ปุยไหมไอดอล ภมู ิปัญญา
ดอกไมป้ ระดิษฐ์
จากรงั ไหม
กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
ปุยไหมไอดอล
ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์จากรงั ไหม
“...นอกจากการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว
ยงั สอนใหอ้ นรุ กั ษ์วัฒนธรรมเพราะเป็น
ส่งิ ทเี่ ป็นรากฐานชวี ติ ของนกั เรยี นทกุ คน
เมอื่ รู้ว่าท้องถ่ินของตนมอี ะไรดบี ้าง
ก็จะทำ�ให้เกิดความภาคภมู ิใจ
มกี ารบนั ทกึ ส่งิ ทเี่ ป็นของมคี ุณค่าท่เี ป็น
ความคดิ ของมนุษย์ เป็นจติ วิญญาณของบุคคล
ให้รว่ มกันทำ�งานอนรุ ักษ์พรอ้ ม ๆ กบั
งานพัฒนาชุมชน...”
จากหนังสอื สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงบรรยายเร่ือง การพฒั นาเด็กและเยาวชนในถน่ิ ทุรกนั ดาร
04
ค�ำ น�ำ
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีภารกิจสำ�คัญในการส่งเสริมให้ชุมชนได้ตระหนักถึง
ความสำ�คัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถ่นิ มาต้งั แต่ พ.ศ. 2549 โดยมีกระบวนการส่งเสริม
ใหช้ มุ ชนไดจ้ ดั เวทปี ระชาคมเพอ่ื สบื คน้ ภมู ปิ ญั ญาและบนั ทกึ ภมู ปิ ญั ญาของแตล่ ะชมุ ชน รวมทง้ั ไดจ้ ดั กจิ กรรม
การอนุรักษ์และสืบสานถ่ายทอดจากร่นุ ส่รู ่นุ โดยต่อมาได้มีการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาเพ่มิ มูลค่าให้เป็น
ผลติ ภณั ฑช์ มุ ชนหรอื ผลติ ภณั ฑ์ OTOP ตามโครงการหนง่ึ ต�ำ บล หนง่ึ ผลติ ภณั ฑ์ สง่ ผลใหเ้ กดิ ความภาคภมู ใิ จ
และก่อให้เกิดรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ในสมัยก่อนชาวบ้านนิยมปลูกหม่อนเล้ียงไหมและทอผ้าใช้เอง
ภายในครัวเรือน แต่รงั ไหมท่เี หลอื จากการสาวไหมเรียบร้อยแลว้ ไม่ไดใ้ ชป้ ระโยชน์ จงึ ไดเ้ กดิ แนวความคิด
ท่จี ะนำ�รังไหมมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้นานาชนิดเพ่อื ใช้ประโยชน์จากรังไหมให้ได้สูงสุด เป็นการเพ่มิ มูลค่า
และเพอ่ื เปน็ การสบื สานวฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ไมใ่ หส้ ญู หายไปจากชมุ ชน
หนงั สอื เลม่ นไ้ี ดร้ วบรวมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ การน�ำ รงั ไหมมาประดษิ ฐเ์ ปน็ ดอกไมช้ นดิ ตา่ ง ๆ ตลอดจน
รปู แบบเทคนคิ ในการพฒั นา ตอ่ ยอดภมู ปิ ญั ญา “การประดษิ ฐด์ อกไมจ้ ากรงั ไหม” ใหเ้ ปน็ ผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน
ท่สี ามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อย่างย่งั ยืน สามารถพ่งึ ตนเองได้
เปน็ ชมุ ชนทเ่ี ขม้ แขง็ เศรษฐกจิ ฐานรากมน่ั คงไดใ้ นทส่ี ดุ
กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย ขอขอบคณุ นางหนจู นี ศรนี มั มงั ประธานกลมุ่ ศลิ ปะประดษิ ฐ์
ดอกไมจ้ ากรงั ไหม และผมู้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งทกุ ทา่ น ในการใหข้ อ้ มลู องคค์ วามรู้ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ “การประดษิ ฐ์
