The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำแนะนำการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจสารเสพติด (คู่มือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ฯ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pex86, 2023-02-23 23:34:45

คำแนะนำการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจสารเสพติด (คู่มือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ฯ)

คำแนะนำการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจสารเสพติด (คู่มือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ฯ)

ที่มา : คู่มือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกองทัพเรือ (2561) 1 ขนั้ตอน วิธีการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจสารเสพติด การตรวจสารเสพติดในร่างกาย โดยวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการนั้น สามารถตรวจได้ทั้งใน ปัสสาวะ เลือด เส้นผมและอื่นๆ แต่การตรวจหาสารเสพติดจากปัสสาวะ ถือว่าเป็นวิธีมาตรฐานที่ กฎหมายก าหนดและนิยมใช้กันแพร่หลายโดยเฉพาะสารเสพติดกลุ่มยาบ้า (Amphetamine) ที่มีการ แพร่ระบาดมากที่สุดในประเทศไทย แต่การตรวจจากปัสสาวะมีข้อจ ากัดบางประการโดยมีโอกาสถูก สับเปลี่ยนหรือปลอมปนสารบางอย่างลงในปัสสาวะได้ และยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สารเสพติดขับ ออกมาทางปัสสาวะหากเก็บปัสสาวะเร็วหรือช้าเกินไปอาจท าให้ตรวจไม่พบสารเสพติด เมื่อพบสารเสพติดในปัสสาวะในก าลังพลรายใด ไม่ได้หมายความว่าก าลังพลผู้นั้นเป็นผู้ติดยา เสพติด แต่หมายความว่าก าลังพลผู้นั้นได้เสพยาเสพติดในระยะเวลาที่ชุดทดสอบ สามารถตรวจพบสาร เสพติดนั้นได้ การตรวจไม่พบไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เสพ อาจเป็นเพราะใช้ชุดทดสอบไม่ตรงกับชนิดของยา เสพติดที่ผู้ป่วยใช้ มีการปลอมปนลงในปัสสาวะ มีการสับเปลี่ยนปัสสาวะ ใช้เวลาในการตรวจเร็วหรือช้า เกินไป วิธีเกบ ็ ปัสสาวะเพื่อตรวจหาสารเสพติด • ปัสสาวะต้องมีคุณภาพและถูกต้อง ถูกคน ถูกเวลา ถูกชนิด มีปริมาณเพียงพอ และเก็บรักษา เหมาะสม • ในห้องน ้าไม่ควรมีน ้า ปิดวาล์วน ้า และให้เติมสีลงในถังน ้าชักโครก เพื่อป้องกันการผสมน ้าลงใน กระบอกปัสสาวะ • แนะน าให้ถอดเสื้อผ้ารุ่มร่ามออกก่อน ไม่อนุญาตให้น ากระเป๋ าถือ /เป้/ ย่ ามหรือวัตถุที่อาจ ลักลอบน าปัสสาวะไปสับเปลี่ยนได้เข้าไปในห้องน ้าด้วย • แนะน าให้ล้างมือให้สะอาดก่อนเก็บปัสสาวะ • ใช้ภาชนะที่แห้ง สะอาด มีฝาปิดขนาดความจุประมาณ 40 – 60 CC • ติดป้ายชื่อเจ้าของปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเก็บ • เก็บปัสสาวะให้ได้ปริมาณ 30 - 50 CC • เมื่อได้ปัสสาวะมาแล้วให้ตรวจสอบลักษณะปัสสาวะ เช่น สี ความขุ่น สิ่งเจือปน และอุณหภูมิ ปัสสาวะ (หากสงสัยว่ามีการสับเปลี่ยน เจือจาง หรือปลอมปนปัสสาวะให้เก็บใหม่) • เมื่อได้ปัสสาวะมาแล้วให้ตรวจวิเคราะห์ทันที ถ้าท าไม่ได้ ให้เก็บแช่เย็น 2 – 8 องศาเซลเซียส และต้องส่ง ห้องปฏิบัติการภายใน 24 ชั่วโมง ในสภาพแช่เย็น


