The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการเรียนรู้ บทที่ 5 งานตะไบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somnana2008, 2022-06-02 06:25:50

แผนการเรียนรู้ บทที่ 5 งานตะไบ

แผนการเรียนรู้ บทที่ 5 งานตะไบ

178
พส.7

กรอบการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการเปน็ เรื่อง/ช้นิ งาน/โครงการ
และบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สมรรถนะดา้ นความมเี หตผุ ล สมรรถนะดา้ นความพอประมาณ สมรรถนะดา้ นความมภี มู คิ มุ้ กัน

ใชค้ วามมเี หตผุ ลในการทจ่ี ะ เลือกใช้ตะไบและเครื่องมือ มกี ารวางแผนล่วงหน้าเก่ยี วกับการ
เลือกใช้ตะไบและการ อปุ กรณ์ในการตะไบชนิ้ งาน ตะไบแบบงาน การใช้เครื่องมือ
ตรวจสอบในงานชา่ ง ช่างอตุ สาหกรรมพอประมาณ และตรวจสอบแบบงานตาม
อตุ สาหกรรมได้ตาม ไม่มากเกินไปอยา่ งเหมาะสม มาตรฐานสากล
จุดประสงค์
หนว่ ยท่ี 5 เงอ่ื นไขดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม
เง่อื นไขด้านความรตแู้ ่าลงะๆทักษะ งานตะไบ คา่ นิยม คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์

มคี วามรอบรู้ในการตะไบตามสาระการ สรา้ งความคิดที่ดดี ว้ ยความซ่ือสตั ย์
เรยี นรู้,ทราบวิธีการใชแ้ ละประเภทของ สุจรติ การใชง้ าน,วธิ กี ารเก็บ และ
ตะไบชนดิ ต่างๆ,มีความระมัดระวังใน บา้ รงุ รักษาเคร่อื งมือและตรวจสอบ
การใชง้ าน,วิธีการเกบ็ และบ้ารงุ รกั ษา ตามมาตรฐานสากล ไมเ่ อา-รดั เอา
เครอ่ื งมือตามมาตรฐาน เปรยี บผู้รว่ มงาน และไม่ฉอ้ โกง

ตามจรรยาบรรณวชิ าชพี

ผลกระทบเพ่ือความสมดุล พร้อมรบั การเปลี่ยนแปลง

ด้านสังคม ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นวฒั นธรรม ด้านส่ิงแวดลอ้ ม

มีจติ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน สามารถปฏิบตั ิงานทไี่ ด้รับ การมนี ้าใจ มคี ณุ ธรรม ดแู ลรกั ษาส่ิงแวดลอ้ มในขณะ
,สังคมชมุ ชนตา่ งๆได้มากข้ึน
มอบหมายโดยใชท้ รัพยากรอย่าง จริยธรรมรจู้ กั ช่วยเหลือผอู้ น่ื และ ปฏบิ ัติงานอย่างตอ่ เน่อื งไมใ่ ห้

คุม้ คา่ และอย่างพอเพรียง ชมุ ชน เกิดมลพษิ หรือมลภาระใดๆ

หมายเหตุ หากเป็นการบรู ณาการในหน่วยการเรียนรหู้ นว่ ยใดหนว่ ยหน่ึง ใหน้ ้าแผนภูมินไี้ ปนา้ เสนอในหน่วยการเรียนรู้นนั้

179 พส.8
แผนการจัดการเรียนรู้

รหสั วิชา งานฝกึ ฝีมอื 1 รหสั 2100-1003

ช่ือหน่วย..............บทที่ 5 ...........งานตะไบ..........................

เรอื่ ง..........................งานตะไบ.............................................

1. สาระสาคัญ
ตะไบ คอื เครือ่ งมอื ส้าหรับลดขนาดของวัสดใุ หม้ ีผิวเรยี บให้ไดข้ นาดตามจอ้ งการโดยใช้ฟันตะไบตัด

ชน้ิ งาน เมื่อผู้ปฏิบตั งิ านดนั คมตัดไปข้างหน้าพร้อมกดแรงไปที่ตะไบให้สมั ผสั กับผวิ งานและเกิดการตัดพื้นผวิ ออกเป็น
ผงเล็กๆ เรยี กวา่ ผงตะไบ

2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. เพ่อื ใหท้ ราบส่วนตา่ งๆของตะไบ
2. เพือ่ ให้ทราบลกั ษณะและรูปร่างของตะไบ
3. เพื่อให้ทราบชนดิ ฟนั ของตะไบ
4. สามารถปฏิบัตงิ านตะไบได้ถูกต้อง

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจขบวนการเรยี นการสอนเพ่ือให้ทราบส่วนตา่ งๆของตะไบ ลกั ษณะ

และรปู รา่ งของตะไบ ชนิดฟนั ของตะไบ สามารถปฏบิ ัตงิ านตะไบตามขั้นตอนแบบอย่างมีประสิทธภิ าพ
ถกู ต้อง เทีย่ งตรง และมีความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตงิ านได้ถูกต้อง

4. สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของการตะไบ
2. ส่วนประกอบของตะไบ
3. คมตัดของตะไบ
4. ชนดิ และการใชง้ านของตะไบ
5. การประกอบด้ามตะไบ
6. การปฏบิ ัติงานตะไบ
7. เทคนคิ การตะไบผวิ งาน
8. การทา้ ความสะอาดและบ้ารุงรกั ษาตะไบ

