สรปุ ผลการจัดกิจกรรม
โครงการพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียน : การอบรมลกู เสือวสิ ามญั ตา้ นภยั ยาเสพตดิ
ระหว่างวนั ท่ี 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2564
ณ อุทยานแห่งชาตศิ รีสชั นาลยั ( ปา่ คา ) ตำบลบา้ นแกง่
อำเภอศรีสชั นาลยั จงั หวัดสุโขทัย
ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอสวรรคโลก
สำนกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจงั หวดั สุโขทยั
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
สำนกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
สรปุ ผลการจดั กิจกรรม
โครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน : กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หลักสตู ร :
การป้องกนั และแก้ไขปัญหายาเสพตดิ ดว้ ยกระบวนการลกู เสือ
ระหวา่ งวนั ท่ี 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2564
ณ อทุ ยานแห่งชาตศิ รีสัชนาลัย ( ป่าคา ) ตำบลบ้านแกง่
อำเภอศรีสัชนาลยั จงั หวัดสโุ ขทัย
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอสวรรคโลก
สำนักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวดั สุโขทยั
สำนกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
สำนกั งานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ
คำนำ
รายงานผลการจดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรียน กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน หลักสตู ร :
การปอ้ งกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยกระบวนการลกู เสือ ปีงบประมาณ 2564 ระหวา่ ง
วันที่ 18 -20 กมุ ภาพันธ์ 2564 ณ. อุทยานแหง่ ชาติศรีสัชนาลยั ( ปา่ คา ) ตำบลบ้านแก่ง
อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทยั ได้จัดทำขึ้นเพอ่ื เปน็ การรายงานผลการจดั กิจกรรมตาม
โครงการท่ี กศน.อำเภอสวรรคโลกได้ทำขึ้นการจดั กิจกรรมกิจกรรม กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
หลกั สูตร : การปอ้ งกันและแก้ไขปญั หายาเสพติดด้วยกระบวนการลูกเสือเปน็ กิจกรรมที่มงุ่
พัฒนาให้นกั ศึกษา กศน.อำเภอสวรรคโลก มีความรู้ ความเข้าใจ และเป็นการปลูกฝงั ให้
นักศึกษา กศน. มคี วามเคารพในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เปน็ ผมู้ ีคณุ ธรรม จริยธรรม มี
ความกตัญญูกตเวที รู้จักบำเพ็ญตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ นำไปส่กู ารเป็นคนดีของสังคม
ศนู ย์ กศน.อำเภสวรรคโลก
สารบัญ 1
4
คำนำ 38
สารบญั 41
42
บทที่ 1 บทนำ
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน
บทที่ 5 สรปุ /ประเมินผลการดำเนนิ งาน
ภาคผนวก
1
บทท่ี 1
บทนำ
ชอ่ื โครงการ : โครงการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น การอบรมลูกเสือวิสามญั ตา้ นภยั ยาเสพตดิ
หลกั การและเหตุผล
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ได้พระราชทานกำเนดิ ลูกเสือไทยขึน้ เมือ่ วนั ท่ี 1
กรกฎาคม พ.ศ. 2454 โดยทรงตั้งกองลกู เสือกองแรกขึ้นทโี่ รงเรยี นมหาดเลก็ หลวง (วชิราวุธวิทยาลัย ในปจั จุบนั )
และจัดตัง้ กองลูกเสอื ตามโรงเรียน ตา่ ง ๆ ใหก้ ำหนดขอ้ บังคับลกั ษณะปกครองลกู เสือขน้ึ รวมทัง้ พระราชทาน คำ
ขวญั ให้ลูกเสอื วา่ “เสยี ชพี อยา่ เสียสัตย์ ” กจิ การลูกเสือในประเทศไทยยังคงไดร้ บั การสบื สานใหเ้ จริญกา้ วหน้า
มาโดยลำดบั นับจนปจั จบุ ัน โดยมี พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชทรงเป็นประมขุ คณะลกู เสอื
แห่งชาติ และ สมเด็จพระเจ้าภคินเี ธอ เจา้ ฟ้าเพชรรัตนราชสดุ า สิริโสภาพณั ณวดี ทรงเป็นองค์อปุ ถมั ภค์ ณะลกู เสือ
แห่งชาติ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 ไดก้ ำหนดให้มีการจัด
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนซงึ่ แบง่ ออกเป็นการจดั กิจกรรมนักเรียน และกจิ กรรมตามความสนใจ ซึง่ กจิ กรรมนกั เรยี น
ได้กำหนดให้มวี ชิ าลูกเสอื ข้นึ และในหลกั สูตรรายวชิ าลกู เสือ ได้กำหนดกจิ กรรมเก่ียวกับการเข้าค่ายพกั แรม เพ่ือ
ตอ้ งการให้นกั เรยี นได้ใช้ความรเู้ กย่ี วกับวิชาลกู เสือ และได้รับประสบการณ์ตรง เพอ่ื นำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั การ
เข้าค่ายพกั แรม คือการนำลูกเสือ มารว่ มกจิ กรรมนอกเหนอื จากการเรียนการสอนปกติโดยเนน้ ลูกเสือท่มี ารว่ ม
กิจกรรมนน้ั ดว้ ย
ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอสวรรคโลก เปน็ สถานศกึ ษามีบทบาท หน้าที่
จดั สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การจัดการศกึ ษาพ้นื ฐาน การจดั การศึกษาเพ่อื พฒั นาทักษะชวี ติ การจัดการศกึ ษาเพื่อ
พฒั นาอาชพี การจัดการศกึ ษาเพอ่ื พฒั นาสงั คมและชุมชน และการจัดการศกึ ษาตามอัธยาศยั จึงจัดการเรยี นรกู้ ับ
นกั ศกึ ษาและประชาชนเพ่อื พัฒนาคุณธรรมข้นึ
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือใหน้ กั ศึกษาไดเ้ รยี นวิชาลูกเสือ ครบตามกระบวนการของหลกั สูตร
2. เพือ่ ให้นกั ศึกษามีระเบยี บวนิ ัย เกดิ ความรักและสามคั คใี นหมคู่ ณะ
3. เพ่ือใหน้ ักศึกษาได้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ และชว่ ยเหลอื ผู้อื่น
4. เพอื่ ให้นกั ศึกษาไดร้ ว่ มกันส่งเสริมปรบั ปรุงสภาพแวดลอ้ มให้ดขี น้ึ
5. เพอื่ ให้นักศกึ ษาได้รจู้ ักใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์
2
เป้าหมาย
เชิงปรมิ าณ
นักศกึ ษา กศน. อำเภอสวรรคโลก จำนวน 50 คน
บุคลากร กศน.อำเภอสวรรคโลก จำนวน 21 คน
เชงิ คุณภาพ
1. ครู บุคลากร และ นักศกึ ษา กศน. ทเี่ ข้ารบั การอบรมมีความรู้ความรู้ความเขา้ ใจการตา้ นภัยยา
เสพตดิ และหลักสูตรการอบรมลูกเสือสามัญวสิ ามัญ
2. ครู บุคลากร และ นักศกึ ษา กศน. ทเี่ ข้ารบั การอบรมผ่านการประเมนิ ผลตามหลกั สูตรการอบรม
ลกู เสือสามัญวิสามญั ระดับ 2.00 ขึ้นไป
3. ครู บคุ ลากร และ นักศกึ ษา กศน. ทเ่ี ข้ารับการอบรม รูแ้ ละเข้าใจในการบำเพ็ญตนใหเ้ ป็น
ประโยชน์ และชว่ ยเหลอื ผอู้ ืน่ มีระเบียบวนิ ยั เกิดความรกั และสามัคคใี นหมู่คณะ
3
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ยาเสพติดเป็นภัยร้ายแรงตอ่ สังคมไทยและประเทศชาตอิ ย่างยง่ิ เป็นปญั หาเชงิ โครงสรา้ งก่อใหเ้ กดิ ปญั หา
สังคม มีผลเสียตอ่ บุคคล ครอบครวั ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ทำให้เกดิ ผลกระทบต่อคุณภาพของประชากร
สถาบนั ทางสงั คมและความมน่ั คงของชาตอิ กี ด้วย การแพร่ระบาดของยาเสพตดิ มีความรนุ แรงและขยายตวั เพ่มิ
มากข้ึนเรอื่ ย ๆ ในทุก กลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศทกุ วัย การแพร่ระบาดของปญั หายาเสพตดิ มีความรนุ แรงมีการ
เพม่ิ ขน้ึ อยา่ งมากของปรมิ าณการผลิต การค้าและการจำหนา่ ย รวมท้งั มกี ารพัฒนาตัวยา ส่วนผสมของยาเสพติด
รปู แบบใหมเ่ พอื่ ให้บรกิ ารและตอบสนองความต้องการของผู้เสพแต่ละประเภท มจี ำนวนและสัดสว่ นเพม่ิ สูงข้นึ
จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการ ปอ้ งกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีสถิติการจบั กุม มีแนวโนม้
สูงข้ึน จะเหน็ ได้ว่ามผี กู้ ระทำความผิดด้านยาเสพติด เพ่มิ จำนวนมากขึน้ เรอื่ ย ๆ และแสดงใหเ้ ห็นว่าการ
ปราบปรามจบั กุมหรือใชข้ บวนการทาง กฎหมายอย่างเดยี วไม่สามารถลดการแพร่ระบาดของยาเสพตดิ ได้
เน่ืองจากปญั หายาเสพติดเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทยทีม่ ีมานาน ลักษณะและ ความรุนแรงของ
ปัญหาเปลยี่ นแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจและสงั คม ซึง่ ต่างกเ็ ออ้ื ใหป้ ญั หายา เสพติดทวีความรนุ แรง โดยเฉพาะ
ปญั หาในกลมุ่ ผู้เสพและผู้คา้ ยาเสพติดท่เี ป็นเดก็ และเยาวชนทีเ่ ข้าไปเกย่ี วขอ้ งกับยาเสพติด ส่งผลกระทบตอ่ สังคม
ชมุ ชน และตนเอง เชน่ การสญู เสยี โอกาสในการศึกษา สุขภาพรา่ งกายและจิตใจเสอ่ื มโทรม การสูญเสียอิสรภาพ
เน่ืองจากกระทำความผิด ความสมั พนั ธใ์ น ครอบครวั ถูกทำลาย ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สนิ หรือ
ผลกระทบในระดบั ประเทศคือ การสูญเสียดา้ นงบประมาณในการปราบปรามจับกมุ คุมขงั รวมท้งั การบำบัดฟนื้ ฟู
ซึ่งนำมาสกู่ ารสูญเสยี ทสี่ ำคญั คือ การสูญเสียทรพั ยากรบุคคลที่มคี ่าอัน เปน็ กำลังสำคญั ในการพัฒนาประเทศใน
อนาคต จากสถิติการกระทำผลของเด็กและเยาวชน สะท้อนใหเ้ หน็ วา่ จำนวนเดก็ และเยาวชนที่ทำความผดิ เกยี่ วกบั
ยาเสพติดให้โทษมีสดั สว่ นที่ สูงขึน้ ทกุ ๆ ปี
โทษและพษิ ภยั ยาเสพตดิ
ตอ่ ตนเอง ยาเสพตดิ สง่ ผลรา้ ยทำลายรา่ งกายระบบตา่ งๆ ทำให้ประสาทหลอน ความจำเส่อื ม หลอดลม