ที่มา : คู่มือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกองทัพเรือ (2561) 2 ความผิดพลาดของการตรวจวิเคราะห์และแปลผลเพื่อหาสารเสพติดในปัสสาวะ อาจเกิดจากขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ขั้นตอนการเก็บปัสสาวะ เช่น การเติม / ปลอมปนสารบางอย่างเข้าไป การเจือจางปัสสาวะด้วย น ้าหรือ แอบน าปัสสาวะคนอื่นมาสับเปลี่ยน เป็นต้น 2. ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์เช่น การเลือกใช้ชุดตรวจสอบคัดกรองไม่เหมาะสม การเก็บรักษาชุด ตรวจไม่ เหมาะสม ท าการตรวจวิเคราะห์ไม่ถูกต้อง (จ านวนปัสสาวะ / จับเวลาผิด ฯลฯ) อ่านผลตรวจผิดพลาด / สับสน ตรวจวิเคราะห์ผิดราย / สลับราย ไม่มีการคุมคุณภาพชุดตรวจ เป็นต้น 3. ส่วนขั้นตอนการแปลผลการตรวจที่อาจพบความผิดพลาด มักเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ 3.1. กรณีผลตรวจเป็นลบ ( Negative) ทั้งที่ผู้นั้นมีประวัติเป็นผู้เสพยา เรียกว่า ผลลบปลอม (False Negative) อาจเกิดจากสาเหตุดังนี้ o เลือกตรวจชนิดสารเสพติดไม่ตรงกับประวัติการเสพ เช่น ผู้รับการตรวจเสพกัญชา แต่ ใช้ ชุดทดสอบส าหรับตรวจหายาบ้า o ในปัสสาวะมีปริมาณสารเสพติดน้อยกว่าที่ชุดตรวจ จะตรวจพบได้เนื่องจากผู้รับการ ตรวจ เสพมาเพียงเล็กน้อย หรือเสพมานานหลายวันแล้วจนร่างกายขับสารเสพติดนั้น ออกไปหมด 3.2. กรณีผลบวก (Positive) แต่ผู้รับการตรวจไม่ได้เสพยาเสพติด เรียกว่า ผลบวกปลอม (False positive) เช่น อาจเกิดจากผู้รับการตรวจ รับประทานยารักษาโรคบางชนิดแล้วมีผลต่อสารเสพ ติดชนิดนั้น ๆ ระยะเวลา (โดยประมาณ) ที่สามารถตรวจพบสารติดในปัสสาวะ ชนิดสารเสพติด ระยะเวลาน้อยที่สุด ที่อาจตรวจพบ ระยะเวาลมากที่สุด ที่ยังตรวจพบได้ กลุ่ม Amphetamines ๒ - ๗ ชั่งวโมง ๒ - ๔ วัน กลุ่ม Opiates ๒ ชั่วโมง ๒ - ๓ วัน Methadone (เมทาโดน) ๒ ชั่วโมง ๒ - ๔ วัน Cannabis (กัญชา) ๖ - ๑๘ ชั่วโมง ๑ - ๑๐ วัน หรือหากใช้เป็น ประจ าอาจพบได้นานถึง ≥ ๓๐ วัน