ดอกไมจ้ ากรงั ไหม” ทเ่ี ปน็ ประโยชนแ์ ละท�ำ ใหห้ นงั สอื เลม่ นส้ี �ำ เรจ็ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
กรมการพฒั นาชมุ ชน
ธนั วาคม 2563
สารบัญ
สารจากอธบิ ดีกรมการพฒั นาชุมชน 009 ดอกโปย๊ เซยี น 082
ประวัตเิ จา้ ของภมู ิปัญญา 010 ดอกคนู 087
ประวตั แิ ละความเปน็ มาดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ 015 ดอกกล้วยไม้ 090
วสั ดอุ ปุ กรณท์ ี่ใช้ 018 ดอกพดุ 094
ดอกกุหลาบ 024 ดอกทานตะวนั 098
ดอกตะแบก 030 ดอกผกากรอง 102
ดอกเหมย 034 ดอกกหุ ลาบวาเลนไทน์ 106
ดอกคาร์เนชัน่ 038 ดอกอนิ ทนิล 110
ดอกบวั เผื่อน 042 ดอกพุทธรักษา 114
ดอกบวั ดนิ 046 ดอกดาหลา 118
ดอกกระเจยี ว 050 ดอกลลิ ลี่ 122
ดอกกล้วยไม้ช้างกระ 054 ดอกทวิ ลปิ 126
ดอกรวงผ้ึง 058 ดอกพวงคราม 130
ดอกผักเส้ยี นฝร่งั 062 ดอกเทียนหยด 134
ดอกมะลิ 066 ดอกชอ่ ฟา้ 138
ดอกว่านแสงอาทิตย์ 070 ดอกลลี าวดี 142
ดอกดาวกระจาย 074 เกร็ดความรภู้ มู ปิ ญั ญา 146
ดอกพวงชมพู 078 เร่อื งเล่าท้ายเลม่ 148
08
ปยุ ไหมไอดอล ภูมปิ ัญญา
ดอกไม้ประดิษฐ์จากรงั ไหม
09
สารจากอธิบดกี รมการพฒั นาชุมชน
ภูมิปัญญาไทย หรือภูมิปัญญาท้องถ่นิ คือ องค์ความร้ขู องชาวบ้าน หรือทุกส่งิ ทุกอย่างท่ชี าวบ้านกระทำ�ข้นึ จากสติปัญญา ความรู้
ความสามารถของชาวบา้ นเอง เพอ่ื ใชใ้ นการแกป้ ญั หาหรอื การด�ำ รงชวี ติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั ยคุ สมยั โดยมกี ระบวนการสง่ั สม สบื ทอด และ
กลน่ั กรองกนั มายาวนาน ภมู ปิ ญั ญาไทยจงึ เปน็ การถา่ ยทอดวฒั นธรรมทม่ี คี วามหมายผกู พนั ลกึ ซง้ึ จากอดตี สปู่ จั จบุ นั อนั แสดงออกถงึ การเขา้ ใจ
มลู เหตกุ ารณส์ รา้ งสรรคอ์ ยา่ งชาญฉลาด แสดงถงึ ความมภี มู ปิ ญั ญาของคนไทยในสมยั หนง่ึ ทส่ี ามารถคน้ คดิ สง่ิ ทเ่ี ปน็ ระเบยี บแบบแผน มรี ปู แบบ
ทย่ี อมรบั กนั ภายในสงั คม เพอ่ื เออ้ื ประโยชนต์ อ่ การด�ำ รงชวี ติ ในการใชช้ วี ติ รว่ มกนั ในสงั คมนน้ั ๆ ทง้ั ยงั มคี ณุ คา่ งดงามในรปู แบบของงานศลิ ปะ
ผลงานจากภูมิปัญญาไทยของคนโบราณจะปรากฏคุณค่าเด่นชัดและน่าหวงแหนเม่อื เราได้ประจักษ์ชัดถึงความสัมพันธ์ท่สี อดคล้องระหว่าง
ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี กบั สภาพความเปน็ อยู่ วถิ ชี วี ติ ของคนในสงั คมแตล่ ะยคุ สมยั จะเหน็ ไดว้ า่ ในทอ้ งถน่ิ ของเรามสี ง่ิ ทค่ี วรศกึ ษาคน้ ควา้
และอนรุ กั ษไ์ วอ้ ยา่ งมากมาย สมควรทล่ี กู หลานในทอ้ งถน่ิ ควรทจ่ี ะชว่ ยกนั อนรุ กั ษไ์ ว้ ไมว่ า่ จะเปน็ ภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นและเทคโนโลยใี นทอ้ งถน่ิ
ทส่ี อดคล้องกับวถิ ชี วี ิต หรอื วา่ ขนบธรรมเนยี มประเพณีท่ีดีงามของทอ้ งถน่ิ เพื่อใหส้ งิ่ เหล่านั้นยงั คงอยูก่ บั ท้องถน่ิ ตลอดไป
กรมการพฒั นาชมุ ชนเปน็ หนว่ ยงานทม่ี ภี ารกจิ เกย่ี วกบั การสง่ เสรมิ กระบวนการเรยี นรแู้ ละการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน การสง่ เสรมิ และ