180

5. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ซักถามผูเ้ รยี นวา่ อะไรคือสง่ิ ทสี่ า้ คัญทส่ี ุดในการปฏิบัติงานตะไบ
2. สรปุ จากที่ผู้เรียนได้นา้ เสนอมา
3. อธิบายเรื่อง ความหมายของงานตะไบ
4. อธิบายเข้าส่เู นือ้ หาเรื่อง เคร่อื งมือและอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นงานตะไบ ,เทคนิคในการตะไบ,
กฎและการท้างานในการตะไบตามแบบงาน
5. ซกั ถามผู้เรยี นในเรื่องท่ีได้อธิบายไป เพ่ือดงึ ความสนใจของผู้เรยี น
6. อธิบายเรื่อง ผลกระทบในงานตะไบ ทีข่ าดความระมดั ระวงั
7. ซักถามผูเ้ รียนในเร่ืองที่ได้อธิบายไป เพื่อน้ามาสรุปให้ผู้เรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจในเน้อื หาวชิ า
อกี ครั้งหน่งึ
8. นักเรียนท้าแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 5 งานตะไบ
9. ปฏบิ ตั งิ านตะไบตามใบปฏิบัติงาน

6. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1. สื่อแผ่นใส,Power Point
2. เครอ่ื งเลน่ พรอ้ มแผน่ วซี ีดี
3. ใบความรู้
4. กระดาษ A4
5. แบบทดสอบ
6. แบบประเมนิ ผล
7. หอ้ งอนิ เทอรเ์ น็ต

7. หลักฐานการเรยี นรู้
1. วิธีการประเมนิ
- ทดสอบนักเรยี นการใช้และทา่ ทางการตะไบเป็นรายบุคคล
- นักเรยี นท้าแบบประเมินผลแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 5 งานตะไบ
2. เครอ่ื งมือประเมิน
- เครอื่ งมือประเมนิ งานตะไบตามใบปฏบิ ัติงาน
3. เกณฑก์ ารประเมิน

8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

181

9. เอกสารอา้ งองิ
9.1 หนังสอื เรยี น งานฝึกฝมี ือ 1 ส้านกั พิมพเ์ อมพันธ์ จ้ากัด
9.2 หนังสือเรยี น งานฝกึ ฝมี ือ 1 สา้ นกั พมิ พ์จิครวัฒน์
9.3 หนังสอื เรยี น งานฝึกฝีมือ 1 สา้ นกั พมิ พ์ศูนย์สง่ เสริมอาชีวะ
9.4 หนงั สอื เรียน งานฝึกฝีมือ 1 ส้านกั พิมพ์แวน่ แกว้ เอ็ดดูเทนเม้นท์ จา้ กัด

10. การวัดผลและประเมินผล
10.1 กา้ หนดการประเมนิ ทกั ษะพิสัย
10.2 เครื่องมอื ทีใ่ ช้ประเมนิ ทักษะพสิ ยั
10.3 เคร่อื งมือการประเมนิ จิตพสิ ยั

11. บนั ทกึ หลงั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................................................. ...........................................
........................................................................................ ................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
..................................................................................................................................... ...................................................
........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
..................................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
............................................................................................................................................................. ...........................
........................................................................................................ ................................................................................

182 พส.9
เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการประเมนิ

รหสั วิชา งานฝึกฝีมือ1 รหัส 2100-1003

แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑก์ ารให้คะแนน
54 321
ประเดน็ การประเมิน

1. เข้าใจและบอกช่ือของเคร่ืองมือได้ถกู ต้อง
2. เข้าใจและบอกวธิ กี ารใชแ้ ละประเภทของเคร่ืองมือได้ถกู ตอ้ งเหมาะสม
3. แยกประเภทวธิ ีการเกบ็ และบ้ารุงรักษาเครื่องมือได้ถูกต้องเหมาะสม
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
11.
12.
13.
14.
15.

รวม
รวมทงั้ หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (80%)

183
พส.10

แบบประเมินจิตพิสัย
แบบประเมินแบบตรวจสอบรายการ (checklist)

พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต มี (1) ไม่มี (0) หมายเหตุ
1.การมาเรยี นและการท้ากจิ กรรมหนา้ เสาธง 1,5,6
2.การแตง่ กายถกู ต้องตามระเบยี บแบบพอเพยี ง 2,10
3.กิริยาสุภาพ,เรียบรอ้ ย,ปฏิบัติตามพระราชดา้ รสั 3,8,9,11
4.ความต้ังใจและสนใจเรียน 4
5.ความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานและสว่ นรวม 7,12

รวมคะแนน (5 คะแนน/สปั ดาห)์

หมายเหตุ บูรณาการตามคา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ

184

พส.11
บันทกึ หลังการเรยี นรู้
รหสั วชิ า ........................ ชื่อวชิ า ............................................................................... ระดบั ช้ัน ............... กลมุ่ ........
แผนกวชิ า .................................................. วันทส่ี อน .................เดือน ...........................................พ.ศ. ..................
หน่วยท่ี .......... ช่อื หนว่ ย ........................................................................................................... จ้านวน ............ คาบ

1. ผลการประเมินการจัดการเรียนรู้

ระดบั ความเหมาะสม

การใช้แผนการสอน มาก มาก ปาน น้อย น้อยท่สี ุด
ท่ีสดุ 4 กลาง 21
5
3

การบรรลจุ ดุ ประสงค์

เนือ้ หาทส่ี อน

หอ้ งเรยี น/โรงฝึกงาน

กจิ กรรมการเรียนการสอนของครูและผู้เรียนมีสว่ นร่วม

สื่อการสอนที่ตรงกับเน้ือหาและสามารถสื่อสารได้เขา้ ใจ

เครอ่ื งมอื /อปุ กรณ์ และความเพียงพอต่อผู้เรียน

เวลาท่ใี ชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน

การวดั และประเมินผล

รวม

2. ขอ้ สรุปหลงั การจัดการเรยี นรู้

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. ปญั หาอุปสรรคท่ีพบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4. แนวทางแกป้ ัญหาหรือการพฒั นา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

5. บันทกึ อืน่ ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอื่ ....................................ครูผู้สอน ลงชื่อ..............................หัวหน้าแผนกวิชา
(นายณรงค์ ศกั ดร์ิ ัตนอนันต์) (นายณรงค์ ศกั ด์ิรตั นอนนั ต์)
.........../................/............ .........../................/............

