NAMYEN ส ำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยจังหวัดสระแก้ว ส ำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย ส ำนักงำนปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร กระทรวงศึกษำธิกำร ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธัยำศัยอำ เภอวงัน้ ำเย ็ น ผลกำรปฏิบัติงำนที่เป็นเลิศ(Best Practice) นวัตกรรม โครงกำรสถำนศึกษำสีขำว ปลอดยำเสพติดและอบำยมุข เพื่อพัฒนาผู้เรียน
ก คำนำ การจัดทำรายงานนวัตกรรม การบริหารจัดการสถานสึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ภายใต้โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข เป็นวิธี ปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ วังน้ำเย็น ที่ต้องคิดค้นหาวิธีการ เทคนิค หรือสื่อใหม่ ๆ มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับ นักศึกษา เพื่อลดปัญหายาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษา เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการ เรียนรู้ตามธรรมชาติ และเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นไปตามระบบ การทำงานที่มีคุณภาพ ผลงานชิ้นนี้คง มีประโยชน์แก่ผู้พบเห็น และได้นำลงานเผยแพร่ต่อสาธารณชน ต่อไป
ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา จุดประสงค์/เป้าหมายการดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ บทเรียนที่ได้รับ การเผยแพร่/การยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ 1 6 7 15 17 17 ภาคผนวก 19 คณะผู้จัดทำ
1 นวัตกรรมหรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสระแก้ว ...................................................................... ชื่อผลงาน การบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ชื่อผู้เสนอผลงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น หมู่2 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว สังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสระแก้ว สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ โทรศัพท์ 037251330 ผู้บริหาร นางอารีย์ ลิ้มวัฒนกิตติ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอวังน้ำเย็น ผู้รับผิดชอบ นางสาวปรีดา สีเหลี่ยม ครู ................................................................................. 1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน การสื่อสารเทคโนโลยีต่างๆ ส่งผลกระทบ ต่อประชาชนทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ซี่งปรากฏปัญหาให้เห็นมากกมายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และ ด้านอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด อันนำมาซึ่งปัญหาครอบครัวที่เกิดความทุกข์ ความวิตกกังวล ความเครียด มีการปรับตัวที่ไม่เหมาะสมหรืออื่นๆ ยาเสพติดจัดว่าเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ รัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน ทั้งนี้เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ ส่งผลกระทบวงกว้างต่อกำลังคน ยาเสพติดมีการแพร่ระบาดในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และได้ทวีความรุนแรง มากขึ้นทุกขณะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทางด้าน การเมือง และความมั่นคงของประเทศอีกด้วย ปัญหายาเสพติดเป้นปัญหาที่สำคัญที่ประเทศไทย กำลังเผชิญอยุ่ รวมทั้งอีกหลายประเทศในโลก นับเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงบั่นทอนทำลายคนไทยและพลโลก และความ มั่นคงของประเทศ ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต สูญเสียทรัพยากรสำคัญในการพัฒนา ประเทศ สูญเสียด้านเศรษฐกิจและนำไปสุ่การสร้างปัญหาสังคมต่างๆ มากมาย เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาโสเภณี ปัญหาโรคเอดส์ ฯลฯ ทำให้ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณในการป้องกัน บำบัด ปราบปราม ทั้งผู้ค้าและผู้เสพสารเสพติด ซี่งจากสำรวจข้อมูลปัจจัยเสี่ยงของหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปรับปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งภาครัฐและเอกชน สรุปสภาพปัญหายาเสพติด พบว่า(Office of Educational
