The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับword การใช้งาน Ms-Word 2019

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Ms-Word

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับword การใช้งาน Ms-Word 2019

86


87


88 การพิมพ์เอกสารหลาย ๆ หน้า บางครั้งมีคำสะกดผิดอยู่เกือบทุกหน้า และเราต้องการแก้ไขอย่าง รวดเร็ว สามารถทำได้ ดังนี้ 1. สมมติว่า เราพิมพ์คำว่า อินเตอร์เน็ต ปรากฏอยู่ในหลายหน้าของเอกสาร เราต้องการแก้ไขเป็น อินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นคำที่สะกดถูกต้อง ให้ไปที่แท็บ > หน้าแรก > แทนที่ 2. โปรแกรม จะเปิดหน้าต่างค้นหาและแทนที่ เพื่อให้เราพิมพ์สิ่งที่ค้นหา และแทนที่ด้วย


89 3. ในช่องสิ่งที่ค้นหา พิมพ์ “อินเตอร์เน็ต” และในช่อง แทนที่ด้วย พิมพ์ “อินเทอร์เน็ต” ดังภาพ 4. เมื่อพิมพ์เสร็จ ให้คลิกปุ่ม แทนที่ทั้งหมด คำว่า อินเตอร์เน็ต ในเอกสารทุกที่ จะ เปลี่ยนเป็น อินเทอร์เน็ต ทันที ซึ่งเป็นการแก้ไขคำผิดที่รวดเร็วและถูกต้องทั้งเอกสาร


90 การสร้างตารางในโปรแกรม Word 2010 เพื่อใช้รายงานข้อมูล หรือเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารมีวิธีการ ทำง่าย ๆ ดังนี้ 1. ไปที่แท็บ แทรก > ตาราง > แทรกตาราง ดังภาพ 2. หน้าต่าง การแทรกตาราง จะเกิดขึ้น เพื่อให้กำหนดจำนวนคอลัมน์ จำนวนแถว แล้วคลิก ตกลง ดังภาพ


91 3. สมมติว่า กำหนดจำนวนคอลัมน์เป็น 5 คอลัมน์ และ จำนวนแถวเป็น 5 แถว จะได้ดังภาพ 4. จะสังเกตได้ว่า คอลัมน์จะเป็นแนวตั้ง และแถวจะเป็น แนวนอน การสร้างตารางเพื่อนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อความเข้าใจและสะดวก ง่ายต่อการดูข้อมูล ข้อมูลจึง ถูกบรรจุลงตาราง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1. เมื่อได้ตาราง จำนวนคอลัมน์เป็น 5 คอลัมน์ และ จำนวนแถวเป็น 5 แถว ดังภาพ


92 2. ตั้งเคอร์เซอร์ในคอลัมน์ และแถวที่ต้องการและพิมพ์ข้อมูลลงตาราง ดังภาพ เราสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์ได้ โดยมีวิธีการดังนี้ 1. ตารางที่เรากรอกข้อมูลไปแล้ว แต่ขนาดความกว้างของคอลัมน์ไม่พอดีกับข้อมูล สามารถปรับได้ โดยวางเคอร์เซอร์ที่เส้นตาราง เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นลูกศร2 ทาง ดังภาพ 2. ต่อจากนั้น ให้ยืดหดตารางได้ตามต้องการ ดังภาพ


93 3. อีกวิธีการหนึ่ง คือ คลิกที่ตารางให้เกิดแถบสีเลือก และไปที่ เครื่องมือตาราง > เค้าโครง > เลือก ปรับขนาดตาราง โดยเลือกจะปรับเนื้อหาพอดีอัตโนมัติ ปรับหน้าต่างพอดีอัตโนมัติ หรือจะปรับ ความกว้างคอลัมน์คงที่ ดังภาพ 4. นอกจากนั้น ยังสามารถปรับความสูงแถวของตารางได้ ดังภาพ