ลงชอื่ ................................รองผู้อา้ นวยการฝ่ายวิชาการ
(นางสาวนศิ ากร เจรญิ ดี)
............/................../............

185 พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า…2100 - 1003….วิชา………………งานฝกึ ฝีมือ 1………………………………

ชอ่ื หน่วย............งานตะไบ.........................................

เรอ่ื ง........................งานตะ.........................จานวนชว่ั โมงสอน........12........

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรยี นรู้

- จุดประสงคท์ ่วั ไป งานตะไบ

นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจขบวนการเรยี นการสอน 1. ความหมายของการตะไบ

เพือ่ ใหท้ ราบสว่ นตา่ งๆของตะไบ ลกั ษณะและรูปรา่ งของ 2. ส่วนประกอบของตะไบ

ตะไบ ชนดิ ฟนั ของตะไบ สามารถปฏิบตั ิงานตะไบตาม 3. คมตัดของตะไบ

ขน้ั ตอนแบบอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ถูกต้อง เท่ียงตรง และ 4. ชนดิ และการใชง้ านของตะไบ

มีความปลอดภัยในการปฏิบตั ิงานไดถ้ ูกต้อง 5. การประกอบดา้ มตะไบ

6. การปฏบิ ัติงานตะไบ

- จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 7. เทคนิคการตะไบผิวงาน

1. เพือ่ ให้ทราบส่วนตา่ งๆของตะไบ 8. การทา้ ความสะอาดและบ้ารงุ รกั ษาตะไบ

2. เพ่ือใหท้ ราบลกั ษณะและรูปร่างของตะไบ

3. เพ่อื ให้ทราบชนดิ ฟันของตะไบ

4. สามารถปฏบิ ตั ิงานตะไบได้ถูกต้อง

เนือ้ หาสาระ

186

187

188

189

190

191

192

193

194

195

196

197

198

199

200

201

202

203

204

205

206

207

208

209

210

211

212 พส.14

ใบปฏบิ ตั งิ าน (Operation Sheets)

รหัสวชิ า……2100 -1003…..………….วชิ า……งานฝกึ ฝีมือ 1……………………

ช่ือหน่วย.....................งานตะไบ................................................................

เร่อื ง...........................งานตะไบ......................จานวนชวั่ โมงสอน......12............

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อให้ทราบสว่ นตา่ งๆของตะไบ
2. เพือ่ ใหท้ ราบลักษณะและรูปรา่ งของตะไบ
3. เพื่อให้ทราบชนิดฟนั ของตะไบ
4. สามารถปฏิบตั ิงานตะไบได้ถกู ต้อง

เครอื่ งมอื -อปุ กรณ์-วสั ดุ 6. ตะไบแบนหยาบ ขนาด 12 น้วิ
1. แท่นระดบั 7. ตะไบแบนละเอยี ด ขนาด 12 นิ้ว
2. เวอรเ์ นียรค์ าลเิ ปอร์ 8. แปรงทองเหลือง
3. เวอร์เนียร์ไฮเกจ 9. แปรงขนออ่ น
4. น้ายาร่างแบบ 10. ปากกาจับงาน
5. ฉาก

ลาดับขนั้ การปฏบิ ัตงิ าน
1. ตะไบลบครีบรอยคมออกและตรวจวดั ขนาดของช้นิ งานอยา่ งครา่ วๆ
2. ขูดผิวดบิ ดา้ นที่ 1 และ2 ออก
3. ตะไบด้านท่ี 1 , 2 และ 3 ใหเ้ รยี บตามล าดับ และ
แต่ละดา้ นต้องได้ฉากดงั น้ี - ด้า นท่ี 2 กบั ดา้ นท่ี 1

- ดา้ นที่ 3 กบั ด้านที่ 1
- ดา้ นท่ี 3 กับด้านที่ 2
4. ตรวจความเรียบผิวโดยใชบ้ รรทดั เสน้ ผมวดั ตามความยาว,ขวาง และทแยง ตรวจฉากแต่ละดา้ นดว้ ย
ฉากเหลก็ ต้องตรวจวัดอยา่ งน้อย 3 ตำแหนง่

5. ส่งตรวจประเมนิ ผล

213

เทคนคิ การทำงาน

1. ขดู ผิวดบิ ให้เหน็ เนือ้ เหล็กโดยใชส้ นั หรือปลายตะไบ
2. พยายามดันตะไบให้เคล่ือนท่ีไปข้างหนา้ และดึงกลบั ให้ไดร้ ะดบั และยืนตะไบในตำแหน่งที่ถกู ต้อง
ขอ้ ควรระวัง
1. ตะไบและค้อนต้องใส่ด้ามอย่างแนน่ หนา
2. ตอ้ งตะไบลบครีบคมตามขอบงานกอ่ นใช้ฉากเหล็กและบรรทดั เส้นผมตรวจวัด
3. อย่าทำให้ฉากเหลก็ และบรรทัดเส้นผมตกหล่น และไม่ลากไปมาบนช้ินงาน

214

เกณฑก์ ารตรวจใหค้ ะแนน
1. ผวิ ราบแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ดีมาก = 9 – 10 คะแนน, ดี = 7 – 8 คะแนน, พอใช้ = 5 – 6 คะแนน
2. ผิวราบและไดม้ ุมฉาก แบ่งเป็น 3 ระดับ คอื ดีมาก = 9 – 10 คะแนน, ดี = 7 – 8 คะแนน,
พอใช้ = 5 – 6 คะแนน
3. ขนาดความกวา้ งและความยาว ±0.1 มม. = 9 – 10 คะแนน, ±0.2 มม. = 7 – 8 คะแนน,
±0.3 มม. = 5 – 6 คะแนน, ±0.4 มม.ขึน้ ไป = 4 คะแนน

เอกสารอ้างองิ
1. หนงั สอื งานฝกึ ฝมี อื 1
2. ชุดแบบทดสอบ
3. ส่ือรูปภาพและ Power Point

215 พส.15

ใบมอบหมายงาน (Assignment Sheets)

รหสั วชิ า……2100 -1003…..………….วิชา……งานฝกึ ฝมี อื 1……………………

ชื่อหน่วย.....................งานตะไบ................................................................

