รายงานผลการดำเนินการพัฒนาองคการ
ประจำปงบประมาณพ.ศ.2563
หมวด5ดานการบรหิารทรัพยากรบุคคล
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มีคา มากเกินกวาคำชื่นชม 1
คำนำ
ตามท่ี สำนักงาน ก.พ.ร. สงเสรมิ ใหสวนราชการดำเนนิ การพัฒนาองคการตามเกณฑคณุ ภาพ
การบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อสรางความพึงพอใจ ตลอดจนความเชื่อถือไววางใจในการทำงานของภาครัฐ
พัฒนาไปสูองคการที่มีขีดสมรรถนะสูง และการปรับตัวอยางสมดุลในการทำงานระหวางภาครัฐ
กับภาคสวนอื่น ๆ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพดานการแขงขันของภาคราชการและระดับประเทศ การสราง
คุณูปการตอสังคม การใชประโยชนของขอมูลสารสนเทศของสวนราชการ การจัดการกระบวนการ
และนวัตกรรมที่มีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล เพื่อความสำเร็จของการบริหารจัดการองคการอยางยั่งยนื
ซึ่งเปนการตอบสนองตอเปาหมายของพระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการ
บานเมอื งทด่ี ี พ.ศ. 2546 และทีแ่ กไ ขเพิม่ เติม พ.ศ. 2562 รวมทง้ั จดั ใหมกี ารมอบรางวลั คณุ ภาพการบริหาร
จดั การภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award) เพื่อสรางแรงจงู ใจใหสวนราชการพัฒนา
คุณภาพการบรหิ ารจัดการอยา งตอเนอื่ งและยั่งยนื
กรมการแพทย ไดน ำเกณฑคณุ ภาพดังกลาวมาเปน เคร่ืองมอื ในการพฒั นาระบบบรหิ ารจัดการ
ของกรมอยา งตอเนอื่ ง โดยในป พ.ศ. 2556 ไดร บั การรบั รองคุณภาพการบริหารจัดการภาครฐั ระดบั พน้ื ฐาน
(Certified FL) ในป พ.ศ. 2559 ไดร บั การรบั รองคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครฐั ระดบั พนื้ ฐาน ฉบับที่ 2
(Certified FL Version 2) และในป พ.ศ. 2563 ไดรับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 1
ดานการนำองคการและความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม และหมวด 6 ดานกระบวนการคุณภาพและนวตั กรรม
เพื่อเปนการแสดงศักยภาพขององคการ และเปนแรงกระตุนใหบ ุคลากรเกิดความภาคภูมิใจ
ในการรวมแรงรวมใจปฏิบัติงานจนบรรลุเปาหมาย และเปนท่ียอมรับในระดบั ชาติ จึงหวงั เปนอยางยิ่งวา
การบรหิ ารจดั การกรมการแพทย จะเปนท่ปี ระจกั ษตอ คณะกรรมการและเปนแนวทางปฏิบัตทิ ด่ี ตี อไป
กรมการแพทย
31 มีนาคม 2564
ทกุ ลมหายใจที่ไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 1
สารบัญ
สว นที่ 1 ลักษณะสำคัญขององคการ หนา
สว นที่ 2 การดำเนนิ การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั 1
สว นท่ี 2-1 การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การอยางตอเนื่องตามเกณฑระดบั พ้นื ฐาน 8
หมวด 1 การนำองคก าร 11
หมวด 2 การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร 14
หมวด 3 การใหค วามสำคัญกับผูรับบริการและผมู ีสว นไดสว นเสยี 17
หมวด 4 การวัด การวเิ คราะห และการจดั การความรู 20
หมวด 6 การมุงเนน ระบบการปฏิบตั ิ
23
สวนที่ 2-2 การดำเนนิ การที่โดดเดนรายหมวด 39
หมวด 5 บุคลากร 44
สว นที่ 3 ผลลพั ธการดำเนินการ
อภธิ านศัพท
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 1
สว นท่ี 1 ลกั ษณะสำคญั ขององคการ
กรมการแพทยเปนกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามกฎกระทรวงแบงสวนราชการ
กรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2562 มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาการดานการบำบดั รักษา
และฟนฟูสมรรถภาพทางการแพทยฝายกาย โดยมีการศึกษา วิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู
และเทคโนโลยีทางการแพทยที่เหมาะสม การเพิ่มพูนความรูและทักษะการปฏิบัติงานแกบุคลากรทาง
การแพทยเฉพาะทางทม่ี ีคุณภาพ ใหบ รกิ ารทางการแพทยเฉพาะดาน หรือในระดบั ตติยภมู ิท่ียุงยากซับซอน
อยางไดมาตรฐานเพื่อใหผูรับบริการพึงพอใจ มีสถานบริการสุขภาพเฉพาะโรคระดับตติยภูมิในสังกัด
ที่กระจายอยูใ นกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย เปดใหบ ริการทุกวันตลอด
24 ชว่ั โมง เพอื่ รองรับการสงตอผูป วยเฉพาะโรคระดบั ตติยภูมจิ ากสถานบริการสุขภาพทั้งในและนอกสังกัด
กรม โดยใหบริการการรักษาท่ีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน HA มีวสิ ัยทัศนระยะ 20 ป
คือ “ประชาชนสุขภาพดีไดรับบริการทางการแพทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพอยางเสมอภาค
การแพทยไทยเปน 1 ใน 3 ของเอเชีย” โดยมีเปาประสงคสูงสุดคือการเห็นประชาชนสุขภาพดี เจาหนาที่
มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน จากภารกิจ วิสัยทัศน และเปาประสงคนำไปสูการวิเคราะหความสำคัญ
เชิงเปรียบเทียบเพื่อนำไปสูการออกแบบกระบวนการทำงานทั้งระบบใหตอบสนองตอความตองการ
ของประชาชนและประเทศชาติ ดังภาพ
ภาพท่ี P- 1 ความเชอ่ื มโยงของทศิ ทางองคก ารและระบบงาน
ภาพท่ี P- 2 การวเิ คราะหค วามเชือ่ มโยงของทศิ ทางองคการ ระบบงาน ผรู ับบริการ และความสำคัญเชงิ เปรยี บเทยี บ
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มีคา มากเกินกวาคำช่ืนชม 2
บุคลากรของกรมการแพทยมจี ำนวนทั้งส้ิน 18,084 คน เปนขาราชการจำนวน 9,400 คน คิดเปน
รอยละ 51.98 ประกอบดวย 2 สายงาน คือ 1) สายงานหลักไดแก แพทย ทันตแพทย เภสัชกร พยาบาล
นักวิชาการสาธารณสุข นักกายภาพบำบัด ฯลฯ จำนวน 8,652 คน คิดเปนรอยละ 92.04 2) สายงาน
สนับสนุน ไดแก นักวิเคราะหนโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการเงินและบัญชี นักสังคม
สงเคราะห ฯลฯ จำนวน 748 คน คดิ เปนรอ ยละ 7.96 ลกู จางประจำ จำนวน 944 คน คิดเปน รอ ยละ 5.22
พนักงานราชการจำนวน 899 คน คิดเปนรอยละ 4.97 และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 6,841
คน คดิ เปน รอ ยละ 37.83
การศึกษาของบคุ ลากร กลุมขาราชการสวนใหญอยูในระดับปริญญาตรีจำนวน 7,450 คน คดิ เปน
รอยละ 79.26 รองลงมาคือระดับปริญญาเอกจำนวน 1,011 คน คิดเปนรอยละ 10.76 ระดับปริญญาโท
จำนวน 555 คน คิดเปนรอยละ 5.90 และต่ำกวาระดับปริญญาตรีจำนวน 384 คน คิดเปนรอยละ 4.09
กลุมลูกจางประจำสวนใหญอยูในระดับต่ำกวาปริญญาตรีจำนวน 577 คน คิดเปนรอยละ 61.12
และระดับปริญญาตรีจำนวน 367 คน คิดเปนรอยละ 38.88 กลุมพนักงานราชการสวนใหญอยูในระดับ
ปริญญาตรีจำนวน 527 คน คิดเปนรอยละ 58.62 รองลงมาคือต่ำกวาระดับปริญญาตรีจำนวน 359 คน
คิดเปนรอยละ 39.93 และระดับปริญญาโทจำนวน 13 คน คิดเปนรอยละ 1.45 กลุมพนักงานกระทรวง
สาธารณสขุ สวนใหญอยใู นระดบั ต่ำกวาระดบั ปริญญาตรีจำนวน 5,397 คน คดิ เปน รอ ยละ 78.89 รองลงมา
คือระดับปริญญาตรจี ำนวน 1,432 คน คดิ เปนรอยละ 20.93 ระดับปริญญาโทจำนวน 11 คน คดิ เปนรอย
ละ 0.16 และระดบั ปรญิ ญาเอกจำนวน 1 คน คดิ เปนรอ ยละ 0.01
ภาพท่ี P-3 บคุ ลากร
โครงสรา งอายุของบุคลากร กลมุ ขา ราชการอายตุ วั เฉลี่ย 32 ป อายุงานเฉลย่ี 14 ป กลุมลูกจางประจำ
อายุตัวเฉลี่ย 55 ป อายุงานเฉลี่ย 28 ป กลุมพนักงานราชการอายุตัวเฉลี่ย 38 ป อายุงานเฉลี่ย 4 ป
และกลมุ พนกั งานกระทรวงสาธารณสุขอายุตัวเฉลีย่ 35 ป อายุงานเฉลีย่ 3 ป
ปจจัยที่ทำใหบุคลากรผูกพัน สำหรับขาราชการปจจัยที่สำคัญคือการแตงตั้งโยกยายที่เปนธรรม
และความกาวหนาในอาชีพ สำหรับลูกจางประจำคือการมีสวัสดิการหลงั เกษียณอายุราชการที่เหมาะสม
พนักงานราชการคือการมีสวัสดิการและเงินเดือนที่เหมาะสม และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข
คอื คา จา งและผลตอบแทนทเี่ ปนธรรม
ทุกลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำชื่นชม 3
เนื่องจากกรมการแพทยมภี ารกิจตามกฎกระทรวงในการรักษาระดับตติภูมดิ ังนี้ จึงไดมกี ารจัดทำ
ขอกำหนดของแพทยและพยาบาลผูเชี่ยวชาญเฉพาะทาง คือตองมีวุฒิบัตร/อนุมัติบัตรเพื่อแสดงความรู
ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขา /อนุสาขา จากสมาคมวิชาชีพหรือสภาวิชาชีพ
เชน วุฒิบัตรสาขาประสาท ศัลยศาสตร อายุรศาสตร ออโธปดิกส ฯลฯ ขอกำหนดการปฏิบัติงาน
ดานสุขภาพ ความปลอดภยั ในโรงพยาบาล เชน เจา หนา ที่รงั สี ตองสวมใสอปุ กรณปองกนั อนั ตรายจากรงั สี
เชน เส้ือตะกั่ว แวนตากันรังสี และติดตามวัดปริมาณรังสขี องบุคลากรที่ปฏิบัติหนาท่ีทุกเดือน หากพบวา
ปรมิ าณรังสีสงู กวา คามาตรฐาน ตอ งมีการหมุนเวียนเจาหนาท่ี สำหรบั เจาหนาที่ท่ปี ฏบิ ตั ิการในหองแยกโรค
หองติดเชื้อ ตองสวมอุปกรณป อ งกันตนเองตามมาตรฐาน Universal Precaution มีการตรวจสุขภาพทุกป
และมกี ารสบั เปลี่ยนหมนุ เวยี นงาน (Rotation) เปน ตน
กรมการแพทยม สี ินทรัพยท ่ีสำคัญ ไดแ ก อาคารสถานท่ี สนิ ทรพั ยทางปญญา อปุ กรณและเครื่องมือ
ทางการแพทย เทคโนโลยีระบบสารสนเทศทางการแพทย ที่มีศักยภาพสูง ทันสมัย ระบบสนับสนุน
และสิ่งอำนวยความสะดวกตาง ๆ ที่ชวยใหบุคลากรปฏิบัติงานอยางมีประสิทธิภาพและเกิดความคลองตัว
ในการใหบ ริการทางการแพทยเฉพาะทาง ดงั ภาพ
ภาพท่ี P- 4 สินทรพั ย
กรมการแพทยด ำเนินงานภายใตกฎหมาย ระเบยี บ และขอ บังคับทส่ี ำคัญ ดังภาพ
ภาพท่ี P-5 กฎหมาย ระเบยี บ ขอบังคบั
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มคี า มากเกินกวาคำช่ืนชม 4
กรมการแพทยประกอบดวย 45 หนวยงาน แบงเปนหนวยงานที่ขึ้นตรงกับอธิบดีจำนวน 2
หนวยงาน หนวยงานสวนกลางจำนวน 6 หนวยงาน หนวยงานจัดตั้งภายในจำนวน 4 หนวยงาน
โรงพยาบาล/สถาบนั เฉพาะทางจำนวน 16 หนว ยงาน และโรงพยาบาลในสว นภมู ภิ าคจำนวน 17 หนวยงาน
ตลอดระยะเวลาที่ผานมากรมไดกำหนดใหโรงพยาบาล/สถาบัน พัฒนาศูนยความเปนเลิศทางการแพทย
จำนวน 15 ดาน ตามกฎกระทรวง ไดแก ดานอาชีวเวชศาสตรและเวชศาสตรสิง่ แวดลอม ดา นจกั ษวุ ทิ ยา
ดานโสต ศอ นาสิก ดานขอและกระดูก ดานพระภิกษุและสามเณร ดานทันตกรรม ดานการบำบัดรักษา
และฟนฟูสมรรถภาพในกลุมผูติดยาและสารเสพติด ดานระบบประสาท ดานพยาธิวิทยา ดานโรคมะเร็ง
ดา นโรคทรวงอก ดา นโรคผวิ หนงั ดา นเวชศาสตรผสู งู อายุ ดานฟน ฟูสมรรถภาพทางการแพทย ดานโรคเด็ก
โดยหน่งึ หนวยงานสามารถพัฒนาไดมากกวาหนง่ึ สาขา
การกำกับดูแลองคการที่ดีถือเปนปจจัยหนึ่งที่ทางกรมการแพทยใหความสำคัญ เพราะเปนสวน
ที่จะชวยทำใหองคการมีระบบการบรหิ ารและการจัดการที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการเปดเผยขอมลู ที่โปรงใส
และมีผลการปฏิบัติงานที่เปนมาตรฐาน เพื่อสงเสริมประสิทธิภาพ สรางความสามารถในการแขงขัน
และเพิ่มมูลคาในการดำเนินงานขององคการ ซึ่งจะสรางความพึงพอใจใหแกผูรับบริการและผูมีสวนได
สวนเสียทกุ ฝาย โดยกรมจัดใหมีโครงสรางและกระบวนการของความสัมพันธระหวางหนวยงานภายนอก
ไดแก สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงาน ก.พ.ร. คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล
ภาคราชการ สำนกั งานปองกันและปราบปรามการทุจรติ แหงชาติและกระทรวงสาธารณสขุ
กรมการแพทยมีโครงสรางการบริหารราชการสวนกลางจำนวน 6 หนวยงาน มีสถานบริการ
ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ไดแก โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ 5 แหง โรงพยาบาล/สถาบันเฉพาะทาง
11 แหง และโรงพยาบาลเฉพาะทางในสวนภูมิภาค 17 แหง กรมมีการดำเนินการกำกับดูแลตนเองที่ดี
ครบทั้ง 3 ดาน ไดแก 1) ดานความรับผิดชอบตอการปฏิบัติงานของสวนราชการ 2) ดานการเงิน
และการปองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ 3) ดานการรักษาปกปองผลประโยชนของประเทศ
และผูมสี ว นไดส ว นเสีย นอกจากน้ีมรี ะบบการกำกบั การดำเนินการของกรมหนวยงานระดับเหนือกรม ไดแก
สำนกั งาน ก.พ. สำนกั งาน ป.ป.ช. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนกั งบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี กรมบญั ชีกลาง
สำนกั งาน ป.ป.ท. คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ และกระทรวงสาธารณสขุ ดงั ภาพ
ภาพท่ี P- 6 ระบบการกำกบั ดูแลและโครงสรางองคก าร
ทกุ ลมหายใจท่ไี ดคนื มา มีคามากเกนิ กวา คำชื่นชม 5
กรมการแพทยไดวิเคราะหผูรับบริการจากภารกิจของกรม เพื่อใหตอบสนองความตองการ
และความคาดหวังในแตละกลุมอยางสมดุล รวมทั้งออกแบบวิธีการสงมอบพรอมกับกลไกในการสื่อสาร
ในแตล ะกลุมใหเหมาะสม โดยผูรับบริการไดแ ก สถานบริการสุขภาพ ผูบริหารกระทรวง บุคลากรทางดา น
สุขภาพ และผูปวย/ประชาชน สำหรับผูมีสวนไดสวนเสียไดแก ผูปวยที่ไดรับผลกระทบจากการรักษา
และผูบรหิ ารระดับกระทรวง ดงั ภาพ
ภาพที่ P- 7 ผูรับบริการ
กรมการแพทยมีหนวยงานหรือองคการที่เกี่ยวของกันในการใหบริการหรือสงมอบงานตอกัน
เพื่อยกระดับความสามารถการแขงขันของประเทศ ซึ่งตองอาศัยกลไกที่สำคัญในการสื่อสาร และเพื่อให
การดำเนนิ งานบรรลวุ ัตถุประสงค จำเปน ตอ งมีขอ กำหนดสำคญั ในการปฏบิ ัตงิ าน ดังภาพ
ภาพที่ P- 8 ตารางแสดงผูสงมอบ พนั ธมิตร และคูความรวมมอื
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคนื มา มคี า มากเกินกวา คำชื่นชม 6
ภาพที่ P- 9 DMS ECOSYSTEM
จากวิสัยทัศนระยะ 20 ป “ประชาชนสุขภาพดีไดรับบริการทางการแพทยที่มีคุณภาพ
และมาตรฐานวิชาชีพอยางเสมอภาค” นั้น กรมการแพทยจึงไดกำหนดคูเทียบเพือ่ การพัฒนาในระยะ 5 ป
คือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต ทั้ง 10 ประเทศ ทั้งในดานของคุณภาพชีวิต ดานอัตราตาย
ดานบุคลากรทางการแพทย และดานคาใชจายในรักษา เพื่อนำมากำหนดเปนความทาทายและความ
ไดเปรยี บเชงิ ยุทธศาสตร ดังภาพ
ภาพท่ี P- 10 ขอมลู เชงิ เปรยี บเทยี บ
จากภาพจะเห็นวาอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาวะของไทยอยูอันดับที่ 3 รวมกับมาเลเซีย และ
เวียดนาม โดยสิงคโปรอยูอันดับที่ 1 บรูไนอันดับที่ 2 ดชั นีคุณภาพชีวิตไทยอยูอันดับที่ 4 โดยสิงคโปรอยู
อันดับที่ 1 บรูไนอันดับที่ 2 และ มาเลเซียอันดับที่ 3 จำนวนบุคลากรทางการแพทย ทัง้ แพทย ทันตแพทย
และพยาบาลของไทยมจี ำนวนตอ ประชากร 10,000 คน อยูอ ันดบั ที่ 4 รองจากสงิ คโปร บรไู น และมาเลเซีย
ดานคาใชจายในการรกั ษาไทยนบั วาเปนประเทศที่มคี าใชจ ายเหมาะสมเม่ือเทียบกับคุณภาพของการรักษา
ซงึ่ ปจ จยั เหลา นจี้ ะถกู นำเปน สวนหนึง่ ในการจัดแผนยทุ ธศาสตรข องกรมการแพทยตอ ไป
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มีคามากเกินกวาคำช่ืนชม 7
จากการวิเคราะหสภาพแวดลอมและผลกระทบของกรมการแพทย ทำใหทราบถึงความทาทาย
เชิงกลยทุ ธและความไดเ ปรียบเชิงกลยทุ ธ สามารถสรุปได ดงั ภาพ
ดา นพนั ธกิจ ความทา ทายเชิงกลยทุ ธ ความไดเ ปรยี บเชิงกลยุทธ
(SC : Strategic Challenger) (SA : Strategic Advantage)
ดานการปฏิบตั ิการ SC1 อายุคาดเฉลยี่ ของการมสี ขุ ภาวะทด่ี ีของประชาชน SA1 เปน ผนู ำทางการแพทยในฐานะสถาบนั แหง ชาติ (National
ดานทรพั ยากรบุคคล Institute) หลายสาขา
ดา นสงั คม SC2 ระบบการแพทยข องไทยเปน 1 ใน 3 ของเอเชีย SA2 เปน แหลงอา งองิ (Reference Center) ทเ่ี ออื้ ตอ การยอมรบั
ในฐานะผูเสนอนโยบายดา นการแพทยและสาธารณสขุ
SC3 การปรับเปล่ยี น Mindset ของบุคลากรในสังกัด ระดับประเทศ
กรมการแพทย โดยเฉพาะดา น Digital literacy SA3 เปนสถาบนั ผลติ แพทย ฝก อบรมบุคลากรทางการแพทย
ใหพรอมรบั กับการเปลี่ยนแปลงดานนโยบายและ เฉพาะทางในหลายสาขาของประเทศไดรับการยอมรับ
สถานการณต า ง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอก
SA4 บคุ ลากรมีความความเชย่ี วชาญในการรกั ษาทยี่ ุงยาก
SC4 การสรางความรอบรูดานสุขภาพ (Health ซับซอ นเฉพาะโรคเฉพาะทาง ตง้ั แตก ลมุ วยั กลุมโรค
literacy) ใหแ กประชาชน และมีเทคโนโลยที างการแพทยข ้ันสูง
SC5 การลดการเสพซำ้ ในผปู ว ยยาและสารเสพติดรายเดมิ SA5 เปน หนว ยงานท่ปี ระชาชนใหความเชอื่ ถอื ยอมรบั ในสังคม
SC6 การสง เสรมิ สุขภาพผูส งู อายุใหมีสุขภาพทดี่ ี
ภาพที่ P-11 ความทา ทาย และความไดเปรยี บเชงิ ยทุ ธศาสตร
จากภารกิจและวิสัยทัศนของกรมการแพทย นำไปสูการออกแบบระบบงานที่มุงเนนการผลิต
องคความรูและมาตรฐานทางการแพทยที่ทันสมัย นาเชื่อถอื สามารถนำไปปฏิบัติไดจริง ตลอดจนบริการ
ทางการแพทยทีส่ ามารถตอบสนองความตอ งการของผูป วยไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต
ระบบงานหลัก 4 ระบบงาน คือ 1) ระบบงานบริการทางการแพทยเฉพาะทาง 2) ระบบงานวิจัยและ
ประเมินเทคโนโลยี และ 3) ระบบงานถายทอดองคความรูและพัฒนานโยบายการแพทยและสาธารณสขุ
และ 4) ระบบงานพัฒนาวิชาการ มาตรฐาน นวัตกรรม ถายทอดและจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
ทางการแพทย โดยไดนำแนวคิด PDCA มาใชในการยกระดับประสิทธภิ าพกระบวนการทำงานของกรม
อยางตอเนื่อง มีการบรู ณาการกบั เครื่องมือสมัยใหม อาทิ R2R RM BSC CQI QA AAR และมาตรฐาน HA
ISO JCI Green and Clean เพื่อใหเกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เกิดการสรางผลผลิตและนวัตกรรม
ในการปฏิบตั งิ านใหม ๆ
กรมการแพทยตระหนักถึงความสำคัญของพันธกิจหนาที่ตามกฎหมาย ที่ตองสราง
บรรยากาศการเรยี นรูของบุคลากร โดยใชแนวทางการจัดการความรู 7 ขั้นตอน ของสำนักงาน ก.พ.ร.
เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะทางการแพทยเฉพาะทางอยูตลอดเวลา โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรูกับหนวยงาน
ทั้งภายในและตางประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการถอดบทเรียนองคความรูจากผูเชี่ยวชาญและงานตาง ๆ
ในรปู แบบของตำราและวารสารกรมการแพทย เปนตน
ทุกลมหายใจที่ไดคนื มา มีคา มากเกินกวาคำชื่นชม 8
สว นที่ 2.1 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การอยางตอ เน่ืองตามเกณฑร ะดบั พนื้ ฐาน
หมวด 1 การนำองคก ารและความรบั ผดิ ชอบตอ สังคม
ผูบริหารกรมการแพทยทำหนาที่ชี้นำองคการใหดำเนินภารกิจไปในทิศทางเดียวกันเพื่อบรรลุ
เปาหมายที่ตั้งไว มีการกำหนดคานิยมท่ี (P-2) สง เสริมใหเกิดพฤติกรรมท่ีดีในการปฏิบัติงานและการใช
ชีวิตประจำวัน ทำใหเกิดการเรียนรูและการพัฒนาองคการอยางยั่งยืน ผานระบบการนำองคการ
ทง้ั 7 กิจกรรม ดงั ภาพ
ภาพท่ี 1.1 ระบบการนำองคก าร
ในการสรางสภาพแวดลอมเพื่อใหบริการที่ดีกับผูรับบริการ (P-7) สรางนวัตกรรมนั้น ผูบริหาร
ระดับสูงจะคำนึงถึงผูรับบริการ โดยการนำผลการสำรวจความตองการและความคาดหวัง
ของผูรับบริการ (P-7) มาเปนขอมูลนำเขาในการจัดทำแผนยุทธศาสตรและแผนปฏิรูป
กรมการแพทย (P-8) นอกจากนี้ยังไดกำหนดใหผูรับผิดชอบในสวนที่เกี่ยวในแตละประเด็น
ของการปฏริ ปู ตองคน หาความตองการและความคาดหวงั ของผูร ับบรกิ ารในเชิงลึก (ระดับพ้ืนท)่ี (P-7) เพื่อ
นำมาออกแบบการทำงานต้ังแตต น น้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยกำหนดใหม ีการจัดทำตัวช้ีวดั ในทกุ ระดบั
เพื่อคอยตรวจสอบการทำงานใหมีคุณภาพอยางสม่ำเสมอ จนเกิดเปนพลวัตรในการเรียนรู นำไปสูการ
ปรบั ปรุงกระบวนการทำงานอยา งตอ เน่ือง (P-13) กอ ใหเกิดนวัตกรรมท้งั ในดานการบริการและดานบริหาร
ใหม ๆ นับเปนการสรางสภาพแวดลอมในการเปนองคการคุณภาพที่มุงเนน การสรา งและพัฒนานวัตกรรม
ดานการแพทย ดวยการสงเสรมิ สนับสนุน และมีสวนรว มในการแบงปนและถายทอดเรยี นรูท ่ัวทัง้ องคการ
โดยระดบั กรมไดใชแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) เปนกรอบในการประเมินคุณภาพ ในระดบั
โรงพยาบาล/สถาบัน ใชแนวทางการประเมินคุณภาพสถานพยาบาล (HA) สงผลใหกรมมผี ลการดำเนินงาน
ทีด่ ีอยางตอเนือ่ ง
ผูบริหารมีวิธีการถายทอดและสื่อสารที่หลากหลาย ทั่วถึง คลอบคลุม และรวดเร็ว โดยแบง
การสื่อสารออกเปน 2 แนวทาง 1) การสื่อสารภายใน เปนการสื่อสารระหวางผูบริหารกับบุคลากร (P-3)
2) การส่ือสารภายนอก เปนการสือ่ สารระหวางผูบ ริหารกับผูรับบริการ ผูมีสวนไดส วนเสียและประชาชน
(P-7) โดยมีท้งั การสอื่ สารแบบออฟไลนแ ละออนไลน ทง้ั ในรปู แบบทางการและไมเปนทางการ ดงั ตาราง
ทกุ ลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มีคามากเกินกวาคำช่ืนชม 9
ภาพที่ 1.2 ตารางแสดงการสือ่ สารเพอ่ื สรางความเขาใจและความผกู พนั
การกำกับดแู ลองคการของกรมการแพทยเริ่มจากการปฏิบัติงานภายใตกฎระเบียบและขอบงั คับ
ของหนวยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ (P-5) เชน สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ
กรมบัญชีกลาง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ และกระทรวงสาธารณสขุ โดยมคี ณะกรรมการ
ตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการเปนผูตรวจประเมินผลพรอมทั้งใหขอเสนอแนะในการปรับปรุง
ผลการดำเนินการของกรม (P-13) รวมถึงในดานการรับผิดชอบตางๆ ดังนี้ 1) ดานการปฏิบัติงาน
กรมกำหนดใหจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการในทุกระดบั 2) ดานการเงิน กรมกำหนดแนวทางใหทุก
หนวยงานรายงานผลการเบิกจาย งบประมาณทุกเดือน ในการประชุมผูบริหาร 3) ดานการปองกันการ
ทุจริตและประพฤติมิชอบ กรมไดนำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปรงใสในการดำเนินงาน
ของหนวยงานภาครัฐ (ITA) มาขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งในระดับหนวยงานและในระดับกรม (P-5)
4) ดานความรับผิดชอบตอการนำองคการของผูบริหาร กรมการแพทยภายหลังการปรับโครงสราง (P-6)
อธบิ ดีไดก ระจายอำนาจไปยังผูบริหารแตละระดับ โดยมอบอำนาจใหรองอธิบดีแตละทานดูแลหนว ยงานใน
สังกัด และแบงหนาท่ีกำกบั Reform ทั้ง 4 ดา น 5) ดานความรับผิดชอบตอการวางแผนยทุ ธศาสตร กรมได
จัดทำแผนปฏิบัติราชการและแผนปฏิรูปกรมการแพทย ที่มีขอมูลนำเขาจากยุทธศาสตรชาติ แผนแมบท
นโยบายกระทรวง ผลการดำเนินงานที่ผา นมา ความตอ งการ ความคาดหวัง และความพงึ พอใจของบคุ ลากร
ผูรบั บริการและผูมีสว นไดสวนเสีย ฯลฯ เพื่อใหเกิดความมั่นใจวากรมจะสามารถวางแผนยุทธศาสตรและ
แผนปฏบิ ตั ิการท่ีสามารถตอบสนองและแกไขปญ หาของทกุ กลมุ ไดอยางตรงจดุ และสมดลุ
เพื่อใหม่ันใจไดวาการดำเนินงานจะเปนตามเปาหมายที่ไดกำหนดไวไดอยางมปี ระสิทธิภาพประสิทธิผล
โดยการติดตามผลการดำเนินงานของผูบรหิ ารระดับสูง มี 6 ดา น 1) ดา นการปฏิรูป 2) ดา นประเด็นมุงเนน
3) ดานแผนปฏิบัติการ 4) ดานแผนพัฒนาระบบสุขภาพ 5) ดานแผนงานบูรณาการ 6) ดานคำรับรอง
การปฏิบตั ิราชการ ซ่ึงไดก ำหนดใหมีการติดตามผลการดำเนินงานทกุ รอบ 3 6 9 และ 12 เดือน โดยไดน ำระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศมาชวยในการจัดเกบ็ ขอมลู ประมวลผล และจดั ทำรายงาน โดยขอมูลทไ่ี ดจากรายงาน
จะนำไปปรบั ปรุงระบบการทำงาน และจะนำไปพจิ ารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน แรงจูงใจ และการเลอ่ื นตำแหนงดว ย
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคามากเกินกวา คำชื่นชม 10
ภาพท่ี 1.3 การจดั การโครงสรา งภายในองคก าร
กรมการแพทยไดจัดทำนโยบายการกำกับดูแลองคการที่ดี (P-5) กำหนดแนวทางปฏิบัติเร่ืองการ
จัดการขยะมีพิษ การจดั การนำ้ เสีย ท่เี กดิ จากการปฏบิ ัติงานในโรงพยาบาล/สถาบนั รวมทงั้ ยังไดกำหนดให
มีมาตรการในการประหยัดดานตาง ๆ ไดแก มาตรการประหยัดน้ำ มาตรการประหยัดพลังงาน (ไฟฟา
น้ำมัน) มาตรการประหยัดกระดาษ โดยแมวากรมจะเกิดความยากลำบากในการลดใชพลังงาน
อันเนื่องมาจากการมีหนวยงานที่เปนโรงพยาบาล/สถาบัน ที่ตอ งใหบริการรับ-สงตอ และการรักษาระดับ
ตติยภมู ิ (โรคยุงยากซับซอน) แตกพ็ ยายามควบคมุ เพื่อใหเปนตามเกณฑที่กำหนดไว นอกจากนี้ยังไดม ีการ
กำหนดใหทุกหนวยงานจดั ทำคูมือการใหบริการประชาชน ตามแนวคิด SLA: Service Level Agreement
ในทุกกระบวนการทำงานของกรม เพื่อใหผรู บั บรกิ ารและผูม ีสว นไดส วนเสยี (P-7) ม่นั ใจไดวา การปฏิบตั งิ าน
ในทุกดานของกรมจะเปนไปดวยความเทาเทียม เปนธรรม เชื่อถือได และไดมาตรฐาน โดยมีการกำหนด
ตวั ชี้วัดทส่ี ำคัญแตละดา นและรอบการประเมนิ ไวอ ยางเหมาะสม
ในดา นการประพฤตปิ ฏิบัติอยางมีจริยธรรม กรมการแพทยไดก ำหนดแนวทางในการบรหิ ารจัดการ
องคการภายใตหลักธรรมาภิบาล โดยการสงเสริมใหบุคลากรประพฤติปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน
อยางมีจริยธรรม บริหารจัดการหนวยงานใหเปนหนวยงานจริยธรรมที่ดำเนินงานอยางโปรงใส เปนธรรม
และตรวจสอบได เพ่ือเปนการสง เสริมและสรางความมน่ั ใจวาการปฏิบตั ิการทุกดา นของกรมมีการประพฤติ
ปฏิบัติอยา งมจี ริยธรรม
แมกรมการแพทยจะมีการดำเนินการภายใตความรับผิดชอบตอสังคมและการสนับสนุนชุมชน
ตลอดมา (P-12) แตการดำเนินการก็จะอยูในรูปแบบแตละหนวยงานตางทำกันเอง ทำใหผลงานที่ได
กระจัดกระจาย ขาดความเปนเอกภาพในภาพรวม นอกจากน้ี ดวยสภาพสงั คม วัฒนธรรมและสิง่ แวดลอมที่
เปลี่ยนแปลงไป ทำใหก ารดำเนินงานของกรมตองตระหนักถงึ ความรับผิดชอบตอสงั คม (P-12) ท่ีเพิม่ มาก
ขึน้ กรมจึงใหแนวทางกับหนว ยงานในการสนับสนนุ ตอการสรางคณุ ูปการตอสังคม (P-12) ใน 3 ดาน ไดแก
สงั คม วัฒนธรรม และสิง่ แวดลอม
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 11
สวนที่ 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการอยา งตอเนื่องตามเกณฑร ะดับพ้ืนฐาน
หมวด 2 การวางแผนยทุ ธศาสตรและการสอื่ สารเพ่ือนำไปสูก ารปฏิบตั ิ
กรมการแพทยจัดทำแผนยุทธศาสตรระยะ 5 ป (2561-2565) และแผนปฏิบัติราชการประจำป
โดยคำนึงถึงแผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
นโยบาย Thailand 4.0 เปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และนโยบายสำคญั ของกระทรวงสาธารณสุข
ในป พ.ศ. 2561 กรมไดมีการปรับพันธกิจ (P-1) โดยมุงเนนเสริมสรางการมีสวนรวม (Co - Creation)
กับทุกภาคสวน การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย (Medical Innovation) เพื่อสงมอบใหกบั ประชาชน
ใหอยางรวดเร็วและทั่วถึงมากที่สุด (DMS The Best for The Most) รวมทั้งประกาศนโยบายปฏิรูป
กรมการแพทย 4 ดาน (DMS 4 Reforms: Function, Agenda, Area และ System) เพอ่ื ใชเ ปนกลไกเสริม
ในการขับเคลื่อนยทุ ธศาสตรของกรมใหสามารถตอบสนองความตองการและการแกปญหาดา นสุขภาพของ
ประเทศไดทันทวงที ตอ มาในป พ.ศ. 2563 กรมไดทบทวนแผนยุทธศาสตรใ หสอดคลอ งกับยุทธศาสตรชาติ
20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580) และจัดทำยุทธศาสตรกรมการแพทยระยะ 3 ป (พ.ศ. 2563 – 2565) โดยการ
จดั ทำแผนยทุ ธศาสตรข องกรมดำเนินการตามขน้ั ตอน ดังภาพที่ 2.1 นำไปสูการกำหนดแผนยุทธศาสตรท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ สามารถขับเคลือ่ นองคการใหบรรลุเปา หมาย
ภาพท่ี 2.1 กระบวนการจัดทำยุทธศาสตรข องกรมการแพทย
กรมการแพทยใชหลักการ SIPOC Model และ Value Chain ในการออกแบบระบบงาน ผลผลิต
บริการและกระบวนการทำงาน โดยเริม่ ตน จาก 1) ทบทวนขอมูลที่สำคัญของกรม คือ ภารกิจตามกฎหมาย
(Mission, Vision, Value) สภาวะสุขภาพ (P-1) ความตองการและความคาดหวังของผูรับบริการและ
ผูมีสวนไดสว นเสีย (P-7) ขอกำหนดที่สำคัญ (ดา นผูรับบริการ ดานกระบวนการ ดานกฎระเบียบ ขอบังคับ
กฎหมายสาธารณสุข) ความเชี่ยวชาญและความสามารถของบุคลากร เทคโนโลยีทางการแพทย
ความสามารถในการใชทรัพยากรทางการแพทยรวมกัน ความคาดหวังของผูสงมอบและคูความรวมมือ
(P-7) การบรหิ ารความเสี่ยงและความปลอดภยั ยทุ ธศาสตรแ ละความสามารถในการแขงขนั มาตรฐานทาง
จรยิ ธรรม การกำกับดูแลองคก ารทีด่ ีและการจัดการนวตั กรรม 2) วิเคราะหข อ มูลทสี่ ำคญั ครอบคลุมทุกดาน
รวมทั้งระบุปญหาที่เกิดขึ้น 3) นำผลการวิเคราะหไปออกแบบผลผลิต บริการ และกระบวนการทำงาน
โดยใชแนวคิด PDCA, LEAN, RM PMQA รวมกับเครื่องมือการบริหารจัดการ เชน R2R, BSC, CQI, QA,
AAR และมาตรฐาน HA, ISO, JCI, Green and Clean Hospital (P-13) เปนกรอบในการจัดการ
กระบวนการใหมีประสิทธิภาพสรา งผลผลิตและนวัตกรรม นำไปสูก ารออกแบบระบบงานและกระบวนการ
ที่มุงเนนการผลิตองคความรูและมาตรฐานทางการแพทยที่ทันสมัย สามารถนำไปปฏิบัติไดจริง ใหบริการ
ทกุ ลมหายใจท่ไี ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 12
ทางการแพทยที่ตอบสนองความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย โดยแบงออกเปน 4
ระบบงานที่สำคัญ คือ 1) ระบบงานวิจัยและประเมินเทคโนโลยี 2) ระบบงานบริการทางการแพทยเฉพาะทาง
3) ระบบงานพัฒนาวิชาการ มาตรฐาน นวัตกรรม ถายทอดและจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายทาง
การแพทย 4) ระบบงานบรหิ ารจัดการ
ในกระบวนการนำแผนปฏบิ ตั ิการไปปฏิบัติ คณะกรรมการบริหารยุทธศาสตรจะกำหนดหนวยงาน
รับผิดชอบขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการตามยุทธศาสตร โดยจัดทำตารางแสดงความรับผิดชอบ
(OS Matrix : Owner – Supporter Matrix) ซึ่งมีรองอธิบดีเปนผูบริหารโครงการ ทำหนาที่สงเสริม
สนับสนุนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใตแผนงาน/โครงการยทุ ธศาสตร โดยหนวยงานเจาภาพ
จะมอบหมายผูรับผิดชอบตามสายการบริหารลงสูระดับบุคคล มีการรายงานความกาวหนาการปฏิบัติงาน
และผลการดำเนินงานตามเปาหมายตัวชี้วัด ซึ่งจะนำไปเชื่อมโยงกับการประเมินและจัดทำคำรับรอง
การปฏิบัติงาน ทั้งนี้ทุกหนวยงานจะทำงานรวมกันภายใตแนวคิด Co-Creation และใชแนวทางคุณภาพ
PDCA เปนหลกั ในการเรยี นรูแ ละปรับปรุงการทำงาน ในการปฏิบัติงานรวมกับเครอื ขายและพันธมิตรไดใ ห
ความสำคัญกับการสื่อสาร เพื่อสรางความเขาใจในเปา หมายการปฏิบัติงานตามกระบวนการสรางคุณคา
และเพื่อใหมั่นใจวาการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของกรมจะบรรลุตามวัตถุประสงค ไดจัดใหมี
กระบวนการกำกับและประเมินผล โดยกองยุทธศาสตรและแผนงานจะวเิ คราะหเทียบเคยี งความกาวหนา
และเปาหมายการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเปนประจำทุกเดือนผานระบบ PBMS ถาการทำงาน
มแี นวโนมไมบรรลุผล จะมีการแจงเตือนและใหขอเสนอแนะ โดยรวมวิเคราะหสภาพปญหาเพื่อปรับปรุง
แนวทางและวิธีการปฏิบัติงาน รวมทั้งเสนอขอจัดสรรทรัพยากรเพื่อใหการสนับสนุนเพิ่มเติมในกรณี
ที่จำเปน และหากเปนเรื่องสำคัญตองอาศัยการตัดสินใจจากผูบริหาร จะนำเรื่องเสนอตอคณะ
กรรมการบริหารกรมการแพทย กอใหเกิดการระดมความคิดสรางสรรค รวมกันผลักดนั งาน สรางผลลัพธ
การดำเนินงานที่มีคุณคาภายใตก ลไกการติดตามการดำเนินงานของกรม (M&E for DMS) ซึ่งเชื่อมโยงไปสู
การเรียนรูและการพัฒนาขององคการอยางยั่งยืน ทำใหกระบวนงานในดานตาง ๆ มีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลเพม่ิ สงู ขึ้นและประสบความสำเรจ็ ตามแผน
กรมการแพทยไดพัฒนาระบบกำกับติดตามและประเมินผลโดยกำหนดใหมีกระบวนการควบคุม
(The Control Process) และเพิ่มขอบเขตการกำกับ ตดิ ตาม ประเมินผลเปน 5 ดาน ดังนี้ (1) ระบบการ
กำกบั ตดิ ตามความกา วหนา ของแผนงาน/โครงการ และงบประมาณ ตามแผนปฏิบตั ิการประจำป กำหนดให
ทกุ หนวยงานในสังกัดรายงานผลทันทีที่เสรจ็ สิ้น ผานระบบ PBMS สงผลใหการติดตามพัฒนาและสงเสริม
การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ พรอมทั้งเชื่อมโยงขอมูลเขาสูระบบรายงานของกระทรวงสาธารณสุข
และของประเทศ ผานระบบสารสนเทศเพ่ือการบริหารยทุ ธศาสตรดานสขุ ภาพ (SMS) , ระบบ eMENSCR
เปน รายไตรมาส (2) ระบบการติดตามประเมินตัวช้ีวัด กำหนดใหแบงการประเมินเปน 2 สวน 1) ประเมิน
ภายใน ไดแ ก การประเมนิ ผลตามแผนยทุ ธศาสตรก รมการแพทย ซึง่ คณะกรรมการบริหารกรมการแพทยจะ
พิจารณาใหค วามเห็นชอบตัวช้วี ัดระดับ Corporate Strategy (ยทุ ธศาสตรระดบั องคการ) โดยนำเปาหมาย
ตามภารกิจ ความคาดหวังของผูมีสวนไดสวนเสีย ผลการดำเนินงานที่ผานมาพิจารณากำหนดตัวชี้วัด
และคาดการณผลการดำเนินการระยะสั้น (Small Success 3 6 9 12 เดือน) และระยะยาว 5 ป
ในชวงของการจัดทำแผนยุทธศาสตรและกำหนดใหมีการประเมินผลปละ 1 ครั้ง ผานระบบการรายงาน
การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการใชจายงบประมาณปละ 4 ครั้ง ผานระบบ e-budgeting
2) การประเมนิ ภายนอก ไดแ กก ารประเมินการดำเนนิ งานเขตบริการสุขภาพ (Service Plan) ประเมินปละ
2 ครั้ง โดยผูอำนวยการสำนักการแพทยเขตลงพื้นที่ใหคำปรึกษาและประสานศูนยวิชาการเพื่อใหการ
สนับสนุนดานวิชาการและเทคโนโลยีการแพทยตามความตองการเขตสุขภาพผานการตรวจราชการ
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 13
การกำหนดตัวชี้วัดจะนำผลการดำเนินงานที่ผานมาและบริบทที่จำเปนตองติดตามมาเปนปจจัยในการ
กำหนดตัวชี้วัดและคาเปาหมายรวมกับผูมีสวนไดสวนเสีย (3) ระบบการนิเทศ ตรวจเยี่ยม และประชุม
ผูบริหาร เพื่อติดตามงานที่เปนนโยบายสำคัญเรงดวน หรือตองอาศัยการตัดสินใจรวมกันของผูบริหาร
กรณีฉุกเฉินจะเรียกประชุมผูบริหารผาน Conference (4) ระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการ
ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ไดกำหนดตัวชี้วัด เปาหมาย เกณฑการใหคะแนน และนำไปใชในการ
ประเมินผลการปฏิบัติราชการตามที่ไดมีการลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการ สงเสริมใหบุคลากร
ยึดมั่นในการปฏิบตั ิราชการเพื่อใหเ กดิ ผลสัมฤทธิ์ มีความคุมคา ตอบสนองประชาชน ประเมินปละ 2 คร้ัง
ผานระบบ E-PA (5) ระบบการติดตามและประเมินผลความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร เพื่อลดโอกาสที่จะ
ผิดพลาดของการดำเนินงานซึ่งจะทำใหยุทธศาสตรไมบรรลุผล อีกทั้งสงเสริมใหองคการเกิดการเรียนรู
(Learning Organization) กรมไดกำหนดใหมีการบริหารความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร (ERM) ตามแนวทาง
