The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phatcharapha.sing, 2022-10-17 12:57:14

การท่องเที่ยวตามเส้นทางการเรียนรู้ของหลวงพ่อเดิม วัดสระทะเล

ทรัพยากรทางการท่องเที่ยววัดสระทะเล

ทรพั ยากรทางการท่องเทีย่ วตามเส้นทางการเรียนรู้ของหลวงพ่อเดิม

วดั สระทะเล

ตำบลสระทะเล อำเภอพยหุ ะคีรี จงั หวดั นครสวรรค์

จดั ทาโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พัชราภา สิงห์ธนสาร และคณะ

ได้รบั ทนุ สนับสนุนจากสานกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม (สกสว.)
ประจาปีงบประมาณ 2565

1

Contents

คำนำ

ตำบลสระทะเล

ประวตั วิ ดั สระทะเล

เกจอิ ำจำรย์ท่ีสำคญั 

1. พระอุปัชฌายเ์ ทศ จนฺทโชโต.......................................................................................................................14
2. พระราชมงคลวชั ราจารย”์ หรือ พระครูนวิ ฐิ ปุญญากร (หลวงพ่อพฒั น์ ปญุ ญกาโม).............................................20

วดั สระทะเลกบั หลวงพ่อเดิม

ทรัพยำกรทำงกำรท่องเทยี่ ววดั สระทะเล

1. อโุ บสถ....................................................................................................................................................27
2. ศาลาการเปรียญ........................................................................................................................................30
3. วหิ ารหลวงพอ่ เทศ.....................................................................................................................................36
4. กุฏหิ ลวงพอ่ เทศ........................................................................................................................................41
5. สระหลวงพ่อเทศ ......................................................................................................................................41
6. พพิ ิธภณั ฑว์ ฒั นธรรมพ้นื บา้ นสระทะเล ........................................................................................................43
7. โรงลเิ ก....................................................................................................................................................44
8. สระนอก หรือ สระหลวงพ่ออิน..................................................................................................................45
9. เขานอ้ ย ...................................................................................................................................................47

เอกสำรอ้ำงองิ 

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

2

คำนำ

หนงั สอื ทรัพยากรทางการทอ่ งเท่ียวตามเส้นทางการเรียนรูข้ องหลวงพ่อเดิม วัดสระทะเล ตาบล
สระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เล่มน้ีเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพุทธ
ศาสนาและวัฒนธรรม ตามเส้นทางการเรียนรู้ของหลวงพ่อเดิม เพื่อส่งเสริมการเรยี นรู้ตลอดช่วงชีวิต
โดยได้รับทุนสนบั สนุนจากสานักงานคณะกรรมการส่งเสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม (สกสว.)
ประจาปีงบประมาณ 2565 มวี ตั ถุประสงคเ์ พ่ือเผยแพร่องคค์ วามรู้เกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของ
ทรัพยากรการท่องเท่ียว ตามเส้นทางการเรียนรู้ของหลวงพ่อเดิม ณ วัดสระทะเล ส่ชู ุมชน ผู้จัดทาหวัง
เป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลในหหนังสือเล่มน้ีจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงพุทธศาสนาและ
วัฒนธรรมให้กบั ชุมชนสระทะเล และสามารถเป็นแหลง่ เรยี นรขู้ ้อมลู ท้องถิ่นให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

รศ. ดร.พชั ราภา สิงห์ธนสาร และคณะ
มิถนุ ายน 2565

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

3

ประวัติและความเปน็ มาของทรัพยากรการทอ่ งเที่ยววดั สระทะเล

จากการศึกษาประวัติและหลักธรรมตามจริยาวัตรของหลวงพ่อเดิม ทาให้ทราบว่าหลวงพ่อ
เดิมมีความเก่ียวพันกับอาเภอพยุหะคีรีเป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ โยมบิดาของท่านได้ถือกาเนิ ดที่บ้าน
เนินมะกอก (อยู่เลยหมู่บ้านหนองโพไปประมาณสองสถานี) ต่อมาได้แต่งงานอยู่กินกับโยมมารดาของ
หลวงพ่อเดิม ซึ่งเป็นชาวบ้านหนองโพ และพากันย้ายครอบครัวไปอยู่ท่ีบ้านโพ ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเดิม
มีอายุครบบวชได้เข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดเขาแก้ว อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวัน
อาทิตย์ แรม 13 ค่า เดือน 11 ปีมะโรง โทศก ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม 2423 โดยมี หลวงพ่อแก้ว
วัดอินทาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเงิน (พระครูพยุหานุศาสก์) วัดพระปรางค์เหลือง เป็น
พระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้วได้
เดินทางกลับมาจาพรรษาอยู่ ณ วัดหนองโพ เพื่อศึกษาเล่าเรียนตามทางที่พระนวกะเล่าเรียน รวมถึง
พระปริยัติธรรม และคาถาอาคมเบื้องต้น รวมเวลาเรียน 7 พรรษา นับแต่บวชพรรษาแรก จนในท่ีสุดก็
ได้รับการแนะนาให้ไปเรียนพระปริยัติกับหลวงพ่อมี วัดบ้านบน อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์
2 พรรษา จึงได้ย้ายไปเรียนพระปริยัติขั้นสูงกับอาจารย์แย้ม (ฆราวาส) วัดสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี
จังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นได้มอบตัวเป็นศิษย์ของพระอาจารย์นุ่ม วัดเขาทอง อาเภอพยุหะคีรี จังหวัด
นครสวรรค์ เรียนเรื่องการเทศน์การอ่านใบลานเทศน์และทานองเทศน์อันเป็นอักขระภาษาบาลี จน
หมดความรู้ของหลวงพ่อนุ่ม เมื่อหลวงพ่อเดิมได้เรียนปริยัติแล้ว จึงไปศึกษาหาความรู้ทางวิปัสสนา
กรรมฐานกับหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซ่ึงได้รับการถ่ายทอดวิช า
ทางวิปัสสนาคาถาอาคม การปลุกเสกเคร่ืองรางของขลัง ตามท่ีหลวงพ่อเทศ ถนัดทุกประการ รวมถึง
เรียนวิปัสสนากรรมฐานและการเจริญกษิณ และที่แน่นอนคือ “วิชาน้ามนต์จินดามณีสารพัดนึก” กับ
หลวงพ่อเงิน วัดพระปรางค์เหลือง อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ และที่ขาดไม่ได้คือ วิชามีดหมอ
หลวงพ่อเดิมท่านได้ศึกษาวิชานี้ของหลวงพ่อขา วัดเขาแก้ว อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มา
จากหลวงพ่อเทศ ซึ่งในขณะนั้นมีตาแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว ต่อมาขาดทายาทสืบต่อวิชามีด
หมอ หลวงพ่อกัน จากวัดเขาแก้วจึงตามมาศึกษาวิชานี้จากหลวงพ่อเดิมอีกลาดับหน่ึง (ข้อมูลจากการ
สัมภาษณ์)

นับเวลาตั้งแต่หลวงพ่อเดิมอุปสมบท จนกระทั่งเดินทางไปศึกษาวิทยาการในด้านต่าง ๆ
ตลอดเส้นทางการเรียนรู้ของหลวงพ่อเดิม พบว่าอาจารย์ของหลวงพ่อเดิมนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ที่
วัดต่าง ๆ ในอาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสรรค์ โดยพบว่าแหล่งเรียนรู้ของหลวงพ่อเดิมในเขตอาเภอ
พยุหะคีรี ประกอบด้วย 6 ที่ คือ (1) วัดเขาแก้ว ตาบลพยุหะ (2) วัดอินทาราม (วัดใน) ตาบลพยุหะ
(3) วัดพระปรางค์เหลือง ตาบลท่าน้าอ้อย (4) วัดเขาทอง ตาบลเขาทอง (5) วัดสระทะเล ตาบล
สระทะเล และ (6) วัดบ้านบน ตาบลม่วงหัก

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

4

ภาพที่ 1 เส้นทางการเรียนรู้ของหลวงพ่อเดิม
ท่ีมา: https://www.google.co.th/maps/, 2563

ประวัติอำเภอพยหุ ะคีรี

ในสมัยโบราณพยุหะคีรี ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เป็นทางเดินของกองทัพโบราณไม่ว่า
จะเป็นเมืองสุโขทัย หรือกรุงศรีอยุธยา จะต้องยกทัพผ่านทางนี้ เพราะเป็นศูนย์กลางระหว่างเมือง
ไชยนาทบุรี (จังหวัดชัยนาท) และเมืองพระบาง (จังหวัดนครสวรรค์) ซึ่งเป็นที่พักที่ดีสมัยนั้น ข้อมูล
จาก สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอพยุหะคีรี พบว่าพยุหะคีรี เดิมเป็นเมือง ๆ หนึ่งขึ้นอยู่กับจังหวัด
นครสวรรค์ มีหน้าที่เก็บเงินส่วยอากร ผู้มีหน้าที่เก็บส่วยอากรสมัยนั้นชื่อ หลวงภูมิ ได้ตั้งบุตรชายของ
ตนช่ือจันทร์ ขึ้นเป็นเจ้าเมืองพยุหะคีรี มีที่ทาการอยู่ข้างวัดพระปรางค์เหลือง ตาบลท่าน้าอ้อย ต่อมา
ได้ย้ายที่ทาการไปอยู่บ้านสระเศรษฐี ตาบลน้าทรง ตั้งที่ทาการแบบชั่วคราวมีจวนเจ้าเมือง บ้าน
ราชการ เรือนจา (ล้อมด้วยไม้ไผ่) เจ้าเมืองคนต่อมา ชื่อ กัน และ อิ่ม ต่อมามีโจรกลุ่มหนึ่งคุมสมัคร
พรรคพวกประมาณ 40 คน เข้าทาการปล้นจวนเจ้าเมือง สถานที่ราชการ จึงได้ย้ายตัวเมืองพยุหะคีรี
มาตั้งอยู่ที่คลองหลวงพิบูลย์ เมื่อสิ้นอายุเจ้าเมืองอิ่มแล้ว เจ้าเมืองคนต่อมาช่ือปุ้ย ได้ย้ายตัวเมืองมา
ตั้งอยู่ที่บ้านท่าแร่ สร้างที่ว่าการอาเภอพยุหะคีรีขึ้น ณ ตาบลพยุหะ ปัจจุบันที่ว่าการอาเภอพยุหะคีรี
ได้ย้ายมาตั้งฝั่งตะวันออกของสายเอเชีย ณ บ้านเลขท่ี 111 หมู่ที่ 3 ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี
จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2541 อาเภอพยุหะคีรี ประกาศต้ังเป็นอาเภอเมื่อ พ.ศ.2437 ตั้งอยู่
บริเวณเชิงเขาตะเภา หมู่ท่ี 3 ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งพอจะสืบสาวราว
เร่ืองได้จากท่านผู้หลักผู้ใหญ่ หรือนิทานปรัมปราว่าลูกชายเจ้าพ่อสิงห์ หรือเจ้าพ่อเขาสิงห์รักใคร่อยู่กับ

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

5

ลูกสาวเมืองสระเศรษฐี จึงได้จัดขบวนขันหมากใหญ่เท่าภูเขามาตั้งไว้ตามทิศทางต่าง ๆ ทิศเหนือมี
ภูเขาโยง ภูเขาลูกนี้ติดต่อโยงกันเป็นพืด กับแดนทางเหนือเพื่อป้องกันโจรผู้ร้าย ที่จะมาชิงทรัพย์สิน
และขันหมาก ทิศตะวันออกมีเขาปกล้น ทิศตะวันตกมีเขาพระแวง (ขณะนี้อยู่ในเขตอาเภอเมือง
อุทัยธานีคร่ึงหน่ึง) ขบวนขันหมากและผู้คนได้จัดอาหารคาว - หวานที่เขาฝอยทอง เม่ือกินอาหารคาว
หวานกันเสร็จแล้ว ก็นาถ้วยชามไปทาการล้างท่ี บึงกระด่ิง (ในบึงกระด่ิงนี้มีเศษถ้วยชามซ่ึงเป็นของเก่า
จมอยู่ในบึงเป็นจานวนมาก) และได้จัดแก้วแหวน เงินทองซึ่งจะต้องนาไปให้ฝ่า ยเจ้าสาวที่เขาแก้ว
ตาบลพยุหะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เรียกกันว่า เขาแก้ว ตลอดมา เม่ือได้เวลาอันเป็นมงคลจึงได้ทาการส่งตัว
เจ้าบ่าวเจ้าสาว โดยจัดขบวนเจ้าสาวล่องไปตามแม่น้าเจ้าพระยา ทาการส่งตัวเจ้าสาวที่เมืองสระ
เศรษฐี ซึ่งมีชื่อต่อมาจนถึงทุกวันนี้ว่า บ้านสระเศรษฐี ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสืบต่อกันมาเป็นทานองนิยาย
ปรัมปราว่า ถึงวันดีคืนดี คือวันขึ้น 15 ค่า หรือวันธรรมสวนะ จะได้ยินเครื่องสาย มโหรี ปี่พาทย์ ที่
สระเศรษฐีน้ัน

อาเภอนี้มีชื่อประกอบด้วยคาบาลีสันสกฤติสองพยางค์ คือ พยุหะ กับ คีรี คาว่า พยุหะ แปลว่า
ขบวนกองทัพ คาว่า คีรี แปลว่า ภูเขา พยุหะคีรีจึงแปลว่า กองทัพภูเขา หมายถึงการมีภูเขามากมาย
นั่นเอง ตามหลักภาษา คานี้ไม่ต้องประวิสรรชนี (เติมสระอะ) ที่ตัวท้ายของพยางค์แรก แต่ได้ใช้กัน
อย่างนี้มานานแล้ว และยังไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง ที่ไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องเพราะอาจจะถือว่าเป็ น
คานามเข้ากรณียกเว้นได้ ไม่อาจสืบเรื่องราวได้ว่า ใครเป็นผู้ต้ังช่ือน้ี แต่ยอมรับกันว่าเป็นชื่อที่เหมาะสม
เพราะฝ่ังซ้ายแม่นา้ เจ้าพระยา ตอนเหนือ เต็มไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่สลับซับ ซ้อนกันมากมาย ถ้าหาก
มองดี ๆ แล้ว เบื้องบนจะเห็นภูเขาต่าง ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกองทัพที่เคลื่อนพลไปรุกรบ ณ ที่แห่งใด
แห่งหน่ึงได้ทุกขณะ โดยประกอบด้วย ภูเขาลูกน้อยใหญ่เป็นขุนพลนาทัพอยู่เบ้ืองหน้าติดตามด้วยภูเขา
ลูกเล็กลูกใหญ่ ภูเขาลูกเล็กลูกน้อย ซึ่งเปรียบเสมือนพลทัพและนายกอง ภูเขาอันสลับซับซ้อนน้ี ได้
กลายเป็นสัญลักษณ์ของ อาเภอพยุหะคีรี อยู่จนทุกวันนี้ เดิมที่ว่าการ อาเภอพยุหะคีรี ตั้งอยู่บริเวณ
ริมน้า ถนนชิดวารี หมู่ที่ 6 ตาบลพยุหะ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ และมีช่ือเสียงเป็นท่ีรู้จักกันทั่วไปใน
ภาคกลาง คือ บ้านหัวแด่น ซึ่งคล้ายกับ จังหวัดนครสวรรค์ ที่ต้ังอยู่ท่ีปากน้าโพ จึงทาให้ชาวบ้านเรียก
อาเภอนี้ว่า อาเภอหัวแด่น