พฒั นาเศรษฐกจิ ฐานรากใหม้ คี วามมน่ั คงและยง่ั ยนื สง่ เสรมิ ใหช้ มุ ชนเหน็ ความส�ำ คญั และเกดิ ความตระหนกั ในการอนรุ กั ษส์ บื สานและเผยแพร่
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ของชมุ ชน โดยใหช้ มุ ชนจดั เกบ็ และบนั ทกึ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ แลว้ น�ำ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ นน้ั ๆ มาเผยแพรใ่ หเ้ ปน็ ทร่ี จู้ กั เปน็ การ
เพม่ิ ชอ่ งทางการตลาดของผลติ ภณั ฑท์ เ่ี ปน็ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ อกี ทางหนง่ึ และใหช้ มุ ชนเกดิ ความรสู้ กึ ภาคภมู ใิ จในภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ของตน
การปลกู หมอ่ นเลย้ี งไหมกถ็ อื เปน็ อกี หนง่ึ ภมู ปิ ญั ญาทม่ี กี ารสบื ทอดตอ่ กนั มา รงั ไหมทไ่ี มส่ ามารถน�ำ ไปสาวเปน็ เสน้ ไหมไดถ้ กู น�ำ มาประดษิ ฐ์
เป็นดอกไม้นานาชนิด เพ่อื ใช้ประโยชน์จากรังไหมให้ได้สูงสุดและเป็นการเพ่มิ มูลค่าโดยใช้ภูมิปัญญามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ สร้างงาน
สรา้ งรายไดใ้ หก้ บั คนในชมุ ชน และจากสภาพสงั คมไทยทม่ี กี ารเคลอ่ื นไหวเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ท�ำ ใหส้ งั คมไทยในปจั จบุ นั ก�ำ ลงั เผชญิ
กบั ปญั หาการทอดทง้ิ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และเพอ่ื เปน็ การอนรุ กั ษ์ รกั ษาไวซ้ ง่ึ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ มใิ หส้ ญู หาย กรมการพฒั นาชมุ ชนจงึ จดั ท�ำ เปน็
หนงั สอื ปยุ ไหมไอดอล ภมู ปิ ญั ญาดอกไมป้ ระดษิ ฐจ์ ากรงั ไหม เพอ่ื ใหผ้ ทู้ ส่ี นใจไดศ้ กึ ษาเรยี นรแู้ ละเหน็ ถงึ ความส�ำ คญั ในการอนรุ กั ษ์ สบื สาน
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ
สาระท่ีปรากฏในหนังสือ ปุยไหมไอดอล ภูมิปัญญาดอกไม้ประดิษฐ์จากรังไหม เป็นเพียงส่วนหน่ึงของมรดกทางภูมิปัญญา
ทไ่ี ดร้ วบรวมองคค์ วามรกู้ ารใชป้ ระโยชนจ์ ากรงั ไหม น�ำ มาประดษิ ฐเ์ ปน็ ดอกไมช้ นดิ ตา่ ง ๆ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐานส�ำ คญั สรา้ งความภาคภมู ใิ จใหแ้ ก่
ผสู้ นใจ อกี ทง้ั ยงั สามารถน�ำ ไปตอ่ ยอดใหเ้ กดิ มลู คา่ เพม่ิ ไดอ้ กี ดว้ ย
ผมหวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ หนงั สอื เลม่ นจ้ี ะเปน็ ประโยชนช์ ว่ ยใหผ้ ทู้ ส่ี นใจไดต้ ระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ของภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ อนั เปน็ หนทางทจ่ี ะ
รว่ มกนั อนรุ กั ษส์ บื สานสง่ิ เหลา่ นใ้ี หค้ งอยตู่ อ่ ไป
(นายสทุ ธพิ งษ์ จลุ เจรญิ )
อธบิ ดกี รมการพฒั นาชมุ ชน
010
ประวตั เิ จ้าของภมู ปิ ัญญา
นางหนจู ีน ศรีนัมมงั
นางหนูจีน ศรีนัมมัง เกดิ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 ท่ตี �ำ บลบัวลาย อำ�เภอบวั ใหญ่ จังหวัด