ของ COSO ทั้งในระดับกรมและหนวยงาน โดยมีการติดตามและประเมินความเสี่ยงปละ 2 ครั้ง กรมจะ
สรุปผลการดำเนนิ งานในภาพรวมจากระบบตาง ๆ โดยนำผลไปประกอบการพิจารณาทบทวนยุทธศาสตร
รวมทัง้ การตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรของผูบริหารเพื่อการพัฒนาในรอบปต อไป นอกจากนี้ยังไดสงขอมูล
สรุปผลประเมินการดำเนนิ งานเขตบริการสุขภาพ (Service Plan) ใหกับกองยุทธศาสตรและแผนงานและ
กองตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำผลไปปรับปรุงพัฒนาเขตสุขภาพและรวบรวมสรุป
รายงานผลตอผูบริหารกระทรวง ในสวนของการประเมินการปฏิบตั ิราชการ กลุม พัฒนาระบบรหิ ารจะเปน
ผูจัดทำสรปุ ผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปในภาพกรม เสนอตอผูบริหาร
เพื่อใชประกอบการพิจารณาความดีความชอบและสงใหกับกลุมพัฒนาระบบบริหารของกระทรวง
สาธารณสุขนำไปเผยแพรทางเว็บไซตกระทรวงสาธารณสุข เว็บไซต สป.สธ. ใหบุคลากรและผูเกี่ยวของ
ไดร บั ทราบและนำไปปรับปรงุ กระบวนการท่สี รา งคณุ คา และกระบวนการสนับสนุนในการปฏบิ ตั งิ านตอ ไป
กรมการแพทยไดกำหนดใหมีกระบวนการในการคาดการณเปาหมายการดำเนินงานทั้งในระยะสน้ั
และระยะยาวขององคก ารตามตัววดั หรือดชั นชี ว้ี ัดผลการดำเนนิ การท่สี ำคัญ และไดเ ทียบเคียงผลการปฏิบัติ
ราชการกับหนวยงานในระดับเดียวกันที่ปฏิบัติงานเหมือนกันหรือคลายคลึงกันทั้งในประเทศและ
ตางประเทศ จากวิสัยทัศนระยะ 20 ป “ประชาชนสุขภาพดีไดรับบริการทางการแพทยที่มีคุณภาพและ
มาตรฐานวิชาชีพอยางเสมอภาค การแพทยไทยเปน 1 ใน 3 ของเอเชีย” กรมไดกำหนดคูเทียบเพื่อการ
พัฒนาในระยะ 20 ป คือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต สำหรับในชว ง 15 ปแรก และประเทศทั้งหมด
ในเอเชีย สำหรับในชวงปที่ 16-20 โดยประเมินจากอายุคาดเฉลี่ยของการมสี ุขภาพดี (Health Adjusted Life
Expectancy : HALE) ซึ่งแสดงถึงการมีชีวิตยืนยาวรวมกับการมีคุณภาพชีวิตดานสุขภาพที่ดี และดัชนี
ประสทิ ธภิ าพทางสาธารณสขุ (Health-Efficiency Index) ซงึ่ แสดงถึงการใชทรัพยากรอยา งคุมคา เพ่ือใหเกิด
Value-based health care องคการอนามัยโลก (WHO) รายงานลาสุดป ค.ศ. 2016 ไทยมีคา เฉลี่ยเทากับ
66.8 ป ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต ไทยอยูอันดับ 4 รองจากสิงคโปร บรูไน และเวียดนาม ในสวนของ
Health-Efficiency Index รายงานโดย Bloomberg ลาสดุ ป ค.ศ. 2018 ในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต ไทยอยู
อนั ดับ 2 รองจากสิงคโปร และในเอเชียไทยอยูอนั ดับ 7 รองจาก ฮองกง สงิ คโปร เกาหลีใต ญ่ีปุน ไตหวัน และจีน
กรมการแพทยไดนำผลของการเทียบเคียงและการดำเนินงานยอนหลังอยางนอย 3 ป มาเปน
Baseline เพื่อวิเคราะหแนวโนมของสถานการณ สภาพปญหา ความคาดหวัง และความตองการของ
ผูร บั บริการ โดยการคาดการณเ พ่อื วางแผนและกำหนดเปาหมายตัวชีว้ ดั ผลการดำเนินงานในอนาคต ภายใต
เปาประสงคเชิงยุทธศาสตร โดยใชเครื่องมือ COSO Enterprise สำหรับวางแผนการกำกับติดตามผล
การดำเนินงานขององคกร นอกจากนี้ยังนำเกณฑ SDGs เปนขอมูลในการกำหนดตัวชี้วัด และมาตรการ
เพอ่ื ปอ งกนั และดแู ลรักษาโรคทไี่ ดมาตรฐาน สง ผลใหอัตราตายดวยโรคตาง ๆ ลดลง
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 14
สว นที่ 2.1 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การอยางตอ เนอื่ งตามเกณฑร ะดบั พน้ื ฐาน
หมวด 3 การมงุ เนนผูรับบริการและผมู ีสว นไดสวนเสีย
กรมการแพทยไดสำรวจและรับฟงความคิดเห็น ความตองการ และความคาดหวังของ
กลุมเปาหมายของกรม (P-7) ดังนี้ ผูรับบริการ ซึ่งแบงออกไดเปน 5 กลุมเปาหมาย 1) กลุมผูปวย
2) ผูบริหารกระทรวง 3) บุคลากรดา นสุขภาพ 4) สถานบริการสุขภาพ 5) ประชาชน ผูสงมอบ คือ บริษัท
ผูขาย และผูรับจาง พันธมิตร ซึ่งจะแบงออกไดเปน 2 กลุมเปาหมาย 1) กรมและหนวยงานในสังกัด
กระทรวง 2) ราชวิทยาลยั ที่มคี วามรวมมอื (MOU) คูความรวมมือ ซึ่งจะแบงออกไดเปน 3 กลุมเปาหมาย
1) สถาบันการศึกษา 2) โรงเรียนแพทย 3) โรงพยาบาลเอกชน และสำหรับผูร ับบริการในอนาคต ซึ่งจะ
แบงออกไดเปน 3 กลุมเปาหมาย 1) ผูบริหารเขตสุขภาพ 1 – 13 2) นายแพทยสาธารณสุขจังหวัด
3) องคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยแตละกลุมที่กลาวมาแลว นั้นจะมปี ระเด็น และเครื่องมือในการสำรวจ
รอบการประเมิน มรี ายละเอียดดงั ภาพ
ภาพท่ี 3. 1 แนวทางการสำรวจความตอ งการ ความคาดหวงั ของผูรบั บริการ และผมู ีสว นไดสว นเสีย
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 15
ภาพที่ 3. 2 VOC System
จากขอมูลและสารสนเทศที่ไดรับจากการสำรวจความตองการ ความคาดหวัง ของผูรับบริการ
และผูมีสวนไดสวนเสียทั้งหมด (P-7) จะนำไปสูการปรับปรุงผลผลิตและการบริการของ
กรมการแพทย (P-13) ซ่งึ แบง ไดเ ปน 5 ขั้นตอนหลัก 1) การรับฟง เปนการรับฟงเสียงของผรู บั บริการและผู
มีสวนไดสวนเสีย นำมาจำแนกกลุม และความตองการ 2) การวิเคราะห นำผลสำรวจความพงึ พอใจและไม
พึงพอใจ และผลสำรวจความผูกพนั มาวิเคราะห เพื่อจำแนกแนวโนมและประเด็นสำคัญ และเปรยี บเทียบ
ความสัมพันธกับคูแขงขัน 3) ปรับปรุงการปฏิบัติงาน นำผลที่ไดมาวิเคราะหวาจำเปนตองปรับปรุงการ
ปฏิบตั งิ านหรอื ไม หากตองปรบั เปลี่ยนจะนำผลมาจัดทำแผนปฏบิ ัติการ และวธิ ีการแกไ ขปญหาเพื่อปองกัน
การเกดิ ซำ้ จากนั้นดำเนินการกำกบั ตดิ ตามการดำเนินงาน เพ่ือสรา งระบบและทีมบรกิ ารที่เปน เลิศ นำไปสู
การเปล่ยี นแปลงอยางมีประสทิ ธิภาพ 4) การรบั ฟงหลังการเปลี่ยนแปลง เมอ่ื ไดเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน
แลว จะดำเนินการรบั ฟงเสยี งผูรับบริการและผูม สี วนไดสวนเสยี อีกครั้ง นำมาประเมินผล เพื่อนำไปสูการ
ปรับปรงุ การดำเนินงานและการสรา งนวัตกรรม 5) การจัดทำแผนยุทธศาสตร ผลการรับฟงท่ีไดไ ปเปนขอมลู
นำเขาในการจัดทำแผนยุทธศาสตร ระบบงานหลัก ระบบการเรียนรูและพัฒนากระบวนการ จากนั้นสำรวจ
เพื่อรับฟงความคิดเห็นจากผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย เปนการยอนกลับไปสูจุดเริ่มตนอีกครั้ง
กอใหเกิดเปนวงจรของการพฒั นาท่ไี มส ิน้ สุด
ทุกลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 16
ภาพที่ 3.3 การสรางผกู พนั
กรมการแพทยไดออกแบบกระบวนการเสริมสรางความสัมพันธกับกลุมเปาหมาย (P-7) โดยยึด
หลัก “รวมคิด รวมทำ รวมรับผิดชอบ” (DMS Co-Creation) โดยมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ รวมคิด
หมายถึง การที่กรมและกลุมเปาหมายรวมกันแสดงความคดิ เหน็ ตอการตัดสินใจกระทำการหรือไมกระทำ
การอยางหนึ่งอยางใดของกรม มิใชเปนเพียงแตการสั่งการ หรือการกำหนดจากกรมในแบบ Top down
เทา นั้น โดยมีวิธีการสรางความสัมพันธ เชน การแลกเปลี่ยนเรียนรูเ รื่องการวางแผนดูแลผูปวย ระบบคุม
ประพฤติ ที่มีปญหายุงยากซับซอนกับบุคลากรทางดานสุขภาพ การนิเทศงานในกรณีปกติตามรอบ
ปงบประมาณกับเขตสุขภาพ การตรวจเยี่ยมเพื่อการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติดกับสถาน
บริการสุขภาพ เปนตน โดยผานกิจกรรมสรางความสัมพันธ เชน การประชุมวิพากษหลักสูตรปริญญาตรี
สาขากิจกรรมบำบัด กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ การประชุมบูรณาการพัฒนา Health Literacy
กับบคุ ลากรทางดานสขุ ภาพ สถานบริการสุขภาพ และโรงพยาบาลเอกชน เปนตน ซ่งึ กำหนดตัวชีว้ ัดในดาน
การรับรูและความนาเชื่อถือ รวมทำ หมายถึง การที่กรมและกลุมเปาหมายไดดำเนินการรวมกัน
ในรูปแบบ Co-creation โดยมีวิธีการสรางความสัมพันธ เชน การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดทำ
แผนยทุ ธศาสตรและแผนปฏบิ ัติราชการกับบุคลากรดานสุขภาพ สถานพยาบาลสุขภาพ กรมและหนวยงานอื่น ๆ
ในสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ ผูบ รหิ ารเขตสขุ ภาพ และนายแพทยสาธารณสุขจังหวดั การลงพื้นท่ีเพ่ือตรวจ
สุขภาพและใหความรูดายสุขภาพกับประชาชน เปนตน โดยผานกจิ กรรมสรางความสัมพันธ เชน การจัด
หนวยแพทยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต และโครงการคัดกรองมะเร็งเตานม ใหกับสตรีกลุมเสี่ยง
และดอยโอกาส การถายทอดองคความรูในการดูแลผูปวยยาและสารเสพติดในชุมชน ใหกับญาติผูปวย
และเจาหนาทอ่ี าสาสมัครสาธารณสุขประจำหมูบาน (อสม.) เปน ตน ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดในดานความเชื่อม่นั
และความพงึ พอใจ รว มรับผิดชอบ หมายถึง การทกี่ รมและกลมุ เปา หมายรว มกันรับผดิ ชอบตอ การตัดสนิ ใจ
การกระทำ และการไมก ระทำรวมกัน โดยไมผลกั ใหเปนความรบั ผิดชอบของฝายใดฝา ยหนึง่ เพียงฝายเดยี ว
โดยมีวิธีการสรางความสัมพันธในกลุมบุคลากร เชน การจัดกิจกรรม “คุณคือคนสำคัญ” ในทุกเดือน
เพ่อื มอบของขวญั ใหกับบคุ ลากรที่เกิดในเดอื นนัน้ กจิ กรรม “สง มอบความสุขในองคกร” การรว มใหกำลังใจ
บุคลากรในการแขงขันกีฬาสาธารณสุข การมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย
และสาธารณสุขเปนตน และการสรางความสัมพันธในกลุมผูรับบริการ เชน การจัดงาน OPEN HOUSE
QSNICH “ดูแลแกวตาดวงใจ สูครอบครัวไทยแข็งแรง” และโครงการมอบของขวัญวันเด็ก การคัดกรอง
และบรบิ าลผูป วยโรคหายากแบบครบวงจร ใหก ับผรู บั บรกิ าร เปน ตน ซง่ึ กำหนดตวั ชว้ี ัดในดา นความเช่ือมน่ั
ภาพลักษณ และความผูกพัน
ทกุ ลมหายใจที่ไดคนื มา มีคามากเกินกวา คำชื่นชม 17
สว นท่ี 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การอยางตอ เนือ่ งตามเกณฑร ะดับพน้ื ฐาน
หมวด 4 การวเิ คราะหผ ลการดำเนินงานขององคการและการจดั การความรู
กรมการแพทยปฏิบัติราชการโดยมุงตอบสนองตอความตองการของประชาชน (P-7) โดยยึด
ผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจนโยบายและยุทธศาสตร มุงพัฒนาองคกรใหมีประสิทธิภาพทันตอสถานการณการ
เปลี่ยนแปลง โดยการติดตามผลการดำเนินงาน มี 6 ดาน 1) ดานการปฏิรูป 2) ดานประเด็นมุงเนน
3) ดานแผนปฏิบัติการ 4) ดานแผนพัฒนาระบบสุขภาพ 5) ดานแผนงานบูรณาการ และ 6) ดานคำรับรอง
การปฏบิ ตั ิราชการ ซ่ึงไดกำหนดใหมกี ารติดตามผลการดำเนินงานทุกรอบ 3 6 9 และ 12 เดือน โดยไดน ำ
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ นการดำเนนิ การ
ภาพท่ี 4. 1 กลไกการกำกบั ติดตาม ประเมินผล
กรมการแพทยไดดำเนินการวัด วิเคราะห และจัดการความรู โดยแบงไดเปน 2 ขั้นตอน
คือ ขั้นตอนทีห่ นึ่ง การกำกับ ติดตาม รวบรวม โดยไดรวบรวมจากแหลงขอ มูล ไดแก ประเด็นการปฏิรูป
4 Reform, ประเดน็ มุงเนน Action Plan การตรวจเยยี่ ม/นเิ ทศบูรณาการ ความเสย่ี ง/ERM Service Plan
Integration PA/KPI ในทกุ ระดับ โดยมกี ารกำหนดผูร บั ผิดชอบหลักในการรวบรวมอยางชดั เจน นำมาเปน
ขอมูลนำเขา โดยการรวบรวมและรายงานไดดำเนินการผานกลไกตาง ๆ เชน การประชุมขับเคลื่อน
การประชมุ ติดตาม การรวบรวมและรายงานจากหนว ยงานทรี่ บั การตรวจเยีย่ ม การตรวจราชการ การนิเทศ
บูรณาการ การรวบรวมและรายงานผานคณะกรรมการหรือคณะทำงาน ผานระบบรายงานอิเล็กทรอนิกส
ทั้งของกรมและของหนวยงานภายนอก เปนตน จากนั้นจึงนำขอมูลที่ไดไปสูขั้นตอนที่สอง การวเิ คราะห
สังเคราะห โดยกรมจะนำขอมูลทีไ่ ดมาวิเคราะห สังเคราะห สรุป รายงานผล กองยุทธศาสตรและแผนงาน
จะประสานหนวยงานใหเ ขา ชแี้ จงความกาวหนา ตอผูบรหิ ารในการประชุมกรม/การประชุม THM หรอื จัดทำ
รายงานการติดตามการดำเนินงานเสนอตอผูบริหารระดับสูง หากเปนเรือ่ งสำคัญหรือเรื่องที่ไดกำหนดไว
กรมจะเสนอรายงานการติดตามการดำเนินงานตอผูบริหารกระทรวงสาธารณสุขในการประชุมระดับ
ทุกลมหายใจท่ไี ดคนื มา มคี ามากเกนิ กวา คำช่ืนชม 18
กระทรวงตอไป โดยเมื่อผูบริหารระดับสูงทั้งระดับกรมและระดับกระทรวงไดรับรายงานแลว
จะแจง ขอเสนอแนะ/ขอสั่งการ ใหผูบริหาร/ผูร ับผิดชอบในหนว ยงานที่เกี่ยวของรับทราบและดำเนินการ
โดยมกี ารกำกบั ตดิ ตามอยา งตอ เน่ืองตามระยะเวลาและเปาหมายที่กำหนด
กรมการแพทยไดว ิเคราะหความจำเปน และความตองการการใชขอมูลของผมู ีสวนไดส ว นเสยี (P-7)
เพื่อนำไปพัฒนาและจัดทำฐานขอมูล โดยมีฐานขอมูลที่สำคัญ เชน ฐานขอมูลงานวิจัย ฐานขอมูลการ
ใหบริการทางการแพทย ฐานขอมูลสำหรับผูบริหาร (MIS/EIS) ฐานขอมูลระบบทรัพยากรกรมการแพทย
ERP (Enterprise Resource Planning) ฐานขอมูลระบบแผนงานและงบประมาณ (PBMS) โดยมอบหมาย
ใหหนวยงานหลักที่รับผิดชอบในแตละดานตรวจสอบและพัฒนาฐานขอมูล เพื่อใหขอมูล
ในระบบถูกตอง ครบถวน มีความเปนปจจุบัน และใชงานงาย นอจกจากนี้ กรมยังมีนโยบายสนับสนุน
การบูรณาการระบบขอมูลของกระทรวงสาธารณสุขและประเทศ โดยสำนักดิจิทัลการแพทย
เปนหนวยงานกลางประสานสนับสนุน นอกจากนี้จัดใหมีการศึกษาและวิเคราะหขอมูลกอนนำไปใช
เชน จากนโยบายปฏิรูปที่มุงพัฒนาระบบบริการสขุ ภาพเพื่อใหไ ดขอมูลในการบรหิ ารจัดการและกำหนด
นโยบายอยางเหมาะสม (evidence based policy formation) รวมทั้งการสนับสนุนวิชาการ
(Technology support) แกหนวยบริการเพื่อใหนโยบายตามแนวทางวิชาการลงสูการปฏิบัติไดอยางมี
มาตรฐาน มีประสิทธิภาพ จำเปนตองมีสารสนเทศเปนขอมลู ดา นวิชาการแพทยเชิงประจักษในการอางอิง
เพื่อประกอบการตัดสินใจ และเชื่อมโยงระบบการติดตามประเมินผล เพื่อใหส ามารถสนับสนุนเทคโนโลยี
ที่เหมาะสมแกเขตบริการสุขภาพ กรมไดจดั ทำขอมูลชี้วดั ภาระโรค (Burden of Disease) เชน โรคมะเร็ง
โรคหลอดเลือดสมอง โรคหวั ใจและหลอดเลือด และจัดลำดับความสำคญั ของการใหบริการทางการแพทย
(Service system mapping) สงผลใหมีการวางแผนระบบการบริหารจัดการคน เงิน ของ ที่สอดคลองกับ
ความขาดแคลนของพื้นทแ่ี ละการเขาถึงของประชาชน
กรมการแพทยไดปลูกฝงคานิยมบุคลากรใหเปนผูสรางสรรคนวัตกรรม/สิ่งใหม ๆ ที่เหมาะสม
และมีประสิทธิภาพเพื่อใหเกิดประโยชนตอระบบสุขภาพ โดยยึดประชาชนเปนศูนยกลางในการทำงาน
ไดส รา งและปรับแนวคดิ กระบวนการทำงานของบคุ ลากรตามนโยบายการปฏิรูป (P-3) โรงพยาบาล/สถาบัน
ตองมีหนาที่พัฒนาความรูทางการแพทยท่ีทันสมัยและเหมาะสมตอบริบทของประเทศไทย ทั้งในเชิงสงเสริม
ปองกันรกั ษาฟน ฟูโดยมีผูปวยเปนศูนยกลางตามแนวคิดการดำเนินงาน “ดูแลดวยใจหายดวยเทคโนโลยี”
และนำองคความรูไปเผยแพรใหเกดิ ประโยชนในภาพใหญของสาธารณสุข ตลอดจนพัฒนาหนวยงานของ
กรมในสวนภูมภิ าคใหม ีบทบาทในการวิเคราะหปญ หาดานสาธารณสขุ ที่สำคัญในแตล ะพื้นที่เพื่อเปน ขอมลู
ในการหาทางใหทุกภาคสวนรวมชว ยแกไขปญหานัน้ ๆ ตามวิสัยทัศนของกระทรวงสาธารณสุข “รวมพลัง
สังคมเพื่อแกไขปญหาสุขภาพ” โดยพัฒนาบุคลากรใหมีความเชี่ยวชาญสอดคลองกับภารกิจ (P-3) เชน
จัดหลักสูตรอบรมนักวิจยั (ตนกลานักวจิ ัย) เพื่อใหส ามารถพัฒนางานวิจัยของกรมใหมคี ุณภาพ การพัฒนา
ศักยภาพการประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย ตลอดจนสรางสภาพแวดลอมการเปนองคการแหงการ
เรียนรู (P-2) อาทิ จัดประชุมแลกเปลี่ยนการพัฒนาสูความเปนเลิศทางการแพทย เพื่อเปดโอกาสให
บุคลากรไดแ ลกเปลีย่ นมุมมอง ความคิดเห็นการพัฒนาทั้งดานวิชาการและบริการ สงเสริมการสงผลงาน
สมัครรับรางวัลเลิศรัฐ จัดการประกวดและยกยองชมเชยบุคลากรที่ผลิตและพัฒนานวัตกรรม รวมท้ัง
หนวยงานที่มีการดำเนินการปฏิรูปที่มีคุณประโยชนตอประชาชน ระบบบริการสุขภาพ และการบริหาร
จดั การงานองคกรดีเดน นำผลงานตีพมิ พและเผยแพรในรายงานประจำป หรือวารสารกรมการแพทย ซึ่ง
เปน การสงตอความรูใหแ กบุคลากรและองคกรภายนอก นอกเหนือจากภารกิจการเพิ่มพูนความรูและทักษะ
การปฏิบัติงานดานการบำบัดรักษาและฟนฟูสมรรถภาพทางการแพทยแกบุคลากรทางการแพทยและ
สาธารณสุขทงั้ ภาครัฐและภาคเอกชน
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มีคามากเกนิ กวาคำช่ืนชม 19
เพื่อใหการเรียนรูฝ งลึกสูการปฏิบัติ กรมการแพทยสนับสนุนการปฏบิ ัตงิ านโดยอาศัยฐานขอมูล
ในการตัดสินใจ โดยนำขอมูลสารสนเทศที่จัดเก็บมาใชตัดสินใจในการบริหารและสนับสนุนทรัพยากร
โดยมอบหมายใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทำแผนงานโครงการสนับสนุน เชน “โครงการเพื่อเขตสุขภาพ
1 ลานบาท 1 เขตสุขภาพ (One million One Region) รวมทั้งสงมอบขอมูลใหกับหนวยงานที่เกี่ยวของ
นำไปพฒั นางาน เชน จัดทำขอเสนอแนะการพฒั นาระบบบริการสขุ ภาพตอกระทรวงสาธารณสขุ โดยจัดให
มีระบบบริการผาตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery : ODS) การพัฒนาระบบบรกิ ารสุขภาพสาขา
