The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง เครื่องปั้นดินเผา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-10-11 17:59:27

รูปเล่ม คติชน

เรื่อง เครื่องปั้นดินเผา

สร้ร้ ร้ร้ างสรรค์ค์ ค์ค์ งานศิศิศิศิ ลป์ป์ป์ป์ “เครื่รื่ รื่รื่ อ รื่รื่ งปั้ปั้ ปั้ปั้ ปั้ปั้ นดิดิน ดิดิ เผา บ้บ้า บ้บ้ นม่ม่อ ม่ม่ นเขาแก้ก้ว ก้ก้” “สืสืสืสื บสานตำ ตำตำตำนานหม้ม้ ม้ม้ อดิดิ ดิดิ น ถิ่ถิ่ ถิ่ถิ่ น ถิ่ถิ่ ปั้ปั้ปั้ปั้ น ปั้ปั้ หม้ม้ ม้ม้ อทำ ทำทำทำมืมื มืมื อ” รายวิชาคติชนวิทยา นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาราชภัฏลำ ปาง ตำ ตำตำตำบลพิพิ พิพิชัชัชัชั ย อำอำอำอำอำอำเภอเมืมื มืมื องลำลำลำลำลำลำ ปาง จัจั จัจั งหวัวัด วัวั ลำลำลำลำลำลำ ปาง


สร้างสรรค์งค์านศิลศิ ป์ “เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา บ้านม่อนเขาแก้ว”เป็นหนังนัสือสืที่มีที่เมีนื้อหา และมีส่มี ส่ วนเกี่ยกี่วข้องกับกัรายวิชวิาคติชตินวิทวิยา รหัสหัวิชวิา ๑๑๐๓๒๐๔ ซึ่งภายในหนังนัสือสื ได้นำ เสนอเนื้อหาเกี่ยกี่วกับกั ประวัติวัขติองเมือมืงลำ ปาง สภาพความเป็นอยู่ วิถีวิ ชีถีวิชีตวิของ ชาวลำ ปาง ที่มที่าและความสำ คัญคัของการทำ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา บ้านม่อนเขาแก้ว และ กระบวนการในการผลิตลิเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาจนกลายมาเป็นผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา บ้้านม่อนเขาแก้ว ในปัจปัจุบัจุนบั ซึ่งกลุ่มผู้จัดจัทำ ได้ลงพื้นพื้ที่เก็บ ก็ รวบรวมข้อมูลมูจาก คุณคุประเวช หมีบุมีรุบุษรุซึ่งเป็น ผู้ที่มีที่คมีวามรู้จากแหล่งเรียรีนรู้ภูมิภูปัมิญปัญาชุมชุชนบ้านม่อนเขาแก้ว รวมไปถึงถึการศึกศึษา ค้นคว้าหาข้อมูลมูจากแหล่งข้อมูลมูที่เชื่อถือถื ได้ ไม่ว่าจะในหนังนัสือสืหรือรืแหล่งเรียรีนรู้ ออนไลน์ผู้จัดจัทำ หวังวัเป็นอย่างยิ่งยิ่ว่าหนังนัสือสืเล่มนี้จนี้ะเป็นประโยชน์สำ หรับรัผู้อ่านที่ กำ ลังลั ศึกศึษาและสนใจข้อมูลมูของเรื่อรื่งเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา บ้านม่อนเขาแก้ว หากเกิดกิข้อ ผิดผิพลาดประการใดต้องขออภัยภัมา ณ ที่นี้ที่ นี้ด้วย ขอขอบพระคุณคุผู้ให้ข้อมูลมูชุมชุชนบ้านม่อนเขาแก้ว อาจารย์ธิย์ดธิารัตรัน์ ผมงาม อาจารย์ผู้ย์ผู้สอนประจำ วิชวิาคติชตินวิทวิยาที่ไที่ด้ให้ความรู้และคำ แนะนำ ซึ่งทำ ให้หนังนัสือสื เล่มนี้บนี้รรลุเลุป้าหมายเเละสำ เร็จ ร็ ลุล่ลุ ล่ วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดจัทำ คำคำคำคำ คำคำ นำนำ นำนำ นำนำ ก


คำ นำ ก สารบัญบัข สารบัญบัค ประวัติวัติความเป็นมาของจังจัหวัดวัลำ ปาง ๑ สภาพภูมิปมิระเทศและสภาพภูมิอมิากาศ ๒ ข้อมูลพื้นฐานของจังจัหวัดวัลำ ปาง ๓ ข้อมูลพื้นฐานบ้านม่อนเขาแก้ว ๔ ประวัติวัติชื่อหมู่บ้าน ๕ ที่ตั้ที่ตั้งตั้และอาณาเขต ๖ การประกอบอาชีพ ๗ ภูมิปัมิ ปัญาท้องถิ่น การปั้นหม้อดินบ้านม่อนเขาแก้ว ๘ - กลุ่มผลิตภัณภัฑ์เครื่อรื่งปั้นดินเผา ๙-๑๒ ความเชื่อและพิธีกธีรรมในการทำ เครื่อรื่งปั้นดินเผา ๑-๓ ลักลัษณะดินทางวิทวิยาศาสตร์ ๑๔ ลักลัษณะดินทางความเชื่อ ๑๕-๑๖ คุณสมบัติบัติของดินโป่งมันมั๑๗ รูปแบบเครื่อรื่งปั้นดินเผา ๑๘ ลักลัษณะผลิตภัณภัฑ์ ๑๙ จุดเด่นและลักลัษณะเฉพาะเครื่อรื่งปั้นดินเผา ๒๐ วิวัวิฒวันาการของเครื่อรื่งปั้นดินเผา ๒๑ แนวคิดคิการดำ เนินงานสืบสืสานตำ นานหม้อดิน ๒๒ เรื่อ รื่ ง หน้าที่ สารบับั บับั ญ ข


กระบวนการผลิตเครื่อรื่งปั้นดินเผา ๑. การเตรียรีมดินโป่งมันมั๒๓ ๒. การขึ้นขึ้รูปผลิตภัณภัฑ์ ๒๔-๒๕ - วัสวัดุ/อุปกรณ์ และขั้นขั้ตอนในการขึ้นขึ้รูปปั้นขนาดเล็ก โดยใช้เครื่อรื่ง ๒๖ - วัสวัดุ/อุปกรณ์ และขั้นขั้ตอนในการขึ้นขึ้รูปปั้นขนาดใหญ่ โดยใช้เครื่อรื่งจักจัร ๒๗ ๓. การตกแต่งผลิตภัณภัฑ์ ๒๘ - อุปกรณ์การตกแต่งลวดลายผลิตภัณภัฑ์ ๒๙ ๔. การตากผลิตภัณภัฑ์ ๓๐ ๕. การเผาผลิตภัณภัฑ์ ๓๑ ๖. การคัดคัเลือลืกผลิตภัณภัฑ์ ๓๒ ๗.การถ่ายทอดและการอนุรักรัษ์ภูมิปัมิ ปัญญา ๓๓ ๘. การตลาดและการส่งออก - ชุมชน ๓๔ - จังจัหวัดวั๓๕ - ประเทศ ๓๕ บรรณานุกรม ๓๖ ภาคผนวก ๓๗ ประวัติวัติผู้ให้ข้อมูล และสัมสัภาษณ์ ๓๘ คณะผู้จัดจัทำ ๓๙ เรื่อ รื่ ง หน้าที่ สารบับั บับั ญ ค


ประวัติความเป็นมา ประวัติความเป็นมา ของจังหวัดลำ ปาง ของจังหวัดลำ ปาง ที่มที่า : ลำ ปางเมือมืงต้องห้ามพลาด (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ.2566) ที่มที่า : ลำ ปางเมือมืงต้องห้ามพลาด (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ.๒๕๖๖ ) ที่มที่า : ลำ ปาง เมือมืงต้องห้ามพลาด (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ.๒๕๖๖ ) ๑ นุชนาฎ เชียงชัยชั ( ๒๕๕๘ : ๓๗) ได้กล่าวถึงถึจังจัหวัดวัลำ ปาง เป็นจังจัหวัดวัที่ มีอมีายุเก่าแก่ไม่น้อยกว่า ๑,๓๐๐ ปี มีชื่มี ชื่อเรียรีกขานกันกัหลายชื่อ ซึ่งปรากฏหลักลั ฐานตามตำ นานต่างๆ รวม ๑๑ ชื่อ ได้แก่ กุกกุฏนคร ลัมลัภกับกั ปะนคร ศรีนรีครชัยชั นครเวียวีงคอกวัววัเวียวีงดิน เขลางค์นคร นครลำ ปาง คำ เขลางค์ อาลัมลัภางค์ เมือมืง ลคร และเมือมืงนครลำ ปางมีชื่มี ชื่อเรียรีกขานกันกัว่า “กุกกุฏนคร” แปลว่าเมือมืงไก่ ดังดันั้นนั้ตราประจำ จังจัหวัดวัลำ ปาง คือคื “ไก่ขาว” จังจัหวัดวัลำ ปางสร้างเมื่อมื่ปี พ.ศ. ๑๒๒๓ จากหนังนัสือสืพงศาวดารโยนกกล่าวว่า “สุพรหมฤาษี”ษีสร้างเมือมืงเพื่อให้ เจ้าอนันนัตยศ โอรสพระนางจามเทวี ครองคู่กับกัเมือมืงหริภุริ ภุญชัยชั (ลำ พูน) ให้ชื่อ เมือมืงว่า “นครเขลางค์” ต่อมาเปลี่ยลี่นเป็น “นครอัมอัภางค์” และเปลี่ยลี่นชื่อเป็น “นครลำ ปาง” ในภายหลังลั


จังจัหวัดวัลําปางมีพื้มีพื้นที่เป็นที่รที่าบล้อมรอบด้วยภูเขา มีลัมีกลัษณะเป็นแอ่งแผ่นดินที่ ยาวและกว้างที่สุที่ สุดในภาคเหนือ เรียรีกว่า “อ่างลําปาง” ลักลัษณะภูมิประเทศแบ่งออกเป็น ๓ ลักลัษณะ คือคืบริเวณตอนบนของจังจัหวัดวัเป็นที่รที่าบสูง ภูเขา และเป็นป่าค่อนข้างทึบ อุดมสมบูรณ์ ด้วยไม้มีค่มี ค่ า ได้แก่ พื้นที่อํที่าอํเภอเมือมืงปาน แจ้ห่ม วังวัเหนือและงาว บริเวณ ตอนกลางของจังจัหวัดวัเป็นที่รที่าบและที่รที่าบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ สําคัญคัของจังจัหวัดวั ได้แก่ พื้นที่อํที่าอํเภอห้างฉัตฉัร เมือมืงลําปาง เกาะคา แม่ทะ และสบปราบ บริเวณตอนใต้ของจังจัหวัดวัเป็นป่าไม้รังรับางส่วนเป็นทุ่งหญ้า ได้แก่ พื้นที่อํที่าอํเภอเถิน แม่พริก บางส่วนของอําอํเภอเสริมงามและแม่ทะ จากลักลัษณะพื้นที่ขที่องจังจัหวัดวัที่เป็นแอ่งกระทะ จึงจึทำ ให้อากาศร้อนอบอ้าวเกือบ ตลอดปี ฤดูร้อนมีอมีากาศร้อนจัดจัและหนาวจัดจั ในฤดูหนาว ลักลัษณะภูมิอากาศแบ่งออก ได้เป็น ๓ ฤดู คือคืฤดูร้อน เริ่มประมาณต้นเดือนมีนมีาคมจนถึงถึกลางเดือนพฤษภาคม อากาศจะร้อนอบอ้าวช่วงที่มีที่อมีากาศร้อนที่สุที่ สุด คือคืเดือนเมษายน ฤดูฝนเริ่มประมาณ กลางเดือนพฤษภาคม ฤดูหนาวเริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายน จนถึงถึเดือนกุมภาพันพัธ์ อากาศจะหนาวเย็น ย็ และช่วงที่มีที่อมีากาศหนาวจัดจัคือคืเดือนมกราคม สภาพภูภูภูภูมิมิมิมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศ ะเทศ และสภาพภูมิอากาศ ๒ นุชนาฎ เชียงชัยชั (๒๕๕๘:๔๐) ได้กล่าวถึงถึสภาพภูมิปมิระเทศและสภาพภูมิอมิากาศของ จังจัหวัดวัลำ ปางไว้ดังดันี้


