The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พริกขี้หนูสวน รุสนานี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 26 Rusnanee Yusoh, 2024-02-20 22:43:53

พริกขี้หนูสวน รุสนานี

พริกขี้หนูสวน รุสนานี

พริกขีห้นูสวน ชื่อสามัญ/ชื่ออังกฤษ : Cayenne Pepper ชื่อวิทยาศาสตร์: Capsicum frutescens L. วงศ์ : Solanaceae ชื่ออื่น/ชื่อถนิ่ : ดีปลี ดีปลีขึ้นก ปะแกว พริก พริกแด้ พริกแต้ พริกนก หมักเพ็ด ลักษณะท่ัวไปของพริกขีห้นูสวน มีถิ่นก าเนิดในแถบอเมริกาเขตร้อน โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีความสูงของต้นประมาณ 30-90 เซนติเมตร มีอายุประมาณ 1-3 ปี แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน ้าตาล ขยายพันธุ์ด้วย วิธีการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนเหนียว ดินร่วนระบายน ้าดีในที่ร่มร าไรหรือกลางแจ้ง ไม่ทนต่อสภาพน ้าขัง มัก ขึ้นร่วมกับวัชพืชชนิดอื่น ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค ลักษณะท่ัวไปทางพฤกษศาสตร์ ล าต้น เป็นพืชผักสมุนไพรเป็นพีชล้มลุกเป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1 ถึง 3 ปี มีล าต้นเดี่ยวตั้งตรง ล าต้นมี ลักษณะกลมๆ เนื้อไม้แข็ง แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งอ่อนมีสีเขียว กิ่งแก่มีสีน ้าตาล


