The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สระแก้วเมืองแห่งความสุข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebooksakaeo, 2020-04-26 23:49:18

สระแก้วเมืองแห่งความสุข

สระแก้วเมืองแห่งความสุข

Keywords: สระแก้ว,กิตติพศ อบอุ่น

หน้า |ก

คำนำ

พู ดถึงจังหวัดสระแก้วหลายคนนึกถึงตลาดโรงเกลือ แต่อยากจะบอกว่า
"สระแก้วมีดีมากกว่าที่คุณรู้จัก" ทั้งธรรมชาติ 2 อุ ทยาน 1 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ า มีถ้าสวยๆ มี
โบราณสถานล่าค่า วัฒนธรรมประเพณี อาหารการกิน รวมท้ังตลาดค้าชายแดนท่ีเป็นแหล่งชอ็ ปปิ้งท่ี

คุณรู้จักดี ในอนาคตกาลังจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และในปีนี้จังหวัดสระแก้วเป็น 1 ใน 12 เมือง
ตอ้ งห้ามพลาดพลัส จึงการนั ตไี ด้ว่า "สระแกว้ เมืองดีท่ีคุณต้องห้ามพลาด"

กิตตพิ ศ อบอุ่น
นักเทคโนโลยีสำรสนเทศ

หน้า |ข

สำรบัญ

คำนำ ....................................................................................................................................................................................................................................................................................
สำรบญั ............................................................................................................................................................................................................................................................................ข
สระแกว้ เมอื งแห่งควำมสขุ .....................................................................................................................................................................................................................................1
[ประวตั ศิ ำสตร์].............................................................................................................................................................................................................................................................2
[ภูมศิ ำสตร์] ....................................................................................................................................................................................................................................................................4
[ภูมปิ ระเทศ]....................................................................................................................................................................................................................................................................5
[ภูมอิ ำกำศ] ....................................................................................................................................................................................................................................................................6
[กำรเมอื งกำรปกครอง]...........................................................................................................................................................................................................................................7
[ประชำกร] ......................................................................................................................................................................................................................................................................8
[สถำบนั กำรศึกษำ] .....................................................................................................................................................................................................................................................9
[กำรสำธำรณสุข]......................................................................................................................................................................................................................................................10
[กำรขนสง่ ] ....................................................................................................................................................................................................................................................................11
[กำรท่องเท่ยี ว]...........................................................................................................................................................................................................................................................12

หน้า |1

สระแกว้ เมืองแหง่ ควำมสุข

[สระแกว้ ]

เป็นจังหวดั หน่ึงในภาคตะวันออกของประเทศไทย แยกออกมาจากจงั หวัดปราจีนบุรีเม่ือ
พ.ศ.2536 โดยในปัจจุ บันถือเป็นจังหวัดท่ีมีพ้ืนท่ีมากท่ีสุดในภาคตะวันออก และเป็นอีกหน่ึงจังหวัด
พรมแดนท่ีมีการติดต่อค้าขายเป็นอย่างมาก สระแก้ว เป็นช่ือท่ีมาจากช่ือสระน้าโบราณซ่ึงอยู่ในพ้ืนท่ี
อาเภอเมืองสระแก้ว มีอยู่จานวน 2 สระ ในสมัยกรุงธนบุรีราว พ.ศ. 2323 สมเด็จเจ้าพระยามหา
กษตั ริยศ์ ึก เปน็ แมท่ ัพยกทพั ไปตีกัมพูชา (เขมร) ได้แวะพกั กองทัพท่ีบริเวณสระน้าทง้ั สองแห่งนี้ กองทัพ
ได้อาศัยน้าจากสระใช้สอยและได้ขนานนามสระท้ังสองว่า "สระแก้ว-สระขวัญ" และได้นาน้าจากสระทั้ง
สองแหง่ นใี้ ช้ในการประกอบพิธีถือน้าพิพฒั น์สตั ยา โดยถอื ว่าเปน็ น้าบรสิ ุทธ์ิ

