รายงาน เรื่อง สัญญาเช่าทรัพย์และสัญญาเช่าซื้อ นำเสนอ อาจารย์ฤทธิเกียรติหะยีวามิส จัดทำโดย นักศึกษาชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2/2 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชากฎหมาย วิทยาลัยเทคโนโลยีอาซิซสถานพณิชยการ
คำนำ รายงานฉบับนี่เป็นส่วนหนึ่งของวิชา กฎหมายพาณิชย์ ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2/2 โดยมีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่อง สัญญาเช่าทรัพย์และเช่าซื้อ ทั้งนี้ในรายงานนี้มี เนื้อหาประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับ กฎหมาย ตลอดจนการประยุกต์ใช้ด้านกฎหมาย ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี่ในการทำรายงาน เนื่องจากน่าเรื่องที่น่าสนใจและ ต้องขอขอบคุณ สมาชิกในกลุ่มทุกคน อาจารย์ฤทธิเกียรติ หะยีวามิส ผู้ให้ความรู้แนวทางการศึกษา เพื่อนๆทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอดผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ท่าน ผู้จัดทำ
สารบัญ เนื้อเรื่อง หน้าที่ รายงานบทที่6 สัญญาเช่าทรัพย์และเช่าซื้อ 1 การทำสัญญาเช่าทรัพย์ 1-2 จากมาตรา 538 นี้ พอแยกพิจารณาเป็น 3 กรณ 2 หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่า 2 ความระงับแห่งสัญญาเช่าทรัพย 2-3 การบอกเลิกสัญญาเช่าทรัพย์ 3-4 สัญญาเช่าเลิกกันโดยผลของกฎหมาย 4 สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่า 4 แนวคำวินิจฉัยที่ถือว่า เป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่า 5 สัญญาเช่าซื้อ 5 ลักษณะของสัญญาเช่าซื้อ 5-6 แบบของสัญญาเช่าซื้อ 6-7 ความระงับของสัญญาเช่าซื้อ 7
1 รายงานบทที่6 สัญญาเช่าทรัพย์และเช่าซื้อ สัญญาเช่าทรัพย์และเช่าซื้อ เป็นบทบัญญัติที่มีวัตถุแห่งสัญญาเป็นทรัพย์ จึงมีความ เกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขาย จึงมีการนำบทบัญญัติในกฎหมายซื้อขายมาใช้กับสัญญาเช่าทรัพย์และ สัญญาเช่าซื้อด้วย เช่น การส่งมอบทรัพย์ที่เช่า ความรับผิดของผู้ให้เช่ากรณีทรัพย์ที่เป็นวัตถุแห่งการ เช่าชำรุดบกพร่องหรือมีการรอนสิทธิ เป็นต้น โดยเฉพาะสัญญาเช่าซื้อนั้น เป็นสัญญาที่มีความมุ่ง หมายในการโอนกรรมสิทธิ์ (ให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินที่เช่านั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินที่เช่านั้นตกเป็น สิทธิแก่ผู้เช่า) จึงได้มีการนำบทบัญญัติเกี่ยวกับกฎหมายซื้อขายมาใช้ในกรณีนี้ด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสัญญาเช่าทรัพย์ไว้ในมาตรา 537- มาตรา 571 แยกเป็น 1. หมวด 1 บททั่วไป (บทเบ็ดเสร็จทั่วไป) มาตรา 537- มาตรา 545 2. หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่า มาตรา 546 – มาตรา 551 3. หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า มาตรา 552- มาตรา 563 4. หมวด 4 ความระงับแห่งสัญญาเช่า มาตรา 564 - มาตรา 571 การทำสัญญาเช่าทรัพย์ ในกรณีที่กฎหมายกำหนด “แบบ” ของสัญญาใดไว้ ย่อมหมายความว่า กฎหมายประสงค์จะ ให้ทำตามแบบนั้น หากมิได้ทำตามแบบ สัญญาที่ทำขึ้นนั้นย่อมีผลเป็นโมฆะ5 คือ เสียเปล่ามาแต่ แรก6 ในทางกลับกันหากกฎหมายมิได้กำหนดแบบของสัญญาใด ย่อมหมายความว่า คู่สัญญาย่อมตก