ราก รากพริกขี้หนูสวนประกอบด้วยรากแก้วและรากฝอยจ านวนมาก มีลักษณะการแผ่ออกด้านข้างเป็นรัศมีได้ มากกว่า 1 เมตร และหยั่งลึกได้มากกว่า 1.20 เมตร บริเวณรอบๆ โคนต้นจะมีรากฝอยสาน กันหนาแน่น ใบ เป็นชนิดใบเดี่ยวมีลักษณะแบนเรียบสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มตามอายุของใบ ใบเป็นมัน มีขนปกคลุมเล็กน้อย รูปร่างของใบมีลักษณะรูปไข่จนถึงเรียวยาวปลายใบแหลมใบออกบริเวณกิ่งแบบตรงข้ามกันและ มีขนาดแตกต่างกันตามสาย พันธุ์แต่ทั่วไปใบพริกขี้หนูจะมีขนาดเล็กในระยะต้นกล้าและมีขนาดใหญ่ เมื่อต้นโตเต็มที่ ดอกพริกขีห้นูสวน เป็นดอกชนิดเดี่ยวขนาดเล็กแตกออกบริเวณข้อตรงที่มุมด้านบนของก้านใบหรือ กิ่งอาจมีดอกเดียวหรือหลายดอกในจุดเดียวกันก้านดอกตรงหรือโค้งดอกมีกลีบรองมีลักษณะเป็นพูสีขาวหรือสีม่วง ประมาณ 5 กลีบ เกสรตัวผู้มีประมาณ 1 ถึง 10 อัน แตกออกจากโคนที่กลีบดอกอับเกสรตัวผู้มักมีสีน ้าเงินเป็นกระเปราะขนาด เล็กและยาว ส่วนเกสรตัวเมียมี 1 ถึง 2 รังไข่ มีลักษณะชูขึ้นเหนือเกสรตัวผู้รูปร่างเหมือนกระบองหัวมนรังไข่มี 3 ถึง 4 พู มักจะ ออกดอกและติดผลในช่วงวันสั้น ผลพริก เป็นผลประเภท Berry มีลักษณะเป็นกระเปาะมีฐานที่ชั้นผลสั้นและหนาผลอ่อนมักชี้ขึ้นแต่เมื่อแก่ผลจะ ห้อยลงผลมีลักษณะแบนกลมยาวจนถึงพองอ้วนสั้น ผลมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ผนังผล Pericarp ) อาจบางหรือหนามี ความเผ็ดแตกต่างกันตามพันธุ์ ผลเมื่ออ่อนสีเขียวเข้ม บางพันธุ์อาจมีสีขาวออกเหลืองเขียว เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นแดงหรือ เหลือง ขนาดผลทั่วไปประมาณ 1 ถึง 1.5 นิ้ว มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1ส่วน4 ถึง 2ส่วน3 นิ้ว เมล็ดด้านในจะเกิดรวมกันที่รก (Placenta) ตลอดจากโคนจนถึงปลายผล ในช่วงที่ผล พัฒนา หากอุณหภูมิในช่วงกลางวันสูงความชื้นต ่า จะท าให้ผลมีรูปร่าง บิดเบี้ยว ผลมีขนาดเล็กการติดเมล็ดต ่า เมล็ดพริกขีห้นูสวน จะเกิดรวมกันที่รก (Placenta) ตลอดแนวยาวจากโคนถึงปลายผล เมล็ดมีรูปร่างคล้ายเมล็ด มะเขือเทศ คือ มีรูปกลม แบน สีเหลืองจนถึงสีน ้าตาล ผิวเมล็ดไม่ค่อยมีขนเหมือนผลในมะเขือเทศแต่มีขนาดใหญ่กว่าการผสม เกสรของพริกขี้หนูสามารถเกสรด้วยการผสมตัวเอง (Self pollination) แต่อาจเกิดการผสมข้ามต้น (Cross pollination) ที่ 9 ถึง 32 เปอร์เซ็นต์ โดยอาศัยธรรมชาติ คือ กระแสลมและแมลง ต่างๆ ลักษณะความพร้อมของเกสรจะพบว่าเกสรตัวผู้มักพร้อม ที่จะผสมได้หลังจากดอกบานแล้ว 2 ถึง 3 วันแต่เกสรตัวเมียพร้อมที่จะผสมทันทีที่ดอกบาน จึงท าให้เกสรตัวผู้จากดอกหรือต้น อื่นเข้าผสมได้ก่อน ลักษณะการผสมเกสรของพริกดังกล่าวจึงท าให้เกิดพันธุ์พริกใหม่ๆมากขึ้น จาการผสมข้ามต้นหรือข้ามสาย พันธุ์


ประโยชนข์องพริกขีห้นูสวน ทางด้านอาหาร ยอดอ่อนของพริกใช้ท าเป็นผักลวกจิ้มกินกับน ้าพริกหรือรับประทานเป็นผักลวกหรือน าไปประกอบ อาหารประเภทแกงจืด แกงเลียง แกงอ่อม เป็นต้น ซึ่งจะให้รสหวานและเผ็ดเล็กน้อยกรอบนุ่ม ผล มักใช้เป็นผักหรือเครื่องเทศส าหรับปรุงรสในการประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด รวมทั้งใช้เป็น ส่วนผสมของ เครื่องแกงหรือพริกแกง อาหารที่ใช้พริกเป็นส่วนประกอบหรือปรุงรส ได้แก่ อาหารประเภทแกงอาหารประเภททอด อาหาร ประเภทต้ม อาหารประเภทย า รวมถึงอาหารประเภทปิ้งย่างที่ต้องการรสเผ็ด ดังนั้น พริกจึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สูงและมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะสามารถให้พลังงานและแร่ธาตุ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เหล็ก แคลเซียม วิตามิน เอ วิตามินซี และวิตามินอี โดยเฉพาะวิตามิน ซี ที่พบมากกว่าผักชนิดอื่นๆ คุณค่าทางโภชนาการ - พลังงาน 347 กิโลแคลอรี่ - โปรตีน 15.8 กรัม - ไขมัน 9.1 กรัม - คาร์โบไฮเดรต 50.5 กรัม - เส้นใย 227 กรัม - แคลเซียม 32 มิลลิกรัม - ฟอสฟอรัส 360 มิลลิกรัม - เหล็ก 15.8 มิลลิกรัม - วิตามินเอ 4287 ไมโครกรัม - ไทอามีน 0.16 มิลลิกรัม - ไรโบฟลาวิน 0.74 มิลลิกรัม - ไนอาซิน 11.2 มิลลิกรัม - วิตามินซี 0 มิลลิกรัม - เถ้า 3.8 กรัม


