
ดังนั้นมนุษย์ในสมัยฟื้ นฟู ศิลปวิทยาการ จึงมีการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา
การคิคค้น การทดลอง การพิพากษ์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล เป็นผลให้วิทยาการ
ด้านต่างๆ พัฒนามากขึ้น สภาพสังคมของมนุษย์ในสมัย นี้คือการตื่นตัวในการ
ค้นหาความจริงของโลก ทำให้มนุษย์ต้องการแสวงหาความรู้และสำรวจดิน แดน
ต่างๆ อันนำไปสู่การปฏิรูปศาสนา การสำรวจทางทะเล และการปฏิวัติทาง
วิทยาศาสตร์ใน เวลาต่อมา

12

อ้างอิง

https://sites.google.com/site/histor
yinter123/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-

5/kar-funfu-silpwithya
http://aboyvincentmalloy.blogspot.c

om/2015/10/blog-post_97.html

จัดทำโดย

นางสาวสุธิดา แสนสุข เลขที่25
นางสาวสุพรรษา บำรุงแคว้น เลขที่26

นางสาวอริสา นิกูลรัมย์ เลขที่30



ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2


Click to View FlipBook Version