Do our best for all : ทำดที สี่ ดุ เพอ่ื ทุกชีวิต
คำนำ
ตามที่ สำนักงาน ก.พ.ร. ส่งเสริมให้ส่วนราชการดำเนินการพฒั นาองค์การตามเกณฑ์คุณภาพ
การบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อสร้างความพึงพอใจ ตลอดจนความเชื่อถือไว้วางใจในการทำงานของภาครัฐ
พัฒนาไปสู่องค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง และการปรับตัวอย่างสมดุลในการทำงานระหว่างภาครัฐ
กับภาคส่วนอื่น ๆ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันของภาคราชการและระดับประเทศ การสร้าง
คุณูปการต่อสังคม การใช้ประโยชน์ของข้อมูลสารสนเทศของส่วนราชการ การจัดการกระบวนการ
และนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อความสำเร็จของการบริหารจัดการองค์การอย่างยั่งยนื
ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อเป้าหมายของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 รวมท้งั จัดให้มีการมอบรางวลั คุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ส่วนราชการพัฒนา
คณุ ภาพการบริหารจดั การอย่างตอ่ เนอ่ื งและยั่งยนื
กรมการแพทย์ ไดน้ ำเกณฑค์ ณุ ภาพดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบบริหารจัดการ
ของกรมอย่างต่อเนือ่ ง โดยในปี พ.ศ. 2556 ไดร้ บั การรบั รองคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครัฐ ระดับพ้ืนฐาน
(Certified FL) ในปี พ.ศ. 2559 ได้รบั การรบั รองคุณภาพการบริหารจัดการภาครฐั ระดบั พน้ื ฐาน ฉบับที่ 2
(Certified FL Version 2) ในปี พ.ศ. 2563 ได้รับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 1
ด้านการนำองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคม และหมวด 6 ด้านกระบวนการคุณภาพและนวัตกรรม
และในปี พ.ศ. 2564 ได้รับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 2 ด้านการวางแผนยุทธศาสตร์
และการสอ่ื สารเพื่อนำไปสกู่ ารปฏบิ ัติ หมวด 5 การบรหิ ารทรัพยากรบุคคล
เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพขององค์การ และเป็นแรงกระตุ้นให้บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจ
ในการร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงานจนบรรลุเป้าหมาย และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ จึงหวังเป็นอย่างยิ่ งว่า
การบริหารจัดการกรมการแพทย์ จะเปน็ ที่ประจกั ษต์ อ่ คณะกรรมการและเป็นแนวทางปฏิบัตทิ ดี่ ตี ่อไป
กรมการแพทย์
29 มีนาคม 2565
Do our best for all : ทำดีท่ีสดุ เพอื่ ทุกชีวติ
สารบญั
ส่วนท่ี 1 ลักษณะสำคญั ขององค์การ หนา้
สว่ นท่ี 2 การดำเนนิ การพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครัฐ 1
ส่วนท่ี 2-1 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การอย่างต่อเน่อื งตามเกณฑร์ ะดับพืน้ ฐาน
ส่วนที่ 3 9
หมวด 1 การนำองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคม 13
หมวด 2 การวางแผนยทุ ธศาสตรแ์ ละการส่ือสารเพื่อนำไปส่กู ารปฏบิ ัติ 17
หมวด 4 การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานขององค์การ
20
และการจดั การความรู้ 23
หมวด 5 การบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล
หมวด 6 กระบวนการคุณภาพและนวตั กรรม 26
สว่ นท่ี 2-2 การดำเนนิ การทโ่ี ดดเดน่ รายหมวด 40
หมวด 3 การมุ่งเน้นผูร้ ับบริการและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย
ผลลัพธ์การดำเนินการ
Do our best for all : ทำดีที่สดุ เพอ่ื ทุกชีวติ 1
ส่วนท่ี 1 ลกั ษณะสำคัญขององคก์ าร
กรมการแพทย์เป็นกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2562 มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาการด้านการบำบัดรักษา
และฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ฝ่ายกาย โดยมีการศึกษา วิจัย พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้
และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม การเพิ่มพูนความรู้และทักษะการปฏิบัติงานแก่บุคลากร
ทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีคุณภาพ ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะด้าน หรือในระดับตติยภูมิท่ียุ่งยาก
ซับซ้อนอย่างได้มาตรฐานเพ่ือให้ผูร้ บั บริการพึงพอใจ มสี ถานบริการสุขภาพเฉพาะโรคระดับตตยิ ภมู ิในสังกัด
ที่กระจายอยู่ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย เปิดให้บริการทุกวันตลอด
24 ชัว่ โมง เพ่ือรองรับการส่งต่อผปู้ ว่ ยเฉพาะโรคระดับตติยภูมิจากสถานบริการสุขภาพทั้งในและนอกสังกัด
กรม โดยให้บริการการรักษาที่ความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน HA มีวิสัยทัศน์ระยะ 20 ปี
คือ “ประชาชนสุขภาพดีได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพอย่างเสมอภาค
การแพทย์ไทยเป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย” โดยมีเป้าประสงค์สูงสุดคือการเห็นประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่
มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน จากภารกิจ วิสัยทัศน์ และเป้าประสงค์นำไปสู่การวิเคราะห์ความสำคัญ
เชิงเปรียบเทียบเพื่อนำไปสู่การออกแบบกระบวนการทำงานทั้งระบบให้ตอบสนองต่อควา มต้องการ
ของประชาชนและประเทศชาติ ดังภาพ
ภาพท่ี P-1 ความเช่ือมโยงของทศิ ทางองค์การและระบบงาน
บุคลากรของกรมการแพทย์มีจำนวนทั้งสิ้น 18,743 คน เป็น ข้าราชการ จำนวน 9,841 คน
คิดเป็นร้อยละ 52.50 ประกอบด้วย 2 สายงาน คือ 1) สายงานหลักได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร
พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข นักกายภาพบำบัด ฯลฯ จำนวน 8,446 คน คิดเป็นร้อยละ 85.85
2) สายงานสนับสนุน ได้แก่ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการเงินและบัญชี
นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ จำนวน 1,395 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 14.15 ลกู จ้างประจำ จำนวน 825 คน คดิ
เป็นรอ้ ยละ 4.40 พนักงานราชการ จำนวน 989 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5.28 และ พนกั งานกระทรวง
สาธารณสขุ จำนวน 7,088 คน คิดเป็นร้อยละ 37.82
Do our best for all : ทำดที ่สี ดุ เพื่อทุกชีวิต 2
การศึกษาของบุคลากร กลุ่มข้าราชการ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปริญญาตรีจำนวน 7,235 คน
คิดเปน็ รอ้ ยละ 73.52 รองลงมาคือระดบั ปริญญาเอกจำนวน 1,134 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 11.52 ตำ่ กว่าระดับ
ปรญิ ญาตรีจำนวน 799 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 8.12 และระดับปริญญาโทจำนวน 673 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 6.84
และ กลุม่ ลูกจา้ งประจำ ส่วนใหญ่อย่ใู นระดบั ต่ำกว่าปริญญาตรีจำนวน 824 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 99.88
และระดับปริญญาโทจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.12 กลุ่มพนักงานราชการ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ
ปริญญาตรีจำนวน 511 คน คิดเป็นร้อยละ 51.67 รองลงมาคือต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจำนวน 465 คน
คิดเป็นร้อยละ 47.02 และระดับปริญญาโทจำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 1.31 กลุ่มพนักงาน
กระทรวงสาธารณสุข ส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำกว่าระดับปริญญาตรีจำนวน 5,554 คน คิดเป็นร้อยละ
78.36 รองลงมาคือระดับปริญญาตรีจำนวน 1,520 คน คิดเป็นร้อยละ 21.44 ระดับปริญญาโทจำนวน 3
คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.04 และระดบั ปรญิ ญาเอกจำนวน 11 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 0.16
พนักงานกระทรวงสาธารณสขุ 8.12 78.36 21.44 0.0146
พนักงานราชการ 47.02 51.67 1.301
ลกู จา้ งประจา
ขา้ ราชการ 99.88 0.012
73.52 6.84 11.52
0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100
ต่ากว่าปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก
ภาพท่ี P-2 ระดบั การศึกษาของบคุ ลากร
โครงสร้างอายุของบุคลากร กลุ่มข้าราชการ อายุตัวเฉลี่ย 39.21 ปี อายุงานเฉลี่ย 13.86 ปี
กลุ่มลูกจ้างประจำ อายุตัวเฉลี่ย 54.85 ปี อายุงานเฉลี่ย 28.31 ปี กลุ่มพนักงานราชการอายุตัว
เฉลี่ย 39.02 ปี อายุงานเฉลีย่ 6.49 ปี และ กลุ่มพนักงานกระทรวงสาธารณสุขอายุตัวเฉล่ีย 37.94 ปี
อายุงานเฉลี่ย 5.2 ปี
ปัจจัยที่ทำให้บุคลากรผูกพัน สำหรับข้าราชการ ปัจจัยที่สำคัญคือการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม
ความก้าวหน้าในอาชีพ สำหรับลูกจ้างประจำ คือการมีสวัสดิการหลังเกษียณอายุราชการที่เหมาะสม
พนักงานราชการ คือการมีสวัสดิการและเงินเดือนที่เหมาะสม และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข
คือการไดร้ ับคา่ จา้ งและผลตอบแทนท่เี ปน็ ธรรม
เนื่องจากกรมการแพทย์มีภารกิจตามกฎกระทรวงในการรักษาระดับตติยภูมิ จึงได้มีการจัดทำ
ข้อกำหนดของแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คือต้องมีวุฒิบัตร/อนุมัติบัตรเพื่อแสดงความรู้
ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขา /อนุสาขา จากสมาคมวิชาชีพหรือสภาวิชาชีพ
เช่น วุฒิบัตรสาขาประสาท ศัลยศาสตร์ อายุรศาสตร์ ออโธปิดิกส์ ฯลฯ ข้อกำหนดการปฏิบัติงาน
ด้านสุขภาพ ความปลอดภัยในโรงพยาบาล เช่น เจ้าหน้าที่รังสี ต้องสวมใส่อปุ กรณ์ป้องกนั อันตรายจากรงั สี
เช่น เสื้อตะกั่ว แว่นตากันรังสี และติดตามวัดปริมาณรังสีของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกเดือน หากพบว่า
ปริมาณรังสีสูงกวา่ ค่ามาตรฐาน ตอ้ งมกี ารหมุนเวยี นเจา้ หน้าที่ สำหรับเจา้ หน้าท่ที ีป่ ฏบิ ตั ิการในห้องแยกโรค
Do our best for all : ทำดที ่ีสดุ เพอื่ ทุกชีวิต 3
ห้องติดเชือ้ ต้องสวมอุปกรณป์ อ้ งกันตนเองตามมาตรฐาน Universal Precaution มีการตรวจสขุ ภาพทุกปี
และมกี ารสับเปลีย่ นหมนุ เวียนงาน (Rotation) เปน็ ตน้
กรมการแพทย์มีสินทรัพยท์ ี่สำคญั ได้แก่ อาคารสถานที่ สนิ ทรัพยท์ างปญั ญา อปุ กรณ์และเครือ่ งมือ
ทางการแพทย์ เทคโนโลยีระบบสารสนเทศทางการแพทย์ ที่มีศักยภาพสูง ทันสมัย ระบบสนับสนุน
และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ช่วยให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคล่องตัว
ในการให้บริการทางการแพทยเ์ ฉพาะทาง ดังภาพ
ภาพที่ P-3 สินทรัพยท์ ี่สำคญั
กรมการแพทย์ดำเนนิ งานภายใต้กฎหมาย ระเบยี บ และข้อบงั คับทส่ี ำคัญ ดงั ตาราง
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั เนือ้ หาสาระสำคัญ หน่วยงานผูร้ ักษากฎหมาย
พรบ. สุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 กำหนดนโยบายยทุ ธศาสตรด์ ้านสขุ ภาพของ สภานิติบัญญตั ิแหง่ ชาติ
ประเทศ
พรบ.การฟนื้ ฟูสมรรถภาพคนพกิ าร เสรมิ สรา้ งสมรรถภาพหรือความสามารถของคน กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2534 พิการให้มคี ณุ ภาพชวี ิตทด่ี ีข้ึน
พรบ.การฟืน้ ฟูสมรรถภาพ การบำบดั การติดยาเสพติดและฟ้ืนฟูสภาพรา่ งกาย กระทรวงยตุ ธิ รรม
ผู้ติดยาเสพตดิ พ.ศ. 2545 และจิตใจของผต็ ดิ ยาเสพติด
พรบ.ผู้สงู อายุ พ.ศ. 2546 และที่แกไ้ ข การค้มุ ครอง การสง่ เสรมิ และการสนับสนุน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
เพ่ิมเตมิ ผูส้ ูงอายุ มั่นคงของมนษุ ย์
พรบ.ยา พ.ศ. 2510 และท่ีแก้ไขเพมิ่ เตมิ ประกนั คณุ ภาพและความปลอดภยั ในการใช้ยาของ กระทรวงสาธารณสุข
ผบู้ รกิ ารโรค
พรบ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 และ ใหม้ กี ารค้มุ ครองสขุ ภาพอนามัยของประชาชน โดย กระทรวงสาธารณสุข
ทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เติม การจดั อนามยั สิงแวดล้อม
พรบ.ประกอบวิชาชพี เวชกรรม ควบคุมผู้ประกอบวชิ าชพี การรักษาผปู้ ่วย แพทยสภา
พ.ศ. 2525
พรบ.ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2545 ควบคุมผปู้ ระกอบวชิ าชีพใหก้ ารพยาบาลและ กระทรวงสาธารณสุข
และทแ่ี กไ้ ขเพิม่ เตมิ การแพทย์
Do our best for all : ทำดที ่ีสุดเพ่ือทุกชีวติ 4
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั เน้ือหาสาระสำคัญ หน่วยงานผู้รักษากฎหมาย
มาตรฐานโรงพยาบาลและบรกิ ารสขุ ภาพ รับรองคุณภาพระบบบรกิ ารของสถานพยาบาล สถาบันรับรองคณุ ภาพสถานพยาบาล
(HA) เทียบกับมาตรฐานระดับชาติ (องค์การมหาชน)
คำประกาศสิทธแิ ละขอ้ พงึ ปฏิบัติ เพอ่ื ให้ผปู้ ่วยไดร้ ับประโยชนส์ งู สุดจากกระบวนการ กระทรวงสาธารณสขุ
ของผู้ปว่ ย การรักษา
กรมการแพทย์ประกอบด้วย 44 หน่วยงาน แบ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลาง 11 หน่วยงาน
โรงพยาบาล/สถาบันเฉพาะทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 แห่ง และโรงพยาบาลในส่วนภูมิภาค
จำนวน 17 หน่วยงาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมได้กำหนดให้โรงพยาบาล/สถาบัน พัฒนาศูนย์ความ
เป็นเลิศทางการแพทย์จำนวน 15 ด้าน ตามกฎกระทรวง ได้แก่ ด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์
สิ่งแวดลอ้ ม ด้านจักษุวิทยา ด้านโสต ศอ นาสิก ด้านข้อและกระดูก ด้านพระภิกษุและสามเณร ด้านทันตก
รรม ดา้ นการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพในกลมุ่ ผู้ติดยาและสารเสพติด ด้านระบบประสาท ด้านพยาธิ
วิทยา ด้านโรคมะเร็ง ด้านโรคทรวงอก ด้านโรคผิวหนัง ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ด้านฟื้นฟูสมรรถภาพ
ทางการแพทย์ ดา้ นโรคเด็ก โดยหนงึ่ หน่วยงานสามารถพฒั นาไดม้ ากกวา่ หนงึ่ สาขา
ภาพท่ี P-4 โครงสร้างองคก์ รและการกำกบั ดแู ล
การกำกับดูแลองค์การที่ดีถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทางกรมการแพทย์ให้ความสำคัญ เพราะเป็นส่วน
ที่จะช่วยทำให้องค์การมีระบบการบริหารและการจัดการที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส
และมีผลการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพ สร้างความสามารถในการแข่งขัน
และเพิ่มมูลค่าในการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยมีการดำเนินการกำกับดูแลตนเองที่ดีครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความรับผิดชอบ
ต่อการปฏิบัติงานของส่วนราชการ 2) ด้านการเงินและการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ 3) ด้าน
การรักษาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้มีระบบการกำกับการ
Do our best for all : ทำดีทสี่ ุดเพอื่ ทุกชีวิต 5
ดำเนินการของกรมหน่วยงานระดับเหนือกรม ได้แก่ สำนักงาน ก.พ. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการ
ทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี กรมบัญชีกลาง สำนักงาน
คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ในภาครฐั และกระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ต้น
กรมการแพทย์ได้วิเคราะห์ผู้รับบริการจากภารกิจของกรม เพื่อให้ตอบสนองความต้องการ
และความคาดหวังในแต่ละกลุ่มอย่างสมดุล รวมทั้งออกแบบวิธีการส่งมอบพร้อมกับกลไกในการสื่อสาร
ในแตล่ ะกล่มุ ใหเ้ หมาะสม ผู้รบั บรกิ ารได้แก่ สถานบริการสขุ ภาพ บุคลากรทางด้านสขุ ภาพ และผูป้ ่วยระดับ
ตตยิ ภูมิ ผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสีย ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และองคก์ รวชิ าชีพ ดงั ภาพ
ภาพท่ี P-5 การวเิ คราะหผ์ ู้รับบรกิ ารและผมู้ สี ่วนได้ส่วนเสีย
กรมการแพทย์ได้จัดทำ DMS Ecosystem ทำให้เห็นภาพรวมว่ามีหน่วยงานหรือองค์การท่ี
เกีย่ วขอ้ งกนั ในการให้บริการหรือส่งมอบงานต่อกนั เพ่อื เพม่ิ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศซึ่งต้อง
อาศัยกลไกที่สำคัญในการสื่อสาร ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ จำเป็นต้องมีข้อกำหนด
สำคัญในการปฏบิ ัตงิ าน และกำหนดบทบาทหน้าทใ่ี นการปฏิบัติงานรว่ มกัน ดังตาราง
ภาพที่ P-6 DMS Ecosystem
Do our best for all : ทำดที สี่ ดุ เพ่ือทุกชีวิต 6
ส่วนราชการ / บทบาทหน้าท่ี ข้อกำหนดท่ีสำคญั กลไกท่ีสำคัญในการสื่อสาร
องคก์ ารที่เก่ยี วข้อง ในการปฏบิ ตั ิร่วมกนั ในการปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั
ผูส้ ่งมอบ - พบปะตัวแทนจำหนว่ ย
1. บริษทั หรือหนว่ ยงาน - จดั ส่งยา เวชภณั ฑ์ วัสดุ - จดั สง่ ตรงสเปค ตรงเวลา - ทำสญั ญา TOR
ทจ่ี ำหนา่ ยยาและเวชภณั ฑ์ ครภุ ณั ฑ์อปุ กรณ์ ราคาทเี่ หมาะสม - ตดิ ต่อผา่ น Social network
ครภุ ัณฑท์ างการแพทย์ ทางการแพทย์
2. หนว่ ยงานรบั จ้างเหมา - สง่ มอบสนิ ค้าและบรกิ าร - สง่ มอบสนิ คา้ และบรกิ าร - การประชมุ ช้ีแจง สาธิต
บริการ ตามทวี่ า่ จา้ ง ทที่ นั เวลาและมคี ณุ ภาพ - การอบรม นิเทศ
พันธมิตร - คมู่ อื เอกสาร ประกาศ
1. กรมในสงั กดั กระทรวง - ร่วมจัดทำ CPG - CPG มีคุณภาพ มาตรฐาน - จดั ทำข้อตกลงการปฏิบัติ
(สป. อน. อย. คร. สบส. - สามารถนำไปใชป้ ฏบิ ตั ิได้จริง ราชการ (MOU) รว่ มกนั
กรมวทิ ย์ฯ กรมสขุ ภาพจติ - นำนโยบายและแผน - การรายงานผลผ่าน
กรมแพทยแ์ ผนไทยฯ) ยุทธศาสตรข์ อง - ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง MOU ระบบ HDC กระทรวง
กระทรวงไปส่กู ารปฏิบตั ิ - ผลการปฏบิ ตั ิราชการเปน็ ไป
2. หนว่ ยงานในกำกับ กสธ. - ใชร้ ายงานผลการตดิ ตาม ตามเป้าหมายทีก่ ำหนด - การประชมุ ชแ้ี จง อบรม นเิ ทศ
(สรพ. สสส. สปสช. ตวั ชีว้ ัดรว่ มกัน - คู่มือ ประกาศ หนงั สอื
สวรส. สพฉ.) - ข้อตกลงรว่ มในการปฏบิ ัติ - สง่ ขอ้ มลู ทีถ่ กู ตอ้ ง ครบถว้ น - โทรศัพท์
ราชการตามนโยบายรัฐบาล ตรงเวลา - จดั ทำขอ้ ตกลงรว่ ม
3. หน่วยงานภาครัฐท่ี และตามกฎหมาย - ประชมุ ชแ้ี จง
บรู ณาการกัน - ร่วมจัดทำหลกั สูตร - แพทยต์ ้องมคี ุณสมบตั ิ - โทรศพั ท์ โทรสาร E-Mail
แพทยเ์ ฉพาะทางผลิตแพทย์ ตามขอ้ กำหนดของราชวิทยาลยั
4. องคก์ รวชิ าชีพ ประจำบ้าน - จดั ทำขอ้ ตกลงรว่ ม
- หลักสตู รต้องมีมาตรฐาน - ประชมุ ช้ีแจง
