รายวิชา การทำผ้ามัดย้อม รหัสวิชา ศ32205 การสร้างลวดลายผ้ามัดย้อม นางบังอร เพ็งรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล
การสร้างลวดลายผ้ามัดย้อม การคิดประดิษฐ์ลายผ้ามัดย้อมขึ้นอยู่กับจินตนาการและการสังเกตของแต่ละบุคคล ซึ่งการมัด แต่ละครั้งหรือแต่ละคน ลายผ้าที่ได้จะไม่เหมือนกันแต่ก็สามารถปรับปรุงหรือออกแบบให้ใกล้เคียง หรือ คล้ายกันได้ ซึ่งการมัดลายแบบพื้นฐานมีอยู่ด้วยหลายแบบดังนี้ 1. การพับแล้วมัด วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายต่อการออกแบบลวดลายเนื่องจากลายที่ได้จะมี ความสมมาตร ทำได้โดยการพับผ้าเป็นรูปต่าง ๆ แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ผลที่ได้จะได้ลวดลายที่มีลักษณะ ลายด้านซ้ายและลายด้านขวาจะมีความใกล้เคียงกัน แต่จะมีสีอ่อนด้านหนึ่งและสีเข้มด้านหนึ่ง เนื่องจากว่า หากด้านใดโดนพับไว้ด้านในสีก็จะซึมเข้าไปน้อย ผลที่ได้ก็คือจะมีสีจางกว่านั่นเอง ภาพแสดงการพับผ้าแบบต่างๆ ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma 1.1. สี่เหลี่ยมผืนผ้า ABCD พับตามรอย XX และ YY จุด O จะเป็นศูนย์กลาง 1.2. ถ้าพับเฉพาะตามรอย YY จะแบ่งผืนผ้าเป็นสองส่วน 1.3. พับ AD ไปพบ YY และพับ BC ไปพบ YY จะได้ขอบผ้าสองด้านพบกันที่เส้นกึ่งกลาง 1.4. พับผ้าตามขวางให้เหลือครึ่งหนึ่ง 1.5. พับผ้าตามขวางให้ขอบผ้าทั้งสองพบกันที่แกน XX 1.6. พับผ้าตามยาวให้เหลือเพียงหนึ่งส่วนในสามส่วน
1.7. พับผ้าตามยาวให้เหลือหนึ่งส่วนในสี่ส่วน ถ้าพับเพิ่มมากขึ้นจะเป็นการจับจีบ 1.8. แบ่งผ้าเป็นสี่ส่วนและพับตามรอยจะเหลือเพียงหนึ่งส่วนในสี่ส่วน 1.9. การแบ่งผ้าที่มีหน้าผ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ในที่นี้จุดศูนย์กลางอยู่ที่จุด O 1.10. พับผ้าให้เป็นสี่ส่วน 1.11. พับผ้าตามแนวทแยงมุมแล้วพับครึ่งอีกครั้ง 1.12. พับผ้าตามข้อ 1.11 แล้วพับจากจุด O มายัง DABC อีกครั้งหนึ่ง การพับแล้วมัดยังมีวิธีการพับอีกหลายรูปแบบ เช่น การพับและจับจีบผ้า ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ ผู้พับต้องกะระยะจากมุมของผ้าด้านใดด้านหนึ่งให้กว้างเท่า ๆ กัน ก่อนที่จะพับผ้าเป็นจีบ หรือจับจีบแบบพัด โดยเริ่มจากมุมใดมุมหนึ่งของผ้าไปจนสุดอีกด้านหนึ่งในแนวทแยง การพับและจับจีบผ้า ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ แบบแรก ผู้พับจะต้องพับผ้าสองทบและพับจากมุมผ้าหรือจับจีบแบบพัด ส่วนแบบที่สอง ผู้พับจะต้องพับผ้าสี่ทบและพับจากมุมผ้าหรือจับจีบเช่นเดียวกับแบบแรก
การพับและทำลวดลายที่ชายผ้า ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้เป็นการทำลวดลายที่ชายผ้าด้วยการพับขอบผ้าแล้วจึงจับจีบหรือพับให้ซ้อนกันจนหมด ชายผ้าแล้วจึงมัดด้วยเชือกหรือยางวง การพับมุมแล้วมัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้เหมาะกับการย้อมผ้าผืนเล็ก ๆ เช่น ผ้าเช็ดหน้า โดยให้พับมุมทั้งสี่ด้านเข้าหากันแล้วมัด ด้วยเชือกโดยรอบ ผลที่ได้จะได้ลวดลายวงกลม โดยจำนวนของวงขึ้นอยู่กับจำนวนของเชือกที่มัดเอาไว้ การพับผ้าตามขวางแล้วมัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ ผู้พับจะต้องพับผ้าตามขวางให้เป็นผืนยาว ๆ แล้วใช้ยางชนิดเส้นใหญ่รัดหัวและท้ายของผ้า ส่วนตรงกลางให้ใช้ยางเส้นเล็ก ผลที่ได้จะได้ลวดลายเป็นแนวตั้งสลับอ่อนเข้มเป็นช่วง ๆ ยาว โดยมีจุดเด่นที่ ลวดลายแนวขวางตามขนาดของยางที่ใช้มัด
