The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noppanan.sringkarn, 2023-09-17 03:32:55

ชุดที่ 1 พื้นฐานงานปั้น

ชุด-1

1


2 ชุดการเรียนนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนสามารถศึกษาหรือทบทวนบทเรียนด้วยตนเอง ชุดการเรียนจะเกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าผู้เรียนปฏิบัติตามค าชี้แจงต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด 1. ให้ผู้เรียนอ่าน สาระการเรียนรู้มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัด จุดประสงค์ การเรียนรู้จะได้ทราบว่าเมื่อศึกษาชุดการเรียนเล่มนี้แล้วจะได้รับความรู้เรื่องใดบ้าง 2. ให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียนจ านวน 10 ข้อ แล้วส่งครูตรวจ 3. ให้ผู้เรียนศึกษารายละเอียดเนื้อหาในแต่ละเรื่องไปตามล าดับทีละหน้า 4. เมื่อศึกษาเนื้อหาในแต่ละเรื่องแล้วท ากิจกรรม หากผู้เรียนไม่เข้าใจประเด็นใด ขอให้ผู้เรียนซักถามครูผู้สอน หรือกลับไปศึกษาอีกครั้ง 5. เมื่อศึกษาชุดการเรียนจบแล้ว ให้ท าแบบทดสอบหลังเรียน จ านวน 10 ข้อ แล้วตรวจค าตอบจากเฉลยท้ายเล่ม 6. ขอให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีความสุข ค ำชี้แจงกำรใช้ชุดกำรเรียน ชุดที่ 1 พื้นฐำนงำนปั้น


3 พื้นฐำนงำนปั้น ผังมโนทัศน์ 1. ควำมหมำย ของงำนปั้น 2. ควำมส ำคัญ ของงำนปั้น 4. กิจกรรม ของงำนปั้น 5. ประโยชน์ ของงำนปั้น 3. ประเภท ของงำนปั้น


4 พื้นฐานงานปั้น 1. ความหมายของงานปั้น 2. ความส าคัญของงานปั้น 3. ประเภทของงานปั้น 4. กิจกรรมของงานปั้น 5. ประโยชน์ของงานปั้น มาตรฐานการเรียนรู้ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และ ความคิดสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ป.6/4 สร้างสรรค์งานปั้นโดยใช้หลักการเพิ่มและลด 1. นักเรียนอธิบายความหมาย ความส าคัญ กิจกรรมและประโยชน์ของงานปั้นได้ 2. นักเรียนจ าแนกประเภทของงานปั้นได้ 3. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่ก าหนด สำระกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ตัวชี้วัด


5 1. ข้อใดคือควำมหมำยของงำนปั้น ก. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างพื้นที่ผิวและสี ข. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปทรง มีน้ าหนักและแสงเงา ค. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปทรง 2 มิติ มีความกว้างและความยาว ง. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปร่าง 3 มิติ มีปริมาตร มีน้ าหนัก และกินเนื้อที่ในอากาศ 2. ข้อใดคือลักษณะเด่นของงำนปั้น ก. มีลักษณะเป็นรูปทรง 1 มิติเหมือนจริง ข. มีลักษณะเป็นรูปทรง 2 มิติเหมือนจริง ค. มีลักษณะเป็นรูปทรง 3 มิติเหมือนจริง ง. มีลักษณะเป็นรูปทรง 4 มิติเหมือนจริง 3. ข้อใดกล่ำวถึงประโยชน์ของงำนปั้นได้ถูกต้องที่สุด ก. มีมิติสัมผัสได้ ข. มีสีสันสดใสสวยงาม ค. มีความคงทน ติดทนนาน ง. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เรื่อง พื้นฐำนงำนปั้น ค ำชี้แจง 1. นักเรียนท าเครื่องหมาย X หน้าข้อที่ถูกที่สุด 2. แบบทดสอบจ านวน 10 ข้อ (10 คะแนน) เวลา 10 นาที


6 4. ข้อใดกล่ำวถึงงำนปั้นนูนสูงได้ถูกต้องที่สุด ก. มีลักษณะตั้งได้ สามารถมองได้รอบด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ข. มีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้นค่อนข้างมากมองเห็นได้ทั้งด้านข้างและด้านบน ค. มีความสูงกลมกลืนกับพื้นหลัง ง. ถูกทุกข้อ 5. ข้อใดกล่ำวถึงงำนปั้นลอยตัวได้ถูกต้องที่สุด ก. มีลักษณะตั้งได้ สามารถมองได้รอบด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ข. มีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้น โดยมองเห็นได้ 3 ด้าน ด้านหลังมองไม่เห็น ค. มีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้นค่อนข้างมาก มองเห็นได้ 2 ด้าน ง. มีลักษณะสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อย มองเห็นได้ 2 ด้าน 6. ข้อใดคือควำมแตกต่ำงของงำนปั้นลอยตัวกับงำนปั้นนูนสูง ก. งานปั้นลอยตัวมีลักษณะตั้งได้ มองได้รอบด้าน แต่งานปั้นนูนสูงมีลักษณะ สูงขึ้นมาจากพื้น มองเห็นได้ 3 ด้าน ด้านหลังมองไม่เห็น ข. งานปั้นลอยตัวมีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้น โดยมองเห็นได้ 3 ด้าน ด้านหลังมอง ไม่เห็น แต่งานปั้นนูนสูงมีความสูงต่ ากว่า ได้ย่นย่อลงให้กลมกลืนกับพื้นหลัง ค. งานปั้นลอยตัว มีลักษณะตั้งได้ มองได้รอบด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และ ด้านหลัง แต่งานปั้นนูนสูงมีความนูนต่ ากว่างานปั้นลอยตัว มีลักษณะกลมกลืนกับ พื้นหลัง สามารถมองเห็นด้านหน้า และด้านข้างน้อยมาก ง. ถูกทุกข้อ 7. วัสดุใดสำมำรถน ำมำสร้ำงสรรค์งำนปั้นได้ ก. กระดาษเหลือใช้ผสมกาว ข. ทรายผสมเศษกระดาษ ค. ขี้เลื่อยผสมเศษแก้ว ง. เศษผ้าผสมเศษด้าย 8. งำนปั้นสำมำรถสร้ำงสรรค์ได้กี่วิธี ก. 1 วิธี ข. 2 วิธี ค. 3 วิธี ง. 4 วิธี


7 9. งำนปั้นมีควำมแตกต่ำงกับงำนจิตรกรรมอย่ำงไร ก. มีลักษณะเป็น 3 มิติ สามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง มีปริมาตร น้ าหนัก ข. มีลักษณะเป็น 3 มิติ เน้นการใช้สี ค. มีลักษณะเป็น 2 มิติ สามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง มีปริมาตร น้ าหนัก ง. มีลักษณะเป็น 2 มิติ สามารถมองเห็นด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง 10. ภำพต่อไปนี้เป็นงำนปั้นประเภทใด ก. งานปั้นนูนต่ า ข. งานปั้นนูนสูง ค. งานปั้นลอยตัว ง. งานปั้นแกะสลัก


