ก
ก
คำนำ
ผ้าดน้ มือเป็นงานท่เี ยบ็ ปักดว้ ยมอื สมยั กอ่ นจะมีการเยบ็ ผา้ ห่มนวมไวใ้ ช้เองในครัวเรือน ฝีมือในการ
เย็บจะไม่ประณีตและไม่เรียบร้อย เพราะทำไว้ใช้กันเองในครัวเรือนและเป็นของฝากกับผู้ที่มาเยี่ยมเยือน
ปจั จบุ ันไดม้ กี ารพฒั นารปู แบบการเยบ็ ปัก ลายเส้น ลวดลาย สีสัน เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ใชเ้ ป็นผา้ คลุมเตียง
และผ้าห่มได้ แต่ยังไม่ทิ้งภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการเย็บปักด้วยมือ ลายเส้นและลวดลาย มีลักษณะที่บ่งบอก
ถงึ วัฒนธรรมของภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน จงึ กลายเป็นผ้าดน้ มือในรูปแบบใหม่ ท่ีมใิ ชเ่ พยี งแคก่ ารเนาผ้าห่มท่ีใช้ใน
ครัวเรือนที่เย็บจากฝ้ายหรือนุ่นใช้ภายในครอบครัวเรือนอยู่แล้ว ความรู้ประสบการณ์การทำผ้าด้นมือ
มาประยกุ ต์ดัดแปลง เดมิ ทำเปน็ งานด้นมือช้ินเล็ก ๆ และไดพ้ ัฒนาช้ินงานใหญ่ขึ้น เชน่ ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง
ผ้าปูโต๊ะ ปลอกหมอน กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเป้ กระเป๋าสตางค์ เป็นต้น โดยกระเป๋าแต่ละขนาดมีการคดั
สรรลายผ้าและสีให้เหมาะสม สามารถใช้ได้ทุกวัย มีการเย็บที่มีลายเส้นที่เป็นระเบียบ เนื้อด้ายไม่หลุดลุ่ย
สวยงาม ใชไ้ ด้จรงิ
กศน.อำเภอดอกคำใต้ เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงดำเนินการจัดทำหลักสูตรวิชาชีพการทำ
กระเป๋าผ้าด้นมือ จำนวน 35 ชั่วโมง ซึ่งมีขอบข่ายเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการทำกระเป๋าผ้าด้นมือ
การบริหารจัดการและการตลาด และคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ เพื่อนำมาใช้ในการจัด
การศกึ ษาวิชาชพี ให้กบั ผ้เู รียน เพอื่ ใหม้ ีความรแู้ ละทักษะในการทำกระเป๋าผ้าดน้ มือ สามารถนำความรู้ไปใช้
ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กบั ตนเองและครอบครวั
กศน.อำเภอดอกคำใต้ ขอขอบคุณอาจารย์อัญชลี ธรรมะวิธีกุล ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงาน
กศน. และคณะกรรมการสถานศึกษา กศน. อำเภอดอกคำใต้ ที่ให้ให้คำแนะนำคำปรึกษา ในการจัดทำ
หลกั สูตรคร้ังน้ีไดเ้ สรจ็ สิ้นสมบูรณ์มา ณ โอกาสนี้หวงั ว่าเอกสารหลกั สตู รวิชาชพี วิชาผา้ ด้นมือ ฉบบั นีจ้ ะเป็น
ประโยชนต์ อ่ วิทยากร และผ้เู กย่ี วขอ้ งในการนำไปใช้ในการจดั การการศึกษาต่อเน่ืองรปู แบบช้นั เรยี นวิชาชีพ
ใหก้ ับกลุ่มเป้าหมายตอ่ ไป
( นายถนอม โยวงั )
ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอดอกคำใต้
มกราคม 2564
สารบญั ข
คำนำ หน้า
สารบัญ
หลักสตู รวิชา การทำกระเป๋าผา้ ด้นมือ ก
ข
ความสำคัญ………………………………………………………………………………………………………….
จุดมงุ่ หมาย………………………………………………………………………………………………………….. 2
วตั ถปุ ระสงค์………………………………………………………………………………………………………… 2
เน้อื หาของหลักสตู ร……………………………………………………………………………………………… 2
ระยะเวลาเรยี น……………………………………………………………………………………………………. 2
ส่ือประกอบการเรยี นและแหล่งเรยี นรู้……………………………………………………………………. 3
การวัดผลประเมินผล……………………………………………………………………………………………. 3
ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รับ……………………………………………………………………………………. 3
โครงสร้างหลักสตู ร……………………………………………………………………………………………….. 3
ใบความร…ู้ ………………………………………………………………………………………………………….. 4
ใบงาน…………………………………………………………………………………………………………………. 5
แผนการจดั การเรียนรู้…………………………………………………………………………………………… 16
คณะผู้จัดทำ………………………………………………………………………………………………………… 21
25
กิจกรรมท่ี 2 เขียนผังหลักสูตรวิชาชพี ช่อื หลักสูตรการทำกระเปา๋ ผา้ ดน้ มือ 1
หัวเรื่องหลกั หัวเร่ืองย่อย หัวเร่อื งยอ่ ย หวั เร่อื งย่อย
(Theme) ประโยชนข์ อง
ผ้าด้นมือ
((Tคhวeาmมรeู้ท)(ว่ั Tไปhe ความเปน็ มาและ การทำผลิตภณั ฑจ์ ากผ้าดน้ มือ
me)(เTกhี่ยeวmกับe)(T ความสำคญั ของ - การทำกระเป๋าถือผ้าดน้ มือ
- การทำกระเปา๋ ดนิ สอผา้ ดน้ มือ
ผhา้eดmน้ eม)อื ผา้ ดน้ มอื
การทำกระเป๋าถอื วสั ด/ุ อปุ กรณ์ ขัน้ ตอนการออกแบบ การดแู ลรกั ษา
ผ้าดน้ มือ และการวธิ กี ารทำ
การทำกระเป๋า วัสด/ุ อปุ กรณ์ ข้ันตอนการออกแบบ การดูแลรักษา
ดนิ สอผา้ ดน้ มอื และการวิธีการทำ
การบริหาร การวางแผนการผลิต การวางแผน การกำหนด การทำบญั ชี
จัดการและ การจำหนา่ ย ราคาขาย รายรับ รายจ่าย
การตลาด
การคา้ ออนไลน์
คณุ ธรรม ความหมายและ คุณธรรม และจริยธรรม
จริยธรรมในการ ความสำคัญของ ในการประกอบอาชีพ
ประกอบอาชีพ คณุ ธรรม จริยธรรมใน - ความขยัน
การประกอบอาชีพ - ความอดทน
- ความซอ่ื สตั ย์
2
หลักสตู รวิชากระเปา๋ ผ้าดน้ มือ
ความเป็นมาและความสำคัญ
ผ้าด้นมือเป็นงานที่เยบ็ ปักด้วยมือ สมัยก่อนจะมีการเย็บผ้าห่มนวมไว้ใช้เองในครัวเรือน ฝีมือในการเย็บ
จะไม่ประณีตและไม่เรียบร้อย เพราะทำไว้ใช้กันเองในครัวเรือนและเป็นของฝากให้กับผูท้ ่ีมาเยี่ยมเยือน ปัจจุบัน
ได้มีการพัฒนารูปแบบการเย็บปัก ลายเส้น ลวดลาย สีสัน เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย พัฒนาใช้เป็นผ้าคลุมเตียงและ
ผ้าห่มได้ แต่ยังไม่ทิ้งภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการเย็บปักด้วยมือ ลายเส้นและลวดลาย มีลักษณะที่บ่งบอกถึง
วัฒนธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงกลายเป็นผ้าด้นมือในรูปแบบใหม่ ที่มิใช่เพียงแค่การเนาผ้าห่มที่ใช้ใน
ครัวเรือนทเี่ ย็บจากฝ้ายหรือนนุ่ ใชภ้ ายในครอบครวั เรือนอยู่แล้ว ความรปู้ ระสบการณก์ ารทำผา้ ด้นมือ ไดป้ ระยุกต์
ดัดแปลงทำเป็นงานด้นมอื ชิน้ เล็ก ๆ และได้พัฒนาเป็นงานชิ้นใหญ่ข้ึน เช่น ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูโต๊ะ ปลอก
หมอน กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเป้ กระเป๋าสตางค์ เปน็ ต้น กระเปา๋ ผา้ ด้นมือ เปน็ งานเย็บปัก ท่พี ัฒนามาจากงาน
ผ้าด้นมือ ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากมีขั้นตอนการทำและลักษะของผลิตภัณฑ์ท่ี
แตกต่างจากกระเป๋าอื่นๆ ใช้ลายผ้าที่สีสันสดใน หลากหลาย เนื้อผ้าที่ใช้มีหลากหลายแบบ เช่น เนื้อผ้าคอตตอน
ลินิน ไหม ชีฟอง แคนวาส แต่โดยส่วนใหญ่จะใช้เนื้อผ้าแคนวาส เนื่องจากมีราคาไม่แพง กระเป๋าแต่ละขนาดมีการ
คัดสรรลายผ้าและสีให้เหมาะสม สามารถใช้ได้ทุกวัย มีการเย็บที่มีลายเส้นที่เป็นระเบียบ เนื้อด้ายไม่หลุดลุ่ย
สวยงาม ใช้ไดจ้ รงิ
