๑
ตอนท่ี 1
ความรู้ท่วั ไปเกยี่ วกับห้องสมุด
ห้องสุมด คือ สถานที่จัดเก็บและให้บริการความรู้ ความบันเทิง และข่าวสาร ในรูปของสิ่งพิมพ์
และโสตทัศนวัสดุประเภทต่างๆ โดยมีประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องและมีวัตถุประสงค์
หลายประการ หากนักเรียนรู้จักปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามระเบียบ มีมารยาทในการใช้ห้องสมุด และเลือกใช้
บริการของห้องสมุดได้อย่างถูกวิธี จะช่วยให้นักเรียนสามารถใช้ห้องสมุดรว่ มกับผู้อื่นๆได้อยา่ งเหมาะสม และ
ชว่ ยประหยดั เวลาในการศึกษาค้นคว้าของนกั เรยี น
ประวัติห้องสมดุ ในต่างประเทศ
มนษุ ยใ์ นสมยั โบราณบอกความร้สู ึก หรอื เล่าส่ิงต่างๆ ท่ีได้พบเหน็ ดว้ ยวิธีการและลกั ษณะที่
แตกต่างกันไป เช่น การทำท่าทางต่างๆ การส่งเสียง แต่การกระทำเหลา่ น้จี ะอยใู่ นความทรงจำของมนุษยไ์ ด้ไม่
นาน อาจเส่ือมหรือลืมได้ มนุษย์จึงคดิ ประดิษฐห์ รอื เคร่อื งช่วยความจำ ด้วยการขีดเขียน การวาดภาพ ซ่ึงใน
เวลาต่อมาไดก้ ลายเป็นตัวอกั ษรทใ่ี ชเ้ ป็นสอ่ื ติดตอ่ บนั ทึกเร่ืองราวต่างๆ จนววิ ฒั นาการมาเป็นภาษาเขียนบนั ทึก
ลงในวสั ดุ เชน่ แผ่นหนงั แผน่ ดินเหนียว ไมไ้ ผ่ จนกระทั่งกลายเปน็ กระดาษในปจั จุบัน เมื่อมีการบนั ทึกเกิดขนึ้
มากๆ จึงต้องหาสถานท่เี กบ็ รวบรวมบนั ทกึ เหลา่ นใี้ หเ้ ปน็ ระเบียบ สถานทเ่ี ก็บเหล่านต้ี ่อมาเรียกว่า ห้องสมุด
(Library) ห้องสมดุ มีววิ ฒั นาการมาตามสมัยตา่ งๆ จนเจริญมาถงึ ปัจจบุ ัน ชาตทิ ี่เจริญแลว้ ในโลกส่วนใหญจ่ ะมี
ห้องสมดุ ประจำชาตขิ องตน ( มลั ลกิ า นาถเสวี 2556 )
ววิ ัฒนาการของหอ้ งสมดุ แบ่งเป็นยคุ สมยั ต่างๆ ได้ดังนี้
1. หอ้ งสมดุ สมยั โบราณ ( Acient Times )
เริ่มตงั้ แตส่ มัยประวตั ศิ าสตร์ มนุษยไ์ ด้เริ่มตงั้ ประเทศชาติ และสร้างอารยธรรมข้ึน บริเวณแม่น้ำใหญๆ่
เชน่ ลมุ่ แม่น้ำไนล์ ลุ่มแมน่ ้ำไทกริส ทางด้านวงการห้องสมุดถือเปน็ ยุคเริ่มต้นมหี อ้ งสมุดทน่ี ่าสนใจดังนี้
ห้องสมุดปาปิรัส โดยมีชาวอียิปต์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ บันทึกเรื่องราวต่างๆเป็นแบบ
ตัวอักษรภาพ (Pictography) ลงบนกระดาษปาปิรัส (Papyrus) ปาปิรัสเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ในแถบ
