The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนอุตรดิตถ์
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุดประชาชน, 2020-05-06 23:09:08

ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนอุตรดิตถ์

ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนอุตรดิตถ์
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

Keywords: นั่งที่ไหนอ่านที่นั่น

๔๖

๑.๑.๒ ลายหงสเ์ ครือ,หงสบ์ แ่ ล้วแคลว้ บ่จอด,หงส์บห่ บุ ของอาเภอลบั แล
กับลายหงส์บแ่ ลว้ แคลว้ บจ่ อด ของบา้ นน้าอ่าง อาเภอตรอน

ลายหงส์เครือ,หงส์บ่แลว้ แคล้วบ่จอด,หงสบ์ ่หุบ ของอาเภอลับแล

นา้ อา่ ง อาเภอตรอน ลายหงสบ์ ่แล้วแคล้วบ่จอด ของบ้านน้าอา่ ง อาเภอตรอน
๑.๑.๓ ลายดอกแปดขอ ของอาเภอลับแล กับลายขอกรมถม ของบ้าน

ลายดอกแปดขอ ของอาเภอลับแล

ลายขอกรมถม ของบา้ นนา้ อ่าง อาเภอตรอน

ลายดอกแปดขอ ของอาเภอลับแล กับลายขอกรมถม ของบ้านนา้ อา่ ง อาเภอตรอน
มชี ่ือเรียกแตกต่างกนั แตเ่ ป็นลวดลายเดยี วกัน

๔๗
๑.๑.๔ ลายดอกเกด็ ถวาหรือประแจจนี ของอาเภอลับแล กบั ลายขอ
กระเบ้ือง ของบ้านนา้ อ่าง อาเภอตรอน
ลายดอกเก็ดถวาหรือประแจจีน ของอาเภอลับแล

ลายขอกระเบื้อง ของบ้านนา้ อา่ ง อาเภอตรอน
ลายดอกเก็ดถวาหรือประแจจีน ของอาเภอลับแล กับลายขอกระเบ้ือง ของบา้ นนา้
อ่าง อาเภอตรอน มชี ่อื เรยี กแตกต่างกนั แตเ่ ปน็ ลวดลายเดียวกัน
๒.๑ ลายประกอบ ทมี่ ีลวดลายเดยี วกนั ปรากฏจานวน ๗ ลาย ดงั นี้

๒.๑.๑ ลายนกกนิ นา้ ร่วมตน้ ของอาเภอลับแล กบั ลายนกกินน้าร่วมต้น
ของบ้านน้าอา่ ง อาเภอตรอน

ลายนกกนิ นา้ รว่ มต้น ของอาเภอลบั แล

ลายนกกินนา้ รว่ มต้น ของบา้ นน้าอา่ ง อาเภอตรอน

๔๘

น้าอา่ ง อาเภอตรอน ๒.๑.๒ ลายนกข่ีรถหรือนกข่ีมา้ ของอาเภอลบั แล กับลายนาค ของบ้าน
ลายนกข่รี ถหรือนกขี่มา้ ของอาเภอลับแล

ลายนาค ของบ้านน้าอา่ ง อาเภอตรอน
ลายนกขรี่ ถหรือนกขม่ี า้ ของอาเภอลับแล กับลายนาค ของบ้านน้าอา่ ง อาเภอตรอน
มชี ่ือเรียกแตกตา่ งกนั แตเ่ ป็นลวดลายเดียวกัน

๒.๑.๓ ลายขออมุ้ ของอาเภอลบั แล กับลายขออุ้ม ของบ้านน้าอา่ ง
อาเภอตรอน

ลายขออุ้ม ของอาเภอลบั แล

ลายขออมุ้ ของบ้านน้าอ่าง อาเภอตรอน

๔๙

ลายขออมุ้ ของอาเภอลบั แล กับลายขออมุ้ ของบา้ นน้าอา่ ง อาเภอตรอน มีช่ือเรียก
เหมือนกนั แตล่ วดลายคนละลาย

๒.๑.๔ ลายไฮย้อยหรือไทรย้อย ของอาเภอลบั แล กับลายสรอ้ ยไทรย้อย
(สรอ้ ยตีน) ของบ้านน้าอ่าง อาเภอตรอน

ลายไฮย้อยหรอื ไทรย้อย ของอาเภอลบั แล

อาเภอตรอน ลายสรอ้ ยไทรย้อย (สรอ้ ยตนี ) ของบ้านนา้ อ่าง อาเภอตรอน
๒.๑.๕ ลายกาบ ของอาเภอลับแล กบั ลายกอบขอ ของบ้านนา้ อ่าง

ลายกาบ ของอาเภอลับแล

ลายกอบขอ ของบา้ นนา้ อา่ ง อาเภอตรอน

๕๐

บ้านนา้ อา่ ง อาเภอตรอน ๒.๑.๖ ลายดอกมะจา้ ของอาเภอลับแล กับลายดอกขา้ วตอก ของ
ลายดอกมะจ้า ของอาเภอลับแล

อาเภอตรอน ลายดอกข้าวตอก ของบา้ นน้าอา่ ง อาเภอตรอน
๒.๑.๗ ลายนกน้อย ของอาเภอลับแล กบั ลายนกน้อย ของบา้ นน้าอา่ ง

ลายนกนอ้ ย ของอาเภอลบั แล

ลายนกนอ้ ย ของบ้านน้าอ่าง อาเภอตรอน
ลายนกนอ้ ย ของอาเภอลบั แล กบั ลายนกนอ้ ย ของบ้านน้าอ่าง อาเภอตรอน
ลวดลายนที้ างอาเภอลับแลใชเ้ ป็นลายหลัก ส่วนทางบา้ นนา้ อา่ ง อาเภอตรอนใชเ้ ปน็ ลายประกอบ ชื่อ
เหมอื นกันแตค่ นละลาย

๕๑

ลวดลำยของผำ้ ซ่ินตีนจกไท-ยวน ลบั แล

ลวดลำยของผำ้ ทอตีนจกในอดีต แบ่งเปน็ ๒ กลมุ่ คือ
๑. กลมุ่ ลายหลัก คือเป็นลวดลายทเี่ ปน็ หลักอยู่ตรงกลางของการทอผ้าตนี จก จะมีขนาด
ใหญก่ ว่า เดน่ กว่า ลายประกอบ ลายหลัก มีทง้ั หมด ๑๖ ลาย โดยแบ่งเป็นกลมุ่ ได้ ดงั นี้
กล่มุ ลำยจำกสัตว์

กลมุ่ ลำยหงส์
๑) ลายหงส์น้อย

ชอ่ื ลำย ลายหงสน์ อ้ ย ประเภท ลายหลัก
มาจากลกั ษณะของสัตวใ์ นวรรณคดีที่มีในคาเทศน์ของศาสนาพุทธ
๒) ลายหงสท์ ะลาม (หงส์ขนาดกลาง)

ชื่อลำย ลายหงสท์ ะลาม (หงสข์ นาดกลาง) ประเภท ลายหลัก
ทะราม เปน็ ภาษาโบราณ มีในศลิ าจารึกของพ่อขุนรามคาแหง มีพระอันใหญ่ มพี ระอันราม
คาว่า “ราม” ในความหมายว่า ขนาดกลาง (แต่เนือ่ งจากในภาษาถ่ินลา้ นนาไมม่ ีการออกเสียง