หน้า |2

[ประวตั ศิ ำสตร]์

ประมาณ 4,000 ปี ก่อน บริเวณอ่าวไทยยังเป็นทะเลโคลนตมเว้าลึกเข้ามาในแผ่นดิน
มากกวา่ ปัจจุ บัน พ้ืนท่ที ่ีเปน็ จังหวัดสระแก้วยังไม่มีผูค้ นอยู่อาศัย เป็นเพยี งแค่ทางผา่ น ต่อมาเร่ิมมีคนมา
ต้ังถ่ินฐานจนขยายใหญ่ข้ึนเป็นหมู่บ้าน ผู้คนพากันต้ังหลักแหล่งบริเวณเชิงเขา ซ่ึงปัจจุ บันคือ อาเภอตา
พระยา อาเภอโคกสงู อาเภอวฒั นานคร อาเภออรัญประเทศ อาเภอเมืองสระแก้ว และอาเภอเขาฉกรรจ์
โดยเฉพาะบนสองฝ่ังลาน้าพระปรงและพระสะทึง จากน้ันผู้คนได้กระจายออกไปอยู่บริเวณท่ีดอนกลาง
ทะเลโคลนตม ท่ีปัจจุ บันคือ อาเภอบ้านสร้าง อาเภอเมืองปราจีนบุรี อาเภอประจันตคาม ในจังหวัด

ปราจนี บุรี
พ.ศ. 1000 ชุมชนท่ีตั้งถ่ินฐานบริเวณเมืองสระแก้วได้พัฒนาเป็นชุมชนท่ีหนาแน่นขึ้น

โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มลาน้าพระปรง-พระสะทึง มีวัฒนธรรมแบบสุวรรณภูมิสมัยก่อน
ประวัติศาสตร์ และแบบทวาราวดี มีศูนย์กลางอยู่ท่ีเขาฉกรรจ์ และกลุ่มลาห้วยพรมโหด มีวัฒนธรรม
แบบขอม ศูนยก์ ลางอยู่ท่ปี ราสาทเขานอ้ ย-เขารงั และบา้ นเมอื งไผ่ (ปัจจุ บนั อยูใ่ นเขตอาเภออรญั ประเทศ)

สมัยโบราณ สระแก้วมีความสาคญั ในด้านเป็นเสน้ ทางคมนาคมทางตะวนั ตก-ตะวันออก
(ระหว่างเมืองชายฝ่ังทะเลอ่าวไทยกับกัมพูชา) และทางเหนือ-ใต้ (ระหว่างเมืองในลุ่มน้าโขง ชี มูล กับ
เมืองชายฝ่ังทางจันทบุรี) กระท่ังหลัง พ.ศ. 1500 รัฐพื้นเมืองต่าง ๆ ในสุวรรณภูมิมีการปรับตัว
เน่ืองจากการทาการค้ากับจีน ประกอบกับภูมิประเทศบริเวณอ่าวไทยเปล่ียนแปลงกลายเป็นแผ่นดินตื้น
เขนิ ขึ้น เส้นทางคมนาคมทางน้าเปล่ยี นแปลง ผูค้ นจงึ อพยพยา้ ยถ่นิ ออกจากสระแกว้

บรเิ วณลุ่มน้าบางปะกงมกี ลุ่มบ้านเมอื งเกดิ ข้ึนราว พ.ศ. 1900 เปน็ ชุมชนขนาดเล็ก ผูค้ น
เสาะหาของป่ าเพ่ือส่งส่วยให้แก่ราชธานีต่าง ๆ

ต่อมาพัฒนาเป็นเมืองชายแดน เป็นเส้นทาง

เดนิ ทพั ผ่านไปยังกมั พูชา

ในสมัยอาณาจักรสุวรรณภูมิ
และอาณาจักรทวารวดี สระแก้วเป็นชุมชนท่ีมี
ความสาคัญแห่งหน่ึง มีฐานะเป็นเมืองขึ้นของ

