The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมุดโน้ตไม่มีชื่อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chutikarn Krajangloke, 2022-07-21 23:58:24

รำวงมาตรฐาน

สมุดโน้ตไม่มีชื่อ

รำวง

มาตรฐาน

คำนำ

รำวงมาตรฐาน เปนการแสดงทีม่ ีววิ ฒั นาการมาจาก รำโทน เปน การรำและรอ ง
ของชาวบา น ซง่ึ จะมีผูรำทั้งชายและหญิง รำกันเปน คู ๆ รอบ ครกตำขา วทวี่ าง
ควํา่ ไว หรือไมก ็รำกันเปนวงกลม โดยมีโทนเปน เคร่ืองดนตรปี ระกอบจังหวะ
ลกั ษณะการรำ และรองเปนไปตามความถนัด ไมม ีแบบแผนกำหนดไว คง
เปน การรำ และรอ งงาย ๆ มงุ เนน ทคี่ วามสนกุ สนานรน่ื เริงเปนสำคญั

รำวงมาตรฐาน

รำวงมาตรฐาน เปนการแสดงท่ีมีววิ ฒั นาการมาจาก รำโทน เปน การรำและ
รอ งของชาวบาน ซ่งึ จะมผี รู ำท้งั ชายและหญิง รำกันเปนคู ๆ รอบ ครกตำ
ขาวท่ีวางควา่ํ ไว หรือไมก ร็ ำกนั เปนวงกลม โดยมีโทนเปน เครือ่ งดนตรี
ประกอบจังหวะ ลักษณะการรำ และรอ งเปนไปตามความถนดั ไมม แี บบแผน
กำหนดไว คงเปนการรำ และรอ งงา ย ๆ มุงเนนที่ความสนกุ สนานร่นื เรงิ เปน
สำคญั เชน เพลงชอ มาลี เพลงยวนยาเหล เพลงหลอจริงนะดารา เพลงตาม
องตา เพลงใกลเ ขาไปอีกนิด ฯลฯ ดวยเหตทุ ่ีการรำชนดิ นี้มีโทนเปน เครอ่ื ง
ดนตรปี ระกอบจังหวะ จงึ เรยี กการแสดงชุดน้ีวา รำโทน

ตอมาเม่ือป พ.ศ. ๒๔๘๗ ในสมัย จอมพล
ป. พิบูลสงคราม เปน นายกรฐั มนตรี
รัฐบาลตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของการละ
เลน รืน่ เรงิ ประจำชาติ และเหน็ วาคนไทย
นิยมเลนรำโทนกนั อยางแพรหลาย ถา
ปรับปรงุ การเลนรำโทนใหเปน ระเบยี บ
ทั้งเพลงรอ งลลี าทา รำ และการแตงกาย
จะทำใหก ารเลน รำโทนเปน ทน่ี านิยมมากย่งิ
ขึ้น จงึ ไดม อบหมายใหก รมศิลปากร
ปรบั ปรุงรำโทนเสียใหมใ หเปน มาตรฐาน
มีการแตง เน้ือรอ ง ทำนองเพลงและนำทา
รำจากแมบ ทมากำหนดเปน ทา รำเฉพาะ
แตล ะเพลงอยา งเปนแบบแผน

รำวงมาตรฐาน ประกอบดวยเพลงท้ังหมด ๑๐ เพลง กรมศิลปากรแตงเนอ้ื รอ ง
จำนวน ๔ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลงรำซิมารำ เพลงคืน
เดอื นหงาย ทา นผูห ญิงละเอียด พบิ ลู สงคราม แตงเน้ือรอ งเพ่มิ อีก ๖ เพลง คอื
เพลงดวงจันทรวนั เพ็ญ เพลงดอกไมของชาติ เพลงดวงจนั ทรข วัญฟา เพลง
หญงิ ไทยใจงาม เพลงบูชานกั รบ เพลงยอดชายใจหาญ สว นทำนองเพลงท้ัง ๑๐
เพลง กรมศิลปากร และกรมประชาสัมพันธเ ปน ผแู ตง