94 ในการทำงานกับตาราง ในบางครั้งเมื่อเรากำหนดหรือสร้างตารางไปแล้ว แต่มีข้อมูลเพิ่มเติมมาทีหลัง เราสามารถเพิ่มแถวและคอลัมน์ได้ โดยมีวิธีการดังนี้ 1. เมื่อได้ตารางที่จัดแล้วตามต้องการ และถ้าต้องการเพิ่มแถว ให้วางเคอร์เซอร์ไว้ท้ายของแถว สุดท้าย แล้วenter แถวจะถูกเพิ่มตามต้องการ หรือเพิ่มแทรกระหว่างแถวก็วางเคอร์เซอร์ไว้ท้าย ของแถวที่ต้องการจะเพิ่ม แล้วenter ดังภาพ 2. อีกวิธีหนึ่ง ให้คลิกเมาส์ตั้งเคอร์เซอร์ที่ช่องว่างแถวบนสุด > เครื่องมือตาราง > เค้าโครง > แทรก ด้านบน ดังภาพ


95 จะได้แถวบนเพื่อที่จะพิมพ์หัวตาราง ตามต้องการ 3. แต่ถ้าต้องการจะเพิ่มคอลัมน์ระหว่างคอลัมน์ตำแหน่ง กับเบอร์โทรศัพท์ ให้คลิกตั้งเคอร์เซอร์ที่ ช่องตำแหน่ง > เครื่องมือตาราง > เค้าโครง > แทรกด้านขวา ดังภาพ


96 4. จะได้คอลัมน์เพิ่มขึ้นมาระหว่าง คอลัมน์ตำแหน่ง กับ เบอร์โทรศัพท์ ดังภาพ 5. มีวิธีการเพิ่มคอลัมน์อีกวิธีหนึ่ง ก็เช่นเดียวกัน ให้คลิกขวาที่คอลัมน์ที่ต้องการจะแทรก แล้วเลือก แทรกคอลัมน์ซึ่งสามารถแทรกได้ทั้งทางซ้ายและทางขวา สำหรับตัวอย่างต่อไปนี้ จะแทรก คอลัมน์ทางขวา ดังภาพ


97 6. จะได้คอลัมน์เพิ่มขึ้นทางขวา อีก1 คอลัมน์ ดังภาพ การแทรกเซลล์และลบเซลล์ในตาราง ทำได้ง่าย ๆ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. การแทรกเซลล์ มี4 ลักษณะ ดังนี้ เลื่อนเซลล์ไปทางขวา เลื่อนเซลล์ลง


98 แทรกทั้งแถว แทรกทั้งคอลัมน์ 2. สมมติว่ามีข้อมูลในตาราง ซึ่งเราต้องการที่จะแทรกเซลล์เพื่อพิมพ์รหัส ก่อนวิชาที่ลงทะเบียน ดัง ภาพ ที่ ชื่อ วิชาที่ลงทะเบียน 1 มานี 2 วิชัย 3 สมศรี 4 ดลยา 5 กนกวรรณ 3. ให้ตั้งเคอร์เซอร์ที่ช่อง วิชาที่ลงทะเบียน > คลิกขวา > แทรก > แทรกเซลล์ ดังภาพ 4. โปรแกรม จะเปิดหน้าต่างการแทรกเซลล์ให้เลือกว่า จะแทรกเซลล์ ลักษณะใด ดังภาพ 5. สมมติว่า เลือกเลื่อนเซลล์ไปทางขวา > คลิกตกลง จะได้ดังภาพ


99 6. วิชาที่ลงทะเบียนจะถูกเลื่อนไปทางขวา1 เซลล์ 7. การลบเซลล์ ก็เช่นเดียวกัน มีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ คือ เลื่อนเซลล์ไปทางซ้าย เลื่อนเซลล์ขึ้น ลบทั้งแถว ลบทั้งคอลัมน์ 8. ขั้นตอนของการลบเซลล์ ให้ตั้งเคอร์เซอร์ในเซลล์ที่ต้องการจะลบ > คลิกขวา > ลบเซลล์ ดังภาพ 9. โปรแกรม จะเปิดหน้าต่างการลบเซลล์ให้เลือกว่า จะลบเซลล์ ลักษณะใด ดังภาพ