อกั เสบ หัวใจวาย โลหิตจาง มะเร็งในเม็ดเลอื ด ปอดอักเสบหรอื มะเรง็ ปอด ไตอกั เสบ มีเลอื ดออกในกระเพาะ
อาหาร ปวดท้องรุนแรง ความตอ้ งการทางเพศลดลง หรืออาจเสอื่ มสมรรถภาพทางเพศได้ ฯลฯ และนอกจากจะ
ส่งผลตอ่ รา่ งกายแล้วยังส่งผลตอ่ จิตใจและอารมณ์อกี ดว้ ย ทำให้อารมณเ์ ปล่ยี นแปลงเรว็ หงดุ หงดิ ง่าย ขาดการใช้
เหตุผล ฯลฯ การนึกสนุกทดลองใช้ยาเสพตดิ จะส่งผลต่อสมองโดยไม่รตู้ ัว และหากมปี ัญหาในชีวิตก็ไมจ่ ำเป็นตอ้ ง
พ่งึ พาใชย้ าเสพตดิ เพราะปญั หาจะย่ิงถลำลกึ และมีปัญหาอ่นื ๆ ตามมาได้
ต่อครอบครัว นอกจากผลร้ายทเี่ กิดข้นึ จากตัวผู้เสพเอง ยาเสพติดยังส่งผลต่อครอบครวั ผู้เสพ ทำให้ต้อง
เสยี เงนิ ทองทรัพยส์ ินไปกบั ยาเสพตดิ โดยไม่จำเปน็ เสียค่าใช้จา่ ยเพ่ือมาดูแลอาการเจบ็ ปว่ ยที่เกิดขึ้นจาก ยาเสพติด
ทำให้ครอบครัวเสยี ชอื่ เสยี ง เกิดความไมเ่ ขา้ ใจกนั ทำให้ครอบครัวแตกแยกได้
4
ตอ่ ชุมชน ดว้ ยภาวะการตดิ ยาเสพติดทำให้ต้องใช้อยา่ งตอ่ เน่ือง หากผเู้ สพผู้ตดิ ไมม่ ีเงินมากพอทจ่ี ะซื้อยา
เสพติดได้อยา่ งต่อเนื่องก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาการลกั ขโมย ความไม่ปลอดภัยตอ่ ทรัพย์สินในชุมชน และเมือ่ ฤทธ์ิ
ยาสง่ ผลทำให้เกิดอาการทางจิตและประสาท กอ็ าจสง่ ผลตอ่ ความไม่ปลอดภยั ในร่างกายและชวี ิตของคนในชมุ ชน
ได้ ดังน้นั จากผู้เสพผู้ติดเพียงแค่ 1 คน กอ็ าจสง่ ผลตอ่ ชุมชนได้ หากชุมชนน้ันขาดการเฝ้าระวงั และป้องกันภยั ยา
เสพติดท่ีดพี อ
ตัวยาทีค่ วรระวัง ยาเสพติดมีมากมายกวา่ ร้อยชนดิ แตย่ าเสพติดที่ควรระวังทสี่ ำคญั มดี ังนี้
ยาบ้า ออกฤทธ์ิกระตุน้ ประสาท ระยะแรกทำใหร้ า่ งกายตนื่ ตวั ใจสน่ั หวั ใจเตน้ เรว็ แตเ่ มื่อหมดฤทธ์ิยา จะ
รู้สึกอ่อนเพลียทำให้การตดั สินใจช้าและผิดพลาด ถ้าใช้ในปรมิ าณมากอย่างตอ่ เนอื่ งจะทำใหส้ มองเส่ือม เกิดอาการ
ประสาทหลอน เหน็ ภาพลวงตา หวาดระแวง คลมุ้ คล่งั เสียสติ เป็นบ้า อาจทำร้ายตนเองและผอู้ ่ืนได้
ไอซ์ ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทอย่างรนุ แรงทำให้หงดุ หงดิ กระวนกระวาย อารมณ์รนุ แรง กา้ วรา้ ว
หวาดระแวง เพอ้ คลั่ง กลัวคนทำรา้ ย ริมฝีปากแหง้ รา่ งกายทรดุ โทรม ใบหน้าแก่กว่าวยั เปน็ โรคในช่องปาก ฟนั ผุ
ฟนั ดำ และมีบาดแผลตามใบหนา้ และรา่ งกายเน่อื งจากผิวแหง้ เสยี ไม่ไดท้ ำให้ผอม ขาว สวยแตอ่ ยา่ งใด
กัญชา เบือ้ งต้นมีฤทธิก์ ระตุ้นประสาท ทำให้ตน่ื เต้น ช่างพูด และหวั เราะตลอดเวลา ตอ่ มาจะกดประสาท
ทำให้เซอ่ื งซึม หากเสพเข้าไปในปรมิ าณมากๆ จะหลอนประสาททำใหห้ แู วว่ ความคิดสบั สน ควบคุมตัวเองไมไ่ ด้
สารระเหย ออกฤทธ์กิ ดระบบประสาท พบในกาว แลคเกอร์ ทนิ เนอร์ นำ้ มนั เบนซิน ยาล้างเลบ็ นำ้ มนั
ผสมสี นำ้ มนั กา๊ ด สีกระป๋องสำหรบั พน่ โทษเฉยี บพลนั หลงั สูดดม อาจหมดสติหรอื กดศูนย์การหายใจ ทำให้ตายได้
และหากสดู ดมติดต่อเป็นเวลานาน ทำใหเ้ ส่อื มสมรรถภาพ พดู ไม่ชัด มอื สั่น แขนขาสน่ั เดินไมต่ รงทาง สมองเสอ่ื ม
อบุ ัติการณล์ ูกเสือ
โรเบริ ์ต สตีเฟนสัน สไมธ์ เบเดน-โพเอลล์ (Robert Stephenson Smyth
Baden – Powell) หรอื มักจะเรยี กกนั สัน้ ๆ ว่า ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ และรจู้ ักกัน
ดใี นวงการลูกเสอื ในนาม บี.พ.ี (B.P.) คอื ผู้ที่ใหก้ ำเนดิ กจิ การลูกเสอื (SCOUT)
ข้ึนมาในโลกใบน้ี การกำเนดิ ของลกู เสือไมไ่ ด้เกิดข้ึนเพียงขา้ มคนื แต่บม่ เพาะอยู่ใน
ตวั ของทา่ น บี.พ.ี มาอยา่ งยาวนาน
บ.ี พ.ี มพี ี่นอ้ ง 7 คน อยู่กับมารดา โดยกำพรา้ บิดาต้ังแต่อายุ 3 ขวบ ในวยั
เดก็ ของทา่ นแสดงให้เห็นถงึ นสิ ัยรักผจญภัย และชอบใช้ชวี ิตกลางแจง้ ท่านมกั จะ
เดนิ ทางไกลไปพกั แรมรว่ มกับพ่ีนอ้ งของท่านตามทตี่ า่ ง ๆ ในองั กฤษ ชอบท่องเทย่ี ว
ในปา่ รอบโรงเรยี น ซุม่ ดสู ตั ว์ตา่ ง ๆ นอกจากนัน้ ยังเปน็ ผูร้ กั ษาประตูมือดี และเป็น
นกั แสดงละครท่ีไดร้ บั ความนิยมในโรงเรยี น รวมทงั้ รักดนตรี และวาดภาพอีกดว้ ย
5
เมือ่ อายุได้ 19 ปี ท่านไดเ้ ข้ารว่ มกับกองทหารม้าของอังกฤษไปประจำอยู่ทีอ่ นิ เดยี ความสามารถอันโดดเดน่ ด้าน
การใช้ชีวติ กลางแจง้ ของท่าน แสดงใหเ้ หน็ จากการทท่ี า่ นไดร้ ับรางวลั การล่าหมปู า่ บนหลังมาดว้ ยหอกเลม่ เดยี ว
(Pig Sticking) ซ่ึงเปน็ กีฬาทีอ่ ันตราย และไดร้ บั ความนิยมอยา่ งมาก
ในปี ค.ศ. 1887 บี.พ.ี ได้ไปประจำการอยูใ่ นแอฟรกิ า ซ่งึ ตอ้ งรบกบั ชนเผา่ พนื้ เมอื งท่ปี ่าเถือ่ นดรุ า้ ย ไมว่ า่
จะเป็น ซูลู อาซนั ติ หรือมาตาบลี ี และด้วยความสามารถของท่านในการสอดแนม การสะกดรอย รวมทัง้ ความกล้า
หาญของท่าน ทำให้ทา่ นเป็นทีห่ วาดกลัวของบรรดาชนพ้นื เมืองจนถึงกับต้ังฉายาทา่ นว่า “อิมปซี ่า” (Impeesa)
หมายความวา่ “หมาป่าผไู้ ม่เคยหลบั นอน” และด้วยความสามารถของท่าน ทำใหท้ ่านไดเ้ ลื่อนยศอย่างรวดเร็ว
ในปี ค.ศ. 1889 อังกฤษมีปญั หาดา้ นความสมั พนั ธ์กบั สาธารณรัฐทรานสวาล พนั เอก เบเดน-โพเอลล์ ได้รับคำสั่ง
ใหน้ ำทหารมา้ สองกองพันเดนิ ทางไปปอ้ งกนั เมืองมาฟอีคิง ซงึ่ เปน็ เมอื งยทุ ธศาสตร์สำคญั เพราะตงั้ อยใู่ จกลางของ
แอฟรกิ าใต้ ที่นีเ่ องเปน็ สถานทที่ ี่ทำให้ทา่ นไดร้ บั ช่ือเสยี งเป็นอย่างมาก ในการรักษาเมืองไวจ้ ากเงื้อมมอื ของขา้ ศึกท่ี
ลอ้ มอยดู่ ้วยกำลังมากกวา่ อย่างมหาศาลไว้ได้ถึง 217 วนั จนกระทัง่ กองทหารขององั กฤษไดบ้ ุกเข้าไปชว่ ยเหลอื เปน็
ผลสำเรจ็
หลงั จากศกึ คราวนี้ ท่านได้เลื่อนยศเปน็ พลตรี และไดร้ บั การนบั ถอื จากชาวอังกฤษใหเ้ ปน็ วรี บรุ ษุ
ในปี ค.ศ. 1901 บ.ี พี. เดินทางกลับไปยังอังกฤษ และดว้ ยชือ่ เสยี งของท่านในฐานะวรี บรุ ษุ ทำใหห้ นังสอื ที่
ท่านเขยี นข้นึ เพอ่ื ใหท้ หารอ่าน ชื่อ “Aids to Scoutting” หรอื “การสอดแนมเบ้อื งต้น” ได้รบั ความนิยม
จนกระท่งั นำไปใช้เป็นแบบเรยี นในโรงเรยี นชายมากมาย
จุดนเ้ี อง ทำให้ บ.ี พ.ี เกดิ ประกายความคดิ ถึงโอกาสท่จี ะพัฒนาเด็กอังกฤษให้เติบโตขึ้นเป็นผ้ใู หญท่ ี่
เข้มแขง็ เพราะถ้าหนงั สอื สำหรับผูใ้ หญ่เกี่ยวกับการปฏบิ ัตกิ ารสอดแนม สามารถดึงดดู ความสนใจของเด็กได้ ถ้า
ทา่ นทำหนังสอื สำหรบั เด็กโดยเฉพาะก็คงจะได้ผลมากยิ่งข้นึ
บ.ี พ.ี จึงเริม่ ศกึ ษาเรือ่ งราวของการฝกึ อบรมเด็กจากทุกยุคทกุ สมยั และนำประสพการณใ์ นอินเดีย และ
แอฟริกา มาดดั แปลง และคอ่ ย ๆ พฒั นาความคิดเกีย่ วกบั การลกู เสืออยา่ งชา้ ๆ ดว้ ยความระมดั ระวัง จนกระท่งั
ฤดรู อ้ นของปี ค.ศ. 1907 ท่านจงึ ได้รวบรวมเด็กยี่สิบคน ไปพกั แรมกบั ท่านที่เกาะบราวซี (Brownsea) ในชอ่ งแคบ
องั กฤษ ซึ่งนบั เป็นการอยคู่ า่ ยพกั แรมของลูกเสอื ครัง้ แรกของโลก และประสพผลสำเรจ็ อย่างงดงาม
ต้นปี ค.ศ. 1908 บี.พี. ไดจ้ ัดพมิ พค์ ู่มือการฝกึ อบรมขึ้น แบ่งออกเป็นหกตอนในชือ่ “Scoutting for
Boys” หรือ “การสอดแนมสำหรบั เดก็ ” ซงึ่ มีภาพประกอบที่เขียนโดยตัวทา่ นเองอย่ดู ว้ ย เม่ือหนงั สือเริ่มวาง
จำหนา่ ย แม่แต่ตวั ทา่ นเองกไ็ มน่ กึ ไมฝ่ นั ว่า มนั จะเป็นจุดทที่ ำใหเ้ กดิ กองลกู เสือขึน้ มากมาย ไม่เฉพาะในองั กฤษ
เท่าน้นั แต่แพรห่ ลายไปในหลาย ๆ ประเทศอีกด้วย
เมื่อกิจการลูกเสือเตบิ โตขึน้ บ.ี พ.ี ไดม้ องเหน็ โอกาสทจ่ี ะไดท้ ำประโยชนใ์ ห้กับสังคมได้ ดว้ ยการใช้การ
ลูกเสอื บ่มเพาะเดก็ รุ่นใหม่ให้เปน็ พลเมอื งดี แทนที่จะตอ้ งมาฝกึ ผใู้ หญ่ให้เป็นทหาร ทา่ นจงึ ไดล้ าออกจากกองทพั ใน
ปี ค.ศ. 1910 ขณะทีม่ ียศพนั โท เพื่อเดนิ เข้าสู่ชวี ิตทีท่ า่ นเรยี กวา่ “ชวี ิตท่ีสอง” (Second Life) ท่ีให้บริการโลกใบน้ี
ด้วยกิจการลกู เสอื และได้รับผลรางวัลเป็นความรักและนับถือจากลูกเสือท่วั โลก
6
ปี ค.ศ. 1912 บ.ี พี. เดนิ ทางรอบโลกไปพบปะกับลูกเสอื ในประเทศต่าง ๆ และเรมิ่ ต้นเสรมิ สรา้ งการเปน็ พี่
น้องกันของลูกเสอื ทว่ั โลก นา่ เสียดายท่ีสงครามโลกคร้งั ท่หี น่ึงทำใหง้ านนต้ี อ้ งหยดุ ชงักลงชว่ั ขณะ แต่ก็เริ่มสานตอ่
หลังจากสงครามสิน้ สดุ ลง
จนกระทัง่ ปี ค.ศ. 1920 กไ็ ดจ้ ดั ให้มีการชุมนมุ ลกู เสือระหว่างประเทศขึน้ ในกรุงลอนดอน ซึ่งถอื เปน็ การ
ชุมนมุ ลูกเสือโลกเป็นครัง้ แรก (1st World Jamboree) และในคืนวนั สดุ ท้ายของการชมุ นุม บรรดาลกู เสอื ที่เขา้
รว่ มชุมนมุ กร็ ว่ มกนั ประกาศให้ บ.ี พี. ดำรงตำแหน่งประมุขของคณะลกู สือโลก (Chief Scout of the World)
และเมอ่ื กจิ การลูกเสอื ดำเนนิ มาครบ 21 ปี พระเจ้ายอร์ชท่ี 5 ก็ได้พระราชทานบรรดาศักดใ์ิ ห้ท่านเป็นขุนนาง มชี ือ่
ยศวา่ Lord Baden Powell of Gilwell
เมือ่ บี.พี. มีอายุครบ 80 ปี กำลังของท่านกเ็ ริม่ ทรุดลง ท่านได้กลบั ไปพักผ่อนในชว่ งบ้ันปลายชวี ิตใน
แอฟรกิ าท่ที า่ นรัก และถงึ แกก่ รรมในวนั ท่ี 8 มกราคม ค.ศ. 1941 เมื่อมอี ายุ 84 ปี