พยัญชนะ ร จึงออกเสยี งคานี้วา่ ทะลาม)

๕๒

๓) ลายหงสใ์ หญ่ (หงสข์ นาดใหญ่)

ชอื่ ลำย ลายหงสใ์ หญ่ (หงส์ขนาดใหญ่) ประเภท ลายหลกั
มาจากลักษณะของดอกลอย มีเฉพาะในสมัยโบราณ ปัจจบุ ันไม่นิยม
๔) ลายหงสเ์ ครือ,หงสบ์ ่แล้วแคลว้ บ่จอด,หงสบ์ ่หุบ

ชอื่ ลำย ลายหงสเ์ ครอื ประเภท ลายหลกั
มาจากลักษณะของลายหงส์ท่ีต่อกันไปไม่รู้จบ

๕) ลายหงส์ขัง

ชื่อลำย ลายหงส์ขัง ประเภท ลายหลกั
มาจากลักษณะของขอลอ้ มหงส์อยู่,นกล้อมหงส์ ประดจุ กรงขงั หงส์อยู่

๕๓

กล่มุ ลำยนก
๖) ลายนกน้อย

ชื่อลำย ลายนกนอ้ ย ประเภท ลายหลกั

มาจากลักษณะของสัตว์พวกนกท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติ

กลมุ่ ลำยงู
๗) ลายงูเหลอื ม

ชอื่ ลำย ลายงูเหลือม ประเภท ลายหลกั
มาจากลกั ษณะของงูเหลือมเล้ือย

๘) ลายงูเหลือมสามตวั แมล่ ูก

ชื่อลำย ลายงเู หลอื มสามตัว ประเภท ลายหลกั
มาจากลกั ษณะของงูเหลือมท่ีมี ๓ ตวั แมอ่ ยู่กลาง ลกู อยูด่ ้านบนและลา่ ง

๕๔

กลมุ่ ลำยได้มำจำกพืช
กลมุ่ ลำยขอ
๙) ลายดอกสองขอ

ชอ่ื ลำย ลายดอกสองขอ ประเภท ลายหลกั
มาจากลักษณะของขอ

๑๐) ลายดอกส่ขี อ

ชื่อลำย ลายดอกส่ขี อ ประเภท ลายหลัก
มาจากลกั ษณะของขอท่ีมี ๔ อัน

๑๑) ลายดอกแปดขอ

ช่อื ลำย ลายดอกแปดขอ ประเภท ลายหลกั
มาจากลกั ษณะของขอที่ย่นื ออกมา ๘ อนั

๕๕

กล่มุ ลำยเกด็ ถวำ
๑๒) ลายดอกเก็ดถวาหรือประแจจนี

ชอ่ื ลำย ลายดอกเกด็ ถวา ประเภท ลายหลกั
มาจากลกั ษณะของดอกพุดซ้อน หรือเรียกอกี ชื่อหนง่ึ วา่ ลายประแจจนี
๑๓) ลายดอกเก็ดถวาในห้องแปดเหลี่ยม

ช่อื ลำย ลายดอกเก็ดถวาในหอ้ งแปดเหลย่ี ม ประเภท ลายหลัก
มาจากการประยุกต์ของลายดอกเกด็ ถวา

กล่มุ ลำยอ่นื ๆ
๑๔) ลายดอกดาวดึงส์

ช่อื ลำย ลายดอกดาวดึงส์ ประเภท ลายหลัก
มาจากช่ือของดอกไม้ คอื ดอกดองดึง ใช้ทาสมุนไพร

๕๖

๑๕) ลายดอกดาวเสด็จ

ชอื่ ลำย ลายดอกดาวเสดจ็ ประเภท ลายหลกั
หรอื เรยี กวา่ ดอกกระเบ้ือง หรือลักษณะของกระเบอ้ื งว่าวที่ใช้มงุ หลังคา

หรือดางหา้ ดวงอยใู่ นกรอบเดียวกัน
๑๖) ลายดอกเค๊ียะหรือหนามเตย

ชื่อลำย ลายดอกเคยี๊ ะ หรือหนามเตย ประเภท ลายหลกั
มาจากลกั ษณะหนามของตน้ เตย

๑๗) ลายนกสรอ้ ย

ชื่อลำย ลายนกสร้อย ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของลกู นุ่นหรือลกู ง้ิวทห่ี ้อยจากกง่ิ ของก้าน
เม่อื ทารูปนกและมสี ายห้อย คล้ายลูกนุ่น คนลับแลเรยี กนุ่นว่างว้ิ สร้อย

เม่อื เป็นรูปนกก็จงึ เรยี กวา่ นกสร้อย

๕๗

๒. ลายประกอบ คือลวดลายทท่ี อเพิม่ เสริมหรือประกอบลายหลักท้ังดา้ นบนและด้านล่าง
ให้มคี วามงดงามเพ่มิ มากขน้ึ ลวดลายประกอบมี ๔๔ ลาย แบ่งเป็นกลุ่ม ไดด้ งั นี้

กลุ่มลำยนก

๑) ลายนกคมุ้

ช่อื ลำย ลายนกคุม้ ประเภท ลายประกอบ
มาจากนกคุม้ ที่เปน็ สตั ว์อยู่ในป่า และชาวบ้านเชือ่ ว่า นกคุ้มเป็นส่งิ ศกั ดสิ์ ิทธิ์

สามารถกนั ไฟได้ และเป็นสริ ิมงคลแก่ผูส้ วมใสแ่ ละป้องกนั อันตรายได้
๒) ลายนกไลถ่ ้อย

ชอื่ ลำย ลายนกไลถ่ ้อย ประเภท ลายประกอบ
ชอ่ื ลำย ลายนกไล่ถ้อย ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของนกที่เดินเรยี งกนั เป็นแถว

๓) ลายนกกนิ นา้ ร่วมต้น

ชอ่ื ลำย ลายนกกนิ น้าร่วมต้น ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของนกทีใ่ ชป้ ากกนิ นา้ ในคนโฑร่วมกันสองตัว ภาษาเหนอื เรยี กว่าคนโฑว่าน้าต้น

๕๘

๔) ลายนกเตียว

ช่อื ลำย ลายนกเตยี ว ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของการเดินตามกันของนกไปในทางเดียวกัน
๕) ลายนกข่รี ถหรอื นกขี่มา้

ชอ่ื ลำย ลายนกขี่รถ หรือนกขีม่ ้า ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของนกที่ยืนบนรถหรือบนหลงั มา้

๖) ลายนกหัวขน้ึ หัวลง

ชอื่ ลำย ลายนกหัวขึ้นลง ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของนกทม่ี ีตามธรรมชาติ

๗) ลายนกขออุม้

ชือ่ ลำย ลายนกขออุ้ม ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของการเรียงรายของนกสลบั กับลายขออมุ้

๕๙

๘) ลายนกคาบดอกไม้

ชอื่ ลำย ลายนกคาบดอกไม้ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของนกที่ยนื คาบดอกไม้

๙) ลายนกอุม้

ช่ือลำย ลายนกอุ้ม ประเภท ลายประกอบ
นกสองตวั ชว่ ยกันอุ้มดอกไมอ้ ยใู่ นห้อง

๑๐) ลายนกหอ้ ง

ชื่อลำย ลายนกห้อง ประเภท ลายประกอบ
นกอยู่ในห้องของใครของมนั เป็นเอกเทศไม่ติดต่อกนั
กลุ่มลำยนำคหรือลำยงู
๑๑) ลายนาค