คคู่ วามรว่ มมอื - ร่วมจัดทำหลักสตู รพยาบาล ตามเกณฑท์ ่ีกำหนดผลิตแพทย์ - โทรศพั ท์ โทรสาร E-Mail
1. สถาบนั การศึกษา เช่น เฉพาะทาง (Palliative ได้ตามเปา้ หมาย
Care) ร่วมผลติ แพทย์ GP - ได้ผลงานวิจยั รว่ มกนั ทำตาม
- มหาวทิ ยาลัยรงั สติ - ร่วมทำวิจยั ทางการแพทย์ ระเบยี บวธิ วี ิจยั
- มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
จากวิสัยทัศน์ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 2580) “ประชาชนสุขภาพดีได้รับบริการทางการแพทย์ที่มี
คุณภาพและมาตรฐานวชิ าชพี อย่างเสมอภาค การแพทย์ไทยเปน็ 1 ใน 3 ของเอเชีย” นน้ั กรมการแพทย์จึง
ได้กำหนดคู่เทียบเพื่อการพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2561 – 2565) คือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
10 ประเทศ ทั้งในด้านของคุณภาพชีวิต ด้านอัตราตาย ด้านบุคลากรทางการแพทย์ และด้านค่าใช้จ่ายใน
รักษา เพื่อนำมากำหนดเป็นความท้าทายและความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ โดยได้ทำการศึกษาข้อมูล
Journal of global health 2020 (years) , Quality of Life Index by Country 2022 by NUMBEO ,
Global Health Security Index 2021 (World Ranging) , World life Expectancy , KNOEMA
Do our best for all : ทำดที สี่ ุดเพื่อทุกชีวิต 7
ประเด็น ผลการดำเนนิ งาน แหล่งข้อมลู
ประเทศเทียบเคียง เปรียบเทียบ
การเทียบเคียง มาเลเซีย จนี ญี่ปนุ่ เกาหลีใต้ อนิ เดีย
ฟิลิปปนิ ส์ อนิ โดนเี ซีย Journal of global
ไทย สิงค์โปร์ เวยี ดนาม 75.80 76.71 84.08 80.93 68.93 health 2020 (years)
(6) 70.34 71.94 (5) (1) (3) (10)
ดชั นีชี้วัดสำคัญระดับโลก (World Index) 66.64 (9) (8) 68.13 73.25 70.84 59.31 Quality of Life
(6) 61.86 63.16 (5) (2) (3) (10) Index by Country
อายคุ าดเฉลี่ย 77.84 83.84 74.79 (9) (8) 105.07 169.48 125.04 110.99 2022 by NUMBEO
Life expectancy (LE) (4) (2) (7) 83.74 90.36 (6) (1) (3) (5) Global Health
(10) (8) 47.5 60.5 65.4 42.8 Security Index 2021
อายุคาดเฉลยี่ ของ 68.22 73.74 66.13 45.7 50.4 (52) (18) (9) (66) (World Ranging)
การมสี ขุ ภาพดี (4) (1) (7) (57) (45) 59.7 52.8 17.5 19.2
World life
(HALE) 58.3 62.2 116.9 25.8 32.4 71.7 Expectancy
114.0 31.6 30.29 160.6
ดัชนีคุณภาพชีวติ 100.97 151.59 89.95 117.98 130.9 147.1 23.6 7.9 15.15 23.0 KNOEMA
(7) (2) (9) (4) 197.3 181.4 36.2 19.6 22.9 89.36
10.5 10.4 3.3 2.6 2.6 12.9
ความม่ันคง 68.2 57.4 42.9 56.4 15.8 17.3 17.7 2.4 8.0 23.9
(27) 8.5 9.0
ดา้ นสขุ ภาพ (5) (24) (65) 53.5 11.4 18.0 535 4,360 2,625 64
การเข้าถงึ ระบบ 96.8 49.1 62.3 62.6 142 120 5.4% 10.7% 8.2% 3.0%
บริการสุขภาพ 157.4
7.8 3.8% 2.9%
อตั ราตายโรคท่ีเป็นปญั หาสำคัญ (Mortality Rate) 19.2
4.9
โรคหลอดเลือดสมอง 48.6 25.5 86.6 23.4
โรคหัวใจ 63.1 54.7 66.8 437
โรคมะเรง็ ตบั 22.9 7.0 30.5 3.8%
โรคมะเรง็ ปอด 21.1 22.3 23.8
โรคมะเร็งปากมดลกู 9.1 3.0 5.9
อุบตั เิ หตุทางถนน 30.2 2.9 23.2
คา่ ใช้จ่ายดา้ นสุขภาพ (Total Health Expenditure)
ค่าใช้จา่ ยดา้ น
สุขภาพต่อ 296 2,633 181
ประชากร ($)
คา่ ใช้จา่ ยดา้ น 3.8% 4.1% 5.2%
สขุ ภาพต่อ GDP
จากตารางจะเห็นว่าอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาวะของไทยอยู่อันดับที่ 3 ร่วมกับมาเลเซีย
และเวียดนาม โดยสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 1 บรูไนอันดับที่ 2 ดัชนีคุณภาพชีวิตไทยอยู่อันดับที่ 4 โดยสิงคโปร์
อย่อู นั ดบั ท่ี 1 บรไู นอันดับท่ี 2 และ มาเลเซยี อันดบั ท่ี 3 จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ ท้ังแพทย์ ทันตแพทย์
และพยาบาลของไทยมีจำนวนตอ่ ประชากร 10,000 คน อย่อู นั ดับท่ี 4 รองจากสงิ คโปร์ บรูไน และมาเลเซีย
ด้านค่าใช้จ่ายในการรักษา สำหรับไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพ
ของการรักษา ซ่งึ ปัจจัยเหลา่ น้ีจะถกู นำเปน็ ส่วนหนงึ่ ในการจัดแผนยุทธศาสตร์ของกรมการแพทยต์ ่อไป
และจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและผลกระทบของกรมการแพทย์ ทำใหท้ ราบถงึ ความท้าทาย
เชิงกลยุทธ์และความได้เปรยี บเชิงกลยุทธ์ สามารถสรปุ ได้ ดงั ตาราง
ดา้ นพนั ธกจิ ความทา้ ทายเชิงกลยทุ ธ์ ความไดเ้ ปรยี บเชงิ กลยุทธ์
(SC : Strategic Challenge) (SA : Strategic Advantage)
SC1 อายคุ าดเฉลี่ยของการมีสุขภาวะทด่ี ีของประชาชน
SA1 เปน็ ผนู้ ำทางการแพทย์ในฐานะสถาบนั แห่งชาติ
ดา้ นการปฏบิ ัตกิ าร SC2 ระบบการแพทย์ของไทยเปน็ 1 ใน 3 ของเอเชยี (National Institute) หลายสาขา
SA2 เปน็ แหล่งอา้ งองิ (Reference Center) ทเ่ี ออ้ื ต่อการ
ยอมรับในฐานะผเู้ สนอนโยบายดา้ นการแพทยแ์ ละ
สาธารณสขุ ระดับประเทศ
SA3 เป็นสถาบนั ผลิตแพทย์ ฝกึ อบรมบุคลากรทางการแพทย์
เฉพาะทางในหลายสาขาของประเทศได้รับการยอมรับ
ทั้งภายในและภายนอก
Do our best for all : ทำดีทสี่ ุดเพอื่ ทุกชีวิต 8
ดา้ นทรพั ยากรบุคคล ความท้าทายเชิงกลยทุ ธ์ ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
ดา้ นสงั คม (SC : Strategic Challenge) (SA : Strategic Advantage)
SA4 บคุ ลากรมีความความเชย่ี วชาญในการรกั ษาทยี่ ่งุ ยาก
SC3 การปรบั เปลีย่ น Mindset ของบุคลากรในสังกัด ซับซอ้ นเฉพาะโรคเฉพาะทาง ตง้ั แตก่ ลมุ่ วยั กลมุ่ โรค
กรมการแพทย์ โดยเฉพาะด้าน Digital literacy และมเี ทคโนโลยที างการแพทยข์ ้ันสูง และทันสมยั
ให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายและ
สถานการณ์ตา่ ง ๆ SA5 เป็นหนว่ ยงานท่ปี ระชาชนใหค้ วามเชอื่ ถือ ยอมรับ ใน
สงั คม
SC4 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy)
ให้แก่ประชาชน
SC5 การสง่ เสรมิ สุขภาพผสู้ งู อายใุ หม้ สี ขุ ภาพทดี่ ี
จากภารกิจและวิสัยทัศน์ของกรมการแพทย์ นำไปสู่การออกแบบระบบงานที่มุ่งเน้นการผลิต
องค์ความรู้และมาตรฐานทางการแพทย์ที่ทันสมัย น่าเชื่อถือ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ตลอดจนบริการ
ทางการแพทย์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผูป้ ่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้
ระบบงานหลัก 5 ระบบงาน คือ ระบบงานบริการทางการแพทย์ ระบบงานถ่ายทอดองค์ความรู้
ระบบงานพัฒนาคุณภาพมาตรฐานทางการแพทย์ ระบบงานวิจัยและประเมินเทคโนโลยี และ
ระบบงานบริหารจัดการ โดยได้นำแนวคิด PDCA มาใช้ในการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการ
ทำงานของกรมอยา่ งต่อเนื่อง มกี ารบรู ณาการกบั เคร่ืองมือสมัยใหม่ อาทิ R2R RM BSC CQI QA AAR และ
มาตรฐาน 2Safety , HA , ISO , JCI , Green and Clean เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสทิ ธภิ าพ เกิดการ
สร้างผลผลิตและนวัตกรรมในการปฏบิ ัติงานใหม่ ๆ
ภาพที่ P-7 กระบวนการปรับปรงุ ผลผลติ และบรกิ าร
กรมการแพทย์ตระหนักถึงความสำคัญของพันธกิจหน้าที่ตามกฎหมาย ที่ต้องสร้างบรรยากาศการ
เรียนรู้ของบุคลากร โดยใช้แนวทางการจัดการความรู้ 7 ขั้นตอน ของสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อเพิ่มพูน
สมรรถนะทางการแพทย์เฉพาะทางอยู่ตลอดเวลา โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานทั้งภายในและ
ต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการถอดบทเรียนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและงานต่าง ๆ ในรูปแบบของ
ตำราและวารสารกรมการแพทย์ เป็นตน้
Do our best for all : ทำดีทสี่ ุดเพือ่ ทุกชีวติ 9
ส่วนท่ี 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการอยา่ งตอ่ เนอื่ งตามเกณฑร์ ะดับพน้ื ฐาน
หมวด 1 การนำองคก์ ารและความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
ผู้บริหารกรมการแพทย์ทำหน้าที่ชี้นำองค์การให้ดำเนิน ภารกิจไปในทิศทางเดียวกันเพื่อบรรลุ
เป้าหมายที่ตั้งไว้ มีการกำหนดค่านิยม (P.2) ที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมที่ดีในการปฏิบัติงานและการใช้
ชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาองค์การอย่างยั่งยืน ผ่านระบบการนำองค์การ
ท้ัง 7 กจิ กรรม ดงั ภาพ
ภาพที่ 1-1 ระบบการนำองคก์ าร กรมการแพทย์
ในการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อให้บริการที่ดีกับผูร้ บั บริการ (P.7) สร้างนวัตกรรมนั้น ผู้บริหารระดับสงู
จะคำนึงถึงผู้รับบริการ (P.7) โดยการนำผลการสำรวจความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการ มาเป็น
ข้อมูลนำเข้าในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปกรมการแพทย์ (P.8) นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้
ผู้รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวในแต่ละประเด็นของการปฏิรูป ต้องค้นหาความต้องการและความคาดหวังของ
ผู้รับบริการในเชิงลึก (ระดับบุคคล) (P.2) ตามแนวคิด “ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต” เพื่อนำมาออกแบบการทำงาน
ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยกำหนดให้มีการจัดทำตัวชี้วัดในทุกระดับเพื่อคอยตรวจสอบการ
ทำงานใหม้ ีคณุ ภาพอย่างสมำ่ เสมอ จนเกิดเป็นพลวตั รในการเรียนรู้ นำไปสู่การปรบั ปรุงกระบวนการทำงาน
อย่างต่อเนื่อง (P.13) ก่อให้เกิดนวัตกรรมทั้งในด้านการบริการ ด้านการบูรณาการข้อมูล และด้านบริหาร
ใหม่ ๆ นับเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมในการเป็นองค์การคุณภาพที่มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนานวัตกรรม
ด้านการแพทย์ ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน และมีส่วนร่วมในการแบ่งปันและถ่ายทอดเรียนรู้ทั่วทัง้ องค์การ
โดยระดับกรมได้ใช้แนวทางการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) เป็นกรอบในการประเมินคุณภาพ ในระดับ
โรงพยาบาล/สถาบัน ใชแ้ นวทางการประเมินคณุ ภาพสถานพยาบาล (HA) ส่งผลให้กรมมีผลการดำเนินงาน
ท่ีดอี ยา่ งตอ่ เนื่อง (7.1.12, 7.1.14, 7.5.3)
Do our best for all : ทำดีท่ีสุดเพ่อื ทุกชีวิต 10
ผู้บริหารมีวิธีการถ่ายทอดและสือ่ สารที่หลากหลาย ทั่วถึง คลอบคลุม และรวดเร็ว โดยแบ่งการส่ือสาร
ออกเป็น 2 แนวทาง การสื่อสารภายใน เป็นการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับบุคลากร (P.3)
การสื่อสารภายนอก เป็นการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (P.7)
โดยได้กำหนดประเด็นชอ่ งทางการรบั ฟงั ใหม้ คี วามเหมาะสม และกำหนดผูร้ บั ผดิ ชอบอย่างชดั เจน ดังตาราง
การกำกับดูแลองค์การของกรมการแพทย์เริ่มจากการปฏิบัติงานภายใต้กฎระเบียบและข้อบังคับ
ของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (P.5) เช่น สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ
กรมบัญชีกลาง สภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ และกระทรวงสาธารณสขุ โดยมีคณะกรรมการ
ตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการเป็นผู้ตรวจประเมินผลพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุง
ผลการดำเนินการของกรม (P.13) รวมถึงในด้านการรับผิดชอบต่าง ๆ ดังนี้ ด้านการปฏิบัติงาน
กรมกำหนดให้จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการในทุกระดับ ด้านการเงิน กรมกำหนดแนวทางให้
ทุกหน่วยงานรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุกเดือนในการประชุมผู้บริหาร ด้านการป้องกัน
การทจุ รติ และประพฤติมชิ อบ กรมไดน้ ำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปรง่ ใสในการดำเนินงานของ
หน่วยงานภาครัฐ (ITA) มาขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งในระดับหน่วยงานและในระดับกรม ด้าน
ความรับผิดชอบต่อการนำองค์การของผู้บริหาร กรมการแพทย์ภายหลังการปรับโครงสร้าง อธิบดีได้
กระจายอำนาจไปยงั ผู้บรหิ ารแต่ละระดับ โดยมอบอำนาจให้รองอธิบดแี ตล่ ะคนดูแลหน่วยงานในสงั กดั และ
แบ่งหน้าที่กำกับ Reform ทั้ง 4 ด้าน ด้านความรับผิดชอบต่อการวางแผนยุทธศาสตร์ กรมได้จัดทำ
แผนปฏิบัติราชการและแผนปฏิรูปกรมการแพทย์ ที่มีข้อมูลนำเข้าจากยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท นโยบาย
กระทรวง ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ความต้องการ ความคาดหวัง และความพึงพอใจของบุคลากร
ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ฯลฯ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ากรมจะสามารถวางแผนยุทธศาสตร์และ
แผนปฏิบตั ิการที่สามารถตอบสนองและแก้ไขปัญหาของทุกกลมุ่ ได้อย่างตรงจดุ และสมดลุ (7.1.12, 7.1.13)
Do our best for all : ทำดีทส่ี ดุ เพอ่ื ทุกชีวิต 11
เพือ่ ใหม้ ั่นใจไดว้ ่าการดำเนินงานจะเป็นตามเป้าหมายท่ีได้กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล
โดยการติดตามผลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูง มี 6 ด้าน ด้านการปฏิรูป ด้านประเด็น
มุ่งเน้น ด้านแผนปฏิบัติการ ด้านแผนพัฒนาระบบสุขภาพ ด้านแผนงานบูรณาการ ด้าน
คำรับรองการปฏิบัติราชการ ซึ่งได้กำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินงานทุกรอบ 3 6 9 และ 12 เดือน
โดยได้นำระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมาช่วยในการจดั เกบ็ ข้อมูล ประมวลผล และจัดทำรายงาน โดยข้อมลู
ที่ได้จากรายงานจะนำไปปรับปรุงระบบการทำงาน และจะนำไปพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน แรงจูงใจ และ
การเลื่อนตำแหน่งด้วย (7.1.11, 7.4.4, 7.4.5)
ภาพที่ 1-2 การจัดโครงสร้างภายในองคก์ าร
กรมการแพทย์ได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี (P.5) กำหนดแนวทางปฏิบัติเรื่องการ
จดั การขยะมีพิษ การจดั การนำ้ เสีย ที่เกดิ จากการปฏบิ ัตงิ านในโรงพยาบาล/สถาบัน รวมทัง้ ยังได้กำหนดให้
มีมาตรการในการประหยัดด้านต่าง ๆ ได้แก่ มาตรการประหยัดน้ำ มาตรการประหยัดพลังงาน (ไฟฟ้า
น้ำมัน) มาตรการประหยัดกระดาษ โดยแม้ว่ากรมจะเกิดความยากลำบากในการลดใช้พลังงาน
อันเนื่องมาจากการมีหน่วยงานที่เป็นโรงพยาบาล/สถาบัน ที่ต้องให้บริการรับ-ส่งต่อ และการรักษาระดับ
ตติยภูมิ (โรคยุ่งยากซับซ้อน) ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แต่ก็พยายาม
ควบคุมเพื่อให้เป็นตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดให้ทุกหน่วยงานจัดทำคู่มือการ
ให้บริการประชาชน ตามแนวคิด SLA: Service Level Agreement ในทุกกระบวนการทำงานของกรม
เพื่อให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (P.7) มั่นใจได้ว่าการปฏิบัติงานในทุกด้านของกรมจะเป็นไปด้วย
ความเท่าเทียม เป็นธรรม เชื่อถือได้ และได้มาตรฐาน โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญแต่ละด้านและรอบ
การประเมินไวอ้ ย่างเหมาะสม (7.4.6)
Do our best for all : ทำดีทีส่ ดุ เพ่อื ทุกชีวิต 12
ในด้านการประพฤติปฏิบตั ิอย่างมจี ริยธรรม กรมการแพทย์ไดก้ ำหนดแนวทางในการบรหิ ารจัดการ
องค์การภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยการส่งเสริมให้บุคลากรประพฤติปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน
อย่างมีจริยธรรม บริหารจัดการหน่วยงานให้เป็นหน่วยงานจริยธรรมที่ดำเนินงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม
และตรวจสอบได้ เพ่อื เปน็ การส่งเสริมและสร้างความมนั่ ใจว่าการปฏิบัติการทุกด้านของกรมมีการประพฤติ
ปฏบิ ัตอิ ยา่ งมีจรยิ ธรรม (7.4.1, 7.4.2, 7.4.10, 7.4.11)
แม้กรมการแพทย์จะมีการดำเนินการภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคมและการสนับสนุนชุมชน
ตลอดมา (P.12) แต่การดำเนินการก็จะอยู่ในรูปแบบแต่ละหน่วยงานต่างทำกันเอง ทำให้ผลงานที่ได้
กระจดั กระจาย ขาดความเป็นเอกภาพในภาพรวม นอกจากนี้ ด้วยสภาพสงั คม วฒั นธรรมและสง่ิ แวดล้อมท่ี
เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การดำเนนิ งานของกรมตอ้ งตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (P.12) ท่เี พ่ิมมากข้ึน
กรมจึงให้แนวทางกับหน่วยงานในการสนับสนุนต่อการสร้างคุณูปการต่อสังคม ใน 3 ด้าน ได้แก่ สังคม
วัฒนธรรม และสิง่ แวดลอ้ ม (7.2.5, 7.4.7, 7.4.12)
Do our best for all : ทำดที ี่สดุ เพอ่ื ทุกชีวติ 13
ส่วนท่ี 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจัดการอยา่ งตอ่ เนือ่ งตามเกณฑ์ระดบั พน้ื ฐาน
หมวด 2 การวางแผนยทุ ธศาสตรแ์ ละการสอื่ สารเพอื่ นำไปสู่การปฏบิ ตั ิ
กรมการแพทย์จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี (2561-2565) และแผนปฏิบัติราชการประจำปี
โดยคำนึงถึงแผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565)
นโยบาย Thailand 4.0 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข
ในปี พ.ศ. 2561 กรมได้มีการปรับพันธกิจ (P.1) โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างการมีส่วนร่วม (Co - Creation)
กับทุกภาคส่วน การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (Medical Innovation) เพื่อส่งมอบให้กับประชาชน
ให้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากที่สุด (DMS The Best for The Most) รวมทั้งประกาศนโยบายปฏิรูป
กรมการแพทย์ 4 ดา้ น (DMS 4 Reforms: Function, Agenda, Area และ System) เพื่อใช้เปน็ กลไกเสริม
ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกรมให้สามารถตอบสนองความต้องการและการแก้ปัญหาด้านสุขภาพ
ของประเทศได้ทันท่วงที ต่อมาในปี พ.ศ. 2563 กรมไดท้ บทวนแผนยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์
ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) และจัดทำยุทธศาสตร์กรมการแพทย์ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565)
โดยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของกรมดำเนินการตามขั้นตอน ดังภาพที่ 2.1 นำไปสู่การกำหนดแผน
ยุทธศาสตร์ทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพ สามารถขับเคล่ือนองค์การให้บรรลุเปา้ หมาย (7.1.12)