จากการสัมภาษณนางสวุ รรณี ชลานเุ คราะห ศลิ ปนแหง ชาติ สาชาศิลปะ
การแสดง (นาฏศลิ ปไทย) ปพ ุทธศกั ราช ๒๕๓๓ อธิบายวา “ทา รำเพลงรำวง
มาตรฐานประดษิ ฐทารำโดย นางลมลุ ยมะคุปต นางมลั ลี คงประภัศร และ
นางศุภลกั ษณ ภทั รนาวิก ซงึ่ เปน ผเู ชย่ี วชาญการสอนนาฏศลิ ปไทย
วิทยาลยั นาฏศลิ ป สว นผูค ิดประดษิ ฐจังหวะเทาของเพลงดวงจนั ทรวนั เพ็ญ
คอื นางจิตรา ทองแถม ณ อยุธยา อาจารยใหญโรงเรียนสงั คตี ศิลป ปจจุบนั
คือ วทิ ยาลยั นาฏศลิ ป ปพ .ศ.๒๔๘๕ – ๒๔๘๖

เมอื่ ปรับปรงุ แบบแผนการเลน รำโทนใหม ีมาตรฐาน และมคี วามเหมาะสม
จึงมกี ารเปล่ยี นแปลงช่ือจากรำโทนเปน “รำวงมาตรฐาน” อนั มลี ักษณะการ
แสดงท่เี ปน การรำรวมกนั ระหวา งชาย – หญิง เปนคู ๆ เคลื่อนยายเวียนไป
เปนวงกลม มีเพลงรอ งทแ่ี ตง ทำนองขึ้นใหม มกี ารใชท ั้งวงปพ าทยบรรเลง
เพลงประกอบ และบางเพลงกใ็ ชวงดนตรสี ากลบรรเลงเพลงประกอบ ซ่ึง
เพลงรอ งท่ีแตง ข้นึ ใหมท้ัง ๑๐ เพลง มที า รำทก่ี ำหนดไวเปนแบบแผนคอื
- เพลงงามแสงเดอื น ทา สอดสรอ ยมาลา- เพลงชาวไทย ทา ชักแปงผดั หนา-
เพลงรำมาซิมารำ ทารำสาย- เพลงคนื เดือนหงาย ทาสอดสรอ ยมาลาแปลง-
เพลงดวงจนั ทรว นั เพญ็ ทาแขกเตาเขารัง และทาผาลาเพียงไหล- เพลง
ดอกไมของชาติ ทา รำย่วั - เพลงหญิงไทยใจงาม ทา พรหมส่ีหนา และทายูง
ฟอ นหาง- เพลงดวงจันทรข วญั ฟา ทา ชางประสานงา และทา จันทรทรงกลด
แปลง- เพลงยอดชายใจหาญ หญิงทาชะนีรา ยไม ชายทา จอ เพลิงกัลป-
เพลงบูชานกั รบ หญงิ ทาขัดจางนาง และทาลอแกว ชายทา จันทรท รงกลดตํ่า
และทาขอแกว

รำวงมาตรฐานนยิ มเลน ในงานรื่นเรงิ บันเทงิ ตาง ๆ และยงั นยิ มนำมาใช
เลน แทนการเตนรำ สำหรับเครือ่ งแตงกายกม็ ีการกำหนดการแตงกายของผู
แสดงใหม ีระเบยี บดว ยการใชช ดุ ไทย และชุดสากลนยิ ม โดยแตง เปน คู รับกัน
ทง้ั ชายและหญงิ อาทิ ผูช ายนงุ โจงกระเบน สวมเสื้อคอกลม มผี าคาดเอว ผู
หญิงนงุ โจงกระเบน หม สไบอัดจีบ ผูชายนงุ โจงกระเบน สวมเส้ือราชประแตน
ผูหญิงแตงชุดไทยแบบรชั กาลที่ ๕ ผูชายแตงสูท ผูห ญงิ แตง ชุดไทยเรือนตน
หรือไทยจักรี