จังจัหวัดวัลำ ปางเป็นจังจัหวัดวัที่มีที่คมีวามเกี่ยกี่วข้องกับกั ประวัติวั ศติาสตร์และมีคมีวามโดดเด่นทาง ศิลศิ ปะวัฒวันธรรมที่เป็นเอกลักลัษณ์เฉพาะ เช่น วัดวัพระธาตุลำ ปางหลวง วัดวั ปงสนุก บ้านร้อย ปี บ้านเสานักนัชุมชนบ้านท่ามะโอ เป็นต้น ผู้คนส่วนใหญ่จะนับนัถือถืศาสนาพุทธเป็นหลักลั และนับนัถือถืศาสนาอื่นอื่ๆเป็นประปราย และ ประชากรมีคมีวามหลากหลายทั้งทั้กลุ่มชาติพัตินพัธุ์ และกลุ่มชนพื้นพื้เมือมืง เช่น กลุ่มชาติพัตินพัธุ์ไธุ์ทลื้อลื้กลุ่มชาติพัตินพัธุ์กธุ์ะเหรี่ยรี่ง กลุ่มชาติพัตินพัธุ์ลัธุ์วลัะ กลุ่มชาติพัตินพัธุ์เธุ์ย้า ฯลฯ ซึ่งจะประกอบอาชีพเกษตรกร ค้าขาย รับรัจ้างทั่วไป ธุรกิจส่วนตัวตั และอาชีพที่มีที่คมีวามโดดเด่นอีกอีอาชีพหนึ่ง นั่นก็คื ก็ อคืการทำ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาของหมู่บ้าน ม่อนเขาแก้ว ตำ บลพิชัยชั ข้ข้ ข้ อ ข้ อมูมู มู ล มู ลพื้พื้ พื้พื้ พื้ น พื้ นฐานของจัจั จั ง จั งหวัวั วั ด วั ดลำลำลำลำปาง ที่มที่า : ลำ ปางโฟกัสกั (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ.๒๕๖๖) ที่มที่า : ลำ ปางโฟกัสกั (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ.๒๕๖๖) ที่มที่า : ลำ ปางโฟกัสกั (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ.๒๕๖๖) ๓


๑. สภาพโดยทั่วทั่ไปของบ้านม่อนเขาแก้ว หมู่ที่ ๓ ตำ บลพิชัยชัอำ เภอ เมือมืง จังจัหวัดวัลำ ปาง ก่อตั้งตั้หมู่บ้านอยู่กลางทุ่งนาห่างจากตัวตัเมือมืงลำ ปาง โดย วัดวัระยะจากค่ายสุรศักศัดิ์มนตรีไรีปทางทิศเหนือระหว่างทางคู่ขนานพหลโยธินธิ หรือรืทางหลวงหมายเลข ๑ (ลำ ปาง-เชียงราย) ถึงถึทางแยกเข้าหมู่บ้านด้านขวา มือมืมีรมีะยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านมีซุ้มีซุ้มประตู ขนาดใหญ่แขวนชื่อป้ายตั้งตั้ตรงข้ามถนน เมื่อมื่มองผ่านลอดซุ้มไปข้างหน้าจะ มองเห็น ห็ วัดวัเขาแก้ว ตั้งตั้อยู่บนเนินเขาเตี้ยตี้ ข้ข้ ข้ อ ข้ อมูมู มู ล มู ลพื้พื้ พื้พื้ พื้ น พื้ นฐานบ้บ้ บ้ า บ้ านม่ม่ ม่ อ ม่ อนเขาแก้ก้ ก้ ว ก้ ว ๒. ลักลัษณะพื้นที่เป็นพื้นที่รที่าบ ล้อมรอบด้วยทุ่งนาทั้งทั้สี่ด้สี่ ด้ าน ส่วนใหญ่ ใช้เป็นพื้นทำ การเกษตร และที่เหลือลื ใช้เป็นที่อที่ยู่อาศัยศั โรงเรียรีน วัดวั ป่าช้า และศูนย์พัฒพั นาเด็กเล็ก ส่วนแหล่งน้ำ ใช้ในการเกษตรกรรมได้จากคลอง ชลประทานที่ส่ที่ ส่ งน้ำ มาจากเขื่อขื่นกิ่วลม และบางส่วนได้จากแหล่งน้ำ ธรรม ชาติชื่อ ห้วยโจ้ ซึ่งเป็นลำ ห้วยขนาดเล็กที่ไที่หลผ่านหมู่บ้านมาจากป่าด้าน ทิศตะวันวัออกและลงสู่แม่น้ำ วังวัด้านทิศตะวันวัตก บริเวณใกล้ที่ตั้ที่ตั้งตั้วัดวัพระแก้ว ดอนเต้าสุชาดาราม ในปัจจุบันบับ้านม่อนเขาแก้วมีจำมีจำนวนครัวรัเรือรืนทั้งทั้หมด ๓๓๘ ครัวรัเรือรืน มีจำมีจำนวนประชากรรวมกันกัทั้งทั้หมด ๑,๑๒๘ คน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพหลักลัคือคืการทำ การเกษตร และมีอมีาชีพรองคือคืการทำ เครื่อรื่งปั้นดินเผา ค้าขาย รับรัจ้าง และรับรัราชการ โดยมีเมีนื้อที่ทั้ที่ ทั้งทั้หมด ๑,๘๔๖ ไร่ ใช้ทำ การ เกษตร ๖๕๐ ไร่ สำ หรับรักลุ่มสมาชิกเครื่อรื่งปั้นดินเผาบ้านม่อนเขาแก้ว เริ่ม ก่อตั้งตั้กลุ่มเมื่อมื่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีสมีมาชิกแรกเริ่ม ๑๐ ครัวรัเรือรืน (ปัจจุบันบั ๘๐ ครัวรัเรือรืน) ๔ แผนพัฒพันาชุมชนบ้านม่อนเขาแก้ว ๒๕๖๖ ได้กล่าวถึงถึข้อมูลพื้นพื้ฐานของชุมชน บ้านม่อนเขาแก้ว ดังดันี้


แผนพัฒพันาชุมชน บ้านม่อนเขาแก้ว (๒๕๖๖) ได้กล่าวประวัติวั ติชื่อหมู่บ้าน ดังดันี้ ชุมชนหมู่บ้านม่อนเขาแก้วและทุ่งกู่ หมู่ที่ ๓ ตำ บลพิชัยชัอำ เภอเมือมืง จังจัหวัดวัลำ ปาง พ.ศ ๒๕๖๖ กล่าวไว้ว่า ในอดีตบ้านม่อนเขาแก้วเป็นหมู่บ้าน เล็กๆที่มีที่บ้มี บ้ านเรือรืนเพียพีงไม่กี่หกี่ลังลัคาเรือรืนและอาศัยศัอยู่ห่างกันกัมาก พื้นที่ส่ที่ ส่ วน ใหญ่จะเป็นป่า มีผู้มีผู้อาศัยศั ไม่ถึงถึ๑๐๐ คน แต่ก่อนหมู่บ้านจะเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ หรือรืที่ชที่าวบ้านเรียรีกว่า “ม่อน” นั่นเอง ทุกวันวัพระหรือรืวันวัสำ คัญคัทางศาสนา ชาวบ้านจะเห็น ห็ ลูกแก้วลอยออกมาจากบริเวณม่อน ลูกแก้วจะค่อยๆ ลอยมา จนถึงถึบริเวณวัดวั ซึ่งแต่ก่อนวัดวัจะอยู่ด้านล่าง ปัจจุบันบัก็คือคืศูนย์พัฒพันาเด็กเล็ก และบริเวณทุ่งนาและวัดวัจะถูกล้อมรอบไปด้วยป่าไม้บริเวณข้างๆ จะมีลำมี ลำห้วย ถึงถึวันวัพระตอนกลางคืนคืทุกคนจะมองไปที่บที่ริเวณท้องฟ้าและก็จะเห็น ห็ ลูกแก้ว ลอยมา จนเป็นที่ศที่รัทรัธาของชาวบ้านและมีคมีวามเห็น ห็ พ้องต้องกันกัว่าน่าจะย้าย จากวัดวัอยู่ข้างล่างไปสร้างบนม่อน เมื่อย้ายไปสร้างบนม่อน ก็เลยตั้งตั้ ชื่อว่า “วัดวัม่อนเขาแก้ว” ซึ่ง ม่อน ก็แปลว่า เขา ความหมาย ก็คือคืเขาที่มีที่ลูมีลูกแก้วอยู่ นั่นเองและชาวบ้านจึงจึพากันกัตั้งตั้ ชื่อหมู่บ้านตามชื่อวัดวั “บ้านม่อนเขาแก้ว” ในปัจจุบันบันี้ไม่มีใมีครเคยเห็น ห็ ลูกแก้วนั้นนั้อีกอีเลย เหลือไว้แต่ตำ นานให้ลูกหลาน บ้านม่อนเขาแก้วได้เล่าขานกันกัมาและอาชีพดั้งดั้เดิมของชาวบ้าน บ้านม่อนเขา แก้วก็คือคืการปั้นหม้อ ประวัวั วั ติ วั ติ ติ ชื่ ติ ชื่ ชื่ชื่ ชื่ อ ชื่ อหมู่มู่มู่บ้มู่บ้ บ้ า บ้ าน ๕


+123-456-7890 แผนพัฒพันาชุมชน บ้านม่อนเขาแก้ว ๒๕๖๖ ได้กล่าวถึงถึข้อมูลพื้นฐานของชุมชนบ้านม่อน เขาแก้ว ดังดันี้ บ้านม่อนเขาแก้ว หมู่ที่ ๓ ตั้งตั้อยู่ในตำ บลพิชัยชัอำ เภอเมือมืงลำ ปาง จังจัหวัดวัลำ ปาง ห่างจาก อำ เภอเมือมืงลำ ปาง ไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๔ กิโลเมตร มีอมีาณาเขตติดต่อ ดังดันี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับกัหมู่บ้านต้นมื่น หมู่ ๑๔ ตำ บลพิชัยชัอำ เภอเมือมืงลำ ปาง จังจัหวัดวัลำ ปาง ทิศใต้ ติดต่อกับกัหมู่บ้านสันสัติสุข หมู่ ๑๕ ตำ บลพิชัยชัอำ เภอเมือมืงลำ ปาง จังจัหวัดวัลำ ปาง ทิศตะวันวัออก ติดต่อกับกัหมู่บ้านไร่ หมู่ที่ ๑๐ ตำ บลพิชัยชัอำ เภอเมือมืงลำ ปาง จังจัหวัดวัลำ ปาง ทิศตะวันวัตก ติดต่อกับกัทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ กรุงเทพ – เชียงราย แผนที่ชุมชน ที่ที่ ที่ที่ ที่ ตั้ ที่ ตั้ ตั้ตั้ ตั้ ง ตั้ ง / อาณาเขต ที่มที่า : แผนพัฒพั นาชุมบนบ้านม่อนเขาแก้ว ๖