การพับแล้วพัน ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ ผู้พับจะต้องพับผ้าตามแนวขวางแล้วมัดด้วยด้ายที่ปลายข้างหนึ่งพันให้มีจำนวนรอบน้อยๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนรอบที่ปลายอีกด้านหนึ่ง เมื่อนำไปย้อมสีด้านที่พันด้วยด้ายจำนวน 16 รอบน้อย ๆ จะได้เส้นที่เล็กกว่า ส่วนด้านที่พันด้วยด้ายจำนวนรอบมาก ๆ จะมีพื้นที่ที่ไม่กินสีใหญ่กว่า 2. การพับแล้วเย็บ วิธีนี้จะคล้ายกับการพับแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการพับผ้าเป็นรูปต่าง ๆ แล้วเย็บเนาด้วยด้าย จากนั้นดึงด้ายให้ตึงแน่นแล้วนำไปย้อม หากใช้ร่วมกับการพับผ้าเป็นสันทบ ผลที่ได้จะได้ลวดลายที่มีลักษณะ ลายด้านซ้ายและลายด้านขวาจะมีความใกล้เคียงกัน โดยมีริ้วเล็ก ๆ แทรกอยู่บนลายจากการเย็บของ เส้นด้ายนั่นเอง การพับและเย็บ ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma ผู้พับพับผ้าเป็นสองชั้นตามขวางแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเย็บเป็นครึ่งวงกลม 2-3 วง ส่วนที่สองเย็บเป็นรูปครึ่งหนึ่งของสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน โดยให้รอยพับของผ้าเป็นแนวทแยง ดึงด้ายให้ตึง แน่น ผลที่ได้จะได้เป็นรูปร่างเต็มของรอยเย็บที่ต้องการ โดยมีรอยขีดเล็ก ๆ คั่นทั่วทั้งรูป
การพับและเย็บด้วยเข็มกลัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma ผู้พับพับผ้าเป็นสองชั้น ใช้ดินสอวาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดครึ่งซีกโดยมีรอยพับของผ้าเป็น เส้นทแยงมุมของรูปแล้วใช้เข็มกลัดเย็บขึ้นลงตามรอยดินสอ จากนั้นใช้เชือกมัดตามรอยที่เย็บจากเข็มกลัด แล้วเลื่อนเข็มกลัดขึ้นไปกลัดด้านบน ทำไปเรื่อย ๆ จนสุด วิธีนี้จะได้รอยสีที่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีพื้นที่กิน สีน้อย ลวดลายคล้ายกังหันลม การพับและเย็บทแยง ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการพับผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยม จับจีบกลับไปมาแล้วเนาตามแนวขวางสามเส้น ดึงให้ ด้ายแน่นตึงแล้วจึงนำไปย้อมจะได้ออกมาเป็นลายเส้นทแยงที่ได้กินสีจากการเย็บแทรกด้วยลายริ้วเล็ก ๆ จากการพับและรูดด้าย
การพับและเย็บเป็นวง ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการพับผ้าครึ่งหนึ่งตามแนวยาวหรือแนวตั้ง จากนั้นพับครึ่งอีกครั้งและพับตามแนว ทแยงจนได้ผ้าเป็นชิ้นสามเหลี่ยม เย็บด้วยด้ายตามมุมทั้งสาม ดึงด้ายให้ตึงแน่นแล้ว พันทับหลาย ๆ รอบ จะได้ออกมาเป็นลายคล้ายลายดอกเบญจมาศที่มีกลีบเล็ก ๆ ซ้อนกันหลาย ๆ กลีบ การพับและเย็บเป็นแนวทแยง ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการพับผ้าครึ่งหนึ่งตามแนวทแยง จากนั้นเย็บตรงสันทบแล้วรูดด้ายให้แน่น แล้วพันหลาย ๆ รอบ จากนั้นมัดปลายที่เหลือทั้งสองปลายเป็นเปลาะ ๆ จะได้ออกมาเป็นลายเส้นตัวหนอน ตรงสันทบผสมกับลายวงตรงมุมผ้า การพับและเย็บมุม ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการพับผ้าครึ่งหนึ่งสองครั้งจนได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ จากนั้นเย็บตามด้านที่ ติดกันสองด้าน รูดด้ายให้ตึงแล้วมัดให้แน่น จากนั้นมัดปลายผ้าที่เหลือเป็นเปลาะ ๆ จะได้ลายเส้นเป็นจุด เล็ก ๆ เรียงกันตามแนวแบ่งครึ่งผืนผ้า ผสมกับลายวงตามมุมผ้า
