1
2
พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่
วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน
ถิ่นฐานท�ำกลอง เมืองสองพระนอน
3
“ท่องเทยี่ ว 5 เสน้ ทาง”
ในจังหวัดอ่างทอง
10
เสน้ ทางท่องเทย่ี ววถิ ีเกษตร
26
เสน้ ทางทอ่ งเที่ยววิถีวัฒนธรรม
4
42
เสน้ ทางแหล่งทอ่ งเทยี่ วทางประวัตศิ าสตร์
60
เส้นทางทอ่ งเทย่ี วตามรอยความศรัทธา
92
เส้นทางแหลง่ ท่องเทีย่ วเพอ่ื นันทนาการ
5
6
คาํนํา
จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดท่มี ีศักยภาพด้านการทอ่ งเที่ยว ทง้ั แหลง่ ท่องเทยี่ ว
ทางประวตั ศิ าสตร์ แหล่งท่องเที่ยวทางวฒั นธรรม แหลง่ ท่องเท่ยี วทางศาสนา และ
กิจกรรมด้านการท่องเท่ียวประเภทต่างๆ เช่น เรียนรู้วิถีชีวิตและพ�ำนักโฮมสเตย์
ตกปลาแพริมน�้ำ และชิมอาหารพ้ืนถิ่น ตลอดจนซื้อผลิตภัณฑ์ท่ีชุมชนผลิตและ
จ�ำหนา่ ย เช่น อาหารท้องถ่นิ แปรรปู กระเป๋าจกั สาน ต๊กุ ตาชาววัง และกลองที่ระลกึ
เป็นตน้ ส่งผลดีต่อชุมชน สามารถกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน
ดังนั้น เพ่อื เป็นการกระตนุ้ เศรษฐกิจและสง่ เสรมิ การทอ่ งเท่ียวภายในประเทศ
จังหวัดอ่างทอง โดยส�ำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง จึงได้จัดท�ำ
กจิ กรรมสง่ เสรมิ และประชาสมั พนั ธก์ ารทอ่ งเทย่ี วจงั หวดั อา่ งทอง โดยดำ� เนนิ การผลติ
หนังสือแนะน�ำสถานที่ท่องเท่ียวจังหวัดอ่างทอง เพ่ือกระตุ้นการเดินทางท่องเท่ียว
จงั หวดั อา่ งทอง ประชาสมั พนั ธใ์ หน้ กั ทอ่ งเทย่ี วทยี่ งั ไมเ่ คยเดนิ ทางมาทอ่ งเทยี่ วจงั หวดั
อ่างทองได้รู้จักจังหวัดอ่างทองในมุมมองใหม่ๆ และเชิญชวนให้นักท่องเท่ียวท่ีเคย
ทอ่ งเทย่ี วแลว้ ใหก้ ลบั มาทอ่ งเทย่ี วจงั หวดั อา่ งทองอกี ครงั้ (Re-visit) อนั จะชว่ ยกระจาย
รายไดใ้ ห้ แก่ ภาคธรุ กจิ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี ว ประชาชน และภาคอตุ สาหกรรม
ทอ่ งเทยี่ วภายใน จงั หวัดอา่ งทองใหก้ ลับมาคึกคัก สง่ ผลดตี อ่ ภาคเศรษฐกิจโดยรวม
ของจังหวัดอ่างทอง
ไกด์บุ๊คเล่มนี้จะท�ำให้ท่านรู้จัก จังหวัดอ่างทองมากยิ่งข้ึน และพวกเราจะรอ
ต้อนรบั ทุกทา่ นผู้มาเยอื นตลอดเวลาครับ
โดย
สำ� นักงานการทอ่ งเท่ียวและกฬี าจังหวดั อา่ งทอง
7
ประวัติความเป็นมา
จ.อ่างทองตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่า อ่างทองเป็นชุมชนโบราณ
ขนาดเลก็ ตงั้ แตส่ มยั ทวาราวดี ในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา อา่ งทองเปน็ ชานเมอื งของกรงุ ศรอี ยธุ ยา
มชี อื่ เดมิ ว่า “แขวงเมอื งวิเศษไชยชาญ” ตั้งอยูร่ มิ ฝ่งั แม่น�้ำนอ้ ย
พระราชพงศาวดารในสมัยกรุงศรีอยุธยา บทบาทความสําคัญของเมืองอ่างทองเป็น
เมืองหน้าดา่ นที่สําคัญของ กรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก
ทําเลท่ตี ้ังของเมืองอ่างทอง และสภาพภมู ปิ ระเทศ ที่เปน็ ที่ราบ มแี มน่ ำ้� สายสําคญั ไหลผา่ น
คือ แม่น้ําเจ้าพระยา ทําให้เมืองอ่างทองกลายเป็นเส้นทางเดินทัพ เม่ือพม่า ยกทัพเข้าตี
กรุงศรีอยุธยา และบางคร้งั กลายเป็นสมรภมู ิทที่ ั้งสองฝ่ายใชป้ ระลองยทุ ธก์ ัน
ชาวอ่างทองได้พลีชีวิตและเลือดเนื้อเพ่ือชาติไทยยามที่บ้านเมืองมีภัยสงคราม
เช่น การกอบกู้เอกราช ของชาติไทยในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พม่าได้ใช้แขวง
เมืองวิเศษไชยชาญเป็นท่ีตั้งค่ายตีกรุงศรีอยุธยา และเกิดการสู้รบครั้งสําคัญท่ีจารึกไว้ใน
ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย คือ ศกึ บางระจัน ทบ่ี ้านบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งชาวอา่ งทองได้รว่ มสรู้ บ
กับกองทัพพม่าอย่างห้าวหาญ ดังน้ัน อ่างทองสมควรได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่ง
“วรี ไทยใจกลา้ ”
8
9
ตราประจาํ จงั หวัดอ่างทอง
เปน็ รปู อา่ งสนี ำ�้ ตาล ในอา่ งมใี บขา้ วสเี ขยี วสลบั ไขวไ้ ปมา มรี วงขา้ ว
สุกสีเหลือง 4 รวงอยู่ภายในวงกลมพ้ืนสีเขียวอ่อน ขอบนอกวงกลม
สนี ำ้� ตาล ขอบในสขี าว ดา้ นล่างของอ่าง ภายในวงกลมมีลายไทย สีเหลอื งประกอบ
และมีตัวหนังสือค�ำว่า จังหวัดอ่างทอง อยู่ภายใน จังหวัดอ่างทอง เป็นจังหวัด
ที่ราบลุ่ม มลี ักษณะเป็นแอง่ รบั น้�ำภูมิประเทศเหมาะแกก่ ารเพาะปลกู ดวงตราของ
จังหวัดจึงเป็นรูปอ่างสีทอง ซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัด ในอ่างมี