ที่มา : คู่มือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกองทัพเรือ (2561) 3 Cotinine/Nicotine (บุหรี่) ๔ - ๖ ชั่วโมง ๗ - ๑๐ วัน Cocaine (โคเคน) ๑ - ๔ ชั่วโมง ๒ - ๓ วัน PCP (เฟนซัยคลิดีน) ๕ - ๗ ชั่วโมง ๓ - ๘ วัน Alcohol ๐ - ๔ ชั่วโมง ๑๒ - ๒๔ วัน การเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อส่งตรวจ การเก็บปัสสาวะเพื่อส่งตรวจหาสารเสพติด สามารถเก็บเวลาใดก็ได้เป็นการเก็บตัวอย่างที่ให้ ผู้รับการตรวจถ่ายปัสสาวะทันที โดยด าเนินการดังนี้ 1. รับกระบอกปัสสาวะ ตรวจดูรายชื่อนามสกุล / หมายเลขที่ติดภาชนะให้ตรงกับชื่อนามสกุล ของผู้รับการตรวจ 2. ให้ผู้รับการตรวจถ่ายปัสสาวะช่วงแรกทิ้งไปก่อนแล้วน าภาชนะรองปัสสาวะช่วงกลาง ให้ได้ ปริมาณประมาณ 1/3 ของกระบอก (อย่างน้อย 30 มิลลิลิตร) 3. ปิดฝากระบอกปัสสาวะให้สนิท ตรวจดูชื่อนามสกุล / หมายเลขที่ติดภาชนะอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ ลบเลือนไปหรือเปียกน ้าจากนั้นน าไปวางไว้ในที่ก าหนด การใช้ชุดทดสอบเพื่อหาสารเสพติดในปัสสาวะและวิธีการแปลผล ชุดทดสอบที่ใช้ในกรมแพทย์ทหารเรือและใช้สนับสนุนหน่วยต่างๆของกองทัพเรือ มีสองชนิด ได้แก่ 1. ชุดทดสอบเพื่อหาสารเสพติดแบบตลับทดสอบ (Cassette) มีขั้นตอนการใช้ดังนี้ o วางชุดทดสอบบนพื้นราบที่สะอาด o ใช้หลอดหยด (Dropper) ดูดปัสสาวะและหยดปัสสาวะอย่างเบาๆ ในแนวตั้งฉากทีละ หยด จ านวน 3 หยด (ระวังอย่าให้มีฟองอากาศหรือตะกอนของปัสสาวะปน) o จับเวลาตามที่ระบุในคู่มือการใช้จึงแปลผล (ไม่ควรอ่านผลทดสอบเมื่อเลยช่วงเวลาที่ ระบุในคู่มือการใช้) 2. ชุดทดสอบเพื่อหาสารเสพติดแบบแผ่นตรวจ (Strip) มีขั้นตอนดังนี้


ที่มา : คู่มือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกองทัพเรือ (2561) 4 o จับด้านปลายของชุดทดสอบ จุ่มแถบทดสอบด้านที่มีสัญลักษณ์ลูกศรลง ในปัสสาวะใน แนวตั้งฉาก โดยจุ๋มไม่เกินขีดบอกระดับที่ระบุไว้ตรงปลายของแถบทดสอบ o น าแผ่นทดสอบวางบนพื้นราบที่สะอาด o จับเวลาตามที่ระบุในคู่มือการใช้แล้วจึงแปลผล (ไม่ควรอ่านผลทดสอบเมื่อเลยช่วงเวลา ที่ระบุในคู่มือการใช้) การแปลผล จะมีการแสดงผลใน 3 ลักษณะ ดังนี้ 1. การแปลผลบวก (Positive) หมายถึง อาจมีสารเสพติดในปัสสาวะ o ชุดทดสอบแบบตลับทดสอบ (Cassette) ในช่วงแปลผลจะมีแถบสีขึ้นตรงต าแหน่ง C เพียงเส้นเดียว o ชุดทดสอบแบบแผ่นตรวจ (Strip) จะมีแถบสีขึ้นที่เส้นบนเพียงเส้นเดียว 2. การแปลผลลบ (Negative) หมายถึง ไม่มีสารเสพติดในปัสสาวะ หรือมีสารเสพติดชนิดนั้น แต่มีความเข้มข้นน้อยกว่าค่ามาตรฐาน o ชุดทดสอบแบบตลับทดสอบ (Cassette) ในช่องแปลผลจะมีแถบสีตรงต าแหน่ง C และ T o ชุดทดสอบแบบแผ่นตรวจ (Strip) จะมีแถบสีขึ้นทั้งสองเส้นบนและล่าง 3. ไม่สามารถที่จะแปลผลได้(Invalid) มาจากสาเหตุเหล่านี้ เช่น ชุดทดสอบหมดอายุ เก็บ รักษาไว้ในที่ร้อนหรือหยดปัสสาวะไม่เพียงพอ ดังนั้นจะต้องท าการตรวจซ ้า o ชุดทดสอบแบบตลับทดสอบ (Cassette) ปัสสาวะซึมผ่านตลับทดสอบแล้ว ไม่ปรากฏ แถบสีขึ้น ตรงต าแหน่ง C หรือพบแถบสีเฉพาะต าแหน่ง T เพียงเส้นเดียว o ชุดทดสอบแบบแผ่นตรวจ (Strip) พบแถบสีขึ้นเฉพาะเส้นล่างเพียงเส้นเดียว ปัญหาที่พบบ่อยในการอ่านผล • แถบสีที่เห็นไม่สม ่าเสมอ แหว่งๆ ขาดๆ ซึ่งน่าจะเกิดจากมาตรฐานการผลิต ดังนั้นหากพบ ปัญหาแบบนี้ควรตรวจซ ้าอีกครั้ง • แถบสีที่บริเวณแถบทดสอบ ( Test zone) ติดสีจางๆ ซีดๆ ซึ่งในค าแนะน าของผู้ผลิตหลาย ยี่ห้อได้แนะน าว่า หากตรวจพบแถบสีทั้งสองแถบ คือ แถบควบคุมและแถบทดสอบ แม้ว่า แถบทดสอบจะติดสีซีดๆ ก็ให้ออกผลว่า “ ผลลบ”