8 การปั้นเป็นทัศนศิลป์แขนงหนึ่งเป็นศิลปะที่กินระวางเนื้อที่ในอากาศ มีลักษณะ เป็น 3 มิติอาจจะมีเนื้อหาสามารถถ่ายทอดอารมณ์และสาระต่าง ๆ ต่อผู้ชมหรืออาจจะ แสดงเพียงแค่ความงามทางอารมณ์ประกอบของศิลปะ โดยไม่แสดงเนื้อหาก็ได้ดังนั้น ผู้ที่จะสามารถรับรู้เนื้อหาและความงามของงานปั้นได้ย่อมต้องมีพื้นฐานทางศิลปะมาก่อน และต้องพัฒนาการรับรู้ทางศิลปะให้ดีขึ้น เพราะความงามหรือองค์ประกอบของงานปั้น มีลักษณะของการเปลี่ยนแปลงพัฒนาจากสิ่งเก่าสู่สิ่งใหม่ตลอดเวลา ควำมหมำยของงำนปั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2553 (2553) กล่าวเกี่ยวกับ ค าว่า ปั้น ไว้ว่า เอาสิ่งอ่อน ๆ เช่น ขี้ผึ้ง ดินเหนียว เป็นต้น มาท าเป็นรูปตามต้องการ ณัฐวรรณ ขนชัยภูมิ(2546) ได้ให้ความหมายของการปั้นว่า เป็นการเอาวัสดุอ่อน ที่มีความเหนียวจับตัวกันเป็นก้อน เช่น ดินเหนียวดินน้ ามันมาปั้น หรือพอกให้เป็นรูปทรงต่างๆ พูลสวัสดิ์มุมบ้านเช่า (2553) การปั้น หมายถึง ศิลปะที่เป็นรูปทรง กินเนื้อที่ใน อากาศ มีลักษณะเป็น 3 มิติสามารถสัมผัสโดยทางตรงด้วยการจับต้องได้สร้างสรรค์ได้ ด้วยการปั้น การแกะสลักหรือการหล่อ จากความหมายของการปั้น สรุปได้ว่า การปั้นหมายถึงการน าเอาวัสดุอ่อน ๆ มาปั้นด้วยมือ พอก หรือตัดให้เป็นรูปต่าง ๆ ใบควำมรู้ที่ 1 เรื่อง ควำมหมำยและควำมส ำคัญของงำนปั้น 1


9 กิจกรรมการปั้นเป็นกิจกรรมที่สามารถใช้วัสดุที่หลากหลาย การท ากิจกรรมการปั้น ที่เหมาะสมจะท าให้ผู้เรียนมีพัฒนาการต่าง ๆ (ส่งศักดิ์ปัญญาจิระ, 2553) ดังนี้ 2.1 พัฒนาการด้านร่างกาย การปั้นเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท างานที่ประสาน สัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและประสาทตา ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ แข็งแรง คล่องตัวซึ่งเป็น พื้นฐานในการเขียน หรือหยิบจับสิ่งต่าง ๆ 2.2 พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ เมื่อเด็กปั้นจะเกิดความรู้สึกเพลิดเพลินเกิด ความพึงพอใจ เป็นการลดความเครียด ถ้าหากฝึกบ่อย ๆ มีทักษะการปั้นจนเกิดความ ช านาญ เด็กเกิดความส าเร็จ ซึ่งท าให้เด็กเกิดความภูมิใจ และส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นใน ตนเองตระหนักถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ 2.3 พัฒนาด้านสังคม กิจกรรมการปั้นเป็นกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กพัฒนาสติปัญญา ท าให้เด็กได้แสดงออก รู้จักการแก้ปัญหา และฝึกการใช้ภาษาด้วยการสื่อความหมาย 2 ความส าคัญของงานปั้น


10 ใบกิจกรรมที่ 1 ควำมหมำยและควำมส ำคัญของงำนปั้น ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษา ความหมายและความส าคัญของงานปั้น แล้วสรุปความรู้ เป็นแผนผังความคิด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (20 คะแนน) ความหมายคือ ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ควำมหมำย และควำมส ำคัญ ของงำนปั้น ………………………… ………………………… ………………………… ควำมส ำคัญของงำนปั้น


11 การปั้นมีเทคนิคที่หลากหลาย ท าให้มีรูปแบบการปั้นแบบต่าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่ง ประเภทของการปั้น ดังนี้ เฉลิม นารีรักษ์และคณะ(2533 : 27) ได้แบ่งงานปั้นโดยทั่วไป ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. การปั้นแบบนูนต่ า เป็นรูปปั้นที่มีแผ่นหลังรองรับและนูนสูงขึ้นมาจากพื้นเพียง เล็กน้อย มองเห็นด้านหน้าเพียงด้านเดียว ตัวอย่างรูปปั้นที่พบเห็นเสมอ ๆ ได้แก่ เหรียญบาท เหรียญตรา เหรียญรูปพระ เป็นต้น ภาพที่ 1.1 ตัวอย่างผลงานนักเรียนการปั้นแบบนูนต่ า ที่มา นพนันท์ ศฤงคาร (2559) 2. การปั้นแบบนูนสูง เป็นรูปที่มีแผ่นหลังรองรับและมีส่วนสูงที่นูนขึ้นมาจากแผ่น พื้นหลังมากกว่ารูปปั้นนูนต่ ามาก ความนูนสูงของรูปปั้นนูนสูงจะแตกต่างกันไปมากบ้าง น้อยบ้าง ตามจุดประสงค์ของการปั้น รูปนูนสูงที่เห็นชัดเจน ได้แก่ รูปปั้นบริเวณฐาน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รูปเหรียญพระแบบนูนสูง รูปประดับฝาผนังต่าง ๆ เป็นต้น ใบควำมรู้ที่ 2 เรื่อง ประเภทของงำนปั้น