นครราชสีมา จบการศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนดงเค็งศึกษา อำ�เภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
เป็นสตรีนักพัฒนาท่ีมีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ แขนงผ้าและการตัดเย็บ และแขนง
งานศิลปะประดิษฐ์ และเป็นผู้ริเร่ิมก่อตั้งกลุ่มศิลปะประดิษฐ์ดอกไม้จากรังไหม โดยเป็นประธานกลุ่มตั้งแต่
พ.ศ. 2533 มาจนถงึ ปจั จุบนั ตลอดระยะเวลามกี ารพัฒนาคณุ ภาพของผลติ ภัณฑ์ให้มีความสวยงาม ละเอียด
ประณีต และคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเน่ือง ทำ�ให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการคัดสรรให้เป็น OTOP 5 ดาว และได้รับ
โล่รางวัลในการประกวดระดับประเทศมากมาย ผลิตภัณฑ์จำ�หน่ายท้ังในประเทศและต่างประเทศ เกิดการ
สร้างงาน สรา้ งอาชีพ สร้างรายไดใ้ ห้กับชุมชน
นอกจากน้ี นางหนูจีน ศรีนัมมัง ยังได้บำ�เพ็ญประโยชน์ต่อสังคมด้วยการเป็นวิทยากรฝึกอบรม
เปน็ อาจารยพ์ เิ ศษใหค้ วามรเู้ กยี่ วกบั การประดษิ ฐด์ อกไมจ้ ากรงั ไหมและศลิ ปะประดษิ ฐอ์ นื่ ๆ กอ่ ตง้ั ศนู ยเ์ รยี นรู้
ชุมชนตน้ แบบ เปน็ ผนู้ �ำ ในองค์กรตา่ ง ๆ และบริจาคทรพั ยเ์ พือ่ สังคม ท�ำ นุบ�ำ รุงศาสนาและศลิ ปวัฒนธรรม
เปน็ ผ้ทู ่มี คี ณุ ธรรมจริยธรรม ซอื่ สตั ย์ในงานอาชีพ เปน็ แบบอยา่ งแก่สังคมมาโดยตลอด จึงได้รบั พจิ ารณา
ให้เข้ารับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สาขาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏนครราชสมี า
012
ผลงานที่ได้รบั
- รางวลั พระราชทานชนะเลศิ อันดับที่ 1 ส่งิ ประดิษฐ์จากรังไหม ประเภทแจกนั
(กระเช้าดอกไม้) ระดบั เกษตรกร ในงานตรานกยูงพระราชทาน
- โล่ประกาศเกยี รตคิ ุณสตรผี ปู้ ระกอบอาชีพอิสระดีเดน่ เน่อื งในวนั สตรสี ากล ประจำ�ปี 2553
- โล่เกียรตยิ ศพระราชทานรางวลั ชนะเลศิ ประเภทส่งิ ประดิษฐข์ องใช้ภายในบา้ นจากรงั ไหม
ตำ�แหนง่ ทางสังคมในปจั จบุ นั
- ประธานกลุม่ ศลิ ปะประดษิ ฐด์ อกไม้จากรงั ไหม
- ประธานกลมุ่ ออมทรพั ย์เพ่อื การผลิต
- ประธานกรรมการพัฒนาสตรีอำ�เภอบัวลาย
- ประธานกองทุนหมบู่ า้ น
- รองประธานสภาวัฒนธรรมอ�ำ เภอบัวลาย
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
013
014
ปุยไหมไอดอล ภูมปิ ัญญา
ดอกไม้ประดษิ ฐจ์ ากรังไหม
015
ประวตั แิ ละความเป็นมา
ดอกไม้ประดิษฐ์จากรังไหมเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มศิลปะ
ประดิษฐด์ อกไม้จากรงั ไหม ต�ำ บลบัวลาย อ�ำ เภอบัวลาย จังหวัด
นครราชสมี า เกดิ จากในพนื้ ท่ีประกอบอาชพี ทอผา้ และปลกู หม่อน
เลี้ยงไหม โดยไดส้ ง่ รังไหมจ�ำ หน่ายใหก้ ับผ้ทู ่ีตอ้ งการ รงั ไหมส่วน
ที่เหลือจากการจำ�หน่ายหรือส่วนที่เหลือจากการสาวไหมเพ่ือนำ�
มาทอผ้า เพื่อให้เกิดประโยชน์และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับคนใน
ชมุ ชน จงึ ไดเ้ กดิ แนวคดิ น�ำ รงั ไหมมาประยกุ ตเ์ ปน็ “ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์
จากรังไหม” และด้วยใจรักในศิลปะการทำ�ดอกไม้ ของสวยๆ