คาว่า หัวแด่น สืบเนื่องมาจากนิยายปรัมปราเล่าสืบกันมาครั้งโบราณว่าที่เชิงเขาแก้ว อัน
เป็นบริเวณท่ีตั้ง วัดเขาแก้วในปัจจุบัน มีถ้าอยู่ถ้าหน่ึง ถ้าน้ีลึก และยาวไปสุดปลายถ้าที่ริมนา้ เจ้าพระยา
จากคาบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ว่า เม่ือสมัยยังเป็นเด็ก ถ้านี้ยังมีอยู่แต่เดี๋ยวน้ีได้ถูกปิดไปเสียแล้ว มีเรื่อง
เล่าต่อกันมาว่า เมื่อคร้ังกระโน้น ถ้านี้เป็นที่เก็บสมบัติของกษัตริย์โบราณ เช่น เพชร นิล จินดา แก้ว
แหวนเงินทอง แต่ไม่ค่อยมีผู้ใดพบเห็นบ่อยนัก นับว่าเป็นของศักด์ิสิทธิ์ ผู้มีบุญเท่านั้นจึงจะได้เห็น จะ
หยิบฉวยเอาไปเป็นสมบัติส่วนตัวก็ไม่ได้เพราะมีวัวใหญ่ตัวหนึ่งเฝ้าอยู่วัวตัวนี้เล่ากันว่ามีรูปร่างใ หญ่โต
มีลักษณะสง่างาม สีแดง ที่หน้าผากมีสีขาวด่าง ชาวบ้านจึงเรียกว่า วัวแด่น ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น หัว
แด่น ชื่อนี้ได้กลายเป็นชื่อหมู่บ้านใหม่ ที่ต้ังอยู่บริเวณเขานั้น ปัจจุบันท่ีว่าการ อาเภอพยุหะคีรี ได้ย้าย

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

6

ไปเปิดทาการ ณ ที่แห่งใหม่ บริเวณเขาตะเภา หมู่ที่ 3 ถนนสายเอเชีย ตาบล สระทะเล

ตั ้ง แ ต ่ว ัน ที ่ 2 7 เ ม ษ า ย น 2 5 4 1 เป ็น ต ้น ม า (ส ืบ ค ้น ใ น https://district.cdd.go.th/

phayuhakhiri/about-us/ประวัติความเป็นมา/ปี 2563)

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (สืบค้นใน https://th.wikipedia.org/wiki/อาเภอพยุหะคีรี)
พบว่า

 ปี พ.ศ. 2460 ยกฐานะตาบลตาคลี อาเภอพยุหะคีรี ขึ้นเป็น กิ่งอาเภอตาคลี ขึ้นกับอาเภอ
พยุหะคีรี

 วันที่ 11 พฤศจิกายน 2466 ตั้งตาบลหัวหวาย แยกออกจากตาบลหนองโพ

 วันท่ี 26 กรกฎาคม 2480 โอนพื้นท่ีตาบลหนองโพ อาเภอพยุหะคีรี ไปขึ้นกับ กิ่งอาเภอตาคลี
อาเภอพยุหะคีรี

 วันที่ 2 สิงหาคม 2480 ยกฐานะตาบลตาคลี ตาบลหนองสร้อยทอง ตาบลช่องแค ตาบลหัวหวาย
ตาบลหนองหม้อ ตาบลจันเสน และตาบลหนองโพ ก่ิงอาเภอตาคลี อาเภอพยุหะคีรี เป็น อาเภอตาคลี

 วันที่ 22 สิงหาคม 2481 โอนพื้นที่หมู่ 1 บ้านเกาะตานิว (ในขณะนั้น) ของตาบลยางขาว
อาเภอพยุหะคีรี ไปขึ้นกับตาบลโกรกพระ อาเภอโกรกพระ และโอนพ้ืนที่หมู่ 11 บ้านหนองพรมหน่อ
(ในขณะนั้น) ของตาบลยางขาว อาเภอพยุหะคีรี ไปขึ้นกับตาบลเนินกว้าว อาเภอโกรกพระ

 วันที่ 10 มิถุนายน 2490 ตั้งตาบลท่านา้ อ้อย แยกออกจากตาบลพยุหะ

 วันที่ 22 มีนาคม 2492 โอนพื้นที่หมู่ 9 (ในขณะนั้น) ของตาบลม่วงหัก ไปขึ้นกับตาบล
ท่านา้ อ้อย

 วันท่ี 3 สิงหาคม 2499 จัดต้ังสุขาภิบาลพยุหะ ในท้องท่ีบางส่วนของตาบลพยุหะ

 วันที่ 1 มีนาคม 2501 จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตาบลท่านา้ อ้อย ในท้องที่ตาบลท่าน้าอ้อย

 วันที่ 1 พฤษภาคม 2502 เปลี่ยนแปลงเขตจังหวัดนครสวรรค์ กับจังหวัดอุทัยธานี โดยโอน
พื้นที่หมู่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 เฉพาะฝั่งตะวันตกของคลองอีเติ่ง (ในขณะนั้น) กับพื้นที่หมู่ที่ 8 เฉพาะ
ด้านตะวันตกของสันเขาพะแวง ของตาบลน้าทรง ไปข้ึนกับอาเภอเมืองอุทัยธานี

 วันที่ 2 มิถุนายน 2502 โอนพื้นที่หมู่ 7 เฉพาะฝั่งตะวันออกของคลองอีเติ่ง (ในขณะนั้น)
ของตาบลเนินแจง อาเภอเมืองอุทัยธานี ไปตั้งเป็นหมู่ 8 ของตาบลนา้ ทรง โอนพื้นที่หมู่ 8 เฉพาะด้าน
ตะวันออกองสันเขาพะแวง (ในขณะนั้น) ของตาบลเนินแจง อาเภอเมืองอุทัยธานี ไปรวมกับหมู่ 8 ของ
ตาบลยางขาว และโอนพื้นที่หมู่ 9 (ในขณะนั้น) ของตาบลเนินแจง อาเภอเมืองอุทัยธานี ไปตั้งเป็น
หมู่ 9 ของตาบลน้าทรง

 วันท่ี 17 พฤษภาคม 2503 จัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องท่ีอาเภอพยุหะคีรี

 วันท่ี 5 กรกฎาคม 2503 ต้ังตาบลนิคมเขาบ่อแก้ว แยกออกจากตาบลเนินมะกอก

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

7

 วันท่ี 18 กรกฎาคม 2504 ตั้งตาบลเขากะลา แยกออกจากตาบลเขาทอง
 วันท่ี 13 กรกฎาคม 2525 ตั้งตาบลสระทะเล แยกออกจากตาบลย่านมัทรี
 วันที่ 13 ตุลาคม 2537 จัดตั้งสุขาภิบาลท่าน้าอ้อย ในท้องที่บางส่วนของตาบลท่านา้ อ้อย
และตาบลม่วงหัก
 วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลพยุหะ และสุขาภิบาลท่าน้าอ้อย เป็น
เทศบาลตาบลพยุหะ และเทศบาลตาบลท่าน้าอ้อย ตามลาดับ
 วันท่ี 15 กันยายน 2547 ยุบองค์การบริหารส่วนตาบลท่าน้าอ้อย และองค์การบริหารส่วน
ตาบลม่วงหัก รวมกับเทศบาลตาบลท่านา้ อ้อย
 วันที่ 27 มีนาคม 2556 เปลี่ยนแปลงชื่อเทศบาลตาบลท่าน้าอ้อย อาเภอพยุหะคีรี เป็น
เทศบาลตาบลท่าน้าอ้อยม่วงหัก
อาเภอพยหุ ะครี ีแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเปน็ 11 ตาบล 120 หมู่บ้าน ไดแ้ ก่

1) พยหุ ะ 9 หม่บู ้าน
2) เนินมะกอก 11 หมู่บ้าน
3) นคิ มเขาบ่อแก้ว 14 หมบู่ า้ น
4) มว่ งหัก 10 หมูบ่ า้ น
5) ยางขาว 9 หมู่บ้าน
6) ย่านมทั รี 7 หมู่บา้ น
7) เขาทอง 11 หมู่บ้าน
8) ท่าน้าอ้อย 8 หมบู่ า้ น
9) นา้ ทรง 11 หมู่บ้าน
10) เขากะลา 19 หม่บู ้าน
11) สระทะเล 12 หม่บู ้าน

อาเภอพยุหะคีรี ต้ังอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางใต้ของจังหวัดอยู่ห่างจากจังหวัด 28 กิโลเมตร
สาหรับท่ีว่าการอาเภอ ต้ังอยู่ริมถนนสายทางหลวงแผ่นดิน มีพ้ืนที่ท้ังหมด 740.8 ตารางกิโลเมตร หรือ
ประมาณ 462,996 ไร่

ลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์ พ้ืนทโ่ี ดยทั่วไปอาเภอพยหุ ะครี ี ต้ังอยสู่ องฝงั่ แม่นา้ เจ้าพระยา เฉพาะพ้ืนท่ี
ฝ่งั ขวาของแม่นา้ เจา้ พระยาเป็นพ้ืนทรี่ าบ เหมาะแกก่ ารเพาะปลกู และเลี้ยงสัตว์ ส่วนฝงั่ ซ้ายมพี ้นื ทส่ี ว่ นมาก
เปน็ ทรี่ าบสงู ล้อมรอบดว้ ยภูเขา

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

8

ภาพที่ 2 ที่ว่าการอาเภอพยุหะคีรี สมัยรัชกาลท่ี 5 และในปัจจุบัน
ท่ีมา: คณะกรรมการบริหารงานอาเภอพยุหะคีรี, 2560

อาเภอพยุหะคีรีต้ังอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขต
การปกครองข้างเคียง ดังน้ี

ทิศเหนือ ติดต่อกับอาเภอเมืองนครสวรรค์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอาเภอท่าตะโกและอาเภอตากฟ้า
ทิศใต้ ติดต่อกับอาเภอตาคลีและอาเภอมโนรมย์ (จังหวัดชัยนาท)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอาเภอเมืองอุทัยธานี (จังหวัดอุทัยธานี) และอาเภอโกรกพระ

ภาพท่ี 3 แผนท่ีอาเภอพยุหะคีรี รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ท่ีมา: คณะกรรมการบริหารงานอาเภอพยุหะคีรี, 2560

วัดสระทะเล

9

ตารางท่ี 1 รายนามเจา้ คณะอาเภอพยุหะคีรี วัด ปีทีป่ ระจาตาแหนง่
รายนาม วัดพระปรางคเ์ หลอื ง พ.ศ. 2444
พ.ศ. 2451
พระครพู ยหุ านสุ าสน์ (เงิน) วดั บา้ นบน พ.ศ. 2458
พระครพู ยหุ านศุ าสก์ (สทิ ธิ)์ วัดหนองโพ พ.ศ. 2477
พระครนู ิวาสธรรมขนั ธ์ (เดมิ พทุ ฺธสโร) วดั ยางขาว พ.ศ. 2502
พระครูพยหุ านศุ าสก์ (ชิต ชิตจิตโฺ ต) วัดเขาแก้ว พ.ศ. 2523
พระครูนยิ ตุ ต์ธรรมกจิ (บญุ ธรรม ธมมฺ ปปฺ สาโท) วดั เขาแก้ว พ.ศ. 2552
พระครูนทิ ศั นธ์ รรมเวที (ปลด ปยิ ธโร) ป.ธ.5) วัดคลองบางเดื่อ พ.ศ. 2562
พระครปู ภสั สรธรรม (ละมัย ปภสสฺ โร ป.ธ.5) วัดเขาทอง
พระครูนภิ าธรรมวงศ์ (อริยวโส)

คาขวัญประจาอาเภอ
สามหลวงพ่อศักดสิ์ ิทธ์ิ แหล่งผลิตพระเคร่ือง นามกระเด่ืองช่างฝีมือ เลื่องระบอื เกษตรกรรม

ตำบลสระทะเล

ตาบลสระทะเล เดมิ เป็นหมู่บ้านอยูใ่ นตาบลยา่ นมทั รี อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซงึ่ มี

จานวน 18 หมู่บา้ น เมอื่ วันท่ี 20 สิงหาคม 2525 ขอแยกจากตาบลย่านมทั รี เป็นตาบลสระทะเล โดยแบ่ง

หมู่บ้านมาทั้งหมด 11 หมู่บ้าน ปัจจุบันประกอบไปด้วย 12 หมู่บ้าน มีรายชื่อดังน้ี (องค์การบริหารส่วน

ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ สืบคน้ ใน https://www.sratale.go.th/history.php)

หมู่ที่ 1 บา้ นใหม่ศึกษา หม่ทู ี่ 7 บา้ นเนนิ ตะควน

หมทู่ ี่ 2 บา้ นสระทะเล หม่ทู ี่ 8 บา้ นเนินกะสัง

หมู่ท่ี 3 บ้านสระทะเล หมทู่ ี่ 9 บ้านหนองแหน

หมู่ที่ 4 บา้ นวังตะแบก หมูท่ ี่ 10 บ้านเนนิ สนวน

หมู่ท่ี 5 บา้ นหนองเสอื หมูท่ ่ี 11 บ้านธารหวาย

หมทู่ ่ี 6 บ้านเนนิ ตมู หมทู่ ี่ 12 บ้านลบั โลกพฒั นา

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

10

ภาพที่ 4 แผนที่ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์
ที่มา: กศน. ตาบลสระทะเล สืบค้นใน http://nakorns.nfe.go.th/phayuhakhilee/sathale/

index.php/contact/9-basic-information, 2565

บา้ นสระทะเล ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวดั นครสวรรค์ เป็นหมู่บ้านท่ีอุดมไปด้วย
หมแู่ มกไม้และท้องทุ่งนาเขยี วขจี เดิมชอื่ หนองทะเล เพราะมหี นองน้าทก่ี วา้ งใหญ่ไพศาลราวกับทะเลตงั้ อยู่
บริเวณกลางหมู่บ้าน และต่อมาชาวบ้านท่ีอาศัยอยู่รอบ ๆ หนองน้า ได้ร่วมแรงกันทาแนวขอบหนอง
ลักษณะเป็นเหล่ยี มคลา้ ยสระเกบ็ กักน้า จึงเรยี กวา่ “สระทะเล”

สภาพทั่วไปของตาบลสระทะเล มีเน้ือที่ โดยประมาณ 34,018.75 ไร่ หรือ 54.48 ตาราง
กิโลเมตร ราษฏรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ ทานา ไร่อ้อย
ไรข่ า้ วโพด

