หนังสือเรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 41
เรอ่ื ง 2 การทําบญุ ในวันสาํ คัญทางศาสนา
วนั สําคัญทางศาสนาพทุ ธ นิยมระบตุ ามปฏิทินจันทรคติ โดยปกตจิ ะเปน็ วันท่ีเคยมเี หตุการณส์ ําคัญเมือ่
ครง้ั พุทธกาล หรอื เม่ือถงึ กําหนดตอ้ งปฏบิ ตั ิประเพณีสําคัญตามธรรมเนยี มในศาสนาพุทธ
วันสําคญั ทางศาสนาพทุ ธท่ชี าวพทุ ธยึดถือมานาน มีดังนี้
• วันในแต่ละเดือน ไดแ้ ก่
o วนั พระ
o วันโกน
• วนั สําคญั ประจาํ ปี ได้แก่
o วนั มาฆบูชา
o วนั วสิ าขบูชา
o วันอาสาฬหบูชา
o วนั เขา้ พรรษา
o วนั ออกพรรษา
o วนั อัฏฐมบี ูชา หรือ วนั ถวายพระเพลงิ พระพุทธเจ้า
วนั โกนและวนั พระ
วันโกน คือ วันข้ึน 7 ค่าํ กบั 17 คา่ํ และวันแรม 7 คา่ํ กบั 14 คา่ํ ของทกุ เดือน (หรือ วันแรม 13 คา่ํ หาก
ตรงกบั เดือนขาด)ซึ่งเปน็ วนั ก่อนวันพระ1วัน วนั พระ คือ วนั ขน้ึ 8 คา่ํ กับ 15 คํา่ และวนั แรม 8 ค่ํากับ 15 คํา่ ของ
ทุกเดือน (หรอื วนั แรม 14 คา่ํ หากตรงกับเดือนขาด)
ประวัติความเปน็ มา ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพสิ าร กษัตรยิ ผ์ ู้ครองแควน้ มคธ ได้เขา้ เฝ้าพระพุทธเจา้ ซ่งึ
ประทับอยทู่ ี่ เขาคชิ กูฏ ใกลเ้ มอื งราชคฤห์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้น พระเจ้าพิมพสิ ารไดก้ ราบทลู วา่ นักบวชใน
ศาสนาอืน่ มวี นั ประชมุ สนทนาเกี่ยวกบั หลักธรรมคําสอนในศาสนาของเขา แต่พระพทุ ธศาสนานั้นยงั ไมม่ ี
พระพุทธเจา้ จึงทรงอณญุ าตให้พระสงฆ์ประชุมสนทนาธรรมและแสดงพระธรรมเทศนาแกป่ ระชาชนตามคาํ ขอ
อนุญาตของพระเจา้ พิมพิสาร และเม่ือพระพุทธศาสานาไดเ้ ผยแผเ่ ข้ามาในประเทศไทย พุทธศาสนกิ ชนจึงถือเอา
วันดงั กล่าวมาเป็นวนั ธรรมสวนะเพื่อถือศลี ปฏิบตั ธิ รรม ประกอบบุญกุศล และกระทาํ กิจของสงฆม์ าตัง้ แต่สมัย
สุโขทัย
หนงั สือเรยี นวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคณุ ธรรมเพือ่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 42
ข้อควรปฏบิ ตั สิ ําหรบั ชาวพทุ ธในวันธรรมสวนะและวันสาํ คัญทางพระพทุ ธศาสนา
1. ทาํ บญุ ตักบาตรในตอนเช้า รักษาศลี ฟงั เทศน์ ปฏิบตั ธิ รรม
2. ปดั กวาดบา้ นเรือนให้สะอาด งดเวน้ อบายมุข
3. ศึกษาหลกั ธรรมคําสอนของพระพุทธเจ้า
4. ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หมายถึง วันประชุมถือศีลฟงั ธรรมในพุทธศาสนา (ธรรมสวนะ หมายถึง
การฟงั ธรรม) กาํ หนดเดอื นทางจันทรคติละ 4 วนั ไดแ้ ก่
วนั ขน้ึ 8 คํ่า
วันขึน้ 15 คา่ํ (วันเพ็ญ)
วันแรม 8 คํา่
วนั แรม 15 ค่าํ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวนั แรม 14 คํ่า)
ในวนั พระ พุทธศาสนิกชนถือเป็นวนั สําคัญ ควรไปวดั เพ่ือทาํ บญุ ถวายภตั ตาหารแด่พระสงฆ์ และ
ฟงั ธรรม สาํ หรบั ผู้ทเ่ี ครง่ ครัดในศาสนาอาจถือศีลแปดในวนั พระดว้ ย นอกจากน้ีชาวพุทธยงั ถือว่าวนั พระไม่
ควรทาํ บาปใดๆ การทําบาปหรอื ไมถ่ ือศีลห้าในวันพระถือว่าเป็นบาปยงิ่ ในวนั อ่นื
วันโกน เปน็ ภาษาพูด หมายถึง วนั ก่อนวันพระ ๑ วัน
คาํ ว่า วนั ธรรมสวนะ หมายถึง วันเปน็ ท่สี ดับธรรม หรอื วนั แห่งการฟังธรรม ซ่งึ มีความหมายเดยี วกับคาํ
ว่า วันพระ ตามท่ีเราทราบกนั สว่ นคาํ วา่ วันโกน - วันพระ กเ็ ป็นคําท่ีเราเรียกกนั ค่กู ัน
แตเ่ ดิม คําว่า วันโกน วนั พระ น้ัน ไมม่ ีปรากฏในคัมภรี ์ เพราะเป็นคาํ ทีเ่ ราชาวพทุ ธในประเทศไทย
กาํ หนดข้นึ มา ในคัมภรี ก์ ็มรี ะบไุ ว้ ถงึ การถอื อุโบสถศลี และเป็นวนั ท่ีพระท่านจะมาประชุมกันทาํ สังฆกรรม เช่นใน
๑๕ คํา่ ทีนีเ้ ม่อื พระทา่ น มาประชุมทาํ สังฆกรรม ชาวไทยกเ็ ลยถอื เอาว่า เปน็ วนั พระ สว่ นคําว่าวันโกนนั้น ก็คงจะ
ถอื เอาว่า พระสงฆท์ า่ นจะปลงผม ในวนั ก่อน วันพระ พอวันขนึ้ ๑๔ ค่าํ พระท่านกป็ ลงผม ชาวบา้ นก็ถอื เอาวา่
วันน้เี ป็นวนั โกน
วนั มาฆบูชา วันขนึ้ 15 คาํ่ เดือน 3
มาฆบูชา
คาํ ว่า "มาฆะ" นนั้ เป็นชือ่ ของเดอื น 3 ย่อมาจากคาํ
ว่า "มาฆบุรณมี" หมายถึง การบชู าพระในวนั เพ็ญกลางเดือน
มาฆะตามปฏิทินของอนิ เดีย หรอื เดือน 3
การกาํ หมดวันมาฆบูชา
การกาํ หนดวันมาฆบูชาตามปฏทิ นิ จันทรคติของไทยนั้นจะตรงกบั วันข้นึ 15 ค่าํ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดอื น
อธิกมาส คือมีเดือน 8 สองคร้ัง วันมาฆบูชากจ็ ะเลื่อนไปเป็นวนั ขึน้ 15 ค่ํา เดอื น 4 และมักตรงกับเดอื น
กมุ ภาพนั ธ์หรือมีนาคม
หนงั สือเรียนวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคณุ ธรรมเพือ่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 43
ความสําคญั และประวตั ิของวันมาฆบูชา
ความสําคัญของวันมาฆบูชา คอื เปน็ วนั ที่พระสัมมาสัมพทุ ธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" แก่
พระสงฆเ์ ป็นครั้งแรก หลังจากตรสั รมู้ าแลว้ เป็นเวลา 9 เดอื น ซงึ่ หลักคําสอนน้เี ป็นหลักการ และวิธกี ารปฏบิ ัติ
ตา่ งๆ หากสรปุ เป็นใจความสําคัญ จะมีเนื้อหาวา่ "ทําความดี ละเว้นความชั่ว ทาํ จิตใจให้บรสิ ทุ ธิ์"
ท้งั น้ใี นวนั มาฆบชู าได้เกดิ เหตุอัศจรรยข์ ้นึ พร้อมๆ กันถงึ 4 ประการ อันไดแ้ ก่
1.วันนั้นตรงกับวนั เพ็ญ ขนึ้ 15 คาํ่ เดือน 3 ซง่ึ พระจันทรเ์ สวยมาฆฤกษ์
2.มพี ระสงฆ์จํานวน 1,250 รปู มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นดั หมาย ณ วัดเวฬุวนั เมืองราชคฤห์ แคว้น
มคธ เพือ่ สักการะพระสัมมาสมั พุทธเจา้
3.พระสงฆ์ทีม่ าประชุมทงั้ หมดล้วนแตเ่ ป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6
4.พระสงฆ์ทัง้ หมดได้รับการอปุ สมบทโดยตรงจากพระพทุ ธเจา้ หรอื "เอหภิ ิกขุอปุ สมั ปทา"และเพราะเกิด
เหตอุ ัศจรรย์ 4 ประการข้างต้น ทําใหว้ นั มาฆบชู า เรียกอีกช่อื หนงึ่ ไดว้ ่า "วนั จาตุรงคสันนิบาต" ซ่ึงคําว่า "จาตรุ งค
สันนบิ าต" นี้ มคี วามหมายตามการแยกศัพท์คือ จาตรุ แปลว่า 4
องค์ แปลว่า ส่วน
สนั นิบาต แปลวา่ ประชุม
ดงั นน้ั "จาตุรงคสนั นิบาต" จึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ 4" น่นั เอง
ทัง้ นี้วันมาฆบูชาถือวา่ เป็นวันพระธรรม ขณะที่วันวสิ าขบูชาถือว่าเปน็ วนั พระพทุ ธ ส่วนวัน
อาสาฬหบูชา เปน็ วันพระสงฆ์
ประวัติการถือปฏิบตั วิ ันมาฆบชู าในประเทศไทย
พิธที าํ บญุ วันมาฆบชู าน้ี ไมป่ รากฎหลักฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตามในหนงั สือ "พระราชพิธสี ิบสอง
เดือน" อันเปน็ บทพระราชนพิ นธข์ อง "พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มเี รอื่ งราวเก่ียวกบั การ
ประกอบราชกศุ ลมาฆบชู าไว้ว่า ประเทศไทยเริ่มกาํ หนดพธิ ีปฏิบตั ิในวนั มาฆบชู าเป็นครง้ั แรกในช่วงรชั สมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี 4 ซึง่ มีการประกอบพิธีเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2394 ใน
พระบรมมหาราชวังก่อน โดยมพี ิธพี ระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆจ์ ากวดั บวรนเิ วศวรวิหารและวัดราช
ประดิษฐ์จํานวน 30 รปู ฉนั ภตั ตาหารในพระอุโบสถ วัดพระศรรี ัตนศาสดาราม
เมอ่ื ถึงเวลาคํา่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั เสด็จฯ ออก ทรงจุดธปู เทยี นนมัสการ
พระสงฆท์ ําวัตรเย็นและสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ เมอ่ื สวดจบทรงจดุ เทยี น 1,250 เลม่ รอบพระอโุ บสถ มกี าร
ประโคมอีกครั้งหนึง่ แล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาตโิ มกข์ 1 กัณฑ์เป็นท้งั เทศนาภาษาบาลี และภาษาไทย ส่วน
เคร่ืองกัณฑ์ประกอบด้วยจวี รเนื้อดี 1 ผืน เงนิ 3 ตาํ ลงึ และขนมตา่ งๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รปู สวดรับ
หนงั สอื เรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 44
ในสมัยรชั กาลที่ 4 นน้ั พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองคเ์ อง
ทุกปี แต่มีการยกเวน้ บ้างในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 5 เนอื่ งจากบางครัง้ ตรงกบั
ช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่น้ันๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากภายใน
พระบรมมหาราชวัง
ตอ่ มาการประกอบพิธีมาฆบชู าไดแ้ พร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวงั และประกอบพธิ กี นั ทั่ว
ราชอาณาจกั ร ทางรฐั บาลจงึ ประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพ่ือให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชพี ไดไ้ ปวดั
เพ่ือทําบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนา
นอกจากนใ้ี นปี พ.ศ.2549 รัฐบาลไทยประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เปน็ วนั กตัญญูแหง่ ชาติอีกด้วย
หลกั ธรรมท่คี วรนําไปปฏิบตั ิ
หลักธรรมทคี่ วรนาํ ไปปฏบิ ตั คิ อื "โอวาทปาตโิ มกข์" ซงึ่ เปน็ หลักคําสอนสําคัญอันเป็นหัวใจของ
พระพุทธศาสนา เพื่อไปสู่ความหลุดพน้ หลักธรรมประกอบด้วย หลกั การ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธกี าร 6 ดงั น้ี
หลกั การ 3 คอื หลกั คําสอนที่ควรปฏบิ ัติ ไดแ้ ก่
1.การไมท่ าํ บาปท้ังปวง คือ การลด ละ เลกิ ทาํ บาปทั้งปวง อนั ไดแ้ ก่ อกุศลกรรมบถ 10 ซงึ่ เป็นทางแห่ง
ความชัว่ 10 ประการที่เปน็ ความชั่วทางกาย (การฆา่ สตั ว์ การลกั ทรพั ย์ การประพฤติผดิ ในกาม) ทางวาจา (การ
พูดเทจ็ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ) และทางใจ (การอยากได้สมบตั ิของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็น
ผดิ จากทํานองคลองธรรม)
2.การทํากศุ ลใหถ้ งึ พร้อม คอื การทําความดีทกุ อย่างตาม กุศลกรรมบถ 10 ทง้ั ความดที างกาย (ไมฆ่ า่
สัตว์ ไมเ่ บยี ดเบยี นผูอ้ ืน่ ไมเ่ อาส่ิงของทเี่ จ้าของไม่ไดใ้ ห้มาเปน็ ของตน มคี วามเออื้ เฟ้ือเผ่ือแผ่ ไมป่ ระพฤติผิดใน
กาม) ความดที างวาจา (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสยี ด ไมพ่ ูดหยาบคาย ไม่พดู เพอ้ เจ้อ) และความดีทางใจ (ไมโ่ ลภ
อยากไดข้ องผู้อื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มีความเข้าใจถูกต้องตามทาํ นองคลองธรรม)
3.การทําจติ ใจให้ผ่องใส คือ ทําจติ ใจให้บริสุทธิ์ หลดุ จากนวิ รณ์ท่ีคอยขัดขวางจติ ใจไมใ่ หเ้ ข้าถึงความสงบ
ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุง้ ซ่าน และความลงั เลสงสัย
ท้งั 3 หลักการขา้ งตน้ สามารถสรปุ ใจความสาํ คัญได้ว่า "ทําความดี ละเว้นความช่ัว ทําจิตใจให้
บรสิ ทุ ธ์ิ"
อดุ มการณ์ 4 ไดแ้ ก่
1. ความอดทน อดกลัน้ คอื ไม่ทําบาปท้งั กาย วาจา ใจ
2. ความไม่เบยี ดเบียน คอื งดเวน้ จากการทํารา้ ย หรือ เบียดเบยี นผอู้ ืน่
3. ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัตติ นใหส้ งบท้ังทางกาย ทางวาจาและทางใจ
4. นพิ พาน ได้แก่ การดบั ทกุ ข์ ซ่ึงเปน็ เป้าหมายสูงสุดในพระพทุ ธศาสนา
หนังสือเรียนวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพื่อพัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 45
วธิ กี าร 6 ได้แก่
1. ไมว่ า่ รา้ ย คอื ไมก่ ลา่ วใหร้ า้ ย โจมตใี คร
2. ไมท่ ํารา้ ย คอื การไมเ่ บยี ดเบยี นผู้อ่นื
3. สํารวมในปาติโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา รวมท้ังขนบธรรมเนยี มประเพณีอนั ดีงามของ
สงั คม
4. รจู้ ักประมาณ คอื ร้จู ักความพอดีในการบริโภค รวมท้ังการใช้สอยส่งิ ตา่ งๆ
5. อยใู่ นสถานที่สงัด คอื อยใู่ นสถานที่ที่มสี ง่ิ แวดล้อมทเ่ี หมาะสม
6. ฝกึ หัดจติ ใจใหส้ งบ คือ การฝกึ หัดชําระจติ ใจให้สงบ มีประสทิ ธภิ าพท่ีดี
กิจกรรมตา่ งๆ ทค่ี วรปฏิบัติตนในวันมาฆบชู า
การปฏบิ ัติตนสาํ หรับพทุ ธศาสนกิ ชนในวนั มาฆบูชาคือ คือ ในตอนเชา้ ควรไปทาํ บญุ ตกั บาตร ไปวัดเพื่อ
ฟงั พระธรรมเทศนา หรอื จดั สํารับคาวหวานไปทําบญุ ถวายภัตตาหาร ชว่ งบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา
เจรญิ สมาธภิ าวนา เม่ือถงึ ตอนคา่ํ นาํ ดอกไม้ ธปู เทยี นไปเวียนเทียน 3 รอบที่พระอโุ บสถ โดยการเวยี นเทียนนนั้ จะ
เวียนขวา จาํ นวน 3 รอบ และช่วงเวลาทีเ่ ดินอยนู่ ัน้ ให้ระลึกถึง พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ นอกจากนี้
พทุ ธศาสนกิ ชนควรบาํ เพ็ญสาธารณประโยชน์ตามสถานทีต่ ่างๆ และรักษาศีล สาํ หรับตามบ้านเรือน สถานที่
ราชการ จะมีการประดบั ธงชาติ ธงธรรมจกั ร เพือ่ ระลกึ ถึงวันสาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา
ข้อเสนอแนะการจดั กิจกรรมทางวัฒนธรรมในวันมาฆบูชา
กิจกรรมเกย่ี วกบั ครอบครัว
กจิ กรรมท่ีครอบครวั ควรทาํ ในวันมาฆบชู า อย่างเช่น การทําความสะอาดบ้าน จัดแตง่ ท่บี ูชาประจาํ บ้าน
ชักชวนครอบครัวไปทําบุญตกั บาตร ฟังศลี ฟังธรรม บําเพญ็ กุศล ปฏิบัตธิ รรม รวมทงั้ ควรศกึ ษาหลักธรรมคําสง่ั
สอน และความสาํ คญั ของวันมาฆบชู าด้วย
กจิ กรรมเกย่ี วกบั สถานศกึ ษา
ในสถานศึกษาเปน็ แหล่งเรยี นร้ทู ่สี าํ คัญอีกแหง่ โดยภายในสถานศกึ ษาควรมีการรว่ มรําลึกถงึ ความสําคญั
ของวันมาฆบชู า เช่น จดั นทิ รรศการใหค้ วามรู้ ประกวดเรยี งความ ตอบปัญหาธรรมะ บรรยายธรรม หรือรว่ มกัน
ทาํ บุญ ตักบาตร เวยี นเทียน บําเพญ็ กุศล อีกทง้ั ประกาศเกียรตคิ ณุ นักเรียนผู้ทําประโยชน์ ประพฤตติ นเป็น
แบบอยา่ งทด่ี ี
หนังสือเรียนวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพอื่ พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 46
กจิ กรรมเกย่ี วกบั สถานท่ีทํางาน
ควรประชาสมั พันธใ์ นท่ีทํางาน และจัดให้มีการบรรยายธรรม หรือร่วมบาํ เพญ็ ประโยชน์รว่ มกนั รว่ ม
ทาํ บญุ บําเพ็ญกุศลร่วมกัน
กิจกรรมเกี่ยวกบั สังคม
ภาคสว่ นต่างๆ ในสงั คม ไม่วา่ จะเปน็ วัด มูลนิธิ สมาคม สอ่ื มวลชน สนามบนิ สถานีรถไฟ ฯลฯ ควร
ชว่ ยกนั ประชาสมั พนั ธ์ความสําคัญของวนั มาฆบชู า อาจเปน็ การพิมพเ์ อกสารให้ความรู้ จัดใหม้ ีการเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมทางศาสนารว่ มกนั เช่น ทาํ บุญตักบาตร ฟังธรรม ชว่ ยกันรณรงค์ให้เลิกอบายมุข แตร่ ณรงค์ให้ช่วยกันทํา
ประโยชน์ตอ่ สังคมแทน อาจช่วยกันปลูกต้นไม้ ทาํ ความสะอาดท่สี าธารณะ ฯลฯ
ประโยชน์ที่จะไดร้ ับจากการจดั กิจกรรมในวนั มาฆบชู า
พุทธศาสนกิ ชนจะมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องเก่ียวกับความสาํ คัญของวันมาฆบูชา รวมท้งั
หลกั ธรรมตา่ งๆ ซึง่ จะทําใหเ้ กิดความตระหนักต่อความสาํ คัญของพระพทุ ธศาสนา อีกทัง้ ยงั เปน็ การปฏบิ ัติหน้าที่
ในฐานะชาวพทุ ธ และยงั เปน็ การช่วยธาํ รงพระพุทธศาสนาใหส้ ืบตอ่ ไป
วันวสิ าขบูชา วนั ขึ้น 15 คํ่า เดอื น 6
ความหมายของ วันวสิ าขบูชา
คําว่า วสิ าขบชู า ยอ่ มาจากคําวา่
"วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวนั เพ็ญเดือนวิสาขะ" ดงั น้ัน วิสาขบูชา จงึ หมายถึง การบูชาในวนั
เพญ็ เดือน 6
การกาํ หนดวนั วสิ าขบูชา
วันวิสาขบูชา ตรงกับวนั ขึน้ 15 คา่ํ เดอื น 6 ตามปฏิทินจันทรคตขิ องไทย ซึง่ มักจะตรงกบั เดือน
พฤษภาคม หรือมถิ ุนายน แตถ่ า้ ปีใดมีอธกิ มาส คือ มเี ดอื น 8 สองหน กเ็ ลอ่ื นไปเป็นวนั ขึ้น 15 คํ่า กลางเดือน 7
หรอื ราวเดือนมิถนุ ายน
อยา่ งไรกต็ าม ในบางปีของบางประเทศอาจกาํ หนด วันวิสาขบูชา ไมต่ รงกับของไทย เน่อื งดว้ ยประเทศ
เหล่านน้ั อย่ใู นตําแหน่งที่ตา่ งไปจากประเทศไทย ทาํ ให้วันเวลาคลาดเคลอ่ื นไปตามเวลาของประเทศน้ันๆ
ประวัติวนั วิสาขบูชา และความสําคญั ของ วันวิสาขบูชา
วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสาํ คญั ย่ิงทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันทีเ่ กดิ 3 เหตุการณส์ าํ คญั ท่ี
เก่ียวกับวถิ ชี ีวติ ของพระสัมมาสัมพุทธเจา้ เวียนมาบรรจบกนั ในวันเพญ็ เดอื น 6 แมจ้ ะมชี ่วงระยะเวลาหา่ งกนั
นบั เวลาหลายสิบปี ซ่งึ เหตกุ ารณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่
หนังสอื เรยี นวิชาเลือก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคุณธรรมเพื่อพัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 47
1. วันวิสาขบูชา เปน็ วันทพ่ี ระพุทธเจ้าประสูติ
เมอ่ื พระนางสริ ิมหามายา พระมเหสขี องพระเจ้าสุทโธทนะ แหง่ กรงุ กบิลพสั ด์ุ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะ
ประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสตู ใิ นตระกลู ของพระนางตามประเพณนี ยิ ม
ในสมัยนน้ั ขณะเสด็จแวะพกั ผอ่ นพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลมุ พนิ วี นั พระนางกไ็ ดป้ ระสูติพระโอรส ณ ใต้
ต้นสาละน้ัน ซึ่งตรงกับวนั เพ็ญเดอื น 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี คร้นั พระกุมารประสูตไิ ด้ 5 วนั กไ็ ดร้ ับการถวาย
พระนามวา่ "สทิ ธตั ถะ" แปลว่า "สมปรารถนา"
เม่ือข่าวการประสูติแพร่ไปถงึ อสติ ดาบส 4 ผู้อาศยั อยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลยั และมคี วามคุน้ เคยกบั
พระเจา้ สทุ โธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝา้ และเมือ่ เห็นพระราชกุมารก็ทํานายได้ทนั ทีวา่ น่คี อื ผูจ้ ะตรสั รู้เปน็
พระสัมมาสมั พุทธเจ้า จงึ กลา่ วพยากรณว์ ่า "พระราชกมุ ารน้จี กั บรรลพุ ระสพั พัญญตุ ญาณ เหน็ แจง้ พระนิพพาน
อนั บริสุทธ์อย่างยงิ่ ทรงหวงั ประโยชน์แกช่ นเป็นอนั มาก จะประกาศธรรมจกั รพรหมจรรย์ของพระกุมารนีจ้ ัก
แพรห่ ลาย" แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสทุ โธทนะทอดพระเนตรเหน็ เหตุการณน์ นั้ ทรงรสู้ กึ
อศั จรรย์และเปีย่ มลน้ ด้วยปตี ิ ถึงกับทรุดพระองคล์ งอภิวาทพระราชกุมารตามอยา่ งดาบส
2. วนั วสิ าขบชู า เปน็ วันท่ีพระพุทธเจา้ ตรสั รูอ้ นตุ ตรสัมโพธญิ าณ
หลงั จากออกผนวชได้ 6 ปี จนเมอื่ พระชนมายุ 35 พรรษา เจา้ ชายสิทธัตถะก็ทรงตรสั รเู้ ปน็
พระพทุ ธเจ้า ณ ใตร้ ่มไม้ศรีมหาโพธ์ิ ฝัง่ แม่น้ําเนรัญชรา ตําบลอุรเุ วลาเสนานิคม ในตอนเชา้ มืดของวนั พธุ ขึ้น 15
คํ่า เดือน 6 ปรี ะกา กอ่ นพุทธศักราช 45 ปี ปัจจบุ ันสถานที่ตรสั รูแ้ หง่ น้เี รียกวา่ พุทธคยา เป็นตาํ บลหนง่ึ ของ
เมืองคยา แหง่ รฐั พหิ ารของอินเดีย
สงิ่ ทีต่ รัสรู้ คอื อริยสจั ส่ี เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจา้ ซึ่งพระพุทธเจา้