เมอื งปราจีนบุรี (เมืองประจิมในสมยั โบราณ)

หน้า |3

สมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ สระแก้วเป็นเมืองชายแดน จึงเป็นทางผ่านของ
กองทัพในการทาสงครามกับประเทศเพ่ือนบ้านอยู่บ่อยครั้ง โดยในสมัยอยุธยา สมเด็จพระนเรศวร
มหาราช คร้ังยังเป็นสมเด็จพระมหาอุปราช ได้ยกทัพมาปราบปรามอริราชศัตรูท่ีลกั ลอบเข้าโจมตี กวาด
ตอ้ นผู้คนบริเวณชายแดน มีการต้งั คา่ ยคูเมืองและปลูกยุ้งฉางไว้ท่ีท่าพระทำนบ ซ่ึงเช่ือว่าเป็นท่ีต้ังอาเภอ

วัฒนานครในปัจจุ บัน ต่อมาในช่ วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก พระเจ้าตากทรงหนีพม่าไปเมืองจันทบุรี
โดยพาไพร่คนสนิทหนีฝ่ ากองทัพพม่าไปทางทิศตะวันออก ผ่านบริเวณ ดงศรีมหาโพธ์ิ อันเป็นเขตป่ า
ต่อเน่ืองจากท่ีราบลมุ่ ขนึ้ ไปถึงท่ีลุ่มดอนของเมืองสระแก้ว แลว้ ไปยงั ชลบุรี ระยอง และจนั ทบุรี

ในสมัยกรุงธนบุรี เจ้าพระยาจักรี พร้อมบุตรชาย ยกทัพไปเสียมราฐและได้แวะพักแรม
ในบริเวณท่ีปั จจุ บันเรียกว่า สระแก้ว สระขวัญ อันเป็นท่ีมาของช่ื อจังหวัด และในช่ วงต้นกรุง

รัตนโกสินทร์ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ขุนพลแก้วในสมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้า
เจ้าอยู่หัว ได้พักทัพก่อนยกไปปราบญวน โดยเม่ือเสร็จศึกญวนแล้ว ได้สร้างบริเวณท่ีพักน้ันเป็นวัดตา
พระยา ซ่ึงต้ังอยู่ในอาเภอตาพระยาในปัจจุ บนั

สมัยหลังเปล่ียนแปลงการปกครอง สระแก้วเคยมีฐานะเป็นตาบลขึ้นอยู่ในการปกครอง
ของอาเภอกบินทร์บุรี จังหวัดกบินทร์บุรี ซ่ึงทางราชการได้ต้ังเป็นด่านสาหรับตรวจคนและสินค้าเข้า-
ออก มีข้าราชการตาแหน่งนายกองทาหน้าท่ีเป็นนายด่าน จนถึง พ.ศ. 2452 ทางราชการจึงได้ยกฐานะ

ข้ึนเป็นก่ิงอาเภอ ช่ือว่า ก่ิงอาเภอสระแก้ว โดยใช้ช่ือสระน้าเป็นช่ือก่ิงอาเภอ ขึ้นกับอาเภอกบินทร์บุรี

(ในตอนน้ันจังหวัดกบินทร์บุ รีถูกยุบรวมกับ จังหวัดปราจีนบุ รีเรียบร้อย
แ ล้ ว ) ต่ อ ม า เ ม่ื อ วั น ท่ี

23 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 ได้มีพระราช
กฤษฎีกายกฐานะข้ึนเป็นอาเภอช่ื อว่า

อาเภอสระแก้ว ขึ้นอยู่ในการปกครองของ
จังหวัดปราจีนบุรี และในวันท่ี 1 ธันวาคม

พ.ศ. 2536 ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัด
เป็นจังหวัดลาดับท่ี 74 ของประเทศไทย
โดยเป็นหน่ึงในสามจังหวัดท่ีได้รับจัดตั้ง

