The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวับุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tanon Na Lampang, 2022-12-05 05:32:48

นาฏศิลป์

ประวับุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์

ประวัติบุคคลสำคัญ
ในนาฏศิลป์ไทย

โดย ธนนท์ ณ ลำปาง เลขที่ ๓๒
๖/๑๕

ด้านการแสดงนาฏศิลป์ไทย

คุณครูลมุล ยมะคุปต์

ประวัติ

นางลมุล ยมะคุปต์ หรืออีกชื่อหนึ่งที่บรรดาศิษย์ทั้งหลายจะขนาน นามให้ท่านด้วยความเคารพรักอย่าง
ยิ่งว่า “คุณแม่ลมุล” เป็นธิดาของร้อยโท นายแพทย์จีน อัญชัญภาติ กับ นางคำมอย อัญชัญภาติ (เชื้อ อิน
ต๊ะ) เกิดเมื่อ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2448 ณ จังหวัดน่าน ในขณะที่บิดาขึ้นไปราชการสงคราม ปราบกบฏ
เงี้ยว (กบฏ จ.ศ. 1264 ปีขาล พ.ศ. 2445)

เกิดที่จังหวัดน่าน เมื่ออายุได้ 5 ขวบ บิดาได้พามา ถวายตัวเป็นละครที่วังสวนกุหลาบ และที่วังสวน
กุหลาบ ครูลมุล ได้ความรู้ทาง ละครในรูปแบบของละครนอก ละครในและละครพันทาง ต่อมาได้ย้ายมา
อยู่ที่ วังเพชรบูรณ์ และได้ความรู้ในเรื่องของละครดึกดำบรรพ์ เมื่อออกจากวังเพชรบูรณ์ ครูลมูล ได้


สมรสกับครูสงัด ยมะคุปต์ และได้ขึ้นไปเป็นครูสอนละครที่เชียงใหม่ในคุ้มพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่ง

ครูลมูลได้ความรู้เกี่ยวกับ นาฏยศิลป์ล้านนาและพม่า ครูลมุลได้นำคณะละครไปแสดงที่เมืองพระตะบอง
ประเทศเขมร อยู่ 1 ปี ซึ่งคงได้ ประสบการณ์ด้านดนตรีและนาฏศิลป์ของเขมรมาบ้าง ต่อมาเข้ารับ
ราชการเป็นครูแผนกนาฏศิลป์ กรมศิลปากร และ ทํางานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

ผลงานนาฎยประดิษฐ์ของกรูลมุล ยมะคุปต์

พ.ศ. 2477-2525 มากกว่า 50 ชุด แบ่งได้เป็น 6 ประเภท คือ 4. ระบำที่ยึดแบบแผนนาฏยศิลป์ไทย
2. ระบำที่ผสมผสานทั้งอาศัยและไม่ได้อาศัยแบบแผนนาฏยศิลป์ไทย
3. ระบำาจากภาพแกะสลักโบราณคดี 4. ระบำาประกอบเครื่องดนตรี
5. วะบ่าก้วยบ
6. ระบำาเลียนแบบท่าทางของสัตว์
ผลงานเหล่านี้ผู้วิจัยพบว่ามี 2 แนว คือ แนวอนุรักษ์และแนวพัฒนา ระบำพม่า มอญ ที่ผู้วิจัยใช้เป็นกรณีศึกษานี้
เป็นระบำประเภทผสมผสานลักษณะท่ารำของพม่าและ ท่ารำของมอญ ท่ารำของมอญในละครพันทาง ท่ารำของ
พม่าในละครพันทาง ท่ารำของฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตาทางภาคเหนือ ระบำพม่า-มอญเป็นระบำในละครพันทาง

ด้านการแสดงละครไทย

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติ วงศ์ เป็นพระราชโอรส

ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่พระสัมพันธ์วงศ์เธอ พระองค์

เจ้าพรรณราย เมื่อวัน อังคารเดือน 6 ขึ้น 11 ค่ำ ปีกุน เบญจศก จ.ศ. 1225 ตรงกับวันที่


28 เมษายน พ.ศ. 2406 มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจิตรเจริญ



ในปี พ.ศ. 2428 พระองค์ได้รับการสถาปนาจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า