ภาพท่ี 2-1 กระบวนการบรหิ ารยทุ ธศาสตรก์ รมการแพทย์
ขั้นตอนที่ 1 (เดือนกุมภาพันธ์) การวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ
ประกอบดว้ ย (1) ขอ้ มลู ผลการดำเนินการ ขอ้ มลู พน้ื ฐานและสภาพทั่วไปของกรม ปญั หาและความต้องการของ
ผู้รับบรกิ ารและผ้มู ีสว่ นได้ส่วนเสยี (P-7) ผลการวจิ ยั และประเมนิ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ผลการตรวจราชการ
ข้อมูลภาระโรคที่สำคัญของพื้นท่ีและข้อมูลระบบบริการสุขภาพ (Burden of disease & Service mapping)
ความเสี่ยงในการดำเนินงาน กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง (P-5) บุคลากร (P-3) (2) นโยบายรัฐบาล
นโยบายกระทรวงสาธารณสุข ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (3) สภาพทั่วไป
Do our best for all : ทำดที ี่สุดเพือ่ ทุกชีวติ 14
และข้อมูลพน้ื ฐานในแผนยุทธศาสตร์ฉบับเดิม หลงั จากนัน้ จะนำขอ้ มูลทไ่ี ดม้ าใช้ในการวิเคราะห์ ระบบนเิ วศ
ทางธุรกิจ (Business Ecosystem) (P-7) สภาพแวดล้อมปัจจัยภายในและภายนอก โดยเครื่องมือการ
บริหารจัดการคือ SWOT Analysis, TOW, 7S’s Mckinsey รวมทั้ง PESTEL และการรับฟังความคิดเห็น
ของผูม้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสีย (P-7) โดยจดั กจิ กรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ (World Cafe) ซึ่งเนน้ ให้ "ผู้เข้าร่วมทุกคน
ไดม้ สี ่วนรว่ มในการแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น” ทำให้กรมมองเหน็ โอกาสในการพฒั นาได้อยา่ งครอบคลุม
ขั้นตอนที่ 2 - 3 (เดือนมิถุนายน) กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ
กรมคือ “ประชาชนสุขภาพดีได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพอย่างเสมอภาค
การแพทย์ไทยเป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย” สร้างจุดเน้นการปฏิบัติงานเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วม
(Co - Creation) ด้วยการนำนวัตกรรมทางการแพทย์ (Medical Innovation) ที่ศูนย์ความเป็นเลิศ (CoE)
ของกรมพัฒนาขึ้น ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลและสถาบันในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ในการดูแลประชาชนให้ได้รับบริการมาตรฐานครอบคลมุ ทุกพื้นท่ีได้มากท่สี ุด (The Best of The Best to
The Best for The Most) หลังจากนั้นจะกำหนดให้มีการ วิพากษ์แผนยุทธศาสตร์กรม เพื่อรับฟังความ
คิดเหน็ จากผู้มสี ่วนได้สว่ นเสีย (P-7) ผบู้ ริหารระดับสงู ของกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหนา้ ทภี่ ายในหน่วยงาน
และนำขอ้ คิดเหน็ และข้อเสนอแนะมาปรับปรงุ แผนยุทธศาสตร์ใหส้ มบูรณ์ นำเสนอในทีป่ ระชุมผู้บริหารกรม
พิจารณาอนมุ ตั ิ และเผยแพรผ่ ่านทางเวบ็ ไซด์กรม
ขัน้ ตอนท่ี 4 (เดอื นกรกฎาคม-กันยายน) ถ่ายทอดยทุ ธศาสตร์สู่การปฏิบัติ ผ่านการส่ือสารหลาย
ชอ่ งทางเพื่อให้บุคลากรทุกระดับรับรู้ เขา้ ใจ และสามารถนำปฏิบัติได้อย่างชดั เจน เชน่ การจดั ประชุมช้ีแจง
นโยบายและยุทธศาสตร์กรมการแพทย์ประจำปี การถ่ายทอดผ่านระบบ VDO Conference การเผยแพร่
ในเวบ็ ไซตก์ รมการแพทย์ การจัดทำแผนปฏบิ ัติราชการประจำปี การกำหนดตวั ชีว้ ัดเพ่ือติดตามความสำเร็จ
อย่างชัดเจนในระดับองค์การ การจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการอิเล็กทรอนิกส์ (E-PA) ถ่ายทอดไปถึง
ระดับหน่วยงาน และระดับบุคคลอย่างเป็นระบบ โดยกรมได้เรียนรู้และปรับกระบวนการถ่ายทอด
ยทุ ธศาสตรใ์ หม้ ปี ระสทิ ธิภาพอย่างสมำ่ เสมอและตอ่ เน่ือง (P-13)
ขั้นตอนที่ 5 กำกับติดตามและประเมินผล (ตลอดปีงบประมาณ) โดยคณะกรรมการบริหาร
ยุทธศาสตร์จะพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งประเภท
ความก้าวหน้า Leading Indicators และผลลัพธ์การดำเนินการ Lagging Indicators มีระบบติดตาม
ตัวชี้วดั และผลการดำเนินงานตั้งแต่ระดับกรม ระดับหนว่ ยงาน และรายบุคคล โดยมีระบบติดตามโครงการ
งบประมาณ และนโยบาย เพอ่ื ใหม้ ่ันใจไดว้ ่าผลการดำเนนิ การเปน็ ไปตามเป้าหมายของกรม
กรมการแพทย์ได้พัฒนาระบบกำกับติดตามและประเมินผลโดยกำหนดให้มีกระบวนการควบคุม
(The Control Process) และเพิ่มขอบเขตการกำกับ ติดตาม ประเมินผลเป็น 5 ด้าน จากเดิมที่ติดตาม
เฉพาะแผนงาน/โครงการ ดังนี้ ระบบการกำกับติดตามความก้าวหน้าของแผนงาน/โครงการ และ
งบประมาณ ตามแผนปฏิบัติการประจำปี กำหนดให้ทุกหน่วยงานในสังกัดรายงานผลทันทีที่เสร็จสิ้น ผ่าน
ระบบ PBMS ซึ่งสามารถประมวลผลได้ถูกต้อง แม่นยำ ทันเวลา ส่งผลให้การติดตามพัฒนาและส่งเสริม
การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบรายงานของกระทรวงสาธารณสุขและ
ของประเทศ ผ่านระบบสารสนเทศเพ่ือการบรหิ ารยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ (SMS) , ระบบ eMENSCR เป็น
Do our best for all : ทำดีท่สี ุดเพ่อื ทุกชีวิต 15
รายไตรมาส ระบบการติดตามประเมินตัวชี้วัด กำหนดให้แบ่งการประเมินเป็น 2 ส่วน 1) ประเมิน
ภายใน ไดแ้ ก่ การประเมินผลตามแผนยุทธศาสตรก์ รมการแพทย์ ซึง่ คณะกรรมการบริหารกรมการแพทย์จะ
พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบตัวช้ีวัดระดับ Corporate Strategy (ยุทธศาสตร์ระดับองคก์ าร) โดยนำเปา้ หมาย
ตามภารกิจ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพิจารณากำหนดดัชนีหรือ
หน่วยวัดความสำเร็จของการปฏิบัติงาน (ตัวชี้วัด) และคาดการณ์ผลการดำเนินการระยะสั้น (Small
Success 3 6 9 12 เดือน) และระยะยาว 5 ปี 2) การประเมินภายนอก ได้แก่การประเมินการดำเนินงาน
เขตบริการสุขภาพ (Service Plan) ประเมินปีละ 2 ครั้ง โดยผู้อำนวยการสำนักการแพทย์เขตทำหน้าที่ลง
พื้นที่ให้คำปรกึ ษาและประสานศูนย์วิชาการเพือ่ ใหก้ ารสนับสนุนดา้ นวิชาการและเทคโนโลยีการแพทย์ตาม
ความต้องการเขตสุขภาพผ่านการตรวจราชการ (DMS Health KPI) ระบบการประเมินผลการปฏิบัติ
ราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ได้กำหนดตัวชี้วัด เป้าหมาย เกณฑ์การให้คะแนน และนำไปใช้
ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามที่ได้มีการลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการ ส่งเสริมให้
บคุ ลากรยดึ ม่ันในการปฏบิ ัตริ าชการเพ่ือให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ มีความคุ้มคา่ ตอบสนองประชาชน ประเมินปีละ
2 คร้ัง ผา่ นระบบ (E-PA) ระบบการติดตามและประเมินผลความเส่ยี งเชิงยุทธศาสตร์ เพอ่ื ลดโอกาสท่ี
จะผิดพลาดของการดำเนินงานซึ่งจะทำให้ยุทธศาสตร์ไม่บรรลุผล อีกทั้งส่งเสริมให้องค์การเกิดการเรียนรู้
(Learning Organization) กรมการแพทย์ได้กำหนดให้มกี ารบริหารความเสี่ยงเชงิ ยุทธศาสตร์ (Enterprise
Risk Management :ERM) ตามแนวทางของ COSO ทั้งในระดับกรมและหน่วยงาน โดยมีการติดตามและ
ประเมินความเสี่ยงปีละ 2 ครั้ง กรมจะสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมจากระบบต่าง ๆ โดยนำผลไป
ประกอบการพิจารณาทบทวนยุทธศาสตร์ รวมทั้งการตดั สินใจจดั สรรทรัพยากรของผบู้ ริหารเพ่ือการพัฒนา
ในรอบปตี ่อไป โดยสรปุ ได้ดังภาพ
ภาพที่ 2 กระบวนการติดตามและประเมินผล
กรมการแพทย์ได้กำหนดให้มกี ระบวนการในการคาดการณ์เป้าหมายการดำเนนิ งานทั้งในระยะส้ัน
และระยะยาวขององค์การตามตัววัดหรือดัชนีชี้วัดผลการดำเนินการที่สำคัญ และได้เทียบเคียงกับผลการ
ปฏิบัตริ าชการของหนว่ ยงานตนเองและหน่วยงานในระดบั เดยี วกันท่ีปฏิบัติงานเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากวิสัยทัศนร์ ะยะ 20 ปี “ประชาชนสุขภาพดีไดร้ ับบริการทางการแพทย์ที่
Do our best for all : ทำดที สี่ ดุ เพอ่ื ทุกชีวิต 16
มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพอย่างเสมอภาค การแพทย์ไทยเป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย” กรมการแพทย์ได้
กำหนดคู่เทยี บเพื่อการพัฒนาในระยะ 20 ปี คอื ประเทศในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตท้ ้ัง 10 ประเทศ สำหรับ
ในช่วง 15 ปีแรก และประเทศทั้งหมดในเอเชีย สำหรับในช่วงปีท่ี 16-20 โดยประเมินจากตัวช้ีวัดสำคัญคือ
อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Health Adjusted Life Expectancy : HALE) ซึ่งแสดงถึงการมีชีวิต
ยืนยาวร่วมกับการมีคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพที่ดี และดัชนีประสิทธิภาพทางสาธารณสุข ( Health-
Efficiency Index) ซึ่งแสดงถึง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อให้เกิด Value-based health care และ
องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานล่าสุดปี ค.ศ.2016 ไทยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 66.8 ปี ในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ ประเทศไทยอยู่อันดับ 4 รองจากสิงคโปร์ บรูไน และเวียดนาม ตามลาดับ ในส่วนของ Health-
Efficiency Index รายงานโดย Bloomberg ล่าสุดปี ค.ศ. 2018 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย
อยู่อันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ และ ในเอเชียประเทศไทยอยู่อันดับ 7 รองจาก ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้
ญีป่ ่นุ ไตห้ วนั และจีน ตามลำดับ (P-9)
การบริหารเชงิ ยทุ ธศาสตร์ของกรมการแพทย์ ดำเนินการดว้ ยระบบคุณภาพ โดยใช้แนวคดิ คุณภาพ
การบริหารจัดการภาครัฐ PMQA เป็นกรอบในการดำเนินการ ทำให้มั่นใจได้ว่า กรมมีการกำหนดทิศทาง
และวิธีปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ภายใต้หลักการการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence Based
Management) มีการแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม มีความชัดเจน วัดผลได้ เกิดการ
เรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นพลวัตร (Dynamic) มีความยืดหยุ่นคล่องตัว และมีการบูรณา
การการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ ค่านิยม และวัฒนธรรมร่วม ทำให้สามารถบรรลุ
เปา้ หมายสูงสุดของกรมการแพทย์คอื “ประชาชนสขุ ภาพดี เจ้าหนา้ ทม่ี ีความสุข ระบบสขุ ภาพย่งั ยนื ”
ทุกลมหายใจที่ได้คืนมา มีค่ามากเกินกว่าคำชื่นชม 17
สว่ นที่ 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจัดการอย่างตอ่ เน่อื งตามเกณฑ์ระดับพนื้ ฐาน
หมวด 4 การวิเคราะห์ผลการดำเนนิ งานขององคก์ ารและการจดั การความรู้
กรมการแพทย์กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อตอบสนองต่อแผนระดับต่าง ๆ และมีการพัฒนาระบบการ
กำกับติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกระบวนการควบคุม (The Control Process) เพื่อให้
บรรลุเป้าหมายตามที่ต้ังไว้หรือให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ทันท่วงที โดยคัดเลือกตัวชี้วัดท่ีสอดคล้องและเปน็ ไป
ในทิศทางเดียวกับยุทธศาสตร์ของกระทรวง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดัชนีความสามารถใน
การแข่งขัน (International Institute for Management Development: IMD) ตัวชี้วัดด้านสุขภาพของ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นโยบายรัฐบาล เพื่อนำมาติดตาม
ความก้าวหน้าในการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงานผ่านกลไกที่มีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกันทั้งในระดับองค์การ หน่วยงาน และบุคคลรายงานผลการดำเนินงานผ่านระบบ dashboard
ซึ่งอยู่ในระบบ Big data เพื่อให้ได้ข้อมูลท่ีเป็นเรียลไทม์ (Real time) สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริง
โดยการกำหนดตัวชี้วัดแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ การประเมินระบบบริการการแพทย์ของประเทศ
สาขาต่าง ๆ (Service Plan) โดยผู้อำนวยการสำนักการแพทย์เขตทำหน้าที่ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและ
ประสานศูนย์วิชาการเพื่อให้การสนับสนุนด้านวิชาการและเทคโนโลยีการแพทย์ตามความต้องการเขต
สุขภาพผ่านการตรวจราชการปีละ 2 ครั้ง รวบรวมข้อมูลผลผ่านระบบ (DMS Health KPI) ทุกไตรมาส
รวมทัง้ ประชมุ รว่ มกบั ผู้เช่ยี วชาญ (Project Manager : PM) เพอื่ ประเมินและปรับปรุงตัวชีว้ ัดในตอบสนอง
ต่อการพัฒนาไปสู่เป้าหมาย และ การประเมินภายใน ได้แก่การประเมินผลตามแผนยุทธศาสตร์กรม
ซึ่งมีการกำหนด ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานและคาดการณ์ผลการดำเนินการระยะสั้น (Small Success 3 6 9
12 เดือน) และระยะยาว 5 ปี กำหนดให้มีการประเมินผลปีละ 1 ครั้ง ผ่านระบบบริหารแผนงานและ
งบประมาณ กรมการแพทย์ (Planning and Budgeting Management System : PBMS) และการประเมิน
คำรับรองการปฏิบัติราชการ
ประเมินปีละ 2 ครั้ง ผ่าน
ระบบตัวชี้วัดตามคำรับรอง
การปฏิบัติราชการ (DMS
Performance Agreement
System : E-PA) พร้อมทั้งนำ
ข้อมูลจากการประเมินผลนำสู่
การประชุมคณะกรรมการ
บริหารยุทธศาสตร์ ผู้บริหาร ภาพท่ี 4-1 ระบบการติดตามและประเมนิ ผล
กรมการแพทย์ เพื่อวิเคราะห์
เรยี นรู้ และปรบั ปรงุ การดำเนินงานต่อไป
กรมการแพทย์มีระบบการวัดผลที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึ นในระบบบริการ
สุขภาพอย่างรวดเร็วด้วยกลไกการติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation : M&E) ระบบ
ทุกลมหายใจทไ่ี ด้คืนมา มคี ่ามากเกินกว่าคำช่ืนชม 18
การตรวจราชการ/นิเทศ ระบบระบบการกำกับติดตามตัวชี้วัดกรมการแพทย์ (DMS Health KPI) / ระบบ
บริหารแผนงานและงบประมาณ กรมการแพทย์ (PBMS) ระบบบูรณาการข้อมูลผู้ป่วย Covid -19
(Co-Ward) วเิ คราะห์ขอ้ มูลทั้งในเร่ืองการวนิ ิจฉัยโรค การรกั ษาโรค การควบคุมป้องกนั โรค เช่ือมโยงข้อมูล
ด้าน Covid-19 ทุกมิติ มีคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ ดำเนินการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่า
เป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งประเภทความก้าวหน้า (Leading Indicators) และผลลัพธ์การ
ดำเนินการ (Lagging Indicators) มีระบบติดตามตัวชี้วัดและผลการดำเนินงานตั้งแต่ระดับกรม ระดับ
หน่วยงาน และรายบุคคล ดังตารางที่ 1 โดยมีระบบติดตามโครงการ งบประมาณ และนโยบาย เพื่อให้
มั่นใจได้ว่าผลการดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายของกรม เช่น ตัวชี้วัดที่ประเมินระบบบริการทาง
การแพทย์ จะมีการติดตามผลการดำเนินงานรายไตรมาส ตัวชี้วัดแผนปฏิบัติราชการ (ยุทธศาสตร์) กรม
ตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการกรม จะมีการกำกับติดตามเป็นราย 6 เดือน และมีการเฝ้าระวัง
ความเสี่ยง โดยผ่านการประชุมกรมการแพทย์ การประชุมผู้บริหารระดับสูงกรมการแพทย์ (THM) ซ่ึง
ผู้บริหารจะกำกบั ติดตามการดำเนนิ งานในประเด็นสำคญั เป็นประจำทุกเดือน ดงั ตารางที่ 1 และมีข้อส่ังการ
เพื่อการพัฒนางานที่สำคัญ ๆ ต่อเนื่องไป เป็นต้น ซึ่งผลจากการออกแบบระบบการวัดผลการดำเนินงาน
ดังกล่าว ทำให้ตัวชี้วัดและข้อมูลสารสนเทศที่เป็นตัวชี้วัดนำของกรมการแพทย์ มีข้อมูลใช้ในการเตือนภัย
หรือคาดการณ์ วิเคราะห์ความเสี่ยงหรือ ขนาดของปัญหาเพื่อกำหนดมาตรการในการจัดการหรือลดความ
เส่ยี งทจี่ ะส่งผลตอ่ ความปลอดภยั ของผู้ป่วยผ่านระบบต่าง ๆ ขา้ งต้น
กรมการแพทย์วเิ คราะห์และทบทวนผลการดำเนินการ ผ่านการนำเสนอในเวทีการประชมุ ผู้บริหาร
กรมการแพทย์ การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้นำรุ่นใหม่กรมการแพทย์ การประชุมคณะกรรมการบริหาร
ยุทธศาสตร์ คณะกรรมการติดตามประเมินผลการรดำเนินงานและระบบคุณภาพ คณะทำงานติดตาม
ประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ การประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบ
บริการสุขภาพ (Service Plan) ที่กรมการแพทย์มีส่วนร่วมรวม 17 สาขา (จากทั้งหมด 18 สาขา ปี 2565)
รวมทงั้ ในสถานการณว์ ิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรสั (Covid-19) ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการ
รักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ในพื้นทีก่ รงุ เทพมหานคร ภายใต้ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์
โควิด - 19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นต้น โดยกรมการแพทย์ได้นำข้อมูลสารสนเทศที่ได้
จากการกำกับติดตามมาวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสำเร็จกับเป้าหมาย การประเมินผลการดำเนินงาน การ
คาดการณ์ แนวโน้ม ตรวจสอบความเชื่อมโยงภารกิจและนโยบาย พร้อมทั้งนำข้อมูลสารสนเทศสำคัญต่าง
ๆ เช่น ข้อมลู ตัวชี้วดั ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขอ้ มลู ตัวช้ีวดั ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข
/ การตรวจราชการระดับกระทรวง (ระบบ DMS Health KPI) ข้อมูลตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ
(ระบบ E – PA) ระบบการบริหารจัดการเตียง (Co - Ward) เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงเพื่อเพ่ิม
ความสามารถในการจัดระบบบริการทางการแพทย์ เพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งกำหนด
มาตรการ นโยบาย เพ่อื ใชแ้ กป้ ญั หาหรือการลดปจั จยั เสี่ยง
กรมการแพทย์มีกระบวนการจัดการสารสนเทศ โดยการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศจากทุก
หน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ทั้งหน่วยบริการและหน่วยสนับสนุน ซึ่งเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่
สนับสนุนภารกิจและการปฏิบัติงานของกรมการแพทย์ทั้งด้านการบริการ วิชาการ และการบริหาร มีการ
สื่อสารร่วมกันระหว่างผู้เก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศและผู้ใช้งานเพื่อตรวจสอบความถู กต้องของข้อมูล
ทุกลมหายใจทไี่ ด้คนื มา มีคา่ มากเกินกว่าคำชื่นชม 19
(Data Auditor) และติดตามความครบถ้วนของข้อมูลและสารสนเทศ ทั้งในระดับกอง/สำนัก และ
