42 ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายปัจจุบัน แบ่งออกได้ 4 ประเภท ก. ป่าสงวนแห่งชาติ ข. อุทยานแห่งชาติ ค. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ง. เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ก. ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติคือป่าที่พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองป่า พ.ศ. 2481 ประกาศว่าเป็นป่าสงวนและป่า คุ้มครอง ส่วนป่าสงวน อีกกรณีหนึ่งเป็นป่าซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฏกระทรวง ให้เป็นป่าสงวน แห่งชาติโดยพิจารณาจากความจำเป็นเพื่อการรักษาสภาพป่าไม้ของป่าหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น และในกฎ กระทรวง ดังกล่าวจะต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตของป่าสงวนไว้ด้วย อีกทั้งเมื่อประกาศแล้ว ต้องปิดประกาศสำเนากฎกระทรวงไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และในหมู่บ้านในเขตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนทราบ การประกาศพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาตินั้น มีข้อห้ามว่าต้องไม่เป็น ที่ดินของเอกชนที่มีสิทธิครอบครองอยู่แล้วก่อนที่จะ มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นที่รกร้างว่างเปล่า หรือเป็นที่ที่อยู่ในความครอบครองของรัฐหรือ ทบวงการเมือง เป็นที่น่าสังเกตว่า ในปัจจุบันชาวบ้านบางหมู่บ้านทำกินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและมีปัญหาพิพาท ว่าตนเคย อาศัยอยู่ในบริเวณ ดังกล่าวโดยชอบก่อนที่จะประกาศว่าเขตนั้นเป็นเขตป่าสงวนซึ่งในกรณีนี้เป็นปัญหาที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ ว่าเป็นความจริงเช่นไร ซึ่งถ้าเป็นความจริงอาจเป็นเพราะข้อบกพร่องในช่วงการสำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสำรวจได้ครบ ทุกพื้นที่ได้จึงประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติทับที่ของราษฎรซึ่งทางแก้ก็จะต้องเพิกถอนเขตดังกล่าวออกจากเขตป่าสงวน แห่งชาติแต่ถ้าไม่เป็นความจริงราษฎรหมู่บ้านนั้นจะต้องอพยพออกจากพื้นที่ป่าสงวนดังกล่าวเว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับ สิทธิทำกินตามพระราชบัญญัตินี้ แนวคิดในการอนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติคือการสงวนและรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรป่าไม้เพื่อประโยชน์ในด้านการพัฒนา เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นป่าสงวนไว้เพื่อใช้ประโยชน์จากป่าในเชิงเศรษฐกิจ และนำผลประโยชน์จาก ป่าไม้มาเพื่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีการใช้ประโยชน์นานที่สุดจนถึงลูกหลาน ดังนั้น กฎหมายจึงมีทั้งการห้าม มิให้บุกรุก หรือหาของป่า หรือเข้าไปก่อสร้างในเขตป่าสงวน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ป่าดังกล่าวในเขตที่เรียกว่าป่าเสื่อมโทรมทางกรม ป่าไม้ก็อาจอนุญาตให้ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินเข้าทำกินได้โดยไม่สามารถถือเอากรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองได้หรืออาจจะ ให้เอกชนเข้ามาปลูกป่าทดแทนได้เพื่อพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้ดีขึ้นนอกจากนี้การศึกษาทางวิชาการอันจะนำไปสู่การพัฒนา ทางระบบนิเวศน์หรือการพัฒนาพันธุ์พืช เจ้าพนักงานป่าไม้มีสิทธิอนุญาตให้บุคคลเข้าไปในป่าเพื่อศึกษาได้ ข. อุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ คือ ที่ดินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้โดยเห็นว่าที่ดินดังกล่าวมีสภาพธรรมชาติเป็นที่น่าจะรักษาให้คงสภาพไว้เพื่อประโยชน์แก่การศึกษา และเพื่อการรื่นรมย์ของประชาชนหลักการในการอนุรักษ์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติคือ การสงวน รักษาสภาพของป่าไว้ เพื่อ รักษาความสมดุลของระบบนิเวศและรักษาสภาพความกลมกลืนของธรรมชาติทั้งป่าไม้ ดิน น้ำ สัตว์ป่า นอกจากนี้ยังเปิด โอกาสให้ประชาชนเข้าไปศึกษาและนันทนาการถึงความสวยงามของธรรมชาติอีกด้วย ดังนั้นหลักในการจัดการอุทยาน แห่งชาติก็คือการรักษาและฟื้นฟูสภาพป่าและสิ่งมีชีวิตในป่าไว้ตามธรรมชาติและเปิดพื้นที่บางส่วนเพื่อให้ประชาชนเข้าไปชม ความงามของธรรมชาตินั้นด้วยเหตุนี้กฎหมายจึงอนุญาตให้ประชาชนเข้าไปในเขตดังกล่าวได้แต่ต้องปฏิบัติตนมิให้เป็นการ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติหรือกระทบต่อความ เป็นอยู่ของสัตว์ป่า