งาม ๆ และเหน็ คณุ คา่ ของรงั ไหมทไ่ี มส่ ามารถมาสาวเปน็ เสน้ ไหมได้
จึงคิดค้นนำ�มาทำ�เป็นดอกไม้จากรังไหมให้เหมือนธรรมชาติ
มากท่ีสุด เหมาะสำ�หรับใชเ้ ปน็ ของทร่ี ะลกึ และตกแต่ง
016
รังไหม
บ้านหนองบัวพัฒนา หมู่ท่ี 11 เป็นหน่ึงในจำ�นวน 13 หมู่บ้าน
ในเขตตำ�บลบัวลาย อำ�เภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา ประชากร
ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำ�นาเป็นหลัก และปลูกหม่อนเล้ียงไหมเป็น
อาชีพเสริม ต่อมา พ.ศ. 2533 นางหนูจีน ศรีนัมมัง ได้ไปเข้าอบรม
การปลกู หมอ่ นเลย้ี งไหมทศี่ นู ยว์ จิ ยั หมอ่ นไหมจงั หวดั นครราชสมี า และได้
เห็นดอกไม้ท่ีเขาทำ�จากรังไหมท่ีตั้งโชว์ไว้อยู่ จึงมีความคิดว่า หากทำ�
ดอกไมจ้ ากรงั ไหมเปน็ อาชีพเสริม จะสร้างรายได้อยา่ งแนน่ อน จงึ เรยี น
ปรกึ ษาอาจารย์วา่ อยากเรยี นรู้บา้ ง อาจารยก์ อ็ นญุ าต ใหเ้ วลา 2 ช่วั โมง
และได้กลับมาเรียนรู้ด้วยตนเองจนเกิดทักษะและเทคนิคในการประดิษฐ์
ดอกไม้จากรังไหมหลากหลายชนิด และนำ�ความรู้มาจัดตั้งกลุ่มคน
ในชุมชนหมู่บ้านของตนเอง โดยจัดประชุมรับสมัครสมาชิกและตั้ง
คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ มีมติให้ใช้ชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มศิลปะประดิษฐ์
ดอกไมจ้ ากรังไหม”
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
017
018
วสั ดุอปุ กรณ์ที่ใช้
1. รังไหม มี 2 ขนาด ป้อมกับยาว
2. สีย้อมไหม
3. ดา้ ยเยบ็ ผา้
4. ปา่ นศรนารายณ์
5. ผงสีละอองเกสร
6. เกสรแบบตา่ งๆ
7. โฟมแผ่น
8. ลวดพนั กา้ น สขี าว สีเขียว สีน้ําตาล
9. ใบไม้สำ�เร็จรปู จากกระดาษสาหรอื ผา้
10. ฟลอร่าเทป สเี ขียว สขี าว สนี ํา้ ตาล
11. กระดาษทิชชู
12. กาวลาเทก็ ซ์
13. กา้ นสำ�เร็จรูป
14. กรรไกร
15. คีมตดั ลวด
16. เขม็ เย็บผา้ (กน้ ทอง)
17. พกู่ ันระบายสี
18. ผงซักฟอก
19. กะละมงั
20. ถว้ ยผสมสี
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
019
020
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
021
022
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
023
024
ดอกกหุ ลาบ
ดอกกุหลาบมีช่ือสามัญว่า “Rose” ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า “Rosa hybrids”
และมีชื่อวงศ์ว่า “Rosaceae” ลักษณะของกุหลาบน้ันมีทั้งไม้พุ่มและไม้เลื้อย
ลำ�ต้นและกิ่งจะมีหนาม ส่วนดอกของกุหลาบจะมีทั้งดอกเดี่ยวและเป็นช่อ กลีบดอก
มีลักษณะใหญ่ มีไม่ตํ่ากว่า 5 กลีบและมีหลายสี เช่น แดง ขาว เหลือง ชมพู ฯลฯ
สามารถบอกความในใจไดต้ ามสขี องกุหลาบ เชน่
สีแดง หมายถึง “รักคุณเข้าแล้ว” ความรักและความปรารถนา
สชี มพู หมายถงึ “ฉนั จะรกั และดแู ลคณุ ตลอดไป” ความรกั ทม่ี คี วามสขุ อยา่ งสมบรู ณ์
สีขาว หมายถึง “ฉันรักคุณด้วยความบริสุทธ์ิใจ” ความบริสุทธ์ิ มิตรภาพ
ความสงบ และความมีเสนห่ ์
ปุยไหมไอดอล ภูมิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดษิ ฐจ์ ากรังไหม