ประวตั ิวัดสระทะเล

จากหนังสอื วดั ทว่ั ราชอาณาจักร ตามระเบียบ การปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2525 เล่ม 1 ระบุ
ว่า วดั สระทะเล ตั้งอยู่เลขที่ 42 หมู่ท่ี 3 บ้านสระทะเล ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จงั หวัดนครสวรรค์
เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เม่ือวันท่ี 15 พฤษภาคม
พุทธศักราช 2432 และเปิดสอนพระปริยัติธรรมคร้ังแรกในปีพุทธศักราช 2496 พื้นที่ตั้งวัดเป็นท่ีราบสูง
ขนาดเน้ือท่ี 53 ไร่ 2 งาน ตามโฉนดเลขท่ี 9381 และมธี รณสี งฆ์จานวน 1 แปลง เนอ้ื ท่ี 8 ไร่ 18 ตารางวา

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

11

อาณาเขตวดั
ทิศเหนือ: ตดิ ต่อกับที่ดินเลขท่ี 47-49-50 และทางสาธารณะ
ทศิ ใต้: ตดิ ต่อกบั ทีม่ ีครอบครอง
ทศิ ตะวนั ออก: ตดิ ตอ่ กับที่ดินเลขท่ี 43-49-50 และทางสาธารณะ
ทศิ ตะวันตก: ติดตอ่ กับที่มกี ารครอบครอง และทางสาธารณะ

วัดสระทะเลถือกาเนิดจากความศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อหลวงพ่อเทศช่วยกันสร้าง ข้อมูลจาก
รายการ ตามรอยตานาน ตอนหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล จากนิตยสารเปิดโลก วัดสระทะเลแห่งนี้เป็น
สถานที่ที่สืบสานพระพุทธศาสนามาต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะบารมีและพลังความศรัทธาที่
สาธชุ นมีตอ่ หลวงพ่อเทศอยา่ งไม่เปลย่ี นแปลง โดยได้สร้างวดั ด้านทิศใตข้ องหนองนา้ และทาหนองน้าใหเ้ ปน็
สระเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ จึงเปลี่ยนช่ือจากหนองทะเล เป็นสระทะเล ซึ่งเป็นท่ีมาของวัดสระทะเล โดย
หลวงพ่อเทศเป็นผสู้ ร้างวัดสระทะเล

วัดสระทะเล ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สาคัญที่เป็นแหล่งยึดเหนียวจิตใจของชาวบ้านในตาบล
สระทะเล ซ่ึงภายในวัดนอกจากจะมีความร่มรื่นแล้ว ยังมีส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ คือหลวงพ่อเทศ ที่ชาวบ้านต่างให้
ความเคารพนบั ถอื เปน็ อย่างมาก

ภาพที่ 5 ประตูเข้าวัดสระทะเล
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

ได้มีการกล่าวถึงประวตั ิของวัดสระทะเลไวว้ ่า หลังจากหลวงพ่อเทศ ท่านสาเรจ็ การศึกษาวิทยา
อาคมต่าง ๆ จากหลวงพอ่ ขา วัดเขาแก้ว แลว้ ท่านได้ออกจาริกธุดงค์ มาทางบ้านสระทะเล จนกระทั่งมาพบ

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

12

สถานท่ีสงบ วิเวก ริมสระน้าอนั กว้างใหญเ่ หมาะท่จี ะใช้เป็นที่ฝึกฝนวิปัสสนาและบาเพ็ญจิตภาวนา ท่านจึง
ตดั สนิ ใจปักกลดพักแรมที่บรเิ วณริมสระนน้ั เม่ือชาวบา้ นทีเ่ ดินทางผา่ นไปมาเหน็ ว่ามีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่
ในหมู่บ้าน จึงได้ร่วมกันนาภัตตาหารมาถวายและพากันไปสนทนาธรรมกับท่าน ทาให้ได้มีโอกาสสัมผัสถึง
ความมุ่งม่ันตั้งใจในการทาหน้าท่ีรับใช้พระพุทธศาสนา ตลอดจนวัตรปฏิปทาที่น่ายกย่องเลื่อมใสของท่าน
ชาวบา้ นจึงพรอ้ มใจกันนมิ นตใ์ ห้หลวงพอ่ เทศปกั หลักอยู่ทบ่ี ้านสระทะเลตลอดไป และยงั ไดร้ ว่ มกนั จดั สร้างวัด
ขนึ้ เพ่ือให้ท่านได้มีสถานที่จาพรรษาอย่างถาวร หลวงพ่อเทศจึงนับว่าเป็นทั้งผู้มีส่วนสาคัญในการก่อต้ังและ
เปน็ เจา้ อาวาสวัดคนแรกของวัดสระทะเล มีความเกง่ ด้านอาคมขลงั ทางนา้ มนต์ มีวาจาสทิ ธิ์ เช่ียวชาญเร่ือง
วิปัสสนากรรมฐาน หลวงพ่อเทศเป็นเกจิยุคเก่าซึ่งนับเป็นอาจารย์องค์หน่ึงของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
(กศน.ตาบลสระทะเล สบื คน้ ใน http://nakorns.nfe.go.th/phayuhakhilee/SaThale/ index.php/)

ทาเนยี บเจา้ อาวาส

ลาดับท่ี ชือ่ เจ้าอาวาส เวลาครองวดั
พ.ศ. 2432-2454
1 พระอปุ ัชฌายเ์ ทศ จนฺทโชโต ไม่ทราบเวลา
ไม่ทราบเวลา
2 พระอาจารย์ยา พ.ศ. 2454-2466
พ.ศ. 2468-2481
3 พระอาจารย์มา พ.ศ. 2482-2495
พ.ศ. 2496-2544
4 พระอาจารย์หมกึ พ.ศ. 2545-2546
พ.ศ. 2546-ปัจจุบนั
5 พระอาจารยบ์ ัว

6 พระอาจารย์ชัว้ หาสจุ ติ โต

7 พระครูวิวัฒนน์ วกิจ หรือหลวงพอ่ เปรือ่ ง โอวาทเปโม

8 พระอธกิ ารธวิ า กตฺปญุ โญ

9 พระอาจารยจ์ าเนยี ร สริ ธิ ัมโม

ประวตั ิสังเขปเจา้ อาวาสวดั สระทะเล
จากบันทึกของทางวัดผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดสระทะเล มีจานวนทั้งสิ้น 9 ท่าน
ประกอบไปด้วย
1) พระอุปัชฌาย์เทศ จนฺทโชโต เจ้าอาวาสวัดคนแรกที่ปกครองวัดต้ังแต่เมื่อเร่ิมก่อต้ังในปี
พุทธศักราช 2432 มรณภาพเม่อื พทุ ธศกั ราช 2454
2) พระอาจารย์ยา ไม่ปรากฏนามฉายา รับหน้าที่ปกครองดูแลวัดในฐานะเจ้าอาวาสต่อจาก
หลวงพอ่ เทศแตไ่ ม่ปรากฏหลักฐานการเขา้ รบั ตาแหนง่ ว่าเริม่ ตง้ั แตป่ ไี หนและสนิ้ สดุ ลงเมอ่ื ไหร่
3) พระอาจารย์มา ไมป่ รากฏนามฉายา ครองตาแหน่งหลังจากพระอาจารย์ยา ไมม่ ีข้อมูลการ
เขา้ รับตาแหนง่ และระยะเวลาการครองตาแหน่งบันทกึ ไว้เชน่ กัน
4) พระอาจารย์หมึก ไม่ปรากฏนามฉายา ปกครองวัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2454 จนถึง
ปีพทุ ธศักราช 2466

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

13

5) พระอาจารย์บวั นามสกลุ เดิม บญุ ส่ง ไมป่ รากฏนามฉายา ครองตาแหน่ง ตัง้ แต่ปพี ุทธศักราช
2468 ถึงพทุ ธศกั ราช 2481

6) พระอาจารย์ช้ัว หาสุจิตโต นามสกุลเดิมยศสมบัติ ครองตาแหน่ง พุทธศักราช 2482 ถึง
2495

7) พระครูวิวัฒน์นวกิจ หรือหลวงพ่อเปร่ือง โอวาทเปโม นามสกุลเดิม อินชู ครองตาแหน่ง
พุทธศกั ราช 2496 จนถงึ แกม่ รณภาพ เมอื่ วันท่ี 29 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2544

8) พระอธกิ ารธวิ า กตปฺ ญุ โญ ครองตาแหนง่ พทุ ธศกั ราช 2545
9) พระอาจารย์จาเนียร สิริธัมโม เข้ารับตาแหน่งเจ้าอาวาส ปีพุทธศักราช 2546 และได้
ปกครองดูแลวดั มาจนถึงกระท่งั ปจั จบุ ัน

พระอาจารย์จาเนียร ถือกาเนิดท่ีบ้านหนองเสือ ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวัด
นครสวรรค์ โยมบดิ าชอ่ื พอ่ นอ้ ย เขียวเกษม โยมมารดาชื่อ แมช่ ม เขยี วเกษม

อุปสมบท เมื่อปี พ.ศ. 2540 ณ อุโบสถวัดสระทะเล โดยมี พระครูวิวัฒน์นวกิจ หรือ
หลวงพ่อเปรื่อง อดีตเจ้าอาวาสวัดสระทะเล เป็นพระอุปัชฌาย์ พระฉลวย วัด สระทะเล เป็น
พระกรรมวาจาจารย์ และพระครูเสมอ จันทโชโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยได้รับฉายาทางธรรมว่า
สริ ิธมั โม

วทิ ยฐานะ
-จบการศึกษาระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ท่ีโรงเรยี นวดั สระทะเล
-นักธรรมชั้นตรี
กิตติคณุ
ทา่ นเป็นพระนักพัฒนา ศาสนสถานภายในวัดสระทะเลล้วนได้รับการบูรณปฏสิ ังขรณ์ และ
ดาเนินการกอ่ สรา้ งใหม่ในยคุ สมยั ของท่าน สามารถสรุปโดยยอ่ ได้ดังน้ี
พ.ศ. 2547 ดาเนินการบูรณะอโุ บสถ โดยได้ทาการเปล่ียนหลังคาอุโบสถ และหลังคาวิหาร
หลวงพอ่ อนิ บนเขาน้อยใหม่ เนอ่ื งจากของเดมิ ชารุด
พ.ศ. 2549 ไดด้ าเนินการยกพื้นศาลาการเปรียญ (ศาลาหลวพ่อเทศ) ให้สูงข้ึน และทาการ
เปลยี่ นเสาของศาลาการเปรียญจากเสาไม้เปน็ เสาปนู
พ.ศ. 2551 ไดด้ าเนินการกอ่ สรา้ งหอระฆงั ของวดั สระทะเล
พ.ศ. 2552 ได้ดาเนนิ การก่อสร้างศาลาฌาปนกจิ
พ.ศ. 2562 ไดด้ าเนินการกอ่ สร้างศาลาประชุมสงฆ์ หรอื ศาลาปฏิบตั ิธรรม บนยอดเขาน้อย
พ.ศ. 2563 ได้ดาเนนิ การก่อสร้างศาลาหน้าอุโบสถท่ีอยรู่ มิ สระหลวงพอ่ เทศ
พ.ศ. 2565 ได้ดาเนนิ การกอ่ สร้างกาแพงวัด และซมุ้ ประตวู ัดสระทะเล
ซงึ่ ไม่วา่ ท่านจะรเิ ร่ิมทาการก่อสร้าง หรือบูรณปฏิสังขรณ์ ศาสนสถานและศาสนวัตถุใด ๆ
ภายในวัดสระทะเล ก็ล้วนแต่ได้รับการสนบั สนุนจากชาวบา้ นมาโดยตลอด

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

14

เกจิอำจำรย์ทสี่ ำคญั

1. พระอปุ ชั ฌายเ์ ทศ จนฺทโชโต

ข้อมูลจาก ตามรอยตานาน ตอนหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล (สืบค้นใน https://www.daily
motion. com/video/x3u407g)

หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นอีกหนึ่งพระโบราณอาจารย์ที่ไม่ได้รับการบันทึกประวัตคิ วาม
เปน็ มาไว้อย่างแน่ชดั เป็นลายลกั ษณอ์ ักษร ชาตะราวปี พ.ศ. 2374 จากคาบอกเล่าของผู้อาวโุ สที่อาศัยอยู่
ในละแวกใกล้เคยี งกบั วดั สระทะเล หลวงพ่อเทศมีพ่ีน้องรว่ มสายโลหิตเดียวกัน 6 คน ท่านเป็นบุตรคนท่ี 3
คาดคะเนชาติภูมิของท่านได้ 2 แนวทางด้วยกันคือน่าจะเป็นชาวบ้านหนองบัว อาเภอชุมแสง จังหวัด
นครสวรรค์ หรือไมท่ ่านก็เปน็ บุตรของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่ีอพยพมาตั้งรกรากบ้านเรือนอยู่ที่
บ้านสระทะเล ในอาเภอพยุหะคีรี แต่ทั้งนที้ ัง้ น้ันบอกเลา่ มาตรงกัน ทา่ นอปุ สมบทที่วัดเขาแก้ว หลวงพอ่ ขา
เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากท่ีท่านบวชแล้วท่านไดศ้ ึกษาวิชาจากหลวงพ่อขา วดั เขาแก้ว ซ่งึ เป็นศิษย์ผู้สืบ
ทอดพทุ ธาคมจากหลวงพ่อเฒ่ารอด ปรมาจารยผ์ กู้ ่อตัง้ วดั หนองโพอีกที

หลวงพ่อเฒา่ รอดปรมาจารย์ผสู้ ร้างวัดหนองโพ เป็นมหาเถระผคู้ งแกเ่ รยี นและวิชาอาคมข้ันสูง
หลวงพ่อเฒา่ รอดน้มี อี ายยุ นื ยาวนานถงึ 120 ปี ชาวบา้ นจึงเรียกวา่ หลวงพ่อเฒ่า ทา่ นเปน็ คนกรุงเกา่ หนีมา
ในสมัยกรงุ ธนบุรี ตามพระภกิ ษกุ นุ มาอยทู่ เ่ี ขาทองได้นาพาโยมอุปัฏฐาก 7 ครวั เรอื น ยกขบวนมาสร้างบ้าน
หนองโพ ท่านเป็นผคู้ งแก่เรยี นสอนหนงั สอื ทว่ี ดั หนองโพจนมีชื่อเสยี งมลี ูกศษิ ยม์ ากมายท่านเปน็ พระบวชมา
ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี สอนทั้งบาลีและภาษาไทย ภาษาขอม และวิปัสสนากรรมฐานอักขระเลขยันต์
คาถาอาคม และแพทย์แผนโบราณ เรียกว่ามีคามรู้ทันสมัยที่สุดในสมัยน้ัน ชาวต่างถ่ินมาเป็นศิษย์ มีทั้ง
พระภิกษแุ ละฆราวาส ลูกศษิ ยท์ ีเ่ ป็นคณาจารย์มีชื่อเสยี งปรากฏเกียรติคณุ ของหลวงพ่อเฒา่ รอด ได้แก่