43 ข้อห้ามตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ได้แก่ 1. ยึดถือ ครอบครอง แผ้วถาง เผาป่า ก่อสร้าง ในเขตอุทยานแห่งชาติ 2. เก็บหาของป่า หรือนำของป่าออกไป หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งยางไม้ ไม้ น้ำมันยาง น้ำมันสน แร่ และ ทรัพยากรธรรมชาติ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต 3. นำสัตว์ป่าออกไป หรือทำอันตรายแก่สัตว์ หรือดิน หิน กรวดหรือทราย 4. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของทางน้ำ หรือทำให้ทางน้ำเหือด แห้งหรือท่วม 5. เก็บหรือทำอันตรายต่อดอกไม้ ใบไม้ หรือผลไม้ 6. นำสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์พาหนะเข้ามา นำยานพาหนะหรืออากาศยานเข้ามา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน หรือปล่อยปศุสัตว์เข้ามา 7. ทิ้งขยะมูลฝอย 8. ยิงปืน ทำให้เกิดระเบิด นำเชื้อเพลิงที่อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ ส่งเสียงอื้อฉาว 9. นำเครื่องมือล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้ามา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ โทษทางอาญา ที่กำหนดไว้จะมีโทษจำคุกสูงสุดคือ จำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในการ กระทำที่ ฝ่าฝืนใน 1, 2, 3, 4 ส่วนในกรณีอื่นก็มีโทษต่ำกว่า แต่เฉพาะการเก็บหาของป่า ซึ่งเป็นสัตว์และทรัพย์สินที่มีราคา เล็กน้อย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ จะเป็นการเก็บหาของป่าตามวิถีชีวิตของชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในเขตใกล้เคียงกับเขตอุทยานแห่งชาติ โทษที่ฝ่าฝืนจะลดลงเหลือเพียงโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาทอย่างไรก็ดี กฎหมายยังให้อำนาจศาลที่จะริบเครื่องมือ ยานพาหนะ ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีกด้วย เว้นแต่จะเป็นของผู้อื่นที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ค. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นเขตที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบว่าที่ดิน ในเขตใดที่ควรรักษาไว้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยปลอดภัย เพื่อรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไว้ โดยการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (แต่ที่ดินนั้นจะต้องไม่ เป็นที่ดินของเอกชน) หลักการคุ้มครองพื้นที่ป่าและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้ จะมีการห้ามกิจกรรมของคนที่จะเข้าไปในเขตนี้อย่าง เข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สัมปทาน หรือประทานบัตร เพื่อทำแร่หรือปิโตรเลียม ทั้งนี้ เพราะกฎหมายประสงค์จะให้มี พื้นที่เพื่อการขยายพันธุ์ของสัตว์ป่า จึงพยายามจะอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ไว้ ข้อห้ามที่กำหนดไว้มีดังนี้ 1) ห้ามล่าสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองหรือไม่ และห้ามเก็บหรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่า ยกเว้นการกระทำเพื่อการศึกษาทางวิชาการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมป่าไม้ โดยความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ(พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 36) ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินห้า ปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 53) 2) ห้ามเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นเจ้าพนักงานซึ่งต้อง ทำหน้าที่ในเขตนั้น (พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 37)