ที่มา : คู่มือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกองทัพเรือ (2561) 5 ข้อควรระวังในการใช้งานชุดตรวจส าเร็จรูป 1. การเก็บรักษาชุดตรวจ ต้องเก็บที่อุณหภูมิ15 ถึง 30 องศาเซลเซียส หรือตามที่ผู้ผลิต ก าหนดไว้ ห้ามเก็บไว้ในที่แสงแดดส่องถึงหรือใกล้แหล่งความร้อนหรือเก็บในช่องแช่แข็ง 2. ห้ามใช้ชุดตรวจที่หมดอายุแล้ว 3. ควรใช้ชุดที่ซองบรรจุไม่มีรอยฉีกใดๆ (ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์) และควรฉีกซองบรรจุตอนที่ ลงมือตรวจวิเคราะห์เท่านั้น (ไม่ขวดฉีกทิ้ง ไว้ล่วงหน้านานๆ) 4. ควรใช้หลอดดูดปัสสาวะ ที่ให้มาในซองชุดตรวจเพื่อหยดปัสสาวะเท่านั้น (ไม่ควรใช้หลอด กาแฟหรือหลอดอื่นๆ เพราะอาจท าให้ปริมาตรผิดได้) ในขณะที่หยดปัสสาวะลงต้องตั้งหลอดดูดใน แนวตั้งฉาก (อย่าเอียงหลอดดูด) และควรระวังอย่าให้มีฟองอากาศในหยดปัสสาวะ 5. การอ่านผล ต้องอ่านภายในระยะเวลาที่เอกสารอธิบายการใช้ก าหนดไว้เท่านั้น การอ่านผล ก่อนและหลังเวลาที่ก าหนด อาจท าให้เกิดผลผิดพลาดได้ 6. ปัสสาวะที่น ามาตรวจ อาจมีเชื้อโรคอื่นๆ อยู่ด้วย ดังนั้นควรระมัดระวังการปฏิบัติงานเพื่อ ป้องกันการติดเชื้อ ผลบวก ผลลบ แปลผลไม ไ ด รูปที่ ๒ แสดงชุดทดสอบเพื่อหาสารเสพติดแบบแผ นตรวจ (Strip) และการแปลผล ผลบวก ผลลบ แปลผลไม ไ รูปที่ ๓ แสดงภาพชุดทดสอบเพื่อหาสารเสพติดแบบตลับทดสอบ ( ดCassette)และการแปลผล สืบค นจาก : กระทรวงสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร การแพทย . (คู๒๕๕๔). มือและแนวทางการจดัซื้อ ชุดทดสอบสารเสพติด


ที่มา : คู่มือการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกองทัพเรือ (2561) 6 7. ภาชนะที่ใช้ใส่ปัสสาวะต้องสะอาดแห้งและไม่มีสิ่งเจือปนใดๆ เช่น น ้ายาล้างห้องน ้า ผงซักฟอก หากสงสัยว่า จะมีการเจือปนสารบางอย่างให้เก็บปัสสาวะใหม่อีกครั้งและควรมีการควบคุม การเก็บปัสสาวะร่วมด้วย 8. การแปลผลต้องอาศัยข้อมูลอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น ประวัติการเสพ ชนิดสารเสพติดที่เสพ ระยะเวลาที่เสพครั้งสุดท้ายและระยะเวลาที่เก็บปัสสาวะ เพราะปัสสาวะที่เก็บต่างเวลากัน อาจให้ผล ตรวจแตกต่างกันได้ เป็นต้น


Click to View FlipBook Version