นิทาน ตำ นานหน้าทัพ นิทาน ตำ นานหน้าทัพ จัดทำ โดย นายฟูอาดี เอียดหวัง
ต่อมาได้แยกตัวออกจากพัทลุงมาขึ้นกับเมืองสงขลา มีเจ้าเมืองจะนะชื่อว่าพระมหานุ ภาพปราปสงคราม (อินทร์)น้องชายของเจ้าเมืองพัทลุง (พระยาบังสัน)ซึ่งเป็นมุสลิม และได้สร้างเมืองขึ้นที่บ้านวังดาโตะ (วังโต้ นาทวี )มีที่ว่าการอำ เภออยู่ที่นาทวี นาทับมีประวัติความเป็นมา 200 กว่าปีแล้ว จะนะเดิมเป็นเมืองขึ้นของ พัทลุงมีด้วยกัน 4 หัวเมืองคือ ปะเหลียน เทพา จะนะ และสงขลา
ต่อมาในสมัยเจ้าเมืองจะนะคนที่ 2 หลังเสร็จจากศึกสงครามได้ ย้ายเมืองมาอยู่ที่บ้านป่าละไม ต.ขุนตัดหวายและย้ายมา ทุ่งใหญ่ ต.บ้านนา และได้ย้ายที่ว่าการอำ เภอจากที่นาทวีมาที่ อ.จะนะ และได้เปลี่ยนจากอำ เภอบ้านนาเป็นอำ เภอจะนะ เพราะว่าชื่อบ้านนาไปเหมือนกับชื่อของอำ เภออีกอำ เภอหนึ่งของจังหวัด นครนายก จึงได้เปลี่ยนจาก อ.บ้านนามาเป็น อ.จะนะในปัจจุบัน มีกำ นันคน แรกซึ่งมีศักดิ์เป็นท่านขุนในสมัยนั้น คือท่านขุนสมาน (เกษม หนิโส๊ะ)
และต่อมาในสมัยเจ้าเมืองจะนะคนที่ 5 ได้ย้ายเมืองมาอยู่ที่ป่าชิง และสุดท้าย ก็ได้ย้ายเมืองมาที่ ต.จะโหนง อ.จะนะ เนื่องจาก จะโหนงมีภูมิลำ เนาติดกับ คลองนาทับทำ ให้การเดินทางสะดวก ในสมัยก่อนมีการย้ายเมืองและมีการ เปลี่ยนเจ้าเมืองบ่อยมาก เนื่องจากภาวะสงคราม ในสมัยหนึ่ง ได้มีข้าศึกยกทัพ มาตีเมืองสงขลา เจ้าเมืองสงขลาจึงสั่งให้เจ้าเมืองหนะ ยกทัพไปสกัดข้าศึก เจ้าเมืองหนะจึงได้นำ ไพล่พลออกเดินทางจากเมืองหนะ(จะโหนง) ขี่เรือมาตามลำ คลองนาทับ และได้มาตั้งค่ายพักแรมที่ริมคลองนา ทับ จึงเรียกที่แห่งนี้ว่าหน้าทัพ และเพี้ยนมาเป็นนาทับ จนถึง ปัจจุบัน และเมื่อสมัยสงครามโลกนาทับก็ได้เป็นค่ายที่อยู่ของทหาร ญี่ปุ่นสมัยโบราณอีกด้วย โดยมีหลักฐานจากประวัติศาสตร์มากมาย
ที่ยังหลงเหลืออยู่ ตามประวัติคำ บอกเล่าของคนแก่คนเฒ่าในพื้นที่ เช่นเตาเผาโบราณขนาดใหญ่ และสุสานของเจ้าหญิงเมืองมาลายู (นางสีดอกไม้) กุโบร์ประวัติศาตร์ บ้านท่ายาง กุโบร์เยาะมะ นาทับ เป็นที่ราบชายฝั่งมีคลองนาทับไหลผ่านแยกระหว่างตำ บลเป็น 2 ฝั่ง เชื่อมต่อกันด้วยสะพานท่าคลอง คลองนาทับเป็นคลองน้ำ กร่อย เหมาะสำ หรับการเลี้ยงปลาในกระชัง และการทำ อาชีพ ประมง มีหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่าบ้านคูน้ำ รอบซึ่งเป็นเกาะอยู่กลาง คลองนาทับมีน้ำ คลองนาทับล้อมรอบ อาชีพของคนในเกาะ คือการทำ นา ประมงพื้นบ้าน และการเคี้ยวน้ำ ตาลโตนด
ขอบคุณข้อมูล ประวัตินาทับจาก นาทับโมเดล