ชอ่ื ลำย ลายนาค ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของนาคสามตัวที่ซอ้ นกันอยู่
มีความเชอ่ื วา่ นาคให้ความชมุ่ เย็นหรอื ร่มเยน็

๖๐

๑๒) ลายนาคเก้ยี ว

ช่ือลำย ลายนาคเกี้ยว ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของนาคท่เี กี่ยวพนั กนั

๑๓) ลายนาคลา

ช่อื ลำย นาคลา ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของตัวใครตัวมันไม่ได้เก่ียวพันกัน คาวา่ ลากจ็ ะเหมือนกบั รักซ้อน รกั ลา หรอื โมกซ้อน

โมกลา ซงึ่ รกั ลาโมกลากจ็ ะมแี ต่ดอกอยา่ งเดยี วไม่มีกลบี ซ้อนอื่นๆ
๑๔) ลายงูปนั ซ้าว

ช่อื ลำย ลายงูปันซ้าว ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของงูท่ีพนั รอบไม้ไผ่

๑๕) ลายงเู ปา

ชอ่ื ลำย ลายงเู ปา ประเภท ลายประกอบ
ลกั ษณะเหมือนกับงูตัวเล็กๆสีเทาท้องเป็นสีแดงมจี ุดดาเปน็ งพู ิษ

๖๑

กลุ่มลำยขอ ลำยจำกพชื
กลมุ่ ลายขอ ยึดแบบมาจากตาขอทีใ่ ชเ้ ก่ยี วหูของภาชนะที่เป็นของใชภ้ ายในบ้าน คนโบราณ
ไปขอของในไรใ่ นสวน ถา้ เจา้ ของไม่อยู่จะตดั ไม้ทาตะขอห้อยไวท้ ปี่ ระตไู รป่ ระตูสวน เจ้าของไร่
เจา้ ของสวนจะรู้ทนั ทีว่ามีคนมาขอผัก ขอผลไม้

๑๖) ลายขอไล่

ชอื่ ลำย ลายขอไล่ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของขอทีส่ ลบั ขา้ งกนั ไป

๑๗) ลายขอไล่ข้างเดยี ว

ชอื่ ลำย ลายขอไล่ข้างเดยี ว ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของท่เี รียงกนั ไปทางเดียวกัน

๑๘) ลายขออุ้ม

ชือ่ ลำย ลายขออุม้ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของขอสองขา้ งงอเข้าหากนั เหมือนกับคนที่ใชส้ องแขนอุ้มของอยู่
๑๙) ลายขอควา่ ขอหงาย

ชือ่ ลำย ลายขอควา่ ขอหงาย ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของขอท่ีคว่าอันหงายอนั เรียกอีกช่ือหนง่ึ ว่า ขอซา้ ยขอขวา

๖๒

กลุม่ ลายจากพืช คอื ยึดลกั ษณะสว่ นต่าง ๆ ของพืชมาเป็นตน้ แบบในการทอผ้า
๒๐) ลายไฮย้อยหรอื ไทรยอ้ ย

ชอื่ ลำย ลายไฮย้อย ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของรากตน้ ไม้ชนิดหนง่ึ ทเ่ี รยี กว่า ต้นไทร
ชาวบา้ นเรียก ไฮย้อย เปน็ คนโบราณเรียกต้นไทรวา่ ตน้ ฮ่างตน้ ไฮ
๒๑) ลายดอกก้ามกุ้ง

ช่ือลำย ลายดอกกา้ มกงุ้ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของดอกส้มกุ้ง หรอื ก้ามกงุ้ เปน็ ช่ือของเถาไม้ทอี่ ยู่ตามปา่ มผี ลสสี ม้ เมื่อสุกแลว้ จะ

เปล่ยี นเป็นสีดารับประทานได้
๒๒) ลายกาบ

ชื่อลำย ลายกาบ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของกาบไม้ คือ เป็นรูปสามเหลย่ี ม
๒๓) ลายดอกมะจ้า

ชื่อลำย ลายดอกมะจ้า ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของดอกไม้พุม่ ชนดิ หนง่ึ มีดอกเล็กสีม่วง มีผลเล็กเท่าผลผักบุ้ง
เวลาสุกจะมสี ีม่วง มรี สหวาน รับประทานได้ จะเกดิ ข้นึ เองตามธรรมชาติ มใี บคลา้ ยใบชมพู่

๖๓

๒๔) ลายดอกมะโอ

ชือ่ ลำย ลายดอกมะโอ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของดอกส้มโอทก่ี าลังบานเต็มท่ี มองเห็นเกสรข้างใน
๒๕) ลายสรอ้ ยดอกหมาก

ชื่อลำย ลายสร้อยดอกหมาก ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของดอกหมากท่ีปลูกไว้ในสวน

๒๖) ลายดอกเปา

ชอ่ื ลำย ลายดอกเปา ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของดอกตน้ รัง คนลับแลเรียกวา่ ตน้ เปา
๒๗) ลายสร้อยดอกพรา้ ว

ชอื่ ลำย ลายสร้อยดอกพรา้ ว ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของดอกมะพร้าว ตามธรรมชาติ

๖๔

๒๘) ลายหนามเตยหรอื ลายเค๊ียะ

ชอื่ ลำย ลายหนามเตยหรอื ลายเค๊ียะ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะหนามของตน้ เตย คนลับแลเรยี กดอกนวี้ า่ ดอกเค๊ียะ
๒๙) ลายบัวคว่าบัวหงาย

ช่อื ลำย ลายบวั คว่าบวั หงาย ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของดอกบวั ท่ีควา่ หน้าดอกลงสลับกบั ดอกบัวท่ตี ัง้ ขนึ้
๓๐) ลายดอกแตง

ชอ่ื ลำย ลายดอกแตง (ดอกแตงกวา) ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของดอกแตงไทยหรือแตงกวา

๓๑) ลายขอเค็จเกา้ (ขอคัดค้าว)

ชอื่ ลำย ลายชอเคจ็ เกา้ (ขอคดั คา้ ว) ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะหนามของตน้ คดั ค้าว ใชก้ ัน้ ขอบของตัวซน่ิ ท้งั ข้างลา่ งและข้างบนเพ่อื ให้ร้วู า่ ต่อขา้ งบน

ตัวเป็นเอวต่อจากตวั ขา้ งลา่ งเป็นตีนซ่นิ

๖๕

๓๒) ลายดอกก้อ

ชื่อลำย ลายดอกก้อ (ดอกทับทมิ ) ประเภท ลายประกอบ
คาว่ากอ้ คนลบั แลเรียกผลทับทมิ ว่า หม่าก้อ,มะก้อ ในลายผ้าจะมีรปู ทับทิมเรียงต่อกันเป็นแถว

๓๓) ลายดอกพริก

ชอ่ื ลำย ลายดอกพรกิ ประเภท ลายประกอบ
เมื่อพริกออกดอกก็จะนามาจินตนาการลงในผนื ผ้าซง่ึ แรงบันดาลใจมาจากดอกพริกน้นั เอง