44 3) ห้ามยึดถือ ครอบครองที่ดิน หรือตัด โค่น แผ้วถาง เผา หรือทำลายต้นไม้หรือพฤกษาชาติอื่นๆ ห้ามขุดหาแร่ ดิน หิน หรือเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์หรือสัตว์ป่าหรือเปลี่ยนแปลงทางน้ำหรือทำให้น้ำแห้ง น้ำท่วม หรือน้ำเป็นพิษ หรือเป็น อันตรายต่อสัตว์ป่า แต่มีข้อยกเว้นให้ทำได้โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้หรือกรมประมงเพื่อ ประโยชน์ในการบำรุง พันธุ์การศึกษาทางวิชาการ หรือการอำนวยความปลอดภัย หรือการให้ความรู้แก่ประชาชน (พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 38) ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 54) และศาลมีอำนาจ พิพากษาขับไล่ผู้นั้นและบริวารออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและมีอำนาจริบทรัพย์บรรดาเครื่องมือ ยานพาหนะหรือสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่าที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้น (มาตรา 57, 58) ง. เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยที่บางพื้นที่ซึ่งทางราชการไม่ได้ประกาศเป็นเขตป่าสงวน แห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่า การให้ ความคุ้มครองแหล่งต้นน้ำลำธาร หรือระบบนิเวศน์จะไม่อาจทำได้และ อาจจะสายเกินไปที่จะรอให้มีการประกาศ เขตอนุรักษ์ดังกล่าว ดังนั้น พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. 2535 มาตรา 43 ซึ่งให้ อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติเพื่อประกาศให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยประกาศเป็นกฎกระทรวง แต่พื้นที่ดังกล่าว จะต้องเป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำลำธาร หรือมีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติแตกต่างจากที่อื่นๆ หรือระบบนิเวศตามธรรมชาติของ พื้นที่นั้นอาจจะถูกทำลาย หรือถูกกระทบกระเทือนจากการกระทำของคนที่เข้าไปอยู่ในบริเวณนั้นโดยง่าย หรือเป็นพื้นที่อันมี คุณค่าควรแก่การอนุรักษ์แต่ยังไม่มีการประกาศเป็นเขตอนุรักษ์เมื่อได้ประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมแล้ว กฎหมาย กำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในกฎกระทรวงที่ประกาศด้วย เช่น การกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อรักษา สภาพธรรมชาติหรือมิให้กระเทือนต่อระบบนิเวศ หรือห้ามการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทำลายหรือก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อระบบนิเวศซึ่งมาตรการที่กำหนดนี้ ทั้งราษฎรและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องถือปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ในการ อนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (มาตรา 44) การฝ่าฝืนข้อกำหนดในกฎกระทรวงข้างต้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 100) แต่ถ้ามีผู้ใดบุกรุก หรือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย หรือเข้าไปทำอันตรายแก่ทรัพยากรธรรมชาติหรือศิลปกรรม หรือก่อให้เกิดมลพิษในเขตดังกล่าว จะต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 99) 2. การคุ้มครองสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ได้จำแนกสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครองไว้2 ประเภท คือ สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง ก. สัตว์ป่าสงวน มีอยู่ 15 ชนิด ดังนี้ นกเจ้าฟ้าสิรินธร แรด กระซู่ กูปรีควายป่า ละองหรือละมั่ง สมันหรือเนื้อสมัน เลียงผา กวางผา นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเรียน แมวลายหินอ่อน สมเสร็จ เก้งหม้อ พะยูนหรือหมูน้ำ สัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ ป่าที่หายากแล้ว และกำลังจะสูญ พันธุ์ ข. สัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นสัตว์ป่าที่มีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนหลักการคุ้มครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่า คุ้มครองนั้น กฎหมายมุ่งที่จะห้ามการล่าสัตว์ดังกล่าว และการครอบครองสัตว์ป่านั้นไว้เกินประมาณที่กำหนด และห้ามการค้า สัตว์ป่าไม่ว่าสัตว์นั้นจะอยู่ในป่าอนุรักษ์หรือไม่ ทั้งนี้เพราะสัตว์ดังกล่าวควรจะสงวนไว้เพื่อการรักษาความสมดุลแห่งระบบ นิเวศน์ หากให้ล่าได้ก็อาจกลายมาเป็นอาหารหรือถูกฆ่าเพราะกีฬาล่าสัตว์จนสูญพันธุ์ไป