3. การม้วนแล้วมัด เป็นการนำผ้ามาม้วนเข้ากับแกนกลางหรือม้วนแบบไม่มีแกนก็ได้แล้วมัดให้ได้ตามตำแหน่งที่ ต้องการ วิธีนี้อาจใช้ร่วมกับการพับ เช่น ม้วนก่อนแล้วจึงถอดออกจากแกน นำมาพับ แล้วมัด หรือพับก่อน แล้วนำมาม้วน เสร็จแล้วถอดออกจากแกนมามัดก็ได้เช่นกัน การม้วนแล้วมัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการม้วนผ้าโดยให้ขอบด้านใดด้านหนึ่งเป็นจุดหมุน ม้วนจุดหมดผ้าแล้วจึงนำเชือก หรือยางวงมามัดเป็นเปลาะ โดยเริ่มตั้งแต่จุดหมุนไล่ออกมาด้านนอก เมื่อนำไปย้อมจะได้เป็นลาย ครึ่งวงกลม โดยมีจุดหมุนเป็นวงเล็กที่สุด การม้วนแบบมีแกนกลางแล้วมัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการใช้ไม้ขนาดพอเหมาะมาห่อด้วยผ้าตรงจุดที่ต้องการให้เกิดลวดลาย แล้วมัดด้วย เชือกหรือยางวงให้ได้ขนาดของลายที่ต้องการ จากนั้นนำไปย้อมสีจะได้ออกมาเป็นลวดลายวงกลมโดยมีเส้น แกนของไม้ที่ใช้เป็นลายแทรกทั่วทั้งวง
การพับครึ่งแล้วม้วน ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการพับครึ่งหนึ่งตามแนวตั้งหรือแนวนอน จากนั้นจึงม้วนตามแนวทแยง แล้วนำ เชือก ด้ายหรือยางวง มามัดไว้โดยรอบ แล้วจึงนำไปย้อมลวดลายที่ได้จะมีลักษณะคล้ายลาย ใบไม้ โดยมี รอยพับครึ่งเป็นเส้นแกนกลาง 4. การห่อแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการใช้ผ้าห่อวัตถุต่าง ๆ ไว้แล้วมัดด้วยยางหรือเชือกหรือมัดด้วยวิธีอื่น ๆ ก่อนแล้ว จึงห่อด้วยวัสดุอื่น เช่น ตาข่ายหรือถุงพลาสติกเจาะรู ลายที่เกิดขึ้นจะเป็นลายใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับวัตถุที่ นำมาใช้และลักษณะของการมัด เช่น การนำผ้ามาห่อก้อนหินรูปทรงแปลก ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แล้วมัด ไขว้ไปมาโดยเว้นจังหวะของการมัดให้มีพื้นที่ว่างให้สีซึมเข้าไปได้ อย่างนี้ก็จะมีลายเกิดขึ้นสวยงามแตกต่าง จากการมัดลักษณะวัตถุอื่น ๆ ด้วย การห่อก้อนหินแล้วมัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการนำผ้าไปห่อก้อนหินแล้วขยุ้มให้เป็นลูก ๆ มัดรวบผ้าไว้ด้วยกันด้วยเชือกหรือ ยางวง จะได้ลวดลายวงกลมแบบอิสระและมีลายหินอ่อนบาง ๆ แทรกด้านใน
การห่อด้วยถุงตาข่าย ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้สามารถดัดแปลงทำได้หลายแบบ โดยใช้ถุงชนิดไนล่อนหรือพลาสติกก็ได้แต่ถุงต้องมี ลักษณะเป็นตาข่ายถี่หรือห่างเพื่อให้สีซึมเข้าสู่ตัวผ้า ทำได้โดยการมัดผ้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วนำมาใส่ ในถุงตาข่าย จากนั้นมัดปากถุงให้แน่นโดยอาจใส่ถุงซ้อนกันสองถึงสามชั้นแล้วมัดใหม่หลังการย้อมในแต่ละ ครั้งก็ได้ การห่อด้วยถุงพลาสติก ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้จะคล้ายกับวิธีการห่อด้วยตาข่าย แต่ต่างกันตรงที่เปลี่ยนวัสดุมาใช้ถุงพลาสติกแทนโดย ก่อนที่จะย้อมสีจะต้องใช้เข็มเจาะรูที่ถุงเสียก่อนเพื่อให้สีสามารถซึมผ่านเข้าไปได้ ผู้ย้อมอาจะเลือกใช้ถุงที่ทน ความร้อนสำหรับการย้อมร้อนก็ได้
5. การขยำแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการขยำ หรือรวบผ้าเป็นกระจุกอยางไม่ตั้งใจแล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ผลที่ได้จะ ได้ลวดลายแบบอิสระ เรียกว่าลายสวยแบบบังเอิญ จะทำแบบนี้อีกก็ไม่ได้ลายนี้อีกแล้วเนื่องจากการขยำ แต่ละครั้งเราไม่สามารถควบคุมการทับซ้อนของผ้าได้ ลายที่ได้เป็นลายที่เกิดจากความบังเอิญจริง ๆ เปรียบเทียบเหมือนกับการที่เราเห็นก้อนเมฆ ก้อนเมฆแต่ละก้อนจะมีลักษณะแตกต่างกันและเมื่อผ่านสักครู่ ลายหรือลักษณะของก้อนเมฆก็จะเปลี่ยนไป เราเรียกว่าลายอิสระหรือรูปร่าง รูปทรง อิสระนั่นเอง การพับและหนีบผ้า ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma จับผ้าขึ้นมาเป็นจุด ๆ แล้วมัดด้วยด้ายหรือยางวง ทำซ้ำกันหลาย ๆ จุด เมื่อนำไปย้อมจะได้เป็น ลายวงกลมเล็ก ๆ ที่มีขอบหนาบางตามแต่ความหนาของเชือกที่มัด การขยําแล้วมัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยการจับตรงกลางผืนผ้าขึ้นมากระจุกหนึ่งแล้วมัดด้วยเชือก จากนั้นมัดผ้าเป็นเปลาะ ตามมุมทั้งสี่ของผ้า เมื่อนำไปย้อมจะได้ออกมาเป็นลายวงกลมตรงกลางผืนผ้าโดยรอบวงกลม จะมีลวดลาย แทรกและความหนาที่ไม่เท่ากัน ผสมกับลายเส้นที่มุมทั้งสี่
การรวบผ้าแล้วมัด ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยรวบผ้าตามแนวยาวแล้วใช้เชือกมัดรอบ ๆ ตลอดความยาวของผ้า จะได้ลวดลาย อิสระตามแนวตั้งแทรกกับลายเส้นเล็ก ๆ จากการมัดตามแนวนอน 6. พับแล้วหนีบ กล่าวคือ เป็นการพับผ้าเป็นรูปแบบต่าง ๆ แล้วเอาไม้หนีบ ไม้ไอศกรีม หรือไม้ไผผ่าบาง ๆ หนีบไว้ทั้งสองข้างเหมือนปิ้งปลา ต้องมัดไม้ให้แน่น ภาพที่ออกมาก็จะเป็นรูปต่าง ๆ เช่น รูปดอกไม้ รูปสี่เหลี่ยม เป็นต้น การพับและหนีบผ้า ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ ผู้พับจะต้องพับผ้าตามขวางแล้วม้วนเข้าด้วยกันให้เป็นผืนยาว ๆ ใช้ที่หนีบผ้าหนีบ สลับให้ ห่างเท่า ๆ กัน ผลที่ได้คือส่วนที่ถูกหนีบจะไม่กินสีเป็นช่วง ๆ มีจังหวะเข้มอ่อนตามการม้วนและแรงหนีบของ ไม้หนีบ
การพับและหนีบผ้า ที่มาของภาพ : http://www.elfar.ssru.ac.th/chanoknart_ma วิธีนี้ทำได้โดยพับผ้าตามแนวทแยงมุมแล้วพับอีกครั้งให้ผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วใช้ไม้หนีบผ้า หนีบตามขอบผ้าให้ทั่ว ผลลัพธ์ที่ได้จะได้ลวดลายเป็นรูปวงกลมที่มีความอ่อนเข้มของสีไม่เท่ากัน การมัดย้อม คือ การกันสีไม่ให้เข้าถึงเนื้อผ้าที่ต้องการย้อม โดยวิธีการพับ ม้วน ขยำ หนีบ ห่อ เย็บ หรือผสมหลาย ๆ วิธีรวมกัน แล้วนำมามัดด้วยเชือกหรือยางวง จากนั้นจึงนำไปย้อมด้วยสีเดียวหรือ หลายสีเพื่อให้เกิดเป็นลวดลายที่ต้องการซึ่งแต่ละวิธีการจะให้เอกลักษณ์ของลายที่มีความแตกต่างกัน ผู้ย้อม จึงต้องทำการศึกษา ทดลองวิธีการต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถย้อมออกมาได้เป็นลวดลาย ตามที่ต้องการบนผลิตภัณฑ์