1) หลวงพอ่ ขา วัดเขาแก้ว อาเภอพยหุ ะคีรี จังหวดั นครสวรรค์
2) หลวงพอ่ สุข วัดยางตาล อาเภอโกรกพระ จงั หวดั นครสวรรค์
3) หลวงพอ่ ปาน วดั ทา่ ช้าง อาเภอมโนรมย์ จงั หวดั ชยั นาท
หลวงพ่อขา วดั เขาแก้ว อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มีศษิ ยท์ ี่มีช่ือเสียง คือ
1) หลวงพอ่ เทศ วัดสระทะเล ตาบลสระทะเล จงั หวัดนครสวรรค์
2) หลวงพ่อเงนิ (พระครูพยุหาศาสก์) วดั พระปรางคเ์ หลือง ตาบลทา่ นา้ อ้อย จงั หวัดนครสวรรค์

หลวงพ่อเทศ มีลูกศิษย์หลายคน เช่น หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หลวงพ่ออิน วัดหางน้า
หนองแขม หลวงพอ่ โหมด วัดโคกเดื่อ และหลวงพอ่ หมกึ วดั สระทะเล เปน็ ตน้

ในสมัยรัชกาลที่ 5 คร้ังนึงท่านได้เสด็จในการส่วนพระองค์มากราบพ่อขรัวอุปัชฌาย์เทศ ณ ท่ี
วดั สระทะเล ตรงกับในปี พ.ศ 2450-2451 และรัชกาลท่ี 5 ได้นิมนต์พอ่ ขรวั อุปัชฌายเ์ ทศ และ หลวงปศู่ ุข
วดั ปากคลองมะขามเฒ่า เดนิ ทางไปที่บงึ บอระเพ็ด เพื่อทาพิธีสะกดเหล่า จระเข้านับหมน่ื ในบงึ เพ่อื ไมใ่ ห้
ออกอาละวาดทารา้ ยชาวบ้าน

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

15

ภาพที่ 6 ภาพหลวงพ่อเทศ 1
ท่ีมา: สมาคมผู้นิยมพระเคร่ืองพระบชู าไทย, 2565

อภนิ ิหารของหลวงพอ่ เทศ
1) หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เป็นพระอาจารย์ผูถ้ ่ายทอดวิชาทามีด
ให้หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว หลวงพ่อเทศเป็นศิษย์หลวงพ่อขา วัดเขาแก้ว
อาเภอพยุหะคีรี ซึง่ หลวงพ่อขา วดั เขาแกว้ เปน็ ศิษย์สืบทอดพุทธาคมมาจากหลวงพ่อเฒา่ รอด ปรมาจารย์
ผ้สู รา้ งวัดหนองโพ แต่ท่านไม่ได้สร้างเหรียญวตั ถุมงคลเลย ทุกเหรียญถูกสร้างภายหลังท่านมรณะทัง้ สิ้น
แต่เร่ืองความขลงั มีเรื่องเล่าวา่ ทางวดั สระทะเลไดส้ ร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อเทศขึ้นจานวนหนึ่ง แล้ว
นาไปให้หลวงพ่อเดิมปลุกเสกเพ่ือให้เกิดความขลัง เม่ือเอาเหรียญท้ังหมดห่อผ้าขาววางไว้บนพานนาไป
ถวายท่าน หลวงพ่อเดิมรับมาแล้วไม่ได้แก้ห่อออก ท่านกลับยกขึ้นเหนือศีรษะท่านแล้วส่งคืน กาชับว่า
“ของดีแล้ว ไม่ต้องปลุกเสกเลยดีอยู่ในตัว” ทั้ง ๆ ท่ีกรรมการวัดก็ไม่ได้บอกท่านว่าเป็นหลวงพ่อเทศ
กรรมการวัดไม่เช่ือนากลับไปลองยิง ปรากฏว่า ปืนด้านหมด (กศน.ตาบลสระทะเล สืบค้นใน
http://nakorns.nfe. go.th/phayuhakhilee/ SaThale/index.php/)
2) หลวงพ่อเทศเป็นหน่ึงในพระนักปฏิบตั ิที่สามารถฝึกวปิ ัสสนากรรมฐานจนไดอ้ ภิญญาข้ันสูง
ท่านสามารถใช้อานาจในการควบคมุ กษิณท้ัง 4 ด้าน ได้แก่ ดิน น้า ลม ไฟ ไดอ้ ย่างนา่ อัศจรรย์ ท่านเป็น
พระอภิญญาจารย์ท่ีมีจิตตานุภาพแรงกล้าและยังมีสายตาคมกริบและทรงพลัง กระทั่งไม่มีใครหาญกล้า
พอที่จะมองสบตาดว้ ย เพ่ือใหค้ นรอบขา้ งและญาตโิ ยมที่มาทาบญุ ทีว่ ดั เกิดความสบายใจหลวงพ่อทา่ นจึงนง่ั
หลับตาบาเพ็ญจิตภาวนาอยู่เสมอ เวลาพบเจอจะได้ไม่ตอ้ งหวาดหวัน่ ครั่นคร้ามตอ่ สายตาดังคมปราบของ
ทา่ น มีเรอื่ งเล่ากนั วา่ ในการจดั งานทาบุญของวัดสระทะเลคร้งั หนง่ึ ทางวัดไดจ้ ัดมหรสพลเิ กมาเลน่ ใหค้ วาม
บนั เทิงกับชาวบ้านที่มาร่วมงาน ซ่ึงหลวงพอ่ เทศท่านกไ็ ด้มานั่งรอชม เม่ือการแสดงเริ่มข้ึนหลวงพ่อทา่ นก็

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

16

ลมื ตาขึน้ มาดูปรากฏว่าลิเกผู้ทีก่ าลงั ร้องราไปตามบทละครน้ันถึงกับนิง่ งนั ในท่าเดิมท่ีกาลงั แสดงอยูพ่ กั ใหญ่
ไม่ยอมเคล่ือนไหวใด ๆ จนกระทั่งหลวงพ่อเทศท่านหลับตา การแสดงจึงค่อยดาเนินต่อไปอย่างราบร่ืน
เรื่องราวทเ่ี กิดขึน้ แสดงให้เหน็ ว่า แม้ว่าหลวงพ่อทา่ นจะไม่ไดบ้ ริกรรมคาถาหรือภาวนาจิตเพื่อส่อื พลังไปยัง
ผู้อ่ืน แต่แค่ท่านลืมตาขึ้นมามองก็สามารถทาให้ผ้ทู ี่มองตอบสายตาของท่านเกิดอาการไม่เป็นปกติขึ้นได้
เนื่องจากมีวิชาและความสามารถอยู่ในระดบั สูง หลวงพ่อเทศจงึ มักได้รับการนิมนต์ให้เป็นพระอุปัชฌาย์
สาหรบั ผู้ทต่ี ้องการบวชเขา้ มาเพอ่ื รบั ใช้พระพทุ ธศาสนาหลายตอ่ หลายคน อกี ท้ังยังมีผทู้ ี่มาฝากตวั เปน็ ศิษย์
ตอ่ ท่านเพ่ือขอร่าเรียนวิชาจากทา่ นมากมาย

3) ภาพของหลวงพอ่ เทศท่ีเหน็ กันมักเปน็ ภาพทท่ี ่านนั่งหลับตาเสมอ การจะถา่ ยภาพหลวงพ่อ
ลมื ตาได้น้ันตอ้ งมกี ารบอกกล่าวหรือขออนญุ าตหลวงพ่อก่อน การท่ใี ครจะลักลอบถ่ายภาพหลวงพ่อขณะที่
ลืมตาหรือในวัตรปฏิบัติอ่ืน ๆ ไม่มี และเป็นไปไม่ได้ด้วยมีเรื่องเล่ากันว่า ในขณะที่ถ่ายรูปเหมือนแล้ว
หลวงพ่อเผลอลมื ตาขึ้นมา ระบบต่าง ๆ ดับหมด

ภาพท่ี 7 ภาพหลวงพ่อเทศ 2
ที่มา: สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบชู าไทย, 2565

4) หลงั จากท่หี ลวงพอ่ เทศท่านมรณภาพ ทางวัดสระทะเลก็ไดจ้ ัดสรา้ งรูปจาลองขนาดเทา่ องค์
จริงมาประดิษฐานท่ีวิหารหลวงพ่อเทศเพ่ือให้ประชาชนได้สักการะบูชา โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าน้ามนต์ที่
หน้ารปู หล่อของท่านมีความศกั ด์ิสทิ ธิส์ ามารถรกั ษาโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างชงดั ส่วนเถา้ ธูปเทียนบูชาทีห่ น้า
รูปหลอ่ ก็มคี าบอกเลา่ ตอ่ กนั มาวา่ นาไปตม้ ดม่ื เปน็ ยารักษาโรคภัยไขเ้ จบ็ ได้เช่นกัน

5) ทา่ นได้ถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ ให้กบั สาธารณชนและศิษย์ยานุศิษย์มากมาย แต่ว่าท่านกลับไม่
เคยสร้างวัตถุมงคลหรือว่าเคร่ืองรางของขลังใดเพ่ือเป็นอนสุ รณ์ใหค้ นรนุ่ หลังไดน้ ึกถึงตัวท่าน เหตุผลนี้เอง
จึงทาให้เราไม่ค่อยได้ยินช่ือของหลวงพ่อเทศนักทั้ง ๆ ที่ท่านถือได้ว่าเป็นพระอรหันต์อีกรูปหน่ึงท่ีมี
ความสาคัญตอ่ พทุ ธศาสนา แมห้ ลวงพ่อเทศจะไม่เคยมพี ธิ ีจัดสรา้ งและปลกุ เสกวัตถมุ งคลเคร่อื งรางของขลงั
อย่างย่ิงใหญ่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าท่านไม่เคยทาของต่าง ๆ แบบน้ันไว้ เพราะจากการที่ได้ศึกษาข้อมูลพบว่า
หลวงพ่อเทศทา่ นกเ็ คยปลกุ เสกวตั ถุมงคลแจกจ่ายให้กับบรรดาลกู ศิษย์ผู้ใกล้ชดิ เชน่ กนั ซง่ึ วัตถมุ งคลที่ท่าน

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

17

เคยสรา้ งไวก้ อ็ ยา่ งเชน่ พิรอดแขนและแหวนพิรอด เป็นตน้ และวตั ถมุ งคลสูตรพิเศษที่หลวงพอ่ ปลุกเสกที่มี
ช้นิ เดียวเท่าน้นั และแน่นอนวา่ ไม่มวี ันหาวัตถุมงคลแบบนีไ้ ดจ้ ากพระอาจารย์ทา่ นใดอีกแล้ว สงิ่ ของท่ีวา่ น้ัน
คือไม้ไผศ่ กั ด์ิสทิ ธทิ์ ี่มลี กั ษณะพเิ ศษกว่าไม้ไผ่ธรรมดาคอื แทนทจ่ี ะมลี าตน้ เป็นปลอ้ งตรง ๆ อย่างไผท่ ั่วไป ไผ่
ลานี้มีลักษณะลาต้นบิดเป็นเกลียวขนึ้ ไปถงึ ยอด โดยในปจั จุบันผูท้ ่มี ีบุญวาสนาไดค้ รอบครองดูแลของวเิ ศษ
ช้นิ น้ีอยกู่ ็คือวงศ์ตระกูลหงส์ลดารมภ์ ซ่งึ เป็นตระกูลคหบดีท่ีย่ิงใหญ่ระดับประเทศตระกูลหนง่ึ เลยก็ว่าได้
สาหรบั ประวัตคิ วามเปน็ มาของไมไ้ ผศ่ ักด์สิ ิทธน์ิ ี้ มีเรอ่ื งเลา่ สบื ทอดกนั มาวา่ ในขณะที่หลวงพอ่ เทศพรอ้ มพระ
ลูกวัดและศิษย์อีก 2 คน กาลงั เดินทางกลับจากการไปร่วมอุปสมบทของนาครูปหนึ่ง เมื่อถึงกลางทางนั้น
คณะและหยดุ พกั รบั ประทานอาหารท่ีไดร้ บั การถวายมาจากเจา้ ภาพงานเพ่ือเปน็ การแก้กระหายในระหว่าง
น้ันหลวงพ่อเทศท่านเหลือบไปเห็นกอไผ่อยู่ก็หน่ึงซึ่งมีลักษณ ะประหลาดลานึงขึ้นปะปนอยู่ภายในกอ
หลวงพ่อท่านจึงเอ่ยว่าไม้ไผ่ลานี้ดีนักใครมีไว้บูชาจะเกิดโชคลาภและกันไฟได้ จากน้ันท่านจึงให้ลูกศิษย์
ชว่ ยกันตัดไผล่ าน้ันแล้วนากลับมายังวัด วนั รุ่งขนึ้ หลวงพ่อเทศได้เรียกลกู ศษิ ย์ทตี่ ิดตามไปงานบวชด้วยกัน
มาหาและสั่งให้เดินทางกลับไปยังจุดท่ีพักทานอ้อยกันเม่ือวานนี้โดยให้มองหากองกากอ้อยท่ีกินไว้เป็นที่
หมาย เมือ่ เดนิ ทางไปถึงบริเวณทมี่ กี องกากออ้ ยแลว้ กลับไม่เหน็ แนวกอไผ่ที่จดั ขึ้นเมอ่ื วนั ก่อนหลงเหลืออยู่
เลยทั้งหมดจึงเดนิ ทางกลบั มารายงานให้หลวงพ่อเทศฟงั ด้วยความประหลาดใจ แต่หลวงพ่อเทศ ท่านไม่มี
ทา่ ทีติดใจสงสัยและไม่พดู อะไรไดแ้ ต่ย้ิมเป็นเลสนยั พวกลูกศษิ ย์จงึ พากนั รบเร้าให้ท่านไขขอ้ กังขาเก่ียวกับ
กอไผ่ให้กระจา่ ง ซึ่งท่านก็เล่าใหฟ้ ังว่ามันเป็นของดีจากเมืองลับแล ตั้งแต่น้ันมาก็ยังไม่พบวา่ มีไผ่ลักษณะ
ประหลาดแบบนข้ี ้นึ อยู่ ณ ทีใ่ ดของประเทศอีกเลย คาเฉลยของหลวงพ่อเทศทีว่ า่ กอไผ่นัน้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์
จากเมอื งลับแลแมจ้ ะไมส่ ามารถพิสจู น์ไดแ้ ตก่ ็ยงั ไมม่ คี าอธิบายใดทจี่ ะบอกเลา่ ท่มี าท่ไี ปของกอไผ่ดงั กลา่ วได้
ดีไปกวา่ นัน้ อีกแลว้

