รายงานผลการดำเนินการพัฒนาองคการ
ประจำปงบประมาณพ.ศ.2563
หมวด2ดานการวางแผนยทุธศาสตรและ
การสือ่สารนำไปสูการปฏิบัติ
ทุกลมหายใจทไ่ี ด้คนื มา มคี า่ มากเกนิ กว่าคำชื่นชม 1
คำนำ
ตามที่ สำนักงาน ก.พ.ร. ส่งเสริมให้ส่วนราชการดำเนินการพัฒนาองคก์ ารตามเกณฑ์คณุ ภาพ
การบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อสร้างความพึงพอใจ ตลอดจนความเชื่อถือไว้วางใจในการทำงานของภาครัฐ
พัฒนาไปสู่องค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง และการปรับตัวอย่างสมดุลในการทำงานระหว่างภาครัฐ
กับภาคส่วนอื่น ๆ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันของภาคราชการและระดับประเทศ การสร้าง
คุณูปการต่อสังคม การใช้ประโยชน์ของข้อมูลสารสนเทศของส่วนราชการ การจัดการกระบวนการ
และนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อความสำเร็จของการบริหารจัดการองค์การอย่างยั่งยนื
ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อเป้าหมายของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมอื งที่ดี พ.ศ. 2546 และทแ่ี ก้ไขเพิม่ เติม พ.ศ. 2562 รวมทงั้ จดั ใหม้ กี ารมอบรางวลั คุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ส่วนราชการพัฒนา
คณุ ภาพการบรหิ ารจัดการอย่างต่อเนื่องและยง่ั ยนื
กรมการแพทย์ ได้นำเกณฑค์ ุณภาพดังกล่าวมาเปน็ เครื่องมอื ในการพฒั นาระบบบรหิ ารจัดการ
ของกรมอย่างต่อเนือ่ ง โดยในปี พ.ศ. 2556 ไดร้ ับการรับรองคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐ ระดับพนื้ ฐาน
(Certified FL) ในปี พ.ศ. 2559 ได้รบั การรับรองคุณภาพการบริหารจัดการภาครฐั ระดบั พ้ืนฐาน ฉบับที่ 2
(Certified FL Version 2) และในปี พ.ศ. 2563 ได้รับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 1
ดา้ นการนำองค์การและความรับผดิ ชอบต่อสงั คม และหมวด 6 ด้านกระบวนการคุณภาพและนวตั กรรม
เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพขององค์การ และเป็นแรงกระตุ้นให้บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจ
ในการร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงานจนบรรลุเป้าหมาย และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
การบรหิ ารจัดการกรมการแพทย์ จะเป็นทป่ี ระจกั ษ์ตอ่ คณะกรรมการและเปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิทดี่ ตี ่อไป
กรมการแพทย์
31 มนี าคม 2564
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 1
สารบญั
สวนที่ 1 ลกั ษณะสำคญั ขององคก าร หนา
สว นที่ 2 การดำเนนิ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจดั การภาครฐั 1
สว นที่ 2-1 การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การอยางตอเนอ่ื งตามเกณฑร ะดับพื้นฐาน 8
หมวด 1 การนำองคการ 11
หมวด 3 การใหความสำคญั กบั ผูรับบรกิ ารและผูมสี ว นไดสว นเสีย 14
หมวด 4 การวดั การวิเคราะห และการจดั การความรู 17
หมวด 5 การมุงเนน บุคลากร 21
หมวด 6 การมงุ เนนระบบการปฏบิ ัติ
24
สว นที่ 2-2 การดำเนนิ การท่ีโดดเดน รายหมวด 38
หมวด 2 การวางแผนเชงิ ยทุ ธศาสตร 42
สว นท่ี 3 ผลลพั ธการดำเนินการ
อภิธานศพั ท
ทุกลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 1
สวนที่ 1 ลกั ษณะสำคญั ขององคการ
กรมการแพทยเปนกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามกฎกระทรวงแบงสวนราชการ
กรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2562 มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาการดา นการบำบัดรักษา
และฟนฟูสมรรถภาพทางการแพทยฝายกาย โดยมีการศึกษา วิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรู
และเทคโนโลยีทางการแพทยที่เหมาะสม การเพิ่มพูนความรูและทักษะการปฏิบัติงานแกบุคลากรทาง
การแพทยเ ฉพาะทางที่มีคุณภาพ ใหบ รกิ ารทางการแพทยเฉพาะดาน หรอื ในระดบั ตติยภมู ิที่ยุงยากซับซอน
อยางไดมาตรฐานเพื่อใหผูรับบริการพึงพอใจ มีสถานบริการสุขภาพเฉพาะโรคระดับตติยภูมิในสังกัด
ที่กระจายอยูในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นท่ีทุกภาคของประเทศไทย เปดใหบริการทกุ วันตลอด
24 ช่ัวโมง เพ่อื รองรับการสงตอ ผปู ว ยเฉพาะโรคระดับตติยภูมจิ ากสถานบริการสุขภาพทั้งในและนอกสังกัด
กรม โดยใหบริการการรักษาที่ความรวดเร็วและมีประสิทธภิ าพตามมาตรฐาน HA มีวิสัยทัศนระยะ 20 ป
คือ “ประชาชนสุขภาพดีไดรับบริการทางการแพทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพอยางเสมอภาค
การแพทยไทยเปน 1 ใน 3 ของเอเชีย” โดยมีเปา ประสงคสูงสุดคือการเห็นประชาชนสุขภาพดี เจาหนาที่
มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน จากภารกิจ วิสัยทัศน และเปาประสงคนำไปสูการวิเคราะหความสำคัญ
เชิงเปรียบเทียบเพื่อนำไปสูการออกแบบกระบวนการทำงานทั้งระบบใหตอบสนองตอความตองการ
ของประชาชนและประเทศชาติ ดังภาพ
ภาพที่ P- 1 ความเชือ่ มโยงของทิศทางองคก ารและระบบงาน
ภาพที่ P- 2 การวเิ คราะหค วามเช่อื มโยงของทิศทางองคก าร ระบบงาน ผรู บั บริการ และความสำคญั เชงิ เปรยี บเทียบ
ทกุ ลมหายใจท่ไี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 2
บคุ ลากรของกรมการแพทยมีจำนวนทั้งสิ้น 18,084 คน เปนขาราชการจำนวน 9,400 คน คิดเปน
รอยละ 51.98 ประกอบดวย 2 สายงาน คือ 1) สายงานหลักไดแก แพทย ทันตแพทย เภสัชกร พยาบาล
นักวิชาการสาธารณสุข นักกายภาพบำบัด ฯลฯ จำนวน 8,652 คน คิดเปนรอยละ 92.04 2) สายงาน
สนับสนุน ไดแก นักวิเคราะหนโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการเงินและบัญชี นักสังคม
สงเคราะห ฯลฯ จำนวน 748 คน คดิ เปน รอ ยละ 7.96 ลกู จางประจำ จำนวน 944 คน คดิ เปนรอ ยละ 5.22
พนักงานราชการจำนวน 899 คน คิดเปนรอยละ 4.97 และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 6,841
คน คิดเปน รอ ยละ 37.83
การศึกษาของบุคลากร กลุมขาราชการสว นใหญอยูในระดับปริญญาตรีจำนวน 7,450 คน คิดเปน
รอยละ 79.26 รองลงมาคือระดับปริญญาเอกจำนวน 1,011 คน คิดเปนรอยละ 10.76 ระดับปริญญาโท
จำนวน 555 คน คิดเปนรอยละ 5.90 และต่ำกวาระดับปริญญาตรีจำนวน 384 คน คิดเปนรอยละ 4.09
กลุมลูกจางประจำสวนใหญอยูในระดับต่ำกวาปริญญาตรีจำนวน 577 คน คิดเปนรอยละ 61.12
และระดับปริญญาตรีจำนวน 367 คน คิดเปนรอยละ 38.88 กลุมพนักงานราชการสวนใหญอยูในระดับ
ปริญญาตรีจำนวน 527 คน คิดเปนรอยละ 58.62 รองลงมาคือต่ำกวาระดับปริญญาตรีจำนวน 359 คน
คิดเปนรอยละ 39.93 และระดับปริญญาโทจำนวน 13 คน คิดเปนรอยละ 1.45 กลุมพนักงานกระทรวง
สาธารณสุข สว นใหญอยูในระดับต่ำกวาระดบั ปริญญาตรจี ำนวน 5,397 คน คดิ เปน รอยละ 78.89 รองลงมา
คือระดับปริญญาตรีจำนวน 1,432 คน คิดเปนรอ ยละ 20.93 ระดับปริญญาโทจำนวน 11 คน คิดเปนรอ ย
ละ 0.16 และระดบั ปรญิ ญาเอกจำนวน 1 คน คิดเปนรอยละ 0.01
ภาพท่ี P-3 บุคลากร
โครงสรา งอายุของบุคลากร กลมุ ขา ราชการอายุตวั เฉลี่ย 32 ป อายงุ านเฉลี่ย 14 ป กลมุ ลกู จางประจำ
อายุตัวเฉลี่ย 55 ป อายุงานเฉลี่ย 28 ป กลุมพนักงานราชการอายุตัวเฉลี่ย 38 ป อายุงานเฉลี่ย 4 ป
และกลมุ พนกั งานกระทรวงสาธารณสุขอายุตวั เฉลีย่ 35 ป อายุงานเฉลี่ย 3 ป
ปจจัยที่ทำใหบคุ ลากรผูกพัน สำหรับขาราชการปจ จัยที่สำคัญคือการแตงตั้งโยกยายที่เปนธรรม
และความกาวหนาในอาชีพ สำหรับลูกจางประจำคือการมีสวัสดิการหลงั เกษียณอายุราชการที่เหมาะสม
พนักงานราชการคือการมีสวัสดิการและเงินเดือนที่เหมาะสม และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข
คือคา จา งและผลตอบแทนทเ่ี ปนธรรม
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 3
เนือ่ งจากกรมการแพทยม ีภารกิจตามกฎกระทรวงในการรักษาระดับตติยภมู ิดังนี้ จึงไดมีการจัดทำ
ขอกำหนดของแพทยและพยาบาลผูเชี่ยวชาญเฉพาะทาง คือตองมีวุฒิบัตร/อนุมัติบัตรเพื่อแสดงความรู
ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขา /อนุสาขา จากสมาคมวิชาชีพหรือสภาวิชาชีพ
เชน วุฒิบัตรสาขาประสาท ศัลยศาสตร อายุรศาสตร ออโธปดิกส ฯลฯ ขอกำหนดการปฏิบัติงาน
ดานสุขภาพ ความปลอดภยั ในโรงพยาบาล เชน เจาหนา ท่ีรังสี ตองสวมใสอปุ กรณปองกันอนั ตรายจากรงั สี
เชน เสื้อตะกั่ว แวนตากนั รังสี และติดตามวัดปริมาณรังสขี องบุคลากรทีป่ ฏิบัติหนาที่ทุกเดือน หากพบวา
ปรมิ าณรงั สสี งู กวาคา มาตรฐาน ตอ งมีการหมุนเวียนเจาหนา ที่ สำหรบั เจา หนาท่ที ี่ปฏิบัติการในหองแยกโรค
หอ งตดิ เช้ือ ตองสวมอุปกรณปอ งกันตนเองตามมาตรฐาน Universal Precaution มีการตรวจสุขภาพทกุ ป
และมกี ารสบั เปลีย่ นหมนุ เวียนงาน (Rotation) เปน ตน
กรมการแพทยมสี นิ ทรพั ยท สี่ ำคัญ ไดแก อาคารสถานที่ สนิ ทรัพยทางปญ ญา อปุ กรณแ ละเคร่ืองมือ
ทางการแพทย เทคโนโลยีระบบสารสนเทศทางการแพทย ที่มีศักยภาพสูง ทันสมัย ระบบสนับสนุน
และสิ่งอำนวยความสะดวกตาง ๆ ที่ชว ยใหบุคลากรปฏิบัติงานอยางมีประสิทธิภาพและเกิดความคลองตัว
ในการใหบ รกิ ารทางการแพทยเ ฉพาะทาง ดังภาพ
ภาพที่ P- 4 สินทรพั ย
กรมการแพทยดำเนนิ งานภายใตก ฎหมาย ระเบียบ และขอบังคบั ท่ีสำคญั ดงั ภาพ
ภาพท่ี P-5 กฎหมาย ระเบยี บ ขอบงั คบั
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 4
กรมการแพทยประกอบดวย 45 หนวยงาน แบงเปนหนวยงานที่ขึ้นตรงกับอธิบดีจำนวน 2
หนวยงาน หนวยงานสวนกลางจำนวน 6 หนวยงาน หนวยงานจัดตั้งภายในจำนวน 4 หนวยงาน
โรงพยาบาล/สถาบนั เฉพาะทางจำนวน 16 หนวยงาน และโรงพยาบาลในสว นภูมิภาคจำนวน 17 หนว ยงาน
ตลอดระยะเวลาที่ผานมากรมไดกำหนดใหโรงพยาบาล/สถาบัน พัฒนาศูนยความเปนเลิศทางการแพทย
จำนวน 15 ดา น ตามกฎกระทรวง ไดแก ดานอาชีวเวชศาสตรแ ละเวชศาสตรสิ่งแวดลอม ดานจักษุวิทยา
ดานโสต ศอ นาสิก ดานขอและกระดูก ดานพระภิกษุและสามเณร ดานทันตกรรม ดานการบำบัดรักษา
และฟนฟูสมรรถภาพในกลุมผูติดยาและสารเสพติด ดานระบบประสาท ดานพยาธิวิทยา ดานโรคมะเร็ง
ดานโรคทรวงอก ดานโรคผวิ หนงั ดานเวชศาสตรผ สู ูงอายุ ดา นฟน ฟสู มรรถภาพทางการแพทย ดานโรคเด็ก
โดยหนึ่งหนวยงานสามารถพัฒนาไดม ากกวา หนึง่ สาขา
การกำกับดูแลองคการที่ดีถือเปนปจจัยหนึ่งที่ทางกรมการแพทยใหความสำคัญ เพราะเปนสวน
ที่จะชวยทำใหองคก ารมีระบบการบรหิ ารและการจัดการที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการเปดเผยขอมูลที่โปรงใส
และมีผลการปฏิบัติงานที่เปนมาตรฐาน เพื่อสงเสริมประสิทธิภาพ สรางความสามารถในการแขงขัน
และเพิ่มมูลคาในการดำเนินงานขององคการ ซึ่งจะสรางความพึงพอใจใหแกผูรับบริการและผูมีสวนได
สวนเสียทุกฝาย โดยกรมจัดใหมีโครงสรางและกระบวนการของความสัมพันธร ะหวางหนวยงานภายนอก
ไดแก สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงาน ก.พ.ร. คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล
ภาคราชการ สำนกั งานปองกันและปราบปรามการทจุ รติ แหง ชาตแิ ละกระทรวงสาธารณสุข
กรมการแพทยมีโครงสรางการบริหารราชการสวนกลางจำนวน 6 หนวยงาน มีสถานบริการ
ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ไดแก โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ 5 แหง โรงพยาบาล/สถาบันเฉพาะทาง
11 แหง และโรงพยาบาลเฉพาะทางในสวนภูมิภาค 17 แหง กรมมีการดำเนินการกำกับดูแลตนเองที่ดี
ครบทั้ง 3 ดาน ไดแก 1) ดานความรับผิดชอบตอการปฏิบัติงานของสวนราชการ 2) ดานการเงิน
และการปองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ 3) ดานการรักษาปกปองผลประโยชนของประเทศ
และผูม ีสวนไดสว นเสีย นอกจากน้ีมรี ะบบการกำกับการดำเนินการของกรมหนว ยงานระดับเหนอื กรม ไดแก
สำนกั งาน ก.พ. สำนกั งาน ป.ป.ช. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี กรมบญั ชีกลาง
สำนักงาน ป.ป.ท. คณะกรรมการตรวจสอบและประเมนิ ผลภาคราชการ และกระทรวงสาธารณสขุ ดังภาพ
ภาพที่ P- 6 ระบบการกำกบั ดแู ลและโครงสรา งองคการ
ทกุ ลมหายใจที่ไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 5
กรมการแพทยไดวิเคราะหผูรับบริการจากภารกิจของกรม เพื่อใหตอบสนองความตองการ
และความคาดหวังในแตละกลุมอยางสมดุล รวมทั้งออกแบบวิธีการสงมอบพรอมกับกลไกในการสื่อสาร
ในแตละกลุมใหเหมาะสม โดยผูรับบริการไดแก สถานบรกิ ารสุขภาพ ผูบริหารกระทรวง บุคลากรทางดาน
สุขภาพ และผูปวย/ประชาชน สำหรับผูมีสวนไดสวนเสียไดแก ผูปวยที่ไดรับผลกระทบจากการรักษา
และผูบริหารระดบั กระทรวง ดงั ภาพ
ภาพท่ี P- 7 ผูรับบริการ
กรมการแพทยมีหนวยงานหรือองคการที่เกี่ยวของกันในการใหบริการหรือสงมอบงานตอกัน
เพื่อยกระดับความสามารถการแขงขันของประเทศ ซึ่งตองอาศัยกลไกที่สำคัญในการสื่อสาร และเพื่อให
การดำเนินงานบรรลวุ ัตถุประสงค จำเปน ตองมขี อ กำหนดสำคัญในการปฏบิ ตั งิ าน ดังภาพ
ภาพท่ี P- 8 ตารางแสดงผูส งมอบ พันธมิตร และคูความรวมมอื
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 6
ภาพท่ี P- 9 DMS ECOSYSTEM
จากวิสัยทัศนระยะ 20 ป “ประชาชนสุขภาพดีไดรับบริการทางการแพทยที่มีคุณภาพ
และมาตรฐานวิชาชพี อยางเสมอภาค” นั้น กรมการแพทยจึงไดกำหนดคูเทียบเพื่อการพัฒนาในระยะ 5 ป
คือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต ทั้ง 10 ประเทศ ทั้งในดานของคุณภาพชีวิต ดานอัตราตาย
ดานบุคลากรทางการแพทย และดานคาใชจายในรักษา เพื่อนำมากำหนดเปนความทาทายและความ
ไดเ ปรยี บเชิงยุทธศาสตร ดังภาพ
ภาพท่ี P- 10 ขอ มลู เชิงเปรยี บเทยี บ
จากภาพจะเห็นวาอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาวะของไทยอยูอันดับที่ 3 รวมกับมาเลเซีย และ
เวียดนาม โดยสิงคโปรอยูอ ันดับที่ 1 บรไู นอันดับที่ 2 ดัชนีคณุ ภาพชีวิตไทยอยูอันดับที่ 4 โดยสิงคโปรอยู
อันดับที่ 1 บรูไนอันดับที่ 2 และ มาเลเซียอันดับที่ 3 จำนวนบุคลากรทางการแพทย ทั้งแพทย ทันตแพทย
และพยาบาลของไทยมจี ำนวนตอประชากร 10,000 คน อยอู นั ดบั ท่ี 4 รองจากสิงคโปร บรูไน และมาเลเซีย
ดานคาใชจายในการรักษา สำหรับไทยนับวาเปนประเทศที่มีคาใชจา ยเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพของ
การรักษา ซงึ่ ปจ จัยเหลานีจ้ ะถูกนำเปน สว นหนึง่ ในการจดั แผนยุทธศาสตรข องกรมการแพทยตอ ไป
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 7
จากการวิเคราะหสภาพแวดลอมและผลกระทบของกรมการแพทย ทำใหทราบถึงความทาทาย
เชิงกลยุทธแ ละความไดเ ปรยี บเชงิ กลยทุ ธ สามารถสรุปได ดังภาพ
ดา นพนั ธกิจ ความทาทายเชงิ กลยทุ ธ ความไดเปรียบเชิงกลยุทธ
(SC : Strategic Challenger) (SA : Strategic Advantage)
ดานการปฏบิ ตั กิ าร SC1 อายุคาดเฉล่ียของการมสี ุขภาวะทดี่ ขี องประชาชน SA1 เปนผนู ำทางการแพทยใ นฐานะสถาบนั แหง ชาติ (National
ดานทรพั ยากรบุคคล Institute) หลายสาขา
ดา นสังคม SC2 ระบบการแพทยของไทยเปน 1 ใน 3 ของเอเชีย SA2 เปน แหลงอางองิ (Reference Center) ทเ่ี ออ้ื ตอการยอมรับ
ในฐานะผูเ สนอนโยบายดา นการแพทยแ ละสาธารณสขุ
SC3 การปรบั เปล่ยี น Mindset ของบคุ ลากรในสงั กดั ระดับประเทศ
กรมการแพทย โดยเฉพาะดา น Digital literacy SA3 เปนสถาบนั ผลติ แพทย ฝก อบรมบุคลากรทางการแพทย
ใหพรอมรับกับการเปลี่ยนแปลงดานนโยบายและ เฉพาะทางในหลายสาขาของประเทศไดร ับการยอมรบั
สถานการณตา ง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอก
SA4 บุคลากรมคี วามความเชยี่ วชาญในการรกั ษาทยี่ งุ ยาก
SC4 การสรางความรอบรูดานสุขภาพ (Health ซับซอนเฉพาะโรคเฉพาะทาง ตัง้ แตก ลมุ วยั กลมุ โรค
literacy) ใหแ กประชาชน และมีเทคโนโลยที างการแพทยขัน้ สงู
SC5 การลดการเสพซำ้ ในผปู ว ยยาและสารเสพตดิ รายเดิม SA5 เปน หนว ยงานท่ปี ระชาชนใหความเชอื่ ถือ ยอมรับ ในสงั คม
SC6 การสง เสรมิ สุขภาพผูสงู อายใุ หม ีสุขภาพท่ดี ี
ภาพท่ี P-11 ความทา ทาย และความไดเ ปรยี บเชงิ ยทุ ธศาสตร
จากภารกิจและวิสัยทัศนของกรมการแพทย นำไปสูการออกแบบระบบงานที่มุงเนนการผลิต
องคความรูแ ละมาตรฐานทางการแพทยที่ทันสมัย นาเชื่อถือ สามารถนำไปปฏบิ ัตไิ ดจริง ตลอดจนบรกิ าร
ทางการแพทยที่สามารถตอบสนองความตองการของผูป วยไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต
ระบบงานหลัก 4 ระบบงาน คือ 1) ระบบงานบริการทางการแพทยเฉพาะทาง 2) ระบบงานวิจัยและ
ประเมินเทคโนโลยี และ 3) ระบบงานถายทอดองคความรูและพัฒนานโยบายการแพทยและสาธารณสุข
และ 4) ระบบงานพัฒนาวิชาการ มาตรฐาน นวัตกรรม ถายทอดและจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
ทางการแพทย โดยไดนำแนวคิด PDCA มาใชในการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการทำงานของกรม
อยางตอเนื่อง มีการบูรณาการกับเครือ่ งมือสมัยใหม อาทิ R2R RM BSC CQI QA AAR และมาตรฐาน HA
ISO JCI Green and Clean เพื่อใหเกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เกิดการสรางผลผลิตและนวัตกรรม
ในการปฏิบัติงานใหม ๆ
กรมการแพทยตระหนักถึงความสำคัญของพันธกิจหนาที่ตามกฎหมาย ที่ตองสราง
บรรยากาศการเรียนรูของบุคลากร โดยใชแนวทางการจัดการความรู 7 ขั้นตอน ของสำนักงาน ก.พ.ร.
เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะทางการแพทยเฉพาะทางอยูตลอดเวลา โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรูกับหนวยงาน
ทั้งภายในและตางประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการถอดบทเรียนองคความรูจากผูเชี่ยวชาญและงานตาง ๆ
ในรูปแบบของตำราและวารสารกรมการแพทย เปน ตน
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 8
สว นที่ 2.1 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การอยางตอ เน่ืองตามเกณฑร ะดับพ้ืนฐาน
หมวด 1 การนำองคก ารและความรับผิดชอบตอสงั คม
ผูบริหารกรมการแพทยทำหนาที่ชี้นำองคการใหดำเนินภารกิจไปในทิศทางเดียวกันเพื่อบรรลุ
เปาหมายที่ตั้งไว มีการกำหนดคานิยมท่ี (P-2) สงเสริมใหเกิดพฤติกรรมที่ดีในการปฏิบัติงานและการใช
ชีวิตประจำวัน ทำใหเกิดการเรียนรูและการพัฒนาองคการอยางยั่งยืน ผานระบบการนำองคการ
ทง้ั 7 กิจกรรม ดงั ภาพ
ภาพที่ 1.1 ระบบการนำองคก าร
ในการสรางสภาพแวดลอมเพื่อใหบริการที่ดีกับผูรับบริการ (P-7) สรางนวัตกรรมนั้น ผูบริหาร
ระดับสูงจะคำนึงถึงผูรับบริการ โดยการนำผลการสำรวจความตองการและความคาดหวัง
ของผูรับบริการ (P-7) มาเปนขอมูลนำเขาในการจัดทำแผนยุทธศาสตรและแผนปฏิรูป
กรมการแพทย (P-8) นอกจากนี้ยังไดกำหนดใหผูรับผิดชอบในสวนที่เกี่ยวในแตละประเด็น
ของการปฏิรูป ตองคน หาความตองการและความคาดหวังของผูรบั บรกิ ารในเชิงลึก (ระดับพนื้ ท)่ี (P-7) เพื่อ
นำมาออกแบบการทำงานต้ังแตต น น้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยกำหนดใหม ีการจัดทำตัวชี้วดั ในทุกระดบั
เพื่อคอยตรวจสอบการทำงานใหมีคุณภาพอยางสม่ำเสมอ จนเกิดเปนพลวัตรในการเรียนรู นำไปสูการ
ปรับปรงุ กระบวนการทำงานอยา งตอเนือ่ ง (P-13) กอ ใหเกดิ นวตั กรรมท้ังในดา นการบริการและดานบริหาร
ใหม ๆ นับเปนการสรางสภาพแวดลอมในการเปนองคการคุณภาพท่ีมุง เนนการสรางและพัฒนานวัตกรรม
ดานการแพทย ดวยการสงเสรมิ สนับสนุน และมีสว นรวมในการแบงปนและถายทอดเรียนรูทั่วทัง้ องคการ
โดยระดับกรมไดใชแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) เปน กรอบในการประเมินคณุ ภาพ ในระดับ
โรงพยาบาล/สถาบัน ใชแ นวทางการประเมินคณุ ภาพสถานพยาบาล (HA) สงผลใหกรมมผี ลการดำเนินงาน
ทด่ี อี ยางตอ เน่ือง
ผูบริหารมีวิธีการถายทอดและสื่อสารที่หลากหลาย ทั่วถึง คลอบคลุม และรวดเร็ว โดยแบง
การสื่อสารออกเปน 2 แนวทาง 1) การสือ่ สารภายใน เปนการสื่อสารระหวางผูบริหารกับบุคลากร (P-3)
2) การส่ือสารภายนอก เปนการสื่อสารระหวางผูบริหารกับผูรับบริการ ผูมีสวนไดสวนเสียและประชาชน
(P-7) โดยมีทง้ั การสอ่ื สารแบบออฟไลนแ ละออนไลน ท้งั ในรปู แบบทางการและไมเปนทางการ ดังตาราง
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 9
ภาพท่ี 1.2 ตารางแสดงการสอ่ื สารเพ่ือสรา งความเขาใจและความผกู พัน
การกำกับดูแลองคการของกรมการแพทยเริ่มจากการปฏิบัติงานภายใตกฎระเบยี บและขอบงั คับ
ของหนวยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ (P-5) เชน สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ
กรมบัญชีกลาง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีคณะกรรมการ
ตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการเปนผูตรวจประเมินผลพรอมทั้งใหขอเสนอแนะในการปรับปรุง
ผลการดำเนินการของกรม (P-13) รวมถึงในดานการรับผิดชอบตางๆ ดังนี้ 1) ดานการปฏิบัติงาน
กรมกำหนดใหจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการในทุกระดับ 2) ดานการเงิน กรมกำหนดแนวทางใหทุก
หนวยงานรายงานผลการเบิกจาย งบประมาณทุกเดือน ในการประชุมผูบริหาร 3) ดานการปองกันการ
ทุจริตและประพฤติมิชอบ กรมไดนำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปรงใสในการดำเนินงาน
ของหนวยงานภาครัฐ (ITA) มาขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งในระดับหนวยงานและในระดับกรม (P-5)
4) ดานความรับผิดชอบตอการนำองคการของผูบริหาร กรมการแพทยภายหลังการปรับโครงสราง (P-6)
อธบิ ดไี ดก ระจายอำนาจไปยงั ผูบรหิ ารแตละระดับ โดยมอบอำนาจใหรองอธบิ ดีแตละทา นดูแลหนวยงานใน
สังกัด และแบงหนาท่ีกำกับ Reform ทั้ง 4 ดาน 5) ดานความรบั ผิดชอบตอ การวางแผนยทุ ธศาสตร กรมได
จัดทำแผนปฏิบัติราชการและแผนปฏิรูปกรมการแพทย ที่มีขอมูลนำเขาจากยุทธศาสตรชาติ แผนแมบท
นโยบายกระทรวง ผลการดำเนินงานที่ผา นมา ความตองการ ความคาดหวัง และความพึงพอใจของบุคลากร
ผูรับบรกิ ารและผูมีสวนไดสวนเสยี ฯลฯ เพื่อใหเกิดความมั่นใจวากรมจะสามารถวางแผนยุทธศาสตรและ
แผนปฏบิ ัติการที่สามารถตอบสนองและแกไขปญหาของทุกกลมุ ไดอยางตรงจดุ และสมดุล
เพ่อื ใหม ่ันใจไดว าการดำเนินงานจะเปนตามเปาหมายทไี่ ดกำหนดไวไดอยางมีประสิทธิภาพประสิทธิผล
โดยการติดตามผลการดำเนินงานของผูบรหิ ารระดับสูง มี 6 ดา น 1) ดา นการปฏริ ูป 2) ดานประเด็นมุงเนน
3) ดานแผนปฏิบัติการ 4) ดานแผนพัฒนาระบบสุขภาพ 5) ดานแผนงานบูรณาการ 6) ดานคำรับรอง
การปฏบิ ตั ริ าชการ ซง่ึ ไดกำหนดใหม ีการติดตามผลการดำเนินงานทุกรอบ 3 6 9 และ 12 เดือน โดยไดน ำระบบ
เทคโนโลยสี ารสนเทศมาชว ยในการจดั เก็บขอมลู ประมวลผล และจัดทำรายงาน โดยขอมูลทีไ่ ดจ ากรายงาน
จะนำไปปรบั ปรุงระบบการทำงาน และจะนำไปพิจารณาเลื่อนขั้นเงนิ เดือน แรงจงู ใจ และการเลอื่ นตำแหนงดวย
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 10
ภาพที่ 1.3 การจดั การโครงสรา งภายในองคก าร
กรมการแพทยไดจดั ทำนโยบายการกำกับดูแลองคการทีด่ ี (P-5) กำหนดแนวทางปฏิบัตเิ รื่องการ
จัดการขยะมีพิษ การจดั การน้ำเสยี ทีเ่ กิดจากการปฏบิ ัติงานในโรงพยาบาล/สถาบัน รวมท้ังยงั ไดกำหนดให
มีมาตรการในการประหยัดดานตาง ๆ ไดแก มาตรการประหยัดน้ำ มาตรการประหยัดพลังงาน (ไฟฟา
น้ำมัน) มาตรการประหยัดกระดาษ โดยแมวากรมจะเกิดความยากลำบากในการลดใชพลังงาน
อันเนื่องมาจากการมหี นวยงานที่เปนโรงพยาบาล/สถาบัน ที่ตองใหบริการรับ-สงตอ และการรกั ษาระดับ
ตติยภูมิ (โรคยุงยากซับซอน) แตก ็พยายามควบคุมเพื่อใหเปนตามเกณฑที่กำหนดไว นอกจากนี้ยังไดม ีการ
กำหนดใหทุกหนวยงานจัดทำคูมอื การใหบริการประชาชน ตามแนวคิด SLA: Service Level Agreement
ในทุกกระบวนการทำงานของกรม เพื่อใหผ ูร ับบรกิ ารและผมู ีสวนไดส ว นเสีย (P-7) ม่ันใจไดว าการปฏิบัติงาน
ในทุกดานของกรมจะเปนไปดวยความเทาเทียม เปนธรรม เชื่อถือได และไดมาตรฐาน โดยมีการกำหนด
ตวั ชี้วัดทส่ี ำคญั แตละดา นและรอบการประเมินไวอยา งเหมาะสม
ในดานการประพฤตปิ ฏิบัติอยา งมีจริยธรรม กรมการแพทยไดก ำหนดแนวทางในการบรหิ ารจัดการ
องคการภายใตหลักธรรมาภิบาล โดยการสงเสริมใหบุคลากรประพฤติปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน
อยางมีจริยธรรม บริหารจัดการหนวยงานใหเปนหนวยงานจริยธรรมที่ดำเนินงานอยางโปรงใส เปนธรรม
และตรวจสอบได เพอ่ื เปนการสงเสริมและสรางความมัน่ ใจวาการปฏบิ ัตกิ ารทุกดานของกรมมีการประพฤติ
ปฏิบัติอยา งมจี ริยธรรม
แมกรมการแพทยจะมีการดำเนินการภายใตความรับผิดชอบตอสังคมและการสนับสนุนชุมชน
ตลอดมา (P-12) แตการดำเนินการก็จะอยูในรูปแบบแตละหนวยงานตางทำกันเอง ทำใหผลงานที่ได
กระจัดกระจาย ขาดความเปนเอกภาพในภาพรวม นอกจากน้ี ดวยสภาพสงั คม วัฒนธรรมและสิ่งแวดลอ มที่
เปลี่ยนแปลงไป ทำใหการดำเนนิ งานของกรมตอ งตระหนกั ถึงความรับผิดชอบตอสังคม (P-12) ที่เพิ่มมาก
ข้นึ กรมจึงใหแนวทางกบั หนวยงานในการสนับสนนุ ตอการสรา งคุณปู การตอสังคม (P-12) ใน 3 ดาน ไดแก
สงั คม วัฒนธรรม และสิง่ แวดลอม
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 11
สว นที่ 2.1 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การอยางตอ เนอื่ งตามเกณฑร ะดบั พน้ื ฐาน
หมวด 3 การมงุ เนนผูรับบริการและผมู ีสว นไดสวนเสีย
กรมการแพทยไดสำรวจและรับฟงความคิดเห็น ความตองการ และความคาดหวังของ
กลุมเปาหมายของกรม (P-7) ดังนี้ ผูรับบริการ ซึ่งแบงออกไดเปน 5 กลุมเปาหมาย 1) กลุมผูปวย
2) ผูบริหารกระทรวง 3) บุคลากรดา นสุขภาพ 4) สถานบริการสุขภาพ 5) ประชาชน ผูสงมอบ คือ บริษัท
ผูขาย และผูรับจาง พันธมิตร ซึ่งจะแบงออกไดเปน 2 กลุมเปาหมาย 1) กรมและหนวยงานในสังกัด
กระทรวง 2) ราชวิทยาลยั ที่มคี วามรวมมอื (MOU) คูความรวมมือ ซึ่งจะแบงออกไดเปน 3 กลุมเปาหมาย
1) สถาบันการศึกษา 2) โรงเรียนแพทย 3) โรงพยาบาลเอกชน และสำหรับผูร ับบริการในอนาคต ซึ่งจะ
แบงออกไดเปน 3 กลุมเปาหมาย 1) ผูบริหารเขตสุขภาพ 1 – 13 2) นายแพทยสาธารณสุขจังหวัด
3) องคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยแตละกลุมที่กลาวมาแลว นั้นจะมปี ระเด็น และเครื่องมือในการสำรวจ
รอบการประเมิน มรี ายละเอียดดงั ภาพ
ภาพท่ี 3. 1 แนวทางการสำรวจความตอ งการ ความคาดหวงั ของผูรบั บริการ และผมู ีสว นไดสว นเสีย
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 12
ภาพที่ 3. 2 VOC System
จากขอมูลและสารสนเทศที่ไดรับจากการสำรวจความตองการ ความคาดหวัง ของผูรับบริการ
และผูมีสวนไดสวนเสียทั้งหมด (P-7) จะนำไปสูการปรับปรุงผลผลิตและการบริการของ
กรมการแพทย (P-13) ซ่งึ แบง ไดเ ปน 5 ขั้นตอนหลัก 1) การรับฟง เปนการรับฟงเสียงของผรู บั บริการและผู
มีสวนไดสวนเสีย นำมาจำแนกกลุม และความตองการ 2) การวิเคราะห นำผลสำรวจความพงึ พอใจและไม
พึงพอใจ และผลสำรวจความผูกพนั มาวิเคราะห เพื่อจำแนกแนวโนมและประเด็นสำคัญ และเปรยี บเทียบ
ความสัมพันธกับคูแขงขัน 3) ปรับปรุงการปฏิบัติงาน นำผลที่ไดมาวิเคราะหวาจำเปนตองปรับปรุงการ
ปฏิบตั งิ านหรอื ไม หากตองปรบั เปลี่ยนจะนำผลมาจัดทำแผนปฏบิ ัติการ และวธิ ีการแกไ ขปญหาเพื่อปองกัน
การเกดิ ซำ้ จากนั้นดำเนินการกำกบั ตดิ ตามการดำเนินงาน เพ่ือสรา งระบบและทีมบรกิ ารที่เปน เลิศ นำไปสู
การเปล่ยี นแปลงอยางมีประสทิ ธิภาพ 4) การรบั ฟงหลังการเปลี่ยนแปลง เมอ่ื ไดเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน
แลว จะดำเนินการรบั ฟงเสยี งผูรับบริการและผูม สี วนไดสวนเสยี อีกครั้ง นำมาประเมินผล เพื่อนำไปสูการ
ปรับปรงุ การดำเนินงานและการสรา งนวัตกรรม 5) การจัดทำแผนยุทธศาสตร ผลการรับฟงท่ีไดไ ปเปนขอมลู
นำเขาในการจัดทำแผนยุทธศาสตร ระบบงานหลัก ระบบการเรียนรูและพัฒนากระบวนการ จากนั้นสำรวจ
เพื่อรับฟงความคิดเห็นจากผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย เปนการยอนกลับไปสูจุดเริ่มตนอีกครั้ง
กอใหเกิดเปนวงจรของการพฒั นาท่ไี มส ิน้ สุด
ทุกลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 13
ภาพที่ 3.3 การสรางผกู พนั
กรมการแพทยไดออกแบบกระบวนการเสริมสรางความสัมพันธกับกลุมเปาหมาย (P-7) โดยยึด
หลัก “รวมคิด รวมทำ รวมรับผิดชอบ” (DMS Co-Creation) โดยมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ รวมคิด
หมายถึง การที่กรมและกลุมเปาหมายรวมกันแสดงความคดิ เหน็ ตอการตัดสินใจกระทำการหรือไมกระทำ
การอยางหนึ่งอยางใดของกรม มิใชเปนเพียงแตการสั่งการ หรือการกำหนดจากกรมในแบบ Top down
เทา นั้น โดยมีวิธีการสรางความสัมพันธ เชน การแลกเปลี่ยนเรียนรูเ รื่องการวางแผนดูแลผูปวย ระบบคุม
ประพฤติ ที่มีปญหายุงยากซับซอนกับบุคลากรทางดานสุขภาพ การนิเทศงานในกรณีปกติตามรอบ
ปงบประมาณกับเขตสุขภาพ การตรวจเยี่ยมเพื่อการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติดกับสถาน
บริการสุขภาพ เปนตน โดยผานกิจกรรมสรางความสัมพันธ เชน การประชุมวิพากษหลักสูตรปริญญาตรี
สาขากิจกรรมบำบัด กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ การประชุมบูรณาการพัฒนา Health Literacy
กับบคุ ลากรทางดานสขุ ภาพ สถานบริการสุขภาพ และโรงพยาบาลเอกชน เปนตน ซ่งึ กำหนดตัวชีว้ ัดในดาน
การรับรูและความนาเชื่อถือ รวมทำ หมายถึง การที่กรมและกลุมเปาหมายไดดำเนินการรวมกัน
ในรูปแบบ Co-creation โดยมีวิธีการสรางความสัมพันธ เชน การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดทำ
แผนยทุ ธศาสตรและแผนปฏบิ ัติราชการกับบุคลากรดานสุขภาพ สถานพยาบาลสุขภาพ กรมและหนวยงานอื่น ๆ
ในสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ ผูบ รหิ ารเขตสขุ ภาพ และนายแพทยสาธารณสุขจังหวดั การลงพื้นท่ีเพ่ือตรวจ
สุขภาพและใหความรูดายสุขภาพกับประชาชน เปนตน โดยผานกจิ กรรมสรางความสัมพันธ เชน การจัด
หนวยแพทยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต และโครงการคัดกรองมะเร็งเตานม ใหกับสตรีกลุมเสี่ยง
และดอยโอกาส การถายทอดองคความรูในการดูแลผูปวยยาและสารเสพติดในชุมชน ใหกับญาติผูปวย
และเจาหนาทอ่ี าสาสมัครสาธารณสุขประจำหมูบาน (อสม.) เปน ตน ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดในดานความเชื่อม่นั
และความพงึ พอใจ รว มรับผิดชอบ หมายถึง การทกี่ รมและกลมุ เปา หมายรว มกันรับผดิ ชอบตอ การตัดสนิ ใจ
การกระทำ และการไมก ระทำรวมกัน โดยไมผลกั ใหเปนความรบั ผิดชอบของฝายใดฝา ยหนึง่ เพียงฝายเดยี ว
โดยมีวิธีการสรางความสัมพันธในกลุมบุคลากร เชน การจัดกิจกรรม “คุณคือคนสำคัญ” ในทุกเดือน
เพ่อื มอบของขวญั ใหกับบคุ ลากรที่เกิดในเดอื นนัน้ กจิ กรรม “สง มอบความสุขในองคกร” การรว มใหกำลังใจ
บุคลากรในการแขงขันกีฬาสาธารณสุข การมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย
และสาธารณสุขเปนตน และการสรางความสัมพันธในกลุมผูรับบริการ เชน การจัดงาน OPEN HOUSE
QSNICH “ดูแลแกวตาดวงใจ สูครอบครัวไทยแข็งแรง” และโครงการมอบของขวัญวันเด็ก การคัดกรอง
และบรบิ าลผูป วยโรคหายากแบบครบวงจร ใหก ับผรู บั บรกิ าร เปน ตน ซง่ึ กำหนดตวั ชว้ี ัดในดา นความเช่ือมน่ั
ภาพลักษณ และความผูกพัน
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 14
สวนท่ี 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การอยา งตอ เนอ่ื งตามเกณฑร ะดบั พื้นฐาน
หมวด 4 การวิเคราะหผลการดำเนินงานขององคก ารและการจดั การความรู
กรมการแพทยปฏิบัติราชการโดยมุงตอบสนองตอความตองการของประชาชน (P-7) โดยยึด
ผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจนโยบายและยุทธศาสตร มุงพัฒนาองคกรใหมีประสิทธิภาพทันตอสถานการณการ
เปลี่ยนแปลง โดยการติดตามผลการดำเนินงาน มี 6 ดาน 1) ดานการปฏิรูป 2) ดานประเด็นมุงเนน
3) ดานแผนปฏบิ ัติการ 4) ดานแผนพัฒนาระบบสขุ ภาพ 5) ดานแผนงานบูรณาการ และ 6) ดานคำรบั รอง
การปฏิบัติราชการ ซึ่งไดกำหนดใหมีการติดตามผลการดำเนินงานทกุ รอบ 3 6 9 และ 12 เดือน โดยไดนำ
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ นการดำเนนิ การ
ภาพที่ 4. 1 กลไกการกำกบั ตดิ ตาม ประเมนิ ผล
กรมการแพทยไดดำเนินการวัด วิเคราะห และจัดการความรู โดยแบงไดเปน 2 ขั้นตอน
คือ ขั้นตอนที่หนึ่ง การกำกับ ติดตาม รวบรวม โดยไดรวบรวมจากแหลงขอมูล ไดแก ประเด็นการปฏิรูป
4 Reform, ประเดน็ มุงเนน Action Plan การตรวจเยย่ี ม/นเิ ทศบูรณาการ ความเส่ียง/ERM Service Plan
Integration PA/KPI ในทุกระดบั โดยมีการกำหนดผรู บั ผิดชอบหลักในการรวบรวมอยางชัดเจน นำมาเปน