เรอ่ื ง...........................งานตะไบ......................จานวนชว่ั โมงสอน......12............
จดุ ประสงคก์ ารมอบงาน

1. เพอ่ื ใหท้ ราบสว่ นตา่ งๆของตะไบ
2. เพ่ือให้ทราบลกั ษณะและรูปร่างของตะไบ
3. เพื่อให้ทราบชนิดฟนั ของตะไบ
4. สามารถปฏิบตั ิงานตะไบได้ถกู ต้อง

แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
1. แบบทดสอบหลงั เรียนบทที่5
2. ปฏิบัตงิ านตามใบงาน งานตะไบ
3 .ศกึ ษาเนือ้ หาจากใบงานและหนังสืออ้างอิง งานฝกึ ฝีมอื 1

แหล่งคน้ คว้า
1. หนงั สืองานฝึกฝีมือ 1
2. ชดุ แบบทดสอบ
3. ส่ือรูปภาพและ Power Point

216

พส.16

ใบกจิ กรรมที่.......5.........

รหัสวิชา ๒๑๐๐-๑๐๐๓ วิชา งานฝึกฝีมือ 1 ท-ป-น…0-6-2… สอนครง้ั ท่ี 7-8

หน่วยท.ี่ .....5.....ชอ่ื หน่วย.....งานตะไบ............................เวลา......12........ชม.

ช่ือกจิ กรรม.................แบบทดสอบหลงั เรยี น....................เวลา........12......ชม.

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพือ่ ให้ทราบส่วนตา่ งๆของตะไบ
2. เพื่อใหท้ ราบลกั ษณะและรูปร่างของตะไบ
3. เพ่อื ให้ทราบชนิดฟันของตะไบ
4. สามารถปฏบิ ตั ิงานตะไบได้ถกู ต้อง

วสั ด/ุ อุปกรณ์
1. หนังสอื งานฝกึ ฝีมือ 1
2. ชุดแบบทดสอบหลังเรยี นบทท่ี 5 งานตะไบ

คาส่ัง
1. ใหน้ ักเรยี นตอบค้าถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
2. ปฏบิ ตั ิงานตามใบงาน งานตะไบ

การประเมนิ ผล

1.ข้ันดีเยย่ี ม แบบทดสอบหลังเรยี น แบบฝกึ หดั และใบปฏบิ ัตงิ าน เกณฑผ์ า่ นรอ้ ยละ 100 ได้ 5 คะแนน

2.ขั้นดี แบบทดสอบหลังเรียน แบบฝกึ หดั และใบปฏิบัตงิ าน เกณฑ์ผ่านไม่ตา้่ กวา่ รอ้ ยละ 80 ได้ 4 คะแนน

3.ขน้ั ปานกลาง แบบทดสอบหลังเรยี น แบบฝกึ หัดและใบปฏิบัติงาน เกณฑ์ผ่านไมต่ ่้ากว่าร้อยละ 70 ได้ 3 คะแนน

4.ขน้ั พอใช้ แบบทดสอบหลังเรยี น แบบฝึกหดั และใบปฏิบตั ิงาน เกณฑ์ผา่ นไม่ตา้่ กว่าร้อยละ 60 ได้ 2 คะแนน

5.ขั้นปรับปรงุ แบบทดสอบหลังเรยี น แบบฝึกหัดและใบปฏิบตั ิงาน เกณฑผ์ ่านไมต่ ่้ากวา่ ร้อยละ 50 ได้ 1 คะแนน

217

แบบทดสอบหลังเรยี น
เร่ือง งานตะไบ

1. การตะไบปรบั ผิวงานให้เรียบควรใชก้ ารตะไบลกั ษณะใด
ก. การตะไบตามยาวชนิ้ งาน
ข. การตะไบทะแยงมุม
ค. การตะไบตามขวางชิน้ งาน
ง. การตะไบแบบขูด
จ. การตะไบละเอยี ด

2.ถา้ ระดับข้อศอก ของ นายดี สูงจากพนื้ 130 เซนติเมตร ระดบั ปากกาจับงานในงานตะไบควรสงู เท่าใด
ก. 122 – 125 เซนตเิ มตร
ข. 116 – 121 เซนติเมตร
ค. 110 - 115 เซนตเิ มตร
ง. 130 – 135 เซนติเมตร
จ.145 - 150 เซนติเมตร

3. เทคนิคการวางตา้ แหน่งเท้าขณะยนื ตะใบส้าหรับผ้ถู นดั ขวาเทา้ ทัง้ สองขา้ งตอ้ งท้ามุมกบั แนวแกน
ปากกากอ่ี งศา