๓๔) ลายขอกาบก้ิม

ชอ่ื ลำย ขอกาบกมิ้ ประเภท ลายประกอบ
มาจากทะลายของมะพรา้ วท่ีแห้งแล้วตกลงมาตรงข้วั ของลูกมะพร้าวจะมีก้านเล็กๆหยิกไปหยิกมา

คนลบั แลเรยี กกาบกม้ิ
๓๕) ลายดอกเต้า

ช่อื ลำย ลายดอกเต้า (ดอกแตงโม) ประเภท ลายประกอบ
ลักษณะคลา้ ยลายดอกแตงแต่ไม่มีเกสรตรงกลาง คาวา่ เต้าหรือมะเตา้ หมายถึงแตงโม

๓๖) ลายขอผักกดู

ช่ือลำย ลายขอผกั กูด ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของลายไทยท่ีเรยี กวา่ ลายผกั กูด มขี อท่หี วั

๖๖

กลุ่มลำยจำกสัตว์ คอื ยดึ ลกั ษณะส่วนตำ่ ง ๆ ของสตั ว์มำเปน็ ต้นแบบในกำรทอผำ้
๓๗) ลายขออึ่ง

ช่ือลำย ลายขออึ่ง ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของตวั อ่ึงอ่างที่เหยยี ดขาท้ังสี่ขา้ ง
๓๘) ลายขอก้ามปู

ช่อื ลำย ลายขอกา้ มปู ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของก้ามปูทีช่ กู ้ามออกมาทัง้ สองขา้ ง (ขอกิ้มปู๋)
๓๙) ลายขามดแดง

ชื่อลำย ลายขามดแดง ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของตวั มดท่มี ีขาย่นื ออกมาขา้ งตวั

๔๐) ลายหมาย่เี ขย้ี ว (หมายิงฟัน)

ช่ือลำย ลายหมายีเ่ ขีย้ ว (หมายงิ ฟัน) ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของสนุ ัขที่กาลังยงิ ฟัน (เข้ียวหมาย่ี)

๔๑) ลายฟันปลา

ชือ่ ลำย ลายฟนั ปลา ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของลายไทยที่เรียกว่าลายฟนั ปลา

๖๗

กลุม่ ลำยอ่นื ๆ
๔๒) ลายขอ-งวงคุ

ชื่อลำย ลายของวงคุ ประเภท ลายประกอบ
มาจากลกั ษณะของงวงหิ้วถังน้า หรอื ชาวบ้านเรยี ก คุ

เป็นลายทใ่ี ชใ้ นเขตภาคเหนือของลับแล
๔๓) ลายประจายาม

ชอ่ื ลำย ลายประจายาม ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของลายไทยที่เรียกวา่ ลายประจายาม กา้ มปู
๔๔) ลายค้างเทียน

ชื่อลำย ลายคา้ งเทยี น ประเภท ลายประกอบ
มาจากลักษณะของเชิงเทียนทใ่ี ช้จดุ เทยี น

๖๘

ลวดลำยของผำ้ ซิ่นตีนจกไท – ยวน บ้ำนนำ้ อำ่ ง อำเภอตรอน

ลวดลายของผา้ ทอตนี จกไท – ยวน นา้ อ่างอดตี แบง่ ออกเปน็ ๒ กลุ่ม คือ
๑. ลักษณะของลวดลำยหลัก

ลวดลายหลักจะมีขนาดใหญ่กว่าลายอนื่ ๆ อยู่บรเิ วณกึ่งกลางผ้าตีนจก หรอื ท่ชี าวบ้าน
ตาบลนา้ อ่างเรยี กว่า ตนี ซิ่น มลี ักษณะของลวดลายเปน็ ดอก สลับกับลายกาบขา้ งดอกสลกั กันไปตาม
แนวความยาวของผนื ผ้าตนี จก

ลวดลำยหลักของผ้ำตีนจก ตาบลนา้ อ่าง พบทัง้ สน้ิ ๔ ลาย ได้แก่
๑.๑ ลายหงสใ์ หญ่
๑.๒ ลายหงส์บแ่ ล้วแคว้ บจ่ อด
๑.๓ ลายขอกระเบ้ือง
๑.๔ ลายขอกรมถม
ลวดลายหลกั ทั้งหมดของผา้ ตีนจก ตาบลน้าอ่าง เปน็ ลวดลายโบราณท้ัง ๔ ลาย ลายท่ี
นยิ มทอกันอยู่ในปัจจุบันมี ๓ ลาย คือ ลายหงส์ใหญ่ ลายหงสบ์ แ่ ลว้ แคว้ บจ่ อด ลายขอกระเบื้อง ส่วน
ลาบขอกรมถม เป็นลายโบราณที่ไม่นยิ มทอกันในปจั จุบนั เพราะเป็นลายทส่ี ลบั ซับซ้อน ทอยากและ
ไมเ่ ป็นทนี่ ิยมของตลาด (สัมภาษณ์ จีรนันต์ มลู น้าอ่าง เมื่อ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘)

ลำยหงสใ์ หญ่ (หงส์เชียงแสน)

ลักษณะของลวดลำยหงสใ์ หญ่
ลายหงส์ใหญ่จะอยู่ในตาแหน่งก่ึงกลางระหว่างเส้นขนาน ๒ เส้น เป็นลวดลายหลักที่มี

ลักษณะเป็นดอก สลบั กับกาบขา้ งดอกไปตลอดความยาวของผืนผ้าจก ซึ่งดอกของลายหงส์ใหญ่จะมี
ลักษณะเป็นรูปส่ีเหล่ียม ขนมเปียกปูน มีขอบหนามเตยท่ีละเอียดทึบหนา มีลวดลายแบบสมมาตร
ภายในทาเป็นรูปหงส์ใหญ่ มีรายละเอียดส่วนต่างๆ ได้แก่ มีลาตัวที่ใหญ่ มีคอที่ยาว ส่วนหัวมีหงอน
มีตา มีขาท่ียาว มีหางท่ีงอม้วนเข้าหาลาตัวหงส์ท้ัง ๒ ตัวยืนหันหน้าเข้าหากัน อยู่ระหว่างดอกไม้
เล็กๆ ๔ – ๕ ดอก ดอกท่ีกึ่งกลาง แนวเส้นทแยงมุมของสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน ส่วนหงอน ส่วนหาง
ท้งั สอง และส่วนขาของหงส์ จะเข้ามุม ทั้ง ๔ ของรูปส่ีเหล่ียมพอดี สลับกับกาบข้างดอก ที่มีรูปนก

๖๙

๒ ตวั หนั หน้าเข้าหากันอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมหน้าจ่ัว ที่ริมกรอบมีหนามเตยหยักๆคล้ายขอเรียงท้ัง
๒ ดา้ น วางสลับแนบชิดติดกันไปตลอด ความยาวของผา้ ผนื จก ทาให้ไม่มีช่องว่างระหว่างดอกกับขา
ลาย ลายหงส์ใหญจ่ งึ ดูทึบเปน็ ลวดลายทไี่ ด้รูปแบบจากสตั ว์ ลายหงส์ใหญ่เป็นลายท่ีชาวบ้านตาบลน้า
อ่างนิยมทอผ้าตีนจกมาก นกหงส์เป็นนกท่ีชาวน้าอ่างนามาเลียนแบบในผืนผ้าตีนจก (สัมภาษณ์
นางดบั มาบา้ นไร่ อายุ ๖๐ ปี)