ลงกันในรูปแบบใดก็ได้ เช่น อาจตกลงทำสัญญาวาจาเป็นต้น แบบของสัญญาตามที่กฎหมายกำหนด ไว้แยกได้เป็น 2 (1) ทำเป็นหนังสือ (2) ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (3) กรณีอื่นที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะเรื่องนั้น “มาตรา 538 เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อ ฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน นต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี” จากมาตรา 538 นี้ พอแยกพิจารณาเป็น 3 กรณ (1) การทำสัญญาเช่าทรัพย (2) การเช่าสังหาริมทรัพย์ (3) (3) การทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 3 ปี หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่าไว้ตั้งแต่ มาตรา 546 – 551 มีดังนี้ (1) หน้าที่ในการส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่าแก่ผู้เช่าในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว (2) หน้าที่ต้องบำรุงรักษาและซ่อมแซมทรัพย์สินในระหว่างเช่า (3) ความรับผิดในความชำรุดบกพร่อง (4) ความรับผิดในการรอนสิทธิ ความระงับแห่งสัญญาเช่าทรัพย์
สัญญาเช่าระงับไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ สัญญาเช่าที่กำหนดระยะเวลาการเช่า ย่อมระงับไปเมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว กรณีนี้ 3 บทบัญญัติมาตรา 564 มาตรา 570 มาตรา 565 และมาตรา 566 บัญญัติเกี่ยวกับเรื่อง การระงับของสัญญาเช่าทรัพย์อันเกี่ยวกับระยะเวลาตามสัญญาเช่า ดังนี้ (1) สัญญาเช่ามีกำหนดระเวลาการเช่า“มาตรา 564 อันสัญญาเช่านั้น ท่านว่าย่อมระงับไป เมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้มิพักต้องบอกกล่าวก่อน” (2) สัญญาเช่าไม่มีกำหนดเวลาการเช่าสำหรับการเช่าที่ไม่มีการกำหนดระเวลาการเช่าไว้ กฎหมายได้แก้ไขไว้ในมาตรา 565 และมาตรา 566“มาตรา 565 การเช่าถือสวนนั้น ท่านให้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเช่ากันปีหนึ่ง การเช่านาก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเช่ากันตลอดฤดูทำนาปี หนึ่ง” “มาตรา 566 ถ้ากำหนดเวลาเช่าไม่ปรากฏในความที่ตกลงกันหรือไม่พึงสันนิษฐานได้ไซร้ ท่านว่าคู่สัญญาฝ่ายใดจะบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะเมื่อสุดระยะเวลาอันเป็นกำหนดชำระค่าเช่าก็ ได้ทุกระยะ แต่ต้องบอกกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่งให้รู้ตัวก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็น อย่างน้อยแต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสองเดือน”กรณีตามมาตรา 565 สัญญาเกี่ยวกับ การเกษตรที่มิได้ตกลงเรื่องเวลาไว้ กฎหมายจึงกำหนดบทสันนิษฐานเวลาเช่าไว้ให้เหมาะกับ การเกษตร ส่วนมาตรา 566 เป็นกรณีที่สัญญาเช่ามิได้กำหนดเวลาเช่าไว้ และก็ไม่อาจพึง สันนิษฐานได้ การบอกเลิกสัญญาจึงกระทำได้โดยบอกกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่งให้รู้ตัวก่อนชั่ว กำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อย เช่น กำหนดจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน ก็ต้องบอก กล่าวเลิกสัญญาในเวลาจ่ายค่าเช่า เพื่อเป็นการเลิกสัญญาในการเช่างวดถัดไป แต่หากกำหนด ระยะเวลาการชำระค่าเช่าที่ตกลงกันไว้ นานกว่า 2 เดือน