2 Affairs.2016) สถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดและแหล่งอบายมุขเริ่มกลุ่มหลงผิด แล้วแพร่กระจายไปสู่กลุ่ม ผู้ขายบริการทางเพสเข้าสู่ครอบครัวและสถานศึกษา ทำให้จำนวนคนติดยาเสพติดที่เป็นเด็กและเยาวชนมีจำนวน เพิ่มมากขึ้น การผลิตและการจำหน่ายยาเสพติดมีเทคโนโลยีสูง และการกระจายยาเสพติดอย่างรวดเร็วจนยากใน การปราบปราม มีการสร้างระบบเครือข่ายการจำหน่ายเหมือนสินค้า จำหน่ายตรงในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา สภาพสังคม ครอบครัว และชุมชนเปลี่ยนแปลง ทำให้วถีชีวิตมีความเสี่ยงแตกหัก เหินห่างและอ่อนแอ ปัญหา ด้านเศรษฐกิจไม่มีงานทำ จึงหาเงินด้วยการค้ายาเสพติดและการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐที่ขาดเอกภาพ หน่วยงานไม่บูรณาการต่างคนต่างทำขาดความต่อเนื่อง ผู้ติดยาเสพติดยังวนเวียนอยุ่ในวงจรแห่งความชั่วร้าย เป็นภาระของสังคม ทำให้ประเทศขาดศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลกจากปัญหาของยาเสพติด องค์การ สหประชาชาติเคยกำหนดให้ พ.ศ.2534-2543 เป็นทศวรรษแห่งการต่อต้านสารเสพติด โดยให้ทุกประเทศทั่วโลก เพิ่มประสิทธิภาพและดำเนินการแก้ปัญหาสารเสพติดให้เข้มแข็งขึ้น และมีมติเห็นชอบให้วันที่ 26 มิถุน ายน ของทุกปีเป็นวันต่อต้านสารเสพติดโลก จากปัญหาของยาเสพติดดังกล่าว สถานการณ์ ในประเทศไทย ซึ่งสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนา ประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยเป็นการศึกษาวิจัย และประมาณการจำนวนผู้ใช้สารเสพติด ในประเทศไทย วันที่ 31 ธันวาคม 2536 พบว่า มีผู้ใช้ยาเสพติด ในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 1,267,590 คน หรือ ร้องไห้นะ 2.17 ของ ประชากรในขณะนั้น ในจำนวนนี้ ได้ประมาณการณ์ว่า มีนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษา ต่างใช้ยาเสพติด ทั้งสิ้น 71,666 คน โดยนักเรียน ที่ใช้ยาเสพติด พบมากที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ปัญหายาเสพติด เข้ามาสู่สถานศึกษา เป็นเวลานานแล้ว (กระทรวงศึกษาธิการ,2542) ปัจจุบันการแพร่กระจาย ของสารเสพติดในโรงเรียน มีความรุนแรงมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำการสำรวจ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2541 พบว่ามีนักเรียน เข้าไปเกี่ยวข้องกับสารเสพติดมากขึ้น และยังมีแนวโน้มจะมากขึ้นทุก ปี มีรายงานข้อมูล 23 มกราคม 2562 ที่โรงละครแห่งชาติ นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวปาฐกถา เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อน กิจกรรมภายในศูนย์ฯเฝ้าระวัง ทางวัฒนธรรม ตอนหนึ่งว่า จากการสำรวจข้อมูลสถิติ สภาวการณ์ทางวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชนไทย ในช่วงที่ ผ่านมา พบว่าปัญหาสำคัญ 6 ด้าน หลักได้แก่ 1) ปัญหาเยาวชนเสพยาเสพติด จำนวน 2.7 ล้านคน อายุระหว่าง 15-19 ปี มีการเข้ารับการบำบัด จำนวน 3 แสนคน อายุระหว่าง 15-19 ปี เริ่มเสพยาบ้าและส่งยาบ้า จำนวน 7 คน อายุระหว่าง 7-11 ปี การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดนักดื่มหน้าใหม่โดยอายุ จำนวน 2.5 ล้านคน ที่มี อายุต่ำกว่า 20 ปี โดยสามารถซื้อหาเครื่องดื่มได้เองถึงร้อยละ 98.7(สยามรัฐ 24 มกราคม 2562 Posted By Nita yap) และยังมีปัญหา ที่เกิดขึ้น จากโลกโซเชียลปัจจุบัน ทำให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ถูก ล่อลวง ใช้เวลาเข้าถึงสื่อมากเกินไป เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เล่นการพนันผ่านออนไลน์มากขึ้น จากข้อมูล พบว่าเด็กและเยาวชนร้อยละ 63.7 ชอบดูสื่อลามกร้อยละ 15.7 เคยดาวน์โหลดภาพโป๊ปูนเปลือย ถูกลาหลวง กระทำชำเรา มีแนวโน้มสูงขึ้น สถิติเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี ทำคลอดสูงกว่า 108427 คน กว่า 1 ใน 2 ของเด็ก และเยาวชนในระดับ อุดมศึกษา ยอมรับการอยู่ก่อนแต่ง ขณะที่ปัญหาการใช้ความรุนแรงยังเพิ่มสูงขึ้น และมีความ เสี่ยงกับการติดโรคเอดส์ ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ที่กำลังระบาดอย่างรวดเร็ว ในทุกจังหวัดของประเทศไทย และ