สถานพยาบาล เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหาร บุคลากร ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คู่ความร่วมมือ
สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึง รวมทั้งมีกระบวนการทบทวนและวิเคราะห์ข้อมูลและระบบ
ฐานข้อมูลใหเ้ หมาะสมกบั ความต้องการใชง้ านผ่านกระบวนการ PDCA (Plan Do Check Act) ซึ่งมขี นั้ ตอน
ตั้งแต่วางแผนและปรับปรุงแผนการใช้งานของข้อมูล ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานข้อมูล การตรวจสอบระบบ
ข้อมูลและการปรับปรุงระบบงานข้อมูล โดยการดำเนินการต้องผ่านการพิจารณาจากผู้เกี่ยวข้องกับการ
จดั การสารสนเทศ นอกจากนี้กรมการแพทยใ์ ช้ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรอื Big Data โดยใช้
เคร่ืองมอื Tableau โดยพัฒนาในรูป Web-based Application ซึ่งสามารถใชง้ านได้ทัง้ บนเคร่ืองคอมพิวเตอร์
และอุปกรณ์ Smart service ทำการจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลผู้ป่วยมากกว่า 20 ล้านรายการ ให้
แสดงผลในรูปแบบ BI และ Dashboard ได้อย่างรวดเร็ว ให้ผลลัพธ์ได้ตรงตามความต้องการใช้งาน ตลอดจน
ได้ใช้เทคโนโลยี Cloud Computing ในการจัดเกบ็ ฐานขอ้ มูลและให้บรกิ าร Virtual Machine Server แก่
หน่วยงานในสังกัด โดยมีพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรก มีการลงทุน Private Cloud
ของกรมติดตั้งอยู่ที่ศรีราชา (ใช้เป็น Disaster Recovery Site) โดยมีการเชื่อมต่อเครือข่ายกันโดยตรงกับ
Datacenter กรมการแพทย์ โดยทั้ง 2 site มี Firewall ในการป้องกันเครือขา่ ย ชนดิ Next-Gen Firewall
ส่วนที่ 2 ได้รับความอนุเคราะห์จาก GDCC (Government Data and Cloud Center) กระทรวงดิจิทัล
เพือ่ เศรษฐกิจและสงั คม ซ่ึงเปน็ หน่วยงานทีใ่ ห้บริการคลาวดภ์ าครฐั โดยไม่มคี ่าใช้จ่าย
กรมการแพทย์เป็นหน่วยงานวิชาการที่มีการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี
ทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยหน่วยงานใน
สังกัดกรมการแพทย์เป็นหน่วยบริการในระดับตติยภูมิหรือสูงกว่า ซึ่งมีองค์ความรู้เฉพาะทางในแต่ละศูนย์
ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โดยหน่วยงานโรงพยาบาล และสถาบันต่างๆ ของกรมการแพทย์ที่รับผิดชอบ
ในแต่ละด้านดำเนินการทบทวนองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อถอดบทเรียนและนำไปเผยแพร่ หรือเพื่อพัฒนาให้
เกิดองค์ความรู้ใหม่ กรมการแพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการจัดการความรู้ (KM Process)
7 ขั้นตอน ดังนี้ การบ่งชี้ความรู้ การสร้างและแสวงหาความรู้ การจัดการความรู้ให้เป็น
ระบบ การประมวลและกลั่นกรองความรู้ การเข้าถึงองค์ความรู้ การแบ่งปันแลกเปลี่ยน
ความรู้ การเรียนรู้ และได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการจัดการความรู้ตามบรบิ ทของกรมการแพทย์
โดยศนู ย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์แตล่ ะด้านมีการดำเนินการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยา เคร่ืองช้ีวัดภาระ
โรค กระบวนการแก้ไขปัญหาและความคุ้มค่า ระบบข้อมูลและการติดตาม คุณภาพการบริการ และ
ข้อเสนอเพ่ือการศกึ ษา วจิ ยั นำมาเปน็ ข้อมลู ในการทบทวน ประเมนิ ตนเอง เพื่อให้ได้องค์ความรู้ท่ีจำเป็นใน
การนำมาพัฒนาสู่การแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน โดยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง
ภายในและภายนอก ร่วมกันดำเนนิ การตามหลักวิชาการเพือ่ ให้ได้องค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ และโมเดลท่ี
เหมาะสม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงาน เริ่มจากองค์ความรู้จาก
แนวทางปฏิบัตติ ่าง ๆ โดยนำระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชจ้ นขยายสู่เขตสขุ ภาพ
Do our best for all : ทำดีที่สดุ เพอ่ื ทุกชีวติ 20
สว่ นที่ 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การอยา่ งตอ่ เนอื่ งตามเกณฑร์ ะดับพนื้ ฐาน
หมวด 5 การบรหิ ารทรัพยากรบุคคล
การบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นหัวใจหลักของกรมการแพทย์ที่ขับเคลื่อนความสำเร็จ
ขององคก์ ารอย่างเปน็ ระบบและย่ังยนื ตามความต้องการ “คนดี คนเกง่ คนกรมการแพทย์” สคู่ วามสำเร็จ
ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ใน 5 มิติ ดังภาพที่ 5.1 ภายใต้นโยบายปฏิรูปกรมการแพทย์ 4 ด้าน
(DMS Reforms) ในดา้ น HR Transformative เป็นสำคญั
ภาพท่ี 5-1 มาตรฐานความสำเรจ็ ของการบรหิ ารทรัพยากรบคุ คล
กรมการแพทย์ได้ประเมินขดี ความสามารถและอตั รากำลงั วเิ คราะหจ์ ากแผนยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี
แผนยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข แผนยุทธศาสตร์กรมการแพทย์ และยุทธศาสตร์แผนงาน/โครงการ
ของหน่วยงานในสังกัด เพื่อวางแผนอัตรากำลังทั้งปริมาณและสมรรถนะ โดยใช้การพิจารณากระบวนการ
และเวลาที่ใช้ Full Time Equivalent (FTE) ในการวิเคราะห์ภาระงาน ความต้องการอัตรากำลังสายงาน
ต่าง ๆ (P-3) ตามเกณฑ์การคำนวณเทคนิคการวัดงาน (Work Measurement Technique) คำนวณจาก
ปริมาณงานในปจั จบุ นั (Workload) ตอ่ เวลาการทำงานมาตรฐานต่อคนต่อปคี ดิ วนั ทำงาน 230 วนั วนั ละ 7
ชั่วโมง นำมาจัดทำแผนอัตรากำลังระยะ 5 ปี (ปัจจุบัน พ.ศ. 2563-2567) เพื่อจัดอัตรากำลังให้เหมาะสม
กับภาระงาน โครงสร้าง หน้าที่และอำนาจตามกฎกระทรวง (P.1) นำไปสู่ผลลัพธ์แผนความต้องการ
อัตรากำลัง แผนความก้าวหน้าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากร และแผนการสร้างสุข (Happy DMS)
(7.3.1, 7.3.2)
Do our best for all : ทำดีทีส่ ุดเพื่อทุกชีวติ 21
กรมการแพทย์ตระหนักถึงความเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึนอยู่ตลอดเวลา และมผี ลกระทบต่อการดำเนินงาน
ของกรม กรมจึงวิเคราะห์การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) และจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร
จัดทำหลักสูตรฝึกอบรม และจัดประชุมสัมมนา (Online/Offline) ให้ความรู้และเพิ่มพูนทักษะในหัวข้อ
ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรทุกระดับ มีความพร้อมที่จะเผชิญ
กับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่นและคล่องตัวสามารถปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ
ของกรมได้ โดยวเิ คราะหจ์ าก DMS Ecosystem (P-7) โอกาสและความท้าทาย เชิงยุทธศาสตร์ของกรม (P-12)
การเปลย่ี นแปลงทีส่ ำคัญ ทกั ษะใหม่ ๆ กลุ่มบคุ ลากร วิธีการพัฒนา ผลลพั ธ์
(จำแนกตามวตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธ)์ ทตี่ อ้ งการหรือ
จำเปน็ ตอ่ การ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง บุคลากร จำนวนบุคลากรท่ไี ด้รบั
1. ระบบข้อมูลทางการแพทยม์ ีคณุ ภาพและ การพัฒนา Digital
ประสิทธิภาพ พฒั นา บคุ ลากรทุกระดับ - การฝึกอบรม Literacy 1,040 คน
Digital - การศกึ ษาดว้ ย รอ้ ยละของบคุ ลากร
2. การพัฒนาศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ทางการแพทย์ Literacy ตนเอง กลุ่มเปา้ หมายไดร้ บั การ
เฉพาะทางกรมการแพทย์ (Center of พฒั นาหลักสูตรผบู้ รหิ าร
Excellence : CoE) และนวตั กรรม Mindset ผ้ทู ่ีกำลังก้าวเขา้ - การอบรม ทุกระดบั ร้อยละ 100
สูต่ ำแหน่ง/ หลักสตู ร รอ้ ยละของบุคลากร
3. การเผยแพรถ่ า่ ยทอดสนับสนนุ องคค์ วามร้ใู หก้ บั Systematic ผ้บู ริหาร ผบู้ ริหาร กลุ่มเป้าหมายทีไ่ ด้รบั การ
เครอื ขา่ ยการแพทย์ ทงั้ ในและตา่ งประเทศ Thinking/ - ระบบพ่เี ลย้ี ง พฒั นาทักษะดา้ นการคดิ
Soft site เชงิ ระบบ
8. Digital Medicine/ นวตั กรรมทางการแพทย์ บคุ ลากรทกุ ระดับ - On the job รอ้ ยละ 100
9. การมีสว่ นร่วมของภาคีเครือข่ายในการพฒั นา training
- มอบหมายงาน
ระบบบรกิ ารทางการแพทย์
15. ระบบบรหิ ารมธี รรมภบิ าล
ตารางท่ี 5-1 การเปลี่ยนแปลงที่สำคญั
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานใหม่ จากการที่กรมการแพทย์ได้จัด
โครงสร้างใหม่ วางระบบและวิธีการทำงานใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อบุคลากรโดยตรง ทำให้ผู้บริหารต้องทำการ
สื่อสารเพื่อเป็นการทำความเข้าใจกับบุคลากร ให้เห็นประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน รวมทั้ง
ปรับเปลี่ยนพัฒนาสมรรถนะตนเองให้รองรับ โดยผู้บริหารจะทำการสื่อสารที่เน้นสร้างความผูกพัน และ
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Reset Mindset) ด้วยวิธีการเปิดใจ (Open Mind) บรรจุลงไปในทุกหลักสูตรการ
พัฒนาของกรม ส่งผลให้บุคลากรมีความเข้าใจในทิศทางที่เปลี่ยนไป รวมทั้งมีความผูกพันกับกรมมากยิ่งข้ึน
ดังเห็นได้จากตัวชี้วัดร้อยละของบุคลากรที่มีความเข้าใจในทิศทางการดำเนินงานของกรมการแพทย์ที่เพิ่มมาก
ข้นึ ทุกปี
“ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่ความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” ถือเป็นเป้าประสงค์อันสูงสุด
(Ultimate Goal) ของกรมการแพทย์ จึงได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตและ
การทำงานที่ดี จากผลการประเมินความสุขบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer) ประกอบด้วย
9 ด้าน Happy Body Happy Relax Happy Heart Happy Soul Happy Family
Happy Society Happy Brain Happy Money Happy Work Life และผลการประเมินความ
ผูกพันของบุคลากรกรมการแพทย์ ทำให้ทราบความต้องการของบุคลากรในด้านสุขภาพอนามัย สภาพแวดล้อม
Do our best for all : ทำดที ่ีสุดเพอื่ ทุกชีวติ 22
ความมั่นคงปลอดภัย ความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน และความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่ทำงาน โดยผู้บริหาร
เชื่อว่าการจัดการกับปัจจัยเหล่านั้น จะส่งผลให้บุคลากรมีสภาพจิตใจที่ดีเป็นผลให้ทำงานด้วยสุข นอกจากน้ีใน
ด้านของการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของบุคลากรนั้น กรมการแพทย์จะทำการค้นหาปัจจัยความต้องการด้าน
ต่าง ๆ ของบุคลากร เพื่อให้สามารถจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับบุคลากรในทุกกลุ่ม โดยจากการสำรวจ
พบวา่ ในแต่ละกลมุ่ มคี วามตอ้ งการและความคาดหวัง ดังน้ี
กลุ่มบุคลากร ความตอ้ งการและ วธิ ีการสำรวจ การบรกิ ารสิทธิ การปรับปรุงเพิม่ หรือเปล่ียนแปง ผลลัพธ์
ความคาดหวัง
ข้าราชการ คณุ ภาพชวี ิต ประโยชน์นโยบาย ดา้ นการบริการ สิทธปิ ระโยชน์นโยบาย - บุคลากรทำงาน
และ การทำงาน อย่างมีความสขุ
แบบสำรวจ Happy DMS - การจัดหาเคร่อื งมอื อุปกรณ์ และเทคโนโลยี
ลูกจา้ งประจำ การตรวจสุขภาพ - บคุ ลากรที่ทราบผล
ประจำปี ความผูกพนั - การยกย่องเชดิ ชู และการเสริมแรงจูงใจท่เี หมาะ ในการคัดกรองสามารถ
พนกั งาน เขา้ รบั การรักษา
ราชการ การลดคา่ ใชจ้ ่าย องคก์ ร - การจัดสถานทีใ่ นการออกกำกงั กาย ไดท้ ันถ่วงที
และเพม่ิ รายได้ - บุคลากรมสี ามารถ
พนักงาน - การจัดสวัสดกิ ารทอี่ ยู่อาศยั ลดค่าใช้จ่ายและ
กระทรวง มรี ายไดเ้ พม่ิ ขึ้น
สาธารณสขุ แบบสำรวจ โครงการ - โครงการตรวจคดั กรองโรคมะเร็งบุคลากร
ความผกู พัน ตรวจสุขภาพ - โครงการคัดกรองความเสย่ี งโรคหลอดเลอื ดสมอง
องค์กร ประจำปี - โครงการคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหวั ใจ
- การจัดสวสั ดิการทีอ่ ยู่อาศัย
แบบสำรวจ การจัดสวสั ดกิ าร - ตลาดนัดสำหรับเจา้ หน้าท่ี
ความผูกพนั รถรับ-ส่ง - ตลาดนัดออนไลน์ (DMS Marketplace)
องคก์ ร
ตารางท่ี 5-2 การจดั สวสั ดกิ ารของบุคลากร
กรมการแพทย์ได้พัฒนาเครื่องมือสร้างองค์กรแห่งความสุขให้มีความใกล้เคียงและเหมาะสมกับบริบท
ของกรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า “New DMS Engagement Tool” โดยศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
ความผูกพันของบุคลากร เริ่มตั้งแต่ 1) ปัจจัยความต้องพื้นฐานของทฤษฎี Maslow 2) การวัดความผูกพันและ
การรับร้นู โยบายของส่วนราชการ (สำนักงาน ก.พ.) 3) Emometor (HA) 4) Happinometer ซง่ึ ในแบบสอบถาม
“New DMS Engagement” ประกอบไปด้วย 7 ปัจจัย ได้แก่ การก้าวสู่ตำแหน่ง การพัฒนาตนเอง
สวสั ดกิ าร ความมน่ั คงในอาชีพ การบรหิ ารผลการปฏิบัติงาน สภาพแวดลอ้ มในการทำงาน
สุขภาพ และได้ได้กำหนดแนวทางในการประเมินผลความพึงพอใจและความผูกพันแบบเปน็ ทางการไว้
ปีละ 1 ครั้งผ่านการทำแบบสำรวจ
ซึ่งในระหว่างปีนั้นกรมจะทำการ
ประเมินผลในรูปแบบ ไม่เป็น
ทางการผ่านการสัมภาษณ์จาก
บุคลากร และนิเทศหน่วยงานตอนท่ี
ลงตรวจเยี่ยม ซึ่งจากการประเมิน
ความพึงพอใจและความผูกพันของ
บุคลากรกรมการแพทย์ พบว่า
บุคลากรกรมการแพทย์มีความ
พึงพอใจและความผูกพันที่มีต่อ ภาพท่ี 5-2 แนวทางการสรา้ งความผูกพนั (New DMS Engagement Tool)
อ ง ค ์ ก า ร อ ย ู ่ ใ น ร ะ ด ั บ ท่ี น ่ า พ อ ใ จ
(7.3.4) (7.3.5) (7.3.6) (7.3.7)
Do our best for all : ทำดีทีส่ ดุ เพื่อทุกชีวติ 23
ส่วนท่ี 2.1 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการอยา่ งต่อเนื่องตามเกณฑร์ ะดับพ้นื ฐาน
หมวด 6 กระบวนการคณุ ภาพและนวัตกรรม
กรมการแพทย์ไดม้ กี ารปฏิรปู กรม (DMS 4 Reforms) ภายใตแ้ นวคดิ “The best for the most”
ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ที่เชื่อมโยงกระบวนการ
ทำงานแบบมีส่วนร่วมกับเขตสุขภาพ ทำให้กรมต้องทบทวนการออกแบบกระบวนการใหม่ โดยเริ่มต้นจาก
การทบทวนกระบวนการทั้งหมดโดยใช้ข้อมูลจากแผนยุทธศาสตร์ ปรับกระบวนการสร้างคุณค่า
และกระบวนการสนับสนุน โดยใช้เครื่องมือ Value Chain และ SIPOC เพื่อให้ได้กระบวนการที่สอดคล้อง
กนั ดำเนนิ การจดั ทำข้อกำหนดท่ีสำคญั เพือ่ ตอบสนองความต้องการของผ้รู ับบริการและผู้มสี ว่ นได้ส่วน
เสีย เพื่อนำมาสู่การออกแบบนวัตกรรมและการพัฒนาบริการ ที่เป็นไปตามข้อกำหนดที่สำคัญ จึง
ติดตามและประเมินผล ดำเนินการตามแนวทางการจดั การนวัตกรรมของกรม รวมทั้งวิเคราะห์ Value
Chain ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปกรมการแพทย์ 4 ด้าน (DMS 4 Reforms)
ประกอบด้วยระบบงาน 5 ระบบ ดังนี้ 1) ระบบงานบริการทางการแพทย์ 2) ระบบงานวิจัยและประเมิน
เทคโนโลยีทางการแพทย์ 3) ระบบงานถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ 4) ระบบงานพัฒนามาตรฐาน
ทางการแพทย์ และ 5) ระบบงานบริหารจัดการ สำหรับกระบวนการสร้างคุณค่ามี 7 กระบวนการ ได้แก่
1) การรักษาเฉพาะทาง 2) ฟื้นฟูสมรรถภาพ 3) วิจัยทางการแพทย์ 4) ประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์
5) พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ 6) ผลิตแพทย์ และ 7) กำหนดมาตรฐานและพัฒนานโยบายทาง
การแพทย์
ภาพท่ี 6-1 DMS Value Chain Model
โดยหน่วยงานส่วนกลางจะทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยบริการในสังกัดกรม (ระบบงาน
บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางด้านวิชาการแพทย์ระดับตติยภูมิ (ระบบงานวิจัย
และประเมนิ เทคโนโลยที างการแพทย์และระบบงานถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนานโยบายทางการแพทย์)
ไปสหู่ น่วยงานในสำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ โดยการเชื่อมต่อขอ้ มลู สผู่ ู้บรหิ ารสูงสุดเพื่อกำหนดเป็น
Do our best for all : ทำดที ี่สุดเพ่อื ทุกชีวิต 24
นโยบายระดับชาติทาง
หนึ่ง อีกทางหนึ่งคือ การ
เชื่อมต่อข้อมูลในการนำ
องค์ความรู้และเทคโนโลยี
ทางการแพทย์ของกรม
ไปสู่เขตสุขภาพ รวมท้ัง
การเชื่อมต่อข้อมูลในการ
เป็นศูนย์อ้างอิงทาง
การแพทย์ ทง้ั ด้านวชิ าการ
สำหรับบุคคลากรทาง ภาพท่ี 6-2 กรอบการจดั ทำข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
การแพทย์ และข้อมูลสุขภาพสำหรับประชาชน (ระบบถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์)
เป็นแหลง่ รวบรวมองคค์ วามรู้ และข้อมูลวิชาการสารสนเทศทางการแพทยท์ ำการวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และ
จัดการความรู้ เพื่อการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย การทำมาตรฐานทางการแพทย์ และการติดตาม
ประเมินผลระบบบรกิ ารทางการแพทย์ของประเทศ มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นระบบอย่างมี
คุณภาพ และมีความเชื่อมโยงไปในทิศทางสู่เป้าหมายเดียวกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศที่เป็นผล
การดำเนินงานจากภารกิจของหน่วยงานเองและจากพื้นที่ (เขตสุขภาพ) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อใช้
ปรับปรุงการดำเนินงานและการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการแพทย์ระดับชาติ ระดับอาเซียน และ
ระดับโลก ในดา้ นของการปรบั ปรุงผลผลิต การบรกิ าร และกระบวนการ กรมการแพทย์ได้นำแนวคดิ PDCA
(P.13) มาขบั เคลื่อนในการปรับปรงุ กระบวนการทำงาน ตง้ั แตร่ ะดบั กรม หน่วยงานและบุคคล ภายใตก้ รอบ
คุณภาพ PMQA , HA โดยได้มีการกำหนดกรอบในการทบทวนกระบวนการสร้างคุณค่าและกระบวนการ
สนับสนุน (P.13) ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทราบว่ากระบวนการใดอาจมีผลการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตาม
เป้าหมาย ซึ่งกรมจะได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุและจัดทำแนวทาง มาตรการเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการ
ดำเนินงาน นอกจากนี้ยังได้ปลูกฝังให้ผู้ปฏิบัติทุกคนนำหลักการทำงานแบบ 3P (Purpose Process
Product) เพื่อเพิ่มคุณค่าในงาน โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการปฏิบัติงาน เพิ่มสมรรถนะและผลการ
ปฏิบัติงานให้เป็นตามที่คาดหวังในทุกกระบวนการ เน้นการคำนึงถึงความต้องการของผู้รับบริการและผู้มี
ส ่ ว น ไ ด ้ ส ่ ว น เ ส ี ย ( P.7 ) ต า ม
ข้อกำหนดสำคัญของแต่ละ
ระบบงานตามหน้าที่ความ
รับผิดชอบในแต่ละหน่วยงาน เพ่ือ
นำไปสู่การปรับปรุงและสร้าง
นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับระบบ
บริการทางการแพทย์ของประเทศ