โรคหลอดเลอื ดสมอง มกี ารจัดตง้ั Stroke Unit/Stroke FastTrack เปนกรรมการในคณะกรรมการกำหนด
นโยบายแนวทางการพฒั นาระบบบริการทางแพทยตา ง ๆ การจัดทำคูม ือ แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน ถายทอด
และสอนงานจากรนุ สูรนุ เปน ตน
ทุกลมหายใจที่ไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 20
สวนที่ 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการอยา งตอเนื่องตามเกณฑระดบั พนื้ ฐาน
หมวด 6 กระบวนการคณุ ภาพและนวัตกรรม
กรมการแพทยไ ดม ีการปฏิรปู กรม (DMS 4 Reforms) ภายใตแนวคิด “The best for the most”
ซึ่งเปนการใหความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ที่เชื่อมโยงกระบวนการ
ทำงานแบบมีสวนรวมกับเขตสุขภาพ ทำใหกรมตองทบทวนการออกแบบกระบวนการใหม โดยเริ่มตนจาก
1) การทบทวนกระบวนการทั้งหมดโดยใชขอมูลจากแผนยุทธศาสตร ความตองการของผูรับบริการ
ผลการดำเนนิ งานที่ผา นมา และกฎ ระเบียบและขอ กำหนดตาง ๆ เปนขอมูลนำเขา 2) นำผลการทบทวน
มาปรับกระบวนการสรางคุณคาและกระบวนการสนับสนุน โดยใชเครื่องมือ Value Chain และ SIPOC
เพื่อใหไดกระบวนการที่สอดคลองกนั 3) ดำเนินการจัดทำขอกำหนดทีส่ ำคญั เพื่อตอบสนองความตองการ
ของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย 4) เพื่อนำมาสูการออกแบบนวัตกรรมและการพัฒนาบริการ
ทเ่ี ปน ไปตามขอ กำหนดทสี่ ำคญั เพื่อสรา งความพงึ พอใจใหก ับผูรับบริการและผมู สี ว นไดส วนเสีย (P-7) และ
เพื่อใหมั่นใจวาผลผลิตและบริการที่ออกมาตรงกับความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย
5) จึงไดดำเนินการติดตามและประเมินผล 6) ซึ่งหากผลผลิตและบริการนั้นเปนที่พึงพอใจ สามารถ
ตอบสนองความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสยี ผลผลิตและบริการนั้นจะถูกนำไปตอยอด
พัฒนา และขยายผลไปทั่วทั้งองคการ ตามแนวทางการจัดการนวัตกรรมของกรม รวมทั้งวิเคราะห Value
Chain ที่สอดคลองกับแผนยุทธศาสตรและแผนปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดาน (DMS 4 Reforms)
ประกอบดวยระบบงาน 4 ระบบ ดังนี้ 1) ระบบงานบริการทางการแพทย 2) ระบบงานวิจัยและประเมิน
เทคโนโลยีทางการแพทย 3) ระบบงานพัฒนาวิชาการ มาตรฐาน นวัตกรรมและจัดทำขอเสนอแนะ
เชิงนโยบายทางการแพทย และ 4) ระบบงานบริหารจัดการ และกระบวนการสรางคณุ คา 7 กระบวนการ
ไดแก 1) การรักษาเฉพาะทาง 2) ฟนฟูสมรรถภาพ 3) วิจัยทางการแพทย 4) ประเมินเทคโนโลยี
ทางการแพทย 5) พัฒนาบุคลากรทางการแพทย 6) ผลิตแพทย และ 7) กำหนดมาตรฐานและพัฒนา
นโยบายทางการแพทย
ภาพท่ี 6.1 Value Chain Model
ทุกลมหายใจท่ีไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 21
ในดานของการปรับปรุงผลผลิต การบริการ และกระบวนการ กรมการแพทยไดนำแนวคิด PDCA
(P-13) มาขับเคลอื่ นในการปรบั ปรุงกระบวนการทำงาน ตั้งแตระดับกรม หนว ยงานและบุคคล ภายใตก รอบ
คุณภาพ PMQA , HA โดยไดมีการกำหนดกรอบในการทบทวนกระบวนการสรางคุณคาและกระบวนการ
สนับสนุน (P-13) ไวอยางชัดเจน เพื่อใหทราบวากระบวนการใดอาจมีผลการดำเนินงานท่ีไมเปนไปตาม
เปาหมาย ซึ่งกรมจะไดวิเคราะหถึงสาเหตุและจัดทำแนวทาง มาตรการเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการ
ดำเนินงาน นอกจากนี้ยังไดปลูกฝงใหผูปฏิบัติทุกคนนำหลักการทำงานแบบ 3P (Purpose Process
Product) เพื่อเพิ่มคุณคาในงานโดยการนำเทคโนโลยีมาชวยในการปฏิบัติงาน เพิ่มสมรรถนะ
และผลการปฏิบัติงานใหเปนตามที่คาดหวังในทุกกระบวนการ เนนการคำนึงถึงความตองการ
ของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย (P-7) ตามขอกำหนดสำคัญของแตละระบบงานตามหนาท่ี
ความรับผิดชอบในแตล ะหนวยงาน เพื่อนำไปสูการปรบั ปรุงและสรางนวัตกรรมใหม ๆ ใหกับระบบบริการ
ทางการแพทยของประเทศ
ภาพท่ี 6.2 กลไกการปรบั ปรุงกระบวนการทำงาน
กรมการแพทยมุงเนนการพัฒนานวตั กรรมทางการแพทย โดยกำหนดใหเปนพันธกิจหลักที่สำคัญของ
กรม (P-1) และถายทอดไปสูการปฏิบัติผานแผนปฏิบัติการดาน Function Reform กำหนดใหศูนย
ความเปนเลิศทางการแพทย (CoE) ทั้ง 15 ดาน ดำเนนิ การทางดานวิชาการควบคูไปกับการพัฒนาบริการ
และตอ ยอด ไปจนถึงการสรางนวัตกรรมทางการแพทย ตามกระบวนการในการจัดการนวตั กรรม ดงั น้ี
ภาพท่ี 6.3 การจดั การนวตั กรรม
ทุกลมหายใจท่ีไดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 22
กรมการแพทยใหความสำคัญกับการใชทรัพยากรใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยยึดหลักการทำงาน CQI
และ LEAN มาประยุกตใชภายในกรมตามขั้นตอนดังน้ี 1) กรมกำหนดนโยบายคุณภาพ (Quality Policy)
มุงเนน ความปลอดภัยของผรู ับบริการ (P-7) และผูใหบริการ ใหบุคลากรทุกคนตระหนกั ถึงความสำคัญและ
คนหาความตองการท่ีแทจริงของผูรับบริการในงานของตนเอง เพื่อลดความสูญเปลา (Waste) นำไปสูการ
สรางคณุ คา (Value) ในงานที่ตนรับผิดชอบ จนเกิดการบูรณาการและสงเสริมใหเกิดการบริการดวยความ
สะดวก ปลอดภัย มีคุณภาพและมาตรฐาน เอื้ออำนวยตอการทำงานของผูรับบริการและผูใหบริการ
ตลอดจนตอบสนองปญหาสุขภาพสำคัญของประเทศ 2) สรางแผนภาพกระแสคุณคา (Value Stream
Mapping : VSM) โดยระบุปญหา เพือ่ วิเคราะหและวางแผนกระบวนการ กำหนดเปาหมายของตวั ชี้วัดผล
การปรับปรุงใหเกิดประสิทธิภาพ 3) ปรับปรุงกระบวนการ (P-13) หรือกิจกรรมที่ไมเพิ่มคุณคาและเปน
ความสูญเปลาทั้งระบบตั้งแตขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดทาย เพื่อใหเกิดความตอเนื่องและตอบสนอง
ความคาดหวังของผูรับบริการ 4) สรางระบบการทำงานแบบ LEAN ที่มุงเนนการบริหารในดานคุณภาพ
ประสิทธิภาพ ประสิทธผิ ล ตน ทนุ และการบรกิ าร ไดใ นเวลาทีต่ อ งการดว ยคุณภาพและมาตรฐาน 5) จัดทำ
ใหเปนมาตรฐานการทำงานในแตละเรื่องใหสามารถตอบสนองตอความตองการของผูรับบริการ (P-7)
รวมถึงการถายทอดใหกับผูเกี่ยวของไดนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานและการใหบริการ (P-13)
ตลอดจนการทบทวนมาตรการ/กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตรของกรมใหตรงตามความตองการของ
ผูร ับบรกิ ารและผมู ีสว นไดสวนเสีย (P-7) อยา งเปนระบบ มีพฒั นาการทด่ี ขี ึ้นอยา งตอเน่ือง เกดิ ผลดีตอระบบ
บรกิ ารสขุ ภาพและการแกไ ขปญ หาสขุ ภาพสำคัญของประเทศและประชาชน
กรมการแพทยไดดำเนินการมาตรการดานความปลอดภยั และภาวะฉุกเฉิน ซึ่งไดจากการรวบรวม
ขอมูลทีเ่ กิดขนึ้ ในอดตี ทั้งจากการสอบถามบุคลากรและผูรับบรกิ าร (P-7) รวมทัง้ จากเอกสารตาง ๆ นำมา
วิเคราะหค วามเสี่ยงตามมาตรการวิเคราะหความเสี่ยง จัดทำเปนแผนบรหิ ารความตอเนื่องกรมการแพทย
(Business Continuity Plan : BCP) และถายทอดแผนดังกลาวไปสูระดับหนวยงาน ซึ่งกำหนดใหจัดทำ
ทุกหนวยงาน โดยแผนของแตละหนวยงานจะยึดกรอบหลักจากแผนระดับกรม แตจะมีความแตกตาง
ในรายละเอียดเพ่ือใหส ามารถตอบสนองสภาวะวิกฤตในแตล ะพ้ืนที่ไดดีทสี่ ุด และจะมีการทบทวนแผนทุกป
การมีแผน BCP ที่ชัดเจน สงผลใหกรมสามารถรับมือกับทุกสภาวะวิกฤตได แมกระทั่งสถานการณ
การแพรร ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา (COVID-19) ท่ีกรมสามารถรับมอื ตอ สถานการณไ ดดี
ทกุ ลมหายใจที่ไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 23
สว นที่ 2.2 การดำเนินการทโี่ ดดเดน รายหมวด
หมวด 5 บุคลากร
5.1 สภาพแวดลอ มดา นบคุ ลากร
ก. ขีดความสามารถและอัตรากำลงั ดานบคุ ลากร
(1) ขดี ความสามารถและอตั รากำลงั
กรมการแพทยไดประเมินขีดความสามารถและอัตรากำลัง วิเคราะหจากแผนยุทธศาสตรชาติ 20 ป
แผนยุทธศาสตรกระทรวงสาธารณสุข แผนยุทธศาสตรกรมการแพทย และยุทธศาสตรแผนงาน/โครงการ
ของหนวยงานในสังกัด เพื่อวางแผนอัตรากำลังทั้งปริมาณและสมรรถนะ โดยใชการพิจารณากระบวนการและ
เวลาท่ีใช Full Time Equivalent (FTE) ในการวิเคราะหภาระงาน ความตอ งการอัตรากำลังสายงานตาง ๆ (P-3)
ตามเกณฑการคำนวณเทคนิคการวัดงาน (Work Measurement Technique) คำนวณจากปริมาณงาน
ในปจจุบัน (Workload) ตอเวลาการทำงานมาตรฐานตอคนตอปคิดวันทำงาน 230 วัน วันละ 7 ชั่วโมง
นำมาจดั ทำแผนอัตรากำลังระยะ 5 ป (ปจจุบัน พ.ศ. 2563-2567) เพื่อจัดอัตรากำลังใหเหมาะสมกับภาระงาน
โครงสราง หนาที่และอำนาจตามกฎกระทรวง (P-1) นำไปสูผลลัพธแผนความตองการอัตรากำลัง
แผนความกา วหนาแผนยุทธศาสตรการพฒั นาบุคลากร และแผนการสรา งสุข (Happy DMS)
ภาพที่ 5.1 การประเมนิ ขดี ความสามารถและอัตรากำลงั
นอกจากนี้ กรมไดประเมินวิเคราะหแนวโนมสถานการณดานสุขภาพของประเทศ ดัชนีทางสุขภาพ
ภาระโรค (Burden of Disease: BOD) ตวั ช้ีวดั ความสูญเสยี ทางสขุ ภาพของประชากร ครอบคลมุ ทงั้ ความสูญเสีย
จากการตาย การเจ็บปวย และความพิการ ปริมาณผูปวยที่มีแนวโนมเพิ่มขึ้น เพื่อเปนขอมูลในการทบทวน
แผนอัตรากำลังรองรับการเปลี่ยนแปลงทันตอเหตุการณ เชน โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคไมต ิดตอ
ยกตวั อยางดานโรคมะเรง็ ตำแหนง พยาบาลวิชาชีพ และตำแหนงนักรังสีการแพทย มีอัตรากำลังไมเพียงพอและ
ขาดแคลนเมื่อเทยี บกับจำนวนผูปว ยดา นโรคมะเรง็ ทม่ี ีจำนวนเพิ่มมากข้นึ
(2) บคุ ลากรใหม
กระบวนการสรรหาของกรมการแพทย เปน ไปตามที่สำนกั งาน ก.พ. กำหนด ซง่ึ ในสายวชิ าชีพหลัก เชน
นายแพทย พยาบาลวิชาชีพ นักเทคนิคการแพทย นักรังสีการแพทย ใชวิธีการคัดเลือก และในสายวิชาชีพ
สนับสนุน เชน นกั จัดการงานทั่วไป นักทรัพยากรบุคคล นกั วิชาการเงินและบัญชี ใชวิธกี ารสอบแขงขัน ทั้งนี้
ทกุ สายวชิ าชพี จะตองผานการสัมภาษณจ ากคณะกรรมการสัมภาษณดว ยขอคำถามดานความสามารถ สมรรถนะ
เฉพาะตำแหนง และพฤติกรรมที่สะทอนคานิยมกรมการแพทย MOPHDMS เปนสำคัญ เพื่อกรมจะได คนเกง
คนดี มีทศั นคตแิ ละคา นยิ มตรง MOPHDMS ใหมากทส่ี ดุ (P-2)
ทุกลมหายใจที่ไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 24
ผลจากการประเมินขีดความสามารถและอัตรากำลัง เพื่อการสรรหา บรรจุ และพฒั นาขีดความสามารถ
บคุ ลากรใหม แตเ ดิมนนั้ กระบวนงานการบริหารทรัพยากรบุคคล ท่ผี า นมาพบวาในป พ.ศ. 2560 กรมการแพทย
มอี ัตราวาง รอยละ 7 ซ่ึงเกินกวาที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดไวรอยละ 5 มีสาเหตุมาจากกระบวนการสรรหาที่มี
ความลาชาจึงไดปรับปรุงวธิ ีการสง ผลใหอัตราวางมีจำนวนทลี่ ดลง ดังน้ี
1. สรรหาเชิงรุก ทบทวน Demand-Supply ของตลาดแรงงานดานสาธารณสุขในสายงานหลัก
คือนายแพทยและพยาบาลวิชาชีพ กรมไดประชาสัมพันธเสนทางอาชีพในสถาบันการศึกษา และสนับสนุน
ทุนการศึกษา สำหรับสาขาวิชาชีพเฉพาะทางท่ีเปนที่ขาดแคลนในระดับประเทศ เชน “ตำแหนงพยาบาล
วิชาชีพและตำแหนงนักรังสีการแพทย” ใชวิธที ำขอตกลงรวมกบั สถาบันการศึกษา (MOU) ใหการสนับสนุน
ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่สนใจปละ 40,000 บาทตอคนตอป โดยนักศึกษาจะตองกลับมาทำงานใชทุน
ในหนวยงานของกรมการแพทยเปนระยะเวลา 4 ป ซง่ึ กรมมีแผนดำเนินการปตอไปในสายสายวิชาชีพอนื่ ๆ เชน
“ตำแหนงนักทัศนมาตร” จากสาขาทัศนมาตรศาสตร คณะสหเวชศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร “ตำแหนงนัก
เทคโนโลยหี ัวใจและทรวงอก” จากสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก คณะสหเวชศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร
“ตำแหนงนักเวชศาสตรสื่อความหมาย” จากสาขาวิชาความผิดปกติของการส่ือความหมาย คณะแพทยศาสตร
โรงพยาบาลรามาธบิ ดี มหาวทิ ยาลัยมหิดล เปนตน
2. ทดแทนการเกษียณอายุราชการ วางแผนการทดแทนอัตรากำลังเนื่องจากการเกษียณอายุราชการ
ลวงหนา 5 ป เพื่อใหถายทอดประสบการณความรูความสามารถสูผูปฏิบัติงานรุนตอไป ภายใตแนวคิด
คนเกษยี ณสำราญ มคี นทำงานแทนทนั ที
สำหรับการสรรหาบุคลากรใหม จากเดิมใชวิธีการรับสมัครเองผานวิธีการประกาศรับสมัคร โดยให
ผูส นใจย่นื ใบสมัครและเอกสารหลักฐานตาง ๆ ดว ยตนเอง ซึง่ มีความลา ชายุงยาก ส้ินเปลอื งทรพั ยากร ระยะเวลา
ของภาระงานมาก ตอ มาไดนำวธิ ีการรับสมัครผานอนิ เตอรเ นต (INET) ซ่ึงเปนชองทางเขาถึงไดงาย ลดข้ันตอน
ลดตนทุน ผูสมัครไมจำเปนตองเดินทางมาสมัครดวยตนเอง ชวยใหรองรับปริมาณของผูสมัครจำนวนมากขึ้น
เปดโอกาสใหกรมรับสมคั รคนที่มีความรูค วามสามารถใหเลือกสรรมากข้ึน นอกจากนีใ้ นชว งสถานการณ COVID-
19 กรมยังได Redesign Job โดยการสัมภาษณผานทางระบบ Video Conference เพื่อลดการเดินทางของ
ผสู มคั รท่มี โี อกาสเส่ียงตอการติดเชื้อในระหวา งการเดินทาง สามารถสรปุ ไดดังตาราง
ประเภทบคุ ลากร วธิ ีการสรรหา / เทคโนโลยีท่ีนำมาใช คุณวุฒิและคุณสมบัตทิ ีต่ อ งการ
คดั เลือก
สายวชิ าชีพหลกั สอบคัดเลอื ก - การสมคั รออนไลน (INET) - ตรงตามทส่ี ำนักงาน ก.พ. กำหนด
คำถามสมั ภาษณ - การสมั ภาษณง านออนไลน (WebEx) - ตรงตามสมรรถะหลกั ขององคก ร
- เหมาะสมกบั คา นยิ ม MOPHDMS
สายสนับสนนุ สอบแขง ขนั - การสมัครออนไลน (INET) - ตรงตามที่สำนกั งาน ก.พ. กำหนด
คำถามสมั ภาษณ - การสมั ภาษณงานออนไลน (WebEx) - ตรงตามสมรรถะหลกั ขององคกร
- เหมาะสมกบั คานยิ ม MOPHDMS
เมื่อบคุ ลากรใหมไดผานการสรรหาและคดั เลือกมาแลวนนั้ ทกุ คนจะตองเขารับการปฐมนิเทศ เพ่ือใหได
รับทราบถึงนโยบายทิศทางกรมการแพทย บทบาทหนาที่ในการปฏิบัติงาน และสรางความผูกพันรุนพี่รุนนอง
ตองผานการทดลองปฏิบัติราชการภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยมีเงือ่ นไขจากสำนักงาน ก.พ. 3 กระบวน คือ
1) การปฐมนิเทศภายในหนวยงานของประเภทการจางอ่ืน ๆ 2) อบรมผาน E-Learning ตามระบบของสำนักงาน
ก.พ. เพื่อศึกษาเรียนรูหลักสูตรวชิ าพื้นฐานเกี่ยวกับระบบราชการ และการปฏิบตั ิ จากระบบการเรียนการสอน
ออนไลน พรอมทั้งทำขอสอบใหผา นตามเกณฑคะแนนท่ีกำหนด และ 3) การสมั มนารวมกัน จากเดิมขาราชการ
บรรจุใหมจะถูกสงไปสัมมนารวมกันในภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุข แตผลการดำเนินงานพบวา
กรมการแพทยเปนองคการขนาดใหญ และมีรอบการบรรจุขาราชการมากขึ้นทุกป ทำใหในระยะเวลา 6 เดือน
ขาราชการใหมไมสามารถพนทดลองไดเนื่องจากรอโควตาจำนวนจำกัด และหลักสูตรดังกลาวยังไมตอบโจทย
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 25
ความคาดหวังของกรมที่จะถายทอดความเปนหนึ่งขององคการ ดวยเหตุนี้ตั้งแตป พ.ศ. 2555 กรมจึงพัฒนา
หลกั สตู รดังกลาวขึ้นเอง ภายใตโ ครงการปฐมนิเทศขาราชการใหมกรมการแพทย จนถงึ ปจจุบันมีจำนวน 29 รุน
รุนละประมาณ 100-150 คน โดยหลักสูตรไดรับการรับรองจากสำนักงาน ก.พ. ในโครงสรางหลักสูตรจะ
ประกอบดวย 1) หมวดสื่อสารองคการ ทำความรูจักกรมการแพทย คานิยมกรมการแพทย MOPHDMS
ถายทอดนโยบายผานผูบริหารระดับอธิบดี รองอธิบดีกรม 2) หมวดการนำไปใช เทคโนโลยีดิจิทัลในการ
ปฏิบัติงาน สวัสดิการตาง ๆ สำหรับขาราชการ ความพอเพียงและการออม ระเบียบวินัย โดยขาราชการบรรจุ
ใหมจะตองผานการประเมินแบบทดสอบบทเรียนออนไลน กอน-หลัง (Pretest-Posttest) ทัง้ นี้ จากการประเมิน
ทบทวน ถอดบทเรยี นหลักสูตรดังกลาวในทุก ๆ ป พบวา ผลตอบรับจากกลุมเปาหมายขาราชการบรรจุใหม และ
ผบู งั คับบัญชาในทุกระดับ สามารถสรางความผูกพันอันดี ความเปนอันหน่ึงอันเดียวกัน และสรางแรงบันดาลใจ
ในการทำงานตอองคการที่ดีจากการรับนโยบายผูบริหารในหลักสูตรนี้ ซึ่งจากการประเมินโครงการพบวา
การรับรูทิศทางองคการ และการประเมินพฤติกรรมตามคานิยมของขาราชการใหม หลกั จากการฝกอบรมที่มี
แนวโนม ดขี ึ้นในทุก ๆ รนุ
หลงั จากผานกระบวนการสรรหา คดั เลือก ปฐมนิเทศแลว กรมไดกำหนดใหม ี การฝก งานบุคลากรใหม
สายสนบั สนุน ในทกุ ประเภทการจาง (ขาราชการ พนักงานราชการ พนกั งานกระทรวงสาธารณสุข) ณ หนวยงาน
สนับสนุนหลัก เปนระยะเวลา 1-4 สัปดาห เพื่อเปนการติดอาวุธ สรางความเข็มแข็ง และทักษะความชำนาญ
เชน นักทรัพยากรบุคคลฝกงาน ณ กองบริหารทรัพยากรบุคคล นักวิเคราะหนโยบายและแผนฝกงาน
ณ กองยทุ ธศาสตรและแผนงาน นักจัดการงานทัว่ ไปและนักประชาสัมพันธฝ กงาน ณ สำนักงานเลขานุการกรม
เพื่อถายทอดซักซอมแนวทางในการปฏิบัติงานเฉพาะดาน สาขาวิชาชีพ เปน การสรางเครือขายสัมพันธที่ดีตอ
วิชาชพี อกี ดวย ตอ มาในป พ.ศ. 2561 ไดทำการสำรวจผูท่ีมาฝกงานในสายสนับสนุนพบวา ผทู ีม่ าฝกงานยังไมได
ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงทำใหไมทราบวาตนเองไดรับผิดชอบงานใด จึงทำใหใชทักษะจากการฝกงานไมเต็มที่