เสดจ็ ไปที่ตน้ มหาโพธิ์ และทรงเจรญิ สมาธภิ าวนาจนจติ เปน็ สมาธิได้ฌานท่ี 4 แลว้ บําเพญ็ ภาวนาตอ่ ไปจนได้
ฌาน 3 คอื
ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปพุ เพนวิ าสานตุ ญิ าณ " คือ ทรงระลกึ ชาติในอดตี ทง้ั ของตนเองและผู้อื่นได้
ยามสอง : ทรงบรรลุ "จตุ ปู ปาตญาณ" คอื การรู้แจง้ การเกิดและดบั ของสรรพสัตวท์ ง้ั หลาย ดว้ ยการมี
ตาทพิ ย์ สามารถเหน็ การจุติและอบุ ตั ิของวญิ ญาณท้ังหลาย
ยามสาม หรือยามสดุ ทา้ ย : ทรงบรรลุ "อาสวกั ขญาณ" คอื รวู้ ธิ กี ําจดั กเิ ลสดว้ ย อริยสัจ 4 (ทกุ ข์
สมทุ ยั นโิ รธ มรรค) ไดต้ รสั รเู้ ป็นพระสัมมาสมั พุทธเจ้า ในคนื วันเพญ็ เดอื น 6 ซงึ่ ขณะน้นั พระพุทธองค์มีพระชน
มายไุ ด้ 35 พรรษา
หนงั สือเรียนวิชาเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 48
3. วันวิสาขบูชา เปน็ วนั ที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรนิ พิ พาน (ดบั สงั ขารไมก่ ลบั มาเกิดสร้างชาติ
สร้างภพอีกต่อไป)
เม่ือพระพทุ ธองค์ได้ตรัสรแู้ ละแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมพี ระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้
ประทบั จําพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แควน้ วชั ชี ในระหวา่ งนน้ั ทรงประชวรอยา่ งหนัก ครน้ั เม่ือถึงวนั
เพญ็ เดือน 6 พระพุทธองคก์ ับพระภิกษสุ งฆท์ ้ังหลาย กไ็ ปรับภตั ตาหารบิณฑบาตท่บี ้านนายจนุ ทะ ตามคํากราบ
ทูลนิมนต์ พระองคเ์ สวยสกุ รมัททวะทีน่ ายจนุ ทะต้ังใจทําถวายก็เกิดอาพาธลง แตท่ รงอดกล้ันมุ่งเสดจ็ ไปยังเมืองกุ
สนิ ารา ประทบั ณ ปา่ สาละ เพือ่ เสด็จดบั ขนั ธ์ุปรินพิ พาน
เมอื่ ถึงยามสดุ ท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์กท็ รงประทานปจั ฉิมโอวาทว่า "ดกู ่อนภกิ ษุทงั้ หลายอนั ว่า
สงั ขารทั้งหลายย่อมมคี วามเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ทา่ นทงั้ หลายจงยังกิจท้ังปวงอันเปน็ ประโยชนข์ องตน
และประโยชน์ของผู้อื่นให้ บรบิ รู ณด์ ้วยความไมป่ ระมาทเถิด" หลังจากนนั้ กเ็ สด็จเขา้ ดับขันธุ์ปรนิ ิพพาน ใน
ราตรเี พญ็ เดือน 6 น้นั
ประวัตคิ วามเปน็ มาของ วันวิสาขบูชา ในประเทศไทย
ปรากฎหลกั ฐานว่า วันวสิ าขบูชา เร่มิ ต้นครงั้ แรกในประเทศไทยต้ังแตส่ มยั กรุงสุโขทัยเปน็ ราชธานี
สนั นษิ ฐานว่าไดร้ บั แบบแผนมาจากลังกา น่ันคือ เม่ือประมาณ พ.ศ.420 พระเจ้าภาติกุราช กษตั รยิ ์แหง่ กรุงลงั กา
ไดป้ ระกอบพธิ ีวสิ าขบชู าข้ึน เพอ่ื ถวายเปน็ พุทธบชู า จากน้นั กษตั รยิ ล์ ังกา พระองค์อน่ื ๆ กป็ ฏิบตั ิประเพณวี ิสาขบู
ชานี้สบื ทอดตอ่ กนั มา
สว่ นการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนัน้ นา่ จะเปน็ เพราะประเทศไทยในสมยั กรุงสุโขทัยมีความสัมพนั ธ์
ดา้ นพระพทุ ธศาสนากบั ประเทศลังกาอยา่ งใกลช้ ิด เห็นได้จากมีพระสงฆ์จากลังกาหลายรปู เดนิ ทางเข้ามาเผยแพร่
พระพุทธศาสนา และนาํ การประกอบพิธีวิสาขบชู าเข้ามาปฏบิ ัตใิ นประเทศไทยดว้ ย
สาํ หรับการปฏบิ ตั ิพิธีวิสาขบชู าในสมยั สุโขทยั นน้ั ไดม้ กี ารบันทึกไว้ในหนังสือนางนพมาศ สรุปไดว้ า่ เมอ่ื
ถึงวันวสิ าขบูชา พระเจ้าแผ่นดนิ ข้าราชบรพิ าร ทั้งฝ่ายหน้า และฝา่ ยใน ตลอดทง้ั ประชาชนชาวสุโขทัย จะ
ชว่ ยกันประดับตกแต่งพระนคร ด้วยดอกไม้ พร้อมกับจุดประทีปโคมไฟให้ดสู วา่ งไสวไปท่ัวพระนคร เป็นเวลา 3
วนั 3 คืน เพอ่ื เปน็ การบชู าพระรัตนตรยั ขณะท่ีพระมหากษัตรยิ ์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบําเพ็ญ
พระราชกุศลตา่ งๆ ครั้นตกเวลาเยน็ ก็เสดจ็ พระราชดําเนินพรอ้ มด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์
ตลอดจนขา้ ราชการทง้ั ฝ่ายหน้า และฝา่ ยในไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวยี นเทียนรอบพระประธาน
สว่ นชาวสโุ ขทัยจะรักษาศลี ฟังธรรม ถวายสลากภัต สงั ฆทาน อาหารบณิ ฑบาตแด่พระภิกษุสามเณร
บริจาคทานแก่คนยากจน ทําบญุ ไถช่ ีวติ สัตว์ ฯลฯ
หนงั สือเรยี นวิชาเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคณุ ธรรมเพื่อพัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 49
หลงั จากสมัยสุโขทยั ประเทศไทยไดร้ บั อิทธพิ ลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้น ทําใหใ้ นชว่ งสมัยกรงุ ศรี
อยธุ ยา ธนบุรี และรัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น ไมป่ รากฎหลกั ฐานวา่ มกี ารประกอบพธิ ีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถงึ รชั สมยั
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย รัชกาลท่ี 2 แห่งกรุงรัตนโกสนิ ทร์ (พ.ศ.2360) ทรงมพี ระราชดาํ ริทจ่ี ะให้
ฟ้นื ฟูพิธวี สิ าขบชู าขนึ้ มาใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) สํานกั วัดราชบูรณะ ถวายพระพรใหท้ รงทําขนึ้ เป็นครง้ั
แรก ในวันขน้ึ 14 ค่ํา 15 คา่ํ และวนั แรม 1 คํ่า เดือน 6 พ.ศ.2360 และให้จัดทําตามแบบอย่างประเพณเี ดมิ ทกุ
ประการ เพือ่ ใหป้ ระชาชนได้ทาํ บญุ ทํากุศล โดยทัว่ หนา้ กัน การรื้อฟน้ื พิธวี ิสาขบูชาขน้ึ มาในคราน้ี จึงถือเปน็
แบบอย่างถอื ปฏบิ ัติในการประกอบพิธี วันวิสาขบูชา ต่อเน่ืองมาจวบจนกระทัง่ ปจั จบุ นั
การประกอบพิธีในวนั วสิ าขบชู า
การประกอบพิธใี น วันวสิ าขบูชา จะแบง่ ออกเป็น 3 พธิ ี ได้แก่
1. พิธีหลวง คือพระราชพิธี สาํ หรับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานวุ งศป์ ระกอบในวนั วิสาขบูชา
2. พธิ ีราษฎร์ คอื พธิ ีของประชาชนทัว่ ไป
3. พธิ ีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ
กจิ กรรมในวนั วสิ าขบูชา
กจิ กรรมท่ีพทุ ธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวสิ าขบชู า ไดแ้ ก่
1. ทําบญุ ใสบ่ าตร กรวดน้ําอุทศิ สว่ นกศุ ลให้ญาติที่ลว่ งลับ และเจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสาํ รบั คาวหวานไปทําบุญถวายภตั ตาหารท่วี ัด และปฏิบตั ิธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพ่ือสร้างบญุ สร้างกศุ ล
4. รว่ มเวยี นเทยี นรอบอุโบสถทีว่ ดั ในตอนคาํ่ เพ่ือรําลกึ ถงึ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
5. รว่ มกจิ กรรมเกยี่ วกับวนั สําคญั ทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรอื เรอ่ื งราวความเป็นมาเก่ียวกับวนั วิสาขบชู าตามโรงเรยี น หรือสถานที่
ราชการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการรว่ มราํ ลึกถงึ ความสําคัญของวันวิสาขบชู า
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานทีร่ าชการ
8. บําเพญ็ สาธารณประโยชน์
หลักธรรมท่ีสําคญั ใน วันวิสาขบูชา ท่คี วรนาํ มาปฏบิ ตั ิ
ใน วันวิสาขบูชา พุทธศาสนกิ ชนทั้งหลายควรยดึ มนั่ ในหลักธรรม ซ่ึงหลักธรรมที่ควรนาํ มาปฏิบัติ
ในวนั วสิ าขบูชา ได้แก่
1. ความกตัญญู คือ การรคู้ ุณคน เปน็ คุณธรรมทีค่ ู่กับความกตเวที ซ่ึงหมายถงึ การตอบแทนคณุ ท่ีมีผูท้ ํา
ไว้ ความกตญั ญแู ละความกตเวทีน้ี เปน็ เคร่ืองหมายของคนดี ทาํ ใหค้ รอบครวั และสังคมมีความสขุ ซึง่ ความ
กตญั ญูกตเวทนี ัน้ สามารถเกดิ ข้นึ ได้กับท้ัง บดิ ามารดาและลูก ครอู าจารย์กบั ศิษย์ นายจ้างกบั ลูกจา้ ง ฯลฯ
หนงั สอื เรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพ่อื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 50
ในพระพุทธศาสนา เปรยี บพระพุทธเจ้าเสมือนกับบพุ การี ผชู้ ใ้ี หเ้ หน็ ทางหลุดพ้นแหง่ ความทุกข์ ดังนนั้
พทุ ธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทดี ว้ ยการทาํ นบุ ํารงุ พระพุทธศาสนา และดาํ รง
พระพุทธศาสนาใหอ้ ยู่สบื ไป
2. อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสรฐิ 4 ประการทีพ่ ระพุทธเจ้าทรงตรสั ร้ใู น วันวิสาขบูชา ได้แก่
ทกุ ข์ คอื ปญั หาของชีวติ สภาวะท่ีทนไดย้ าก ซ่ึงทุกขข์ ัน้ พ้ืนฐาน คือ การเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเปน็ สง่ิ ท่ี
มนุษยท์ ุกคนต้องเผชญิ ส่วนทุกข์จร คือ ทกุ ขท์ ่เี กิดขึ้นในการดาํ เนนิ ชีวติ ประจาํ วัน เชน่ การพลัดพลาดจากสง่ิ ท่ีเปน็ ท่ี
รกั หรือ ความยากจน เป็นต้น
สมุทัย คือ ตน้ เหตขุ องปัญหา หรอื สาเหตุของการเกิดทุกข์ และสาเหตุส่วนใหญ่ของปญั หาเกิดจาก "ตณั หา"
อันได้แก่ ความอยากไดต้ ่างๆ อยา่ งไม่มที ่ีสน้ิ สุด
นโิ รธ คอื ความดับทุกข์ เปน็ สภาพที่ความทุกข์หมดไป เพราะสามารถดบั กเิ ลส ตัณหา อุปาทานออกไป
ได้
มรรค คือ หนทางทนี่ ําไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฎิบัตเิ พ่ือแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเหน็ ชอบ
ดาํ ริชอบ วาจาชอบ กระทําชอบ เลี้ยงชพี ชอบ พยายามชอบ ระลกึ ชอบ ตัง้ จิตมน่ั ชอบ
3. ความไม่ประมาท
คือการมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะทําอะไร พูดอะไร คิดอะไร ลว้ นต้องใชส้ ติ เพราะสตคิ ือการระลกึ ได้ การ
ระลกึ ได้อยู่เสมอจะทาํ ให้เราใชช้ ีวิตอยา่ งไม่ประมาท ซ่ึงความประมาทน้นั จะทําใหเ้ กดิ ปัญหายงุ่ ยากตามมา ดังนัน้
ในวันน้ีพุทธศาสนิกชนจะพากันนอ้ มระลึกถึงพระพุทธเจา้ พระธรรม และพระสงฆ์ ดว้ ยความมสี ติ
วันวิสาขบชู า นับว่าเปน็ วนั ทีม่ คี วามสาํ คัญสาํ หรับพุทธศาสนกิ ชนทุกคน เป็นวนั ทม่ี ีการทาํ พธิ ีพทุ ธบูชา
เพอ่ื เปน็ การน้อมราํ ลกึ ถึงพระวิสุทธคิ ณุ พระปัญญาคุณ และพระมหากรณุ าธิคุณ ของพระสมั มาสัมพทุ ธเจ้าที่มตี ่อ
มวลมนุษย์และสรรพสตั ว์ อกี ทัง้ เพ่ือเป็นการราํ ลึกถึงเหตกุ ารณ์อันนา่ อศั จรรยท์ ้ัง 3 ประการ ทม่ี าบงั เกิดในวนั
เดียวกนั และนาํ หลักธรรมคําสั่งสอนของพระพุทธองคม์ าเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัตใิ นการดํารงชีวติ
วันอาสาฬหบชู า วันขึ้น 15 คํ่า เดอื น 8
ทกุ วันขนึ้ 15 คํา่ เดอื น 8 ของทกุ ปี จะตรงกบั วัน
สําคญั ทางพทุ ธศาสนาอีกหนึ่งวนั นัน่ คอื "วัน
อาสาฬหบูชา" ทั้งนี้ คําว่า "อาสาฬหบชู า" สามารถอ่านได้
2 แบบ คอื อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา
ซง่ึ จะประกอบดว้ ยคาํ 2 คํา คือ อาสาฬห ท่ีแปลวา่ เดือน
8 ทางจนั ทรคติ กบั คําวา่ บชู า ท่แี ปลว่า การบชู า เม่อื นาํ มา
รวมกันจงึ แปลวา่ การบชู าในเดอื น 8 หรอื การบูชาเพ่ือ
ระลกึ ถงึ เหตุการณ์สาํ คัญในเดือน 8
หนังสือเรยี นวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคุณธรรมเพอื่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 51
วนั อาสาฬหบชู า คอื วันทพ่ี ระพทุ ธเจ้าไดท้ รงประกาศพระพทุ ธศาสนาเปน็ ครง้ั แรก หลังจากตรสั รูไ้ ด้ 2
เดือน โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคียท์ ั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททยิ ะ พระ
มหานาม และพระอัสสชิ ทปี่ ่าอิสปิ ตนมฤคทายวนั เมืองพาราณสี แควน้ มคธ จน พระอญั ญาโกณฑัญญะ ได้
บรรลุธรรมและขอบวชเปน็ พระภิกษรุ ปู แรกในพระพทุ ธศาสนา จงึ ถือว่าวันนี้มีพระรตั นตรัยครบองคส์ าม
บรบิ รู ณค์ ร้งั แรกในโลก คือ ท้ังพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซ่ึงเหตกุ ารณ์นเี้ กดิ ข้ึนก่อนพุทธศักราช 45 ปี
ท้งั นี้ พระธรรมทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงแก่ปัจจวคั คียท์ ง้ั 5 เรยี กว่า "ธัมมจกั กัปปวตั ตนสตู ร" แปลว่า
พระสูตรแห่งการหมนุ วงล้อธรรม ซึง่ หลังจากปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์แรกท่พี ระองค์ทรงแสดงจบลง
พระอญั ญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สําเร็จเปน็ พระโสดาบนั จงึ ขออปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษุใน
พระพทุ ธศาสนา พระพุทธเจา้ กไ็ ด้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวธิ ที เ่ี รียกว่า "เอหภิ กิ ขอุ ุปสมั ปทา" พระโกณ
ฑัญญะจึงได้เปน็ พระอรยิ สงฆ์องคแ์ รกในพระพุทธศาสนา ต่อมา พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และ
พระอสั สชิ กไ็ ด้ดวงตาเหน็ ธรรม และได้อปุ สมบทตามลําดบั
สําหรับใจความสําคญั ของการปฐมเทศนา มหี ลกั ธรรมสําคัญ 2 ประการ คอื
1. มชั ฌิมาปฏิปทา หรอื ทางสายกลาง เปน็ ข้อปฏบิ ตั ทิ เี่ ปน็ กลางๆ ถูกต้องและเหมาะสมทีจ่ ะให้
บรรลถุ งึ จุดหมายได้ มใิ ช่การดําเนนิ ชวี ติ ที่เอียงสดุ 2 อย่าง หรืออยา่ งหนึง่ อย่างใด คือ
การหมกมนุ่ ในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลนิ่ เสียง รวมความเรยี กวา่ เป็นการหลง
เพลิดเพลินหมกม่นุ ในกามสุข หรือกามสุขัลลิกานุโยค
การสร้างความลําบากแก่ตน ดาํ เนินชีวติ อยา่ งเลื่อนลอย เช่น บาํ เพ็ญตบะการทรมานตน คอยพ่ึง
อาํ นาจสง่ิ ศักด์สิ ทิ ธ์ิ เปน็ ตน้ ซึ่งการดาํ เนินชีวิตแบบท่ีก่อความทกุ ข์ใหต้ นเหนือ่ ยแรงกาย แรงสมอง แรง
ความคิด รวมเรียกวา่ อตั ตกิลมถานุโยค
ดังนนั้ เพ่อื ละเว้นห่างจากการปฏิบัตทิ างสุดเหล่าน้ี ตอ้ งใช้ทางสายกลาง ซ่ึงเป็นการดาํ เนนิ ชีวิตด้วย
ปัญญา โดยมีหลกั ปฏบิ ตั เิ ป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เรยี กว่า อริยอัฏฐังคกิ มคั ค์ หรอื มรรคมอี งค์ 8 ไดแ้ ก่
1. สัมมาทฏิ ฐิ เห็นชอบ คอื ร้เู ข้าใจถูกต้อง เห็นตามท่ีเป็นจรงิ
2. สมั มาสังกัปปะ ดาํ รชิ อบ คือ คิดสุจริตต้งั ใจทาํ ส่งิ ท่ดี งี าม
3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คอื กลา่ วคาํ สุจริต
4. สัมมากัมมันตะ กระทาํ ชอบ คือ ทําการที่สจุ ริต
5. สัมมาอาชวี ะ อาชีพชอบ คอื ประกอบสัมมาชีพหรอื อาชีพท่สี จุ ริต
6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพยี รละชัว่ บําเพ็ญดี
7. สัมมาสติ ระลกึ ชอบ คือ ทาํ การดว้ ยจติ สาํ นึกเสมอ ไมเ่ ผลอพลาด
8. สมั มาสมาธิ ตง้ั จิตมั่นชอบ คอื คุมจติ ให้แนว่ แนม่ ่ันคงไมฟ่ ุ้งซ่าน
หนังสือเรียนวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวิชาคณุ ธรรมเพือ่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 52
2. อริยสัจ 4 แปลว่า ความจรงิ อันประเสริฐของอรยิ ะ ซึ่งคือ บุคคลทห่ี ่างไกลจากกิเลส ได้แก่
1. ทกุ ข์ ได้แก่ ปญั หาทง้ั หลายทเี่ กิดขึ้นกับมนษุ ย์ บคุ คลตอ้ งกําหนดรู้ใหเ้ ทา่ ทนั ตามความเปน็ จรงิ วา่ มัน
คืออะไร ตอ้ งยอมรบั รู้ กลา้ สหู้ น้าปัญหา กล้าเผชิญความจรงิ ตอ้ งเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิง่ ไม่เท่ยี ง มีการ
เปลี่ยนแปลงไปเปน็ อยา่ งอ่นื ไม่ยดึ ติด
2. สมุทยั ได้แก่ เหตเุ กิดแห่งทุกข์ หรอื สาเหตุของปัญหา ตัวการสาํ คัญของทกุ ข์ คือ ตณั หาหรือเสน้ เชือก
แหง่ ความอยากซ่ึงสมั พันธ์กับปัจจัยอื่นๆ
3. นิโรธ ไดแ้ ก่ ความดบั ทกุ ข์ เร่ิมดว้ ยชีวติ ทอ่ี สิ ระ อยู่อยา่ งรู้เทา่ ทนั โลกและชวี ิต ดาํ เนนิ ชวี ิตด้วยการใช้
ปัญญา
4. มรรค ไดแ้ ก่ กระบวนวิธีแหง้ การแกป้ ญั หา อันได้แก่ มรรคมีองค์ 8 ประการดงั กล่าวขา้ งตน้
สว่ นพธิ ีกรรมโดยทวั่ ไปทีน่ ยิ มกระทาํ ในวันนี้ คอื การทาํ บญุ ตักบาตร รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา และ
สวดมนต์ ในตอนคาํ่ ก็จะมีการเวยี นเทียนที่เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยเรา ดังนนั้ พุทธศาสนิกชน
ทง้ั หลายควรเข้าวดั เพื่อน้อมระลกึ ถงึ คุณพระรัตนตรยั อกี ทั้งยังเปน็ การชว่ ยชะล้างจติ ใจให้ปลอดโปรง่ ผอ่ งใส จะ
ไดม้ รี า่ งกายและจติ ใจท่ีพรอ้ มสาํ หรบั การดําเนนิ ชีวติ ในยุคที่ค่าครองชีพถีบตัวสูงข้ึนอย่างนี้
วนั เขา้ พรรษา วันแรม 1 ค่ํา เดอื น 8
วนั เขา้ พรรษา เป็นวนั สําคญั ในพุทธศาสนาวันหนง่ึ ที่พระสงฆอ์ ธษิ ฐานว่าจะพักประจําอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
ตลอดชว่ งฤดูฝนที่มีกําหนดเป็นระยะเวลา 3 เดอื น ตามท่ีพระธรรมวนิ ยั บญั ญตั ิไว้ โดยไมไ่ ปคา้ งแรมท่ีอนื่
"เขา้ พรรษา" แปลว่า "พกั ฝน" หมายถึง พระภิกษสุ งฆ์ต้องอยู่ประจาํ ณ วดั ใดวัดหนงึ่ ระหว่างฤดูฝน
โดยเหตุทีพ่ ระภกิ ษุในสมัยพุทธกาล มีหนา้ ทีจ่ ะต้องจาริกโปรดสตั ว์ และเผยแผ่พระธรรมคาํ สั่งสอนแก่ประชาชน
ไปในที่ต่างๆ ไมจ่ ําเปน็ ต้องมีที่อยปู่ ระจํา แมใ้ นฤดูฝน ชาวบ้านจึงตาํ หนิว่าไปเหยยี บข้าวกลา้ และพชื อ่นื ๆ จน
เสยี หาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจาํ พรรษาให้พระภกิ ษุอย่ปู ระจาํ ทีต่ ลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คอื เร่ิม
ตั้งแต่วนั แรม 1 คาํ่ เดอื น 8 ของทุกปี ถา้ ปีใดมีเดือน 8 สองคร้ัง ก็เลื่อนมาเปน็ วนั แรม 1 ค่าํ เดือนแปดหลงั และ
ออกพรรษาในวนั ขึน้ 15 คํา่ เดอื น 11 เว้นแตม่ ีกิจธุระคือเมื่อเดินทางไปแลว้ ไมส่ ามารถจะกลบั ได้ในเดยี วน้นั ก็
ทรงอนญุ าตใหไ้ ปแรมคืนได้ คราวหน่ึงไม่เกนิ 7 คืน เรยี กวา่ "สัตตาหะ" หากเกนิ กําหนดน้ีถอื วา่ ไมไ่ ดร้ ับประโยชน์
แห่งการจําพรรษา จัดวา่ พรรษาขาด
ระหว่างเดินทางก่อนหยดุ เขา้ พรรษา หากพระภกิ ษุสงฆ์เขา้ มาทนั ในหมู่บ้านหรอื ในเมอื งกพ็ อจะหาทพ่ี ัก
พิงได้ตามสมควร แตถ่ า้ มาไม่ทนั กต็ ้องพ่ึงโคนไม้ใหญเ่ ป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระไดร้ ับความลาํ บากเชน่ น้ี จงึ
ชว่ ยกันปลูกเพงิ เพือ่ ให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลายๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนเี้ รียกวา่ "วิหาร" แปลวา่ ท่อี ยู่สงฆ์
เม่ือหมดแล้ว พระสงฆท์ า่ นออกจาริกตามกจิ ของทา่ นครงั้ ถึงหนา้ ฝนใหมท่ า่ นกก็ ลับมาพักอีก เพราะสะดวกดี แต่
บางทา่ นอยู่ประจําเลย บางทีเศรษฐมี จี ิตศัรทธาเลอื่ มใสในพระพุทธศาสนา ก็เลอื กหาสถานทสี่ งบเงยี บไม่หา่ งไกล
จากชมุ ชนนกั สรา้ งที่พัก เรยี กวา่ "อาราม" ให้เปน็ ท่ีอยู่ของสงฆด์ ังเช่นปจั จบุ นั น้ี
หนังสอื เรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 53
ท้งั นี้ โดยปกตเิ ครื่องใช้สอยของพระตามพทุ ธานุญาตใหม้ ีประจาํ ตัวนนั้ มีเพียงอัฏฐบริขาร อนั ได้แก่ สบง
จีวร สังฆาฏิ เขม็ บาตร รัดประคด หม้อกรองนํ้า และมีดโกน และกวา่ พระทา่ นจะหาที่พักแรมได้ บางทีกถ็ ูกฝน
ตน้ ฤดเู ปียกปอนมา ชาวบา้ นทีใ่ จบญุ จงึ ถวายผา้ อาบน้ําฝนสําหรับใหท้ า่ นได้ผลดั เปลีย่ น และถวายของจําเป็นแก่
กิจประจาํ วนั ของท่านเปน็ พิเศษในเข้าพรรษา นับเปน็ เหตใุ ห้มีประเพณีทําบุญเนื่องในวนั น้ีสบื มา...