รวงขา้ ว และใบข้าวซึง่ หมายถงึ การท�ำนา ซ่ึงเปน็ อาชีพหลักของคนในภูมภิ าคน้ี
จังหวัดอ่างทอง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบภาคกลางของประเทศไทย ห่างจาก
กรงุ เทพมหานคร ตามเสน้ ทางหลวงแผ่นดนิ หมายเลข 32 ประมาณ 108 กโิ ลเมตร
มีพน้ื ท่ี 968,372 ตารางกิโลเมตรหรือ 605,232.50 ไร่
อา่ งทอง เปน็ จงั หวดั เลก็ ๆ ทมี่ คี วามสำ� คญั ตง้ั แตส่ มยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา โดยเฉพาะ
อย่างยง่ิ ประวตั ศิ าสตร์ โบราณวตั ถุ ศาสนสถาน ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณีวิถีชวี ติ
ธรรมชาติและการด�ำรงชีพด้วยวิถีเกษตรกรรมที่สรรค์สร้างจนเป็นเอกลักษณ์
ของจังหวัดอ่างทอง มีวดั ทีส่ วยงามโดดเดน่ นา่ สนใจมากกว่า 200 วัด เป็นดินแดน
พระใหญ่ท่ีอุดมด้วยงานฝีมือท่ีวิจิตรตระการตา สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็น
อยขู่ องคนอ่างทองไดเ้ ป็นอยา่ งดี
นกั ทอ่ งเทย่ี วจะไดส้ มั ผสั ถงึ การแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ เพมิ่ พลงั บวก สลายพลงั ลบ
ค้นพบธรรมชาติ ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงความหลากหลายมิติของแหล่ง
ทอ่ งเทยี่ วในพน้ื ที่จงั หวัดอา่ งทอง
สภาพทว่ั ไป
จังหวัดอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นท่ีราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทย เป็นเมือง
อขู่ า้ วอนู่ ำ้� ทมี่ คี วามสําคญั ตอ่ เศรษฐกจิ ของชาตมิ าเปน็ เวลาชา้ นาน ผลติ ผลดา้ นการเกษตร
โดยเฉพาะข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถส่งไปขาย ยังต่างประเทศได้มากเป็น
อันดับหน่ึง ทํารายได้เลี้ยงประชากรและใช้ในการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า
ตลอดมา แม่นำ้� เจ้าพระยาเปน็ แมน่ ำ้� สายทใ่ี ห้ความอุดมสมบรู ณ์ ไหลผ่านพ้ืนทีร่ าบล่มุ
ภาคกลาง ซ่งึ เริม่ ต้นจากจงั หวดั นครสวรรคล์ งไปถึงจงั หวัดสมทุ รปราการ ประชาชน
สว่ นมากตามพน้ื ทร่ี าบลมุ่ ภาคกลาง จงึ ประกอบอาชพี ทํานา กลา่ วไดว้ า่ ภมู ปิ ระเทศเปน็
ตวั กําหนดอาชพี ประเพณี และวฒั นธรรมต่าง ๆ เปน็ ลักษณะเฉพาะทีเ่ กยี่ วข้องกับการ
พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ของเมืองอยา่ งสําคัญ
10
11
❖ เวสถิ ้นีเทกาษงแตหลรง่ ❖ท่องเท่ยี ว
12
11
13
ฟาร์มตัวอยา่ งในสมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ิต์ พระบรมราชินีนาถ
(หนองระหารจีน)
ฟารม์ ตวั อยา่ ง ในสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ สมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ติ ์ิ พระบรม
พระบรมราชินีนาถ (หนองระหารจีน) ราชินีนาถ พระราชทานพระราชด�ำริ
ชมการเกษตรแบบผสมผสาน โดยนอ้ มนำ� เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ทรงมี
พระราชปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาดำ� เนนิ พระราชดำ� รหิ ว่ งใยประชาชนผปู้ ระสบอทุ กภยั
การเพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลผลติ ทป่ี ลอดภยั จากสารพษิ ปี พ.ศ. 2549 ซึ่งท�ำให้พื้นท่ีการเกษตร
มกี ารวางแผนการใชท้ ดี่ นิ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ทอ่ี ยอู่ าศยั และสง่ิ กอ่ สรา้ งสาธารณประโยชน์
มีความหลากหลายของชนิดอาหาร ต่าง ๆ ไดร้ บั ความเสียหายพระองค์ทรงมี
การแปรรปู ผลผลติ เรียนรู้การปลกู พชื ผัก พระมหากรุณาธิคุณให้จ.อ่างทอง จัดท�ำ
การเพาะเหด็ การปลกู ไมผ้ ล ทโี่ ดดเดน่ คอื โครงการสร้างศาลาเอนกประสงค์ เพื่อ
การปลกู ถว่ั งอกอนิ ทรยี ต์ ดั ราก การเลยี้ งสตั ว์ รองรับประชาชนท่ีได้รับผลกระทบจาก
งานแปรรปู การเก็บเกยี่ ว ตดั แตง่ คดั และ อุทกภัยและไร้ที่อยู่อาศัย ได้พักอาศัย
บรรจลุ งหบี ห่อ ขณะน�้ำท่วม พรอ้ มจดั หาท่ีดินซึง่ เปน็ ท่สี ูง
14
เครดติ ภาพ: ฟารม์ ตวั อย่างในสมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ติ ์
พระบรมราชนิ ีนาถ หนองระหารจีน
น�้ำท่วมไม่ถึง เพ่ือใช้ส�ำหรับท�ำเป็นฟาร์ม หมทู่ ่ี 1 ต.บา้ นอฐิ อ.เมอื งอา่ งทอง จ.อา่ งทอง
ตัวอย่าง ซ่ึงจังหวัดได้จัดหาพื้นที่ตาม เนือ้ ทป่ี ระมาณ 36 ไร่ เปน็ พน้ื ท่ดี ิน 23 ไร่
พระราชด�ำริได้ท่ีบริเวณหนองระหารจีน พ้นื ที่น้ำ� 13 ไร่
ท่อี ยู่ ม.1 ต.บ้านอิฐ อ.เมอื ง จ.อ่างทอง 14000 โทร. 065 292 4564
คณุ เปรมศกั ด์ิ https://www.facebook.com/angthong.farm/ เปิด 08:30 - 16:30 น.
15
สวนเมลอ่ น อนิ ทร์โตฟารม์
สวนเมล่อน INTO Farm ฟาร์มนี้ เมล่อน โอ้โห! เยอะขนาดนี้ ต้องไปลอง
ตงั้ อยแู่ ถว ต.ศรพี ราน อ.แสวงหา จ.อา่ งทอง ให้รู้ซะหนอ่ ย
ในสว่ นของการเดนิ ทางนน้ั กไ็ มย่ ากเพราะ INTO Farm ถอื ไดว้ า่ เปน็ อกี สถานท่ี
ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก โดยรวม ทอ่ งเทยี่ วหนงึ่ ทน่ี า่ สนใจ ถา้ ใครยงั ไมม่ แี พลน
เป็นฟาร์มท่ีมีบรรยากาศร่มรื่น เต็มไป จะไปเทย่ี วที่ไหนในวนั หยุดก็ลองมาท่นี ไี่ ด้
ดว้ ยตน้ ไม้ ทำ� ใหไ้ มค่ อ่ ยรอ้ น แถมยงั เงยี บสงบ นะคะ รับรองว่าได้สัมผัสบรรยากาศและ
เมล่อนทีท่ างฟารม์ ปลกู ไว้ สามารถเขา้ ไป ธรรมชาตทิ ส่ี ดชนื่ แนน่ อน ทสี่ ำ� คญั สามารถ
เยี่ยมชมและถ่ายภาพได้ด้วย เป็นสถาน ซื้อเมลอ่ นกลับบ้านได้ด้วยนะคะ
ท่ีท่ีเหมาะส�ำหรับชาร์จพลังให้กับตัวเอง
ในวันหยุดมากๆ และยังมีเมนูอาหาร ท่อี ยู่ 5/9 หมู่ 2 ต.ศรีพราน อ.แสวงหา
คาวหวานสารพันที่น�ำเมล่อนไปเป็น จ.อา่ งทอง 14150
สว่ นผสม ไมว่ ่าจะเป็นเมลอ่ นปัน่ ไอศกรมี โทร. 092 - 7294433
เมลอ่ น บงิ ซเู มลอ่ น บวั ลอยเมลอ่ น วาฟเฟลิ เปดิ 10:00 - 17:00 น.
16
เครดิตภาพ : สวนเมลอ่ น อินทร์โตฟารม์
17
ฟารม์ ตัวอยา่ งในสมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกิต์ พระบรมราชินีนาถ
(บา้ นยางกลาง ต.สีบัวทอง)
ฟาร์มตัวอย่าง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ ต.สีบัวทอง เกิดจาก
พระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ ท่ีทรงห่วงใยถึงปัญหา
ความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหา
อุทกภัย เน่ืองมาจากพายุไต้ฝุ่นช้างสาร
ศนู ยศ์ ิลปาชพี สบี วั ทอง ท่ีพัดผ่านประเทศไทยในช่วงเดือนตุลาคม
จ.อา่ งทอง พ.ศ. 2549 โดยเม่อื วันท่ี 10 ตุลาคม พ.ศ. 2549
ได้มีพระราชด�ำริความวา่
ทอี่ ยู่ : ฟารม์ ตวั อยา่ ง ในสมเด็จ “ให้จัดหาที่ดินซึ่งเป็นท่ีสูงน้�ำท่วมไม่ถึง
พระนางเจา้ สิรกิ ติ ์ พระบรมราชนิ นี าถ อยู่ใกล้เคียง จ.อ่างทอง น�ำมาจัดสร้างศาลา
ต.สีบัวทอง อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ใช้เป็นศนู ยก์ ลางรองรับ
โทร. 092 557 9497 ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจนไร้ท่ีอยู่
อาศยั ”
18
เครดติ ภาพ: ฟารม์ ตวั อย่างในสมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ติ ์ พระบรมราชนิ ีนาถ
บ้านยางกลาง 1ต9.สบี วั ทอง
ฟารม์ เหด็ ครพู ยงค์ - อนนั ต์
ฟารม์ เห็ด “ครูพยงค์-อนนั ต”์ โดย เร่ิมอาชพี การเพาะเห็ดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 จนถึง
ปัจจุบัน ฟาร์มเห็ดต้ังอยู่ท่ี ต.โคกพุทรา อ.โพธ์ิทอง จ.อ่างทอง 14120 ประเภท
ของเห็ดท่ีผลิต และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ด ได้แก่ เห็ดภูฐาน เห็ดโคนญ่ีปุ่น
เห็ดฮังการี เห็ดนางนวล เห็ดนางฟ้า เห็ดขอนขาว เห็ดขอนด�ำ เห็ด Giant Cup
เหด็ ถัง่ เช่าสีทอง เหด็ ถ่ังเชา่ หมิ ะ เหด็ แอนโธเดีย เหด็ หัวลงิ เห็ดนางรมทอง เหด็ มลิ คก์ ี้
(Milky)
สนใจตดิ ต่อสอบถามเพ่มิ เติมได้ที่
ศูนย์การเรยี นรู้ ฟารม์ เหด็ ครูพยงค์ – อนันต์
ท่อี ยู่ บ้านตาล หมู่ ๖ ต.ทางพระ อ.โพธ์ิทอง จ.อ่างทอง
Line ID and WeChat : 0953759324
เบอร์มือถอื : 095-375-9324
20
เครดิตภาพ: ฟาร์มเห็ดครูพยงค์
21
สวนเฟิร์น ตะนาวะสี
สวนเฟิร์น ตะนาวะสี เป็นสวนของสามี
ภรรยา คณุ นพดล และคณุ สุภาศรี นาเงิน
เจ้าของฟาร์ม ตะนาวะสี เฟิร์นการ์เด้น
ที่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง บนเนื้อท่ี
ของฟาร์มมากกว่า 10 ไร่ คุณนพดล และ
คุณสุภาศรี ทุ่มเทความก�ำลังแรงกาย
22
เครดติ ภาพ : สวนเฟิร์น ตะนาวะสี
แรงใจ รวมถงึ กำ� ลงั เงนิ เนรมติ ฟารม์ แหง่ นี้ ที่แปลกตาจากทุกมุมโลกกว่า 500 สาย
ได้มีความสวยงาม และสร้างบรรยากาศ พันธ์ุ นอกจากนัน้ ยังไดร้ วบรวมพืชพรรณ
โดยรอบให้มีความชื้นตลอดเวลา เพ่ือให้ ธรรมชาตอิ นั ทรงคณุ คา่ หายากและจะใกล้
เหมาะสมกบั การเพาะและขยายพนั ธเ์ุ ฟริ น์ สูญพันธุ์ นานาชนิดไว้อีกมากมายหลาย
โดยวิธีทางธรรมชาติ ต่างจากฟาร์มแห่ง ชนดิ วตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของศนู ยฯ์ กเ็ พอ่ื ใช้
อน่ื ๆ ทใี่ ช้เทคโนโลยเี ข้ามาช่วย ทำ� ใหเ้ ม่อื เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ และถา่ ยทอดความร้ทู าง
ลกู คา้ ซอื้ เฟริ น์ ออกไปเลยี้ งภายนอกฟารม์ ดา้ นการเพาะเลย้ี ง การขยายพนั ธพ์ุ ชื กลมุ่
เฟริ น์ จะไมต่ ายหมด หรอื กไ็ มส่ วยงามเหมอื น เฟริ น์ อยา่ งถกู วธิ ี รวมถงึ การนำ� เฟริ น์ มาจดั
อยู่ในฟาร์ม ในขณะเฟิร์นที่เล้ียงภายใน เปน็ สวนแบบตา่ งๆ ใหแ้ กเ่ ดก็ และเยาวชน