ความสามารถ กรมจึงไดป รับปรุงแนวทางใหบุคลากรใหมสายสนับสนนุ ไปปฏบิ ัติงานท่ีหนว ยงานของตนเองกอน
เพอ่ื ทราบถึงปญหาและภารกิจของตนเอง แลว จึงกลับมาฝกปฏบิ ัติงานท่ีกรม จากการสำรวจและประเมินทักษะ
ความรใู นการปฏบิ ตั ิงานพบวาบุคลากรใหมสายสนับสนุนมีทักษะ และความรูในการปฏิบตั ิงานเพ่ิมข้ึน
สำหรับกระบวนการพนทดลองของขาราชการใหมเดิมมีขั้นตอนซับซอน และใชเอกสารจำนวนมาก
แตเนื่องจากจำนวนขาราชการเพิ่มมากขึ้น และกรมจัดทำหลักสูตรปฐมนิเทศขาราชการเอง จึงไดพัฒนา
กระบวนการพนทดลองผานระบบออนไลน ทำใหลดทรัพยากรท่ีสิ้นเปลือง และภาระงานได
(3) การทำงานใหบรรลผุ ล
จากการท่ีกระทรวงสาธารณสุขปฏริ ูปการดำเนินการเปนรูปแบบเขตสุขภาพ กรมการแพทยซึ่งเปนกรม
วิชาการในกระทรวงสาธารณสุข จึงตอ งปรบั ตัวใหสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกลา ว ดงั นี้
1) การปรับโครงสรางการแบงงานภายใน จากเดิม 3 ภารกิจ (ภารกิจดานอำนวยการ ภารกิจวชิ าการ
และการแพทย ภารกจิ ดานการพยาบาล) เปน 4 ภารกจิ เพ่ิมภารกิจดา นพัฒนาระบบสขุ ภาพ เพอื่ ความคลองตัว
ในสายการบังคับบัญชา ประสิทธิภาพของการทำงาน รองรับความเชื่อมโยงการขยายงานรองรับระบบสุขภาพ
ของประเทศ ผลดีจากการปรับโครงสรางและจัดอัตรากำลังตามโครงสรางดังกลาว และยังทำใหบุคลากร
มีความกาวหนาระดบั หัวหนางาน ตามหลกั เกณฑและเง่ือนไขที่ สำนักงาน ก.พ.กำหนดไดม ากข้ึน
2) จัดตั้งหนวยงานภายใน ในป พ.ศ. 2558 กรมรับนโยบายในการนิเทศ ติดตามการดำเนินงาน
ดานการพัฒนาระบบบริการ (Service Excellence) ในสาขาทีเ่ ปนความเชยี่ วชาญระดับสูง ไดแก สาขาโรคหัวใจ
สาขาโรคมะเร็ง สาขาอุบัติเหตุและฉุกเฉิน สาขาทารกแรกเกิด สาขาจักษุ สาขาไต สาขาโรคไมติดตอ สาขา
การรับบริจาคและปลูกถายอวัยวะ การผาตัดแบบวันเดียว เปนตน จึงจัดตั้งสำนักนิเทศระบบการแพทย
มีภารกิจสง เสริมสนับสนุนการตรวจราชการกรมการแพทยรวมกับกระทรวงสาธารณสุข แตง ตั้งผูอำนวยการและ
ทุกลมหายใจที่ไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 26
ทีมผูชวยทำหนาที่รวมตรวจราชการกรณีปกติ ปละ 2 ครั้งทั้ง 12 เขตสุขภาพ รวมทั้งการนิเทศเฉพาะกิจ
ตามสภาพปญหาของแตละพื้นที่รวมกับผูเชี่ยวชาญเพื่อรวมจัดระบบบริการสุขภาพใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน
วิชาชีพ ซึ่งขณะนั้นกรมยงั ไมมีหนว ยงานที่จะทำหนาที่เชื่อมประสานระหวางกรมการแพทยส วนกลางกบั สถาน
บรกิ ารสขุ ภาพสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในสวนภูมิภาค
ตอมาในป พ.ศ. 2562 ไดมีนโยบายใหจัดตั้งสำนักการแพทยเขตสุขภาพท่ี 1 - 12 เปนหนวยงานของ
กรมท่ีตั้งอยูในสวนภูมิภาค บทบาทหนาที่เปนศูนยกลาง (Focal Point) เชื่อมประสานการทำงานระหวางกรม
และสถานบริการสุขภาพสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในสวนภูมิภาค สนับสนุน ดานวิชาการ การถายทอด
เทคโนโลยีทางการแพทย และการจัดบริการทางการแพทยเฉพาะทางชั้นสูงใหแกเขตสุขภาพ รวมทั้งประสาน
สนับสนุนผูเชี่ยวชาญในการรวมตรวจ
ราชการตามสภาพปญหาของแตละพื้นท่ี
กับผูอำนวยการสำนักการแพทยเขตใน
พื้นที่รับผิดชอบ จัดทำระบบขอมูลและ
ฐานองคความรูดานการแพทยและ
สาธารณสุข ตลอดจนรวบรวมวิเคราะห
ประเมินผลมาตรฐานบริการตาง ๆ ของ
หนว ยบริการในเขตสุขภาพ ซึ่งการจัดต้ัง
หนวยงานดังกลาว ทำใหก รมรวมกับเขต ภาพท่ี 5.2 การจดั ต้ังสำนักการแพทยเขตสขุ ภาพ
สุขภาพกระทรวงสาธารณสุขในการรักษา
ไดอยางไรรอยตอ เกิดประสิทธิผล เชน กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนนโยบาย “มะเร็งรักษาไดทุกท่ี
ที่มีความพรอม” (Cancer Anywhere) เริ่มเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 ซึ่งเปนการยกระดับหลักประกัน
สุขภาพแหงชาติ เพื่อใหผ ูปวยมะเร็งเขา รับการรักษาในโรงพยาบาลท่ีมีศักยภาพและมีความพรอม ไมแออัด
โดยที่ผูปวยในไมตองใชใบสงตัวอกี ตอไป ทั้งกรณีสงตอภายในเขตสุขภาพ หรือขามเขตสุขภาพ ตอบสนอง
การรบั บรกิ ารของประชาชนอยา งเสมอภาคและเขา ถึงการรบั บริการ
3) การจัดตั้งทีมภารกิจตาม Service Plan และคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติงานเฉพาะกิจตาง ๆ
รองรบั สถานการณการเปลี่ยนแปลงเฉพาะทาง จะคำนึงถึงบุคลากรที่มีความรูความชำนาญหลากหลายสายงาน
จากหนวยงานในสังกัด กอใหเกิดการเรียนรูและมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งในปงบประมาณ พ.ศ. 2561 กรมได
พัฒนาระบบบริการ เนนการสรางเครือขายความรวมมือ พัฒนาแพทย พยาบาลวิชาชีพ สหสาขาวิชาชีพท่ี
เกย่ี วขอ ง มุงเนน การสรางความรวมมือกับ 12 เขตสขุ ภาพ ตามสาขา Service Plan กรมการแพทย ประกอบดวย
12 สาขา ดังนี้ สาขาโรคหัวใจและหลอดเลือด สาขาโรคหลอดเลือดสมอง สาขายาเสพติด สาขาทารกแรกเกิด
สาขาอุบัติเหตุ สาขาจักษุ สาขามะเร็ง สาขาไต สาขาปลูกถายอวัยวะ สาขาปอดอุดกั้นเร้ือรัง สาขา Palliative
Care ซึ่งหลงั จากมีการจัดโครงสรา งตามบทบาทภารกิจตาง ๆ แลว นัน้ จะตอ งจัดทำคำรับรองการปฏบิ ัติราชการ
กับผูอำนวยการสำนัก และเสนอรายงานความกาวหนาผลการดำเนินงานตามทีไ่ ดรับมอบหมายผานการประชุม
ผูบริหารกรม (ทุกเดือน) มีเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อทบทวนการดำเนินงาน และปรับปรุงใหมีประสิทธิภาพ หากมี
ประเด็นเรงดวนเฉพาะกจิ ตองรายงานความกาวหนาเปนระยะ และประเมินความกา วหนาของงาน
นอกจากน้ีเพื่อตอบสนองตอความทาทายทางดา นผูสูงอายุ กรมไดจดั ต้ังศูนยนวัตกรรมสุขภาพผูสูงอายุ
มวี ัตถุประสงคเพื่อตองการดูแลรักษาสุขภาพของผูสูงอายุแบบองครวม ซึ่งจากขอมูลผูสูงอายุของประเทศไทย
มปี ระมาณ 11.63 ลา นคน (คิดเปนรอยละ 17.57) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 จึงมีความจำเปนอยางย่ิงตองมี
การเตรียมความพรอมรองรับการดูแลผูสูงอายุอยางตอเนื่อง พัฒนานวัตกรรม การจัดการปญหาสุขภาพ และ
วางแผนการดูแลผูสูงอายุ โดยท่ีศูนยนวัตกรรมผูส ูงอายุจะเปน อำนวยความสะดวกใหแ กผูร ับบริการใหสามารถ
ทุกลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 27
รับบริการได ณ ที่แหง เดียวใน 3 ดานทีส่ ำคัญไดแ ก 1. ดานผิวหนัง 2. ดานทันตกรรม และ 3. ดานจักษุ เพื่อให
ผรู บั บริการไดรับความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา และลดภาระคา ใชจ ายที่จะใหบ ริการรว มกนั ทง้ั ในดานสถานท่ี
เคร่ืองมอื เครื่องใชต า ง ๆ ตลอดจนการจัดสรรบุคลากรสาขาวิชาชพี เฉพาะทางหมุนเวียนสับเปลี่ยนมาใหบริการ
และจากสถานการณการแพรระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19) น้นั กรมไดจัดทำโครงการพัฒนา
รูปแบบระบบบริการทางการแพทยแบบใหม (New Normal Medical Services) เปน โครงการที่กรมรวมกับภาคี
เครือขายไดแก กรมการแพทย กรมควบคุมโรค แพทยสภา สมาคมโรคตาง ๆ สภาการพยาบาล ราชวิทยาลัย
สำนักการแพทยฯ และ UHOSnet รวมกนั พฒั นาแนวทางการใหบริการวิถีใหม 4 ดา นคือ ดานผาตัด ดานฉกุ เฉิน
ดานทันตกรรม และดานโรคไมติดตอโดยมีเปาหมายเพื่อปองกันการแพรกระจายเชื้อในโรงพยาบาล ลดความ
แออัด และลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งนับเปนความสำเร็จจากการรวมมือในการทำงานของภาคีเครือขายเพื่อให
เกิดผลสมั ฤทธ์อิ ยางเปนรูปธรรม
จากการดำเนินงานทั้งหมดสามารถสรุปไดวา กรมมีวิธีการในการจัดโครงสรางและบริหารบุคลากร
เพื่อใหบ รรลุผลตามตาราง โดยรูปแบบการทำงานทั้งหมดดังกลาว ไดใชประโยชนจากสมรรถนะที่เปนเลิศของ
กรม คือ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และศูนยความเปนเลิศทางการแพทย ซึ่งจะสามารถสงเสริมสนับสนุนทั้ง
ผูรบั บริการและผูม ีสว นไดส ว นเสยี ของกรม และทำใหกรมบรรลุพันธกิจ ซง่ึ ผลการดำเนินงานเมื่อเปรียบเทียบกับ
เปา หมาย พบวามีผลการดำเนนิ งานทด่ี ีกวาเปาหมายในทุกรปู แบบ
รูปแบบการทำงานใหบ รรลผุ ล การใชประโยชนจากสมรรถนะ สงเสรมิ สนับสนนุ ผลการดำเนนิ งาน
ความเ ี่ชยวชาญ เทยี บกบั เปา หมาย
ของบุคลากร
ูศนยความเ ปนเลิศ ดีกวา
ทางการแพทย เทา กับ
ูผรับบริการ ตำ่ กวา
ูผมีสวนไดสวนเสีย
การบรรลุ ัพนธ ิกจ
การจัดตงั้ หนว ยงานใหม - สำนกั การแพทยเขตสขุ ภาพ
รูปแบบคณะทำงานและทีมสหวชิ าชีพ
- คณะกรรมการแผนพฒั นาบริการสขุ ภาพ (Service Plan)
การจดั ตงั้ ศูนยบ รกิ ารเบด็ เสร็จ
- ศูนยนวตั กรรมสขุ ภาพผสู ูงอายุ
รูปแบบเครอื ขา ย- เครอื ขายทางการแพทยตา ง ๆ
(4) การจัดการการเปล่ียนแปลงดา นบคุ ลากร
กรมการแพทยตระหนักถึงความเปล่ียนแปลงท่เี กิดขึ้นอยูตลอดเวลา และมผี ลกระทบตอการดำเนินงาน
ของกรม กรมจงึ วิเคราะหการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) และจดั ทำแผนพัฒนาบุคลากร
จัดทำหลักสูตรฝกอบรม และจัดประชุมสัมมนา (Online/Offline) ใหความรูและเพิ่มพูนทักษะในหัวขอ
ที่เกี่ยวกับสถานการณปจจุบันและอนาคต เพื่อกระตุนใหบุคลากรทุกระดับ มีความพรอมที่จะเผชิญ
กับสถานการณตาง ๆ ไดอยางยืดหยุนและคลอ งตัวสามารถปฏิบัติงานใหบรรลุวตั ถุประสงคเชิงกลยุทธท ี่สำคญั
ของกรมได โดยวเิ คราะหจาก DMS Ecosystem (P-7) โอกาสและความทาทาย เชิงยุทธศาสตรข องกรม (P-12)
ทุกลมหายใจท่ไี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 28
การเปลยี่ นแปลงที่สำคัญ ทกั ษะใหม ๆ กลุมบคุ ลากร วธิ ีการพฒั นา ผลลพั ธ
(จำแนกตามวตั ถปุ ระสงคเชงิ กลยุทธ) ทตี่ อ งการหรอื ทเ่ี ก่ยี วของ บุคลากร
จำเปนตอ การ จำนวนบคุ ลากรทไ่ี ดร ับ
1. ระบบขอมลู ทางการแพทยม ีคณุ ภาพและ บุคลากรทกุ ระดบั - การฝก อบรม การพฒั นา
ประสิทธภิ าพ พัฒนา - การศกึ ษาดวย Digital Literacy 1,040
ตนเอง คน
2. การพัฒนาศูนยความเปนเลิศทางการแพทย Digital รอยละของบคุ ลากร
เฉพาะทางกรมการแพทย (Center of Literacy กลมุ เปา หมายไดรบั การ
Excellence : CoE) และนวัตกรรม พฒั นาหลกั สตู รผูบ รหิ าร
Mindset ผูทกี่ ำลังกา วเขา - การอบรม ทกุ ระดับ รอ ยละ 100
3. การเผยแพรถ า ยทอดสนับสนนุ องคความรูใหกบั สตู ำแหนง / หลกั สูตร รอยละของบุคลากร
เครอื ขา ยการแพทย ทงั้ ในและตางประเทศ Systematic ผูบริหาร ผบู รหิ าร กลมุ เปาหมายทีไ่ ดร บั การ
Thinking/ - ระบบพีเ่ ลยี้ ง พฒั นาทกั ษะดา นการคิด
8. Digital Medicine/ นวัตกรรมทางการแพทย Soft site เชิงระบบ
9. การมีสวนรว มของภาคเี ครือขายในการพฒั นา บคุ ลากรทุกระดับ - On the job รอ ยละ 100
training
ระบบบรกิ ารทางการแพทย - มอบหมายงาน
15. ระบบบริหารมีธรรมภบิ าล
นอกจากนี้การเตรียมความพรอมการเติบโตของบุคลากรใน ระดับสายบริหาร ที่จะตองควบคุม ดูแล
บริหารงานในระบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลง กรมไดจัดทำหลักสูตรพัฒนาผูบริหาร 3 ระดับคือ 1) ระดับตน
กลุมเปาหมายเปนกลุมขาราชการระดับปฏิบัติการ ชำนาญการ และชำนาญงาน จำนวนรุนละ 80 คนตอป
2) ระดับกลาง กลุม เปาหมายเปนขาราชการที่ไดเล่ือนระดบั ชำนาญการมาแลว 2 ป หรอื ระดับชำนาญการพิเศษ
และระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโสที่ปฏิบัติหนาที่หวั หนางาน จำนวนรุนละ 80 คนตอป 3) ระดับสูง สำหรับ
กลุมเปาหมายเปนขาราชการระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป ซึ่งมีความรูความสามารถเหมาะสมที่จะแตงตั้งให
ดำรงตำแหนงประเภทนักบริหารระดับสูง จำนวนรุนละ 36 คนตอป โดยทั้งสามหลักสูตรประเมินผล พัฒนา
ทบทวนถอดบทเรียนจากผูเขารวมหลักสูตร คำนึงถึงความจำเปนในการเตรียมความพรอมผูบริหารดาน
สาธารณสุขเฉพาะทาง จึงไดจัดทำโครงสรางหลักสูตรใหมสำหรับการพัฒนาผูบริหารระดับตน กลาง สูง เพ่ือ
เสริมสรางความสามารถในการบริหารงาน การจัดบริการดา นสาธารณสุขในเชิงรุกนำการเปล่ียนแปลง ตลอดจน
เพื่อเสริมสรางสัมพันธภาพเครือขายความรวมมือระหวางผูบริหาร และกรมการแพทยดำเนินการเอง
ทกุ กระบวนการ โดยโครงสรางหลกั สูตรใหมปรับเพิ่มเติมคือ 1) มีผูบริหารกรมการแพทยในแตละสาขาวิชาชีพ
รวมเปนพี่เลี้ยง 2) มีหมวดเฉพาะการพัฒนาผูนำและหลักการบริหารงานดานสาธารณสุข 3) เพิ่มการศึกษา
เรียนรูกลุมจากงานท่ีปฏิบัติจริง ลดการเรยี นภาคทฤษฎี 4) เพิ่มการนำเสนอสื่อสารหัวขอที่สำคัญเปนประเด็น
เรงดวนดานสาธารณสุข และที่เกี่ยวของหนาชั้นเรียน 5 นาที (Five Minutes Talk) 5) เพิ่มการศึกษาดูงาน
หนวยงานในสังกัดกรมการแพทยในหลักสูตรผูบรหิ ารระดับกลาง ทั้งนี้ กลุมเปาหมายที่จะไดเขารวมหลักสูตร
ในหนวยงานจะตองกำหนดจัดลำดับบุคคลที่จะเตรียมความพรอมในสายงานบริหาร คือ ผูอำนวยการ รอง
ผูอำนวยการดานตาง ๆ ใหเตรียมความพรอมสำหรับการบริหารจัดการองคกร ในหลักสูตรการพัฒนาผูบริหาร
ในระดับสหสาขาวิชาชีพสูการปฏิบตั ิ กรมจะทำการสนับสนุนทุนจัดสงบุคลากรศึกษา อบรมตามสายสหวชิ าชพี
ที่ปฏิบัติ และมีการติดตามผลการพัฒนาตนเองในแบบรายงานผลการปฏิบัติงานของบุคลากรภายใน 6 เดือน
ตามรอบการประเมนิ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานใหม จากการที่กรมการแพทยไดจัด
โครงสรา งใหม วางระบบและวิธีการทำงานใหม ไดส งผลกระทบตอบุคลากรโดยตรง ทำใหผูบริหารตองทำการ
สื่อสารเพื่อเปนการทำความเขาใจกับบุคลากร ใหเห็นประโยชนของการปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน รวมทั้ง
ปรับเปลี่ยนพัฒนาสมรรถนะตนเองใหรองรับ โดยผูบริหารจะทำการสื่อสารที่เนนสรางความผูกพัน และ
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน (Reset Mindset) ดวยวิธีการเปดใจ (Open Mind) บรรจุลงไปในทุกหลักสูตรการ
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 29
พัฒนาของกรม สงผลใหบุคลากรมีความเขาใจในทิศทางที่เปลี่ยนไป รวมทั้งมีความผูกพันกับกรมมากยิ่งขึ้น
ดังเห็นไดจากตัวชี้วัดรอยละของบุคลากรทีม่ ีความเขาใจในทิศทางการดำเนินงานของกรมการแพทยที่เพิ่มมาก
ขน้ึ ทกุ ป (7-9.3)
ข. บรรยากาศการทำงานของบคุ ลากร
(5) สภาพแวดลอมการทำงาน
“ประชาชนสุขภาพดี เจาหนาที่ความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” ถือเปนเปาประสงคอันสูงสุด
(Ultimate Goal) ของกรมการแพทย จึงไดใหความสำคัญกับการสนับสนุนใหบุคลากรมีคุณภาพชีวิตและ
การทำงานที่ดี จากผลการประเมินความสุขบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer) ประกอบดวย
9 ดาน 1) Happy Body 2) Happy Relax 3) Happy Heart 4) Happy Soul 5) Happy Family 6) Happy
Society 7) Happy Brain 8) Happy Money 9) Happy Work Life และผลการประเมินความผูกพันของ
บุคลากรกรมการแพทย ทำใหทราบความตองการของบุคลากรในดานสุขภาพอนามัย สภาพแวดลอม
ความมั่นคงปลอดภัย ความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน และความสะดวกในการเขาถึงสถานที่ทำงาน โดยผูบริหาร
เชื่อวาการจัดการกับปจจัยเหลานั้น จะสงผลใหบุคลากรมีสภาพจิตใจที่ดีเปนผลใหทำงานดวยสุข กอใหเกิด
ผลการดำเนนิ งานที่ดี โดยมีการวิเคราะหสภาพแวดลอมการทำงานและกำหนดวิธีการจดั การ ดงั ตาราง
ดาน เปา ประสงค ตัวชี้วัด การจัดการ ผลลัพธ
สขุ ภาพอนามยั บุคลากรมีสขุ ภาพดี 2561 2562 2563
- รอ ยละของบคุ ลากรไดร บั การตรวจสุขภาพประจำป - การตรวจสุขภาพประจำป 96.11 96.89 97.42
สภาพแวดลอม บุคลากรมคี วามสขุ - การตรวจสุขภาพเฉพาะกลมุ 55.54 61.12 63.58
ในการปฏบิ ตั ิงาน - รอ ยละของบุคลากรท่มี ีคา BMI นอยกวา 23 - Happy DMS 79.57 82.11 85.67
ความมน่ั คง - รอยละความพงึ พอใจของบุคลากรท่ีมีตอ
ปลอดภยั บุคลากรมี การสรา งสภาพแวดลอ มในการทำงาน - การอบรมบุคลากรใหม คี วามรู 100 100 100
ความปลอดภยั - รอ ยละของบุคลากรที่ไดร ับการฝกอบรม และทกั ษะดานการปองกนั
ดานอคั คีภัย อคั คีภยั 83.54 89.14 91.29
- รอ ยละความพึงพอใจของบุคลากรท่ีมีตอ ระบบ
ความปลอดภยั ในองคกร
ความเสีย่ งใน บุคลากร - รอยละของบคุ ลากรที่กรมจัดไดจ ัดทำกรมธรรม - การใหความรูก บั บคุ ลากร - - 56.00
การปฏิบตั ิงาน ไดรับการดูแล ประกันภยั ความคุม ครองโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา
จากการปฏบิ ัตงิ าน 2019 (COVID-19) ในความเสยี่ งจากการปฏบิ ตั ิงาน
ความสะดวก
ในการ บุคลากร - รอยละความพึงพอใจของบุคลากรท่มี ีตอมาตรการ และการปองกันตนเอง
เขาถึงทที่ ำงาน ลดคา ใชจ า ย การจัดรถรบั -สง
ในการเดนิ ทาง - การกำหนดมาตรการ 68.75 75.64 81.23
ในการรับ-สงบคุ ลากร
นอกจากที่กลาวมาแลวนัน้ กรมการแพทยย งั ไดม มี าตรการอนื่ ๆ เพมิ่ เติม ไดแ ก
1. การออกกำลงั กายเตนแอโรบิค “เพลงดแู ลดวยใจ” ทกุ วันเวลา 10.30 น. และ 15.30 น.