อย่างไรก็ตาม แม้การเขา้ พรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แตพ่ ทุ ธศาสนิกชนกถ็ ือเปน็ โอกาสดีที่จะได้
ทาํ บุญรักษาศีล และชาํ ระจิตใจใหผ้ ่องใส กอ่ นวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปชว่ ยพระทําความสะอาดเสนาสนะ
ซอ่ มแซมกฏุ ิวิหารและอ่นื ๆ พอถึงวันเขา้ พรรษากจ็ ะไปร่วมทาํ บญุ ตกั บาตร ถวายเคร่ืองสักการะบูชา ดอกไม้ ธูป
เทยี น และเครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นตน้ พร้อมฟังเทศน์ ฟังธรรม และรกั ษาอโุ บสถศีลกนั ทวี่ ดั บางคนอาจ
ต้งั ใจงดเวน้ อบายมขุ ต่างๆ เป็นกรณพี ิเศษ เช่น งดเสพสรุ า งดฆ่าสตั ว์ เปน็ ตน้ อน่ึง บิดามารดามกั จะจัดพิธี
อปุ สมบทให้บุตรหลานของตน โดยถอื กันว่าการเขา้ บวชเรียนและอยจู่ าํ พรรษาในระหว่างนจี้ ะได้รับอานิสงส์
อยา่ งสงู
นอกจากนี้ ยงั มีประเพณีสําคัญท่ีขาดไม่ได้เลย คือ "ประเพณหี ลอ่ เทียนเขา้ พรรษา" ประเพณีท่ีกระทาํ
กนั เมอื่ ใกลถ้ ึงฤดเู ข้าพรรษา ซึ่งมีมาตัง้ แตโ่ บราณกาล การหลอ่ เทยี นเขา้ พรรษาน้ี มอี ยูเ่ ป็นประจาํ ทุกปี เพราะใน
ระยะเขา้ พรรษา พระภกิ ษุจะต้องมีการสวดมนต์ทําวตั รทุกเชา้ – เย็น และในการน้จี ะต้องมีธูป - เทยี นจุดบูชา
ด้วย พทุ ธศาสนิกชนทัง้ หลาย จงึ พรอ้ มใจกนั หล่อเทียนเข้าพรรษาสาํ หรับใหพ้ ระภกิ ษจุ ุดเปน็ การกุศลทานอย่าง
หน่ึง เพราะเช่ือกันวา่ ในการใหท้ านดว้ ยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆเ์ พม่ิ พนู ปญั ญาหตู าสว่างไสว ตามชนบทน้ัน การ
หลอ่ เทียนเขา้ พรรษาทํากนั อย่างเอกิ เกรกิ สนุกสนานมาก เมอ่ื หลอ่ เสร็จแล้ ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ 3
รอบ แลว้ นําไปบูชาพระตลอดระยะเวลา 3 เดอื น บางแหง่ ก็มีการประกวดการตกแต่ง มีการแหร่ อบเมืองด้วบวน
ทส่ี วยงาม โดยถอื วา่ เปน็ งานประจําปี กจิ กรรมต่างๆ ที่ควรปฏบิ ตั ใิ นวนั เข้าพรรษา
- รว่ มกิจกรรมทําเทยี นจาํ นําพรรษา
- ร่วมกจิ กรรมถวายผ้าอาบน้ําฝน และจตุปจั จยั แก่พระภิกษุสามเณร
- ร่วมทําบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศลี
- อธิษฐานงดเว้นอบายมขุ ตา่ งๆ
ประวตั ิวันเข้าพรรษา
วันเขา้ พรรษา เป็นวนั สาํ คัญในพทุ ธศาสนาวนั หนึ่ง ที่พระสงฆ์อธิษฐานวา่ จะพักประจําอยู่ ณ ทใ่ี ดที่หนึ่ง
ตลอดระยะเวลาฤดฝู นที่มกี าํ หนดเป็นระยะเวลา 3 เดอื น ตามที่พระธรรมวนิ ยั บญั ญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมท่อี ่นื
หรือทีเ่ รยี กติดปากกนั โดยท่ัวไปวา่ จาํ พรรษา ("พรรษา" แปลว่า ฤดฝู น, "จํา" แปลว่า อยู่) พิธเี ขา้ พรรษานี้ถือ
เปน็ ศาสนพิธีสําหรบั พระภกิ ษุโดยตรง ละเวน้ ไม่ได้ ไมว่ ่ากรณใี ดๆ กต็ าม เริม่ นับตัง้ แต่วนั แรม 1 คาํ่ เดือน 8 ของ
ทกุ ปี และสนิ้ สดุ ลงในวันขึ้น 15 คํ่า เดอื น 11 หรือวันออกพรรษา
หนังสอื เรียนวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคณุ ธรรมเพ่อื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 54
ในสมัยพทุ ธกาลนน้ั พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวนิ ัยให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจาํ พรรษา เหลา่ ภิกษุ
สงฆ์จึงต่างพากันออกเดนิ ทางเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในท่ตี ่างๆ โดยไม่ย่อท้อทงั้ ในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน
ต่อมาชาวบา้ นได้พากันติเตียนว่า พวกสมณะไมย่ อมหยุดพกั สัญจรแมใ้ นฤดูฝน ในขณะทนี่ ักบวชในศาสนาอื่น พา
กนั หยุดเดินทางในช่วงฤดฝู น การทีพ่ ระภกิ ษสุ งฆจ์ าริกไปในทต่ี า่ งๆ แม้ในฤดฝู น อาจเหยียบยาํ่ ขา้ วกลา้ ของ
ชาวบา้ นไดร้ บั ความเสียหาย หรอื อาจไปเหยียบยาํ่ โดนสตั วเ์ ล็กสตั วน์ ้อยทอี่ อกหากินจนถึงแกค่ วามตาย เม่ือ
พระพทุ ธเจา้ ทราบเร่ือง จึงได้วางระเบยี บใหภ้ ิกษปุ ระจําอยู่ทว่ี ดั เป็นเวลา 3 เดอื น พระสงฆท์ ่เี ขา้ จาํ พรรษาแล้วจะ
ไปคา้ งแรมที่อื่นไมไ่ ด้ แต่ถา้ หากเดินทางออกไปแลว้ และไม่สามารถกลบั มาในเวลาท่กี าํ หนด คือ ก่อนรงุ่ สว่าง ก็จะ
ถอื วา่ พระภกิ ษรุ ปู นั้น"ขาดพรรษา"แตห่ ากมีกรณีจาํ เป็นบางอย่าง พระภิกษผุ ูจ้ าํ พรรษาสามารถไปค้างท่ีอ่นื ได้ โดย
ไม่ถือว่าเปน็ การขาดพรรษา แตก่ จ็ ะต้องกลบั มาภายในระยะเวลาไมเ่ กิน 7 วนั กค็ ือ
1. การไปรักษาพยาบาลภกิ ษุ หรือบิดามารดาทีเ่ จ็บป่วย
2. การไประงบั ภิกษุสามเณรทอี่ ยากจะสึกมิให้สึกได้
3. การไปเพื่อกจิ ธุระของคณะสงฆ์ เชน่ การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏทิ ช่ี ํารุด
4. หากทายกนมิ นต์ไปทําบุญ กไ็ ปฉลองศรทั ธาในการบําเพ็ญกุศลของเขาได้
ประเภทของการเข้าพรรษา
การเข้าพรรษาแบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ
ปรุ ิมพรรษา (เขยี นอีกอยา่ งว่า บรุ มิ พรรษา) คือ การเข้าพรรษาแรก เริ่มตง้ั แต่วันแรม 1 ค่ํา เดอื น 8
(สําหรับปอี ธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน จะเรม่ิ ในวันแรม 1 คํ่า เดอื น 8 หลัง) จนถึงวนั ขน้ึ 15 คํา่ เดอื น 11
หลงั จากออกพรรษาแล้ว พระทอี่ ยู่จําพรรษาครบ 3 เดอื น กม็ สี ทิ ธทิ ่ีจะรบั กฐนิ ซึ่งมชี ว่ งเวลาเพียงหนึ่งเดือน
นับตัง้ แตว่ ันแรม 1 คา่ํ เดือน 11 ถงึ ขนึ้ 15 คํ่า เดือน 12
ปัจฉิมพรรษา คือ การเข้าพรรษาหลงั ใชใ้ นกรณีที่พระภิกษตุ ้องเดินทางไกลหรอื มเี หตุสุดวิสยั ทําให้
กลบั มาเขา้ พรรษาแรกในวนั แรม 1 ค่ํา เดือน 8 ไม่ทนั ต้องรอไปเขา้ พรรษาหลงั คือวันแรม 1 คํา่ เดือน 9 แลว้ จะ
ไปออกพรรษาในวนั ขนึ้ 15 ค่ํา เดอื น 12 ซึง่ เปน็ วนั หมดเขตทอดกฐนิ พอดี ดังนั้นพระภิกษุทีเ่ ขา้ ปัจฉิมพรรษาจงึ
ไม่มโี อกาสไดร้ ับกฐนิ แตก่ ไ็ ด้พรรษาเช่นเดียวกบั พระทีเ่ ข้าปุริมพรรษาเหมอื นกนั
เครอ่ื งอัฏฐบริขารของภกิ ษรุ ะหว่างการจําพรรษา
โดยปรกตเิ คร่อื งใชส้ อยของพระภกิ ษตุ ามพุทธานุญาตท่ีให้มีประจําตัวน้นั มเี พยี ง อฏั ฐบริขาร ซ่ึงได้แก่
สบง จวี ร สงั ฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองนํา้ และมดี โกน แต่ช่วงหน้าฝนของการจาํ พรรษาในสมัยก่อน
นัน้ กวา่ พระสงฆจ์ ะหาทีพ่ ักแรมได้ บางคร้งั ก็ถูกฝนเปยี กปอน ชาวบ้านผใู้ จบญุ จงึ ถวาย "ผ้าจาํ นําพรรษา" หรือท่ี
เรียกกันโดยทว่ั ไปว่า ผ้าอาบนํ้าฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยน และยงั ถวายของจําเป็นแกก่ ิจประจาํ วนั เปน็
พิเศษในช่วงเข้าพรรษา จนเป็นประเพณที าํ บญุ สบื ต่อกันมาจนถึงปจั จบุ ัน
หนังสอื เรียนวิชาเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคุณธรรมเพือ่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 55
การปฏิบัตติ นในวนั เขา้ พรรษา
แมก้ ารเข้าพรรษาจะเปน็ เร่อื งของภิกษุ แตพ่ ุทธศาสนิกชนก็ถอื เปน็ โอกาสดที ี่จะได้ทาํ บญุ รักษาศลี และ
ชําระจติ ใจให้ผ่องใส ในวนั นห้ี รอื ก่อนวันนี้หนึ่งวนั พทุ ธศาสนกิ ชนมกั จะจัดเคร่ืองสักการะเช่น ดอกไม้ ธปู เทยี น
เครือ่ งใช้ เชน่ สบู่ ยาสีฟนั เป็นตน้ มาถวายพระภิกษุ สามเณรทตี่ นเคารพนับถือ หรอื มกี ารชว่ ยพระทาํ ความ
สะอาดเสนาสนะ ซอ่ มแซมกฏุ ิวิหารและอื่นๆ พอถึงวนั เขา้ พรรษาก็จะไปรว่ มทาํ บุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม
และรกั ษาอโุ บสถศีลกนั ท่ีวัด บางคนอาจต้งั ใจงดเวน้ อบายมขุ ต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสรุ า งดฆ่าสัตว์
เปน็ ต้น มีประเพณีที่สําคัญและสบื ทอดกนั เรื่อยมา ก็คือ ประเพณีหลอ่ เทยี นพรรษา สําหรบั ให้พระภกิ ษุและ
พทุ ธศาสนกิ ชนท่ัวไปได้จดุ บชู าพระประธานในโบสถ์ซ่ึงเทียนพรรษาสามารถอยู่ไดต้ ลอด 3 เดอื น และเป็นกศุ ล
ทานอยา่ งหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสวา่ ง อีกทั้งมีการ "ประกวดเทียนพรรษา" ของแต่ละจงั หวัดโดยจดั เป็นขบวน
แห่ทั้งทางบกและทางน้าํ
กิจกรรมตา่ งๆ ทคี่ วรปฏบิ ัตใิ นวันเข้าพรรษา
1. ร่วมกจิ กรรมทําเทยี นจํานําพรรษา
2. ร่วมกิจกรรมถวายผา้ อาบน้ําฝน และจตุปัจจยั แก่ภิกษุสามเณร
3. ร่วมทาํ บุญ ตกั บาตร ฟงั พระธรรมเทศนา รักษาอโุ บสถศีล
4. อธษิ ฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ
5. อยูก่ บั ครอบครัว
วนั เข้าพรรษา ตักบาตร จําวดั ปุริมพรรษา ปจั ฉิมพรรษา พระภิกษสุ งฆ์ตอ้ งอยู่ประจํา ณ วดั ใดวัดหน่ึง
ระหว่างฤดฝู น
ความหมาย "เข้าพรรษา" แปลวา่ "พักฝน" หมายถึง พระภกิ ษุสงฆ์ต้องอยู่ประจํา ณ วดั ใดวดั หน่ึง
ระหวา่ งฤดฝู น โดยเหตุทพ่ี ระภิกษุในสมยั พุทธกาล มหี นา้ ที่จะต้องจาริกโปรดสตั ว์ และเผยแผพ่ ระธรรมคําส่ังสอน
แก่ประชาชนไปในที่ตา่ ง ๆ ไม่จําเปน็ ต้องมีที่อยู่ประจํา แม้ในฤดฝู น ชาวบา้ นจึงตาํ หนวิ ่า ไปเหยยี บขา้ วกล้าและ
พืชอน่ื ๆ จนเสยี หาย พระพุทธเจา้ จึงทรงวางระเบยี บ การจําพรรษา ให้พระภกิ ษอุ ยปู่ ระจําทตี่ ลอด 3 เดอื น ในฤดู
ฝน คอื เริม่ ต้งั แตว่ ันแรม 1 คาํ่ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมเี ดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 คํา่ เดือน
แปดหลงั และออกพรรษาในวันขน้ึ 15 คํา่ เดือน 11 เวน้ แต่มกี ิจธุระเจา้ เป็นซึ่งเม่ือเดนิ ทางไปแล้วไม่สามารถจะ
กลบั ไดใ้ นเดยี วนัน้ ก็ทรงอนุญาตใหไ้ ปแรมคนื ได้ คราวหน่งึ ไม่เกนิ 7 คนื เรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกําหนดนีถ้ ือว่า
ไมไ่ ดร้ บั ประโยชน์ แหง่ การจาํ พรรษา จดั ว่าพรรษาขาด ระหวา่ งเดินทางก่อนหยดุ เข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์
เข้ามาทนั ในหม่บู ้าน หรือในเมอื งกพ็ อจะหาทพ่ี ักพิงได้ ตามสมควร แต่ถา้ มาไมท่ ันก็ตอ้ งพึ่งโคนไม้ใหญเ่ ป็นที่พัก
แรม ชาวบา้ นเห็นพระไดร้ ับความลาํ บากเช่นนี้ จงึ ช่วยกันปลูกเพิง เพ่ือให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์
ท่พี กั ดังกลา่ วนีเ้ รียกวา่ "วิหาร" แปลว่าท่อี ยสู่ งฆ์ เม่ือหมดแลว้ พระสงฆท์ ่านออกจารกิ ตามกจิ ของท่านครงั้ ถึงหน้า
ฝนใหม่ ท่านก็กลบั มาพักอกี เพราะสะดวกดี แตบ่ างท่านอยู่ประจําเลย บางทเี ศรษฐีมจี ิตศัรทธาเลื่อมใสใน
หนงั สอื เรียนวิชาเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคุณธรรมเพื่อพัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 56
พระพทุ ธศาสนา ก็เลอื กหาสถานท่สี งบเงยี บไมห่ ่างไกลจากชมุ ชนนัก สรา้ งทพ่ี ัก เรยี กวา่ "อาราม" ให้เปน็ ที่อย่ขู อง
สงฆด์ งั เช่นปจั จุบนั นี้
วันเข้าพรรษา กาํ หนดเปน็ 2 ระยะ คือ ปรุ มิ พรรษา และปัจฉมิ พรรษา
1. ปรุ ิมพรรษา คือ วันเขา้ พรรษาต้น ตรงกับวนั แรม 1 คํา่ เดือน 8 ของทกุ ปหี รือราวเดือนกรกฎาคม และ
ออกพรรษาในวันขึน้ 15 คํา่ เดอื น 11 ราวเดือนตุลาคม
2. ปจั ฉมิ พรรษา คอื วันเข้าพรรษาหลงั สําหรบั ปีอธิกมาส คอื มีเดอื น 8 สองหนตรงกบั วนั แรม 1 คา่ํ
เดอื น 8 หลงั หรอื ราวเดือนกรกฎาคม และจะออกพรรษาในวนั ข้ึน 15 คํา่ เดือน 11 ราวเดือนตลุ าคม
ความเปน็ มา
แตเ่ ดมิ ในสมัยพทุ ธกาล พระพุทธเจ้า ไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัย ใหพ้ ระสงฆส์ าวก อยปู่ ระจําพรรษา เหล่า
ภิกษสุ งฆจ์ งึ ต่างพากันออกเดินทาง เผยแผ่พระพุทธศาสนาในสถานทต่ี า่ งๆ โดยไมย่ ่อท้อ ทัง้ ในฤดูหนาว ฤดูร้อน
และฤดูฝน ต่อมาชาวบ้านได้พากันติเตยี นว่า พวกสมณะศากยบตุ ร ไม่ยอมหยดุ สัญจรแม้ในฤดฝู น ในขณะท่ีพวก
พอ่ ค้าและนักบวชในศาสนาอ่ืนๆ ต่างพากันหยุดสัญจรในช่วงฤดูฝนน้ี การท่ีพระภิกษสุ งฆจ์ ารกิ ไปในท่ีต่างๆ แมใ้ น
ฤดฝู น อาจเหยียบยา่ํ ข้าวกล้าชาวบา้ น ได้รบั ความเสยี หาย หรอื อาจไปเหยยี บยํ่าโดนสัตวเ์ ล็กสัตวน์ ้อย ทีอ่ อกหา
กินจนถงึ แกค่ วามตาย
เมื่อพระพทุ ธองคท์ รงทราบเรื่อง จึงไดว้ างระเบยี บใหพ้ ระภกิ ษุสงฆ์ เขา้ อยปู่ ระจําที่ ตลอดระยะเวลา 3
เดอื นแหง่ ฤดูฝน ภิกษุสงฆ์ที่อธิษฐานเข้าพรรษาแล้ว จะไปคา้ งแรมที่อืน่ นอกเหนือจากอาวาส หรอื ท่ีอยู่ของตน
ไมไ่ ดแ้ มแ้ ต่คืนเดยี ว หากไปแลว้ ไม่สามารถกลบั มา ในเวลาที่กําหนด คอื ก่อนรุ่งสวา่ ง ถือวา่ พระภิกษรุ ูปนั้นขาด
พรรษา
แต่หากมีกรณีจําเป็น 4 ประการต่อไปนี้ ภิกษุผอู้ ยู่พรรษาสามารถกระทํา สัตตาหกรณียะ คอื ไปคา้ งทอี่ น่ื
ได้ โดยไม่ถือวา่ เปน็ การขาดพรรษา แตต่ ้องกลบั มาภายในระยะเวลา 7 วัน คือ
1. ไปรกั ษาพยาบาลพระภิกษุ หรือ บิดามารดาทีเ่ จ็บปว่ ย
2. ไประงับไม่ให้พระภิกษุสึก
3. ไปเพ่ือกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น ไปหาอุปกรณม์ าซ่อมแซมวัด ซ่งึ ชํารุดในพรรษาน้นั
4. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรัทธาในการบาํ เพ็ญกศุ ลของเขา
หนงั สือเรยี นวิชาเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคุณธรรมเพอ่ื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 57
ในการอธษิ ฐานเขา้ พรรษา ณ วดั หรอื ท่ใี ดท่หี น่งึ หากมเี หตุจําเป็น 5 ประการต่อไปนี้ ภิกษุไม่ต้องอาบตั ิ
แมจ้ ะไปอยู่ทอ่ี น่ื ไดแ้ ก่
1. ถกู สตั วร์ า้ ยรบกวน ถกู โจรปล้น วหิ ารถูกไฟไหม้ หรือถูกนา้ํ ท่วม
2. ชาวบ้านถูกโจรปล้น อพยพหนีไป อนุญาตให้ไปกับเขาได้ หรอื ชาวบา้ นแตกเปน็ 2 ฝ่าย ใหไ้ ปกบั ฝา่ ยที่
มศี รัทธาเลอื่ มใส
3. ขาดแคลนอาหาร หรอื ยารักษาโรค
4. มผี ู้เอาทรัพย์มาล่อ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตใหห้ นีไปเสยี ให้พน้ ได้
5. ภกิ ษุสงฆแ์ ตกกนั หรอื มีผ้พู ยายามทาํ ใหภ้ กิ ษุสงฆ์ในวัดแตกกัน ใหไ้ ปเพ่ือหาทางระงับได้
โดยปรกติเครือ่ งใช้สอยของพระ ตามพทุ ธานุญาตให้มปี ระจําตวั นั้น มีเพียงอัฏฐบรขิ ารอนั ได้แก่ สบง จีวร