ลุ่มแม่น้ำไนล์ ชาวอียิปต์จะตัดต้นปาปิรัสเป็นท่อนเล็กๆ แล้วอัดให้แบน จากนั้นจึงนำมารวมกันกลายเป็นแผ่น
บางๆ ใช้หญ้าทุบปลายให้เป็นฝอย จุ่มหมึกเขียนแทนพู่กันหมึกที่ใช้ทำด้วยถ่านไม้บดละเอียดผสมยางไม้ วิธี
เก็บจะม้วนไว้ ปาปิรัสสะดวกและง่ายต่อการนำติดตัวไปด้วย เรื่องราวที่บนั ทึกเกีย่ วกับการปกครอง วรรณคดี
ตำรายา เป็นตน้ คำว่าปาปริ สั ( Papyrus ) ต่อมาเพ้ยี นเป็น “Paper” ภาษาไทยหมายถงึ กระดาษ
๒
ห้องสมดุ ดนิ เหนียว ค้นพบในดนิ แดนเมโสโปเตเรีย แถบลุ่มน้ำไทกรีสและยูเฟรตสี ใช้ดนิ เหนียวบนั ทึก
เร่อื งราวต่างๆ วัสดทุ ่ใี ช้ คือ ไม้ วิธเี ขยี นจะใชไ้ ม้กดลงบนดนิ เหนียวตัวอกั ษรทีป่ รากฏคลา้ ยรปู ลิ่ม จงึ เรียกวา่
อักษรล่ิม ( Cuneiform) เม่ือเขียนแล้วจะนำไปเผาไฟเกบ็ ไว้ ดนิ เหนียวมเี น้ือทีน่ ้อย จึงเขียนเฉพาะเรื่องส้นั ๆ
ส่วนใหญจ่ ะเขยี นเกี่ยวกบั ศาสนา วรรณคดแี ละการสงคราม แผน่ ดินเหนียวมนี ้ำหนกั มาก การเคล่ือนย้ายไม่
สะดวก การใช้แผน่ ดนิ เหนียวบนั ทกึ เร่อื งราวตา่ งๆ จงึ เส่ือมความนิยม
หอ้ งสมดุ แผ่นหนงั นักปราชญ์ชาวเมอื งเปอร์กามมุ เริ่มใชห้ นงั สัตวเ์ ป็นวสั ดุสำหรับบนั ทึกเรื่องราว
ต่างๆ เขียนได้สองหน้า แตห่ นงั ไม่สามารถต่อกนั ไดย้ าวเหมอื นแผ่นปาปิรัสและมว้ นไมไ่ ดจ้ งึ ใชว้ ิธนี ำแผน่ หนังมา
ซ้อนๆกันและพบั ตรงกลาง เย็บตดิ กนั เรยี กว่า CODEX ซึง่ เปน็ การเรม่ิ ต้นของการเยบ็ เล่มหนังสือในปจั จบุ นั
2. ห้องสมุดสมัยกลาง ( Middle Ages)
ยุคมดื ของห้องสมุด กิจการหอ้ งสมดุ ในสมัยน้ีซบเซาลงมาก เพราะพวกอาณาอารยชน เข้ามารกุ ราน
อาณาจักรโรมนั ห้องสมุดถูกทำลาย เพราะไม่เหน็ คุณค่าของคำราวชิ าการ อาณาจักรโรมนั จงึ เสอ่ื มลง ขาด
ผสู้ นใจกิจการห้องสมดุ จงึ ทำให้กิจการห้องสมดุ ไมเ่ จรญิ จัดเป็นยุคมืดแห่งวงการห้องสมุด
3. ห้องสมุดสมยั ฟนื้ ฟูศิลปะวทิ ยา ( Renaissance)
เป็นยุคทองของห้องสมุด มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เกิดแนวคิดแปลกออกไปจากเดิม บรรดา
นักปราชญ์และเชื้อพระวงศ์ต่างสนใจวรรณคดีกรีก ลาตินกันอย่างจริงจัง ความเจริญก้าวหน้าทางการศึกษา
ของชาวยุโรปเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประเทศต่างๆ เริ่มสร้างมหาวิทยาลยั เช่น มหาวิทยาลัยปารีส มหาวิทยาลัย
ออกฟอร์ด และมหาวทิ ยาลัยเคมบริดจ์
ค.ศ. 1450 โจฮัน กูเตนเบอร์ก ชาวเยอรมัน สามารถประดิษฐ์เครื่องพิมพ์อักษรที่ ทำด้วย
โลหะขึ้น ทำให้การผลิตหนงั สือเปน็ ไปอย่างกวา้ งขวาง
4. หอ้ งสมดุ สมยั ใหมจ่ นถงึ ปัจจุบนั ( Present Times)
เน่อื งจากมีเครื่องพมิ พ์ การผลติ หนงั สอื กง็ า่ ยขึ้น หอ้ งสมดุ สมยั ใหม่จึงเกิดขึ้นในยโุ รป
เชน่ ห้องสมุดมาซาแรงอยู่ที่ปารสี หอสมดุ แหง่ ชาติองั กฤษ
ค.ศ. 1800 ประเทศสหรฐั อเมรกิ าต้ังหอสมุดแหง่ ชาติแห่งที่ 3 ข้นึ ในประเทศสหรฐั อเมริกาหอสมดุ
รัฐสภาอเมรกิ นั ( Library of Congress) ปจั จุบนั เปน็ หอสมุดแห่งชาตทิ ใ่ี หญท่ สี่ ดุ ในโลก
ค.ศ. 1876 เมลวิล ดิวอ้ี ( Melvil Dewey) คดิ เป็นระบบการจดั หม่แู บบทศนิยมข้นึ
ค.ศ. 1887 เปิดการเรยี นการสอนวิชาบรรณารักษศาสตรร์ ะดับปรญิ ญาตรีทม่ี หาวิทยาลยั โคลัมเบยี
ชว่ งศตวรรษท่ี 20 กจิ การหอ้ งสมดุ กลายเป็นส่วนหนง่ึ ของสงั คม และมคี วามสำคญั มากมมี ูลนธิ ิต่างๆ
ให้ความชว่ ยเหลือ เช่น มูลนธิ ิเอเชยี มลู นธิ ิฟอรด์ มลู นิธคิ าร์เนก้ี เป็นต้น ภายในหอ้ งสมุดนอกจากจะมีเอกสาร
สงิ่ พิมพ์ต่างๆแลว้ ยังมีโสตทัศนวสั ดุตา่ งๆ ไวบ้ ริการด้วยตลอดจนการนำคอมพิวเตอรม์ าช่วยในงานต่างๆใน
ห้องสมุด ( มลั ลิกา นาถเสวี 2556 )
๓
ประวตั หิ อ้ งสมดุ ในประเทศไทย
สำหรับในประเทศไทยไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าสมัยสุโขทัยได้เคยมีห้องสมุดหรือไม่
ปี 1826 พ่อขุนรามคำแหงได้ประดิษฐ์อักษรไทย และการเก็บคัมภีร์พระไตรปิฎกเรียกว่า หอไตรและมี
พระสงฆ์ทำหน้าที่คล้ายบรรณารักษ์ในปัจจุบัน ปลายยุคสุโขทัยเริ่มมีหลักฐานวรรณกรรมไทยหลายเล่ม เช่น
ไตรภูมพิ ระรว่ ง สภุ าษิตพระรว่ ง
สมัยอยุธยา มีวรรณกรรมมากขึ้น รวมทั้งกฎหมายและเอกสารราชการอื่นๆ มีการจัดสร้างสถานท่ี
เก็บหนงั สอื เรียกว่า หอหลวง
สมัยกรุงธนบุรี โปรดให้จัดสร้างหอพระไตรปิฎกหลวง เพื่อเก็บรักษาพระไตรปิฎกและจัดสร้าง
หอสมดุ เพ่อื เกบ็ รวบรวมวรรณกรรมอ่ืนๆ