พระบดิ าลกู เสอื ไทย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู วั รัชกาลท่ี 6 พระราชบิดาแหง่ การลกู เสอื ไทย
- พระราชสมภพเมือ่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2423 ได้รบั พระราชทานนามวา่ สมเด็จเจ้าฟา้ มหาวชิราวธุ
- เมื่อทรงพระเยาว์ได้ศกึ ษาวิชาภาษาไทยกับพระยาศรีสนุ ทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยางกรู ) จนแตกฉาน
- พระชนมายุ 14 พรรษา ก็เสด็จไปศกึ ษาตอ่ ณ ประเทศอังกฤษเปน็ เวลา 9 ปี
- เม่ือพระชนมายไุ ด้ 30 พรรษา กเ็ สดจ็ เถลิงถวัลราชสมบัติ เมอ่ื วนั ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 ทรง
พระนามวา่ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยูห่ ัว
- พระองคท์ รงครองราชย์ได้ 16 ปี กเ็ สดจ็ สวรรคต เมอ่ื วนั ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 รวม
พระชนมายุได้ 46 พรรษา
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั ทรงเป็นพระมหากษัตรยิ ล์ ำดบั ท่ี 6 แหง่ พระบรมราชจักรีวงศ์
และทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว (รชั กาลท่ี 5) กบั สมเด็จพระนางเจา้ ศรี
พชั รนิ ทราบรมราชนิ ีนาถ (พระนางเจา้ เสาวภาผอ่ งศรี) ทรงพระราชสมภพเมื่อวันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2423
ไดร้ ับพระราชทานนามว่า สมเดจ็ พระเจา้ ลูกยาเธอ เจ้าฟา้ มหาวชิราวธุ ต่อมาในปี พ.ศ. 2434 ทรงได้รับ
สถาปนาเป็น "สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชสยามมกุฎราชกุมาร"
สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้เสดจ็ เถลงิ ถวลั ราชสมบัตติ ่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ เมือ่ วันท่ี 23
ตุลาคม พ.ศ. 2453 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู ัว ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ได้
ทรงประกอบพระราชกรณยี กิจอันเป็นคณุ ประโยชน อ์ ยา่ งใหญห่ ลวง ตอ่ ประเทศชาติไว้หลายด้านดว้ ยกัน
พระองค์ทรงครองราชยไ์ ด้เพียงแค่ 16 ปี ก็เสด็จสวรรคต เมอื่ วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 รวม
พระชนมายุได้ 46 พรรษา
7
เพื่อระลกึ ถึงในพระมหากรุณาธิคณุ ของพระองคร์ ฐั บาลและประชาชน จงึ รว่ มใจกันสรา้ งพระบรมราชานุ
สาวรีย์ของล้นเกลา้ รัชกาลท่ี 6 ประดษิ ฐานไวห้ นา้ สวนลมุ พนิ ี กรุงเทพมหานคร และคณะลกู เสือแห่งชาติ
รว่ มกับคณะลกู เสือท่ัวราชอาณาจกั รได้สรา้ งพระบรมราชานุสาวรียไ์ ว้ ณ คา่ ยลูกเสอื วชิราวุธ อ.ศรีราชา
จ.ชลบุรี เพื่อเปน็ พระราชานสุ รณอ์ ีกแห่งหน่ึงดว้ ย
กิจการลูกเสอื ไทย
กจิ การลูกเสือไทย ในสมัยรัชกาลที่ 6
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั เม่อื พระชนมายุได้ 13 พรรษา ไดเ้ สด็จไปทรงศกึ ษา ณ ประเทศ
อังกฤษ ทวปี ยโุ รป ระหว่างทที่ รงศึกษาอยู่นัน้ ได้ทรงทราบเร่อื งการสรู้ บเพื่อรักษาเมอื งมาฟิคงิ (Mafeking) ของ
ลอรด์ เบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell) ซง่ึ ได้ตงั้ กองทหารเด็กเปน็ หนว่ ยสอดแนมช่วยรบในการรบกบั พวก
บัวร์ (Boar) จนประสบผลสำเรจ็ และได้ตง้ั กองลูกเสอื ขน้ึ เป็นคร้งั แรกของโลก ทีป่ ระเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450
เม่ือพระองค์เสดจ็ นวิ ตั ิสปู่ ระเทศไทย กไ็ ดท้ รงจัดต้ังกองเสือป่า (Wild Tiger Corps) ข้ึน เม่อื วนั ท่ี 6 พฤษภาคม
2454 มจี ดุ มงุ่ หมายเพ่อื ฝึกหัดให้ข้าราชการและพลเรอื นไดเ้ รยี นรวู้ ชิ าทหาร เพ่อื เปน็ คุณประโยชน์ต่อบ้านเมอื ง
รจู้ กั ระเบยี บวนิ ยั มีความจงรกั ภกั ดตี ่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ ตอ่ จากน้นั อีก 2 เดอื น ก็ได้
พระราชทานกำเนดิ ลกู เสอื ไทยขึน้ เม่อื วนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2454 ด้วยทรงมพี ระราชปรารภว่า เม่อื ฝึกผ้ใู หญ่เปน็ เสือ
ป่า เพือ่ เตรียมพรอ้ มในการชว่ ยเหลือชาติบ้านเมืองแล้ว เหน็ ควรท่จี ะมีการฝึกเด็กชายปฐมวัยใหม้ ีความร้ทู างเสือป่า
ด้วย เมื่อเตบิ โตขนึ้ จะไดร้ จู้ ักหน้าทแี่ ละประพฤตติ นใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ชาตบิ า้ นเมอื ง
จากน้ัน ทรงต้งั กองลูกเสือกองแรกข้นึ ทีโ่ รงเรยี นมหาดเลก็ หลวง (โรงเรียนวชริ าวุธ ในปัจจุบัน) และจัดต้งั
กองลกู เสอื ตามโรงเรยี น ตา่ ง ๆ ใหก้ ำหนดข้อบงั คับลกั ษณะปกครองลูกเสอื ขึ้น รวมทง้ั พระราชทาน คำขวญั ให้
ลกู เสือว่า “เสยี ชพี อยา่ เสียสัตย์ ” ผู้ทีไ่ ดร้ ับยกยอ่ งว่าเปน็ ลูกเสือไทยคนแรก คือ นายชัพท์ บุนนาค ซ่ึงตอ่ มา
ไดร้ ับพระราชทานบรรดาศกั ดเ์ิ ปน็ “นายลิขติ สารสนอง”
ปี พ.ศ. 2463 ได้จัดสง่ ผแู้ ทนคณะลูกเสอื ไทย จำนวน 4 คน ไปร่วมงาน
ชมุ นุมลกู เสอื โลก คร้งั ที่ 1 (1st World Scout Jamboree) ซงึ่ จัดเป็นครง้ั แรก
ของโลก ณ อาคารโอลมิ เปยี กรงุ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ปี พ.ศ. 2465 คณะลูกเสอื ไทย ไดส้ มัครเข้าเปน็ สมาชกิ ของสมชั ชาลูกเสือ
โลก ซ่ึงขณะนน้ั มสี มาชิกรวมทง้ั สน้ิ 31 ประเทศ ประเทศท้ัง 31 ประเทศน้ี
นบั เป็นสมาชิกรุน่ แรก หรือสมาชกิ ผู้กอ่ การจดั ตั้ง (Foundation Members)
สมชั ชาลกู เสือโลกขน้ึ มา
ปี พ.ศ. 2467 ไดจ้ ัดสง่ ผ้แู ทนคณะลกู เสอื ไทย 10 คน ไปรว่ มงานชมุ นุม
ลกู เสือโลก คร้ังที่ 2 ณ ประเทศเดนมารก์
ปี พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกฏุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั เสด็จสวรรคต เม่ือวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน 2468
8
กิจการลูกเสือไทย ในสมัยรัชกาลที่ 7
ปี พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัว ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้มีการจัดงาน
ชุมนมุ ลูกเสอื แห่งชาติ ครง้ั ท่ี 1 (1st National Jamboree) ขึน้ ณ พระราชอุทยานสราญรมย์ และกำหนดให้มกี าร
จัดงานชมุ นุมลูกเสือแหง่ ชาตใิ นทกุ ๆ 3 ปี
ปี พ.ศ. 2473 มกี ารจัดงานชุมนมุ ลกู เสือแหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 2 ขนึ้ ณ พระราชอทุ ยานสราญรมย์ ซ่ึงมีคณะ
ลกู เสือต่างประเทศจากประเทศญป่ี ุน่ เข้าร่วมงานด้วย
ปี พ.ศ. 2475 หลังจากการเปลย่ี นแปลงการปกครอง ไดม้ ี “ลกู เสือสมุทรเสนา” เกดิ ขึ้น อกี หน่ึงเหล่า
โดยจัดตัง้ กองลูกเสือสมทุ รเสนาในจังหวดั แถบชายทะเล เพอ่ื ให้เดก็ ในท้องถน่ิ มคี วามรู้ความสามารถในวิทยาการ
ทางทะเล
กิจการลูกเสือไทย ในสมัยรัชกาลที่ 8
ยุคนี้ เปน็ ยุคที่กจิ การลกู เสอื ซบเซา เนือ่ งจากวกิ ฤตการณ์ทางการเมอื งทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ด้วยเกิดสงครามโลก ครงั้ ที่ 2 (World War II) ขึน้ ในปี พ.ศ. 2482 และสงครามอ่ืนๆ อีกหลายคร้ัง รัฐบาลไดจ้ ัดต้งั
“ยุวชนทหาร” ข้ึนมาซ้อนกบั กิจการลกู เสอื ซง่ึ มีความแตกต่างกนั ในการฝึกอบรม โดยเน้นในการฝึกเยาวชนเพื่อ
การทหารอยา่ งแทจ้ ริง
ปี พ.ศ. 2478 มีการจัดทำตราสัญลักษณค์ ณะลูกเสือแห่งชาตขิ ึ้น เพ่ือให้สอดคล้องกับสากลท่ีคณะลูกเสอื
ต่างประเทศทว่ั โลก ต่างกม็ ีตราคณะลกู เสอื ของตนเองท้งั ส้นิ โดยจัดทำตราเปน็ รูปเฟลอรเ์ ดอรีส์ หรือ
“Fleur de lis” กบั รูปหน้าเสือประกอบกนั มตี วั อกั ษรคำขวัญอย่ขู า้ งใต้ว่า “ เสียชีพอยา่ เสียสัตย์”
ปี พ.ศ. 2482 ได้มีการออกพระราชบัญญตั ลิ กู เสอื ข้ึน ทีส่ ำคัญคอื ให้คณะลกู เสือแห่งชาตเิ ปน็ นติ ิบคุ คล
และมีพระราชบัญญตั ใิ ห้ทรพั ยส์ นิ ของกองเสือป่าตกเป็นของคณะลกู เสือแห่งชาติ
กจิ การลกู เสือไทย ในสมัยรชั กาลที่ 9
กจิ การลกู เสือในสมัยรัชกาลปัจจบุ นั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ภูมพิ ลอดุลยเดช ได้
เจรญิ กา้ วหน้าเปน็ อย่างมาก ทั้งดา้ นการบริหาร วิชาการและกจิ
ปี พ.ศ. 2485 มกี ารออกพระราชบัญญตั ลิ กู เสอื ฉบบั ปี พ.ศ. 2485 มีสาระสำคญั คอื กำหนดให้
พระมหากษัตรยิ ์ ทรงดำรงตำแหน่งบรมราชูปถัมภค์ ณะลูกเสอื แหง่ ชาติ ปี พ.ศ. 2507 ไดอ้ อกพระราชบญั ญตั ิ
ลกู เสอื เพิม่ เติมขึ้นอีก มีหลักสำคญั คือ
มาตรา 5 – ให้คณะลูกเสอื แหง่ ชาติ ประกอบด้วย บรรดาลูกเสือท้งั ปวง ผู้บงั คบั บัญชาลกู เสือ
ผูต้ รวจการลกู เสอื กรรมการลูกเสือ และเจ้าหนา้ ที่ลูกเสือ
9
พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965)
– จัดประชมุ สภาลกู เสือแห่งชาติ ครั้งที่ 1 (1st National Scout Conference)
พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971)
– เฉลมิ ฉลองครบรอบ 60 ปีการลกู เสอื ไทย
– ทดลองเปิดอบรมลูกเสือชาวบ้านครง้ั แรก ณ บา้ นเหล่ากอหก ก่งิ อำเภอนาแหว้ จังหวดั เลย
พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985)
