BEHIND
BLACK
EYES
THANARIT THIPWAREE
NAWIN BIADKLANG
TRINNAPAT CHAISITTHISAK
VICHAYA MUKDAMANEE
WARAWUT TOURAWONG
THEEKAWUT BOONVIJIT
ARNONT LERTPULLPOL
BEHIND THANARIT THIPWAREE
BLACK NAWIN BIADKLANG
EYES TRINNAPAT CHAISITTHISAK
VICHAYA MUKDAMANEE
8th - 29th JANUARY 2022 WARAWUT TOURAWONG
THEEKAWUT BOONVIJIT
ARNONT LERTPULLPOL
BEHIND BLACK EYES กระบวนการทางจต� รกรรมเพ่อ� ควบคมุ พฤตกิ รรม
ภายใตผลสัมฤทธิ์ของศิลปะ และคิดทบทวนชวี ต� ของตนเอง
ภาพจ�ตรกรรมที่สะทอนความรูสึกของมนุษย หร�อภาวะที่มนุษยถูกรุมเราจาก
ผลสัมฤทธิ์ทางศิลปะเกิดจากการควบคุม การคัดสรรวัสดุ สี ดินสอ กระดาษ หลากหลายสถานการณโดยเฉพาะอยางยิ�งปญหาเร�่องสิ�งแวดลอม ภายใน
ผา ใบ ฯลฯ หรอ� สง�ิ ท่ีไมอ าจจบั ตอ งไดอ ยา งการจดั วางทศั นธาตุ องคป ระกอบศลิ ป ช็อตเดียวของ วราวุฒิ โตอุรวงศ เปนผลงานที่ใชทักษะฝมือการวาดภาพ
และการวางแนวความคดิ ลงไปในผลงานแตล ะชน�ิ ทกุ ๆ ขน้ั ตอนตอ งผา นกระบวนการ เหมือนจร�งที่เต็มไปดวยการสรางพ�้นผิวและกระบวนการที่มีรายละเอียด
ทดลองซ้ำ ไปจนถึงการคัดเลือกแลวจ�งเปนผลงานศิลปะข�้นมาได ศิลปะเปนภาษา มากมาย (1) แตทั้งหมดถูกมุงตรงไปสูความพยายามที่จะควบคุมพฤติกรรม
อยางหนึ่ง เมื่อสื่อสารถายทอดความคิดอารมณ ความรูสึกสูผูรับสารได สื่อที่ ของตนเอง ผานการสรางงานจ�ตรกรรม การใชข�้สีมาระบายผลงาน การติด
ผลิตก็มีประสิทธิภาพ ศิลปนไมอาจสรางผลงานออกมาไดอยางเลื่อนลอยผาน canvas ชิ�นเล็กๆ เอาไวรองสีแทนผาเช็ดสีเพ�่อสามารถนำไปใชงานตอ ไปจนถึง
อากาศธาตุ สื่อศิลปะที่มีคุณภาพสูง ยอมเร�ยกรองทักษะขั้นสูงดวย ภาวะของ นำ้ ยาลา งพก� นั กส็ ามารถเอาไปรองพน้� ในชน�ิ ตอ ไป (2) กลน�ิ ทป่ี ลอ ยสชู น้ั บรรยากาศ
ศิลปะไมไดเกิดข�้นจากการที่เรารูจักหร�อแคใชเคร�่องมือตางๆได แตเกิดจากการที่ ศิลปนก็เปนผูสูดดมเขาไป ในทุกๆ กระบวนการมีทัศนะแฝงอยูดวยเสมอ วราวุฒิ
เราเปน นายเหนอื เครอ่� งมอื นน้ั และรวู ธ� กี ารเรย� บเรย� งเครอ่� งมอื นน้ั เพอ่� สรา งสรรค ไมเ พย� งทำในระดบั วถ� ชี วี ต� เชน ลดใชพ ลาสตกิ ประหยดั นำ้ ไฟ แตพ จ� ารณาเขา กบั
ผลงานข�้น คนหลายลานคนครอบครองกีตารยี่หอเดียวกับ Bob Dylan คนไทย “การงาน” ทก่ี ำลงั ทำ การวเ� คราะหพ น้� ผวิ ในงานจต� รกรรมอยา งละเอยี ดรอบดา น
แทบทุกคนรูจัก ก ถึง ฮ เทากับ เนาวรัตน พงษไพบูลย และอังคาร กัลยาณพงศ ก็สามารถเชื่อมโยงไปไดทุกอาชีพถึงการงานของแตละคนที่สงผลกระทบตอ
คนมากมายรูจักสีที่ Picasso ใช แตไมไดหมายความวาทุกคนจะสามารถแปลง สิ�งแวดลอมได และที่สำคัญคือศิลปนไดคนพบกับประโยชนทางตรงของผลงาน
เคร�่องมือเหลานั้นใหกลายเปนเพลง บทกว� จ�ตรกรรมที่ดีได อาจกลาวไดวา จ�ตรกรรมอีกอยางหนึ่งนอกเหนือไปจากคุณคาทางใจแกผูดู นั่นคือมีผลลัพธ
ผลสมั ฤทธข์ิ องศลิ ปะกค็ อื ผลสมั ฤทธข์ิ องเทคนคิ วธ� กี าร และภายใตผ ลสมั ฤทธน์ิ น้ั จร�งๆ บางอยางแฝงอยูในงานจ�ตรกรรม กระบวนการสรางสรรคที่ไมปลอย
มีอีกสิ�งหนึ่งคือ กระบวนการระหวางการสรางสรรค มลภาวะตอ โลกอยา งไรเ หตุผล ใชวสั ดุอปุ กรณไดอ ยา งคุมคาทสี่ ุด กลับใหคุณคา
ศตวรรษที่ 20 และ 21 เทคนิคว�ธีการไดแปรเปลี่ยนจาก เคร�่องมือ กลายมาเปน ทางใจแกศ ลิ ปน ดว ย แมจ ะเปน การออกแบบกระบวนการทางจต� รกรรมเพอ่� ควบคมุ
สาระในผลงานศิลปะ ทำใหการกระทำของศิลปนมีสาระสำคัญ และกอใหเกิด พฤติกรรมของตนเอง แตในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามตอผูคนในวงกวางดวย
ผลลัพธเฉพาะข�้นมาได ไปจนถึงกระบวนการของศิลปนแตละคนตางก็มีความ
แตกตางกัน เทคนิคว�ธีการอาจจะเปนเพ�ยงสื่อหร�อเคร�่องมือในการถายทอด จ�ตรกรรมใบหนาตนเองดวยทาทางครุนคิด ว�ตกกังวลและความกลัว ผิวที่แข็ง
เนื้อหาสาระเทานั้น หร�อเทคนิคว�ธีการอาจจะเปนตัวเสร�มเนื้อหาใหมีความลึกซึ้ง และหนักเหมือนประตมิ ากรรม (3) ของ นาวน� เบียดกลาง เปน ผลงานทถ่ี า ยทอด
และเดนชัดมากข�้น หร�อเทคนิคว�ธีการไดกลายเปนเนื้อหาที่มีความสำคัญ ข�้นอยู ประสบการณชีว�ตของตนเอง ทบทวนถึงอดีตที่ผานมา ดูเปนภาพที่ไรชีว�ต
กับระดับทัศนะในการสรางสรรคของศิลปนแตละบุคคล เร�ยบเฉยและธรรมดาสามัญ แตแฝงไวดวยความเขมขนในอารมณของศิลปน
(1) ซึ่งกลายเปนกรรมว�ธีในการสรางผิวของมนุษย หากยอน
ดูผลงานในอดีต เชน ภาพผูหญิงอยูในตูกระจก ใบหนา
ผูคนที่ไรดวงตาสามารถมองทะลุผานไปเห็นบรรยากาศ
ภาพคนเปลือย (4) เปนตน ก็จะเห็นถึงทัศนะบางอยางที่
นาวน� มตี อ ความเปน มนษุ ย การสรา งผวิ ของมนษุ ยท เ่ี รม� ตน
จากการใชสีน้ำตาลและเร�มจากการระบายสีบางๆ ดูเปน
ขั้นตอนทั่วๆ ไปสำหรับการวาดภาพคน แตกลับคอยๆ
เขมขนข�้นดวยการระบายสีทึบแสงทับลงไปซ้ำแลวซ้ำเลา
หลายตอหลายชั้นเปนเวลานาน ซึ่งทำใหจากความเปน
ผิวพรรณของมนุษยที่มีเลือดเนื้อมีความนุมนวลและ
เปลงปลั่งคอยๆ แปรเปลี่ยนและกลายสภาพไปสูความ
(2) ไรชีว�ต กลายเปนผิวที่หนักและช้ำ จากความนุมนวลสู
ความแข็งตึงราวกับวัตถุ แมแตวัตถุที่ไรชีว�ตอยูแลวก็
แปรสภาพจากวัตถุธรรมดาไปสูวัตถุที่มีความหนักอึ้ง
กระบวนการระบายซ้ำ ทับ เนน ย้ำ ไมเพ�ยงแตเปลี่ยน
สภาพผิวในจ�ตรกรรม แตยังสะทอนถึงการคิดทบทวน
พจ� ารณาวนซำ้ ตอกยำ้ ถงึ ความหนกั ในชวี ต� และจต� ใจมนษุ ย
กระบวนการที่ดูเร�ยบงายไมซับซอน แตกลับมีสาระสำคัญ
และอัดแนนไปดวยมวลความรูสึกของศิลปน
(3) (4)
(5) (6) (7)
กระบวนการจ�ตรกรรมกบั การคนหาความหมาย ศิลปนชั้นครูเปนภาพเล็กๆ ตอเนื่องกันไปเร�่อยๆ เหมือนกับการไหลของจ�ต
และความเปนไปไดใหมๆ จากเทคนคิ ท่มี อี ยเู ดิม เมื่อเสร็จสมบูรณก็กลายเปนภาพนามธรรมที่กอสรางข�้นจากรูปธรรม
ภายใตภาพเหมือนบุคคลศิลปนแหงชาติ (5) ในผลงานชุด Portraits of Human ความสำคัญของกระบวนการคือในแตละภาพเล็กๆ พยายามประคับประคอง
Being ของ ธณฤษภ ทิพยวาร� คือการทำความเขาใจที่จะทำใหภาพเหมือน ใหมีความเหมือนจร�งทั้งตามตาเห็นและเทคนิคของศิลปนชั้นครู บางครั้งก็อาจ