ก. เท้าซา้ ยท้ามมุ 30องศาเท้าขวาท้ามมุ 75องศา
ข. เท้าซา้ ยท้ามุม30องศาเทา้ ขวาท้ามมุ 90องศา
ค. เท้าซ้ายทา้ มมุ 0องศาเท้าขวาท้ามมุ 0องศา
ง. เท้าซ้ายทา้ มุม 0องศาเทา้ ขวาทา้ มมุ 90องศา
จ.เทา้ ซ้ายท้ามมุ 0องศาเท้าขวาทา้ มมุ 120องศา
4. เทคนิคการวางต้าแหนง่ เทา้ ขณะยนื ตะใบส้าหรบั ผู้ถนดั ขวาต้องวางต้าแหนง่ เทา้ อย่างไร
ก. เท้าซา้ ยอยู่หนา้ เทา้ ขวาอยหู่ ลงั
ข. เท้าใดอยูห่ น้ากไ็ ด้
ค. เทา้ ขวาและเท้าซา้ ยอยู่เสมอกนั
ง. เทา้ ขวาอย่หู น้าเทา้ ซ้าย
จ. เท้าชดิ แนบกัน
5. ท้าไมถึงต้องใช้เหล็กกลา้ คารบ์ อนสงู มาผลติ ตะไบ
ก. มีความคงทน
ข. มคี วามแขง็ สูง
ค. ราคาถูก
ง. มคี วามแขง็ และคงทน
จ. ไมเ่ ป็นสนิม
6. กนั่ ตะไบ มีหนา้ ทีอ่ ะไร
ก. ตัดเฉอื นช้ินงาน
ข. เพ่มิ ความยาวของตะไบ
ค. ใช้จบั ตะไบงาน

218

ง. สวมใส่ด้ามตะไบ
จ. ขูดผวิ งาน
7. หากต้องการตะไบเพ่ือลดขนาดของชนิ้ งานควรตะไบในลักษณะใด
ก. การตะไบตามยาวช้ินงาน
ข. การตะไบทะแยงมุม
ค. การตะไบแบบขดู
ง. การตะไบตามขวางชน้ิ งาน
จ. การตะไบตามยาว
8. วสั ดุเหลก็ กลา้ เหล็กหล่อ ควรใช้ตะไบคมตดั ชนิดใด
ก. คมตัดผสม
ข. คมตดั โคง้
ค. คมตดั เด่ียว
ง. คมตดั คู่
จ. คมตัดบงุ้

9. ตะไบ คอื อะไร
ก. เครื่องมอื แต่งผิวชิน้ งาน
ข. อุปกรณต์ ดั เฉือนผวิ ช้ินงาน
ค. เครื่องมือตดั เฉอื นผวิ ชน้ิ งาน
ง. อุปกรณ์แตง่ ผิวชน้ิ งาน
จ. อปุ กรณ์แต่งแผน่ หน้างาน

10. การปรบั ผิวในขนั้ สดุ ทา้ ย ควรใช้ตะไบคมตดั ชนิดใด
ก. คมตดั คู่
ข. คมตัดผสม
ค. คมตัดเดี่ยว
ง. คมตดั โคง้
จ. คมตัดบ้งุ

11. ขอ้ ใดคือชนดิ ของตะไบฟันโคง้ แบนชนิดล้าตวั ออ่ น
ก. แตง่ ผิวงานทว่ั ไปเพื่อให้ไดผ้ วิ ละเอยี ด
ข. แนวฟันเรยี งเป็นแถว
ค. คมตัดของตะไบโค้งเปน็ รศั มี
ง. คมตัดเปน็ เกลด็
จ. ไมม่ กี ่ันตะไบแต่จะมรี ยู ดึ

12.มพี ้นื ทีห่ น้าตัดเป็นสเ่ี หลี่ยม โดยด้านหน่งึ มคี มตกั บงุ้ ส่วนอกี ดา้ นหนึ่งคมตัดเดีย่ วคือ
ก. ตะไบบงุ้ ส้าหรบั งานไม้
ข. ตะไบบ้งุ ชนดิ แบน
ค. ตะไบบุ้งชนิดกลม
ง. ตะไบเกือกม้า
จ. ตะไบบงุ้ แตง่ รองเท้า

219

13.ใช้กบั งานไม้หรอื วัสดอุ ่อนทีข่ อบทง้ั สองข้างมฟี ันชนิดคมตดั เดี่ยว คอื
ก. ตะไบบงุ้ ส้าหรบั งานไม้
ข. ตะไบบุ้ง ชนิดแบน
ค. ตะไบบุง้ ชนดิ กลม
ง. ตะไบเกอื กม้า
จ. ตะไบบุ้งแตง่ รองเทา้

14. ลกั ษณะของตะไบ เบอร์ 4 เป็นตะไบชนดิ ไหน
ก. ตะไบหยาบ
ข. ตะไบหยาบปานกลาง
ค. ตะไบละเอียดปานกลาง
ง. ตะไบละเอียด
จ. ตะไบละเอียดมาก

15. ชนดิ ของตะไบ ละเอียดมากทสี่ ดุ มีจา้ นวนฟัน ก่ี ซี่
ก. 40 – 70 ซี่
ข. 40 – 50 ซี่
ค. 25 – 70 ซี่
ง. 25 – 50 ซี่
จ. 14 – 35 ซี่

16. ตะไบชนิดไหนใชง้ านลกั ษณะเดียวกับตะไบแบน
ก. ตะไบกลม
ข. ตะไบสามเหลยี่ ม
ค. ตะไบโคง้ ปลงิ
ง. ตะไบสเี่ หลี่ยม
จ. ตะไบละเอียดมาก

17. การใสด่ ้ามตะไบทถ่ี กู ต้อง ต้องใชก้ ั่นตะไบประมาณ เท่าไหร่ ของความยาวก่ันตะไบ
ก. 1/ 5
ข. 1/4
ค. 1/2
ง. 1/3
จ. 1

18. การท้าสะอาดตะไบทีถ่ กู วิธคี ือ
ก. โดยการดึงแปรงเหล็กออกจากล้าตัวทางเดยี ว
ข. โดยการดงึ แปรงเหล็กเออกจากล้าตวั สองทาง
ค. โดยการดึงแปรงเหลก็ เข้าชิดลา้ ตวั
ง. โดยการดึงแปรงเหล็กใหไ้ กลล้าตัวทีส่ ดุ
จ. โดยการดงึ แปรงเหลก็ เข้าหาล้าตัวทางเดียว