– เป็นเจ้าภาพจัดงานชุมนุมลกู เสือภาคพ้นื เอเชีย-แปซิฟกิ คร้ังที่ 9/ งานชุมนุม ลกู เสอื แห่งชาติ คร้ังที่ 11
(9th A-P Jamboree/ 11th National Scout Jamboree)
พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986)
– เป็นเจา้ ภาพจัดการประชุมสมัชชาลูกเสือภาคพ้ืนเอเชยี -แปซฟิ ิก คร้ังที่ 15 ณ เมืองพทั ยา (15th Asia-
Pacific Regional Scout Conference) เฉลมิ ฉลอง 75 ปี การลกู เสอื ไทย
ดา้ นกจิ กรรมลูกเสอื ต่างประเทศ คณะลกู เสอื ไทยมีความสมั พันธ์อันดียง่ิ กบั สมาคมลูกเสือท่ัวโลก โดยการ
สง่ ผู้แทนเข้ารว่ มกิจกรรมลกู เสือระดบั โลกและภาคพืน้ เช่น งานชมุ นมุ ลกู เสือโลก งานชมุ นุมลกู เสือภาคพ้นื เอเชยี -
แปซิฟกิ ทุกครัง้ รวมท้ังงานชุมนุมของ ประเทศสมาชกิ อ่ืน ๆ ทไี่ ดเ้ ชิญมา ร่วมด้วยการประชุมสมชั ชาลูกเสอื โลก
การประชมุ สมชั ชาลกู เสอื ภาคพ้นื เอเชยี -แปซิฟกิ ทุกครงั้ คณะลูกเสอื ไทยมบี ทบาทสำคญั ในเวทีกิจการลกู เสอื
นานาชาตมิ าโดยตลอด จนได้รบั เกยี รติใหเ้ ปน็ เจ้าภาพจัดกจิ กรรมลูกเสือระดับโลก ท้ังการประชุมสมชั ชาลูกเสือ
โลก ครั้งที่ 36 ณ กรุงเทพ พ.ศ. 2536 และงานชมุ นุมลูกเสือโลก คร้งั ที่ 20 ณ บริเวณหาดยาว ฐานทัพเรือสัตหบี
จังหวดั ชลบรุ ี พ.ศ. 2546 ซึ่งประสบความสำเรจ็ ไดร้ บั ช่ือเสียงเป็นอย่างมาก
คำปฏญิ าณของลูกเสือ
ด้วยเกียรติของข้า ขา้ สญั ญาวา่
ขอ้ 1 ข้าจะจงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ข้อ 2 ข้าจะชว่ ยเหลือผ้อู ื่นทกุ เมอ่ื
ข้อ 3 ข้าจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ
10
กฎของลกู เสือ
ข้อ 1 “ลูกเสือมเี กียรติเชื่อถอื ได”้
คนท่มี ีเกียรติยอ่ มเป็นคนมีชื่อเสยี ง ไดร้ ับความยกย่องนบั ถือและเป็นคนเชอ่ื ถือไดเ้ มือ่ เปน็ คนมเี กยี รติ
จะตอ้ งรกั ษาเกียรตขิ องตนโดยทำตามคำม่ันสัญญาทใี่ ห้ไว้กบั ผ้อู น่ื เมือ่ ได้รบั มอบหมายงาน จะต้องต้งั ใจทำงาน
น้นั ใหส้ ำเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดี ไม่หลีกเล่ยี งงาน ไม่ผดั วนั ประกันพรงุ่ ถา้ ลูกเสือปฏิบัตดิ ังที่กล่าวมาแล้ว ลูกเสอื จะ
เปน็ ผู้มเี กยี รตเิ ชอื่ ถือได้
ขอ้ 2 “ลกู เสือมคี วามจงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และซอ่ื ตรงต่อผู้มพี ระคุณ”
สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันสงู สดุ ของประเทศ มีความสำคญั ตอ่ คนไทยทุกคน
ลกู เสือจะต้องมคี วามจงรักภกั ดีตอ่ สถาบนั ท้ัง 3 โดยลกู เสอื ตอ้ งเป็นพลเมอื งดีของประเทศ และอาจรบั ใช้ชาตโิ ดย
สมคั รเปน็ ทหาร ลกู เสอื จะตอ้ งประพฤตปิ ฏิบตั ติ ามคำสอนของศาสนา โดยทำความดี ละเว้นการทำความช่วั
เคารพและเทิดทนู พระมหากษัตริยอ์ ย่างจริงใจ นอกจากนี้ ลูกเสือจะต้องกตัญญูรู้คณุ และซอื่ ตรงต่อผู้มีพระคณุ
เช่น บิดามารดา ญาติผู้ใหญ่และครอู าจารย์ เป็นตน้ โดยการทำประโยชนใ์ หแ้ ก่ท่านเมอื่ มีโอกาส
ข้อ 3 “ลูกเสือมีหนา้ ที่กระทำตนใหเ้ ป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อืน่ ”
หนา้ ที่เปน็ ส่งิ สำคัญทีจ่ ะตอ้ งทำใหส้ ำเร็จลุลว่ งไปดว้ ยดลี กู เสือจะต้องทำหนา้ ทข่ี องตนโดยไม่หวงั สิง่ ตอบ
แทนและควรกระทำทุกครงั้ ที่มีโอกาส การทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อ่นื ควรเรมิ่ ตั้งแตใ่ นครอบครวั
ลกู เสือตอ้ งชว่ ยงานบา้ น ตอ่ มา ควรช่วยเหลอื งานของโรงเรยี นและสุดท้ายควรชว่ ยเหลอื งานของชุมชน หรือ
สงั คม เช่น ทำความสะอาดถนน พฒั นาโรงเรยี น พาเด็กข้ามถนน เปน็ ตน้ เม่ือลูกเสือปฏิบัติหน้าท่ีแลว้ แมจ้ ะ
ไมไ่ ดร้ บั สง่ิ ตอบแทน แตก่ ็ทำให้มคี วามภาคภมู ิใจในผลงานของตนเอง ซ่ึงเป็นแรงบนั ดาลใจใหป้ ฏบิ ัตหิ นา้ ท่นี ี้
ต่อไป
ข้อ 4 “ลูกเสือเป็นมติ รของคนทกุ คนและเป็นพีน่ ้องกับลูกเสอื อนื่ ทัว่ โลก”
ในชวี ติ ประจำวนั ลกู เสอื จะไดพ้ บปะกบั บคุ คลตา่ ง ๆ ซึง่ ลูกเสือควรเปน็ มติ รกับบคุ คลเหล่านน้ั โดยการ
เอ้ือเฟือ้ เผือ่ แผ่ โอบอ้อมอารี มใี จเมตตากรุณาต่อผูอ้ ่ืน เมือ่ กระทำดังนนั้ บุคคลต่างๆ ก็จะเปน็ มิตรกับลูกเสือ
ด้วย สมาชิกลกู เสอื มีอยทู่ ่ัวโลกเปน็ จำนวนมาก ถึงแม้จะมีเช้ือชาติศาสนาตา่ งกนั กถ็ อื ว่าเปน็ พนี่ ้องกนั
ข้อ 5 “ลกู เสือเปน็ ผู้สุภาพเรยี บร้อย”
ความสุภาพเรยี บรอ้ ยเป็นคณุ สมบัติของผ้ดู ี ลกู เสือควรแสดงกริ ิยาท่าทางอย่างสุภาพ อ่อนโยน มีสัมมา
คารวะ ไมพ่ ดู จาหยาบคาย แตง่ กายอย่างเรยี บร้อยถกู ระเบยี บของโรงเรยี น
ข้อ 6 “ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสตั ว”์
สัตวเ์ ป็นสิ่งมชี ีวิต เช่นเดียวกบั คนและมปี ระโยชน์แก่คน เชน่ สุนัขชว่ ยเฝ้าบา้ นแมวชว่ ยจบั หนู นกให้
ความเพลดิ เพลิน เป็นต้น ดังนน้ั ลกู เสือจึงควรมคี วามเมตตากรุณาแกส่ ัตวไ์ ม่รังแกหรือทรมานสัตว์ ควรให้
อาหารแก่สัตว์ ควรให้อาหารแกส่ ัตว์ที่หิวโหย รักษาบาดแผลของสัตวต์ ามความสามารถของตน
ข้อ 7 “ลูกเสือเช่อื ฟงั คำส่ังของบิดามารดา และผ้บู ังคับบัญชาดว้ ยความเคารพ”บดิ ามารดาเป็นผู้ให้
กำเนดิ และเลี้ยงดเู ราจนเตบิ โต มปี ระสบการณ์มากกว่าเรา เมือ่ ท่านสงั่ สอนสงิ่ ใดก็ตาม เราควรเชื่อฟังและปฏิบัติ
ตาม จึงจะได้ชื่อเปน็ ผู้มคี วามกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคณุ สำหรับผู้บังคับบญั ชา เป็นผสู้ ัง่ สอนให้ความร้แู ก่
11
ลกู เสือ ลกู เสือควรเช่อื ฟงั และปฏบิ ตั ิตามคำส่ังเช่นเดยี วกนั นอกจากเชือ่ ฟงั คำสัง่ แล้ว ลูกเสอื ตอ้ งให้ความเคารพ
แกบ่ ดิ า มารดา และผู้บงั คับบญั ชาด้วย
ขอ้ 8 “ลูกเสือมีใจรา่ เรงิ และไม่ยอ่ ท้อต่อความยากลำบาก”
คนทหี่ นา้ ตายิ้มแยม้ แจ่มใส อารมณ์ดเี ปน็ ผู้มีสุขภาพจิตดี ใคร ๆ ก็อยากพดู คยุ ดว้ ยลกู เสือจงึ ควรทำจิตใจ
ให้รา่ เรงิ สดชืน่ อย่เู สมอ ถงึ แมว้ ่าอาจจะมีปญั หารบกวนจิตใจก็ไม่ควรแสดงอาการทอ้ แท้ เบอื่ หน่าย ควรหา
ทางแก้ไขปัญหาให้ไดโ้ ดยไม่ยอ่ ทอ้ ต่อความยากลำบาก
ขอ้ 9 “ลูกเสือเป็นผู้มธั ยัสถ์”
ลูกเสือไดเ้ งนิ ค่าใช้จา่ ยจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองซง่ึ หาเงนิ มาดว้ ยความยากลำบาก ลกู เสือจงึ ตอ้ ง
ชว่ ยเหลือท่านโดยการใชเ้ งินอยา่ งประหยดั ไมฟ่ ุม่ เฟือย ซือ้ ส่ิงของท่ีจำเปน็ เงินที่เหลอื จากการใชจ้ ่ายควรเก็บ
สะสมไวใ้ นยามทีจ่ ำเปน็ เปน็ การชว่ ยแบง่ เบาภาระของบดิ ามารดาด้วย
ขอ้ 10 “ลกู เสอื ประพฤตชิ อบด้วยกาย วาจา ใจ”
ลูกเสอื เปน็ ผู้ได้รบั การยกยอ่ งว่าเปน็ คนดี จงึ ควรประพฤติตนเปน็ คนดีทั้งกาย วาจา และใจ โดยการทำ
ความดี พดู จาดี ไม่ใชว้ าจาหยาบคาย คิดแตส่ ่งิ ดีและเปน็ มงคลแกต่ นการประพฤติดงั กลา่ วจะช่วยให้ลูกเสือเปน็
คนดีอยา่ งสมบูรณ์
คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื เป็นขอ้ ปฏบิ ตั ทิ ี่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเยาวชนเพราะช่วยให้เยาวชนเปน็
คนดีและมคี ุณภาพ ตามท่ชี าติและสงั คมต้องการ เยาวชนเหล่านี้จะชว่ ยสร้างสรรค์สังคมและประเทศให้
เจรญิ กา้ วหน้าตอ่ ไป ดงั นน้ั ลูกเสอื สามัญทกุ คนจะตอ้ งทอ่ งจำคำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื ไดอ้ ย่างแม่นยำแลว้
นำไปประพฤตปิ ฏิบัติอยา่ งจริงจัง
ชวี ิตชาวคา่ ย
1. ฐานเครื่องมือ
เครอื่ งมือ เครอ่ื งใช้สำหรับการอยูค่ ่ายพักแรมมี
หลากหลายประเภทแยกตาม ลกั ษณะของการใช้งาน
แบง่ ออกเป็น ของมคี ม เช่น มดี ขวาน เลอ่ื ย เป็นตน้ เครือ่ งมอื ทใี่ ช้
สำหรับขุด เช่น จอบ เสยี ม พลั่ว พล่ัวสนาม เปน็ ต้น
เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้สำหรับตอก เช่น ค้อน เปน็ ต้น โดยแยก
เกบ็ ตามประเภทและลักษณะการใชง้ านเพ่อื ความสะดวกในการหยบิ
ใช้งาน และความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย
2. ฐานสุขาภบิ าล
การสุขาภบิ าล การสร้างส้วมแบบต่าง ๆ เปน็ ต้นวา่ สว้ มหลุมหรือส้วมนง่ั พงิ พร้อมกับสร้างรว้ั ปิดบัง
ซ่งึ อาจใชใ้ บไม้หรือผ้าใบปิดได้มิดชิด หน้าส้วมจะมตี ะเกียงรัว้ แขวนอยู่ มีอา่ งลา้ งมือพร้อมสบู่ ผา้ เชด็ มือ วิทยากร
ประจำฐานตอ้ งอธิบายให้ทราบวา่ การสรา้ งสว้ มสำหรบั ใช้ในเวลาอยู่ค่ายพกั แรมจะต้องสรา้ งอย่างไร ใชอ้ ยา่ งไรให้
ถกู ต้องตามสุขลกั ษณะควรขุดหลุมเปยี กหลุมแห้งสำหรบั ทิ้งขยะหรือส่ิงท่ีไม่ตอ้ งการแลว้ ทั้งของแหง้ และท่ีเปน็ น้ำ
12
ไวใ้ หด้ ูเป็นตัวอยา่ ง อย่างละ 1 หลุม สำหรบั หลุมเปียกซึ่งใชเ้ ทส่ิงที่เปน็ นำ้ จะต้องสานไมไ้ ผ่เปน็ ตะแกรง มีหญา้
หรอื ใบไม้วางทบั บนปากหลมุ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ เครือ่ งกรองเศษอาหาร มใิ ห้ตกลงในหลมุ ซึง่ อาจทำให้น้ำเสียบูดเหม็นเน่า
ได้ รวมท้งั ควรทำหลุมเปยี กหลุมแหง้ ดว้ ยพลาสตกิ ในโอกาสท่ีไม่สามารถจะขดุ หลมุ ได้
13
3. ฐานเคร่ืองครวั