2. กำหนดใหท กุ หนวยงานมสี ถานท่ีออกกำลังกาย “One Hospital One Fitness”
3. กีฬาสีกรมการแพทย “DMS League” ภายใตกิจกรรม “ตบแลกเหงื่อเพื่อสุขภาพ” ประเภท
กีฬา วอลเลยบอล เทบิลเทนนิส ฟุตบอล และสนับสนุนโตะเทเบิลเทนนิสใหกับทุกหนวยงานเพื่อให
บคุ ลากรไดผ อนคลายจากการทำงาน
4. สวัสดิการสนับสนุนการตรวจสุขภาพประจำป สำหรับบุคลากรประเภทการจางอื่น ๆ ที่เปน
พนักงานราชการ ลูกจางประจำ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ใหไดรบั การตรวจสุขภาพประจำป ซึ่งถือ
เปนปจจัยที่อยูในลำดับตน ๆ ที่ไดจากการสำรวจ โดยไดจัดทำ “โครงการวิจัยประสิทธิผลของการเพ่ิม
กิจกรรมทางกายในที่ทำงานตอการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง” จึงทำใหบุคลากรทุกคนไดรับสิทธิ์การตรวจ
สขุ ภาพฟรี นอกจากนีย้ ังมีการตรวจสุขภาพเชิงรุกใหกับบุคลากรในกลุมวยั ตาง ๆ โดยอาศยั ความเชี่ยวชาญ
จากโรงพยาบาลเฉพาะทางในสังกัดมาชวยขับเคลื่อนในนโยบายนี้ เชน การตรวจมะเร็ง การตรวจหลอด
เลอื ดสมองและหวั ใจ เปน ตน
ทุกลมหายใจที่ไดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 30
ในดานของการจัดสวัสดิการตาง ๆ ของบุคลากรนั้น กรมการแพทยจะทำการคนหาปจจัย
ความตองการดานตาง ๆ ของบุคลากร เพื่อใหสามารถจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมกับบุคลากรในทุกกลุม
โดยจากการสำรวจพบวา ในแตละกลมุ มคี วามตองการและความคาดหวงั ดงั นี้
กลุม บุคลากร ความตองการและ วิธีการสำรวจ การบริการสทิ ธิ การปรบั ปรุงเพม่ิ หรอื เปลี่ยนแปง ผลลัพธ
ความคาดหวัง ประโยชนน โยบาย ดานการบริการ สิทธปิ ระโยชนนโยบาย
ขา ราชการ คุณภาพชวี ิต แบบสำรวจ - บคุ ลากรทำงาน
และ การทำงาน ความผกู พนั Happy DMS - การจัดหาเคร่อื งมืออุปกรณ และเทคโนโลยี อยา งมีความสุข
- การยกยอ งเชิดชู และการเสริมแรงจูงใจทเ่ี หมาะ
ลูกจา งประจำ การตรวจสุขภาพ องคกร โครงการ - การจัดสถานท่ใี นการออกกำกังกาย - บุคลากรที่ทราบผล
ประจำป ตรวจสุขภาพ - การจัดสวัสดกิ ารท่อี ยูอาศยั ในการคดั กรองสามารถ
พนักงาน แบบสำรวจ เขา รับการรักษา
ราชการ การลดคา ใชจาย ความผกู พัน ประจำป - โครงการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งบคุ ลากร ไดท ันถว งที
และเพม่ิ รายได - โครงการคัดกรองความเสยี่ งโรคหลอดเลอื ดสมอง - บคุ ลากรมีสามารถ
พนกั งาน องคกร การจัดสวสั ดิการ - โครงการคดั กรองความเสีย่ งโรคหลอดเลอื ดหัวใจ ลดคาใชจ า ยและ
กระทรวง รถรับ-สง - การจัดสวสั ดกิ ารท่ีอยูอ าศัย มีรายไดเพิม่ ขึ้น
สาธารณสขุ แบบสำรวจ
ความผกู พัน - ตลาดนัดสำหรบั เจา หนาที่
- ตลาดนัดออนไลน (DMS Marketplace)
องคกร
(6) นโยบายและสวสั ดกิ าร
นอกจากบุคลากรจะไดรับเงินสวัสดิการตามที่ระเบียบราชการจัดสรรให เชน คารักษาพยาบาล
คาการศึกษาบุตร คาเชาบาน ฯลฯ แลวนั้น ยังไดรับการสนับสนุนสวัสดิการจากกรมการแพทยและไดรับสิทธิ
ประโยชนจากการปฏิบตั งิ านภายใต
สังกัดกรมการแพทย 1) ราน
สวัสดิการกรมการแพทย ในพื้นท่ี
สวนกลางมีสินคาราคาประหยัด
และรานอาหารสวัสดิการที่ถูกตอง
ตามหลักสุขาภิบาลที่มีคุณภาพ
สะอาด ปลอดภยั (Green & Clean
Canteen) จากกรมอนามัยราน
สวัสดิการสำหรับเจาหนา ท่ี รานคา
ออนไลน (DMS Marketplace)
2) สนับสนุนสวัสดิการที่อยูอาศัย
รวมกับธนาคารอาคารสงเคราะห ภาพท่ี 5.3 การจดั สวสั ดกิ ารกรมการแพทย
(ธอส.) ใหกับขาราชการ
ลูกจางประจำ และพนักงานราชการ 3) สวัสดิการรถรับ-สง ภายในสวนกลางกรมการแพทย มีรอบการรับ-สง
ในชวงเชาและเย็น เพื่ออำนวยความสะดวกใหกับบุคลากรในการเดินทาง มาปฏิบัติงาน 4) สวัสดิการคา
รักษาพยาบาลสำหรับโรงพยาบาล สถาบันในสังกัดกรมการแพทย บุคลากรไดรบั สิทธินอกเหนือจากการเบิกจาย
คา รักษาพยาบาลทั่วไป ยกตัวอยา งเชน หากบุคลากรโรงพยาบาลราชวิถี เขา พักรักษาตวั ที่โรงพยาบาลของตนเอง
จะไดลดราคา 8 เทา จากราคาที่ตองจายจริง 5) สหกรณออมทรัพย สนับสนุนการออมเงินและสามารถกูย ืมใน
อตั ราดอกเบย้ี ต่ำ 6) สวัสดิการฌาปนกจิ กระทรวงสาธารณสุข สำหรับสมาชิกผเู สยี ชีวติ
ในป พ.ศ. 2560 จากที่ประชุมผูบริหารกรมการแพทยใหทบทวนกองทุนสวัสดิการจากทุกหนวยงาน
ภายในกรมการแพทย เพื่อพิจารณาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการปฏิบัติราชการกรมการแพทย
โดยสำรวจขอมูลการจัดสวัสดิการชวยเหลือบุคคลการจากหนวยงานในสังกัด 1) ขอมูลบุคลากร และบุคคล
ในครอบครัวเจาหนาที่ กรณีที่ไดรับอันตรายหรือการเจ็บปวยเพราะเหตุปฏิบัติราชการที่ตองไดรับ
การรักษาพยาบาล และขอลาหยุดราชการเพื่อรักษาตัวเกินกวาระยะเวลา 120 วัน และกรณีบุคคล
ทกุ ลมหายใจทไ่ี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 31
ในครอบครัวไดร ับอันตรายหรือการเจ็บปวยตอ งไดร บั การรักษาพยาบาลหรือนอนโรงพยาบาล เกินกวา 120 วัน
2) ขอมูลการจดั สวัสดิการเพ่ือชวยเหลือบุคลากรและบุคคลในครอบครัวภายในหนวยงานที่ไดมีการดำเนินการ
อยแู ลว 3) รวบรวมขอมูลนอกเหนือจากท่ีกรมการแพทยจ ัดสวัสดกิ ารนำมาพิจารณาจัดตั้งกองทุนสนับสนนุ การ
ปฏิบัติราชการกรมการแพทย เพื่อเยียวยาความเสียหายใหกับบุคลากรทางการแพทยอันเนื่องมาจากการ
ใหบริการทางการแพทย บุคลากรที่ประสบเหตุภัยตาง ๆ รวมถงึ การใชเพื่อกิจการสาธารณะหรือเพื่อการกุศล
ที่ไดรับการพิจารณาแลววาเปนประโยชนในการปฏิบัติราชการ สรางคุณภาพชีวิตและความผูกพันภายใน
กรมการแพทย จึงกำหนดระเบียบกรมการแพทยวาดวยหลักเกณฑการใชเงินกองทุนสนับสนุนการปฏิบัติ
ราชการ กรมการแพทย พ.ศ. 2561 ณ วนั ท่ี 18 กันยายน 2561
5.2 ความผกู พันของบคุ ลากร
ก. การประเมินความผูกพนั ของบคุ ลากร
(7) องคประกอบของความผูกพนั
ในป พ.ศ.2560 กรมการแพทยประเมินความผูกพันของบุคลากรจากเครื่องมือการประเมินความสุข
บุคลากรโดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไดกำหนดแนวทางใหสวนราชการภายใตกระทรวงสาธารณสุข
ประเมินความสุขบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer) ประกอบดวย 9 ดาน 1) Happy Body
2) Happy Relax 3) Happy Heart 4) Happy Soul 5) Happy Family 6) Happy Society 7) Happy Brain
8) Happy Money 9) Happy Work Life
ตอ มาในป พ.ศ. 2563 กรมการแพทยจึงไดพ ัฒนาเคร่ืองมือสรางองคกรแหงความสุขใหมีความใกลเคียง
และเหมาะสมกับบริบทของกรม ภายใตแ นวคิดที่วา “New DMS Engagement Tool” โดยศึกษาปจจัยตาง ๆ
ที่เกี่ยวของกับความผูกพันของบุคลากร เริ่มตั้งแต 1) ปจจัยความตองพื้นฐานของทฤษฎี Maslow 2) การวัด
ความผูกพันและการรับรูนโยบายของสว นราชการ (สำนักงาน ก.พ.) 3) Emometor (HA) 4) Happinometer
ซงึ่ ในแบบสอบถาม “New DMS Engagement” ประกอบไปดวย 7 ปจ จยั ไดแก 1) การกา วสตู ำแหนง 2) การ
พัฒนาตนเอง 3) สวัสดิการ 4) ความมั่นคงในอาชีพ 5) การบรหิ ารผลการปฏิบัติงาน 6) สภาพแวดลอมใน
การทำงาน 7) สขุ ภาพ (Health)
ภาพท่ี 5.4 New DMS Engagement
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 32
(8) การประเมินความผกู พนั
กรมการแพทยไดกำหนดแนวทางในการประเมินผลความพึงพอใจและความผูกพันแบบ
เปน ทางการไวปล ะ 1 ครั้งผานการทำแบบสำรวจ ซึ่งในระหวางปนั้นกรมจะทำการประเมินผลในรปู แบบ
ไมเปนทางการผานการสัมภาษณจากบุคลากร และนิเทศหนวยงานตอนที่ลงตรวจเยี่ยม ซึ่งจาก
การประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของบุคลากรกรมการแพทย พบวาบุคลากรกรมการแพทย
มีความพึงพอใจและความผกู พันท่ีมตี อองคก ารอยูในระดับทนี่ า พอใจ ตามตาราง
กลุมบุคลากร วิธีการประเมิน วิธีการประเมิน วิธกี ารแบบ การตอบสนองตอ ผลลัพธ
สายงานหลัก ความพงึ พอใจ ความผกู พนั ไมเปนทางการ ความพงึ พอใจ 2561 2562 2563
และความผกู พัน
สายงาน แบบสำรวจ แบบสำรวจ - การสมั ภาษณ ความพึงพอใจ
สนบั สนุน ความพึงพอใจของ ความผกู พันของ - การนเิ ทศ กำหนดแผนเสริมสราง 86.79 89.89 91.23
ความความผกู พนั
บคุ ลากรทม่ี ี บุคลากรทมี่ ี ของบคุ ลากร ความผูกพัน
ตอ องคก ร ตอองคกร เนนจุดสำคญั ไดแ ก 76.75 81.56 84.32
Happy Relax,
(กองยุทธศาสตร (กองบรหิ าร Happy Money, ความพงึ พอใจ
และแผนงาน ทรัพยากรบุคคล Happy Body 83.75 86.73 87.54
เปน เจาภาพ) เปนเจา ภาพ)
ความผกู พัน
82.69 86.75 87.67
(9) ความเชอื่ มโยงกับผลลัพธของสว นราชการ
กรมการแพทยมีการประเมินผลความผูกพันและความพึงพอใจของบุคลากรเปน ประจำทุกปแ ละ
นำผลการประเมินมาวิเคราะหเพื่อวางแนวทางการปรับปรุงหรือปดจุดออนที่เกิดขึ้น โดยจัดลำดับ
ความสำคัญ และนำไปปรับปรุงตามความเรงดวนหรือความรุนแรงของปญหาที่พบ อยา งไรก็ดีพบวา ผลการ
ประเมินดังกลาวมีแนวโนมที่ดีขึ้นทุกป ตัวอยางเชน ผลการประเมินความผูกพันพบวาปจจัยการสราง
ความผูกพันในแตละประเภทการจางงานมีความแตกตางกัน ขาราชการตองการความกาวหนาอาชีพ
พนักงานราชการตองการเขาถึงการตรวจสุขภาพประจำป และสำหรับพนักงานกระทรวงสาธารณสุข
ตองการรายไดทีเ่ พิ่มขึ้น กรมจึงไดจัดทำนโยบายท่ีเหมาะสมกับความตองการใหอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ ไดแก
เลื่อนระดับเชิงรุกสำหรับขาราชการ และการจัดโปรแกรมตรวจสุขภาพใหกับพนักงานราชการโดยไมมี
คา ใชจา ย เมื่อบคุ ลากรไดร ับการตอบสนองความตองการอยา งเหมาะสมแลว สงผลใหผลการปฏิบัติงานดีขึ้น
ไปดว ย (7.3:7.1) (7.1:1.2)
ข. วัฒนธรรมสวนราชการ
(10) การสรา งวัฒนธรรมองคการ
วัฒนธรรมองคการกับกรมการแพทย ถือเปนเรื่องที่ถูกพัฒนาและปลูกฝงขึ้นมาเรื่อย ๆ จากเดิม
ในป พ.ศ. 2549 เพื่อรองรบั พระราชบญั ญัตขิ าราชการพลเรอื น ฉบบั ใหมทจี่ ะเกดิ ข้ึน (2551) กรมการแพทย
ใหบริษัทปูนซีเมนตไทยเปนที่ปรึกษารวมจัดทำสมรรถนะหลักของกรมการแพทย โดยนำสมรรถนะหลัก
ขาราชการพลเรือนตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด มาใชรวมกับสมรรถนะของบุคลากรกรมการแพทย
ตามภารกิจกรมวิชาการเนนใฝเรียนรู พัฒนาถายทอดงานวิจัย กรมดำเนินการขับเคลื่อนสมรรถนะหลัก
ดังกลาวมาจนถงึ ปพ.ศ. 2560 ซึ่งมขี อ จำกัดทางการสื่อสาร แสดงออกเปน พฤติกรรมคอนขางยาก
ทกุ ลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 33
ตอมาในป พ.ศ.2560 กระทรวงสาธารณสขุ ไดขับเคลือ่ นและถายทอดคานิยม MOPH เปน คานิยม
หลักประจำกระทรวง ดวยเหตุนี้กรมการแพทยจึงมีการปรับคานิยมจากเดิม HRML เปน MOPHDMS
โดยผูบริหารไดเพิ่มในสวนของ DMS เขาไปเพื่อใหแสดงความเปนอัตลักษณของกรมที่ชัดเจนมากยิ่งข้ึน
และเพื่อใหงายตอการนำไปปฏิบัติจึงไดมีการแปลงคานิยม MOPHDMS เปนพฤติกรรมที่พึงปฏิบัติ (DO,