ภาพท่ี 3 แนวทางการปรบั ปรงุ ผลผลิตและบรกิ าร (7.6.5, 7.6.9, 7.6.10, 7.6.11)
Do our best for all : ทำดที ่สี ดุ เพอื่ ทุกชีวติ 25
กรมการแพทย์มุ่งเน้นการพัฒนา
นวัตกรรมทางการแพทย์ โดยกำหนดให้เป็น
พันธกิจหลักที่สำคัญของกรม (P.1) และ
ถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติผ่านแผนปฏิบัติการ
ด้าน Function Reform กำหนดให้ศูนย์ความ
เป็นเลิศทางการแพทย์ (CoE) ทั้ง 15 ด้าน
ดำเนินการทางด้านวิชาการควบคู่ไปกับการ
พัฒนาบริการ และต่อยอด ไปจนถึงการสร้าง ภาพท่ี 6-4 แนวทางการจดั การนวตั กรรม
นวัตกรรมทางการแพทย์ ตามกระบวนการในการจัดการนวัตกรรม โดยนำได้นำข้อมูลความต้องการของ
ลูกค้า การประเมินศักยภาพของตนเองและคู่แขง่ ประกอบกับสถานการณ์การเกิดโรค และนโยบายในการ
ดำเนินการของกรมการแพทย์ มากำหนดเป็นแนวทางในการสร้างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ จึงเป็นโอกาสใน
การคดิ ค้นและสร้างสรรคน์ วัตกรรมเพ่ือนำไปวางแผนในการใหบ้ ริการผูป้ ว่ ยได้อย่างมคี ุณภาพและมาตรฐาน
ส่งเสริมให้หน่วยงานจัดโครงการพฒั นานวัตกรรม สิ่งประดิษฐท์ างการแพทยเ์ พือ่ พัฒนาต่อยอดเชิงพาณชิ ย์
จัดอบรมนวัตกรเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถในการพัฒนานวัตกรรม
สิ่งประดิษฐ์ เพื่อส่งเสริมให้ผลิตผลงานนวัตกรรมที่มีคุณค่า สอดคล้องกับความต้องการนำไปใช้ประโยชน์
และมีความทัดเทียมกับต่างประเทศ มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ เพ่ือ
เผยแพร่ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ และมีการจับคู่เจรจาทางธุรกิจเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ เช่น บริษัทไทย
เดน็ ทลั อินเตอร์เนชั่นแนล, บริษทั เฮอร์เบิรท์ เปน็ ต้น รวมท้ังจัดทำบันทึกข้อตกลงความรว่ มมือทางวิชาการ
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สวทช. (NSTDA), กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยา
ศาสตร์ (องค์การมหาชน), สภาอุตสาหกรรม เป็นต้น มีการติดตามดำเนินการจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
ชิ้นงานนวัตกรรมทางการแพทย์ และความก้าวหน้าชิ้นงานนวัตกรรมที่จับคู่เจรจาเชิงพาณิชย์หรือใช้เอง
กรมการแพทย์มีนวัตกรรมทางการแพทย์ หลากหลายชิ้นงาน ซึ่งมีจำนวน 47 ชิ้น ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร/
อนุสิทธิบัตร หรือกำลังอยู่ระหวา่ งขอยื่นจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร เช่น Dental Platform และเอียงเพื่อให้
ทนั ตแพทย์ทำฟนั ไดอ้ ยา่ งสะดวก และมีประสทิ ธภิ าพในการรกั ษา (7.5.3)
กรมการแพทย์ได้ดำเนินการมาตรการด้านความปลอดภัยและภาวะฉุกเฉิน ซึ่งได้จากการรวบรวม
ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งจากการสอบถามบุคลากรและผู้รับบริการ (P.7) รวมทั้งจากเอกสารตา่ ง ๆ นำมา
วิเคราะห์ความเสี่ยงตามมาตรการวิเคราะห์ความเสี่ยง จัดทำเป็นแผนบริหารความต่อเนื่องกรมการแพทย์
(Business Continuity Plan : BCP) และถ่ายทอดแผนดังกล่าวไปสู่ระดับหน่วยงาน ซึ่งกำหนดให้จัดทำ
ทุกหน่วยงาน โดยแผนของแต่ละหน่วยงานจะยึดกรอบหลักจากแผนระดับกรม แต่จะมีความแตกต่าง
ในรายละเอียดเพ่ือให้สามารถตอบสนองสภาวะวิกฤตในแต่ละพื้นที่ได้ดีท่ีสุด และจะมกี ารทบทวนแผนทุกปี
การมีแผน BCP ที่ชัดเจน ส่งผลให้ กรมสามารถรับมือกับทุกสภาวะวิกฤตได้ แม้กระทั่งสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา่ (COVID-19) ที่กรมสามารถรับมือต่อสถานการณ์ได้ดี (7.6.12,
7.6.13, 7.6.14, 7.6.15, 7.6.18)
Do our best for all : ทำดที ส่ี ดุ เพอ่ื ทุกชีวิต 26
ส่วนท่ี 2.2 การดำเนนิ การท่โี ดดเด่นรายหมวด
หมวด 3 การมุ่งเนน้ ผ้รู บั บริการและผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสีย
3.1 ความคาดหวงั ของผู้รับบริการและผูม้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสีย
ก. สารสนเทศผรู้ ับบรกิ ารและผูม้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสีย
(1) ผู้รบั บริการและผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสยี ในปัจจุบัน
กรมการแพทย์ให้ความสำคัญกับการสำรวจ รับฟังความคิดเห็น ความต้องการ และความคาดหวัง
ของผู้รับบรกิ ารและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี (P.7) เพราะถือเป็นสารสนเทศทส่ี ำคญั ท่ีใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์
รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การพัฒนาผลผลิตบริการ และการสร้างนวัตกรรม ทั้งนี้เพื่อให้
ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีความสะดวก รวดเร็ว อย่างได้มาตรฐาน
ตลอดจนไดร้ ับองค์ความรู้ท่ีความน่าเชื่อถือ สามารถนำไปใช้ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ล นอกจากนี้
ข้อมูลสารสนเทศที่ได้นั้นยังใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเพื่อเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมการแพทย์ได้พัฒนาช่องทางการรับฟังให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นให้มี
ความเหมาะสม ครอบคลุมกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม จนในปัจจุบันได้กำหนดวิธีการ
ค้นหาและรวบรวมข้อมลู สารสนเทศของผู้รบั บรกิ ารและผูม้ สี ว่ นไดส้ ่วนเสยี ทง้ั เชิงรุกและเชงิ รับ ดงั ตาราง
วธิ ีการรบั ฟัง การนำไปใช้
ผ้รู บั บริการ / Social Media
ผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสีย Field Survey
Email / Chat / Call
Customer Review
Interview / Focus Group
DMS Complain System
เ ่พิมประ ิสทธิภาพการทำงาน
กำหนยุทธศาสต ์ร
พัฒนา ิสน ้คา บริการ
ส ้รางน ัวตกรรม
ผรู้ บั ผิดชอบ ข้อมลู สารสนเทศท่ไี ด้
ผรู้ ับบริการ
1. สถานบรกิ ารสุขภาพ AQA Y A กองวชิ า - ความตอ้ งการ และ
- ภาครัฐท้งั ในและ การแพทย์ ความคาดหวงั
นอกกระทรวงฯ - ข้อมลู Service Mapping
- ภาคเอกชน (แผนทจ่ี ดั บรกิ าร)
2. บคุ ลากรทางด้านสขุ ภาพ A Y A M A กองวชิ า - ความเชอ่ื ม่นั ตอ่ หลกั สตู ร
- แพทย์ / ทันตแพทย์ การแพทย์ - ความต้องการองคค์ วามรู้
- พยาบาล ทางการแพทย์
- สหวิชาชีพ
3. ผ้ปู ว่ ยระดบั ตติยภมู ิ AYAA A ทกุ หนว่ ยงาน - ความตอ้ งการ และ
(15 สาขา) ความคาดหวงั
- ความเช่อื มนั่ ต่อการรกั ษา
- การรับรขู้ อ้ มูลข่าวสาร
ผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสีย
4. สปสช. AYA Y A กองยทุ ธศาสตร์ - ความคิดเหน็ ต่อปญั หา
และแผนงาน ของระบบสาธารณสขุ
- ความคดิ เห็นตอ่ การ
พฒั นาระบบการบริการ
5. องคก์ รวชิ าชีพ AYA Y A กองวชิ าการ - ความคิดเห็นต่อการ
แพทย์ พัฒนา วิชาการ บรกิ าร
และบริหารจดั การ
หมายเหตุ M : Month : ทุกเดอื น Q : Quarter : ทุกไตรมาส H : Half a Year : ทุก 6 เดือน Y : Year : ทุกปี A : Anywhere Anytime : ทกุ ที่ ทุกเวลา
ตารางท่ี 5-1 วธิ ีการรบั ฟังผรู้ บั บรกิ ารและผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสยี
Do our best for all : ทำดีทสี่ ดุ เพ่อื ทุกชีวิต 27
จากตารางสรุปได้ดังนี้ การรับฟัง (Listen) เป็นการรับฟังเสียงของผู้รับบรกิ ารและผู้มีสว่ นได้
ส่วนเสียผ่านช่องทางท่หี ลากหลายเพ่ือใหข้ ้อมูลท่คี รบถ้วนแบ่งเป็นหลัก ๆ ได้ 6 ช่องทาง แบ่งเป็นเชิงรุกคือ
1. ผ่านสื่อสงั คมออนไลน์ (Facebook : กรมการแพทย์ , Twitter : กรมการแพทย์ , Instagram : กรมการ
แพทย์ , YouTube : กรมการแพทย์) 2. ผ่านการสำรวจจากแบบสอบถามทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง 3. ผ่าน
การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม เชิงรับคือ 4. การรับฟังผ่านจุดบริการ ณ ที่ตั้ง 5. การรับฟังผ่านระบบ
ข้อร้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์ และ 6. ผ่านจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ การสนทนาออนไลน์ และโทรศัพท์ โดยได้
กำหนดช่วงเวลาในการค้นหาและรับฟังผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไว้อย่างเหมาะสม การ
รวบรวมและวเิ คราะห์ (Collect & Analyze) เป็นการนำขอ้ มลู ที่ได้จากทุกแหล่ง มาจำแนกกลุ่มประเภท
วิเคราะห์ เพื่อดูแนวโน้มและประเด็นสำคัญ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การกำหนด
ยทุ ธศาสตร์ การพฒั นาปรับปรงุ สินคา้ / บรกิ าร ตลอดจนสร้างนวตั กรรม
และจากข้อมูลสารสนเทศที่ได้จากการรับฟังพบว่า กลุ่มสถานบริการสุขภาพ เห็นว่ากรมการ
แพทย์ควรมีการพัฒนาการคดิ เป็นแบบองค์รวม รวมทั้งการทำงานในเชงิ บูรณาการรว่ มกันระหว่างโรงเรียน
แพทย์ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานบริการที่เป็นของรัฐ และสรรหาภาคีเครือข่ายที่มี
ประสิทธิภาพ รวมทั้งควรมีการดำเนินงานร่วมกับพื้นที่ในเขตสุขภาพให้มากขึ้น เช่น การเพิ่มทีมงานและ
บุคลากรที่จะมาสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ การสนับสนุนเครื่องมือที่ทันสมัย เป็นต้น ในกลุ่ม
บุคลากรทางด้านสุขภาพ เห็นว่ากรมการแพทย์ควรมีการพัฒนาการจัดอบรมที่ชัดเจน สะดวกต่อผู้เข้ารับ
การอบรม มีการจัดอบรบทุกปีเพื่อพัฒนาบุคลากร รวมทั้งเพิ่มจำนวนผู้ที่สามารถเข้ารับการอบรม
โดยเฉพาะวิสัญญีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น อีกทั้งเพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์หลักสูตรการ
อบรมให้มากขึ้น รวมทั้งในการจัดอบรมหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านและหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง
ควรมีการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรการอบรมให้มีความทันสมัย ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ในกลุ่ม
ผู้ป่วยระดับตติยภูมิ เห็นว่าควรมีการปรับปรุงเรื่องสถานที่จอดรถ ที่นั่งรอ ลิฟท์ ตู้ ATM สัญญาณ
อินเตอร์เน็ต ร้านอาหาร รวมทั้งจุดให้บริการต่าง ๆ ควรมีป้ายอกที่ชัดเจน ควรมีการเพิ่มบุคลากรทาง
การแพทย์ให้เพียงพอต่อการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วย รวมทั้งการเพิ่มช่องทางในการให้บริการให้ผู้ป่วย
เข้าถึงการรักษาได้อย่างเหมาะสม และทันท่วงที รวมทั้งการให้บริการด้วยความสุภาพ เสมอภาคเท่าเทียม
กัน ไม่แบ่งแยกและไม่เลือกปฏิบัติ ให้บริการผู้ป่วยอย่งทั่งถึง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
(สปสช.) เห็นควรว่าเนือ่ งจากกรมการแพทย์มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาการ ด้านการบำบัดรักษาและ
ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ฝ่ายกาย โดยมีการศึกษา วิจัย พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และ
เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม ประกอบกับมีหน่วยงานภายใต้สังกัดจำนวนมาก ดังนั้น จึงควรเป็น
ผู้นำในเรื่องการวิจัยพัฒนา ในเรื่องใหม่ ๆ ที่มีความสำคัญ ๆ เพื่อให้หน่วยงานอื่น ๆ ได้นำไปใช้ประโยชน์
รวมทง้ั ควรมีการจัดทำคู่มือ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แกห่ น่วยงานทเี่ ก่ียวข้องเพื่อให้เข้าใจตรงกัน และปฏิบัติ
ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดในการรักษาพยาบาล องค์กรวิชาชีพ
เห็นควรให้กรมการแพทย์มกี ารส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเี ครือข่ายต่าง ๆ ในการวจิ ัย การประดิษฐ์คิดค้น
เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางดา้ นการแพทยใ์ หม้ ากข้ึน
Do our best for all : ทำดีทส่ี ดุ เพ่อื ทุกชีวติ 28
(2) ผู้รับบริการและผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสยี ในอนาคต
จากแผนปฏิบัติราชการนวัตกรรมทางการแพทย์ กรมการแพทย์ พ.ศ. 2562 – 2570 ได้กำหนด
วิสัยทัศน์ให้กรมการแพทย์เป็น “องค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ ภายในปี พ.ศ.
2570 กรมการแพทยไ์ ด้สนบั สนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ และส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์
ทางการแพทย์ และ/หรือเชิงพาณิชย์ ซึ่งในกระบวนการดังกล่าว ในบางครั้ง ก็ได้ปรากฎบทบาทของ
ภาคเอกชนที่มาร่วมผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะในการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ เช่น โรงพยาบาล
มะเร็งอุดรธานีร่วมกับสถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบงั และบริษทั เมด เวิลด์ จำกัด
ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจในการให้ใช้สิทธิบัตร “เครื่องเตรียมยาฉีดและยาเคมีบำบัดอัตโนมัติด้วย
ห่นุ ยนต์” เพือ่ ยกระดับการเขา้ ถึง และการพัฒนาประสทิ ธิภาพทางการแพทย์เพ่ือผปู้ ว่ ย เป็นตน้
จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้กรมการแพทย์ได้กำหนดให้กลุ่มคนที่ยังไม่ป่วยมารับบริการ
การแพทย์แม่นยำ และกลุ่มภาคเอกชนที่มาร่วมผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์ เป็นกลุ่มผู้รับบริการใน
อนาคต โดยกรมการแพทย์ได้(ร่าง) กลยุทธ์กรมการแพทย์ พ.ศ. 2566 – 2570 เรื่อง World-Class
Medical Hub ได้กำหนดกลยุทธ์ 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) Precision Medicine จัดบริการการแพทย์แม่นยำ
2) Medical Technology Seeking แสวงหาเทคโนโลยที างการแพทย์ 3) Medical Services Framework
สร้างมาตรฐานกระบวนการทางการแพทยแ์ ละการทำงาน เพอื่ รองรบั ผรู้ บั บรกิ ารดังกลา่ ว
และจากนโยบายการบริหารจัดการภาครัฐที่ยึดหลักการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ และการสง่ เสริมการมสี ว่ นร่วมของประชาชนทุกภาคสว่ น ตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และแผนปฏิบตั กิ ารกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจใหแ้ ก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) ด้านการถ่ายโอนภารกิจ ได้กำหนดให้สำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุขถ่ายโอนภารกิจสถานอี นามัย โรงพยาบาลชมุ ชนและโรงพยาบาลท่วั ไปให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วน
ท้องถิ่น โดยสถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลทั่วไปตั้งอยู่เขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นใด ต้องถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการรับประกันความ
ต่อเนื่องของการจัดบริการด้านสุขภาพให้บริการประชาชน และการพัฒนาคุณภาพของการบริการสุขภาพ
ในระดบั ปฐมภูมิทสี่ อดคลอ้ งกับบริบทของแตล่ ะพนื้ ท่อี ย่างแทจ้ รงิ
ทำให้กรมการแพทย์ซึ่งมีหนา้ ทแี่ ละอำนาจในการถา่ ยทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์
รวมถึงประเมินการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ของสถานบริการสุขภาพทุกระดับให้เหมาะสมและคุ้มค่า
ตลอดจนให้การเพิ่มพูนความรู้และทักษะการปฏิบัติงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทางการ
แพทย์แก่แพทย์และบุคลากรทางด้านสุขภาพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งจากเดิมกรมการแพทย์จะ
ขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินงานต่าง ๆ ตามหน้าที่และอำนาจไปยังกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวง
สาธารณสุขก็จะส่งต่อไปยังสถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลทั่วไป ก็เปลี่ยนเป็นกระทรวง
สาธารณสุขส่งต่อไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้องค์การ
ปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการจัดระบบบริการสุขภาพ ด้วยเหตุผลน้ีกรมการแพทย์จึง
กำหนดใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ เป็นผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสยี ในอนาคตของกรม
Do our best for all : ทำดที ี่สดุ เพอื่ ทุกชีวติ 29
(3) การจำแนกผู้รบั บริการและผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสยี
ในปีพ.ศ. 2562 หลักจากที่มีการปรับกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรม ทำให้กรมการแพทย์ต้อง
ทำการวิเคราะห์และจำแนกผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใหม่อีกครั้งเพื่อให้ครบถ้วน และครอบคลุม
ตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ ซึ่งแบ่งผู้รับบริการเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สถานบริการสุขภาพ คือ
สถานบริการสุขภาพของภาครัฐทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข และภาคเอกชน ใช้เกณฑ์จำแนกคือ
1. เขตสุขภาพ 2. ระดับโรงพยาบาล 3. แผนจัดบริการสุขภาพ 18 ด้าน (Service plan) บุคลากร
ทางด้านสุขภาพ ใช้เกณฑ์จำแนกตามสายวิชาชีพ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพ ที่เข้ารับ
การศกึ ษา/อบรมหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านและหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง ผปู้ ว่ ยระดับตติยภูมิ
ใช้เกณฑ์จำแนกตามกลุ่มโรคเฉพาะทาง 15 ด้าน เช่น กลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง กลุ่มผู้ป่วยยาเสพติด เป็นต้น ใน
ส่วนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมี 2 กลุ่ม ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ
องค์กรวิชาชีพ ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนแพทย์ ราชวิทยาลัย สมาคมวิชาชีพต่าง ๆ สมาคมโรงพยาบาล
เอกชน ท่มี คี วามร่วมมือกับกรมการแพทย์ รวมทัง้ ไดก้ ำหนดความสำคัญและการมงุ่ เน้นในการบริการแต่ละ
กลุม่ เปา้ หมาย ตามตาราง
ผ้รู บั บริการ วิธกี ารจำแนก ข้อมูลสารสนเทศทใี่ ช้ ความสำคัญและการมงุ่ เนน้
และผู้มีส่วนได้สว่ นเสยี โดยการใชเ้ กณฑ์
ผรู้ ับบรกิ าร
1. สถานบรกิ ารสุขภาพ เขตสุขภาพ 13 เขต - ขอ้ มูลระบบบรกิ ารทาง เพ่อื พฒั นาสถานบรกิ ารสขุ ภาพให้มี
- ภาครฐั ท้ังในและ ระดบั โรงพยาบาล การแพทย์ในเขตสุขภาพ ศักยภาพสามารถนำองค์ความรูแ้ ละ
นอกกระทรวงฯ - ขอ้ มลู ระดับโรงพยาบาล เทคโนโลยีทางการแพทย์ไปใชใ้ นการดูแล
- ภาคเอกชน รักษาผปู้ ่วยไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