ของบคุ คลกลายเปน ศลิ ปกรรม ดว ยเทคนคิ ทห่ี ลากหลาย สนี ำ้ มนั สอี ะครล� กิ สนี ำ้ กาวออกนอกเสนทางบางแปรเปลี่ยนเทคนิคไดเพ�่อใหภาพสุดทายมีความพ�เศษ
สีไม สีชอลก การวาดเสนขาวดำ การกร�ดเสนเปนรองลึกเล็กๆ ดวยคัตเตอร จากการสังเคราะหข�้นใหม ซึ่งเปนกระบวนการที่เกิดจากการเร�ยนรูเผชิญหนา
การติดปะ การเช็ดลบ ใชกระดาษทรายขัดหมึกและผงถาน การใชเกรยองข�ดเสน กับการปฏิบัติงานโดยตรง แตปลายทางสุดทายของภาพใหญกลายเปนผลงาน
ยาวๆ ตามรองรอยของผิวหนัง ฯลฯ สรรพเทคนิคถูกจัดระเบียบเร�ยบเร�ยง นามธรรม ก็เหมือนกับวา เมื่อสรางสรรคจนไดความสำเร็จเปนเอกลักษณของ
จนประสานเปนเอกภาพ ความสำเร็จก็คือศิลปนสามารถกาวขามการวาดภาพ ตนเอง ก็ไมตองยึดติดในตัวตน สามารถลืมมันไปได เพราะทั้งภาพรวมและ
เหมอื นบคุ คลได 2 ระดบั คอื 1 การวาดใหเ หมอื นตน แบบ 2 การวาดใหม เี อกลกั ษณ หนว ยยอ ย ไมส ามารถคน หาตวั ตนของศลิ ปน ไดเ ลย ไมม คี วามจำเปน ตอ งจบั จอง
หร�อแนวทางเฉพาะตัวโดดเดนไมซ้ำใคร เมื่อผูชมมาดูผลงานก็รูวาเปนของใคร เทคนิคหร�อเอกลักษณใดมาครอบครอง เพราะจร�งๆ แลวศิลปนเปนนายเหนือ
ในระดับที่ 2 นี้ดูนาจะเปนความสูงสุดในการวาดภาพเหมือนบุคคลแลว จ�งนำมา เคร�่องมือเหลานั้น หากพ�จารณาอยางละเอียดพอ ก็สามารถปลอยวางและ
สูในระดับถัดไป ก็คือการปลอยวางไมเห็นแกนสารของตัวผูวาดแตเปนการเห็น ออกไปเผชิญหนากับผลงานชิ�นตอไปดวยกรรมว�ธีใดก็ได ไมมีเทคนิคที่ธรรมดา
แกนสารของตัวตนแบบ ตองละทิ�งตัวตนของผูวาด และปลอยใหเนื้อหาสาระของ หร�องายเกินไปและเทคนิคที่ยากเกินไป แตทุกเทคนิคลวนตองการความเหมาะสม
ตนแบบทั้งหมดเปนตัวกำหนดเทคนิคว�ธีการที่จะวาดภาพบุคคลนั้น ไวยากรณ เพอ่� อยใู นตำแหนง แหง ทโ่ี ดยผา นการไตรต รองวางแผนและประสบการณ จรง� ๆ แลว
ทางจต� รกรรมกข็ ยายตวั ออกไปดว ย เพราะวา เทคนคิ วธ� กี ารตา งๆ จะถกู สรา งขน้� งานจ�ตรกรรม อาจไมไดเชยหร�อลาสมัยเพ�ยงแตเราเร�ยนรูกรรมว�ธีและสำรวจ
อยางเฉพาะเจาะจงเปนของบุคคลหนึ่งเทานั้น ไมสามารถนำไปใชรวมกับคนอื่นได มันครบทุกเหลี่ยมมุมแลวหร�อยัง มีความเปนไปไดของระนาบ 2 มิติมีอีกมากมาย
เพราะบุคคลมีความแตกตางทั้งบุคลิกภาพภายนอกและตัวตนภายใน การคนหา รอใหคนพบ
ความ “เฉพาะ” จ�งเปนสิ�งทำใหศิลปนเขาไปทำความรูจัก เร�ยนรูและเขาใจ และ จ�ตรกรรมภาพของคน สัตว ธรรมชาติ วัตถุ ที่ตกอยูในอิทธิพลของแสงสีตางๆ
เคารพบุคคลอื่นอยางถองแทยิ�งข�้น กับพ�้นที่ใหมซึ่งหลุดลอยไปจากความเคยชินและเหตุผล เปนโลกที่สรางข�้นใหม
ผลงานชุดนี้จ�งเปนหมุดหมายสำคัญทั้งในแงของเทคนิคว�ธีการที่ไมไดคนหา ของ ฑีฆวุฒิ บุญว�จ�ตร คือการมองเห็นและตีความแสงอยางหลากหลาย
ความ “เฉพาะ” เพ�่อตัวศิลปนเอง แตเพ�่อตนแบบบุคคล และในแงการสำรวจ แสงธรรมชาติหร�อไฟนีออนกลางคืนของเมือง แสงภายในจากจ�ตใจศิลปนหร�อ
สิ�งที่เราวาดอยางรอบดานดวยความเคารพ เชื่อมโยงมาสูผลงานในอีกหลายชุด ความเปนอุดมคติที่แฝงความหมาย เชน ความหวัง เศรา สุข เสนหา เปนตน
ถัดมารวมถึงผลงานในชุดนี้ดวย การทำงานศิลปะเปนการเดินทางของความ สาระสำคัญคือการปรุงแตงแสงข�้นใหมเพ�่อนำไปสูอีกพ�้นที่หนึ่งที่คาดการณไมได
พยายามคลี่คลายคำถามที่วา มนุษยคืออะไร ชีว�ตคืออะไร ศิลปนไดนำภาพ วาธรรมชาติและคนในภาพนั้น แทจร�งแลวมีผิวสีอะไร ทุกอยางตกอยูในอิทธิพล
ทั้งหมดจากประวัติศาสตรศิลปะมาถายทอดเปนภาพจ�ตรกรรมโดยการจัด ของแสง ราวกับปรัชญาที่ถกเถียงกันมาเนิ�นนานวาความจร�งคืออะไร โลกใหม
องคประกอบแบบสุมรวมกัน การทับซอนภาพ การปรับเปลี่ยนขนาดสัดสวน จากจ�นตนาการ กลับถูกสรางดวยกรรมว�ธีที่เต็มไปดวยเหตุผล การใชเทคนิค
และการกลับภาพจากการหันหนาใหกลายเปนหันหลัง เปนตน (6) ใหผูชมแตง สีเลื่อมพราย คือทฤษฎีสีแสงในสเปกตรัม เชื่อมโยงกับปฏิกิร�ยาการมองเห็น
เนื้อหาดวยตัวเองอยางอิสระ การกลับไปดูประวัติศาสตร สืบคนรากฐานของ ของคนใหสีผสมกันในดวงตา เชน หากตองการไดสีฟา ก็จะใชสีเข�ยววางคูกับ
สิ�งที่กำลังกระทำ การทำความเขาใจตนแบบอยางรอบดาน คือการแสดงความ สีมวงใกลๆ กัน ไมใชการเอาสีขาวผสมกับน้ำเง�นใหเกิดสีฟาแลวระบายลงไป
เคารพ เพราะไมมีมนุษยคนใดเลยที่เกิดข�้นอยางลอยๆ ไรประวัติศาสตร ทุกคน โดยตรง และหากอยากใหสีฟาเขมข�้น ก็ไมใชการผสมดวยสีน้ำเง�น แตเปนการ
ลวนมีราก ภายใตผลงานขนาดใหญ กลับอัดแนนไปดวยการลอกผลงานของ เอาสีสมไปวางเคียงกันเพราะเปนสีคูตรงขามในวงจรของสี ดวยกรรมว�ธี
ที่เชื่อมโยงกับแสงในทัศนะของว�ทยาศาสตร จ�งทำใหสีมีความพ�เศษ มีความสด ของคุณธรรม อีกนัยหนึ่งในเร�่องของการเดินทางหร�อขั้นตอนของกระบวนการใน
เปลงปลั่ง และบรรยากาศแสงที่พรางพรายระยิบระยับ มากกวาการผสมตาม จต� รกรรม กอ็ าจเปรย� บกบั การเดนิ ทางเพอ่� ทำความเขา ใจและตรวจสอบมาตรฐาน
ตาเห็นแลวระบายลงไปโดยตรง อีกทั้งสรางความเคลื่อนไหวและสั่นสะเทือน ของคุณธรรมจากสถานการณตางๆ ในชีว�ต เพราะทั้งสองอยางเคลื่อนที่อยู
ในผลงานจ�ตรกรรมอีกดวย ตามแนวทางแบบ Pointillism และ Impressionism ตลอดเวลาไปตามสังคมและยุคสมัย
อีกสวนหนึ่งคือกรรมว�ธีในการเร�ยบเร�ยงพ�้นผิวของสิ�งตางๆ เพ�่อเขาถึงแกนสาร
ของสิ�งนั้น และมีขอแตกตางกัน คนที่เปราะบาง ตนไมพลิ�วไหว เร�อที่แข็งแรง กระบวนการใชรางกายตนเองเปน สอ่� กลางภายใตเ ง่�อนไขทกี่ ำหนดข้�น
กวางที่ขนออนนุม เหลานี้ลวนตองผานกระบวนการที่ละเอียดออน ประดิษฐและ ภาพเสนตรงที่เกิดข�้นจากการลากไปบนผาใบดวยปากกาที่ขนานไปกับขอบของ
เร�ยบเร�ยงขั้นตอนเทคนิคจ�ตรกรรมอยางเหมาะสม ผิวของไมใชการปาดสีให จต� รกรรมอยา งเปน ระเบยี บสมำ่ เสมอจนเตม็ พน้� ทว่ี า งของ ตฤณภทั ร ชยั สทิ ธศิ กั ด์ิ
นูนหนาแลวใชแปรงลูบใหเกิดรองรอย ดอกไมที่เหี่ยวแหงใชการปาดเนื้อสีให (9) เหมือนกับเปนการสำรวจการเคลื่อนไหวของรางกาย Action Drawing
เร�ยบแบนและมีความทึบตันไรชีว�ต ใบไมที่พลิ�วไหวระบายสีบางๆ ที่โปรงแสง ผา นระนาบสองมติ ิ ภายใตค วามนง�ิ เรย� บนน้ั ความสำคญั คอื กระบวนการลากเสน
ผสมการวาดเสน เปนตน และอีกสวนหนึ่งคือการปลดปลอยฝแปรงอยางอิสระ อันละเอียดประณีต ศิลปนตองทำทาทางเดิมๆ ซ้ำแลวซ้ำเลานับพันครั้ง จนเกิด