ฟาร์มแห่งน้ี ซึ่งเล้ียงตามธรรมชาติ เมื่อ รวมทง้ั ประชาชนท่ีสนใจท่ัวไป
ลกู คา้ นำ� ไปเลยี้ งทบ่ี า้ นเฟริ น์ มกี ารปรบั ตวั บา้ ง
กส็ ามารถอยรู่ อดได้
ตะนาวะสีเฟิร์นการ์เด้น หรือ สนใจตดิ ตอ่
สวนเฟริ น์ ตะนาวะสี คอื สวนเฟริ น์ แหง่ แรก สวนเฟิร์นตะนาวะสี เฟริ ์นการ์เด้น
ของประเทศไทยมหัศจรรย์กับสายพันธุ์ โทร. 081-858-4863
23
บศนุา้ นยก์ สาวรนเรธยี นนรวเู้ กฒั ษนตร์ และอาหารปลอดภัย
แหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ เกษตรใน อ.โพธทิ์ อง จ.อ่างทอง
ท่ีอยู่ : หมู่ 8 ต.องครกั ษ์ อ.โพธิท์ อง จ.อ่างทอง
24 เครดติ ภาพ : บา้ นสวนธนวฒั น์
25
รุง่ เรอื งเมล่อนฟารม์
บริเวณถนนสายเอเชียต�ำบลหลักฟ้า บรรยากาศดีมองเห็นทุ่งนามจี ุดให้ถา่ ยรูป
อ.ไชโย บรเิ วณกิโลเมตรท่ี 63 ใครผ่านไป สวยๆ เยอะแยะเต็มไปหมด
ผ่านมาก็ต้องสะดุดตากับร้านอาหารท่ีมี มาพดู ที่เรอ่ื งอาหารกันบา้ ง คุณ ธัชกร
ไดโนเสารต์ ง้ั อยบู่ รเิ วณหนา้ รา้ นเมอ่ื เขา้ ไปใน รุ่งเรือง หรือคุณอุ๋ย เจ้าของร้านรุ่งเรือง
รา้ นกจ็ ะพบกบั รา้ นอาหารและรา้ นกาแฟสด เมล่อนฟาร์มให้การต้อนรับลูกค้าทุกท่าน
บรรยากาศโดยรอบร้านมีมุมให้พักผ่อน เป็นอย่างดี Signature ของร้านนี้มาแล้ว
26
เครดิตภาพ : ร่งุ เรอื งเมลอ่ นฟาร์ม
ต้องสั่งใหไ้ ด้ 1.ไก่อบโอ่งความพเิ ศษของ ร้านรุ่งเรืองฟาร์มเปิดให้บริการทุกวัน
ไกอ่ บโอง่ ทนี่ ไี่ มเ่ หมอื นใครรบั รองถงึ ความ เวลา 8:00 น - 17:00 น ใครไปไม่ถกู โทร
หอมอร่อยเนื้อไก่มีความนุ่มละมุนหอม สอบถามเสน้ ทางไดท้ เ่ี บอร์ 098 382 9291
เครื่องเทศน�้ำจ้ิมถือว่าเด็ดเข้ากันได้เป็น หรอื ตดิ ตาม facebook fanpage ไดท้ ร่ี งุ่ เรอื ง
อย่างดี 2.ต้มเล้งท่ีนี่แซ่บพิเศษตรงท่ีใช้ เมลอ่ นฟารม์ อา่ งทองรบั รองไมผ่ ดิ หวงั ครบั
กระดกู ตดิ เนอื้ ทมี่ เี นอื้ มากกวา่ กระดกู พรกิ สามารถใช้คนละคร่ึงได้ด้วยนะ ***ส่วน
ขหี้ นสู วนอยา่ งดแี ละใชม้ ะนาวแปน้ แทเ้ ปน็ ใครต้องการซ้ือผักสดๆ ออร์แกนิคกล้วย
เครอ่ื งปรงุ หลกั ทำ� ใหร้ สชาตขิ องตม้ เลง้ มนั มะเขือเทศเมล่อน และฝรัง่ สามารถมาซ้อื
กลมกล่อมมากจริงๆ 3.สลัดผักน้�ำสลัด ไดท้ โี่ รงพยาบาลอา่ งทองตดิ กบั food court
เมล่อนความพิเศษของสลัดที่นี่ใช้ ทกุ วันจนั ทร์ครบั
ผกั ออรแ์ กนคิ ปลกู เองปลอดสารเคมี 100%
จงึ รบั ประทานไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ 4.ผดั ไทยกงุ้ สด
5.ส้มต�ำเมล่อน 6.สเต็กหมูไก่
7.ผดั กระเพราถาดไขด่ าว 8.สม้ ตำ� ปู ไทย
ปลารา้ และทข่ี าดไมไ่ ดเ้ ลยคอื นำ้� เมลอ่ นปน่ั ทีอ่ ยู่ : 100/2 ม.2 ต.หลักฟา้ อ.ไชโย
(มาแลว้ ตอ้ งสงั่ ใหไ้ ดถ้ า้ ไมไ่ ดล้ องชมิ รบั รอง จ.อา่ งทอง
ว่าจะเสียใจอร่อยมาก) และอาหารอื่นๆ เปดิ บริการทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น.
ประเภทพวกย�ำทอดอีก 100 กว่าชนิด โทร : 098 382 9291, 098 382 6159
และเมนูก๋วยเต๋ียวต้มจืดต้มย�ำเย็นตาโฟ ID : 0983829291
กว๋ ยเตี๋ยวน�้ำตกเรม่ิ ตน้ ที่ 40 บาทส่วนเมนู https://www.facebook.com/รุ่งเรือง
ข้าวเริ่มต้นที่ 50 บาท ผักสดออร์แกนิค เมล่อนฟาร์ม-coffee-and-restau-
เมลอ่ นขายกโิ ลกรัมละ 80 ถงึ 120 บาท rant-103478751154345/
27
❖ เวสถิน้ ทวี าฒังแหนลธง่ ทรอ่ รงเมที่ย❖ว
28
29
30
ตลาดศาลเจ้าโรงทอง หลากหลายชนดิ ตั้งแต่ทองหยอด เมด็ ขนนุ
ตลาดศาลเจา้ โรงทอง ตลาดเกา่ แกท่ มี่ อี ายุ ฝอยทอง ทองมว้ น ขนมเกสรลำ� เจยี ก ขนมกง
ขนมสามเกลอ ขนมดอกจอก ขนมสาล่ี
มากกว่า 100 ปี อยรู่ ิมแม่นำ�้ นอ้ ย เดิมตัว ขนมลกู เตา๋
ตลาดเปน็ หอ้ งแถวไมส้ องชนั้ แตถ่ กู เพลงิ ไหม้ สำ� หรบั สภาพทว่ั ไปกเ็ หมอื นกบั ตลาดใน
จนแทบไมเ่ หลอื อาคารเกา่ และถกู ปลกู แทน ทอ้ งถน่ิ ท่ีมสี นิ คา้ พนื้ บา้ นจำ� หนา่ ย หากเดิน
ดว้ ยตกึ 2 ชน้ั ทดแทนอย่ใู กล้กับวัดนางใน ออกไปทางแมน่ ้ำ� นอ้ ย จะพบกับศาลเจ้าพอ่
ธรรมิการาม อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง กวนอู ทช่ี าวบา้ นใหค้ วามเคารพ ตวั ศาลเปน็
ตลาดเก่าแแก่ท่ีชาวบ้านออกมาใช้วิถีชีวิต เกง๋ จนี ยกพนื้ สงู ดา้ นหนา้ มรี ปู ปน้ั เจา้ แมก่ วนอมิ
ค้าขายทส่ี ืบทอดกันมา โดยเม่ือขึ้นไปด้านบนจะพบกับรูปปั้น
เม่ือมาตลาดศาลเจ้าโรงทอง จะพบ เจา้ พอ่ กวนอู ประทบั อยดู่ า้ นในของศาล และ
กับสินค้าตามวิถีชุมชนท้องถิ่น นั่นก็ ตรงทา่ นำ้� จะมเี รอื พลงั นำ้� ใหบ้ รกิ ารประชาชน
คือ เปลเด็กแบบโบราณ ตะกร้อสอย ทีต่ ้องการข้ามฝากไปอกี ฝง่ั ของแม่น้�ำด้วย
ผลไม้ ตะกร้าและเคร่ืองจักรสาน ส่ิงหนึ่ง ส�ำหรับผู้ที่สนใจสามารถน�ำรถไปจอด
ท่ีพลาดไม่ไดค้ ือ ขนมโบราณ ทมี่ ีให้เลือก ได้ที่วัดนางในธรรมมิการามและเดินข้าม
ถนนมาทต่ี ลาดไดเ้ ลย ตลาดศาลเจา้ โรงทอง
เปดิ บรกิ าร : 08.00 – 16.00 น.