ขอมูลนำเขา โดยการรวบรวมและรายงานไดดำเนินการผานกลไกตาง ๆ เชน การประชุมขับเคลื่อน
การประชุมตดิ ตาม การรวบรวมและรายงานจากหนว ยงานท่รี บั การตรวจเย่ียม การตรวจราชการ การนิเทศ
บูรณาการ การรวบรวมและรายงานผานคณะกรรมการหรอื คณะทำงาน ผานระบบรายงานอิเล็กทรอนิกส
ทั้งของกรมและของหนวยงานภายนอก เปนตน จากนั้นจึงนำขอมูลที่ไดไปสูขั้นตอนที่สอง การวิเคราะห
สังเคราะห โดยกรมจะนำขอมูลที่ไดมาวเิ คราะห สังเคราะห สรปุ รายงานผล กองยุทธศาสตรและแผนงาน
จะประสานหนว ยงานใหเ ขาชแ้ี จงความกา วหนาตอผูบริหารในการประชุมกรม/การประชุม THM หรอื จัดทำ
รายงานการติดตามการดำเนินงานเสนอตอผูบรหิ ารระดับสูง หากเปนเรื่องสำคัญหรือเรื่องท่ีไดกำหนดไว
กรมจะเสนอรายงานการติดตามการดำเนินงานตอผูบริหารกระทรวงสาธารณสุขในการประชุมระดับ
ทุกลมหายใจทไี่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 15
กระทรวงตอไป โดยเมื่อผูบริหารระดับสูงทั้งระดับกรมและระดับกระทรวงไดรับรายงานแลว
จะแจงขอเสนอแนะ/ขอสั่งการ ใหผูบริหาร/ผูรบั ผิดชอบในหนวยงานที่เก่ียวของรับทราบและดำเนินการ
โดยมีการกำกับ ติดตามอยา งตอ เนอ่ื งตามระยะเวลาและเปาหมายทกี่ ำหนด
กรมการแพทยไดวเิ คราะหความจำเปน และความตองการการใชขอมลู ของผมู ีสวนไดสว นเสีย (P-7)
เพื่อนำไปพัฒนาและจัดทำฐานขอมูล โดยมีฐานขอมูลที่สำคัญ เชน ฐานขอมูลงานวิจัย ฐานขอมูลการ
ใหบริการทางการแพทย ฐานขอมูลสำหรับผูบริหาร (MIS/EIS) ฐานขอมูลระบบทรัพยากรกรมการแพทย
ERP (Enterprise Resource Planning) ฐานขอ มูลระบบแผนงานและงบประมาณ (PBMS) โดยมอบหมาย
ใหหนวยงานหลักที่รับผิดชอบในแตละดานตรวจสอบและพัฒนาฐานขอมูล เพื่อใหขอมูล
ในระบบถูกตอง ครบถวน มีความเปนปจจุบัน และใชงานงาย นอกจากนี้ กรมยังมีนโยบายสนับสนุน
การบูรณาการระบบขอมูลของกระทรวงสาธารณสุขและประเทศ โดยสำนักดิจิทัลการแพทย
เปนหนวยงานกลางประสานสนับสนุน นอกจากนี้จัดใหมีการศึกษาและวิเคราะหขอมูลกอนนำไปใช
เชน จากนโยบายปฏิรูปที่มุงพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพ่ือใหไ ดขอมูลในการบริหารจัดการและกำหนด
นโยบายอยางเหมาะสม (evidence based policy formation) รวมทั้งการสนับสนุนวิชาการ
(Technology support) แกหนวยบริการเพื่อใหนโยบายตามแนวทางวิชาการลงสูการปฏิบัติไดอยางมี
มาตรฐาน มีประสิทธิภาพ จำเปนตองมีสารสนเทศเปนขอมูลดา นวิชาการแพทยเ ชิงประจกั ษในการอางอิง
เพื่อประกอบการตัดสินใจ และเชื่อมโยงระบบการติดตามประเมินผล เพื่อใหสามารถสนับสนนุ เทคโนโลยี
ท่ีเหมาะสมแกเ ขตบริการสุขภาพ กรมไดจัดทำขอมูลชี้วัดภาระโรค (Burden of Disease) เชน โรคมะเร็ง
โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด และจัดลำดบั ความสำคัญของการใหบริการทางการแพทย
(Service system mapping) สง ผลใหมีการวางแผนระบบการบริหารจัดการคน เงิน ของ ที่สอดคลองกับ
ความขาดแคลนของพนื้ ท่แี ละการเขาถึงของประชาชน
กรมการแพทยไดปลูกฝงคานิยมบุคลากรใหเปนผูสรางสรรคนวัตกรรม/สิ่งใหม ๆ ที่เหมาะสม
และมีประสิทธิภาพเพื่อใหเกิดประโยชนตอระบบสุขภาพ โดยยึดประชาชนเปนศูนยกลางในการทำงาน
ไดสรา งและปรับแนวคดิ กระบวนการทำงานของบุคลากรตามนโยบายการปฏริ ปู (P-3) โรงพยาบาล/สถาบัน
ตองมีหนา ทีพ่ ัฒนาความรูทางการแพทยที่ทันสมัยและเหมาะสมตอบริบทของประเทศไทย ทั้งในเชิงสงเสริม
ปอ งกันรักษาฟนฟูโดยมีผูปวยเปนศูนยกลางตามแนวคิดการดำเนินงาน “ดูแลดวยใจหายดวยเทคโนโลย”ี
และนำองคความรูไปเผยแพรใหเกิดประโยชนในภาพใหญของสาธารณสุข ตลอดจนพัฒนาหนวยงานของ
กรมในสวนภมู ิภาคใหม ีบทบาทในการวเิ คราะหป ญหาดานสาธารณสุขที่สำคัญในแตละพื้นที่เพื่อเปน ขอมลู
ในการหาทางใหทุกภาคสวนรว มชวยแกไขปญหานั้น ๆ ตามวิสัยทัศนของกระทรวงสาธารณสุข “รวมพลัง
สังคมเพื่อแกไขปญหาสุขภาพ” โดยพัฒนาบุคลากรใหมีความเชี่ยวชาญสอดคลองกับภารกิจ (P-3) เชน
จัดหลักสูตรอบรมนักวิจยั (ตนกลานักวิจัย) เพื่อใหสามารถพฒั นางานวิจัยของกรมใหม คี ุณภาพ การพัฒนา
ศักยภาพการประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย ตลอดจนสรางสภาพแวดลอมการเปนองคการแหงการ
เรียนรู (P-2) อาทิ จัดประชุมแลกเปลี่ยนการพัฒนาสูความเปนเลิศทางการแพทย เพื่อเปดโอกาสให
บุคลากรไดแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็นการพัฒนาทั้งดานวชิ าการและบริการ สงเสริมการสงผลงาน
สมัครรับรางวัลเลิศรัฐ จัดการประกวดและยกยองชมเชยบุคลากรที่ผลิตและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้ง
หนวยงานที่มีการดำเนินการปฏิรูปที่มีคุณประโยชนตอประชาชน ระบบบริการสุขภาพ และการบริหาร
จดั การงานองคกรดีเดน นำผลงานตีพิมพและเผยแพรในรายงานประจำป หรือวารสารกรมการแพทย ซงึ่
เปนการสง ตอ ความรใู หแ กบุคลากรและองคกรภายนอก นอกเหนอื จากภารกิจการเพ่ิมพนู ความรูและทักษะ
การปฏิบัติงานดานการบำบัดรักษาและฟนฟูสมรรถภาพทางการแพทยแกบุคลากรทางการแพทยและ
สาธารณสุขทงั้ ภาครัฐและภาคเอกชน
ทุกลมหายใจทีไ่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 16
เพื่อใหการเรียนรูฝ งลึกสูก ารปฏิบัติ กรมการแพทยสนับสนุนการปฏิบัติงานโดยอาศัยฐานขอมูล
ในการตัดสินใจ โดยนำขอมูลสารสนเทศที่จัดเก็บมาใชตัดสินใจในการบริหารและสนับสนุนทรัพยากร
โดยมอบหมายใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทำแผนงานโครงการสนับสนุน เชน “โครงการเพื่อเขตสุขภาพ
1 ลานบาท 1 เขตสุขภาพ (One million One Region) รวมทัง้ สงมอบขอมูลใหกับหนว ยงานที่เกี่ยวของ
นำไปพฒั นางาน เชน จดั ทำขอเสนอแนะการพัฒนาระบบบรกิ ารสุขภาพตอกระทรวงสาธารณสุข โดยจัดให
มีระบบบริการผาตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery : ODS) การพัฒนาระบบบรกิ ารสุขภาพสาขา
โรคหลอดเลือดสมอง มีการจดั ตง้ั Stroke Unit/Stroke FastTrack เปน กรรมการในคณะกรรมการกำหนด
นโยบายแนวทางการพัฒนาระบบบริการทางแพทยตาง ๆ การจดั ทำคูมือ แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน ถายทอด
และสอนงานจากรนุ สรู ุน เปน ตน
ทกุ ลมหายใจท่ไี ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 17
สวนที่ 2.1 การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การอยางตอเน่อื งตามเกณฑร ะดับพื้นฐาน
หมวด 5 การบรหิ ารทรัพยากรบคุ คล
การบริหารทรัพยากรบุคคล จึงเปนหัวใจหลักของกรมการแพทยที่ขับเคลื่อนความสำเร็จ
ขององคก ารอยางเปน ระบบและย่ังยนื ตามความตอ งการ “คนดี คนเกง คนกรมการแพทย” สูค วามสำเร็จ
ดานการบริหารทรัพยากรบุคคล ใน 5 มิติ ดังภาพที่ 5.1 ภายใตนโยบายปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดาน
(DMS Reforms) ในดาน HR Transformative เปนสำคญั
ภาพท่ี 5.1 ความสำเร็จดา นการบริหารทรัพยากรบคุ คล
กรมการแพทยไ ดประเมินขีดความสามารถและอตั รากำลัง วเิ คราะหจากแผนยทุ ธศาสตรชาติ 20 ป
แผนยุทธศาสตรกระทรวงสาธารณสุข แผนยุทธศาสตรกรมการแพทย และยุทธศาสตรแผนงาน/โครงการ
ของหนวยงานในสังกัด เพื่อวางแผนอัตรากำลังทั้งปริมาณและสมรรถนะ โดยใชการพิจารณากระบวนการ
และเวลาที่ใช Full Time Equivalent (FTE) ในการวเิ คราะหภ าระงาน ความตองการอัตรากำลังสายงาน
ตาง ๆ (P-3) ตามเกณฑการคำนวณเทคนิคการวัดงาน (Work Measurement Technique) คำนวณจาก
ปรมิ าณงานในปจจุบัน (Workload) ตอ เวลาการทำงานมาตรฐานตอคนตอปคดิ วันทำงาน 230 วัน วนั ละ 7
ชั่วโมง นำมาจัดทำแผนอัตรากำลังระยะ 5 ป (ปจจุบัน พ.ศ. 2563-2567) เพื่อจัดอัตรากำลังใหเหมาะสม
กับภาระงาน โครงสราง หนาที่และอำนาจตามกฎกระทรวง (P-1) นำไปสูผลลัพธแผนความตองการ
อัตรากำลงั แผนความกาวหนาแผนยทุ ธศาสตรก ารพฒั นาบุคลากร และแผนการสรา งสุข (Happy DMS)
ภาพที่ 5.2 การประเมินขดี ความสามารถและอตั รากำลัง
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 18
จากการท่ีกระทรวงสาธารณสุขปฏิรูปการดำเนินการเปน รูปแบบเขตสขุ ภาพ กรมการแพทยซ่ึงเปน
กรมวชิ าการในกระทรวงสาธารณสุข จึงตอ งปรบั ตัวใหสอดรับกบั การเปลี่ยนแปลงดังกลาว ดังน้ี
1) การปรับโครงสรา งการแบงงานภายใน จากเดิม 3 ภารกิจ (ภารกิจดานอำนวยการ ภารกจิ วชิ าการและ
การแพทย ภารกิจดานการพยาบาล) เปน 4 ภารกิจ เพมิ่ ภารกจิ ดานพัฒนาระบบสขุ ภาพ เพือ่ ความคลองตวั
ในสายการบังคับบัญชา ประสิทธิภาพของการทำงาน รองรับความเชื่อมโยงการขยายงานรองรับระบบ
สุขภาพของประเทศ ผลดีจากการปรับโครงสรางและจัดอัตรากำลังตามโครงสรางดังกลาว และยังทำให
บคุ ลากรมคี วามกาวหนาระดบั หวั หนา งาน ตามหลกั เกณฑแ ละเงื่อนไขท่ี สำนกั งาน ก.พ.กำหนดไดมากขนึ้
2) จัดตั้งหนวยงานภายใน ในป พ.ศ. 2558 กรมรบั นโยบายในการนิเทศ ติดตามการดำเนินงานดานการ
พัฒนาระบบบริการ (Service Excellence) ในสาขาที่เปนความเชี่ยวชาญระดับสูง จึงจัดตั้งสำนักนิเทศ
ระบบการแพทย มีภารกิจสงเสรมิ สนับสนุนการตรวจราชการกรมการแพทยรวมกับกระทรวงสาธารณสุข
แตงตั้งผูอำนวยการและทีมผูชวยทำหนาที่รวมตรวจราชการกรณีปกติ ปละ 2 ครั้งทั้ง 12 เขตสุขภาพ
รวมทั้งการนิเทศเฉพาะกิจตามสภาพปญหาของแตละพื้นที่รวมกับผูเชี่ยวชาญ เพื่อรวมจัดระบบบริการ
สขุ ภาพใหม ีคณุ ภาพตามมาตรฐานวิชาชพี
ตอมาในป พ.ศ. 2562 ไดมีนโยบายใหจัดตั้งสำนักการแพทยเขตสุขภาพที่ 1 - 12 เปนหนวยงาน
ของกรมที่ตั้งอยูในสวนภูมิภาค บทบาทหนาที่เปนศูนยกลาง (Focal Point) เชื่อมประสานการทำงาน
ระหวางกรมและสถานบริการสุขภาพสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในสวนภูมิภาค สนับสนุนดานวิชาการ
การถายทอดเทคโนโลยีทางการแพทย และการจัดบริการทางการแพทยเฉพาะทางช้ันสูงใหแกเขตสุขภาพ
รวมทั้งประสานสนับสนุนผูเชี่ยวชาญในการรวมตรวจราชการตามสภาพปญหาของแตละพื้นที่กับ
ผูอำนวยการสำนักการแพทยเขตในพื้นที่รับผิดชอบ จัดทำระบบขอมูลและฐานองคความรูด านการแพทย
และสาธารณสุข ตลอดจนรวบรวมวิเคราะห ประเมินผลมาตรฐานบริการตาง ๆ ของหนวยบริการในเขต
สุขภาพ ซึ่งการจัดตั้งหนว ยงานดังกลาว ทำใหกรมรว มกับเขตสุขภาพกระทรวงสาธารณสุขในการรักษาได
อยา งไรร อยตอ เกดิ ประสทิ ธิผล ตอบสนองการเขาถึงการรบั บรกิ ารอยางเสมอภาพ
3) การจดั ตัง้ ทีมภารกิจตาม Service Plan และคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติงานเฉพาะกิจตาง ๆ
รองรับสถานการณการเปลี่ยนแปลงเฉพาะทาง จะคำนึงถึงบุคลากรที่มีความรูความชำนาญหลากหลาย
สายงานจากหนวยงานในสังกัด กอใหเกิดการเรียนรูและมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งในปพ.ศ. 2561
กรมไดพัฒนาระบบบริการ เนนการสรางเครือขายความรวมมือ พัฒนาแพทย พยาบาลวิชาชีพ สหสาขา
วชิ าชพี ทีเ่ กี่ยวของ มุงเนน การสรา งความรว มมอื กับ 12 เขตสขุ ภาพ ตามสาขา Service Plan กรมการแพทย
ซึ่งหลงั จากมีการจัดโครงสรางตามบทบาทภารกิจตา ง ๆ แลวนั้น จะตองจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ
กับผูอำนวยการสำนัก และเสนอรายงานความกาวหนาผลการดำเนินงานตามที่ไดรับมอบหมายผานการ
ประชุมผูบริหารกรมทุกเดือน มีเวทีแลกเปล่ียนเพื่อทบทวนการดำเนินงาน และปรับปรุงใหม ีประสิทธิภาพ
หากมีประเดน็ เรงดว นเฉพาะกจิ ตอ งรายงานความกาวหนา เปนระยะ และประเมนิ ความกาวหนาของงาน
และจากสถานการณการแพรระบาดของโรคไวรสั โคโรนา (COVID-19) น้ัน กรมการแพทยไดจัดทำ
โครงการพัฒนารูปแบบระบบบริการทางการแพทยแบบใหม (New Normal Medical Services)
เปนโครงการที่กรมรวมกับภาคีเครือขายไดแก กรมการแพทย กรมควบคมุ โรค แพทยสภา สมาคมโรคตาง ๆ
สภาการพยาบาล ราชวิทยาลัยสำนักการแพทยฯ และ UHOSnet รวมกันพัฒนาแนวทางการใหบริการ
วิถใี หม 4 ดา นคือ ดานผาตัด ดานฉุกเฉิน ดานทันตกรรม และดานโรคไมติดตอ โดยมีเปาหมายเพื่อปองกัน
การแพรก ระจายเชือ้ ในโรงพยาบาล ลดความแออัด และลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งนับเปนความสำเร็จจากการ
รว มมือในการทำงานของภาคเี ครอื ขายเพื่อใหเ กิดผลสัมฤทธ์ิอยางเปนรปู ธรรม
ทุกลมหายใจที่ไดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 19
“ประชาชนสุขภาพดี เจาหนาที่ความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” ถือเปนเปาประสงคอันสูงสุด
(Ultimate Goal) ของกรมการแพทย จึงไดใหความสำคัญกับการสนับสนุนใหบุคลากรมีคุณภาพชีวิต
และการทำงานที่ดี จากผลการประเมินความสุขบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer)
ประกอบดวย 9 ดาน 1) Happy Body 2) Happy Relax 3) Happy Heart 4) Happy Soul 5) Happy
Family 6) Happy Society 7) Happy Brain 8) Happy Money 9) Happy Work Life แ ล ะ ผ ล ก า ร
ประเมินความผูกพันของบุคลากรกรมการแพทย ทำใหทราบความตองการของบุคลากรในดานสุขภาพ
อนามัย สภาพแวดลอม ความมั่นคงปลอดภยั ความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน และความสะดวกในการเขาถึง
สถานที่ทำงาน ในดานของการจัดสวัสดิการตาง ๆ ของบุคลากรนั้น กรมจะคนหาปจจัยความตองการ
ดานตา ง ๆ ของบคุ ลากร เพ่อื ใหส ามารถจัดสวสั ดิการท่ีเหมาะสมกบั บุคลากรในทกุ กลุม โดยผูบริหารเช่ือวา
การจดั การกับปจจัยเหลานนั้ จะสงผลใหบ ุคลากรมีสภาพจิตใจทด่ี เี ปน ผลใหท ำงานดว ยสุข กอใหเกิดผลการ
ดำเนินงานท่ดี ี
ในป พ.ศ.2560 กรมการแพทยป ระเมินความผูกพันของบคุ ลากรจากเคร่ืองมือการประเมนิ ความสุข
บุคลากรโดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไดกำหนดแนวทางใหสวนราชการภายใตกระทรวง
สาธารณสุขประเมินความสขุ บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer) ทง้ั 9 ดา น
ตอมาในป พ.ศ. 2563 กรมการแพทยจึงไดพัฒนาเครื่องมือสรางองคกรแหงความสุขใหใกลเคยี ง
และเหมาะสมกับบรบิ ทของกรม ภายใตแนวคดิ “New DMS Engagement Tool” โดยศึกษาปจจัยตา ง ๆ
ท่ีเกี่ยวของกับความผูกพันของบุคลากร เริ่มตั้งแต 1) ปจจัยความตองพื้นฐานของทฤษฎี Maslow
2) การวัดความผูกพันและการรับรูนโยบายของสวนราชการ (สำนักงาน ก.พ.) 3) Emometor (HA)
4) Happinometer ซึ่งในแบบสอบถาม “New DMS Engagement” ประกอบไปดวย 7 ปจจัย ดังภาพ
ท่ี 5.2 ซึ่งจากการประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของบุคลากรกรมการแพทย พบวา บคุ ลากรมีความ
พงึ พอใจและความผูกพนั ทีม่ ีตอองคก ารอยใู นระดับทน่ี าพอใจ
ภาพที่ 5.3 New DMS Engagement
ทุกลมหายใจท่ีไดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 20
กรมการแพทยไดกำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรตามแผนยุทธศาสตรการพัฒนาบุคลากร
กรมการแพทย ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563-2566 ประกอบดวย ยุทธศาสตรที่ 1 การพัฒนาบุคลากร
ใหมีความสามารถในการพัฒนาองคก รเปน Center of Excellence (CoE) พฒั นาบุคลากร “เกง ตามสาย
วิชาชีพ” กรมจำเปน ตองพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรทุกระดับใหสามารถปฏิบัติงานตามภารกิจ หนา ที่
ความรับผิดชอบ เปนผูเชี่ยวชาญเฉพาะ จนเกิดประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผลในการปฏบิ ัติงาน ยุทธศาสตร