สงั ฆาฏิ เข็ม บาตร รดั ประคด หมอ้ กรองนาํ้ และมีดโกน และกวา่ พระท่านจะหาที่พกั แรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดู
เปยี กปอนมา ชาวบา้ นที่ใจบุญจึงถวายผา้ จํานําพรรษา หรอื ผ้าอาบนาํ้ ฝน สาํ หรับใหท้ ่านได้ผลัดเปล่ยี น และถวาย
ของจําเป็น แกก่ จิ ประจําวนั ของท่านเป็นพเิ ศษ ในเข้าพรรษานบั เป็นเหตุให้มีประเพณีทําบุญ เนือ่ งในวนั นส้ี บื มา
การท่พี ระภิกษุสงฆ์ ท่านโปรดสัตวอ์ ยปู่ ระจาํ เปน็ ทีเ่ ชน่ น้ี เป็นการดีสําหรบั สาธชุ นหลายประการ กล่าวคือ ผทู้ ่มี ี
คุณสมบตั ิครบถว้ น ตามพระพทุ ธบญั ญตั ิก็นยิ มบวชพระ ส่วนผทู้ ่อี ายุยงั ไมค่ รบบวชผู้ปกครองก็นาํ ไปฝากพระ โดย
บวชเป็นเณรบา้ ง ถวายเป็นลกู ศษิ ยร์ บั ใชท้ า่ นบา้ ง ท่านกส็ ั่งสอนธรรม และความรู้ให้ และโดยท่ัวไป
พุทธศาสนิกชนนิยมตักบาตรหรือไปทําบญุ ท่วี ดั นบั วา่ เปน็ ประโยชน์
กจิ ของสงฆ์
ในวันเขา้ พรรษา ถอื ว่าเป็นกรณียกจิ พเิ ศษสําหรบั พระภิกษุสงฆ์ จะมีการประชมุ กันในพระอโุ บสถ ไหว้
พระสวดมนต์ ขอขมาซึง่ กันและกัน เสรจ็ แลว้ ก็ประกอบพธิ ีเขา้ พรรษา ภกิ ษจุ ะอธิษฐานใจตนเองว่า ตลอดฤดูกาล
เข้าพรรษาน้ีตนเองจะไม่ไปไหน ด้วยการเปลง่ วาจาว่า อิมสฺมึ อาวาเส อิมํ เตมาสํ วสสฺ ํ อุเปมิ หรอื วา่ อิมสฺมึ วิ
หาเร อมิ ํ เตมาสํ วสสฺ ํ อุเปมิ แปลวา่ ขา้ พเจา้ ขออยูจ่ ําพรรษาตลอด 3 เดือน ในอาวาสน้ี หรอื ในวิหารน้ี (ว่า 3
ครั้ง)
หลงั จากเสร็จพธิ เี ข้าพรรษาแล้วก็นําดอกไม้ ธปู เทียน ไปนมัสการปชู นยี วตั ถุท่ีสาํ คัญในอาวาสนน้ั ในวันต่อมาก็
นาํ ดอกไม้ ธูป เทยี น ไปขอขมาพระอปุ ัชฌาย์อาจารย์ และพระเถระที่ตนเคารพนับถือ
การปฏบิ ตั ติ น
การปฏบิ ัตติ น ในวนั นีห้ รือก่อนวนั นี้หนึ่งวัน พทุ ธศาสนกิ ชน มกั จะจดั เครอ่ื งสักการะเ ช่น ดอกไม้ ธูป
เทยี น เคร่อื งใช้ เชน่ สบู่ ยาสฟี นั เป็นตน้ มาถวายพระภกิ ษุ สามเณร ท่ีตนเคารพนับถือ ทส่ี ําคัญคือ มปี ระเพณี
หลอ่ เทยี นขนาดใหญ่ เพ่ือใหจ้ ุดบูชาพระประธานในโบสถอ์ ยู่ไดต้ ลอด 3 เดอื น มีการประกวดเทียนพรรษา โดย
จดั เป็นขบวนแห่ท้ังทางบกและทางนาํ้
หนังสอื เรียนวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวิชาคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 58
แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พทุ ธศาสนกิ ชนกถ็ อื เปน็ โอกาสดีทีจ่ ะได้ ทาํ บญุ รักษาศีลและ
ชาํ ระจิตใจให้ผ่องใส กอ่ นวนั เข้าพรรษา ชาวบา้ นก็จะไปช่วยพระทําความสะอาดเสนาสนะ ซอ่ มแซมกฏุ ิวิหารและ
อ่ืนๆ พอถงึ วนั เข้าพรรษาก็จะไปรว่ มทําบุญตักบาตร ฟงั เทศน์ ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศลี กนั ท่ีวดั บางคนอาจ
ตั้งใจงดเวน้ อบายมขุ ตา่ งๆ เป็นกรณพี ิเศษ เชน่ งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เปน็ ต้น อนง่ึ บิดามารดามักจะจัดพิธี
อุปสมบทใหบ้ ุตรหลาน ของตนโดยถือกนั ว่าการเขา้ บวชเรยี น และอยจู่ ําพรรษาในระหว่างน้ีจะได้รับ อานิสงส์
อย่างสงู
กจิ กรรมสําหรบั พุทธศาสนกิ ชนในวันเขา้ พรรษา
1. รว่ มกิจกรรมทาํ เทยี นจํานาํ พรรษา
2. ร่วมกจิ กรรมถวายผา้ อาบนํ้าฝน และจตุปัจจยั แกภ่ ษิ ุสามเณร
3. ร่วมทาํ บญุ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล
4. อธษิ ฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ
ประโยชน์ในการเข้าพรรษาของพระภกิ ษุ
1. เป็นช่วงท่ชี าวบ้านประกอบอาชีพทําไร่นา หากภกิ ษสุ งฆ์เดนิ ทางจาริกไปในสถานทตี่ ่างๆ อาจไป
เหยียบต้นกล้า หรอื สตั ว์เลก็ สัตว์นอ้ ยให้ได้รบั ความเสยี หายล้มตาย
2. หลงั จากเดินทางจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเปน็ เวลา 8 - 9 เดือน พระภิกษสุ งฆจ์ ะได้หยุด
พักผอ่ น
3. เปน็ เวลาทพี่ ระภกิ ษุสงฆ์ จะไดป้ ระพฤติปฏบิ ัติธรรมสาํ หรับตนเอง และศึกษาเล่าเรยี นพระธรรมวินัย
ตลอดจน เตรียมการสั่งสอนประชาชน เม่ือถึงวันออกพรรษา
4. เพอ่ื จะไดม้ ีโอกาสอบรมสัง่ สอนและบวชให้กับกุลบตุ รผมู้ ีอายคุ รบบวช อันเป็นกําลงั สําคัญในการ
เผยแผ่ พระพุทธศาสนาต่อไป
5. เพื่อให้พทุ ธศาสนิกชน ได้มีโอกาสบาํ เพ็ญกุศลเป็นการพเิ ศษ เช่น การทําบญุ ตักบาตรหลอ่ เทียน
เขา้ พรรษา ถวายผา้ อาบน้ําฝน รักษาศีล เจรญิ ภาวนา ถวายจตปุ จั จยั ไทยธรรม งดเวน้ อบายมขุ และมโี อกาสได้ฟงั
พระธรรมเทศนา ตลอดเวลาเข้าพรรษา
หนงั สอื เรียนวิชาเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 59
วันออกพรรษา วันขึน้ 15 คา่ํ เดือน 11
ประวตั ิวันออกพรรษา
หลังเทศกาลเขา้ พรรษาผา่ นพน้ ไปได้ 3 เดอื น ก็จะเป็น วันออกพรรษา ซ่งึ ถอื เป็นการสนิ้ สุดระยะการจาํ
พรรษา หรอื ออกจากการอย่ปู ระจําทีว่ ัดในช่วงฤดูฝนตลอด 3 เดอื นของพระภิกษสุ งฆ์ โดย วันออกพรรษา ตรงกับ
วนั ขน้ึ 15 ค่าํ เดอื น 11 ของทุกปี ซงึ่ เรียกอีกอยา่ งว่า "วันมหาปวารนา" คําวา่ "ปวารนา" น้ันแปลว่า อนุญาต
หรอื ยอมให้
วันออกพรรษา พระสงฆ์จะประกอบพธิ ีทาํ สังฆกรรมใหญ่ที่เรยี กว่า มหาปวารณา ใน วนั ออกพรรษา ซ่ึง
เป็นการเปดิ โอกาสใหภ้ กิ ษวุ ่ากลา่ วตกั เตือนซึง่ กนั และกนั ได้ เน่อื งจากในระหวา่ งที่เข้าพรรษาอยู่ดว้ ยกนั พระสงฆ์
บางรูปอาจมีขอ้ บกพรอ่ งท่ีต้องแกไ้ ข และการใหผ้ ู้อืน่ ว่ากลา่ วตกั เตือนก็จะทําให้รู้ข้อบกพร่องของตน อีกทง้ั ยงั เปิด
โอกาสใหถ้ ามข้อสงสัยซง่ึ กันและกันไดด้ ว้ ย พระผูใ้ หญก่ ก็ ล่าวตกั เตือนพระผนู้ ้อยได้ และพระผมู้ ีอาวโุ สนอ้ ยก็
สามารถชแี้ นะถงึ ข้อไม่ดีของพระผู้ใหญไ่ ดเ้ ช่นกนั แม้พระผูใ้ หญ่จะมีอาวโุ สมากกวา่ แตท่ า่ นกม็ ิได้สาํ คัญตนผิดคดิ
วา่ ทา่ นทําอะไรแลว้ ถูกไปหมดทุกอย่าง เพอ่ื เปน็ เครื่องมือชี้ใหเ้ หน็ วิธกี ารคอยสังวร คอื ตามระวัง ไม่ประมาท ไม่
ยอมให้ความเลวรา้ ยเกิดข้ึนได้ เหมือนลอ้ มรั้วไว้กอ่ นท่ีววั จะหาย ไมว่ ่าจะอยูใ่ นเทศกาลเข้าพรรษาหรื ออกพรรษา
พระท่านจะประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ตามระบอบของพระธรรมวินัยอยู่ตลอดเวลา
สาํ หรบั คํากลา่ ว ปวารณา มีคาํ กล่าวเปน็ ภาษาบาลีเป็นดงั น้ี "สงั ฆัมภนั เต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเต
นะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายสั ์มันโต อะนกุ ทั ปัง อุปาทายะ ปัสสนั โต ปฎกิ ะรสิ สามิ" มีความหมาย
วา่ ขา้ แต่พระสงฆผ์ ู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ดว้ ยได้เห็นหรือได้ฟงั ก็ตาม ขอทา่ นทั้งหลายโปรดอนเุ คราะห์
ว่ากล่าวตักเตือนกระผมดว้ ย เมอื่ กระผมมองเหน็ แล้ว จักประพฤตติ ัวเสยี เลยใหมใ่ ห้ดี
ท้งั น้ีเมื่อทําพธิ ี วนั ออกพรรษา แลว้ พระภกิ ษสุ งฆ์สามารถจารกิ ไปในสถานทตี่ า่ ง ๆ หรอื ค้างคืนที่อ่ืนได้
โดยไม่ผิดพระพุทธบญั ญตั ิ และยังไดร้ ับอานิสงคก์ ็คือ
- ไปไหนไมต่ ้องบอกลา
- ไม่ต้องถือผ้าไตรครบชุด
- มีสทิ ธิร์ ับลาภทเ่ี กดิ ขนึ้ ได้
- มโี อกาสได้อนโุ มทนากฐิน ทีจ่ ะสามารถขยายเวลาของอานสิ งค์ออกไปอีก 4 เดือน
ประเพณีเกย่ี วขอ้ งกับวันออกพรรษา
ประเพณีเก่ียวข้องกับวนั ออกพรรษา ทนี่ ิยมปฏิบัตอิ ยู่ 2 อย่าง คือ
1. ประเพณีตักบาตรเทโว หลงั วนั ออกพรรษา
หลงั วันออกพรรษา 1 วัน คือ แรม 1 คา่ํ เดือน 11 จะมีการ "ตักบาตรเทโว" หรอื ชอ่ื เต็มตามคาํ พระวา่
"เทโวโรหนะ" แปลวา่ การหยงั่ ลงจากเทวโลก โดยสามารถเรยี กอีกอยา่ งหน่ึงวา่ "ตกั บาตรดาวดึงส์" โดยอาหารท่ี
นยิ มนําไปใสบ่ าตรคอื ข้าวต้มมัด และ ข้าวตม้ ลูกโยน
หนังสือเรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวิชาคุณธรรมเพ่อื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 60
ความเปน็ มาของประเพณตี ักบาตรเทโว มีดังน้ี
สมยั พุทธกาล เมอ่ื พระสัมมาสมั พุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม และเสด็จข้ึนไปโปรดพระพุทธมารดาโดยจําพรรษา
อยู่ ณ สวรรค์ช้นั ดาวดงึ ส์ เป็นเวลา 1 พรรษา และเม่ือออกพรรษาแล้วพระองค์ได้เสด็จกลับยงั โลกมนษุ ย์ ณ เมือง
สงั กัสสคร การที่พระพุทธองค์เสดจ็ ลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดงึ ส์ เรยี กตามศัพทภ์ าษาบาลีวา่ "เทโวโรหณะ" ในครัง้
นั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มีความศรทั ธาเล่อื มใส เมื่อทราบขา่ วต่างพร้อมใจกนั ไปรอตักบาตรเพ่ือรับเสด็จกัน
อยา่ งเนืองแนน่ จนถอื เป็นประเพณีตักบาตรเทโวปฏิบตั สิ ืบทอดกันมาจนตราบเทา่ ทุกวันนี้
โดยพิธีตักบาตรเทโวโรหณะในปัจจบุ นั นั้นจะเรมิ่ ตั้งแตต่ อนรุ่งอรุณ หลัง วันออกพรรษา พระภิกษุ
สามเณรลงทําวัตรในพระอุโบสถ พอพระอาทิตยข์ น้ึ ก็สมมติว่า พระลงมาจากบนั ใดสวรรค์ บางทีก่ ็มดี นตรบี รรเลง
เพลงไทยเดมิ สมมุติวา่ เป็นพวกเทวดาบรรเลง ขับกลอ่ มตามสง่ พระพุทธเจา้ ยังมีพวกแฟนตาซีอีก แตง่ เป็นพวก
ยักษ์ เทวดา พระอินทร์ พรหม นางเทพธิดา นาํ หนา้ ขบวนพระภกิ ษสุ ามเณร ชาวบ้านก็จะใสบ่ าตรด้วยอาหาร
หวาน อาหารคาว ขา้ วตม้ ลูกโยน ข้าวตม้ มดั จึงเปน็ สญั ลักษณข์ องพธิ ีนี้
2. ประเพรเี ทศน์มหาชาติ หลัง วันออกพรรษา
งานเทศน์มหาชาติ นิยมทาํ กนั หลงั วันออกพรรษา พน้ หน้ากฐินไปแล้ว ซ่ึงกฐินจะทํากัน 1 เดือนหลงั
ออกพรรษา ที่จะรว่ มกันทอดกฐินทง้ั จลุ กฐนิ และ มหากฐนิ โดยประเพณีงานเทศน์มหาชาติอาจทาํ ในวันขี้น 8
คํ่ากลางเดือน 12 หรือในวันแรม 8 ค่ํา กไ็ ด้ เพราะในชว่ งน้ีน้าํ เริม่ ลดและข้าวปลาอาหารกําลังอุดมสมบรู ณ์ จงึ
พรอ้ มใจกนั ทําบุญทําทานและเล่นสนุกสนานรน่ื เริง แต่ในภาคอีสานน้นั นิยมทํากนั ในเดือน 4 เรยี กวา่ "งานบุญ
พระเวส" ซง่ึ เป็นชว่ งที่เสรจ็ จากการทําบุญลานเอาขา้ วเขา้ ยุ้ง ในภาคกลาง บางท้องถนิ่ ทํากันในเดือน 5 ต่อเดือน
6 กม็ ี
งานเทศน์มหาชาติน้ันจะทาํ ในเดือนไหนก็ได้ไม่จํากดั ฤดูกาล โดยมากเพ่ือเปน็ การหาเงนิ เข้าวดั บางแหง่
นิยมทําในเดือน 10 โดยการเทศน์มหาชาตนิ ้ัน มอี ย่ดู ้วยกันทั้งหมด 13 กัณฑ์ เป็นเรอื่ งราวเกยี่ วกับพระเวสสันดร
อันเปน็ พระชาติสดุ ท้ายของพระบรมโพธิสัตว์ ก่อนที่จะมาประสตู ิเปน็ เจา้ ชายสทิ ธตั ถะ และออกบวชจนตรัสรู้เปน็
พระสัมมาสมั พุทธเจ้าประเพณี วนั ออกพรรษา ในแตล่ ะภาค
วันออกพรรษา ภาคกลาง
จงั หวัดนครปฐม ทีพ่ ระปฐมเจดีย์ พระภกิ ษสุ ามเณรจะมารวมกนั ทอ่ี งค์พระปฐมเจดีย์ แล้วก็เดนิ ลงมาจาก
บนั ไดนาคหนา้ วิหารพระร่วง สมมติว่าพระเดนิ ลงมาจากบันไดสวรรคช์ าวบา้ นก็คอยใส่บาตร
จงั หวัดอุทยั ธานี ซ่งึ ต้ังอยบู่ นยอดเขาสงู ณ วดั สะแกกรัง พระภกิ ษกุ จ็ ะเดนิ ลงมาจากเขารับบิณฑบาตจาก
ชาวบ้าน โดยขบวนพระภิกษุสงฆ์ที่ลงมาจากบันไดน้ันนิยมให้มีพระพุทธรปู นําหน้า ทาํ การสมมติวา่ เป็น
พระพทุ ธเจ้า จะใช้พระปางอุ้มบาตร ห้ามมาร ห้ามสมุทร ราํ พึง ถวายเนตรหรือปางลลี า ต้ังไว้บนรถหรอื ตั้งบน
คานหาม มที ีต่ ั้งบาตรสาํ หรบั อาหารบิณฑบาต
หนงั สือเรียนวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสังคม รายวิชาคุณธรรมเพอื่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 61
แต่สาํ หรบั บางที่ไมน่ ิยมตักบาตรเทโว แต่นิยมตักบาตรตอนเช้าถวายอาหารพระภกิ ษุแลว้ ฟงั เทศนร์ กั ษา
อโุ บสถศลี ส่วนท่นี ยิ มตักบาตรเทโว จะทําบุญเป็น 2 วัน คือวันออกพรรษากับวนั เทโว ในวนั แรม 1 คาํ่ เดอื น
11 ในวันออกพรรษาน้นั หรือในวันข้ึน 15 คํ่า เดือน 11 ก็มกี ารฟังเทศน์ตอนสาย ๆ และรกั ษาอโุ บสถศลี
สว่ นทางภาคใตก้ ็จะมีประเพณชี กั พระหรือลากพระ ซง่ึ ก็คือพระพุทธรปู น่ันเอง โดยมี 2 กรณี คือ ชกั พระ
ทางบก กับ ชกั พระทางนํา้
พธิ ีชกั พระทางบก
ในจงั หวัดนครศรีธรรมราช กอ่ นวันชักพระ 2 วัน จะมีพธิ ีใสบ่ าตรหนา้ ล้อ นอกจากอาหารคาวหวานแลว้
ยงั มสี ิ่งท่ีเป็นสัญลกั ษณ์ของงาน คือ "ปัด" หรือขา้ วตม้ ผดั นํ้ากะทิห่อดว้ ยใบมะพรา้ ว บางท่ีหอ่ ดว้ ยใบกะพ้อ (ปาล์ม
ชนดิ หน่งึ ) ในภาคกลางเขาเรียกวา่ ขา้ วต้มลกู โยน ก่อนจะถึงวันออกพรรษา 1 - 2 สัปดาห์ ทางวัดจะทาํ เรือบก
คอื เอาท่อนไม้ขนาดใหญ่ 2 ท่อนมาทําเป็นพญานาค 2 ตัว เป็นแมเ่ รือที่ถูกยดึ ไว้อยา่ งแข็งแรง แลว้ ปกู ระดาน
วางบษุ บก บนบษุ บกจะนําพระพุทธรูปยนื รอบบุษบกก็วางเครอ่ื งดนตรีไว้บรรเลง เวลาเคลือ่ นพระไปสบู่ รเิ วณงาน
พอเช้าวัน 1 คํ่า เดอื น 11 ชาวบา้ นจะชว่ ยกนั ชกั พระ โดยถอื เชอื กขนาดใหญ่ 2 เสน้ ทผี่ กู ไว้กับพญานาคท้ัง 2 ตัว
เมื่อถึงบรเิ วณงานจะมกี ารสมโภช และมีการเล่นกฬี าพืน้ เมืองตา่ งๆ กลางคนื มีงานฉลองอยา่ งมโหฬาร อยา่ งการ
ชักพระที่ปตั ตานีก็จะมชี าวอิสลามรว่ มดว้ ย
พิธีชักพระทางบก
ก่อนถึงวันแรม 1 คา่ํ เดอื น 11 ทางวัดท่ีอยรู่ ิมนํา้ ก็จะเตรยี มการต่างๆ โดยการนาํ เรอื มา 2 - 3 ลาํ มาปู
ดว้ ยไมก้ ระดานเพอ่ื ตั้งบุษบก หรอื พนมพระประดับประดาด้วยธงทิว ในบุษบกก็ตัง้ พระพุทธรปู ในเรอื บางท่ีก็มี
เครื่องดนตรีประโคมตลอดทางท่เี รือเคลอ่ื นท่ีไปสู่จุดกําหนด คือบรเิ วณงานท่าน้าํ ที่เปน็ บริเวณงานก็จะมีเรือพระ
หลายๆ วดั มารว่ มงาน ปจั จบุ นั จะนิยมใชเ้ รอื ยนต์จูง แทนการพาย เม่ือชกั พระถึงบรเิ วณงานทั้งหมด ทุกวดั ท่ี
มารว่ มจะมีการฉลองสมโภชพระ มกี ารละเลน่ ต่างๆ อยา่ งสนุกสนาน เชน่ แขง่ เรือปาโคลน ซัดข้าวตม้ เปน็ ตน้
เม่อื ฉลองเสร็จ กจ็ ะชักพระกลบั วดั บางทีกจ็ ะแย่งเรอื กัน ฝา่ ยใดชนะกย็ ึดเรือ ฝ่ายใดแพ้ตอ้ งเสยี ค่าไถ่ใหฝ้ ่ายชนะ
จึงจะได้เรือคนื
ในเขตท่ีมีบา้ นเรอื นอย่ใู นเขตแมน่ ํ้าลาํ คลองก็จะมีพิธรี บั พระเช่นกนั อย่างที่อําเภอบางบ่อ บางพลี จังหวดั
สมทุ รปราการ ทางวัดจะอัญเชิญพระพทุ ธรูปยนื ลงบุษบกในตัวเรือแล้วแห่ไปตามลาํ คลอง ชาวบา้ นก็จะโยน
ดอกบัวจากฝ่ังให้ตกในเรอื หน้าพระพุทธรปู แล้วโยนขา้ วต้ม และยงั มีการแข่งขนั เรือชิงรางวลั อกี ดว้ ย หรอื จะเป็น