100 10. เมื่อเลือกได้แล้ว คลิกตกลง เซลล์ที่เลือกไว้จะหายไปจากตาราง ในการทำงานกับตาราง ในบางครั้งมีความจำเป็นต้องมีการผสานเซลล์และแยกเซลล์ เพื่อความเข้าใจ และแสดงข้อมูลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1. การผสานเซลล์หรือรวมเซลล์ เป็นการออกแบบตารางเพื่อความสะดวก และเข้าใจง่าย สมมติว่ามี ข้อมูลในตารางที่ต้องการรวมเซลล์ ดังภาพ ที่ ชื่อ– นามสกุล วิชาที่ลงทะเบียน วิทย์ คณิต 1 2 3 4 2. อันดับแรกที่ต้องการรวมเซลล์หรือผสานเซลล์ คือ คอลัมน์ที่3 และ 4 วิชาที่ลงทะเบียน ให้คลุม ทั้ง วิทย์ และคณิต 3. ให้ป้ายเลือกคอลัมน์ที่3 และ4 ดังภาพ


101 4. ต่อจากนั้น คลิกขวาที่เซลล์ วิชาที่ลงทะเบียน แล้วเลือก > ผสานเซลล์ ดังภาพ 5. เมื่อคลิกผสานเซลล์แล้ว คอลัมน์ที่3 และ4 จะรวมกันเป็นคอลัมน์เดียว ดังภาพ


102 6. การผสานเซลล์ทำได้ทั้งผสานคอลัมน์ และผสานแถว ในเซลล์ช่อง ที่และ ชื่อ– นามสกุลก็ เช่นเดียวกันเป็นการผสานแถว ซึ่งควรผสานเซลล์ด้วย และใช้วิธีการเดียวกันกับเซลล์วิชาที่ ลงทะเบียน จะได้ดังภาพ 7. การแยกเซลล์ ก็ทำวิธีคล้ายกับการผสานเซลล์ แต่ตรงกันข้าม คือ จากเซลล์เดียวแยก เป็น 2,3,4 ในแนวคอลัมน์หรือแถว ก็ได้ ดังภาพ ที่ ชื่อ– นามสกุล เวลา หมายเหตุ 1 นางมา สายเสมอ 8.00 น. 16.30 น. 2 นายสาย ทุกวัน 3 นางสาวบัว ก้านแก้ว 4 นายเจริญ ทัพขวัญ 8. จากตาราง ในช่องเวลา เราต้องการเพิ่มเซลล์โดยสามารถกรอกเวลา ทั้งเวลามาและเวลากลับได้ ให้คลิกที่เซลล์ที่จะกรอกเวลา แล้วคลิกขวา เลือกแยกเซลล์ ดังภาพ 9. โปรแกรม จะเปิดหน้าจอให้เลือกว่าจะแยกคอลัมน์ หรือแยกแถว เป็นกี่คอลัมน์ หรือกี่แถว ในที่นี้ จะแยกเซลล์เป็น 1 คอลัมน์2 แถว ดังภาพ


103 10. เมื่อคลิกตกลงจะได้ ดังภาพ 11. เราสามารถกรอกเวลาได้ ดังภาพ เมื่อเราสร้างตารางเสร็จแล้ว เราสามารถที่จะตกแต่งตารางให้มีรูปแบบ และสีสีนสวยงามได้ โดย มี ขั้นตอน ดังนี้


104 1. คลิกเลือกตารางที่มุมบนด้านซ้าย > ไปที่แท็บ ออกแบบ > กลุ่มลักษณะตาราง เลือกแบบที่ ต้องการ ดังภาพ 2. จะได้รูปแบบตารางตามต้องการ ดังภาพ 3. นอกจากนี้ยังมีรูปแบบและสีสัน ให้เลือกได้อีกหลากหลาย โดยคลิกเลือกตารางที่มุมบน ด้านซ้าย > ไปที่แท็บ ออกแบบ > ลักษณะตาราง > คลิกสามเหลี่ยมเล็ก ๆ เพื่อคลี่ดูเแบบทั้งหมด ดังภาพ