เทศบาลตลาดฯ: 081 8533 852
โทร. 0-3552-5867, 0-3552-5880
31
32
บา้ นบางเจา้ ฉ่า
หมูบ่ า้ นจกั สาน งานฝีมือจักสานอันลอื ชื่อ ภายหลังการสู้รบยุติแล้ว "นายฉ่า” จึงได้
ของอ่างทองส่วนมากจะเป็นฝีมือของชาว นำ� ชาวบา้ นมาตงั้ บา้ นเรอื นเปน็ ทอี่ ยอู่ าศยั
อ.โพธทิ์ อง แทบทกุ ครวั เรอื นทต่ี งั้ บา้ นเรอื น ถาวรขน้ึ ในชมุ ชนดา้ นทศิ ตะวนั ตกของแมน่ ำ�้
เรยี งรายอยทู่ งั้ สองฟากฝง่ั แมน่ ำ้� เจา้ พระยา นอ้ ย แตเ่ ดมิ เรยี กวา่ "บา้ นสรา้ งสามเรอื น”
ในละแวกเดยี วกนั มกี ารจดั ตงั้ เปน็ กลมุ่ การ เพราะเร่ิมแรกมีเพียงสามหลังคาเรือน
ผลติ เครอื่ งจกั สาน เครอื่ งหวาย กลมุ่ จกั สาน เท่านั้น ซึ่งเป็นพ้ืนที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะ
ไมไ้ ผ่ เชน่ กลมุ่ ต.องครกั ษ์ กลมุ่ ต.บางเจา้ ฉา่ แก่การต้ังเป็นที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมีชื่อว่า
กลมุ่ ต.บางระก�ำ กลุม่ ต.บางพลบั และกลุ่ม "บางเจ้าฉ่า” เพราะน�ำชื่อของนายฉ่ามา
ต.อนิ ทประมลู ตั้งชื่อ ซึ่งนายฉ่านั้นเป็นท้ังผู้น�ำและเป็น
แหล่งหัตถกรรมเคร่ืองจักสานส�ำคัญ ผกู้ ่อต้ังหมู่บ้าน
ทขี่ น้ึ ชอ่ื ของจ.อา่ งทองคอื "บา้ นบางเจา้ ฉา่ "
ต้ังอยู่หมู่ 8 บ้านยางทอง ต.บางเจ้าฉ่า
เป็นชุมชนที่มีมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ซึ่งชาวบ้านได้เคยร่วมกับชาวแขวงเมือง ท่ีอยู่ หมู่ 8 ต.บางเจา้ ฉา่ อ.โพธิ์ทอง
วิเศษชัยชาญ และชาวบางระจัน ส้รู บกบั จ.อา่ งทอง
พมา่ ณ บา้ นบางระจนั โดยมีนายฉ่าเป็น โทร. 035 - 644091, 035 - 644319
ผู้น�ำ นายฉ่าน้ันพ้ืนเพเป็นคนสีบัวทอง เปิด 07:00 - 18:00 น.
33
ศูนยต์ ๊กุ ตาชาววงั บ้านบางเสด็จ
ตง้ั อยบู่ ริเวณดา้ นหลงั วดั ทา่ สทุ ธาวาส ใน
ต.บ้านบางเสด็จ ต�ำบลน้ีเดิมช่ือบ้าน
วัดตาล ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นช่ือบ้านบาง
เสดจ็ เนอ่ื งจากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
ภมู ิพลอดลุ ยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จ บา้ นบางเสดจ็ จะมกี ารสาธติ การปน้ั ตกุ๊ ตา
พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชาววงั ประดษิ ฐกรรมดนิ เหนยี วอนั สวยงาม
ในรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชด�ำเนิน แสดงใหเ้ หน็ วถิ ชี วี ติ ความเปน็ อยขู่ องผคู้ น
พระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร และวัฒนธรรมประเพณีไทยต่าง ๆ เช่น
ผู้ประสบอุทกภัยในปี พ.ศ. 2518 และ การละเลน่ ของเดก็ ไทย วงมโหรปี ่ีพาทย์
ทรงเห็นว่าพื้นท่ีดังกล่าวมีดินท่ีเหมาะสม ชุดท่วงท่าฤาษีดัดตน หรือรูปผลไม้
แกก่ ารปั้นตกุ๊ ตาชาววงั จงึ ทรงพระกรุณา ซง่ึ ลว้ นแต่สวยงามน่ารกั อย่างย่ิง
โปรดเกลา้ ฯ ใหต้ งั้ โครงการตกุ๊ ตาชาววงั ขน้ึ เปิดทุกวัน ตั้งแตเ่ วลา 09.00-16.00 น.