ชาวบ้านในอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา จึงได้ทำกระเป๋าผ้าด้นมือ เพื่อการใช้ประโยชน์ใน
ชวี ิตประจำวันและตอ่ ยอดเพอื่ สร้างรายไดเ้ สริมเลี้ยงครอบครัว เพม่ิ รายได้ทม่ี ั่นคง โดยกระเป๋าผา้ ดน้ มือกำลังเป็น
ท่ีนิยม เพราะสอดคล้องกับการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันที่ลดการใช้พลาสติก และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เหตุผล
ดงั กลา่ วส่งผลใหก้ ระเป๋าผา้ ด้นมือเป็นท่ีตอ้ งการของตลาดทง้ั ภายในท้องถิ่นและระดบั ประเทศ
ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ วิชากระเป๋าผ้าด้นมือ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการศึกษาวิชาชีพให้กับ
ผู้เรยี น เพอ่ื ให้มีความรู้ความเขา้ ใจ และมที ักษะในการพัฒนาอาชีพผลิตภณั ฑ์กระเปา๋ ผ้าด้นมือ สามารถนำความรู้
ไปใช้ในการประกอบอาชีพ และนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
จุดมุ่งหมาย
มุ่งให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการพัฒนาอาชพี ผลิตภัณฑ์จากกระเปา๋ ผ้าดน้ มือ นำความรู้ไป
ใชใ้ นการประกอบอาชพี และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้มีความรู้ ความเขา้ ใจและมีทักษะในการทำกระเป๋าจากผ้าด้นมือ
2. เพือ่ ให้นำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพการทำผลิตภณั ฑจ์ ากกระเป๋าผ้าดน้ มือ และนำไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั
เนอ้ื หาของหลกั สูตร
1. ความรทู้ ว่ั ไปเก่ยี วกับผา้ ดน้ มอื
2. การทำกระเป๋าถือผา้ ดน้ มือ
3. การทำกระเป๋าดินสอผ้าด้นมอื
4. การบริหารจัดการและการตลาด
5. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพ
3
ระยะเวลาเรยี น จำนวน 35 ชวั่ โมง
ภาคทฤษฎี 5 ชัว่ โมง
ภาคปฏิบัติ 30 ชัว่ โมง
สอ่ื ประกอบการเรียนและแหล่งเรยี นรู้
1. ใบความรู้
2. ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ
2.1 นางนงเยาว์ วงค์ขตั ิ อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้าคอื เวียง อำเภอดอกคำใต้ จงั หวัด
พะเยา
2.2 นางกวี อนิ ต๊ะสาร อยบู่ ้านเลขที่ 133 หมู่ที่ 10 ตำบลบา้ นถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จงั หวัด
พะเยา
3. ใบงาน/แบบฝกึ หดั
การวัดผลประเมินผล
1. สงั เกตการเข้าร่วมกิจกรรมของผเู้ รยี น
2. การทำแบบฝึกหัด
3. การทำแบบทดสอบ
4. ประเมนิ ช้ินงาน
ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะไดร้ บั
1. ผ้เู รยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการทำกระเป๋าผ้าด้นมือ
2. ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพการทำผลิตภัณฑ์จากผ้าด้นมือ และนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั
4
โครงสรา้ งหลักสูตร
1. ความรูท้ ่ัวไปเก่ยี วกับผ้าด้นมือ จำนวน 3 ช่วั โมง
1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั ของผา้ ด้นมือ
1.2 ประโยชน์ของผ้าด้นมือ
1.3 การทำผลติ ภัณฑจ์ ากผา้ ด้นมอื
- การทำกระเป๋าถือผา้ ดน้ มือ
- การทำกระเปา๋ ดนิ สอผา้ ด้นมือ
2. การทำกระเปา๋ ถอื ผา้ ด้นมือ จำนวน 15 ชวั่ โมง
2.1 วสั ดุและอุปกรณ์ในการทำกระเป๋าถอื ผ้าด้นมอื
2.2 ข้ันตอนการออกแบบและการวธิ กี ารทำ
2.3 การดูแลรกั ษา
3. การทำกระเปา๋ ดินสอผา้ ด้นมอื จำนวน 15 ชั่วโมง
3.1 วสั ดุและอุปกรณใ์ นการทำกระเป๋าดนิ สอผ้าดน้ มือ
3.2 ข้นั ตอนการออกแบบและการวิธกี ารทำ
3.3 การดูแลรกั ษา
4. การบรหิ ารจดั การและการตลาด จำนวน 1 ชั่วโมง
4.1 การวางแผนการผลิต
4.2 การวางแผนการจำหนา่ ย
4.3 การกำหนดราคาขาย
4.4 การทำบัญชรี ายรับ – รายจ่าย
4.5 การค้าออนไลน์
5. คุณธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพ จำนวน 1 ชัว่ โมง
5.1 ความหมายและความสำคญั ของคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
5.2 คุณธรรม และจริยธรรมในการประกอบอาชพี
5.2.1 ความขยัน
5.2.2 ความอดทน
5.2.3 ความซอื่ สัตย์
5
ใบความรทู้ ี่ 1
ความรูท้ ่วั ไปเก่ียวกับผ้าดน้ มือ
ความเปน็ มาและความสำคญั ของผ้าดน้ มอื
ผ้าด้นมือเป็นงานเย็บผ้าและประกอบกันเข้าเป็นชิ้นงาน โดยทุกขั้นตอนของการทำล้วนใช้มือในการ
เยบ็ ปกั ฉะนัน้ จงึ ถอื วา่ เป็นภูมปิ ัญญาขั้นพ้ืนฐานที่ได้รบั การสบื ทอดมาจากบรรพบุรุษ เพราะในอดีตไม่มีเคร่ืองมือ
ทนุ่ แรงในการเย็บผ้า ซึ่งการปักผา้ ดว้ ยมือก็มีการพัฒนามากข้ึนโดยการทำลวดลายต่างๆ นอกจากนี้การทำผ้าด้น
มอื ถือเป็นการใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์ พฒั นาความคดิ สรา้ งสรรค์ลงในช้นิ งาน
ปัจจุบันได้ มีการพัฒนารูปแบบการเย็บปัก ลายเส้น ลวดลาย สีสัน เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังไม่ท้ิง
ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการเย็บปักด้วยมือ ลายเส้นและลวดลาย มีลักษณะที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของ ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น จึงกลายเป็นผ้าด้นมือในรูปแบบใหม่ ที่มิใช่เพียงแค่การที่ใช้ในครัวเรือนที่เย็บ ความรู้ประสบการณ์
การทำผลิตภัณฑ์จากผ้าด้นมือ มาประยุกต์ดัดแปลง เดิมทำเป็นงานด้นมือชิ้นเล็กๆและได้พัฒนาชิน้ งานใหญ่ข้นึ
มีรปู แบบต่างๆ มากมาย เช่น กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย เปใ้ สข่ อง เป็นต้น การทำกระเป๋าผา้ ด้นมือขยายวง
กว้างไม่เฉพาะประชาชนวัยแรงงานเท่านั้น ยังส่งเสริม สนับสนุนไปยังเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ๆต่าง
มีความชื่นชอบในงานปักผ้าด้นมือ ออกแบบลวดลาย และผสมผสานสีเนื้อผ้าให้มีความกลมกลืนกัน เป็นที่ช่ืน
ชอบของลูกคา้ พฒั นาผลิตภณั ฑ์ให้มคี วามหลากหลายเปน็ ที่น่าสนใจ กระบวนการผลิตผา้ ด้นมอื เป็นเร่ืองสามารถ
เรียนรู้ได้ หากมีความสนใจ โดยอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ และใช้เทคนิคการวางผ้าพื้นเป็นหลัก
เลอื กผ้าท่ตี อ้ งการ นำมาเนายึดกับผ้าพื้นแล้วสอยตดิ กนั จากน้ันออกแบบลวดลายที่ต้องการ แล้วนำไปเนายึดกับ
แผ่นใยสงั เคราะห์จนทั่วชิน้ งาน เยบ็ ด้วยมือเพือ่ เกบ็ รายละเอียดเป็นขั้นตอนสุดทา้ ย
ประโยชน์ของผา้ ด้นมือตอ่ คน และต่อส่ิงแวดลอ้ ม
1.สร้างจิตสำนกึ ท่ดี ใี นการอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ มกระเปา๋ ผ้าด้นมอื บ่งบอกถงึ หนา้ ที่ ความรบั ผดิ ชอบต่อ
สงั คม