ยกฐานะเป็นจังหวัดข้ึนในปีน้ัน พร้อมกับ

จั ง ห วั ด ห น อ ง บั ว ล า ภู แ ล ะ จั ง ห วั ด

อานาจเจรญิ

หน้า |4

[ภมู ิศำสตร์]

ท่ตี ง้ั และอาณาเขต
สระแก้ว เป็นจังหวัดชายแดนด้านตะวันออกตอนบนของประเทศ ต้ังอยู่ระหว่างเส้นรุ้งท่ี

13 องศา 15 ลิปดา ถึง 14 องศา 15 ลิปดาเหนือ กับประมาณเส้นแวงท่ี 101 องศา 45 ลิปดา ถึง 103
องศาตะวนั ออก โดยมอี าณาเขตติดต่อกบั จังหวัดใกลเ้ คียงดังนี้

ทศิ เหนือ ติดกบั จังหวดั บุรรี ัมยแ์ ละจงั หวดั นครราชสมี า
ทศิ ตะวนั ออก ติดกบั ปอยเปต จังหวดั บันทายมีชัย ประเทศกมั พูชา
ทศิ ใต้ ติดกับจังหวัดจนั ทบุรี
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ กบั จังหวดั ปราจีนบุรีและจังหวดั ฉะเชิงเทรา

หน้า |5

[ภมู ิประเทศ]

อุทยานแห่งชาตปิ างสีดา
สภาพท่ัวไป พ้ืนท่ีจังหวัดสระแก้วโดยรวมเป็นพ้ืนท่ีราบถึงท่ีราบสูงและมีภูเขาสูง

สลับซับซ้อน มีระดับความสูงจากน้าทะเล 74 เมตร โดยทางด้านทิศเหนือ มีทิวเขาบรรทัดซ่ึงเป็นต้น
กาเนิดของแม่น้าบางปะกง มีลักษณะเป็นป่ าเขาทึบได้แก่ บริเวณอุทยานแห่งชาติปางสีดาเป็นแหล่งต้นน้า
ลาธาร ทางด้านทิศใต้ มีลักษณะเป็นท่ีราบเชิงเขา มีสภาพเป็นป่ าโปร่ง ส่วนใหญ่ถูกบุกรุกแผ้วถางป่ า
เพ่ือทาการเกษตร ทาให้เกิดสภาพป่ าเส่ือมโทรม ตอนกลางมีลักษณะเป็นท่ีราบ ได้แก่ อาเภอวังน้าเย็น
อาเภอวังสมบูรณ์ ซ่ึงเป็นเขตติดต่อจังหวัดจันทบุรี ทางด้านทิศตะวันตก มีลักษณะเป็นท่ีราบถึงท่ีราบสงู
และมีสภาพเป็นป่ าโปร่ง ทาไร่ ทานา และทางด้านทิศตะวันออก นับตั้งแต่อาเภอวัฒนานคร มีลักษณะ
เปน็ สันปันน้าและพนื้ ท่ีลาดไปทางอาเภอเมืองสระแก้วและอาเภออรัญประเทศ เขา้ เขตประเทศกมั พูชา

ลาคลองสายสาคัญมีดังน้ี
คลองพระปรง มีต้นกาเนิดจากเขาในอาเภอวัฒนานคร แล้วไหลไปรวมกับแม่น้าหนุมาน

ในเขตอาเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กลายเป็นแม่น้าปราจีนบุรี ความยาว 180 กิโลเมตร คลอง
พระสะทึง มีต้นกาเนิดจากเขาท่ึงล่ึงในอาเภอมะขาม และเขาตะกวดในอาเภอโป่ งน้าร้อน จังหวัดจันทบุรี
ไหลไปลงแม่น้าพระปรงท่ีบ้านปากร่วม ตรงแนวแบ่งเขตระหว่างอาเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
กบั อาเภอกบินทร์บุรี จังหวดั ปราจนี บุรี ความยาว 164 กโิ ลเมตร