ที่ 2 การพัฒนาบุคลากรใหมีความสามารถในดานบริหารเพื่อกาวทันการเปลี่ยนแปลง พัฒนาบุคลากร
“เกงทันการเปลี่ยนแปลง” สามารถปฏิบัติงานไดภายใต สภาวะสถานการณที่มีความเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเร็ว มีขีดความสามารถในการปฏิบัตงิ านในสถานการณต า ง ๆ ยุทธศาสตรท่ี 3 พัฒนาและสงเสริม
ใหบุคลากรใหมีจิตสำนกึ ที่ดดี านคณุ ธรรมจริยธรรมและเสริมสรางองคกรแหงความสุข เพื่อคุณภาพชวี ติ ที่ดี
พฒั นาบุคลากร “เกงและเปนคนดี” สามารถปฏบิ ัตหิ นา ท่ีอยาง มีวินยั และสจุ ริต โดยยึดหลักธรรมาภิบาล
พรอมทั้งสงเสรมิ คานิยมองคกรในการปฏบิ ัติงาน และสงเสริมใหบุคลากรพัฒนาตนเองตามนโยบายองคกร
แหงความสุข (HAPPY DMS) ยุทธศาสตรที่ 4 การพัฒนาบุคลากรใหมีสมรรถนะดานดิจิทัลเพื่อรองรับ
การทำงานภาครัฐในยุค 4.0 พัฒนาบุคลากรให “เกง ทักษะดจิ ิทัล” ในพื้นฐานตามหลักสูตรของสำนักงาน
ก.พ. กำหนดเพอ่ื สามารถนำไปประยุคใชใ นการปฏิบัติงาน ตอบสนองตอ นโยบาย ประเทศไทย 4.0 เพ่ือการ
ปฏิบัติงานท่ีมีประสทิ ธภิ าพ รวดเร็วประชาชนเขา ถึงบริการไดสะดวกรวดเร็วขน้ึ
กรมการแพทยม ีระบบการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตรก ารพัฒนาบุคลากร เริม่ จากกระบวนการนำ
ของผูบ ริหาร เนนการสรางความผูกพัน ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน และทัศนคติที่ดีตอการพัฒนา สนับสนุน
การเรียนรูของบุคลากร การคดิ เชิงวเิ คราะห (Critical Thinking) ระดมความคิดเห็น (Brain Storm) ระบบ
พี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring System) เรียนรูจากประสบการณผูบริหาร (Experience) และเรียนรู
จากปญหา สถานการณที่เกิดขึ้น (Problem Solving) เพื่อรองรับนโยบายปฏิรูปกรมการแพทย (DMS
Reform) ไดแบงสัดสว นการพัฒนา 3 สวน คือ 1) พฒั นาตามระดบั (Level) 2) พฒั นาตามสมรรถนะเฉพาะ
สำหรับการปฏบิ ัตงิ าน (Competency/ HiPPs/ Talent) 3) ทนุ ศกึ ษาและอบรม (Scholarship)
กรมการแพทยไดพัฒนาและปลูกฝงวัฒนธรรมองคการ (P-2) กับบุคลากรมาอยางตอเนื่อง
ในป พ.ศ. 2549 เพื่อรองรับพระราชบัญญตั ิขาราชการพลเรือนฉบับใหมที่จะเกิดข้ึน (2551) กรมใหบริษัท
ปนู ซีเมนตไทยเปนที่ปรึกษารว มจัดทำสมรรถนะหลักของกรมการแพทย โดยนำสมรรถนะหลกั ขาราชการ
พลเรือนท่ีสำนักงาน ก.พ. กำหนด มาใชรว มกับสมรรถนะของบุคลากรกรมการแพทย ตามภารกิจกรมวิชาการ
เนน ใฝเรียนรู พัฒนาถา ยทอดงานวจิ ัย ซ่งึ มีขอจำกดั ทางการส่อื สาร แสดงออกเปน พฤตกิ รรมคอ นขา งยาก
ในป พ.ศ.2560 กระทรวงสาธารณสขุ ไดขับเคลื่อนและถายทอดคานิยม MOPH เปนคานิยมหลัก
ประจำกระทรวง ดวยเหตุนี้กรมการแพทยจึงมีการปรับคานิยมจากเดิม HRML เปน MOPHDMS
โดยผูบริหารไดเพิ่มในสวนของ DMS เขาไปเพื่อใหแสดงความเปนอัตลักษณของกรมที่ชัดเจนมากยิ่งข้ึน
และเพื่อใหงายตอการนำไปปฏิบัติจึงไดมีการแปลงคานิยม MOPHDMS เปนพฤติกรรมที่พึงปฏิบัติ
(DO, DON’T) ซึ่งอธิบดีไดประกาศเปนแนวทางการสงเสริมคานิยมกรมการแพทย และมีการสำรวจ
พฤติกรรมองคก รตามคา นิยม MOPHDMS และมกี ารสง เสรมิ บุคลากรดว ยการคัดเลอื กบคุ คลตน แบบทุกป
ในป พ.ศ. 2563 กรมการแพทยสรางวัฒนธรรมองคการที่ถือเปน Strong Culture คือ “DMS
Co-Creation” เพื่อสนับสนุน สงเสริมใหบุคลากรภายในองคการไดมีสวน รวมคิดรวมสราง มีเวทีแสดง
ความคิดเห็น บคุ ลากรทุกประเภทการจาง ทุกระดับ ถูกใหความสำคญั เทาเทียมกันเพื่อพฒั นางาน พัฒนา
องคการ สรางแรงบันดาลใจ สงผลใหบุคลากรรูสึกถึงความผูกพันที่ตนเองเปนผูมีสวนรวม ในการบริหาร
ดำเนินการของกรมการแพทย ดงั นั้น การสรางวฒั นธรรมเปดกวางรับฟง ความคิดเห็นทีแ่ ตกตาง จึงมีในทกุ
เวทีการประชมุ สัมมนาของกรม ทัง้ ระดบั ทีมภารกจิ นำ ระดบั ทีมรองผอู ำนวยการ และระดบั ผูป ฏิบัติ
ทุกลมหายใจที่ไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 21
สวนที่ 2.1 การพฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการอยา งตอเนื่องตามเกณฑระดบั พนื้ ฐาน
หมวด 6 กระบวนการคณุ ภาพและนวัตกรรม
กรมการแพทยไ ดม ีการปฏิรปู กรม (DMS 4 Reforms) ภายใตแนวคิด “The best for the most”
ซึ่งเปนการใหความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ที่เชื่อมโยงกระบวนการ
ทำงานแบบมีสวนรวมกับเขตสุขภาพ ทำใหกรมตองทบทวนการออกแบบกระบวนการใหม โดยเริ่มตนจาก
1) การทบทวนกระบวนการทั้งหมดโดยใชขอมูลจากแผนยุทธศาสตร ความตองการของผูรับบริการ
ผลการดำเนนิ งานที่ผา นมา และกฎ ระเบียบและขอ กำหนดตาง ๆ เปนขอมูลนำเขา 2) นำผลการทบทวน
มาปรับกระบวนการสรางคุณคาและกระบวนการสนับสนุน โดยใชเครื่องมือ Value Chain และ SIPOC
เพื่อใหไดกระบวนการที่สอดคลองกนั 3) ดำเนินการจัดทำขอกำหนดทีส่ ำคญั เพื่อตอบสนองความตองการ
ของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย 4) เพื่อนำมาสูการออกแบบนวัตกรรมและการพัฒนาบริการ
ทเ่ี ปน ไปตามขอ กำหนดทสี่ ำคญั เพื่อสรา งความพงึ พอใจใหก ับผูรับบริการและผมู สี ว นไดส วนเสีย (P-7) และ
เพื่อใหมั่นใจวาผลผลิตและบริการที่ออกมาตรงกับความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย
5) จึงไดดำเนินการติดตามและประเมินผล 6) ซึ่งหากผลผลิตและบริการนั้นเปนที่พึงพอใจ สามารถ
ตอบสนองความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสยี ผลผลิตและบริการนั้นจะถูกนำไปตอยอด
พัฒนา และขยายผลไปทั่วทั้งองคการ ตามแนวทางการจัดการนวัตกรรมของกรม รวมทั้งวิเคราะห Value
Chain ที่สอดคลองกับแผนยุทธศาสตรและแผนปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดาน (DMS 4 Reforms)
ประกอบดวยระบบงาน 4 ระบบ ดังนี้ 1) ระบบงานบริการทางการแพทย 2) ระบบงานวิจัยและประเมิน
เทคโนโลยีทางการแพทย 3) ระบบงานพัฒนาวิชาการ มาตรฐาน นวัตกรรมและจัดทำขอเสนอแนะ
เชิงนโยบายทางการแพทย และ 4) ระบบงานบริหารจัดการ และกระบวนการสรางคณุ คา 7 กระบวนการ
ไดแก 1) การรักษาเฉพาะทาง 2) ฟนฟูสมรรถภาพ 3) วิจัยทางการแพทย 4) ประเมินเทคโนโลยี
ทางการแพทย 5) พัฒนาบุคลากรทางการแพทย 6) ผลิตแพทย และ 7) กำหนดมาตรฐานและพัฒนา
นโยบายทางการแพทย
ภาพท่ี 6.1 Value Chain Model
ทุกลมหายใจท่ีไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 22
ในดานของการปรับปรุงผลผลิต การบริการ และกระบวนการ กรมการแพทยไดนำแนวคิด PDCA
(P-13) มาขับเคลอื่ นในการปรบั ปรุงกระบวนการทำงาน ตั้งแตระดับกรม หนว ยงานและบุคคล ภายใตก รอบ
คุณภาพ PMQA , HA โดยไดมีการกำหนดกรอบในการทบทวนกระบวนการสรางคุณคาและกระบวนการ
สนับสนุน (P-13) ไวอยางชัดเจน เพื่อใหทราบวากระบวนการใดอาจมีผลการดำเนินงานท่ีไมเปนไปตาม
เปาหมาย ซึ่งกรมจะไดวิเคราะหถึงสาเหตุและจัดทำแนวทาง มาตรการเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการ
ดำเนินงาน นอกจากนี้ยังไดปลูกฝงใหผูปฏิบัติทุกคนนำหลักการทำงานแบบ 3P (Purpose Process
Product) เพื่อเพิ่มคุณคาในงานโดยการนำเทคโนโลยีมาชวยในการปฏิบัติงาน เพิ่มสมรรถนะ
และผลการปฏิบัติงานใหเปนตามที่คาดหวังในทุกกระบวนการ เนนการคำนึงถึงความตองการ
ของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย (P-7) ตามขอกำหนดสำคัญของแตละระบบงานตามหนาท่ี
ความรับผิดชอบในแตล ะหนวยงาน เพื่อนำไปสูการปรบั ปรุงและสรางนวัตกรรมใหม ๆ ใหกับระบบบริการ
ทางการแพทยของประเทศ
ภาพท่ี 6.2 กลไกการปรบั ปรุงกระบวนการทำงาน
กรมการแพทยมุงเนนการพัฒนานวตั กรรมทางการแพทย โดยกำหนดใหเปนพันธกิจหลักที่สำคัญของ
กรม (P-1) และถายทอดไปสูการปฏิบัติผานแผนปฏิบัติการดาน Function Reform กำหนดใหศูนย
ความเปนเลิศทางการแพทย (CoE) ทั้ง 15 ดาน ดำเนนิ การทางดานวิชาการควบคูไปกับการพัฒนาบริการ
และตอ ยอด ไปจนถึงการสรางนวัตกรรมทางการแพทย ตามกระบวนการในการจัดการนวตั กรรม ดงั น้ี
ภาพท่ี 6.3 การจดั การนวตั กรรม
ทุกลมหายใจที่ไดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 23
กรมการแพทยใหความสำคัญกับการใชทรัพยากรใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยยึดหลักการทำงาน CQI
และ LEAN มาประยุกตใชภายในกรมตามขั้นตอนดังน้ี 1) กรมกำหนดนโยบายคุณภาพ (Quality Policy)
มงุ เนน ความปลอดภัยของผูรับบริการ (P-7) และผูใ หบริการ ใหบ ุคลากรทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและ
คนหาความตองการท่ีแทจรงิ ของผูรับบริการในงานของตนเอง เพื่อลดความสูญเปลา (Waste) นำไปสูการ
สรางคุณคา (Value) ในงานที่ตนรบั ผิดชอบ จนเกิดการบูรณาการและสงเสริมใหเกิดการบริการดวยความ
สะดวก ปลอดภัย มีคุณภาพและมาตรฐาน เอื้ออำนวยตอการทำงานของผูรับบริการและผูใหบริการ
ตลอดจนตอบสนองปญหาสุขภาพสำคัญของประเทศ 2) สรางแผนภาพกระแสคุณคา (Value Stream
Mapping : VSM) โดยระบุปญหา เพื่อวิเคราะหและวางแผนกระบวนการ กำหนดเปาหมายของตัวชี้วัดผล
การปรับปรุงใหเกิดประสิทธิภาพ 3) ปรับปรุงกระบวนการ (P-13) หรือกิจกรรมที่ไมเพิ่มคุณคาและเปน
ความสูญเปลาทั้งระบบตั้งแตขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดทาย เพื่อใหเกิดความตอเนื่องและตอบสนอง
ความคาดหวังของผูรับบริการ 4) สรางระบบการทำงานแบบ LEAN ที่มุงเนนการบริหารในดานคุณภาพ
ประสทิ ธิภาพ ประสิทธผิ ล ตน ทุน และการบรกิ าร ไดใ นเวลาท่ตี อ งการดว ยคุณภาพและมาตรฐาน 5) จัดทำ
ใหเปนมาตรฐานการทำงานในแตละเรื่องใหสามารถตอบสนองตอความตองการของผูรับบริการ (P-7)
รวมถึงการถายทอดใหกับผูเกี่ยวของไดนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานและการใหบริการ (P-13)
ตลอดจนการทบทวนมาตรการ/กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตรของกรมใหตรงตามความตองการ
ของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย (P-7) อยางเปนระบบ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอยางตอเนื่อง เกิดผลดี
ตอระบบบริการสขุ ภาพและการแกไ ขปญหาสุขภาพสำคญั ของประเทศและประชาชน
กรมการแพทยไดดำเนินการมาตรการดานความปลอดภยั และภาวะฉุกเฉิน ซึ่งไดจ ากการรวบรวม
ขอมูลที่เกิดขน้ึ ในอดตี ทั้งจากการสอบถามบุคลากรและผูรับบรกิ าร (P-7) รวมทัง้ จากเอกสารตาง ๆ นำมา
วเิ คราะหความเสี่ยงตามมาตรการวิเคราะหความเสี่ยง จัดทำเปนแผนบรหิ ารความตอเนื่องกรมการแพทย
(Business Continuity Plan : BCP) และถายทอดแผนดังกลาวไปสูระดับหนวยงาน ซึ่งกำหนดใหจัดทำ
ทุกหนวยงาน โดยแผนของแตละหนวยงานจะยึดกรอบหลักจากแผนระดับกรม แตจะมีความแตกตาง
ในรายละเอียดเพ่ือใหสามารถตอบสนองสภาวะวิกฤตในแตล ะพ้ืนท่ไี ดด ีท่ีสุด และจะมีการทบทวนแผนทุกป
การมีแผน BCP ที่ชัดเจน สงผลให กรมสามารถรับมือกับทุกสภาวะวิกฤตได แมกระทั่งสถานการณ
การแพรร ะบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา (COVID-19) ที่กรมสามารถรับมอื ตอสถานการณไ ดดี
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 24
สวนท่ี 2.2 การดำเนินการทโี่ ดดเดนรายหมวด
หมวด 2 การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร
2.1 การจดั ทำยุทธศาสตร
ก. กระบวนการจดั ทำยุทธศาสตร
(1) กระบวนการวางแผนยุทธศาสตร
กรมการแพทยจัดทำแผนยุทธศาสตรระยะ 5 ป (พ.ศ.2561-2565) และแผนปฏิบัติราชการ
ประจำป โดยคำนึงถึงแผนปฏิรปู ประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-
2564) นโยบาย Thailand 4.0 เปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และนโยบายสำคัญของกระทรวง
สาธารณสุข ในปพ.ศ. 2561 ทามกลางสภาวการณที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว กรมไดปรับพันธกิจ
(P-1) โดยการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย (Medical Innovation) และมุง เนนเสริมสรา งการมสี ว นรวม
(Co - Creation) กับทุกภาคสวน เพื่อยกระดับบริการทางการแพทยของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำของ
ระบบบริการ ประชาชนสามารถเขาถึงบริการการแพทยที่ไดมาตรฐาน รวดเร็ว และทั่วถึงมากที่สุด
(DMS The Best for The Most) รวมทงั้ ประกาศนโยบายปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดา น (DMS 4 Reforms:
Function, Agenda, Area และ System) เพื่อใชเปนกลไกเสริมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตรของกรม
ใหสามารถตอบสนองความตองการและการแกปญหาดานสุขภาพของประเทศไดอยางทนั ทวงที ตอมาในป
พ.ศ. 2563 กรมไดมีการทบทวนแผนยุทธศาสตร ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ.2561 –
2580) และจัดทำยุทธศาสตรกรมการแพทยร ะยะ 3 ป (พ.ศ.2563 – 2565) โดยการจัดทำแผนยทุ ธศาสตร
ของกรมดำเนินการตามขน้ั ตอนดังนี้
ภาพท่ี 2.1 กระบวนการจัดทำยุทธศาสตรของกรมการแพทย
ขั้นตอนที่ 1 (เดือนกุมภาพันธ) รวบรวมและวิเคราะหขอมูลนำเขา ประกอบดวย (1) ขอมูล
ผลการดำเนินการ ขอมูลพื้นฐานและสภาพทั่วไปของกรม ปญหาและความตองการของผูรับบริการและ
ผมู ีสว นไดส ว นเสยี (P-7) ผลการวจิ ัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย ผลการตรวจราชการ ขอมูลภาระโรค
ที่สำคัญของพื้นที่และขอมูลระบบบริการสุขภาพ (Burden of disease & Service mapping) ความเสี่ยง
ในการดำเนินงาน กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวของ (P-5) บุคลากร (P-3) (2) นโยบายรัฐบาล นโยบาย
กระทรวงสาธารณสุข ทศิ ทางแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ ฉบบั ที่ 12 (3) สภาพท่ัวไปและขอมลู
พ้ืนฐานในแผนยุทธศาสตรฉบับเดิม
ทุกลมหายใจท่ไี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 25
ขั้นตอนที่ 2 (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) วิเคราะหเพื่อกำหนดยุทธศาสตร โดยนำขอมูลทไี่ ดจาก
ขั้นตอนที่ 1 มาใชในการวิเคราะห ระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) (P-7) สภาพแวดลอม
ปจจัยภายในและภายนอก โดยเครื่องมือการบริหารจัดการคือ SWOT Analysis, TOW, 7S’s Mckinsey
รวมทั้ง PESTEL และการรับฟงความคิดเห็นของผูมีสวนไดสวนเสีย (P-7) โดยจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน
เรียนรู (World Cafe) ซ่ึงเนนให "ผูเขารว มทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปล่ียนความคิดเห็น” ทำใหกรม
มองเหน็ โอกาสในการพฒั นาไดอยางครอบคลมุ
ขั้นตอนที่ 3 (เดือนมิถุนายน) กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร ที่สอดคลองกบั วิสัยทัศนของกรม
คือ “ประชาชนสุขภาพดีไดรับบริการทางการแพทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพอยางเสมอภาค
การแพทยไทยเปน 1 ใน 3 ของเอเชีย” สรางจุดเนนการปฏิบัติงานเพื่อเสริมสรางการมีสวนรวม
(Co - Creation) ดวยการนำนวัตกรรมทางการแพทย (Medical Innovation) ที่ศูนยความเปนเลศิ (CoE)
ของกรมพัฒนาขึ้น สงมอบใหกับโรงพยาบาลและสถาบันในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ในการดแู ลประชาชนใหไดร บั บริการมาตรฐานครอบคลมุ ทุกพ้นื ทีไ่ ดมากที่สุด (The Best of The Best to
The Best for The Most)
ขั้นตอนที่ 4 (เดือนมิถุนายน) วิพากษแผนยุทธศาสตรกรม เพื่อรับฟงความคิดเห็น