รำวงมาตรฐาน เปน การรำท่ีไดร บั ความนิยมสืบมาจนถงึ ปจจบุ นั มกั นยิ ม
นำมาใชห ลงั จากจบการแสดง หรอื จบงานบนั เทิงตา ง ๆ เพอ่ื เชิญชวนผรู วมงาน
ออกมารำวงรวมกนั เปน การแสดงความสามคั คีกลมเกลยี ว อกี ทงั้ ยังเปน ทีน่ ิยม
ของชาวตางชาติในการออกมารำวงเพ่อื ความสนกุ สนาน

การแสดงรำวงมาตรฐานมีผูแสดงคร้งั แรกดังน้ี
นายอาคม สายาคม
นายจำนง พรพิสุทธ์ิ
นายธีรยทุ ธ ดวงศรี นางสุวรรณี ชลานุเคราะห
นางศริ ิวัฒน ดษิ ยนนั ทน
นางสาวสนุ นั ทา บณุ ยเกตุ

รปู แบบ และลกั ษณะการแสดง
รำวงมาตรฐาน เปนการรำหมปู ระกอบดวยผแู สดง ๘ คน ทารำประดิษฐขึน้ จาก

ทารำมาตรฐานในเพลงแมบ ท ความสวยงามของการรำอยูทีก่ ระบวนทารำท่มี ลี ักษณะ
เฉพาะในแตล ะเพลง และเครือ่ งแตง กายไทยสมัยตาง ๆ รวมท้ังรปู แบบการแสดงใน
ลกั ษณะการแปรแถวเปน วงกลม
การรำแบงเปนขน้ั ตอนตาง ๆ ไดดงั นี้
ขัน้ ตอนท่ี ๑
ผูแสดงชาย และหญิงเดินออกมาเปนแถวตรงสองแถวหนั หนา เขา หากนั ตางฝา ย
ทำความเคารพดว ยการไหว
ขน้ั ตอนที่ ๒
รำแปรแถวเปนวงกลมตามทำนองเพลง และรำตามบทรองรวม ๑๐ เพลง โดยเปลีย่ น
ทา รำไปตามเพลงตา ง ๆ เรม่ิ ตั้งแตเ พลงงามแสงเดอื น เพลงชาวไทย เพลงรำซิมารำ
เพลงคนื เดือนหงาย เพลงดวงจันทรวนั เพ็ญ เพลงดอกไมของชาติ เพลงหญงิ ไทยใจ
งาม เพลงดวงจันทรขวญั ฟา เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบุชานักรบ
ขั้นตอนที่ ๓
เมือ่ รำจบบทรองในเพลงที่ ๑๐ ผูแสดงรำเขาเวที ทีละคตู ามทำนองเพลงจนจบ

ดนตรี และเพลงท่ใี ชประกอบการแสดง
ใชว งปพ าทยไมน วม
เพลงท่ีใชป ระกอบการแสดงไดแ ก เพลงงามแสงเดอื น เพลงชาวไทย เพลงรำซิมารำ
เพลงคืนเดือนหงาย เพลงดวงจนั ทรวันเพ็ญ เพลงดอกไมข องชาติ
เพลงหญงิ ไทยใจงาม เพลงดวงจันทรข วัญฟา เพลงยอดชายใจหาญ
และเพลงบูชานักรบ

เครื่องแตง กายของรำวงมาตรฐาน ประกอบดว ย ๔ แบบดงั น้ี
แบบท่ี ๑ แบบชาวบา น
ชาย นงุ ผาโจงกระเบน สวมเสื้อคอพวงมาลยั เอวคาดผา หอ ยชายดานหนา
หญงิ นงุ โจงกระเบน หมผาสไบอดั จบี ปลอยผม ประดบั ดอกไมท่ผี มดา นซา ย
คาดเข็มขดั ใสเ คร่อื งประดับ