สรรพคุณพริกขีห้นูสวน สารสกัดจากพริกถูกน ามาใช้เป็นส่วนประกอบของยาหลายชนิด เช่น ยาแก้ปวดท้อง ยาธาตุ ยาขับลมยาแก้ปวดฟัน และยารักษาโรคไขข้อ รวมถึงน าไปใช้เป็นส่วนประกอบของยาชนิดรับประทาน และยาทาภายนอกหลายชนิดโดยมีสรรพคุณ ทางยา ดังนี้ ผล ให้รสเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยเจริญอาหาร ช่วยการย่อยอาหาร ขับลม ขับเสมหะ (Mucokinetic) ขับเหงื่อ แก้อาการปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย แผลจากความเย็นจัด ลดไข้ อาหารเป็นหวัด รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลือน ชันนะตุ และหิด ใช้ต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และไวรัส ใบ มีรสเย็น แต่เผ็ดเล็กน้อย มีกลิ่นฉุนใบพริก ใช้แก้หวัด ลดไข้ เลือดก าเดา และอาการปวดศีรษะใบสดใช้ต าผสม ดินสอพองทาขมับ ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ราก น ามาต้ม ลดอาการแขนขาอ่อนแรง ร่างกายไม่มีก าลัง รักษาอาการทางไต และอัณฑะบวมเลือดออกในมดลูก รักษาโรคชางใน ใช้ฝนกับน ้ามะนาวและเกลือส าหรับแก้ไอแก้เสมหะ ทั้งต้น น ามาต้ม ช่วยแก้อาการเหน็บชา เลือดคั่ง อาหารปวดตามข้อ และรักษาแผลที่เกิดจากความเย็น โรค; โรคเหี่ยวเขียว โรคเหี่ยวเหลือง โรคกุ้งแห้ง โรคกุ้งแห้งเทียม โรคเน่าเปียก โรคราแป้ง โรคใบหงิกเหลืองเป็นต้น ศัตรูพืช ; เพลี้ยไฟ หนอน หอยทาก แมลง เพลี้ยอ่อน ไรขาวพริก เป็นต้นการปลูก การปลูกพริกขีห้นูสวนของเกษตรกรแบ่งตามการให้น ้า มี2 แบบ คือ 1. การปลูกแบบพริกไร่ เป็นการปลูกพริกขี้หนูสวนที่อาศัยน ้าฝนในช่วงฤดูฝนส าหรับการเจริญเติบโตการปลูกใน ลักษณะนี้จะควบคุมผลผลิตได้จาก อัตราการตายสูง แต่แก้ไขโดยการปลูกหลังจากฝนตกแล้วจนดิน ชุ่ม 1 ถึง 2 ครั้ง 2. การปลูกแบบพริกสวน เป็นการปลูกโดยการอาศัยน ้าในเขตชลประทานหรือพื้นที่ที่มีแหล่งน ้า อย่างเพียงพอ เช่น บอเก็บน ้า บ่อน ้าบาดาล เป็นต้น การปลูกในลักษณะนี้ สามารถปลูกได้ตลอดปี และสามารถควบคุมผลผลิตได้ดีกว่าการปลูก ในวิธีแรก อัตราการรอด และผลผลิตสูง