เจ้าอยู่หัวขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่าง กรม มีพระนามว่า พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนนริศ

รานุวัติวงศ์ หลังจากที่พระองค์ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณใน ตำแหน่งต่างๆ


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมี

พระราชดำริเห็นควรที่จะสถาปนาให้ดำรง พระอิสริยยศที่ "กรมหลวง" ได้ กอปรกับยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุ

รนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ ซึ่งเป็นสมเด็จ พระเจ้าน้องยาเธอร่วมพระราชมารดาในดังนั้น

พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงสถาปนา

พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรม ขุมนริศรานุวัติวงศ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรม หลวงนริศรานุวัตติ

วงษ์ เมื่อ ปี พ.ศ. 2448
ด้านบทละครทรงนิพนธ์บทละครดึกดำบรรพ์ไว้หลายเรื่อง เช่น
3 ประเทศไทย THAILAND)
- สังข์ทอง ตอนทิ้งพวงมาลัย ตีคลี และตอนถอดรูป -คาวี ตอนเผาพระขรรค์ ชุบตัว และตอนหีง
-อิเหนา ตอนติดดอกไม้ฉายกริช ไหว้พระ และคอน
บวงสรวง
- รามเกียรติ์ ตอน รูปนขาสีดา

ด้านการแสดงโขน

นายอาคม สายาคม

ประวัติ

นายอาคม สายาคม เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2466) ณ บ้านใกล้ แยกถนนหลานหลวง บิดาชื่อ นายเจือ ศรียาภัย

มารดาชื่อ นางผาด (อิศราง กูร ณ อยุธยา) ศรียาภัย เดิมชื่อ บุญสม ได้สมรสกับนางเรณู วิเชียรน้อย เมื่อ วันที่ 20


กรกฎาคม พ.ศ. 2488 มีบุตร 3 คน คือ นางเรวดี สายาคม พันเอก พิเศษ อนิรุธ สายาคม และนายอัคนีวาต สายาคม

นายสายและนางเพี้ยน สา ยาคม เป็นผู้ที่ไม่มีบุตร และนางเพี้ยนก็เป็นป่าของเด็กชาย บุญสม จึงขอ เด็กชายบุญสม

เป็นบุตรตั้งแต่ยังเล็กๆ และใช้นามสกุลของนายสายว่า สายา คม นายสาย นางเพี้ยน รักและเลี้ยงดูเด็กชายบุญสม

อย่างบุตรที่แท้จริง เด็กชายบุญสม เข้าใจว่า นายสาย นางเพี้ยน เป็นบิดามารดา ให้ความรักและ เคารพอย่างสนิท


สนมเด็กชายบุญสร ได้เริ่มเรียนวิชาสามัญที่โรงเรียน พร้อมวิทยามูล ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนินตรงสนามมวยใน

ปัจจุบันถึง ชั้นประถมปีที่ 2 จึงลาออกไปสมัครเรียน โขนที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์ พิพัฒน์ ในพระบาทสมเด็จพระ

ปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ถนนพระอาทิตย์ เมื่อ พ.ศ. 2472 และได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน ศรีอยุธยาควบคู่กันไปกับการ

ฝึกหัดโขน จนจบมัธยมปีที่ 3 ได้เป็นโขนหลวงในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว ขึ้นตรงต่อพระยานัฏกานุ

รักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) อดีตเจ้ากรมโขนหลวงในรัชกาลที่ 6 ผู้กำกับกรม พาทย์และโขนหลวงในรัชกาลที่ 7 กับ

คุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์เมื่อเริ่มฝึกหัดโขนนั้นครูอาคม อายุ 12 ปี ตั้งต้น จากการตบเข่าเพื่อให้รู้จังหวะ ถอนสะเอว

เพื่อให้อวัยวะมีการสัมพันธ์กับการยักไหล่ ยักเอวและลักคอ นาน ประมาณ 2-3 สัปดาห์จึงเริ่มหัดรำเพลงช้า เพลงเร็ว

เชิตและเสมอ เพื่อให้ได้พื้นฐานทางนาฏศิลป์ หลังจากนั้นจึง คัดเลือกว่าจะเหมาะกับการหัดเป็นตัวไต ครูอาคมนั้นให้