จากผูม ีสวนไดส ว นเสีย (P-7) ผูบรหิ ารระดับสงู ของกระทรวงสาธารณสุข เจา หนาที่ภายในหนวยงาน และ
นำขอคิดเห็นและขอเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตรใหสมบูรณ นำเสนอในที่ประชุมผูบริหารกรม
พิจารณาอนมุ ัติ และเผยแพรผา นทางเว็บไซดก รม
ข้นั ตอนท่ี 5 (เดือนกรกฎาคม-กันยายน) ถายทอดยทุ ธศาสตรส ูการปฏบิ ตั ิ ผานการส่ือสารหลาย
ชอ งทางเพื่อใหบุคลากรทุกระดับรับรู เขา ใจ และสามารถนำปฏบิ ตั ิไดอยางชดั เจน เชน การจดั ประชุมชี้แจง
นโยบายและยุทธศาสตรกรมการแพทยประจำป การถา ยทอดผานระบบ VDO Conference การเผยแพร
ในเว็บไซตก รมการแพทย การจัดทำแผนปฏบิ ัตริ าชการประจำป การกำหนดตัวชว้ี ัดเพื่อติดตามความสำเร็จ
อยางชัดเจนในระดับองคการ การจดั ทำคำรบั รองการปฏิบตั ิราชการอิเล็กทรอนิกส (E-PA) ถายทอดไปถึง
ระดับหนวยงาน และระดับบุคคลอยางเปนระบบ โดยกรมไดเรียนรูและปรับกระบวนการถายทอด
ยทุ ธศาสตรใ หม ีประสทิ ธิภาพอยางสม่ำเสมอและตอเนอ่ื ง (P-13)
ขั้นตอนที่ 6 กำกับติดตามและประเมินผล (ตลอดปงบประมาณ) โดยคณะกรรมการบริหาร
ยุทธศาสตรจะพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและคาเปาหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งประเภท
ความกาวหนา Leading Indicators และผลลัพธการดำเนินการ Lagging Indicators มีระบบติดตาม
ตัวชี้วดั และผลการดำเนินงานตั้งแตระดบั กรม ระดับหนวยงาน และรายบุคคล โดยมีระบบติดตามโครงการ
งบประมาณ และนโยบาย เพ่ือใหมั่นใจไดว าผลการดำเนนิ การเปนไปตามเปาหมายของกรม
นอกจากนี้กรมการแพทยยังทำ Scenario Analysis และการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change
Management) เพือ่ เตรียมความพรอมในการตอบสนองตอสถานการณท ี่เปลี่ยนแปลงไปไดอยางทันทวงที
โดยมุงเนนและใหค วามสำคัญกับการประยุกตระบบบรกิ ารทางการแพทยใหส อดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ
สังคม พฤติกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป รวมกับสถานการณโลก เพื่อใหประชาชนเขาถึงและรับบริการ
ทางการแพทยท ่เี ปน เลศิ และสมคุณคา (Value Based Medical Services) โดย (1) การพัฒนา Hospital
Based to Personal Based เปาหมายคือประชาชนไดรบั การดูแลสุขภาพแบบครบวงจรอยา งไรรอยตอ
(Seamless Comprehensive Health Care) โดยนำระบบดิจิทัลมาใช (2) การพัฒนาระบบการแพทย
วถิ ใี หม (New Normal Medical Services) เพื่อรองรับสถานการณโ รคอบุ ัติใหม และแผนดำเนินกิจการ
อยางตอเนื่องสำหรับการบริหารความพรอมตอสภาวะวิกฤติจากโรคติดเชื้ออุบัติใหมในสถานพยาบาล
(Business Continuity Plan (BCP) for EIDs in Healthcare Facilities) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ
ทกุ ลมหายใจที่ไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 26
ยกระดับการบริการใหตรงกับความตองการของผูรับบรกิ าร (P-7) โดยพัฒนาระบบบริการ ลดความแออัด
ลดการรอคอย การนำเทคโนโลยีดจิ ิทัลมาสนับสนนุ (P-4) (3) การทำงานแบบมสี วนรวม รบั ฟง มองภาพ
กวาง เรียนรู ลงมือทำสิ่งใหมอยางสรางสรรคเพื่อการพัฒนา การจัดการชีวิตและการทำงานอยางสมดลุ
"Work life balance" โดยในป พ.ศ. 2563 พบวา หนวยงานในสงั กัดกรมการแพทยด ำเนนิ การตามนโยบาย
การบริหารราชการแบบมสี วนรวมรอยละ 100 (7.4:10.5)
ทั้งหมดทีก่ ลาวมาน้ีจะเหน็ ไดวากระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตรของกรมการแพทย ดำเนินการตามหลัก
คุณภาพการบริหารเชิงยุทธศาสตรโดยใชแนวคิด PDCA เปนกรอบในการดำเนินการ มีการใชขอมูล
เชิงประจักษนำมาวิเคราะห (HDC, PBMS) การวิเคราะหระบบนิเวศทางธุรกิจของกรม (P-7) (DMS
Business Ecosystem) การทำงานแบบมีสวนรวม (Co-Creation) การเก็บรวบรวมขอมูลความคาดหวัง
และความตองการของกลมุ ผูรับบริการ กลมุ ผมู ีสว นไดสว นเสีย (P-7) นักวิชาการ ผบู รหิ ารและผูปฏิบตั งิ าน
ทุกระดับ โดยวิธีการรับฟงความคิดเห็นดวยการจัดประชุม Online และ Offline การทำ Focus Group
นักวิจัย นักวิชาการ บุคลากรทางการแพทย เครือขายเขตสุขภาพ การขอรับคำปรึกษาแนะนำจาก
ผูทรงคุณวุฒิในดานตาง ๆ อดีตผูบริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข อดีตผูบริหารกรม สมาคม
โรงพยาบาลเอกชน มีการปรับปรุงการสื่อสารไปสูการปฏิบัติอยางสม่ำเสมอ เพื่อใหมั่นใจไดวาผูมีสวนได
สวนเสียทุกกลุมเขาใจและสามารถนำไปปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรม โดยในป พ.ศ. 2563 จากการสำรวจ
พบวาตัวชี้วัดรอยละของบุคลากรที่รับรูและเขาใจทิศทางองคกร (วิสัยทัศน เปาประสงค ยุทธศาสตร
คา นิยม) อยูทร่ี อยละ 94.10 (7.6:16.7)
(2) นวตั กรรม
กระบวนการจัดทำยุทธศาสตรของกรมการแพทยมีสวนในการกระตุนและสนับสนุนใหเกิด
การสรางนวัตกรรมและการกำหนดโอกาสเชิงยทุ ธศาสตรท ี่สำคญั ที่มงุ เนนการพฒั นาวิชาการทางการแพทย
เฉพาะทาง นำไปสกู ารจดั ทำขอเสนอแนะเชงิ นโยบายระดับชาติ ดงั นี้
1) การวิเคราะหขอมูลที่สำคัญครอบคลุมทุกดาน เชน Burden of disease & Service
mapping คือการวิเคราะหภาระโรคที่สำคัญ ทำใหทราบถึงสถานการณปญหาสุขภาพในแตละพื้นท่ี
สามารถนำไปวางแผนสนับสนุนดานวิชาการและบรกิ ารทางการแพทยในเขตสุขภาพ และ กทม. กอใหเกิด
โอกาสในการพัฒนาระบบบริการตา ง ๆ เชน ระบบบริการโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด
สงผลใหอัตราตายของผูปวยมแี นวโนม ลดลง หรือ แผนปฏริ ปู กรมการแพทย 4 ดาน (DMS 4 Reforms)
ซึ่งเปนแผนกลยทุ ธการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรม เพื่อใหบรรลุเปาหมายตามยุทธศาสตรไดรวดเรว็
และทันทวงทีภายใตสถานการณที่เปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา กอใหเกิดโอกาสในการพัฒนาศูนย
ความเปนเลิศทางการแพทย (CoE) การจัดตั้งสำนักการแพทยเขตครบทุกเขตสุขภาพ การบรหิ ารราชการ
แบบมีสวนรว มในโครงการบำบัดรักษาผูติดยาและสารเสพติดโดยการมีสวนรวมของชุมชน (Community
Based Treatment: CBTx) ซง่ึ ผลงานรวมพลงั เยยี วยาผตู ดิ ฝน สูการพฒั นาท่ียัง่ ยืน ไดร ับรางวลั เลิศรัฐสาขา
การบริหารราชการแบบมีสวนรวมระดับดีเดน ประจำป พ.ศ. 2563 การนำดิจิทัลมาใชในการพัฒนางาน
ทั้งดานบริหารและบริการ (Smart Office & Smart Hospital) รวมถึงการพัฒนาบุคลากร (HR
Transformation) เพื่อใหสามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ Digital Disruption และการเปน
องคการแหงความสุข (2) การรับฟงความคิดเห็น ทำใหเกิดการพัฒนาอยางมีสวนรวม เขาใจ
ความตองการของผูมีสวนไดสวนเสีย (P-7) นำขอมูลที่ไดไปวิเคราะหและออกแบบระบบงานที่ตรงกับ
ความตองการไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธิผล ใหความสำคัญกับขอรองเรียน โดยการจัดทำระบบ
รองเรียนอิเล็กทรอนิกส เพื่อสะดวกตอการเก็บขอมูลขอรองเรียนและนำไปวิเคราะหเพื่อการปรับปรุง
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 27
การปฏิบัติงานตอไป โดยในป พ.ศ. 2563 พบวา โดยในป พ.ศ. 2563 พบวาผลความสำรวจความพึงพอใจ
ของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสียเฉลี่ยอยูที่ 91.95 (7.2:3.6) และรอยละของขอรองเรียนไดรับการ
ตอบสนองภายใน 15 วนั ทำการอยทู ่รี อ ยละ 84.25 (7.4:11.1)
จากขอมลู ดงั กลาวทกี่ รมการแพทยร วบรวมไวอยางเปน ระบบ และนำมาวิเคราะหตามหลัก SWOT
Analysis (7’S , PESTEL) รวมทั้งการพยากรณแนวโนมในอนาคต ตลอดจนการวางแผนตามสถานการณ
ทำใหเห็นโอกาสเชิงยุทธศาสตรที่สงเสริมขีดความสามารถในการแขงขันดานสุขภาพของประเทศ ไดแก
(1) การเปลี่ยนจากโรงพยาบาลเปนศูนยกลาง เปน ประชาชนเปนศูนยกลาง (Hospital Based to
Personal Based) (2) การสรางความรวมมือ รวมคิด รวมทำ รวมรับผิดชอบ กับหนวยงานในพื้นที่
ในการพัฒนาระบบบริการแบบไรรอยตออยางครบวงจร (Seamless Comprehensive Health Care)
(3) การนำเทคโนโลยีดิจิตอลเขามาชวยในการปฏิบัติงาน (Digital DMS & Smart Hospital) (4) การเพ่ิม
ขดี ความสามารถในการแขง ขนั ดานการแพทยแ ละสาธารณสุขระดับประเทศ (5) การเขา สูสงั คมผูส งู อายุ
(3) การวเิ คราะหแ ละกำหนดยทุ ธศาสตร
กรมรวบรวมขอมูลนำเขาจากแหลงตาง ๆ ไดแก งานวิจัย รายงาน ขอมูลสถิติ ขอมูล
ผลการดำเนินงาน ขอมูลสารสนเทศ ผลการสำรวจ สัมภาษณ และการประชุม Focus Group ในกลุม
ผรู ับบรกิ าร ผมู สี ว นไดส วนเสีย (P-7) สภาพแวดลอ มภายใน (7’S) ขอมลู สภาพแวดลอมภายนอก (PESTEL)
ความทาทาย ความไดเปรียบ สภาพการแขงขัน มาวิเคราะห Ecosystem ของกรม นำไปสูการกำหนด
แผนยทุ ธศาสตรทม่ี ีประสทิ ธภิ าพ สามารถขับเคลอื่ นองคการใหบรรลเุ ปา หมาย ดงั ตาราง
ภาพท่ี 2.2 ตารางแสดงการรวบรวมขอ มูลและการวเิ คราะหข อมูล
ทุกลมหายใจท่ีไดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 28
ภาพที่ 2.2 ตารางแสดงกลยุทธ (TOWS Matrix)
จากการวิเคราะหจุดแข็ง จุดออนทำใหกรมการแพทยมองเห็นความไดเปรียบเชิงยุทธศาสตร
(P-12) ในการเปนกรมวิชาการที่ดูแลรักษาสุขภาพของคนไทยในโรคที่ยุงยากซับซอนตามมาตรฐาน
ทางการแพทยเฉพาะทาง ดังน้ี (1) เปนผูนำทางการแพทยใ นฐานะสถาบันแหงชาติ (National Institute)
ในหลายสาขา (2) มีความเชี่ยวชาญ (Specialist) ในการรักษาโรคเฉพาะทางที่ยุงยากซับซอน ทุกกลุม โรค
และทุกกลุมวัยดวยเทคโนโลยีทางการแพทยขั้นสูง (3) เปนสถาบันผลิตแพทยและฝกอบรมบุคลากร
ทางการแพทย (Training) เฉพาะทางในหลายสาขาทั้งในและตางประเทศ (4) เปนแหลงอางอิง
(Reference Center) และนำไปสูขอเสนอแนะเชิงนโยบายดานการแพทยและสาธารณสุขระดับชาติ
ในขณะที่กรมยังเผชิญกับความทาทายเชิงยุทธศาสตร (P-12) ท้ังภายในและภายนอกประเทศ คือ
(1) ทำอยา งไรใหประชาชนมีอายุคาดเฉลยี่ ของการมีสุขภาวะท่ีดี (2) ระบบการแพทยของไทยเปน 1 ใน 3
ของเอเชีย ซึ่งกรมไดประเมินโอกาสที่จะบรรลุเปาหมายขางตนจากความสามารถในการผลักดันใหเกิด
โครงการจัดตั้งศูนยการแพทยเฉพาะทางกรมการแพทย (DMS Medical Complex) ในป พ.ศ.2562 และ
ยังพบความเสี่ยงที่คุกคามตอความสำเร็จ คือไดรับงบประมาณดานการวิจัยไมเพียงพอ ทำใหเสียโอกาส
ในการพัฒนาองคความรูที่จะใชในการแกปญหาสาธารณสุขของประเทศ กรมจึงจัดตั้งกองทุนสนับสนุน
วชิ าการกรมการแพทย รวมกับการหาแหลงทุนอื่น ๆ จากภายนอกมาควบคุมความเส่ียงดังกลาว จุดบอด
ที่พบในกระบวนการวางแผนเชิงยุทธศาสตรและสารสนเทศที่สำคัญ คือการจัดการขอมูลขนาดใหญ
(Big Data) และทักษะการจัดการขอมูลไมเพียงพอ กรมจึงกำหนดใหมีการพัฒนาทักษะและความรูดาน
เทคโนโลยีดจิ ิทัล (Digital Literacy) แกบคุ คลกรทุกระดบั ทว่ั ท้ังองคการ เมื่อกรมไดกำหนดยทุ ธศาสตรและ
ถายทอดสูการปฏิบัติแลว ยังไดจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงดานการเงิน สังคม จริยธรรม ขอกฎหมาย
เทคโนโลยี (P-6) และความมนั่ คงการเปล่ียนแปลงของเศรษฐกจิ โลก และความสามารถในการเตรียมพรอ ม
และปองกันภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน เพื่อกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน ใหบรรลุเปาหมาย
ท่ีกำหนดอยางนอ ยปละ 2 ครั้ง ทำใหผลการดำเนนิ งานในโครงการวิจยั และขอเสนอเชิงนโยบายดขี ึน้ ทุกป
โดยในป พ.ศ. 2563 พบวา จำนวนขอเสนอแนะเชิงนโยบายท่ีสอดคลองกับปญหาสาธารณสุขระดับประเทศ
อยทู ่ี 15 เรอ่ื ง (7.1:1.1)
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 29
(4) ระบบงานและสมรรถนะหลกั ของสวนราชการ
กรมการแพทยใชหลักการ SIPOC Model และ Value Chain ในการออกแบบระบบงาน ผลผลิต
บริการและกระบวนการทำงาน โดยเริ่มตนจาก (1) ทบทวนขอมูลที่สำคัญของกรม คือ ภารกิจตาม
กฎหมาย (Mission, Vision, Value) สภาวะสุขภาพ (P-1) ความตองการและความคาดหวังของผรู ับบริการ
และผูมีสวนไดสวนเสีย (VOC: Voice of Customer) (P-7) ขอกำหนดที่สำคัญทุกดาน (ดานผูรับบริการ
ดานกระบวนการ ดานกฎระเบียบ ขอบังคบั กฎหมายสาธารณสุข) ความเชี่ยวชาญและความสามารถของ
บคุ ลากร เทคโนโลยที างการแพทยที่ทันสมัย ความสามารถในการใชทรัพยากรทางการแพทยรว มกัน ความ
คาดหวงั ของผูสงมอบและคคู วามรวมมอื (P-7) การบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัย ตลอดจนพิจารณา
จากยุทธศาสตรแ ละความสามารถในการแขงขนั มาตรฐานทางจรยิ ธรรม การกำกับดแู ลองคการที่ดีและการ
จดั การนวตั กรรม (2) วิเคราะหข อมูลที่สำคัญครอบคลุมทุกดาน รวมทั้งระบุปญหาทีเ่ กิดข้ึน เชน ขอมูล
จากการกำหนดยุทธศาสตรข องกรมที่พบวา กลุมผูรับบรกิ ารในอนาคตจะเปลย่ี นไปเนอ่ื งจากประเทศกำลัง
กาวสูสังคมผูสูงอายุ การออกแบบการบรกิ ารก็จะปรบั เปลี่ยนไปเพื่อตอบสนองกลุม ผูรับบรกิ ารทีเ่ ปลยี่ นไป
ดวย (3) นำผลการวิเคราะหไปออกแบบผลผลิต การบริการ และกระบวนการทำงาน โดยใชแนวคิด
PDCA, LEAN, RM PMQA รวมกับเครื่องมือการบริหารจัดการอื่นๆ เชน R2R, BSC, CQI, QA, AAR และ
มาตรฐาน HA, ISO, JCI, Green and Clean Hospital (P-13) เปนกรอบในการจัดการกระบวนการ
ใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพสรางผลผลิตและนวัตกรรม นำไปสูการออกแบบระบบงานและกระบวนการ
ท่ีมุงเนนการผลิตองคความรูและมาตรฐานทางการแพทยที่ทันสมัย สามารถนำไปปฏิบัติไดจริง ใหบรกิ าร
ทางการแพทยที่ตอบสนองความตอ งการของผูปวยและผูมีสวนไดสวนเสีย โดยแบงออกเปน 4 ระบบงาน
ที่สำคัญ คือ 1) ระบบงานวิจัยและประเมินเทคโนโลยี 2) ระบบงานบริการทางการแพทยเฉพาะทาง
3) ระบบงานพัฒนาวิชาการ มาตรฐาน นวัตกรรม ถายทอดและจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
ทางการแพทย 4) ระบบงานบรหิ ารจดั การ
ภาพที่ 2.3 DMS Value Chain Model ภาพที่ 2.4 การจดั โครงสรา งการแบง งาน
นอกจากนี้กรมการแพทยยังทบทวนและจัดโครงสรางการแบงงานภายในกรมเพื่อให
เกดิ การกระจายอำนาจที่ชัดเจนมากย่งิ ข้ึน โดยเนน การทำงานแบบบูรณาการ แบงเปน 2 กลมุ คอื กลุมท่ี 1
เปนกลุมโรงพยาบาล/ สถาบัน ที่รับผิดชอบการดำเนินงานศูนยความเปนเลิศทางการแพทย (Center of
Excellence: CoE) ซึ่งเปนนโยบายระดับชาติ ที่จะตองทำงานครอบคลุมดานบริการที่เปนเลิศ (Service
Excellence) การถายทอดองคความรูและเทคโนโลยีทางการแพทย (Training and Technology
Transfer) รวมทั้งการจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Advocacy) กลุมที่ 2 เปนกองสนับสนุน
สวนกลาง (Central Division) ที่มีหนาที่สนับสนุนการทำงานของกลุมโรงพยาบาล/สถาบัน (CoE)
ทั้งทางดา นวิชาการ ทรัพยากรบุคคล กฎหมาย กฎระเบยี บตา ง ๆ ตลอดจนการตรวจราชการ
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 30
กรมการแพทยกำหนดสมรรถนะหลักขององคการ โดยวิเคราะหภารกิจตามกฎหมายของกรม
วสิ ัยทัศน พันธกิจ และคานิยมกรมการแพทย (P-1) ระบบนเิ วศทางธุรกิจ (P-7) การทบทวนทิศทางและ
ยุทธศาสตร ความไดเปรียบและความทาทายเชิงยุทธศาสตร (P-12) การทบทวนสภาวะแวดลอมที่มี
ผลกระทบกับการดำเนินงานของกรม รวมกับการวิเคราะหความสามารถและสมรรถนะของเครือขาย
ความรวมมอื (P-7) เชน สถาบันการศกึ ษา โรงพยาบาลเอกชน และเครือขา ยเขตสุขภาพ 12 เขต และกทม.