45 การกระทำที่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย ได้แก่ 1. ห้ามล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง (รวมถึงไข่ของสัตว์ป่าด้วย) เช่น การยิงเสือ การเก็บไข่นก กระเรียน เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นการล่า ณ ที่ใด (มาตรา 16) ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดต้องรับโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่ หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 47) อย่างไรก็ดี ถ้าเป็นการยิงสัตว์เพราะความจำเป็น เนื่องจากเสือจะเข้ามากัด หรือ กระทิงจะวิ่งพุ่งเข้าชนบ้าน และได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ ดังนี้ ผู้ยิงนั้นไม่ต้องรับโทษ 2. ห้ามการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามที่กฎหมายอนุญาต และได้รับ อนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นการเพาะพันธุ์ของสวนสัตว์สาธารณะของเอกชนซึ่งได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ (มาตรา 18) 3. ห้ามการครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ดังกล่าว นอกจากจะเป็นสัตว์ป่าที่ได้รับ อนุญาตให้เพาะพันธุ์ ตาม 2. (มาตรา 19) 4. ห้ามการค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากหรือผลิตภัณฑ์ของสัตว์ดังกล่าว เว้นแต่จะเป็นสัตว์ได้รับอนุญาต ตาม 2. (มาตรา 20) 5. ห้ามเก็บ หรือทำอันตรายหรือมีไว้ซึ่งรังของสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองแต่ไม่รวมถึงการเก็บรังนกอีแอ่นที่ผู้ นั้นได้รับอนุญาตตามกฎหมายอากรรังนกอีแอ่น (มาตรา 21) 6. ห้ามนำเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่รัฐมนตรีประกาศ ซากของสัตว์ดังกล่าว เว้นแต่เป็นสัตว์ ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ตาม 2. (มาตรา 23) 7. การนำสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่ เพื่อการค้า ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ หรืออธิบดีกรมประมง (มาตรา 25) 8. ผู้ที่ต้องการประกอบกิจการสวนสัตว์สาธารณะ สามารถยื่นขออนุญาตต่ออธิบดีกรมป่าไม้หรืออธิบดีกรมประมง แล้วแต่กรณีว่าเป็นสัตว์บกหรือสัตว์น้ำ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ผู้รับอนุญาตสามารถเพาะพันธุ์ ครอบครอง สัตว์ป่าสงวนหรือ สัตว์ป่าคุ้มครองได้เพื่อประโยชน์ในกิจการ สวนสัตว์สาธารณะของตน 9. ข้อห้ามในการล่าสัตว์นั้น นอกเหนือจากสัตว์ป่าสงวนหรือ สัตว์ป่าคุ้มครองแล้ว กฎหมายยังกำหนดห้ามล่าสัตว์ใน บางพื้นที่อีกด้วยไม่ว่าสัตว์นั้นจะเป็นสัตว์ชนิดใดเขตดังกล่าวคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติบริเวณวัดหรือ บริเวณที่จัดไว้เพื่อประชาชนใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา (เขตอภัยทาน) เป็นต้น ข้อสังเกต การที่จะรู้ว่าสัตว์ป่าประเภทใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหรือไม่นั้น ต้องดูจากกฎกระทรวง ดังนั้น ผู้ฝ่าฝืน กฎหมายอาจกระทำความผิดโดยไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองก็ได้เพราะประเภทของสัตว์คุ้มครองนั้น มีอยู่หลายร้อยชนิดและมี ชื่อเรียกต่างกันกรณีนี้แนวทางป้องกันควรประกาศชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน กรณีที่สอง การอนุญาตให้มีสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์ไว้ในความครอบครองได้ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากสัตว์ป่าที่ ได้รับอนุญาตนั้น การควบคุมและบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มงวด เพราะเคยมีคนนำสัตว์ออกจากป่าและอ้างว่าเป็นสัตว์ที่ได้จาก การเพาะเลี้ยง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจตราให้เข้มงวดก็จะเป็นช่องทางของผู้ไม่สุจริตที่จะอาศัยประโยชน์จาก ช่องว่าง กฎหมายอันนี้
46 แนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเป็นปรากฏการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย มีผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลก ทั้งยังเกี่ยวโยงถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิด มลพิษต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลเสียโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญเสียสิ่งมีชีวิต หรือนำไปสู่สภาวะที่พืชและสัตว์ บางชนิดสูญพันธุ์ไปได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีการจัดทำแนวทางและวิธีดำเนินการในการป้องกัน ยับยั้ง ชะลอ และขัดขวาง การเกิด ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติโดยแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติสามารถ แบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การป้องกัน การป้องกัน หมายถึง การป้องกันคุ้มครองทรัพยากรที่สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้เอง เพื่อให้มีอัตราในการนำทรัพยากรมา ใช้อยู่ในระดับที่สามารถเกิดขึ้นมาทดแทน ได้ทัน ซึ่งจะช่วยให้มีทรัพยากรนั้นไว้ใช้อย่างยั่งยืนทั้งยังรวมถึงการป้องกัน ทรัพยากรที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่เกิดการลุกลามจนทำให้สภาวะสิ่งแวดล้อมเสีย สมดุลไป การป้องกันนี้อาจทำได้โดยการใช้มาตรการต่าง ๆ ตั้งแต่การใช้กฎหมาย การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และความ เข้าใจแก่ประชาชนในการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อมีทรัพยากรเกิดขึ้นหมุนเวียนสำหรับใช้งานได้อย่างยั่งยืนสืบไป 2. การแก้ไขและฟื้นฟู การแก้ไข หมายถึง การดำเนินการแก้ไขหรือซ่อมแซมทรัพยากรที่ลดลงหรือเสื่อมสลายของสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูหมายถึง การดำเนินการกับทรัพยากรที่ลดลงหรือเสื่อมโทรมให้สามารถฟื้นคืนกลับสู่สภาพ เดิมได้โดยการ ปิดกั้นไม่ให้มีการรบกวนระบบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ระบบสิ่งแวดล้อมมีเวลาในการฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิมสามารถนำกลับมา ใช้ ใหม่ได้อีก เช่น การฟื้นฟูไร่เลื่อนลอย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน เป็นต้น ดังนั้นหากกล่าวโดยรวมแล้ว การแก้ไขและฟื้นฟูจะเป็นขั้นตอนดำเนินการภายหลังจากที่เกิดการเสื่อมหรือ เสียสภาพ ของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการแก้ไขปรับปรุง ตลอดจนการบำบัดฟื้นฟูสภาพของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นและเหมาะสมสำหรับการใช้ประโยชน์ต่อไป 3. การอนุรักษ์ การอนุรักษ์หมายถึง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยความฉลาดและใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิด ประโยชน์ต่อมนุษย์มากที่สุด โดยหลีกเลี่ยงให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด กระบวนการดำเนินการอนุรักษ์อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ต้องครอบคลุมทั้งปัญหาด้านการทำลายสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติจนเกิด ความเสื่อมโทรมรวมถึงปัญหาการก่อมลพิษแก่สิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลกระทบกลับมา สู่ตัว มนุษย์เองด้วย โดยแนวทางในการอนุรักษ์ประกอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ 1. การใช้อย่างยั่งยืน หมายถึง การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปริมาณที่เหมาะสมไม่ มากเกินไป โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และมีของเสียที่เกิดจากการใช้งานน้อยที่สุดหรือไม่มีของเสียเกิดขึ้นเลย การใช้อย่างยั่งยืนนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ทำให้ทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสามารถฟื้นตัวหรือเกิดขึ้นมาใหม่ได้ทันกับความ ต้องการใช้งานมนุษย์
47 2. การเก็บกักทรัพยากร หมายถึง การรวบรวมและการเก็บกักทรัพยากรที่มีแนวโน้มจะเกิดการขาดแคลนใน บางช่วงเวลา ไว้ เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในกิจกรรมที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เชน การเก็บกักทรัพยากรน้ำที่มี มากในฤดูน้ำหลากไว้เพื่อนำมาใช้ในฤดูแล้งที่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งการเก็บกักน้ำมาใช้ในฤดูแล้งจะทำให้สามารถนำน้ำมาใช้ ประโยชน์ได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการใช้น้ำในฤดูน้ำหลากหรือในช่วงที่มีน้ำมาก หรือการเก็บผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ไว้เป็นเสบียงอาหารในช่วงเวลาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยว เป็นต้น 3. การรักษา หมายถึง การดำเนินการกับทรัพยากรที่ลดลงหรือเสื่อมโทรมให้สามารถฟื้นคืนกลับสู่สภาพ เดิมได้ โดยอาศัยวิธีการทางเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้นเข้ามาช่วยดำเนินการ ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย จนทำให้สิ่งแวดล้อมสามารถกับ สู่สภาพเดิมได้อีก เช่น