2. กระเปา๋ ผ้าดน้ มือสามารถทดแทนถุงพลาสติกสามารถใช้ซ้ำได้มากกว่า ถงุ พลาสติกน้ันใชเ้ สร็จแล้ว ท้ิง
กลายเปน็ ขยะมากมายใน แต่ละวนั ใชก้ ระเป๋าผ้าด้นมอื ทกุ วัน เพ่อื ช่วยกนั ลดขยะทเ่ี ป็นมลพิษ
3. กระเป๋าผ้าด้นมือสามารถใส่สิ่งของได้หลากหลายพกพาได้สะดวกพับเก็บได้ง่ายและนำออกมาใช้ได้
ง่าย
4. กระเป๋าผ้าด้นมือหรือกระเป๋าผ้าที่ผลิตจากใยธรรมชาตินั้นไม่เป็นมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เชน่ ผลิตจาก ใยฝา้ ย
5. สามารถผลิตกระเป๋าผ้าด้นมือเพื่อเป็นสื่อรณรงค์โฆษณาในการรักษาสิ่งแวดล้อมได้ดีถือได้ว่าเป็นส่ือ
โฆษณา เคลือ่ นที่อกี รปู แบบหนึ่ง ช่วง 5-7 ปี ทผี่ ่านมา ถอื ได้วา่ การรณรงค์สง่ เสริมและให้ความสำคัญของภาครัฐ
ใหใ้ ช้กระเป๋าผ้าด้นมอื หรอื กระเปา๋ ผา้ เพม่ิ มากขนึ้ เพราะเล็งเห็นถงึ ความสำคญั เพ่ือลดสภาวะโลกร้อน
6. พกพาไปสถานที่ต่างๆได้สะดวกอาจใช้กระเป๋าผ้าด้นมือไปซื้อของ เช่นไป ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า
ไปวดั ไปท่องเท่ยี วสถานที่ ต่างๆกใ็ ชไ้ ด้ดีและสะดวก หรือพกพากระเป๋าผ้าดน้ มือไปเพื่อทดแทน ถงุ พลาสตกิ ทไ่ี ด้
จาก ร้านสะดวกซือ้
7. กระเป๋าผ้าดน้ มอื สามารถออกแบบให้ทันยุคสมัย และใช้ไดก้ บั ทุกเพศทุกวัย เป็นสินค้าประเภท แฟชนั่
ได้
8. ผลิตไดจ้ ากหลากหลายเนื้อผ้า ตามงบประมาณ และจดุ ประสงค์ ท่ีนำไปใช้
6
9. สามารถสร้างงานและอาชีพใหก้ ับแรงงานและกลมุ่ แม่บ้านได้ขายกระเป๋าผ้าด้นมือ,กระเป๋าผา้ ดน้ มือ
ฝมี อื กลุม่ แมบ่ า้ น สร้างอาชพี หรือเปน็ รายไดเ้ สรมิ ให้กับท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องมีเครื่องจักรขนาด
ใหญ่
10. กระเป๋าผ้าด้นมือสามารถให้เด็กๆ นำมาเพน้ ท์ สี เขยี นรูปลงบนกระเป๋าผา้ ดน้ มือสรา้ งจิตสำนกึ ให้
รจู้ ักความรับผดิ ชอบต่อสังคมได้ดี และสร้างจิตนาการที่ดีให้กบั เดก็ ๆ
11. กระเป๋าผ้าเปน็ สว่ นช่วยลดการใช้น้ำมัน และการปล่อยสารพษิ คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ เพราะพลาสติก
มีส่วน ประกอบและสารสกดั ทีไ่ ด้มาจากนำ้ มัน
12. การเลอื กใชผ้ ้าฝา้ ย100% เช่น ผา้ ดิบ นำมาผลติ เปน็ กระเป๋าผ้าด้นมือหรือกระเป๋าผ้าสามารถย่อย
สลายไดง้ ่ายท่ีสดุ
13. กระเปา๋ ผ้าดน้ มอื ซักด้วยน้ำ หรือใช้ผงซักฟอก หรือเช็ดด้วยนำ้ การดแู ลรักษาสามารถทำได้ง่าย และ
ใช้ไดน้ าน
14. ผบู้ รโิ ภคสามารถเลอื กใช้ได้ตรงความต้องการ เพราะกระเป๋าผา้ ผลติ ขึ้นมาหลากหลายรูปแบบตาม
ลกั ษณะ การใชง้ าน เช่น สะพายดา้ นข้าง คาดเอว แบบถอื หรอื สะพายหลงั
15. กระเปา๋ ผา้ ดน้ มือสกรนี หรอื เป็นส่อื รณรงคใ์ ห้กับประเทศไดด้ ี และสรา้ งภาพลกั ษณ์ที่ดีของประเทศ
อีกทางหนึ่ง เป็นสินคา้ พรเี มีย่ มท่ดี ีสำหรบั สถานที่ทอ่ งเท่ียว
16. กระเป๋าผา้ ด้นมือทผ่ี ลิตในทอ้ งตลาดราคาไมส่ ูง สามารถหาซือ้ ได้งา่ ย และใช้ไดท้ ุกครวั เรือน
17. ห้างรา้ น บรษิ ัท สามารถ พมิ พ์ตราสญั ลกั ษณ์และให้กระเปา๋ ผ้าดน้ มือหรือกระเปา๋ ผ้า เปน็ ของ
สมั มนาคุณสร้างภาพลักษณท์ ี่ดตี อ่ องค์กร
18. กระเปา๋ ผา้ ด้นมอื สามารถจัดเปน็ สินคา้ โปรโมช่นั ให้กับผู้บรโิ ภค และถือได้ว่า บ่งบอกการให้
ความสำคญั ในการรณรงค์
19. แม่บ้าน หรอื บุคคลทวั่ ไปสามารถทำกระเป๋าผ้าดน้ มือหรอื กระเป๋าผ้าได้เอง จากการใชผ้ ้าทม่ี อี ยู่แล้ว
มาตดั เยบ็ และใช้เองไดง้ า่ ย
20. กระเปา๋ ผ้าดน้ มอื สามารถออกแบบให้น่าใชม้ ากมาย
21. การลดใช้ถงุ พลาสติกให้ได้มากๆนัน้ กระเป๋าผา้ ด้นมือมีสว่ นสำคัญอย่างย่ิง เพ่ือนำมาทดแทนไดด้ ี
ทสี่ ดุ
22. กระเปา๋ ผ้าดน้ มอื สกรนี สามารถพิมพ์โดยการสกรนี หรือทรานเฟอรร์ ปู ภาพให้เปน็ ของชำร่วยได้ เชน่
งานแต่ง งานบวช งานมหรสพตา่ งๆ ก็ดูดี และสามารถนำไปใช้ต่อได้ดว้ ย
23. กระเปา๋ ผา้ ด้นมือสามารถลดโลกร้อนได้ ถา้ ทกุ คนเลกิ ใช้ ถงุ พลาสติก แต่ ตอ้ งส่งเสริมกันอยา่ ง
ต่อเนือ่ ง
24. สามารถซือ้ หาอปุ กรณ์ และผลติ ใช้เองไดง้ ่าย เชน่ ดูจาก YouTube หรอื Google แล้วพมิ พค์ ำวา่ วิธี
ทำกระเปา๋ ผา้ ดน้ มือวธิ ที ำ กระเปา๋ ผา้ จะปรากฏการสอน และแนะนำมากมาย
25. กระเปา๋ ผา้ ด้นมอื สามารถแจก แถม เปน็ สนิ ค้าพรีเมยี มท่ีดี เปน็ เอกลักษณ์และมปี ระโยชน์ตอ่ ผู้รบั
หรอื ผซู้ ือ้ และนำไปใช้ได้ทันที
26. ผา้ ทผี่ ลิตเป็น กระเป๋าผ้าด้นมอื บางชนิด ผลติ จากใยสงั เคราะห์ บางชนดิ ผลติ จากใยธรรมชาติ หาก
ผลติ จากใย ธรรมชาติ ก็จะไม่เป็นมลพิษ แตห่ ากผลิตจากใยสงั เคราะห์ก็จะทำให้เกิดมลพิษได้ แต่ถึงอย่างไร ก็
สามารถใชซ้ ้ำได้ ดงั น้นั ผูบ้ ริโภคเองควรให้ความสำคัญ กบั ชนิดผา้ ท่นี ำมาผลติ เพ่ือลดขยะ และลดมลพษิ อยา่ ง
แทจ้ รงิ
7
ใบความร้ทู ่ี 2
การทำกระเป๋าถอื ผ้าดน้ มือ
วสั ดแุ ละอุปกรณ์ในการทำกระเป๋าถอื ดน้ มือ
1. ผา้ (Fabric) ได้แก่ ผ้าคอตตอน, ผา้ ทอ, ผา้ คอตตอ้ นผสมลินิน หรือผา้ แคนวาส
2.ผ้าสำหรับทำซับใน
3.ด้าย (Threads) ได้แก่ ด้าย Quilt, ด้าย Applique และดา้ ยเยบ็ หู
กระเป๋า
4.เขม็ ควิลท์ มีต้ังแตเ่ บอร์ 5-12
5. เข็มหมดุ (Pins) เอาไวก้ ลัดผ้าไมใ่ หเ้ ลอื่ น เข็มหมุดมีทงั้ เข็มหมุดหวั มุก
กบั เขม็ หมดุ หัวดอกไม้
6. ปากกาเขยี นผา้ , ชอลก์ เขียนผา้ แบบลบออกได้
7. ไม้บรรทัด
8. กรรไกร เป็นกรรไกรสำหรับตดั ผา้ กับกรรไกรตดั กระดาษ
9. ใยโพลีเอสเตอร์ ขนาด 120 กรัม
10. เตารีด
11. ซบิ
Credit : https://sites.google.com/dei.ac.th/op331147pr
ขนั้ ตอนการออกแบบและวิธีการทำ
1.ออกแบบแพทเทิรน์ ขนาดของกระเป๋าตามที่ต้องการ
2. ตดั ผา้ และใยโพลี ตามขนาดของแบบในรปู แบบสี่เหลี่ยมผนื ผ้า
3. ตดั และเยบ็ ให้ไดแ้ นว
4. ตีตารางเป็นลายตามความตอ้ งการเพื่อเยบ็ ผา้ ให้ตดิ กับใยโพลี แตต่ ้องเนาผ้าให้ตดิ กับใยดว้ ยกันผ้าไหล
ขณะเย็บ การเนาอาจเนาเป็นลายหมากรกุ หรือเปน็ ตารางทะเยงแลว้ แต่ถนัด
5. เย็บผา้ ตดิ กบั ใยโพลี โดยด้ายทใี่ ช้ถา้ จะให้ดตี ้องเปน็ ดา้ ยสำหรับปักผา้ หรืออาจจะใชด้ า้ ยเย็บผา้
ธรรมดาก็ได้
6. ประกบชน้ิ งานตัวกระเป๋ากับผา้ ซับใน และเนาให้ตดิ กันเพ่ือกันผา้ ลื่นขณะเย็บผ้า
7. ตดั ผ้าตามแพทเทิรน์ ที่จดั เตรยี มไวด้ ้านในหลงั จากทเี่ นาตดิ กนั แล้ว
8.กุน๊ ขอบผา้ ปรกติผ้ากนุ๊ จะมีขายเป็นแบบสำเรจ็ รูปอยู่แล้ว แตก่ ส็ ามารถทำเองได้เหมือนกนั ใช้ลาย
เดยี วกนั โดยตดั ผา้ ความกวา้ ง 4 cm เป็นความยาวตามรอบขนาดของกระเปา๋
9. เย็บผ้ากนุ๊ ใหต้ ดิ กบั ตวั กระเป๋า
10. เย็บจากด้านผดิ แล้วค่อยกลับผ้ากนุ๊
11. สอยเก็บรมิ