12 ภาพที่ 1.2 ตัวอย่างผลงานนักเรียนการปั้นแบบนูนสูง ที่มา นพนันท์ ศฤงคาร (2559) 3. การปั้นแบบลอยตัว เป็นรูปปั้นที่สามารถมองเห็นได้ทุกด้านโดยรอบปกติจะมี ฐานรองรับอยู่เพื่อให้ตั้งกับพื้นได้เช่น รูปปั้นอนุสาวรีย์ต่าง ๆ รูปเหมือนบุคคล เป็นต้น ภาพที่ 1.3 ตัวอย่างผลงานนักเรียนการปั้นแบบลอยตัว ที่มา นพนันท์ศฤงคาร (2559) นอกจากนี้มัย ตะติยะ (2552) กล่าวว่า การปั้นเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจาก การเพิ่มเติมเนื้อวัสดุเข้าไป ที่เรียกว่า กระบวนการทางบวก และจากการเอาเนื้อวัสดุออก ที่เรียกว่า กระบวนการทางลบ โดยพยายามเพิ่มเนื้อวัสดุส่วนที่นูนหรือส่วนที่สูง และ ลดเอ าเนื้อ วัสดุออกในส่ วนที่เว้า ลึก ห รือต่ า ซึ่งวัสดุที่นิยมน าม าส ร้างสรรค์ จะมีคุณลักษณะอ่อนเหนียวและจะแข็งตัวเมื่อถูกอากาศนานๆ เช่น ดินเหนียว ดินน้ ามัน ขี้ผึ้ง ขี้เลื่อยผสมกาว แป้งผสมกาว ปั้นปูนสด ฯลฯ ดังนั้น สิ่งที่จะเป็นงานประติมากรรมได้ นั้นต้องมีกระบวนการสร้างทั้งทางบวกและลบควบคู่กันไป สรุปได้ว่าการปั้นมีหลายประเภท ได้แก่ การปั้นนูนต่ า การปั้นนูนสูง และการปั้น ลอยตัว ซึ่งการปั้นเป็นได้ทั้งกระบวนการทางบวก คือ เติมวัสดุเข้า และกระบวนการทาง ลบคือ การน าวัสดุออก การปั้นสามารถถ่ายทอดได้ทั้งรูปแบบเหมือนจริง รูปแบบ ดัดแปลงใหม่หรือ รูปทรงธรรมชาติก็ได้


13 1. เป็นผลงานปั้นประเภท นูนต่ า นูนสูง ลอยตัว 2. สังเกตจาก………………………………………………………………………………………………………... …………………………………………………………………………..………………………………………………… ………………………………………..…………………………………………………………………………………… ……..…………………………………………………………………………………………..………………….……… ใบกิจกรรมที่ 2 ประเภทของงำนปั้น ค ำชี้แจง นักเรียนติดภาพผลงานปั้นประเภทนูนต่ า นูนสูง และลอยตัว ลงในกรอบ แล้วบันทึกข้อมูล (6 คะแนน)


14 1. เป็นผลงานปั้นประเภท นูนต่ า นูนสูง ลอยตัว 2. สังเกตจาก………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………..………………………………………………… ………………………………………..…………………………………………………………………………………… ……..…………………………………………………………………………………………..……………….………… ค ำชี้แจง นักเรียนติดภาพผลงานปั้นประเภทนูนต่ า นูนสูง และลอยตัว ลงในกรอบ แล้วบันทึกข้อมูล (6 คะแนน)