3 เป็นปัญหาเร่งด่วน ที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไข ซึ่งในปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อหลายแสนคน ในแต่ละวันมีผู้ติด เชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการพนันที่แพร่ระบาดในสังคม ออนไลน์ โดยองค์การอนามัยโลกกำหนดให้พฤติกรรมติดการพนัน เป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง เรียกว่า Pathological Gambling หรือ โรคติดพนัน ซึ่งผู้เล่นการพนันจะมีความทุกข์จากการเล่นพนัน แต่ก็หยุดไม่ได้ ยังคงต้องเล่นต่อไป งานวิจัยทบทวนเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับ ผลกระทบ ระยะยาวจากการพนัน พบข้อมูลที่ยืนยันว่า การพนัน ไม่ใช่แค่เกมสนุก แต่เป็นเกมที่สามารถทำลายสมองของเด็กได้อย่างถาวร สถาบันวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพจิตในอเมริกา (National Institute of Mental Health) โดย Emits และคณะ ได้ศึกษาโครงสร้างสมองของวัยรุ่นด้วยการถ่าย เอกซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เอ็มอาร์ไอ พบว่าสมองวัยรุ่นยังคงพัฒนา ไม่สมบูรณ์ ชี้ให้เห็นว่าช่วงวัยรุ่น ตอนต้น เป็นวัยที่ยังขาดการยับยั้งช่างใจ ซึ่งสมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดที่ใช้เหตุผล จะพัฒนา สมบูรณ์ในช่วง 20 ปีขึ้นไป ถ้าวัยรุ่นหมกมุ่นหรือติดการพนัน จะส่งผลให้สมองส่วนหน้า ใหม่เพิ่มเนื้อสมองส่วน หน้าจะไม่พัฒนาอย่างถาวรและยังอาจถูกตัดทิ้ง เพราะไม่ได้ใช้งาน ส่งผลต่อระบบ คิดและพฤติกรรมที่จะติดตัวไป ตลอดชีวิต คือจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่อดทนรอความสำเร็จ หวังได้เงินมาอย่างง่ายๆและรวดเร็ว การพนันเป็นเกมที่ ยั่วยุให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกได้มาก ไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้หรือเสีย ดังนั้นเด็กและเยาวชนจึงเป็น ช่วงวัย ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดการพนันได้ง่ายและถอนตัวได้ยาก แต่เหตุที่วัยรุ่นติดการพนันได้ง่ายมีดังนี้ 1) สื่อ อินเตอร์เน็ตออนไลน์ มีโฆษณามากมายบนโลกอินเตอร์เน็ต เพียงแค่คิดก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้อย่างง่ายดาย 2) เพื่อนเพื่อนเป็นคนแนะนำให้เล่นและวัยรุ่นมีแนวคิดอยากลองเล่นดูตามเพื่อน 3) ร้อนเงินหรือความต้องการ วัตถุตามสมัยนิยมสูง 4) ปัญหาครอบครัวเกิดจากการที่ต้องการประชดพ่อแม่ หนีออกจากบ้านและหาเงินใช้เอง บางคนหาทางออกด้วยการไปเล่นพนัน มันขวางจึงทำให้ติดหนี้ และส่งผลต่อพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ แทนที่ ทำให้สูญเสียทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง (โรงเรียนวัดราชโอรส.2562) ส่วนสาเหตุสำคัญ ของปัญหาและสถานการณ์ ดังที่กล่าวข้างต้น มาจากความอ่อนแอของสถาบัน ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมอย่างรวดเร็ว ทำให้วิถีชีวิตของคนในสังคม เปลี่ยนไป เยาวชนตกในสภาพครอบครัวแตกแยก ขาดความรักความอบอุ่น มีการจำหน่ายสารเสพติดขยายวงกว้าง อย่างรวดเร็ว จนแยกที่จะปราบปราม นอกจากปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษาแล้ว ยังมีปัญหาอบายมุขอื่นๆ ซึ่ง เป็นอันตรายแก่นักเรียนเป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องได้รับการป้องกัน แก้ไข เพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพในการ พัฒนาประเทศต่อไป(สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ,2541) และจากเอกสาร แนบท้ายคำสั่ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติที่ 8/2558 ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2558 พบว่า สถานการณ์ปัญหายาเสพติด ยังคงรุนแรงทั้งด้านการผลิตการจำหน่าย และการเสพยังคงมีกลุ่มผู้เรียน เข้าไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งที่เป็นผู้เสพ และผู้ค้าอยู่จำนวนมาก แน่นอนแม้ที่ผ่านมามีการกำหนดนโยบาย ให้ผู้เสพ เป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา แต่ปรากฏว่ามีผู้เสพที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาในจำนวนน้อย ในด้านของ การผลิตพบว่าแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์ กัมพูชา และลาว และมีการนำเข้ามายัง ประเทศไทยผ่านทางจังหวัดเชียงราย ตาก และหนองคายเป็นหลัก ด้านอุปสงค์ และอุปทาน ของยาเสพติดยังมี มาก ทำให้ปัญหาดังกล่าวยังคงเป็นปัญหาสำคัญ ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ถึงแม้รัฐจะมีมาตรการต่างๆ ก็ตาม