แบบท่ี ๒ แบบรัชกาลท่ี ๕
ชาย นุง โจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน ใสถ งุ เทา รอ งเทาหญิง นุงโจงกระเบน สวม
เสอ้ื ลูกไม สไบพาดบาผูกเปน โบว ท้งิ ชายไวข างลำตวั ดานซาย ใสเ คร่ืองประดับมกุ

แบบท่ี ๓ แบบสากลนิยม
ชาย นงุ กางเกง สวมสทู ผกู ไทห ญิง นุง กระโปรงปายขา ง ยาวกรอมเทา ใสเสือ้ คอกลม
แขนกระบอก

แบบท่ี ๔ แบบราตรสี โมสร
ชายนงุ กางเกง สวมเสอ้ื พระราชทาน ผาคาดเอวหอ ยชายดา นหนา หญงิ นุงกระโปรง
ยาวจีบหนา นาง ใสเสอื้ จับเดรป ชายผาหอ ยจากบา ลงไปทางดา นหลงั เปด ไหลข วา
ศีรษะทำผมเกลาเปนมวยสูง ใสเก้ียวและเครอ่ื งประดบั

ประวัติความเปน มาของเพลง

เพลงงามแสงเดือน

คำรอง จมืน่ มานิตยนเรศ (นายเฉลิม เศวตนนั ท) หวั หนากองการสงั คีต กรม
ศิลปากร (ประพันธในนามกรมศิลปากร)
ทำนอง อาจารยมนตรี ตรำโมท
เนือ้ เพลง
งามแสงเดอื นมาเยอื นสอ งหลา งามใบหนาเม่ืออยวู งรำ (ซ้ํา)
เราเลน เพอ่ื สนุก เปลื้องทุกขว ายระกา
ขอใหเ ลน ฟอ นรำ เพือ่ สามัคคีเอย
ความหมาย
ยามทีแ่ สงจันทรสองมายังโลกทาใหโลกนดี้ สู วยงาม ผคู นท่ีมาเลน รำวงยามท่ี
แสงจันทรสอง ก็มีความงดงามดว ย การรำวงนีเ้ พ่ือใหมีความสนกุ สนาน มีความ
สามัคคกี ัน และละทิง้ ความทกุ ขใ หหมดสน้ิ ไป

ทาสอดสรอ ยมาลา
เทาซายวางขา งหนา เทาขวาวางหลังเปด สน เทา มือซายจบี หงายวงลา ง
มอื ขวาตงั้ วงสงู เอยี งซา ย ยืดยบุ ตัว แลว วิ่งซอยเทาเคล่ือนทไี่ ปหนา เวที

เพลงชาวไทย

คำรอง จมืน่ มานติ ยน เรศ (นายเฉลมิ เศวตนันท) หวั หนา กองการสังคีต กรม
ศิลปากร (ประพนั ธในนามกรมศลิ ปากร)
ทำนอง อาจารยมนตรี ตรำโมท
เนอ้ื เพลง
ชาวไทยเจา เอย ขออยาละเลยในการทาหนาที่
การที่เราไดเลน สนกุ เปลอื้ งทกุ ขสบายอยา งน้ี
เพราะชาติเราไดเสรี มเี อกราชสมบรู ณ
เราจงึ ควรชว ยชูชาติ ใหเกง กาจเจิดจารูญ
เพื่อความสุขเพ่ิมพนู ของชาวไทยเรา เอย
ความหมาย
หนาที่ท่ชี าวไทยพงึ มีตอ ประเทศชาตนิ ้ัน เปน สง่ิ ทท่ี กุ คนควรกระทา อยาไดละเลย
ไปเสีย ในการท่เี ราไดม าเลน รำวงกันอยางสนุกสนาน ปราศจากทุกขโ ศกทง้ั ปวงนก้ี ็
เพราะวา ประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทาส่งิ ใดๆ ดังนนั้
เราจงึ ควรชวยกนั เชิดชูชาติไทยใหเ จรญิ รงุ เรืองตอ ไป เพ่ือความสขุ ยิง่ ๆ ข้ึนของ
ไทยเราตลอดไป