จนถงึ วนั น้ี ชาวบางเสดจ็ ไดส้ านตอ่ โครงการ โทร. 094 494 0538
จนทำ� ใหต้ กุ๊ ตาจากดนิ เหนยี วของไทยเปน็ FB : ศูนย์ตกุ๊ ตาชาววงั บา้ นบางเสด็จ
ทช่ี น่ื ชอบไปท่ัวโลก โดยศนู ย์ตกุ๊ ตาชาววงั
34
35
หมบู่ า้ นทำ� กลอง
ขน้ึ ชอ่ื วา่ เปน็ หมบู่ า้ นผลติ กลองทม่ี ชี อื่ เสยี ง กรรมวธิ กี ารทำ� กลอง ตง้ั แตเ่ รมิ่ กลงึ ทอ่ นไม้
และดที ส่ี ดุ ในประเทศไทย โดยชาวบา้ นนยิ ม ไปจนถึงขัน้ ตอนการขึน้ กลอง การฝงั หมดุ
ท�ำเป็นอาชีพเสริม หลังฤดูเก็บเกี่ยวนับ สำ� หรบั กลองทที่ ำ� มตี ง้ั แตข่ นาดเลก็ ถงึ ใหญ่
ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2470 กลองของทน่ี ท่ี ำ� จากไม้ เช่น กลองทัด กลองส้ัน กลองยาว
ฉำ� ฉา เพราะเปน็ ไมเ้ นอื้ ออ่ นท่ี สามารถขดุ กลองร�ำวง และกลองเพลท่ีใช้ในวัด จน
เนอื้ ไมไ้ ดง้ า่ ยและอกี หนงึ่ วตั ถดุ บิ สำ� คญั คอื กระทงั่ กลองขนาดเลก็ จว๋ิ สำ� หรบั เปน็ ของที่
หนังวัว ท่ีต้องเตรียมไว้ส�ำหรับขึงท�ำหน้า ระลกึ และยงั สามารถซอื้ กลบั บา้ นไดอ้ กี ดว้ ย
กลอง การมาเยย่ี มชมหมบู่ า้ นทำ� กลองแหง่ นอกจากนี้ ที่หมู่บ้านท�ำกลอง ยังมี
นี้ นกั ทอ่ งเทย่ี วและผสู้ นใจ สามารถเขา้ ชม กลองยาวที่ยาวท่ีสุดในโลกก็ว่าได้ โดยมี
36
ขนาดหนา้ กลองกวา้ ง 36 นวิ้ 92 เซนตเิ มตร ในประเทศไทย แต่ทีห่ มบู่ า้ นแหง่ น้ี ยังคง
ยาว 7.6 เมตร ท�ำจากไม้จามจุรีต่อกัน อนุรักษ์การผลิตกลองแบบไทยมาอย่าง
6 ท่อน กลองใบน้ีถือเป็นเอกลักษณ์ของ ต่อเนอื่ งยาวนาน ควรค่าแกก่ ารแวะเวียน
หมบู่ า้ นทำ� กลอง ทบี่ ง่ บอกวา่ คณุ มาถงึ ถนิ่ ไปเยย่ี มเยยี น และศกึ ษาถงึ ภมู ปิ ญั ญาไทย
ทำ� กลองของจงั หวัดอา่ งทองแลว้ กลองใบ ทนี่ ับวนั จะหาชมได้ยากยิง่
นี้ตั้งเด่นตระหงา่ นอย่หู นา้ บ้านของ ก�ำนัน สอบถามเพิม่ เตมิ โทร 0-3566-1875
หงสฟ์ า้ หยดยอ้ ย ผสู้ ร้างกลองข้นึ มาเมือ่
ปีพ.ศ. 2537 และใช้เวลาสร้างราว 1 ปี
แม้ปัจจุบันหมู่บ้านท�ำกลองจะมีไม่มาก
37
เครดิตภาพ : HALAL KUB
มัสยิดอลั ยสุ รอสามคั คี
มัสยิดอัลยุสรอสามัคคี เป็นต�ำบลที่มี ระยะทางทไี่ กลพอสมควร จงึ ไดร้ วมตวั กนั
สรา้ งอาคารอกี หลงั หนง่ึ เมอื่ ประมาณ 60 ปี
ประวัติศาสตร์มายาวนานตั้งแต่สมัยกรุง ท่ีป่านมาที่บริเวณริมน้�ำเจ้าพระยาหมู่ 1
ศรอี ยธุ ยา โดยประชาชนของบา้ นชะไวได้ ต.ชะไว ซึ่งเป็นอาคารไม้ช้ันเดียวเพ่ือใช้
รวม ออกรบชว่ ยเหลอื สมเด็จพระนเรศวร ประกอบพิธีทางศาสนาและใช้สอนการ
มหาราชในการโจมตีกองทัพพม่า และเจ้า ปฏิบัติศาสนกิจของศาสนาอิสลามข้ัน
เชยี งใหมท่ ่ี ยกทพั มาจนไดร้ บั ชยั ชนะ และได้ พน้ื ฐานและตอ่ มาไดจ้ ดทะเบยี นเปน็ มลู นธิ ิ
รบั พระราชทานนามจากสมเดจ็ พระนเรศวร ชอ่ื วา่ มลู นธิ โิ รงเรยี นนรู ลุ้ อสิ ลาม เปน็ เวลา
ว่า บ้านเชาว์ไว และถูกเรียกต่อมากลาย เกอื บ 30 ปี แตเ่ นอ่ื งจากอาคารนนั้ กอ่ สรา้ ง
เปน็ ชะไว ในที่สุด บ้านชะไวเป็นตำ� บลท่ี อยูร่ ิมตล่งิ ของแมน่ ้ำ� เจ้าพระยา จึงเกรงวา่
มีมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจ�ำนวนเกือบ 100% จะเกิดอันตราย เนื่องจากเป็นทางสายน�้ำ
แตเ่ ดมิ นน้ั มมี สั ยดิ เพยี งแหง่ เดยี วชอื่ มสั ยดิ ช่วงโคง้ ทำ� ใหน้ ้�ำทว่ มเซาะตลิ่งเขา้ มา และ
นรู รุ้ เราะฮฮ์ มี ตอ่ มาประชาชนทอี่ ยทู่ างดา้ น ยง่ิ มกี ารอนญุ าตใหม้ กี ารดดู ทรายในแมน่ ำ�้
แถบเหนอื ของบา้ นชะไว เกดิ ความไมส่ ะดวก ยง่ิ ทำ� ใหไ้ มป่ ลอดภยั แกอ่ าคารถาวร ทำ� ให้
ในการประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องจากมี ประชาชนมองเหน็ วา่ อาจจะเกดิ อนั ตรายได้
จงึ ไดร้ วมตวั กนั ซอ้ื ทดี่ นิ อกี ผนื หนง่ึ ทบ่ี รเิ วณ
คลองชลประทานและติดกับโรงเรียนบ้าน
ชะไวไว้ในปัจจบุ ัน เพอ่ื สรา้ งอาคารมัสยดิ
ถาวรเป็นอาคารคอนกรีตเสรมิ เหลก็
ทีอ่ ย่:ู หมทู่ ี่ 2 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อา่ งทอง
38
หม่บู า้ นจักสาน บ้านตลาดใหม่
เม่ือปี พ.ศ. 2526 ได้รวบรวมชาวบ้าน หวายได้ขาดตลาดและมีราคาแพง