(A , S , M1 , M2 , F1 , F2 , F3)
Service Plan 18 ด้าน - ขอ้ มลู การพัฒนาระบบ เพอ่ื สร้างความเขม็ แขง็ ใหก้ บั เขตสขุ ภาพ
บรกิ ารทางการแพทย์และ และเพ่ือให้เกิดการใชท้ รพั ยากรอยา่ งมี
สาธารณสุขทกุ ระดบั ประสิทธิภาพและเหมาะสม
2. บุคลากรทางด้านสุขภาพ สายวชิ าชพี - ข้อมูลความตอ้ งการ เพือ่ พฒั นาองค์ความรู้ หลกั สตู รการเรยี น
- แพทย์ - ทันตแพทย์ ความคาดหวงั ต่อการ การสอน ใหม้ ีความเหมาะสม ทันสมยั
- พยาบาล - สหวชิ าชพี จดั หลกั สตู รการฝกึ อบรม และสามารถนำไปใชป้ ฏิบัติไดจ้ ริง
3. ผ้ปู ่วยระดบั ตตยิ ภมู ิ โรคเฉพาะทาง 15 สาขา - ขอ้ มลู Burden of disease เพอ่ื จดั บรกิ ารรองรับการส่งตอ่ ผ้ปู ่วยระดบั
(15 สาขา) (CoE) - ขอ้ มูลทางด้าน Service ตตยิ ภูมเิ ฉพาะโรคหรอื เฉพาะทางท่มี คี วาม
Mapping (แผนที่จดั บริการ) ยุ่งยากซับซอ้ น ในโรคเฉพาะทาง 15 ดา้ น
ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี
4. สปสช. - - ความคดิ เห็นตอ่ ปญั หา เพอ่ื รว่ มกันขบั เคลอื่ นในการจดั และ
ของระบบสาธารณสุข สง่ เสรมิ บรกิ ารทางการแพทยส์ าธารณสขุ
- ความคิดเหน็ ตอ่ การ ใหก้ บั ประชาชน
พัฒนาระบบการบริการ
5. องค์กรวชิ าชพี ตามวิชาชพี - ความคดิ เหน็ ตอ่ การ เพื่อสง่ เสรมิ ความร่วมมอื ในการพัฒนา
พฒั นา วิชาการ บริการ ระบบการแพทย์ของประเทศ
และบรหิ ารจดั การ
ตารางที่ 5-2 การจำแนกผรู้ บั บริการและผ้มู สี ่วนได้ส่วนเสยี
Do our best for all : ทำดีที่สดุ เพ่อื ทุกชีวิต
(4) ผลผลติ และการบริการ
จากการรับฟงั รบั ฟังความคิดเหน็ จากผ้รู ับบริการและผูม้ สี ว่ นได้ส่วนเสีย จนไดข้ ้อมลู ส
เพื่อนำไปสู่การจดั ทำแนวทางการดำเนนิ งานให้มีความสอดคล้อง จากนั้นจะนำไปสกู่ ารส่งมอบ
เพอ่ื เป็นการค้นหาและปรบั ปรุงวิธกี ารแก้ไขผลผลิตและบริการ ให้ตรงตามความต้องการมากท
หรอื จัดทำเป็นแนวทางปฏิบตั ิ คมู่ ือการปฏิบตั งิ านเพ่ือใหบ้ ุคลากรในองคก์ รดำเนนิ งานต่อไป (
ผู้รบั บริการ ผลผลติ และบริการ ประเด็นความตอ้ งการของ แนวทางก
และผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย ผู้รับบริการ/ผมู้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสีย
ผรู้ บั บรกิ าร
1. สถานบริการสขุ ภาพ - แนวทางเวชปฏบิ ัติ - ถกู ตอ้ ง แมน่ ยำ เช่ือถอื ได้ - ผลิตองค์ความรู้ท
- ภาครฐั ทงั้ ในและ สามารถนำไปปฏ
นอกกระทรวงฯ - มาตรฐานทางการแพทย์ - นำไปใชไ้ ดจ้ ริง - การทำงานเชิงบ
- ภาคเอกชน
2. บคุ ลากรทางดา้ นสขุ ภาพ - หลักสูตรการเรยี น - เข้าถึงไดง้ า่ ย ชดั เจน - จดั ทำหลักสตู รก
- แพทย์ / ทันตแพทย์ การสอน - น่าเชือ่ ถอื นำไปใชไ้ ดจ้ ริง ท่ตี รงตามความต
- พยาบาล - ได้รับการรับรองจากองค์กรอนื่ ๆ
- สหวิชาชีพ - การรักษา บำบัด ฟื้นฟู ทเ่ี ปน็ มาตรฐาน - ใหบ้ ริการด้วยคว
- คณุ ภาพการให้บริการ - รักษาตามมาตรฐ
3. ผูป้ ่วยระดบั ตตยิ ภูมิ - มาตรฐานการรักษา
ผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสยี - ชุดสทิ ธปิ ระโยชนใ์ นการ - การให้บริการกบั ประชาชน - สร้างเสรมิ ความส
4. สปสช. บรกิ ารสุขภาพประชาชน ท่มี ีมาตรฐาน และคา่ ใช้จ่าย ระหวา่ งองค์กร
ทเ่ี หมาะสม
5. องค์กรวิชาชีพ - องคค์ วามรทู้ างการแพทย์ - การพฒั นาระบบการแพทย์ - ส่งเสริมความรว่
- นวตั กรรมทางการแพทย์ ของประเทศ ระบบการแพทย
ตารางที่ 5-3 การกำหนด
30
สารสนเทศตา่ ง ๆ นำไปสู่การกำหนดประเด็นความตอ้ งการของผลผลิตและบริการต่าง ๆ
บบริการและใหก้ ับผู้รับบริการและผมู้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสยี และจะทำการติดตาม ประเมินผล
ท่สี ุด ถ้าหากได้ผลทเ่ี ป็นไปตามเป้าหมายก็จะนำไปต่อยอด ขยายผลให้ทว่ั ทั้งองคก์ ร และ/
(7.2.16) ดังสรปุ ได้ตามตาราง
การดำเนินงาน วธิ ีการค้นหาและปรับปรงุ ตวั อย่างการปรบั ปรงุ ผลผลติ และบริการ
ทีช่ ัดเจน ทนั สมัย - การตรวจเยย่ี ม นิเทศ - โครงการ Cancer Anywhere
ฏบิ ตั ไิ ด้จริง - การประชุมปรึกษาหารือ - แนวทางการดแู ลรกั ษา Covid-19
บรู ณาการ - การศึกษาดูงาน
- แบบสอบถาม - การเรยี นการสอนแบบออนไลน์
การเรียนการสอน - การฝกึ อบรม - หลกั สตู รการอบรมทท่ี ันตอ่ สถานการณ์
ต้องการ - การเรยี นการสอน ในปัจจบุ ัน
- แบบสอบถาม
วามเต็มใจ เสมอภาค - ผลการรกั ษา - Home Chemotherapy
ฐาน - การทำแบบประเมิน สังเกต สัมภาษณ์ - Tele Medicine
- การปรบั รูปแบบบรกิ ารผู้ปว่ ยนอก
สัมพนั ธอ์ นั ดี - ผลการดำเนินการรว่ มกัน - โครงการ Cancer Anywhere
- feedback ผ่านชอ่ งทางตา่ ง ๆ - ระบบการดูแลผูป้ ว่ ย COVID-19
วมมอื ในการพัฒนา - แบบสอบถาม
ย์ของประเทศ - การประชมุ ปรึกษาหารอื - การแพทยว์ ิถีใหม่ (New normal
ดผลผลติ และบรกิ าร - แบบสอบถาม medical services)
Do our best for all : ทำดที ี่สุดเพอื่ ทุกชีวิต 31
ตัวอย่างหนง่ึ ท่ีเห็นได้ชัดจากการใช้ประโยชน์จากข้อมลู ด้านสารสนเทศของผู้รบั บริการและผู้มีส่วน
ได้ส่วนเสียที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น กรมการแพทย์ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาพัฒนา ปรับปรุง การส่งมอบ
ผลผลิตและบริการของกรม ดังเช่น การดำเนินนโยบาย “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม” หรือ
Cancer Anywhere โดยในอดีตนน้ั แมป้ ระเทศไทยจะมีระบบหลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ท่ีให้
สิทธิประโยชนใ์ นการรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอุปสรรคต่อการเข้า
รับบริการ เน่ืองจากกระบวนการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลท่มี ีสทิ ธบิ ัตรทอง คอ่ นข้างใชร้ ะยะเวลานาน
และต้องเสียเวลาในการทำเรื่องเพื่อขอใบส่งตัวหลายครั้ง เพื่อนำไปรับการรักษาจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ที่มี
ความพรอ้ มมากกวา่ การสง่ ตัวผปู้ ว่ ยหลายครั้งก็มีปญั หาเร่อื งข้อมูลและประวตั ิการรกั ษาที่ไม่ครบถว้ น ทำให้
ผู้ป่วยจะต้องกลับไปขอข้อมูลจากโรงพยาบาลต้นสังกัดอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้ผู้ป่วยมะเร็งหลายคนไม่ได้รับ
การรักษาในระยะเวลาที่เหมาะสม และอาจทำให้อาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่พัฒนาไปเป็นอีกระยะหนึ่งได้
ดงั นัน้ สำนกั งานหลกั ประกันสุขภาพแห่งชาติ หรอื สปสช. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลใน
เครอื ข่ายหลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ จงึ ได้จดั ทำนโยบาย “Cancer Anywhere” ข้ึน
นโยบาย Cancer Anywhere เป็นนโยบายที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ได้รับ
การวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง ให้ได้รับบริการการรักษาครอบคลุมทุกกระบวนการ ในโรงพยาบาลที่มี
ศกั ยภาพและใกลบ้ า้ นโดยเรว็ ทส่ี ดุ สามารถรกั ษาขา้ มเขต ข้ามจงั หวดั ได้ แต่จะต้องเปน็ โรงพยาบาลท่ีรองรับ
สิทธิบัตรทองเท่านัน้ และจะมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานให้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ใบส่งตวั แต่
อย่างใด นอกจากนี้โรงพยาบาลรฐั -โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ยังสามารถชักชวนโรงพยาบาลเอกชนเข้ามาเป็น
เครอื ขา่ ยการรักษาได้อีกดว้ ย เพอื่ ใหผ้ ู้ปว่ ยมะเร็งสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลด
ระยะเวลาการรอคอย และครอบคลุมทกุ ข้ันตอนการรักษา
ตัวอย่างเชน่ การจัดบริการของเขตบริการสุขภาพที่ 6 โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ได้ทำการเชื่อมต่อ
การทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ด้วยการทำสนธิสัญญาบันทึกข้อตกลง ( MOU) ร่วมกับ
โรงพยาบาลวิภาราม อมตะนคร เพื่อให้บริการร่วมกันเป็นเครือข่าย โดยจะมีการส่งต่อผา่ นระบบ The ONE
ซึ่งเป็นโปรแกรมบันทึกข้อมูล ประวัติการรักษา จองคิวการรักษา ที่พัฒนาขึ้นโดยกรมการแพทย์ ทำให้
ผูป้ ว่ ยไมจ่ ำเป็นต้องใชใ้ บสง่ ตวั และถือเปน็ มติ ใิ หมข่ องทางการแพทย์ที่ สปสช. ได้ยกระดับบตั รทองให้ผู้ป่วย
สามารถรักษาได้ทุกที่อย่างแท้จริง ผลปรากฏว่าสามารถทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงรังสีรักษาได้อย่างทันเวลาตามท่ี
กำหนดไว้
3.2 การสรา้ งความผกู พัน
(5) การจัดการความสัมพันธ์
กรมการแพทย์ได้กำหนดระดบั แนวทางความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียเป็น 4 ระดับ ดังนี้ รับรู้ หมายถึง ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับรู้บทบาท หน้าที่ และ
ภารกิจของกรมการแพทย์ โดยผ่านชอ่ งทางการสื่อสารต่าง ๆ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น Website
Facebook วารสารกรมการแพทย์ ที่เป็นเสมือนการเปิดหน้าต่างกรมการแพทย์ออกสู่สายตาประชาชน
รวมทั้งการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารและบุคลากร รวมทั้งการออกรายการต่าง ๆ เป็นต้น ส่งผลให้
Do our best for all : ทำดีทสี่ ุดเพ่ือทุกชีวติ 32
ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรู้จักกรมการแพทย์ เข้าถึง หมายถึง ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วน
เสยี นอกจากจะร้จู ักกรมการแพทย์แลว้ ยงั เข้ามามีส่วนรว่ มและมีบทบาทกบั การดำเนนิ งานของหน่วยงานใน
สงั กดั กรมการแพทย์โดยผา่ นช่องทางต่าง ๆ เช่น การบริหารราชการแบบมีส่วนรว่ ม การรบั ฟงั ความคิดเห็น
และความคาดหวัง การกำหนดให้มาเป็นคณะทำงานหรือคณะกรรมการของโครงการต่าง ๆ การเปิดบ้าน
กรมการแพทย์/โรงพยาบาล/สถาบัน (Open Hospital) ยอมรับ หมายถึง ผู้รับบริการและผู้มีส่วนเสีย
เชื่อมั่นและยอมรับในกรมการแพทย์ ไม่คลางแคลงใจต่อทั้งองค์ความรู้และการให้บริการของกรม ว่าเป็น
องค์กรที่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งให้บริการอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ในระดับนี้จะพิจารณาได้จาก
Feedback ด้านบวกในทุกช่องทางการสือ่ สารของกรมการแพทย์ และการร่วมเป็นจิตอาสาในโครงการตา่ ง
ๆ ของกรมการแพทย์ ผูกพัน ในระดับนี้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะมีความรู้สึกผูกพันกับ
กรมการแพทย์จนรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และพร้อมที่จะออกหน้าสนับสนุน ปกป้อง เสียสละ
และท่มุ เทให้ เชน่ การออกมาแก้ Fake News ของกรมทีป่ รากฎทางสอื่ ออนไลน์ของผู้ใช้บริการ การบริจาค
เงินและสง่ิ ของใหก้ รมใช้ดำเนนิ การ เปน็ ตน้
ระดบั วิธีการสร้างและจดั การ วัตถุประสงค์ ตัวชวี้ ดั ผลลัพธ์
ความสมั พันธ์ ความสมั พนั ธ์
รบั รู้ - สือ่ บคุ คล / สงิ่ พิมพ์ / สื่อมวลชน - เพอ่ื สรา้ งความรับรู้ ความ - รอ้ ยละการรบั รู้ของผูร้ บั บริการ 7.2.21
หนงั สอื เวยี น / Social Media / เข้าใจ และภาพลกั ษณ์ท่ีดี และผู้มสี ว่ นได้สว่ นเสยี
Website
เขา้ ถึง - การรบั ฟังความคดิ เห็น / Open - เพอ่ื เปน็ การสร้างความสัมพันธ์ - รอ้ ยละความพงึ พอใจของ 7.2.8
House / Road Show อันดกี บั ผู้รบั บรกิ ารและผู้มี ผู้รับบริการและผมู้ ีสว่ นได้
ส่วนได้ส่วนเสยี สว่ นเสีย
ยอมรับ - การใหบ้ ริการที่ไดม้ าตรฐาน - เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเช่อื มัน่ และ - รอ้ ยละความเชอ่ื มนั่ ของ 7.2.9
- การให้บริการด้วยความเสมอภาค ไว้วางใจในการดำเนินงาน ผู้รบั บรกิ ารและผมู้ สี ว่ นได้
สว่ นเสยี
ผูกพนั - การรว่ มเป็นคณะทำงาน - เพื่อใหผ้ รู้ บั บรกิ ารและ - ร้อยละความพึงพอใจของภาคื 7.2.12
- การร่วมเป็นจิตอาสา ผมู้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสียรู้สึกเปน็ เครือข่ายท่ีมีสว่ นรว่ มกบั การ
สว่ นหนึ่งกบั การดำเนินงาน ดำเนินงานของกรมการแพทย์
ของกรม
ตารางท่ี 4 การสร้างและการจดั การความสัมพนั ธ์
ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นผลมาจากการดำเนินงานของกรมการแพทย์ที่แสดงถึงการจัดการความสัมพันธ์
อย่างดี คือโครงการการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนหรือการ
บำบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community Based Treatment and
Rehabilitation : CBTx) เป็นรูปแบบการบำบัดรักษาเชิงบูรณาการโดยเฉพาะต่อผู้ใช้ยาเสพติด และติดยา
ในชุมชน เพื่อให้เกิดการรักษาอย่างต่อเนื่อง มีการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งด้านสุขภาพ
สังคมและการบริการอื่น ๆ ผ่านกระบวนการดังนี้ การปรับทัศนคติ กรมการแพทย์พัฒนาศักยภาพ
ผู้ปฏิบัติงาน ปรับทัศนคติและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในชุมชนให้ร่วมดำเนินการไปพร้อมกัน ทั้ง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ฝ่ายปกครองท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร ผู้นำ แกนนำในชุมชน อาสาสมัคสาธารณสุข
หมู่บ้าน และ NGO โดยประชุมชี้แจงและแพร่ความคิด เพื่อสร้างความเข้าใจในการดูแลผ รับฟังความ
Do our best for all : ทำดีท่ีสดุ เพ่อื ทุกชีวิต 33
คิดเห็น และจดั ประชมุ เชิงปฏิบตั ิการให้ความรู้ ร่วมคิด วเิ คราะห์ กำหนดเป้าหมาย และวางแผนดำเนินการ
ร่วมกัน ในการสร้างรูปแบบการดแู ลโดยชมุ ชน ด้วย Mobile clinic และศูนย์ลดอันตรายจากการใชย้ าเสพ
ติด (Drop in center) การบำบัดฟื้นฟู มีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
ของอำเภอ ประกอบดว้ ยนายอำเภอ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน สถานศึกษา องค์กรเอกชน ตำรวจ ทหาร
สสอ. รพ.สต. กำนัน ผใู้ หญ่บ้าน และ NGO กำหนดบทบาทหนา้ ที่ และร่วมกนั ดำเนินการในทุกขั้นตอนการ
บำบัด โดยที่กรมการแพทย์จะให้คำปรึกษา ประสานการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย บริหารจัดการ
งบประมาณ นิเทศติดตาม และถอดบทเรียนการดำเนินงานและวิจัยทุกปี เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคและ
ปรับปรุงรว่ มกับทมี ผูบ้ ำบดั จนเปน็ ระบบท่ีคงท่ี จนทีมผบู้ ำบดั สามารถดำเนนิ การเองได้ และ การพัฒนา
สู่ความยั่งยืน โดยผลักดันการบำบัดผู้ติดยาเข้าสู่ระบบการทำงานปกติ และ ขยายผล ประยุกต์ใช้ในพื้นที่
อื่น ให้บริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งยาเสพติดและการเจ็บป่วยอื่น ๆ ครอบคลุมพื้นที่ ช่วยให้ผู้ป่วย
เข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง โดยโครงการนี้เคยได้รับรางวัลบริหารการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม
ประจำปี พ.ศ. 2563 ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) ระดับดีเด่นอีกด้วย
ยง่ิ เป็นการตอกย้ำว่ากรมการแพทย์เป็นหนว่ ยงานที่ดำเนินโดยการมุ่งเน้นและแสวงหาสร้างความร่วมมือกับ
ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ และจากความพยายามในการสร้างความสัมพันธอ์ ันดี ก็ก่อให้เกิดความรว่ มมือจากทุก
ภาคสว่ นทพ่ี ร้อมจะก้าวเดนิ ไปกรมการแพทยเ์ พื่อแก้ไขปัญหาทางการแพทย์และสาธารณสขุ ให้กับประชาชน
(6) การเข้าถงึ และการสนบั สนุนผูร้ บั บรกิ ารและผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสีย
กรมการแพทย์ได้จัดเตรียมและพัฒนาช่องทางเพื่อให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (P.7)
เข้าถึงสารสนเทศและการบริการโดยคำนึงถึงความเหมาะสมในแต่ละช่องทางซึ่งมีดังนี้ โรงพยาบาลใน
สังกัดกรมฯ เช่น การพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนการแพทย์เฉพาะทางการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่าน
ทางสายสวน การจัดตงั้ คลินิกเฉพาะทางใหบ้ ริการผู้ป่วยตรวจคัดกรองการได้ยินของทารก 0-6 เดอื น จัดต้ัง
คลนิ กิ มลพิษ 128 แห่ง และให้บรกิ ารในรปู แบบออนไลน์ เว็บไซต์ของกรมฯ และเว็บไซต์ของหน่วยงาน
ในสังกัด ซึง่ จะมีขอ้ มลู ทางวิชาการและบริการท่ีครอบคลมุ กับผู้รบั บริการและผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสียทุกกลุ่มและ
มีความเป็นปัจจุบัน เช่น แนวทางการรักษา COVID-19 รายงานสถานการณ์ COVID-19 การออก
คลินิกเคลื่อนที่ (Mobile Clinic) เช่น การจัดระบบบรกิ ารโรคหลอดเลือดสมองเคลื่อนท่ี รถเอกซเรย์มะเร็ง
เต้นมเคลื่อนที่ การออกหน่วยบริการเคลื่อนที่และให้การเผยแพร่ความรู้ทางกิจกรรมบำบัดและการฟื้นฟู
สมรรถภาพแกบ่ ุคลากรสาธารณสุขรวมถึงประชาชนทวั่ ไป งานประชมุ วชิ าการ เชน การประชุมวิชาการ
ด้านทันตกรรมเด็ก การประชุมวิชาการประจำปี HA NATIONAL FORUM การประชุมวิชาการยาเสพติด
แห่งชาติ เป็นต้น สื่อทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น Infographic , วารสารกรมการแพทย์ และ
Application ต่าง ๆ ของหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้บริการผู้ป่วยด้านต่าง ๆ เช่น DMS Telemedicine
สำหรับการแพทย์ทางไกล NCI Easy สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง SNMRI EASY สำหรับผู้พิการ TAVI - HEART
TEAM CLINIC สำหรบั ผู้ปว่ ยโรคลน้ิ หวั ใจ ตลอดจนวางรูปแบบและกลไกการส่ือสารตา่ ง ๆ ทั้ง Online และ
Do our best for all : ทำดีทีส่ ุดเพอื่ ทุกชีวิต 34
Offline เพื่อให้มีความครอบคลุมและให้เกิดความสะดวกมากที่สุด รวมทั้งจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญในการ
ตอบสนองในแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสมและครบถว้ น ดงั ตาราง (7.2.4, 7.2.13, 7.2.19, 7.2.20, 7.4.14)
ผู้รับบริการ / ชอ่ งทางการเขา้ ถึงสารสนเทศ / บรกิ าร รูปแบบและ ข้อกำหนดที่สำคญั วธิ กี ารถ่ายทอดข้อกำหนด
ผ้มู ีสว่ นไดส้ ่วนเสีย กลไกการส่อื สาร ในการตอบสนอง ไปส่กู ารปฏิบัติของบคุ ลากร
ความต้องการ
(มาตรฐานการ
ให้บริการ)
โรงพยาบาลในสัง ักดกรมฯ
เ ็วบไซต์กรมฯ
การออกค ิลนิกเค ่ืลอน ่ีท
งานประ ุชม ิวชาการ
ื่สอทางการแพท ์ยต่าง ๆ
Application
Offline : ห ันง ืสอเ ีวยน
Online :
FB IG YouTube Twitter
ระเ ีบยบ ้ขอ ับง ัคบ
ู่คมือการป ิฏ ับติงาน
คำ ัรบรองฯ
ู้ผบ ิรหาร
ผูร้ บั บริการ มาตรฐาน
1. สถานบรกิ ารสุขภาพ ทางการแพทย์
2. บคุ ลากรทางด้านสุขภาพ ปฏบิ ัตงิ านได้จรงิ
3. ผู้ปว่ ยระดับตตยิ ภูมิ
ผูม้ ีส่วนได้สว่ นเสยี Service Mind
4. สปสช.