12. หลงั จากกลบั ดา้ นมาแล้วกต็ ้องสอยเกบ็ ริมผ้าด้านใน
13. เย็บประกบและทำตัวกระเป๋า
14. พบั คร่ึงตวั กระเป๋าให้เท่ากัน
8
15. เย็บขอบเพอื่ ประกบทำตัวกระเปา๋ ขนาดความยาวเลก็ ใหญ่ตามความต้องการ
16. หลังจากน้ันกส็ อยไขว้ ดึงใหแ้ น่น
17. สอยเสร็จลองกลับกระเป๋าออกมาดู วา่ ขนาด และเส้นตดั ทง้ั สองด้านเท่ากนั หรอื ไม่
18. เย็บตดั มมุ ทำกน้ กระเปา๋
19. กลบั ด้านในออกมาด้านนอก
20. หาเส้นผา่ นศนู ย์กลางของกระเปา๋ ถ้าจะให้ดีอาจใชป้ ากกาเขยี นไวต้ ง้ั แต่ตอนตัดผ้า
21. หลงั จากนนั้ วัดความยาวของเสน้ ท่ีตอ้ งการตัดมมุ ก้นกระเป๋า และ ใช้ปากกาเขียนผ้าขีดเส้นไว้ ทำ
เหมอื นกันทัง้ สองด้าน
22. นำเข็มหมุดปักยดึ จุดก่งึ กลางของรอยตะเขบ็ ข้างกับ เส้นผ่านศูนย์กลางของกระเป๋าท้ังสองด้านใหต้ รงกัน
23. เยบ็ ตามเส้นทีข่ ดี ไว้
24. ทำการติดซิป
25. สอยซ่อนด้าย มุมด้านนอกเพื่อปดิ ขอบกุ๊นด้าน
ใน (ใช้ดา้ ยเย็บทีส่ เี หมือนกบั สีซิป)
26. สอยซอ่ นดา้ ย มุมดา้ นนอกเพื่อปิด ขอบก๊นุ ด้าน
ใน (ใช้ด้ายเย็บทส่ี ีเหมือนกบั สีซิป)
27. จากน้ันดน้ ถอยหลังตะเข็บตรงกลางซปิ กะระยะ
ใหต้ รงตามรอยของซิป
28. ทำสายใสก่ ระเป๋า
29. กลบั กระเป๋าดา้ นนอกออกมา เปน็ อนั เสร็จสิน้
กระบวนการ Credit : https://sites.google.com/dei.ac.th/op331147pr)
การดูแลรักษา
1. ควรทำความสะอาดด้วยการเช็ด หรือซักด้วยมือเบาๆ
2. สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการซักเบาๆ ควรงดใชส้ ารฟอกขาวทุกชนดิ
3. ไม่ควรตากแดดนานๆอาจทำให้ผา้ สีซีดได้ กรอบแตกขาดได้
4. ไม่ควรใสข่ องท่ีมนี ำ้ หนกั มาก เพราะอาจทำให้เสน้ ดา้ ยฉีกขาดได้เมอื่ ใชก้ ระเป๋าไปนานๆ
9
ใบความร้ทู ่ี 3
การทำกระเป๋าดนิ สอผ้าด้นมือ
วัสดแุ ละอุปกรณ์ในการทำกระเป๋าดนิ สอผา้ ด้นมือ
วสั ดุอุปกรณใ์ นการทำ
1. เศษผ้า
2. ซปิ 7 นวิ้
3. กรรไกร
4. เขม็ กบั ดา้ ย
5. ริบบิ้น
6. หมดุ ปกั ผ้า
7. ริบบิน้
ขนั้ ตอนการทำและการออกแบบ
1.เตรยี มผา้ ขนาดความยาวประมาณ 7 นว้ิ ความกวา้ ง 3 1/2 นิว้ จำนวน 2 ผืน
จากนั้นนำผา้ ทั้งสองผนื มาเย็บติดกบั ซิปท้ังสองด้าน (มีผ้าด้านในและผา้ ดา้ นนอก)
2.นำริบบ้นิ เส้นเลก็ ๆ ติดกบั ซิปด้านบน เยบ็ ติดให้เรยี บรอ้ ย
3.พลกิ กลบั ด้านนอกออก
Credit : https://sites.google.com/dei.ac.th/op331147pr
การดูแลรักษาและการนำไปใช้
การดูแลรักษา ควรซักด้วยมือไม่ควรซกั ด้วยเคร่ืองซักผา้ และไม่ควรตากในท่ีแดดแรงเกินไปเพราะจะทำ
ใหเ้ นือ้ ผ้าซดี หมองเร็ว สามารถยดื อายุการใช้งาน ควรเก็บในถงุ ให้เรียบร้อยหลังการใช้งาน
การนำไปใช้ การทำกระเป๋าสตางค์ผา้ ดน้ มือถือเปน็ อาชีพเสรมิ ที่สร้างรายได้ให้คนในครอบครวั เป็น
การใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ สามารถใส่ และเปน็ ของฝากกับผู้ที่มาเย่ียมเยือ
10
ใบความรู้ท่ี 4
การบรหิ ารจัดการและการตลาด
การวางแผนการผลิต
ก่อนท่ีจะตดั สนิ ใจดำเนินธุรกิจการทำกระเปา๋ ผา้ ด้นมือจะต้องคำนงึ ถึงสง่ิ ตอ่ ไปนี้ คือ
1. ทุน ถ้าไม่มีทุนเป็นของตนเองต้องอาศัยแหล่งเงินกู้ จะต้องพิจารณาว่าแหล่งเงินกู้นั้นมาจากไหนถ้า
กูจ้ ากเอกชนก็ตอ้ งเสียดอกเบยี้ แพงกว่าสถาบันการเงนิ ถา้ เสียดอกเบี้ยแพงจะค้มุ กับการลงทนุ หรือไม่
2. แรงงาน ถา้ สามารถใชแ้ รงงานในครอบครัวไดก้ จ็ ะสามารถลดรายจา่ ยลงได้
3. วัตถุดิบ สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นหรือไม่ หากไม่มีท้องถิ่นจะมีปัญหาเรื่องราคาและการขนส่ง
หรอื ไม่
4. การจดั การ หมายถงึ การจัดการดา้ นตลาด การจดั จำหนา่ ยก่อนอ่ืนตอ้ งคำนึงถงึ กลมุ่ เป้าหมายท่ีจะนำ
ผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายการกำหนดราคาขาย ราคาต้นทุน กำไรและการลงบัญชีเบื้องต้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยง่ิ
ในการประกอบธรุ กิจ
การวางแผนการจำหน่าย
1. ประเภทของการจดั จำหนา่ ย มี 2 แบบ คอื
1.1. การจำหนา่ ยแบบสนั้ คือ การนำสินค้าจากผู้ผลิตส่รู า้ นค้าปลีก หรือร้านคา้ ยอ่ ยถึงผ้ซู ื้อหรือผู้บริโภค
โดยตรง
1.2. การจัดจำหน่ายแบบยาว คือ การนำสินค้าจากผู้ผลิต (บ้าน) ถึงร้านค้าขายส่ง แล้วร้านค้าขายส่ง
จำหน่ายต่อไปยังร้านค้าขายปลีก ร้านค้าขายปลีกจำหน่ายต่อไปยังผู้บริโภค สรุป การทำให้สินค้าที่ผลิตขึ้น
สามารถขายได้จำนวนมาก มีวธิ ดี ำเนินการได้หลายรปู แบบ คอื
1. จากผูผ้ ลติ ถงึ ร้านขายสง่ ถงึ รา้ นขายปลีก ถงึ ผู้ซ้ือหรือผบู้ รโิ ภค
2. จากผผู้ ลติ ผ่าน นายหนา้ ถงึ รา้ นคา้ ปลีก ถงึ ลูกค้า
3. จากผู้ผลิต ผ่าน นายหน้า ลูกค้า (ผู้บริโภค) โดยตรง โดยระบบการขายฝากและสร้าง
ภาพพจน์ของสินค้า จูงใจผู้ซื้อด้วยวธิ ีการต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการส่งเสริมการจำหนา่ ยที่ได้ผลอีก 2
ประการ คือ
1. การใหข้ อ้ มูลจงู ใจผูซ้ อ้ื และภาพพจน์ของสนิ คา้ ทผี่ ู้ซ้ือต้องการ
2. ภาพพจน์ของสินค้าที่ผู้ซื้อต้องการ และพอใจทำให้สินค้านั้นมีค่าและมีราคาในตัวเอง
มากกวา่
การกำหนดราคาขาย
เมื่อทำผ้าด้นมือขึ้นมาเพื่อการจำหน่าย สิ่งแรกที่ต้องทำคือการกำหนดราคาขายที่ผู้ซื้อสามารถซื้อได้ใน
ราคาไม่แพงจนเกนิ ไปและผู้ขายก็พอใจท่ีจะขายเพราะไดก้ ำไรตามท่ีต้องการการกำหนดราคาขายทำไดด้ ังน้ี
1. ตดิ ตามความต้องการของลูกคา้ ลกู ค้าเป็นผ้กู ำหนดราคาขาย ถา้ ลกู ค้ามคี วามต้องการและสนใจมากก็
จะสามารถต้ังราคาไดส้ งู
2. ตงั้ ราคาขายโดยบวกราคาต้นทนุ กับกำไรท่ีต้องการกจ็ ะเปน็ ราคาขาย ในกรณเี ช่นนีจ้ ะตอ้ งรู้ราคา
ต้นทนุ มาก่อนจงึ จะสามารถบวกกำไรลงไปได้ การต้งั ราคาขายน้ี จะมผี ลตอ่ ปริมาณการขาย ถา้ ต้ังราคาขายไม่
แพง หรือต่ำกวา่ ราคาตลาดก็สามารถขายได้จำนวนมาก ผลที่ไดร้ ับคือ ได้กำไรเพม่ิ มากขึ้นดว้ ยการกำหนด ราคา
11
ขายมีหลายรปู แบบ แตส่ งิ่ ทสี่ ำคญั คือ ต้องคำนึงถึงราคาท่ีสูงที่สดุ ทีผ่ ู้ซื้อสามารถซ้ือไดแ้ ละราคาต่ำสุดท่ีจะได้
เงนิ ทนุ คืน
หลกั เกณฑ์ในการกำหนดราคาขาย มดี ังน้ี
1. ได้ผลตอบแทนจากการลงทนุ ตามเปา้ หมาย
2. เพอ่ื รักษาเสถียรภาพด้านราคาไม่ถูกหรือแพงจนเกินไป
3. เพอื่ รักษาหรอื ปรับปรงุ ส่วนแบ่งของการตลาด กลา่ วคือ ตงั้ ราคาขายส่งถูกกวา่ ราคาขายปลกี เพื่อให้
ผูร้ บั ซ้ือไปจำหนา่ ยปลีกจะได้บวกกำไรไดด้ ว้ ย
4. เพ่อื แข่งขันหรือป้องกันคู่แข่งขนั หรือผู้ผลิตรายอน่ื
5. เพอื่ ผลกำไรสูงสุด
การกำหนดราคาขาย มหี ลกั สำคัญ คือ ราคาตน้ ทุน + กำไรทตี่ ้องการ ดังน้นั จึงจำเปน็ ต้องศกึ ษาเร่อื งราวการคิด