เพ�่อแสดงออกทางอารมณ ความปวดรา วของกลา มเนอ้ื และนำไปสคู วามเจบ็ ปวดผา นกระบวนการตรวจสอบ
กระบวนการตางๆจ�งทำใหไดเขาไปสำรวจเทคนิคทางจ�ตรกรรมและว�ธีการที่จะ ถึงความเปนมนุษย โดยการพารางกายเขาไปเผชิญกับกิจกรรมคือ การลากเสน
ใชรวมกัน (7) การเข�ยนอยางบางเบา ปรากฏข�้นไดเพราะมีการสรางพ�้นผิว ใหต งึ เพอ่� ทา ทา ยขด� จำกดั ของมนษุ ยเ ปรย� บเปรยกบั โลกในยคุ สมยั ใหมท ท่ี กุ ๆ อยา ง
นูนหนาอยูดวย หร�อการเข�ยนดวยสีเลื่อมพรายก็มีความระยิบระยับไดเพราะมี เคลื่อนที่โดยมีเวลาและทุนนิยมกำกับ องคกรตองใหพนักงานทำงานภายใตเวลา
พน้� ทว่ี า งโดยการใชส เี ดยี ว รปู เรขาคณติ กท็ ำใหร ปู ทรงทพ่ี ลว�ิ ไหวอสิ ระปรากฏขน้� ทก่ี ำหนด การใชเ วลาไปแลกกบั เงน� มนษุ ยท กุ คนตา งตกอยภู ายใตก จิ กรรมซำ้ เดมิ
การระบายอยางเร�ยบเนียนปรากฏชัดข�้นเมื่อมีการใชฝแปรงเคลื่อนไหวอยูดวย จนอาจแทบไมไดส งั เกตวา กำลงั ทำทา เดมิ ซำ้ แลว ซำ้ เลา เปน การเจบ็ ปวดโดยไมร ตู วั
อาจเปร�ยบไดวาเพราะสิ�งนี้มี อีกสิ�งหนึ่งจ�งมี เปนกระแสผูกพันเชื่อมโยงกัน ภายใตเง�่อนไขของเวลา ศิลปนทำทาทางเดิมซ้ำๆ เพ�่อพยายามจะลอกเลียน
ตลอดเวลา ไมมีอะไรเกิดข�้นมาอยางโดดเดี่ยว การทำงานของเคร�่องจักรที่ทำงานตลอดเวลาอยางไมเหน็ดเหนื่อย กลามเนื้อ
ที่ถูกใชงานอยางตอเนื่องดวยทาทางซ้ำๆ สองถึงสามพันครั้ง หากมองจาก
จ�ตรกรรมสะทอนภาพเหตุการณ การกระทำของผูถือกฎหมายหร�อนักปกครอง ระยะไกลราวกับวาเปนภาพ Digital Print เสนสายที่ดูตอเนื่องเทากันหมด
ที่ดูคานสายตาผูคนในสังคมในเร�่องความถูกตองและจร�ยธรรม ถูกนำเสนอ ไปจนถึงระยะใกลจะพบรองรอยของความไมสมบูรณที่แสดงถึงหลักฐานของ
อยางตรงไปตรงมาของ อานนท เลิศพ�ลผล สะทอนถึงปญหาคุณธรรมในสังคม ความเปนมนุษย การพาตนเองไปอยูในสถานการณที่พยายามจะเปนเคร�่องจักร
ปจจ�บัน (8) การใชกระบวนการสรางสรรคงานจ�ตรกรรมที่เปดเผยกระบวนการ machine เพ�่อพ�สูจนถึงแรงที่กระทำลงไปนี่คือลายเซ็นของมนุษย เมื่อมนุษย
ตั้งแตการรางภาพ การลากเสนดวยประสาทสัมผัส (contour) การลงสีเปนชั้นๆ ทำงานจ�งเห็นแรง เมื่อเห็นแรงก็จะเห็นงาน เพราะฉะนั้นผลงานจร�งๆ แลวคือ
ดว ยความนนู หนา การใชฝ แ ปรงทม่ี คี วามเคลอ่ื นไหว และการระบายอยา งเหมอื นจรง� กระบวนการในระหวางการลากเสน Drawing Process เฟรมผาใบเปนเพ�ยง
ดวยความเร�ยบเนียน เปนตน ศิลปนสรางกระบวนที่เปดเผยขั้นตอนกอนที่จะ หลักฐานและรองรอยของการออกแรงผานแรงงานที่มีชีว�ต หร�อจร�งๆ แลวก็ไม
ระบายสีทับจนหมด และจบภาพสุดทายที่เสร็จสมบูรณโดยการทิ�งเคาโครง สามารถแยกออกจากกันได ผลงานที่ดูเร�ยบนิ�งเต็มไปดวยสมาธิ แตสาระสำคัญ
ของทุกขั้นตอนไว (เหมือนผลงานที่ดูไมเสร็จ) เพ�่อตรวจสอบถึงมาตรฐานของ จร�งๆ แลวคือความเคลื่อนไหวและเวลา
ความเสร็จสมบูรณในจ�ตรกรรมสีน้ำมันเปร�ยบเทียบกับความไมสมบูรณแบบ
(8) (9)
ศิลปะแสดง การเปลงเสียงพ�ด จากการอานเอกสารเกี่ยวกับประวัติศาสตร (10)
การเมืองไทยตอหนากลองว�ดีโอ (10) ของ ว�ชญ มุกดามณี คือการเห็นแงมุม
บางอยา งในระหวา งกระบวนการสรา งสรรค แลว นำเอามาขยายความจนกลายเปน ออกเสียงก็อาจไมใชผูที่ทำตามคำสั่งอีกตอไป แตการเปลงเสียงพ�ดออกมา
สาระสำคัญได การตั้งโจทยกับเง�่อนไขเพ�่อพาตัวเองเปนสื่อกลางเขาไปสำรวจ หนากลองอาจกลายเปนการชี้นำและสั่งการ ซึ่งคงไมมีว�ธีการใดจะชวยใหเขาใจ
แงมุมเหลานั้นดวยประสบการณตรง ศิลปนสนทนากับกลองว�ดีโอ มุมกลองแลดู ไดดีเทากับการพาตัวเอง เขาไปเชื่อมโยงกับประสบการณนั้นโดยตรง
คลายกับการแถลงการณทางโทรทัศน การอานออกเสียงถึงเอกสารบางอยาง สิ�งที่ศิลปนอาจจะมีจ�ดรวมที่คลายกัน คือความใสใจในเร�่อง Visual Element
ที่เกี่ยวของกับประวัติศาสตรการเมือง เชน รัฐธรรมนูญป 2475 2540 2560 ศิลปนไมไดเพ�ยงคนพบเทคนิคที่จะทำใหผลงานออกมาสมบูรณ แตจะตอง
และเอกสารคำประกาศรัฐประหารในชวงชีว�ตของศิลปนทั้ง 3 ครั้ง คือ คณะ รสช. อยูรวมกับกระบวนการเหลานั้นดวย ความสำเร็จ คือความงาม จ�งมาพรอมกับ
ชวงกอนพฤษภาทมิฬ และสนธิ บุญยรัตกลิน ปฏิวัติทักษิณ ชิณวัตร และ ความสำคัญ คือกระบวนการ ความเชื่อในความงามแบบ Visual Element นั้น
ประยุทธ จันทรโอชา ปฏิวัติเพ�่อไทย ที่มาของเอกสารสามารถดาวนโหลดมาอาน ไมมีความสำคัญแลวจร�งหร�อ ในเมื่อกวาศิลปนจะสรางสรรคผลงานใหเทคนิค
ไดทั่วไปในอินเทอรเน็ต ซึ่งหมายถึงผูคนสามารถเขาถึงได ไมไดถูกปดกั้น แตอาจ สมบูรณลงตัวไดนั้น ตองฝกฝนทักษะในเชิงชางกันเลือดตาแทบกระเด็น ปญหา
บิดเบือน บิดพลิ�วขอมูล หร�อจร�งๆ แลวถอยความที่เผยอยูตรงหนานั้น หากเรา อาจจะไมใชวาคนบางกลุมมีรสนิยมในการสรางหร�อเสพศิลปะในแบบหนึ่ง
ไมอานมันจร�งๆ ก็อาจไมเจอกับความหมายที่แฝงนัยยะบางอยาง เชน การเอื้อ แลวดูไมรวมสมัย แตสิ�งสำคัญคือการสรางสื่อศิลปะทุกชนิดใหมีคุณภาพ ไมเคย
ผลประโยชนตอกัน การปกปองพวกพอง การกีดกันกลุมอื่น ฯลฯ จนทำให ตองการเร�่องทักษะนอยลงไปเลย ลวนเร�ยกรองทักษะขั้นสูงอยูเสมอ ซึ่งนั่นอาจ
เขาใจประวัติศาสตรอยางคลาดเคลื่อนไปได เปนหนาที่โดยตรงของศิลปน และอีกสวนหนึ่งที่ศิลปนตองรับผิดชอบคือ
ศิลปนจ�งใชกระบวนการการอานออกเสียงทุกตัวหนังสือตอหนากลองว�ดีโอ ความสำคัญของกระบวนการสรางสรรค ทำสิ�งนั้นไปทำไม ทำแลวไดอะไร หากจะ
ทำใหเ กดิ ความเขา ใจมากขน้� มากกวา การอา นในใจ การอา นออกเสยี งทำใหจ ดจอ ข�ดลึกลงไปภายใตความงามนั้นคือกระบวนการสรางและการกระทำ ก็จะทำให
กับทุกตวั หนังสือ และเกดิ ความเขาใจในทุกประโยค บังคับใหเราจดจอ กบั ทกุ วรรค ไดรับความหมายในอีกดานหนึ่งและเขาใจเบื้องหลังของผลงานศิลปะ หร�ออาจ
ทุกๆ ถอยคำ และอาจทำใหเห็นความหมายแฝงในเอกสารนั้น หร�อเห็นการ ไปถึงเบื้องหลังของศิลปนที่ทุกคนตางมุงสำรวจแงมุมของมนุษยตามทัศนะของ
ตอบโตราวกับเอกสารกำลังคุยกันเองไดทั้งที่มีเวลาหางกันมาก ในยุคปจจ�บัน แตละคน ตางก็มองมนุษยดวยเลนสของตนเองและนำเสนอดวยกระบวนการ
มขี อ มลู มาใหเ ราอา นมากมายและสว นมากกค็ อื การอา นในใจ เมอ่ื จบั ใจความไดแ ลว ที่แตกตางกันไป Behind Black Eyes