คลองน้าใส มตี ้นกาเนิดจากเขาตาเลาะและเขาตางอ็ กในอาเภอวฒั นานคร และภเู ขาใน
ประเทศกัมพูชา ความยาว 74 กโิ ลเมตร ใช้เป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกบั กัมพูชา

คลองพรมโหด มตี ้นกาเนดิ จากเขาในตาบลช่องกลุ่ม อาเภอวัฒนานคร ไหลไปลงคลอง
ลกึ อาเภออรญั ประเทศ ท่ีหลกั เขตแดนท่ี 50 ความยาว 62 กโิ ลเมตร ถือเป็นแนวเขตอนุรักษ์ของไทยและ
กมั พูชา

จังหวดั สระแก้วมีอุทยานแหง่ ชาตทิ ้ังหมด 2 แหง่ ไดแ้ ก่ อุทยานแห่งชาตปิ างสดี า และ
อุทยานแห่งชาตติ าพระยา ซ่ึงทั้งคู่ไดร้ ับการจดทะเบยี นเป็นแหลง่ มรดกโลก

หน้า |6

[ภูมิอำกำศ]

สภาพภูมิอากาศแบง่ ออกได้เป็น 3 ฤดกู าล
ฤดูรอ้ น เร่ิมต้นแต่เดอื นกุมภาพันธ์-เมษายน
ฤดูฝน ตัง้ แต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปริมาณน้าฝนเฉล่ยี 1,296-1,539 มิลลิเมตร
ฤดหู นาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม อากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภมู ิโดยเฉล่ียอยู่ท่ี 27.5-28.78 องศาเซลเซียส

หน้า |7

[กำรเมืองกำรปกครอง]

การปกครองแบ่งออกเป็น 9 อาเภอ 59 ตาบล 731 หมู่บา้ น

อาเภอเมืองสระแก้ว
อาเภอคลองหาด
อาเภอตาพระยา
อาเภอวังน้าเยน็
อาเภอวัฒนานคร
อาเภออรัญประเทศ
อาเภอเขาฉกรรจ์
อาเภอโคกสงู
อาเภอวังสมบูรณ์

หน้า |8

[ประชำกร]

จังหวัดสระแกว้ เป็นศูนย์รวมของกลุ่มชาติพนั ธุ์ คนหลายเชื้อชาตซิ ่ึงอพยพเข้ามาพานักอาศัยในจังหวดั
ชาวเขมรอพยพเข้ามาในสระแก้ว เน่ืองจากเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)

ผูส้ าเร็จราชการเมืองพระตะบอง อพยพชาวเขมรให้เข้ามาในฝ่ังไทยภายหลังเหตุการณ์ท่ีไทยเขา้ ปกครอง
กัมพูชาและจัดต้ังมณฑลบูรพาข้ึน แล้วถูกฝร่ังเศสยึดกัมพูชารวมท้ังมณฑลบูรพาคืนไปได้ นอกจากนี้
เม่ือเกิดสงครามเวียดนามและสงครามกัมพูชาขน้ึ ก็มีการอพยพชาวกัมพูชาเข้ามาในบริเวณชายแดนฝ่ัง
ไทยเพ่มิ ขนึ้ โดยเฉพาะในเขตอาเภออรัญประเทศ

ชาวเวียดนามหรือญวนอพยพมายงั จังหวดั สระแก้ว เพ่ือหนีภัยสงครามเวียดนามในยุคท่ี
เวียดนามใต้แตก โดยเดินทางผ่านประเทศกัมพูชาเข้ามา สว่ นใหญอ่ าศัยอยูใ่ นอาเภออรญั ประเทศ

ชาวลาวมีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มไทยโยนกหรือลาวพุงดา เป็นกลุ่มล้านนาเดิม อาศัยอยู่ท่ี
อาเภอวังน้าเย็น รวมทั้งชาวญ้อท่ีมีถ่ินฐานเดิมอยู่ท่ีสิบสองปันนา แล้วไปต้ังรกรากท่ีแขวงไชยบุรีของ
ลาว ต่อมาถูกทัพไทยกวาดต้อนลงมาท่ีอาเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โดยบางส่วนได้อพยพต่อมา
ยังอาเภออรัญประเทศ นอกจากน้ียังมีชาวอีสานอพยพเข้ามาประกอบอาชีพในเกือบทุกอาเภอของ
จังหวดั สระแกว้

หน้า |9

[สถำบนั กำรศกึ ษำ]

อุดมศกึ ษา
1. วิทยาลยั ชุมชนสระแก้ว
2. มหาวทิ ยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว
3. วิทยาลยั โพธิวชิ ชาลัย มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ จังหวัดสระแกว้
4. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ วทิ ยาเขตสระแก้ว
5. มหาวิทยาลัยปทุมธานี ศูนย์สระแก้ว (โรงเรยี นไฮเทค-เทคโนโลยี อาเภอเมืองสระแก้ว)

ระดบั อาชีวศกึ ษา
1. วทิ ยาลยั เทคนคิ สระแก้ว อาเภอวฒั นานคร
2. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแกว้ อาเภออรัญประเทศ
3. วทิ ยาลยั การอาชีพวงั น้าเย็น อาเภอวังน้าเย็น
4. โรงเรียนไฮเทค-เทคโนโลยี (สถาบันเอกชน) ตาบลท่าเกษม อาเภอเมืองสระแก้ว
5. โรงเรียนเทคโนโลยสี ระแก้ว (สถาบันเอกชน) ตาบลศาลาลาดวน อาเภอเมืองสระแก้ว

ห น ้ า | 10

[กำรสำธำรณสุข]

ดา้ นการสาธารณสขุ จงั หวัดสระแก้ว ประกอบไปด้วยโรงพยาบาลรัฐบาล 10 แห่ง และโรงพยาบาลสังกัด
กระทรวงกลาโหม 1 แหง่

1. โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชสระแกว้ (โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชแห่งแรก)
2. โรงพยาบาลคลองหาด
3. โรงพยาบาลตาพระยา
4. โรงพยาบาลวังน้าเย็น
5. โรงพยาบาลวฒั นานคร
6. โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ อาเภอวัฒนานคร
7. โรงพยาบาลอรัญประเทศ
8. โรงพยาบาลเขาฉกรรจ์
9. โรงพยาบาลวังสมบูรณ์
10. โรงพยาบาลโคกสูง
11. โรงพยาบาลค่ายสรุ สงิ หนาท อาเภออรญั ประเทศ
สานกั งานสาธารณสุขจงั หวัด 1 แหง่ และสานกั งานสาธารณสุขอาเภอ 9 แหง่
โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบล 110 แหง่
สถานีกาชาดท่ี 6 อรัญประเทศ จงั หวดั สระแก้ว

ห น ้ า | 11

[กำรขนสง่ ]

การขนสง่ ทางถนน จงั หวัดสระแกว้ มถี นนสาคญั หลายสาย ซ่ึงเช่ือมต่อไปยังจังหวัดต่าง
ๆ ได้แก่ ถนนสุวรรณศร เช่ือมต่อกับจังหวัดปราจีนบุรี, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 เช่ือมต่อกับ
จังหวัดบุรีรัมย์ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 317 เช่ือมต่อกับจังหวัดจันทบุรี นอกจากน้ียังมีรถ
โดยสารให้บริการในหลายเส้นทาง โดยเส้นทางส่วนใหญ่จะผ่านอาเภออรัญประเทศ ซ่ึงเป็นพ้ืนท่กี ารค้าท่ี
สาคัญ

การขนสง่ ทางราง มที างรถไฟสายตะวันออกพาดผา่ น โดยขบวนรถท่ีให้บริการมีเฉพาะ
รถธรรมดาเท่าน้ัน เส้นทางสายนี้ไปเช่ือมต่อกับสายปอยเปตของกัมพูชาท่ีสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้าน
คลองลึก โดยไดม้ ีพธิ ีเปิดเดินรถระหวา่ งประเทศเม่อื วนั ท่ี 22 เมษายน พ.ศ. 2562