ทา ชักเเปงผดั หนา
มอื ซา ยจบี ควา่ํ มือซา ยเล่ือนมาเปนจีบปรกขา งดา นซาย สวนมือขวาต้ังวงหนา
เอียงซาย ลดแขนเลือ่ นมือมาอยูร ะดบั อก มือซา ยปลอ ยจบี เปนแบหงาย

เพลง รำมาซิมารำ

คำรอ ง จมื่นมานติ ยนเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท) หวั หนากองการสังคตี กรมศลิ ปากร
(ประพนั ธใ นนามกรมศลิ ปากร)
ทำนอง อาจารยม นตรี ตราโมท
เนื้อเพลง
รำซิมารำ เรงิ ระบากันใหสนกุ
ยามงานเราทางานจริง ๆ ไมละไมท ิง้ จะเกิดเข็ญขลุก
ถึงยามวา งเราจึงรำเลน ตามเชงิ เชน เพือ่ ใหส รา งทกุ ข
ตามเย่ยี งอยางตามยุค เลนสนุกอยางวัฒนธรรม
เลนอะไรใหมีระเบยี บ ใหงามใหเรียบจึงจะคมขา
มาซิมาเจา เอย มาฟอนรำ มาเลนระบาของไทยเราเอย
ความหมาย
ขอพวกเรามาเลน รำวงกนั ใหส นกุ สนานเถดิ ในยามวา งเชนนี้จะไดคลายทกุ ข ถึงเวลางาน
เรากจ็ ะทางานกันจรงิ ๆ เพื่อจะไดไมล าบาก และการรำก็จะรำอยางมรี ะเบยี บแบบแผน
ตามวฒั นธรรมไทยของเรำแลวจะดูงดงามยิง่

ทารำสา ย
แขนทงั้ สองตงึ โดยมือซายหงายระดบั ไหล มือขวาควํ่าอยูร ะดับเอว มอื ซา ยวาดแขนลง
ระดับเอว พรอมกบั พลกิ มือขวาหงายขึน้ ระดบั ไหล สลับกันเชน นจ้ี นจบเพลง สวนเทา
กา วตามจงั หวะ เมอื่ ถึงเนอื้ เพลงท่วี า "เลนอะไรใหมีระเบยี บ ใหงามใหเ รยี บจงึ จะคมขำ" ให
ฝายหญิงกลับหลังหันตามจังหวะเพลง หมุนตัวทางซา ย

เพลงคนื เดอื นหงาย

คำรอ ง จมน่ื มานิตยนเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท) หวั หนา กองการสงั คีต กรม
ศลิ ปากร (ประพันธในนามกรมศิลปากร)
ทำนอง อาจารยมนตรี ตรำโมท
เนื้อเพลง
ยามกลางคืนเดอื นหงาย เย็นพระพายโบกพร้ิวปลวิ มา
เยน็ อะไรก็ไมเ ยน็ จิต เทา เยน็ ผกู มิตรไมเบื่อระอา
เยน็ รมธงไทยปกไปทั่วหลา เย็นยงิ่ นาฟา มาประพรมเอย
ความหมาย
เวลา กลางคืน เปนคนื เดอื นหงาย มีลมพดั มาเย็นสบายใจ แตกย็ งั ไมส บายใจ
เทากับการทีไ่ ดผ กู มติ รกับผูอ่นื และท่รี มเยน็ ไปทว่ั ทุกแหง ยง่ิ กวานาฝนท่โี ปรยลง
มา ก็คือการที่ประเทศไทยเปนประเทศท่เี ปนเอกรำช มีธงชาติไทยเปน เอกลักษณ
ทาใหร มเยน็ ทัว่ ไป