220

19. ห้ามใช้ อะไร ท้าความสะอาดตะไบ เพราอาจท้าใหเ้ กดิ สนิมหรือลนื่ ไม่กนิ ชิน้ งาน
ก. แปรงเหลก็
ข. แปรงพาสตกิ
ค. นา้ นา้ มนั
ง. น้า
จ.น้ามัน

20. ข้อใดไมใ่ ชว่ ธิ กี ารจับตะไบขนาดใหญ่
ก. ใช้ตะไบผิวหยาบหรอื ตะไบลดขนาด
ข. กดด้ามตะไบดว้ ยน้วิ หัวแมม่ ือขา้ งท่ถี นดั
ค. กา้ รอบตะไบด้วยนิ้วทงั้ สน่ี ้ิวข้างท่ีถนดั
ง. กดปลายตะไบด้วยฝ่ามือดา้ นทไ่ี ม่ถนัด
จ. กดตะไบด้วยนิ้วมอื ด้านที่ไมถ่ นัด

221

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

เร่ือง งานตะไบ

1. การตะไบปรับผวิ งานใหเ้ รยี บควรใช้การตะไบลักษณะใด

ตอบ ข. การตะไบทะแยงมมุ

การตะไบไขวห้ รอื การตะไบทะแยงมุมใช้ในกรณีผวิ งานกวา้ งกว่าหนา้ ตะไบโดยการตะไบทะแยงจนเกอื บเต็มหนา้ ช้ินงาน

จากนน้ั กก็ ลับข้างทแยง ไมค่ วรตะไบจนสดุ ขอบขา้ งหนง่ึ เพราะตรงมุมช้นิ งานมีผวิ ท่รี ับหนา้ ตะไบน้อย ท้าให้ตะไบกระดกไดง้ ่าย ตะไบ

ทแยงมุม เหมาะสา้ หรบั ใช้ในการปรับผิวเรยี บ สามารถตรวจสอบผวิ นูนไดเ้ ปน็ อยา่ งดีโดยสังเกตได้จากรอยทเ่ี กดิ จากการตะไบทแยง

2.ถ้าระดบั ข้อศอก ของ นายดี สงู จากพืน้ 130 เซนติเมตร ระดบั ปากกาจับงานในงานตะไบควรสงู เท่าใด

ก. 122 – 125 เซนตเิ มตร

ระดบั ปากกาทเี่ หมาะสมส้าหรบั การตะไบเพื่อใหก้ ารตะไบมีประสทิ ธิภาพ จะตอ้ งใชร้ ะดับสูงสุดของปากกาตา้่ กวา่ ระดับขอ้ ศอก

ประมาณ 5-8 เซนตเิ มตรโดยการยนื ยังไมไ่ ดร้ ะดับจะตอ้ งปรับใหเ้ หมาะสมกบั ความสูงของผปู้ ฏิบตั ิงานโดยการหนนุ ปากกาข้ึนสา้ หรับ

คนสูง และใช้ไมร้ องหนุนพ้นื ยืนสา้ หรับคนตา้่

วธิ ที า้ จาก ระดับสูงสดุ ของปากกาตา้่ กว่าระดบั ขอ้ ศอก ประมาณ 5-8 เซนตเิ มตร

โจทย์ นายทองดี สูงจากพืน้ 130 – 8 = 122เซนตเิ มตร

และ 130 – 8 = 125เซนตเิ มตร

ดงั น้ันระดับปากกาจับงานในงานตะไบควรสงู 122- 125 เซนตเิ มตร ตอบ

3. เทคนคิ การวางตา้ แหน่งเทา้ ขณะยืนตะใบสา้ หรบั ผ้ถู นดั ขวาเทา้ ทั้งสองขา้ งต้องท้ามุมกบั แนวแกนปากกาก่ีองศา
ตอบ ก. เท้าซา้ ยทา้ มมุ 30องศาเท้าขวาทา้ มุม75องศา
ผปู้ ฏิบัติงานยนื หันหน้าไปทางปากกา ให้ปลายเทา้ ซ้ายหรอื ข้างท่ไี ม่ถนดั หา่ งจากแนวศนู ย์ปากกาประมาณช่วงหนง่ึ ฝ่าเท้า แนว

ศนู ย์ของเท้าท้ามมุ ประมาณ 30 องศา กับแนวศนู ยป์ ากกาปลายเท้าขวาหรือข้างท่ีถนดั ถอยห่างจากสน้ เทา้ ซา้ ยประมาณช่วงความยาง
ของตะไบ แนวปลายเท้าหา่ งจากแนวศูนยป์ ากกาเท่ากันศนู ย์ของฝา่ เท้าท้ามมุ ประมาณ 75 องศากบั ทิศทางแนวศูนยป์ ากกา

4. เทคนิคการวางตา้ แหนง่ เท้าขณะยืนตะใบสา้ หรับผู้ถนัดขวาต้องวางต้าแหนง่ เทา้ อย่างไร
ตอบ ก. เท้าซา้ ยอย่หู นา้ เท้าขวาอยู่หลงั

การวางต้าแหน่งเท้าขณะท้าการตะไบการวางต้าแหน่งเท้าจะต้องปฏบิ ตั ิใหถ้ ูกต้อง เพราะต้าแหนง่ เทา้ มคี วามสัมพันธ์โดยตรงกับการ
เคลือ่ นไหว

- ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานยืนหนั หนา้ ไปทางปากกา ใหป้ ลายเท้าซา้ ยหรือข้างทีไ่ มถ่ นดั หา่ งจากแนวศูนยป์ ากกาประมาณช่วงหน่ึงฝ่าเท้า
- เทา้ ทไี่ มถ่ นดั ท้ามมุ เล็กน้อยกบั แนวรอ่ งของปากกาและอยู่หนา้ เทา้ ข้างที่ถนดั