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 โปรดให้ย้ายคัมภีร์จากหอพระไตรปิฎกหลวงฝั่งธนบุรีมาไว้ที่ฝ่ัง
พระนครและสร้างหอพระมณเฑียรธรรม นอกจากน้ยี ังได้การชำระกฎหมายแลว้ เก็บไวใ้ นหอหลวง ทุกเล่มจะ
ประทบั ตรา 3 ดวง จงึ เรยี กวา่ กฎหมายตรา 3 ดวง
สมยั รชั กาลที่ 3 โปรดให้มกี ารปฏสิ ังขรณ์วดั พระเชตุพนวิมลมังคลาราม ( วดั โพธ์ิ ) ให้เป็นแหล่งวิชา
ความรู้ของคนทั่วไป มีการรวบรวมตำราต่างๆแล้วจารึกไว้บนศิลาตามระเบียงและศาลารายรอบบริเวณพระ
อุโบสถซึ่งมถี ึง 70 ศาลา
สมัยรัชกาลที่ 5 บ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลง มีโรงเรียนเกิดขึ้น วรรณกรรมต่างๆเปลี่ยนไปตาม
อทิ ธิพลตะวันตก
พ.ศ. 2424 มกี ารจดั สร้าง หอพระสมดุ วชริ ญาณ โดยสมาชกิ ต้องเสียคา่ บำรุง
พ.ศ. 2443 มกี ารจดั สร้าง หอพุทธศาสนาสังคหะ
พ.ศ. 2447 โปรดให้รวมหอพระมณเฑียรธรรม หอพระสมุดวชริ ญาณ และหอพทุ ธศาสนาสังคหะ
เขา้ ไว้ดว้ ยกนั แล้วพระราชทานนามใหม่ว่าหอพระสมดุ วชริ ญาณสำหรับพระนคร
พ.ศ. 2468 รชั กาลท่ี 7 โปรดใหแ้ ยกหอพระสมดุ วชิรญาณสำหรับพระนครออกเป็น 2 แหง่
1. หอพระสมดุ วชริ ญาณ เก็บคมั ภรี ์ จดหมายเหตขุ องเกา่ หนังสือเขยี น ศิลาจารกึ
2. หอพระสมดุ วชริ าวธุ เป็นทเี่ กบ็ หนังสอื พิมพ์ ให้บริการอ่านและจัดพิมพห์ นังสอื ของหอพระ
สมดุ
พ.ศ. 2477 หอพระสมดุ ฯ เปล่ียนช่ือเปน็ หอสมุดแหง่ ชาติ สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
พ.ศ. 2490 จัดสร้าง หอดำรงราชานุภาพ จัดเก็บหนังสือของกรมพระยาดำรงราชานุภาพซ่ึงเป็น
ส่วนหนึง่ ของหอสมดุ แห่งชาติ
พ.ศ. 2500 รัฐบาลอนุมัติงบประมาณให้จัดสร้างอาคารใหม่ ณ ท่าวาสุกรี มีพิธีเปิดหอสมุด
แหง่ ชาติแหง่ ใหม่ เมือ่ วันท่ี 5 พฤษภาคม 2509 ปจั จบุ ันหอสมดุ แห่งชาติมฐี านะเปน็ กอง สังกัดกรมศิลปากร
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (วาณี ฐาปนวงศ์ศานติ 2556)
๔
กิจการห้องสมุดประชาชนเริ่มจัดครั้งแรกปี พ.ศ. 2549 เดิมเรียกว่า ห้องอ่านหนังสือสำหรับ
ประชาชน เลิกล้มไปในปี พ.ศ. 2471 และเริ่มต้นใหม่อีกในปี พ.ศ. 2483 ปัจจุบันห้องสมุดประชาชนอยู่ใน
ความรับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีชื่อย่อว่า
สำนักงาน กศน.