ลำยหงส์บ่แลว้ แคว้ บจ่ อด

ลกั ษณะของลวดลำยหงส์บ่แลว้ แคว้ บ่จอด
ลายหงสบ์ ่แลว้ แคว้ บ่จอด จะอยู่ในตาแหน่งกึ่งกลางระหว่างเส้นขนาน ๒ เส้น เป็นลวดลาย

ทม่ี ลี ักษณะเป็นดอก ติดกับกาบข้างดอกไปตลอดความยาวของผื่นผ้าตีนจก ดอกของลายหงส์บ่แล้ว
แค้วบ่จอดจะไม่มีกรอบ มีเพียงรูปหงส์ ๒ ตัว หันหน้าเข้าหากัน มีขนาดใหญ่ ลักษณะหงส์ บนตัวมี
หงอน มตี า มีหางท่งี อนเข้าหาลาตวั มขี ายาว นกคู่บนทอ่ี ยู่บนตัวหงส์เปน็ นกตัวเล็กๆ มีเพียงรูปร่างที่รู้
วา่ เปน็ นกเท่านัน้ ไมม่ รี ายละเอียด นั่งซ้อนอยบู่ นหัวของตัวใหญ่ กรอบหนามเตยจะไม่มาจรดกัน ทา
ให้มองดูโดยรวมมองเห็นลวดลายหงสไ์ ดช้ ดั เจน ลักษณะลวดลายหงส์บ่แล้วแค้วบ่จอด เป็นลวดลายท่ี
ได้รปู แบบจากสัตว์

เหตุท่ีได้ชื่อว่า ลายหงส์บ่แล้วแค้วบ่จอด เพราะขาลายไม่มาบรรจบกัน เหมือนกับการทายัง
ไม่เสร็จ เปน็ ลายด้งั เดิมของปู่ยา่ ตายาย ไดส้ อนไวส้ มยั พ.ศ. ๒๔๘๓ ใช้นุ่งห่มในงานพิธีทาบุญ บวช
พระ งานสงกรานต์ งานใหญ่ๆ (สัมภาษณ์ คุณยายเรียบ พวงจันทร์ อายุ ๗๘ ปี เมื่อวันที่ ๒๐
กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๘)

ลำยขอกระเบ้อื ง

ลกั ษณะของลวดลำยขอกระเบื้อง
ลายขอกระเบื้อง จะอยู่ในตาแหน่งก่ึงกลางระหว่างเส้นขนาน ๒ เส้น มีลวดลายท่ีมีลักษณะ

เป็นดอกหรือหน่วยสลบั ขาลายแบบขากกาบไปตลอดความยาวของผืนผ้าตีนจก ลายขอกระเบื้องจะมี

๗๐

ลักษณะรูปร่างโดยรวมเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบย่อมุมไม้สิบสองลวดลายสมดุลแบบรัศมี ( Radial
Balance) ภายในรูปร่างดังกล่าวจะประกอบด้วยตัวลายช้ันนอกและตัวลายช้ันใน โดยตัวลายช้ันในมี
รูปกรอบนอกเป็นรูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน ภายในบรรจุลายเป็นรูปนก ๒ ตัว หันหน้าเข้าหากันอยู่
ระหว่างดอกไมร้ ปู ส่เี หล่ียมดอกเล็กๆ ๒ ดอก อยู่กึ่งกลางเส้นทแยงมุมของสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน ส่วน
หัว ส่วนหางและลาตัวของนกเข้ามุมของสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนพอดีที่มุมสองข้างซ้ายและขวาของ
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมีเส้นประกอบกันเป็นรูปร่างคล้ายของอรูปสามเหล่ียมมุมละ ๒ ขอ และที่ด้าน
ท้ังส่ขี องรปู สี่เหล่ยี มขนมเปยี กปูนมีรูปของอแบบเดียวกัน อีกด้านละ ๒ ขอ ๘ ขอ ขอด้านบนงอหงาย
ส่วนขอด้านล่างงอคว่า มีเส้นหยักเลาะริมขอทั้งหมด ทาให้ดอกท่ีเป็นรูปส่ีเหล่ียมแบบย่อมุมไม้สิบ
สองดูเด่นชัด ย่ิงข้ึน ช่องว่างระหว่างดอกสลับกับ ขาลาย จะเว้นพื้นท่ีว่างหรือช่องไฟ เม่ือดูโดยรวม
จะเหน็ ดอกเด่นอยบู่ นพืน้ ทร่ี ปู แปดเหล่ียมสลบั กับขาลาย เรยี งหน้ากระดานไปตลอดความยาวของผืน
ผ้าตีนจกเป็นลักษณะของลวดลายท่ีได้รับรูปแบบจากรูปทรงเรขาคณิตและได้รับรูปแบบจากสัตว์ท่ี
เป็นส่วนประกอบของลวดลายที่ชาวตาบลน้าอ่าง ได้เห็นการมุงกระเบ้ืองในวัด ในบ้านท่ีต้องใช้ขอ
เกาะเกี่ยวกระเบ้ืองจึงได้เลียนแบบและจดจานามาเป็นลวดลายในผืนผ้าตีนจาก (สัมภาษณ์ นางจิตร
เทยี บนา้ อา่ ง อายุ ๕๘ ปี เมื่อวนั ท่ี ๑๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๘)

ลำยขอกรมถม

ลกั ษณะของลวดลำยขอกรมถม
ลายขอกรมถม จะอยู่ในตาแหน่ง ก่ึงกลางระหว่างเส้นขนาน ๒ เส้น มีลวดลายหลักที่มี

ลักษณะเป็นดอกสลับกับกาบข้างดอกไปตลอดความยาวของผืนผ้าตีนจก มีรูปร่างโดยรวมเป็น
ส่ีเหล่ียมมุมมนคล้ายแปดเหลี่ยม ลวดลายสมดุลแบบรัศมี (Radial Balance) ภายในรูปดังกล่าวจะ
ประกอบด้วยตัวลายช้ันนอกและตัวลายช้ันในโดยตัวลายช้ันในมีกรอบนอกเป็นรูปส่ีเหล่ียมขนมเปียก
ปนู ภายในบรรจลุ วดลายเปน็ รปู นก ๒ ตัวหันหนา้ เขา้ หากนั อย่รู ะหว่างดอกไม้ รูปสี่เหลี่ยมดอกเล็กๆ
๒ ดอก ซึง่ อยู่กงึ่ กลางเส้นทแยงมมุ ของส่เี หลย่ี มขนมเปียกปูน ส่วนหัวส่วนหางและส่วนลาตัวของนก
เข้ามุมเหล่ียมขนมเปียกปูนนั้นพอดี ตัวลายช้ันนอกที่มุมบนและมุมล่างของส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูนมี
รูปสามเหล่ียมขนาดเล็ก มุมละ ๑ รูป ที่มุมสองข้างซ้ายและขวาของสี่เหล่ียมขนมเปียกปูนมีลักษณะ
เป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กกว่ามุมบนและมุมล่าง อีกมุมละ ๒ รูป ด้านทั้งสี่ของรูปส่ีเหล่ียมขนม
เปียกปูน มีรูปคล้ายของอแบบส่ีเหลี่ยมด้านละ ๔ ขอ รวม ๘ ขอ สลับกับกาบข้างดอก ลักษณะ
ภายในเป็นรปู นก ๒ ตวั หนั หน้าเขา้ หากัน หนามเตยท่ีริมขอบนอกของรูปส่ีเหล่ียมหน้าจ่ัวทาเป็นรูป