พืน้ที่ปลูก พริกเป็นพืชเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนสามารถทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี ไม่ชอบดินชื้นแฉะ มีน ้าขัง พื้นที่ปลูกพริกควร เป็นที่โล่งแจ้ง ได้รับแสงทั้งวัน ไม่ควรเป็นที่ลุ่มหรือดอนๆ เพราะที่ลุ่มมักประสบปัญหาน ้าท่วมขังการระบายน ้ายาก ท าให้เสี่ยง เป็นโรคเหี่ยวเฉาได้ง่าย ส่วนพื้นที่สูงหรือเป็นที่ดอนมักจะมีปัญหาในเรื่องดินแห้งและขาดน ้าได้ง่ายต้องให้น ้าบ่อย การใช้น ้า สิ้นเปลืองไม่มีประสิทธิภาพ ท าให้ต้นพริกแคระแกร์น ดอกร่วงไม่ติดผลการปลูกพริกไม่ควรปลูกติดต่อกันมาหลายปี เพราะอาจ ท าให้มีการสะสมของโรคและแมลงได้ ควรสลับการปลูกพืชอื่นในแปลงเดียวกัน ประมาณ 2 ถึง 3 ปี แต่หากจ าเป็นต้องปลูกซ ้า ควรเตรียมดินด้วยการไถพรวนและตากดินทุกครั้งประมาณ 7 ถึง 14 วันพริกขี้หนูสามารถเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ทั้งดินเค็ม และดินเปรี้ยว แต่เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถสูง การระบายน ้าดี ค่าความเป็นกรด-เบส (pH) ประมาณ 6.0 ถึง 6.8 การเตรียมดิน แปลงปลูกพริกขี้หนูสวนควรเตรียมดินด้วยการไถพรวนด้วยผาน 7 ลีกประมาณ 30 เซนติเมตร พร้อมก าจัดวัชพืช และตากดินนาน 7 ถึง 14 วัน หลังจากนั้นไถด้วยผาน 3 เพื่อให้ดินแตกมีความร่วนซุย หากเป็น พื้นที่ที่เป็นกรดให้ว่านด้วยปูน ขาวปรับสภาพดินก่อนไถทุกครั้ง หลังการไถให้ตากดินประมาณ 3 ถึง 5 วัน ก่อนปลูก ทั้งนี้ก่อนการไถด้วยผาน 3 อาจหว่านโรย ด้วยปุ๋ ยคอกก่อนหรือใช้ปุ๋ ยเคมีรองพื้น อัตราปุ๋ ยคอกที่ 50 ตัน ต่อไร่ ปุ๋ ยเคมีสูตร 15-15-15 ที่ 30 ตันต่อไร่แต่วิธีนี้ท าให้ สิ้นเปลืองปุ๋ ย ซึ่งอาจใส่ปุ๋ ยในขั้นตอนปลูกส าหรับรอง ก้นหลุมก่อนปลูกก็ได้ การเตรียมกล้า การปลูกพริกจ าเป็นต้องเตรียมกล้าพริกก่อนทุกครั้ง ด้วยการเพาะเมล็ดในกะบะเพาะเมล็ดหรือถุงเพาะช า ที่ 1 ต้นต่อ หลุมหรือถุง ส าหรับวัสดุเพาะให้เตรียมด้วยการการผสมดินร่วนกับปุ๋ ยคอกหรือวัสดุหรือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ขี้เถ้า ขี้ เลื่อย ขุยมะพร้าว เป็นต้น ในอัตราส่วนดินต่อวัสดุผสม 2:1 หรือ 1:1 ท าการรดน ้าให้ชุ่มหลังการหยอดเมล็ดและรดน ้าทุกวัน วัน ละ 1 ถึง 2 ครั้ง ช่วงเช้าหรือเย็น จนพริกแตกใบแท้ประมาณ 3 ถึง 5 ใบ หรือต้นสูงประมาณ 15 ถึง 20 เซนติเมตร จึงน ามาปลูก ในแปลง วิธีการปลูก การปลูกจะปลูกในระยะที่เหมาะสม ที่ระยะห่างต้น 50 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถว 100 เซนติเมตร ด้วยการขุดหลุม ปลูก และให้โรยด้วยปุ๋ ยคอกหรือปุ๋ ยเคมีสูตร 15-15-15 ก่อนปลูก หากตอนเตรียมแปลงไม่ได้หว่านปุ๋ย