ท่ีทำครวั ควรมเี ขตทำครัวโดยเฉพาะ โดยเลือกพื้นท่ที ีจ่ ะเป็นเหตใุ ห้เสียหายแกพ่ นื้ ทนี่ อ้ ยทสี่ ุดถ้ามีหญา้
ขึ้นอยตู่ ้องแซะหญา้ ออก (ใหต้ ิดดินประมาณ 10 ซม.) แล้วจงึ คอ่ ยต้งั เตาไฟ สว่ นหญ้าทแี่ ซะออกนั้นจะต้องหมน่ั รด
นำ้ ไว้ เมอื่ การอย่คู ่ายพกั แรมไดส้ ิ้นสดุ ลงแล้ว ก็ให้ปลกู หญา้ ไว้ทเ่ี ดิม แลว้ รดนัา้ เพ่อื ใหค้ นื สู่สภาพเดิม
ในการจัดทำเคร่อื งใช้น้นั อะไรควรจัดทำก่อน อะไรควรจดั ทำภายหลงั ถอื หลักวา่ อันไหนสำคัญท่สี ุดกใ็ ห้
จดั ทำกอ่ น แลว้ จึงคอ่ ย ๆ จัดทำสง่ิ ทมี่ คี วามสำคัญรองลงมาตามลำดับ ตอ่ ไปน้ี คอื คำแนะนำในการสรา้ งเครือ่ งใช้
ต่าง ๆ
4. ฐานเตา
เตาสามเส้า
เตาสามเส้า เปน็ การนำก้อนหินสามกอ้ นมาวางบนพ้ืน จัดระยะห่างให้พอดกี ับกน้ หม้อเป็นสามมมุ ดใู ห้
อากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก
เตาหลุม ขดุ หลุมให้มีขนาดกวา้ งพอเทา่ กับหมอ้ ลึกพอประมาณ แลว้ เจาะรู เพือ่ ใสพ่ น้ื ด้านหน้า แล้วมีรู
ระบายอากาศ ด้านข้างเพอ่ื ให้ควนั ออก
เตาลอย ใหข้ ุดหลุมสมี่ ุม แล้วนำทอ่ นไมแ้ ขง็ แรงส่ตี น้ ทำเปน็ เสาสีม่ ุม นำไมม้ าวาง พาดผูกเปน็ สเี่ หลี่ยมและ
วางคานให้เตม็ พ้นื ที่ ใชใ้ บไม้ปูให้ราบ เอาดินปพู ้ืนให้หนาพอสมควร อีกช้นั แลว้ ใชก้ อ้ นหินทา่ เป็นเตาสามเส้า หรอื
เตารางแล้วแต่สะดวก (หากเป็นหน้าฤดฝู น สามารถสร้างหลงั คาต่อเติมได)้
14
เตารางไม้ นำไมท้ ม่ี ีงา่ มสองทอ่ นมาปกั ลงดนิ ตรงข้ามกัน แล้วนำไม้ทอ่ นตรง วางพาดเป็นคานไวแ้ ขวน
ภาชนะ (ไมท้ คี่ วรใชพ้ าดควรเป็นไมด้ ิบ ซง่ึ จะไม่ทำให้ไหมไ้ ดง้ า่ ย)
5. ฐานเตน้ ท์
การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมของลูกเสอื แต่ก่อนน้ันไปหาที่พกั ขา้ งหนา้ ตามแตจ่ ะดัดแปลงไดใ้ นภมู ปิ ระเทศ ซ่ึงเปน็
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าลกู เสอื ไม่พักในอาคาร ลูกเสอื จะต้องนอนกลางแจง้ ซึ่งจะตอ้ งหาวิธสี รา้ งเพงิ ทีพ่ ักงา่ ย
ๆ ท่สี ามารถกนั แดด กันฝน กนั ลมและปอ้ งกันสัตวเ์ ลื้อยคลานไดโ้ ดยใชอ้ ปุ กรณ์ตา่ ง ๆ เท่าท่ีจะหาได้ ตอ่ มาเริม่ มี
การเตรียมอปุ กรณไ์ ปด้วย เชน่ เชือกหลาย ๆ เสน้ พลาสตกิ ผืนใหญ่ เปน็ ตน้ ทำใหง้ า่ ยตอ่ การสรา้ งเพงิ ท่พี ักมากข้ึน
ปัจจุบนั ลูกเสือสว่ นมากจะเตรยี มเตน็ ท์สำเร็จรปู ไปดว้ ย เพราะเต็นทม์ ขี ายอย่างแพร่หลายและมใี ห้เลือกหลายแบบ
หลายสี หลายขนาด มีนํ้าหนักเบา มีขนาดกะทดั รัด สามารถนำพาไปไดส้ ะดวก การกางเต็นทก์ ระแบะ หรอื เต็นท์
5 ชาย
15
อุปกรณแ์ ละสว่ นประกอบ
ในการใชเ้ ต็นท์สำหรบั อย่คู ่ายพกั แรม จะใช้เตน็ ท์ 5 ชาย ซงึ่ เหมาะสำหรับ ลูกเสอื จำนวน 2 คน ซึ่งจะใช้
พ้ืนท่ใี นการกางเต็นท์ไมม่ ากนกั และวธิ กี างกไ็ มย่ งุ่ ยาก
ส่วนประกอบของเตน็ ท์ 5 ชาย มีดังนี้
1) ผ้าเต็นท์ 2 ผนื
2) เสาเตน็ ท์ 2 ชุด (2 เสา) ชดุ ละ 3 ท่อน (3 ท่อนตอ่ กันเป็น 1 ชุด)
3) สมอบก 10 ตัว (หัวท้าย 2 ตวั ชายดา้ นล่าง ด้านละ 3 ตัว ประตูหนา้ 1 ตัวและหลัง 1 ตวั )
4) เชือกยึดสมอบก 10 เส้น (เชือกยาวใช้รัง้ หวั ท้ายเตน้ ท์ 2 เส้น เชอื กส้นั ใช้ยึด ชายเตน็ ท์ 6 เส้น และ
ประตหู น้า - หลัง 2 เส้น)
การกางเตน้ ท์ 5 ชาย มวี ธิ ีการดังตอ่ ไปนี้
1) ติดกระดมุ ทั้ง 2 ผืนเข้าดว้ ยกัน
2) ตง้ั เสาเตน็ ทท์ ั้ง 2 เสา
3) ผกู เชือกร้ังหัวท้ายกบั สมอบก
4) ตอกสมอบกยึดชายเตน็ ท์
การร้อื เตน็ ท์ทพ่ี กั แรม
1) แก้เชือกทรี่ ัง้ หัวทา้ ยกับสมอบกออก
2) ล้มเสาเต็นท์ท้ัง 2 เสาลง
3) ถอนสมอบกท่ยี ึดชายเต็นทแ์ ละที่ใช้ร้งั หัวทา้ ยเตน็ ท์
4) แกะกระดมุ เพื่อแยกใหเ้ ตน็ ทเ์ ป็น 2 ผนื
5) ทำความสะอาด เกบ็ พับให้เรียบรอ้ ย
6) นำผ้าเต้นทแ์ ละอปุ กรณ์เก็บรวมไวเ้ ป็นทีเ่ ดยี วกัน เต็นทส์ ำเร็จรูป
เต็นทส์ ำเรจ็ รูปจะมลี ักษณะและรปู แบบท่หี ลากหลาย ซึง่ มวี างจำหน่ายโดยทั่วไปง่ายตอ่ การประกอบและ
การเก็บ แตล่ ะแบบจะมรี ูปแบบการประกอบไมเ่ หมือนกนั จึงให้ผใู้ ชพ้ จิ ารณาตามวิธกี ารของเต็นท์
16
เตน็ ทส์ ำเร็จรูปใช้เป็นทีพ่ ักสำหรับลกู เสือทงั้ หมู่
(1 หมู)่ เป็นเตน็ ท์ทีม่ ขี นาดใหญ่กว่า เตน็ ท์กระแบะ มนี ้ําหนกั มากกว่า เต็นทก์ ระแบะสามารถพกพาไปได้
สะดวกพืน้ ท่ที ่ใี ช้กางเต็นท์จะมีบริเวณกวา้ งพอสมควรส่วนวิธกี างเตน็ ท์ไมย่ ่งุ ยาก มลี กู เสือชว่ ยกันเพยี ง 2 คน ก็
สามารถกางเต็นทไ์ ด้
ฐานท่ี 6 ฐานรวม
17
ทักษะลูกเสือ
ฐานที่ 1 การปฐมพยาบาล
การชว่ ยชีวิตขัน้ พื้นฐาน (Cardiopulmonary Resuscitation : CPR) เป็น การชว่ ยให้ลือผู้บาดเจบ็
เมอื่ เกดิ ภาวะหัวใจหยดุ เต้นกะทันหนั เพ่ือนำออกซิเจนเช้าสู่ร่างกาย และชว่ ยใหโ้ ลหติ มีการไหลเวียนไปเลีย้ ง
เนือ้ เยอื่ ต่าง ๆ ของรา่ งกาย จนกระทัง่ ระบบตา่ ง ๆ กลบั มาทำหน้าท่ไี ตเ้ ปน็ ปกติ
สาเหตุทีท่ ำให้เกดิ ภาวะหยดุ หายใจ และหัวใจหยดุ เต้นกะทนั หัน ได้แก่ หัวใจ ขาดเลอื ด ไฟฟา้ ดูด ไต้รบั
สารพษิ จมน้ำ อบุ ัติให้ต่าง ๆ เปน็ ต้น
อาการของผทู้ ีต่ อ้ งไต้รบั การชว่ ยให้ลือ โดยการทำ CPR คอื หมดสติ หยุดหายใจ หรือมกี ารหายใจ
ผดิ ปกติ (Gasping)
ขนั้ ตอนการช่วยชวี ติ ขน้ั พื้นฐาน (Cardiopulmonary Resuscitation CPR)
1. สำรวจสถานการณ์สำรวจสถานการณ์บรเิ วณทเ่ี กิดเหตอุ ยา่ งรวดเร็ว ถา้ สถานการณ์ปลอดภัยให้
ตะโกนเรียกผบู้ าดเจ็บ
2. หากไมม่ ีการตอบสนอง ใช้มอื ทั้ง 2 ชา้ งตบไหล่ เรยี กพร้อมสงั เกตการตอบสนอง (การลืมตาขยับ
ตวั และพูด) และดูการเคล่อื นไหวของทรวงอก หนา้ ห้อง พบวา่ หน้าซีดไม่มีการ ตอบสนอง หนา้ อก หนา้ หอ้ งไม่
เคลื่อนไหว แสดงวา่ หมดสติ ไมห่ ายใจ ใหต้ ะโกนขอความช่วยให้ลอื
3. ขอความชว่ ยให้ลอื ถ้าผบู้ าดเจ็บหมดสตไิ ม่หายใจ ใหข้ อความชว่ ยใหล้ อื โทรศัพท์แจ้ง 1669
(ศนู ย์นเรนทร)
4. การกระตุ้นหวั ใจ โดยการกดหนา้ อก 30 ครง้ั
(1) ตำแหนง่ : กึง่ กลางหน้าอก
(2) กดด้วย : ลันมอ 2 ข้างซอ้ นกนั
(3) กดลึก : 5-6 เซนติเมตร
(4) กดเร็ว : 100-120 ครง้ั /นาที และตอ้ งผอ่ นมอื ใหท้ รวงอกคืนตัวกอ่ นกดครง้ั ต่อไป
(5) จำนวน : 30 ครั้ง
(6) ออกแรงกดจากสำตัวโดยมสี ะโพกเป็นจดุ หมุน กดในแนวตง้ั ฉากกับพน้ื ขอ้ ศอกเหยยี ดตรง
เวลาในการกดและผ่อนต้องเทา่ กนั กดแรงและกดเรว็ เปน็ จังหวะ (Push Hard - Push Fast)
18
5. การผายปอด และการช่วยหายใจ
5.1 การช่วยหายใจโดยวธิ ีเป่าปาก ให้ผปู้ ่วยนอนหงาย วาง
ศรี ษะให้ต่ํากว่าไหล่ เลก็ นอ้ ย และให้แหงนศรี ษะไปช้างหลังเท่าทีจ่ ะทำไต้
เพื่อใหท้ างเดนิ หายใจของผู้ปว่ ยโลง่ ส้นิ มาจุกท่ีคอหอย ใชม้ ือหนึ่งปีบจมูก
ของผูป้ ว่ ย ใช้น้วิ หัวแม่มอื ของอีกมือหน่งึ แหยเ่ ช้าไป ในปากผู้ป่วยเพ่ือดึง
คางให้อา้ ออก หายใจเชา้ ลกึ ๆ อา้ ปากให้กวา้ ง ๆ เอาปากประกบกับปาก
ผปู้ ่วยให้แนน่ แล้วเป่าลมเช้าไปในปากผปู้ ่วย ดูวา่ หน้าอกผู้ปว่ ยพองข้ึน
หรือไม่ ถา้ พองขึ้นแสดงว่า ลมเขา้ ไปในปอดไดด้ ี ถอนปากท่ีประกบออก
เพื่อใหผ้ ู้ป่วยไตห้ ายใจออกเอง เม่อื ผู้ป่วยหน้าอก ยบุ ลง กเ็ ป่าลมเข้าไปในปากผู้ปว่ ยอกี ท่าเช่นนีไ้ ปเร่ือย ๆ
ประมาณ 15 - 20 ครงั้ ตอ่ นาทจี นกว่า ผู้ป่วยจะหายใจไต้เอง ระหว่างปฏิบัติให้ศรี ษะผปู้ ่วยแหงนไปชา้ งหลงั
ตลอดเวลา
5.2 การชว่ ยหายใจโดยวธิ ีเป่าจมกู ใหผ้ ูป้ ่วยอยใู่ นทา่
เชน่ เดยี วกบั วธิ ชี ่วยหายใจ ด้วยวธิ เี ป่าปาก แต่ใช้มือชา้ งหนง่ึ ตัน
คางผ้ปิ ว่ ยให้ปากปดิ สนิท หายใจเชา้ ลึก ๆ เอาปากประกบ ลงไป
บนจมกู ผู้ปว่ ยใหแ้ นบสนิท แล้วเปา่ ลมเชา้ ไป ดวู ่าหน้าอกผูป้ ว่ ย
พองขนึ้ หรอื ไม่ ถา้ พองข้ึนแสดงวา่ ลมเช้าไปในปอดไดด้ ี ถอน
ปากออกแล้วใชม้ อื จบั คางผูป้ ่วยใหอ้ า้ ออก เพ่ือให้ ผู้ป่วยหายใจ
ออกไดท้ างปาก เมื่อผปู้ ่วยหนา้ อกยุบลง ก็เปา่ ลมไปทางจมกู
เช่นเดมิ อีก ทำเชน่ นไ้ี ปเรื่อย ๆ จนกวา่ ผ้ปู ่วยจะหายใจไดเ้ อง
5.3 การช่วยหายใจโดยการยกแขนและกดทรวงอก ใหผ้ ้ปู ว่ ยอยู่ในทา่
เชน่ เดียวกบั ลองวิธีแรก พับแขนผ้ปู ่วยเช้าหากันไว้บนอก นงั่ คกุ เชา่ อยู่เหนือศีรษะ
ผู้ปว่ ย จับข้อมือผู้ปว่ ยท้งั 2 ชา้ ง ช้างละมอื โยต้ วั ไปชา้ งหน้าเหยียดแขนตรงกดลงไป
ตรงมือของผปู้ ่วย ซงึ่ จะเทา่ กบั กดทรวงอกของผปู้ ่วยให้หายใจออกขับเอานำ้ ออกมา
แล้วโยต้ ัวไปชา้ งหลังพรอ้ มกบั จับแขนผปู้ ว่ ยทงั้ 2 ชา้ งดึงแยกข้นึ ไปช้างบนใหม้ าก
ที่สดุ เทา่ ที่จะทำได้จะทำใหป้ อดผปู้ ว่ ยขยายตัวทำให้อากาศไหลเชา้ ไปได้ ทำเชน่ น้ไี ป
เรือ่ ย ๆ จนกว่าผปู้ ่วยจะหายใจได้เอง
5.4 การชว่ ยหายใจโดยการแยกแขนและกดหลัง ให้ผู้ป่วยนอนควํ่า ใหแ้ ขน ของผู้ปว่ ยทง้ั 2 ช้างพับเชา้
หากัน หนุนอยู่ใตค้ าง น่งั คกุ เชา่ อย่เู หนอื ศีรษะผู้ป่วย วางฝ่ามือลงบนหลัง ของผู้ป่วยใตต้ อ่ กระดูกสะบกั ช้างละมอื