6) คร้ังหน่ึงมีชาวจีนไปขอน้ามนต์หลวงพ่อเทศ เมื่อไปถึงก็ตรงเขา้ ไปกราบหลวงพ่อเทศ แล้ว
หลวงพ่อเทศก็คุยอยู่นานพอสมควร ชาวจีนคนน้นั จะลากลับ จึงกล่าวนิมนต์หลวงพ่อเทศทาน้ามนต์ หลวง
พอ่ เทศตอบวา่ ทาแล้วเอาไปได้ชาวจนี นั้นไม่เหน็ หลวงพ่อเทศทานา้ มนตเ์ ลยได้แต่นง่ั คยุ อยู่เทา่ นั้น แต่ก็มิได้
ทักท้วงอย่างใด จึงกราบลาหลวงพ่อเทศแล้วห้ิวกระบอกนา้ เดนิ ออกไป พอเดินไปพ้นเขตวัดแล้วก็นึกไดว้ ่า
หลวงพ่อไม่ได้ทาน้ามนต์ให้จะหิ้วน้ากลับไปก็หนักเปล่า ๆ จึงเทน้าน้ันเสีย ปรากฏว่าเทน้าไม่ออกจาก
กระบอกนา้ ทาให้ชาวจีนคนนนั้ มคี วามเลอ่ื มใสมาก และบอกเล่าต่อ ๆ กันไปจนเป็นทีเ่ ลือ่ งลือกันทว่ั ไป

7) ครั้งหนึ่งท่ีตาบลพยุหะ เกิดอหิวาตกโรคระบาดทาให้ผู้คนตายเป็นจานวนมาก ชาวบ้าน
พยุหะไปรับรปู หล่อเหมือนหลวงพอ่ เทศองคป์ ัจจบุ ันนี้มาแห่ ปรากฏว่าฝนตกลงมามากมาย เป็นท่ีอัศจรรย์
มาก เพราะขณะนัน้ เป็นฤดูแล้งนบั ตัง้ แต่วันนั้น อหวิ าตกโรคกห็ ายไปอย่างปลดิ ทิง้ เลย ผูค้ นกลับมาอยบู่ ้าน
อย่างเป็นสขุ ตลอดมา

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

18

วัตถมุ งคลหลวงพ่อเทศ
วตั ถุมงคลที่หลวงพ่อเทศท่านได้ทาการปลุกเสกด้วยตัวของท่านเองแม้จะมีจานวนที่น้อยมาก
แตว่ ่าภายหลงั จากท่หี ลวงพอ่ เทศท่านไดม้ รณภาพลงไปแล้วไดม้ ีผู้จดั สรา้ งวตั ถุมงคลประเภทเหรียญและรูป
เหมือนของท่านออกมาให้ได้เช่าบูชาและเก็ บสะสมกันซึ่งก็ ได้รับความนิยมจากสาธุชนและนัก สะส ม
มากมาย สาหรับวัตถุมงคลประเภทรูปถ่ายของหลวงพ่อเทศที่มีให้เห็นส่วนใหญ่จะเป็นภาพขณะท่ีท่าน
ออกไปงานบุญตามหมู่บ้านต่าง ๆ และรปู ท่ที ่านถ่ายคกู่ ับหญิงชายคู่หนง่ึ ฝา่ ยหญิงแตง่ ตัวโบราณส่วนฝา่ ย
ชายน่งุ โจงกระเบนและไม่สวมเสอ้ื ทัง้ ยงั ถอื มีดดาบในมือ ผู้ทีค่ รองภาพดังกลา่ วนสี้ ่วนใหญเ่ ปน็ กลมุ่ คนทบี่ อก
ว่าเป็นเครือญาติของหลวงพ่อเทศ ส่วนภาพเขียนพิมพ์สอดสีที่มักจะพบเห็นภายในชุมชนบ้านสระทะเล
สันนิษฐานว่าเป็นภาพที่ถูกพิมพ์ขึ้นราวปีพุทธศักราช 2480 เป็นภาพหลวงพ่อเทศในวัยชรานั่งหลับตา
บริกรรมคาถาดูน่าเล่ือมใส ส่วนบนของภาพเป็นอักขระขอมถอดความภาษาไทยได้ว่า “เมตตา กรุณา
มุทิตา อเุ บกขา ไมตรี จิตตัง นักขา อาคจั ฉายะ อาคจั ฉาหิ ติวะตัพโพ โมทะติ” เป็นคาถาที่ได้รับความ
นยิ มในหมเู่ ซียนพระและผเู้ คารพบูชาหลวงพ่อเทศเช่ือกันว่าได้สวดภาวนาคาถานีเ้ ป็นประจาทุกค่าเช้าจะ
ช่วยนาพาสิริมงคลและโภคทรัพย์มาสู่ตัวทั้งยังสามารถช่วยให้ได้พบพระศรีอาริยเมตไตรยอีกด้วย ส่วน
ด้านล่างของภาพเขียนไว้ว่าขอเชิญท่านทายก อุบาสก อุบาสิกา บริจาคทรัพย์นับเข้าไปฝังไว้ใน
พระพุทธศาสนาเพราะขรัวอปุ ัชฌายเ์ ทศวัดสระทะเล เรม่ิ งานกอ่ สรา้ งวหิ ารไมส้ าเร็จสมความปรารถนาขอ
เชญิ ทา่ นรบั เอารปู ไวบ้ ูชารูปละ 1 บาท 1 บาท ในสมัยเกอื บ 80 ปีที่แลว้ ถอื ไดว้ ่าเป็นมูลค่าท่สี ูงอย่างมาก
แสดงให้เห็นว่าผู้คนในสมัยน้ันให้ความเคารพศรัทธาและประเมินค่าภาพเขียนของท่านไว้อย่างสูงเลย
ทเี ดียว ต่อมาในปพี ุทธศักราช 2495 ทางคณะกรรมการวัดสระทะเลได้มีการพิมพ์ภาพหลวงพอ่ เทศขึ้นอีก
ครง้ั โดยมีลกั ษณะเหมือนภาพเดมิ ที่ตพี ิมพ์เมื่อปพี ทุ ธศกั ราช 2480 แต่เปลย่ี นแปลงข้อความใต้ภาพเป็นรูป
หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์เทศ วัดสระทะเล ตาบลสระทะเล อาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ พิมพ์เมื่อ
พุทธศกั ราช 2495 ซ่ึงได้รบั ความนิยมจากนักสะสมและลูกศิษย์ลูกหาท่ีชืน่ ชมบชู าทา่ นเป็นการสว่ นตวั ไม่
แตกต่างจากรูปดั้งเดิมเลยแม้แต่น้อย นอกจากการนาภาพหลวงพ่อเทศมาตีพิมพ์ใหม่แล้ว ในสมัยพระ
อาจารย์ชั้ว หาสุจิตโต ดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระทะเล ท่านและคณะกรรมการของวัดยังได้มีการ
จดั ทาเหรยี ญรูปเหมือนของหลวงพ่อเทศขึน้ มาจานวนหนึง่ เหรยี ญรปู เหมอื นหลวงพอ่ เทศทีส่ ร้างขน้ึ ในสมัย
พระอาจารยช์ ้วั เป็นเจ้าอาวาสนัน้ เปน็ เหรยี ญป๊ัมรูปเสมาขนาดเลก็ มหี ูในตวั ดา้ นหนา้ เหรยี ญเปน็ รปู หลวงพอ่
เทศน่ังสมาธิ เข้าใจว่าจาลองแบบมาจากภาพเขียนและบรรจุหัวใจนวหรคุณ อสังวิสุโล ปุสะพุภะ ส่วน
ด้านหลงั จารึกคาถาบชู าหลวงพอ่ เทศแบบเดียวกบั ทอ่ี ยดู่ ้านบนภาพเขียน เม่อื แรกสร้างเสร็จใหม่ ๆ ทางวัด
นาไปขอให้หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพทา่ นปลุกเสกเมื่อทา่ นรับห่อเหรยี ญไปแลว้ ยงั ไม่รู้วา่ เหรียญท่ีบรรจอุ ยู่
ภายในน้ันเป็นของใครแต่ท่านกย็ กห่อเหรียญข้ึนเหนือศรี ษะสักพักจากน้ันก็ยื่นคืนให้แกผ่ ู้นามาพร้อมกับ
บอกว่าเหรยี ญหลวงพ่อท่านดีอยแู่ ลว้ ไม่ต้องปลกุ เสกเลยดีอยใู่ นตวั เหรียญหลวงพอ่ เทศร่นุ นี้จึงนับว่าเป็น
เหรียญรุน่ เดียวในเมืองไทยท่ีมีความเข้มขลังท้ังที่ไม่ได้ผ่านพิธีการปลุกเสกแต่อย่างใด ต่อมาราวปี 2531
และสมัยท่ีพระครวู ิวัฒน์นวกจิ เปน็ เจ้าอาวาสวัดสระทะเลก็ไดส้ รา้ งวตั ถุมงคลหลวงพ่อเทศข้นึ อกี เป็นครัง้ ที่

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

19

2 โดยครั้งน้ีมีการเชิญพระเกจิอาจารยช์ ่ือดงั หลายรูปมาน่งั ทาพิธีปลุกเสกในพระอุโบสถ วดั สระทะเล วตั ถุ
มงคลที่จดั สร้างขน้ึ คราวน้นั ประกอบไปด้วย เหรยี ญรูปไข่ แหวน ลอ็ กเกต็ รปู หล่อจาลองหลวงพ่อเทศ หน้า
ตักขนาด 5 นว้ิ ท่ีทาจากโลหะทองเหลอื ง และขนาดหน้าตัก 1 น้ิว ทั้งแบบมีกร่ิงและไม่มกี รง่ิ ซึ่งมีทัง้ เน้ือ
เงิน เนื้อมันปู รวมไปถึงเน้ือนวโลหะ ล่าสุดเมื่อปีพุทธศักราช 2552 พระอาจารย์จาเนียร สิริธัมโม
เจ้าอาวาสวัดคนปัจจุบันได้นาไม้เสากุฏิของหลวงพ่อเทศมาผ่านกรรมวิธีแกะสลักด้วยเลเซอร์เพ่ือให้
กลายเป็นรปู เหมือนของหลวงพ่อเทศ และเศษไม้ที่เหลือก็ทาเป็นรูปใบโพธิส์ าหรับแจกใหก้ ับผู้รว่ มทาบุญ
ทอดกฐินสามัคคีซง่ึ ถอื วา่ เป็นผู้มีอุปการคุณกบั ทางวัด จึงได้จดั ของท่ีระลกึ ให้ไปแขวนคุ้มครองไวท้ ี่หน้ารถ
นอกจากหลวงพ่อเทศจะเป็นท่ีเคารพและศรัทธาของชาวเมืองพยุหะครี ี และชาวบ้านตาบลสระทะเลแล้ว
ท่านยังเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจอันสูงสุดของคนในพ้ืนที่ถงึ ขณะที่มีการนาชื่อของท่านไปเป็นคาเรมิ่ ต้น
ของคาขวญั ประจาตาบลสระทะเลที่ว่า หลวงพ่อเทศศักดิ์สิทธิ์ แหล่งผลิตขา้ วนาปี การละเล่นพ้ืนบ้านช้ัน
เลศิ ตน้ กาเนดิ เต้นการาเคยี ว และหน่ึงเดยี วกลองยาวประยุกต์

หลวงพ่อเทศเปน็ พระที่ไมอ่ อกบิณฑบาตแตเ่ ป็นพระทช่ี อบใส่บาตร คือ ตอนเช้าพระในวดั ออก
บณิ ฑบาตหลวงพอ่ เทศจะนาขา้ วไปคอยใส่บาตรที่หน้าวดั ตอนพระกลับจากบณิ ฑบาตทกุ วนั

ตะกรดุ ไมไ้ ผ่

มดี หมอ

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

20

รูปถา่ ยเลก็ ขนาดห้อยคอ
ภาพที่ 8 วัตถุมงคลหลวงพ่อเทศ
ที่มา: สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย, 2565

มรณภาพ
หลวงพ่อเทศมรณภาพท่ีวัดสระทะเล มรณะราวปี พ.ศ. 2454 สิริอายุราว 80 ปี ชาวบ้าน
สระทะเลเกบ็ ศพไว้บาเพ็ญกุศลเป็นเวลา 1 ปี จงึ ได้จัดงานทาศพข้ึน ในการจดั งานศพหลวงพ่อเทศ ไดม้ ีคน
แปลกหน้ามาแสดงกลในงาน และที่กลแสดงออกมานน้ั ล้วนแตเ่ ปน็ อาหารที่นาไปเลย้ี งคนท่มี าในงานไดท้ ั่ว
หน้าอย่างเหลือเฟือตลอดงาน พอเสร็จงานแล้วปรากฏว่าผู้แสดงกลหายไป โดยไม่มีใครพบเห็นเลย
ชาวบ้านโจทย์ขานกันวา่ เป็นชาวลับแลมาเล้ียงอาหารในงาน ในวันประชุมเพลิงปรากฏว่าชาวบ้านแย่งอัฐิ
กนั จนไฟดับและบางคนถงึ กับกลืนกินอัฐิของหลวงพ่อเทศเขา้ ไปเลย
มีเร่ืองเล่าขานถึงตอนก่อนท่ีหลวงพ่อเทศจะมรณภาพว่า หลวงพ่อเทศได้ส่ังให้หลวงพ่อเดิม
หลวงพอ่ อนิ และหลวงพอ่ หมกึ วา่ ในปีจอถัดไปจะมลี ูกหลานของทา่ นมาเกิด มาเพ่ือรับใช้พระพทุ ธศาสนา
ไปจนตลอดอายุขัย ลูกหลานคนนจ้ี ะมาสืบทอดกรรมฐาน และพุทธาคมทีท่ ่านได้ถ่ายทอดเอาไว้ ขอให้ลูก
ศษิ ยท์ ุกคนชว่ ยกันอบรมสง่ั สอนถา่ ยทอดวชิ ากรรมฐานและพุทธาคมใหด้ ้วย ซ่ึงคนทห่ี ลวงพ่อเทศกลา่ วถงึ ก็
คือ หลวงปู่พฒั น์ วดั ห้วยด้วน นัน่ เอง

2. พระราชมงคลวชั ราจารย์ หรอื พระครนู วิ ฐิ ปญุ ญากร (หลวงพอ่ พฒั น์

ปญุ ญกาโม)

หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม วัดห้วยด้วน (ธารทหาร) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ข้อมูลจาก
นิตยสารเปิดโลก โดยคนเลน่ ของ /ต.เด็กวัด เรียบเรียง (สืบค้นใน) ผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อเทศ วัด
สระทะเล (เป็นเหลนแทๆ้ ) ผา่ นหลวงพอ่ เดิม วัดหนองโพ หลวงพ่ออิน วดั หางน้าหนองแขม หลวงพอ่ หมึก
วัดสระทะเล (เปน็ หลาน) และหลวงพ่อโหมด วดั โคกเด่อื