การ ประกอบ อาชีพ การ ประกอบ อาชีพ นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ให้ข้อมูลว่า บ้านม่อนเขาแก้ว เป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผาภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งชาว บ้านม่อนเขาแก้ว ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำ นาและ ปั้นหม้อ ควบคู่กันกั ไป พอเสร็จสิ้นฤดูทำ นาก็จะมาปั้น หม้อเครื่องปั้นดินเผา การปั้นหม้อของชุมชนบ้านม่อน เขาแก้วนั้นนั้ถือเป็นวิชวิาภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืที่ สืบทอด กันกัมาตั้งตั้แต่ครั้นรั้ สมัยมับรรพบุรุษ ซึ่งแต่เดิมนั้นนั้ ได้ปั้น เฉพาะ เพื่อใช้ในครัวรัเรือน ต่อมาจนถึงปัจจุบันบัก็ได้ปั้น เพื่อการพาณิชย์ โดยได้มีกมีารปั้นให้มีรูมีรูปแบบลักลัษณะ ที่หที่ลากหลายมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้แต่จะมีเมีอกลักลัษณ์เฉพาะตัวตัคือคื จะปั้นด้วยดินเหนียวจากท้องนาแล้วนำ มาปั้นและตีขึ้ตี ขึ้นขึ้ รูปด้วยมือมืจึงจึนำ มาเผาแกลบบนผืนดินด้วยวิธีวิกธีารสุม ไฟ โดยการนำ เอาฟางข้าวที่ไที่ด้จากการทำ นำ มาเป็น เชื้อเพลิงในการเผาแบบพื้นบ้านที่สืที่ สืบทอดกันกัตั้งตั้แต่ โบราณมาจนถึงปัจจุบันบั ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๗


ภูมิปัญญาท้องถิ่น การปั้นหม้อ ดินบ้านม่อนเขาแก้ว ภูมิปัญญาท้องถิ่น การปั้นหม้อ ดินบ้านม่อนเขาแก้ว กระทรวงวิทวิยาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลัเทคโนโลยีรยีาชมงคลล้านนาลำ ปาง ได้กล่าวถึงถึ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาบ้านม่อนเขาแก้วว่าเป็นลักลัษณะการดำ เนินการของครัวรัเรือรืนที่ปที่ระกอบ อาชีพปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา โดยเป็นการสืบสืทอดภูมิปัมิญปัญาท้องถิ่นถิ่การปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา แบบไม่เคลือลืบที่บที่รรพบุรุษได้คิดคิค้นและสร้างสมเป็นองค์ความรู้สืบสืเนื่องมาจนถึงถึปัจปัจุบันบั ซึ่งที่ผ่ที่ ผ่ านมาการดำ เนินการเป็นไปในลักลัษณะต่างคนต่างทำ ไม่มีกมีารประสานความร่วมมือมื ในเรื่อรื่งต่างๆ เช่น การพัฒพันารูปแบบผลิตภัณภัฑ์ การตลาด การกำ หนดราคาร่วมกันกั เป็นต้น ต่อมาเมื่อมื่ศูนย์พัย์ฒพันาอุตสาหกรรมเครื่อรื่งเคลือลืบดินเผาภาคเหนือ จังจัหวัดวัลำ ปาง กรมส่งเสริมริอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือลืความรู้ทาง วิชวิาการ พาไปทัศทันศึกศึษาดูงาน และได้แนะนำ ให้รวมกลุ่มกันกัภายในหมู่บ้าน โดยใช้ชื่อ ในการจัดจัตั้งตั้กลุ่มว่า กลุ่ม “เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาบ้านม่อนเขาแก้ว” ซึ่งดำ เนินการในรูปแบบ สัจสัจะออมทรัพรัย์ โดยให้สมาชิกกลุ่มออกเงินงิค่าแรกเข้าคนละ ๑๐๐ บาท และฝากเงินงิสัจสัจะ เดือนละ ๒๐ บาท เพื่อนำ เงินงิออมและรายได้มาใช้ในการช่วยเหลือลืสมาชิกเกี่ยกี่วกับกัการ ประกอบอาชีพปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา ปัจปัจุบันบัมีสมีมาชิกจำ นวน ๑๑๐ คน ๘ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖)


กลุ่มที่ ๑ ผลิตภัณภัฑ์หม้อแกงหูใหญ่ หม้อต้มยา ผลิตผลิตภัณภัฑ์ที่มีที่คมีวาม โดดเด่นคือคืกระถางหลากหลายชนิด หม้อแกงหูใหญ่ เป็นสินค้าที่มีที่คมีวาม หลากหลายทั้งทั้รูปทรง ขนาด แบบที่แที่ ปลกใหม่ กลุ่มที่ ๒ ผลิตภัณภัฑ์ช้าง หมู เต่า หม้อโอ่ง น้ำ ล้น น้ำ พุ ผลิตภัณภัฑ์ที่โที่ดดเด่นหรือรื ชุดต้มแซ่บ ช้าง เป็น สินค้าที่สที่ามารถใช้ในชีวิตวิ ประจำ วันวั ได้ ตกแต่งบ้านได้ มีคมีวามงดงามและ ราคาถูก กลุ่มที่ ๓ ผลิตภัณภัฑ์อ่างปลา ตุ๊กตาคน ตุ๊กตาปลา ผลิตภัณภัฑ์ที่โที่ดด เด่นคือคื ชุดน้ำ พุ ของตกแต่งบ้าน ตกแต่งสวนหย่อม กลุ่มที่ ๔ ผลิตภัณภัฑ์ หม้ออบไก่ หม้อแกงหู ผลิตภัณภัฑ์ที่โที่ดดเด่นคือคืหม้ออบไก่ เป็นภูมิปัมิ ปัญญา ชาวบ้าน ผลิตง่าย ใช้สะดวกไม่ยุ่งยาก กลุ่มที่ ๕ ผลิตภัณภัฑ์กระถาง น้ำ ตก หมูกระทะ ต้มแซ่บ ๙ ๑. กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ ผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์ เ ฑ์ เครื่รื่ รื่รื่ รื่ อ รื่ องปั้ปั้ ปั้ปั้ ปั้ปั้ นดิดิ ดิ น ดิ นเผา ที่มที่า : กลุ่มเครื่อรื่งปั้นดินเผาลำ ปาง (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๖)


กลุ่มเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาบ้านม่อน เขาแก้วได้เล็ง ล็ เห็น ห็ ถึงถึความสำ คัญคั ในการสืบสืทอดภูมิปัมิญปัญาท้องถิ่นถิ่ การปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาแบบไม่ เคลือลืบซึ่งเป็นการใช้วัตวัถุดิบใน ท้องถิ่นถิ่ ให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งทั้ เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้ กับกั ประชาชนในหมู่บ้านอีกอีทั้งทั้ยังยั เป็นการสร้างการมีส่มี ส่ วนร่วมของ คนในชุมชนนำ ไปสู่ความเข้ม แข็ง ข็ ของชุมชน และสามารถ เป็นต้นแบบและแหล่งเรียรีนรู้ใน การถ่ายทอดภูมิปัมิญปัญาท้องถิ่นถิ่ การปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาสู่ชุมชน อื่นอื่ซึ่งอาจพัฒพันาเป็นเครือรืข่าย ความร่วมมือมืกับกักลุ่มเครื่อรื่งปั้นปั้ ดินเผาอื่นอื่ได้ในอนาคต ๑๐ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖)


ปัจปัจุบันบัเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา บ้านม่อนเขาแก้วมีผมีลิตภัณภัฑ์ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาที่น่ที่ น่ าสนใจหลายชนิด เช่น หม้อสาวใหญ่ หม้อ สาวน้อย หม้อนิ่ง หม้อต่อม หม้อน้ำ กระถางต้นไม้ ชุดอ่างบัวบั ชุดน้ำ ตก ชุดตกแต่ง สวนหย่อม ตุ๊กตารูปสัตสัว์ต่างๆ และหม้อ อบไก่ เป็นต้น รวมทั้งทั้มีกิมี กิจกรรมสาธิตธิการปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา ให้ผู้ที่สที่นใจและผู้มาทัศทันศึกศึษาดูงานและได้ทดลองปฏิบัฏิติบักติาร ปั้นปั้ดินเผาอีกอีด้วยเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาบ้านม่อนเขาแก้ว จัดจัเป็นงาน หัตหัถกรรมพื้นพื้บ้านที่เกิดจากความคิดคิสร้างสรรค์อย่างแท้จริงริ นอกจากนี้ยังยัเป็นงานฝีมือมืที่มีที่คมีวามประณีต สวยงาม การปั้นปั้ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาด้วยมือมื ไม่ได้ใช้เครื่อรื่งมือมืหรือรืเทคโนโลยีที่ยี ที่ ทันทัสมัยมัมาใช้ในการทำ ผลิตภัณภัฑ์ ๑๑ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖)


จากการรวมกลุ่มดำ เนินงานของกลุ่มปั้นปั้หม้อเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาบ้านม่อนเขา แก้ว ส่งผลให้มีคมีวามหลากหลายเป็นสากลและสอดคล้องกับกัยุคสมัยมัมีกมีาร ปรับรั ปรุงและพัฒพันาผลิตภัณภัฑ์ให้มีคมีวามหลากหลายเป็นสากลและสอดคล้อง กับกัยุคสมัยมัมีกมีารศึกศึษางานจากชุมชนอื่นอื่มาประยุกต์ใช้ แต่ยังยัคงเอกลักลัษณ์ รูปแบบการปั้นปั้ของบ้านม่อนเขาแก้วไว้ การจัดจัการผลิตภัณภัฑ์เป็นที่ต้ที่ต้ องการ ของตลาดมากขึ้นขึ้รวมทั้งทั้เป็นการสร้างความสามัคมัคีใคีนชุมชนและเป็นการ อนุรักรัษ์มรดกภูมิปัมิญปัญาท้องถิ่นถิ่ที่สืที่บสืทอดกันกัมาตั้งตั้แต่บรรพบุรุษไม่ให้ สูญหายไปตามกาลเวลาเป็นเอกลักลัษณ์ของหมู่บ้าน พร้อมทั้งทั้เป็นการสร้าง รายได้แก่ชุมชน ประชาชนมีสุมีสุขภาพจิตจิ สังสัคมที่ดีที่ ดีและแหล่งเรียรีนรู้ให้แก่ คนในชุมชนและภายนอกชุมชน ส่งเสริมริหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยที่วเชิง อนุรักรัษ์ภูมิปัมิญปัญาท้องถิ่นถิ่ ๑๒ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖)