15 1. เป็นผลงานปั้นประเภท นูนต่ า นูนสูง ลอยตัว 2. สังเกตจาก………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………..………………………………………………… ………………………………………..…………………………………………………………………………………… ……..…………………………………………………………………………………………..………………………… ค ำชี้แจง นักเรียนติดภาพผลงานปั้นประเภทนูนต่ า นูนสูง และลอยตัว ลงในกรอบ แล้วบันทึกข้อมูล (6 คะแนน)


16 กิจกรรมของงำนปั้น งานปั้นเป็นงานศิลปะที่สามารถสร้างสรรค์ได้จากหลายเทคนิค ซึ่งมีตัวอย่าง การจัดกิจกรรมการปั้น ดังนี้ 1.1 การปั้นเป็นเส้น ปั้นโดยใช้ฝ่ามือกดดินลงไปกับพื้นแล้วคลึงให้เป็นเส้นยาว ๆ ให้ยาวที่สุดเท่าที่จะท าได้ท าหลาย ๆ เส้น แล้วน าดินที่ปั้นเป็นเส้นมาขดขึ้นเป็นรูปทรง ต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น แจกัน กระปุกออมสิน ฯลฯ 1.2 การปั้นเป็นแผ่นๆ โดยน าดินน้ ามันหรือดินเหนียวมาทุบให้เป็นแผ่นท าหลายๆ แผ่น ใช้มีดหรือคัตเตอร์ตัดให้เป็นแผ่นใหญ่เล็กตามต้องการ แล้วน ามาประกอบกันให้เป็น รูปตามต้องการ 1.3 การปั้นรูปทรงเรขาคณิต โดยนวดดินให้เป็นแผ่น ตัดดินที่เป็นแผ่น ให้เป็น รูปทรงตามต้องการ เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม แล้วน ามาจัดเป็นภาพ ถ้าต้องการ ให้เกิดเป็นลักษณะ 3 มิติให้ท าเป็นทรงพีระมิด สี่เหลี่ยมลูกบาศก์รูปทรงกระบอก 1.4 การปั้นลวดลาย โดยออกแบบหรือเขียนลวดลายเป็นลายเส้นง่าย ๆ เช่น เส้นตรง เส้นโค้ง ลงบนแผ่นดินเหนียว แล้วปั้นเป็นลวดลายตามที่ออกแบบไว้น าดินที่ปั้น เสร็จแล้วมาเรียงติดต่อกันบนแผ่นไม้หรือในกระดาษแข็ง 1.5 การปั้นเป็นเรื่องราว คือการสร้างเรื่องราวขึ้นมาโดยจ าลองจากเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากอดีตหรือเหตุการณ์ปัจจุบันให้เป็นเรื่องราว เช่น การเล่นของเด็กในโรงเรียน เทคนิคการปั้นเป็นเรื่องราวเด็กจะใช้วิธีการปั้นอย่างไรก็ได้ไม่ควรบังคับเด็กให้เด็กได้ แสดงออกอย่างอิสระเสรีการปั้นเป็นเรื่องราวนี้ส่วนมากนิยมให้ท ากันเป็นทีม ใบควำมรู้ที่ 3 เรื่อง กิจกรรมและประโยชน์ของงำนปั้น 1