5. ท้าไมถึงตอ้ งใชเ้ หลก็ กล้าคารบ์ อนสงู มาผลติ ตะไบ
ตอบ ง. มีความแขง็ และคงทน

การตะไปหมายถงึ การลดขนาดของชน้ิ งานให้ได้ตามพกิ ัดหรือการปรับแตง่ ผิวหนา้ ชนิ้ งานใหเ้ รยี บ โดยใช้คมตะไบตัดเฉอื นผิววสั ดุงาน
ออกในลักษณะถากหรอื ขดู ดว้ ยคมของตะไบ ซง่ึ จะต้องมีความแขง็ มากกว่าชนิ้ งาน โดยตะไบใชเ้ หลก็ กล้าเครื่องมอื (High Carbon
Steel) หลงั จากกรรมวธิ ขี ึ้นรปู เสรจ็ แลว้ จะต้องท้าการชบุ แขง็

222

6. ก่นั ตะไบ มหี นา้ ท่อี ะไร
ตอบ ง. สวมใสด่ ้ามตะไบ

กั่นตะไบ (Tang) มลี กั ษณะเป็นลมิ่ แหลมยาวส้าหรับสวมตอ่ เขา้ กบั ดา้ มตะไบกั่นตะไบ บางคร้งั เรยี กวา่ “ก้านตะไบ”

7. หากตอ้ งการตะไบเพ่ือลดขนาดของช้ินงานควรตะไบในลกั ษณะใด
ตอบ ง. การตะไบตามขวางชิน้ งาน

การตะไบขวางผูป้ ฏิบตั งิ านยนื หันหนา้ ไปทางปากกา ใหป้ ลายเทา้ ซ้ายหรือข้างท่ีไมถ่ นัดห่างจากแนวศนู ย์ปากกาประมาณชว่ งหนึง่ ฝ่า
เท้า แนวศูนยข์ องเท้าทา้ มมุ ประมาณ 30 องศา กับแนวศนู ยป์ ากกาปลายเทา้ ขวาหรือข้างที่ถนดั ถอยหา่ งจากส้นเท้าซา้ ยประมาณชว่ ง
ความยางของตะไบ แนวปลายเท้าห่างจากแนวศูนยป์ ากกาเทา่ กนั ศนู ย์ของฝ่าเทา้ ท้ามมุ ประมาณ 75 องศากบั ทิศทางแนวศนู ย์ปากกา
เป็นการตะไบเพื่อลดขนาดของงานลง

8. วสั ดเุ หลก็ กล้า เหลก็ หล่อ ควรใชต้ ะไบคมตดั ชนิดใด
ตอบ ง. คมตัดคู่
คมตดั คู่ (Double Cut)ลักษณะฟนั ตะไบจะมองเห็นเป็นรอ่ งฟนั ตะไบสองแนวเอยี งกับแนวทศิ ทางตะไบ แนวเอยี งแตล่ ะแนวท้า

มุมไม่เทา่ กนั คือมมุ ฟันบน (Over cut ) = 54 มุมฟนั ล่าง (Under cut) = 71 และลึกไมเ่ ทา่ กันสามารถตดั เศษได้รวดเรว็ เศษโลหะท่ี
ไดจ้ ากการตะไบจะเปน็ ผงละเอยี ด ผิวงานเรียบมากกว่า ออกแรงตะไบน้อยกว่า

9. ตะไบ คืออะไร
ค. เครื่องมือตัดเฉอื นผวิ ชิ้นงาน

การตะไปหมายถงึ การลดขนาดของชน้ิ งานให้ได้ตามพิกัดหรือการปรับแต่งผิวหน้าชน้ิ งานใหเ้ รียบ โดยใช้คมตะไบตดั เฉอื นผวิ วัสดุงาน
ออกในลกั ษณะถากหรือขดู ด้วยคมของตะไบ ซึง่ จะตอ้ งมคี วามแขง็ มากกวา่ ช้นิ งาน โดยตะไบใช้เหล็กกลา้ เครื่องมอื (High Carbon
Steel) หลงั จากกรรมวิธีข้นึ รปู เสรจ็ แล้วจะตอ้ งท้าการชบุ แข็ง

10. การปรับผิวในข้ันสดุ ท้าย ควรใชต้ ะไบคมตัดชนดิ ใด
ตอบ ค. คมตัดเดย่ี ว

คมตัดเดี่ยว (Single Cut) แนวฟันเอียงท้ามุมกับแนวแกนตะไบเป็นแนวเดียวกับผิวท่ีได้จะเรียบเศษโลหะท่ีได้จากการตะไบ จะเป็น
แผน่ งานยาวๆ ผวิ งานไม่เรยี บ ตอ้ งออกแรงตะไบมาก ใชส้ ้าหรับแต่งผิวส้าเร็จของชิ้นงาน, แตง่ ฟนั เลอ่ื ย, แต่งคมใบตดั โลหะแผ่น, แต่ง
คมมดี ฯลฯจงึ เหมาะสา้ หรับตะไบปรบั ผวิ ในข้ันสุดทา้ ย

11. ข้อใดคอื ชนดิ ของตะไบฟันโคง้ แบนชนดิ ล้าตัวอ่อน
ตอบ จ. ไมม่ ีกั่นตะไบแต่จะมรี ยู ึด
ตะไบฟันโคง้ แบนชนดิ ล้าตัวออ่ น ตะไบชนิดนจี้ ะไม่มกี น่ั ตะไบแต่จะมีรยู ดึ ที่ปลายท้ังสองข้างของตวั ตะไบ ตอ้ งใชง้ านรว่ มกับด้ามมือจับ
ใชใ้ นงานโลหะแผน่ เช่น ใชแ้ ตง่ ผวิ ในตัวถงั รถยนต์
เปน็ ต้น