หัดเป็นตัวพระ ครูอาคมออกแสดงครั้งแรกเมื่ออายุ ประมาณ 14 ปี เป็นตัวพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ตอนขา เศียร

ขาดกร โดยสวมหน้าเล่นโขนนั่งราวแสดงหน้าพระที่ นั่งถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณสนาม


หญ้าหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ในงานต้อนรับแขก

เมืองคือ นายดักลาส แฟร์แบงค์ นักแสดงภาพยนตร์ อเมริกา ต่อมาได้แสดงหน้าพระที่นั่งอีกหลาย

ครั้ง ที่โรงโขน หลวงสวนมิสกวัน ครูอาคมเริ่มเปิดหน้าเล่นโขนเมื่ออายุประมาณ 15-16 ปี เพราะ

พระยานัฏกานุรักษ์เห็นว่าครู อาคมหน้าสวยขนาดผู้หญิงเทียบไม่ติด ครูอาคมเข้ารับราชการในกรม


มหรสพเมื่อ พ.ศ. 2472 ในแผนกโขนหลวง ตำแหน่งเด็กชาเงินเดือน 4 บาท

ผลงานด้านประดิษฐ์ท่ารำ

ผลงานด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ 1. ประดิษฐ์ท่ารำ คือ ท่าตระนาฏราช นำออกแสดงครั้งแรกในงานฉลอง


1.แสดงภาพยนตร์ เรื่องอมตาเทวี ของบริษัทละโว้ภาพยนตร์ แสดงเป็นพระเอก พระชนมายุครบ 5 รอบ ของพระ เจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพล

2. แสดงภาพยนตร์ เรื่องไซอิ๋ว ของคณะปัญญาพล แสดงเป็นพระถังซำจั๋ง ทิฆัมพร
3.แสดงภาพยนตร์ เรื่องรามเกียรติ์ ชุดลงสรง เป็นตัวพระราม และเป็นผู้กำกับการแสดง 2. ประดิษฐ์ท่าลีลาประกอบท่าเชื่อมภาพลายเส้นในตำราฟ้อนรำ โดยใส่


4.กำกับเวทีและควบคุมการแสดง พร้อมทั้งเป็นผู้บรรยาย ผู้เขียนบทโทรทัศน์ในรายการ
สร้อยท่า ต่อให้สามารถร้า

นาฏศิลป์ของกรม ศิลปากร จัดแสดงเป็นครั้งแรกทางไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม ออกอากาศ
ติดต่อกันจนตลอดไปจนจบ

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2498 และได้รับ ความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบันนี้ 3. ประดิษฐ์ท่ารำในเพลงหน้าพาทย์โปรยข้าวตอก ให้แก่ศิลปินรุ่นครูใช้ใน


5.จัดรายการโฆษณาจําหน่ายแผ่นเสียง เขียนคำบรรยาย และเป็นผู้บรรยายของกรมศิลปากร
งานวันเกิดครบ 5 รอบ ของ นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร
ทางไทยทีวี
ช่อง 4 และช่อง 7 4. ประดิษฐ์ท่ารำในเพลงหน้าเชิดจีนตัว 3 ตอนขุนแผนพานางวันทองหนี


6. บรรยายการถ่ายทอดโทรทัศน์ที่โรงละครของกรมศิลปากร ในการแสดงโขนและละครของกรม
ในลีลาของขุนแผนนางวันทอง และม้าสีหมอก ให้ประสาทกลมกลืนกันใน

ศิลปากร ตำแหน่งหน้าที่สุดท้ายในกรมศิลปากร ครูอาคมดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ (โขน) ประจำ
ด้านท่ารำ เช่น ท่าสรรเสริญครู ท่าโคมสามใบท่ายันต์สี่ทิศ ในรายการ ศรีสุ

กองการสังคีต มี หน้าที่ให้คำปรึกษาตลอดจนแนะนำเกี่ยวกับท่ารำทั้งโขนและละคร แก่บรรดา
นาฏกรรมซึ่งแสดง ณ โรงละครแห่งชาติและในรายการอื่นอีกหลายครั้ง

ศิลปินของกองการสังคีต และมีหน้าที่ โดยตรงจะต้องเป็นผู้ทำพิธีไหว้ครูและครอบนักศึกษา