17 1.6 การปั้นตามจินตนาการ เป็นการส่งเสริมพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ได้ดี เป็นการสร้างภาพนามธรรมให้เป็นรูปธรรม โดยการใช้งานปั้นเป็นสื่อ เพื่อแสดงออกตาม จินตนาการครูควรช่วยเร่งเร้า ยั่วยุ ให้เด็กเกิดจินตนาการเอง ส่วนวิธีการปั้นควรให้เด็กได้ ท าอย่างอิสระ 1.7 การปั้นด้วยกระดาษ เศษกระดาษที่เหลือใช้สามารถน ามาปั้นเป็นงานศิลปะได้ เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์วารสาร กระดาษห่อของ ฯลฯ จากกิจกรรมการปั้นดังที่กล่าว จะเห็นว่ากิจกรรมการปั้นเป็นกิจกรรม ที่สามารถ จัดกิจกรรมได้หลายวิธีเช่น การปั้นเป็นเส้น การปั้นเป็นรูปทรงเรขาคณิต การปั้นเป็น เรื่องราว เป็นต้น ประโยชน์ของงำนปั้น งานปั้น มีประโยชน์ดังนี้ 2.1 พัฒนาการสังเกต 2.2 พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ 2.3 พัฒนากล้ามเนื้อมือ 2.4 รู้จักกระบวนการท างานเป็นขั้นตอน 2.5 น าความรู้จากการปั้นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 2.6 สนุกสนาน เพลิดเพลิน 2.7 น าไปจ าหน่ายเป็นสินค้า เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง 2


18 ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษา กิจกรรมและประโยชน์ของงานปั้น แล้วสรุปความรู้ เป็นแผนผังความคิด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (20 คะแนน) ใบกิจกรรมที่ 3 กิจกรรมและประโยชน์ของงำนปั้น กิจกรรม และประโยชน์ ของงำนปั้น กิจกรรม ประโยชน์


19 แบบประเมินและเกณฑ์กำรประเมินแผนผังควำมคิด รำยกำรประเมิน ระดับคุณภำพ 4 3 2 1 0 1. ความถูกต้องของข้อมูลที่น าเสนอ 2. ความครอบคลุมรายละเอียดส าคัญ 3. การใช้ภาษาที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย 4. การจัดเรียงล าดับความเชื่อมโยงของข้อมูล 5. จ านวนของข้อมูลที่น าเสนอ รวมคะแนน เกณฑ์กำรประเมินแผนผังควำมคิด เกณฑ์กำรให้คะแนน 0 หมายถึง น าเสนอข้อมูลไม่ชัดเจนและไม่ครอบคลุมรายละเอียดส าคัญ 1 หมายถึง น าเสนอข้อมูลได้ชัดเจนพอใช้ แต่ไม่ครอบคลุมรายละเอียดส าคัญ 2 หมายถึง น าเสนอข้อมูลได้ชัดเจนปานกลางและครอบคลุมรายละเอียดส าคัญบางส่วน 3 หมายถึง น าเสนอข้อมูลได้ชัดเจนดีและครอบคลุมรายละเอียดส าคัญเป็นส่วนใหญ่ 4 หมายถึง น าเสนอข้อมูลได้ชัดเจนดีเยี่ยมและครอบคลุมรายละเอียดส าคัญทั้งหมด เกณฑ์กำรประเมินผล ได้คะแนนรวมร้อยละ 80 ผ่าน


20 1. ข้อใดคือควำมแตกต่ำงของงำนปั้นลอยตัวกับงำนปั้นนูนสูง ก. งานปั้นลอยตัวมีลักษณะตั้งได้ มองได้รอบด้าน แต่งานปั้นนูนสูงมีลักษณะ สูงขึ้นมาจากพื้น มองเห็นได้ 3 ด้าน ด้านหลังมองไม่เห็น ข. งานปั้นลอยตัวมีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้น โดยมองเห็นได้ 3 ด้าน ด้านหลังมอง ไม่เห็น แต่งานปั้นนูนสูงมีความสูงต่ ากว่า ได้ย่นย่อลงให้กลมกลืนกับพื้นหลัง ค. งานปั้นลอยตัว มีลักษณะตั้งได้ มองได้รอบด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และ ด้านหลัง แต่งานปั้นนูนสูงมีความนูนต่ ากว่างานปั้นลอยตัว มีลักษณะกลมกลืนกับ พื้นหลัง สามารถมองเห็นด้านหน้า และด้านข้างน้อยมาก ง. ถูกทุกข้อ 2. วัสดุใดสำมำรถน ำมำสร้ำงสรรค์งำนปั้นได้ ก. กระดาษเหลือใช้ผสมกาว ข. ทรายผสมเศษกระดาษ ค. ขี้เลื่อยผสมเศษแก้ว เรื่อง พื้นฐำนงำนปั้น ค ำชี้แจง 1. นักเรียนท าเครื่องหมาย X หน้าข้อที่ถูกที่สุด 2. แบบทดสอบจ านวน 10 ข้อ (10 คะแนน) เวลา 10 นาที