ความหมายของห้องสมดุ
หอ้ งสมดุ ภาษาองั กฤษใชค้ ำว่า Library มาจากภาษาลาตนิ วา่ Libraria ซึง่ แปลว่าทเ่ี กบ็ หนังสอื
หอ้ งสมดุ คอื แหลง่ รวมทรัพยากรสารนเิ ทศเอาไวใ้ นรูปแบบตา่ งๆ ท้งั ท่เี ปน็ วัสดุตพี ิมพ์ วสั ดุไม่ตพี ิมพ์
วัสดอุ ิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใหผ้ ูใ้ ช้สืบคน้ และเขา้ ถึงสารสนเทศได้มากขน้ึ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและคุ้มค่า โดยมร
การคดั เลือก จัดหาให้สอดคลอ้ งกับความต้องการ ความสนใจของผใู้ ช้ มีการจดั ที่เป็นระบบโดยมีบรรณารักษ์
วิชาชพี ครูบรรณารักษ์ ผไู้ ดร้ บั การศึกษาอบรมวิชาบรรณารักษศาสตรเ์ ป็นผู้ดำเนินการบริหารและจดั เพอื่ ให้
ความสะดวกแกผ่ ใู้ ช้ (อำไพวรรณ ทัพเป็นไทย 2549: 1)
๕
วัตถปุ ระสงค์ของห้องสมุด
การจดั หอ้ งสมุดทุกประเภทยอ่ มมวี ตั ถุประสงค์ท่ัวไป ( กระทรวงศึกษาธิการ 2556 ) รว่ มกนั อยู่ 5
ประการ คือ
1. เพอ่ื การศกึ ษา ( Education)
ห้องสมุดได้ให้การศึกษาด้วยตนเองแก่ใหผ้ ู้ใชบ้ รกิ าร โดยการจัดหาหนังสือ สิ่งพิมพ์และโสตทัศนวสั ดุ
เขา้ ไว้ และจดั สง่ิ เหล่านีใ้ หใ้ ช้ผใู้ ช้ได้รบั ความสะดวกในการใช้ พร้อมทงั้ ให้บริการแกผ่ ใู้ ชใ้ ห้ได้ประโยชน์มากที่สุด
เช่น ห้องสมุดโงเรียนมีหน้าที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้การเรียนการสอนตามหลักสูตรให้ได้ผลอย่างเต็มที่ นัก
เรียนรู้อย่างกว้างขาวงและรู้จักใชห้ ้องสมุดเป็นเคร่ืองมือในการศึกษาของตน เมื่อจบการศึกษาแล้วยังสามารถ
ใชห้ ้องสมดุ ในการหาความรเู้ พ่ือพัฒนาอาชีพและสังคม
2. เพื่อการใหค้ วามรแู้ ละขา่ วสาร ( Information)
ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมหนังสือ เอกสาร สิง่ พมิ พ์ และโสตทศั นวัสดตุ ่างๆท่ีให้ความรู้ ข้อเท็จจริงท่ี
ถูกต้อง ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆทั้งภายในและภายนอกประเทศทั่วโลกทำให้ใช้ห้องสมุดมีความรู้ทัน
เหตุการณโ์ ลกทเี่ ปลีย่ นแปลงอย่ตู ลอดเวลา
3. เพอ่ื การคน้ ควา้ ( Research)
หอ้ งสมดุ เป็นศนู ยก์ ลางของวิทยาการตา่ งๆทีจ่ ะชว่ ยในการศึกษาคน้ ควา้ วจิ ัย ซ่ึงเป็นการแสวงหา
ความร้ใู หม่ๆเพ่ือความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการในสาขาต่างๆ
4. เพือ่ ความจรรโลงใจ ( Inspiration)
การอ่านหนงั สือนอกจากจะได้รบั ความรู้แล้งยังกอ่ ใหเ้ กิดความสุขทางใจ ใหร้ ้สู กึ ซาบซึ้ง ใน
สำนวนภาษาอันไพเราะ และความดงี ามในความคิดของผู้เขยี น ซึง่ อาจเปน็ แรงบันดาลใจให้อยากทำในสิง่ ที่เปน็