ก็เอาไปสื่อสารตอโดยการพ�ด หร�อแชรเปนตัวอักษร ซึ่งเปนกิจกรรมทั่วๆ ไป
ของคนในวงกวาง แตลักษณะของการอานขอความเปลงเสียงออกมาตอหนา อานนท เลิศพ�ลผล
กลองว�ดีโอ เปนกิร�ยาทาทางเฉพาะของคนบางกลุมเทานั้น เร�มจำกัดวงใหเห็น 29/11/2564
ชัดข�้นถึงสิ�งที่ศิลปนเลือกกระทำ การอานออกเสียงเพ�่อถายทอดความหมาย
จากเอกสาร มองนัยหนึ่งคือการจะพยายามทำความเขาใจเอกสารนั้น หร�อให
ตนเองไดฝกพ�ดไดชัดออกเสียงถูกตองและเกิดความจำได กระทำนี้อาจเกิดข�้น
ในวัยเด็กตอนที่ทำการบานตามที่ครูสั่ง อานหนังสือออกเสียงใหพอแมฟ�ง
เปนการทำตามคำสั่งดวยเจตนาที่ดี แตอีกนัยหนึ่งการอานออกเสียงกลับมี
เปา หมายทเ่ี รย� กรอ งถงึ ผฟู ง� ภาพคนุ ชนิ กอ็ าจพบไดบ อ ยครง้ั ในโทรทศั น การอา น
(1)
"...A creative process
that doesn’tpollute
the world unreasonably
with the valuable
usage of materials
can be reversing
its worth to the heart
of artist himself."
(2)
(3)
“สิ�งตกคางภายในหอง”
ปจจัยกระตุนเรามนุษยที่สำคัญลวนเกิดจากปรากฏการณตาง ๆ ทางสังคม ณ ปจจ�บัน ทั้งเศรษฐกิจตกต่ำ โรคระบาด การเปลี่ยนผานทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
และที่สำคัญที่สุดคือปญหาดานสิ�งแวดลอม องคประกอบเหลานี้คือเบาหลอมใหเกิดเปนทัศนคติรวม และสภาพอารมณของคนในสังคมอยางมีนัยสำคัญ ภาพแทนของบุคคล หองพักอาศัย
ขาวของเคร�่องใช และภาพจ�ตรกรรมที่ตกแตงภายในหองในบร�บทของงานจ�ตรกรรมชุดนี้ คือการนำเสนอหลักฐานทั้งในแงการสื่อแสดงสภาพจ�ตใจของมนุษย ดวยการสรางบรรยากาศ
ของสิ�งแวดลอมมนุษยที่ไมนาไววางใจอีกตอไป ผนวกเขากับการใชนัยความหมายของภาพแทนจ�ตรกรรมที่เปนคุณคาเชิงมโนทัศนของมนุษยและเคร�่องตกแตง แตกระบวนการสรางงาน
จ�ตรกรรมชุดนี้กลับทำใหบร�บทของงานจ�ตรกรรมกลายเปนหลักฐานของการกระทำมนุษยจากรองรอยของสีที่ถูกเช็ดทิ�ง ความเปนภาพจ�งเต็มไปดวย “สิ�งตกคาง” ที่อาจสัมผัสไดทั้งจาก
การรับรูภายในและสิ�งที่ปรากฏใหเห็นอยูตอหนาตอตา
WARAWUT TOURAWONG (2) (3)
(B.1984, AYUTTHAYA, THAILAND) He is in the room with scrap-paintings She is in the room with scrap-paintings
(1) 2021 2021
Oil on linen Oil on linen
As If There Was No One 110 x 140 cm. 100 x 140 cm.
2020
Oil on linen
109 x 135 cm.
NAWIN BIADKLANG "...It is not just causing the change of a particular sculpture’s surface,
but a reflection on a repeated consideration in human’s life and the
(B.1973, NAKHON RATCHASIMA, THAILAND) state of mind. An externally simple and uncomplicated method with
an essential message that has been accumulated with the mass
Behind Black Eyes No.1 of artist’s sentiments."
2021
Oil on canvas
120 x 100 cm.
NAWIN BIADKLANG
(B.1973, NAKHON RATCHASIMA, THAILAND)
Behind Black Eyes No.2
2021
Oil and pencil on canvas
170 x 420 cm.
THANARIT THIPWAREE "...this series is an important step in terms of techniques and methods
which is not a search of “Individual” for an artist himself but an original
(B.1973, SONGKHLA, THAILAND) model and the respectfully consideration of what he has variously drawn."
Aesthetics of Metafiction I
2021
Oil on linen
130 x 150 cm.
THANARIT THIPWAREE
(B.1973, SONGKHLA, THAILAND)
Aesthetics of Metafiction II
2021
Oil on linen
150 x 180 cm.
THEEKAWUT BOONVIJIT
(B.1984, CHAIYAPHUM, THAILAND)
Journey of Sun flower
การเดินทางของดอกทานตะวัน
2021
Oil on linen
120 x 180 cm.
การเดินทางของมนุษยลวนมีความปรารถนาเปนแรงขับเคลื่อน เพ�่อการเดินทางไปสูหมุดหมายแหงการคนหาความหมาย
ในคุณคาของชีว�ต ทุกๆ การเดินทางลวนตองใชความหวังเปนแสงสองทาง แสงแหงดอกทานตะวันนี้จะชวยขับไลความมืดมิด
และความหวาดกลัวออกไปจากชีว�ต สองสวางใหกับเสบียงแหงสติและปญญา นำพาใหผานพนไปจากมรสุมและอุปสรรค
ในชวงแหงความยากลำบากของชีว�ต
"...a new imaginative world has made a rational process. A weary man, a gentle swaying tree,
a powerful ship, and softly deer fur. These have been through a delicate creation and a proper
technical painting arrangement.It might be because there is one thing that’s why there is
always another thing."
ARNONT LERTPULLPOL "...The use of an openly painting creation process. The process of sketching
to the final complete painting by leaving an outline of every step.
(B.1993, SURAT THANI, THAILAND) The process of a creation can be likened to a journey to understand and
examine the standards of a morality from different situations in our lives..."
The Boy in the Striped Face mask
2021
Oil on linen
135 x 240 cm.
ARNONT LERTPULLPOL
(B.1993, SURAT THANI, THAILAND)
Mass Grave
2021
Oil on linen
135 x 240 cm.
TRINNAPAT CHAISITTHISAK "...The precisely repetitious 1,000 times of drawing method caused
muscular aches. Drawing a line tightly in order to challenge the limit
(B.1982, BANGKOK, THAILAND) of humans abilities, comparably the present world that everything
constantly moves regarding the control of time and capitalism..."
16 Hours
2021
Pen on canvas
100 x 120 cm.
TRINNAPAT CHAISITTHISAK
(B.1982, BANGKOK, THAILAND)
16 Hours
2021
Pen on canvas
100 x 120 cm.
(1)
(2)
"...it is to allow ourselves to practice speaking and remembering accurately; a positive purpose to follow.
However, speaking in front of the camera can become directing and commending. There is probably
no better way to understand ourselves than directly connecting it with our own experiences."