โดยใหห้ ัวแมม่ ือมาจดกัน กางน้วิ มอื ทั้ง 2 ช้างออก โนม้ ตัว ไปชา้ งหนา้ แขนเหยยี ดตรงใช้น้ำหนกั ตวั กดลงบนแผน่
หลังของผู้ปว่ ย ซ่งึ จะเทา่ กับกดทรวงอก ของผปู้ ว่ ยใหห้ ายใจออก ขบั เอาน้ำ (ถ้ามี) ออกมาจากนย้ี า้ ยมอื ท้ัง 2 ชา้ ง
มาจบั ดน้ แขนผู้ปว่ ยแลว้ โย้ตัวกลับพรอ้ มกับดงึ ขอ้ ศอกของผูป้ ่วยมาดว้ ย จะทำให้ปอดผู้ปว่ ยขยายตัว ทำใหอ้ ากาศ
ไหล เข้าไปได้ ทำเชน่ นี้เร่อื ย ๆ ไปจนกวา่ ผปู้ ว่ ยจะหายใจไดเ้ อง ถา้ การช่วยหายใจกระทำไดถ้ กต้องดังกลา่ ว และ
หวั ใจของผูป้ ว่ ยยงั เตน้ อยตู่ ลอดเวลาผูป้ ว่ ยจะดแู ดงขนึ้ และอาจกลบั มาหายใจได้ เป็นปกตอิ ีก
19
ข้อสังเกต
(1) การกดหนา้ อกให้กดตอ่ เนือ่ ง ระวงั อยา่ หยุดกดหรอื อยา่ ใหม้ ีการเวน้ ระยะการกด
(2) การกดหน้าอกแต่ละคร้งั ตอ้ งมกี ารปล่อยให้ทรวงอกกลบั คนื ส่สู ภาพเดิมก่อน (แต่ไม่ยกลันมือขน้ึ พ้น
จากทรวงอก) แล้วจงึ กดคร้งั ตอ่ ไปเมือ่ หวั ใจถูกกดด้วยความลึก 5-6 เซนตเิ มตร ความตนั ในซอ่ งอกจะเพ่มิ ข้นึ ทำให้
มีเลอื ดสบฉดี ออกจากหัวใจ และไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะอนื่ ๆ เม่ือหัวใจคลายตวั กลบั สสู่ ภาพเดมิ ใน
ระหวา่ งการกดหน้าอก และความตัน ในซอ่ งอกลดลงเลอื ดจะไหลกลับสู่หัวใจและปอด เพ่ือรับออกซิเจนท่เี ป่าเข้า
ไปจากการชว่ ย หายใจ และพร้อมทจี่ ะลูบฉีดคร้งั ใหมต่ ่อไป
ฐานที่ 2 การเคลื่อนย้ายผปู้ ว่ ย
1. การเคลอ่ื นย้ายโดยผ้ชู ว่ ยเหลือคนเดียว
วธิ ีท่ี 1 พยุงเดิน เหมาะสำหรับผ้ปู ่วยทรี่ ูส้ กึ ตวั ดี แตแ่ ขนหรือขาข้างใดขา้ งหนึง่ เจ็บ
วธิ ีเคลอ่ื นย้าย
1. ผชู้ ่วยเหลือยนื เคยี งข้างผ้ปู ว่ ย หนั หน้าไปทางเดียวกนั
2. แขนขา้ งหน่งึ ของ ผู้ป่วยพาดคอ ผ้ชู ่วยเหลอื จับมอื ผ้ปู ว่ ยไว้
3. ส่วนแขนอกี ขา้ งหนง่ึ ของผชู้ ่วยเหลอื โอบเอวและพยงุ เดนิ
วธิ ีที่ 2 การอุ้ม วธิ นี ใ้ี ชก้ ับผ้บู าดเจบ็ ที่มีน้ำหนกั ตวั นอ้ ย หรือในเด็กซ่ึงไม่
มบี าดแผลรุนแรง หรอื กระดกู หกั โดยการชอ้ นใต้เข่าและประคอง
ด้านหลงั
วธิ ที ่ี 3 การกอดคอข่หี ลงั ใช้กับผปู้ ว่ ยทม่ี นี ำ้ หนกั ตัวน้อย ถึงปานกลางได้
เป็นผ้ปู ว่ ยทเ่ี ดนิ ไมไ่ ด้ แต่รสู้ ึกตัวดี โดเริ่มจาก
1. นั่งคุกเข่าใหผ้ ู้บาดเจ็บอยู่ด้านหลังคล้องแขนที่คอของผู้
ช่วยเหลือ
2. จับต้นขาของผู้บาดเจ็บลกุ ข้ึนช้าๆ ให้หลงั ตรง
20
วิธีท่ี 4 วิธีลาก เหมาะทจ่ี ะใช้ในกรณีฉกุ เฉิน เชน่ เกิดไฟไหม้ ถังแก็สระเบดิ หรอื ตกึ ถล่ม จำเป็นตอ้ ง
เคลอ่ื นย้ายออกจากท่เี กดิ เหตุให้เร็วท่ีสดุ
2. การเคลอื่ นย้ายผู้ป่วยโดยผูช้ ว่ ยเหลือสองคน
วิธที ี่ 1 อ้มุ และยก เหมาะสำหรับผู้ปว่ ยรายในรายที่ไม่ร้สู กึ ตัว แตไ่ มค่ วรใชใ้ นรายที่มีการบาดเจ็บของลำตัว
หรอื กระดูกหัก
วธิ ีที่ 2 นงั่ บนมอื ทั้งส่ีท่จี ับประสานกันเปน็ แคร่ เหมาะสำหรบั ผู้ปว่ ยในรายท่ขี าเจ็บแตร่ ู้สึกดแี ละสามารถใช้
แขนทงั้ สองขา้ งได้
วธิ ที ่ี 3 เคลือ่ นย้าย ผู้ช่วยเหลอื ท้งั สองคน
1. ใชม้ ือขวากำขอ้ มอื ซ้ายของตนเอง
2. ขณะเดียวกนั กใ็ ชม้ ือซ้ายกำมอื ขวาซ่ึงกนั และกนั
3. ใหผ้ ูป้ ่วยใชแ้ ขนทั้งสองยนั ตัวขน้ึ นัง่ บนมอื ทงั้ สท่ี ่ีจับประสานกนั เปน็ แคร่
4. แขนท้ังสองของผปู้ ่วยโอบคอผู้ชว่ ยเหลือ จากนั้นวางผ้ปู ่วยบนเขา่ เปน็ จงั หวะท่หี นึ่ง
5. และอุ้มยืนเปน็ จังหวะทสี่ อง แลว้ จงึ เดนิ ไปพร้อมๆ กนั
21
วธิ ที ี่ 4 การเคลอ่ื นย้ายบนเก้าอี้
1. ทดสอบความแข็งแรงของเกา้ อ้ี
2. อุ้มผู้บาดเจบ็ ให้นั่งพิงบนม้านงั่ จับมอื มากอดไวท้ อี่ ก
3. ยกม้าน่ังขน้ึ โดยผ้ชู ว่ ยเหลือที่อยู่ดา้ นหน้านัง่ ย่อเข่าจบั ขาเกา้ อ้ีท้ังสองข้าง
4. ผูช้ ่วยเหลือท่อี ยดู่ ้านหลังประคองเกา้ อี้ยกขนึ้ พรอ้ มกนั โดยเอนเกา้ อี้ไปด้านหลงั
5. หรอื กรณที ต่ี อ้ งข้นึ หรือลงบนั ได ให้เอนเก้าอ้ีไปด้านหลัง ให้ผู้ช่วยยกเกา้ อไี้ ปด้านหลัง ใหผ้ ู้ชว่ ยยกเก้าอ้ี
ยกตรงมอื จบั ใหศ้ ีรษะผ้บู าดเจ็บอยสู่ งู กวา่ เท้าอยูเ่ สมอ ดังภาพ
ฐานท่ี 3 เงือ่ นบ่วงสายธนผู กู ทแยง
1. ขดเชอื กให้เปน็ บว่ งคล้ายเลขหก
2.จบั ปลายเชอื กสอดเข้าไปในบว่ ง สอดจากดา้ นล่าง
3. จบั ปลายเชือกออ้ มหลงั เลขหก แล้ววกสอดปลายลงในบ่วงเลขหกและจัดเงื่อนใหแ้ นน่
22
ประโยชน์
1. ใชผ้ ูกสัตวก์ บั หลกั ต้นไม้ สตั ว์สามารถเดินหมุนรอบๆได้
2.ใช้ผูกกบั เรอื กบั หลัก เม่ือน้ำขน้ึ หรือลงบว่ งจะเล่ือนลงไดเ้ อง
3.ใช้เป็นบ่วงชว่ ยคนตกน้ำ หรอื ใชค้ ล้องคน เพื่อนหยอ่ นตัวจากทส่ี งู ลงสู่ที่ต่ำ
4. ใช้คล้องคนั ธนู
ฐานท่ี 4 เงอื่ นผูกซงุ กระหวัดไม้
เงอื่ นผกู ซงุ
ขัน้ ที่ 1 สอดเชือกให้คลอ้ งรอบต้นซงุ หรอื เสา
ขนั้ ท่ี 2 งอปลายเชือกคล้องตัวเชอื ก
ประโยชน์
(1) ใช้ผกู กับวตั ถุทอ่ นยาว ๆ เชน่ ตน้ ซงุ วัตถทุ รงกระบอก เสา เพ่อื การลากโยงผกู กอ้ นหนิ
(2) ใช้ผูกทแยง
(3) ใช้ผูกสัตว์ เรือ แพ ไว้กบั ท่าหรือเสา
(4) เป็นเชอื กแกง้ า่ ย เม่ือเชอื กหย่อน
23
เง่อื นกระหวดั ไม้
ขัน้ ท่ี 1 อ้อมปลายเชือกไปคล้องหลักหรอื ราวหรือบว่ ง ให้ปลายเชอื กอย่ขู า้ งบน เสน้ เชอื ก สอดปลายเชอื กลอดใต้
เชอื กเข้าไป
ขั้นท่ี 2 อ้อมปลายเชอื กข้ามเส้นที่เป็นบ่วงและเส้นท่ีเป็นตวั เชือก
ขัน้ สดุ ท้าย สอดปลายเชือกลอดใต้ตวั เชอื ก เลยข้ามไปเสน้ บว่ งจดั เงื่อนใหเ้ รียบร้อย
ประโยชน์
(1) ใช้ล่ามสตั ว์เลยี้ งไวก้ บั หลกั
(2) ใช้ผูกเรอื แพ
(3) เปน็ เง่อื นผูกงา่ ยแกง้ า่ ย
24
ฐานที่ 5 เงอ่ื นตะกดุ เบด็ ผูกกากบาท ผกู ประกบ 2/3
ขน้ั ที่ 1 พันเชอื กใหเ้ ป็นบว่ งสลบั กัน ข้ันที่ 2 เลอ่ื นบว่ งให้เข้าไปซอ้ น (รูป ก) จนทับกันเปน็ บว่ งเดียวกัน (รปู ข)
ขน้ั ที่ 3 นำบ่วงจากขนั้ ท่ี 2 ข. สวมลงในเสาแลว้ ดงึ ปลายเชอื กจดเง่อื นให้แนน่
ประโยชน์
(1)ใช้ผกู เชอื กกับเสาหรือสง่ิ อืน่ ๆ จะให้ความปลอดภยั มาก ถา้
ผูกกลาง ๆของเชือก ถ้าใช้ปลายเชือกผกู อาจไมแ่ นน่ กระตกบอ่ ย ๆ จะ
หลดุ ปมเชือกจะคลาย
(2) ใช้ทำบันไดเชอื ก บนั ไดลงิ
(3) ใชใ้ นการผูกเงอ่ื นต่าง ๆ ท่ีผกู กบั หลกั หรือวตั ถุ
(4) ใช้ในการผกู เงอื่ นกระหวัดไม้
(5) ใชใ้ นการผกู เง่อื นแนน่ เชน่ ผูกประกบ กากบาท
(6) ใช้ในการผูกปากถุงขยะ
25
เงือ่ นผูกกากบาท
วิธีผูก
เร่ิมผกู ตะกรุดเบด็ ที่ไม้อนั ต้งั (รปู ท่ี 1) หรอื จะผกู อันขวางกอ่ นกไ็ ด้ เอาปลาย เชือกท่ีผูกตะกรดุ เบด็ บิดไขว้
กับตวั เชือก แล้วดงึ เชอื กพันออ้ มใต้ไมอ้ นั ขวางทางซา้ ย (ขวาก็ได้) ของไมอ้ ันตัง้ ออ้ มไปทางหลงั ไมอ้ ันขวาง ดงึ เชอื ก
ขึน้ ข้างบนทางซา้ ยของไม้อนั ตั้ง ดึงเชอื กอ้อม มาทางดา้ นหน้าไมอ้ นั ตง้ั ไปทางขวาบนของไมอ้ ันขวาง แลว้ อ้อมเชือก
ไปทางด้านหลังไมอ้ ันขวาง ดึงเชอื กลงใต้ไม้อันขวางทางขวาไม้อันตัง้ ดงึ ออกมาทางด้านหน้าไม้อนั ตง้ั พันออ้ มุมา
ทางซา้ ย แลว้ เรมิ่ พนั จากซ้ายไปใหม่ ทุกรอบท่ีพันตอ้ งเรียงเชือกให้เรยี บร้อย พันเชือกวนไปสัก 3 รอบ แล้วหักคอ
ไก่ 2 - 3 รอบ เอาปลายเชอื กผูกตะกรดุ เบ็ดทีไ่ มอ้ ันขวาง (ผกู ตะกรุดเบ็ดคนละอนั กับ ข้ึนต้นผูก)
ประโยชน์
(1) ใช้ในการก่อสรา้ ง ทำนงั่ รา้ นทำสอี าคาร
(2) ใช้ในงานสรา้ งค่อยพักแรม อปุ กรณ์การพักแรม
เง่ือนผกู ประกบ 2/3
การผูกประกบ (Sheer Lashing) มหี ลายชนดิ
เชน่ ผกู ประกบสอง ผูกประกบสาม ผูกประกบสี่ ผกู
ประกบ 2 ใช้สำหรบั ตอ่ ไมห้ รือเสา 2 ต้นเข้าด้วยกัน
โดยเอาไม้ทจี่ ะต่อมาวางซอ้ นขนานกันตรงปลายทจี่ ะต่อ การวางซ้อนตอ้ งซอ้ น
กันประมาณ ของความยาว ของไม้หรอื เสา เอาเชือกผูกตะกรุดเบด็ กบั ไม้ทีเ่ ปน็
หลกั หรืออันไดอันหน่งึ แล้วเอาปลายเชอื กบดพนั กนั (แต่งงานกนั ) แล้วพันรอบ
ไมท้ ้งั 2 อัน ใหเ้ ชอื กเรยี งกนั ความหนาของเชือกท่ีพันมีขนาดกว้างเทา่ กับ
ความกวา้ ง ของไม้ 2 อนั รวมกัน เอาปลายเชอื กพันหักคอไก่ (พนั รอบ เส้น
เชือกระหวา่ งไม้ 2 - 3 รอบ ดงึ ใหแ้ นน่ แลว้ ผูก ตะกรุดเบด็ บนไมท้ ่ีตอ่ หรือบน
ต้นไมอ้ ีกต้นหนงึ่ ท่ีไมใ่ ชอ่ นั เร่มิ ต้นผูก)
26
ข้ันที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3
ขั้นท่ี 4 ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ตอนสดุ ทา้ ย
ประโยชน์
(1) ใช้ต่อไมห้ ลาย ๆ ทอ่ นเขา้ ด้วยกันใหย้ าว หรือใช้มดั ไมเ้ ข้าดว้ ยกนั
(2) ต่อความยาวของไมเ้ พื่องานก่อสรา้ ง
27
วิธผี ูก
ผูกตะกรดุ เบด็ ที่เสาอนั กลาง เอาปลายเชอื กบิดคว่ันเข้าดว้ ยกันแล้วพันรอบเสา ทั้ง 3 ต้น ใหพ้ นั รอบเสา
หรอื หลกั มีความกว้างของเชอื กพันอยา่ งน้อยเทา่ กับเสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง ของเสาหรอื หลักแล้วลงทา้ ยด้วยผูกตะกรดุ
เบด็ ท่เี สาอนั ริม ก่อนผูกตะกรดุ เบ็ดหกั คอไก่ รัดเชือก ระหว่างเสาหรือไม้หลกั ใหแ้ นน่ เสยี ก่อน
วธิ ีท่ี 2 วิธีผกู
โดยวธิ พี ันรอบเสาสลบั เปน็ เลข 8 โดยเริ่มผูกตะกรดุ เบ็ดท่ีเสาต้นรมิ ใด ริมหนง่ึ แลว้ เอาปลายเชือกพนั