เช่น ตกลงกันชำระเป็นรายปีเช่นนี้ มาตรา 566 กำหนดว่า ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่า 2 เดือน การบอกเลิกสัญญาเช่าทรัพย์ เป็นการเลิกสัญญาเช่ากันก่อนกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา หากพิจารณาถึงหลักนิติ กรรมสัญญาอันเป็นหลักทั่วไปเกี่ยวกับการเลิกสัญญา และเหตุในการเลิกสัญญาที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในกฎหมายเช่าทรัพย์แล้ว อาจแยกได้เป็นดังนี้
(1) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงเลิกสัญญากันเอง โดยปกติแล้ว เมื่อมีการเสนอสนองถูกต้อง ตรงกันทั้งสองฝ่ายแล้ว ย่อมเกิดสัญญาขึ้น คู่สัญญาย่อมต้องผูกพันปฏิบัติตามสัญญา แต่หากคู่สัญญา ทั้งสองฝ่าย ตกลงยินยอมเลิกสัญญากัน สัญญาย่อมระงับ ส่วนฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายแสดงเจตนาก่อนไม่ สำคัญ ขอเพียงทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันในการเลิกสัญญา 4 (2) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาโดยข้อสัญญา เมื่อคู่สัญญาได้ตกลงเหตุใน การเลิกสัญญาแต่เพียงฝ่ายเดียวไว้ คู่สัญญาฝ่ายที่มีสิทธิตามสัญญา ย่อมบอกเลิกสัญญาได้ เป็นไปตาม หลักเสรีภาพในการแสดงเจตนาทำสัญญากันมาแต่ต้นที่จะกำหนดข้อสัญญานี้ไว้ (3) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กรณีนี้ ขอกล่าวถึงเฉพาะ ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเช่าทรัพย์เท่านั้น สัญญาเช่าเลิกกันโดยผลของกฎหมาย การเลิกสัญญากรณีนี้ ไม่จำต้องมีการบอกเลิกสัญญากัน (1) สัญญาเช่าระงับเมื่อทรัพย์สินที่เช่าสูญหายไปหมด สัญญาเช่าเป็นสัญญาที่ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหาก ทรัพย์สินที่เช่าสูญหายไปทั้งหมด สัญญาเช่าย่อมระงับไปด้วย ไม่ว่าความสูญหายไปทั้งหมดนั้น จะ เกิดขึ้นเพราะความผิดของฝ่ายผู้ให้เช่าหรือผู้เช่า หรือเป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม (2) สัญญาเช่าระงับเมื่อผู้เช่าถึงแก่ความตาย สัญญาเช่าเป็นสัญญาที่เป็นการเฉพาะตัวของผู้เช่า แม้จะไม่มีบทบัญญัติดังกล่าว แต่จะเห็นได้ จากบทบัญญัติต่าง ๆ เช่น มาตรา 544 บัญญัติห้ามมิให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตน สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่า สัญญาเช่าทรัพย์เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง ผู้ให้เช่าและผู้เช่าจึงมีหนี้ต่างตอบ แทนซึ่งกันและกันกล่าวคือ ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สิน และผู้ เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น เมื่อเข้าลักษณะสัญญาเช่าทรัพย์แล้ว ก็จะมีบทบัญญัติต่าง ๆ
ตามที่กำหมายกำหนดให้ต้องทำตาม อย่างไรก็ตามในบางกรณี การเช่าทรัพย์นั้นอาจมี ข้อตกลงเป็นพิเศษให้คู่สัญญาต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งยิ่งกว่าสัญญาเช่าทรัพย์ทั่วไป 5 แนวคำวินิจฉัยที่ถือว่า เป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่า 1) มีการปลูกสร้างอาคารลงบนที่ดินที่เช่าแล้วยกกรรมสิทธิ์อาคารให้แก่เจ้าของที่ดิน ซึ่งอาจ เป็นการยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ในทันทีที่สร้างเสร็จ หรือยกให้ภายหลังเมื่อครบกำหนดในสัญญาแล้ว กรณีเช่นนี้ 