ประเพณตี กั บาตรพระร้อย ท่เี ปน็ การใส่บาตรพระร้อยรูป สว่ นมากจะจดั พิธีขน้ึ ทางนํา้ เน่ืองจากแตก่ ่อนบา้ นเรือน
จะอยตู่ ิดแม่น้ําลําคลอง การสัญจรไปไหนมาไหนก็จะใชเ้ รือ พระสว่ นใหญจ่ ึงใชเ้ รือในการออกบิณฑบาต
หนงั สอื เรียนวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคุณธรรมเพ่ือพัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 62
กจิ กรรมต่างๆ ท่ีพทุ ธศาสนกิ ชนควรปฏบิ ตั ใิ นวนั ออกพรรษา
1. ทาํ บุญตกั บาตรอทุ ิศส่วนกศุ ลให้แก่ญาตผิ ้ลู ่วงลับ
2. ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศลี ถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหาร หรือจดั ดอกไม้ ธปู เทียน ไปบูชาท่วี ัด
และฟงั พระธรรมเทศนา
3. รว่ มกุศลธรรม "ตักบาตรเทโว"
4. ปัดกวาดบ้านเรือนใหส้ ะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานทรี่ าชการและ ประดบั ธง
ชาตแิ ละธงธรรมจกั รตามวัด และสถานทส่ี าํ คญั ทางพระพุทธศาสนา
5. ตามสถานท่ีราชการ สถานทศี่ กึ ษาและทว่ี ดั ควรจดั ใหม้ ีนทิ รรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม
เก่ียวกบั วนั ออกพรรษาฯลฯ เพอ่ื ให้ความรูแ้ กป่ ระชาชนและผู้สนใจท่ัวไป
6. งดการเทย่ี วเตร่ ละเว้นอบายมุข รวมท้งั ละเว้นการฆ่าสตั วแ์ ละบรโิ ภคเน้ือสัตว์
ประโยชนท์ ่ีเราจะไดร้ ับจากการทาํ พธิ ี วันออกพรรษา
- เตอื นสตวิ ่าเวลาที่ผ่านพน้ ไปอีกพรรษาหนึง่ แล้วได้คร่าชวี ติ มนุษย์ ใหผ้ คู้ นนัน้ ดาํ รงค์อย่ใู นความไม่
ประมาทและหนั มาสรา้ งกุศล
- การทําบญุ ออกพรรษาจะเปดิ โอกาสให้ผู้อนื่ ชาํ ระความผิดของตนได้ คอื หลักปวารณา ปกตคิ นเราคบกัน
นานๆ ก็จะเผย "สนั ดาน" ทแี่ ทอ้ อกมา อาจจะไม่ดนี กั แต่ตนเองไมร่ ตู้ วั แลว้ มองไม่เห็น แต่ผอู้ ย่ขู า้ งๆ มองเห็นแต่ไม่
กล้าเตอื น ดงั นั้นตนเองต้องปวารณาตัวใหผ้ อู้ ื่นชี้แนะได้ ความสัมพันธก์ จ็ ะดีขึน้ และยงั่ ยืน
- ได้ขอ้ คดิ ที่ว่า คนเราส่วนใหญม่ กั จะลาํ เอียงเข้าข้างตนเองเป็นฝ่ายถูก ความผิดของคนอนื่ เห็นง่ายสว่ น
ตนเองนัน้ ความผิดน้ันเห็นยาก นี่แหละสญั ชาตญาณของคนเรา
- เป็นการใหร้ ถู้ งึ การมีมนษุ ยส์ มั พนั ธท์ ีด่ ีในการเปดิ ใจซ่งึ กนั และกนั โดยไมม่ ีเลห่ เ์ หลีย่ มลบั ลมคมในใดๆ
ต่อในการคบหาหรืออยู่ร่วมกันอย่างมีความสขุ
ดังนั้นใครที่อยากจะเปลยี่ นแปลงตัวเอง วันออกพรรษา จึงนา่ จะเปน็ ช่วงเวลาทเ่ี หมาะสม สําหรับการ
ย้อนมองดตู วั เองว่าได้ทําสงิ่ ใดผิดพลาดไว้บา้ งหรือเปลา่ เพือ่ ท่ีจะไดป้ รบั ปรุงและไม่ทําผดิ ซํ้าในเร่อื งเดิมอีก
วันออกพรรษา (ขนึ้ 15 คํ่าเดือน 11)
นิยาม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัญฑติ ยสถาน เรยี กวนั ท่ีสิน้ การจาํ พรรษาแหง่ พระสงฆ์ คือ วนั ขนึ้ 15 ค่าํ
เดอื น 11 ว่า วนั ออกพรรษา, วนั ปวารณา หรอื วันมหาปวารณา กเ็ รียก
หนงั สือเรยี นวิชาเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพอื่ พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 63
ประวัตคิ วามเปน็ มา
วันออกพรรษา เปน็ วนั สนิ้ สดุ การจาํ พรรษาของพระภกิ ษุสงฆท์ ร่ี ่วมกนั ในวัดหรือสถานที่ซ่งึ อธิษฐานเข้า
ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในวันน้พี ระสงฆจ์ ะประกอบพธิ ีทําสงั ฆกรรม ซึง่ เรียกว่า วันมหาปวารณา คอื วันที่
พระภกิ ษุ์สงฆท์ ุกรปู จะอนุญาตให้วา่ กลา่ วตักเตือนกนั ได้ ในเรอื่ งราวเก่ียวกบั ความประพฤติต่างๆ นับตั้งแต่
พระสังฆเถระ ได้แก่ พระภิกษ์ุผทู้ ีม่ ีอาวโุ สสูงลงมา จะสามารถว่ากล่าวตกั เตือนหรอื เปดิ โอกาสใหซ้ กั ถามขอ้ สงสัย
ซงึ่ กนั และกัน
การกระทํามหาปวารณา เป็นการสังฆกรรมอยา่ งหนงึ่ แทนการสวดพระปาฏโิ มกข์ (พระวินยั ) ท่ีได้กระทํา
กันทุกๆ 15 วนั ในช่วงเข้าพรรษา
วันออกพรรษานี้ เรยี กอีกอย่างหนึง่ วา่ วันปวารณา (อ่านว่า ปะ-วา-ระ-นา) หรือวันมหาปวารณา คอื
วนั ทเ่ี ปิดโอกาสให้เพือ่ นพระภิกษุ ว่ากลา่ วตกั เตอื นกนั ไดด้ ว้ ยเมตตาจิต เมื่อไดเ้ ห็น ได้ฟัง หรอื สงสยั ในพฤตกิ รรม
ของกนั และกัน ซ่ึงความเป็นมาของการทําปวารณากรรม หรือใหพ้ ระภิกษวุ า่ กล่าวตกั เตือนกันและกัน ในวนั ออก
พรรษานี้ สืบเน่ืองมาจากในสมัยพทุ ธกาล พุทธสาวกจะมธี รรมเนียมปฏิบัตอิ ยู่อยา่ งหนึง่ คือ เม่อื ออกพรรษาหมด
ฤดูฝน แมจ้ ะจาํ พรรษาอยู่ที่ใกล้ไกลแค่ไหน ก็จะพากนั เดนิ ทางมาเฝ้าพระพทุ ธเจา้ คร้ันไดเ้ ฝา้ แล้ว พระพุทธองค์
จะทรงตรสั ถาม ถึงส่ิงทพ่ี ระภกิ ษไุ ด้ประพฤตปิ ฏิบตั ิในระหว่างจาํ พรรษา ปรากฏว่ามพี ระภิกษุกลมุ่ หนึ่ง เกรงวา่
ในชว่ งจาํ พรรษาด้วยกนั จะเกิดการขดั แย้งทะเลาะวิวาท จนอยูไ่ ม่สุขตลอดพรรษา จึงได้ตงั้ กติกากนั เองวา่ จะไม่
พูดจากนั เม่ือพระพุทธเจา้ ทรงทราบเรื่องนี้ จงึ ทรงตําหนวิ ่าการประพฤติ มูควตั ร (ทําตนเป็นใบเ้ งียบไมพ่ ดู จากัน)
เป็นเรื่องเหลวไหลไร้ประโยชน์ท่ีพงึ มีพงึ ได้ เพราะประพฤติเหมือนพฤติกรรมของสัตว์ เช่น แพะ แกะ ไก่ วัว ทอี่ ยู่
ด้วยกันก็ไมถ่ ามไถ่ทกุ ขส์ ุขของกนั และกัน แลว้ ทรงสัง่ สอนภิกษทุ งั้ หลายวา่ ความประพฤติเช่นนั้นไม่สมควรแก่คน
ทัง้ หลายหรือผ้ทู มี่ ีความเจริญแลว้ แล้วจึงทรงวางระเบยี บวินยั ให้เป็นหลักปฏิบตั สิ บื ต่อมาว่าให้ภิกษทุ จี่ ําพรรษา
ครบสามเดือนแลว้ ทาํ ปวารณาแทนอโุ บสถสงั ฆกรรมในวันออกพรรษา การ ปวารณาหรอื การว่ากลา่ วตักเตือนใน
หม่สู งฆน์ ี้ ผู้วา่ กลา่ วตกั เตือนจะต้องทาํ ดว้ ยความเมตตา ปรารถนาดตี อ่ ผู้ถูกตักเตือนทง้ั กาย วาจา และใจ ส่วนผู้
ถูกว่ากล่าวตักเตอื นก็ต้องมใี จกวา้ ง มองเหน็ ความปรารถนาดีของผตู้ ักเตือน ถา้ เป็นจรงิ ตามคาํ กลา่ วก็ปรับปรงุ ตวั
ใหม่ หากไมจ่ รงิ ก็สามารถชแ้ี จงแสดงเหตุผลใหก้ ระจ่าง ทั้งสองฝ่ายตอ้ งคดิ ว่าทักทว้ งเพื่อกอ่ ฟังเพื่อแกไ้ ข จงึ จะ
ไดป้ ระโยชน์ และตรงกับความมงุ่ หมายของการปวารณา ที่จะสรา้ งความสมัครสมานสามัคคี และดาํ รงความ
บรสิ ทุ ธิ์หมดจดไวใ้ นสังคมพระสงฆ์
สาํ หรับฆราวาสหรอื พุทธศาสนกิ ชน กส็ ามารถนําหลกั การปวารณาในวนั ออกพรรษานี้ มาประยุกตใ์ ชใ้ น
การดาํ เนนิ ชวี ิตไดท้ ้ังในครอบครัว สถานศกึ ษาหรอื ในสถานทท่ี าํ งาน โดยยดึ ความเมตตาตอ่ กนั เป็นทีต่ ั้ง คือ ถา้ จะ
ติกต็ ดิ ้วยความหวังดมี ิใช่ทาํ ลายอีกฝ่าย สว่ นผถู้ ูกติกค็ วรรบั ฟงั ด้วยดี และมองเหน็ ความหวงั ดีของผู้ว่ากลา่ ว หาก
จรงิ กแ็ ก้ไข ไมจ่ ริงก็ปรบั ความเข้าใจซึ่งกนั และกนั เช่นนีย้ อ่ มทาํ ให้สังคมเกิดความสงบสุข สามารถแก้ไขปัญหา
และพร้อมจะพฒั นาไปดว้ ยกันทุกฝ่าย สรปุ ได้ว่าความสาํ คัญของวันออกพรรษา เปน็ วนั สาํ คัญทางพทุ ธศาสนาอกี
วนั หนง่ึ ดว้ ยเหตุผล คือ
หนงั สือเรียนวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 64
• พระสงฆไ์ ดร้ บั พระบรมพุทธานญุ าต ใหจ้ าริกไปคา้ งแรมท่ีอื่นได้
• เมอื่ ออกพรรษา พระสงฆจ์ ะได้นําความร้จู ากหลักธรรมและประสบการณ์ท่ไี ดร้ ับระหวา่ งพรรษา ไป
เผยแพร่แก่ประชาชน
• ในวันออกพรรษาพระ สงฆ์จะได้ทาํ ปวารณา เปิดโอกาสให้เพือ่ นภกิ ษุวา่ กลา่ วตักเตือน เรื่องความ
ประพฤตขิ องตนเพ่ือใหเ้ กดิ ความบริสทุ ธ์ิ ความเคารพนับถือ และความสามัคคีกันระหว่างสมาชกิ ของสงฆ์
• พทุ ธศาสนิกชนไดน้ ําแบบอย่างไปทาํ ปวารณาเปิดโอกาสให้ ผู้อนื่ วา่ กลา่ วตกั เตอื นตนเองเพือ่ ประโยชน์
ตอ่ การพฒั นาตนและสร้างสรรค์สงั คมต่อไป
สาํ หรบั คาํ กลา่ วทพี่ ระพุทธเจา้ ทรงมีพระบรมพทุ ธานญุ าต ใหพ้ ระภิกษุกระทําการปวารณาตอ่ กนั ว่า
“อนุชานามิ ภิกขะเว วัสสงั วุตถานงั ภิกขูนงั ตีหิ ฐาเนหิ ปะวาเรตงุ ทิฏเฐนะ วา สเุ ตนะ วา ปะรสิ ังกายะ
วา...” แปลวา่ “ภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตใหภ้ กิ ษทุ ้ังหลายผูจ้ าํ พรรษาแลว้ ปวารณากนั ในสามลกั ษณะ คือ
ด้วยการเหน็ กด็ ี ด้วยการไดย้ ินก็ดี ดว้ ยการสงสยั ก็ดี”
การประกอบพิธีในวนั ออกพรรษา
การประกอบพธิ ีในวันนี้ พุทธศาสนิกชนจะนยิ มทาํ บุญเป็นกรณีพเิ ศษ เชน่ ตักบาตรในตอนเช้า ถวาย
สังฆทาน ไปทําบุญท่วี ัด ถวายภัตตาหาร ฟังพระธรรมเทศนา และมีการตักบาตรเทโวในวันรุ่งขนึ้
กิจกรรมต่างๆ ทีค่ วรปฏิบัตใิ นวันออกพรรษา
1. ทาํ บุญตักบาตร อุทศิ สว่ นกศุ ลให้แก่ญาติผ้ทู ่ีล่วงลับ
2. ไปวัดเพื่อปฏิบตั ิธรรม ฟงั พระธรรมเทศนา
3. รว่ มกุศลกรรม "ตักบาตรเทโว"
4. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรอื นและสถานท่รี าชการ และประดับธง
ชาตแิ ละธงธรรมจกั ตามวัดและสถานทสี่ าํ คัญทางพระพุทธศาสนา
5. ตามสถานท่รี าชการ สถานท่ศี ึกษาและทว่ี ดั ควรจัดใหม้ นี ิทรรศการ การบรรยาย ฉายสไลด์ หรอื บรรยา
ธรรม เก่ยี วกับวนั ออกพรรษา ฯลฯ เพือ่ ให้ความรู้แกป่ ระชาชนและผทู้ ส่ี นใจท่วั ไป
ประเพณที ่เี กีย่ วขอ้ งกบั วันออกพรรษา
ประเพณีท่เี กี่ยวขอ้ งกับวันออกพรรษาท่ีนยิ มปฏิบตั ิ คือ
1. ประเพณตี กั บาตรเทโว (วนั แรม 1 ค่ํา เดือน 11 หลังจากออกพรรษาแล้ว 1 วนั )
2. พธิ ีทอดกฐนิ (ตั้งแตว่ ันแรม 1 คาํ่ เดอื น 11 ถึงวนั ขึ้น15 คํ่า เดือน 12 กําหนด 1 เดอื นนบั ตัง้ แต่วัน
ออกพรรษา)
3. พิธที อดผ้าป่า (ไมจ่ ํากดั กาล)
หนังสอื เรียนวิชาเลือก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคณุ ธรรมเพือ่ พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 65
4. ประเพณีเทศนม์ หาชาติ (นิยมทํากันในวันขึ้น 8 ค่าํ หรอื วันแรม 8 คา่ํ กลางเดือน 12 ในบางท้องถนิ่
อาจนิยมทาํ กนั ในเดือน 5 ต่อเดอื น 6 หรอื ในเดอื น 10)
1. ประเพณตี ักบาตรเทโว
การตักบาตรเทโว จะกระทาํ ในวนั แรม 1 คํ่า เดือน 11 คือหลังออกพรรษาแล้ว 1 วนั
ประวตั คิ วามเปน็ มาของประเพณีการตักบาตรเทโว
ในสมยั พุทธกาล เม่ือ พระสัมมาสมั พุทธเจา้ ตรสั รธู้ รรมและเสด็จข้ึนไปโปรดพระพุทธมารดาโดยจําพรรษา
อยู่ ณ สวรรคช์ ั้นดาวดึงส์ เปน็ เวลา 1 พรรษา และเมื่อออกพรรษาแล้ว พระองคไ์ ด้เสดจ็ กลบั ยงั โลกมนุษย์ ณ
เมอื งสังกัสสนคร
การท่ีพระพทุ ธองค์ทรงเสดจ็ ลงมาจากชัน้ สวรรคช์ ัน้ ดาวดึงส์ เรียกตามศัพทภ์ าษาบาลวี ่า "เทโวโรหณะ"ใน
คร้ังนั้นบรรดาพุทธศาสนกิ ชนผู้มีความศรัทธาเล่ือมใส เมอื่ ทราบขา่ วตา่ งพร้อมใจกนั ไปรอตักบาตรเพื่อรับเสดจ็ กัน
อยา่ งเนืองแน่น จนถอื เป็นประเพณตี กั บาตรเทโวปฏิบัตสิ บื ทอดกนั มาจนตราบเท่าทุกวนั นี้
2. พธิ ที อดกฐิน
ประวัตกิ ารทอดกฐนิ
ในสมยั พุทธกาล เม่ือพระผู้มพี ระภาคเจา้ ประทับ ณ พระเชตวนาราม ซึง่ เปน็ พระอารามท่ีอนาถบิณฑกิ
เศรษฐไี ดส้ ร้างถวายเปน็ พุทธนวิ าส ไดม้ ภี ิกษุ 30 รปู ชาวเมอื งปาฐา ซงึ่ อย่ดู า้ นทศิ ตะวนั ตกในแควน้ โกศล เดนิ ทาง
มาหมายจะเฝ้าพระพุทธองค์ท่เี มอื งสาวตั ถี แตม่ าไม่ทนั เพราะใกล้ถงึ วนั เขา้ พรรษา จงึ เข้าพกั จาํ พรรษา ณ เมอื งสา
เกต อันมรี ะยะทางห่างจากเมืองสาวัตถรี าว 6 โยชน์
ภิกษุทง้ั 30 รปู ลว้ นแตเ่ ปน็ ผูเ้ คร่งครดั ปฏิบัติธุดงค์และต่างมีความศรทั ธาอย่างแรงกล้าท่จี ะไดเ้ ฝา้ พระ
บรมศาสดา เมือ่ ถงึ วันออกพรรษาแล้ว ก็รบี เดนิ ทางไปยงั เมืองสาวัตถโี ดยไมม่ กี ารรง้ั รอแม้ว่ายงั เปน็ ช่วงท่ฝี นยังตก
หนกั นา้ํ ทว่ มอยู่ทัว่ ไป แม้จะต้องฝ่าแดดกราํ ฝน ลุยฝน อยา่ งไรก็ไมย่ ่อท้อ
เมือ่ ภิกษทุ ้งั 30 รูป ไดเ้ ขา้ เฝ้าพระบรมศาสดาสมความต้ังใจแล้ว ครั้นพระองคต์ รสั รถู้ ามจงึ ได้เลา่ เร่อื งราว
ทั้งหมดให้ทรงทราบ พระพุทธองคจ์ งึ ตรัสธรรมมิกถา ภกิ ษุเหลา่ น้นั กไ็ ดส้ ําเร็จพระอรหันตผ์ ลในลาํ ดับนนั้ พระ
บรมศาสดาดาํ ริถงึ ความยากลําบากของภิกษุเหล่าน้นั จงึ เรียกประชมุ ภกิ ษุสงฆ์ แล้วตรสั อนุญาตใหภ้ ิกษรุ บั ผา้ กฐนิ
ได้ สําหรับในเมืองไดผ้ ่านวันออกพรรษาแล้ว นางวสิ าขาได้ทราบพุทธานญุ าตและได้เปน็ ผถู้ วายผา้ กฐินเป็นคน
แรก
หนังสือเรียนวิชาเลือก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคณุ ธรรมเพือ่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 66
3. พิธีทอดผ้าป่า
ประวตั ิความเปน็ มา
ในสมัยพุทธกาล เมอ่ื ครงั้ ท่พี ระบรมศาสดายงั มิไดท้ รงอนุญาตใหพ้ ระภกิ ษุท้งั หลายรับจวี รจากชาวบา้ น
พระภกิ ษุเหลา่ น้นั จึงต้องเทยี่ วเก็บผ้าทเ่ี ขาท้งิ แลว้ เช่นผา้ เปรอะเปื้อนท่ีชาวบ้านไมต่ ้องการนํามาทิง้ ไว้ ผา้ ที่ห่อศพ
ฯลฯ เมื่อรวบรวมผา้ ช้นิ เลก็ ช้ินน้อยพอแกค่ วามต้องการแล้ว จึงนํามาทําความสะอาด ตัดเยบ็ ยอ้ ม เพ่ือทําเป็น
จีวร สบง หรือสังฆาฏิ ผนื ใดผืนหนึ่ง การทําจีวรของภกิ ษุในสมัยพุทธกาลจงึ ค่อนขา้ งยงุ่ ยากหรือเป็นงานใหญ่ ดังท่ี
กลา่ วไวแ้ ลว้ ในเร่ืองพิธที อดกฐิน
ครัน้ ชาวบา้ นทง้ั หลายเหน็ ความยากลําบากของพระสงฆต์ อ้ งการนาํ ผา้ มาถวาย แต่เมอ่ื ยังไม่มีพทุ ธานุญาต
โดยตรง จึงนําผา้ ไปทอดทิ้งไว้ ณ ท่ีตา่ งๆ เชน่ ในปา่ ตามปา่ ชา้ หรอื ข้างทางเดนิ เม่ือภกิ ษสุ งฆม์ าพบ กน็ าํ เอามา
ทาํ เปน็ สบง จีวร พธิ ีการทอดผ้ากม็ ีความเป็นมาด้วยประการฉะนี้
สาํ หรับในเมืองไทย พธิ ีทอดผา้ ป่าไดร้ บั รอ้ื ฟ้ืนขน้ึ ในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัวรชั กาลท่ี 4
ด้วยทรงพระประสงค์จะรกั ษาขนบธรรมเนียมประเพณีในทางพระศาสนา
4. ประเพณงี านเทศน์มหาชาติ
ประเพณีการเทศน์มหาชาติจดั เปน็ การทาํ บญุ ท่สี าํ คญั และมีความหมายท่สี ดุ ในสงั คมไทย เนือ่ งจากเปน็
ประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่ทําสืบเน่ืองมาแตโ่ บราณจนถงึ ปัจจบุ นั เพราะความเชอ่ื วา่ ถา้ ผู้ใดได้ฟงั เทศน์
มหาชาตแิ ล้วจะได้กุศลแรง แลหากใครต้ังใจฟงั ใหจ้ บใน วนั เดียวจะได้เกิดรว่ มและพบพระศรีอรยิ เมตตรัยโพธสิ ตั ว์
ซงึ่ จะมาตรสั รเู้ ป็นพระพทุ ธเจ้าในอนาคต
ในพระราชสํานกั ปรากฏเป็นราชพธิ ใี นวังหลวงมาแตส่ มยั สโุ ขทัยแล้ว ในสมยั อยธุ ยาพระมหากษตั รยิ ์ถงึ กับ