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

21

คาทานายของหลวงพอ่ เทศ
หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล ได้สั่งหลวงพ่อเดิม หลวงพ่ออิน และหลวงพ่อหมึกว่า ให้ทุกคน
ช่วยกันอบรมสง่ั สอนถ่ายทอดวิชากรรมฐานและพุทธาคมให้เด็กในตระกลู ของหลวงพอ่ เทศ ทจ่ี ะมาเกิดใน
ปีจอ เพื่อรบั ใช้พระพุทธศาสนาไปจนตลอดอายุขัย ลูกหลานคนนี้จะมาสืบทอดกรรมฐาน และพุทธาคมที่
ท่านได้ถ่ายทอดเอาไว้ ข้อมูลจาก สารคดีชีวประวัติและตารับยาแผนโบราณ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน
(ฉบับสมบรู ณ์) (สบื ค้นใน https://www.youtube.com/watch?v=wnmSlvxoJ20) รายละเอยี ด ดงั น้ี
กระท่ังวันท่ี 12 พฤษภาคม พ.ศ.2465 ครอบครัวหลานหลวงพ่อเทศท่ีช่ือ นายพุฒ ก้อนจนั ทร์
เทศ และนางแก้ว นามสกุลเดิม (ฟุ้งสุข) ซ่ึงอยู่ที่หมู่ 7 บ้านสระทะเล ตาบลย่านมัทรี อาเภอพยุหะคีรี
จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนตั้งครรภ์ แม่แกว้ ไดฝ้ ันวา่ หลวงพ่ออนิ วัดหางน้าหนองแขม นาฝักฝ้ายมาให้ ก็สงสัย
วา่ นามาใหท้ าไม หลวงพ่ออินตอบในฝันว่าวันข้างหน้าจะดีเอง เมือ่ ไดค้ ลอดแล้วได้ต้ังช่ือให้ว่า “กุน” แต่ใน
วยั เยาว์มักมีอาการปว่ ย ครง้ั หน่ึงเปน็ หดั อาการหนักมาย พ่อพฒุ และแมแ่ กว้ จึงใชส้ มุนไพรตามตาราทไ่ี ด้ร่า
เรียนมารักษาเดก็ ชายกนุ จนหายดี ตาสุขก็เห็นวา่ ชื่อ “กนุ ” น้ีไม่ดี เม่ือรอดตายแล้วจึงให้เปลี่ยนช่ือเป็น
“พัด” ในความหมายว่าพัดทุกข์ พดั โรคภัยท้ังหลายออกไป จะไดด้ ีข้ึนเจริญขึ้นรุ่งเรืองข้ึน และใหค้ ล้องกับ
พ่อพฒุ จงึ ชือ่ เด็กชายพฒั น์ กอ้ นจันทรเ์ ทศ ตง้ั แต่น้นั มา
หลวงพ่อหมึกเจ้าอาวาสวัดสระทะเล (ต่อจากหลวงปู่เทศ) ผู้เป็นลุงได้ทราบข่าวจึงรู้ได้ทันทีว่า
หลานชายคนนีค้ ือลูกหลานคนที่หลวงพ่อเทศไดส้ ่ังไว้ เพราะเกดิ ในปจี อตามที่หลวงพ่อเทศบอก จึงรีบส่งข่าว
ไปยงั หลวงพอ่ อิน หลวงพอ่ เดมิ ทันที เมอื่ พระเกจิท้ังสามรปู ไดท้ ราบขา่ วแลว้ ก็ได้แตเ่ ฝ้ารอเวลาทีเ่ หมาะสมจะ
ปฏิบตั ิตามคาส่งั เสยี ของหลวงพ่อเทศผเู้ ปน็ อาจารย์ โดยตกลงกนั ว่า หลวงพอ่ หมึก วัดสระทะเลผู้เปน็ หลวงลงุ
แท้ ๆ ของเดก็ ชายพฒั น์ และหลวงพ่ออินซึง่ สนิทสนมกับครอบครวั ของเดก็ ชายพฒั น์ (ครอบครัวของเดก็ ชาย
พัฒน์เปน็ คนสง่ ปิน่ โตถวายใหห้ ลวงพ่ออินระหวา่ งท่ีหลวงพ่ออินมาเรียนกรรมฐานและวิชาอาคมกับหลวงพ่อ
เทศ) จะเป็นผู้สอนกรรมฐานและวิชาอาคมพ้ืนฐานให้ ส่วนหลวงพ่อเดิมจะเป็นผู้ถ่ายทอดพุทธาคมช้ันสูง
รวมถึงวชิ ามดี หมออันโด่งดงั ใหก้ บั เด็กชายพฒั น์ ดว้ ยตนเอง เรยี นวชิ าภาษาไทย-ขอม วปิ สั สนากรรมฐานและ
อาคมเบอ้ื งต้น
ต่อมาเม่ือเด็กชายพัฒนเ์ ติบโตข้ึนจนอายุได้ 5 ขวบ ขณะน้ันทางบ้านสระทะเลไดเ้ กิดภัยแล้ง
ขึน้ ทาให้ครอบครัวของเด็กชายพัฒน์ ต้องอพยพไปทานาที่บ้านหนองเนิน อาเภอท่าตะโก ซึ่งชาวบ้าน
แทบทั้งหมดเป็นไทยทรงดา ครอบครัวของเด็กชายพัฒน์ทานาอยู่ที่น่ันได้เพียง 3 ปี อยู่ ๆ ไม่รู้นายพุฒ
(บิดาของเด็กชายพัฒน)์ คิดอยา่ งไรจงึ ยา้ ยมาทานาที่บา้ นหนองหลวง หรอื เปน็ เพราะชะตาฟา้ ลขิ ติ ให้เป็น
ดงั คากล่าวของหลวงพ่อเทศ เนื่องจากในเวลานัน้ หลวงพ่อเดิม และหลวงพอ่ อนิ ได้นาช้างท้ังเจา้ คูณ และ
นางบวั บาน มาร่วมกันสรา้ งเสนาสนะให้วดั หนองหลวงอยู่พอดี เมือ่ หลวงพ่อเดิมรู้วา่ เดก็ ชายพฒั น์มาอยู่ที่
บา้ นหนองหลวงจงึ ขอให้หลวงพ่ออิน (หลวงพอ่ อินเปน็ ศิษยผ์ นู้ ้องหลวงพอ่ เดิม) ซึง่ สนิทกบั ครอบครวั ของ
เด็กชายพัฒน์ ไปขอเด็กชายพัฒน์มาเป็นลูกศิษย์อยู่ที่วัดหนองหลวง เหตุน้ีเองที่ทาให้เด็กชายพัฒน์ได้
ใกล้ชิดกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ โดยหลวงพ่อเดิมมักจะเรยี กเด็กชายพฒั น์ไปบีบนวดและสอนคาถา

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

22

ส้ัน ๆ ให้ท่องจาเสมอ ๆ จนคุ้นเคยกนั เด็กชายพัฒน์ ให้ความสนใจในภาษาไทย ภาษาขอม พุทธอาคม
และการปฏบิ ัติธรรมต้งั แต่วัยเยาว์ เมอื่ หลวงพ่อเดมิ สร้างศาลาวดั หนองหลวงเสร็จ หลวงพ่อเดิมจงึ กลบั ไป
ยงั วัดหนองโพ ปล่อยให้หลวงพอ่ อนิ อยูส่ ร้างวัดหนองหลวงต่ออีกหลายปจี นเสรจ็ ระหวา่ งนเ้ี ด็กชายพัฒน์
ไดร้ ่าเรียนเขียนอ่านภาษาไทยและภาษาขอมกบั หลวงอาน้อย และหัดน่ังสมาธิกบั หลวงพ่ออิน เมื่อหลวง
พ่ออินสรา้ งวดั หนองหลวงเสรจ็ แล้ว ทา่ นก็ได้กลบั ไปอยู่ท่วี ดั หางนา้ หนองแขม สว่ นครอบครวั ของเด็กชาย
พัฒน์ ได้กลับมาอยู่ท่ีบ้านสระทะเลตามเดิม ขณะน้ันเด็กชายพัฒน์อายุได้ 12 ปี จึงได้ย้ายกลับมาเรียน
หนังสอื ท่ีโรงเรียนวัดสระทะเลจนจบชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 4 ก่อนทพี่ อ่ และแม่จะใหอ้ อกมาช่วยทานา แตถ่ งึ
กระ น้ัน ด้ วยค วามท่ี ฟ้ าได้ลิ ขิต มาให้ เด็ กช ายพั ฒ น์ต้ องเติบ โตข้ึ นม าเป็ น ครู บา อาจ ารย์ผู้ สืบ ท อด วิช า
กรรมฐาน และพุทธาคมของหลวงพ่อเทศ จึงทาให้เด็กชายพัฒน์มีความชื่นชอบในทางพระ ฝักใฝ่ใน
กรรมฐานและพุทธาคมอยู่เสมอ พอมีเวลาวา่ งจากการช่วยพ่อแม่ทาไร่ทานา เด็กชายพฒั น์ก็มกั ชอบไปอยู่
กับหลวงลงุ หมึกเพื่อเรียนกรรมฐานและวิชาอาคม จากตาราหลวงปเู่ ทศ ทกุ ครง้ั ไป ท้ัง ๆ ที่เด็กหนุ่ม ๆ ใน
วยั นนั้ ทุกคนมักจะสนใจแตส่ าว ๆ แต่เด็กหนุ่มอย่างนายพฒั น์ กลบั คดิ อยากจะบวชเปน็ พระ ต้งั ใจจะบวช
ตง้ั แตอ่ ายุ 20 ปี แต่ไดม้ ีนิมิตว่า ยังบวชไมไ่ ด้ ตอ้ งไปเป็นทหารก่อน ในขณะทห่ี ลวงลุงหมกึ ได้ลาสกิ ขาจาก
พระมาเปน็ อาจารยฆ์ ราวาส รบั ใชช้ าติ

พออายุครบเกณฑ์ทหาร นายพัฒน์ได้ถูกคัดเลือกเข้าไปเป็นทหาร แต่ขณะท่ีจะหมดวาระปลด
จากทหารเกณฑ์กลบั เกดิ สงครามมหาเอเชยี บูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) ขึน้ เสียกอ่ น จงึ ทาให้นายพัฒน์ต้อง
เป็นทหารต่อไปจนอายุได้ 24 ปี ระหว่างท่ีเป็นทหารอยู่นั้น พลทหารพัฒน์ได้ใช้วิชาอาคมที่ร่าเรียนมา
คุ้มครองป้องกันตัวอยู่ตลอดเวลา จึงทาให้พลทหารพัฒน์รอดพ้นจากภัยสงครามมาอย่างปลอดภัยครบ
32 ประการอย่างนา่ พศิ วง ในขณะที่เพื่อน ๆ ทหารหลายคนท่อี อกรบด้วยกัน ต่างพิการบ้าง เสียชวี ติ กเ็ ยอะ
แตพ่ ลทหารพัฒน์กลบั รอดพ้นภยั มาได้ทกุ คร้ังไปอยา่ งน่าอัศจรรย์ จนกระทั่งพวกประจาการซึ่งทาให้เข้าใจ
สรรพสิง่ และธรรมชาตมิ ากขน้ึ จงึ ไดต้ ัดสนิ ใจบวชหลงั จากหมดประจาการในปีพทุ ธศักราช 2489

อปุ สมบทเข้าสรู่ ่มกาสาวพสั ตร์
เม่อื นายพฒั นป์ ลดประจาการจากทหารออกมาในตน้ ปี พ.ศ. 2489 นายพัฒนไ์ ด้ขออนุญาตพ่อ
แม่ว่าอยากไปบวชเป็นพระ พ่อแม่กเ็ ห็นด้วยจึงให้ทาการอุปสมบท ณ อุโบสถวัดสระทะเล ตาบลสระทะเล
อาเภอพยุหะคีรี โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ (หลวงพอ่ ยอด ศิษย์หลวงพ่อเทศอกี หนึ่งรูป) วดั เขาแก้ว เป็น
พระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการชั๊ว วัดสระทะเล เป็น
พระอนุสาวนาจารย์

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

23

ภาพท่ี 9 หลวงพ่อพัฒน์ 1
ท่ีมา: https://www.bpkprinting.com/, 2565

เมื่อบวชแล้ว หลวงพ่อพัฒน์มีความต้ังมั่นในการศึกษาอย่างจริงจัง และสามารถจดจาคาถา
มากมายได้จนจบ แมจ้ ะเปน็ บทที่มีความยาวมาก 7 ตานาน 12 ตานาน แม้จะเปน็ บทท่ียากหรือการเทศน์ที่
ซับซ้อน เข้าใจยากท่านสามารถกล่าววาจา และร่ายคาถาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไปท่ีไหนก็ตาม เมื่อเจอบท
ไหนท่ีสวดไม่ได้ จะตอ้ งกลบั มาท่องใหไ้ ดภ้ ายใน 2-3 วนั สามารถสวดมหาสมัยสูตร สวดพระปาตโิ มกข์ สวด
มนต์ได้จนหมดเล่ม ซ่ึงสมัยน้ันหาได้ยาก ท่านมีความชานาญในตารับสมุนไพรโบราณ เป็นหมอยาประจา
บ้าน และมีความชานาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นตารับยาแผนไทยโบราณ ซึ่งเป็นตารับยาประจา
ตระกลู ซ่ึงมีการถ่ายทอดภายในครอบครัวมาหลายช่ัวอายุคน ท่านได้ศึกษาเรื่องหมอยาและการรกั ษาโรค
จากตาราของหลวงปู่เทศ เจ้าอาวาสวัดสระทะเลเดิม ซ่ึงเป็นทวดของหลวงพ่อพัฒน์ และตารับยาประจา
ตระกูล ตารับยาแผนไทยโบราณรักษาโรคของท่านยังเทียบเท่ากับการรักษาโรคแบบแพทย์แผนปัจจุบัน
ทา่ นจึงมีความประสงคร์ วบรวมตารบั ยาที่มีความชานาญน้ันใหเ้ ป็นวิทยาทานแก่ประชาชนท่ัวไป และไม่ให้
ความรนู้ ัน้ เสอื่ มสญู ไปตามกาลเวลา ทา่ นเป็นหมอยารกั ษาชาวบา้ นจนได้รบั การกลา่ วขาน

หลวงพ่อพัฒน์ศึกษาพระปริยัติธรรมจนถึงนักธรรมชั้นโทกับพระอธิการช้ัว วัดสระทะเล โดย
ระหว่างน้ัน ประมาณปี พ.ศ 2490 กว่าๆ หลวงพ่อเดิมได้ไปสร้างเสนาสนะและโบสถ์อยู่ท่ีวัดอินทาราม
(วัดของหลวงพ่อแก้ว พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อเดิม อยู่ติดกับวัดเขาแก้วโดยมีเพียงถนนกั้น)
หลวงพ่อพฒั นจ์ ึงได้ไปหาหลวงพอ่ เดิมที่วัดอินทาราม รอจนหลวงพ่อเดิมท่านรับแขกเสรจ็ จึงได้คลานไปให้
หลวงพ่อเดิมเป่าหัว และขอคาถาเป่าหัวจากหลวงพ่อเดิม (คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า) ระหว่างนั้น
หลวงพอ่ พฒั น์ไปจาวดั อยทู่ ี่วดั เขาแกว้ กบั หลวงพอ่ กัน เพราะขณะนั้นวัดอนิ ทารามกาลังซ่อมสร้างเสนาสนะ
อยู่จึงไมส่ ะดวกในการพัก จึงได้ศกึ ษากรรมฐานและพุทธาคมกบั หลวงพ่อกนั รา่ เรยี นจนจบสรรพวิชาต่าง ๆ
อยา่ งสมบูรณ์ ในช่วงเวลานเี้ องที่พระพัฒนต์ อ้ งเดินไป ๆ มา ๆ ระหว่างวดั เขาแก้วกับวดั อินทารามโดยไปเช้า
เย็นกลับเพอื่ ไปเรียนกบั หลวงพ่อเดิม บางคร้งั ก็พกั ค้างแรมกับหลวงพอ่ เดมิ ทีว่ ัดอนิ ทารามเป็นเวลาหลาย ๆ
วันก็มี จนเวลาร่วงเลยไปเกือบสองพรรษาพระพัฒน์จึงเรียนวชิ ากบั หลวงพ่อเดิมจนจบ หลังจากหลวงพ่อ