นำไปสูการทบทวนสมรรถนะหลักของกรม (P-2) ที่สอดคลองกับยุทธศาสตร และตอบสนองการบรรลุ
เปาหมายของกรม ดังนี้ (1) บุคลากรมีความเชี่ยวชาญทางการแพทยเฉพาะทาง (Specialist)
(2) โรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่รองรับการสงตอผูปวยที่มีความยุงยากซับซอน (CoE) (3) เครือขาย
ความรวมมือดานวิชาการและบริการในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน (Co-Creation) (4) การพัฒนา
เทคโนโลยี่ดิจิทัลมาใชและออกแบบระบบบริการทางการแพทยและสาธารณสุขของประเทศ (New
Normal Medical Services และ Telemedicine) และจากการวิเคราะหสถานการณการเปลี่ยนแปลง
ทส่ี ำคญั เชน Digital Disruption พฤติกรรมสขุ ภาพของประชาชนที่เปลย่ี นแปลงไป การเขาสสู ังคมผสู งู อายุ
โรคอุบัติใหมอุบัติซ้ำ กรมจึงกำหนดสมรรถนะหลักในอนาคตของกรมการแพทย ดังนี้ (1) ศูนยนวัตกรรม
และเทคโนโลยีสุขภาพผูสูงอายุ (2) การแพทยวิถีใหมไรรอยตอ (3) ศูนยการแพทยแมนยำ (Precision
Medicine) และ(4) Smart Hospital โดยในป พ.ศ. 2563 พบวา ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดจำนวน
นวัตกรรมที่เพิ่มขึ้นในกรมการแพทย (สะสม) อยูที่ 487 เรื่อง (7.5:15.1) และผลการดำเนินนงาน
ตามตัวช้ีวัดจำนวนนวตั กรรมทย่ี ืน่ ขอจดสทิ ธิบตั ร/อนุสิทธิบัตร (สะสม) อยทู ่ี 54 เรื่อง (7.5:15.2)
ข. วตั ถุประสงคเ ชิงยทุ ธศาสตร
(5) วัตถุประสงคเชงิ ยทุ ธศาสตรท ส่ี ำคัญ และ (6) การพจิ ารณาวัตถปุ ระสงคเ ชิงยุทธศาสตร
กรมการแพทยไดกำหนดเปาประสงคสูงสุดที่สำคัญ (Ultimate Goal) คือ ประชาชนสุขภาพดี
เจาหนาที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตรกรมรวมกันกำหนด
วัตถปุ ระสงคเชิงยุทธศาสตร โดยพิจารณาความทาทายและความไดเ ปรียบเชิงยุทธศาสตรของกรม (P-12)
ในการเปน องคกรหลกั ดานการแพทยของประเทศ ในการดูแลระบบบริการทางการแพทย และผลิตผลงาน
ทางวิชาการเพื่อเปนขอเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติ การถายทอดองคความรูและเทคโนโลยที างการ
แพทยใหกับบุคลากรทางการแพทยทุกสายวิชาชีพ โดยคำนึงถึงสมรรถนะหลักของกรม (P-2) รวมทั้ง
การสรางความรูความเขาใจดานสุขภาพใหกับประชาชน (Health Literacy) วัตถุประสงคเชิงยุทธศาสตร
ของกรม มีความสอดคลองกับวิสัยทัศน พันธกิจ และการวิเคราะหขอมูลสารสนเทศที่สำคัญ เชน ขอมูล
ความตองการของผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย ขอมูลสุขภาพ ขอมูลภาระโรค และกระบวนการ
ปฏิบัติงานคุณภาพทีส่ ามารถวัดผลได ทำใหเกิดการเรียนรู การปรับปรุงผลการดำเนินการ (P-13) ทำให
เห็นโอกาสในการสรางนวัตกรรม และการกำหนดสมรรถนะใหม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ตลอดเวลา โดยแผน DMS 4 Reforms นอกจากจะเปนแรงเสรมิ ในการขับเคลือ่ นยุทธศาสตรกรมใหบ รรลุ
เปาหมายไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพแลว แผนปฏิรูปดาน Agenda Reform (Seamless
Comprehensive Healthcare) ซง่ึ มงุ เนน แกไขปญหาท่เี ปนเรื่องสำคัญหรือเปนวาระสำคัญของชาติ ไดแก
ผูสูงอายุ โรคไมติดตอ (NCD) โรคมะเร็ง การดูแลแบบประคับประคอง ยาเสพติด และสถานการณแพร
ระบาดโรค COVID 19 ถือเปนแผนกลยุทธเพื่อเตรียมพรอมรับมือกับสถานการณฉุกเฉินและแกปญหา
สำคัญดานสุขภาพของประเทศที่กรมรับผิดชอบและตั้งวัตถุประสงคไว เชน การบริหารจัดการดานการ
รักษาพยาบาลในสถานการณ COVID 19 ท่กี รมการแพทยไดรับมอบหมายจากรัฐบาลใหเปนผูรับผิดชอบ
หลัก ในการจัดการทั้งดา นการรักษาพยาบาลและการบรหิ ารเตียงผปู วยสำหรับผูติดเช้อื COVID 19 ในเขต
ทุกลมหายใจทไ่ี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 31
กทม.และปริมณฑลไดอยางมีประสิทธิภาพ การพัฒนาการแพทยวิถีใหม (New Normal Medical
Services) เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาล ตลอดจนผูปวยยังคงไดรับบริการทางการแพทยอยาง
ตอเนื่อง แมในสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อตา ง ๆ หรือภาวะฉุกเฉนิ ทีอ่ าจเกิดข้ึนเมือ่ ไหรก็ได
โดยในป พ.ศ. 2563 พบวากรมการแพทยไ ดผ ลติ คมู ือ/แนวทางปฏบิ ตั ิทางการแพทยในสถานการณการแพร
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) จำนวน 11 เรื่อง นอกจากนี้ Agenda Reform
ยังสามารถตอบโจทยนโยบายสำคัญของรัฐบาลไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน กรมการแพทย เปนผูวิจัย
การนำกัญชามาใชทางการแพทย ตลอดจนจัดหลักสูตรอบรมทางการแพทยในการนำกัญชาไปใช
ทางการแพทยอ ยา งถกู ตอ งและเหมาะสมตามหลกั วิชาการ ดงั ตาราง
ภาพท่ี 2.5 การกำหนดวตั ถปุ ระสงคเชงิ ยทุ ธศาสตรทีส่ ำคญั
2.2 การนำยุทธศาสตรไ ปปฏบิ ตั ิ ภาพที่ 2.6 การจดั ทำแผนปฏบิ ตั ิ
ก. การจดั ทำแผนปฏิบัตกิ ารและการถา ยทอดสกู ารปฏิบัติ การ
(7) การจัดทำแผนปฏบิ ัติการ
กรมการแพทยจัดทําแผนปฏิบัติการ แผนการใชจาย
งบประมาณ กำหนดแผนงาน โครงการ และตวั ชีว้ ดั ในแตละยทุ ธศาสตร
(ระยะยาว 5 ป ระยะสั้น 1 ป) กำหนดคาเปาหมายและตัวชี้วัด
งบประมาณรายจายในแตละไตรมาส เพื่อสะทอนความสำเร็จในการ
บรรลุวัตถปุ ระสงค ดังภาพ
นอกจากนี้ ยังไดมีการวิเคราะหและจัดลําดับความสําคัญ
ของแผนงาน/โครงการ และกําหนดระยะเวลาของการดําเนินงาน
(Priority& Phasing) ในประเด็นสาํ คัญโดยการเสนอทางเลอื ก Option
& Intervention ตาง ๆ เพื่อจัดทำเปนแผนปฏิบัติราชการประจำป
โดยมีงบประมาณจาก 2 แหลงทุน คือจากงบประมาณแผนดินและ
เงินนอกงบประมาณ โดยแผนปฏบิ ัตกิ ารกรมการแพทยม คี วามสัมพันธ
กบั วตั ถุประสงคเ ชงิ ยทุ ธศาสตร ทง้ั ในระดับแผนงาน โครงการ ตัวช้ีวัด
และผลการดำเนนิ งานตามแผนที่รอยเรียง ถายทอดไปในแตละระดับ
ตามตาราง
ทกุ ลมหายใจท่ไี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 32
ภาพท่ี 2.7 การกำหนดแผนงาน โครงการทีส่ ำคญั
(8) การนำแผนปฏิบตั ิการไปปฏิบัติ
คณะกรรมการบริหารยุทธศาสตรจะ
กำหนดหนวยงานรับผิดชอบขับเคลื่อน
แผนงาน/โครงการตามยุทธศาสตร โดย
จัดทำตารางแสดงความรับผิดชอบ (OS
Matrix : Owner – Supporter Matrix)
ซึ่งมีรองอธิบดีกรมการแพทยเปนผูบริหาร
โครงการ (Project Manager) ทำหนาที่
สงเสริมสนับสนุนการดำเนินงานตาม
แผนปฏิบัติการภายใตแผนงาน/โครงการ
ยุทธศาสตร โดยหนวยงานเจาภาพโครงการ ภาพท่ี 2.8 การถา ยทอดแผนปฏบิ ตั กิ ารสกู ารปฏบิ ตั ิ
ในแผนปฏิบัติการจะมอบหมายผูรับผิดชอบ
ตามสายการบรหิ ารลงสูระดับบุคคล โดยมีการรายงานความกาวหนาการปฏิบัติงานและผลการดำเนินงาน
ตามเปาหมายตัวชี้วัด ซึ่งจะนำไปเชื่อมโยงกับการประเมินและจัดทำคำรับรองการปฏิบัติงาน ทั้งนี้
ทุกหนวยงานในสังกัดกรมจะทำงานรวมกันภายใตแนวคิด Co-Creation และใชแนวทางคุณภาพ PDCA
เปนหลักในการเรียนรูและปรับปรุงการทำงาน ในการปฏิบัติงานรวมกับเครือขายและพันธมิตรไดให
ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสรางความเขาใจในเปาหมายการปฏิบัติงานตามกระบวนการสรางคุณคา
เชน การลงนามความรวมมือทางวิชาการรว มกับคณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสงเสริม
ความรวมมือในการใหบริการทางวิชาการแกชุมชน สังคม หนวยงานภาครัฐ และเอกชน ในการพัฒนา
นวัตกรรม การลงนามบันทึกขอตกลงความรวมมือทางวิชาการเพื่อจัดการเรียนการสอนระดับปรญิ ญาตรี
สาขากิจกรรมบำบัด ระหวางมหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒและกรมการแพทย โดยสถาบันสิรินธรเพื่อการ
ฟนฟูสมรรถภาพทางการแพทยแหงชาติ และเพื่อใหมั่นใจวาการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของ
กรมการแพทยจะบรรลุจะตามวัตถุประสงค ไดจัดใหมีกระบวนการกำกับและประเมินผล โดยกอง
ยุทธศาสตรและแผนงานจะวิเคราะหเทียบเคียงความกาวหนา และเปาหมายการดำเนินงานตามแผนปฏิบตั ิ
การอยางตอ เน่ืองเปน ประจำทุกเดือนผานระบบ PBMS ในกรณที ีพ่ บวาการทำงานมแี นวโนมไมบ รรลผุ ล จะ
มีการแจงเตือนและใหขอเสนอแนะ โดยรวมวิเคราะหสภาพปญหาเพื่อปรับปรุงแนวทางและวิธีการ
ปฏิบัติงานใหเหมาะสม รวมทั้งเสนอขอจัดสรรทรัพยากรเพื่อใหการสนับสนุนเพิ่มเติมในกรณีที่จำเปน
และหากเปนเรื่องสำคัญตองอาศัยการตัดสินใจจากผูบริหาร จะนำเรื่องดังกลาวเสนอตอคณะ
ทุกลมหายใจทไี่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 33
กรรมการบริหารกรมการแพทยพิจารณาใหความคิดเห็น กอใหเกิดการระดมความคิดสรางสรรค รวมกัน
ผลักดันงาน สรางผลลัพธก ารดำเนินงานที่มีคุณคา ภายใตกลไกการติดตามการดำเนินงานของกรมฯ (M&E
for DMS) ซึ่งเชื่อมโยงไปสูการเรียนรูและการพัฒนาขององคการอยางยง่ั ยืน ทำใหกระบวนงานในดานตาง
ๆ มปี ระสิทธภิ าพและประสิทธิผลเพิ่มสูงขึ้นและประสบความสำเร็จตามแผน โดยในป พ.ศ. 2563 พบวา
รอยละเฉลี่ยถวงน้ำหนักในการบรรลุเปาหมายตามคำรับรองการปฏิบัติราชการอยูที่รอยละ 94.31 และ
รอยละเฉลี่ยถวงน้ำหนักในการบรรลุเปาหมายตามแผนยุทธศาสตรกรมการแพทยอยูที่รอยละ 65.9
(7.1:2.1,2.2)
(9) การจัดสรรทรัพยากร
กรมการแพทยจัดสรรทรัพยากรโดยการกำหนดเกณฑและแนวทางการพิจารณาเพื่อใหเกิด
ความคมุ คา และเกิดประโยชนสงู สุดกับประชาชน และระบบสุขภาพ ดงั น้ี (1) สนองตอนโยบายของรัฐบาล
และนโยบายระดับตาง ๆ ที่สงผลกระทบตอสุขภาพของประชาชนในวงกวาง (2) ตอบสนองตอยทุ ธศาสตร
กรมการแพทย (3) มีความคุมคาคุมทุน (4) การกระจายอยางครอบคลุม (5) ความจำเปนเรงดวน
ของสถานการณสุขภาพ ทั้งหมดนี้กำหนดภายใตแผนกลยุทธ DMS 4 Reforms ซึ่งถือเปนแผนกลยุทธ
การดำเนินงานที่มีการระบุผลผลิตและเปาหมาย เกิดการแกปญหาไดต รงจุดมากขึ้น ควบคุมกำกับโดยการ
จดั ทำแผนปฏิบตั ิการใหเ ห็นแผนงาน แผนเงิน ในภาพรวมของกรม การบริหารความเสี่ยงโดยการควบคุม
กำกับของหนวยงานที่รับผิดชอบหลัก ลงไปถึงการวางแผนปฏิบัติการและบริหารความเสี่ยงในระดับ
โครงการ การบริหารงบลงทุน/แผนงานโครงการ ในรูปแบบการรวมภารกิจ (cluster) กลุมมะเร็ง 7+1
กลุมยาเสพตดิ 6+1 และกลุม CR 5G DNA
(10) แผนกลยุทธดานบคุ ลากรทท่ี ำใหยุทธศาสตรเปน ไปได
กรมการแพทยไดจัดทำแผนกลยุทธดานบุคลากรที่ที่สอดคลองกับวิสัยทัศน พันธกิจ คานิยม
แผนยุทธศาสตร และแผนปฏบิ ัติการ ดงั นี้
ภาพท่ี 2.9 แผนกลยุทธด านบุคลากร
ทกุ ลมหายใจทไ่ี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 34
(11) ตัววัดผลการดำเนนิ งาน
แผน 20 ป เปาหมายการพฒั นา ตวั ช้วี ดั
ระยะท่ี 1 (พ.ศ.2561-2565) การปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดาน (Function, Agenda, Area ตวั ชว้ี ดั ตามยุทธศาสตร 5 ปของ
ปฏริ ปู ระบบ และ System Reform) เพอ่ื สนบั สนนุ การขับเคล่อื น กรมการแพทย ป พ.ศ. 2561-2565
ยุทธศาสตรข องกรมการแพทย ใหป ระชาชนไดร บั บรกิ าร
ทางการแพทยท ี่มีคณุ ภาพและมาตรฐานวิชาชพี อยา งเสมอภาค
ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) สรางความ เขม แขง็ และยั่งยืนของระบบการรักษาและฟน ฟู อายุคาดเฉลย่ี ของการมีสขุ ภาพดี
สรางความเขมแข็ง สุขภาพของประเทศ (HALE)
ระบบการแพทยไ ทย เปน 1 ใน 2 ของเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต
ระยะที่ 3 (พ.ศ.2571-2575) ดัชนปี ระสิทธิภาพทางสาธารณสุข
สูความยงั่ ยืน ระบบการแพทยไ ทย เปน 1 ใน 3 ของเอเชีย (Health-Efficiency Index)
ระยะที่ 4 (พ.ศ.2576-2580)
เปน 1 ใน 3 ของเอเชยี
กรมการแพทยไดพัฒนาระบบกำกับติดตามและประเมินผลโดยกำหนดใหมีกระบวนการ
ควบคุม (The Control Process) และเพิ่มขอบเขตการกำกับ ติดตาม ประเมินผลเปน 5 ดา น จากเดิมที่