ทา รำสอดสรอ ยมาลาเเปลง
มือซายยกข้นึ ไปตงั้ วงบน มือขวาลดวงลง แลว พลิกขอ มือเปน จบี หงายท่ชี ายพก
เอยี งขวา - ทำเชนนี้สลบั กนั จนจบเพลง (เอียงศีรษะขางมือจบี และเทาที่วางหลงั ก็
ขา งเดยี วกบั มอื จีบเสมอ)

เพลงดวงจนั ทรวันเพ็ญ

คำรอ ง ทา นผูห ญงิ ละเอยี ด พบิ ลู สงคราม
ทำนอง อาจารยมนตรี ตราโมท
เนื้อเพลง
ดวงจันทรว ันเพ็ญ ลอยเดนอยูใ นนภา
ทรงกลดสดสี รัศมที อแสงงามตา
แสงจันทรอ ราม ฉายงามสอ งฟา
ไมง ามเทาหนา นวลนอ งยองใย
งามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทย
งามวงพักตรย่ิงดวงจนั ทรา จรติ กิริยานมิ่ นวลละไม
วาจากังวาน ออนหวานจับใจ
รปู ทรงสมสว นย่วั ยวนหทัย สมเปน ดอกไมข วัญใจชาติเอย
ความหมาย
พระจนั ทรเ ตม็ ดวงทลี่ อยอยบู นทอ งฟา นนั้ ชา งดูสวยงาม เพราะเปนพระจนั ทรท รงกลด
คอื มีแสงเล่ือมกระจายออกรอบดวงจนั ทรทัง้ ดวง แตถ งึ จะงามอยา งไรก็ยังไมเทา ความ
งามของดวงหนา หญิงสาว ทด่ี ูผุดผองมนี า มนี วล อีกท้งั รูปรา งกด็ ูสมสวน กริ ิยาวาจาก็
ออ นหวานไพเราะ สมแลวกับท่เี ปรียบวาหญงิ ไทยนี้คอื ดอกไม

ทาแขกเตาเขารงั ทา ผาลาเพยี งไหล มือซา ยจบี สงู มอื ขวาจีบอยูใตศ อกซาย เทา ขวาแตะ
เทา ซาย เอยี งขวา ลอยเดน ใชเทา ขวาทีแ่ ตะหมนุ ตัวไปทางขวา มอื ขวาทจ่ี บี อยใู ตศอก
เปล่ยี นเปน จบี ปรกขา ง มอื ซา ยท่ีจีบสูงเปลี่ยนเปน ต้ังวง เอยี งขวา กาวเทา ซายไขวเ ทา
ขวา

เพลงดอกไมของชาติ

เนือ้ รอง ทา นผหู ญิงละเอยี ด พิบลู สงคราม
ทำนอง อาจารยมนตรี ตราโมท

เนื้อเพลง
(สรอ ย) ขวัญใจดอกไมของชาติ งามวลิ าสนวยนาดรายรำ (ซํ้า)
เอวองคออนงาม ตามแบบนาฎศิลป
ช้ีชาตไิ ทยเนาวถิน่ เจรญิ วฒั นธรรม (สรอ ย)
งานทุกสงิ่ สามารถ สรางชาตชิ วยชาย
ดาเนินตามนโยบาย สทู นเหน่ือยยากตรากตรำ
ความหมาย
ผหู ญงิ ไทยเปรยี บเสมือนดอกไมอ นั เปนเอกลกั ษณข องประเทศไทยการรว มรำดว ย
การแสดงออกอยางออนชอน งดงามตามรปู แบบความเปน ไทยแสดงใหเหน็ ถงึ ความ
เจริญทางดา นวฒั นธรรมของคนไทย นอกจากผหู ญิงจะดีเดนทางดา นความงาม แลว
ยังมคี วามอดทนสามารถทางานบา นชวยเหลอื งานผชู าย หรือแมง านสำคัญๆระดับ
ประเทศกส็ ามารถชว ย