แตง่ งานกัน โดยเอาเชือกพนั รอบลามทั้ง 3ต้น เมื่อพันไดก้ วา้ งพอ หักคอไกร่ ะหวา่ งเสารัดจนแนน่ ดแี ล้ว จึงผกู เงือ่ น
ตะกรดุ เบด็ ท่ีหลกั ตน้ ริมอีกต้นหน่ึงคนละต้นกับตน้ แรก
วิธผี ูกประกบ 3
ข้ันท่ี 1 ข้นั ท่ี 2 ขน้ั ที่ 3
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ สุดท้าย
28
ฐาน แผนท่ี เข็มทศิ
วิธีการใชแ้ ผนที่
วางแผนทใี่ นแนวราบบนพน้ื ที่ได้ระดับ ทิศเหนอื ของแผนท่ชี ้ีไปทางทิศเหนอื จัดให้แนวตา่ ง ๆ ในแผนที่
ขนานกับแนวทเ่ี ปน็ จริงในภูมิประเทศทุกแนว
วธิ กี ารใช้เขม็ ทิศ
เข็มทิศมีหลายชนดิ เช่น เขม็ ทศิ ตลับธรรมดา เข็มทิศข้อมอื เขม็ ทศิ แบบ เลนซาดิก (Lensatic) และเขม็ ทิศ
แบบซลิ วา (Silva) เข็มทิศทใ่ี ชใ้ นทางการลูกเสือ คือ เข็มทิศแบบซิลวาของสวเี ดน เปน็ เขม็ ทิศ และไม้โปรแทรกเตอร์
รวมอยดู่ ้วยกนั ทว่ั โลกนิยมใชม้ าก ใช้ประกอบแผนทแี่ ละหาทศิ ทางไดด้ ี เหมาะสมกับลูกเสอื เพราะใช้งา่ ยและ
สะดวก
สว่ นประกอบของเข็มทิศแบบซิลวา
1. แผน่ ฐานทำด้วยวสั ดุโปรง่ ใส
2. ทข่ี อบฐานมีมาตราสว่ นเปน็ นวิ้ หรือเซนติเมตร
3. มีลูกศรชี้ทิศทางท่ีจะไป
4. เลนส์ขยาย
5. ตลับเขม็ ทิศเปน็ วงกลมหมนุ ไปมาได้ บนกรอบ หน้าปดั ของตลับเขม็ ทิศแบ่งมุมออกเปน็ 360 องศา
6. ภายในตลับเขม็ ทิศตรงกลางมีเข็มแม่เหลก็ สีแดง ซง่ึ จะชีไ้ ปทางทิศเหนอื เสมอ
7. ตำแหน่งสำหรับต้ังมมุ และอ่านคา่ ของมมุ อยตู่ รงปลายลกู ศรชี้ทศิ ทาง
29
การใชเ้ ขม็ ทิศซิลวา
1. กรณที ราบคา่ หรือบอกมมุ อะซมิ ุทมาให้และต้องการร้วู ่าจะตอ้ งเดนิ ไปทางทิศใด สมมตุ วิ า่ บอกมุมอะซิ
มทุ มาให้ 60 องศา ให้ปฏิบตั ิดังน้ี
(1) วางเขม็ ทิศบนฝา่ มอื หรอื สมุดปกแขง็ ในแนวระดบั หนั ลกู ศรชีท้ ิศทางออกนอกตัว โดยให้เข็มแม่เหลก็
แกวง่ ไปมาได้อิสระ
(2) หมนุ กรอบหนา้ ปัดของตลับเข็มทิศ ใหเ้ ลข 60 อย่ตู รงตำแหน่งสำหรับตั้งมมุ (ปลายลูกศรชท้ี ิศทาง)
(3) หมนุ ตัวจนกวา่ เขม็ แมเ่ หล็กสีแดงภายในตลับเข็มทิศตรงกบั อักษร N บนกรอบหน้าปดั
(4) ดลู ูกศรชี้ทิศทางว่าช้ไี ปทางทิศใดก็เดนิ ไปตามทศิ ทางนัน้ ซ่งึ เป็นมมุ 60 องศา ในการเดนิ ไปตาม
ทศิ ทางทีล่ กู ศรช้ีไปนั้นให้มองหาจุดเด่นในภูมปิ ระเทศทอ่ี ยู่ตรงทิศทางท่ีลกู ศร ชี้ไป เช่น ต้นไม้ ก้อนหิน โบสถ์ เสา
รวั้ ฯลฯ เป็นหลัก แล้วเดนิ ตรงไปยังสง่ิ นนั้
การจับเข็มทศิ
ลูกศรกา้ งปลา
ปลายเขม็ 'ชี้ตวั N (N หมายถงึ ทิศเหนือ)
เขม็ แม่เหลก็ หมนุ แกว่งตัวไปรอบ ๆ ภายในตลบั วงกลมเมอื่ เข็มแมเ่ หลก็ หมุนไปทับลูกศรกา้ งปลาจึงจะ สามารถ
อา่ นคา่ มมุ ได้
ขนั้ ตอนท่ี 1 เลง็ ลูกศรช้ีทางไปทีเ่ ป้าหมายท่ีสามารถ มองเห็นไดง้ า่ ย
30
ขน้ั ตอนที่ 2 ใช้ปลายนิ้วมือจบั เลนส์กลมหมุนใหเ้ ขม็ แม่เหล็กทบั เข็มก้างปลา คา่ มุมอ่าน ได้เท่ากบั 220 องศา
การกาํ หนดเป้าหมายและหามุม
การอ่านรายละเอียดของเขม็ ทิศซลิ วา
ตำแหนง่ ที่ 1 เข็มลูกศรชี้ทาง
ตำแหน่งที่ 2 เลนส์ขยาย
ตำแหนง่ ที่ 3 หน้าปัดวงกลม
แบง่ มุมออกเปน็ 360°
ขอ้ ควรระวังในการใช้เข็มทิศซิลวา
ควรจบั ถอื ด้วยความระมดั ระวัง ไมค่ วรอ่านเข็มทศิ ใกล้กบั ส่งิ ที่เป็น
แมเ่ หลก็ หรอื วงจรไฟฟา้ ควรคำนึงถงึ ระยะความปลอดภยั โดยประมาณ
ดงั น้ี
สายไฟแรงสงู 50 หลา
สายโทรศัพท์ โทรเลข 10 หลา
รถยนต์ 20 หลา
วสั ดุทเ่ี ปน็ แรเ่ หล็ก 5 หลา
การใชแ้ ผนท่ีและเข็มทศิ เดินทางไกล
1. ยกเข็มทศิ ใหไ้ ด้ระดับ
2. ปรับมมุ อะซิมุทให้เท่ากบั มมุ ท่ีกำหนดในแผนท่ี
3. เลง็ ตามแนวลูกศรซ้ีทศิ ทาง เป็นเสน้ ทางที่จะเดินไป
4. เดินไปเทา่ กับระยะทางที่กำหนดในแผนท่ี
การใชเ้ ข็มทศิ ในทก่ี ลางแจง้
การหาทศิ
วางเขม็ ทศิ ในแนวระนาบ ปลายเข็มทศิ ข้างหน่งึ จะชีไ้ ปทางทิศเหนอื คอ่ ย ๆ หมนุ หน้าปัดของเขม็ ทศิ ให้
ตำแหน่งตวั เลขหรืออักษรทบ่ี อกทิศเหนือบนหนา้ ปัดตรงกบั ปลายเหนอื ของ เขม็ ทศิ เมื่อปรับเข็มตรงกบั ทศิ เหนือ
แล้วจะสามารถอ่านทศิ ต่าง ๆ ได้อย่างถูกตอ้ งจากหนา้ ปดั เข็มทศิ
31
ลูกเสือสามารถนำเขม็ ทศิ ไปใชใ้ นกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น การเดินทางไกล การสำรวจป่า การผจญภยั การสำรวจ
และการเยือนสถานท่ี เปน็ ต้น
เมือ่ เร่มิ ออกเดินทางลูกเสอื ควรหาทิศทจี่ ะมุ่งหนา้ ไปใหท้ ราบกอ่ นว่าเป็นทิศใด เมอ่ื เกดิ หลงทิศหรอื หลง
ทางจะสามารถหาทิศทางต่าง ๆ จากเข็มทศิ ได้
ตวั อย่าง กรณบี อกมุมอะซิมทุ มาให้และตอ้ งการรูว้ ่าจะต้องเดนิ ทางไปทิศทางใด
สมมติว่ามุมอะซมิ ทุ 60 องศา
1. วางเข็มทิศในแนวระดับให้เขม็ แม่เหลก็ หมุนไปมาได้อสิ ระ
2. หมนุ กรอบหนา้ ปดั ของตลบั เขม็ ทิศให้เลข 60 อยตู่ รงขดี ตำแหนง่ ต้งั มมุ
3. หนั ตัวเข็มทศิ ทัง้ ฐานไปจนกวา่ เข็มแม่เหล็กสีแดงภายในตลับเข็มทิศชี้ตรงกับ อกั ษร N บนกรอบหน้าปัด
ทับสนิทกับเครือ่ งหมายหวั ลูกศรทพ่ี มิ พ์ไว้
4. เม่ือลูกศรชี้ทศิ ทางชไ้ี ปทิศใด ให้เดนิ ไปตามทิศทางน้ัน โดยเลง็ หาจุดเด่นทอี่ ยู่ ในแนวลูกศรช้ีทศิ ทางเปน็
หลกั แล้วเดินตรงไปยังสงิ่ นน้ั
กรณีทีจ่ ะหาคา่ ของมุมอะซิมทุ จากตำบลทเ่ี รายนื อยู่ ไปยังตำบลท่เี ราจะเดินทางไป
1. วางเขม็ ทศิ ในแนวระดบั ให้เข็มแม่เหล็กหมุนไปมาไดอ้ ิสระ
2. หนั ลกู ศรชที้ ิศทางไปยงั จุดหรอื ตำแหนง่ ทเี่ ราจะเดินทางไป
3. หมนุ กรอบหนา้ ปดั เขม็ ทศิ ไปจนกวา่ อกั ษร N บนกรอบหน้าปัดอยตู่ รงปลาย เข็มแมเ่ หล็กสีแดงในตลับเข็ม
ทศิ
4. ตัวเลขบนกรอบหนา้ ปัดจะอยตู่ รงชต้ี ำแหน่งสำหรับตั้งมมุ และอา่ นค่ามมุ คอื คา่ ของมมุ ท่ีเราต้องการทราบ
การวดั ทิศทางบนแผนท่โี ดยการใชเ้ ข็มทศิ
1. อันดบั แรกต้องวางแผนทีใ่ หถ้ ูกทศิ
2. ใช้ดนิ สอลากเส้นตรงจากจุดท่ีเราอยู่บนแผนท่ี (จดุ A) ไปยังจดุ ทจี่ ะต้องเดินทางไป (คือจุด B)
3. วางขอบฐานดา้ นยาวของเขม็ ทิศขนานพอดีกบั เส้นตรงท่ีใช้ดินสอลากไว้ (แนว เส้น A - B) โดยให้ลกู ศรช้ี
ทิศทางช้ไี ปทางจุด B ดว้ ย
4. หมนุ ตวั เรือนเขม็ ทศิ บนเขม็ ทิศไปจนกว่าปลายเข็มแมเ่ หลก็ สีแดงตรงกับตัวอกั ษร N บนกรอบตวั เรอื นเข็ม
ทศิ
5. ตัวเลขทอ่ี ยู่ตรงขดี ตำแหน่งตั้งมมุ และอ่านค่ามุม คือมุมทีเ่ ราจะตอ้ งเดนิ ทางไป
(ในภาพคอื มมุ 60 องศา)
32
ขอ้ ควรระวังในการใช้เขม็ ทิศ
1. จบั ถือดว้ ยความระมัดระวัง เพราะหนา้ ปัดและเข็มบอบบาง อ่อนไหวง่าย
2. อย่าใหต้ ก แรงกระเทอื นทำให้เสียได้
3. ไมค่ วรอ่านเข็มทิศใกล้ล่งิ ทเ่ี ปน็ แมเ่ หลก็ หรอื วงจรไฟฟา้
4. อย่าให้เปียกนํ้าจนข้นึ สนิม
5. อยา่ ใหใ้ กล้ความรอ้ นเขม็ ทิศจะบิดงอ
กิจกรมเดนิ ทางไกล
ฐานที่ 1 ประวตั ศิ าสตร์ชาติไทยและบุญคณุ พระมหากษตั รยิ ์ไทย
ฐานที่ 2 หลกั ธรรมในการดำเนินชวี ิต
ฐานที่ 3 กิจกรรม ดม ดูจำ
ฐานท่ี 4 กจิ กรรมคลำสมั ผัส
ฐานท่ี 5 กจิ กรรมวัดใจ
ฐานบกุ เบิก การสร้างหอคอยดดู าว
33
บทท่ี 3
วธิ กี ารดำเนินงาน
กิจกรรมหลกั วตั ถปุ ระสงค์ เป้าหมาย/ พนื้ ท่ี ระยะ งบประมาณ
เวลา
กล่มุ เป้าหมาย ดำเนนิ การ
1.วางแผนการ เพื่อจดั กจิ กรรมให้เป็นไปตาม บุคลากร 21 คน กศน.อำเภอ เดอื นธันวาคม
ดำเนินงานรว่ มกบั วัตถปุ ระสงคโ์ ครงการทต่ี ้งั ไว้
บุคลากร สวรรคโลก 2562
2.สำรวจกลุ่มเปา้ หมาย
เพื่อประชาสัมพันธใ์ หน้ ักศกึ ษา บุคลากรจำนวน กศน.อำเภอ เดอื นธันวาคม
3. เสนอโครงการ/วาง เข้าร่วมโครงการลูกเสอื วสิ ามญั 21 คน
แผนการดำเนินงาน ตา้ นภยั ยาเสพตดิ สวรรคโลก 2562
นักศกึ ษาจำนวน
4.กิจกรรม เพอ่ื ขอสนบั สนุนงบประมาณใน 50 คน กศน.อำเภอ เดือนธนั วาคม
4.1 พิธที างลูกเสอื การดำเนนิ งานโครงการลูกเสอื
4.2 อบรมเนอื้ วิสามัญต้านภยั ยาเสพติด บุคลากรจำนวน สวรรคโลก 2562
สาระสำคัญของลูกเสือ 21 คน
และกจิ กรรมชาวค่าย
4.3 กิจกรรมลูกเสอื กับ นักศึกษาจำนวน
การป้องกันยาเสพติด 50 คน
4.4 กจิ กรรมการพฒั นา
ชุมชนและสรุปผลการ -เปน็ แนวทางในการทำงานของ บุคลากรจำนวน อทุ ยาน 22-24 67,080
ดำเนินงาน ลกู เสือสามญั วิสามัญ 21 คน แหง่ ชาติ มกราคม 2563 67,080
5. ติดตามผลการ -เพ่ือให้นักศกึ ษาไดเ้ รียนรกู้ าร ศรสี ชั นาลัย
ดำเนินงาน ตา้ นภัยยาเสพตดิ เพื่อนำมาปรบั นกั ศึกษาจำนวน จังหวดั สุโขทยั
ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน 50 คน
6. สรปุ ผลและรายงาน -เพื่อให้นกั ศึกษาได้บำเพ็ญตนให้
ผล เปน็ ประโยชน์ และชว่ ยเหลือ
ผ้อู ่ืนและ—เพ่อื ทราบถึงปญั หา
และแนวทางแกไ้ ข
เพื่อประเมนิ ผลการดำเนินงาน บุคลากรจำนวน กศน.อำเภอ เดือน กุมภาพันธ์
การจัดกจิ กรรใหเ้ ปน็ ไปตาม 21 คน สวรรคโลก 2563
วตั ถุประสงค์
- ครู กศน. กศน.อำเภอ เดอื น กมุ ภาพันธ์
สรุปผลและประเมนิ ผลการจดั
กิจกรรมตามโครงการและสรุป สวรรคโลก 2563
เป็นรปู เลม่
รวมเป็นเงนิ
34
7. วงเงินงบประมาณทั้งโครงการ
ใช้เงนิ งบประมาณ งบ ………………………………….รหสั .................................................................................