21 ง. เศษผ้าผสมเศษด้าย 3. งำนปั้นสำมำรถสร้ำงสรรค์ได้กี่วิธี ก. 1 วิธี ข. 2 วิธี ค. 3 วิธี ง. 4 วิธี 4. งำนปั้นมีควำมแตกต่ำงกับงำนจิตรกรรมอย่ำงไร ก. มีลักษณะเป็น 3 มิติ สามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง มีปริมาตร น้ าหนัก ข. มีลักษณะเป็น 3 มิติ เน้นการใช้สี ค. มีลักษณะเป็น 2 มิติ สามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง มีปริมาตร น้ าหนัก ง. มีลักษณะเป็น 2 มิติ สามารถมองเห็นด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง 5. ภำพต่อไปนี้เป็นงำนปั้นประเภทใด ก. งานปั้นนูนต่ า ข. งานปั้นนูนสูง ค. งานปั้นแกะสลัก ง. งานปั้นลอยตัว 6. ข้อใดคือควำมหมำยของงำนปั้น ก. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปร่าง 3 มิติ มีปริมาตร มีน้ าหนัก และกินเนื้อที่ในอากาศ ข. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปทรง 3 มิติ มีปริมาตร มีน้ าหนัก และกินเนื้อที่ในอากาศ


22 ค. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปทรง 2 มิติ มีปริมาตร มีน้ าหนัก และกินเนื้อที่ในอากาศ ง. เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปร่าง 3 มิติ มีปริมาตร มีน้ าหนัก และกินเนื้อที่ในอากาศ 7. ข้อใดคือลักษณะเด่นของงำนปั้น ก. มีลักษณะเป็นรูปร่าง 4 มิติเหมือนจริง ข. มีลักษณะเป็นรูปร่าง 3 มิติเหมือนจริง ค. มีลักษณะเป็นรูปร่าง 5 มิติเหมือนจริง ง. มีลักษณะเป็นรูปร่าง 2 มิติเหมือนจริง 8. ข้อใดกล่ำวถึงประโยชน์ของงำนปั้นได้ถูกต้องที่สุด ก. มีมิติสัมผัสได้ ข. มีสันสดใสสวยงาม ค. มีความคงทน ติดทนนาน ง. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ 9. ข้อใดกล่ำวถึงงำนปั้นนูนสูงได้ถูกต้องที่สุด ก. มีลักษณะตั้งได้ สามารถมองได้รอบด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ข. มีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้นค่อนข้างมากมองเห็นได้ทั้งด้านข้างและด้านบน ค. มีความสูงกลมกลืนกับพื้นหลัง ง. ถูกทุกข้อ 10. ข้อใดกล่ำวถึงงำนปั้นลอยตัวได้ถูกต้องที่สุด ก. มีลักษณะตั้งได้ สามารถมองได้รอบด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ข. มีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้น โดยมองเห็นได้ 3 ด้าน ด้านหลังมองไม่เห็น ค. มีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้นค่อนข้างมาก มองเห็นได้ 2 ด้าน ง. มีลักษณะสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อย มองเห็นได้ 2 ด้าน


23 ภำคผนวก


24 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง พื้นฐำนงำนปั้น ข้อ เฉลย 1. ง 2. ค 3. ก 4. ข 5. ก 6. ก 7. ก 8. ค 9. ก 10. ก


25 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1 ควำมหมำยและควำมส ำคัญของงำนปั้น พัฒนาการด้าน ร่างกาย พัฒนาด้านสังคม พัฒนาการด้านอารมณ์และ จิตใจ ควำมส ำคัญของงำนปั้น การปั้น หมายถึง การน าของวัสดุอ่อนๆ มาปั้นด้วยมือ พอก หรือตัดให้เป็นรูปต่าง ๆ ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษา ความหมายและความส าคัญของงานปั้น แล้วสรุปความรู้ เป็นแผนผังความคิด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (20 คะแนน)