การใช้เทคโนโลยีในการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานให้กลับเป็นน้ำสะอาด เป็นต้น 4. การพัฒนา หมายถึง การพัฒนาปรับปรุงสิ่งที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้น เป็นการเร่งหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ผลผลิตที ดีขึ้น การพัฒนาทรัพยากรจะต้องมีการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาใช้ควบคู่กับกระบวนการ พัฒนาทุกขั้นตอน ทั้งยังรวมถึง การพัฒนาเทคนิควิธีที่ทำให้ใช้ทรัพยากรในปริมาณน้อยแต่ได้ผล ผลิตที่เพิ่มมากขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย 5. การสงวน หมายถึง การเก็บสงวนทรัพยากรไว้ไม่ให้มีการนำมาใช้งาน เนื่องจากทรัพยากรนั้นกำลังจะหมด หรือสูญสิ้นไป ทรัพยากรบางชนิดเมื่อสงวนไปในระยะเวลาหนึ่งแล้วอาจจะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้น จนสามารถนำมากใช้ใหม่ได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลาดังกล่าวอาจมีการอนุญาตให้นำทรัพยากรมาใช้ได้โดยมีกฎเกณฑ์หรือมาตรการต่าง ๆ ควบคุม เช่น การสงวน พันธุ์สัตว์ป่า เป็นต้น 6. การแบ่งเขต หมายถึง การจัดแบ่งกลุ่มหรือประเภทของทรัพยากรเพื่อให้สามารถดำเนินการอนุรักษ์ได้ผลดี ขึ้น การดำเนินการนี้อาจมีการแบ่งพื้นที่ควบคุมเพื่อให้มีสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากร เช่น การจัด พื้นที่เป็นป่าอนุรักษ์หรืออุทยานซึ่งจะทำให้สภาพดิน พืช สัตว์และป่าไม้มีสภาพที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์ ดำรงพันธุ์ และ เจริญเติบโต นอกจากนี้การแบ่งเขตยังช่วยให้สามารถกำหนดมาตรการดำเนินการต่าง ๆ ได้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ด้วย พื้นที่ ที่มีการจัดการแบ่งเขตควบคุม ได้แก่ พื้นที่เขตต้นน้ำ เขตวนอุทยาน อุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวน เขตห้ามล่าและเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่า เป็นต้น
48 คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1.จงบอกเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงบอกแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.จงบอกการกระทำที่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. จงบอกกฎหมายควบคุมการทำไม้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… กิจกรรมท้ายบท
บรรณานุกรม cict.mnre.go.th › กิจกรรม ศทส. › องค์ความรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างฉลาด โดยใช้ให้น้อย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด www.rmuti.ac.th/user/thanyaphak/Web%20EMR/...3/page15_tem.htm การอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งประชาชนในเมือง ในชนบท และผู้ บริหาร ทุกคนควรตระหนัก ถึงความสำคัญของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา เกษมสุข เกษสกุล 2512 การอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำ และอาหารของสัตว์ป่า วนสารกรมป่าไม้ปีที่ 27 ผศ. ทวี ทองสว่าง และทัศนีย์ ทองสว่าง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนิวัตฺ เรืองสว่าง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2546ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ศิริพรต ผลสิทธุ์ (2531 : 196-197) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี : สิ่งแวดล้อมกับเศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย : 2539
คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเนื้อหา 1. นายเชาวฤทธิ์ ศรีเมือง นักวิชาการสุขาภิบาลเทศบาล ผู้เขียน/ผู้เรียบเรียง และบรรณาธิการ 1. นายชนะ เมฆตานี ครูกศน. ตำบล คณะทำงาน 1. นายจิรพงศ์ ผลนาค ผอ.กศน. อำเภอศรีสำโรง 2. นางสาวอุมาพร ชมกลิ่น ครูกศน. ตำบล 3. นายชนะ เมฆตานี ครูกศน. ตำบล 4. นางสาวขวัญนภา ภูทวี ครูกศน. ตำบล 5. นางสาวนันทณา ประทุมพันธ์ ครูกศน. ตำบล 6. นางศรีไพร ปิ่นเกตุ ครูกศน. ตำบล 7. นางสาวกัญฐณา ชัยรัตน์ ครูกศน. ตำบล 8. นายประเสริฐศักดิ์ เดชศรีวิศัลย์ ครูกศน. ตำบล 9. นายทิวา ยี่ทอง ครูกศน. ตำบล 10. นางจตุพร ฮวนพานิช ครูกศน. ตำบล 11. นางบัวแก้ว วงค์ใจฟู พนักงานราชการฯ ผู้พิมพ์ต้นฉบับ นายชนะ เมฆตานี ครู กศน.ตำบล ผู้จัดทำภาพประกอบ/ออกแบบปก นางสาวนงค์นุช บัวเพ็ง ครู กศน.ตำบล