ทา รำยัว่ มือขางหนง่ึ ตะแคงต้งั ฝามอื ระดับชายพก มอื อกี ขา งหนึง่ จบี สง หลัง เอยี ง
ศีรษะขางเดยี วกับมอื ที่ตะแคง

เพลงดวงจนั ทรข วัญฟา
คำรอง ทานผหู ญิงละเอยี ด พิบลู สงคราม
ทำนอง ครูเออื้ สนุ ทรสนาน
เนื้อเพลง
ดวงจันทรขวัญฟา ช่นื ชวี าขวญั พี่
จันทรป ระจารำตรี แตข วญั พ่ีประจาใจ
ทเ่ี ทิดทนู คือชาติ เอกราชอธิปไตย
ถนอมแนบสนทิ ใน คอื ขวญั ใจพ่เี อย
ความหมาย
ในเวลาคา คืนทอ งฟา มดี วงจันทรประจาอยู ในใจของชายกม็ ีหญงิ อันเปน สุด
ที่รกั ประจาอยเู ชน กนั สง่ิ ทเ่ี ทดิ ทูนยกยอ งไวกค็ ือชาติไทยทเี่ ปน เอกราช มีอิสระ
แกตนไมข้ึนกบั ใคร และสิง่ ทแี่ นบสนทิ อยใู นใจของชายกค็ อื หญิงอนั เปนสดุ
ทร่ี ัก

ทา จนั ทรท รงกลม เชื่อมมอื ท้งั สองจบี ควํา่ ดา นหนา เอยี งซา ย
จบี มอื หงายท้ังสองขา ง เหยยี ดแขนตึงไปขางหนาเสมอไหลเ ปน ทา "ชาง
ประสานงา"
ทา เชอ่ื ม ปลอยจบี ลงเปนแบมือหงาย ปลายนวิ้ ตกลงอยา งรวดเรว็
พลิกขอมือทัง้ สองข้ึน เปน ตั้งวงหนาใหปลายน้ิวชขี้ ้นึ ระดบั ค้วิ หยอนขอศอก
พองามเปน ทา "จันทรท รงกลด"

การกาวเทา เชนเดยี วกับเพลงคืนเดอื นหงาย โดยกา วเทา ขวา กา วเทา ซา ย
แลว ใชเทา ขวาวางหลงั กาวเทา ซา ย กา วเทา ขวา ใชเทาซายวางหลงั ทำเชนนี้
จนจบเพลง

เพลงยอดชายใจหาญ
คำรอง ทา นผูห ญงิ ละเอยี ด พิบลู สงคราม
ทำนอง ครเู อือ้ สุนทรสนาน
เน้ือเพลง
โอยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี
นอ งขอรว มชีวี กอบกรณยี กิจชาติ
แมสุดยากลำเค็ญ ไมข อเวน เดินตาม
นอ งจักสูพยายาม ทาเต็มความสามารถ
ความหมาย
ขอผกู มติ รไมตรีกับชายผูกลาหาญ และจะขอมสี วนในการทา
ประโยชนทาหนา ที่ของชาวไทย แมจะลาบากยากแคน กจ็ ะขอชว ย
เหลือจนเตม็ ความสามารถ

ทา รำ ผูชายใชท า จอ เพลิงกาฬ ผูห ญิงใชท าชะนีรายไม
โอย อดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี
(หญิง) มอื ขวาต้งั วงบน มอื ซายแบหงายระดับไหล แลวพลกิ ขอ มอื
เปน มือต้ัง เปล่ียนเปน มือหงายสลบั กนั ไป
ตามจงั หวะของเพลง ลกั ษณะเหมอื นรำสา ย เปน ทา "ชะนรี ายไม"
(ชาย) มือซา ยต้งั วงบน มอื ขวาจบี หงายระดับตํา่ กวา วงกลางเลก็ นอ ย
และงอแขนเล็กนอย เปน ทา "จอเพลิงกาฬ"
นองขอรวมชีวี กอบกรณียก จิ ชาติ
(หญิง) มือซายต้งั วงบน มอื ขวาแบหงายระดับไหล แลว พลิกขอ มอื
เปน มือตั้ง เปลยี่ นเปนมือหงายสลบั กนั ไป
(ชาย) มือขวาต้งั วงบน มือซา ยจบี หงาย ระดบั ตํา่ กวา วงกลาง
ทำทาเชนน้ีสลับกนั จนจบเพลง สว นการกาวเทา จะกา วเทา ไปเรอ่ื ยๆ
ตามจังหวะของเพลงและเดินเบยี่ งตวั ออกนอกวงรำ