ความลมเหลว ความขัดแยง ความผิดพลาด ที่เกิดข�้นซ้ำแลวซ้ำอีก เหตุการณเดิมๆ ที่หมุนวนกลับมาครั้งแลวครั้งเลา สังคมที่ความรู
และประวัติศาสตรถูกทำใหหลงลืม บิดเบือน ไมนาเชื่อถือ ไมนาจดจำ การตอรองหาทางออกดวยว�ธีการเดิม เพ�่อแกปญหาเร�่องเดิม
ซ้ำซากจนชาชิน สิ�นหวัง ยอมรับเง�่อนไขโดยไรทางเลือก พยายามเดินหนาดวยความจำยอม
(3)
VICHAYA MUKDAMANEE (2) (3)
(B.1984, BANGKOK, THAILAND) (Still Images from the video) (Still Images from the video)
Found Documents In the Town of Silence
(1) (Negotiation of 2475 : 2540 : 2560)
2021
(Still Images from the video) 2021 Video with sound
Found Documents Video with sound 18.22 minutes
(Negotiation of 2534 : 2549 : 2557) 6.21 minutes
2021
Video with sound
10.52 minutes
ASSOC.PROF. รองศาสตราจารย ธณฤษภ ทิพยวาร� (เกดิ 2516, สงขลา) ปจจ�บันดำรงตำแหนงรองศาสตราจารยประจำคณะจ�ตรกรรม ประติมากรรม
THANARIT THIPWAREE และภาพพ�มพ มหาว�ทยาลัยศิลปากร จบการศึกษาปร�ญญาตร�และปร�ญญาโท จ�ตรกรรม คณะจ�ตรกรรมประติมากรรมและภาพพ�มพ
มหาว�ทยาลัยศิลปากร
B.1973 ธณฤษภ ไดสรางสรรคผลงานมาอยางตอเนื่อง ทั้งนิทรรศการเดี่ยวและกลุม อีกทั้งยังไดรับรางวัลเกียรติยศและไดมีประวัติงานสรางสรรค
SONGKHLA, THAILAND ระดับนานาชาติและยังไดรับคัดเลือกเปนตัวแทน ศึกษาดูงาน ในตางประเทศมากมายยกตัวอยาง เชน การศึกษาดูงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมร�กา
ในโครงการถายทอดงานศิลปกับศิลปนแหงชาติ โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมรวมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม (2553) ศิลปนในโครงการ
นิทรรศการศิลปะ "เสนสาย ลายศิลป" โดยศิลปนไทย-โรมาเนีย ภายใตโครงการแลกเปลี่ยนศิลปนระหวาง 2 ประเทศ ณ พ�พ�ธภัณฑหมูบาน
กรุงบูคาเรสต ประเทศโรมาเนีย (2554) ศิลปนในโครงการนิทรรศการศิลปะตัวตนแหงสัมผัส ณ เมืองไตหวัน สาธารณรัฐประชาชนจ�น (2560)
และไดรับรางวัลสนับสนุนอันดับ 1 การประกวดศิลปกรรมแหงชาติครั้งที่ 56 โดยสํานักงานศิลปวัฒนธรรมรวมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม
(2553) ไดรับโลเชิดชูเกียรติในฐานะบุคคลผูใหการสงเสร�มและสนับสนุนการดําเนินงานของกองทุนสงเสร�มการสรางสรรคศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ
พลเอกเปรม ติณสูลานนท (2552) ไดรับคัดเลือกในฐานะศิลปนผูสมควรรับรางวัล “ทุนสรางสรรคศิลปกรรม ศิลปพ�ระศร�” ครั้งที่ 8 โดย
มหาว�ทยาลัยศิลปากร (2551) และไดมีนิทรรศการเดี่ยวอีกมากมายเชน “Twin 27 : The Other Side of Identity” (2561) นิทรรศการ
“Portrait Odyssey” (2562) นิทรรศการ “The Opera of Metafiction” (2564) โดย Number1Gallery อีกทั้งยังเขารวมแสดงผลงานใน
นิทรรศการกลุมตางๆ เชนนิทรรศการ “SURVIVING: ปรับตัวเพ�่ออยูรอด” โดยคณะจ�ตรกรรม ประติมากรรมและภาพพ�มพ มหาว�ทยาลัย
ศิลปากร (2563) นิทรรศการ “Behind the Mask” ที่ River City Bangkok (2563) นิทรรศการ “The Conversation of Time บทสนทนา-
ของกาลเวลา” ที่ River City Bangkok (2563) และนิทรรศการ “Nude Art Exhibition นิทรรศการศิลปะรูปเปลือย” ที่ MOCA BANGKOK
(2563) นอกจากนี้ยังมีผลงานตีพ�มพในหนังสือ “ธ สถิตในธรรมนิรันดร” จัดทําโดย บร�ษัท จ�เอ็ม มัลติมีเดีย กรุปจํากัด (มหาชน) และยังได
สงผลงานเขารวมการประมูลผลงานศิลปะ “1 Thai Contemporary Art Auction” จัดโดย คุณชาญชัย ศิร�ว�ทยเจร�ญ และสงผลงานเขารวม
การประมูล พระบรมสาทิสลักษณ ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย พระราชวังพญาไท (2561)
ASST. PROF. ผูชวยศาสตราจารย ดร. ว�ชญ มุกดามณี (เกิด 2527, กรุงเทพมหานคร) ปจจ�บันดำรงตำแหนงคณบดีและเปนผูชวยศาสตราจารยประจำ
VICHAYA MUKDAMANEE, คณะจ�ตรกรรม ประติมากรรมและภาพพ�มพ มหาว�ทยาลัยศิลปากร จบการศึกษาระดับปร�ญญาตร� สาขาจ�ตรกรรม (เกียรตินิยมอันดับ 1)
D.PHIL. จากคณะจ�ตรกรรมฯ ไดรับทุน Fulbright ศึกษาระดับปร�ญญาโท สาขาทัศนศิลป ที่ Pratt Institute นิวยอรก สหรัฐอเมร�กา และจบการศึกษา
ระดับปร�ญญาเอก สาขาทัศนศิลป จาก Ruskin School of Art มหาว�ทยาลัยออกซฟอรด ประเทศอังกฤษ
B.1984 ว�ชญมีบทบาทในวงการศิลปะที่หลากหลาย ในดานการสรางสรรค ว�ชญทำงานศิลปะในหลากหลายสื่อ เชน จ�ตรกรรม ประติมากรรม ว�ดีโอ
BANGKOK, THAILAND และศิลปะจัดวาง สนใจประเด็นเกี่ยวกับว�ถีชีว�ตและทัศนคติของคนในสังคมเมือง ชีว�ตประจำวันที่ถูกนำเสนอและสะทอนผานการผลิตและการใช
วัตถุสิ�งของ ผลงานศิลปะของว�ชญเปร�ยบเสมือนการเดินทางที่ไมสิ�นสุดของการเร�ยนรู ผานการทดลองสรางสรรค การลองผิดลองถูก
การเผชิญหนาและการตั้งคำถามถึงประสบการณของชีว�ตตนเองที่มีตอกระแสความเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมรอบตัว โดยมีประสบการณ
แสดงนิทรรศการเดี่ยวทั้งในประเทศไทยและตางประเทศหลายครั้ง ยกตัวอยางเชน “City Life, Bangkok” ณ หองนิทรรศการหมุนเว�ยน
ศนู ยว ฒั นธรรมแหง ประเทศไทย (2550) “Urban Motion” ณ ไวทเ สปซแกลเลอร่� กรงุ เทพฯ (2551) “Industrial Reflection” ณ Donald Weiss
Gallery นิวยอรก สหรัฐอเมร�กา (2552) “Art-ificial Being” ณ พ�พ�ธภัณฑสถานแหงชาติ หอศิลปเจาฟา กรุงเทพฯ (2554) “Conditioned;
Unconditioned” ณ North Wall Arts Centre ออกซฟอรด ประเทศอังกฤษ (2558) “Becoming (Un) conditioned” ณ สวนโมกขกรุงเทพ
และหอศลิ ปร ว มสมยั ราชดำเนนิ (2559) “Strive to Fail” พพ� ธ� ภณั ฑสถานแหง ชาติ หอศลิ ปเ จา ฟา กรงุ เทพฯ (2560) และ “Expected Unforeseen”
ณ 333 Anywhere กรงุ เทพ นอกจากนย้ี งั ไดร บั คดั เลอื กใหร ว มแสดงในนทิ รรศการกลมุ ทม่ี คี วามสำคญั หลายครง้ั อาทเิ ชน “Diverse Harmony”
ณ แกลเลอร่� The Art House ประเทศสงิ คโปร (2553) นทิ รรศการ “Cut Thru: The view on 21st Century Thai Contemporary Art” (2555)
ณ LASALLE College of the Arts ประเทศสงิ คโปร “Dialogue of Father and Son” ณ หอศลิ ปสมเด็จพระนางเจา สริ ก� ิติ์ พระบรมราชินีนาถ
กรุงเทพฯ (2562)
ASSOC.PROF. รองศาสตราจารยนาว�น เบียดกลาง (เกิด 2516, นครราชสีมา) ปจจ�บันดำรงตำแหนงอาจารยประจำภาคว�ชาจ�ตรกรรม คณะจ�ตรกรรม
NAWIN BIADKLANG ประติมากรรมและภาพพ�มพ มหาว�ทยาลัยศิลปากร จบการศึกษา ว�ทยาลัยชางศิลป กรมศิลปากร กรุงเทพฯปร�ญญาตร�และปร�ญญาโท
คณะจ�ตรกรรมประติมากรรมและภาพพ�มพ มหาว�ทยาลัยศิลปากร
B.1973 นาว�น เบยี ดกลาง ไดม ผี ลงานการแสดงนทิ รรศการเดีย่ วในระดับประเทศไปจนถึงตา งประเทศ เชน นิทรรศการ “Cite’ International des Arts”
NAKHON RATCHASIMA, THAILAND ณ กรุงปารส� ประเทศฝรั่งเศส (2542) การแสดงผลงานจ�ตรกรรม (2540-2542) ณ พ�พ�ธภัณฑสถานแหงชาติ หอศลิ ปเ จาฟา กรุงเทพฯ (2543)
การแสดงผลงานจต� รกรรม “ลางสงั หรณ กเิ ลส ตณั หา” ณ พพ� ธ� ภณั ฑสถานแหง ชาติ หอศลิ ป ถนนเจา ฟา กรงุ เทพฯ อกี ทง้ั ยงั ไดร บั เกยี รตปิ ระวตั ิ
มากมาย การประกวดจ�ตรกรรมบัวหลวง รางวัลที่ 3 เหร�ยญทองแดง ประเภทจ�ตรกรรมรวมสมัย ครั้งที่ 16 โดยธนาคารกรุงเทพ (2536)
รางวัลดีเดนการประกวดศิลปกรรมรวมสมัย “นำสิ�งที่ดีสูชีว�ต” ครั้งที่ 6 โดย บร�ษัท โตชิบาไทยแลนด จำกัด (2537) รางวัลดีเดน การประกวด
จ�ตรกรรมรวมสมัย ครั้งที่ 1 โดย บร�ษัท ซิว-เนชั่นแนล พานาโซนิค (2538) รางวัลเกียรตินิยมเหร�ยญเง�นศิลปพ�ระศร� การประกวดศิลปกรรม
รวมสมัย ของศิลปนรุนเยาว ครั้งที่ 12 รางวัลยอดเยี่ยม การประกวดศิลปกรรมยอดเยี่ยมแหงประเทศไทย โดย กลุมบร�ษัท ฟ�ลิป มอรลิส