ติดตามเฉพาะแผนงาน/โครงการ ดังน้ี 1. ระบบการกำกบั ติดตามความกาวหนา ของแผนงาน/โครงการ
และงบประมาณ ตามแผนปฏิบัติการประจำป กำหนดใหทุกหนว ยงานในสังกดั รายงานผลทันทีที่เสร็จส้ิน
ผานระบบ PBMS ซึ่งสามารถประมวลผลไดถูกตอง แมนยำ ทันเวลา สงผลใหการติดตามพัฒนาและ
สงเสรมิ การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ พรอ มทั้งเชือ่ มโยงขอมลู เขา สูระบบรายงานของกระทรวงสาธารณสุข
และของประเทศ ผานระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารยุทธศาสตรดานสุขภาพ (SMS) , ระบบ eMENSCR
เปน รายไตรมาส 2. ระบบการติดตามประเมินตัวชี้วดั กำหนดใหแบงการประเมินเปน 2 สว น 1) ประเมิน
ภายใน ไดแก การประเมินผลตามแผนยุทธศาสตรก รมการแพทย ซึง่ คณะกรรมการบริหารกรมการแพทยจะ
พิจารณาใหค วามเห็นชอบตัวชีว้ ดั ระดับ Corporate Strategy (ยุทธศาสตรร ะดับองคก าร) โดยนำเปาหมาย
ตามภารกิจ ความคาดหวังของผูมีสวนไดสวนเสีย ผลการดำเนินงานที่ผานมาพิจารณากำหนดดัชนีหรือ
หนวยวัดความสำเร็จของการปฏิบัติงาน (ตัวชี้วัด) และคาดการณผลการดำเนินการระยะสั้น (Small
Success 3 6 9 12 เดือน) และระยะยาว 5 ป ในชวงของการจัดทำแผนยุทธศาสตรแ ละกำหนดใหม ีการ
ประเมินผลปละ 1 ครั้ง ผานระบบการรายงาน การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการใชจาย
งบประมาณปละ 4 ครั้ง ผานระบบ e-budgeting 2) การประเมินภายนอก ไดแกการประเมินการ
ดำเนินงานเขตบริการสขุ ภาพ (Service Plan) ประเมนิ ปละ 2 คร้งั โดยผอู ำนวยการสำนกั การแพทยเขตทำ
หนาที่ลงพื้นที่ใหคำปรึกษาและประสานศูนยวิชาการเพื่อใหการสนับสนุนดานวิชาการและเทคโนโลยี
การแพทยต ามความตองการเขตสขุ ภาพผา นการตรวจราชการ (DMS Health KPI) ทั้งนี้การกำหนดตัวชี้วัด
จะนำผลการดำเนินงานที่ผานมาและบริบทที่จำเปนตองติดตามมาเปนปจจัยในการกำหนดตัวชี้วัดและคา
เปาหมายรวมกับผูมีสวนไดสวนเสีย เชน ศูนยวิชาการของกรมการแพทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
โรงพยาบาลในเขตสุขภาพ สำนักการแพทยเขตสุขภาพ 3. ระบบการนิเทศ ตรวจเยี่ยม และประชุม
ผูบริหาร เชน การประชุม Thursday Meeting (THM) ทุกวันพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือน และ DMS
Conference ทุกสัปดาหแรกของเดือน เพื่อติดตามงานที่เปนนโยบายสำคัญเรงดวน หรือตองอาศัยการ
ตัดสินใจรว มกนั ของผูบริหาร กรณฉี กุ เฉินจะมีการเรียกประชุมผบู รหิ ารโดยผาน Conference 4. ระบบการ
ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ริ าชการตามคำรับรองการปฏบิ ัตริ าชการ ไดกำหนดตวั ช้ีวดั เปาหมาย เกณฑก ารให
คะแนน และนำไปใชในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามที่ไดมีการลงนามในคำรับรองการปฏิบัติ
ราชการ สงเสริมใหบุคลากรยึดมั่นในการปฏิบัติราชการเพื่อใหเกิดผลสัมฤทธิ์ มีความคุมคา ตอบสนอง
ประชาชน ประเมินปละ 2 ครั้ง ผานระบบ (E-PA) 5. ระบบการติดตามและประเมินผลความเสี่ยงเชิง
ยทุ ธศาสตร เพอื่ ลดโอกาสที่จะผิดพลาดของการดำเนินงานซ่ึงจะทำใหยทุ ธศาสตรไมบ รรลุผล อกี ทง้ั สงเสริม
ใหองคการเกิดการเรียนรู (Learning Organization) กรมการแพทยไดกำหนดใหมีการบริหารความเสี่ยง
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 35
เชิงยุทธศาสตร (Enterprise Risk Management :ERM) ตามแนวทางของ COSO ทั้งในระดับกรมและ
หนวยงาน โดยมีการติดตามและประเมินความเส่ียงปละ 2 ครั้ง กรมจะสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวม
จากระบบตาง ๆ โดยนำผลไปประกอบการพิจารณาทบทวนยุทธศาสตร รวมทั้งการตัดสินใจจัดสรร
ทรัพยากรของผูบริหารเพื่อการพัฒนาในรอบปตอไป นอกจากนี้ยังไดสงขอมูลสรุปผลประเมินการ
ดำเนินงานเขตบริการสุขภาพ (Service Plan) ใหกับกองยทุ ธศาสตรและแผนงานรวมทั้งกองตรวจราชการ
ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำผลไปปรับปรุงพัฒนาเขตสุขภาพและรวบรวมสรุปรายงานผลตอ ผูบริหาร
กระทรวง ในสวนของการประเมินการปฏิบัติราชการกลุมพัฒนาระบบริหารจะเปนผูจัดทำสรุปผลการ
ปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปในภาพกรมการแพทย เสนอตอผูบริหารเพื่อใช
ประกอบการพจิ ารณาความดีความชอบและสงใหกับกลุมพัฒนาระบบบริหารของกระทรวงสาธารณสุขซ่ึง
จะนำไปรวบรวมจัดทำเปนเอกสารเผยแพรทางเว็บไซตกระทรวงสาธารณสุข เว็บไซต สป.สธ. ใหบุคลากร
และผูเกี่ยวของไดรับทราบและนำไปปรับปรุงกระบวนการที่สรางคุณคาและกระบวนการสนับสนุนในการ
ปฏิบัตงิ านตอ ไป โดยในป พ.ศ. 2563 พบวา ผลการดำเนนิ การรอยละของแพทยแ ลพยาบาลที่รับการพัฒนา
ความเชย่ี วชาญเฉพาะทางท่ตี อบสนองตรงตามความตองการของเขตสุขภาพ อยูทรี่ อยละ 86.28 (7.1:1.5)
(12) การคาดการณผลการดำเนินงาน
กรมการแพทยไดกำหนดใหมีกระบวนการในการคาดการณเปาหมายการดำเนินงานทั้งในระยะสนั้
และระยะยาวขององคการตามตัววัดหรือดัชนีชีว้ ัดผลการดำเนินการที่สำคัญ และไดเทียบเคียงกับผลการ
ปฏบิ ตั ริ าชการของหนว ยงานตนเองและหนวยงานในระดบั เดียวกนั ทป่ี ฏิบัตงิ านเหมือนกันหรือคลายคลึงกัน
ทัง้ ในประเทศและตา งประเทศ จากวิสัยทัศนร ะยะ 20 ป “ประชาชนสขุ ภาพดีไดรับบริการทางการแพทยท่ี
มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพอยางเสมอภาค การแพทยไทยเปน 1 ใน 3 ของเอเชีย” กรมการแพทยได
กำหนดคเู ทยี บเพื่อการพัฒนาในระยะ 20 ป คอื ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใตทง้ั 10 ประเทศ สำหรับ
ในชวง 15 ปแรก และประเทศทั้งหมดในเอเชีย สำหรบั ในชวงปท่ี 16-20 โดยประเมินจากตวั ช้ีวัดสำคัญคือ
อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Health Adjusted Life Expectancy : HALE) ซึ่งแสดงถึงการมีชีวิต
ยืนยาวรวมกับการมีคุณภาพชีวิตดานสุขภาพที่ดี และดัชนีประสิทธิภาพทางสาธารณสุข (Health-
Efficiency Index) ซึ่งแสดงถึง การใชทรัพยากรอยางคุมคาเพื่อใหเกิด Value-based health care และ
องคการอนามัยโลก (WHO) รายงานลา สุดป ค.ศ.2016 ไทยมีคาเฉลี่ยเทากับ 66.8 ป ในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต ประเทศไทยอยูอันดับ 4 รองจากสิงคโปร บรูไน และเวียดนาม ตามลาดับ ในสวนของ Health-
Efficiency Index รายงานโดย Bloomberg ลาสุดป ค.ศ. 2018 ในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต ประเทศไทย
อยูอันดับ 2 รองจากสิงคโปร และ ในเอเชียประเทศไทยอยูอันดับ 7 รองจาก ฮองกง สิงคโปร เกาหลีใต
ญ่ีปุน ไตห วนั และจนี ตามลำดบั (P-9)
กรมการแพทยไดนำผลของการเทียบเคียง และการดำเนินงานยอนหลังอยางนอย 3 ป มาเปน
Baseline เพื่อวิเคราะหแนวโนมของสถานการณ สภาพปญหา ความคาดหวัง และความตองการของ
ผูรับบริการ โดยการคาดการณเพื่อวางแผน และกำหนดเปาหมายตัวชี้วัดผลการดำเนินงานในอนาคต
ภายใตเ ปาประสงคเ ชิงยทุ ธศาสตร โดยใชเครอ่ื งมือ COSO Enterprise สำหรบั
วางแผนการกำกับติดตามผลการดำเนินงานขององคกร นอกจากนี้ยังนำเกณฑ SDGs เปนขอมูล
ในการกำหนดตัวชี้วดั และมาตรการเพือ่ ปองกนั และดูแลรักษาโรคท่ีไดม าตรฐาน สงผลใหอ ตั ราตายดวยโรค
ตาง ๆ ลดลง เชน การดำเนินการดานทารกแรกเกิด เพื่อลดการแออัด ลดเวลารอคอย และสงผลใหอัตรา
ตายทารกแรกเกิดมแี นวโนมลดลงเรอื่ ย ๆ
ทุกลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 36
ประเดน็ การเทียบเคยี ง ผลการดำเนินงาน
ประเทศเทียบเคยี ง (ค.ศ. 2015)
อตั ราการตายของมารดา ไทย สงิ คโปร บรูไน มาเลเซีย ฟล ปิ นส เวียดนาม อนิ โดนเี ซยี พมา ลาว กัมพชู า
ตอ การเกิดมชี พี
100,000 คน 20 10 23 40 114 54 126 178 197 161
อัตราการตายทารกแรกเกิด
ตอการเกิดมชี พี 6.7 1 4.3 3.9 12.6 11.4 13.5 26.4 30.1 14.8
100,000 คน
อัตราการตายของทารกอายุ 12 2.7 10.2 7.0 28.0 21.7 27.2 50.0 66.7 28.7
ต่ำกวา 5 ป (ตอ การเกิด
มชี พี 1,000 คน )
ข. การปรับเปล่ยี นแผนการปฏิบตั ิการ
13. การปรับเปล่ยี นแผนการปฏบิ ตั กิ าร
กรมการแพทยนำแนวคิดการบริหารการเปลี่ยนแปลง Scenario Analysis และ Business
Ecosystem มาใชใ นการคาดการณการเปลย่ี นแปลงและความทา ทายทจี่ ะเกดิ ข้ึนตอระบบสขุ ภาพ ซ่งึ ปจ จยั
ที่สงผลกระทบใหญ อาทิ นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงสาธารณสุข ปญหาภัยคุกคามสุขภาพ
ระบบงานหลกั 4 ระบบงาน ประกอบดว ย (1) ระบบงานบริการทางการแพทยเ ฉพาะทาง (2) ระบบงานวจิ ยั
และประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย (3) ระบบงานพัฒนาวิชาการ มาตรฐานนวัตกรรม ถายทอดและ
จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายทางการแพทย (4) ระบบงานบริหารจัดการ โดยนำแนวคิด PDCA และ
Business Continuity Management (New Normal Medical Services & Business Continuity Plan
(BCP) for EIDs in Healthcare Facilities: แผนดำเนนิ กิจการอยางตอ เน่ืองสำหรับการบริหารความพรอม
ตอสภาวะวิกฤติจากโรคติดเชื้ออุบัตใิ หมใ นสถานพยาบาล) มาใชใ นการยกระดบั ประสทิ ธภิ าพการใหบริการ
และกระบวนการทำงานของกรมอยางตอเนื่อง โดยในป พ.ศ. 2563 พบวาทุกหนวยงานในสังกัดได
ดำเนนิ การจดั ทำแผนบรหิ ารความตอ เนอื่ ง (BCP for EID) (7.6:17.2)
ปจ จยั การเปลีย่ นแปลง ลกั ษณะการเปลยี่ นแปลง แนวทางการรองรบั
นโยบายรัฐบาลประจำป การนำกัญชามาใชใ นทาง - ความรว มมือกับภาคเี ครอื ขาย ในการทำวิจยั เรือ่ งกัญชา
นโยบายไทยแลนด 4.0 ดา น การแพทย เพ่ือนำมาใชใ นทางการแพทย
เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม เทคโนโลยี - คลนิ ิกกญั ชาทางการแพทย
PHR สวนบุคคล - บรู ณาการรวมกับภาคเอกชน
เปา หมายแผนแมบ ทภายใต - สรา งองคค วามรดู านกญั ชา เพอ่ื ถายทอดใหเ ขตสุขภาพ
ยุทธศาสตรช าติ 20 ป นวัตกรรม - การรวมมอื กบั กทม.(เขต 13) ในการจดั ทำ Personal Health
Record เพือ่ ใชข อมลู ในการรกั ษารวมกัน
การทองเทย่ี วเชิงสุขภาพ - Telemedicine การรักษาและใหค ำปรกึ ษาทางไกล
- อุตสาหกรรมทางการแพทย - Digital Hospital (Smart Hospital)
แบบครบวงจร - DMS Health KPI
- DMS Digital reform สำหรับหนว ยงานสนับสนนุ
- จัดตั้งศนู ยนวตั กรรมกรมการแพทย
- ศกึ ษาเครอื่ งมอื ทางการแพทยท ี่ทนั สมยั เพอื่ รองรบั
สถานการณฉ กุ เฉนิ
- นวัตกรรมช้นิ งาน
- นวตั กรรมบรกิ าร
- วางแผนการกำหนดนโยบายการทองเทย่ี วในเชิงสขุ ภาพ
เชน การจดั Homestay เพื่อรกั ษาผปู ว ย
- การพฒั นาแอฟพลเิ คช่นั ในการตดิ ตามสุขภาพ
ศูนยก ารแพทยเฉพาะทางกระทรวงสาธารณสุข
ทกุ ลมหายใจทไ่ี ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 37
ปจจัยการเปลย่ี นแปลง ลักษณะการเปล่ยี นแปลง แนวทางการรองรบั
นโยบายกระทรวงสาธารณสุข - การรวมลงทุนภาครัฐและ - เจาะเลือดทบี่ า น
การเขา สูสงั คมผูสงู อายอุ ยา ง เอกชน (Public Private - รับยาทางไปรษณยี
เต็มตวั Partnership : PPP) - ปตตานีโมเดล
พฤติกรรมสขุ ภาพของ ระบบบรกิ ารทางการแพทยว ถิ ี - ศูนยน วัตกรรมเพอ่ื ผสู งู อายุ
ประชาชนท่เี ปลย่ี นแปลงไป ใหม - ออกแบบการใหบ รกิ ารเพอ่ื ใหเ หมาะสมกับผูส งู อายุ
การเปลี่ยนแปลงของ - ประชาชนมกี ารดูแลสขุ ภาพ จดั ทำแผน Health literacy
เทคโนโลย/ี ดิจทิ ลั - ประชาชนมีทางเลอื กในการ - Digital Literacy
การแพรระบาดของโรคตดิ ตอ - พัฒนาระบบสารสนเทศเพอ่ื การแลกเปล่ยี น และเชือ่ มโยง
อบุ ัติใหม อบุ ัตซิ ้ำ - โรคมะเร็ง ขอ มลู สขุ ภาพ ระหวางกรมการแพทยแ ละกทม.