26 1. เป็นผลงานปั้นประเภท นูนต่ า นูนสูง ควำมหมำย และควำมส ำคัญ ของงำนปั้น อย ่ ู ในด ุ ลยพน ิิ จของคร ู ผ ้ ู สอน ค ำชี้แจง นักเรียนติดภาพผลงานปั้นประเภทนูนต่ า นูนสูง และลอยตัว ลงในกรอบ แล้วบันทึกข้อมูล (6 คะแนน) เฉลยใบกิจกรรมที่ 2 ประเภทของงำนปั้น


27 ค ำชี้แจง นักเรียนศึกษา กิจกรรมและประโยชน์ของงานปั้น แล้วสรุปความรู้ เป็นแผนผังความคิด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (20 คะแนน) ลอยตัว ปั้นด้วยกระดาษ ปั้นรูปทรงเรขาคณิต เฉลยใบกิจกรรมที่ 3 กิจกรรมและประโยชน์ของงำนปั้น ปั้นลวดลาย กิจกรรม และประโยชน์ ของงำนปั้น ปั้นเป็นเส้น กิจกรรม ปั้นเป็นแผ่นๆ ปั้นเป็นเรื่องราว ปั้นตามจินตนาการ พัฒนาการ สังเกต พัฒนาความคิดสร้างสรรค์


28 ข้อ เฉลย 1. ก 2. ก 3. ค 4. ก 5. ก 6. ง 7. ข 8. ข 9. ค 10. ก ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน รู้จักท างานเป็นขั้นตอน ประโยชน์ พัฒนากล้ามเนื้อมือ สนุกสนาน เพลิดเพลิน จ าหน่ายเพื่อสร้างรายได้ เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง พื้นฐำนงำนปั้น


29 บรรณำนุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลำงขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ชลูด นิ่มเสมอ. (2551). องค์ประกอบของศิลปะ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช. ณัฐวรรณ ขนชัยภูมิ. (2551). กำรเปรียบเทียบผลของกำรใช้กิจกรรมฝึกประสำท สัมผัสทั้งห้ำในกำรวำดภำพกับกำรปั้นที่มีต่อควำมคิดสร้ำงสรรค์ของ นักเรียนชั้นอนุบำลศึกษำปีที่ 2 โรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน. กรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต(จิตวิทยา การศึกษา) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. นะริน เทพโพธา. (2555). รำยงำนผลกำรใช้เอกสำรประกอบกำรเรียน กลุ่มสำระ กำรเรียนรู้ศิลปะ (สำระทัศนศิลป์) เรื่ององค์ประกอบศิลป์ ชั้นประถมศึกษำ ปีที่ 6. เพชรบูรณ์ : โรงเรียนบ้านห้วยข่อย. นันทนา เพ็งโตวงษ์. (2551). กำรพัฒนำเอกสำรประกอบกำรเรียน เรื่อง กำรวำด ภำพระบำยสี กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ศิลปะ(สำระทัศนศิลป์) ส ำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4 โรงเรียนวัดนิลเพชร. นครปฐม : โรงเรียนวัดนิลเพชร. พูลสวัสดิ์ มุมบ้านเช่า. (2553). ประติมำกรรม. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น. มัย ตะติยะ. (2552). สุนทรียภำพทำงทัศนศิลป์.กรุงเทพมหานคร : วาดศิลป์. ส่งศักดิ์ ปัญญาจิระ. (2553). ผลกำรใช้กิจกรรมกำรปั้นเพื่อเพิ่มควำม คล่องแคล่วของมือในเด็กที่มีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ส านักนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา. (2553). แนวทำงกำรวัดและประเมินผล ในชั้นเรียน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ศิลปะ ตำมหลักสูตรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2544. กรุงเทพมหานคร : ส านักงาน.


30


Click to View FlipBook Version