ความเชื่ชื่ ชื่ อ ชื่ อและพิพิ พิธีพิธีธี ก ธี กรรมในการทำทำทำทำเครื่รื่รื่ อ รื่ องปั้ปั้ปั้ น ปั้ นดิดิ ดิ น ดิ นเผา นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ให้สัมสัภาษณ์ว่า ในสมัยมัก่อนมีกมีารปั้นปั้ ใต้ถุนบ้านและทำ ให้ คนป่วยทั้งทั้หมู่บ้าน ไฟ้ไหม้บ้าน ฟ้าผ่า ทำ ให้ชาวบ้านอยู่ไม่ได้ จึงจึไปหาพระเกจิ และ ได้เล่าว่าดินทั่ใช้ในการปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผามาจากน้ำ เลือลืดน้ำ หนองพระฤๅษี จึงจึไม่ ควรปั้นปั้บริเริวณใต้ถุนบ้านและควรมีกมีารขอขมาคาราวะก่อนปั้นปั้ดินตั้งตั้แต่นั้นนั้เป็นต้นมา เมื่อมื่ต้องการปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาในแต่ละครัวรัเรือรืนจะมีกมีารไหว้บอกกล่าวศาลตายาย โดยจะเตรียรีมขันขัหมาก ขันขัพลู เครื่อรื่งทั้งทั้๓๖ ได้แก่ สวยดอกไม้ ๓๖ สวย เทียทีน ๓๖ เล่ม หมาก ๓๖ สวย ไก่เลี้ยลี้ง ๒ ปี เมื่อมื่ถึงถึปีที่ ๓ จะเลี้ยลี้งถวายหัวหัหมู ซึ่งจะทำ พิธีกธีรรมนี้ ปีละ ๑ ครั้งรั้ ก่อนการเตรียรีมดินมาใช้ในการปั้นปั้จะต้องมีกมีารไหว้พระสุพรหมฤาษีก่ษี ก่ อน เพื่อ เป็นการแสดงถึงถึความเคารพนับนัถือถืความศรัทรัธา และเพื่อบอกกล่าวสิ่งสิ่ศักศัดิ์สิทสิธิ์ก่อน การนำ ดินมาใช้ในการปั้นปั้เพื่อให้การปั้นปั้ดินประสบผลสำ เร็จ ร็ และเพื่อให้สิ่งสิ่ศักศัดิ์สิทสิธ์ มาปกปักปัรักรัษาให้การปั้นปั้ดินลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแมีต่ความเจริญริรุ่งเรือรืง ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๑๓


เจษฎา ทองสุข (๒๕๖๓:๑๑๒)ได้กล่าวถึงถึดินชนิดที่ชุที่ ชุมชนบ้านม่อนเขาแก้ว ใช้ในการปั้นปั้เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา ดินเอิร์อิ ร์ทเธนแวร์หรือรืดินพื้นพื้บ้านในสมัยมัก่อนทำ ด้วยดินที่ขุที่ ขุดได้จากธรรมชาติ แต่ปัจปัจุบันบัมีคมีวามก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมยีากขึ้นขึ้ การทำ ผลิตภัณภัฑ์ เอิร์อิ ร์ทเธนแวร์จึงจึเป็นแบบอุตสาหกรรม มีกมีารควบคุมคุณภาพ เนื้อผลิตภัณภัฑ์ สีขสีองเนื้อดินมีทั้มี ทั้งทั้ขาวและสีส้สี ส้ม แดง เทา น้ำ ตาล อุณหภูมิกมิารเผา ประมาณไม่เกิน ๑,๑๔๐ องศาเซลเซียส จึงจึมีกมีารดูดซึมน้ำ สูง มีคมีวามแข็ง ข็ แกร่ง ไม่มาก เท่าเนื้อดิน สโตนแวร์ ปัจปัจุบันบัเนื้อดินสีส้สี ส้มแดงประเภท เอิร์อิ ร์ทเธนแวร์ ได้รับรัความนิยมมากขึ้นขึ้ลักลัษณะเด่นของเนื้อผลิตภัณภัฑ์ชนิดนี้คือคืมีสีมีแสีดงอมส้ม เข้มมากน้อยขึ้นขึ้อยู่กับกัวัตวัถุดิบและอุณหภูมิกมิารเผา ยิ่งยิ่อุณหภูมิสูมิสูงสีจสีะเข้มขึ้นขึ้ เนื้อดินที่มีที่อมีอกไซด์ของเหล็ก ล็ แดงมาก สีขสีองผลิตภัณภัฑ์จะเป็นสีแสีดงเข้มตาม คุณสมบัติบัขติองกายภาพ ของดินประเภทนี้ มีคมีวามเหนียวดี ฉะนั้นนั้จึงจึขึ้นขึ้รูปเป็น ผลิตภัณภัฑ์ได้ง่าย ไม่ว่าจะปั้นปั้ด้วยมือมืและหล่อแบบ แต่ข้อด้อยของดินประเภทนี้ คือคืถ้าเป็นดินที่ไที่ด้จากธรรมชาติเติมื่อมื่เผาอุณหภูมิต่ำมิ ต่ำ ๑,๐๕๐-๑,๑๒๐ องศา เซลเซียส จะมีคมีวามแข็ง ข็ แกร่งน้อย มีกมีารดูดซึม น้ำ สูง แต่ถ้าเผาอุณหภูมิสูมิสูงจะ เกิดการหลอมตัวตัผลิตภัณภัฑ์ส่วนใหญ่จึงจึเป็นพวกกระถางต้นไม้กระเบื้อบื้งมุง หลังลัคา ที่ไที่ฟต่ำ มีทั้มี ทั้งทั้ ชนิดที่เคลือลืบและไม่เคลือลืบ รวมไปถึงถึของตกแต่งอื่นอื่ๆ เนื้อดินประเภทนี้ไม่นิยมทำ ใช้ทำ ผลิตภัณภัฑ์บนโต๊ะอาหาร ลัลั ลั ก ลั กษณะดิดิ ดิ น ดิ นทางวิวิ วิ ท วิ ทยาศาสตร์ร์ ร์ร์ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๖ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๑๔


ลัลั ลั ก ลั กษณะดิดิ ดิ น ดิ นทางวิวิ วิ ท วิ ทยาศาสตร์ร์ ร์ร์ ลัลั ลั ก ลั กษณะดิดิ ดิ น ดิ นทางความเชื่ชื่ ชื่ชื่ ชื่ อ ชื่ อ นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ได้ให้สัมสัภาษณ์ว่า พระพุทธเจ้าเดินทางจากประเทศ อินอิเดียมาถึงถึสุวรรณภูมิแมิล้วได้เผยแพร่ศาสนาไปถึงถึแม่สายจากนั้นนั้กลับลัมายังยัวัดวั เสด็จเป็นเวลาพลบค่ำ และได้ค้างคืนคืเป็นเวลา ๑ คืนคืเมื่อมื่ถึงถึเช้าวันวัรุ่งขึ้นขึ้ ได้ออก เดินทางเข้าเมือมืงกุสินสิาราย(เมือมืงลำ ปางปัจปัจุบันบั )เพื่อบิณบิฑบาตเดินทางมาเรื่อรื่ยๆ จนถึงถึเวลาเที่ยที่งคืนคืองค์อินอิท์ที่นั่ที่ นั่งรู้สึกสึร้อน นอนก็รู้ ก็รู้สึกสึร้อนร้อนจึงจึเกิดความสงสัยสั ว่ามีอมีะไรเกิดขึ้นขึ้แต่ได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าจะเสด็จเมือมืงกุฉินารายณ์ไม่มีข้มี ข้ าวกิน เพราะเจ้าบ้านยังยั ไม่ตื่นตื่เลยแปลงร่างเป็นไก่ขาวเวลาตีสี่ตี สี่แสี่ละขันขัทำ ให้ชาวบ้านตื่นตื่ มาหุงหาอาหารและนำ มาใส่บาตรให้พระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าเดินทางบิณบิฑบาต เรื่อรื่ยๆจนถึงถึวัดวัสีล้สี ล้ อมและได้ฉันฉัเพลตรงวัดวัสีล้สี ล้ อมองค์อินอิท์สั่งให้ฤๅษีทั้ษี ทั้งทั้หมดที่ อยู่บนสวรรค์ลงมาปรนนิบัติบัพติระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าฉันฉัเพลตรงนั้นนั้พอดีพระ ฤๅษีไษีด้ถวายน้ำ ให้พระพุทธเจ้าบ้วนปากและเอากระถนรองรับรักลายเป็นพระธาตุ ๕ องค์ พระพุทธเจ้าอธิบธิายให้พระฤๅษีฟัษี ฟังว่าจะเสด็จต่อและพระฤๅษีถษีาม พระพุทธเจ้าว่าพระธาตุทั้งทั้ ๕ องค์ให้ทำ อย่างไร พระพุทธเจ้าทรงตรัสรัว่า องค์แรก ให้เอาไว้ที่เดิม องค์ที่สที่องให้เอาไปไว้ที่ม่ที่ ม่ อนดอยเขลางค์คือคืวัดวัม่อนเขาแก้วใน ปัจปัจุบันบัองค์ที่สที่ามให้เอาไปไว้บนดอยสันสัติคีติรีคีหรีรือรืวัดวัม่อนพญาแช่ในปัจปัจุบันบัองค์ ที่สี่ที่ สี่เสี่อาไว้ที่ดที่อยติจัติงจัหวัดวัลำ พูน องค์ที่ห้ที่ห้ าเอาไปไว้ที่ดที่อยสุเทพ จังจัหวัดวัเชียงใหม่ วันวัขึ้นขึ้ ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ จะเดินทางมาถึงถึดอยสุเทพ ดอยติพติากันกั ไปเที่ยที่วถึงถึวัดวัม่อน พญาแช่และพากันกัอาบน้ำ ตรงที่ห้ที่ห้ วยพญาผีเผีสื้อสื้ที่ดที่อยม่วงคำ และเดินทางกลับลัมา อยู่ที่ขที่องตนเองที่มที่าของพระธาตุมีทั้มี ทั้งทั้หมด ๕ องค์ พระฤๅษีรัษีกรัษาพระธาตุ ทั้งทั้หมด ๕ องค์องค์ น้องอยู่ที่วัที่ดวัม่อนพญาแช่ ชื่อ พระสุพรหมฤษษี ชาวบ้านเชื่อ กันกัว่าดินโป่งมันมัเป็นดินที่มที่าจาก พระสุพรหมฤๅษีผู้ษีผู้ที่เก่งด้านการทำ ยาสมุนไพร ๔ หม้อ ซึ่งสามารถชุปคนแก่ให้กลายเป็นคนหนุ่มได้ พระยาสุธนครองเมือมืงอยู่ อายุ ๙๐ อยากกลับลั ไปเป็นหนุ่มจึงจึขี่ช้ขี่ ช้ างเอาเสนาอามาตรมถึงถึวัดวัม่อนพญาแช่ พระ ฤๅษีทษีรงตรัสรัว่า “มีเมีหตุอันอั ใดถึงถึเดินทางมาถึงถึที่”ที่พระยาสุธนทรงตอบไปว่า “อายุ ๙๐ แล้วอยากกลายเป็นคนหนุ่ม” พระฤๅษีทษีรงว่า “แน่ใจหรือรื ” พระสุธนจึงจึ ตอบว่า “แน่ใจ ข้าปกครองบ้านเมือมืงมานานแล้ว” ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๑๕