เพลงบูชานักรบ
คำรอง ทานผหู ญิงละเอยี ด พิบลู สงคราม
ทำนอง ครูเออ้ื สนุ ทรสนาน
เนอ้ื เพลง
นอ งรักรักบูชาพี่ ท่ีมัน่ คงทีม่ ่ันคงกลา หาญ
เปนนักสูเ ช่ียวชาญ สมศักดช์ิ าตินักรบ
นองรกั รกั บชู าพี่ ทม่ี านะทีม่ านะอดทน
หนักแสนหนักพ่ผี จญ เกยี รติพีข่ จรจบ
นองรักรักบูชาพี่ ท่ขี ยันท่ีขยันกจิ การ
บากบั่นสรา งหลักฐาน ทาทกุ ดา นทาทุกดา นครนั ครบ
นอ งรกั รักบูชาพ่ี ท่ีรักชาติทรี่ ักชาติยิ่งชีวิต
เลือดเนื้อพ่พี ลีอทุ ิศ ชาติยงอยยู งอยคู พู ภิ พ
ความหมาย
นอ งรกั และบูชาพ่ี เพราะมคี วามกลา หาญ เปนนกั สูท เี่ กง กลา สามารถสมกบั เปนชาย
ชาติ นกั รบท่มี คี วามมานะอดทน แมวาจะยากเยน็ แสนเข็ญ พ่กี ต็ อ สูจนช่อื เสยี งเลื่อง
ลือไปทัว่ นอกจากน้ี ยงั ขยนั ขนั แข็งในงานทุก อยาง อตุ สาหส รา งหลักฐานใหมั่นคง
และพยี่ ังมคี วามรักในชาตบิ า นเมอื ง ยิ่งกวาชวี ิต ยอมสละไดแ มชีวิตและเลอื ดเนื้อเพ่อื
ใหช าตไิ ทยคงอยคู ูโลกตอ ไป

ทา รำ ทารำ เทย่ี วท่ี 1 (หญิง) ขดั จางนาง (ชาย) จนั ทรทรงกลด
เทย่ี วท่ี 2 (หญิง) ลอ แกว (ชาย) ขอแกว
ทา ขดั จางนาง มือทงั้ สองตง้ั วง ไขวแขน ระดับอก ลำตัวตั้งตรง หนาตรง เอียงศรี ษะ
ขา งใดกไ็ ด.
ทาจนั ทรทรงกลด ปลอยจบี ลงเปนแบมอื หงาย ปลายนว้ิ ตกลงอยา งรวดเร็ว พลกิ ขอ
มอื ท้ังสองขน้ึ เปนต้ังวงหนาใหป ลายน้วิ ช้ขี นึ้ ระดับค้ิว หยอนขอ ศอกพองาม
ทาลอเเกว ลกั ษณะกิรยิ าทา ทางคลา ยจีบ ใชนิว้ กลางกดขอ ท่ี ๑ ของน้วิ หวั แมม อื หัก
ปลายนวิ้ หัวแมมอื คลา ยวงแหวน นว้ิ ทีเ่ หลือเหยียดตงึ หักขอ มอื เขา หาลำแขน
ทา ขอเเกว มอื ซายแบมือย่นื ออกไปรับแกว


Click to View FlipBook Version