- โรคไมต ิดตอเรือ้ รงั (NCD) ดา นความรว มมอื และพฒั นาวชิ าการ/บรกิ าร
การเจ็บปวยดว ยโรคไมต ิดตอ - มลภาวะทางอากาศ PM 2.5 - ความรว มมือกับ UHosnet ในการจัดทำแนวทางการรกั ษา
แรงงานตา งดา ว แรงงานตา งดา ว
และการดแู ลตนเองของญาตผิ ปู ว ย และประชาชน
- การพฒั นาเทคโนโลยที างการแพทย และดิจิทัล ดานการถายทอด
องคความรแู ละการรกั ษา แกแ พทยและบคุ ลากรสาธารณสุข
- การรว มคดิ รวมทำ และรว มมอื กับทกุ ภาคสว นในการจดั ต้งั
รพ.สนาม หรอื Hospital รองรบั
- การพฒั นาตนแบบการบรกิ ารแบบไมห ยดุ บริการในภาวะวกิ ฤต
ดว ยแนวทาง New Normal Medical Service ควบคูกบั BCP
- การบริหารทรัพยากรดานอปุ กรณ จำนวนเตยี ง บุคลากร
- การสรา ง Health literacy
- จดั ซ้อื เคร่อื งมือทางการแพทยท ที่ นั สมยั
- การจดั ตง้ั ศนู ยการแพทยแมน ยำ precision medicine
- Cancer anywhere
- การรว มมือกับสถานพยาบาลภาคเอกชน ดา นการรกั ษาพยาบาล
และประกนั สุขภาพ
- ขน้ึ ทะเบียนแรงงานตา งดา วและผูตดิ ตาม
- มอบหมายผรู บั ผิดชอบตรวจสุขภาพและประกันสขุ ภาพ
แรงงานตา งดา ว
การบรหิ ารเชงิ ยทุ ธศาสตรข องกรมการแพทย ดำเนนิ การดว ยระบบคณุ ภาพ โดยใชแ นวคิดคณุ ภาพ
การบริหารจัดการภาครัฐ PMQA เปนกรอบในการดำเนินการ ทำใหมัน่ ใจไดวา กรมมกี ารกำหนดทิศทาง
และวิธีปฏิบัติเพื่อใหบรรลุเปาหมาย ภายใตหลักการการใชขอมูลเชิงประจักษ (Evidence Based
Management) มีการแปลงยุทธศาสตรไ ปสูการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรม มีความชัดเจน วัดผลได เกิดการ
เรียนรูและปรับปรุงอยางตอเนื่องอยางเปนพลวัตร (Dynamic) มีความยืดหยุนคลองตัว และมีการบูรณา
การการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ภายใตว ิสยั ทัศน คานิยม และวัฒนธรรมรวม ทำใหสามารถบรรลุ
เปา หมายสูงสดุ ของกรมการแพทยคอื “ประชาชนสุขภาพดี เจาหนา ท่ีมีความสุข ระบบสขุ ภาพย่งั ยืน”
ทุกลมหายใจทไี่ ดคนื มา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 38
สว นท่ี 3 : หมวด 7 ผลลพั ธก ารดำเนนิ การ
7.1 ผลลพั ธดา นประสิทธิผลและการบรรลุพนั ธกิจ
กรมการแพทยมีภารกิจในการศึกษา วิจัย พัฒนาและถายทอดองคความรูและเทคโนโลยีทางการ
แพทยที่เหมาะสม การเพิ่มพูนความรูและทักษะการปฏิบัติงานแกบุคลากรทางการแพทยเฉพาะทางที่มี
คุณภาพ ใหบรกิ ารทางการแพทยเ ฉพาะดานหรือในระดับตติยภมู ิท่ียุงยากซับซอ นอยา งไดมาตรฐานเพื่อให
ผูรับบรกิ ารพงึ พอใจ โดยมผี ลลพั ธดังนี้
ทุกลมหายใจทไี่ ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวาคำช่ืนชม 39
7.2 ผลลัพธด านการใหค วามสำคัญผูรับบรกิ ารและผูม สี วนไดส วนเสีย
กรมการแพทยประเมินความพึงพอใจและความผกู พันของผูรับบรกิ ารและผูมีสวนไดส วนเสียเพื่อให
สามารถรับฟง เรยี นรคู วามตองการความคาดหวังไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยมผี ลลัพธดงั นี้
7.3 ผลลัพธด านการมงุ เนนบุคลากร
กรมการแพทยใหความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษยและการบริหารจัดการทรัพยากร
มนษุ ย ถือวา เปนงานที่ทกุ คนมสี ว นเกย่ี วของดวยเสมอ โดยมผี ลลัพธ ดังน้ี
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 40
7.4 ผลลัพธดานการนำองคก ารและการกำกบั ดูแล
ผูบริหารระดบั สูงเปน ผูทีย่ ดึ มั่นในการดำเนนิ ภารกิจอยางมีธรรมาภิบาล ผานระบบการนำองคการ
รวมทัง้ วางระบบการกำกับดูแลองคก ารที่ดี เพื่อสรางความเชื่อมั่นภาพลักษณ และสรางความผาสุกใหกับ
สังคมและประเทศชาตติ อไป
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 41
7.5 ผลลพั ธดา นงบประมาณ การเงิน และการเตบิ โต
ผูบริหารกรมไดใหความสำคัญกับการติดตามการใชงบประมาณ โดยมีการ รายงาน
ผานประชมุ กรมทุกเดอื น ท้ังน้เี พือ่ ควบคมุ กำกบั คาใชจ า ยใหเ ปนไปตามแผน และเกิดความคมุ คา
7.6 ผลลพั ธดานประสิทธิผลของกระบวนการและการจัดการหวงโซอ ปุ ทาน
กรมการแพทยไดใหค วามสำคญั กับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยมีการกำหนดตัวชี้วดั ทั้งใน
กระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน และมีการติดตามผลการดำเนินการอยางตอเนื่องเพื่อนำมา
พัฒนาปรบั ปรุงการดำเนินงาน ควบคูกับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลตามเกณฑก ารประเมินของสถาบัน
รับรองคณุ ภาพสถานพยาบาล
ทกุ ลมหายใจทีไ่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 42
อภธิ านศัพท
1. กลุมมะเร็ง 7+1 หมายถึง โรงพยาบาลมะเร็งในสวนภูมิภาค 7 โรงพยาบาล (โรงพยาบาลมะเรง็ ลำปาง
โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี โรงพยาบาล
มหาวชิราลงกรณธัญบุรี โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎรธานี) และสถาบันมะเร็ง
แหง ชาติ
2. กลุมยาเสพติด 6+1 หมายถึง โรงพยาบาลธัญญารักษในสวนภูมิภาค 6 โรงพยาบาล (โรงพยาบาล
ธญั ญารักษเชียงใหม โรงพยาบาลธญั ญารักษแ มฮองสอน โรงพยาบาลธัญญารักษข อนแกน โรงพยาบาล
ธญั ญารักษอุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษสงขลา โรงพยาบาลธัญญารักษปตตานี) และสถาบันบำบัด
และฟนฟผู ูตดิ ยาเสพตดิ แหงชาติบรมราชชนนี
3. CR 5G DNA หมายถงึ กลุมโรงพยาบาลทั่วไป ไดแก โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ
(วัดไรข งิ ) โรงพยาบาลสงฆ โรงพยาบาลนพรตั นราชธานี สถาบันสุขภาพเด็กแหงชาติมหาราชินี
4. การผาตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery : ODS) หมายถึง การรับผูปวยเขามารับการรักษา
ดวยการผาตัดที่ไดม ีการเตรียมการไวกอนแลว และใหผูปว ยกลับบานในวนั เดียวกันกับวันทีเ่ ขารับการ
รักษา หรอื อยูในโรงพยาบาลไมเ กนิ 24 ชั่วโมง
5. การใหบริการทางการแพทยวิถีใหม (New normal medical services) หมายถึง การพัฒนารูปแบบ
ระบบบริการทางการแพทยแบบใหม เพื่อใหบริการภายใตสถานการณการแพรระบาดของโรคไวรัส
โคโรนา (COVID-19)
6. ความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) หมายถึงความสามารถและทกั ษะในการเขาถึงขอมูล ความรู
ความเขาใจ เพื่อวิเคราะห ประเมินการปฏิบัติ และจัดการตนเอง รวมทั้งสามารถชี้แนะเรื่องสุขภาพ
สวนบุคคล ครอบครัว และชมุ ชน เพื่อสขุ ภาพทีด่ ี
7. ดัชนีประสิทธิภาพทางสาธารณสุข (Health-Efficiency Index) หมายถึง การประเมินดัชนีชี้วัด
ประสทิ ธภิ าพระบบรกั ษาสขุ ภาพ จากอายุคาดเฉลี่ยและคา ใชจ ายในดานการแพทยของแตละประเทศ
8. มาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) หมายถึง กลไกกระตุนใหเกิดการพัฒนาระบบงานภายใน
โรงพยาบาลทั้งองคกรอยางตอเนื่องในดานมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ การปองกันและจัดการ
ความเสี่ยง การทำงานเปนทีม การนำองคกรที่มีประสิทธิภาพ เนนผูปวยเปนศูนยกลาง รับรองโดย
สถาบนั รับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องคก ารมหาชน) หรือ สรพ.
9. ระบบ DMS Health KPI Digital คอื ระบบบรู ณาการตดิ ตามตัวช้วี ดั ทส่ี ำคัญ
10.ร ะ บ บ eMENSCR (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and
Country Reform) คอื ระบบติดตามและประเมนิ ผลแหง ชาติ
11. ระบบ E-PA คือ ระบบรายงานผลคำรับรองการปฏิบัติราชการอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานในสังกัด
กรมการแพทย
12. ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) คือ ระบบทรัพยากรกรมการแพทย
13. ระบบ MIS คอื ระบบฐานขอมูลสำหรับผบู รหิ ารกรมการแพทย
14. ร ะ บ บ PBMS (Planning and Budget Management System) คื อ ระ บ บ ก า ร ก ำ ก ับ ติ ด ต า ม
ความกา วหนาของแผนงาน/โครงการ และงบประมาณ ของกรมการแพทย
15. ระบบ SMS (Strategic Management System) คือ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารยุทธศาสตร
ดานสุขภาพ
ทุกลมหายใจทไี่ ดคืนมา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 43
16. ศูนยการแพทยแมนยำ (Precision Medicine) หมายถึง การดูแลรักษา และการเลือกใชยา
ทีม่ ีประสิทธภิ าพมากที่สุด มีภาวะแทรกซอนนอยที่สุดและลดอัตราการเปนซ้ำ บนพื้นฐานพันธุกรรม
แตละบคุ คล
17. สังคมผูสูงอายุ (Aging Society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปขึ้นไปมากกวา
รอ ยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ หรอื มปี ระชากรอายุตัง้ แต 65 ปม ากกวา รอ ยละ 7 ของประชากร
ท้ังประเทศ
18. หองฉุกเฉินคุณภาพ หมายถึง หองฉุกเฉินที่มีมาตรฐาน ใหการรักษาพยาบาลผูเจ็บปวยวิกฤตฉุกเฉิน
อยางทันเวลา ปลอดภัยและประทับใจ โดยเนนใน 3 มิติ คือ พัฒนาระบบบริการที่มีมาตรฐาน
พฒั นาระบบสนบั สนนุ ทมี่ มี าตรฐาน การพฒั นาและธำรงรักษากำลังคน
19. องคการอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) เปนทบวงการชำนาญพ ิเ ศษ
ของสหประชาชาติ ซึง่ รับผดิ ชอบการประสานงานดา นสาธารณสุขระหวางประเทศ
20. อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Health Adjusted Life Expectancy : HALE) หมายถึง การมีชีวิต
ยืนยาวรวมกับการมคี ณุ ภาพชีวติ ดานสุขภาพทด่ี ี
21. AAR (After Action Review) การทบทวนหลังปฏิบัติงาน หมายถึง เทคนิค/วิธีการ/ขั้นตอนหน่ึง
ในการทำงานที่ใชในการทบทวนวิธีการทำงาน ทั้งดานความสำเร็จและปญหาที่เกิดขึ้น ทำใหเกิดการ
แลกเปลีย่ นเรียนรูประสบการณก ารทำงาน เพื่อปรบั ปรุงการทำงานใหดีขึ้นอยางเปนระบบ โดยคงไวซ่งึ
วธิ ีการที่ดีอยูแลว และแกปญหาที่เคยเกิดขึ้นเพื่อปองกันการเกิดซ้ำ รวมทัง้ มีการบันทึก/ถอดบทเรียน
ทไ่ี ดรับเพอ่ื ใชเ ปนขอมูล/ความรูในการทำงานครงั้ ตอ ๆ ไป
22. Burden of Disease หมายถึง เคร่ืองชี้วัดภาระโรคทแ่ี สดงดวยจำนวนปส มบูรณทป่ี รับดวยความพกิ าร
(DALYs: Disability-Adjusted Life Years) อันประกอบดวยสองสวนดวยกัน คือ จำนวนปที่สูญเสีย
จากการตายกอนวัยอันควร (YLLs: Years of Life Lost) และจำนวนปที่อยูดวยความพิการ (YLDs:
Years Lost due to Disability)
23. Central Division หมายถึง หนวยงานสนับสนุนที่ตั้งอยูภายในสวนกลางกรมการแพทย จำนวน
12 หนว ยงาน
24. Center of Excellence (CoE 15 ดาน) หมายถึง ศูนยความเปนเลิศทางการแพทยจำนวน 15 ดาน
ตามกฎกระทรวง ไดแก ดานอาชีวเวชศาสตรและเวชศาสตรสิ่งแวดลอม ดานจักษุวิทยา ดานโสต ศอ
นาสิก ดานขอและกระดูก ดานพระภิกษุและสามเณร ดานทันตกรรม ดานการบำบัดรักษาและฟนฟู
สมรรถภาพในกลุมผูตดิ ยาและสารเสพติด ดา นระบบประสาท ดานพยาธวิ ทิ ยา ดานโรคมะเรง็ ดานโรค
ทรวงอก ดานโรคผิวหนัง ดา นเวชศาสตรผ สู ูงอายุ ดา นฟน ฟูสมรรถภาพทางการแพทย ดานโรคเดก็
25. Chronic Care Model หมายถึง รปู แบบการดูแลผูปว ยโรคเรอื้ รัง
26. CoE 7 Component หมายถึง แนวทางการพัฒนาความเปน เลิศของโรงพยาบาล/สถาบันสูความเปน
เลิศทางการแพทย (Center of Excellence) ใหมีความครอบคลุม 7 องคประกอบ คือ 1. การบริการ
ระดับตติยภูมิและสูงกวา (Super Tertiary Care) 2. การรับสงตอ (Referral Center) 3. การวิจยั และ
พ ั ฒ น า ( Research and Development Center) 4. ก า ร พ ั ฒ น า บ ุ คล า ก ร ( Training Center)
5. การเปนศูนยอ างอิงวิชาการแพทย (Reference Center) 6. การเปนองคกรระดับชาติและนำเสนอ
ขอเสนอเชิงนโยบาย (National Body and Policy Advocacy) 7. การมีเครือขายวิช า การ
(Networking)
27. Comprehensive Approach หมายถึง ระบบการดูแลอยา งครบวงจร
ทกุ ลมหายใจทไี่ ดคืนมา มคี า มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 44
28. DMS Co- Creation หมายถึง กรมการแพทยทั้งสวนกลางและสว นภูมิภาค รวมคนหาปญหา รวมคิด
รวมทำ รวมรับผิดชอบ ทั้งในดานวิชาการและบริการระหวางกรมการแพทยกับเขตสุขภาพในพื้นที
(เขตสขุ ภาพท่ี 1 – 12 และเขตสุขภาพท่ี 13 กรุงเทพมหานคร)
29. DMS ECOSYSTEM หมายถึง ระบบนิเวศกรมการแพทย การปรับตัวใหเขากับการเปลี่ยนแปลงทาง
เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีที่ทนั สมัย และการใหบริการที่ตอบสนองความตองการของผูรบั บริการและ
ผมู ีสวนไดส ว นเสยี
30. DMS The Best of The Best หมายถึง การพัฒนาความเปน เลิศของกรมการแพทย
31. DMS The Best for The Most หมายถึง การผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายความเชี่ยวชาญ
ของกรมการแพทยส ูเขตสุขภาพกอใหเกิดประโยชนส ูงสดุ แกป ระชาชนท้ังประเทศ
32. DMS 4 Reforms หมายถึง การปฏิรูปกรมการแพทย 4 ดาน ไดแก 1. Agenda Reform 2. Area
Reform 3. Function Reform 4. System Reform
33. HAPPY DMS คือ กรมการแพทยเ ปน องคก ารแหง ความสุข
34. Hospital Based to Personal Based หมายถึง การเปลี่ยนจากผูปวยจะตองเดินทางไปโรงพยาบาล
เปน การดูแลรบั บรกิ ารสุขภาพไดท่ีบา น แตยงั สามารถมสี ุขภาพทีด่ ไี ด
35. JCI (Joint Commission International) คือ การประเมินรับรองสถานพยาบาล มุงเนนคุณภาพการ
ใหบ ริการทสี่ อดคลอ งกบั มาตรฐานสากลและตรวจสอบได และความปลอดภยั ของผปู วยและผรู ับบริการ
โดย JCI อยูในการกำกบั ดูแลของ The Joint Commission ซง่ึ เปน สถาบนั ของสหรัฐอเมริกาที่ไดรับการ
ยอมรับในระดบั สากล
36. MOPHDMS หมายถึง คานิยมกรมการแพทย 7 ขอ ไดแก
M : Mastery เปน นายตนเอง
O : Originality เรง สรางสิ่งใหม
P : People Centered ใสใจประชาชน
H : Humility ถอมตนออนนอม
D : Determination For The Nation พรอมนำระดบั ชาติ
M : Moving Together สามารถไปดวยกัน
S : Specialist มงุ มน่ั สคู วามเปนเลิศ
37. National Reference Center หมายถึง การเปน ศนู ยอ า งองิ ขอ มลู ระดบั ชาติ
38. NCDs (Non-communicable diseases) หมายถึง กลุม โรคไมติดตอเรื้อรงั ไมไดเ กิดจากเชื้อโรคและ
ไมสามารถแพรกระจายจากคนสูคนได แตเ ปนโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมี
การดำเนินโรคอยา งชา ๆ คอยๆ สะสมอาการอยางตอ เนือ่ ง และเมือ่ มีอาการของโรคแลวมักจะเกิดการ
เรอ้ื รงั ของโรคดวย
39. R2R (Routine to Research) หมายถงึ การพัฒนางานประจำสูง านวิจยั ผลลพั ธข อง R2R ไมไดมุงหวัง
เพียงแคไดผลงานวิจัยเทานั้น แตมีเปาหมายที่จะนำผลงานวิจัย R2R ไปใชพัฒนางานประจำ
มี 4 องคป ระกอบ ดังน้ี
1. โจทยวจิ ัย R2R : ตองมาจากปญหาหนางานจากงานประจำท่ที ำกันอยูและตองการพฒั นาใหดขี ึ้น
2. ผวู จิ ยั : ตอ งเปน ผทู ำงานประจำน้ันเอง และตอ งทำหนาทหี่ ลกั ในการวิจัยดว ย
3. ผลลัพธของงานวิจัย : ตองวัดผลไดจากตวั ผูรับบริการจากเรา หรอื ผูปว ยโดยตรง เชน ดานการ
ทำงานบริการจะชวยลดขั้นตอนการทำงาน การบริการดีขึน้ , แกปญหาภาระงานที่ทำอยูได สวน
ทกุ ลมหายใจท่ีไดคนื มา มีคา มากเกนิ กวา คำช่ืนชม 45
ดานการดูแลผูปวย ผลการรักษาจะดีขึ้น, ภาวะแทรกซอนหรือระยะเวลาในการพักรักษาตัวท่ี
โรงพยาบาลลดลง เปนตน
4. การนำผลการวิจัยไปใช : สามารถนำไปปรับปรุงการทำงานและการบรกิ ารใหดีขึ้นในบริบทของ
แตล ะองคก ร
40. Seamless Comprehensive Health Care หมายถึง ประชาชนไดรับการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร
อยา งไรรอยตอ
41. SDGs (Sustainable Development Goals) หมายถงึ การจดั ทำเปา หมายการพัฒนาท่ีย่งั ยนื
42. Service Plan หมายถงึ การพฒั นาระบบบรกิ ารสุขภาพ ในเขตสขุ ภาพท่ี 1 – 12 และเขตสุขภาพที่ 13
กรงุ เทพมหานคร
43. Service System Mapping หมายถงึ การวางระบบสุขภาพ
44. Smart Hospital หมายถึง โรงพยาบาลภาครัฐ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีการประยุกตใช
เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการจัดบริการภายในโรงพยาบาล ลดขั้นตอนการปฏิบัติ และเพื่อ
ความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัย และทันสมัยอยางเปนมิตร
ตอ สง่ิ แวดลอ ม
45. THM : Thursday Meeting หมายถึง การประชุมประจำสัปดาหทุกวันพฤหัสบดีของผูบริหารและ
ผูอ ำนวยการของหนวยงานสนับสนุนทตี่ ง้ั อยภู ายในสวนกลาง กรมการแพทย
46. UHOSNET คือ เครอื ขา ยโรงพยาบาลของกลุมสถาบันแพทยศาสตรแ หงประเทศไทย
47. Universal precautions หมายถึง การระมัดระวังปองกันตนเองของบุคลากรทุกคนใหปลอดภัย
จาก การติดเชื้อทีอ่ าจติดตอทางเลือด และสารน้ำจากรางกาย (blood and body fluids) ของผูปวย
ทุกรายเหมือนกนั โดยไมต องมีการตรวจเลือดผูป ว ยวา ตดิ เชื้อหรือไม
48. Value Based Medical Services หมายถึง การใหบริการทางการแพทยที่เปนเลิศ มีคุณคา
ตอ ประชาชน