ทรงโปรดฯ ให้สร้างพระทนี่ ่งั ทรงธรรม ดว้ ยพระราชประสงค์ใหเ้ ปน็ ทที่ รงธรรมในงานพระราชพิธีเทศน์มหาชาติ
พระราชพิธนี ้สี ืบเน่ืองมาจนถึงสมยั กรงุ รตั นโกสินทร์ ในแผ่นดนิ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรง
เกณฑ์พระบรมวงศานวุ งศ์ ข้าราชการ ทํากระจาดใหญ่บูชากัณฑเ์ ทศนาคราวหนงึ่ แม้พระบาทสมเดจ็ พระพุทธ
เลิศหล้านภาลยั ครั้งท่ที รงดาํ รงอยใู่ นสมณเพศกท็ รงหดั เทศนก์ ัณฑม์ ทั รี จนกลายเปน็ ธรรมเนียมใหพ้ ระราชโอรส
ถวายเทศน์มหาชาติในวงั หลวง
ในท้องถนิ่ โดยฌแพาะในเขตภาคอีสานถือเป็นงานบุญท่ียงิ่ ใหญ่สาํ คัญที่สดุ ของปจี ะจดั ข้นึ ในราวเดือน 4
เรยี กวา่ บุญพระเวส ทั้งยังมีประเพณีเก่ียวเนื่องกับเทศกาลนี้ด้วย เช่น พิธแี ห่พระเวสเขา้ เมอื งและพิธีแห่ขา้ วพัน
กอ้ นเพอื่ บชู าคาถาพนั ทางภาคเหนือ ก็ให้ ความสําคัญกับการเทศน์มหาชาติมาก เห็นได้จากมีประเพณีสรา้ ง
หลาบเงินหรือแผ่นเงนิ แกะลาย แขวนห้อยรอบฉัตร ถวายเปน็ เครอื่ งขนั ธ์ตง้ั ธรรมหลวงในงาน ทางภาคใตน้ ัน้
ประเพณีเทศน์มหาชาตไิ ด้ คลี่คลายไป เป็นประเพณสี วดด้านซง่ึ คลา้ ยคลงึ กบั การสวดโอ้เอ้วหิ ารรายอย่าง
กรุงเทพฯ ท่วี ดั พระศรรี ตั นศาสดาราม
หนังสือเรยี นวิชาเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพ่อื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 67
วันอฏั ฐมีบูชา หมายถึง การบชู าในวนั แรม 8 คา่ํ เดือน 6
ความสําคญั
วนั อัฏฐมีถอื เปน็ วันที่ตรงกบั วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรรี ะ ณ เมอื งกุสนิ ารา เมอื งหลวงของแควน้
มัลละ เป็นวันทช่ี าวพุทธ ต้องวปิ โยคและสญู เสยี พระบรมศาสดา
การจัดพธิ ีวันอัฏฐมบี ชู า เพ่ือให้ชาวพทุ ธศาสนิกชนไก้พร้อมใจกนั ประกอบพธิ ีการบูชาระลกึ ถึง
พทุ ธคุณ ปจั จบุ ันการจดั พิธอี ัฏฐมบี ูชากระทํากันเฉพาะบางวัดเท่าน้นั เชน่ วดั พระบรมธาตุ จ. อตุ รดิตถ์เป็นต้น
การปฏบิ ตั ติ น
เหมอื นวนั มาฆบชู าและวันวิสาขบชู า แตไ่ มม่ ีการเวียนเทยี นเท่าน้นั
หลักธรรมทเี่ กี่ยวเนือ่ ง
หลักธรรมที่เก่ยี งเนื่องในวนั อัฏฐมีบูชาท่ีนักเรียนควรศึกษาในทน่ี ี้ คือ สุจรติ 3
สุจริต 3 หมายถึง ความประพฤติดี ปฏิบตั ิชอบ ซึ่งส่งผลให้ผ้กู ระทําประสบแต่ความสงบสขุ สุจรติ แสดงออกได้ 3
ทาง คือ
ทางกาย เรยี กวา่ กายสุจรติ หมายถงึ ความประพฤตดิ ที ่แี สดงออกทางกาย ได้แก่ การเวน้ จากการฆ่า
สัตว์
ทางวาจา เรียกวา่ วจีสจุ รติ หมายถงึ ความประพฤตทิ ี่เกิดทางวาจา ไดแ้ ก่ การเวน้ จากการพูดโกหก การ
เว้นจากการพูดสอ่ เสียด
ทางใจ เรียก วา่ มโนสจุ ริต หมายถึง ความประพฤติดที ีเกดิ ทางใจ ไดแ้ ก่ การไมเ่ พง่ เล็งอยากไดข้ อง
ผอู้ ่ืน และเหน็ ถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม
หนงั สอื เรียนวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพอื่ พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 68
เร่อื ง 3 การร่วมกิจกรรมวันสําคัญของชาติ
วันสาํ คญั ของชาตทิ ่เี ยาวชนไทยควรรู้
ในแต่ละปี ประเทศไทยเราจะมีวันสําคัญของชาติหลายวันด้วยกันทั้งที่เป็นวันสําคัญเกี่ยวกับ
ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และวันสาํ คญั ทางประเพณี ซ่งึ ในจํานวนวนั เหลา่ นี้ รัฐบาลไดป้ ระกาศให้เป็นหยุด
ราชการ 16 วันด้วยกัน เช่น วันข้ึนปีใหม่, วันมาฆบูชา, วันจักรี, วันสงกรานต์ และวันฉัตรมงคล เป็นต้น
วันสําคัญ หมายถึง วันท่ีเกิดเหตุการณ์สําคัญๆ ในอดีต และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสําคัญของวันนั้นๆ รัฐ /
ชมุ ชน หรือหน่วยงาน จึงได้จัดให้มีพิธีการหรือกิจกรรมต่างๆ ข้ึน เพ่ือเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชน หรือคน
ในสังคมได้ตระหนัก และระลึกถึงเหตุการณ์สําคัญในวันนั้น ด้วยความภาคภูมิใจ หรือเพ่ือเป็นแบบอย่าง ในการ
ประพฤติปฏิบัติที่ดีงามสืบทอดต่อกันมา ซ่ึงวันสําคัญน้ี จะมีหลายระดับ เช่น ระดับบุคคล ได้แก่ วันเกิด วัน
แต่งงาน ระดับหนว่ ยงาน ได้แก่ วันสถาปนาของหน่วยงานน้ันๆ ระดับชาติ ได้แก่ วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันวิ
สาขบูชา และวันภาษาไทยแห่งชาติ เป็นต้น และเพ่ือให้เยาวชนของเราได้รู้จักวันสําคัญของไทย กลุ่ม
ประชาสัมพันธ์ สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอสรุปวันสําคัญๆ ท่ีควร
รจู้ กั ในรอบปใี ห้ทราบดังน้ี
วันสาํ คัญเก่ยี วเนอ่ื งกบั พระมหากษัตรยิ ไ์ ทย
1. วนั ยทุ ธหตั ถี
ตรงกับวันที่ 18 มกราคม เปน็ วนั ท่ีสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ทรงกระทํายุทธหตั ถีมีชัยชนะตอ่ พระมหา
อุปราชา เม่อื วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 ยทุ ธหตั ถี หมายถงึ การต่อสู้ด้วยอาวุธบนหลังช้าง เปน็ การรบอยา่ ง
กษัตรยิ ส์ มยั โบราณ ถือเปน็ ยอดยทุ ธวิธีของนักรบ เพราะเปน็ การต่อสู้อยา่ งตัวต่อตัว กษตั ริย์พระองค์ใดกระทํา
ยุทธหตั ถชี นะจะไดร้ บั การยกยอ่ งว่า มีพระเกียรตยิ ศสูงสดุ และแม้แตผ่ ูแ้ พ้กไ็ ด้รับการยกยอ่ งสรรเสริญวา่ เป็น
นกั รบแท้เช่นกัน
วนั ยุทธหัตถี คอื วันทีร่ ะลกึ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงกระทํายทุ ธหัตถีมชี ยั ชนะตอ่ สมเดจ็ พระมหา
อปุ ราชา ซึง่ ตรงกับวันท่ี ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕ ปจั จบุ ันคณะรัฐมนตรไี ด้มมี ติเม่ือวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.
๒๕๔๘ กาํ หนดให้วนั ที่ ๑๘ มกราคม ของทกุ ปเี ปน็ “วันยทุ ธหตั ถี” และถอื วันน้ีเป็นวันรฐั พธิ ี แตไ่ ม่เปน็
วนั หยดุ ราชการ (แทนวนั ที่ ๒๕ มกราคม เนื่องจาก นายประเสริฐ ณ นคร ราชบณั ฑิต ได้คํานวณแล้วพบวา่ การ
นบั วนั ทางจันทรคติของวันกระทาํ ยุทธหัตถีเดมิ ท่ีตรงกับวันจันทร์ เดือน ๒ แรม ๒ คํา่ จลุ ศักราช ๙๕๔ ทก่ี ําหนด
เป็นวนั ท่ี ๒๕ มกราคมนน้ั คลาดเคลื่อน จงึ ไดม้ ีการเปลีย่ นใหม่ให้ตรงกับความเปน็ จริง) โดยให้มีการจัดกจิ กรรม
การประกอบพธิ ีบวงสรวง การวางพานพุ่มสักการะท่ีบริเวณพระบรมราชานสุ รณด์ อนเจดีย์ และให้มีงานสมโภช
อนุสรณด์ อนเจดยี ์ เพ่ือเป็นการเฉลิมพระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช เป็นประจําทุกปี
หนังสอื เรยี นวิชาเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพ่ือพัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 69
การทาํ ยทุ ธหตั ถี ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน คอื การต่อสู้กันดว้ ยอาวุธบนหลงั ช้าง
เป็นวิธีการรบอย่างกษัตริย์ในสมยั โบราณ โดยบนหลังชา้ งจะมคี นนั่งอยสู่ ามคน ตัวแม่ทพั จะถืองา้ วอยู่ที่คอชา้ ง
คนท่ีนัง่ กลางจะอยบู่ นกูบและถือหางนกยงู ซ้ายขวาโบกเปน็ สญั ญาณ และคอยส่งอาวธุ ให้แมท่ ัพ อาจจะมีการ
สบั เปลยี่ นท่ีน่ังกันตอนกระทาํ การรบ ทที่ ้ายชา้ งจะมีควาญน่ังประจําท่ี ตามเทา้ ช้างทง้ั สีม่ ีพลประจาํ เรยี กวา่ จตุ
รงคบาท คนท้งั หมดจะถืออาวุธ เชน่ ปนื ปลายขอ หอกซดั ของ้าว ขอเกราะเขน แพน ถ้าเป็นช้างยุทธหัตถจี ะมี
หอกผกู ผ้าสแี ดงสองเลม่ ปืนใหญ่หันปากออกขา้ งขวาหน่งึ กระบอก ขา้ งซ้ายหนึ่งกระบอก มีนายทหารและพล
ทหารสวมเกราะโพกผา้ ช้างทีเ่ ขา้ กระบวนทพั จะสวมเกราะใส่เกือกหรอื รองเท้าเหล็กสาํ หรับกันขวากหนาม โดย
ท้งั ทส่ี เ่ี ท้าสวมหน้าราหม์ ีปลอกเหลก็ สวมงาทั้งคู่ และมีเกราะโวพ่ นั งวงชา้ ง สาํ หรบั พังหอคา่ ยโดยไม่เจบ็ ปวด การ
ต่อสู้ดว้ ยอาวุธบนหลงั ช้าง ถือเป็นคตมิ าแตโ่ บราณวา่ เป็นยอดยทุ ธวถิ ีของนักรบ เพราะเป็นการตอ่ สู้กนั ตวั ตอ่ ตวั
แพ้ชนะกันดว้ ยความคล่องแคล่ว บวกกบั ความชาํ นชิ าํ นาญในการขบั ขีช่ า้ งชน ไม่ได้อาศยั ล้ีพลหรือกลอบุ ายแต่
อย่างใด อีกประการหนึ่งทสี่ ําคัญคือ ในการทาํ ยทุ ธสงครามโอกาสที่จอมทัพท้ังสองจะได้เผชิญหน้ากนั อย่างใกลช้ ิด
จนถึงข้ันชนชา้ งกันน้ันมนี ้อยและหาได้ยากมาก ดงั นน้ั ถา้ กษัตรยิ ์พระองค์ใดกระทาํ ยทุ ธหัตถชี นะ จึงไดร้ บั การยก
ยอ่ งวา่ มพี ระเกียรตสิ งู สดุ และผแู้ พ้เองก็ได้รบั การสรรเสริญวา่ เป็นนักรบท่ีกลา้ หาญเช่นกัน
สําหรับความเปน็ มาของการทํายทุ ธหัตถีท่ีสําคัญทสี่ ุดของไทยกค็ ือ ในสมยั ท่ีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ทรงกระทํายุทธหตั ถชี นะสมเด็จพระมหาอปุ ราชา จากข้อความในหนงั สอื พงศาวดารตอนทีส่ ําคัญท่ีสุดของ
ประวตั ิศาสตรข์ องชาติไทยกล่าวไว้ดงั น้ี “รุง่ ข้ึน ณ วันจันทร์ เดอื นย่ี แรมสองค่ํา ปมี ะโรง พ.ศ. ๒๑๓๕ สมเดจ็
พระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงจดั เตรยี มกองทัพไว้อย่างพร้อมเพรียง และทรงทราบวา่ พระยาศรีไสย
ณรงค์ ประจญั บานกับข้าศึกซ่ึงมากกวา่ ต้านทานไม่ไหวจึงถอยร่นมา และรบั สงั่ ใหพ้ ระยาศรีไสยณรงค์หนขี ้าศึก
เอาตวั รอด เป็นท่นี า่ สรรเสรญิ สมเด็จพระนเรศวรว่า เม่ือได้ยนิ ปืนใหญน่ ้อยดังสน่ันของพมา่ กําลงั รบกับพระยาศรี
ไสยณรงค์นน้ั พระองค์ทรงปรึกษานายทัพนายกองว่า พระยาศรไี สยณรงคแ์ ตกมาน้ีจะทาํ อย่างไร นายทพั นายก
องทง้ั ปวงกราบทูลวา่ ขอให้มีกองทพั หนนุ ออกไปช่วย พระองค์ไม่เหน็ ดว้ ยรบั ส่งั ว่าถา้ ขืนยกไปหนุนคงจะ
ดังนเี้ อง ทําให้ทัพพมา่ รกุ ไล่อย่างย่ามใจไม่เป็นกระบวนติดตามมา สองวีรกษตั รยิ ์เหน็ ข้าศกึ ตกอยู่ใน
จงั หวะแห่งความประมาท กเ็ ข้าตีกองทัพหนา้ ข้าศกึ แตกหนีเป็นอลหมา่ น ขณะน้ันเองช้างพระทน่ี ่ังของสมเดจ็ พระ
นเรศวรชอื่ เจ้าพระยาไชยานุภาพ กบั ช้างของสมเดจ็ พระเอกาทศรถชือ่ เจา้ พระยาปราบไตรจกั ร เป็นชา้ งชนะงา
กําลังตกมันทั้งคู่ ครน้ั เห็นเหล่าชา้ งข้าศึกกลับหน้าพากนั หนีออกแล่นโลดไล่ไปโดยเมามัน พาสองวีรกษัตริย์เข้าไป
ในกลางหมู่ข้าศึก มีแตจ่ ัตรุ งคบาทและพวกทหารรักษาพระองค์เท่านั้นท่ตี ดิ ตามไปทนั ช้างพระที่นง่ั ลุยไลข่ ้าศกึ ไป
ได้สกั ๑๐๐ เส้น ทอดพระเนตรเหน็ พระมหาอปุ ราชาทรงพระคชธารอยู่ในร่มไม้กบั เหล่าท้าวพระยานน่ั แหละ จึง
ทรงทราบวา่ ถลําเขา้ มาจนถึงกองทัพหลวงของปัจจามิตรแล้ว สมเด็จพระนเรศวรทรงมีพระสตมิ น่ั ไม่หวน่ั ไหว ทรง
มีปฏิภาณวอ่ งไวเกิดข้ึนโดยพระอุปนสิ ัยว่า พระองคจ์ ะรอดและได้ชัยชนะมอี ยู่แตเ่ พยี งประตเู ดยี ว จงึ ทรงช้างเข้า
ไปเรอ่ื ยๆ จนใกลพ้ ระมหาอุปราชาขนาดตะโกนกันได้ยนิ แล้ว ตรัสไปโดยฐานคนุ้ เคยกนั มาก่อนท้งั ในเยาว์วัยและ
เติบใหญว่ า่ “เจา้ พ่ีจะยนื ช้างอยใู่ นร่มไม้ทําไม ขอเชิญเสดจ็ มาทาํ ยทุ ธหตั ถีกนั ใหเ้ ปน็ เกยี รติยศเถิด กษตั รยิ ภ์ าย
หน้าที่จะชนช้างอยา่ งเราจะไมม่ ีอีกแล้ว” ความจรงิ ในขณะนัน้ สมเด็จพระนเรศวรทรงประทับอยใู่ นท่ามกลาง
หนังสอื เรยี นวิชาเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคุณธรรมเพือ่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 70
ขา้ ศกึ ถ้าพระมหาอุปราชาจะสงั่ ให้ขนุ ศกึ รุมรบแล้ว ไทยเป็นฝา่ ยเสียเปรยี บมากและอยู่ในข้ันอันตราย ถา้ เสยี ทีก็
อาจเสียกรงุ ศรอี ยธุ ยาได้ง่าย แตค่ วามที่มี ขัตติยมานะและมคี วามคุน้ เคยกนั มาก่อน พระมหาอุปราชาทรงเลือก
เอาตามชน้ั เชงิ ของนักรบและความเป็นลกู ผชู้ ายเตม็ ตวั จงึ ไสชา้ งพลายพธั กอออกมาชนกับเจ้าพระยาไชยานุภาพ
ฝา่ ยเจา้ พระยาไชยานภุ าพกาํ ลงั ตกมัน เห็นชา้ งข้าศึกตรงออกมาทา้ ทายก็โถมแทงทนั ทไี มย่ บั ยง้ั เลยเสยี ทพี ลายพัธ
กอได้ล่างแบกรนุ เอาเจา้ พระยาไชยานภุ าพเบนจะขวางตวั พระมหาอปุ ราชาได้ทีฟนั ด้วยพระแสงของ้าว แต่
สมเดจ็ พระนเรศวรเบย่ี งพระองคห์ ลบทนั ถกู แตพ่ ระมาลาหนงั ขาดลิไป พอดีกับเจ้าพระยาไชยานุภาพสะบัดหลดุ
แลว้ กลบั ได้ลา่ งแบกรุนพลายพัธกอหันเบนไปบา้ ง สมเดจ็ พระนเรศวรกจ็ ว้ งฟันด้วยพระแสงของา้ วถูกพระมหาอุป
ราชาท่ีอังสะขวา (ไหลข่ วา) ขาด ซบสน้ิ พระชนม์อยกู่ บั คอช้างศกึ สมเด็จพระเอกาทศรถได้ชนชา้ งกับเจา้ เมืองจา
ปาโร และฟนั เจา้ เมืองจาปาโรคอขาดตายคาคอชา้ งเชน่ กนั พวกทา้ วพระยาเมอื งหงสาวดี เหน็ เจา้ นายเสียทีตา่ งก็
กรูกนั เขา้ มาชว่ ยแก้ไข ใชป้ นื ระดมยิงถกู สมเดจ็ พระนเรศวรท่พี ระหัตถ์ถึงบาดเจบ็ ขณะน้ันกองทัพหลวงของไทยก็
ตามมาทัน เข้ารบพุ่งแกเ้ อาจอมทัพไทยออกมาได้ ฝา่ ยกรุงหงสาวดีก็เลิกทัพกลบั ไป” พระแสงของา้ วที่สมเด็จพระ
นเรศวรทรงประหารพระมหาอปุ ราชาครั้งนั้นไดน้ ามต่อมาว่า พระแสงแสนพลพาย และพระมาลาท่ีถกู ฟันก็
ปรากฏนามวา่ พระมาลาเบ่ยี ง นบั เป็นเคร่อื งมงคลราชปู โภคมาจนบดั น้ี ส่วนชา้ งศึกทีช่ นะก็พระราชทานชื่อว่า
เจ้าพระยาปราบหงสาวดี การทาํ ยทุ ธหตั ถใี นสมยั สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถือเป็นกลยุทธที่นับวา่ เป็นส่งิ
ศกั ดสิ์ ิทธ์ิมหศั จรรย์ เป็นยอดแห่งชัยมงคล และเปน็ คร้งั สดุ ท้ายในประวตั ิศาสตรช์ าติไทย นอกจากนี้ ยังเป็น
วรี กรรมคร้ังสําคญั ทท่ี ําให้พระเกยี รตยิ ศของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเปน็ ทเ่ี ลอื่ งลือไปไกล เนอื่ งจากพระองค์
ทรงเปน็ พระมหากษตั ริยช์ าตินกั รบอยา่ งแทจ้ รงิ เป็นผู้นาํ ทก่ี ล้าหาญและมีฝมี ือการรบท่ีเกง่ กาจจึงทาํ ให้ทรงรบ
ชนะมาโดยตลอด และยังเปน็ ที่น่าอัศจรรยว์ า่ ไม่มีข้าศึกใดกล้ายกทพั มารุกรานไทยนานถึง ๑๕๐ ปี จากข้อความ
ในหนงั สอื พงศาวดารที่ยกมา ดงั นน้ั ในฐานะท่เี ราเปน็ ประชาชนคนไทยท่เี กิดบนผืนแผน่ ดินไทย จงึ ควรตระหนัก
และนอ้ มราํ ลกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณของพระองคท์ ่าน ดว้ ยการตัง้ มั่นกระทําความดีแก่สงั คมและประเทศชาติ
โดยเหน็ แกป่ ระโยชนส์ ่วนรวมเปน็ สาํ คญั ปฏิบตั ิหนา้ ที่ของตนเองด้วยความซื่อสตั ย์สุจริต เสียสละ และทส่ี ําคญั