ระยะทางจากตัวจงั หวดั ไปอาเภอต่างๆ
อาเภอเขาฉกรรจ์ 22 กิโลเมตร
อาเภอวฒั นานคร 31 กิโลเมตร
อาเภอวังน้าเย็น 41 กิโลเมตร
อาเภอวงั สมบูรณ์ 53 กิโลเมตร
อาเภออรัญประเทศ 55 กิโลเมตร
อาเภอคลองหาด 59 กิโลเมตร
อาเภอโคกสูง 68 กโิ ลเมตร
อาเภอตาพระยา 98 กโิ ลเมตร

ห น ้ า | 12

[กำรทอ่ งเท่ยี ว]

สถานท่ีท่องเท่ียวส่วนใหญ่ในจังหวัดสระแก้วเป็นสถานท่ีทางประวัติศาสตร์ มีร่องรอย
อารยธรรมโบราณปรากฏอยู่ในรูปของปราสาทหิน แหล่งหินตัด และซากส่ิงก่อสร้าง กรมศิลปากร
สารวจพบปราสาทขอมในจังหวัดสระแก้วมากถงึ 40 แหง่ ต้งั เรียงรายอยู่บนเสน้ ทางผ่านช่องเขา หนั ไป
ทางทิศตะวันออก (หันหน้าเข้าหานครวัด) จากหลักฐาน พบว่าปราสาทเหล่าน้ีมีอายุอยู่ในราวพุ ทธ
ศตวรรษท่ี 12-18 แสดงถึงความสัมพันธ์ของผู้คนจากสองฝ่ังภูเขาท่ีไร้เส้นเขตแดนในอดีต และตัว
ปราสาทยงั เปน็ ศูนย์กลางของชุมชนโบราณอกี ดว้ ย

ปราสาทหินท่สี าคญั ในจังหวัดสระแกว้ ไดแ้ ก่
อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม ปราสาทหินสด๊กก๊อกธม ต้ังอยู่ท่ีอาเภอโคกสูง เป็น
ปราสาทอารยธรรมเขมรท่ีมีขนาดใหญ่ท่ีสุดในภาคตะวันออก โดยสานักศิลปากรท่ี 5 ปราจีนบุรี ได้
ดาเนินงานและประสานงานกับจังหวัดสระแก้ว เพ่ือบริหารจัดการและปรับภูมิทัศน์เป็นอุ ทยาน
ประวัตศิ าสตรแ์ ห่งใหม่
ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ต้ังอยู่ท่ีอาเภออรัญประเทศ มีการค้นพบจารึกเขาน้อยและทับ
หลังศิลปะสมโบร์ไพกกุ

อุทยานแหง่ ชาติท่ีสาคัญในจังหวดั สระแก้ว ไดแ้ ก่
อุ ทยานแห่งชาติปางสีดา ตั้งอยู่ในท้องท่ีอาเภอตาพระยา อาเภอวัฒนานคร อาเภอ
เมอื งสระแก้ว จังหวดั สระแก้ว และอาเภอนาดี จงั หวัดปราจนี บุรี
อุ ทยานแห่งชาติตาพระยา ต้ังอยู่ในท้องท่ีของอาเภอโนนดินแดง อาเภอละหานทราย
อาเภอบา้ นกรวด จังหวัดบุรีรัมยแ์ ละ อาเภอตาพระยา จังหวดั สระแก้ว

ประเทศ การท่องเท่ียวชายแดนไทย-กมั พูชา
ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก หรือท่ีรู้จักกันท่ัวไปในช่ือ ตลาดโรงเกลือ อาเภออรัญ