ลัลั ลั ก ลั กษณะดิดิ ดิ น ดิ นทางวิวิ วิ ท วิ ทยาศาสตร์ร์ ร์ร์ ด้วยความที่พที่ระสุธนไม่กล้าลงไปในหม้อจึงจึให้พระสุพรหมฤๅษีลษีงไปก่อน พระสุ พรหมฤๅษีจึษีงจึอธิบธิายวิธีวิกธีารลงว่าควรลงอย่างไรและปรุงอย่างไร จากนั้นนั้พระฤาษีลษีง ไปนอนแล้วกลายเป็นน้ำ ซึ่งมียมีาอยู่ ๔ หม้อที่พที่ระฤาษีใษีห้ปรุงลงไป ซึ่งพระสุธนได้ นำ ยาจากหม้อที่หที่นึ่ง ใส่ลงไปก็ก ก็ ลายเป็นน้ำ ผุดขุ่นขึ้นขึ้มา ใส่หม้อที่สที่องลงไปก็เ ก็ กิด แผ่นดินสะเทือทืนน้ำ ก็ผุ ก็ผุดขึ้นขึ้มาเหมือมืนงูกำ ลังลัจะฉกพระสุธนกับกัเสนาอามาตร จากนั้นนั้ พระสุธนได้ใส่ยารวมกันกัหมดโดยไม่เป็นขั้นขั้เป็นตอนเพราะตื่นตื่ตระหนกและกลัวลั ทำ ให้พระสุพรหมฤๅษีลษีะลายกลายเป็นน้ำ อยู่ในหม้อ พระสุธนและเสนาอามาตร ตกใจกลัวลัจึงจึหนีกลับลัเมือมืงไป เมื่อมื่ถึงถึเทศกาลสงกรานต์ปกติขติองคนเมือมืงจะไปเที่ยที่ว บ้านญาติพี่ติ พี่น้พี่ น้อง พระฤๅษีที่ษี ที่อที่ยู่ดอยสุเทพก็ม ก็ าหาพระฤๅษีที่ษี ที่อที่ยู่ดอยติพติระฤๅษีดษีอยติ ก็พ ก็ ากันกั ไปหาพระฤๅษีวัษีดวั ศรีล้รี ล้ อม พระฤๅษีวัษีดวัม่อนเขาแก้ว และพากันกั ไปหาองค์ น้อง พอไปถึงถึและถามคนเฝ้าพระสุพรมฤๅษีว่ษี ว่ า “พระสุพรมฤๅษีอษียู่ที่ไที่หน” คนเฝ้า วัดวัจึงจึตอบไปว่า “พระฤๅษีใษีส่ยาผิดหม้อจึงจึละลายกลายเป็นน้ำ อยู่ในอ่าง” พระฤๅษี จึงจึคุยกันกัว่า “ถ้าปล่อยไปจะมีคมีนเสียสีชีวิตวิมากขึ้นขึ้เพราะใครๆก็อ ก็ ยากเป็นหนุ่ม” จึงจึใช้ คาถาอาคมหามอ่างยาแล้วคว่ำ ตั้งตั้แต่บนลงกระทบพื้นพื้ดินทะลุทะลวงกลายเป็นแม่น้ำ สองสาย แม่น้ำ สายที่ ๑ พุ่งลงกลางหมู่บ้านห้วยโจ้ สายที่ ๒ ซึมลงในดินกลายเป็น แม่น้ำ ใต้ดิน ไม่ว่าฤดูไหนแม่น้ำ ยังยัคงมีแมีละไม่แห้ง ถึงถึจะเป็นฤาดูร้อนก็ต ก็ าม และมี บ่อน้ำ อยู่สองบ่อสูงจากพื้นพื้ประมาณ ๑๕ เมตร น้ำ ยาที่อที่ยู่ในบ่อได้กระเด็นกลายเป็น ดินในปัจปัจุบันบัแล้วพระฤๅษีไษีด้บอกว่าให้เอาดินนี้ไปทำ มาหากินที่ไที่ม่หมดไม่สิ้นสิ้ กลายเป็นเงินงิกลายเป็นทอง ซึ่งเป็นดินที่มีที่อมียู่ในบริเริวณพื้นพื้ที่เท่านั้นนั้จะขุดแค่ไหนก็ ไม่มีวัมีนวัหมดเปรียรีบเสมือมืนน้ำ เลือลืดน้ำ หนองพระฤๅษีไษีหลถึงถึไหนก็มี ก็ ถึมีงถึที่ตที่รงนั้นนั้ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๑๖


นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ให้ข้อมูลว่า คุณสมบัติบัติของดินโป่งมันมั - สามารถทนความร้อนของเตาแก๊ส เตาถ่านได้ถึงถึ๑,๒๐๐ องศา - สามารถทำ เป็นลูกประคบได้ โดยนำ ดินโป่งมันมัมาปั้นเป็นรูป กลมๆเท่าลูกเดือยจำ นวน ๑๕ เม็ด ม็ ต่อ ลูกประคบ ๑ ลูก - สามารถนำ ดินโป่งมันมัเจาะน้ำ บาดาล ได้ โดยนำ ดินโป่งมันมั โรยลงไปในรู บ่อน้ำ บาดาล จะทำ ให้น้ำ บาดาลผุดขึ้นขึ้ ขึ้นขึ้มาได้ คุณสมบัติ ของดินโป่ง ป่ มัน คุณสมบัติ ของดินโป่ง ป่ มัน ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๑ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๑ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๑๗


รูรู รู ป รู ปแบบเครื่รื่ รื่รื่ รื่ อ รื่ องปั้ปั้ ปั้ปั้ ปั้ปั้ นดิดิ ดิ น ดิ นเผา นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ได้ให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันบัผลิตภัณภัฑ์เครื่อรื่งปั้นดินเผาบ้านม่อนเขา แก้ว ซึ่งมีหมีลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณภัฑ์ เครื่อรื่งปั้นดินเผาแบบโบราณ อาทิ หม้อแกง หม้อ ต่อม หม้อนึ่ง หรือรืจะเป็นผลิตภัณภัฑ์เครื่อรื่งปั้นดินเผา ร่วมสมัยมัอาทิ กระถาง ตุ๊กตาตกแต่งสวน หม้ออบไก่ ฯลฯ โดยได้มีกมีารส่งขายทั้งทั้ภายในจังจัหวัดวัลำ ปางและ ต่างจังจัหวัดวั ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่หมู่บ้าน โดยแต่ละ ครัวรัเรือรืนมีรมีายได้จากการปั้นเครื่อรื่งปั้นดินเผาเดือน ละ ๕,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ บาท (ข้อมูลความจำ เป็นพื้น ฐาน เทศบาลตำ บลพิชัยชั, ๒๕๕๔) ทำ ให้เกิดการ หมุนเวียวีนทางเศรษฐกิจชุมชนขึ้นขึ้ภายในหมู่บ้าน ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๒ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๑๘


ลัลั ลั ก ลั กษณะผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์ฑ์ สำ นักนังานกองทุนสนับนัสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้กล่าวถึงถึลักลัษณะ ผลิตภัณภัฑ์ของบ้านม่อนเขาแก้ว ว่าเป็นเครื่อรื่งปั้นดินเผาที่ทำที่ ทำจากดินเหนียว ท้องนาและปั้นตีขึ้ตีนขึ้รูปด้วยมือมืแล้วจึงจึนำ มาเผาด้วยวิธีวิกธีารสุมไฟด้วยฝาง ข้าวตามวิถีวิแถีบบพื้นบ้านที่ที่ที่สืที่บสืทอดจากบรรพบุรุษ ได้แก่ กระถาง โคมไฟ หม้อน้ำ หม้อแกง หม้อต้มแซบ ชุดน้ำ ตก หม้ออบไก่ อ่างบัวบัและตุ๊กตารูปสัตสัว์ ต่างๆ เป็นต้น ๑๙ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๒ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖)


สำ นักนังานกองทุนสนับนัสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ กล่าวถึงถึจุดเด่นลักลัษณะเฉพาะเครื่อรื่งปั้นดินเผาดังดันี้ ๑.ผลิตภัณภัฑ์แต่ละชิ้นจะปั้นด้วยมือมืและมีคมีวามเป็น เอกลักลัษณ์เฉพาะตัวตั ๒.รูปแบบของผลิตภัณภัฑ์มีทั้มี ทั้งทั้แบบโบราณและประยุกต์ ศิลปะล้านนาร่วมสมัยมั ๓.มีคมีวามหลากหลายของผลิตภัณภัฑ์เพื่อเป็นการเพิ่ม ช่องทางให้กับกัลูกค้า ๔.มีคมีวามเป็นธรรมชาติ ไม่มีสมีารพิษเจือจื ปน เนื่องจาก ผลิตภัณภัฑ์นั้นนั้ ปั้นจากดินเหนียวท้องนา จุดเด่นและลักษณะเฉพาะ เครื่องปั้นดินเผา จุดเด่นและลักษณะเฉพาะ เครื่องปั้นดินเผา ๒๐ ที่มที่า : กลุ่มเครื่อรื่งปั้นดินเผาลำ ปาง (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๖)


วิวัฒนาการของเครื่องปั้นดินเผา จากอดีตสู่ปัจจุบัน วิวัฒนาการของเครื่องปั้นดินเผา จากอดีตสู่ปัจจุบัน สำ นักนังานกองทุนสนับนัสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้กล่าวถึงถึวิวัวิฒวันาการ ของเครื่อรื่งปั้นดินเผาว่า ในอดีตนั้นนั้บ้านม่อนเขาแก้ว จะปั้นเครื่อรื่งปั้นดินเผา ประเภท หม้อน้ำ หม้อแกง หม้อต่อม หม้อสาวและหม้อนึ่ง ซึ่งล้วนเป็นเครื่อรื่ง ใช้สอยในครัวรัเรือรืนและชีวิตวิ ประจำ วันวัทั้งทั้สิ้นสิ้แต่ในปัจจุบันบัเทศบาลตำ บลพิชัยชั ได้เข้ามามีส่มี ส่ วนร่วมในการพัฒพั นาผลิตภัณภัฑ์เครื่อรื่งปั้นดินเผา โดยได้จัดจั ให้มี การฝึกอบรมโครงการปั้นเครื่อรื่งปั้นดินเผาตั้งตั้แต่ปี ๒๕๔๙-ปัจจุบันบั โดย ผลิตภัณภัฑ์ที่ไที่ด้จะเน้นความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นของที่รที่ะลึกลึ ประเภทตุ๊กตา สัตสัว์ตัวตัเล็ก พวงกุญแจ หรือรื ประเภทตกแต่งประดับดัสวน เช่น ตุ๊กตารูปแบบต่างๆ รูปสัตสัว์ต่างๆ กระถางต้นไม้หลากหลาย ชุดน้ำ ตก น้ำ ล้น โดยประยุกต์ลวดลาย ล้านนาเข้ากับกัผลิตภัณภัฑ์ เพื่อให้เครื่อรื่งปั้นดินเผามีกมีลิ่นอายและเอกลักลัษณ์ความ เป็นล้านนา ๒๑ ที่มที่า : กลุ่มเครื่อรื่งปั้นดินเผาลำ ปาง (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๖)