การให้น ้า พริกขี้หนูสวนเป็นพืชที่ไม่ต้องการน ้ามากแต่ต้องการน ้าอย่างเพียงพอและสม ่าเสมอจึงควรให้น ้าเพียงเพื่อให้ดินชุ่ม ประมาณ 1 ถึง 2 ครั้งต่อวัน เท่านั้น ก็เพียงพอแต่ควรเพิ่มปริมาณในช่วงที่พริกขี้หนูติดดอกและผลิ การดูแล พริกขี้หนูสวนเป็นพืชที่ชอบน ้า ชอบแสงแดด ต้องระบายน ้าดี น ้าไม่ขัง ต้องหมั่นรดน ้าให้ชุ่ม โดยรดน ้าเช้าเย็นให้โดน แดดตลอดวันจะท าให้โตได้เร็ว ต้องดูแลรดน ้าเสมอ การเก็บเกี่ยว การเก็บผลผลิตพริกขี้หนูสวน จะมีอายุจากวันงอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลพริกสดครั้งแรก ประมาณ 65 ถึง90 วัน ผลผลิต ในระยะแรกจะน้อย และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และลดลงในระยะสุดท้าย การเก็บควรเก็บทุกๆ7 วัน ด้วยการเด็ดทีละผลโดยใช้เล็บ จิกตรงก้านผลที่ต่อกับกิ่ง ไม่ควรใช้มือดึงที่ผล เพราะจะท าให้กิ่งหักได้ การเก็บเมล็ดพันธุเ์พื่อทา พันธุต์ ่อไป เมื่อพริกอายุ 160 วัน ก็เริ่มทยอยเก็บผลสุกได้ โดยเก็บเฉพาะเมล็ดที่เป็นสีแดงและเมล็ดที่ออกสีส้ม จัด เก็บมาไว้ค้าง คืนสัก สองคืนก็สามารถดูว่าพริกสุกทุกเมล็ดไหม จากนั้นให้สวมถุงมือแล้วใช้มือบี้พริกกับน ้าเพื่อเอาเมล็ดออกมา เมล็ดที่จม คือเมล็ดที่ดี เมื่อล้างเมล็ดเสร็จแล้วให้ผึ่งลมให้หมาดก่อนน าไปตากแดด 2 ถึง 3แดด หรือ ใช้วิธีตากให้แห้งแล้วค่อยมาขยี้เอา เมล็ดออกแล้วใช้กระดังผัดท าความสะอาด และร่อนด้วยตะแกรงเป็นขั้นตอนสุดท้าย แล้วค่อยเก็บใส่ถุงกระดาษและเขียนชื่อ และวันเดือนปีที่เก็บแล้วพับใส่ในถุงพลาสติกเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษาอัตราการงอกและลดการหายใจของเมล็ดพันธุ์ให้น้อย ที่สุด จะสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ได้นานเกิน 2 ปีขึ้นไป การเก็บรักษา จะน าพริกขี้หนูสวน แล้วน ามาล้างน ้าให้สะอาด เราจะมีวิธีเก็บรักษาให้สดนานๆ คือ ให้ล้างน ้าให้สะอาดดี แล้วให้ สะเด็ดน ้าออกให้หมด แล้วน ามาห่อด้วยกระดาษหรือผ้าขาวบาง แล้วใส่ถุงหรือกล่องพลาสติกแล้วน าไปแช่ตู้เย็น จะเก็บไว้ได้ นาน


Click to View FlipBook Version