(ประเทศไทย) รางวัลรองชนะเลิศ การประกวดศิลปกรรมยอดเยี่ยมแหงอาเซียน ณ ประเทศอินโดนีเซียโดย กลุมบร�ษัท ฟ�ลิป มอรลิส
รางวัลพ�เศษ การประกวดศิลปกรรมรวมสมัย “นำสิ�งที่ดีสูชีว�ต” ครั้งที่ 7 โดย บร�ษัท โตชิบาไทยแลนด จำกัด รางวัลเกียรติบัตร การประกวด
การประกวดศิลปกรรมยอดเยี่ยมแหงประเทศไทย โดย กลุมบร�ษัทฟ�ลิป มอรลิส ประเทศไทย (2539 – 2542)
TRINNAPAT CHAISITTHISAK, ดร. ตฤณภทั ร ชยั สทิ ธศิ กั ด์ิ (เกดิ 2525, กรงุ เทพมหานคร) ปจ จบ� นั ดำรงตำแหนง อาจารยป ระจำภาควช� าจต� รกรรม คณะจต� รกรรมประตมิ ากรรม
D.F.A. และภาพพม� พ มหาวท� ยาลยั ศลิ ปากร จบการศกึ ษาระดบั ปรญ� ญาตรแ� ละปรญ� ญาโทจากคณะจต� รกรรมฯ มหาวท� ยาลยั ศลิ ปากร และจบการศกึ ษา
ระดับปร�ญญาเอก สาขาทัศนศลิ ป จฬ� าลงกรณมหาว�ทยาลัย
B.1982 ตฤณภัทร เขารวมแสดงนิทรรศการทั้งเดี่ยวและกลุมอยางตอเนื่อง ไมวาจะเปนนิทรรศการแสดงเดี่ยว “A Memoir of Mind” ณ หอศิลป
BANGKOK, THAILAND ราชดำเนนิ รว มสมยั กรงุ เทพฯ (2561) นทิ รรศการ “Glories of Greyscale” ณ หอศลิ ปต าดู กรงุ เทพฯ นทิ รรศการ “DRAW” Contemporary
Drawing ณ G23 กรุงเทพฯ, นิทรรศการ “What We Paint About When We Talk About Painting” ณ Artist+Run กรุงเทพฯ (2562)
ไปจนถึง นิทรรศการ “Visions of Light” โดย 16 Albemarle project space ออสเตรเลีย นิทรรศการ “Land form: ภูมิลักษณ”
ณ SAC Gallery กรงุ เทพฯ (2564) และในหลายปท ผ่ี า นมา ศลิ ปน ใชภ าษาของศลิ ปะทห่ี ลากหลาย เชน Installation art, Drawing Performance,
Video art รวมไปถึง Participatory art ตฤณภัทรสนใจประเด็นเกี่ยวกับมนุษย ผัสสะของการมอง การเคลื่อนที่ของรางกาย หร�อแมแตการรับรู
เกี่ยวกับพ�้นที่และเวลา ศิลปะของตฤณภัทรเปร�ยบไดกับการทดลองผานกระบวนการศิลปะ และคนหาความเปนไปไดอยางไมมีสิ�นสุดผานระนาบ
สองมติ ิ
อาจารยอานนท เลิศพ�ลผล (เกิด 2536, สุราษฎรธานี) ปจจ�บันดำรงตำแหนงอาจารยประจำภาคว�ชาจ�ตรกรรม คณะจ�ตรกรรมประติมากรรม
และภาพพ�มพ จบการศึกษา ศิลปบัณฑิต สาขาว�ชาทัศนศิลป กลุมว�ชาเอกจ�ตรกรรมคณะจ�ตรกรรมประติมากรรมและภาพพ�มพ มหาว�ทยาลัย
ศิลปากร และปร�ญญาศิลปมหาบัณฑิต บัณฑิตว�ทยาลัย มหาว�ทยาลัยศิลปากร
อานนทไดมีผลงานสรางชื่อจากการไดรับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 3 การประกวดผลงานจ�ตรกรรมรวมสมัยพานาโซนิค “สรางสรรคเพ�่อ -
ความสมบูรณแหงชีว�ต” ครั้งที่ 20 พ�พ�ธภัณฑสถานแหงชาติหอศิลป กรุงเทพฯ (2561) และ รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 การประกวดผลงาน
จ�ตรกรรมรวมสมัยพานาโซนิค “สรางสรรคเพ�่อความสมบูรณแหงชีว�ต” ครั้งที่ 21 พ�พ�ธภัณฑสถานแหงชาติหอศิลป กรุงเทพฯ (2562)
นอกจากนั้นยังมีผลงานการแสดงผลงานนิทรรศการเดี่ยว “ดีพรอม” ณ People’s Gallery ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแหงกรุงเทพมหานคร
BACC (2562)
ARNONT LERTPULLPOL
B.1993
SURAT THANI, THAILAND
THEEKAWUT BOONVIJIT อาจารยฑ ฆี วฒุ ิ บญุ วจ� ต� ร (เกดิ 2527, ชยั ภมู )ิ ปจ จบ� นั ดำรงตำแหนง อาจารยป ระจำภาควช� าจต� รกรรม คณะจต� รกรรมฯ มหาวท� ยาลยั ศลิ ปากร
จบการศกึ ษา ศลิ ปบณั ฑติ (เกยี รตนิ ยิ มอนั ดบั หนง่ึ ) สาขาจต� รกรรม คณะจต� รกรรมฯ มหาวท� ยาลยั ศลิ ปากรและศลิ ปมหาบณั ฑติ สาขาจต� รกรรม
B.1984 คณะจ�ตรกรรมฯ มหาว�ทยาลัยศิลปากร
CHAIYAPHUM, THAILAND ฑีฆวุฒิ ไดรับรางวัลตางๆ มากมาย เชน รางวัลเหร�ยญทองนิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 11 ประเทศฟ�นแลนด (2542) การแสดง
ศิลปกรรมโครงการเยาวชนสรางสรรคงานศิลปกับศิลปนแหงชาติ รุนที่ 2 ณ นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมร�กา (2548) รางวัลดีเดน
ศิลปกรรม Young Thai Artist Award 2006 มูลนิธิซีเมนตไทย (2549) รางวัลดีเดนพานาโซนิค ครั้งที่ 9 (2550) รางวัลดีเดนศิลปกรรม
Toshiba ครั้งที่ 21 (2552) รางวัลยอดเยี่ยมจ�ตรกรรมรวมสมัยพานาโซนิค ครั้งที่ 12 (2553) รางวัลอันดับสอง สนับสนุนกระทรวง
ศิลปวัฒนธรรมรวมสมัย ศิลปกรรมแหงชาติ ครั้งที่ 57 (2554) อีกทั้งยังไดมีผลงานการแสดงทั้งกลุมและเดี่ยว เชน นิทรรศการ
“รัตติกาลแหงฝน” ณ ดีโอบี หัวลำโพง แกลลอร�่ กรุงเทพฯ (2555) นิทรรศการ “ความงามสีเทา” ณ แกลลอร�่เอ็น ถ.ว�ทยุ กรุงเทพฯ (2556)
นิทรรศการชุด “ดรามาไทส Dramathais” ณ แอดเลอร ศุภโชค แกลลอร�่ (2557) นิทรรศการ “Twilight Garden Canvas Thursday
ณ Ce La Vi ตึกสาทร สแควร กรุงเทพฯ (2559) นิทรรศการ “Nature Of Reality” ณ 333 แกลอร�่ ร�เวอรซิตี้ กรุงเทพฯ (2561) นิทรรศการ
Inflorescence” ณ อารเ ดล เธริ ด เพลส แกลเลอร� กรงุ เทพฯ (2562) นทิ รรศการ “Last Light Romance” ณ 333 แกลอร่� รเ� วอรซ ติ ้ี กรงุ เทพฯ
(2563) และนิทรรศการกลุม “The International Print And Drawing Exhibition” มหาว�ทยาลัยศิลปากร (2546) “การแสดงศิลปกรรม
รุนเยาวครั้งที่ 20” มหาว�ทยาลัยศิลปากร (2547) “การแสดงศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 14” (2547) การแสดง “The 12th International
Biennial Print And Drawing Exhibition R.O.C Taiwan” (2548) “การแสดงศิลปกรรมแหงชาติ ครั้งที่ 54” (2551) นิทรรศการ
“The Way to Art เสนทางสูศิลปะ” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแหงกรุงเทพฯ (2552) นิทรรศการ “Daradaily Double great for Charity”
ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมอนันตรา กรุงเทพฯ (2558) นิทรรศการ “สติ” ราน DUKE ณ เกสรพลาซา กรุงเทพฯ (2560) “The 5th International Art
Symposium”, Olympos, Antalya ประเทศตุรกี (2561) นิทรรศการ “มนุสสานัง” ณ พ�พ�ธภัณฑศิลปะรวมสมัย Moca กรุงเทพฯ (2562)
“The 5th Art Future International Youth Art Exhibition Zhongshan” ประเทศจ�น (2562) “นิทรรศการของสมาคมศิลปนทัศนศิลป
นานาชาติแหงประเทศไทย ครั้งที่ 13” (2563) นิทรรศการ “The Self- Portrait By 24 Artist”s ณ อารเดล แกลเลอร� กรุงเทพฯ (2563)
นิทรรศการ “The Manila'Bang Show: Artfest International” 2021 ประเทศฟ�ลิปปนส (2564)
ASST. PROF. ผูชวยศาสตราจารย วราวุฒิ โตอุรวงศ (เกิด 2527, พระนครศรีอยุธยา) ปจจ�บันดำรงตำแหนงผูชวยศาสตราจารยประจำคณะจ�ตรกรรม
WARAWUT TOURAWONG ประตมิ ากรรมและภาพพม� พ มหาวท� ยาลยั ศลิ ปากร จบการศกึ ษาปรญ� ญาโทจากภาควช� าจต� รกรรม คณะจต� รกรรมประตมิ ากรรมและภาพพม� พ
มหาว�ทยาลัยศิลปากร วราวุฒิ เร�มสรางงานจ�ตรกรรมแบบเหมือนจร�ง Figurative Painting ที่มุงเนนสื่อความหมายดวยภาษาของพ�้นผิว
B.1984 เพ�่อสะทอนใหเห็นถึงวัตถุที่มีอิทธิพลตอมนุษย ผานภาพลักษณของเสื้อผาและอิร�ยาบถของภาพบุคคล ผลงานในชุดนี้ไดรับรางวัลตางๆ เชน
AYUTTHAYA, THAILAND ศิลปกรรมรุนเยาว จ�ตรกรรมรวมสมัยพานาโซนิค รวมแสดงศิลปกรรมแหงชาติฯลฯ ตอมาในชวงป พ.ศ.2554 ไดจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก
“รูป (สลาย) นาม” ณ Hof Art Silom Galleria กรุงเทพฯ ที่นำเสนอการเลนลอระบบการสื่อความหมายหร�อสัญลักษณของงานจ�ตรกรรม
แบบเหมอื นจรง� ดวยการผสมสถานการณท ่ีตา งกรรมตางวาระเพอ่� มุงลดทอนการสอื่ ความหมายท่สี อดคลองไปกับเหตผุ ลท่ีเราเช่อื ถือ และไดจัด
แสดงนิทรรศการเดี่ยวอีกครั้งในป พ.ศ.2555 นิทรรศการ “Pointless Yavuz Fine Art” สิงคโปร
ตอ มาในป พ.ศ. 2561 นทิ รรศการเดย่ี วครง้ั ท่ี 3 “จต� รกรรม/คน/ขส้� ”ี ณ พพ� ธ� ภณั ฑสถานแหง ชาติ หอศลิ ปเ จา ฟา กรงุ เทพฯ วราวฒุ ิ เรม� มคี วาม