4 ความสำคัญของปัญหาดังกล่าวรัฐบาล ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 2559 ขึ้น โดยศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ สั่งนะ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 เพื่อเป็นกรอบ แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป กระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม การแพร่ระบาดของสารเสพติด รวมทั้งอบายมุขต่างๆ ในสถานศึกษาโดย ได้กำหนดกิจกรรมต่างๆ ให้สถานศึกษาปฏิบัติ 5 กิจกรรมคือ 1) กิจกรรมสำรวจเพื่อจำแนกกลุ่มเป้าหมาย โดย จำแนกกลุ่มเป้าหมายเป็น 5 กลุ่ม คือกลุ่ม ผู้ไม่เคยใช้สารเสพติด กลุ่มผู้มีประสบการณ์แต่ไม่ติด กลุ่มผู้ติดยาและยัง ใช้อยู่ กลุ่มที่ติดยาและบำบัดหายแล้ว และกลุ่มที่สงสัยว่าค้ายา 2) กิจกรรมแก้ไขปัญหา โดยการผสมผสาน มาตรการ เป็นการกำหนดมาตรการต่างๆ ในการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม กับกลุ่มนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับสารเสพ ติด ในแต่ละระดับการ เกี่ยวข้อง เช่น ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการใช้สารเสพติด ควรใช้มาตรการใช้กิจกรรมกลุ่ม เพื่อน การตรวจค้นการส่งตรวจปัสสาวะและการประสานกับผู้ปกครองเป็นต้น 3) กิจกรรมการมีส่วนร่วม เรามี วัตถุประสงค์เพื่อระดมทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ทั้งนักเรียน ครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจน เจ้าหน้าที่ ทั้งของรัฐและเอกชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสารเสพติด พร้อมทั้ง ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ให้การปราบปรามและบำบัดรักษา 4) กิจกรรมการตรวจสุขภาพนักเรียนประจำปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนรู้ถึงโทษและพิษภัยของสารเสพติด 5) กิจกรรมตามโครงการโรงเรียนสีขาว ซึ่งเป็นโครงการหลักของกระทรวงศึกษาธิการในการแสวงหายุทธวิธีใหม่ ในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด สื่อลามกอนาจาร การพนัน และการทะเลาะวิวาท สำหรับโครงการโรงเรียนสีขาว เป็นโครงการหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นการแสวงหายุทธวิธีใหม่ ในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด สื่อลามก อนาจาร การพนันและการทะเลาะวิวาท เริ่มต้นโครงการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2541 โดยหลักการสำคัญ การ ดำเนินการคือ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้น คือ พยายามทำให้บ้านอบอุ่น ทำให้ชุมชนน่าอยู่ และทำให้โรงเรียน ให้เป็นที่ หวังที่พึ่งพาของนักเรียนและผู้ปกครองได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถานศึกษา ปลอดสารเสพติด สื่อลามก อนาจาร การพนัน การทะเลาะวิวาท พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางป้องกัน แก้ไขปัญหาสารเสพติด สิ่งยั่วยุ ทางกามารมย์ การพนันและการทะเลาะวิวาท โดยมีเป้าหมายให้สถานศึกษาทุกระดับ และ ทุกสังกัดทั่วประเทศ มีคนเข้าร่วมโครงการ โรงเรียนสีขาว หรือโครงการ สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาทั้งหมด มีนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมาย ให้ผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ การดำเนินการป้องและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วย กระบวนการการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดที่เข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืน ป้องกันผู้เสพยาเสพติดรายใหม่ และการ ช่วยเหลือผู้ที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตามกระบวนการโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข เป็นการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างครบวงจร คุณภาพตามยุทธศาสตร์นั้น เพื่อให้ หน่วยงาน ในพื้นที่และสถานศึกษา นายสังกัดเป็นกลไกการขับเคลื่อน ขับเคลื่อนที่เคลื่อน ที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ให้ ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้บริหารสถานศึกษา อำนวยการ กำกับ ติดตามกระบวนการ ตามมาตรการ ดำเนินงาน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ดังนั้น การดำเนินโครงการ โรงเรียนสีขาว จึงมี