๗๑

หยกั ๆคลา้ ยขอเล็กๆทั้งสองด้านดอกจะวางสลบั แนบชดิ ตดิ กนั ไปตลอดความยาวของผืนผ้าตีนจกทาให้
ลายดทู บึ ไมม่ ีช่องวา่ งระหว่างดอก เป็นลักษณะของลวดลายท่ีได้รูปแบบจากรูปทรงเรขาคณิตผสมกับ
รูปแบบของสัตว์ ลายขอกรมถม ซึ่งเป็นลายโบราณของน้าอ่าง เหตุที่ได้ช่ือว่าลายขอกรมถมเพราะ
ลวดลายท่ีปรากฏในผืนผ้านั้นสลับซับซ้อนทับถมกัน มีรายละเอียดมาก ปัจจุบันไม่นิยมทอผ้าตีนจก
ลายขอกรมถม เพราะลวดลายละเอียดมาก และเน่ืองจากไม่มีช่องระหว่างลวดลายเลย จึงทาให้
ลวดลายไม่โดดเดน่ ไมเ่ ป็นทนี่ ยิ มของผสู้ วมใส่ (สัมภาษณ์ จรี นนั ต์ มูลนา้ อ่าง)
ลักษณะของลวดลำยประกอบ

จากการศึกษาลวดลายผ้าตีนจก ตาบลน้าอ่าง อาเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ จานวน ๑๒๐
ผนื พบลักษณะของลวดลายประกอบเปน็ ลายขนาดเลก็ หรือลายยอ่ ยอ่ืน ๆ ซ่ึงถือว่าเป็นองค์ประกอบ
สาคัญที่ทาให้ผ้าตีนจกมีความสมบูรณ์ มีอยู่หลายลาย ซึ่งสามารถจาแนกตามลักษณะลวดลายได้ ๓
ประเภท คือ

- ลกั ษณะลวดลายประกอบที่ไดร้ บั แนวคดิ เก่ียวกับรูปแบบจากพชื
- ลกั ษณะลวดลายประกอบท่ีได้รบั แนวคดิ เกี่ยวกับรูปแบบจากสตั ว์
- ลกั ษณะลวดลายประกอบท่ไี ดร้ ับแนวคดิ เก่ยี วกับรปู แบบจากรูปทรงเรขาคณติ

ลวดลายประกอบของผ้าตีนจกตาบลน้าอ่าง จากการศึกษาพบ จานวนท้ังสิ้น ๑๗
ลาย ได้แก่

๑. ลายสรอ้ ยไทรย้อย (สร้อยตนี )
๒. ลายดอกเขา้ ตอก
๓. ลายกาบขอ
๔. ลายนาค
๕. ลายนกกนิ รว่ มตน้
๖. ลายสรอ้ ยดอกหมาก
๗. ลายขว้ั ดอกเต๋ย
๘. ลายนกนอ้ ย
๙. ลายข้ัวดอกเอ้ือง
๑๐. ลายขอกาบ
๑๑. ลายกาบข้างดอก
๑๒. ลายขออุ้ม
๑๓. ลายก้างปลา
๑๔. ลายขอไล่
๑๕. ลายขอนาค

๗๒

๑๖. ลายดอกจนั ทร์
๑๗. ลายดอกจนั ทรใ์ หญ่
ลวดลายประกอบท้ังหมดของผ้าตีนจก ตาบลน้าอ่าง เป็นลายโบราณท้ัง ๑๗ ลาย
สว่ นมากชาวบ้านตาบลน้าอ่างนิยมทอลายประกอบอยู่เกือบทุกลาย ยกเว้นลายขออุ้ม ท่ีพบเฉพาะผ้า
โบราณ อายุ ๑๐๐ ปี ในลวดลายหลกั ลายกรมถม ซึ่งในปัจจุบันลายขออุ้ม ชาวบ้านไม่นิยมทอกันแล้ว
(สัมภาษาณ์ จีรนันต์ มลู น้าอ่าง เมอื่ วันท่ี ๒๐ มกราคม ๒๕๔๘)

ลำยสรอ้ ยไทรยอ้ ย (สร้อยตีน)

ลกั ษณะของลวดลำยสรอ้ ยไทรยอ้ ย (สร้อยตนี )
ลายสร้อยไทรย้อย (สร้อยตีน) จะอยู่ในตาแหน่งติดกับลายเส้นสุดท้ายและเป็นลายท่ีอยู่
ล่างสุดของลวดลายผ้าตีนจก ตัวลายจะประกอบด้วยหัวสร้อย มีหางเป็นเส้นตรงยาวจากสี่เหลี่ยม
เล็ก ๆ ลงมาเกือบจรดบริเวณเชิงผ้าตีนจก คนโบราณนิยมทาบุญตามวัดต่าง ๆ จะมีต้นโพธิ์ ต้นไทร
โดยเฉพาะต้นไทรจะมรี ากย้อยระย้า ชาวบา้ นน้าอา่ งไดจ้ ดจามาทาเป็นตนี ซิ่นผ้าตีนจก

ลำยดอกข้ำวตอก

ลักษณะของลวดลำยดอกขำ้ วตอก
เป็นลายรูปสี่เหล่ียมเล็ก ๆ ส่วนมากอยู่ด้านล่างตีนซ่ินบางคร้ังจะปรากฏคั่นลายระหว่าง
ลวดลายจกคนโบราณนิยมนาข้าวเปลือกมาค่ัวเพ่ือทาเป็นขนมในงานบุญต่าง ๆ จึงได้จดจามาเป็น
ลวดลายเลก็ ๆ ในลายผา้ ตนี จก

ลำยกำบขอ

ลักษณะของลวดลำยกำบขอ
เปน็ ลายลกั ษณะเป็นสามเหลี่ยมซอ้ นกันเป็นลายทมี่ ีความต่อเนื่องไปตลอดลักษณะกาบจะ
เลยี นแบบกาบอ้อย กาบกลว้ ย

๗๓

ลำยนำค

ลกั ษณะของลวดลำยนำค
ลกั ษณะเป็นเสน้ ตรงผสมกบั รูปสามเหล่ียม มี ๓ เส้น เส้นแรกจะเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กสอง
รูป เส้นที่สองและเส้นท่ี ๓ เป็นสามเหล่ียมหน้าจ่ัวซ้อนกันอยู่ในลายดอกข้าวตอกอยู่ภายใน
สามเหล่ียมมีลักษณะต่อเน่ืองกนั ไปตลอดผืนผ้า
คนโบราณบอกว่าเปน็ ลายนาค เป็นความเช่อื ของคนโบราณเก่ียวกับเรื่องพญานาคที่
เก่ียวข้องกบั ทางพระพุทธศาสนา

ลำยนกกินนำ้ ร่วมต้น

ลักษณะของลวดลำยนกกินนำ้ ร่วมต้น
มีลักษณะเป็นรูปนกสองตัวหันหน้าเข้าหากัน มีลายดอกข้าวตอก และลายสร้อยไทรย้อย
ประกอบ คนโบราณเชื่อวา่ นกสองตวั เปน็ ผวั เมียกนั ช่วยกนั ทามาหากนิ มอี ะไรก็หันหนา้ ปรึกษาหารือ
กัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน

ลำยสรอ้ ยดอกหมำก

ลักษณะของลวดลำยสร้อยดอกหมำก
เป็นลายท่ีอยู่ระหว่างเส้นขนานสองเส้น ลวดลายเป็นโค้ง ๆ ต่อเน่ือง สลับกันไปเป็นลายท่ี
ชาวบา้ นเลยี นแบบมาจากสรอ้ ยดอกหมากที่คนโบราณนิยมปลูกไว้ตามบา้ น

ลำยขว้ั ดอกเต๋ย

ลักษณะของลวดลำยขั้วดอกเตย๋
ลักษณะเป็นเส้นหยัก มีดอกข้าวตอก และกลีบใบสลับกันไปท้ังข้างบนข้างล่างตลอดเป็น
ลายทเ่ี ลียนแบบมาจากดอกไมใ้ นสมัยโบราณของชมุ ชนไทยยวนบา้ นน้าอ่าง

๗๔

ลำยนกนอ้ ย

ลกั ษณะของลวดลำยนกน้อย
เป็นลายนกน้อยส่ีตัวหัวหน้าไปทางเดียวกัน อยู่ระหว่างเส้นขนานสองเส้นลายนกน้อยจะ
สลบั หันหน้าสลับกนั ไปตลอด
ลายนกนอ้ ยเปน็ ลายที่เลียนแบบสตั ว์คือ นกตวั เล็ก ๆ ทช่ี าวบ้านพบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน

ลำยข้วั ดอกเอื้อง

ลกั ษณะของลวดลำยขวั้ ดอกเอ้อื ง
ลักษณะลายเป็นเส้นโค้ง ๆ มีลวดลายใบและดอกข้าวตอกสลับกันไปทั้งบนและล่างเป็น
ลายท่ีอยูร่ ะหว่างเส้นขนานสองเส้น
ลายข้ัวดอกเอื้องท่ีจกด้วยมือจะมีความอ่อนช้อยงดงามกว่าลวดลายท่ีเกิดจากการยกเขา
(การเลบ็ ลวดลายผ้าตนี จก)
เป็นลวดลายท่ีเลียนแบบดอกกล้วยไม้ท่ีเรียก ดอกเอื้อง เป็นลายที่มีความอ่อนช้อยงดงาม
อกี ลายหนงึ่ ของลายโบราณบ้านน้าอา่ ง

ลำยขอกำบ

ลกั ษณะของลวดลำยขอกำบ
เป็นลายที่อยรู่ ะหวา่ งเส้นขนานสองเสน้ เป็นรูปขอเล็ก ๆ ภายในมีรูปสามเหลี่ยม รูปขอกาบ
จะหันไปทางเดียวกันสามคร้ังและหันสลับกันไปตลอดแนว เป็นลวดลายท่ีเลียนแบบขอและกาบ เช่น
กาบอ้อย กาบกลว้ ย กาบหมาก

๗๕

ลำยกำบข้ำงดอก

ลกั ษณะของลวดลำยกำบขำ้ งดอก
ลกั ษณะลายเปน็ รูปสามเหลย่ี ม อยรู่ ะหว่างลวดลายหลกั เป็นลายที่คนโบราณคิดข้ึนมาเพ่ือ
ตกแตง่ ลวดลายหลกั ใหม้ คี วามโดดเด่น สวยงาม

ลำยขออุ้ม

ลักษณะของลวดลำยขออ้มุ
ลายขออุ้มจะเป็นลายที่อยู่ในตาแหน่งระหว่างเส้นขนาน ๒ เส้น มีลักษณะเป็นรูปของอ
ส่ีเหล่ียมงอม้วนข้ึนบนขอห นึ่งลงล่ างขอหน่ึ งแต่ลักษณะการม้วนของขอ ทุกอัน จะหันหน้ าไปทาง
เดยี วกนั ขออุม้ หันไปทางเดียวกันสลบั บนและลา่ งไปโดยตลอดตามความยาวของผืนผ้าตีนจก เป็นลาย
ทไ่ี ดร้ ปู แบบจากรูปทรงเลขาคณิต

ลำยก้ำงปลำ

ลักษณะของลวดลำยกำ้ งปลำ
ลายก้างปลา จะอยู่ในตาแหน่งก่ึงกลางระหว่างเส้นขนาน ๒ เส้น มีรูปร่างลักษณะคล้าย
ก้างปลา เป็นแนวตรงยาวติดต่อกันไปตลอดความยาวของผืนผ้าตีนจก เป็นลายท่ีได้รูปแบบมาจาก
ก้างปลา

ลำยดอกจันทรใ์ หญ่

ลักษณะของลวดลำยดอกจนั ทร์ใหญ่
ลักษณะเป็นลายดอกไม้อยู่ระหว่างเส้นขนานทาเป็นดอกยาวไปตลอดผืนผ้าเลียนแบบ
ดอกไม้ในสมยั โบราณลายดอกใหญก่ ว่าลายดอกจันทร์

๗๖

ลำยขอไล่

ลกั ษณะของลวดลำยขอไล่
ลายขอไล่ จะอยู่ในตาแหน่งระหว่างเส้นขนาน ๒ เส้น ลายขอไล่จะมีลักษณะเป็นรูปของ
สีเ่ หล่ียมทีเ่ รยี งไล่ สลบั ข้างกนั ไปตามแนวเส้นหยกั ฟันปลา ซึ่งในการทอจะอยู่ข้างซ้ายสลับข้างขวา จึง
เรยี กชือ่ ลายขอไล่ ลายจะตอ่ เนือ่ งกนั ไป ตลอดตามความยาวของผืนผ้าตีนจกเป็นลายที่ได้รูปแบบจาก
รปู ทรงเลขาคณิต

ลำยขอนำค

ลกั ษณะของลวดลำยขอนำค
ลักษณะลายเป็นรูปตัวนาคท้ังสองดา้ นของลาย ลายเป็นรูปคล้ายสามเหลี่ยมเปน็ สเี่ หล่ียม
เลก็ ๆ ซอ้ นกันอยู่ระหว่างเสน้ ขนาน ๒ เสน้ มลี กั ษณะเหมือนกันไปตลอดทัง้ ผนื ผ้า
เปน็ ลายโบราณที่ชาวบ้านนับถือพญานาควา่ เป็นสัตวท์ ่ีเกยี่ วขอ้ งกับพระพทุ ธศาสนา
(สัมภาษณ์ ยายเรยี บ พวงจนั ทร์ อายุ ๗๘ ปี เมอ่ื วันท่ี ๑๐ มนี าคม ๒๕๔๘)

ลำยดอกจันทร์

ลกั ษณะของลวดลำยดอกจันทร์
ลักษณะเปน็ ลายดอกไมอ้ ย่รู ะหว่างเส้นขนานทาเปน็ ดอกยาวไปตลอดผืนผ้าเลยี นแบบ
ดอกไมใ้ นสมยั โบราณ

๗๗

สว่ นท่ี ๕ กำรยนิ ยอมของชุมชนในกำรจัดทำรำยกำรเบื้องต้นมรดกภูมปิ ัญญำทำงวัฒนธรรม
๑. นายสมชาย ปงศรชี ยั เปน็ ปราชญเ์ รือ่ งความเชื่อและวิถีชวี ิตชาวไทยวนลบั แล
ขอรบั รองข้อมลู ตามเอกสารคาขอเสนอ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและนาไปใช้ประโยชน์

ต่อไป

ลงช่ือ.......................... ...................................
(นายสมชาย ปงศรีชยั )

วนั ท่ี......๒๑..กันยายน....๒๕๖๐.......................