ทีส่ ุด คอื ความสามคั คี เม่ือคนไทยทุกคนมีความสามัคคี สังคมไทยของเราก็จะอยู่กนั อย่างสงบสขุ ปราศจากความ
แตกแยกท้งั ปวง เพอื่ ตอบแทนพระคุณของพระองคท์ า่ นท่ีได้ทรงเสยี สละเลือดเน้ือเพอ่ื ปกปอ้ งรักษาแผ่นดินไทย
ของเราได้อยจู่ นมาถึงปัจจบุ ันนี้
2. วนั ศิลปินแห่งชาติ
ตรงกบั วนั ที่ 24 กุมภาพันธ์ เปน็ วันประกาศยกยอ่ ง และเชิดชเู กียรตศิ ลิ ปินชั้นครขู องไทย ที่ได้รับการ
คัดเลือกจากคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตใิ ห้เป็น “ศิลปินแหง่ ชาติ” โดยยดึ ถือเอาวันคลา้ ยวนั พระราชสมภพ
ของรชั กาลที่ 2 “พระปฐมบรมศลิ ปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ผูท้ รงรอบรู้และเชย่ี วชาญในศิลปะทุกแขนงอยา่ ง
กว้างขวางลกึ ซึ้ง เปน็ “วันศิลปนิ แหง่ ชาติ” ปัจจบุ ันมศี ลิ ปินแหง่ ชาติ (ถึงปี พ.ศ. 2548) จาํ นวน 172 คน
ความสาํ คญั
หนงั สือเรียนวิชาเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพ่ือพัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 71
เพื่อระลึกถึงวันคลา้ ยพระราชสมภพของพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลัย รชั กาลท่ี 2 เม่อื วันที่
๒๔ กุมภาพนั ธ์ 2310 เอกอัครศิลปินทยี่ ิ่งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั มพี ระอจั ฉรยิ ภาพในงาน
ศิลปะหลายสาขา ท้งั ทางด้านประติมากรรม ไดท้ รงรว่ มกบั ชา่ งประติมากรรมฝีมือเยยี่ มในสมัยน้นั แกะสลักบาน
ประตไู ม้พระวิหาร วดั สุทศั น์เทพวรารามเป็นลายเครอื เถารูปป่าหมิ พานตน์ ับเปน็ งานฝมี ือชนั้ เย่ียม
ดา้ นวรรณกรรม ถือว่าทรงเป็นกวีเอกแห่งแผ่นดนิ พระองค์หน่งึ ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมไว้จํานวน
มากมายหลายเร่ือง เช่น อเิ หนา ซง่ึ เป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดสี โมสรในรชั กาลที่ 6 ว่าเปน็ ยอด
ของกลอนบทละครราํ นอกจากนี้ยงั ทรงพระราชนิพนธบ์ ทละครนอกไวถ้ งึ 5 เรอ่ื ง ได้แก่ ไกรทอง พระไชยเชษฐ์
คาวี สังขท์ อง และมณพี ิชัย และด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลัย ในดา้ น
วรรณกรรม ทรงไดร้ ับการยกยอ่ งจากองค์การศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์ และวฒั นธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
ให้เป็นบุคคลสาํ คัญของโลกสาขาวรรณกรรม และเพ่ือเป็นการยกย่องศิลปนิ ผสู้ รา้ งสรรค์ผลงาน ทางสาํ นกั งาน
วัฒนธรรมแหง่ ชาตจิ ึงไดม้ อบรางวลั ให้แก่ ศลิ ปินท่มี ีผลงานดีเด่นในดา้ นต่าง ๆ ท้งั น้เี พื่อเป็นการยกย่องและเชดิ ชู
เกยี รติศิลปิน
3. วันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า
ตรงกับวนั ท่ี 31 มนี าคม เป็นระลกึ ถงึ วนั คล้ายวันพระราชสมภพของรชั กาลที่ 3 ท่ที รงบําเพ็ญพระราช
กรณยี กจิ ในการทํานุบํารุงบา้ นเมอื ง ท้ังในดา้ นการศาสนา การศึกษาและอื่นๆ อกี มากมายท่ีเป็นประโยชนต์ อ่
ประเทศชาติอย่างย่ิง ในสมยั ของพระองค์ ได้ทรงเก็บเงินบางสว่ นใส่ “ถุงแดง” เอาไว้ ซงึ่ ตอ่ มาในสมยั รัชกาลท่ี 5
ไดท้ รงนาํ มาใช้เป็นค่าปรับในกรณีพิพาท กับประเทศฝรั่งเศส เมอ่ื ร.ศ.112 ชว่ ยให้ประเทศไทยรอดพ้น
วกิ ฤตการณท์ างการเมือง และสงครามระหว่างประเทศไปได้พระราช
4. วันจกั รี
ตรงกับวันที่ 6 เมษายน หมายถงึ วันท่ีระลกึ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ พระปฐมบรม
ราชวงศจ์ กั รี เสดจ็ กรีฑาทัพถึงพระนคร และทรงรบั อญั เชิญขึ้นเถลงิ ถวัลย์ราชสมบัติ ดาํ รงราชอาณาจักรสยาม
ประเทศเป็นวนั แรก ตลอดพระชนมชีพของรัชกาลที่ 1 ตอ้ งทรงออกศึกใหญ่ เพื่อกอบกู้อิสรภาพถงึ 11 ครง้ั โดย
ทรงเปน็ แม่ทัพถึง 10 ครัง้ และทรงรว่ มกับพระเจ้ากรงุ ธนบุรี 1 คร้งั และเมื่อทรงเป็นพระเจา้ แผน่ ดนิ แล้ว ยังต้อง
ออกศึกเพ่ือปกป้องอิสรภาพของชาตไิ ทยอีกถงึ 7 ครงั้ นบั ว่าพระองคท์ รงเปน็ พระกษตั ริย์ยอดนกั รบทีย่ งิ่ ใหญ่
และเกง่ กล้าสามารถยงิ่
หนังสือเรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคณุ ธรรมเพอ่ื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 72
5. วนั ฉตั รมงคล
ตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคม คอื วันรําลึกถึงวนั ท่ี พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาล
ปัจจบุ นั ได้ทรงกระทาํ พธิ บี รมราชาภิเษกเสดจ็ ข้ึนครองราชย์ เป็นพระมหากษัตรยิ ล์ ําดับท่ี 9 แห่งราชวงศ์จกั รี
อยา่ งสมบูรณ์ เมือ่ วนั ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการวา่ “เราจะครองแผน่ ดินโดย
ธรรม เพ่อื ประโยชน์สขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม”
7. วันเยาวชนแหง่ ชาติ
ตรงกับวันท่ี 20 กนั ยายน ดว้ ยถอื วา่ วนั นเี้ ปน็ วันทเี่ ปน็ สริ ิมงคลยิ่ง เนอ่ื งจากเป็นวนั คลา้ ยวนั พระราช
สมภพ ของพระมหากษตั ริย์แหง่ ราชวงศ์จกั รถี ึงสองพระองค์คอื พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั
รัชกาลท่ี 5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั อานนั ทมหดิ ล รชั กาลท่ี 8 ซ่งึ ทงั้ สองพระองค์ นอกจากจะทรง
ครองราชย์สมบตั ติ ั้งแตท่ รงพระเยาวแ์ ล้ว ยงั ทรงพระปรชี าสามารถย่งิ สมควรทเี่ ยาวชนไทยจะเจรญิ รอยตามเบ้ือง
ยคุ ลบาท
9. วันวชิราวธุ
ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน เปน็ วนั คลา้ ยวนั สวรรคต ของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
รชั กาลท่ี 6 พระมหากษตั รยิ ผ์ ู้ทรงเป่ียมไปด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงได้รบั พระราชสมญั ญาวา่ “สมเด็จพระมหา
ธีรราชเจ้า” เพราะทรงเปน็ ปราชญ์ทางอักษรศาสตร์ เปน็ พระมหากษัตรยิ ์พระองคเ์ ดยี ว ทท่ี รงพระราชนิพนธ์
วรรณกรรมประเภทต่างๆ เปน็ จํานวนมาก เท่าท่ีรวบรวมได้ในปัจจบุ ันมีถึง 1,236 เร่ือง นอกจากนัน้ ยังทรง
บญั ญตั ศิ ัพท์ และทรงตั้งนามสกุลพระราชทาน ซึ่งได้รวบรวมไวข้ ณะนี้ เปน็ จํานวนประมาณ 6,432 นามสกุล
10. วันมาฆบชู า
ตรงกับวันข้นึ 15 คํา่ เดือน 3 หรอื วันท่ี 3 มีนาคม 2550 เป็นวันที่พระอรหนั ตท์ ี่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้
จํานวน 1,250 รปู มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นดั หมาย พระพทุ ธองคจ์ ึงได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในทป่ี ระชมุ
สงฆ์เหล่าน้นั ปัจจุบันเราถอื ว่าวนั น้ีเปน็ “วนั แหง่ ความรกั ทางพุทธศาสนา” ท้งั น้ี เน่ืองจากวันดงั กลา่ วไดเ้ กดิ
เหตุการณ์พเิ ศษทีเ่ รียกว่า “จาตุรงคสนั นบิ าต” ข้นึ และเป็นวันที่องค์สมเดจ็ พระสมั มาสัมพุทธเจ้า ได้ประกาศ
หลกั การ และอุดมการณ์แหง่ พุทธศาสนา อันมีเนื้อหาหลกั ว่าดว้ ยการส่งเสริมใหม้ วลมนุษย์ต้ังมน่ั ในการทําความ
ดี ละความชว่ั ไมเ่ บียดเบียนซ่งึ กันและกัน น่ันกค็ ือ ทรงสอนใหท้ ุกคนมีความรักอนั ย่ิงใหญ่ เป็นรกั ท่ีไม่เห็นแก่
ตัว เพราะสอนให้รู้จักรกั และเมตตาตอ่ เพอ่ื นร่วมโลก โดยมพี ระสงฆ์เปน็ ผู้นําพระธรรมคําสัง่ สอนดังกล่าวไป
หนงั สอื เรยี นวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพอื่ พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 73
11. วนั วิสาขบูชา
ตรงกับวันขนึ้ 15 ค่ําเดือน 6 (ปีนเี้ ป็นปอี ธิกมาสจึงเล่ือนไปเป็นวันขนึ้ 15 คํ่าเดือน 7) ซ่ึงตรงกบั วนั ท่ี 31
พฤษภาคม เป็นวันคล้ายวนั ประสตู ิ ตรัสรแู้ ละปรนิ ิพพานขององค์พระสัมมาสัมพทุ ธเจา้ ซงึ่ สิง่ ทสี่ ําคัญยง่ิ ในการ
บงั เกดิ พระพุทธเจา้ ในโลกก็คือ “ธรรมะ” ท่พี ระองค์ทรงตรัสรู้ อนั เป็นหลักในการดําเนินชีวิต ทรงเปรียบเสมือน
บรมครผู ู้มาสอน มาชแ้ี นะแก่มวลมนษุ ย์ มฉิ ะนน้ั คนเราก็คงไมร่ ้จู ักหนทางแหง่ การปฏบิ ัตธิ รรม เพ่ือลว่ งพน้ ความ
ทุกขเ์ ปน็ แน่แท้ และวนั วิสาขบูชา นอี้ งค์การสหประชาชาติไดม้ มี ติรบั รองให้ เป็นวนั สําคัญสากล เมือ่ ปี พ.ศ.2542
12. วนั อาสาฬหบูชา
ตรงกบั วนั ขน้ึ 15 คาํ่ เดอื น 8 หรอื วันท่ี 29 กรกฎาคม 2550 เป็นวันทมี่ พี ระพุทธ พระธรรม และ
พระสงฆ์ครบเปน็ องคร์ ตั นตรัยครง้ั แรกในโลก ซงึ่ พระสงฆ์องค์แรกคือพระอัญญาโกณฑัญญะ และปฐมเทศนาท่ี
ทรงแสดงคือ ธรรมจกั กัปวัตนสตู รหมายถึง พระสูตรว่าด้วยการยงั ธรรมจกั รใหเ้ ป็นไป นนั่ คอื ธรรมะของพระพุทธ
องค์เหมอื นวงล้อธรรมทีไ่ ด้เร่ิมเคลอื่ นแลว้ จากจดุ เรมิ่ ต้นในวนั นี้
13. วนั เข้าพรรษา
ตรงกบั วันที่ 30 กรกฎาคม 2550 เป็นวนั เร่ิมต้นทพี่ ระภิกษุสงฆ์ จะต้องอธิษฐานจําพรรษาอย่กู ับที่ ไม่
เที่ยวจารกิ ไปยังทีต่ ่างๆ เป็นเวลา 3 เดอื น นบั ต้ังแตว่ นั แรม 1 คาํ่ เดอื น 8 ถงึ วนั ขึน้ 15 ค่ําเดือน 11 ของทกุ ปี
(30ก.ค.-26 ต.ค.) ซงึ่ การให้จําพรรษาในสมัยพุทธกาล ก็เพ่ือป้องกนั มิให้พระสงฆ์ไปเหยียบยํ่าขา้ ว และพืชผลของ
ชาวบา้ นเสียหาย ต่อมาถือเป็นโอกาสดที ี่พระภกิ ษุ จะไดม้ าอยรู่ ่วมกนั เพ่อื ศึกษาธรรมะ ส่วนชาวบ้านก็ไดเ้ ข้าวดั
ถวายทาน รักษาศีล ฟงั ธรรม และเจริญภาวนา เพ่ือเพิ่มพูนบญุ กุศลโดยมีพระภิกษเุ ป็นแบบอย่าง ครนั้ ตอ่ มาจึง
เกดิ ประเพณีนยิ มบวช 3 เดอื น ขณะเดยี วกันกม็ ีพทุ ธศาสนกิ ชนจาํ นวนหนึง่ นยิ ม ถือเอาวนั เขา้ พรรษาเปน็ วนั
เร่ิมตน้ ทจี่ ะอธฐิ านจติ ลด ละ ความชว่ั ท้ังหลาย และทําความดเี พิม่ ขน้ึ สําหรบั ประเพณีท่เี กี่ยวเน่ืองกับวันนี้คอื
การถวายผ้าอาบน้ําฝนและการแห่/ถวายเทียนพรรษา
14. วนั ออกพรรษา
ตรงกบั วนั ขน้ึ 15 คํา่ เดือน 11 หรอื วนั ที่ 26 ตลุ าคม 2550 เป็นวันที่พระภกิ ษพุ ้นข้อกาํ หนดทางวนิ ัยที่จะ
อยจู่ าํ พรรษา นับตง้ั แตว่ นั เข้าพรรษาเป็นต้นมา และสามารถจารกิ ไปคา้ งแรมที่อื่นได้ ซึ่งจะมปี ระเพณที ีเ่ กี่ยวขอ้ ง
คือ การตักบาตรเทโวโรหนะ คอื วนั ถัดจากวันออกพรรษา 1 วนั (27 ต.ค.50) ซ่งึ พทุ ธศาสนกิ ชน มักจะตักบาตรใน
วนั นี้ ด้วยนิยมว่าเป็นวนั คลา้ ยวันทพ่ี ระพทุ ธเจ้า เสดจ็ ลงมาจากสวรรคช์ นั้ ดาวดงึ ส์ หลังจากเสด็จไปโปรดพุทธ
มารดาอยู่ 3 เดือน และถัดจากออกพรรษา 1 เดอื นถือเป็นเทศกาลกฐิน ท่ีจะทําบุญถวายผา้ กฐินตามวัดต่างๆ
หนงั สือเรียนวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสังคม รายวิชาคุณธรรมเพอ่ื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 74
15. วันขน้ึ ปีใหม่
ก่อนท่ีไทยเราจะมีวนั ปใี หม่แบบสากลเชน่ ปัจจุบนั เราได้มีการเปลีย่ นแปลงปีใหม่มาแล้วถงึ 3 ระยะ คือ
เร่ิมแรกถือวันแรม 1 คํา่ เดอื นอา้ ย เปน็ วนั ข้ึนปีใหม่ ระยะที่สอง เปลี่ยนวนั ขนึ้ ปใี หม่เปน็ วันขึ้น 1 ค่ําเดือน 5 คือ
ราวชว่ งสงกรานต์ โดยใชป้ นี กั ษัตร และการเปล่ียนจลุ ศักราชเป็นเกณฑ์ ระยะทสี่ าม ในสมัยรัชกาลท่ี 5 ไดเ้ ปลี่ยน
วันขน้ึ ปีใหม่เป็นวันที่ 1 เมษายนอันเปน็ นบั วนั ทางสรุ ิยคติ ซึง่ ไดป้ ระกาศใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2432 ระยะทส่ี ี่ คอื ในปี
พ.ศ. 2483 รฐั บาลไดเ้ ปลย่ี นวนั ขน้ึ ปใี หมไ่ ทย ให้เป็นไปตามแบบสากลนิยม คือวนั ท่ี 1 มกราคม โดยมีเหตุผลว่า
วันดงั กลา่ วกําหนดขน้ึ โดยการคาํ นวณดว้ ยวิทยาการทางดาราศาสตร์ และเปน็ ทนี่ ยิ มใชก้ ันมากว่าสองพนั ปี อกี
ทัง้ ไมเ่ ก่ยี วข้องกบั ลัทธศิ าสนา หรอื การเมืองของชาตใิ ด แต่สอดคล้องกับจารีตประเพณขี องไทยแตโ่ บราณทีใ่ ชฤ้ ดู
หนาวเปน็ ต้นปี
16. วันเด็กแหง่ ชาติ
ปีน้ีตรงกบั วนั ท่ี 13 มกราคม จดั ขนึ้ เพื่อกระตนุ้ ใหเ้ ด็ก ได้ตระะหนักถงึ ความสําคัญของตน และ
ขณะเดยี วกันกส็ ่งเสรมิ ใหป้ ระชาชน และสงั คมเหน็ ความสําคญั ของเด็กทจี่ ะเตบิ โตเป็นอนาคตของชาติ และเป็น
ทรัพยากรบุคคลท่สี าํ คัญที่ควรไดร้ ับการดูแล เอาใจใส่
จากคํากลา่ วทว่ี ่า อนาคตของประเทศชาตจิ ะเปน็ อย่างไรต่อไป สว่ นหนึ่งต้องขนึ้ อยู่กับคุณภาพชวี ิตของ
เด็กในประเทศนนั้ ๆ วา่ เปน็ อย่างไร ดังน้ันเราจึงจาํ เป็นตอ้ งให้ การพิทักษร์ ักษาคุม้ ครองทางดา้ นกฎหมาย
ตลอดจนใหค้ วามสาํ คัญแกเ่ ด็ก ๆ เพราะถือวา่ เด็ก คอื มนุษย์ที่ยังอ่อนอยทู่ ง้ั ทางรา่ งกายและจติ ใจ
17. วนั ครู
ตรงกับวันที่ 16 มกราคม จดั ขึ้นเพื่อใหส้ ังคมไดร้ ะลึกถึงความสําคัญของ “ครู” ในฐานะผู้เสยี สละและ
ประกอบคุณงามความดี เพื่อประโยชน์ของชาตแิ ละประชาชน โดยเฉพาะชว่ ยสร้างบคุ ลากรท่เี ปน็ อนาคตของชาติ
วันครู
18. วนั อนรุ ักษ์มรดกไทย
ตรงกับวันที่ 2 เมษายน อันเปน็ วันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกมุ ารี ผ้ทู รงเปน็ แบบอย่างในการบําเพญ็ พระราชกรณยี กิจและพระราชจริยวัตรในดา้ นอนรุ ักษ์มรดกของ
ชาติในสาขาต่างๆ ทรงได้รบั การถวายพระสมญั ญาเปน็ “เอกอคั รราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” และ
“วิศษิ ฏศิลปิน” อนั หมายถึง ผู้เป็นเลศิ ในทางศลิ ปะ ทรงเป็นเมธที างวฒั นธรรม และทรงมคี ณุ ปู การต่องาน
ศิลปะวฒั นธรรมวันอนุรกั ษ์มรดกไทย (2 เมษายน)
หนงั สือเรยี นวิชาเลือก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคุณธรรมเพ่อื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 75
19. วันสงกรานต์
เปน็ ปใี หม่แบบเดิมของไทย ทีน่ บั วันทพี่ ระอาทิตยย์ ่างเขา้ สูร่ าศเี มษ เปน็ วันเร่ิมตน้ ปี โดยเรยี กวันที่ 13
เมษายน เป็น “วันมหาสงกรานต์” และถือเป็น “วันผูส้ งู อายแุ หง่ ชาติ” ด้วย ส่วนวันที่ 14 เมษายน เรียก “วัน
เนา” และถือเป็น “วันครอบครวั ” ส่วนวนั ที่ 15 เมษายนเรยี กว่า “วนั เถลงิ ศก”หรอื วันข้นึ จลุ ศักราชใหม่ ปนี ้ี
นางสงกรานตช์ ่อื มโหธรเทวี ทรงพาหรุ ดั ทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนลิ รัตน์ ภักษาหารเน้ือทราย หตั ถ์ขวาทรง
จกั ร หัตถ์ซ้ายทรงตรีศรู ย์ เสด็จน่งั มาเหนอื หลังนกยูงสงกรานต์