ขอ้ เสนอแนะ
5. องคก์ รวชิ าชพี เชิงนโยบาย
คุณภาพมาตรฐาน
ปฏบิ ตั งิ านได้จริง
ตารางท่ี 5-5 การเข้าถงึ สารสนเทศและบริการ
(7) การจัดการกบั ข้อร้องเรียน
กรมการแพทย์ นับเป็นหน่วยงาน
ที่มีกระบวนการจัดการกับข้อร้องเรียนที่
ชัดเจนและเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง อัน
เ ป ็ น ผ ล ม า จ า ก ก า ร ใ ห ้ ค ว า ม ส ำ ค ั ญ กั บ
ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ของ
องค์การ แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการ
ในอดีตนั้น ยังมิได้มีการให้ความสำคัญกับ
ประเด็นข้อร้องทุกข์ รวมทั้งประเด็นข้อ
รอ้ งเรียนซำ้ ท้งั ทมี่ าจากผู้ร้องคนเดิมและผู้
ร้องคนใหม่ นอกจากนี้รูปแบบการจัดการ ภาพที่ 3-1 กระบวนการจัดการข้อรอ้ งเรียน
ข้อร้องเรียนดังกล่าวยังเป็นการจัดการใน
ระดับกรม ขณะที่ในโรงพยาบาลกระบวนการจัดการจะขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงานกำหนด ทำให้การจัดการ
ขอ้ รอ้ งเรียนในโรงพยาบาลไม่มีความเปน็ เอกภาพในภาพรวมกรม
และเพื่อให้แนวทางการจัดการข้อร้องเรียนมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น กรมการแพทย์มอบให้กอง
กฎหมายและคุ้มครองจริยธรรม เป็นหนว่ ยงานหลกั ในการกำหนดแนวทางการจัดการข้อร้องเรียน ตลอดจน
ดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนที่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ มายื่นด้วยตนเอง , โทรศัพท์ , ส่งไปรษณีย์ ผ่าน
Do our best for all : ทำดที สี่ ุดเพือ่ ทุกชีวิต 35
เว็บไซต์กรมการแพทย์ หัวข้อ “รับเรื่องร้องเรียนสำหรบั ประชาชน” https://cms.dms.go.th/Complain
ซ่ึงเป็นอกี หนึง่ ช่องทางในการร้องเรียนที่สะดวก และมีกระบวนการดำเนนิ งานจดั การขอ้ ร้องเรียน
ในการจัดการข้อร้องเรียน มกี ารจำแนกข้อร้องเรียนเป็น ข้อร้องเรยี นเร่งด่วนวิกฤต พิจารณา
จากหลักเกณฑ์ 1) เกิดการสูญเสียชีวิต พิการ หรือความเสียหายที่มีมูลค่าสูงมาก 2) สร้างความเดือดร้อน
ต่อประชาชนเป็นวงกว้างและ 3) ทำลายภาพลักษณ์องค์กร โดยจะทำการรวบรวมข้อร้องเรียนและ
ลงทะเบียนจัดเก็บในระบบฐานข้อมูล และให้ผู้อำนวยการกองกฎหมายและคุ้มครองจริยธรรมรายงานเร่อื ง
ร้องเรียนไปยังผู้บริหารทราบผ่าน Line Application เพื่อดำเนินการสั่งการแก้ไขข้อร้องเรียนภายใน
24 ชั่วโมง รวมทั้งดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขในทันที และติดต่อกลับผู้ร้องเรียนภายใน
24 ช่วั โมง ข้อรอ้ งเรยี นท่วั ไป ผ้รู บั บริการและผมู้ ีส่วนได้ส่วนเสียไดด้ ำเนินการรอ้ งเรียนผ่านช่องทางต่าง
ๆ เช่น ร้องเรียนด้วยตนเอง โทรศัพท์ เอกสาร ไปรษณีย์ กลุ่มผู้ชุมนุม เว็บไซต์กรมการแพทย์ หัวข้อ
“รับเรื่องร้องเรียนสำหรับประชาชน” https://cms.dms.go.th/Complain กองกฎหมายและคุ้มครอง
จรยิ ธรรมจะดำเนินการรวบรวมข้อร้องเรียนและลงทะเบียนจัดเก็บข้อร้องเรียนในระบบฐานข้อมูล และแจ้ง
หนว่ ยงานผ้รู ับผดิ ชอบทราบเพือ่ ดำเนินการปรบั ปรงุ แก้ไขข้อร้องเรียนน้นั อย่างรวดเร็ว มปี ระสิทธภิ าพ และ
มมี าตรฐาน พรอ้ มทัง้ แจ้งผรู้ อ้ งเรียนทราบในเบ้ืองตน้ ซ่ึงผู้ร้องเรียนสามารถใช้เลขที่รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
ในการติดตามสถานะ (Tracking) ของเรื่องร้องเรียนต่อไปได้กองกฎหมายและคุ้มครองจริยธรรมมีการ
ติดตามผลดำเนินการและแจง้ ผ้รู ้องเรียนทราบเป็นระยะ หรอื จนกวา่ การดำเนินการแก้ไขปัญหาร้องเรียนจะ
เป็นที่สิ้นสุด โดยข้อมูลเรื่องร้องเรียนจะถูกบันทึกในระบบฐานข้อมูลทุกขั้นตอน มีการสรุปรายงานผล
ดำเนินการจัดการข้อร้องเรียน นำเสนอในที่ประชุมกรมการแพทย์ให้ผู้บริหารทราบต่อไป ทั้งนี้ มีการ
ประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการภายหลังแจ้งผลการแก้ไขปัญหาร้องเรียน หากระดับความพึงพอใจ
ของผูร้ บั บริการต่ำกว่าเป้าหมายท่ีกำหนดไว้ จะดำเนินการแก้ไข และปรบั ปรุงการจดั การข้อร้องเรียนต่อไป
กรมการแพทย์กำหนดแนวทางเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาด้วยวิธีดังต่อไปนี้ คือ ทบทวน
ปรับปรงุ กฎ ระเบยี บ แนวปฏิบัติ โดยส่งเสรมิ ให้บุคลากรดำเนินการให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพ แนวทางเวชปฏิบัติ และคู่มือการ
ปฏิบัติงานอยางเคร่งครัด จัดตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมหาแนวทางป้องกัน แก้ไข แถลงข่าว/
ประชาสมั พนั ธ์ เพ่ือช้ีแจงทำความเขา้ ใจให้ข้อมูลทีถ่ กู ต้อง ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยรวดเรว็ เปน็ ธรรม
และขยายผลการดำเนนิ การกบั ผู้กระทำผิด และกำหนดแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดข้อร้องเรยี นซำ้ มีการ
ตดิ ตามผลการจดั การขอ้ รอ้ งเรยี นและผลการประเมนิ ความพึงพอใจซ้ำหลงั ดำเนินการแกไ้ ข ภายใน 1 เดือน
และจากข้อมูลพบว่าเรื่องร้องเรียนซ้ำ ๆ 3 อันดับแรก ที่พบบ่อยในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา คือ
คุณภาพการให้บริการ การบริหารงานทั่วไป การหาเตียงเพื่อเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย
COVID-19 โดยกรมการแพทยไ์ ด้ตระหนักถงึ ความสำคัญในการป้องกนั การเกดิ ข้อร้องเรยี นของผ้รู ับบริการ
จึงไดก้ ำหนดนโยบาย "ปรบั เปลี่ยนเพือ่ ทกุ ชวี ิต" รอไมน่ าน ทนั สมัย ถูกใจคนไข้ ใสใ่ จสขุ ภาพ ภายใต้แนวคิด
VIP : Valuable , Impressed, Professional" เพื่อให้ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ เข้าถึงบริการได้สะดวก
รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นการลดและป้องกันการเกิดข้อร้องเรียนด้านคุณภาพการให้บริการ และการ
บริหารงานทั่วไป และสำหรับการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย COVID-19 กรมการแพทย์ได้กำหนดแนวทาง
Do our best for all : ทำดที ่สี ุดเพ่อื ทุกชีวิต 36
ในการดูแลผู้ป่วย Covid-19 และที่สำคัญเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายในการบริหารจัดการเตียง (Bed
management) ในภาพรวมทั้งหมดของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีการติดตามการบริหารเตียง
ผ่านเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย Covid-19
โดยแยกผู้ป่วยตามอาการ (ผู้ป่วยสีเขียว ผู้ป่วยสีเหลือง ผู้ป่วยสีแดง) ผ่านช่องทางสายด่วน 1668 ,1330
นอกจากนี้ยังมีนโยบายในการเปิด Hospitel , โรงพยาบาลสนาม Community Isolation , Hotel
Isolation และ Home Isolation เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับบริการทางการแพทย์อย่างทันท่วงที และเหมาะสม
(7.2.17, 7.2.18)
(8) ความพงึ พอใจ ความไม่พงึ พอใจและความผูกพนั
กรมการแพทย์ได้วางระบบ
การสำรวจความพึงพอใจ ความไม่พึง
พอใจและความผูกพันโดยให้กอง
ย ุ ท ธ ศ า ส ต ร ์ แ ล ะ แ ผ น ง า น เ ป็ น
ผู้รับผิดชอบในการดำเนินการหลัก
ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมการ
แพทย์ ซึ่งกระบวนการสำรวจมี
ทั้งหมด 7 ขั้นตอน ได้แก่ การ
กำหนดรูปแบบการสำรวจ กรมฯ จะ
กำหนดวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพ่ือ ภาพที่ 3-2 ระบบการประเมนิ ความพึงพอใจ ไมพ่ งึ พอใจ และความผูกพัน
นำผลการศึกษามาพัฒนาการบริหารงานด้านวิชาการ ด้านบริการ และด้านบริหารจัดการ การพัฒนา
รูปแบบการบรกิ ารทางการแพทยว์ ิถใี หม่ (New Normal of Medical Sevices) ของกรมการแพทยไ์ ด้อย่าง
มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ออกแบบสอบถาม โดยแบบสำรวจที่ใช้จะได้จากการศึกษาค้นคว้า
เอกสาร งานวิจัย ทฤษฎีและแนวคิดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนำมากำหนดแนวคิดในการสร้างข้อ
คำถามเพื่อให้ครอบคลุมประเด็นที่ต้องการสำรวจ จากนั้นจะนำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้ (Try
Out) กับกลุ่มเป้าหมาย จนเป็นที่ยอมรับและนำไปใช้ กำหนดช่องทางการสำรวจ โดยรูปแบบการ
สำรวจจะพจิ ารณาจากความสะดวกและการเข้าถึงกลุม่ เปา้ หมายในแตล่ ะกลุม่ ให้มีความเหมาะสม การ
สำรวจและรวบรวมข้อมูล โดยข้อมูลที่ได้จาการตอแบบสอบถามจะนำเข้าไปอยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์
การจดั การขอ้ มูล เมือ่ ได้ข้อมลู มาแลว้ จะทำการตรวจสอบความถูกต้องและความเช่ือถือข้อมลู โดยการ
นำข้อมูลที่ได้มาจัดหมวดหมู่ แยกประเภท และประมวลผลข้อมูลเชิงปริมาณด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทาง
สถิติ SPSS for Windows จากนั้นจะนำไปสู่การวิเคราะห์ต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล โดยจะทำการ
สรุป วิเคราะห์ ในแต่ละประเด็นได้แก่ ความต้องการ ความคาดหวัง ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจ ความ
เช่ือมั่น/ ความผกู พัน การรบั รแู้ ละภาพลกั ษณ์ ความคิดเหน็ ต่อการดำเนินงาน และขอ้ เสนอแนะ จัดทำ
รายงานสรุปผล จากผลการวิเคราะห์จะนำไปสู่การจัดทำรายงานเพื่อประกอบการวางแผนและตัดสินใจ
ของผบู้ ริหารตอ่ ไป
Do our best for all : ทำดที ่สี ดุ เพ่อื ทุกชีวิต 37
ผู้รบั บริการ วิธกี ารประเมิน ขอ้ มลู / สารสนเทศ ตัวอย่างการนำไปใช้ประโยชน์
และผู้มีสว่ นได้ส่วนเสยี
ลงพ้ืนท่ีภาคสนาม ในการตอบสนองท่เี หนอื ความคาดหวงั
สัมภาษ ์ณโดยตรง
สัมภาษ ์ณทางโทรศัพ ์ท
ส่งแบบสอบถามทางไปรษ ีณย์
สัมภาษ ์ณเชิงลึก
ความ ึพงพอใจ / ไม่ ึพงพอใจ
ความ ้ตองการ / ความคาดห ัวง
ความเช่ือ ่ัมน / ความ ูผกพัน
1. สถานบริการสขุ ภาพ - โครงการศูนยพ์ ษิ วทิ ยาแห่งชาติฯ
1.1 ภาครฐั ทงั้ ในและ - โครงการ Stroke Unit
นอกกระทรวงฯ - โครงการกัญชาทางการแพทย์ฯ
- โครงการสนับสนุนบริการ วิชาการ
1.2 ภาคเอกชน
แกโ่ รงพยาบาลเฉลมิ พระเกยี รติ
2. บุคลากรทางดา้ นสุขภาพ - โครงการพฒั นาเครือข่ายวชิ าการทางการแพทย์
2.1 แพทย์ / ทันตแพทย์ สาขาต่าง ๆ
- โครงการพัฒนาและสนบั สนนุ การ
2.2 พยาบาล ฝกึ อบรมการพยาบาลเฉพาะทาง กรมการแพทย์
2.3 สหวชิ าชีพ
3. ผูป้ ว่ ยระดบั ตตยิ ภมู ิ - โครงการเปล่ยี นล้นิ หวั ใจแตก่ ำเนิดฯ
- โครงการตาปลอม 999 ดวงตา
(15 สาขา)
- โครงการตรวจสุขภาพพระสงฆ์
- โครงการพฒั นาระบบดจิ ิทลั ฯ
- โครงการสร้าง Health Literacy
4. สปสช. - โครงการการตรวจสุขภาพท่จี ำเปน็ ฯ
- โครงการ Cancer Anywhere
5. องค์กรวิชาชีพ - โครงการจดั ตั้งศนู ย์การแพทยแ์ ม่นยำ
ตารางท่ี 5-6 การประเมินความพึงพอใจและไมพ่ ึงพอใจ
(9) ความพงึ พอใจเปรยี บเทียบกบั หนว่ ยงานอืน่
ถึงแม้กรมการแพทย์จะมีการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาอย่าง
ต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้มีการนำผลไปเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ ส่งผลให้ในบางครั้งไม่สามารถตอบสนอง
ต่อความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 กรมการแพทย์เริ่มให้
ความสำคัญกับการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน เนื่องมากจากการกำหนดวิสัยทัศน์ว่า “การแพทย์ไทย
เป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย ภายในปี พ.ศ. 2580” ทำให้ต้องเริ่มมีการนำผลการดำเนินงานในทุก ๆ ด้านมา
เปรียบเทียบกับคู่เทียบ เพื่อค้นหาโอกาสในการพัฒนา และเมื่อได้นำผลความพึงพอใจมาเปรียบเทียบคู่
เทียบพบว่าในบางประเด็นกรมการแพทย์มีผลการสำรวจที่สูงกว่า และในบางประเด็นมีผลการสำรวจที่ต่ำ
กว่า ซึ่งประเด็นที่ต่ำกว่าคู่เทียบ จะนำไปสู่การวางมาตรการหรือกำหนดแนวทางการพัฒนา ปรับปรุง
ผลผลิตและบริการ โดยมีขั้นตอนดังนี้ การกำหนดคู่เทียบ จะพิจารณาจากหน่วยงานที่มีภารกิจคล้าย
เคยี งกนั เช่น โรงเรียนแพทยฯ์ กรมในกระทรวงสาธารณสุข การรวบรวมข้อมูล การศกึ ษารายละเอียด
ตัวชี้วัดเพื่อเปรียบเทียบในประเด็นต่าง ๆ โดยทำการสืบค้นผ่านทางเว็บไซต์ของหน่วยงานที่ถูกกำหนดให้
เป็นคู่เทียบ และ วิเคราะห์ผลการเทียบเคียง จะทำการประเมินผลการเทียบเคียง และศึกษาแนว
ทางการดำเนินงานของคู่เทียบเพื่อค้นหาปัจจัยความสำเร็จผ่านการขอศึกษาดูงานหรือขอเยี่ยมชม และ
จากนน้ั จะนำมาถอดบทเรียนเพอ่ื ใชพ้ ัฒนาการดำเนนิ งานของกรมต่อไป
Do our best for all : ทำดีทสี่ ุดเพื่อทุกชีวติ 38
กลุ่มผู้รบั บริการ ประเด็นในการเทียบ ผลปี 2563 ผลการ มาตรการ
และผ้มู ีสว่ นได้สว่ นเสยี DMS คูเ่ ทยี บ เทยี บเคียง ในการพฒั นาปรับปรงุ
ผู้รบั บรกิ าร ความเชอ่ื มน่ั ต่อองค์ความรู้ 90.01 94.76 - E-Library
1. สถานบริการสุขภาพ - DMS Knowledge
ความเชือ่ มั่นต่อ 94.96 83.59 ☺ - E-Learning
2. บุคลากรทางด้านสขุ ภาพ ระบบบริหารจัดการ
- นโยบาย Smart OPD
3. ประชาชน คุณภาพการใหบ้ รกิ าร 91.35 94.34 - Digital DMS
3.1 กลุ่มผ้ปู ว่ ย - - การจดั การ Fake News
3.2 กลุ่มเสยี่ ง ความเชอ่ื ม่ันทีม่ ีต่อองค์กร 87.45 - - Health Literacy
3.3 กลุม่ ปกติ -
ความเชือ่ มน่ั ทม่ี ีตอ่ องค์กร 89.84 - - การบริหารองค์กรอย่างมี
ผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสยี ธรรมาภบิ าล
4. สปสช. ความเชือ่ มนั่ ต่อการดำเนนิ งาน 90.81 - - - การบริหารราชการ
5. องค์กรแพทย์ต่าง ๆ 91.23 ☺ แบบมีสว่ นร่วม
ภาพลักษณ์ของกรมฯ 92.24
ตารางที่ 5-7 การเปรียบเทยี บผลความพึงพอใจ
(10) การใช้ขอ้ มลู และสารสนเทศของผรู้ บั บริการและผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี และขอ้ มูลอ่ืนท่ีเกย่ี วข้อง
นอกจากการใช้ข้อมูลและสารสนเทศของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่รวบรวมได้จาก
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (VOC) แล้ว กรมการแพทย์ยังให้
ความสำคัญข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่อยู่บนสื่อออนไลน์ซึ่งมีทั้งข้อมูลจริงและข้อมูลเท็จ และเพื่อคุ้มครอง
ประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยและได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ ซึ่งในปัจจุบันพบว่าคนไทย
ส่วนใหญ่ใช้เวลาเฉลี่ยในการเข้าถึงสื่อบนอินเทอร์เน็ต 8 ชั่วโมง 44 นาทีต่อวัน และเว็บไซต์ที่คนไทยเขา้ ใช้
งานมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ Google, Facebook และ YouTube และในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมานั้น
การเผยแพร่ข่าวปลอมในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ช่องทางการเผยแพร่ข่าวปลอมในไทย
มักใช้ Website Facebook Instagram Twitter YouTube และ Line เป็นต้น มีรูปแบบตั้งแต่การสร้าง
เว็บไซต์ปลอมและการเลียนแบบเว็บไซต์สำนักข่าวชื่อดัง รวมถึงการสร้างเพจเลียนแบบสำนักข่าว
การเผยแพร่ของข่าวปลอมได้สร้างผลกระทบต่อสังคม หากประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อ งจะ
สง่ ผลกระทบทัง้ ระยะส้นั และระยะยาว ด้วยเหตุนี้กรมการแพทย์จงึ ได้มอบหมายใหส้ ำนกั งานเลขานุการกรม
เป็นผดู้ ำเนนิ การในการตอบโตก้ บั ส่อื ออนไลน์ โดยได้วางกระบวนการตอบโตส้ ่ือออนไลน์ไว้ ดงั ภาพ
Do our best for all : ทำดีท่สี ุดเพ่อื ทุกชีวติ 39
ภาพท่ี 3-3 แนวทางการตอบโตส้ อื่ ออนไลน์ (Anti Fake News)
ผลจากการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศในการตอบโต้ส่ือออนไลน์จะนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจของ
ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนำข้อมูล สถิติต่าง ๆ ไปใช้ในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และการ
คาดการณ์แนวโน้ม ซึ่งข้อมูลที่พบนั้นถือว่าเป็นประโยชน์กับการดำเนินงานของกรมเป็นอย่างมาก ทำให้
กรมตัดสินใจในการปรับแนวทางการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วสอดคล้องกับสถานการณ์ จนนำไปสู่การ
จัดทำนโยบายเชิงรุกในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้กับประชาชนในการ