105 4. จะปรากฏรูปแบบตารางทั้งหมด ให้เลือกตามความต้องการ ดังภาพ


106 ภาพประกอบในงานเอกสาร มีความสำคัญมาก เพราะจะทำให้เอกสาร งานพิมพ์มีความน่าสนใจมาก ยิ่งขึ้น ทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจ เพราะภาพบางภาพสามารถแทนคำพูดได้เป็นพัน ๆ คำทีเดียวไม่ใช่มีแต่ ตัวหนังสือเต็มหน้า นอกจากนั้นแล้ว ภาพประกอบยังช่วยให้ผ่อนคลาย ได้พักสายตาจากตัวหนังสืออีกด้วย วิธีการแทรกภาพประกอบ มีวิธีการทำดังนี้ 1. สมมติว่า เรามีข้อความ เรื่องกล้วย ดังนี้ 2. ถ้าเราต้องการใส่ภาพประกอบ กล้วยน้ำว้า โดยเรามีภาพอยู่ในเครื่องแล้ว ให้ตั้งเคอร์เซอร์ตรงที่จะ แทรกภาพแล้วไปที่แท็บ แทรก > กลุ่มภาพประกอบ > รูปภาพ >ไปที่Folder เก็บภาพ > เลือกภาพที่ ต้องการ > คลิกแทรก ดังภาพ


107 3. จะได้ภาพกล้วยเข้ามาอยู่ในเนื้อหา และถ้าต้องการย่อหรือขยายให้ภาพเล็กลงหรือใหญ่ขึ้น ให้วาง เคอร์เซอร์ไว้ที่มุมของภาพเมื่อเคอร์เซอร์เปลี่ยนเป็นลูกศร2 ทางให้กดเมาส์ พร้อมทั้งกดShift ค้างไว้แล้วยืด หดตามต้องการ จะได้ภาพตามสัดส่วน ดังภาพ


108 4. ถ้าต้องการให้ภาพเคลื่อนที่ได้หรือเข้าไปแทรกอยู่ในเนื้อหา ให้คลิกขวาที่ขอบภาพ แล้วเลือกตัด ข้อความ > ล้อมรอบ ดังภาพ 5. หลังจากนั้น เมื่อวางเคอร์เซอร์ที่ขอบภาพ เคอร์เซอร์เปลี่ยนเป็นลูกศร4 ทาง สามารถเคลื่อนย้าย ภาพไปวางในที่ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ดังภาพ การวาดรูปร่างต่าง ๆ ซึ่งเป็นรูปร่างสำเร็จรูป เช่น สี่เหลี่ยมพื้นผ้า วงกลม ลูกศร เส้น แผนผังลำดับงาน สัญลักษณ์ และคำบรรยายภาพ ซึ่งเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการเพิ่มรูปร่างต่าง ๆ ในงานเอกสารให้ น่าสนใจ และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้งานง่าย มีขั้นตอนดังนี้ 1. ไปที่แท็บ แทรก > รูปร่าง > คลิกสามเหลี่ยมเล็ก ๆ คลี่ลงมา ดังภาพ


109 2. สามารถเลือกรูปร่างต่าง ๆ เช่น เส้น สี่เหลี่ยมพื้นผ้า รูปร่างพื้นฐาน ลูกศรแบบบล็อก รูปร่าง สมการ แผนผังลำดับงาน ดาวและแบนเนอร์ คำบรรยายภาพ เป็นต้น 3. คลิกเลือกรูปร่างที่ต้องการ เช่น เมฆ


110 4. เมื่อเคอร์เซอร์เปลี่ยนเป็นเครื่องหมายกากบาท ให้วาดลงบนพื้นที่ที่ต้องการ ดังภาพ 5. ภาพที่วาด คือ ก้อนเมฆ สามารถเปลี่ยนสีหรือใส่สีได้ โดยคลิกที่รูปเมฆแล้วไปที่ รูปแบบ > เลือก ลักษณะรูปร่าง เลือกสี ดังภาพ


111 การแก้ไขรูปภาพ ภาพที่เรานำมาใช้ในเอกสาร บางครั้งภาพอาจไม่ชัดเจน เรามีวิธีแก้ไขรูปภาพได้ ดังนี้ 1. เมื่อนำภาพเข้าในเอกสารแล้ว เราสามารถปรับแต่งภาพได้ ดังนี้ 2. คลิกขวาที่ภาพ > จัดรูปแบบรูปภาพ ดังภาพ


112 3. โปรแกรมจะเปิดหน้าจอ จัดรูปแบบรูปภาพ สามารถแก้ไขรูปภาพ ทำให้ภาพคมชัดขึ้นและนุ่มลง เพิ่มความสว่างและความคมชัด สามารถตั้งค่าได้ตามต้องการ ดังภาพ