12.มพี ้ืนที่หน้าตดั เป็นสเ่ี หลย่ี ม โดยด้านหน่ึงมีคมตกั บงุ้ สว่ นอีกด้านหนง่ึ คมตัดเดยี่ วคือ
ตอบ ง. ตะไบเกอื กมา้

223

ตะไบเกือกม้า (Tanged Horse Rasps) มพี นื้ ทห่ี นา้ ตดั เป็นสีเ่ หล่ยี ม โดยด้านหนงึ่ มีคมตักบุ้งสว่ นอีกดา้ นหน่ึงคมตดั เดี่ยวและทข่ี อบทั้ง
สองขา้ งด้วยใช้สา้ หรบั แต่งเกอื กมา้ คอื มคี มบุ้งแต่ทด่ี า้ นหนา้ ท่เี หลือเป็นคมตัดเดยี วท้ังหมดน้นั เอง

13. ใช้กับงานไม้หรือวสั ดุอ่อนท่ีขอบท้ังสองข้างมีฟนั ชนิดคมตัดเดี่ยว คอื
ข. ตะไบบุ้ง ชนดิ แบน
ตะไบบงุ้ ชนิดแบน (Flat Rasps) ใชก้ ับงานไมห้ รอื วสั ดุออ่ นทขี่ อบท้งั สองขา้ งมฟี นั ชนดิ
คมตดั เด่ียว พนื้ ที่หนา้ ตดั เปน็ รูป

14. ลักษณะของตะไบ เบอร์ 4 เปน็ ตะไบชนดิ ไหน
ตอบ จ. ตะไบละเอียดมาก

15. ชนดิ ของตะไบ ละเอียดมากที่สดุ มีจา้ นวนฟัน กี่ ซ่ี
ตอบ ก. 40 – 70 ซี่

16. ตะไบชนิดไหนใชง้ านลักษณะเดยี วกบั ตะไบแบน
ค. ตะไบโค้งปลิง

ตะไบแบน เหมาะส้าหรบั ตะไบลดขนาดงานหรือตะไบปรับแตง่ ผวิ หน้าของช้ินงานให้เรียบหรอื ตะไบผวิ งานใหผ้ วิ งานโค้งมน
ตะไบโค้งปลงิ เหมาะสา้ หรับใช้ตะไบงานลักษณะเดียวกับตะไบแบน และสามารถตะไบแต่งมุมแหลมบา่ หรือร่องของช้ินงานได้อีกดว้ ย
17. การใส่ด้ามตะไบท่ถี ูกต้อง ตอ้ งใชก้ ่ันตะไบประมาณ เทา่ ไหร่ ของความยาวก่นั ตะไบ

ตอบ ง. 1/3
การใส่ดา้ มตะไบ ให้เอาก่ันตะไบสวมลงในรูเจาะพอแนน่ แล้วจับตัวตะไบกระแทรกกับพ้นื หรือโต๊ะปฏิบัติงาน หรืออาจใช้ค้อนตอกให้
ก่ันตะไบกระชับแน่นกับรูเจาะเวลากระแทรกต้องระวังอย่าให้แรงเกินไปจะท้าให้ด้ามตะไบแตกได้ การใส่ด้ามตะไบที่ถกู ต้อง ต้องใช้
ก่ันตะไบประมาณ 1/3 ของความยาวกั่นตะไบและเม่ือสวมเข้ากับกั่นตะไบ จะต้องอยู่ในแนวกึ่งกลางพอดีโดยเว้นช่องว่างระหว่าง
ล้าตวั กบั ด้ามประมาณ 10 มม.

18. การท้าสะอาดตะไบที่ถูกวธิ คี อื
ตอบ จ. โดยการดงึ แปรงเหล็กเขา้ หาล้าตวั ทางเดียว

การท้าความสะอาดตะไบกรณที ี่แรงเหลก็ ท้าความสะอาด ใช้ในกรณีเมอ่ื เศษวัสดอุ ุดตนั รอ่ งฟนั ตะไบแบบไม่ฝงั แนน่ นัก การแปรงทถี่ ูก
วธิ ี โดยการดึงแปรงเหล็กเขา้ หาลา้ ตัวทางเดียว โดยปลายตะไบจะวางบน

224

พืน้ โต๊ะงาน และให้จบั ด้ามตะไบดว้ ยมอื ซ้ายการตะไบไปตามความยาวของตะไบเป็นวธิ ีการท้าความสะอาดทีไ่ มถ่ กู ต้องเพราะวา่ แปรง
เหล็กจะถูกคมตะไบไมค่ ม (ทือ่ )

19. หา้ มใช้ อะไร ทา้ ความสะอาดตะไบ เพราอาจทา้ ให้เกิดสนมิ หรือล่นื ไมก่ ินชิ้นงาน
ตอบ ค. น้า นา้ มัน

จะต้องไมใ่ ชน้ ้าหรอื น้ามันท้าความสะอาดตะไบเพราะอาจทา้ ให้เกดิ สนมิ หรอื ทา้ ใหต้ ะไบนั้นลนื่ ไมก่ นิ ชน้ิ งานเมอ่ื ทา้ การตะไบ

20. ขอ้ ใดไม่ใชว่ ิธีการจับตะไบขนาดใหญ่
ตอบ จ.กดตะไบดว้ ยน้ิวมือดา้ นทไี่ ม่ถนดั

การจบั ตะไบขนาดใหญ่
• ในการใชต้ ะไบผิวหยาบหรือตะไบลดขนาด
•กดดา้ มตะไบด้วยนว้ิ หวั แม่มือข้างท่ีถนัด โดยเหยยี ดตรงอยู่ในแนวกึ่งกลางตะไบ
• กา้ รอบตะไบดว้ ยนว้ิ ทัง้ สนี่ ิว้ ขา้ งทถี่ นดั
• กดปลายตะไบด้วยฝ่ามือด้านทไ่ี ม่ถนัด


Click to View FlipBook Version