เปน็ จำนวนเงินทั้งส้ิน จำนวน 67,080 บาท (หกหมนื่ เจด็ พันแปดสิบบาท) เพือ่ เปน็ คา่ ใช้จา่ ยในโครงการดงั
รายละเอยี ดตอ่ ไปน้ี
1.หมวดคา่ ใชส้ อย
- คา่ วัสดุดำเนินการตามโครงการ เป็นเงิน 5,000 บาท
- ค่าบำรงุ สถานท่ี 3 วนั x1000 บาท เปน็ เงิน 3,000 บาท
- ค่าธรรมเนยี มเขา้ บุคลากรและนกั ศึกษารวม 71 คนx20 บาท เปน็ เงนิ 1,420 บาท
- ค่าอาหาร รวม 71 คนx7 ม้ือx70 บาท เปน็ เงนิ 34790 บาท
- คา่ อาหารว่างและเครอื่ งดมื่ รวม 71 คนx6 ม้ือx20 บาท เป็นเงนิ 8520 บาท
-คา่ ธรรมเนยี มรถยนต์เขา้ อุทยาน เป็นเงนิ 200 บาท
- คา่ จา้ งเหมารถยนตโ์ ดยสารไม่ประจำทาง 1 คัน(ไปส่งและรบั กลับ)
เป็นเงนิ 8,400 บาท
- ค่าประกันอุบัติเหตุนักศึกษารวม 50 คน x25 บาท เป็นเงนิ 1,250 บาท
-คา่ เชา่ เต๊นท์ 10 หลัง x2 วันx225 บาท เป็นเงนิ 4,500 บาท
รวมเป็นเงนิ 67,080 บาท (หกหม่ืนเจ็ดพนั แปดสบิ บาท)
หมายเหตุ ค่าใชจ้ ่ายขอถัวจ่ายตามท่ีจา่ ยจริง
8. แผนการใช้จ่ายงบประมาณ ไตรมาสท่ี 1 แผนการใชจ้ า่ ยเงิน ไตรมาสท่ี 4
- ไตรมาสท่ี 2 ไตรมาสท่ี 3 -
กจิ กรรมหลกั - -
--
1.พิธีทางลูกเสือ - -- -
2.อบรมเน้อื หาสาระสำคัญทาวงลกู เสอื และกิจกรรม - -
ชาวค่าย - 67,080 บาท - -
3.กิจกรรมค่ายลูกเสอื กบั การตา้ นภัยยาเสพติด - -
4.กิจกรรมการพฒั นาชุมชน - -
5.สรุปผลการดำเนินงาน
9. ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ
นายสมเกียรติ ใจหนกั ครู ศรช.
ครู กศน. ตำบล 14 ตำบล
10. เครือขา่ ย
1. อทุ ยานแหง่ ชาตศิ รีสัขนาลัย จังหวดั สโุ ขทยั
2. สำนักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจังหวัดสุโขทยั
35
11. โครงการท่เี กีย่ วข้อง
1. โครงการคณุ ธรรมนำความรูส้ ู่ชมุ ชน
2. โครงการพฒั นาผูเ้ รียน กศน.
3. โครงการลูกเสือต้านยาเสพติด
12. ผลลัพธ์ (Outcomes)
- ผู้รบั บรกิ ารมีผลสมั ฤทธิ์ตรงตามวตั ถุประสงค์ของโครงการ มคี วามพึงพอใจต่อการจดั กิจกรรมอยูใ่ นระดบั
ดี ข้นึ ไป
- ผลประโยชนจ์ ากผลผลิต (Outputs) ผู้เรียนได้รบั ความรคู้ วามเขา้ ใจ สามารถช่วยเหลือคนในครอบครวั
ชมุ ชนและมบี ทบาทในการบำเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนตนเอง
13. ดัชนตี วั ชี้วัดผลสำเรจ็ ของโครงการ
13.1 ผลผลิต (Outputs)
- ร้อยละ 80 ของผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมผ่านการประเมนิ ทกั ษะตามหลกั สตู รได้
13.2 ผลลัพธ์ (Outcomes)
- รอ้ ยละ 80 ของผรู้ บั บริการมีผลสมั ฤทธต์ิ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ
- ร้อยละ 80 ของผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมมคี วามพึงพอใจต่อการจดั กจิ กรรมอยใู่ นระดับ ดี ขน้ึ ไป
14. ผลทีค่ าดว่าจะไดร้ บั
เยาวชนนกั ศกึ ษา กศน. มีความรูม้ ีทักษะในการดำรงชีวิต สามารถช่วยเหลอื คนในครอบครัวชมุ ชนและมี
บทบาทในการบำเพ็ญประโยชนต์ อ่ ชุมชนตนเอง
36
บทที่ 4
ผลการดำเนินงาน
โครงการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน การอบรมลกู เสอื วิสามัญตา้ นภยั ยาเสพตดิ
❖ ผู้เขา้ รับการท้ังสิน้ จำนวน 40 คน ชาย 34 คน หญงิ 6 คน
❖ อายรุ ะหวา่ ง 16-20 ปี จำนวน 30 คน อายรุ ะหวา่ ง 21-25 ปี จำนวน 10 คน
กจิ กรรม วนั ท่ี 22 มกราคม 2564
- รับลงทะเบยี นเวลา 07.30 – 08.30 น.
- เรมิ่ กจิ กรรมเวลา 08.30 - 9.00 น.
➢ ฝ่ายนนั ทนาการใหผ้ ู้เข้ารว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการแบง่ กล่มุ
➢ นัดหมายการรว่ มกจิ กรรมระหวา่ งวันที่ 22 – 24
สรา้ งขอ้ ตกลงรว่ มกันระหว่างการอยคู่ า่ ย
1. ไมท่ ะเลาะววิ าท
2. มีความสามัคคี
3. ไมล่ ักขโมยของผู้อืน่
4. ท้ิงขยะให้เป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย
5. ไมย่ ุ่งเกีย่ วกบั ยาเสพติดทุกชนิด
6. ไมเ่ ลน่ การพนันทกุ ชนดิ
7. ไมร่ บกวนผอู้ ่ืน
8. หา้ มมีเรื่องชูส้ าว
9. ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง
10. เชื่อฟงั คำสั่งของครอู าจารย์
11. ปดิ เสียงโทรศัพท์ขณะอบรม (ต้งั ระบบสน่ั )
12. หา้ มออกนอกบรเิ วณค่ายก่อนไดร้ ับอนุญาต
37
➢ พธิ ีเปิดกองลูกเสือ / พิธีลอดซมุ้
➢ ประวัตคิ วามเปน็ มาลูกเสือไทย
➢ ฐานที่ 1 อุบัตกิ ารณ์ลกู เสอื
➢ ฐานที่ 2 พระบดิ าลกู เสอื
38
➢ ฐานที่ 3 กจิ การลูกเสอื
➢ ฐานที่ 4 คำปฎญิ าณลกู เสือ
➢ ฐานที่ 5 กฎของลกู เสอื
➢ ชวี ติ ชาวค่าย 39
➢ ฐานที่ 1 เครื่องมือ
ฐานที่ 2 สุขาภบิ าล
➢ ฐานท่ี 3 เคร่ืองครวั ฐานท่ี 4 เตา
➢ ฐานท่ี 5 เต้นท์ ฐานท่ี 6 รวม
40
➢ เตรียมทพ่ี ักแรมและตกแต่งคาย
➢ ทกั ษะลกู เสือ
➢ ฐานที่ 1 การปฐมพยาบาล
➢ ฐานที่ 2 การเคลื่อนย้ายผปู้ ว่ ย
41
➢ ฐานที่ 3 เงอ่ื นผูกสายธนผู ูกทแยง
➢ ฐานที่ 4 เงอื่ นผูกซุงกระหวดั ไม้
➢ ฐานที่ 5 เงื่อนตะกดุ เบ็ด ผกู กากบาท ผูกประกบ 2 และ 3
42
วันที่ 23 มกราคม 2564
➢ ลกู เสือต้ายภยั ยาเสพติด
➢ แผนท่ีและเข็มทิศ
➢ กิจกรรมเดินทางไกล
➢ ฐานท่ี 1 ประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทยและบญุ คุณของพระมหากษตั ริยไ์ ทย
➢ ฐานที่ 2 หลกั ธรรมในการดำเนินชวี ติ
➢ ฐานที่ 3 กิจกรรม ดม ดู จำ
➢ ฐานที่ 4 กิจกรรม คลำ สมั ผัส
➢ ฐานที่ 5 กิจกรรม วดั ใจ
➢ กจิ กรรมรอบกองไฟ
43
วนั ท่ี 24 มกราคม 2564
➢ ฐานบุกเบิก หอคอยดดู าว
➢ พิธปี ิดค่าย
44
บทที่ 5
สรปุ /ประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน
สรุปความพึงพอใจ จากแบบประเมินผลความพงึ พอใจ
รายงานผลการจัดความพึงพอใจของผู้รับบริการ ดำเนนิ การจดั กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน โครงการพฒั นา
คุณภาพผู้เรียน การอบรมลกู เสอื วสิ ามัญตา้ นภัยยาเสพตดิ ปีงบประมาณ 2564 ระหวา่ งวันท่ี 22 – 24
มกราคม 2564 ณ. อทุ ยานแห่งชาติศรสี ชั นาลยั ต.บ้านแกง่ อ.ศรีสัชนาลยั จ.สโุ ขทยั เพอื่ ประเมินความ
พงึ พอใจและความคิดเหน็ ของผู้เรยี นทเ่ี ข้าร่วมโครงการดงั กลา่ วซ่ึงมีความพึงพอใจ ต่อการให้บริการในด้าน
1. หลักสูตร
2. การจัดกจิ กรรมหรอื การเรียนรู้
3. วิทยากรหรือผู้สอน
4. สื่อและวัสดอุ ุปกรณ์
5. ผลท่ีได้รบั จากการเรียนรหู้ รือการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
6. ความพงึ พอใจต่อการใหบ้ ริการของผู้จดั การเรียนรู้
เกณฑ์การตอบแบบสอบถามความพึงพอใจในการรับบริการมี 5 ระดบั
นำผลการประเมินด้านความพงึ พอใจ จากแบบประเมินความพงึ พอใจตอ่ กจิ กรรมการอบรมตาม
โครงการนำไปเปรยี บเทียบกบั เกณฑร์ ะดบั คุณภาพความพงึ พอใจ มากท่ีสุด มาก ปานกลาง น้อย นอ้ ยที่สดุ
โดยเทียบเกณฑด์ งั น้ี
ค่าเฉลี่ย 4.21 – 5.00 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจมากท่ีสดุ เป็นลำดับ 1
คา่ เฉล่ยี 3.41 – 4.20 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมาก เป็นลำดับ 2
ค่าเฉล่ีย 2.61 – 3.40 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจปานกลาง เปน็ ลำดับ 3
คา่ เฉลีย่ 1.81 – 2.60 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจน้อย เปน็ ลำดบั 4
คา่ เฉลี่ย 1.00 – 1.80 หมายถึง มีความพึงพอใจนอ้ ยทีส่ ดุ หรอื ไมม่ ีเลย เปน็ ลำดบั 5
45
แบบสรุปผล ความพึงพอใจการรับบรกิ าร
ระดับการประเมนิ / คา่ คะแนน (n =40 คน)
ท่ี รายการ ดีมาก ดี ปาน พอใช้(2) ปรบั ปรงุ x/n X
(5) (4) กลาง (1)
(3)
ดา้ นหลกั สตู ร
1 กิจกรรมทีจ่ ดั สอดคล้องกบั วัตถุประสงค์ของ 40 200/40 5.00
หลักสูตร
2 เน้อื หาของหลกั สูตรตรงกับความต้องการของ 38 2 198/40 4.95
ผู้รับบรกิ าร
3 ผู้รับบริการมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็นต่อ 40 200/40 5.00
การจัดทำหลกั สตู ร 4.98
ด้านการจดั กิจกรรมหรอื การเรียนรู้ เฉลยี่ รวม
เฉล่ียรวม
4 จดั กจิ กรรมสอดคลอ้ งกบั ผ้เู รยี น 40 เฉลยี่ รวม 200/40 5.00
39 199/40 4.97
5 จดั กจิ กรรมเป็นไปตามลำดบั ขัน้ ตอน 39 1 199/40 4.97
40 1
6 จดั กิจกรรมจากง่ายไปยาก 200/40 5.00
40 1
7 กจิ กรรมส่งเสริมให้ผเู้ รียนมคี วามรู้ ความเข้าใจหรอื
มที กั ษะตามจุดประสงคข์ องหลกั สูตร 39
8 มกี ารวดั และประเมินผลตามจุดประสงค์ของ 200/40 5.00
หลกั สูตร
9 นำผลการประเมินมาปรบั ปรุงการจัดกิจกรรมและ 199/40 4.97
ปรบั หลกั สูตร 4.98
ดา้ นวิทยากรหรอื ผสู้ อน
10 เปน็ ผู้มคี วามรู้และความชำนาญในเร่ืองที่สอน 39 1 199/40 4.97
40 200/40 5.00
11 มีการเตรียมตัวและมีความพรอ้ มในการสอนหรือจัด 40 200/40 5.00
กจิ กรรม 40 200/40 5.00
4.99
12 ถา่ ยทอดความรไู้ ด้ชดั เจนเขา้ ใจงา่ ย
13 เอาใจใส่และสงั เกตการเรียนรขู้ องผเู้ รียนและให้
ความชว่ ยเหลอื จนผู้เรียนเข้าใจหรอื ปฏิบัตไิ ด้
46
ระดับการประเมิน / คา่ คะแนน (n =40 คน)
ที่ รายการ ดีมาก ดี ปาน พอใช(้ 2) ปรบั ปรงุ x/n
(5) (4) กลาง (1)
(3) X
ด้านสื่อวัสดุอุปกรณ์
14 ส่ือและวัสดุอุปกรณ์มีความทันสมยั 40 200/40 5.00
15 สอ่ื และวัสดุอุปกรณม์ จี ำนวนเพยี งพอต่อผเู้ รยี น 40 200/40 5.00
16 มสี อ่ื และวสั ดุอปุ กรณ์สอดคลอ้ งกับขน้ั ตอนการ 39 1 199/40 4.97
จดั กจิ กรรมหรือการเรียนรู้
17 มีแหลง่ เรียนรตู้ อบสนองตอ่ การจัดกิจกรรมการ 40 200/40 5.00
เรียนรู้
18 แหล่งเรยี นรู้ท่ตี อบสนองและบรรยากาศที่เอื้อ 40 200/40 5.00
ต่อการเรียนรู้
เฉล่ียรวม 4.99
ผลทไี่ ดร้ บั จากการเรยี นรู้หรือการเขา้ รว่ ม
กิจกรรม
19 ความรแู้ ละความสามารถทีไ่ ดร้ ับจากการเรยี นรู้ 40 200/40 5.00
หรอื เข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้
20 ความม่นั ใจในการนำผลทไ่ี ดร้ ับจากการเรียนรู้ 40 200/40 5.00
ไปประยกุ ต์ใช้
21 ความเช่ือม่นั ตอ่ ความสามารถของสถานศึกษา 40 200/40 5.00
ในการจดั กจิ กรรม
22 ความพึงพอใจตอ่ การรบั บรกิ ารหรอื เขา้ ร่วม 40 200/40 5.00
กิจกรรม
เฉลีย่ รวม 5.00
ความพงึ พอใจต่อการให้บริการของผู้จดั การ 40 200/40 5.00
เรยี นรู้
23 เจ้าหนา้ ทใ่ี หบ้ รกิ ารด้วยความเต็มใจ
24 สถานศึกษามขี ัน้ ตอนการบริการทีร่ วดเรว็ 40 200/40 5.00
25 เจา้ หน้าทใี่ หข้ ้อมูลรายละเอียดตา่ งๆชัดเจน 40 200/40 5.00
26 เจ้าหนา้ ที่ติดตอ่ ประสานงานจนได้รับผลเปน็ ท่ี 40 200/40 5.00
พอใจ