สนใจตอ กระบวนการสรา งสรรคง านจต� รกรรม และประเดน็ ปญ หาดา นสง�ิ แวดลอ ม โดยเรม� ทบทวนบรบ� ทของงานจต� รกรรม จต� รกร คา นยิ มของ
โลกศิลปะ ตลอดจนวัสดุอุปกรณ ผลกระทบจากการทำงานศิลปะตอสิ�งแวดลอมที่เรามักมองขาม จ�งนำไปสูการสรางงานในเชิงว�พากษตัวงาน
จ�ตรกรรมและจ�ตรกรในฐานะที่สรางผลกระทบใหกับสรรพสิ�งรอบตัว สีที่ถูกเช็ดทิ�งบนผืนผาใบเคียงคูกับภาพที่บรรจงเข�ยนงานจ�ตรกรรมชุดนี้
จ�งมีสถานะไมตางไปจากสิ�งตกคางจากน้ำมือมนุษย แนวคิดดังกลาวไดสงตอไปสูนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 4 นิทรรศการ “FLORAL PATTERN
(ลายดอก)” ณ Ardel’ s Third Place Gallery กรุงเทพฯ ภาพลักษณของมนุษยและข�้สีไดปรากฏตัวเคียงคูกับลวดลายดอก ซึ่งสะทอนถึง
สำนึกของมนุษยที่มีตอคุณคาของธรรมชาติ แตในขณะเดียวกันลายดอกก็เปนเพ�ยงสัญญะของเคร�่องตกแตงและความพยายามที่จะควบคุม
สรรพสิ�งของมนุษย
BEHIND BLACK EYES of what he has variously drawn. Every process needed an appropriation
in order to be in a decent space which has been through a deliberation
“Behind Black Eyes” is a group of cooperating exhibition by 7 artists. and experiences. An artwork may not typically be uninteresting
Thanarit Thipwaree, Nawin Biadklang, Trinnapat Chaisitthisak, nor antiquated. However, have we ultimately tried researching and
Vichaya Mukdamanee,Warawut Tourawong,Theekawut Boonvijit learning it yet or not?
and Arnont Lertpullpol. Each of them has remarkable, unique
and acceptable work styles. It is one of the rare events that ever TRINNAPAT CHAISITTHISAK
happened with a group of artists collaboration. This exhibition will
lead you to the depth of every step of each work’s journey which A straight line that appears on a canvas, dragging regularly along
has been contemplated and beautifully refined, including an effort the edge of the painting with a pen until it covered all the empty
that artists had physically put to cross the limit of their capacities space of Trinnapat Chaisitthisak. As if it was an observation of a
and work processes. These work series of all 7 members are body movement through two even dimensions. The precisely
spectacular and sedulous, relating to the comprehensive experiences repetitious 1,000 times of drawing method caused muscular aches.
and a search of the meaning of another artwork’s perspective and Drawing a line tightly in order to challenge the limit of humans
relevantly backgrounds of all artists who like to observe humans’ eyes abilities, comparably the present world that everything constantly
in different points of views. We all have unalike aspects on humans moves regarding the control of time and capitalism. A canvas
and that is how the expression has come up differently on this is an evidence and a trace of exertion through a living labor or
exhibition “Behind Black Eyes” it is actually inseparable
WARAWUT TOURAWONG VICHAYA MUKDAMANEE
The painting that reflects humans’ emotions or certain states that Uttering from reading a historical Thai politic documents in front
being aroused by many situation, particularly environment issues of a video camera of Vichaya Mukdamanee is to perceive certain
in one frame of Warawut Tourawong. A creative process that doesn’t views during a creativity. Reading out loud brings attention to every
pollute the world unreasonably with the valuable usage of materials words we read and apprehending every sentence and we say.
can be reversing its worth to the heart of artist himself. Even though That could reveal a hidden implication in the particular document.
it is a design of a painting process to control his own behavior. On the other hand, it is to allow ourselves to practice speaking
Meanwhile, it has become a question to wider people too. and remembering accurately; a positive purpose to follow.
However, speaking in front of the camera can become directing
NAWIN BIADKLANG and commending. There is probably no better way to understand
ourselves than directly connecting it with our own experiences.
The painting of his own face in a thinking worried and anxious position.
A rough and deteriorate surface of a sculpture alike Nawin Biadklang THEEKAWUT BOONVIJIT
which expresses his experience with an intense emotion. Drawing
his face repeatedly is comparative to a contemplating both good A new world of Theekawut Boonvijit is a vision and an interpretation
and bad life stories along with an observation of his state of mind of light diversely. An essential point is to recreate the new light
and thought which lies deep in the dark side of his instinct that just to lead to another unpredictable space. In fact, a new imaginative
encountered. Although it has been with him unknowingly for a long world has made a rational process. A weary man, a gentle swaying
time with a repetitive expression and drawing pencil process. It is tree, a powerful ship, and softly deer fur. These have been through
not just causing the change of a particular sculpture’s surface, a delicate creation and a proper technical painting arrangement.
but a reflection on a repeated consideration in human’s life and It might be because there is one thing that’s why there is always
the state of mind. An externally simple and uncomplicated method another thing. It is comparably a connection that joins each other
with an essential message that has been accumulated with the mass all the time. There is nothing emerged individually.
of artist’s sentiments.
ARNONT LERTPULLPOL
THANARIT THIPWAREE
A reflecting event and actions of law holders or leaders painting
Under the portrait of Thanarit Thipwaree referring to the comprehension were directly presented by Arnont Lertpullpol It reflects the moral
that has made a portrait become an Art with varied techniques. issue in a current society. The use of an openly painting creation
Therefore this series is an important step in terms of techniques process. The process of sketching to the final complete painting
and methods which is not a search of “Individual” for an artist by leaving an outline of every step. The process of a creation can be
himself but an original model and the respectfully consideration likened to a journey to understand and examine the standards
of a morality from different situations in our lives, because both of
them constantly move along a society and ages.