ท่ีจักสานเครื่องมือ เครื่องใช้ ในหมู่บ้าน จงึ ไดค้ ดิ คน้ วสั ดทุ มี่ อี ยใู่ นทอ้ งถนิ่ คอื ใบลาน
ประมาณ 15 คน จดั ตง้ั เปน็ กลมุ่ จกั สานขนึ้ ท่ี มาจกั สานรว่ มกบั ไมไ้ ผ่ จงึ เปน็ คนแรกทค่ี ดิ
หมทู่ ี่ 2 ต.ตลาดใหม่ เพอ่ื เปน็ การสรา้ งงาน ทำ� ขนึ้ และไดจ้ ดสทิ ธบิ ตั รเปน็ ภมู ปิ ญั ญาไทย
และเสรมิ สรา้ งรายไดแ้ กค่ รอบครวั และชมุ ชน เปน็ สนิ คา้ ทมี่ เี อกลกั ษณโ์ ดดเดน่ มคี วามคดิ
อีกทั้งยังส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น รเิ รมิ่ สรา้ งสรรคเ์ ปน็ ของตนเอง สามารถทำ�
โดยเป็นผู้คิดค้น ดัดแปลงรูปแบบของ ลวดลายตา่ ง ๆ ไดม้ ากมาย เชน่ ลายดอกไม้
ตะกรา้ ในสมยั โบราณ ใหม้ รี ปู ทรงแบบใหม่ สัญลักษณ์ของหน่วยงานต่าง ๆ
ทที่ นั สมยั เหมาะสมกบั การใชป้ ระโยชนใ์ น แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ซึ่งต้อง
ยคุ สมัยปัจจบุ ัน เช่น การจกั สาน ตะกร้า อาศยั ความรู้ ความสามารถ ความชำ� นาญ
หหู ิ้ว ตะกรา้ หกเหลีย่ ม ป้นั น้ำ� ชา โคมไฟ พิเศษในการแกะลาย
ของจ๋วิ ของโชว์ กระเป๋าห้ิวหลายรปู แบบ
เชน่ ทรงเมด็ ตาล ซง่ึ ปจั จบุ นั ไดร้ บั ความนยิ ม
มาก การผลิตไม่เพียงพอกบั การจำ� หนา่ ย
ซึ่งกระเป๋าทรงเม็ดตาล นางสาววรรณา
ไดป้ ระดษิ ฐค์ ดิ คน้ ขน้ึ มาใหมเ่ พอ่ื ใหม้ ลี วดลาย
รูปแบบท่ีแปลก แตกต่างจากแบบเดิม
โดยไดแ้ นวคดิ และรปู แบบจากเมด็ ตาลสดท่ี ท่อี ยู่: หมู่บา้ นจกั สาน บา้ นตลาดใหม่
ชาวบ้านน�ำมาบริโภคว่าสามารถน�ำมาท�ำ หมู่ 2 บา้ นตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ
เป็น รูปทรงของกระเป๋าได้ โดยใช้วัสดุ จ.อา่ งทอง
ไมไ้ ผก่ บั หวาย ตอ่ มาในชว่ งระยะเวลาหนง่ึ โทร: 081-7705915
39
วัดฝาง
วัดฝาง (เป็นวัดเก่าแก่สร้างข้ึนในสมัย 8 เมตร ยาว 12 เมตร รวมระยะเวลากอ่ สรา้ ง
สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร หรือ ขุนหลวง นานประมาณ 24 ปีโดยเร่ิมก่อสรา้ งเมอ่ื
หาวดั เมอื่ ประมาณปี พ.ศ. 2300 เมอ่ื คราว ปี พ.ศ. 2536 โดยพระครธู รรมรัต อรยิ วโส
ทรงผนวชเสด็จมาพักต�ำหนักค�ำหยาด เพอ่ื สบื สานดำ� รงในพระพทุ ธศาสนา นอกจาก
อ.โพธท์ิ อง โดยยงั พบรอ่ งลอยของตำ� หนกั นย้ี งั มตี น้ ตะเคียน อายุ 1,000 ปี ต้นโพธ์ิ
เก่าที่อยู่ในวัดฝาง รวมไปถึงโบสถ์ เป็นรูปคล้ายช้าง พร้อมต้นฝาง ซึ่งเป็น
มหาอตุ ม์ กวา้ ง 6 เมตรยาว 7.5 เมตร ทปี่ ระดบั ชอื่ เดยี วกบั วดั รวมถึงหอสวดมนต์ที่สรา้ ง
ดว้ ยถว้ ยชามสงั คโลก แตไ่ มม่ ชี อ่ ฟา้ ใบระกา ดว้ ยไมส้ กั ทงั้ หลงั พรอ้ มใหน้ กั ทอ่ งเทย่ี วได้
ซ่งึ ภายในมีพระศรอี ริยเมตไตรย อายรุ าว ชมความสวยงามและตำ� นานความเปน็ มา
200-300 ปี เปน็ พระพทุ ธรปู เนอ้ื ทองสำ� รดิ พรอ้ มการเรยี นรแู้ ละปฏบิ ตั ธิ รรม ต.ไผจ่ ำ� ศลี
รวมทั้ง หม้อ ไห สมัยเก่า ที่ขุดพบเจอ อ.วเิ ศษชยั ชาญ จ.อ่างทอง
บริเวณวัด และโบสถ์แกะสลักหินทราย
รว่ มสมัยขอมรตั นโกสนิ ทร์ ทรงเรอื ส�ำเภา ทอ่ี ยู่ หมู7่ ต.ไผจ่ �ำศีล อ.วเิ ศษชัยชาญ
ซึ่งเป็นโบสถ์แกะสลักหินทรายแห่งเดียว จ.อ่างทอง
และแห่งแรกใน จ.อ่างทอง มีขนาดกว้าง โทร. 035 - 631535 เปดิ 07:00 - 18:00 น.
40
41
42
43
❖ เส้นทางแหล่งทอ่ งเที่ยว
ทางประวตั ศิ าสตร์❖
44
45
อนสุ าวรียข์ นุ รองปลัดชู
ขนุ รองปลดั ชู เป็นครูฝกึ เพลงอาวธุ อย่ใู น อนุสาวรีย์ขุนรองปลัดชูขึ้นภายในบริเวณ
เมืองวิเศษชัยชาญ ช่ือครูดาบชู ผู้ทรง วัดสี่ร้อยเพื่อเชิดชูวีรกรรม โดยมีพิธีเปิด
วิทยาคมแก่กล้า ช�ำนาญดาบสองมือ อนสุ าวรยี แ์ หง่ น้ีเม่อื วนั ท่ี 21 พฤศจิกายน
มศี ษิ ยม์ ากมาย ไดร้ วบรวมศษิ ยแ์ ละชาวเมอื ง พ.ศ. 2553
วิเศษชัยชาญจ�ำนวน 400 เข้าเป็นกอง
อาทมาตมาอาสาศึกออกติดตามไปกับ
กองทัพพระยารัตนาธิเบศร์ แต่ถูกพม่า ท่อี ยู่ หมู่ 4 ต.สี่ร้อย อ.วเิ ศษชยั ชาญ
ยกขึ้นมาตี กองปลัดชู แตกพ่ายเสียชีวิต จ.อ่างทอง 14110
ทัง้ หมด ชาวอา่ งทองจึงได้ร่วมกนั จัดสร้าง เปิด 07:00 - 18:00 น.