2) ผู้เช่าออกเงินช่วยค่าก่อสร้างอาคาร กรณีนี้ ผู้ให้เช่าเป็นผู้ก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เองแต่มีเงินไม่พอ จึงให้ผู้เช่าช่วยออกเงินค่าก่อสร้างโดยมีข้อตกลงตอบแทนผู้เช่า แต่อย่างไรก็ตาม ต้องได้ความว่า เป็นกรณีช่วยออกเงินค่าก่อสร้างกันจริง ๆ 3) การซ่อมแซมปรับปรุงสถานที่เช่ากรณีนี้มีลักษณะคล้ายกับการปลูกสร้างอาคารหรือช่วย เงินก่อสร้าง เพียงแต่ไม่ถึงขนาดปลูกสร้างอาคารขึ้นใหม่ ดังนั้น จึงต้องเป็นการซ่อมแซมหรือปรับปรุง สถานที่เช่าที่ผู้เช่าต้องรับภาระเกินกว่าปกติ 4) มีการปลูกพืชลงบนที่ดินที่เช่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2551 จำเลยได้เช่าที่ดิน พิพาทจากโจทก์โดยเสียค่าเช่าปีละ 7,500 บาท มีการทำสัญญาเช่ากันครั้งละ 1 ปี โดยโจทก์ให้ จำเลยเช่าตลอดมาเป็นเวลาประมาณ 15 ปีแล้ว และในวันที่ 19 พฤษภาคม 2536 โจทก์ได้ทำ บันทึกข้อตกลงกับจำเลย ระบุว่าโจทก์อนุญาตให้จำเลยผู้เช่าที่ดินเพื่อทำสวนสามารถพัฒนาที่ดินกลบ ร่อง ยกร่อง พร้อมทั้งตกแต่งคันล้อมขึ้นมาใหม่ เพื่อปรับปรุงทำสวนจนเต็ม สัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่าซื้อเป็นเอกเทศสัญญาอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีลักษณะ เป็นสัญญาต่างตอบแทนเหมือนสัญญาเช่าทรัพย์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อไว้เพียง 3 มาตรา ได้แก่ มาตรา 572 ถึง มาตรา 574 แต่ด้วยมีลักษณะเป็น สัญญาเช่าทรัพย์โดยมีคำมั่นว่าจะขาย ทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า จึง ต้องนำบทบัญญัติเกี่ยวกับสัญญาเช่าทรัพย์ และสัญญาซื้อขายที่นำมาใช้กับสัญญาเช่าทรัพย์ด้วย นอกจากนี้ ยังมีแนวคำพิพากษาต่าง ๆ ที่ศาลได้วางหลักเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้ออีกด้วย
ลักษณะของสัญญาเช่าซื้อ จากบทบัญญัติดังกล่าว จึงสรุปลักษณะของสัญญาเช่าซื้อ 6 1. สัญญาเช่าซื้อ ประกอบด้วย สัญญาเช่าและคำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า ดังนั้น จึงต้องนำบทบัญญัติเรื่องสัญญาเช่าทรัพย์มาใช้บังคับด้วย 2. เป็นสัญญาที่มีคำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ ผู้เช่า ดังนั้น (1) ทรัพย์สินที่เช่าซื้อกันนั้น ต้องโอนแก่กันได (2) คำว่าตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่านั้น อาจเป็นกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองก็ได้ เช่น เช่าซื้อที่ดินมีโฉนด 3. มาตรา 572 จะบัญญัติว่า สัญญาเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า ก็มิได้หมายความว่าผู้ให้เช่าซื้อต้องเป็นเจ้าของในเวลาทำสัญญา เช่น โจทก์เช่าซื้อรถยนต์พิพาททั้ง 8 คัน จากบริษัท ท.แล้วจำเลยเช่าซื้อรถยนต์พิพาททั้ง 8 คัน จากโจทก์แม้ในขณะโจทก์จำเลยทำสัญญา เช่าซื้อ โจทก์ยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันที่ให้เช่าซื้อก็ตาม แต่บริษัท ทยินยอมให้โจทก์ นำรถยนต์พิพาททั้ง 8 คันออกให้ผู้อื่นเช่าซื้อช่วงได้ และโจทก์สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาท ทั้ง 8 คัน ให้แก่จำเลยได้ หากจำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อครบตามสัญญา 4. ค่าเช่าซื้อ มาตรา 572 ตอนท้าย บัญญัติว่า “...โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวน เท่านั้นเท่านี้คราว” (1) ต้องเป็นเงินเท่านั้น (2) การชำระค่าเช่าซื้อนั้น จะกำหนดเป็นกี่คราวก็ได้ (3) ค่าเช่าซื้อ คือ ค่าเช่ารวมกับราคาทรัพย์สิน ซึ่งการกำหนดราคาค่าเช่าซื้อนั้น อาจมีเอาดอกเบี้ยของราคาทรัพย์สินรวมเข้าด้วย 5. สัญญาเช่าซื้อไม่เป็นสิทธิเฉพาะตัว เพราะเป็นสัญญาที่มีคำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า