BEHIND BLACK EYES ดวยความเคารพ ทุกเทคนิคลวนตองการความเหมาะสม เพ�่ออยูในตำแหนงที่ผาน
การไตรตรองวางแผนและประสบการณ จร�งๆ แลวงานจ�ตรกรรม อาจไมไดเชยหร�อ
"Behind Black Eyes" นทิ รรรศการกลมุ ทเ่ี กดิ จากการรวมตวั ของศลิ ปน ทง้ั 7 ทา น ลาสมัยเพ�ยงแตเ ราเร�ยนรกู รรมวธ� แี ละสำรวจมนั ครบทุกเหลย่ี มมุมแลวหรอ� ยัง
ธณฤษภ ทพิ ยว าร,� นาวน� เบยี ดกลาง, ตฤณภทั ร ชยั สทิ ธศิ กั ด,์ิ วช� ญ มกุ ดามณ,ี
วราวุฒิ โตอุรวงศ, ฑีฆวุฒิ บุญว�จ�ตร, และอานนท เลิศพ�ลผล ซึ่งแตละทาน ตฤณภทั ร ชยั สทิ ธศิ ักด์ิ
ลว นแลว แตม ผี ลงานโดดเดน เปน เอกลกั ษณแ ละเปน ทย่ี อมรบั นบั ไดว า เปน การรวมตวั ภาพเสนตรงที่เกิดข�้นจากการลากไปบนผาใบดวยปากกาที่ขนานไปกับขอบของ
กันของศิลปนที่หาชมไดยาก โดยนิทรรศการในครั้งนี้จะเปนการพาทุกทาน ดำดิ�ง จ�ตรกรรมอยางเปนระเบียบสม่ำเสมอจนเต็มพ�้นที่วางของ ตฤณภัทร ชัยสิทธิศักดิ์
เขา ไปสทู กุ อยา งกา วการเดนิ ทางของผลงานแตล ะชน�ิ ทผ่ี า นการขบคดิ มาอยา งลกึ ซง้ึ เหมอื นกบั เปน การสำรวจการเคลอ่ื นไหวของรา งกายผา นระนาบสองมติ ิ กระบวนการ
หร�อแมแตการทุมเททั้งแรงกายเพ�่อกาวพนข�ดจำกัดในกระบวนการทำงานของตน ลากเสนอันละเอียดประณีต ซ้ำแลวซ้ำเลานับพันครั้ง จนเกิดความปวดราวของ
ผลงานทง้ั หมดในชดุ นเ้ี รย� กไดว า เปน การเคย่ี วกรำของศลิ ปน ทง้ั 7 ทา น ทบ่ี อกเลา ถงึ กลามเนื้อ การลากเสนใหตึงเพ�่อทาทายข�ดจำกัดของมนุษยเปร�ยบเปรยกับโลก
ประสบการณอ นั เขม ขน และเปน การคน หาความหมายในอกี ดา นหนง่ึ ของผลงานศลิ ปะ ในยุคสมัยใหมที่ทุกๆ อยางเคลื่อนที่โดยมีเวลาและทุนนิยมกำกับ เฟรมผาใบเปน
หร�ออาจไปถึงเบื้องหลังของศิลปนที่ทุกคนตางมุงสำรวจแงมุมของมนุษยตามทัศนะ เพย� งหลักฐานและรอ งรอยของการออกแรงผานแรงงานทมี่ ีชีวต� หรอ� จรง� ๆ แลว ก็ไม
ของแตละคน ตางก็มองมนุษยดวยเลนส ของตนเองและนำเสนอดวยกระบวนการ สามารถแยกออกจากกนั ได
ทแี่ ตกตางกันไป ดงั ช่ือนิทรรศการ "Behind Black Eyes"
วราวฒุ ิ โตอรุ วงศ วิชญ มกุ ดามณี
ภาพจ�ตรกรรมที่สะทอนความรูสึกของมนุษย หร�อภาวะที่มนุษยถูกรุมเราจาก การเปลง เสยี งพด� จากการอา นเอกสารเกย่ี วกบั ประวตั ศิ าสตรก ารเมอื งไทยตอ หนา
หลากหลายสถานการณโดยเฉพาะอยา งยง�ิ ปญ หาเรอ่� งสง�ิ แวดลอ มภายในชอ็ ตเดยี ว กลองว�ดีโอของ ว�ชญ มุกดามณี คือการเห็นแงมุมบางอยางในระหวางกระบวนการ
ของ วราวุฒิ โตอุรวงศ กระบวนการสรางสรรคที่ไมปลอยมลภาวะตอโลกอยาง สรางสรรค การอานออกเสียงทำใหจดจอกับทุกตัวหนังสือและเกิดความเขาใจใน
ไรเหตุผล ใชวัสดุอุปกรณไดอยางคุมคาที่สุด กลับใหคุณคาทางใจแกศิลปนดวย ทกุ ประโยค ทกุ ๆ ถอ ยคำ และอาจทำใหเ หน็ ความหมายแฝงในเอกสารนน้ั มองนยั หนง่ึ
แมจ ะเปน การออกแบบกระบวนการทางจต� รกรรมเพอ่� ควบคมุ พฤตกิ รรมของตนเอง คอื การใหต นเองไดฝ ก พด� ไดช ดั ออกเสยี งถกู ตอ งและเกดิ ความจำได เปน การทำตาม
แตใ นขณะเดียวกนั ก็ต้ังคำถามตอ ผคู นในวงกวางดว ย คำสง่ั ดว ยเจตนาทด่ี ี แตอ กี นยั หนง่ึ การเปลง เสยี งพด� ออกมาหนา กลอ งอาจกลายเปน
การชี้นำและสั่งการ ซึ่งคงไมมีว�ธีการใดจะชวยใหเขาใจไดดีเทากับการพาตัวเอง
เขา ไปเช่ือมโยงกบั ประสบการณน ัน้ โดยตรง
นาวิน เบยี ดกลาง ฑีฆวุฒิ บญุ วจิ ติ ร
ผลงานจ�ตรกรรมใบหนาตนเองในทาทางครุนคิด ว�ตกกังวลและความกลัว พ�้นผิว โลกที่สรางข�้นใหมของ ฑีฆวุฒิ บุญว�จ�ตร คือการมองเห็นและตีความแสงอยาง
ที่ดูแข็งกระดางและผุกรอนคลายประติมากรรม ของนาว�น เบียดกลาง เปนผลงาน หลากหลาย สาระสำคัญคือการปรุงแตงแสงข�้นใหมเพ�่อนำไปสูอีกพ�้นที่หนึ่งที่
ทถ่ี า ยทอดประสบการณช วี ต� ของตนเอง แฝงไวด ว ยความเขม ขน ในอารมณข องศลิ ปน คาดการณไมได โลกใหมจากจ�นตนาการกลับถูกสรางดวยกรรมว�ธีที่เต็มไปดวย
การวาดใบหนา ตนเองซำ้ ๆ เสมอื นเปน การทบทวนเรอ่� งราวตา งๆในของชวี ต� ทผ่ี า นมา เหตุผล คนที่เปราะบาง ตนไมพลิ�วไหว เร�อที่แข็งแรง กวางที่ขนออนนุม เหลานี้ลวน
ทง้ั ดแี ละรา ย อกี ทง้ั ยงั เปน การท าความเขา ใจภาวะความคดิ และความรสู กึ ของตนเอง ตอ งผา นกระบวนการทล่ี ะเอยี ดออ น ประดษิ ฐแ ละเรย� บเรย� งขน้ั ตอนเทคนคิ จต� รกรรม
ทอ่ี ยใู นเบอ้ื งลกึ ดา นมดื ของสญั ชาตญาณทเ่ี พง� จะพบเจอ ถงึ แมว า มนั จะอยใู นตนเอง อยางเหมาะสม อาจเปร�ยบไดวาเพราะสิ�งนี้มี อีกสิ�งหนึ่งจ�งมี เปนกระแสผูกพัน
มานานแลว แสดงออกดว ยกระบวนการระบายซำ้ และการวาดเสน ดว ยดนิ สอ เนน ยำ้ เชือ่ มโยงกันตลอดเวลา ไมม อี ะไรเกิดข�น้ มาอยา งโดดเดย่ี ว
ซ้ำแลวซ้ำเลา ไมเพ�ยงแตเปลี่ยนสภาพผิวในจ�ตรกรรม แตยังสะทอนถึงการคิด
ทบทวนพ�จารณาวนซ้ำในสภาวะของชีว�ตและจ�ตใจมนุษย กระบวนการที่ดูเร�ยบงาย อานนท เลศิ พลู ผล
ไมซ บั ซอ น แตกลับมสี าระส าคญั และอดั แนน ไปดว ยมวลความรสู ึกของศลิ ปน จ�ตรกรรมสะทอนภาพเหตุการณ การกระทำของผูถือกฎหมายหร�อนักปกครอง
ถูกนำเสนออยางตรงไปตรงมาของอานนท เลิศพ�ลผล สะทอนถึงปญหาคุณธรรม
ธณฤษภ ทิพยวารี ในสงั คมปจ จบ� นั การใชก ระบวนการสรา งสรรคง านจต� รกรรมทเ่ี ปด เผยกระบวนการ
ภายใตภาพเหมือนบุคคลของ ธณฤษภ ทิพยวาร� คือการทำความเขาใจที่จะทำให ตั้งแตการรางภาพ จบภาพสุดทายที่เสร็จสมบูรณโดยการทิ�งเคาโครงของทุก
ภาพเหมือนของบุคคลกลายเปนศิลปกรรมดวยเทคนิคที่หลากหลาย ผลงานชุดนี้ ขั้นตอนไว ขั้นตอนของกระบวนการในจ�ตรกรรมก็อาจเปร�ยบกับการเดินทางเพ�่อ
จ�งเปนหมุดหมายสำคัญทั้งในแงของเทคนิคว�ธีการที่ไมไดคนหาความ “เฉพาะ” ทำความเขา ใจและตรวจสอบมาตรฐานของคณุ ธรรมจากสถานการณต า งๆ ในชวี ต�
เพอ่� ตวั ศลิ ปน เอง แตเ พอ่� ตน แบบบคุ คล และในแงก ารสำรวจสง�ิ ทเ่ี ราวาดอยา งรอบดา น เพราะทั้งสองอยางเคลอื่ นทีอ่ ยูต ลอดเวลาไปตามสังคมและยคุ สมัย