วิทยาลัยนาฏศิลป์สาขาภูมิภาคพร้อมทั้งทำพิธีให้แก่บรรดา ศิลปินทั่วๆไป

วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ครูอาคม สายาคม เดินทางไปราชการที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมกับ

ภรรยา เพื่อ ประกอบพิธีไหว้ครูและครอบนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ในวันที่ 10

มิถุนายน พ.ศ. 2525 และได้ถึงแก่ กรรม ณ โรงแรมอโนดาดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2525 รวม

อายุได้ 65 ปี

ด้านการแสดงพื้นเมือง

บานเย็น รากแก่น ประวัติ

บานเย็น รากแก่น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน-หมอลำ) ประจำปี พ.ศ. 2556
บานเย็น รากแก่น เกิดที่บ้านกุดหลอย ต.โนนสว่าง อ.ตระการ พืชผล (ปัจจุบันเป็นอำเภอกุดข้าวปุ้น) เมื่อ 14 ตุลาคม พ.ศ.2495 อยู่ที่

บริษัท แคนซอ จำกัด 338/77 หมู่บ้านปรีชา-ตอนเมือง ถ.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ. ปทุมธานี

ปัจจุบัน : อาจารย์พิเศษ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การศึกษา : จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านท่าวังหิน ต. ใน เมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

บานเย็น รากแก่น เป็นนักร้องลูกทุ่งหญิงสไตล์อีสาน แนวหมอลำ ได้รับสมญานามว่า "ราชินีลูกทุ่งหมอ ลำประยุกต์" มีชื่อเสียงโด่งดัง

ทั้งในและต่างประเทศ

ความเป็นมา

เป็นบุคคลอัจฉริยะด้านการแสดงมาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อจบชั้นประถมศึกษาแล้วได้คลุกคลีอยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่ เป็นศิลปินพื้นบ้าน คือ

หมอลำหนูเวียง หมอลำชื่อดังของจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีคุณพ่อสุดตา และคุณแม่เหนื่อย รากแก่น ซึ่งเป็นหมอลำในท้องถิ่นคอย

ให้กำลังใจและฝึกฝนทักษะ การรำ การร่ายรำที่สวยงามจนสามารถท่อง กลอนลำรำ และร่ายรำท่าต่าง ๆ เป็นที่ชื่นชมของครูและพ่อ

แม่และประชาชนทั่วไป

บานเย็น รากแก่น ออกแสดงหมอลำครั้งแรกเมื่ออายุ 14 ปี ด้วยน้ำเสียงมหาเสน่ห์และรูปร่างหน้าตาสวย มี ลีลาในการล่าไม่เหมือน

ใคร อายุ 18 ปี ได้เป็นหัวหน้าวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำคณะบานเย็น รากแก่น มีการแสดงตาม จังหวัดต่าง ๆ การแสดงบนเวทีระดับชาติ

จนได้รับการยกย่องเป็นราชินีลูกทุ่งหมอลำ

ผลงาน
รางวัลและเกียรติยศ

-รางวัลพระราชทานผู้อนุรักษ์เพลงพื้นบ้านดีเด่น จากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี

พระวรราชาทินัดดามาตุ ปี 2539

-เกียรติบัตรศิลปินพื้นบ้านอีสาน จากกรมศิลปากรปี 2542

-เกียรติบัตรสมาพันธ์หมอลำแห่งประเทศไทย ปี 2542 -งาน “60 ปี เล่าขานตำนานลูกทุ่งไทย” โล่จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

ศึกษาธิการ ปี 2542 -รางวัลพิฒเนศรทองคำพระราชทาน ปี 2542 ร่วมงานแสดงพระมหาชนก ปี 2543 -ศิลปินเกียรติยศหญิง ใน

งาน “พระพิฆเนศทองพระราชทานครั้งที่ 7"

จากผลงานการแสดงและความสามารถด้านศิลปะ ที่แพร่หลายสู่สาธารณชน จนได้รับ รางวัลศิลปินดีเด่นจังหวัดอุบลราชธานี จาก

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ปี 2543 และได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานาฏศิลป์และการ

แสดง จากสถาบัน ราชภัฏอุบลราชธานี ปี 2543


Click to View FlipBook Version