แนวคิดการดำ เนินงานสืบสาน ตำ นานหม้อดิน แนวคิดการดำ เนินงานสืบสาน ตำ นานหม้อดิน สำ นักนังานกองทุนสนับนัสนุนยการสร้างเสริมสุขภาพ ได้กล่าวถึงถึแนวคิดคิ การดำ เนินงานสืบสืสานตำ นานหม้อดินว่า เนื่องจากบ้านม่อนเขาแก้ว เป็น หมู่บ้านท่องเที่ยที่วโอทอปหัตหัถกรรมเครื่อรื่งปั้นดินเผาเทศบาลตำ บลพิชัยชัจึงจึมี กรอบแนวคิดคิ ในการดำ เนินงานพัฒพันา โดยเน้นอัตอัลักลัษณ์ของหมู่บ้านเป็น ฐานในการพัฒพั นา ดังดันี้ ๑.ความเป็นตำ นานหมู่บ้านปั้นหม้อ ๒.ความเป็นศิลปินในสายเลือลืด ๓.การปั้นด้วยมือมืเป็นเอกลักลัษณ์และศิลปะ ๔.หมู่บ้านท่องเที่ยที่วโอท็อป ๕.ความมีชื่มีชื่อเสียสีงด้านการปั้นเครื่อรื่งปั้นดินเผา ๒๒ ที่มที่า : กลุ่มเครื่อรื่งปั้นดินเผาลำ ปาง (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๖)


นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ได้กล่าวถึงถึดินโป่งมันมัว่าเป็นดินหลักลัที่นำที่ นำมาใช้ในการทำ เครื่อรื่งปั้นดินเผา ลักลัษณะของดินโป่งมันมัที่นำที่ นำมาใช้ในการปั้น เป็นดินเนื้อละเอียอีด มีสีมี สี แดงลูกรังรั ในสมัยมัก่อนสามารถขุดเอามาจากเขตพื้นที่บที่ริเวณหมู่บ้านม่อนเขาแก้ว การ ตำ ดินจะใช้ครกกระเดื่องตำ จนเป็นฝุ่นแล้วเอาตะแกรงไม้มาร่อนแล้วตำ ให้ละเอียอีดจน หมด แต่ปัจจุบันบัมีพ่มี พ่ อค้าดินนำ ดินมาจำ หน่าย ซึ่งดินส่วนใหญ่มาจากแหล่งชุมชนบ้าน ทราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อที่ยู่ใกล้กับกับริเวณหมู่บ้านม่อนเขาแก้ว และเมื่อมื่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ไฟฟ้าเริ่มเข้ามาในหมู่บ้าน การตำ ดินด้วยครกกระเดื่องจึงจึเริ่มหายไป เพราะมีกมีารนำ เครื่อรื่งบดดินมาใช้แทน วัสวัดุและอุปกรณ์ในการเตรียรีมดิน ๑. ดินโป่งมันมั๒. ดินทราย ๓. น้ำ สะอาด ๔. ถุงพลาสติก ๕. ตะแกรงไม้ ๖. ถังถัตวง ๗. กระสอบ ๘. จอบ ๙. กระบะ การเตรียรีมดินเพื่อขึ้นขึ้รูป จะนำ ดินโป่งมันมัมาร่อนด้วยตะแกรงเพื่อร่อนเอาดินโป่งมันมั ที่ลที่ะเอียอีดมาผสมกับกัทราย โดยใช้ถังถัตวงในอัตอัราส่วน ๓:๑ คือคื ใส่ดินโป่งมันมัละเอียอีด ๓ ส่วนทราย ๑ ส่วนลงบนกระสอบแล้วใช้จอบโกยคลุกเคล้าผสมให้เข้ากันกัจากนั้นนั้นำ ดินที่คที่ลุกเคล้าเสร็จ ร็ ใส่ลงกระบะแล้วเติมน้ำ สะอาดผสมลงไปทีลทีะนิดพร้อมกับกั นวดให้ ดินจับจัตัวตัเป็นก้อนเหนียวมีเมีนื้อเรียรีบเนียนเสร็จ ร็ แล้วจึงจึนำ ใส่ถุงพลาสติกเก็บไว้ป้องกันกั ไม่ให้ถูกลม เพราะถ้าจะทำ ให้ดินแห้งได้ กระบวนการผลิลิ ลิ ต ลิ ตเครื่รื่ รื่รื่ รื่ อ รื่ องปั้ปั้ ปั้ปั้ ปั้ปั้ นดิดิ ดิ น ดิ นเผา ที่มา : คณะผู้จัดทำ (ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๑. การเตรีรี รี ย รี ยมดิดิ ดิ น ดิ นโป่ป่ง ป่ป่ มัมั มั น มั น ๒๓


วัสวัดุและอุปกรณ์ในการขึ้นขึ้รูปปั้นขนาดเล็ก โดยใช้มือมื ๑. แป้นหมุน ๕. ฝุ่นดิน ๒. ดินที่ผ่ที่ ผ่ านการนวด ๖. น้ำ เปล่า ๓. แผ่นไม้รอง ๗. ไม้ปัดปัดิน ๔. แป้นหมุนมือมื ๒.การขึ้ขึ้ ขึ้ขึ้ ขึ้ น ขึ้ นรูรู รู ป รู ปผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์ฑ์ การขึ้นขึ้รูปผลิตภัณภัฑ์ขนาดเล็ก ล็ ส่วนใหญ่ขึ้นขึ้รูปด้วยมือมื โดยใช้แป้นหมุนช่วย ในการขึ้นขึ้รูป ซึ่งเป็นแป้นหมุนเหล็ก ล็ มีขมีนาดกว้างประมาณ ๖-๗ นิ้ว โดยจะใช้ แป้นหมุนรองรับรัผลิตภัณภัฑ์และประคองดินให้หมุนไปตามมือมืขั้นขั้ตอนการขึ้นขึ้รูป มี ดังดันี้ ๑. เริ่มริ่จากการใช้กระดานเรียรีบวางลงบนแป้นหมุนก่อน แล้วโรยฝุ่นดินโป่งมันมัลงไปเล็ก ล็ น้อย เพื่อให้ยกผลิตภัณภัฑ์ที่แที่ห้งแล้วออกได้ง่าย ๒. นำ ดินที่นที่วดไว้มาตีแตีผ่เป็นแผ่นบางบนกระดานรองเป็นฐานผลิตภัณภัฑ์ ๓. ใช้ฝ่ามือมืแตะกับกั ฝุ่นดิน โดยแตะทั้งทั้สองฝ่ามือมืจากนั้นนั้นำ ดินที่นที่วดเสร็จ ร็ มา ปั้นปั้เป็นเป็นแท่งกลม ที่มา : คณะผู้จัดทำ (ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มา : คณะผู้จัดทำ (ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๒๔


๔ . นำ แท่งกลมดินมาขุดรอบฐานพร้อมกับกั ใช้นิ้วมือมืทั้งทั้สองข้างบีบบีดินให้ แบนยืดยืและหนาเท่ากันกัหลังลัจากหมดก็ปั้ก็ปั้นปั้ดินขึ้นขึ้ ใหม่แล้วนำ มาต่อเติมติกับกั ส่วน เดิมให้ได้ขนาดสัดสัส่วนตามรูปแบบที่กำที่กำ หนดไว้ ๕. ตกแต่งผิวผลิตภัณภัฑ์ด้วยไม้ ไม้ไผ่ พลาสติกติแข็ง ข็ หรือรื ฟองน้ำ ที่ตัที่ดตัจาก รองเท้าเก่าที่ไที่ม่ใช้แล้ว เพื่อให้ผิวเรียรีบดูสวยงาม เสร็จ ร็ แล้วทำ การตัดตัขอบปาก ผลิตภัณภัฑ์ให้เรียรีบเสมอกันกั ส่วนผลิตภัณภัฑ์ที่มีที่ขมีนาดใหญ่เมื่อมื่ก่อนจะใช้มือมื ใน การปั้นปั้เป็นช่วง ๆ โดยการพักพัดินเพื่อให้แข็ง ข็ ตัวตัก่อนจึงจึจะปั้นปั้ต่อได้ เพราะถ้า ปั้นปั้ต่อเนื่องจะทำ ให้ดินส่วนล่างทรุดตัวตัการพักพัผลิตภัณภัฑ์จะใช้พลาสติกติคลุม ดินบริเริวณที่จที่ะต่อเติมติภายหลังลั ป้องกันกั ไม่ให้ดินส่วนนั้นนั้แห้งมากเกินไป หาก ดินแห้งมากเกินไปการปั้นปั้ต่อเติมติภายหลังลัจะทำ ให้ดินไม่ประสานติดติกันกัและ หลังลัการเผาจะทำ ให้เกิดรอยร้าวขึ้นขึ้บริเริวณนั้นนั้ การขึ้ขึ้ ขึ้ขึ้ ขึ้ น ขึ้ นรูรู รู ป รู ปผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์(ฑ์ ต่ต่ ต่ อ ต่ อ) ที่มา : คณะผู้จัดทำ (ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มา : คณะผู้จัดทำ ๒๕ (ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖)


๑. เครื่อรื่งแม่พิมพ์ผางประทีปที ๒. น้ำ มันมัพืช ๓. จานใส่น้ำ มันมั ๔. ดินที่ผ่ที่ ผ่ านการนวด ๕. แปรง นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ให้ข้อมูลว่าขั้นขั้ตอนการใช้เครื่องในการผลิตเริ่ม จากใช้แปรงจุ่มกับกั น้ำ มันมัพืชจากนั้นนั้นำ มาทากับกัแม่พิมพ์ให้ทั่วทั่จากนั้นนั้นำ ดิน๑ก้อนใส่ลงตรงแม่พิมพ์แล้วใช้มือมืดึงที่ปั้ที่ ปั้มแม่พิมพ์ลงเพื่อกดดินให้ เปลี่ยลี่นรูปตาพิมพ์แล้วปล่อยมือมืพร้อมกับกัเหยียยีบที่ปั้ที่ ปั้มข้างล่างเพื่อดันดัผาง ประทิปขึ้นขึ้ให้สะดวกต่อการยกผางประทีปออกไปวางทิ้งไว้เพื่อนำ ไปเผา และผางประทีปขนาดใหญ่ใช้เครื่องในการทำ เช่นเดียวกับกัผางประทีปเล็ก แต่มีคมีวามแตกต่างกันกัตรงที่ผที่างประทีปใหญ่ใช้เฉพาะการเหยียยีบในการ ทำ เท่านั้นนั้แต่ไม่ใช้มือมื ในการดันดัลง วัสดุ/อุปกรณ์ และขั้นตอน ในการขึ้นรูปปั้นขนาดเล็ก โดยใช้เครื่อง วัสดุ/อุปกรณ์ และขั้นตอน ในการขึ้นรูปปั้นขนาดเล็ก โดยใช้เครื่อง ที่มา : คณะผู้จัดทำ (ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๒๖