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

24

เดิมได้สร้างเสนาสนะให้วัดอินทารามเสร็จแล้ว ท่านก็กลับไปยังวัดหนองโพไดไ้ ม่นาน หลวงพ่อเดิมก็ถึงแก่
มรณภาพในวนั ท่ี 30 สงิ หาคม พ.ศ. 2494

ภาพท่ี 10 หลวงพ่อพัฒน์ 2
ท่ีมา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2565

ออกเดินธดุ งคแ์ สวงหาสัจธรรม
เมื่อพระพัฒน์ไดร้ า่ เรยี นวิชาของหลวงพ่อเทศผ่านหลวงพ่อเดมิ แล้ว กไ็ ด้ฝึกฝนท่องบน่ ภาวนา
จนช่าชองจนปฏบิ ัติไดเ้ ห็นผลจริงแลว้ กไ็ ด้ออกเดินธุดงค์เสาะแสวงหาสถานทส่ี งบเพ่ือฝึกฝนวชิ ากรรมฐาน
ฝึกญาณสมาธิให้แก่กล้า ไปยังที่ต่าง ๆ นา ๆ ท้ังดินแดนอนั ล้ีลับอัศจรรย์ เช่น เมืองลับแล เมืองตาชูชก
และอื่น ๆ
ขณะที่หลวงพ่อพัฒน์เดินธุดงค์ไปยังเมืองลับแล ท่านได้ไปพักกับหลวงพ่อชุบ เจ้าอาวาส
วัดพระบรมธาตทุ ุ่งยั้ง อาเภอลบั แล จังหวัดอุตรดติ ถ์ หลวงพอ่ ชุบ ไดถ้ า่ ยทอดวิชาทางเมตตามหานิยม และ
การเทศน์ให้หลวงพ่อพัฒน์ และขอให้ท่านเป็นพระคเู่ ทศน์ ปุจฉา วิสชั นา คู่กับท่านเป็นระยะเวลาอีก 3 ปี
ขณะทหี่ ลวงพ่อพัฒน์อย่ทู ี่ วัดบรมธาตุทุ่งย้ังนน้ั ท่านได้สนใจค้นคว้า ค้นหาบ่อน้าทพิ ยเ์ มืองลบั แลทม่ี กี ลา่ วไว้
ในตาราตีมีดของสานักวัดเขาแกว้ และในที่สดุ หลวงพอ่ พัฒน์ก็ได้ค้นพบบ่อนา้ ทิพย์ศกั ดิ์สิทธิ์นั้น และความลี้
ลับต่าง ๆ มากมาย เม่ือถึงเวลาอันสมควรหลวงพ่อพัฒน์จึงได้ขอลาหลวงพ่อชุบกลับวัดสระทะเล แต่
หลวงพ่อชบุ กลบั ขอให้ท่านอยเู่ ปน็ เจา้ อาวาสวัดพระบรมธาตุท่งุ ย้ังแทนทา่ นอกี 3 ปี เพราะหลวงพอ่ ชบุ ท่าน
จะย้ายไปพฒั นาวดั พระยืนพุทธบาทยคุ ลก่อน พลวงพ่อพัฒน์จึงตอ้ งอยดู่ ูแลวัดพระบรมธาตุทุง่ ยง้ั ต่อไปอกี 3
ปี รวมเปน็ 6 ปี จึงไดก้ ลับมาจาพรรษาอยู่ท่ีวัดสระทะเลอกี 9 พรรษา (ต้งั แต่ ปี 2503 –ปี 2512) ขณะนั้น
โยมพอ่ โยมแม่ของท่าน ได้พาครอบครัวย้ายมาซ้ือที่ดินทานาอยู่แถวบ้านห้วยด้วน (ธารทหาร) ตาบลธาร
ทหาร อาเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เมอื่ กานันผล กานันตาบลธารทหารทราบเรือ่ ง จงึ ขอให้โยมพ่อ
โยมแม่ของพระอาจารย์พัฒน์ ช่วยกันอาราธนาพระอาจารย์พัฒน์ มาอยู่เป็นเจ้าอาวาสวดั ธารทหาร เพ่ือ
สร้างพระอุโบสถให้แล้วเสร็จ เพราะทราบกันดวี ่าหลวงพอ่ พัฒน์เป็นผู้สบื ทอดกรรมฐานและวิชาอาคมของ
หลวงพ่อเทศ หลวงพ่อเดิม จึงหวงั พึ่งบารมีของท่านให้มาช่วยพฒั นาวัด เมื่อกานันผล และโยมพ่อโยมแม่

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

25

ของหลวงพ่อพัฒน์ตลอดจนถึงชาวบา้ นเดนิ ทางมาอาราธนาท่านแล้ว หลวงพอ่ พัฒนก์ ต็ อบตกลง และย้ายมา
พัฒนาวัดธารทหาร (ห้วยด้วน) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา จากน้ันท่านก็ไม่ได้ย้ายไปอยู่วัดอื่นอีกเลย
ตราบจนกระทง่ั ถงึ ทกุ วนั น้ี

ท่านได้รบั ตาแหนง่ เจ้าอาวาสวัดธารทหาร และไดร้ ับพระราชทานสญั ญาบตั รต้ังสมณศักดทิ์ รี่ าช
ทินนาม พระครูนิวฐิ ปุญญากร กระทั่งปี พ.ศ. 2526 ทา่ นได้รบั แต่งตั้งให้เปน็ เจ้าคณะตาบลธารทหาร ตอ่ มา
ในการประชุมมหาเถรสมาคม คร้ังที่ 20/2545 เมอ่ื วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2545 มติท่ี 310/2545 ท่ีประชุม
มีมติแตง่ ต้งั ให้ พระครนู วิ ฐิ ปุญญากร เป็นทีป่ รึกษาเจา้ คณะตาบลธารทหารจนถงึ ปจั จุบนั

(ไม่ทราบ พ.ศ.) ได้รับพระราชทานต้ังสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนาม
พระครนู วิ ฐิ ปญุ ญากร

วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะช้ันราชท่ี
พระราชมงคลวชั ราจารย์ ไพศาลศาสนกจิ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

วันท่ี 7 พฤษภาคม พ.ศ .2564 เวบ็ ไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพรป่ ระกาศพระราชทานสัญญา
บตั รตง้ั สมณศกั ดิ์ ความวา่ พระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หวั มพี ระบรมราชโองการโปรดพระราชทาน
สัญญาบัตรต้ังสมณศักด์ิ พระครูนิวิฐปุญญากร หรือ “หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม” เป็น พระราชมงคล
วัชราจารย์ สถิต ณ วดั ธารทหาร จ.นครสวรรค์ ปัจจบุ ันน้ีสขุ ภาพร่างกายท่านยังคงแข็งแรง เป็นรม่ โพธิ์ร่ม
ไทรให้ชาวหนองบวั และชาวบา้ นใกลเ้ คยี งตลอดมา

หลวงพอ่ พัฒน์นอกจากจะมีการครองสมณเพศทีด่ ีแล้ว หลวงพ่อพฒั นย์ ังมบี ารมีเปน็ ผู้เมตตาแก่
ฆราวาสท่วั สารทิศ ทา่ นเปน็ พระนักพัฒนาทสี่ ร้างคุณประโยชน์ ให้สงั คมมากมาย

วดั สระทะเลกบั หลวงพ่อเดิม

วดั สระทะเลมีความเกี่ยวพันกบั หลวงพ่อเดิมในหลายประเดน็ คือ
1) หลวงพ่อเดิม ทา่ นไดเ้ ข้าเรียนพระปริยัตขิ ั้นสงู ต่อไปกบั อาจารย์แยม้ (ฆราวาส) ซึง่ หลวงพอ่
ได้ตั้งอกตั้งใจเรียนจนเข้าใจแจ่มแจ้ง สามารถแปลเข้าสอบเปรียญในสนามหลวงได้ทีเดียว แต่ท่านกลับ
หลีกเลี่ยงการแปลธรรมในสนามหลวง ท่านได้เรยี นเพ่ือศึกษาหาความรู้เท่าน้ันมิได้หวังเปรียญ หรือเป็น
มหาแตอ่ ย่างใด
2) เมอ่ื หลวงพอ่ เดมิ เรียนปริยัตแิ ล้ว ได้ไปศกึ ษาหาความรู้ทางวปิ ัสสนากรรมฐานกบั หลวงพ่อ
เทศ วัดสระทะเล ได้รับการถ่ายทอดวิชาการทางวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนคาถาอาคม การปลุกเสก
เครื่องรางของขลัง รวมถึงวิชามีดศาสตรา หลวงพ่อเทศเก่งทางวาจาสิทธิ์ อาคมคลัง มหาอุตม์ ทางทา
น้ามนต์และวิปัสสนา หลวงพ่อเดิมท่านเคารพมาก ซ่ึงหากเรียบเรียงกลับไปจะพบว่า ต้นสายแห่งวิชาที่
หลวงพอ่ เดมิ ทา่ นเรียนร้มู าจากหลวงพอ่ เทศนั้นก็เรม่ิ มาจากหลวงพอ่ เฒา่ รอดปรมาจารย์แหง่ วดั หนองโพได้
ถ่ายทอดวิชาให้หลวงพ่อขา วัดเขาแก้ว จากน้ันหลวงพ่อขาก็ถ่ายทอดออกมาให้กับหลวงพ่อเทศและ

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

26

หลวงพอ่ เทศกไ็ ดส้ ง่ ตอ่ กลบั คนื สจู่ ดุ เรม่ิ ตน้ ก็คอื การนาวชิ ามาถา่ ยทอดตอ่ ให้กับหลวงพ่อเดิมแหง่ วัดหนองโพ
นน่ั เอง

3) หลวงพอ่ เดิม แหง่ วดั หนองโพ ผู้ได้รบั ฉายาว่าเทพเจา้ แหง่ เมืองสแี่ คว ได้รบั ความอุปการะ
จากพระอปุ ชั ฌาย์เทศ ในการเปน็ พระคสู่ วดเม่ือครง้ั ท่ีท่านอุปสมบทเข้าสูร่ ม่ กาสาวพัสตร์

4) หลวงพอ่ เดิม แหง่ วัดหนองโพ และหลวงพ่อเทศ แห่งวัดสระทะเล มีความผูกพันในฐานะ
ศษิ ยก์ ับอาจารย์ เมอ่ื หลวงพ่อเทศท่านได้ละสงั ขารจากไปในปีพทุ ธศักราช 2454 หลวงพ่อเดิมจงึ ได้มาเป็น
ประธานในการจดั งานฌาปนกจิ ศพใหก้ ับทา่ น โดยได้มาดแู ลจัดการตง้ั แต่เร่ิมงานจนกระทั่งจนส้ินพิธเี พ่ือ
เปน็ การแสดงกตญั ญูจิตต่อพระอาจารยข์ องท่านเปน็ ครง้ั สดุ ท้าย

5) ระหว่างที่หลวงพ่อเดิมได้ไปสร้างเสนาสนะและโบสถ์อยู่ท่วี ัดอินทาราม (วัดของหลวงพ่อ
แก้ว พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อเดิม อยู่ติดกับวัดเขาแก้วโดยมีเพียงถนนก้ัน) ได้ทราบข่าวว่าเหลนของ
หลวงพ่อเทศ (หลวงพอ่ พัฒน)์ ได้อุปสมบท ณ อุโบสถวัดสระทะเล แลว้ จึงใหค้ นมาตามหลวงพ่อพัฒน์ ไป
เรยี นพทุ ธาคมกบั ทา่ น เมื่อหลวงพอ่ พฒั น์ ไปพบกับหลวงพอ่ เดิมทวี่ ดั อินทารามหลวงพอ่ เดิมก็เริ่มถา่ ยทอด
กรรมฐานและพทุ ธาคมใหห้ ลวงพอ่ พัฒน์

ภาพท่ี 11 หลวงพ่อเทศ หลวงพ่อเดิม หลวงพ่อพัฒน์ รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ท่ีมา: คณะกรรมการบริหารงานอาเภอพยุหะคีรี, 2560

วดั สระทะเล

27

ทรัพยำกรทำงกำรท่องเทย่ี ววดั สระทะเล

ภายในบริเวณวดั มอี าคารเสนาสนะอยไู่ มม่ ากแต่กพ็ อเพียงต่อการใช้สอย

ภาพท่ี 12 แผนที่วัดสระทะเล
ที่มา: https://www.google.co.th/maps/, 2565

1. อโุ บสถ

โดยอุโบสถเดิมในสมัยหลวงพ่อเทศน้ัน เป็นอุโบสถไม้ซึ่งได้ชารุด ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
ได้รับการบูรณะ ซ่อมแซม หลายคร้ัง จนกระท่ัง ปีพุทธศักราช 2496 ในสมัยท่ี พระครูวิวัฒน์นวกิจ หรือ
หลวงพ่อเปร่ือง โอวาทเปโม เปน็ เจ้าอาวาส ได้ทาการสร้างอโุ บสถขน้ึ ใหม่ เปน็ อาคารก่ออิฐถือปูน มขี นาด
กวา้ ง 8 เมตร ยาว 20 เมตร ดงั ท่ีปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ภายในเปน็ ท่ีประดิษฐานพระประธานประจาอโุ บสถ
เปน็ พระพุทธรปู ปางมารวชิ ัย ขนาดหน้าตักกวา้ ง 39 นว้ิ สงู 59 นิ้ว สรา้ งในปี พ. ศ. 2496 ซ่งึ เปน็ ปีเดียวกับ
ทีส่ ร้างอุโบสถน้ี

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

28

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

29

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

30

ภาพท่ี 13 อุโบสถวัดสระทะเล
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

2. ศาลาการเปรยี ญ (ศาลาหลวงพอ่ เทศ)