ประโยชนต์ ่อตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
5. เพือ่ นนั ทนาการและการบันเทิง ( Recreation)
หอ้ งสมดุ จดั หาหนังสือ วารสาร สง่ิ พมิ พแ์ ละโสตทัศนวัสดุหลากหลายเนือ้ หา เพือ่ ให้
ผ้ใู ช้บรกิ ารได้เลือกใชต้ ามความต้องการ ผใู้ ช้ห้องสมดุ สามารถเลอื กอ่านหนงั สือ วารสารและสงิ่ พิมพ์ที่ห้องสมุด
จัดเตรยี มไว้เพ่ือความเพลดิ เพลนิ ทางใจและใชเ้ วลาให้เกดิ ประโยชน์ ทง้ั ยังเป็นการเสริมสรา้ งนสิ ัยรักการอา่ น
ให้แกผ่ ใู้ ชอ้ ีกทางหนึ่งดว้ ย
๖
ประเภทของหอ้ งสมดุ
หอ้ งสมุดแบง่ ออกเปน็ ประเภทใหญๆ่ ได้ 5 ประเภท ดงั น้ี
1. ห้องสมุดโรงเรยี น (School Library) คือ หอ้ งสมดุ ที่จัดตง้ั ขน้ึ ภายในโรงเรียน ไมว่ า่ จะเป็นโรงเรยี น
ประถมศึกษา โรงเรยี นมธั ยม หรอื โรงเรยี นอาชวี ศึกษา โดยท่ัวไปวตั ถปุ ระสงค์ของหอ้ งสมดุ โรงเรียนย่อม
สอดคลอ้ งกบั วัตถปุ ระสงค์ของหลักสูตรและของโรงเรียนน้ันๆ
2. หอ้ งสมุดเฉพาะ (Special Library) คือ ห้องสมดุ ท่ีจัดตัง้ ข้นึ ในหนว่ ยงานของเอกชนหรือรฐั บาล
หรือตามโรงงานตา่ งๆ เกบ็ รวบรวมหนังสอื สงิ่ พิมพ์ และโสตทศั นวัสดทุ ม่ี เี น้ือหาเก่ียวข้องกับหน่วยงานน้ันๆ
เชน่ หอ้ งสมุดโรงพยาบาลศูนย์ราชบรุ ีจะมแี ตห่ นงั สือและเอกสารทเี่ กี่ยวข้องกับการแพทย์และการพยาบาล
3. หอ้ งสมดุ วิทยาลัยและมหาวทิ ยาลยั (College and University Library) คือ หอ้ งสมุดท่ีจัดตง้ั ขน้ึ
ในวทิ ยาลยั หรือมหาวทิ ยาลยั ซ่ึงเป็นสถานศึกษาขัน้ อุดมศึกษาเปน็ แหล่งกลางของตำราวิชาการและ
เอกสารอา้ งอิงต่างๆ ท่อี าจารย์และนิสติ นกั ศึกษาสามารถใช้ได้เพื่อ การคน้ คว้าและวิจยั
4. หอ้ งสมดุ ประชาชน ( Public Library) เปน็ หอ้ งสมดุ ท่ีรฐั บาลจัดตั้งข้นึ ทุกอำเภอและจัง
หวัด เพ่ือให้บรกิ ารแก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย เขา้ ใช้บริการคน้ ควา้ หาความรู้ตดิ ตามขา่ วสารช่วยพฒั นา
ประชากรให้มีความรู้
ในวงการห้องสมุดของประเทศไทยถือว่าวัดเชตุพนวิมลมังคลาเป็นห้องสมุดประชาชนแห่งแรกของ
ประเทศไทย เพราะในสมัยรัชกาลที่ 3 มกี ารจัดทำศิลาจารกึ แบบแผนคำประพันธ์ ตำรายาและการแพทย์แผน
โบราณตดิ ไวต้ ามเสาระเบยี งและศาลา เปิดใหเ้ ป็นแหล่งเล่าเรยี นวิชาความรสู้ ำหรบั ประชาชนท่ัวไป
5. หอสมดุ แห่งชาติ ( National Library) เปน็ สถานทีร่ วบรวมหนงั สอื สง่ิ พมิ พต์ า่ งๆที่
จัดพมิ พข์ น้ึ ในประเทศต้นฉบับตวั เขยี นศลิ าจารกึ ตา่ งๆ ตลอดจนโสตทศั นวสั ดแุ ละเป็นหนว่ ยงานท่มี หี น้าทเ่ี ก็บ