113 4. เมื่อปรับค่าความคมชัด ความสว่าง จะได้ดังภาพ


114 5. นอกจากปรับค่าความคมชัด ความสว่างแล้ว ยังสามารถใส่ เงา การสะท้อน ขอบเรืองแสงและนุ่ม รูปแบบสามมิติ สีรูปภาพ ลักษณะพิเศษแนวศิลป์ เป็นต้น ดังภาพด้านล่างเป็นการเลือกใส่ขอบ เรืองแสง และใส่ลักษณะพิเศษแนวศิลป์ ภาพที่นำมาใช้ในโปรแกรม Word สามารถปรับความเข้มของสีโทนสี และเปลี่ยนสีภาพได้ มีวิธีการดังนี้ 1. ไปที่แท็บ แทรก > กลุ่มภาพประกอบ >รูปภาพ > เลือกภาพที่ต้องการจากแฟ้มได้ ดังภาพ


115 2. เมื่อแทรกภาพเข้าโปรแกรม >คลิกเลือกที่ภาพ > เครื่องมือรูปภาพ > รูปแบบ >สี> เลือก ปรับเปลี่ยนตามชอบใจ จากตัวอย่างเลือกรูปแบบที่ทำให้ภาพจางออก ดังภาพ 3. จะได้ ดังภาพ


116 ภาพบางภาพที่เรานำมาใช้ในโปรแกรม Word บางครั้งเราต้องการแต่ตัวภาพ ไม่ต้องการ พื้น หลัง (Background)ของภาพ Word 2010 มีตัวช่วยให้นำพื้นหลังออกอย่างง่ายดาย โดยมีวิธีการทำ ดังนี้ 1. นำภาพเข้าในโปรแกรม ไปที่แท็บแทรก > กลุ่มภาพประกอบ > รูปภาพ > ไปที่Folder เก็บ ภาพ > เลือกภาพ > คลิกแทรก ดังภาพ


117 2. จะได้ภาพตามต้องการ แต่ภาพยังมีพื้นหลังอยู่ 3. การนำพื้นหลังออก ให้คลิกที่รูปภาพเกิดเฉดล้อมรอบ และไปที่แท็บรูปแบบ > นำพื้นหลังออก ดัง ภาพ 4. ภาพจะเป็นสีม่วง คือ สีที่จะถูกนำพื้นหลังออก ดังภาพ


118 5. เราสามารถเลือกภาพที่จะเก็บไว้ โดยคลิกที่ปุ่มด้านบน ด้านล่างและด้านข้างให้ยืดหดเข้าออกได้ ตามต้องการ 6. โดยเราจะเก็บไว้เฉพาะตัวนก ส่วนพื้นหลังเอาออกหมด ยืดหดได้ดังภาพ 7. เมื่อยืดหดเลือกภาพได้ตามต้องการแล้ว คลิกเครื่องหมาย คงการเปลี่ยนแปลงไว้ ดังภาพ


119 8. จะได้ดังภาพ โดยส่วนที่เป็นพื้นสีม่วงจะหายไป เหลือแต่ตัวนก ตามต้องการ การทำภาพให้สวย น่าสนใจในโปรแกรม Word 2010 ทำได้อย่างง่าย สะดวก และรวดเร็วโดยมีตัว ช่วยที่สำเร็จรูป มีวิธีการทำดังนี้ 1. นำภาพเข้าโปรแกรมโดยไปที่ แท็บ แทรก >กลุ่มภาพประกอบ > รูปภาพ > เลือกภาพจากแฟ้ม ตามต้องการ ดังภาพ


120 2. เมื่อได้ภาพมาแล้ว คลิกที่รูปภาพ จะเกิดแถบเครื่องมือรูปภาพ > รูปแบบ >เลือกรูปแบบตามชอบ ใจ ภาพจะมีขอบเงา หรือกรอบสวย เอียง ๆ หรืออยู่ในรูปวงกลม วงรี สี่เหลี่ยม เป็นต้น


121 3. จะนำภาพเข้าโปรแกรมได้หลายภาพ และเลือกกรอบใส่แต่ละภาพ ได้ตามต้องการ การใช้โปรแกรม Word 2010 ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของการพิมพ์รายงาน การออกแบบแผ่นพับ แผ่นปลิว โปสเตอร์ หรืองานอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งเราต้องการทำตัวหนังสือสวย ๆ ประกอบเป็นหัวเรื่อง ชื่อเรื่อง หรือข้อความที่ต้องการเน้น ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้ 4. ถ้าต้องการตัวหนังสือสวยๆ ให้ไปที่แท็บ แทรก > อักษรศิลป์> เลือกตัวอักษรได้ตามต้องการ ดัง ภาพ