DON’T) ซึ่งอธิบดีไดประกาศเปนแนวทางการสงเสริมคานิยมกรมการแพทย และมีการสำรวจพฤติกรรม
องคก รตามคานยิ ม MOPHDMS และมีการสงเสริมบคุ ลากรดวยการคัดเลือกบคุ คลตน แบบทุกป
ภาพท่ี 5.5 Culture Evolution of the DMS
จนในป พ.ศ. 2563 กรมการแพทยสรางวัฒนธรรมองคการที่ถือเปน Strong Culture คือ “DMS
Co-Creation” เพื่อสนับสนุน สงเสริมใหบุคลากรภายในองคการไดมีสวน รวมคิดรวมสราง มีเวทีแสดง
ความคิดเห็น บุคลากรทุกประเภทการจาง ทุกระดับ ถูกใหความสำคัญเทาเทียมกันเพื่อพัฒนางาน พัฒนา
องคการ สรางแรงบันดาลใจ สงผลใหบุคลากรรูสึกถึงความผูกพันที่ตนเองเปนผูมีสวนรวม ในการบริหาร
ดำเนินการของกรมการแพทย ดังนั้น การสรางวัฒนธรรมเปดกวางรับฟงความคิดเห็นที่แตกตาง จึงมีในทุก
เวทกี ารประชุมสัมมนาของกรม เชน
1) ระดับทีมภารกิจนำ โดยผูทรงคุณวุฒิและลูกทีมสหสาขาวิชาชีพตาง ๆ เพื่อใหเกิดความหลากหลาย
ของแนวคดิ การเช่อื มโยงระหวา งความเฉพาะทางทำใหเ กิดผลสมั ฤทธขิ์ องงานท่ีดี
2) ทีมรองผูอำนวยการ ซึ่งจะประกอบดวย ดานอำนวยการ ดานการแพทย ดานการพยาบาล
จะไดร ับโจทยจากผูบริหารในประเด็นนโยบายเรงดวนใหนำเสนอ ผลักดัน แนวคิด วธิ ีการแกไขปญหาที่ไดรับ
มอบหมาย ในป 2562 มีประเด็นเรงดวนใน 3 หมวดตามภารกิจของรองอำนวยการเพื่อรวมกลุมวางแผนงาน
ที่สำคัญของกรมการแพทย (Blueprint of DMS) เชน หองฉุกเฉินคุณภาพ (รองผูอำนวยการดานการแพทย)
เพือ่ ลดการระยะเวลาการใหผ ปู วยอยูในหองฉุกเฉินไมเกิน 2 ช่ัวโมง ลดอัตราการตายในหองฉุกเฉิน องคกรแหง
ความสุข (Happy DMS) (รองผูอ ำนวยการดานอำนวยการ) จากการวิเคราะหความสุขในองคการ นำไปสูการ
สรางแบบแผนงาน/โครงการทีท่ กุ หนว ยงานในสังกัดกรมการแพทยรว มมอื กันปฏบิ ตั ทิ ว่ั ประเทศ
3) ระดบั ผูปฏิบัติ ในทกุ การเริ่มดำเนินการหรือมีการทบทวนแผนงานใดก็ตาม ท่ปี ระชมุ การทบทวนนั้น
จะตองมีคณะกรรมการที่มาจากบุคลากรผูปฏิบัติหรือผูมีสวนเกี่ยวของทุกครั้ง เชน สหสาขาวชิ าชีพออกแบบ
หลักสูตรวิชา การทบทวนหลักสูตรการพัฒนาตาง ๆ กรมการแพทยจะตองมีการประชุมถอดบทเรียน
จากผูบ ริหารความคาดหวังกลมุ เปาหมายใหไดร บั การพัฒนาเปนแบบใด ผูเ คยไดรบั การอบรมเสนอความคิดเห็น
จากที่ไดสัมผัสเขาอบรมในหลักสูตรนั้น ๆ เพื่อตอยอด หรือปรับปรุง ผูที่สนใจเขารับการอบรมเสนอ
ความคาดหวังของตนเองตอการเขารบั การอบรม
ทุกลมหายใจท่ไี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 34
ค. การบรหิ ารจดั การและการพัฒนาบคุ ลากรและผูบริหาร
(11) การประเมินผลการปฏิบตั ิงาน
กรมการแพทยเช่ือวาการประเมินผลการปฏบิ ัติงานท่ีเหมาะสมจะสามารถสนับสนุนใหการปฏิบัติงานดี
ผลลพั ธข องงานดี เจา หนาท่มี คี วามสุข การไดรบั รางวัล การเลอ่ื นตำแหนงอยางเปนธรรมจะเปนสว นผลักดันใหมี
กำลังใจในการทำงาน สรางแรงจูงใจทำงานอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมตระหนักดีวาพื้นฐาน
ความตองการของบุคลากรทุกคนยอมตองการความกาวหนา ไมวาจะเปนเรื่องตำแหนงหนาที่การงาน
ผลตอบแทนและความรับผิดชอบ รวมถึงการกาวขึ้นไปสูระดับผูบริหาร การประเมินผลการปฏิบัติงานมีหลัก
3 ประการ คือ 1) ประเมนิ ผลการปฏิบัติงาน (Performance) 2) ประเมินสมรรถนะหลกั (Core Competency
Evaluation) 3) ประเมินสมรรถนะเฉพาะงานที่ปฏิบัติ (Functional Competency Evaluation) และสำหรับ
ระดับอำนวยการขึ้นไปเพิ่มการประเมินสมรรถนะการบริหารจัดการ (Managerial Competency) ซึ่งผลการ
ประเมินนำไปสคู าตอบแทน การขนึ้ เงินเดือน ความกา วหนาในงาน และไดรับการพัฒนา
การประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมการแพทยมาจากคำรับรองการปฏิบัติราชการกรม
ลงสูหนวยงาน และถายทอดลงสูผูปฏิบัติระดับบุคคล และกระจายตามหนาที่ความรับผิดชอบสูผูปฏิบัติ
มกี ารกำหนดตัวชี้วัดที่ทาทาย วัดได และมุงผลสัมฤทธิ์ ซ่ึงเปนการตกลงกันไวลวงหนาระหวางผูบังคับบัญชา
กับบุคลากร มีการพิจารณาตามระดับความสำเร็จ รวมถึงพฤติกรรม และวิธีการทำงานมาประกอบดวย
โดยกำหนดใหมีการประเมินผลการปฏิบตั ิงานปละ 2 คร้งั ตามหลักเกณฑส ำนักงาน ก.พ.และนำผลการประเมิน
ไปใชในการเลื่อนเงินเดือน คาจาง รวมทั้งการนำไปสูการใหรางวัลและสิ่งจูงใจที่เปนตัวเงินและไมเปนตัวเงิน
สงผลใหบุคลากรมีขวัญกำลังใจ และทุมเทการปฏิบัติงาน สงมอบผลลัพธการดำเนินงานที่มีคุณคา สำหรับ
การปรับเลื่อนระดับตำแหนงงาน จะมีการพิจารณาผลงานยอนหลงั และวิสัยทัศนงานในอนาคตที่จะพัฒนางาน
และนำองคก ารสคู วามเปน เลศิ
กลมุ บุคลากร วิธีการประเมนิ ความถีห่ รอื รอบ การใชประโยชนของผลการประเมินสงเสริมใหเ กดิ
สายงานหลกั การประเมนิ
สายงานสนับสนุน การสราง การบริการท่ี การบรรลุ
นวตั กรรม มุงเนน C-S แผนปฏบิ ตั กิ าร
คำรบั รอง 6 และ 12 เดือน
การปฏบิ ตั ิราชการ
(ผานระบบคำรับรองการ
ปฏบิ ัตริ าชการอิเลก็ ทรอนิกส)
ทั้งนี้ กรมไดทบทวนลดข้ันตอนกระบวนการเลื่อนเงนิ เดอื นของขาราชการ ที่ผานมาการเล่ือนเงนิ เดอื น
นั้นใชเวลาดำเนินการประมาณ 100 วัน ซึ่งเปนระยะเวลานาน ทำใหการเลื่อนเงินเดือนขาราชการไมตรงตาม
รอบการเลื่อนเงินเดือน (2 รอบ คือ 1 เมษายน และ 1 ตุลาคม ของทุกป) ขาราชการขาดขวัญและกำลังใจ
การทำงาน สงผลกระทบตองานดานอื่น ๆ เชน การโอนยาย เลื่อนระดับ การไดรับเครื่องราชอิสริยาภรณ
การขอรับบำเหน็จบำนาญ เปนตน จึงไดทบทวนพัฒนาระบบเลื่อนเงินเดือน “เลือ่ นเงินเดือนติดลอ-ไมตองรอ
ตกเบิก” เพื่อลดขั้นตอนยุงยากซับซอน และใชระยะเวลาเพียง 66 วัน นำมาแกไขปญหาปดชองวาง
ใหความสำคัญและมุงเนนประโยชนตอผูรับบริการ 2 สวน คือ 1) ผูปฏบิ ัตงิ านเงนิ เดอื นของหนวยงานในสงั กัด
ความพึงพอใจตอกระบวนการ รอยละ 86.81 2) ขา ราชการกรมการแพทยทุกประเภทการจางงาน
เปา หมายของกรมการแพทยในการดึงดูด รกั ษา จูงใจ คนเกง ใหสรางผลงานใหก ับองคการอยา งตอเนื่อง
และมีความสุข นอกจากการการบริหารผลการปฏิบัติราชการใหไดรับเงินเดือนตามผลการปฏิบัติงาน
ความถูกตองและเปนธรรม รวมไปถึงเงินไดอื่น ๆ ที่ไดนอกเหนือจากเงินเดือน ไมวาจะเปนคาลวงเวลา (OT)
คา ตำแหนง คาครองชีพ คาเบ้ยี กนั ดารตาง ๆ แลว น้นั รางวลั ท่ีไมใชต ัวเงิน กเ็ ปน สวนอยางมากในการสรางแรง
จูงในในการทำงานใหกับบุคลากร เชน รางวลั ขาราชการดีเดน รางวัลบคุ คลตนแบบ ความทาทายของงาน หนาท่ี
ทกุ ลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 35
และความรับผิดชอบที่ไดรับมอบหมายดวยความไววางใจ การใหอำนาจและอิสระในการทำงาน การไดรับ
คำชนื่ ชมยกยอ ง ซึง่ ส่ิงเหลานี้แมจบั ตองไมไดแตมีความสำคัญในการสรางแรงจูงใจใหบ ุคลากรอยา งมาก
(12) ระบบการเรียนรแู ละการพัฒนา
กรมการแพทยไดกำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรตามแผนยุทธศาสตรการพัฒนาบุคลากร
กรมการแพทย ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563-2566 ประกอบดวย ยุทธศาสตรท่ี 1 การพัฒนาบุคลากร
ใหมีความสามารถในการพัฒนาองคก รเปน Center of Excellence (CoE) พฒั นาบุคลากร “เกง ตามสาย
วิชาชีพ” กรมจำเปนตองพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรทุกระดับใหสามารถปฏิบัติงานตามภารกิจ หนา ที่
ความรบั ผิดชอบ เปน ผเู ชีย่ วชาญเฉพาะ จนเกิดประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลในการปฏิบัติงาน ยุทธศาสตร
ท่ี 2 การพัฒนาบุคลากรใหมคี วามสามารถในดานบรหิ ารเพ่ือกา วทันการเปลย่ี นแปลง พฒั นาบคุ ลากร “เกง
ทันการเปลี่ยนแปลง” สามารถปฏิบัติงานไดภ ายใต สภาวะสถานการณท่ีมคี วามเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็ว
มีขดี ความสามารถในการปฏบิ ัติงานในสถานการณต าง ๆ ยุทธศาสตรท ี่ 3 พัฒนาและสงเสริมใหบุคลากรให
มีจิตสำนึกที่ดีดานคุณธรรมจริยธรรมและเสริมสรางองคกรแหงความสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี พัฒนา
บคุ ลากร “เกงและเปนคนด”ี สามารถปฏิบัตหิ นา ทีอ่ ยาง มีวินยั และสุจรติ โดยยดึ หลกั ธรรมาภบิ าล พรอม
ท้ังสงเสริมคานิยมองคกรในการปฏิบัติงาน และสงเสริมใหบุคลากรพัฒนาตนเองตามนโยบายองคกรแหง
ความสุข (HAPPY DMS) ยทุ ธศาสตรท่ี 4 การพฒั นาบุคลากรใหม สี มรรถนะ ดา นดิจิทัลเพอ่ื รองรบั การ
ทำงานภาครัฐในยคุ 4.0 พัฒนาบุคลากรให “เกงทกั ษะดิจิทัล” ในพ้นื ฐานตามหลกั สตู รของสำนักงาน ก.พ.
กำหนดเพื่อสามารถนำไปประยุคใชในการปฏิบัติงาน ตอบสนองตอนโยบาย ประเทศไทย 4.0 เพื่อการ
ปฏิบตั งิ านท่ีมปี ระสิทธภิ าพ รวดเรว็ ประชาชนเขา ถึงบรกิ ารไดส ะดวกรวดเรว็ ขึ้น
กรมการแพทยมีระบบการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตรการพัฒนาบุคลากรกรมการแพทยเริ่มจาก
กระบวนการนำของผูบริหารกรมการแพทย เนนการสรางความผูกพัน ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน และ
ทัศนคติที่ดีตอการพัฒนา สนับสนุนการเรียนรูของบุคลากรในหลากหลายรูปแบบ การคิด เชิงวิเคราะห
( Critical Thinking) ร ะ ด ม ค ว า ม
คิดเห็น (Brain Storm) ระบบพ่ีเล้ียง
(Coaching & Mentoring System)
เรียนรูจากประสบการณผูบริหาร
(Experience) และเรียนรูจากปญหา
สถานการณที่เกิดขึ้น (Problem
Solving) ทั้งนี้ เพื่อรองรับนโยบาย
ป ฏ ิ ร ู ป ก ร ม ก า ร แ พ ท ย ( DMS
Reform) ไดแบงสัดสวนการพัฒนา
3 สวน คอื
ภาพที่ 5.6 ระบบการพัฒนาบคุ ลากรแบงตามสัดสวน
1) พฒั นาตามระดับ (Level)
1.1) โครงการปฐมนิเทศขา ราชใหมก รมการแพทย
1.2) หลักสูตรพฒั นาผูบริหารระดับตน กลาง สงู กรมการแพทย
1.3) โครงการพัฒนา การดำเนนิ ชีวิตตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง (สำหรับผูเกษยี ณอายุ)
2) พัฒนาตามสมรรถนะเฉพาะสำหรบั การปฏิบัติงาน (Competency/ HiPPs/ Talent)
2.1) โครงการพัฒนาศักยภาพบคุ ลากรดาน Global Health
2.2) โครงการเสริมสรา งกลยทุ ธท างดานบริหารการเงนิ
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 36
2.3) โครงการพฒั นาผปู ฏบิ ตั งิ านดานทรพั ยากรบคุ คล
2.4) โครงการพฒั นาสมรรถนะนักวิเคราะหนโยบายและแผน
2.5) โครงการประชมุ เชิงปฏิบตั กิ ารพัฒนาสมรรถนะพ่เี ลีย้ งกรมการแพทยอ
2.6) โครงการพัฒนาทักษะดิจทิ ลั (Digital Literacy)
2.7) หลกั สตู รพฒั นาบุคลากรทางการแพทยแ ละสาธารณสขุ ตามสาขาวชิ าชีพเฉพาะทาง
3) ทุนศกึ ษาและอบรม (Scholarship)
3.1) จัดสรรทนุ การศกึ ษาตางประเทศ (งบอุดหนนุ )
3.2) จัดสรรทุนสนบั สนุนงานวิชาการกรมการแพทยศกึ ษา/ฝก อบรมในประเทศ
3.3) สนบั สนุนทนุ สำนักงาน ก.พ.