ราคาต้นทนุ ให้เข้าใจกอ่ น
การคดิ ราคาต้นทนุ
การคดิ ราคาต้นทนุ หมายถงึ การคดิ คำนวณราคาวตั ถุดบิ ที่ใช้ในการผลิต มคี า่ แรงค่าใช้จ่ายในการผลิต
ประกอบด้วย ค่าเชา่ สถานท่ี คา่ ไฟฟา้ คา่ ขนสง่ ฯลฯ การคิดราคาต้นทุนมปี ระโยชน์ คือ
1) สามารถตั้งราคาขายได้โดยรวู้ ่าจะได้กำไรเท่าไร
2) สามารถรู้วา่ รายการใดท่ีก่อให้เกดิ ตน้ ทุนสงู หากต้องการกำไรมากก็สามารถลดต้นทุนน้นั ๆ ลงได้
3) รถู้ งึ การลดตน้ ทนุ ในการผลติ แลว้ นำไปปรับปรุง และวางแผนการผลติ เพิ่มขน้ึ ได้
ต้นทุนการผลิตมี 2 อย่าง คอื
1. ตน้ ทนุ ทางตรง หมายถึง ต้นทนุ ในการซ้ือวตั ถุดบิ รวมท้ังคา่ ขนส่ง
2. ตน้ ทุนทางอ้อม หมายถึง ต้นทนุ ท่ีจา่ ยเป็นคา่ บริการต่าง ๆ เชน่ ค่าแรงงาน คา่ ไฟฟ้า ค่าเชือ้ เพลงิ
ท้ังนี้ ใหค้ ดิ เฉพาะสว่ นที่เกีย่ วกับการผลติ โดยตรง แลว้ นำต้นทุนทงั้ สองอย่างมาคดิ รวมกันก็จะไดเ้ ป็นราคาต้นทนุ
รวม
การกำหนดราคาขาย จะตอ้ งคำนงึ ถึง
1. ตน้ ทุนทางตรง + ตน้ ทุนทางอ้อม คือ ตน้ ทุนรวม
2. การหากำไรทเ่ี หมาะสม ทำไดโ้ ดยเพิม่ ต้นทุนรวมข้นึ อีก 20-30%
ตัวอย่าง ต้นทุนรวมในการทำดอกไมจ้ ากกระดาษสา 500 บาท
บวกกำไร 30% ของ 500 จะได้ = 150 บาท
ฉะนัน้ ราคาขาย คือ ตน้ ทนุ + กำไร
คือ 500 + 150 เท่ากับ 650 บาท
โดยทั่วไปร้านค้าปลีกจะกำหนดราคาขาย โดยการบวกกำไรที่ต้องการเข้ากับราคาต้นทุนการผลิตสินค้านั้น ๆ
แต่บางรายก็กำหนดราคาสูง สำหรับการผลิตระยะเริ่มแรก เพราะความต้องการของตลาดค่อนข้างสูงใน
ระยะเวลา อันสั้น การเปลี่ยนแปลงราคาขายอาจมีผลให้ยอดลดหรือเพิม่ ขึ้นแล้วแต่ภาวะแวดล้อม
จึงต้องคำนึงถงึ เชน่ เดียวกนั ดังนนั้ จึงสามารถคิดราคาขายไดง้ ่าย ๆ ดังน้ี
ราคาขาย = ราคาทนุ (ต้นทุน + คา่ แรง) + กำไรที่ต้องการ
12
การทำบญั ชรี ายรับ – รายจ่าย
หมายถึง การจดบันทึกรายการข้อมูลด้านการเงินของการปฏิบัติงาน ทั้งที่เกี่ยวกับรายการที่รับเข้ามา
และรายการที่ต้องจา่ ยออกไป เพ่ือให้มีข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องทางด้านการเงิน ตลอดจนผลของการดำเนินงานน้ันไว้ว่า
คงเหลือเงนิ หรอื ไม่ จำนวนเท่าไร และเปรียบเทียบผลการดำเนินกจิ การวา่ ได้กำไร หรือขาดทนุ เพียงไร
ประโยชนข์ องการทำบัญชีรายรับ-รายจา่ ย
1. ทำใหท้ ราบฐานะทางการเงินในการปฏิบัติงาน
2. ใช้ประกอบการวางแผนในการทำงานหรือในการใช้จา่ ยเงนิ
3. ใชใ้ นการติดตามการทำงานดา้ นตา่ ง ๆ
4. ทำใหท้ ราบปญั หาในการทำงานและแก้ไขทนั
5. ใชร้ ายงานผลการดำเนินงาน
6. ใช้เป็นข้อมลู รายจา่ ยปรบั ลดค่าใชจ้ า่ ยเพ่ือให้เหลือเงินหรอื ได้กำไรเพิ่มขึน้
7. นำวิธีการจัดทำบญั ชีไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน
หลักการจดั ทำบัญชรี ายรบั -รายจา่ ย มีดังนี้
1. รายรับ เป็นข้อมลู ทั้งหมดท่ไี ด้รบั เงนิ เข้ามา เชน่ คา่ ห้นุ เงินกู้ ค่าขายของ ค่าขายผลผลิต
2. รายจ่าย เปน็ ข้อมลู ราจ่ายทั้งหมดในการประกอบกจิ การนน้ั ๆ เชน่ ค่าขนสง่ ค่าซอ้ื วัตถุดบิ ค่าจา้ ง
แรงงาน
3. เงนิ คงเหลอื ได้ ผลต่างระหวา่ งรายรบั กับรายจา่ ยทัง้ หมด
การคา้ ออนไลน์
E- Commerce คอื การประยกุ ตส์ อ่ื อนิ เตอร์เน็ตมาใช้ในการดำเนนิ ธุรกิจการค้า หรอื เรียกวา่ พาณชิ ย์
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ที่นิยมกันมาก ณ ปจั จบุ ันคอื การซื้อขายสนิ ค้าผ่านทางอินเตอรเ์ น็ต การหันมาใชเ้ ว็บสอ่ื กลางทาง
การค้ามากย่ิงข้นึ เปน็ สอ่ื กลางในการรวบรวมสินค้าและผซู้ ื้อผขู้ ายไวใ้ นเว็บไซต์เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกใน
การติดต่อซ้อื -ขาย ทำให้การคน้ หาขอ้ มูลเปน็ เรือ่ งที่ง่ายและสามารถจำกดั ขอบเขตข้อมูลใหต้ รงตามความตอ้ งการ
มากยิง่ ข้ึน ตามการจัดกลมุ่ สินคา้ ของผ้ใู หบ้ ริการแหล่งข้อมูลออนไลน์นัน้ ๆ
E- Commerce จงึ เปน็ เสมอื นสื่อกลางในการโฆษณาและเช่ือมโยงขอ้ มลู หรือความตอ้ งการของผใู้ ช้งาน
ไปยังกลุ่มลูกคา้ ท่ีเปน็ เป้าหมายโดยตรง พรอ้ มท้ังสามารตอบสนองตอ่ ความต้องการของตลาด ยน่ เวลาในการนำ
สนิ ค้าเขา้ สตู่ ลาด ทำให้สามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วทวคี ูณ
13
ประโยชน์ของ E-commerce
1. เพิ่มโอกาสทางการตลาด
ขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายมากยิ่งขึ้นสนองความต้องการของตลาด
และขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วนำเทคโนโลยีมาใช้ สร้างผลกำไรแก่องค์กร ตามทันสื่อการตลาดยุคใหม่เพิ่ม
โอกาสโลกตลาดออนไลน์ รู้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน สามารถเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อการทำการตลาด
ทางตรง สร้างการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว ย่นระยะเวลาการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน
สะดวกในการค้นหาข้อมูล และติดต่อซื้อ - ขายนำเสนอข้อมูลสินค้าได้เป็นจำนวนมาก และสามารถสื่อสารกับ
ลูกค้า ได้ในลักษณะ Interactive Market (การตลาดเชิงตอบโต้)เพิ่มโอกาสทางการตลาดในการบริหารข้อมูล
ลูกคา้ จากระบบอิเลก็ ทรอนกิ สป์ รบั ปรุงหรอื Update ขอ้ มลู เกย่ี วกับสนิ ค้าและบรกิ ารไดต้ ลอดเวลา
2. ลดต้นทุนในการจัดซื้อ
ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้า ตลอดจนค่าใช้จ่ายใน
กระบวนการซื้อที่ลดลงสามารถควบคุมขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างได้ ขั้นตอนไม่ซับซ้อนสะดวกและรวดเร็วข้ึน
สามารถเลอื ก ผู้ผลติ /ผ้จู ำหนา่ ยสนิ ค้าและบรกิ ารไดอ้ ยา่ งหลากหลาย ประหยดั เวลาในการเปรยี บเทยี บสินค้าและ
ผู้ขายเป็นผลใหไ้ ด้สนิ ค้าคุณภาพดี และราคาเปน็ ท่ีนา่ พอใจ ตรงกบั ความต้องการที่สุด
3. สนับสนุนการซ้ือ - ขาย
มีระบบค้นหาสินค้าจาก “คำค้นหาสินค้า” และช่องทางการเข้าถึงข้อมูลทาง“สารบัญข้อมูล” แบ่ง
ออกเป็นหมวดหมู่และประเภทอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการค้นหาเลือกดสู ินค้า หรือบริษัท ได้ตามความ
ต้องการระบบผู้ตดิ ต่อ และระบบข้อความทางหน้าเว็บไซต์ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารระหวา่ ง
กันส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก สามารถมองเห็นสินค้าและบริษัทของคุณได้อย่าง
งา่ ยดาย ผา่ นทางหนา้ เวบ็ ไซต์ สามารถทำกำไรไดม้ ากกว่าระบบการซือ้ - ขายแบบเดมิ เน่ืองจากตน้ ทนุ การจัดซ้ือ
และจัดจำหน่ายต่ำกวา่ ทำใหต้ น้ ทนุ ต่อหนว่ ยลดลงและ กำไรจากการขายตอ่ หน่วยเพิ่มขน้ึ