025
ขั้นตอนการทำ�
01 คดั เลือกรังไหม เลก็ /กลาง/ 02 แบ่งตัดรังไหม
ใหญ่ 3 สว่ นเทา่ ๆ กัน
03 ตัดแตง่ กลบี โคง้ มนตามแบบ 04 แต่งกลีบให้สวยงามทุกกลบี
ทลี ะกลบี ใหไ้ ด้ขนาดเล็ก/
กลาง/ใหญ่
026
05 ใชป้ ลายเข็มสะกิดลอก 06 น�ำ กลบี มาเรยี ง 10 - 12 กลีบ 07 นำ�ไปแช่ผงซักฟอกประมาณ
ใหไ้ ด้ 3 - 4 ชั้น แล้วน�ำ มามัด แล้วมดั ดว้ ยดา้ ยให้แน่น 4 ชัว่ โมง จากนั้นล้าง
หลาย ๆ ชน้ั ใหแ้ น่น ใหส้ ะอาด
08 ผสมสตี ามใจชอบ 09 น�ำ มาตดั ดา้ ยทีม่ ดั ออก ผง่ึ ลมให้แหง้ 10 น�ำ กลีบมาตัดแตง่ ให้งอน
น�ำ กลีบไหมที่มดั แลว้ ลงย้อม สวยงาม เพื่อเตรียมเขา้ ดอก
ประมาณ 4 ช่วั โมง แลว้ น�ำ
มาลา้ งใหส้ ะอาด
ปุยไหมไอดอล ภมู ปิ ัญญา
ดอกไมป้ ระดิษฐ์จากรังไหม
027
ขั้นตอนการเขา้ ดอก 02 ทากาวตุ้มและกลบี ดอก 03 ดอกแย้มเพ่มิ กลีบดอกอกี 04 ดอกบานเพ่ิมกลบี ดอกท่ี
01 ดอกตูมใช้กระดาษทชิ ชู ด้านใน สวมทับเข้าไปหมนุ 4 - 5 กลีบ ทากาวทุกชั้น รดี อกี ตามความสวยงาม
ใหม้ ดิ ตมุ้ ส�ำ ลี สวมดว้ ย ใส่กลบี เลี้ยง 1 ชั้น กจ็ ะเปน็ ทากาวติดทุกชัน้ สับหว่างกัน
พนั กบั ลวดหมุนกลมมน กลีบเลี้ยงก็จะเป็นดอกตูม ดอกแยม้ ทุกกลีบ ติดกลบี เลี้ยงก็จะเป็น
เป็นตุ้มเกสร
ดอกบาน
05 นำ�กระดาษทชิ ชูแบง่ ครึ่ง 06 น�ำ ใบส�ำ เรจ็ มาพันเป็นช่อ 07 แตง่ ช่อใบให้สวยงาม
ตดิ กาวพันกา้ นตามยาว 3 ใบ เพอ่ื จะนำ�ไปเข้าช่อ
พนั ด้วยฟลอรา่ เทปสเี ขยี ว
028
ขัน้ ตอนการทำ�ช่อดอก
01 เมอื่ เตรยี มดอกตมู แย้ม 02 น�ำ ดอกตูมกับดอกแยม้ ใบ 1 ชอ่ มาพันตดิ กับกา้ นสำ�เรจ็ พนั ทบั
บาน เสรจ็ แลว้ น�ำ กา้ น ดว้ ยฟลอรา่ เทป
ส�ำ เร็จ ใบ และฟลอรา่ เทป
สเี ขียวเพื่อเข้าช่อ
03 ใสด่ อกบาน ใบ 1 ช่อ พันทบั ดว้ ยฟลอรา่ เทป เพอ่ื จดั ตกแต่ง
ใส่แจกนั
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไม้ประดษิ ฐ์จากรังไหม
029
07
030 ดอกตะแบก
ดอกตะแบกมชี อื่ วทิ ยาศาสตรว์ า่ Lagerstroemia
เปน็ ไมย้ นื ตน้ ผลดั ใบ ดอกมสี ชี มพอู อ่ นหรอื มว่ งออ่ น
ออกดอกเป็นช่อแบบแขนงตามปลายกิ่ง ช่อดอก
ยาว 30 - 40 เซนติเมตร ก้านช่อดอกและดอกตูม
มขี นสนี า้ํ ตาลออ่ นปกคลุม กลบี เล้ียงมี 10 - 12 กลบี
ปลายแยก 5 - 6 กลีบ มีขนสีน้ําตาลด้านนอกและ
ปลายกลบี ด้านใน กลีบดอกมี 6 กลบี
ขัน้ ตอนการทำ� ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
01 คัดเลือกรังไหมรงั ยาว ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
031
02 ตัดแบง่ คร่งึ 2 ส่วนต่อ 1 รัง
03 พบั ครง่ึ รังไหมแล้วตัดหยกั ๆ 04 เม่ือตัดแต่งแบบแลว้ จะได้
รอบกลบี ดอก ลกั ษณะแบบน้ี
032
05 นำ�กลบี ดอกทแ่ี ต่งตดั แล้วไป 06 น�ำ ออกมาล้างให้สะอาด 07 ผสมสตี ามต้องการ น�ำ กลบี ดอกลงไปแชป่ ระมาณ 3 ชวั่ โมง
แชผ่ งซกั ฟอก
08 ลา้ งใหส้ ะอาดและนำ�มา 09 ใชป้ ลายเข็มสะกิดลอก ชน้ั 10 ใชล้ วดพนั ก้านสขี าวเบอร์ 26
ผ่ึงลมใหแ้ ห้ง กลบี ดอกออกใหไ้ ด้ 3 - 4 ทากาวตดิ เปน็ ก้านกลบี ดอก
ตามยาว ทิ้งไว้ให้แห้ง
ปุยไหมไอดอล ภมู ปิ ัญญา
ดอกไม้ประดิษฐจ์ ากรังไหม