3.4) สนับสนนุ ทนุ รัฐบาลอื่น ๆ
(13) ประสิทธิผลของการเรียนรูแ ละพัฒนา
กรมการแพทยไดมีการประเมินผลการปฏิบัติงานหลังจากที่บุคลากรไดรับการพัฒนาอบรมแลว
ภายใน 3-6 เดือน เพื่อประเมินการปฏิบัติงาน และทักษะความรูที่ไดจากการพัฒนา ซึ่งประเมินจาก
ผูบังคบั บัญชาโดยตรง ตอมาตั้งแตป พ.ศ.2560 กรมการแพทยไ ดทบทวนหลกั สูตรพัฒนาผูบริหารระดับตน
กลาง สูง ใชการเรียนรูดวยระบบพี่เลี้ยงกรมการแพทย (ผูบริหาร ผูทรงคุณวุฒิ และผูเชีย่ วชาญ) ซึ่งผูเปน
พี่เลี้ยงจะตองผานการอบรม ซักซอมการสื่อสารที่เปนในแนวทางเดียวกัน การเรียนรูจากสถานการณ
กรณีศึกษาจริง การศกึ ษาดูงาน และติดตามผูบริหารในกระทรวงสาธารณสุข กระบวนการเหลานี้เมื่อจบ
หลักสูตรจะตองทำการประเมินผลใน 3 สวนคือ 1) ผูอบรมประเมินหลักสูตร วิทยากร และผลการ
ดำเนินงาน จากแบบประเมินออนไลนเพื่อนำผลที่ไดมาปรับปรุงการดำเนินงานในครั้งตอไป 2) ผูอบรม
ประเมินเพื่อนรวมหลกั สูตร ทุกครง้ั ท่ีมศี กึ ษาดูงาน เมอ่ื จบทรปิ จะใหผ ูเรยี นประเมนิ กันเอง โดยประเมินรอบ
ดานใชหัวขอ Achieving Results, Systematic Job Planning, Decision Making, Communication
และ Relation & Participation และนำผลที่ไดสงกลับไปยังตัวบุคคล 3) พี่เลี้ยงและผูบริหารประเมินผู
อบรม หลังจากนั้นจะกำหนดมอบหมายภาระงานพิเศษหรือเรงดวน อยางนอย 1 งาน ตามความสามารถ
ความถนัด เพ่ือใหเกิดประสิทธิผลของการพัฒนาทเ่ี ดนชดั นอกจากนี้กรมการแพทยไ ดสนับสนนุ จัดสรรและ
จดั หาแหลงเงินทุนสงเสริมใหบ ุคลากรไดพ ัฒนาความรูความสามารถในการยกระดับคุณภาพการทำงานให
สูงขึ้นสรางองคความรูใหมที่เกี่ยวของกับภาระงานตามการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เมื่อดำเนินการจัด
หลกั สตู ร/โครงการดานการพฒั นาสมรรถนะแลว เสร็จ กรมการแพทยจะบันทึกภาพเคล่ือนไหว (VDO) และ
สื่อการเรียนตาง ๆ จดั ทำเปนหมวดหมูองคความรู และถายทอดเผยแพรทางเวปไซตกองบริหารทรัพยากร
บุคคล กรมการแพทย และ Facebook (HRD DMS)
เดิมกรมการแพทยยังไมมีแผนความกาวหนาในอาชีพ (Career Path) ในทุกสายงาน ซึ่งเปน
สิ่งจำเปนสำหรับบุคลากรที่จะพัฒนาตนเองใหเติบโตตามเสนทางการพัฒนาที่ถูกตอง ในป 2560 จึงได
พจิ ารณาจัดทำเสนทางความกาวหนา ในสายอาชีพ (Career Path) และแบบสัง่ สมประสบการณและผลงาน
(Job Profile) ยึดหลักความโปรงใส สื่อสารใหบุคลากรไดรับทราบ และทำความเขาใจ กำหนดแผนการ
เตรียมบุคลากรเพื่อเขาสูตำแหนงที่สูงขึ้น และจัดทำรูปแบบเสนทางความกา วหนาในสายงานเร่ิมตน คือ
รองผูอำนวยการดานอำนวยการ รองผูอำนวยการดานพยาบาล กำหนดเปาหมายการจัดทำแผนงานเพื่อ
ขับเคลื่อนบุคลากรตามกลุมงานใหเขาสูตำแหนงงานที่สูงขึ้น ไวในแผนปฏิบัติการประจำป โดยกรมการ
แพทยไ ดใหความสำคัญกับการมีสวนรวมของผูบรหิ ารกรมการแพทยในการเปนคณะกรรมการและการให
บุคลากรไดมีสวนรวมในขั้นตอนการสำรวจวิเคราะห และออกแบบขอเสนอทางกาวหนาและหลักเกณฑ
อยา งโปรง ใสเปน ธรรม
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 37
(14) ความกา วหนา ในหนาท่กี ารงาน
กรมการแพทยเตรียมความพรอมในการสืบทอดตำแหนง โดยจัดทำสถิติฐานขอมูลของตำแหนง
ทางการบริหารและผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานที่จะเกษียณอายุราชการในชวงเวลา 5 ป จากแผนอัตรากำลงั
กรมการแพทย เพื่อเตรยี มความพรอมบุคลากรเขา สูตำแหนง ท่สี ำคัญ ผูท่ีไดรับมอบหมายใหปฏิบัติหนาที่ใน
ตำแหนงผูบริหาร หัวหนางานเพื่อเตรียมเปนหัวหนากลุม/ฝาย การมอบหมายงานสำคัญ ๆ จะตองผาน
หลักสตู รผูบริหารระดับตน กลาง สงู ของกรม หรือสถาบันที่กรมการแพทยกำหนด ซึ่งผูผานการอบรมใน
หลักสตู รดังกลาวจะตองสง ใบงานแผนความกาวหนาในสายงานของตน แผนงานโครงการท่ีจะทำในอนาคต
และแผนพัฒนารายบุคคล ใหกับผูบังคับบัญชาตามลำดับชั้นและผูบริหารกรม เพื่อประกอบการวางแผนปู
พื้นทางโอกาสในการพฒั นาตนเอง และโอกาสท่ีจะไดเตบิ โตในองคกร สรางแรงจงู ใจในการพัฒนา
กรมใหการสนับสนุนขาราชการในสังกัดเขาสูระบบขาราชการผูมีผลสัมฤทธิ์สูง (High Performance
and Potential System: HiPPS) ของสำนักงาน ก.พ. เพื่อสรางความพรอมใหกับขาราชการผูมีศักยภาพสูง
อยางเปนระบบ เนนทีก่ ารเรียนรูผานการปฏิบัตจิ ริง (Workplace Learning) และเสริมดวยกลไกการสับเปลี่ยน
หมุนเวียนงาน การสอนงาน และการเรียนรูผานการฝกอบรมเพื่อใหขาราชการกลุมดังกลาวไดรับการพัฒนา
อยางเต็มศักยภาพ สงผลใหสามารถเติบโตเปนขาราชการระดับสูงไดอยางมีคุณภาพในเวลาที่เหมาะสม ระบบ
ดังกลาวมวี ัตถุประสงคเพื่อ 1) ดึงดูด รักษา และจูงใจคนเกง คนดี มีผลงานเปน ประโยชนตอสาธารณะใหอยูใน
ราชการ 2) พัฒนาขาราชการพลเรือนผูมีศักยภาพสูงอยางตอเนื่องและเปนระบบ 3) เตรียมผูนำซึ่งมคี ุณภาพ
มากประสบการณในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการเปนนักบริหารระดับสูง (Senior Executive Service)
และผูเชี่ยวชาญหรือผูทรงคุณวุฒิ (Senior Professional Service) ในป 2563 กรมมีผูผานการคัดเลือก
จำนวน 2 คน ในสายงานพยาบาลวิชาชีพ จึงสามารถปรับปรุงกำหนดตำแหนงของขาราชการผูมีผลสัมฤทธิ์สูง
ไดถึงระดับชำนาญการพิเศษ โดยกรมไดทำกรอบสั่งสมประสบการณเพื่อพัฒนาขาราชการผูมีผลสัมฤทธิ์สูง
มรี ะยะเวลา 2 – 10 ป
สำหรับสหสาขาวิชาชีพที่เฉพาะทางกับภารกิจหลัก กรมการแพทยไดตระหนักถึงความสำคัญ
กบั องคความรู ทักษะ และประสบการณข องนักวิชาการผเู ช่ียวชาญท่กี ำลงั จะปลดเกษียณ ดังน้ัน ในป 2559
เปนตนมา จึงไดดำเนินการโครงการถอดรหัสนักวิชาการและการออกแบบแผนพัฒนานักวิชาการรุน ใหม
ใน 5 สาขา คือ นายแพทย ทันตแพทย พยาบาลวิชาชีพ เภสัชกร และนักวิทยาศาสตรการแพทย
เพื่อถอดรหัสคุณลักษณะของนักวิชาการกรมการแพทยที่มีผลงานโดดเดนเปนที่ยอมรับในระดับประเทศ
และระดบั นานาชาติ และหานักวชิ าการผูทดแทน คนหาชองวา งในการพัฒนา (Development Gap) เสนอ
แนวทางการพัฒนาบุคลากร ปจ จยั เกื้อหนุนขององคการในการพัฒนานักวิชาการรุนใหม ทำใหกรมมีผูสืบ
ทอดทกั ษะ องคค วามรู และประสบการณในสายงานหลักอยา งตอ เนื่อง
ทกุ ลมหายใจท่ไี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 38
ดังนั้น การบริหารทรัพยากรบุคคล จึงเปนหัวใจหลักของกรมการแพทยที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ
องคการอยางเปนระบบและยง่ั ยนื ตามความตอ งการ “คนดี คนเกง คนกรมการแพทย” สูค วามสำเร็จดานการ
บริหารทรัพยากรบุคคล ใน 5 มิติ คือ 1) ความสอดคลองเชิงยุทธศาสตร 2) ประสิทธิภาพของการบริหาร
ทรัพยากรบุคคล 3) ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล 4) ความพรอ มรับผิดดานการบริหารทรัพยากร
บคุ คล 5) คุณภาพชีวิตและความสมดุลของชวี ิตการทำงาน ภายใตน โยบายปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดาน (DMS
Reforms) ในดาน HR Transformative เปนสำคัญ
ภาพที่ 5.7 ความสำเร็จดานการบริหารทรพั ยากรบุคคล
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 39
สว นท่ี 3 : หมวด 7 ผลลพั ธก ารดำเนนิ การ
7.1 ผลลพั ธดา นประสิทธิผลและการบรรลุพนั ธกิจ
กรมการแพทยมีภารกิจในการศึกษา วิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรูและเทคโนโลยีทางการ
แพทยที่เหมาะสม การเพิ่มพูนความรูและทักษะการปฏิบัติงานแกบุคลากรทางการแพทยเฉพาะทางที่มี
คุณภาพ ใหบรกิ ารทางการแพทยเ ฉพาะดานหรือในระดับตติยภมู ิท่ียุงยากซับซอ นอยา งไดมาตรฐานเพื่อให
ผูรับบรกิ ารพงึ พอใจ โดยมผี ลลพั ธดังนี้
ทุกลมหายใจทไี่ ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 40
7.2 ผลลัพธด านการใหค วามสำคัญผูรับบรกิ ารและผูม สี วนไดส วนเสีย
กรมการแพทยประเมินความพึงพอใจและความผกู พันของผูรับบรกิ ารและผูมีสวนไดส วนเสียเพื่อให
สามารถรับฟง เรยี นรคู วามตองการความคาดหวังไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยมผี ลลัพธดงั นี้
7.3 ผลลัพธด านการมงุ เนนบุคลากร
กรมการแพทยใหความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษยและการบริหารจัดการทรัพยากร
มนษุ ย ถือวา เปนงานที่ทกุ คนมสี ว นเกย่ี วของดวยเสมอ โดยมผี ลลัพธ ดังน้ี
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 41
7.4 ผลลัพธดานการนำองคก ารและการกำกบั ดูแล
ผูบริหารระดบั สูงเปน ผูทีย่ ดึ มั่นในการดำเนนิ ภารกิจอยางมีธรรมาภิบาล ผานระบบการนำองคการ
รวมทัง้ วางระบบการกำกับดูแลองคก ารที่ดี เพื่อสรางความเชื่อมั่นภาพลักษณ และสรางความผาสุกใหกับ
สังคมและประเทศชาตติ อไป
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 42
7.5 ผลลพั ธดา นงบประมาณ การเงิน และการเตบิ โต
ผูบริหารกรมไดใหความสำคัญกับการติดตามการใชงบประมาณ โดยมีการ รายงาน
ผานประชมุ กรมทุกเดอื น ท้ังน้เี พือ่ ควบคมุ กำกบั คาใชจ า ยใหเ ปนไปตามแผน และเกิดความคมุ คา
7.6 ผลลพั ธดานประสิทธิผลของกระบวนการและการจัดการหวงโซอ ปุ ทาน
กรมการแพทยไดใหค วามสำคญั กับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยมีการกำหนดตัวชี้วดั ทั้งใน
กระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน และมีการติดตามผลการดำเนินการอยางตอเนื่องเพื่อนำมา
พัฒนาปรบั ปรุงการดำเนินงาน ควบคูกับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลตามเกณฑก ารประเมินของสถาบัน
รับรองคณุ ภาพสถานพยาบาล
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 43
อภธิ านศัพท
1. กลุมมะเร็ง 7+1 หมายถึง โรงพยาบาลมะเร็งในสวนภูมิภาค 7 โรงพยาบาล (โรงพยาบาลมะเรง็ ลำปาง
โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี โรงพยาบาล
มหาวชิราลงกรณธัญบุรี โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎรธานี) และสถาบันมะเร็ง
แหง ชาติ
2. กลุมยาเสพติด 6+1 หมายถึง โรงพยาบาลธัญญารักษในสวนภูมิภาค 6 โรงพยาบาล (โรงพยาบาล
ธญั ญารักษเชียงใหม โรงพยาบาลธญั ญารักษแ มฮองสอน โรงพยาบาลธัญญารักษข อนแกน โรงพยาบาล
ธญั ญารักษอุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษสงขลา โรงพยาบาลธัญญารักษปตตานี) และสถาบันบำบัด
และฟนฟผู ูตดิ ยาเสพตดิ แหงชาติบรมราชชนนี
3. CR 5G DNA หมายถงึ กลุมโรงพยาบาลทั่วไป ไดแก โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ
(วัดไรข งิ ) โรงพยาบาลสงฆ โรงพยาบาลนพรตั นราชธานี สถาบันสุขภาพเด็กแหงชาติมหาราชินี
4. การผาตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery : ODS) หมายถึง การรับผูปวยเขามารับการรักษา
ดวยการผาตัดที่ไดม ีการเตรียมการไวกอนแลว และใหผูปว ยกลับบานในวนั เดียวกันกับวันทีเ่ ขารับการ
รักษา หรอื อยูในโรงพยาบาลไมเ กนิ 24 ชั่วโมง
5. การใหบริการทางการแพทยวิถีใหม (New normal medical services) หมายถึง การพัฒนารูปแบบ
ระบบบริการทางการแพทยแบบใหม เพื่อใหบริการภายใตสถานการณการแพรระบาดของโรคไวรัส
โคโรนา (COVID-19)
6. ความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) หมายถึงความสามารถและทกั ษะในการเขาถึงขอมูล ความรู
ความเขาใจ เพื่อวิเคราะห ประเมินการปฏิบัติ และจัดการตนเอง รวมทั้งสามารถชี้แนะเรื่องสุขภาพ
สวนบุคคล ครอบครัว และชมุ ชน เพื่อสขุ ภาพทีด่ ี
7. ดัชนีประสิทธิภาพทางสาธารณสุข (Health-Efficiency Index) หมายถึง การประเมินดัชนีชี้วัด
ประสทิ ธภิ าพระบบรกั ษาสขุ ภาพ จากอายุคาดเฉลี่ยและคา ใชจ ายในดานการแพทยของแตละประเทศ
8. มาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) หมายถึง กลไกกระตุนใหเกิดการพัฒนาระบบงานภายใน
โรงพยาบาลทั้งองคกรอยางตอเนื่องในดานมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ การปองกันและจัดการ
ความเสี่ยง การทำงานเปนทีม การนำองคกรที่มีประสิทธิภาพ เนนผูปวยเปนศูนยกลาง รับรองโดย
สถาบนั รับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องคก ารมหาชน) หรือ สรพ.
9. ระบบ DMS Health KPI Digital คอื ระบบบรู ณาการตดิ ตามตัวช้วี ดั ทส่ี ำคัญ
10.ร ะ บ บ eMENSCR (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and
Country Reform) คอื ระบบติดตามและประเมนิ ผลแหง ชาติ
11. ระบบ E-PA คือ ระบบรายงานผลคำรับรองการปฏิบัติราชการอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานในสังกัด
กรมการแพทย
12. ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) คือ ระบบทรัพยากรกรมการแพทย
13. ระบบ MIS คอื ระบบฐานขอมูลสำหรับผบู รหิ ารกรมการแพทย
14. ร ะ บ บ PBMS (Planning and Budget Management System) คื อ ระ บ บ ก า ร ก ำ ก ับ ติ ด ต า ม
ความกา วหนาของแผนงาน/โครงการ และงบประมาณ ของกรมการแพทย
15. ระบบ SMS (Strategic Management System) คือ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารยุทธศาสตร
ดานสุขภาพ
ทุกลมหายใจทไี่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 44
16. ศูนยการแพทยแมนยำ (Precision Medicine) หมายถึง การดูแลรักษา และการเลือกใชยา
ทีม่ ีประสิทธภิ าพมากที่สุด มีภาวะแทรกซอนนอยที่สุดและลดอัตราการเปนซ้ำ บนพื้นฐานพันธุกรรม
แตละบคุ คล
17. สังคมผูสูงอายุ (Aging Society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปขึ้นไปมากกวา
รอ ยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ หรอื มปี ระชากรอายุตัง้ แต 65 ปม ากกวา รอ ยละ 7 ของประชากร
ท้ังประเทศ
18. หองฉุกเฉินคุณภาพ หมายถึง หองฉุกเฉินที่มีมาตรฐาน ใหการรักษาพยาบาลผูเจ็บปวยวิกฤตฉุกเฉิน
อยางทันเวลา ปลอดภัยและประทับใจ โดยเนนใน 3 มิติ คือ พัฒนาระบบบริการที่มีมาตรฐาน
พฒั นาระบบสนบั สนนุ ทมี่ มี าตรฐาน การพฒั นาและธำรงรักษากำลังคน
19. องคการอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) เปนทบวงการชำนาญพ ิเ ศษ
ของสหประชาชาติ ซึง่ รับผดิ ชอบการประสานงานดา นสาธารณสุขระหวางประเทศ
20. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Health Adjusted Life Expectancy : HALE) หมายถึง การมีชีวิต
ยืนยาวรวมกับการมคี ณุ ภาพชีวติ ดานสุขภาพทด่ี ี
21. AAR (After Action Review) การทบทวนหลังปฏิบัติงาน หมายถึง เทคนิค/วิธีการ/ขั้นตอนหน่ึง
ในการทำงานที่ใชในการทบทวนวิธีการทำงาน ทั้งดานความสำเร็จและปญหาที่เกิดขึ้น ทำใหเกิดการ
แลกเปลีย่ นเรียนรูประสบการณก ารทำงาน เพื่อปรบั ปรุงการทำงานใหดีขึ้นอยางเปนระบบ โดยคงไวซ่งึ
วธิ ีการที่ดีอยูแลว และแกปญหาที่เคยเกิดขึ้นเพื่อปองกันการเกิดซ้ำ รวมทัง้ มีการบันทึก/ถอดบทเรียน
ทไ่ี ดรับเพอ่ื ใชเ ปนขอมูล/ความรูในการทำงานครงั้ ตอ ๆ ไป
22. Burden of Disease หมายถึง เคร่ืองชี้วัดภาระโรคทแ่ี สดงดวยจำนวนปส มบูรณทป่ี รับดวยความพกิ าร
(DALYs: Disability-Adjusted Life Years) อันประกอบดวยสองสวนดวยกัน คือ จำนวนปที่สูญเสีย
จากการตายกอนวัยอันควร (YLLs: Years of Life Lost) และจำนวนปที่อยูดวยความพิการ (YLDs:
Years Lost due to Disability)
23. Central Division หมายถึง หนวยงานสนับสนุนที่ตั้งอยูภายในสวนกลางกรมการแพทย จำนวน
12 หนว ยงาน
24. Center of Excellence (CoE 15 ดาน) หมายถึง ศูนยความเปนเลิศทางการแพทยจำนวน 15 ดาน
ตามกฎกระทรวง ไดแก ดานอาชีวเวชศาสตรและเวชศาสตรสิ่งแวดลอม ดานจักษุวิทยา ดานโสต ศอ
นาสิก ดานขอและกระดูก ดานพระภิกษุและสามเณร ดานทันตกรรม ดานการบำบัดรักษาและฟนฟู
สมรรถภาพในกลุมผูตดิ ยาและสารเสพติด ดา นระบบประสาท ดานพยาธวิ ทิ ยา ดานโรคมะเรง็ ดานโรค
ทรวงอก ดานโรคผิวหนัง ดา นเวชศาสตรผ สู ูงอายุ ดา นฟน ฟูสมรรถภาพทางการแพทย ดานโรคเดก็
25. Chronic Care Model หมายถึง รปู แบบการดูแลผูปว ยโรคเรอื้ รัง
26. CoE 7 Component หมายถึง แนวทางการพัฒนาความเปน เลิศของโรงพยาบาล/สถาบันสูความเปน
เลิศทางการแพทย (Center of Excellence) ใหมีความครอบคลุม 7 องคประกอบ คือ 1. การบริการ
ระดับตติยภูมิและสูงกวา (Super Tertiary Care) 2. การรับสงตอ (Referral Center) 3. การวิจยั และ
พ ั ฒ น า ( Research and Development Center) 4. ก า ร พ ั ฒ น า บ ุ คล า ก ร ( Training Center)
5. การเปนศูนยอ างอิงวิชาการแพทย (Reference Center) 6. การเปนองคกรระดับชาติและนำเสนอ
ขอเสนอเชิงนโยบาย (National Body and Policy Advocacy) 7. การมีเครือขายวิช า การ
(Networking)
27. Comprehensive Approach หมายถึง ระบบการดูแลอยา งครบวงจร
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 45
28. DMS Co- Creation หมายถึง กรมการแพทยทั้งสวนกลางและสว นภูมิภาค รวมคนหาปญหา รวมคิด
รวมทำ รวมรับผิดชอบ ทั้งในดานวิชาการและบริการระหวางกรมการแพทยกับเขตสุขภาพในพื้นที
(เขตสขุ ภาพท่ี 1 – 12 และเขตสุขภาพท่ี 13 กรุงเทพมหานคร)
29. DMS ECOSYSTEM หมายถึง ระบบนิเวศกรมการแพทย การปรับตัวใหเขากับการเปลี่ยนแปลงทาง
เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีที่ทนั สมัย และการใหบริการที่ตอบสนองความตองการของผูรบั บริการและ
ผมู ีสวนไดส ว นเสยี
30. DMS The Best of The Best หมายถึง การพัฒนาความเปน เลิศของกรมการแพทย
31. DMS The Best for The Most หมายถึง การผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายความเชี่ยวชาญ
ของกรมการแพทยส ูเขตสุขภาพกอใหเกิดประโยชนส ูงสดุ แกป ระชาชนท้ังประเทศ
32. DMS 4 Reforms หมายถึง การปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดาน ไดแก 1. Agenda Reform 2. Area
Reform 3. Function Reform 4. System Reform
33. HAPPY DMS คือ กรมการแพทยเ ปน องคก ารแหง ความสุข
34. Hospital Based to Personal Based หมายถึง การเปลี่ยนจากผูปวยจะตองเดินทางไปโรงพยาบาล
เปน การดูแลรบั บรกิ ารสุขภาพไดท่ีบา น แตยงั สามารถมสี ุขภาพทีด่ ไี ด
35. JCI (Joint Commission International) คือ การประเมินรับรองสถานพยาบาล มุงเนนคุณภาพการ
ใหบ ริการทสี่ อดคลอ งกบั มาตรฐานสากลและตรวจสอบได และความปลอดภยั ของผปู วยและผรู ับบริการ
โดย JCI อยูในการกำกบั ดูแลของ The Joint Commission ซง่ึ เปน สถาบนั ของสหรัฐอเมริกาที่ไดรับการ
ยอมรับในระดบั สากล
36. MOPHDMS หมายถึง คานิยมกรมการแพทย 7 ขอ ไดแก
M : Mastery เปน นายตนเอง
O : Originality เรง สรางสิ่งใหม
P : People Centered ใสใจประชาชน
H : Humility ถอมตนออนนอม
D : Determination For The Nation พรอมนำระดบั ชาติ
M : Moving Together สามารถไปดวยกัน
S : Specialist มงุ มน่ั สคู วามเปนเลิศ
37. National Reference Center หมายถึง การเปน ศนู ยอ า งองิ ขอ มลู ระดบั ชาติ
38. NCDs (Non-communicable diseases) หมายถึง กลุม โรคไมติดตอเรื้อรงั ไมไดเ กิดจากเชื้อโรคและ
ไมสามารถแพรกระจายจากคนสูคนได แตเ ปนโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมี
การดำเนินโรคอยา งชา ๆ คอยๆ สะสมอาการอยางตอ เนือ่ ง และเมือ่ มีอาการของโรคแลวมักจะเกิดการ
เรอ้ื รงั ของโรคดวย
39. R2R (Routine to Research) หมายถงึ การพัฒนางานประจำสูง านวิจยั ผลลพั ธข อง R2R ไมไดมุงหวัง
เพียงแคไดผลงานวิจัยเทานั้น แตมีเปาหมายที่จะนำผลงานวิจัย R2R ไปใชพัฒนางานประจำ
มี 4 องคป ระกอบ ดังน้ี
1. โจทยวจิ ัย R2R : ตองมาจากปญหาหนางานจากงานประจำท่ที ำกันอยูและตองการพฒั นาใหดขี ึ้น
2. ผวู จิ ยั : ตอ งเปน ผทู ำงานประจำน้ันเอง และตอ งทำหนาทหี่ ลกั ในการวิจัยดว ย
3. ผลลัพธของงานวิจัย : ตองวัดผลไดจากตวั ผูรับบริการจากเรา หรอื ผูปว ยโดยตรง เชน ดานการ
ทำงานบริการจะชวยลดขั้นตอนการทำงาน การบริการดีขึน้ , แกปญหาภาระงานที่ทำอยูได สวน
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 46
ดานการดูแลผูปวย ผลการรักษาจะดีขึ้น, ภาวะแทรกซอนหรือระยะเวลาในการพักรักษาตัวท่ี
โรงพยาบาลลดลง เปนตน
4. การนำผลการวิจัยไปใช : สามารถนำไปปรับปรุงการทำงานและการบรกิ ารใหดีขึ้นในบริบทของ
แตล ะองคก ร
40. Seamless Comprehensive Health Care หมายถึง ประชาชนไดรับการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร
อยา งไรรอยตอ
41. SDGs (Sustainable Development Goals) หมายถงึ การจดั ทำเปา หมายการพัฒนาท่ีย่งั ยนื
42. Service Plan หมายถงึ การพฒั นาระบบบรกิ ารสุขภาพ ในเขตสขุ ภาพท่ี 1 – 12 และเขตสุขภาพที่ 13
กรงุ เทพมหานคร
43. Service System Mapping หมายถงึ การวางระบบสุขภาพ
44. Smart Hospital หมายถึง โรงพยาบาลภาครัฐ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีการประยุกตใช
เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการจัดบริการภายในโรงพยาบาล ลดขั้นตอนการปฏิบัติ และเพื่อ
ความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัย และทันสมัยอยางเปนมิตร
ตอ สง่ิ แวดลอ ม
45. THM : Thursday Meeting หมายถึง การประชุมประจำสัปดาหทุกวันพฤหัสบดีของผูบริหารและ
ผูอ ำนวยการของหนวยงานสนับสนุนทตี่ ง้ั อยภู ายในสวนกลาง กรมการแพทย
46. UHOSNET คือ เครอื ขา ยโรงพยาบาลของกลุมสถาบันแพทยศาสตรแ หงประเทศไทย
47. Universal precautions หมายถึง การระมัดระวังปองกันตนเองของบุคลากรทุกคนใหปลอดภัย
จาก การติดเชื้อทีอ่ าจติดตอทางเลือด และสารน้ำจากรางกาย (blood and body fluids) ของผูปวย
ทุกรายเหมือนกนั โดยไมต องมีการตรวจเลือดผูป ว ยวา ตดิ เชื้อหรือไม
48. Value Based Medical Services หมายถึง การใหบริการทางการแพทยที่เปนเลิศ มีคุณคา
ตอ ประชาชน