แบบของสัญญาเช่าซื้อ มาตรา 572 วรรคสอง บัญญัติว่า “สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ” ดังนั้น จึงเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดแบบของสัญญาเช่าซื้อไว้ 7 1. การทำเป็นหนังสือ คือ การที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้กำหนดข้อสำคัญของสัญญาไว้และได้ ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายในสัญญา 2. ผลของการไม่ทำตามแบบ สัญญาเช่าซื้อที่ไม่ทำตามมาตรา 572 วรรคสองกำหนดไว้ คือ เป็น “โมฆะ” ผลของการเป็นโมฆะนั้น คือ สัญญานั้นเสียเปล่า เสมือนว่าไม่เคยมีสัญญาต่อกัน คู่สัญญาฝ่ายใด ๆ จึง ไม่อาจเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ เมื่อเสียเปล่ามาแต่แรกแล้ว คู่สัญญาจึงไม่อาจให้สัตยาบันแก่ กันให้สัญญาเช่าซื้อที่โมฆะนั้นมีผลใช้ต่อไปได้ และผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะยกความเสียเปล่าแห่ง โมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างก็ได้ ความระงับของสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่าซื้อ อาจระงับลงได้ 3 กรณี ได้แก่ (1) ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา (2) ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา (3) ระงับลงด้วยเหตุอื่น ๆ 1 ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา มาตรา 573 บัญญัติว่า “ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืน ให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง” 2 ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา มาตรา 574 บัญญัติว่า “ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็น ส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน ให้
ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย” 3 สัญญาเช่าซื้อระงับด้วยเหตุอื่น ๆ เช่น ทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อสูญหายหมด เป็นต้น สมาชิกในกลุ่ม นางสาวฮายาตี เเมเราะ เลขที่ 1 เลขประจำตัว 427 นางสาวนูรฮายาตี อิเเต เลขที่ 2 เลขประจำตัว 428 นางสาวฟาฏีมา โต๊ะยีอิ๊ด เลขที่ 3 เลขประจำตัว 429 นางสาวนูรุลฮุสนา สะนิ เลขที่ 4 เลขประจำตัว 430 นางสาวนัชยา บาหิงตะ เลขที่ 7 เลขประจำตัว 437 นางสาวซาฟีด๊ะ หลงเเสม เลขที่ 11 เลขประจำตัว 443 นางสาวอาดีลา สนิมูแมง เลขที่ 15 เลขประจำตัวตัว 455 นางสาวนูรอาซีกีน และมินา เลขที่ 16 เลขประจำตัว 456 นางสาวอัสนีฟาน โต๊ะกือจิเลขที่ 26 เลขประจำตัว 474 นางสาวฟิรเดาร์ เเวเเดร์ เลขที่ 31 เลขที่ประจำตัว 490 นางสาวอนุสรา ชายมัน เลขที่ 32 เลขประจำตัว 491 นางสาวนูรฟาติน ยูโซะ เลขที่ 35 เลขประจำตัว 494 นางสาวนูนฮายาตี กาเร็ง เลขที่ 36 เลขประจำตัว 496 นางสาวนิฟาฮานา นิเยะ เลขที่ 41 เลขประจำตัว 505 นางสาวสูไวบะห์ โมง เลขที่ 47 เลขประจำตัว 520