ตลาดการค้าชายแดนบา้ นเขาดนิ อาเภอคลองหาด

ห น ้ า | 13

โครงการในมูลนิธิชัยพัฒนา
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ อาเภอเมืองสระแก้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งข้ึน
เพ่อื ให้เป็นสถานท่ีฝึกกระบือ และเปน็ แหล่งเรียนให้แก่ผู้ท่ีสนใจได้เรยี นรูว้ ัฒนธรรมเกษตรท้องถ่ิน และภูมิ
ปัญญาชาวบ้าน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลท่ี 9 (พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ
เบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร)

สวนน้า/อ่างเกบ็ น้า/สถานท่ีพกั ผ่อนหยอ่ นใจ
สวนน้า Dreamer water park สวนน้าแห่งแรกในจังหวัดสระแก้ว ตั้งอยู่ท่ี
อาเภออรัญประเทศ ก่อนถึงชายแดนไทย-กัมพูชา เพียง 2 กิโลเมตร มีเคร่ืองเล่นขนาดมาตรฐานสากล
มโี ซน Wave pool ท่ีสามารถทาคล่ืนน้าเหมอื นอยู่ในทะเล และโซนอ่นื ๆ ฯลฯ เป็นสถานท่พี ักผ่อน
เข่ือนพระปรง อ่างเก็บน้าขนาดใหญ่ท่ีสุดของจังหวัดสระแก้ว มีความจุ ถึง 97 ล้าน
ลูกบาศก์เมตร จนเกือบจะเรียกว่าเข่ือน เป็นหน่ึงในโครงการพระราชดาริของในหลวงรัชกาลท่ี 9 ต้ังอยู่
ท่ีตาบลช่องกมุ่ อาเภอวัฒนานคร
อา่ งเก็บน้าห้วยยาง อ่างเก็บน้าขนาดใหญ่ ต้งั อยูท่ ่ี ตาบลทัพราช อาเภอตาพระยา เป็น
หน่ึงในโครงการพระราชดารขิ องในหลวงรัชกาลท่ี 9
อ่างเก็บน้าท่ากระบาก ต้ังอยู่ระหว่างเขตติดต่อ ตาบลท่าแยก อาเภอเมืองสระแก้ว กับ
ตาบลหนองตะเคียนบอน อาเภอวัฒนานคร อยู่เลยอุทยานแห่งชาติปางสีดา ประมาณ 8 กิโลเมตร เป็น
อา่ งเกบ็ น้าท่สี รา้ งข้นึ ตามพระราชดาริของในหลวงรัชกาลท่ี 9
สวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ ต้ังอยู่ท่ีตาบลเขาฉกรรจ์ อาเภอเขาฉกรรจ์ เป็นภูเขาหินปูนท่ีมี
ความโดดเด่นตระหง่านอย่างเห็นได้ชัด และยังเป็นท่ีต้ังของวัดถ้าเขาฉกรรจ์ บริเวณวัดยังมีลิงป่ าอาศัย
อยู่นับพันเป็นจานวนมาก นักท่องเท่ียวสามารถให้อาหารลิงได้ มีบันไดประมาณ 300 ขั้น เพ่ือข้ึนยอด
เขาไปดูจุ ดชมวิว

ห น ้ า | 14

การท่องเท่ียววดั /การกราบสกั การะส่งิ ศักด์สิ ิทธ์ิ
วัดรีนิมิตร ต้ังอยู่ท่ีตาบลบ้านแก้ง อาเภอเมืองสระแก้ว มีพระรูปเหมือน สมเด็จพระ
พุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรส)ี องคข์ นาดใหญ่ มีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ ให้ประชาชนสกั การะ เหมาะแก่
การพกั ผ่อน และเหมาะแก่นกั ทอ่ งเท่ียวท่ีช่ืนชอบการถา่ ยรูปเชิงธรรมะ
ศาลหลักเมืองสระแก้ว ต้ังอยู่ภายในสวนกาญจนาภิเษก ตาบลท่าเกษม อาเภอเมือง
สระแก้ว

ห น ้ า | 15

ห น ้ า | 16


Click to View FlipBook Version