วัสวัดุ/อุปกรณ์ ๑. ดินที่ผ่ที่ ผ่ านการนวด ๒. เครื่อรื่งจักจัร ๓. ผ้าชุบน้ำ ๔. แม่พิมพ์กระถาง ๕. น้ำ เปล่า นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ให้ข้อมูลว่าขั้นขั้ตอนในการผลิตมี ดังดันี้ ๑. เปิดสวิตวิ ซ์ให้เครนเคลื่อลื่นไปยกแม่พิมพ์ทรงกระถางใหญ่ใส่ลงไปใน เครื่อรื่งจักจัรหมุนแม่พิมพ์จากนั้นนั้เปิดสวิตวิ ซ์เครื่อรื่งจักจัรหมุนแม่พิมพ์ ๒. นำ ดินที่ไที่ด้เตรียรีมไว้ลงใส่ไปในแม่พิมพ์กระถางใหญ่ที่ใที่ส่ไว้ในเครื่อรื่งจักจัร หมุนแม่พิมพ์ซึ่งจะมีกมีารหมุนและขึ้นขึ้รูปเป็นกระถาง หากดินที่ใที่ส่ไปก่อนหน้านี้ มีปมีริมาณน้อยไป ก็สามารถเพิ่มดินเข้าไปได้ตามความเหมาะสม ๓.นำ ผ้าที่เปียกมาปาดหน้าดินที่หที่มุนเพื่อให้พื้นรูปทรงกระถางมีคมีวามเรียรีบ หรือรืเสมอกันกัเมื่อมื่ขึ้นขึ้รูปสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถปิดสวิตวิ ซ์หยุดการทำ งานของ เครื่อรื่งจักจัรหมุนแม่พิมพ์ ๔.เมื่อมื่ขึ้นขึ้รูปเสร็จ ร็ สมบูรณ์แล้วให้นำ เครนมายกกระถางออกจากเครื่อรื่งจักจัร หมุนออกมาวางไว้และคว่ำ หน้ากระถางที่ยัที่งยัคงอยู่ในแม่พิมพ์ลงรอจนกว่ากระถาง แห้งใช้เวลาประมาณ ๑ สัปสัดาห์จนกว่ากระถางจะแห้ง จึงจึจะสามารถ กระเทาะออกจากแม่พิมพ์ได้ และนำ ไปเผาในขั้นขั้ตอนต่อไป วัสดุ/อุปกรณ์ และขั้นตอน ในการขึ้นรูปปั้นขนาดใหญ่ โดยใช้เครื่องจักร วัสดุ/อุปกรณ์ และขั้นตอน ในการขึ้นรูปปั้นขนาดใหญ่ ที่มา : คณะผู้จัดทำ โดยใช้เครื่องจักร (ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๒๗


นายประเวศ หมีบุมีรุบุษรุให้ข้อมูลมูว่านอกจากนี้กนี้ารตกแต่งลวดลายจะทำ หลังลัจากการทิ้งทิ้ ผลิตลิภัณภัฑ์ไฑ์ว้ระยะหนึ่งนึ่จนผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ริ่มริ่แข็ง ข็ ตัวตัเล็ก ล็ น้อยซึ่งการทำ ลายจะเริ่มริ่จากนำ ผลิตลิภัณภัฑ์ วางบนตักตัพร้อมกับกัใช้มือมืข้างหนึ่งนึ่หนุนนุด้านในไว้และมือมือีกอีข้างหนึ่งนึ่จับจัไม้ตีกตีระทบจากด้าน นอกเข้าไปเพื่อพื่ให้ดินแน่นและได้รูปรูทรงที่ต้ที่ ต้ องการเมื่อมื่ได้รูปรูทรงที่ต้ที่ ต้ องการแล้วจึงจึนำ เครื่อรื่ง มือมืตกแต่งลวดลายให้เกิดกิความสวยงามในการตกแต่งลวดลายในการตกแต่งลวดลายมีหมีลาย ลายซึ่งแต่ละลายมีวิมีธีวิกธีารดังดันี้ ๑.การตีลตีายคือคื ใช้ไม้แกะลายตีกตีระทบผิวผิภายนอกให้เกิดกิลวดลาย ๒.การกดลายคือคื ใช้ลูกลูกลิ้งลิ้แกะลายกดกระทบผิวผิภายนอกให้เกิดกิลวดลาย ๓. การใช้นิ้วมือมืคือคืแต่งขอบปากผลิตลิภัณภัฑ์หฑ์รือรืทำ ขอบผลิตลิภัณภัฑ์ด้ฑ์ ด้วยการใช้นิ้วมือมืประคอง ด้านล่างและด้านบนขอบปากผลิตลิภัณภัฑ์แฑ์ล้วใช้นิ้วมือมืกดสลับลักันกั ไปมาจนเกิดกิลวดลาย ๔.การปั้นปั้แปะคือคืนำ ดินเหนียวมาปั้นปั้ลวดลายต่างๆแล้วนำ มาติดติผิวผิผลิตลิภัณภัฑ์ เพื่อพื่ให้มีลมีวดลายต่างๆตามที่ต้ที่ ต้ องการ เช่น ดอกไม้ใบไม้ ๕.การฉลุลลุายคือคื ใช้มีดมีขนาดเล็ก ล็ เจาะผิวผิผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์พื่อพื่ให้เป็นลวดลาย ๓.การตกแต่ต่ ต่ ง ต่ งผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์ฑ์ ที่มที่า : คผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๒ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : ผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๒๓ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : Ko Man Yong (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖) ๒๘


อุปกรณ์การตกแต่ง ลวดลายผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์การตกแต่ง ลวดลายผลิตภัณฑ์ ลายดั้งดั้เดิม ลายฉลุ ลายบะก่ำ ลายกับกั ไม้ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๒๙


นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ให้ข้อมูลว่าการตากผลิตภัณภัท์นำ ผลิตภัณภัฑ์ตากไว้ในโรง ปั้น โดยปล่อยทิ้งไว้ให้ดินแห้งเองตามสภาพอากาศ หากวันวั ใดที่อที่ากกาศเย็น ย็ ชื้น หรือรื ฝนตกดินจะแห้งช้ากว่าวันวัที่อที่ากาศร้อนที่มีที่แมีสงแดด เพราะแสงแดดที่ร้ที่ ร้ อนจะ ช่วยให้ดินแห้งเร็ว ร็ ขึ้นขึ้ ๔.การตากผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์ฑ์ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๓๐


การเผามี ๒ รูปแบบ ๑. การเผาโดยวิธีวิเธีผาแบบพื้นบ้าน คือคืนำ ชิ้นงานที่ตที่ากไว้จนแห้งไปวางเรียรีง นอนตะแคงต่อกันกัเป็นแนวยาว ๓ ถึงถึ ๔ แถว ห่างกันกั ประมาณ ๑ คืบคื ช่องว่าง ระหว่างแถวนำ เศษฟืนวางลงไปโดยรอบและกองถมด้วยชิ้นงาขนาดเล็กสูงระดับดั เสมอกันกัจากนั้นนั้นำ ฟางข้าวกลบทับทั ให้ทั่วทั่หนาเสมอกันกัจึงจึนำ ขี้เถ้าจากการเผาครั้งรั้ ก่อนโรยกลบทับทัลงไปอีกอี ชั้นชั้หนึ่งให้มิดฟางข้าวเสร็จ ร็ แล้วจึงจึจุดไฟเผาฟางบริเวณ ฐานกองขี้เถ้ารอบๆกองจากนั้นนั้จึงจึปล่อยทิ้งไว้ให้ข้ามคืนคืจนถึงถึตอนสายจึงจึนำ ของ ออกจากเตา ๒. การเผาโดยใช้เตาเผาแบบญี่ปุ่น คือคืการนำ ชิ้นงานที่ตที่ากไว้จนแห้งไปวาง เรียรีงเป็นชั้นชั้เป็นขั้นขั้ต่อๆกันกั โดยวิธีวิกธีารเผาเช่นนี้จะใช้ในการเผาที่ต้ที่ ต้ องการเผา จำ นวนมากซึ่งจะประหยัดยัระยะเวลาและทำ ให้เผาชิ้นงานได้รวดเร็ว ร็ คุ้มค่ามากกว่า การเผาแบบพื้นบ้านทั่วทั่ไป ๕.การเผาผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์ฑ์ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๙ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๙ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖)ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๙ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๓๑


๖.การคัคั คั ด คั ดเลืลื ลื อ ลื อกผลิลิ ลิ ต ลิ ตภัภั ภั ณ ภั ณฑ์ฑ์ ฑ์ฑ์ นายประเวศ หมีบุมีบุรุษ ให้ข้อมูลว่าหลังลัจากสุมไฟเผาผ่านไปหนึ่งคืนคืหลังลั จากเปิดขี้เถ้้าออกหมดแล้วจะทิ้งระยะเวลาช่วงหนึ่งเพื่อให้ชิ้นงานเย็น ย็ ลงจน สามารถหยิบยิจับจั ได้จึงจึทำ การตรวจสอบการแตกร้าวและการบิดบิเบี้ยบี้วของรูป ทรงถ้าพบลักลัษณะดังดักล่าวจะคัดคัแยกออกมาเก็บไว้ต่างหากชิ้นงานที่แที่ตกร้าว จะถูกคัดคัทิ้งไปส่วนชิ้นงานที่เบี้ยบี้วเสียสีรูปทรงจะขายได้ในราคาที่ต่ำที่ ต่ำ กว่าความ เป็นจริงเนื่องจากการเผาผลิตภัณภัฑ์ของกลุ่มเป็นวิธีวิกธีารเผาแบบหมกบนผิว ดินและใช้ขี้เถ้ากลบทับทัเก็บความร้อนผลิตภัณภัฑ์หลังลัการเผาจะมีสีมีแสีดงอมส้ม เนื้อดินปนทรายมีคมีวามแข็ง ข็ เปราะไม่เคลือลืบผิวและการเผาแต่ละครั้งรั้จะมีขมีอง เสียสี ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อมื่ทำ การคัดคัแยกชิ้นงานเสร็จ ร็ แล้วผู้ผลิตจะนำ ไปจัดจัเก็บไว้บริเวณใต้ถุนบ้านและคัดคัแยกเป็นกองๆตามขนาดและรูปแบบ เพื่อรอให้พ่อค้าคนกลางมารับรั ซื้อ ๓๒


๗.การถ่ายทอดและอนุรักษ์ ภูมิปัญญา ๗.การถ่ายทอดและอนุรักษ์ ภูมิปัญญา จากการลงพื้นพื้ที่สำที่สำรวจและสืบสืค้นข้อมูลมูณชุมชุชนบ้้านม่อนเขาแก้วตำ บลพิชัพิยชั จังจัหวัดวัลำ ปาง ผู้จัดจัทำ ได้รวบรวมแหล่งข้อมูลมูที่เป็นแหล่งถ่ายทอดให้ความรู้และ การอนุรันุกรัษ์ภูมิภูปัมิญปัญาในท้องถิ่นถิ่ ไว้ดังดันี้ ๑.ศูนศูย์กย์ารเรียรีนรู้ภูมิภูปัมิญปัญาบ้านม่อนเขาแก้วชุมชุชนบ้านม่อนเขาแก้วมีศูมีนศูย์กย์ารเรียรีนรู้ ภายในชุมชุชนที่เป็น ป็ แหล่งถ่ายทอดความรู้ภูมิภูปัมิญปัญาให้คนในชุมชุชนและคนที่เข้ามาศึกศึษา หาความรู้ภายในแหล่งเรียรีนรู้มีวิมีทวิยากรให้ความรู้และข้อมูลมูในการทำ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินดิเผาใน แต่ละขั้นขั้ตอนตั้งตั้แต่การเตรียรีมดินดิการผสมดินดิการขึ้นขึ้รูปรูผลิตลิภัณภัท์ การใส่ลวดลาย การ ตากผลิตลิภัณภัท์แท์ละการเผาผลิตลิภัณภัท์ภท์ายในแหล่งการเรียรีนรู้มีอุมี ปอุกรณ์เณ์ครื่อรื่งมือมื ในการปั้นปั้ ทั้งทั้ที่เป็น ป็ อุปอุกรณ์ที่ณ์ ที่ ปั้ที่นปั้มือมืและอุปอุกรณ์ที่ณ์ ที่ผที่ลิตลิคิดคิค้นประยุกยุต์ขึ้ต์นขึ้มาในการปั้นปั้ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินดิเผาวิทวิยากรจะสาธิตธิการปั้นปั้ทั้งทั้๒ รูปรูแบบ คือคืการปั้นปั้มือมืและการปั้นปั้โดย เครื่อรื่งจักจัรและถ้าหากผู้ที่เข้ามาศึกศึษาสนใจก็สก็ ามารถลงมือมื ปฏิบัฏิติบักติารปั้นปั้ด้วยตนเองได้เช่น กันกั ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๕ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๓๓