033
ข้นั ตอนการเขา้ ดอก 02 เลอื กกลบี ดอกไมท้ เ่ี ทา่ กัน 03 น�ำ กลบี ดอกมาพันคู่กบั เกสร
01 ใช้ปา่ นศรนารายณม์ ามัดกบั ลวดเบอร์ 20 เพ่ือท�ำ เป็นเกสร 5 กลบี มสี อี อ่ นแกอ่ ยใู่ นดอก
เดียวกนั
04 น�ำ กลีบเลยี้ งมาใส่ ทากาว 05 พนั ทบั ดว้ ยฟลอร่าเทปสีเขยี ว 06 เมือ่ ท�ำ ดอกเสร็จแล้วก็เตรียมเข้าช่อ สับหว่างกันให้สวยงาม
และเหมาะสม
034
ดอกเหมย
ดอกเหมยหรือดอกบ๊วย มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Prunus mume
เป็นดอกไม้ประจำ�ชาติของสาธารณรัฐจีน บานสะพร่ังได้แม้ท่ามกลาง
หิมะในฤดูหนาว และเป็นดอกไม้ชนิดเดียวของฤดูน้ี โดยมีช่ือเรียกว่า
เหมยฮัว มีความหมายมงคลหมายถึง ความช่ืนบาน ความมีโชค
ความยงิ่ ใหญ่ และอายยุ ืนยาวกบั ความออ่ นเยาว์ทยี่ นื ยง
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐ์จากรงั ไหม
035
ขน้ั ตอนการทำ�
01 คดั เลอื กรังไหมลักษณะ 02 ตัดแตง่ กลบี โคง้ มนใหส้ วยงามตามตวั อยา่ ง 03 ใชป้ ลายเขม็ สะกิดกลีบดอก
กลมเลก็ ตดั แบง่ 5 กลีบ ออกใหไ้ ด้ 2 ช้ัน
เทา่ ๆ กนั
04 น�ำ กลบี ที่ลอกแลว้ มามดั 05 นำ�ไปแช่ผงซักฟอกท้ิงไว้ 06 ผสมสีตามความตอ้ งการ นำ� 07 นำ�มาล้างให้สะอาด ตัดดา้ ย
รวมกนั หลาย ๆ กลีบใหแ้ น่น ประมาณ 3 - 4 ช่วั โมง แลว้ กลบี ทั้งหมดลงไปย้อมทงิ้ ไว้ ท่มี ดั ออก ผง่ึ ลมให้แหง้
น�ำ มาล้างนํา้ ใหส้ ะอาด ประมาณ 4 ชั่วโมง
036
ขั้นตอนการทำ�ช่อดอก
01 น�ำ เกสรหวั สเี หลอื งมามดั ใสก่ ับลวดเบอร์ 20 พนั ทบั ด้วย 02 นำ�กลบี ดอก 1 กลีบ เจาะรูตรงกลางแลว้ สวมกา้ นเกสรท่ีเตรยี มไว้
ฟลอร่าเทปสีนํา้ ตาล ติดกาวให้แน่น ใส่ชนั้ ทส่ี องสับหวา่ งแลว้ ติดกาว
03 เมือ่ ทำ�ดอกแลว้ เตรียมก้าน 04 น�ำ ดอกตูม 1 ดอกมาพนั 05 พันก้านดว้ ยฟลอร่าเทป
สำ�เร็จพันทบั ดว้ ยฟลอร่าเทป ตดิ กับกา้ นส�ำ เร็จ แล้วใสด่ อก สีนํา้ ตาล จดั ชอ่ ดอก
ลดหลน่ั กนั ลงมา ใหส้ วยงาม
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
037
038 ดอกคาร์เนชนั่
ดอกคาร์เนชั่นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dianthus
caryophyllus คาร์เนชั่นมีถิ่นกำ�เนิดในยุโรปตอนใต้
เป็นไม้ดอกล้มลุก ลำ�ต้นแตกกิ่งก้าน ใบรูปแถบ
เรียวยาว โคนใบหุ้มข้อโป่งพองเล็กน้อย ดอกมีทั้ง
ชนิดดอกเดี่ยวและดอกช่อ ปลายกลีบดอกจะมี
ลักษณะหยัก ๆ คล้ายฟันเล่ือย กลีบหุ้มดอก
มลี ักษณะรวมตดิ กันเปน็ กรวยหมุ้ กลบี ดอกไว้
ขนั้ ตอนการท�ำ ปุยไหมไอดอล ภมู ปิ ัญญา
ดอกไม้ประดษิ ฐจ์ ากรงั ไหม
01 คัดเลอื กรงั ไหม ขนาด 02 ใชก้ รรไกรตดั แบง่ ตามยาว
ยาวใหญต่ ัดหัวทา้ ยทางยาว 039
03 ยืดรังไหมออกตามแบบ
04 ตดั แต่งกลีบโค้งตามแบบ 05 ใชก้ รรไกรซอยตัดเปน็ ฟันปลาทีป่ ลายกลบี เท่า ๆ กนั
ตัดใหไ้ ด้ 2 ขนาด คือ
กลาง/ใหญ่
040
06 ใช้กรรไกรแบ่งกลีบอีกคร้งั 07 ใชป้ ลายเขม็ สะกดิ ลอก ชั้น 08 น�ำ กลบี ที่ลอกแล้วแช่
ตามแบบ กลีบดอกออกให้ได้ 3 - 4 ผงซกั ฟอก ท้ิงไว้ประมาณ
2 ชั่วโมง ล้างให้สะอาด
ทิง้ ไวพ้ อหมาด