สงกรานตต์ ามคตินยิ มโบราณ นิยมสรงนํ้าพระและผ้เู ฒา่ ผแู้ ก่อันเปน็ การแสดงความเคารพนบั ถือแสดง
ความกตัญญแู ละเพื่อความเป็นสิรมิ งคล เพ่ือให้เป็นการเริม่ ต้นปใี หม่ทีม่ ีความสุข
20. วันพืชมงคลจรดพระนงั คัลแรกนาขวัญ
ในปี 2553 ตรงกับวนั ท่ี 13 พฤษภาคม นอกจากจะเป็นพระราชพธิ โี บราณเก่าแก่ ที่จะทาํ เพื่อเปน็ การ
เสรมิ สรา้ งความเปน็ สริ ิมงคลแก่การเกษตรกรรมแลว้ วันดังกล่าวยังถอื เปน็ “วนั เกษตรกร” อกี ดว้ ย ทั้งนี้ เพอ่ื ใหผ้ ู้
มอี าชีพทางการเกษตร ไดร้ ะลกึ ถึงความสาํ คัญของการเกษตร โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปจะได้ระลึกถึง
ความสาํ คญั ของข้าว และธัญญพืชทม่ี ีคณุ เอนกอนนั ต์ ในการหล่อเลย้ี งชวี ติ ให้เตบิ โตสมบรู ณ์ทงั้ กายใจ และเหนือ
สิง่ อน่ื ใด เพอ่ื พงึ ระลึกถึงพระมหาวันพืชมงคล
21. วันสนุ ทรภู่
ตรงกับวนั ที่ 26 มิถุนายน เป็นวนั คลา้ ยวันเกิดของพระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) ผู้ไดร้ ับการยกย่องว่าเป็น
กวีเอกแหง่ กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และมผี ลงานประพันธม์ ากมาย เฉพาะเรื่อง พระอภัยมณี วรรณกรรมชน้ิ เอก
ของทา่ น กม็ ีความยาวถงึ 12,706 บท ถือได้ว่าเป็นกวีนิพนธท์ ยี่ าวท่สี ดุ ในโลก ในขณะทบ่ี ทประพนั ธ์เร่ืองอี
เลยี ต (Iliad)) และโอเดดซี (Odyssey)ของฝรงั่ ที่ว่ายาวท่ีสุด ยังมเี พียง 12,500 บทเทา่ น้ัน เม่อื ปี พ.ศ. 2529
ทา่ นได้รับยกย่องจากยูเนสโก ให้เป็นบุคคลผมู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางวัฒนธรรมระดบั โลก26 มถิ นุ ายน
22. วันภาษาไทยแห่งชาติ
ตรงกบั วันที่ 29 กรกฎาคม เปน็ วันคล้ายวันท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั รชั กาลปจั จุบัน ได้ทรงพระ
กรณุ าเสด็จฯ ไปทรงรว่ มอภิปรายกับผูท้ รงคุณวุฒิทางภาษาไทย ของชุมนุมภาษาไทยคณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เก่ียวกบั ปัญหาการใช้คําไทย เมื่อวนั ที่ 29 กรกฎาคม 2505 ซงึ่ แสดงใหเ้ หน็ ถึงพระ
ปรีชาสามารถ ความสนพระราชหฤทัย และความห่วงใยในภาษาไทย ของพระองค์ทา่ นเปน็ อย่างมาก
วันภาษาไทยแห่งชาติ
หนังสอื เรยี นวิชาเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคุณธรรมเพ่อื พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 76
23. วันพพิ ธิ ภัณฑ์ไทย
ตรงกบั วนั ที่ 19 กันยายน เปน็ วันน้อมราํ ลึกถึงพระมหากรุณาธิคณุ ของรชั กาลที่ 5 ผูท้ รงให้กาํ เนดิ
“พิพธิ ภณั ฑสถานสําหรับประชาชน” ขนึ้ เปน็ ครัง้ แรกเมอื่ วันที่ 19 กนั ยายน พ.ศ. 2417 ณ ศาลาสหทยั สมาคม
หรอื “หอคองคอเดีย” ในพระบรมมหาราชวงั วนั พพิ ธิ ภณั ฑ์ไทย“โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และโบราณสถาน
ทัง้ หลายนัน้ ล้วนเป็นของมีคุณค่า และจําเป็นแก่การศึกษาคน้ คว้าในทางประวตั ศิ าสตร์ ศิลปและโบราณคดี เป็น
เครอื่ งแสดงถึงความเจรญิ รงุ่ เรอื งของชาติไทยท่ีมีมาแต่อดีตกาล สมควรจะสงวนรกั ษาใหค้ งทนถาวร เปน็ สมบตั ิ
สว่ นรวมของชาตไิ วต้ ลอดกาล”จากพระราชดาํ รสั ที่พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั พระราชทานในโอกาสเสด็จทรง
เปิดพพิ ธิ ภัณฑ์สถานแห่งชาติเจา้ สามพระยา เม่ือวันที่ 26 ธนั วาคม ปีพุทธศักราช 2504 นี้ ยอ่ มจะทําให้เราได้
ระลึกถึงคณุ คา่ ของศลิ ปวัตถุ โบราณวัตถุต่าง ๆ กนั มากข้นึ และพยายามสงวนรกั ษาไวต้ ามกระแสพระราช
ดํารัส รวมถึงเหน็ ความสําคัญของพิพธิ ภัณฑใ์ นดา้ นของการเปน็ แหล่งเรียนรดู้ ว้ ย เพราะพิพธิ ภณั ฑเ์ ปน็ สถานที่
เก็บรวบรวมส่งิ ลาํ้ ค่าเหลา่ นี้ไว้เพือ่ แสดงแก่ประชาชนทัว่ ไปใหไ้ ดช้ มได้ศึกษา นอกเหนอื จากความเพลิดเพลนิ เปน็
สว่ นรวม
24. วนั มหิดล
ตรงกบั วนั ที่ 24 กันยายน เป็นวันคลา้ ยวนั สวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดลุ ยเดชวิกรมพระ
บรมราชชนก ผู้ทรงมคี ุณูปการต่อการแพทย์สมยั ใหม่ จนได้รับการเฉลมิ พระเกียรติวา่ ทรงเปน็ “พระบิดาแห่ง
การแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั ”
ดว้ ยพระราชกรณียกิจท่ีได้ทรงบําเพญ็ แก่วงการแพทย์ และการสาธารณสุขของประเทศไทยมาตลอด
ระยะเวลา 12 ปีนั้น ไดเ้ สรมิ สร้างความเปน็ ปึกแผน่ ใหแ้ กโ่ รงเรยี นแพทย์ อีกทัง้ ได้ทรงพฒั นาการเรยี นการสอน
ตลอดจนการผลิตแพทย์ใหเ้ ป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ อนั เปน็ การวางรากฐานแก่การแพทย์ และการสาธารณสุข
ให้เจรญิ พัฒนาก้าวหน้าทดั เทียมอารยะประเทศในกาลต่อมา
คณะแพทยศาสตร์ศริ ริ าชพยาบาลจงึ ได้ขนานนามวันสําคญั นว้ี ่า "วนั มหิดล" เพือ่ เป็นการถวายสักการะ และ
น้อมรําลกึ ต่อพระองค์ทา่ น
25. วันลอยกระทง
ตรงกับวันขึน้ 15 ค่าํ เดือน 12 หรือวันท่ี 24 พฤศจิกายน 2550 เป็นประเพณีทส่ี บื ทอดมาแตโ่ บราณ
โดยมวี ัตถปุ ระสงค์ท่หี ลากหลาย เชน่ ลอยเคราะห์ บชู าพระพุทธเจ้า แต่ปจั จบุ ันนยิ มทาํ เพ่ือขอขมาและระลึก
ถงึ คณุ แม่พระคงคา ทไี่ ด้อํานวยประโยชน์ตา่ งๆ แกม่ นุษย์ข้ึน 15 ค่าํ เดอื น 12 วนั ลอยกระทง
หนงั สอื เรยี นวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคณุ ธรรมเพ่ือพัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 77
วนั ลอยกระทงของทุกปจี ะตรงกบั วนั ขน้ึ 15 คํ่า เดือน 12 ตามปฏทิ นิ จันทรคติไทย หรอื ถา้ เป็นปฏิทนิ
จนั ทรคตลิ ้านนาจะตรงกับเดือนยี่ และหากเป็นปฏิทนิ สุรยิ คตจิ ะราวเดือนพฤศจกิ ายน ซ่ึงเดือน 12 นเ้ี ป็นช่วงตน้
ฤดหู นาว อากาศจึงเยน็ สบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ําหลาก มนี ้ําขีน้ เตม็ ฝั่ง ทาํ ใหเ้ ห็นสายนาํ้ อย่างชดั เจน อีกท้ังวนั ข้นึ
15 คํ่า เปน็ วันทพี่ ระจนั ทรเ์ ต็มดวง ทําใหส้ ามารถเหน็ แมน่ ้ําทีม่ แี สงจนั ทร์ส่องกระทบลงมา เปน็ ภาพท่ีดงู ดงาม
เหมาะแก่การชมเป็นอย่างย่ิง
26. วนั กีฬาแหง่ ชาติ
ตรงกบั วันท่ี 16 ธนั วาคม เปน็ วันระลกึ ถึงวันที่พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ทรงชนะเลิศไดร้ บั เหรยี ญ
ทองในการแขง่ ขันเรือใบประเภทโอ.เค.ในกฬี าแหลมทอง ครง้ั ท่ี 4 เมอ่ื ปี พ.ศ. 2510 และเพอ่ื ใหป้ ระชาชน
เยาวชนไดต้ ระหนักถงึ ความสําคญั ของกีฬา ทมี่ สี ว่ นชว่ ยสง่ เสริมใหเ้ รามีสุขภาพท่ดี ีทัง้ กายและใจวนั กีฬาแหง่ ชาติ
หนงั สือเรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวิชาคุณธรรมเพอื่ พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 78
ใบงานที่ 3
เรื่องคุณธรรมสําหรับพฒั นาสงั คมไทย 3 ประการ
1. ใหน้ กั ศกึ ษาค้นควา้ หาขอ้ มูลทํารายงานเป็นรปู เล่มในหวั ข้อต่อไปน้ี
ประเพณีการลงแขก (การเอาแรงกนั )
การทําบญุ ในวันสาํ คญั ทางศาสนา ประกอบดว้ ย
- วนั โกน
- วันพระ
- วันมาฆบูชา
- วันวิสาขบชู า
- วนั อาสาฬบชู า
- วันเข้าพรรษา
- วนั ออกพรรษา
วนั อัฏฐมบี ูชา
วันสาํ คญั ของชาติและการรว่ มกิจกรรมวนั สําคญั ของชาติ
1.วันยุทธหัตถี 2. วนั ศลิ ปินแห่งชาติ
3. วันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจา้ อยู่หวั พระมหาเจษฎาราชเจ้า 4. วนั จักรี
5. วันฉตั รมงคล 6. วนั วิทยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ
7. วนั เยาวชนแหง่ ชาติ 8. วนั ปยิ มหาราช
9. วนั วชิราวธุ 10. วนั เฉลมิ พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
11.วนั รฐั ธรรมนูญ 12. วนั พระเจา้ ตากสินมหาราช
13. วันมาฆบูชา 14. วันวสิ าขบูชา
15. วันอาสาฬหบูชา 16. วนั เขา้ พรรษา
17. วนั ออกพรรษา 18. วนั ข้ึนปใี หม่
19. วันเด็กแหง่ ชาติ 20. วันครู
21. วนั อนุรักษม์ รดกไทย 22. วนั สงกรานต์
23. วนั พืชมงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวญั 24. วันสุนทรภู่
25. วันภาษาไทยแห่งชาติ 26. วนั แมแ่ ห่งชาติ
27. วันพพิ ิธภณั ฑ์ไทย 28. วันมหิดล
29. วันลอยกระทง 30. วันกฬี าแห่งชาติ
หนังสือเรยี นวชิ าเลอื ก สาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าคณุ ธรรมเพ่อื พัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 79
แบบทดสอบหลงั เรียน
1. การมีคณุ ธรรมเริ่มจากท่ีใด
ก. ตวั บคุ คล ข. โรงเรียน
ค. วดั ง. ครอบครวั
2. ขอ้ ใดคือความหมายโดยสรุปของคณุ ธรรม
ก. ความงามของบคุ คลิ ข. ความดีทีต่ ้องทาํ
ค. จติ ใจของบุคคล ง. สภาพคณุ งามความดี
3. ข้อใดไมค่ ุณธรรมตามแนวคดิ ของ อรสิ โตเตลิ อริสโตเตลิ นกั ปราชญ์ชาวกรีก
ก. ความรอบรู้ ข. การรกั ษาความสัตย์
ค. ความกล้าหาญ ง. การรจู้ ักประมาณตน
4. ความหมายของคําวา่ พัฒนา ในทาง สงั คม หมายถึง
ก. ความเจริญเติบโต ข. เป็นเรื่องเก่ยี วกับการชกั ชวน
ค. การเปลยี่ นแปลงในทางท่ีดี ง. การเปลี่ยนแปลงในระบบอุตสาหกรรม
5. สถาบันแรกที่จะอบรมคุณธรรมใหก้ บั ตัวบคุ คลคือ
ก. ครอบครวั ข. โรงเรยี น
ค. วัด ง. มหาลัย
6. ข้อใดคือความหมายของ สังควตั ถุ 4
ก. การวางตนเปน็ กลาง ข. หลกั ธรรมของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสขุ
ค. หลกั ธรรมในการทาํ งาน ง. หลกั ธรรมในการครองเรอื น
7. ข้อใดไมใ่ ช่หลักธรรมของสังคหวตั ถุ 4
ก. ทาน ข. ปยิ วาจา
ค. หริ ิโอตะปะ ง. สมานัตตา
8. ผู้ตัดสินกีฬาที่ดีควรยึดหลกั ธรรมใน สังคหวัตถุ 4 ในข้อใด
ก. ทาน ข. ปิยวาจา
ค. อตั ถจริยา ง. สมานัตตา
9. สาราณียธรรม หมายถงึ
ก. ธรรมเป็นเหตใุ ห้ระลึกถึงกนั ข. ธรรมในการครองตน
ค. ธรรมในการอยู่ร่วมกัน ง. ธรรมในการทํางาน
10. ในทาง ธรรมะ ตวั คนเรามขี องสําคญั อยู่ 2 อยา่ ง ในการดาํ เนินชีวิตคอื
ก. ชีวติ กับ ชวี า ข. จิตใจ กบั ร่างกาย
ค. ร่างกาย กับ ชีวติ ง. ชีวิต กับ จติ ใจ
หนังสือเรยี นวชิ าเลือก สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาคุณธรรมเพอื่ พัฒนาสังคมไทย รหัส สค33023 80
11. ศีล ข้อใดท่หี ้ามในเร่ืองของชู้
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4
12. วินัยสําหรับคฤหัสถผ์ ูค้ รองเรอื นที่สาํ คัญคือ
ก. ศลี 5 ข. ศลี 8
ค. ศลี 27 ง. ศีล 217
13. วนิ ยั ธรรมสาํ หรบั ผู้ครองเรอื นหรือประชาชนชายหญิงท่ัวๆไปคือ
ก. ศลี วนิ ัย ข. อาคารยิ วินัย
ค. อนาคารยิ วินยั ง. อานาคาริยวินัย
14. การลงแขก (การเอาแรงกัน) หมายถึง
ก. การกระทาํ ซําเราขมขนื ผูอ้ ื่น ข. การจา้ งมาทํางาน
ค. การหา หารวาน มาช่วยทาํ งาน ง. การรับเหมา
15. ขอ้ ใดคือองคป์ ระกอบของการประเมนิ ชน้ิ งาน
ก. ผลงาน และ ส่วนท่ีเป็นชน้ิ งาน ข. ผลงาน และ สว่ นประกอบทัว่ ไป
ค. กระบวนการทํางาน และ แฟ้มสะสมงาน ง. กระบวนการทํางาน และ ลักษณะนสิ ัยการทํางาน
16. ประเพณกี ารลงแขกเปน็ วัฒนธรรมทม่ี ีมาจากอดตี ในภาคใด
ก. ภาคเหนือ ข. ภาคใต้
ค. ภาคกลาง ง. ภาคอสี าน
17. วันสาํ คญั ทางศาสนาวนั ใดทีเ่ ป็นวนั ถวายพระเพลิงพระพทุ ธเจ้า
ก. วนั พระ ข. วนั อฏั ฐมีบุชา
ค. วนั โกน ง. วนั อาสาฬหบูชา
18. วันพระหรอื ธรรมสวนะหมายถงึ
ก. วันท่ถี อื กาํ หนดพระอรหัน ข. วนั ทีถ่ ือกาํ หนดแก้ว 3 ประการ
ค. วันทปี่ ระชุมถือศีลในพทุ ธศาสนา ง. วันที่ไมใ่ ห้พระออกไปทํากิจธรุ ะต่างวัด
19. ประเพณี การตักบาตรเทโว กระทํากันในเทศกาลใด
ก. สงกรานต์ ข. ปใี หม่
ค. เข้าพรรษา ง. ออกพรรษา
20. คาํ วา่ “กู” กําหนดในสมัยใด
ก. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ข. พอ่ ขนุ รามคําแหง
ค. สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ง. รัชกาลท่ี 5
------------------------------------------------------------
หนงั สือเรยี นวิชาเลอื ก สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ าคณุ ธรรมเพ่ือพัฒนาสงั คมไทย รหัส สค33023 81
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลงั เรยี น
1ก
2ง
3ข
4ค
5ก
6ข
7ค
8ง
9ก
10 ง
11 ค
12 ก
13 ข
14 ค
15 ข
16 ง
17 ข
18 ค
19 ง
20 ข
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ คู่มือการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551. อบุ ลราชธานี : บรษิ ทั ยงสวัสดิอ์ นิ เตอร์กรุป๊ จาํ กัด
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร แนวทางการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. นนทบุรี : บรษิ ัท ไทย พับบลคิ เอ็ดดเู คช่ัน จาํ กดั
ก , ก .ก ก F
F ก ก กก : . . ก,
.
________ . ก ก Fก F ก F ก
ก - ก กก ก.
ก :ก ก ก .
www.dhammajak.net/dhamma/38-3.html
www.thaivma.com
www.lamptech.ac.th
http://lpn.nfe.go.th/e_learning/LESSON2/unit2_1.htm
www.peoplevalue.co.th
คณะผ้จู ัดทาํ
ทปี่ รกึ ษา มีเจรญิ รอง ผอ.สํานักงาน กศน.จังหวดั สโุ ขทัย
พนั ธโ์ุ อภาส ผอ. กศน.อําเภอสวรรคโลก
1. นางสาวศรีโสภา ธนาทพิ ยกุล ผอ. กศน.อาํ เภอกงไกรลาศ
2. นายกิตติศักด์ิ คงเมือง ผอ. กศน.อําเภอทงุ่ เสลย่ี ม
3. นายแฉลม้ บญุ เกดิ ผอ. กศน.อําเภอคีรมี าศ
4. นายชนัญ คงเรอื ง ผอ. กศน.อาํ เภอเมอื งสุโขทัย
5. นายสาํ อางค์ โตนชยั ภมู ิ ผอ. กศน.อาํ เภอศรีสัชนาลยั
6. นายสมมาตร เตชะบญุ บนั ดาล ผอ. กศน.อําเภอศรนี คร
7. นายรามณรงค์ ใจดา ผอ. กศน.อาํ เภอบ้านดา่ นลานหอย
8. นายธรรมรัตน์ ผลนาค ผอ. กศน.อาํ เภอศรสี ําโรง
9. นายสาํ ราญ
10. นายจริ พงศ์ ครูศูนยก์ ารเรยี นชุมชน
ครูศูนย์การเรียนชมุ ชน
ผู้จดั ทาํ เนื้อหา
ผอ. กศน.อําเภอกงไกรลาศ
1. นายเจษฎา ดีเหลอื ครชู ํานาญการ
ครู กศน.ตาํ บล
2. นางสาวเนียงทอง หยอมแหยม ครู กศน.ตําบล
ครู กศน.ตาํ บล
บรรณาธิการและพฒั นาปรบั ปรุง
ครู กศน.ตําบล
1. นายแฉล้ม ธนาทพิ ยกุล
2. นางยณุ ีรตั น์ เปล่ยี นทอง
3. นางสาวสุรนิ ทร์ ออ่ นใจ
4 นางสาวนงคน์ ุช บัวเพง็
5 นางสาวจุฑามาศ ล้วนงาม
ผ้อู อกแบบปก
1. นางสาวนงค์นชุ บัวเพง็