จากการลงพื้นพื้ที่สำที่สำรวจข้อมูลมูณ ชุมชุชนบ้านม่อนเขาแก้วผู้จัดจัทำ ได้ รวบรวมข้อมูลมูการตลาดและการส่งออกผลิตลิภัณภัท์ใท์นชุมชุชนบ้านม่อนเขาแก้ว โดยได้เก็บ ก็ รวบรวมข้อมูลมูดังดันี้ ๑.ผลิตลิภัณภัฑ์เฑ์ครื่อรื่งปั้นปั้ดินดิเผานั้นนั้นิยมมาทำ เป็นเครื่อรื่งอุปอุภัณภัฑ์ที่ฑ์ ที่ใที่ช้ ในครัวรัเรือรืนชาวบ้านจึงจึมีกมีารจัดจัจำ หน่ายภายในชุมชุชนโดยชาวบ้านในชุมชุชน บ้านม่อนเขาแก้วจะมาซื้อและแลกเปลี่ยลี่นกันกัภายในชุมชุชนในราคาที่ย่ที่ ย่ อมเยาว์ และราคาถูกถูกว่าลูกลูค้าข้างนอกที่เข้ามารับรั ซื้อนอกจากจะแลกเปลี่ยลี่นกันกัด้วยเงินงิ แล้วนั้นนั้ยังยัมีกมีารแลกเปลี่ยลี่นเป็นสิ่งสิ่ของหรือรือาหารเพื่อพื่เป็นการแลกเปลี่ยลี่น ระหว่างกันกั ๘.การตลาดและการส่ส่ ส่ ง ส่ งออก ๓๕


๒. ชุมชน เนื่องจากชุมชนบ้านม่อนเขาแก้วเป็นชุมชนที่มีที่เมีอกลักลัษณ์และภูมิปัมิ ปัญญาโดด เด่นในเรื่อรื่งของการปั้นเครื่อรื่งปั้นดินเผา ชาวบ้านในชุมชนเกือบทุกครัวรัเรือรืนมี อาชีพเสริมคือคืการปั้นเครื่อรื่งปั้นดินเผา การศึกศึษาและถ่ายทอดวิชวิาความรู้และ ภูมิปัมิ ปัญญาจึงจึสามารถศึกศึษาได้ตามแต่ละครัวรัเรือรืน เพราะในครัวรัเรือรืนทุกครัวรัเรือรืน สามารถให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาสัมสัภาษณ์สอบถามและศึกศึษาหาความรู้ได้ แต่อาจ จะไม่สามารถให้ลงมือมื ปฏิบัฏิติบัติหรือรืสาธิตธิ ให้ดูได้เนื่องจากอุปกรณ์และข้อจำ กัดกัของ แต่ละครัวรัเรือรืนที่แที่ตกต่างกันกั ในปัจจุบันบัผู้สืบสืทอดภูมิปัมิ ปัญญาในชุมชนมีจำมีจำนวนน้อย เพราะส่วนใหญ่แล้วกลุ่ม คนรุ่นใหม่ในชุมชนต่างออกมาประกอบอาชีพและทำ งานอยู่ไกลจากบ้าน จึงจึทำ ให้ ขาดผู้สืบสืทอดความรู้และภูมิปัมิ ปัญญาในการปั้นดิน ทำ ให้ชุมชนประสบปัญหาการ สืบสืทอดภูมิปัมิ ปัญญาเครื่อรื่งปั้นดินเผา ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๓๔


๒. จังจัหวัดวัผลิตภัณภัฑ์เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาในชุมชนบ้านม่อนเขาแก้ว เป็นผลิต ภัณภัท์ที่มีที่ชื่มี ชื่อเสียสีง มีเมีอกลักลัษณ์เฉพาะ เป็นที่รู้ที่รู้จักจั โดยทั่วไป และยังยัเป็นของดี เมือมืงจังจัหวัดวัลำ ปาง ภายในชุมชนจากร้านค้าตามชุมชนและมีกมีารขายส่งขายปลีกลี โดยมีพ่มี พ่ อค้าคนกลางเข้ามารับรั ซื้อในจำ นวนมาก แล้วนำ ไปจำ หน่ายต่อในราคาที่ สูงขึ้นขึ้ ๓. ประเทศ ผลิตภัณภัฑ์เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาในชุมชนบ้านม่อนเขาแก้วมีกมีารจัดจั จำ หน่ายและส่งออกต่างประเทศซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณภัฑ์ เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา จำ หน่ายในราคาที่สูที่สูงขึ้นขึ้และมีกมีารจัดจั ส่งเฉพาะออเดอร์ที่ลูที่ลูกค้า มาจัดจั สั่งไว้เท่านั้นนั้ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๓๕


บรรณานุนุ นุ ก นุ กรม ๓๖ กระทรวงวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรยีาชมงคลล้านนาลำ ปาง. (๒๕๕๓).ภูมิภูปัมิ ปัญญาท้องถิ่น การปั้นหม้อม้ดิ บ้าบ้นหม้อม้เขาแก้ว.สืบสืค้นเมื่อมื่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๖,จากhttps://sat.rmutl.ac.th/ ประเวช หมีบุมีบุรุษ (สัมสัภาษณ์) ๑๐ กันยายน ๒๕๖๖ ลัดดา ก๋าคำ (สัมสัภาษณ์) ๑๐ กันยายน ๒๕๖๖ วิทยาลัยเทคอินเตอร์เร์ทคลำ ปาง. (๒๕๕๔).วิจัยแนวทางการพัฒพันาผลิตภัณฑ์และอนุรักรัษ์ภูมิภูปัมิ ปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มลุ่ เครื่อรื่งปั้นดินเผา บ้าบ้นม่อม่นเขาแก้ว ตำ บลพิชัพิยชัอำ เภอเมือมืง จังหวัดลำ ปาง.สืบสืค้นเมื่อมื่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://shorturl.asia/๒d๗๐u สำ นักงานการปฏิรูปที่ดิ ที่ ดินเพื่อพื่เกษตรกรรม. (๒๕๖๓).ประวัติความเป็นมา. สืบสืค้นเมื่อมื่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://shorturl.asia/oKm8r สำ นักงานกองทุนทุสนับสนุนยการสร้าร้งเสริมริสุขสุจังหวัดลำ ปาง.(๒๕๕๔).ร่วร่มสืบสืสานตำ นานการผลิตเครื่อรื่งปั้นดินเผาพื้นพื้ บ้าบ้น.สืบสืค้นเมื่อมื่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๖, จากhttps://www.pichaicity.go.th/6771 อุดม อาวรณ์. (๒๕๖๖).แผนพัฒพันาหมู่บ้มู่ าบ้นม่อม่นเขาแก้ว-ทุ่งทุ่กู่:กู่ที่ทำ ที่ ทำการผู้ใผู้หญ่บ้ญ่าบ้น


๓๗ ภาคผนวก คณะผู้จัดจัทำ ลงพื้นพื้ที่สำที่สำรวจและเก็บก็ข้อมูล ณ ชุมชนบ้านม่อนเขาแก้ว บ้านม่อนเขาแก้ว หมู่ ๓ บลชมพู อำ ภอเมือมืง จังจัหวัดวัลำ ปาง คณะผู้จัดจัทำ ลงพื้นพื้สัมสัภาษณ์นายประเวช หมีบุมีบุรุษ เกี่ยกี่วกับกัเครื่อรื่งบั้นบั้ดินเผา ณ ศูนย์กย์ารเรียรีนรู้มรดก ทางปัญปัญาวัฒวันธรรม บ้านม่อนเขาแก้ว หมู่ ๓ บลชมพู อำ ภอเมือมืง จังจัหวัดวัลำ ปาง คณะผู้จัดจัทำ ลงพื้นพื้ที่สัที่มสัภาษณ์ นางลัดลัดา ก๋าคำ เกี่ยกี่วกับกัการตลาดและรายได้ในการจำ หน่าย เครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา หมู่ ๓ ตำ บลชมพู อำ ภอเมือมืง จังจัหวัดวัลำ ปาง


ประวัติผู้ให้ข้อมูล และสัมภาษณ์ ประวัติผู้ให้ข้อมูล และสัมภาษณ์ นายอุดม อาวรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ ต.พิชัยชัอ.เมือมืง จ.ลำ ปาง เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยกี่วกับกัแผนพัฒพันชุมชนบ้านม่อนเขาแก้ว นายประเวช หมีบุมีบุรุษ ประธานกลุ่มเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผาบ้านม่อนเขาแก้ว หมู่ ๓ ต.พิชัยชัอ.เมือมืงลำ ปาง จ.ลำ ปาง เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยกี่วกับกัเครื่อรื่งปั้นปั้ดินเผา และวิถีวิ ชีถี ชีวิตวิ โดยรวมของหมู่บ้านม่อนเขาแก้ว นางลัดลัดา ก๋าคำ เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยกี่วกับกัการส่งออกผลิตภัณภัฑ์ ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๔ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : คณะผู้จัดจัทำ (ถ่ายเมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ที่มที่า : https://www.pichaicity.go.th/๘๙๙๘ (สืบสืค้นเมื่อมื่วันวัที่ ๒๔ กันกัยายน พ.ศ. ๒๕๖๖) ๓๘


คณะผู้จัดทำ นักศึกษาชั้นปีที่ ปี ที่ ๓ สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำ ปาง คณะผู้จัดทำ นักศึกษาชั้นปีที่ ปี ที่ ๓ สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำ ปาง นางสาวรุ่งรุ่นภา อาชาประดิษฐ์ รหัสหันักศึกศึษา ๖๔๑๘๑๐๑๐๒๑๐ นางสาววิชิดชิา วิเศษพนา รหัสหันักศึกศึษา ๖๔๑๘๑๐๑๐๒๑๕ นางสาววันทนา ชัยชับุญชู รหัสหันักศึกศึษา ๖๔๑๘๑๐๑๐๒๑๔ นางสาววีรัวีญรัชยา เมือมืงเย็นย็ รหัสหันักศึกศึษา ๖๔๑๘๑๐๑๐๒๑๗ นางสาวศิริศิพริร ดีปดีระทับใจ รหัสหันักศึกศึษา ๖๔๑๘๑๐๑๐๒๑๙ นางสาวอษญา เกียกีรติประกาย รหัสหันักศึกศึษา ๖๔๑๘๑๐๑๐๒๒๗ ๓๙


“สืสืสืสื บสานตำ ตำตำตำนานหม้ม้ ม้ม้ อดิดิ ดิดิ น ถิ่ถิ่ ถิ่ถิ่ น ถิ่ถิ่ ปั้ปั้ปั้ปั้ น ปั้ปั้ หม้ม้ ม้ม้ อทำ ทำทำทำมืมื มืมื อ” รายวิชาคติชนวิทยา นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาราชภัฏลำ ปาง ตำ ตำตำตำบลพิพิ พิพิชัชัชัชั ย อำอำอำอำอำอำเภอเมืมื มืมื องลำลำลำลำลำลำ ปาง จัจั จัจั งหวัวัด วัวั ลำลำลำลำลำลำ ปาง


Click to View FlipBook Version