122 5. จะขึ้นข้อความ “ใส่ข้อความของคุณที่นี่” ให้พิมพ์ชื่อเรื่อง หรือข้อความที่ต้องการ ตามแบบที่เลือก 6. จะได้ตัวอย่าง ชื่อเรื่อง โดยสามารถเปลี่ยนแบบอักษร และ ขนาด ได้ตามชอบใจ โดยไปที่แท็บ หน้าแรก > กลุ่มแบบอักษร > เลือกแบบอักษรและขนาด ดังภาพ


123 เมื่อเราพิมพ์เอกสารและจัดหน้าเรียบร้อยแล้ว ก่อนสั่งพิมพ์งาน เราควรดูตัวอย่างก่อนพิมพ์ ว่ามีความ สวยงามเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดซึ่งมีวิธีการดู ดังนี้ 1. ไปที่แท็บ แฟ้ม >พิมพ์ จะปรากฏตัวอย่างหน้าเอกสารให้เห็น เราตั้งเคอร์เซอร์ไว้หน้าไหน เอกสารหน้านั้น จะมาแสดง ทางด้านขวามือ ดังภาพ


124 2. เราสามารถ เลือกดูหน้าไหนก็ได้ จากเมนูข้างล่างโดยคลิกเลือกลูกศรเดินหน้า ถอยหลัง ดังภาพ 3. ถ้าต้องการดูทีละสองหน้า ก็สามารถเลื่อนย่อ-ขยาย % ลดลงเหลือ 35% ก็สามารถดูได้ทั้งสอง หน้า


125 เมื่อเราพิมพ์งานเสร็จแล้ว ต้องการพิมพ์งานออกจากเครื่อง ซึ่งมีวิธีการสั่งพิมพ์ได้หลากหลายรูปแบบ โดยมี ขั้นตอน ดังนี้ 1. ไปที่แท็บ แฟ้ม >พิมพ์ 2. โปรแกรมจะเปิดหน้าต่าง ให้ตั้งค่า ดังต่อไปนี้ 2.1 เราจะพิมพ์ กี่ชุด 2.2 เลือกตั้งเครื่องพิมพ์


126 2.3 การตั้งค่าในการพิมพ์ มี 3 แบบ 1) พิมพ์หน้าทั้งหมด (ทั้งเอกสาร) 2) พิมพ์หน้าปัจจุบัน 3) พิมพ์ช่วงที่กำหนดเอง สามารถใส่หมายเลขหน้าในช่องที่กำหนด เช่น 3-5 เป็นต้น


127 2.4 นอกจากนี้ ยังกำหนดได้อีกว่า เอกสารจะพิมพ์ด้านเดียว หรือจะพิมพ์ทั้งสองด้านด้วยตนเองโดย ต้องป้อนกระดาษใหม่ เมื่อพร้อมที่จะพิมพ์ด้านที่สอง 2.5 เราต้องการกำหนดให้เอกสารพิมพ์ออกมาเรียงทีละชุด 1,2,3 1,2,3 1,2,3 หรือ ไม่เรียงทีละ ชุด 1,1,1 2,2,2 3,3,3 ดังภาพ 2.6 การวางแนวของเอกสาร จะเลือกแนวตั้ง หรือแนวนอน ดังภาพ 2.7 กำหนดขนาดของกระดาษได้อีกด้วย ดังภาพ


128 2.8 กำหนดระยะขอบของกระดาษ ตามที่มีให้ หรือจะกำหนดระยะขอบเองก็ได้ ดังภาพ 2.9 กำหนดว่าจะพิมพ์ 1 หน้าต่อหน้ากระดาษ หรืออื่น ๆ ตามที่ต้องการและมีให้เลือก ดังภาพ


129 3. นอกจากนี้ เรายังสามารถตั้งค่าหน้ากระดาษ โดยคลิกที่ตั้งค่าหน้ากระดาษ ดังภาพ 4. กำหนดค่าต่าง ๆ จากกล่องโต้ตอบ ตั้งค่าหน้ากระดาษ ดังภาพ


130


131 ใบงานการบ้าน


Click to View FlipBook Version