09 ผสมสตี ามความตอ้ งการ 10 น�ำ มาผ่ึงไวใ้ ห้แห้ง
น�ำ กลีบยอ้ มสีแตะแค่
ปลายกลบี
ปุยไหมไอดอล ภูมปิ ญั ญา
ดอกไม้ประดษิ ฐ์จากรังไหม
041
ขั้นตอนการเข้าดอก
01 ใชล้ วดพันก้านสขี าวเบอร์ 26 02 เมื่อท�ำ กลีบดอกเสร็จแลว้ ใหเ้ ตรียมไว้ 20 - 30 กลีบ จากนั้นมดั
ทากาวตดิ เป็นกา้ นกลบี รวมกัน
ทิ้งไว้ใหแ้ ห้ง
03 เตรยี มก้านลวด 1 เส้น 04 ใสก่ ลีบเล้ียงย้อมสีเขียว ตดั แฉกทัง้ รังสวมใต้ดอก ติดกาวใหแ้ น่น
พันกา้ นทำ�กลีบมดั ตดิ กับ พันดว้ ยฟลอร่าเทปสเี ขียว ตดิ ใบ 2 ใบ
ก้านช่อลงมาสบั หว่าง
จนกลบี หมด
042 ดอกบัวเผอ่ื น
ดอกบวั เผอื่ นมชี อ่ื วทิ ยาศาสตรว์ า่ Nymphaea
nouchali เป็นพรรณไม้น้�ำคล้ายบัวสาย มีเหง้า
และไหลอยู่ใต้ดิน และส่งใบดอกข้ึนมาบนผิวน้ํา
บัวเผื่อนมีดอกให้ชมเกือบตลอดท้ังปี เร่ิมบาน
ตอนสายและหุบตอนบ่าย บัวเผ่ือนมีช่ือพื้นเมืองอื่น
ว่า นิลุบล นโิ ลบล บวั ผัน บวั ขาบ ปา้ นสังกอ่ น และ
ปาลีโป๊ะ
ปุยไหมไอดอล ภูมปิ ญั ญา
ดอกไมป้ ระดษิ ฐจ์ ากรังไหม
043
ขั้นตอนการทำ�
01 คัดเลอื กรงั ไหม 02 ใชก้ รรไกรตัดแบ่งตามยาว 03 ตดั แตง่ กลบี ใหไ้ ดโ้ คง้ 04 ใช้ปลายเข็มสะกดิ ลอก
ขนาดยาวใหญ่ 5 ส่วนเทา่ ๆ กนั สวยงามตามแบบ กลีบดอกออกให้ได้ 2 ช้นั
05 นำ�มามดั ซอ้ นกนั หลาย ๆ ชั้น 06 น�ำ ไปแชผ่ งซักฟอกนาน 07 ผสมสีตามความต้องการ 08 แก้มัดออก ผึ่งลมใหแ้ ห้ง
ให้แน่น 3 ช่ัวโมง แลว้ ล้างออก ลงไปยอ้ มทัง้ มัดประมาณ
ใหส้ ะอาด 3 ชวั่ โมง
044
ขั้นตอนการทำ�เกสร
01 เลือกรงั ไหมขนาดเลก็ มาตัดเปน็ เกสรฝอย ๆ ลอกเปน็ 2 ช้ัน 02 การท�ำ ตุ้มใช้ลวดเบอร์ 20 งอปลาย พนั ดว้ ยกระดาษทชิ ชตู ิดกาว
แลว้ แชผ่ งซักฟอก ล้างใหส้ ะอาด ยอ้ มด้วยสเี หลอื งประมาณ หมุนเป็นรูปกลม ๆ
1 ช่วั โมง
03 น�ำ เกสรสเี หลอื งมาสวมใส่ตมุ้ 04 น�ำ กลีบดอกที่แหง้ แล้ว 05 น�ำ กระดาษทิชชูมาพันทับ
ติดกาวหมุ้ เข้าดอกทีละช้ันประมาณ ก้านดอกบวั โดยทากาว
6 ชน้ั ใสก่ ลีบเล้ียง 1 ช้นั ทกี่ ้านลวด พันใหแ้ นน่
ปุยไหมไอดอล ภูมิปัญญา
ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์จากรังไหม
045
06 พันทับดว้ ยฟลอรา่ เทปสีเขยี ว 07 ตัดแตง่ กลีบใหส้ วยงาม
046
ดอกบวั ดนิ
ดอกบัวดินมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zephyranthes
spp. จัดเป็นไม้ดอกประเภทหัวทีม่ คี วามทนทานต่อสภาพ
แหง้ แลง้ ปลกู เลยี้ งงา่ ย และมดี อกสวยงาม นยิ มน�ำมาปลกู
ในแปลงจัดสวน และการปลูกในกระถางส�ำหรับชมดอก
รวมถึงประโยชน์ในด้านการใช้เปน็ พืชคลมุ ดนิ
ปุยไหมไอดอล ภมู ิปญั ญา
ดอกไมป้ ระดิษฐจ์ ากรังไหม
047
048 02 ตัดแบง่ 6 สว่ นเทา่ ๆ กัน 03 ตดั แต่งกลีบใหไ้ ดโ้ ค้ง 04 ใชป้ ลายเขม็ สะกดิ ลอกกลบี
สวยงามตามตวั อยา่ ง ใหไ้ ด้ 2 ชั้น
ขน้ั ตอนการทำ�
01 คัดเลือกรังไหม ขนาดยาว
05 น�ำ กลบี ดอกมามดั รวมกนั 06 ล้างนํ้าให้สะอาด ผสมสตี าม 07 น�ำ กลีบดอกที่ย้อมสีแลว้ มาผง่ึ ลมให้แห้ง
แล้วนำ�ไปแช่ผงซกั ฟอก ความตอ้ งการ นำ�กลีบดอก
ประมาณ 2 ชว่ั โมง มายอ้ มทง้ิ ไว้ 4 - 5 ชว่ั โมง