ศาลาการเปรียญน้ีเป็นอาคารไม้เก่าแก่มีอายุกว่า 90 ปี มีลักษณะเป็นอาคารโปร่ง ยกพ้ืนสูง
ขนาดกว้าง 18 เมตร ยาว 24 เมตร เดิมเป็นศาลาไม้ยกพื้นระดับอก เป็นอาคารเสารอด ใช้ล่ิมแทนตะปู
ภายหลังได้ทาการบูรณะยกพื้นสูงข้ึน พร้อมทั้งทาการต่อเติมศาลาอีก 3 หลัง คือด้านข้าง 2 หลัง และ
ด้านหลังอีก 1 หลัง ซ่ึงเชื่อมถึงกันทุกหลงั ศาลาทางทิศตะวันออกชาวบ้านจะเรียกกันว่า ศาลาแม่ลูกอ่อน
เนือ่ งจากศาลาหลังนี้จะใช้เปน็ สถานทต่ี ง้ั ศพ ท่ีศาลาจงึ มกั ได้ยินแต่เสยี งคนร้องไห้เสยี ใจ อปุ มาเหมอื นแม่ลกู
ออ่ น ที่ไดย้ ินแต่เสียงร้องไหข้ องเด็ก ส่วนศาลาด้านหลงั ทาเป็นกฏุ ิสาหรับสงฆ์ แต่ในปัจจบุ นั ไม่ได้รับการใช้
งานจงึ ปิดอยู่

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

31

ภายในศาลาหลังน้ีได้เป็นสถานที่ตั้งของกลองโบราณ ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับท่ีพบใน
วัดอนิ ทาราม และวัดบา้ นบน โดยวัดสระทะเลยงั คงใชก้ ลองนี้อยใู่ นปจั จบุ ัน

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

32

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

33

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

34

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

35

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

36

ภาพท่ี 14 ศาลาการเปรียญ (ศาลาหลวงพ่อเทศ)
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

พระประธานประจาศาลาการเปรียญ ปางสมาธิ ขนาดหนา้ ตกั กว้าง 72 น้วิ สูง 92 นิ้ว สร้างเมอื่
พ.ศ. 2540

ภาพที่ 15 พระประธานประจาศาลาการเปรียญ
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

3. วหิ ารหลวงพอ่ เทศ

วหิ ารหลวงพ่อเทศ ท่วี ัดสระทะเล มี 2 หลงั

ภาพที่ 16 ป้ายวิหารหลวงพ่อเทศ รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

วดั สระทะเล

37

วหิ ารหลวงพ่อเทศหลังเดิมจะอยู่ด้านล่าง ภายในเป็นที่ประดิษฐาน รูปหล่อของเกจิอาจารย์
ของวัดสระทะเล 4 รูป คือ รูปหล่อหลวงพ่อเทศ รูปหลอ่ หลวงพ่ออิน รูปหลอ่ หลวงพ่อเปรอ่ื ง และรูปหล่อ
หลวงพอ่ ประเสริฐ

ภาพท่ี 17 วิหารหลวงพ่อเทศเก่า รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

วัดสระทะเล

38

หลวงพ่อเทศ อดตี เจา้ อาวาสรูปแรกของวดั สระทะเล พระอาจารยข์ องหลวงพอ่ เดมิ วัดหนองโพ
ทา่ นเปน็ พระนกั ปฏบิ ัติที่สามารถฝกึ วิปสั สนากรรมฐานจนไดอ้ ภญิ ญาขั้นสูง สามารถใช้อานาจในการควบคุม
กษณิ ท้งั 4 ด้าน ไดแ้ ก่ ดิน น้า ลม ไฟ ได้อยา่ งนา่ อัศจรรย์ อักทง้ั ยงั เปน็ พระอภญิ ญาจารย์ที่มจี ิตตานุภาพแรง
กลา้ และยังมีสายตาคมกริบและทรงพลัง กระท่งั ไม่มใี ครหาญกลา้ พอที่จะมองสบตา

ภาพที่ 18 รูปหล่อหลวงพ่อเทศ
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

หลวงพ่ออนิ วัดหางนา้ หนองแขม เป็นศิษยเ์ อกของหลวงพอ่ เทศ รุน่ เดยี วกับหลวงพ่อเดิม จน
เรียกได้ว่าเป็นพระคู่บารมีของหลวงพ่อเทศ นั่นคือถ้าพูดถึงหลวงพ่อเทศ ก็จะนึกถึงหลวงพ่ออินด้วย จึง
ปรากฏศาสนสถานภายในวัดสระทะเล จะมีการเรียกชื่อที่ทาให้ราลึกถึงท้ังของหลวงพ่อเทศ และของ
หลวงพ่ออิน เช่น สระหลวงพ่อเทศ (สระใน) และสระหลวงพ่ออิน (สระนอก) ศาลาหลวงพ่อเทศ และ
ศาลาหลวงพ่ออิน เป็นต้น โดยขณะที่หลวงพ่ออินอยู่ที่สระทะเลนั้น ท่านจะจาวัดที่เขาน้อย ซึ่งปัจจุบัน
ศาสนสถานเหล่าน้ียังคงอยู่บริเวณเขานอ้ ย และได้รับการบูรณะโดยเจ้าอาวาสวัดสระทะเลต่อนส่วนของ
หลวงพ่ออนิ

ภาพท่ี 19 หลวงพ่ออิน รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

วดั สระทะเล

39

หลวงพ่อเปรือ่ ง อดตี เจา้ อาวาสของวัดสระทะเล ท่านเป็นเกจิอาจารยอ์ ีกท่านหนึ่งที่ชาวบ้าน
สระทะเลให้ความเคารพ ทา่ นไดจ้ ดั สร้างศาลาใหก้ ับวัดสระทะเล ชาวบ้านเรยี ก ศาลาแห่งนี้ว่า ศาลาหลวง
พอ่ เปรือ่ ง เป็นศาลาปูนซิเมนต์ ขนาดใหญ่ มีจานวนเสาถงึ 97 ตน้ ใช้เวลาในการสร้างตั้งแต่ชว่ งที่ หลวงพ่อ
เปรอ่ื งมชี ีวิตอยู่ จนถงึ ปจั จุบัน ยังไม่แลว้ เสรจ็

ภาพที่ 20 หลวงพ่อเปร่ือง
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

หลวงพ่อประเสรฐิ ท่านเป็นพระท่ชี าวบ้านใหค้ วามเคารพนบั ถอื เนอ่ื งจากเป็นพระที่มคี วามรู้
ในเร่ืองของการทานามนต์ อกี ท้ังยังเป็นหมอยาเช่ียวชาญในเรือ่ งของยาสมุนไพร เป็นท่พี ึ่งให้กับชาวบ้าน
เม่ือยามเจ็บไข้ กจ็ ะมาให้หลวงพอ่ ประเสรฐิ ทาการรักษา

ภาพท่ี 21 หลวงพ่อประเสริฐ รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

วดั สระทะเล

40

วิหารหลวงพ่อเทศหลังใหม่ ทางวัดสระทะเลได้จัดสร้างข้ึนภายหลัง มีบันไดข้ึนวิหารเป็น
พญานาค ภายในประดษิ ฐานรปู หล่อของหลวงพอ่ เทศ และหลวงพ่ออิน

ภาพที่ 22 วิหารหลวงพ่อเทศ รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

วัดสระทะเล

41

4. กฏุ หิ ลวงพอ่ เทศ

เดิมเป็นศาลาช้ันเดียวใต้ถุนสูง เป็นศาลาท่ีหลวงพ่อเทศใช้จาวัดในขณะท่ีเป็นเจ้าอาวาส
วัดสระทะเล ปัจจุบันได้มีการต่อเติมชั้นล่างเป็นปูน ส่วนด้านบนยังคงลักษณะเดิมเหมือน ตอนสมัย
หลวงพ่อเทศอยู่

ภาพที่ 23 กุฏิหลวงพ่อเทศ
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

5. สระหลวงพอ่ เทศ

จากประวตั ิของหลวงพ่อเทศ หลังจากท่ีหลวงพ่อเทศ สาเร็จการศกึ ษาวทิ ยาอาคมตา่ ง ๆ จาก
หลวงพ่อขา วัดเขาแก้ว แล้ว ท่านได้ออกจาริกธุดงค์ มาทางบ้านสระทะเล จนกระทั่งมาพบสถานที่สงบ
วเิ วก รมิ สระน้าอันกวา้ งใหญ่เหมาะท่ีจะใช้เปน็ ทีฝ่ ึกฝนวปิ สั สนาและบาเพ็ญจิตภาวนา ทา่ นจึงตัดสินใจปัก
กลดพกั แรมท่บี ริเวณริมสระน้ัน เมอื่ ชาวบ้านท่เี ดนิ ทางผ่านไปมาเหน็ วา่ มีพระธุดงคม์ าปกั กลดอยูใ่ นหมูบ่ า้ น
จึงได้ร่วมกันนาภัตตาหารมาถวายและพากันไปสนทนาธรรมกบั ท่าน ทาให้ได้มีโอกาสสมั ผัสถึงความมุง่ ม่ัน
ตง้ั ใจในการทาหน้าท่ีรบั ใช้พระพุทธศาสนา ตลอดจนวัตรปฏิปทาท่ีน่ายกยอ่ งเลอ่ื มใสของทา่ น ชาวบา้ นจึง
พรอ้ มใจกันนิมนต์ให้หลวงพ่อเทศปักหลักอยู่ที่บ้านสระทะเลตลอดไป สระน้าที่กล่าวถึงนั้นกค็ ือ สระน้า
หลวงพอ่ เทศแหง่ นีน้ ่นั เอง ปจั จบุ ันกรมพฒั นาทด่ี นิ ไดท้ าการขดุ ให้กวา้ งขนึ้ ปัจจบุ นั มีพน้ื ที่ 10 กวา่ ไร่

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

42

ภาพที่ 24 สระหลวงพ่อเทศ รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

วดั สระทะเล

43

6. พพิ ธิ ภณั ฑว์ ฒั นธรรมพนื้ บา้ นสระทะเล

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพ้ืนบ้านสระทะเล ถือกาเนิดจากแนวคิดการสร้างพิพิธภัณฑ์ 3 ยุค
ประกอบดว้ ย

ยคุ อดีต ซึ่งเป็นยคุ ที่เทคโนโลยียงั ไม่พัฒนา ชาวบ้านจะใช้ วัว ควาย เทียมเกวียน โดยเกวียนที่
จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์น้ัน ชาวบ้านยกให้ทางวัดสระทะเลเพ่ือให้คนรุ่นหลังได้เห็นของจริง เป็นเกวียน
โบราณที่ถกู ใช้งานจรงิ ในอดีต ตลอดจนเครอ่ื งสีข้าวด้วยมือ

ยุคเทคโนโลยี เป็นยุคที่มีการพัฒนาเครอื่ งมอื เคร่ืองจักร มากข้นึ ทาให้ชาวบ้านมีเครอื่ งทนุ่ แรง
ในการประกอบอาชีพ เปน็ ยุคทใ่ี ชร้ ถไถนา รถเกี่ยวข้าว และโรงสขี ้าว เป็นตน้

ยุคพลังงานสีเขียว เป็นยุคที่มีการนาพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ เช่น การใช้ พลังงาน
แสงอาทิตย์ หรือ โซลา่ เซลล์ เป็นต้น

วัดสระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

44

ภาพท่ี 25 พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพ้ืนบ้านสระทะเล
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

7. โรงลเิ ก

มีผู้กลา่ วกนั ว่าหลวงพ่อเทศนน้ั ชอบดลู เิ ก ชาวบ้านมักจะหาลิเกมาเลน่ แกบ้ นที่วัดสระทะเลกนั
ตลอด วดั สระทะเลจะมีโรงลเิ กอยู่ 2 โรง คอื โรงลเิ กทอ่ี ยภู่ ายในวดั สระทะเล กับโรงลิเกทีอ่ ยู่บรเิ วณเขาน้อย
มเี รื่องเลา่ กันว่าในการจดั งานทาบุญของวดั สระทะเลครงั้ หนึง่ ทางวดั ไดจ้ ัดมหรสพลิเกมาเล่นให้ความบันเทิง
กบั ชาวบ้านที่มารว่ มงาน ซ่ึงหลวงพ่อเทศท่านก็ได้มาน่ังรอชม เม่ือการแสดงเร่ิมขึ้นหลวงพ่อท่านก็ลืมตา
ขึ้นมาดูปรากฏว่าลิเกผู้ที่กาลังร้องราไปตามบทละครนั้นถึงกับนิ่งงนั ในท่าเดิมที่กาลงั แสดงอยู่พักใหญ่ ไม่
ยอมเคลื่อนไหวใด ๆ จนกระท่งั หลวงพ่อเทศท่านหลับตา การแสดงจงึ คอ่ ยดาเนินต่อไปอย่างราบรื่น

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

45

ภาพที่ 26 โรงลิเก
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

8. สระนอก หรอื สระหลวงพอ่ อนิ

บริเวณกอ่ นข้นึ เขานอ้ ย ในอดีตจะเป็นที่พานักของหลวงพอ่ อิน คู่บารมขี องหลวงพ่อเทศ จะพบ
สระอยู่ลูกหนึ่ง ชาวบ้านจะเรียกสระน้ีว่า สระนอก หรือ สระหลวงพ่ออิน ปัจจุบันเป็นที่สาหรับพักผ่อน
หยอ่ นใจของชาวบ้านในละแวกวัดสระทะเล

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

46

ภาพที่ 27 สระหลวงพ่ออิน รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

วดั สระทะเล

47

9. เขานอ้ ย

อาณาบรเิ วณเขาน้อยน้เี ปน็ ส่วนหน่ึงของวดั สระทะเล หรอื ทีเ่ รียกวา่ ทธี่ รณีสงฆ์ มเี น้ือท่ี 8 ไร่ 18
ตารางวา ในอดีตจะเปน็ ท่พี านักของหลวงพ่ออิน คู่บารมขี องหลวงพ่อเทศ เปน็ ท่ีสงั เกตคือ ที่วัดสระทะเลน้ี
จะมีรูปหล่อของหลวงพ่อเทศ ประดิษฐานคู่กับหลวงพ่อเทศ หากต้องการขึ้นไปเท่ียวด้านบนเขาน้อย
สามารถเดินขึ้นทางบันไดทีท่ าเป็นรูปพญานาค หรือไปทางรถยนต์กไ็ ด้

ภาพท่ี 28 เขาน้อย รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

วัดสระทะเล

48

เม่อื ขน้ี ไปบนเขานอ้ ย บรเิ วณเชงิ บันไดด้านบน ทางซ้ายมือจะพบศาลา 2 ชั้น ชาวบ้านสระทะเล
จะเรียกศาลาแหง่ นีว้ า่ ศาลานา้ รอ้ น เป็นสถานทสี่ าหรบั ฉันอาหารของพระสงฆ์ ในช่วงทีจ่ ัดงานประจาปี

ภาพท่ี 29 ศาลาน้าร้อน
ที่มา: วัดสระทะเล, 2565

สว่ นบรเิ วณเชิงบันไดดา้ นบน ทางขวามือจะพบ วหิ ารหลวงพ่ออิน

วดั สระทะเล รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ

49

ภาพที่ 30 วิหารหลวงพ่ออิน รศ. ดร.พชั ราภา สิงหธ์ นสารและคณะ
ท่ีมา: วัดสระทะเล, 2565

วดั สระทะเล


Click to View FlipBook Version