๒. นางสนี วล หมวกทอง เป็นปราชญ์เรอื่ งขั้นตอนการผลติ ผ้าจกไทยวนลับแล
ขอรบั รองข้อมลู ตามเอกสารคาขอเสนอ และยนิ ยอมใหเ้ ปิดเผยข้อมูลและนาไปใช้ประโยชน์
ต่อไป

ลงชื่อ.............................................................
(นางสนี วล หมวกทอง)

วนั ที่......๒๑..กนั ยายน....๒๕๖๐.......................

สว่ นที่ ๖ ภำคผนวก
ภำคผนวก ก
๑. เอกสารอา้ งอิง

เครอื มาศ วฒุ กิ ารณ์. (๒๕๓๗). ชวี ิตศรทั ธำและผืนผ้ำ : กำรสบื ทอดควำมรูเ้ รอื่ งผำ้ ทออำเภอแม่
แจม่ จังหวดั เชียงใหม่. (ม.ป.ท.). เอกสารอัดสาเนา.

เครอื จติ ศรีบุญนาคและคณะ. (๒๕๔๒). สนุ ทรยี ภำพของชีวิต. สถาบนั ราชภฏั สวนดุสิต. กรุงเทพฯ:
เธริ ด์ เวฟ เอด็ ดูเคช่นั .

ปราณี เดชวิทยาพร. (๒๕๔๖). นำนำผำ้ จกไท-ยวน. กรงุ เทพฯ : แมค็ .

๗๘

นสุ รา เตียงเกตุ. (๒๕๔๔). บทควำมเร่ืองกำรทอผ้ำพ้ืนเมือง. เชียงใหม่ : โฮงเฮียนสบื สานภูมปิ ญั ญา
ลา้ นนา. เอกสารอดั สาเนา.

พพิ ิธภณั ฑธ์ นาคารแห่งประเทศไทย สานกั งานเขตภาคเหนือ จังหวัดเชยี งใหม่. (๒๕๔๗). เอกสำร
ประกอบนทิ รรศกำรเรอื่ ง “สีสนั ลวดลำยบนผืนผำ้ : สุนทรียะ : ควำมเชื่อ และศรทั ธำ”.
วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๗ ณ สานกั งานภาคเหนอื จงั หวัดเชยี งใหม่.
๒. บุคคลอ้างอิง
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ เวชกามา คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
๓. รูปภาพ พร้อมคาอธบิ ายใต้ภาพ จานวน ๕๘ ภาพ
๔. ขอ้ มลู ภาพถา่ ย ไดแ้ ก่
๑. คณุ สมชาย ปงศรีชัย
๒. คุณสนี วล หมวกทอง
๓. คณุ จีรนนั ต์ มลู น้าอ่าง
๕. ข้อมลู ผู้เสนอ
อาจารย์ ดร.สุภัคกาญจน์ จวิ าลกั ษณ์
หนว่ ยงาน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุตรดติ ถ์
ท่อี ยู่ คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อุตรดติ ถ์

เลขที่ ๒๗ ถนนอินใจมี ตาบลทา่ อิฐ อาเภอเมือง จงั หวัดอตุ รดติ ถ์ ๕๓๐๐๐
หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘-๗๓๑๖-๕๙๕๑ หมายเลขโทรสาร ๐๕๕-๔๑๑๐๙๖ ตอ่ ๑๔๒๐
อเี มล์ [email protected]

๖. ข้อมลู ผปู้ ระสานงาน ได้แก่ คณุ สีนวล หมวกทอง

ภำคผนวก ข
๑. คณะผใู้ ห้ขอ้ มลู ผา้ ซิน่ ตนี จกไท – ยวน ลบั แล
๒. คณะผู้ใหข้ ้อมลู ผ้าซน่ิ ตีนจกไท – ยวน น้าอา่ ง

๗๙

คณะผูใ้ หข้ ้อมูลผำ้ ซน่ิ ตนี จกไท-ยวน ลับแล

อาจารยช์ วลิต คาเพง็ คุณสมชาย ปงศรชี ัย
คุณสุภาพ คาเพ็ง

คุณประเสริฐ หมวกทอง คุณสนี วล หมวกทอง

๘๐

คณุ ลงุ ปลวิ แดงแม่พูล คุณป้ายพุ า แดงแมพ่ ลู คณุ รอง รอดพล

อาจารย์จนิ ดา แกว้ พลู ปกรณ์ คุณอุบลวรรณ เอื้อมงคล คุณปลวัชร แฝงจันทร์
คุณสนุ ศิ า เอื้อมงคล

๘๑

คุณบญุ ธรรม สถาอนุ่ คุณตอง หมอ่ นดี คุณภทั รภรณ์ กาสา

อาจารย์พสิ ษิ ฐสธุ า มหายศนนั ท์ อาจารย์ณัฐพชั ร์ มหายศนันท์ คณุ เฉลยี ว ใจแนน่

๘๒

คุณปุณณัฏฐา ถมยา อาจารย์จงกลรัตน์ เขยี วจันทร์แสง คุณณฐ ดวงอาพร
(เน้นรอยสักที่หาชมได้ยาก)

คุณสวุ ัชรี แสวงรุจิธรรม คุณภัทรภรณ์ กาสา คุณแอต๊ นาคพลิก

๘๓

คณุ อรณิชชา แฝงจนั ทร์ อาจารย์กัลยกร กุลศริ ิ คุณธนศวรรณ กนั ภยั

คุณวรยิ าภรณ์ ขวญั วงศ์ คุณมาลยั คาศรี คณุ ปา จนั ทร์คา

๘๔

คณุ สุรินธร จนั ทร์คา อาจารย์ลาพันธ์ ใจแน่น คุณธรี ารัตน์ บุญธรรม

คณุ ประเสริฐ หลวงนวล ด.ช.ธนพฒั น์ พุ่มพวงพานิช ด.ญ.คณญั บุญธรรม
ด.ญ.นริตา แฝงจันทร์
ด.ญ.วริสา แฝงจันทร์
ด.ญ.ชญานศิ า สรุ ินทร์
ด.ญ.ชญานุช สุรนิ ทร์
ด.ญ.นริ าชา โกสกิ ุล

๘๕

คณะผู้ให้ขอ้ มูลผำ้ ซิ่นตนี จกไท – ยวน น้ำอำ่ ง

อาจารย์ลาองิ อนิ ทะวงษ์

อาจารย์สยอง มามงิ่ คณุ จีรนนั ต์ มูลนา้ อ่าง

๘๖

คุณธนั วา อนิ ทะวงษ์ คุณตนั ติมา มาม่ิง

คุณตุลา ราชเฉลิม คุณกฤติกา สิงห์อนิ ทร์ คุณบุญเปยี ง อ่นุ เรอื น

๘๗

คุณจันทิมา นนั ทตา คุณเสวย อดุ เลิศ คุณอารีรตั น์ กวิตา

อาจารย์รงุ่ ราวรรณ เขยี วพิยะ คุณวชั รี ราชเฉลิม คุณราตรี คาเติม






Click to View FlipBook Version