4. ส่งเสริมการขายการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
ลดตน้ ทุนการสง่ เสริมการตลาด โฆษณาและประชาสมั พันธ์ เชน่ ลดตน้ ทุนการโฆษณาผ่านสื่อปกติอ่ืน ๆ
ลดต้นทุนการจัดกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งสามารถใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์บริหารจัดการได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดี
ให้กับธุรกิจหรือองค์กร ในเรื่องของความทันสมัย และเป็นโอกาสที่จะทำให้สินค้าหรือบริการเป็นที่รู้จักอย่าง
รวดเรว็ ในวงกวา้ ง
5. ลดการใช้ทรัพยากร
ลดเวลาในการหาขอ้ มลู สินคา้ หรือผู้ขาย และย่นเวลาในการนำสนิ ค้าเขา้ สตู่ ลาดลดขั้นตอนทางการตลาด
ลดพลังงานในการเดนิ ทางลดการใชท้ รัพยากรดา้ นองค์ประกอบทางธรุ กิจ เช่น พื้นทีก่ ารขาย อาคารประกอบการ
ทำเลที่ตั้ง โกดังเก็บสินค้า เป็นต้นลดต้นทุนด้านช่องทางจำหน่ายในรูปแบบร้านค้า, ค่าใช้จ่ายในการขายและ
บริหาร รวมทัง้ ค่าเชา่ พนื้ ทขี่ ายหรอื การลงทนุ ในการสรา้ งรา้ น ซงึ่ จะช่วยใหต้ ้นทนุ ของธุรกจิ ต่ำลง
Credit : คุณสุดารัตน์ เพ็งขนุ ทด
Credit : http://about.b2bthai.com/ArticleInfo.aspx?ArticleTypeID=78&ArticleID=74
14
ใบความรู้ที่ 5
คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพี
ความสำคญั ของคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
จริยธรรมเป็นมาตรฐานความประพฤติของมนุษย์จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างจรรยาคอื
ความประพฤติ และธรรม คือเครื่องรักษาความประพฤติ การประกอบอาชีพใด ๆ ก็ตามผู้ประกอบอาชีพจะต้อง
คำนึกถึงผลกระทบต่อสังคมภายนอกเสมอ ทั้งนี้ก็คือจะต้องไม่ใช้ความรู้ความสามารถในทางที่ผิด หากประกอบ
อาชพี โดยไร้จริยธรรมผลเสียหายจะตกอยู่กับสังคมและประเทศชาติฉะน้ันจริยธรรมจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่
จะลดปัญหาท่ีอาจจะเกิดข้นึ ความสำคัญของจริยธรรมในการประกอบอาชีพ มีดงั นี้
1. ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพแตล่ ะสาขาได้ใชว้ ชิ าชีพในทางท่ีถูกต้องเหมาะสม และเปน็ ประโยชน์ต่อสังคม
และประเทศชาติ
2. ช่วยควบคุมและส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความสำนึกในหน้าท่ี
และมคี วามรบั ผดิ ชอบในงานของตน
3. ชว่ ยสง่ เสรมิ และควบคุมการผลิต และการปฏิบัติงานใหม้ ีคุณภาพเปน็ ที่เช่ือถือและไว้วางใจได้ในเร่ือง
ของความปลอดภัยและการบรกิ ารท่ดี ี
4. ชว่ ยส่งเสรมิ ใหผ้ ูป้ ระกอบอาชพี ไมเ่ อารดั เอาเปรียบผู้บรโิ ภค และไม่เห็นแกต่ ัว ทง้ั นี้ตอ้ งยึดหลักโดยคำ
นึกถึงผลกระทบท่จี ะเกิดแกผ่ ้บู ริโภคเสมอ
5. ช่วยให้วงการธุรกิจของผู้ประกอบอาชีพมีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมีความเอื้อเฟื้อต่อสังคม
ส่วนรวมมากขึ้น อาชีพ (Occupation) ดำรง ฐานดพี (2536 : 2) ได้ให้ความหมายไว้ ดังนี้ หมายถึง กิจกรรมท่ี
เกี่ยวข้องกับงานทุกประเภทและเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสังคม ดังนั้นคำว่า
อาชีพจึงครอบคลุมไปถึงงานที่ใคร ๆ ก็ทำได้โดยไม่ต้องอาศัยการฝึกหัดมาก่อน เช่น งานที่ต้องใช้แรงงาน
(Manual works) และเป็นงานที่ผูก้ ระทำจะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษหรือเปน็ งานที่ใชท้ ักษะและการฝึกหัด
ข้นั สงู (Technic works)”
หลกั ในการยึดถือปฏิบัติของผู้ประกอบอาชีพทว่ั ไปพึงกระทำเพอื่ ความเจริญก้าวหนา้ ในอาชพี ของตน
และร่วมรับผดิ ชอบในสังคม ควรมดี งั น้ี
1. ความซ่อื สัตยส์ ุจริต และมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
2. การมีจรยิ ธรรมต่อสงิ่ แวดล้อม
3. ความน่าเช่ือถือและความปลอดภยั ในบริการ
4. การมจี รรยาอาชีพและดำเนินกิจการอยา่ งมีคุณภาพ
5. การสร้างสมั พนั ธภาพที่ดีต่อลูกค้า
6. การเคารพสทิ ธิและรักษาผลประโยชนข์ องผอู้ น่ื
7. การใช้จริยธรรมในการติดต่อสอ่ื สาร
8. การสร้างสมั พนั ธภาพกับชุมชน
9. การสรา้ งวินยั ในการประกอบอาชีพ
10. การดำเนนิ งานอยา่ งถูกต้องตามกฎหมาย
11. การใหแ้ หล่งข้อมูลข่าวสารอยา่ งถูกตอ้ ง
12. การประกอบอาชพี ดว้ ยความขยันหมนั่ เพียร
15
ผู้ประกอบการจะตอ้ งมีคณุ ธรรมประจำใจท่สี ำคัญ 7 ประการ
1. ซื่อสตั ย์สุจรติ
2. ขยนั หมนั่ เพยี ร
3. มคี วามรับผดิ ชอบ
4. มีความละเอยี ดรอบคอบ
5. ตัดสินใจอย่างฉลาดและมีเหตุผล
6. ตรงตอ่ เวลา
7. เหน็ แกป่ ระโยชน์สว่ นรวม
ผ้ทู ่ีมีคุณลักษณะท่ดี ีเหมาะสมกับการประกอบอาชีพ ตอ้ งมจี ริยธรรมดังน้ี
1. ทำงานเตม็ ความรู้ความสามารถและอทุ ิศเวลาใหก้ ับงาน
2. ไม่แกง่ แย่ง ชงิ ดชี งิ เดน่
3. ไม่คดโกงเอาเปรยี บเพ่ือนร่วมงานและผบู้ รโิ ภค
4. ไม่หลอกลวงโดยการโฆษณาชวนเช่อื
5. เลือกประกอบอาชพี ทไ่ี ม่ขัดกับกฎหมายและศลี ธรรม
6. เสยี ภาษีอากร ภาษเี งินได้จากการประกอบอาชีพตามความเปน็ จริง
16
ใบงานท่ี 1
เร่ือง ความรู้ทั่วไปเก่ียวกบั กระเปา๋ ผา้ ด้นมือ
จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. บอกความเป็นมาและความสำคัญของกระเป๋าผา้ ดน้ มอื จงอธบิ ายมาพอสงั เขป
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .....................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
2. บอกประโยชน์ของกระเป๋าผา้ ด้นมือ จงอธบิ ายมาพอสงั เขป
.................................................................................................................................... ......................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .....................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
17
ใบงานท่ี 2
เรื่อง การทำกระเป๋าดนิ สอผ้าด้นมอื
คำชแี้ จง ให้ผ้เู รยี นศึกษาการทำกระเป๋าสะพายผา้ ด้นมอื ตอ่ ไปนี้
1. ศกึ ษาใบความรเู้ รื่องการทำกระเปา๋ ดินสอผ้าดน้ มือ
2. ศกึ ษาการทำกระเป๋าดินสอผา้ ด้นมือจากภมู ปิ ญั ญาท้องถ่นิ แลว้ ใหฝ้ ึกทักษะการทำกระเป๋าดนิ สอ
ผ้าด้นมือ
3. ให้ผูเ้ รยี นเตรยี มวัสดุ อุปกรณใ์ นการทำกระเป๋าดนิ สอผา้ ดน้ มือ ดงั นี้
1. เศษผ้า
2. ซิป 7 นวิ้
3. กรรไกร
4. เข็มกับด้าย
5. รบิ บ้นิ
6. หมุดปักผ้า
7. ริบบ้นิ
4. ให้ผเู้ รียนปฏิบตั ิทำกระเป๋าดินสอผ้าดน้ มือตามข้นั ตอนในใบความรู้ที่ 2
18
ใบงานที่ 3
เร่ือง การทำกระเป๋าถือผ้าด้นมือ
คำชี้แจง ให้ผูเ้ รียนศกึ ษาการทำกระเป๋าถอื ผ้าด้นมือต่อไปนี้