46
อนุสรณส์ ถานวีรชนคนสีบวั ทอง
“อนุสรณ์สถานวีรชนคนสีบัวทอง" คนแสวงหา” จัดข้ึนเพ่ือเป็นการ
สง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี วของ อ.แสวงหา และ
สรา้ งขนึ้ เพอ่ื เปน็ การเชดิ ชวู รี กรรมของวรี ชน
คนกลา้ บา้ นสบี วั ทอง คอื นายโชติ นายแทน่ เพ่ือเทิดเกียรติแด่วีรชนผู้กล้าชาวบ้าน
นายอิน และนายเมอื ง ทีร่ ว่ มกับชาวบา้ น สบี วั ทอง อ.แสวงหา คอื นายแทน่ นายโชต
บางระจันรบพม่า โดยต้ังอยู่ที่ หมู่ 4 นายเมือง และนายอิน 4 วีรชนผู้กล้า
ต.สบี วั ทอง อ.แสวงหา จ.อา่ งทอง ซง่ึ เปน็ ท่ี ท่ีร่วมรบในวีรกรรมชาวบ้านบางระจัน
ตง้ั ของศาลปปู่ น่ิ ทคี่ นในชมุ ชนและบรเิ วณ เมื่อคร้ัง พ.ศ. 2309 - พ.ศ. 2310
ใกล้เคียงต่างเคารพและนับถือกันเป็น สมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาทผ่ี า่ นมา โดยจดั งานใน
อย่างมากอีกดว้ ย ชว่ งประมาณเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ - มนี าคม ซงึ่
อ.แสวงหาจะมกี ารจดั งาน “สดดุ วี รี ชน จดั เป็นประจำ� ทุกปี
47
พระบรมราชานสุ าวรียพ์ ระนเรศวรมหาราชและสมเดจ็ พระเอกาทศรถ
พระบรมรปู สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ท่ี 19 สงิ หาคม พ.ศ. 2534 นายทวปี
ได้ประกอบพิธีเททองหล่อโดยสมเด็จ ทวีพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจ.อ่างทอง
พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ในขณะน้ัน ได้เป็นประธานในการจัด
สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก เมอ่ื วนั อาทติ ย์ สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ และได้
ท่ี 19 มีนาคม พ.ศ. 2533 ณ บรเิ วณ อญั เชิญมาประดษิ ฐานไว้ ณ พระบรม
สถานทก่ี อ่ สรา้ งศาล หลกั เมอื ง จ.อา่ งทอง ราชานุสาวรีย์ บริเวณหน้ากุฎอิ ดีตเจา้
พระบรมรูปสมเด็จพระเอกาทศรถ อาวาสวัดป่าโมกวรวิหาร เคียงคู่กับ
ได้ประกอบพธิ ีเททองหลอ่ โดยสมเดจ็ พระบรมรปู สมเดจ็ พระเอกาทศรถ และจดั
พระเทพรตั นราชสดุ า สยามบรมราชกมุ ารี ใหม้ พี ธิ ถี วายสกั การะ สมเดจ็ พระนเรศวร
เม่ือวันศุกร์ท่ี 3 สิงหาคม พ.ศ. 2533 มหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ
ณ บรเิ วณพระอโุ บสถ วดั ทา่ สทุ ธาวาส ณ วดั ปา่ โมกวรวหิ าร ในวนั ที่ 18 มกราคม
อ.ปา่ โมก จ.อา่ งทอง ตอ่ มาเมอ่ื วนั ศกุ ร์ และ วันท่ี 25 เมษายน ของทุกปี
48
อนสุ าวรยี น์ ายดอก นายทองแก้ว
ประดิษฐานอยู่ที่หน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม เป็นอนุสรณ์สถาน
ทช่ี าววเิ ศษชยั ชาญและชาวอา่ งทองรว่ มกนั สรา้ ง เพอื่ รำ� ลกึ ถงึ คณุ งามความดขี องวรี บรุ ษุ
แห่งบ้านโพธ์ิทะเล ชาววิเศษชัยชาญ ปู่ดอกและปู่ทองแก้ว ท้ังสองท่านยอม
สละชวี ติ อยา่ งกลา้ หาญเพอื่ ปกปอ้ งแผน่ ดนิ ไทยในการสรู้ บกบั พมา่ ทคี่ า่ ยบางระจนั กอ่ นท่ี
กรงุ ศรีอยธุ ยาจะแตกในปี พ.ศ. 2309
ท่ีต้งั หมู่ 2 ซอยป่ดู อก-ปูท่ องแกว้ 16 ต.ไผจ่ ำ� ศลี อ.วิเศษชยั ชาญ จ.อา่ งทอง
เปดิ : 06:00 - 18:00 น.
49
พระต�ำหนักคำ� หยาด
อยใู่ นทอ้ งท่ี ต.คำ� หยาด ถดั จากวดั โพธท์ิ อง (เจา้ ฟา้ อทุ มุ พร กรมขนุ พรพนิ ติ ) ทรงผนวช
ไปทางทศิ ตะวนั ตกประมาณ 2 กม. บนถนน ท่ีวัดโพธ์ิทองแล้วสร้างพระต�ำหนักแห่ง
สายเดียวกัน ตัวอาคารต้ังโดดเด่นอยู่ น้ีขึ้นเพื่อจ�ำพรรษา เนื่องจากมีชัยภูมิที่
กลางทุ่งนา ก่อด้วยอิฐถือปูนขนาดกว้าง เหมาะสม คร้ันได้ทอดพระเนตรเห็นตัว
10 เมตร ยาว 20 เมตร สภาพปจั จบุ นั มี พระตำ� หนกั สรา้ งดว้ ยความประณตี สวยงาม
เพียงผนัง 4 ด้าน แตย่ งั คงเหน็ เค้าความ แลว้ พระราชด�ำริเดิมก็เปลี่ยนไป ดว้ ยทรง
สวยงามทางด้านศิลปกรรม เชน่ ลวดลาย เหน็ วา่ ไมน่ า่ ทขี่ นุ หลวงหาวดั จะทรงมคี วาม
ประดับซุ้มจระน�ำหน้าต่าง ในคราวที่ คดิ ใหญโ่ ต สรา้ งทปี่ ระทบั ชวั่ คราวหรอื ทม่ี นั่
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ในการต่อสู้ให้ดูสวยงามเช่นนี้ ดังน้ัน จึง
เสด็จประพาสล�ำน้ำ� มะขามเฒ่า เม่อื พ.ศ. ทรงสนั นษิ ฐานวา่ พระตำ� หนกั นคี้ งจะสรา้ ง
2451 ไดเ้ สดจ็ มายงั โบราณสถานแหง่ นแ้ี ละ ข้ึนตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ
ทรงมพี ระราชหตั ถเลขาอรรถาธบิ ายไวว้ ่า เพ่ือเป็นท่ีประทับแรมเนื่องจากมีพระราช
เดมิ ทที รงมพี ระราชดำ� รวิ า่ ขนุ หลวงหาวดั นยิ มเสดจ็ ประพาสเมอื งแถบน้ีอยู่เนอื ง ๆ
50