ดแู ลตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในการตอบโต้สื่อออนไลน์ (Fake News) ทางการแพทย์และ
สาธารณสุขทีไ่ ด้รบั การตรวจสอบจากผูเ้ ชี่ยวชาญภายใน 24 ชั่วโมง ปี 2562 : เข้ามา 145 เรื่อง จัดการทัน
129 เรอ่ื ง คดิ เปน็ ร้อยละ 88.97 ปี 2563 : เข้ามา 163 เร่อื ง จัดการทัน 152 เรือ่ ง คิดเป็นร้อยละ 93.25 ปี
2564 : เข้ามา 189 เร่อื ง จดั การทัน 185 เรื่อง คดิ เปน็ ร้อยละ 97.88
Do our best for all : ทำดีที่สดุ เพอ่ื ทุกชีวิต 40
สว่ นที่ 3 : หมวด 7 ผลลัพธก์ ารดำเนินการ
7.1 ผลลัพธ์ด้านประสทิ ธิผลและการบรรลุพนั ธกิจ
กรมการแพทย์มีภารกิจในการศึกษา วิจัย พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการ
แพทย์ที่เหมาะสม การเพิ่มพูนความรู้และทักษะการปฏิบัติงานแก่บุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางที่มี
คุณภาพ ให้บริการทางการแพทยเ์ ฉพาะด้านหรอื ในระดับตติยภูมิที่ยุ่งยากซับซ้อนอยา่ งได้มาตรฐานเพือ่ ให้
ผู้รบั บริการพงึ พอใจ โดยมีผลลัพธด์ ังนี้
7.2 ผลลพั ธด์ า้ นการให้ความสำคญั ผู้รบั บริการและผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย
กรมการแพทย์ประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของผ้รู ับบรกิ ารและผมู้ ีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้
สามารถรับฟงั เรียนรู้ความตอ้ งการความคาดหวงั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ โดยมผี ลลพั ธด์ งั น้ี
Do our best for all : ทำดีที่สุดเพ่อื ทุกชีวิต 41
7.3 ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นบคุ ลากร
กรมการแพทย์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการทรัพยากร
มนษุ ย์ ถอื ว่าเปน็ งานทที่ ุกคนมสี ว่ นเกี่ยวข้องด้วยเสมอ โดยมผี ลลัพธ์ ดงั นี้
7.4 ผลลัพธด์ า้ นการนำองคก์ ารและการกำกับดแู ล
ผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ทีย่ ดึ มั่นในการดำเนินภารกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ผ่านระบบการนำองค์การ
รวมทั้งวางระบบการกำกับดูแลองค์การที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ และสร้างความผาสุกให้กับ
สงั คมและประเทศชาตติ ่อไป
Do our best for all : ทำดีทีส่ ดุ เพอ่ื ทุกชีวติ 42
7.5 ผลลัพธด์ ้านงบประมาณ การเงนิ และการเติบโต
ผู้บริหารกรมได้ให้ความสำคัญกับการติดตามการใช้งบประมาณ โดยมีการ รายงาน
ผ่านประชมุ กรมทุกเดอื น ทัง้ นีเ้ พ่ือควบคุมกำกบั คา่ ใชจ้ า่ ยให้เป็นไปตามแผน และเกดิ ความคุ้มคา่
7.6 ผลลพั ธด์ า้ นประสิทธผิ ลของกระบวนการและการจัดการหว่ งโซ่อปุ ทาน
กรมการแพทย์ไดใ้ หค้ วามสำคญั กับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยมกี ารกำหนดตัวช้ีวัดท้ังใน
กระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน และมีการติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมา
พัฒนาปรับปรงุ การดำเนนิ งาน ควบคู่กบั การพฒั นาคุณภาพโรงพยาบาล (HA)
Do our best for all : ทำดที ่ีสดุ เพื่อทุกชีวติ
อภธิ านศัพท์
1. กลุ่มมะเร็ง 7+1 หมายถงึ โรงพยาบาลมะเรง็ ในสว่ นภมู ิภาค 7 โรงพยาบาล (โรงพยาบาลมะเรง็ ลำปาง
โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โรงพยาบาลมะเร็งอบุ ลราชธานี โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี โรงพยาบาล
มหาวชิราลงกรณธัญบุรี โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี) และสถาบันมะเร็ง
แหง่ ชาติ
2. กลุม่ ยาเสพติด 6+1 หมายถงึ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ในสว่ นภูมิภาค 6 โรงพยาบาล (โรงพยาบาล
ธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธญั ญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาล
ธัญญารกั ษ์อดุ รธานี โรงพยาบาลธญั ญารกั ษส์ งขลา โรงพยาบาลธัญญารกั ษ์ปตั ตานี) และสถาบันบำบัด
และฟื้นฟผู ู้ตดิ ยาเสพตดิ แห่งชาตบิ รมราชชนนี
3. CR 5G DNA หมายถึง กลุ่มโรงพยาบาลทัว่ ไป ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์
(วดั ไร่ขิง) โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี สถาบนั สขุ ภาพเดก็ แหง่ ชาติมหาราชนิ ี
4. การผ่าตัดแบบวนั เดียวกลบั (One Day Surgery : ODS) หมายถึง การรับผปู้ ว่ ยเข้ามารับการรกั ษา
ด้วยการผา่ ตดั ทีไ่ ด้มีการเตรยี มการไว้ก่อนแล้ว และใหผ้ ปู้ ว่ ยกลบั บ้านในวันเดยี วกันกับวันท่เี ขา้ รบั การ
รักษา หรอื อยู่ในโรงพยาบาลไม่เกนิ 24 ชวั่ โมง
5. การให้บริการทางการแพทย์วถิ ใี หม่ (New normal medical services) หมายถงึ การพัฒนารูปแบบ
ระบบบรกิ ารทางการแพทย์แบบใหม่ เพ่ือให้บรกิ ารภายใต้สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคไวรสั
โคโรนา่ (COVID-19)
6. ความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) หมายถงึ ความสามารถและทักษะในการเข้าถึงข้อมลู ความรู้
ความเขา้ ใจ เพื่อวเิ คราะห์ ประเมนิ การปฏบิ ตั ิ และจัดการตนเอง รวมทง้ั สามารถช้แี นะเร่ืองสขุ ภาพ
ส่วนบุคคล ครอบครวั และชมุ ชน เพอื่ สขุ ภาพทด่ี ี
7. ดชั นีประสทิ ธิภาพทางสาธารณสุข (Health-Efficiency Index) หมายถึง การประเมินดัชนชี ้วี ัด
ประสิทธิภาพระบบรักษาสุขภาพ จากอายุคาดเฉลีย่ และค่าใช้จ่ายในด้านการแพทยข์ องแตล่ ะประเทศ
8. มาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) หมายถงึ กลไกกระตุ้นให้เกดิ การพฒั นาระบบงานภายใน
โรงพยาบาลทั้งองค์กรอยา่ งต่อเน่ืองในดา้ นมาตรฐานและจรยิ ธรรมวิชาชีพ การปอ้ งกนั และจดั การ
ความเสยี่ ง การทำงานเปน็ ทีม การนำองคก์ รท่ีมปี ระสิทธภิ าพ เนน้ ผปู้ ว่ ยเปน็ ศนู ย์กลาง รับรองโดย
สถาบันรบั รองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรอื สรพ.
9. ระบบ DMS Health KPI Digital คือ ระบบบูรณาการติดตามตวั ชว้ี ัดทสี่ ำคัญ
10. ระบบ eMENSCR (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and
Country Reform) คอื ระบบตดิ ตามและประเมนิ ผลแห่งชาติ
11. ระบบ E-PA คอื ระบบรายงานผลคำรบั รองการปฏบิ ตั ิราชการอเิ ลก็ ทรอนิกส์ของหน่วยงาน
ในสงั กัดกรมการแพทย์
12. ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) คอื ระบบทรัพยากรกรมการแพทย์
Do our best for all : ทำดีท่ีสุดเพอ่ื ทุกชีวติ
13. ระบบ MIS คือ ระบบฐานข้อมลู สำหรบั ผูบ้ รหิ ารกรมการแพทย์
14. ระบบPBMS (Planning and Budget Management System) คือ ระบบการกำกับติดตาม
ความก้าวหน้าของแผนงาน/โครงการ และงบประมาณ ของกรมการแพทย์
15. ระบบ SMS (Strategic Management System) คือ ระบบสารสนเทศเพ่ือการบรหิ ารยุทธศาสตร์
ด้านสุขภาพ
16. ศูนย์การแพทยแ์ มน่ ยำ (Precision Medicine) หมายถงึ การดูแลรักษา และการเลือกใช้ยา
ทม่ี ีประสทิ ธิภาพมากที่สดุ มีภาวะแทรกซ้อนน้อยทีส่ ุดและลดอัตราการเปน็ ซำ้ บนพ้นื ฐานพนั ธกุ รรม
แตล่ ะบุคคล
17. สำนกั งานหลกั ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นองค์กรของรฐั ตาม พ.ร.บ.หลักประกนั สขุ ภาพ
แห่งชาติ พ.ศ. 2545 ทำหนา้ ทเ่ี ป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
และคณะกรรมการควบคมุ คุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ซง่ึ มีภารกิจหลักในการบริหาร
จัดการเงนิ กองทนุ หลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ ให้เกดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุด รวมทั้งพัฒนาระบบบริการ
สาธารณสุขเพ่ือให้ประชาชนเขา้ ถงึ บริการทีม่ ีคุณภาพได้มาตรฐาน
18. สงั คมผสู้ งู อายุ (Aging Society) หมายถึง สงั คมหรือประเทศทม่ี ปี ระชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า
ร้อยละ 10 ของประชากรทง้ั ประเทศ หรือมปี ระชากรอายุตัง้ แต่ 65 ปีมากกวา่ ร้อยละ 7 ของประชากร
ทัง้ ประเทศ
19. หอ้ งฉุกเฉนิ คณุ ภาพ หมายถึง หอ้ งฉุกเฉนิ ที่มีมาตรฐาน ให้การรักษาพยาบาลผู้เจ็บปว่ ยวิกฤตฉุกเฉนิ
อยา่ งทนั เวลา ปลอดภยั และประทับใจ โดยเน้นใน 3 มติ ิ คือ พัฒนาระบบบริการทีม่ ีมาตรฐาน
พฒั นาระบบสนบั สนนุ ท่ีมีมาตรฐาน การพฒั นาและธำรงรักษากำลงั คน
20. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คือ หนว่ ยงานของรฐั ที่มกี ารดำเนนิ งานเป็นอิสระจากสว่ นกลาง
ทำหนา้ ท่ีบริหารจดั การกิจการตา่ ง ๆ ในทอ้ งถ่นิ ของตน
21. องคก์ ารอนามยั โลก (World Health Organization : WHO) เป็นทบวงการชำนาญพิเศษ
ของสหประชาชาติ ซึ่งรับผิดชอบการประสานงานดา้ นสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ
22. อายุคาดเฉล่ียของการมสี ุขภาพดี (Health Adjusted Life Expectancy : HALE) หมายถึง การมีชวี ิต
ยืนยาวรว่ มกับการมีคุณภาพชีวติ ด้านสขุ ภาพที่ดี
23. AAR (After Action Review) การทบทวนหลังปฏิบตั ิงาน หมายถึง เทคนิค/วธิ กี าร/ขั้นตอนหนงึ่
ในการทำงานทใี่ ช้ในการทบทวนวธิ ีการทำงาน ทั้งดา้ นความสำเร็จและปัญหาทีเ่ กดิ ขน้ึ ทำให้เกดิ การ
แลกเปลี่ยนเรียนรปู้ ระสบการณ์การทำงาน เพ่ือปรบั ปรงุ การทำงานใหด้ ีข้นึ อยา่ งเปน็ ระบบ โดยคงไวซ้ ึง่
วธิ ีการทด่ี อี ยแู่ ลว้ และแกป้ ัญหาทเ่ี คยเกิดขึน้ เพ่ือป้องกนั การเกิดซ้ำ รวมทง้ั มกี ารบนั ทึก/ถอดบทเรียน
ที่ไดร้ ับเพื่อใช้เป็นขอ้ มูล/ความรใู้ นการทำงานคร้ังต่อ ๆ ไป
24. Burden of Disease หมายถึง เครือ่ งชวี้ ดั ภาระโรคทแ่ี สดงด้วยจำนวนปสี มบรู ณ์ที่ปรบั ดว้ ยความพิการ
(DALYs: Disability-Adjusted Life Years) อนั ประกอบดว้ ยสองสว่ นด้วยกัน คือ จำนวนปีท่ีสญู เสีย
จากการตายก่อนวัยอนั ควร (YLLs: Years of Life Lost) และจำนวนปที อ่ี ยู่ด้วยความพิการ (YLDs:
Years Lost due to Disability)
Do our best for all : ทำดที ่ีสุดเพื่อทุกชีวิต
25. Central Division หมายถงึ หน่วยงานสนับสนุนที่ตั้งอยภู่ ายในสว่ นกลางกรมการแพทย์
จำนวน 11 หนว่ ยงาน
26. Center of Excellence (CoE 15 ด้าน) หมายถึง ศูนยค์ วามเปน็ เลศิ ทางการแพทย์จำนวน 15 ด้าน
ตามกฎกระทรวง ไดแ้ ก่ ดา้ นอาชวี เวชศาสตรแ์ ละเวชศาสตร์สง่ิ แวดล้อม ด้านจกั ษุวทิ ยา ด้านโสต ศอ
นาสกิ ด้านข้อและกระดูก ด้านพระภกิ ษุและสามเณร ดา้ นทนั ตกรรม ด้านการบำบดั รักษาและฟน้ื ฟู
สมรรถภาพในกลุ่มผตู้ ดิ ยาและสารเสพตดิ ดา้ นระบบประสาท ดา้ นพยาธวิ ทิ ยา ดา้ นโรคมะเร็ง
ดา้ นโรคทรวงอก ดา้ นโรคผวิ หนัง ดา้ นเวชศาสตรผ์ ูส้ งู อายุ ด้านฟ้ืนฟสู มรรถภาพทางการแพทย์
ดา้ นโรคเด็ก
27. Chronic Care Model หมายถึง รปู แบบการดูแลผ้ปู ว่ ยโรคเรอื้ รงั
28. CoE 7 Component หมายถึง แนวทางการพฒั นาความเปน็ เลิศของโรงพยาบาล/สถาบนั สคู่ วามเปน็
เลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ใหม้ คี วามครอบคลมุ 7 องคป์ ระกอบ คือ 1. การบริการ
ระดบั ตตยิ ภูมิและสูงกวา่ (Super Tertiary Care) 2. การรบั ส่งต่อ (Referral Center) 3. การวจิ ยั และ
พฒั นา (Research and Development Center) 4. การพฒั นาบคุ ลากร (Training Center)
5. การเปน็ ศูนยอ์ ้างอิงวชิ าการแพทย์ (Reference Center) 6. การเปน็ องคก์ รระดับชาติและนำเสนอ
ข้อเสนอเชงิ นโยบาย (National Body and Policy Advocacy) 7. การมเี ครือข่ายวชิ าการ
(Networking)
29. Comprehensive Approach หมายถงึ ระบบการดแู ลอย่างครบวงจร
30. DMS Co- Creation หมายถงึ กรมการแพทย์ทั้งส่วนกลางและส่วนภมู ิภาค ร่วมคน้ หาปัญหา ร่วมคิด
ร่วมทำ รว่ มรบั ผดิ ชอบ ทัง้ ในด้านวิชาการและบริการระหว่างกรมการแพทยก์ ับเขตสขุ ภาพในพ้นื ที
(เขตสขุ ภาพที่ 1 – 12 และเขตสขุ ภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร)
31. DMS ECOSYSTEM หมายถึง ระบบนิเวศกรมการแพทย์ การปรบั ตัวใหเ้ ข้ากบั การเปลี่ยนแปลงทาง
เศรษฐกิจ สงั คม เทคโนโลยีท่ีทนั สมยั และการใหบ้ รกิ ารที่ตอบสนองความต้องการของผูร้ บั บรกิ ารและ
ผ้มู ีสว่ นได้ส่วนเสยี
32. DMS The Best of The Best หมายถงึ การพฒั นาความเป็นเลศิ ของกรมการแพทย์
33. DMS The Best for The Most หมายถึง การผลกั ดันและขบั เคลื่อนนโยบายความเชี่ยวชาญ
ของกรมการแพทย์สู่เขตสุขภาพก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทัง้ ประเทศ
34. DMS 4 Reforms หมายถึง การปฏริ ูปกรมการแพทย์ 4 ด้าน ได้แก่ 1. Agenda Reform 2. Area
Reform 3. Function Reform 4. System Reform
35. HAPPY DMS คือ กรมการแพทยเ์ ป็นองค์การแห่งความสุข
36. Home Chemotherapy คือ การบริหารยาเคมบี ำบดั ทางหลอดเลอื ดดำสว่ นกลางทบ่ี า้ น
37. Hospital Based to Personal Based หมายถึง การเปล่ียนจากผูป้ ่วยจะตอ้ งเดินทางไปโรงพยาบาล
เปน็ การดูแลรบั บริการสุขภาพได้ทีบ่ า้ น แตย่ งั สามารถมีสุขภาพท่ดี ไี ด้
38. JCI (Joint Commission International) คือ การประเมินรับรองสถานพยาบาล มุ่งเน้นคุณภาพ
การให้บรกิ ารทส่ี อดคล้องกับมาตรฐานสากลและตรวจสอบได้ และความปลอดภัยของผู้ป่วยและ
Do our best for all : ทำดที ส่ี ุดเพอ่ื ทุกชีวิต
ผ้รู บั บริการ โดย JCI อยู่ในการกำกบั ดูแลของ The Joint Commission ซ่งึ เปน็ สถาบันของ
สหรฐั อเมริกาท่ีได้รับการยอมรบั ในระดับสากล
39. Medical Technology Seeking หมายถึง การนำเอาเทคโนโลยีมาประยกุ ตใ์ ช้ เพ่ือเพ่ิมประสทิ ธิภาพ
การบรกิ ารดา้ นการแพทยใ์ ห้กับผปู้ ่วย
40. MOPHDMS หมายถึง ค่านยิ มกรมการแพทย์ 7 ข้อ ได้แก่
M : Mastery เปน็ นายตนเอง
O : Originality เรง่ สรา้ งสงิ่ ใหม่
P : People Centered ใส่ใจประชาชน
H : Humility ถอ่ มตนอ่อนน้อม
D : Determination For The Nation พรอ้ มนำระดับชาติ
M : Moving Together สามารถไปดว้ ยกัน
S : Specialist มงุ่ มั่นสคู่ วามเปน็ เลศิ
41. National Reference Center หมายถงึ การเปน็ ศูนย์อา้ งอิงข้อมูลระดบั ชาติ
42. NCDs (Non-communicable diseases) หมายถึง กลุ่มโรคไมต่ ดิ ตอ่ เรื้อรัง ไม่ได้เกิดจากเชอ้ื โรคและ
ไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสคู่ นได้ แต่เป็นโรคท่เี กิดจากนสิ ยั หรอื พฤติกรรมการดำเนินชีวติ ซ่งึ จะมี
การดำเนินโรคอย่างช้า ๆ ค่อยๆ สะสมอาการอย่างต่อเนอ่ื ง และเม่ือมีอาการของโรคแล้วมกั จะเกดิ การ
เรื้อรังของโรคดว้ ย
43. New normal medical services หมายถงึ การให้บรกิ ารตามแนวปฏบิ ัติการแพทย์วถิ ีใหม่ โดยมี
เปา้ หมายการดำเนินงาน 3 ประเดน็ คือ 1. ให้เกดิ ความปลอดภัยแกผ่ ปู้ ว่ ยและเจ้าหน้าที่ (2P Safety)
2.การลดความแออัด 3.เพิ่มการเข้าถงึ บรกิ ารแกป่ ระชาชน เพ่อื ลดความเหล่อื มล้ำทางสงั คม
44. Precision Medicine หมายถึง การรักษาแบบแมน่ ยำและจำเพาะ โดยอาศัยข้อมูลทางพนั ธกุ รรม
(genetics) หรอื ข้อมูลในระดับโมเลกุลของบุคคลน้นั ๆ รวมถึงข้อมลู อืน่ ๆ เพ่ือมาใชใ้ นการตรวจ
วนิ จิ ฉยั การเลอื กรปู แบบการรกั ษา การเลือกใช้ยา รวมถึงการปอ้ งกันโรคและสรา้ งเสรมิ สุขภาพ ท่ีตรง
จุดและเหมาะสมทส่ี ุดสำหรบั ผปู้ ว่ ยเปน็ รายบคุ คล
45. R2R (Routine to Research) หมายถงึ การพัฒนางานประจำส่งู านวิจัย ผลลัพธข์ อง R2R ไม่ได้มุ่งหวงั
เพยี งแค่ไดผ้ ลงานวิจัยเท่าน้ัน แต่มีเปา้ หมายทจ่ี ะนำผลงานวิจัย R2R ไปใช้พัฒนางานประจำ
มี 4 องค์ประกอบ ดังนี้
1. โจทย์วจิ ัย R2R : ต้องมาจากปัญหาหนา้ งานจากงานประจำทท่ี ำกันอยู่และตอ้ งการพฒั นาให้ดีขนึ้
2. ผวู้ จิ ยั : ต้องเปน็ ผูท้ ำงานประจำนัน้ เอง และตอ้ งทำหนา้ ท่หี ลักในการวจิ ัยดว้ ย
3. ผลลัพธ์ของงานวิจัย : ต้องวดั ผลได้จากตวั ผรู้ ับบริการจากเรา หรอื ผู้ป่วยโดยตรง เช่น ดา้ นการ
ทำงานบรกิ ารจะช่วยลดข้ันตอนการทำงาน การบริการดขี ึ้น, แกป้ ัญหาภาระงานท่ีทำอยู่ได้ สว่ น
ดา้ นการดูแลผู้ป่วย ผลการรกั ษาจะดีขนึ้ , ภาวะแทรกซ้อนหรอื ระยะเวลาในการพักรักษาตวั ที่
โรงพยาบาลลดลง เปน็ ตน้