1. ศกึ ษาใบความรเู้ รือ่ งการทำกระเปา๋ ถือผ้าด้นมอื
2. ศกึ ษาการทำกระเป๋าสตางคผ์ า้ ดน้ มือจากภูมิปัญญาท้องถ่นิ แล้วใหฝ้ ึกทกั ษะการทำกระเป๋าถือ
ผ้าด้นมอื
3. ให้ผูเ้ รยี นเตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ในการทำกระเป๋าสตางคผ์ ้าดน้ มอื ดังน้ี
1. ผ้า (Fabric) ไดแ้ ก่ ผ้าคอตตอน, ผ้าทอ, ผ้าคอตต้อนผสมลนิ ิน หรอื ผา้ แคนวาส
2.ผา้ สำหรบั ทำซับใน
3.ด้าย (Threads) ได้แก่ ดา้ ย Quilt, ด้าย Applique และดา้ ยเยบ็ หกู ระเป๋า
4.เข็มควิลท์ มตี งั้ แต่เบอร์ 5-12
5. เขม็ หมดุ (Pins) เอาไวก้ ลดั ผา้ ไมใ่ หเ้ ลื่อน เข็มหมุดมีท้ังเข็มหมุดหวั มุก กับเขม็ หมุดหวั ดอกไม้
6. ปากกาเขยี นผ้า, ชอลก์ เขียนผ้า แบบลบออกได้
7. ไมบ้ รรทดั
8. กรรไกร เปน็ กรรไกรสำหรับตดั ผ้า กบั กรรไกรตัดกระดาษ
9. ใยโพลีเอสเตอร์ ขนาด 120 กรัม
10. เตารีด
11. ซบิ
ทำกระเป๋าถือผา้ ดน้ มือตามขั้นตอนในใบความรู้ท่ี 3
19
ใบงานท่ี 4
เรื่อง การบริหารจดั การและการตลาด
จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จงบอกความหมายของการวางแผนการผลติ
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
2. จงบอกประเภทของการจัดจำหนา่ ย
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................................................. ................
3. จงบอกประโยชน์ของการทำบญั ชีรายรับ – รายจา่ ย
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
......................................................................................................................................... ........................................
4. จงบอกความหมายของการคา้ ออนไลน์
............................................................................................................................................................................... ..
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................................ .....................
5. จงบอกประโยชน์ของ E – Commerce
............................................................................................................................................................................. ....
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.......................................................................................................................................................... .......................
.................................................................................................................................................................................
20
ใบงานที่ 5
เร่ือง คุณธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพ
จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. ความสำคญั ของคุณธรรม จรยิ ธรรม ในการประกอบอาชีพ
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
...................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ .........................................................
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................................... ..............................
.................................................................................................................................................... .............................
2. คุณธรรมสำหรับผูป้ ระกอบการ 7 ประการ คอื
................................................................................................................................................................................ .
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................................. ....................
............................................................................................................... ..................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.......................................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ .....................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
21
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบ กศ.ตน.12
วิทยากร...........................................................................................................................................................
หลักสูตร.....กระเป๋าผ้าด้นมอื .....จำนวน ...35...ชวั่ โมง (เรยี นวนั ละ...5....ชั่วโมง)
ระหว่างวันท.ี่ ..........................................................................................เวลาเรียน ....09.00 – 15.00.... น.
สถานทจี่ ดั การเรยี น..........................................................................................................................................
วนั /เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจัดการเรยี นรู้ หมายเหตุ
09.00 -15.00 น. 1. วิทยากรบรรยายถึงความเป็นมาและความสำคัญของกระเป๋าผ้า 5 ชัว่ โมง
ด้นมอื และให้ผ้เู รยี นศึกษาเพิม่ เตมิ จากใบความรู้
2. วิทยากรบรรยายถึงประโยชน์ของกระเป๋าผ้าด้นมือ และให้ผู้เรียน
ศึกษาเพม่ิ เติมจากใบความรู้
2. วทิ ยากรบรรยายถงึ การเตรยี มวสั ดุและอปุ กรณ์ท่ีใช้ในการกระเป๋า
ผา้ ด้นมือ พร้อมทั้งแสดงตวั อยา่ งของวสั ดแุ ละอุปกรณ์
3. วทิ ยากรบรรยายถึงการทำกระเป๋าผา้ ดน้ มอื
- การทำกระเป๋าถือผ้าด้นมือ
- การทำกระเป๋าดินสอผา้ ด้นมอื
4. วทิ ยากรอธบิ ายวสั ดแุ ละอุปกรณใ์ นการทำกระเปา๋ ถอื ผา้ ดน้ มือ
5. วิทยากรใหผ้ ูเ้ รยี นเตรยี มวัสดุ อปุ กรณ์ในการทำกระเป๋าถอื ผ้าดน้
มือ ดงั น้ี
1. ผา้ (Fabric) ได้แก่ ผา้ คอตตอน, ผ้าทอ, ผา้ คอตตอ้ นผสม
ลินนิ หรอื ผา้ แคนวาส
2.ผา้ สำหรบั ทำซับใน
3.ด้าย (Threads) ได้แก่ ด้าย Quilt, ด้าย Applique และ
ด้ายเย็บหูกระเป๋า
4.เข็มควลิ ท์ มีตัง้ แต่เบอร์ 5-12
5. เข็มหมุด (Pins) เอาไว้กลดั ผ้าไม่ใหเ้ ลอ่ื น เขม็ หมุดมีท้ัง
เขม็ หมดุ หัวมุก กบั เข็มหมุดหัวดอกไม้
6. ปากกาเขียนผ้า, ชอลก์ เขียนผ้า แบบลบออกได้