รักษาทรัพยส์ ินทางปัญญาของชาตใิ นดา้ นสง่ิ พิมพ์ทกุ ประเภทเพื่อการศึกษาค้นควา้ และวจิ ัย
บริการและกจิ กรรมของหอ้ งสมดุ
งานบรกิ าร คอื งานท่ีห้องสมุดจดั ทำขนึ้ เพ่ืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้หอ้ งสมดุ เร่ิมต้ังแตก่ าร
ก่อสร้างบรรยากาศใหม้ ีลักษณะเชญิ ชวนน่าเข้าใช้ โดยจัดสถานท่ีภายในหอ้ งสมุดให้แลดสู วยงาม มีระเบยี บ
และสะอาดตา ตกแตง่ ห้องให้สวยงาม จัดช้นั หนังสือให้เปน็ ระเบียบมที ี่กน้ั หนงั สือไม่ใหล้ ้น มีบริเวณท่ีวาง
พอสมควร และมบี ริการใหบ้ ริการต่างๆดังน้ี (สุทธลิ กั ษณ์ อำพนั วงศ์ 2521: 56)
1. บริการใหอ้ ่านทัง้ ในห้องสมดุ และนอกห้องสมุด บรกิ ารใหผ้ ้ใู ช้เข้ามาอา่ นได้อย่างเสรี
2. บริการยืม-คืนหนังสือ ผู้ใช้สามารถยมื หนงั สือออกไปใช้นอกหอ้ งสมุด โดยปฏบิ ัติตาม
ระเบียบข้อบังคับของห้องสมุด
3. บริการตอบคำถามและชว่ ยการคน้ ควา้ คอื บริการตอบคำถามท่ผี ใู้ ชต้ ้องการทราบ เชน่
จะคน้ เร่ืองราวตา่ งๆทีต่ อ้ งการได้จากหนงั สือและสง่ิ พิมพ์ในหมวดใดไดบ้ ้าง
๗
4. บริการและนำการใชห้ อ้ งสมุด เปน็ บรกิ ารท่จี ัดขึ้นเพ่ือสอนใหผ้ ูใ้ ชห้ อ้ งสมุดสามารถใช้
ประโยชน์จากห้องสมดุ ได้อยา่ งเตม็ ท่ดี ว้ ยตนเอง
5. บริการแนะแนวการอ่าน เป็นบรกิ ารให้ความชว่ ยเหลือผ้ใู ช้ห้องสมดุ ท่ีมีปญั หาเกี่ยวกับ
การเลือกหนังสือและการอา่ นหนงั สอื
6. บริการรวบรวมบรรณานกุ รม เป็นการรวบรวมรายชอ่ื หนังสือส่ิงพิมพ์ท่นี ่าสนใจเพ่ือ
ความอำนวยความสะดวกในการค้นควา้ วจิ ยั ของผใู้ ช้หอ้ งสมุด
7. บรกิ ารหนังสือจอง เปน็ งานบรกิ ารหนังสอื ที่ครู อาจารย์กำหนดใหน้ ักเรียนท้ังชน้ั ใช้
อา่ นประกอบการศึกษารายวิชาใดวชิ าหน่งึ กจ็ ะแจง้ ให้บรรณารกั ษ์ทราบเพ่ือจัดหนังสอื น้นั ๆแยกไว้ตา่ งหาก
และกำหนดระยะเวลายมื หนงั สือจองสน้ั กวา่ หนงั สือท่ัวไป
8. บรกิ ารจองหนงั สือ เน่ืองจากหนงั สอื บางเลม่ มีผตู้ ้องการใช้มากแตจ่ ำนวนหนังสือมนี ้อย
จงึ เปดิ ใหผ้ เู้ ขยี นจองหนงั สือท่ีต้องการไวท้ ีห่ ้องสมุดโดยเรยี งลำดับก่อน-หลงั เมือ่ มผี มู้ าสง่ คืนจะแจง้ ให้ผใู้ ชท้ ราบ
งานกิจกรรม คอื งานที่ห้องสมดุ จดั ขึน้ เปน็ ครั้งเป็นคราวเพ่ือสง่ เสรมิ การอ่าน หรือเพ่อื
ชักจูงให้ผ้ใู ชห้ อ้ งสมุดและเข้าใจห้องสมดุ จัดขน้ึ กจิ กรรมที่ห้องสมุดโรงเรียนนยิ มจัดไดแ้ ก่ (สุทธิลกั ษณ์ อำพนั
วงศ์ 2521: 56)
1. จดั นิทรรศการการในวันสำคัญตา่ งๆ
2. การเล่านทิ าน
3. การเลา่ เรือ่ งจากหนงั สอื
4. แนะนำหนังสือใหม่
5. การจดั ประกวดต่างๆ เชน่ การประกวดคำขวญั การแข่งขันตอบปัญหา การประกวด
เลา่ เร่อื งจากภาพ