7. ไมบ้ รรทดั
8. กรรไกร เปน็ กรรไกรสำหรับตดั ผา้ กับกรรไกรตดั
กระดาษ
9. ใยโพลเี อสเตอร์ ขนาด 120 กรมั
10. เตารดี
11. ซบิ
22
วนั /เดือน/ปี เวลา กระบวนการจัดการเรยี นรู้ หมายเหตุ
09.00 -15.00 น. 1. วิทยากรให้ผเู้ รยี นเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการทำกระเป๋าถือผ้าดน้ 5 ช่วั โมง
มอื (ต่อ)
2. วทิ ยากรสาธิตขนั้ ตอนการทำการทำกระเป๋าถือผ้าดน้ และให้ 5 ชว่ั โมง
ผู้เรียนฝึกปฏบิ ัตติ ามใบความรู้ท่ี 2 เร่ือง การทำกระเป๋าถือผา้ ดน้ 5 ช่วั โมง
3. วิทยากรใหค้ ำปรึกษา/แนะนำข้นั ตอนการทำใหก้ ับผ้เู รยี น 5 ชั่วโมง
4. ผเู้ รยี นฝึกปฏบิ ัติการทำกระเป๋าถือผ้าดน้ และใหผ้ ้เู รยี นฝึกปฏบิ ัติ
ตามใบความรู้ที่ 2 เร่ือง การทำกระเปา๋ ถอื ผ้าด้น
5.วทิ ยากรให้คำปรกึ ษา/แนะนำขนั้ ตอนการทำให้กบั ผเู้ รียน
09.00 -15.00 น. 1. ผูเ้ รียนฝึกปฏบิ ตั ิการทำกระเป๋าถือผ้าดน้ และใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ิ
ตามใบความรู้ท่ี 2 เรื่อง การทำกระเปา๋ ถือผา้ ด้น หัวข้อ การปัก
ลวดลายบนกระเป๋า
2.วทิ ยากรใหค้ ำปรึกษา/แนะนำขน้ั ตอนการทำใหก้ บั ผเู้ รียน
09.00 -15.00 น. 1. ผู้เรียนฝึกปฏบิ ัติการทำกระเป๋าถือผา้ ดน้ และใหผ้ ูเ้ รียนฝกึ ปฏบิ ัติ
ตามใบความรู้ที่ 2 เร่อื ง การทำกระเปา๋ ถอื ผา้ ด้นมือ หัวข้อ การ
ประกอบตวั กระเป๋า
2.วทิ ยากรใหค้ ำปรึกษา/แนะนำขั้นตอนการทำให้กับผเู้ รยี น
09.00 -15.00 น. 1. ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการทำกระเป๋าถือผ้าด้นมือ และให้ผู้เรียนฝึก
ปฏิบัติตามใบความรู้ที่ 2 เรื่อง การทำกระเป๋าถือผ้าด้นมือ หัวข้อ
การเก็บรายละเอียดตวั กระเปา๋
2.วทิ ยากรอธบิ ายข้ันตอนการดูแลรกั ษาการทำกระเป๋าถือผ้าดน้
3. วิทยากรอธิบายวัสดุและอุปกรณ์ในการทำกระเป๋าผ้าดินสอ
ผ้าด้นมือ
4. วิทยากรใหผ้ ู้เรียนเตรยี มวสั ดุ อปุ กรณ์ในการทำกระเปา๋ ดินสอผ้า
ดน้ มอื ดงั น้ี
1. เศษผ้า
2. ซปิ 7 นว้ิ
3. กรรไกร
4. เขม็ กับด้าย
5. ริบบน้ิ
6. หมดุ ปักผ้า
7. รบิ บิ้น
23
วัน /เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจัดการเรยี นรู้ หมายเหตุ
09.00 -15.00 น. 1. วิทยากรสาธติ ขน้ั ตอนการทำกระเป๋าดนิ สอผา้ ด้นมือและให้ผเู้ รยี น 5 ช่วั โมง
ฝึกปฏบิ ัตติ ามใบความรู้ที่ 3 เรือ่ ง การทำกระเป๋าดินสอผ้าด้นมอื 5 ชัว่ โมง
1.เตรยี มผ้า ขนาดความยาวประมาณ 7 นว้ิ ความกว้าง 3
1/2 น้วิ จำนวน 2 ผืน จากนั้นนำผ้าทง้ั สองผนื มาเย็บตดิ กับซปิ ท้ัง
สองดา้ น (มผี า้ ด้านในและผา้ ด้านนอก)
2. นำริบบ้ินเส้นเล็กๆ ตดิ กบั ซิปด้านบน เย็บตดิ ใหเ้ รียบร้อย
3. พลิกกลบั ด้านนอกออก
4. วิทยากรให้คำปรกึ ษา/แนะนำข้นั ตอนการทำให้กับผูเ้ รียน
2. ผู้เรียนฝกึ ปฏิบตั ิการการทำกระเปา๋ ดนิ สอผ้าด้นมือโดยศกึ ษาจาก
ใบความรทู้ ่ี 3 เร่ือง การทำกระเปา๋ ดนิ สอผา้ ด้นมือ
3. วิทยากรใหค้ ำปรึกษา/แนะนำขั้นตอนการทำให้กบั ผู้เรียน
09.00 -15.00 น. 1. ผเู้ รียนฝึกปฏบิ ัติการทำกระเป๋าดินสอผ้าด้นมือ และให้ผู้เรียนฝกึ
ปฏิบัติตามใบความรู้ที่ 3 เรอ่ื ง การทำกระเป๋าดินสอผา้ ดน้ มือ หวั ขอ้
การเก็บรายละเอยี ดตัวกระเป๋า
2.วทิ ยากรอธบิ ายขน้ั ตอนการดูแลรักษาการทำกระเป๋าถอื ผ้าดน้
3. วิทยากรบรรยายการบรหิ ารจดั การและการตลาดการทำการทำ
กระเปา๋ ผ้าดน้ และศึกษาเพมิ่ เติมจากใบความรู้ที่ 4 เร่ือง การบรหิ าร
จัดการและการตลาด ดงั น้ี
1. การวางแผนการผลิต พิจารณา เงินทุน แรงงาน วัตถุดิบ และ
การจัดการ
2. การวางแผนการจำหน่าย ประกอบด้วย การจัดจำหน่าย ช่อง
ทางการจดั จำหน่าย การสง่ เสริมการจำหนา่ ย
3. การกำหนดราคาขาย ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ในการกำหนด
ราคาขาย การคดิ ราคาตน้ ทุน
4. การทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ประกอบด้วย ประโยชน์ของ
การทำบัญชรี ายรบั -รายจ่าย หลักการจดั ทำบญั ชีรายรับ-รายจ่าย
5. การคา้ ออนไลน์ ประกอบดว้ ย E-Commerce ประโยชน์ของ E-
commerce
6. ผู้เรียนทำใบงานท่ี 4 เร่ือง การบรหิ ารจัดการและการตลาด
4.วิทยากรและผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องคุณธรรม
จริยธรรมในการประกอบอาชพี หัวเร่อื ง ความหมายและความสำคัญ
ของคณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพี
และศึกษาเพมิ่ เตมิ จากใบความรู้ที่ 5 เรอ่ื ง คุณธรรม จริยธรรมในการ
ประกอบอาชีพ
24
วนั /เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจดั การเรยี นรู้ หมายเหตุ
5. วทิ ยากรและผู้เรยี นรว่ มกนั แลกเปล่ยี นเรียนรู้ เร่ืองคุณธรรม
จริยธรรมในการประกอบอาชีพ หัวเรอ่ื ง คณุ ธรรม และจรยิ ธรรมใน
การประกอบอาชพี
- ความขยัน
- ความอดทน
- ความซ่อื สัตย์
6. ผเู้ รียนทำใบงานท่ี 5 เรอ่ื ง คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบ
อาชีพ
ลงชอ่ื .................................................วิทยากร
(..........................................)
วนั ที่......../............../...........
หมายเหตุ สถานศกึ ษาปรับเปลีย่ นไดต้ ามความเหมาะสม
25
คณะผู้จัดทำ
ท่ีปรกึ ษา
นางมนี า กิติชานนท์ ผู้อำนวยการสำนกั งาน กศน. จงั หวัดพะเยา
นางอัญชลี ธรรมะวิธีกุล ศึกษานิเทศกเ์ ช่ียวชาญ สำนักงาน กศน.
นายถนอม โยวัง ผูอ้ ำนวยการ กศน. อำเภอดอกคำใต้
คณะกรรมการสถานศึกษา กศน. อำเภอดอกคำใต้
ผูจ้ ัดทำ
นายถนอม โยวัง ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอดอกคำใต้
นางอารียา ไชยชนะ ครผู ูช้ ่วย
นางสาวอรุณศรี นามสาร ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
นางสนธยา กาศสนุก ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
นางวันทนา โยวงั ครู กศน. ตำบล
นางสาวละอองดาว วรรณสมพร ครู กศน. ตำบล
นางสาวภัคนนั ท์ ปัญโญ ครู กศน. ตำบล
นางสาวสุวิมล สมวงค์ ครู กศน. ตำบล
นายมงคล แกว้ เทพ ครู กศน. ตำบล
นางสาวนันทนา ใจสมัคร ครู กศน. ตำบล
นางสาวอัญชลี วรรณชัย ครู กศน. ตำบล
นายกฤษกร พรหมมา ครู กศน. ตำบล
นางสาวกนกกาญจน์ บตุ รดี ครู กศน. ตำบล
นางสาวดวงดาว อุปพรรณ์ ครู กศน. ตำบล
นางสาวมัธยา วันเป้ยี ครู กศน. ตำบล
นายคมสนั แปงศรี ครู กศน. ตำบล
นางสาวเพชรรัตน์ ใชสงคราม บรรณารกั ษ์
นางสาวปยิ ากร ปักษา นกั วิชาการศกึ ษา
บรรณาธิการ
นางวันทนา โยวงั ครู กศน.ตำบล
นางสาวเพชรรัตน์ ใชสงคราม บรรณารกั ษ์
ผู้รบั ผิดชอบ ครู กศน.ตำบล
นางสาวกนกกาญจน์ บตุ รดี