5 ความสำคัญ และจำเป็นที่ทุก โรงเรียนต้องดำเนินการ ให้เป็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันปัญหาด้านสิ่งเสพติดและ อบายมุขต่างๆ บทบาทหน้าที่สำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ(2560) การดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ นักเรียน นักศึกษาให้เติบโต งดงาม และเป็นบุคคลที่มีคุณค่าของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม ดำเนินวิถีชีวิต ที่เป็น สุขตามที่สังคมมุ่งหวัง ความสำเร็จที่เกิดขึ้น จากการพัฒนานักเรียนนักศึกษา ให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ตามความ คาดหวังของสังคมนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะบุคลากรทางการศึกษาทุกคนใน สถานศึกษา ซึ่งมีครู อาจารย์ เป็นหลักสำคัญในการดำเนินการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนนักศึกษา ให้เติบโต งดงาม และเป็นบุคคล ที่มีคุณค่าของสังคม การพัฒนานักเรียนนักศึกษา ให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมจริยธรรม ดำเนินวิถีชีวิตที่เป็นสุข โดยผ่านกระบวนการ ทางการศึกษา ที่สถานศึกษาทุกแห่งต้องดำเนินการ จัดการศึกษา ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการ ให้นักเรียน นักศึกษาเป็นคนเก่ง คนดี ดำรงตนให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข เป็นเป้าหมาย ดังกล่าวของ สถานศึกษา นอกจากจัดกิจกรรม ที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษา ได้รับกระบวนการเรียนรู้แล้ว การ ป้องกันและการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษา ที่มีพฤติกรรม ไปเกี่ยวข้อง กับยาเสพติด ร้านเกมส์ การพนัน หนีเรียน ทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม เป็นปัญหาสังคมที่ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ต้องเข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหา ไม่ให้พฤติกรรมเสี่ยง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ความคิด การแก้ไขปัญหา ตามกระบวนการคิด เป็นแก้ปัญหาเป็น การดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและบายมุข 4 ประสาน 2 ค้ำ ซึ่ง 4 ประสาน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนครูอาจารย์ ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนนักเรียน นักศึกษา ส่วนของ 2 ค้ำ ได้แก่ ตำรวจ ทหาร ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำศาสนา ซึ่งอยู่ในบริเวณท้องถิ่นและชุมชน ทั้งนี้ เพื่อช่วยสถานศึกษาให้มีมาตรการป้องกันและการปราบปรามผู้จำหน่ายผู้เสพมาตรการความปลอดภัย เป็นการ เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแหล่งอบายมุขรอบ สถานศึกษา ดังนั้นเพื่อให้สถานศึกษามีระบบป้องกันที่เข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืน จึงให้มีการคำเนินงานตาม ยุทธศาสตร์ 5 มาตรด้านการป้องกัน ด้านการค้นหา ด้านการรักษา ด้านการเฝ้าระวัง และด้านการบริหารจัดการ ยังมีกลยุทธ์ 4 ต้อง 2 ไม่ เป็นแนวทางการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โคยศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น ได้เข้าร่วมโครงการ และพัฒนาอย่าง เข้มแข็ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น เป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่มีผู้เรียนบางส่วนมีฐานะยากจน ภายในชุมชนมีการแพร่ ระบาดของยาเสพติด ทั้งในวัยทำงานและวัยรุ่น รวมทั้งมีการแพร่ระบาดเข้ามายังสถานศึกษา เนื่องจากวันที่ (24 ส.ค.) พืชกระท่อมได้รับการปลดออกจากสถานะยาเสพติดมาเป็นพืชที่ประชาชนปลูกเพื่อการบริโภคและขายได้ ทั่วไป แม้แต่ผู้ต้องขังหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับพืชกระท่อมก็จะได้รับการปล่อยตัวหรือยุติคดีโดยไม่ถือ ว่าเคยกระทำความผิดพืชกระท่อมเป็น 1 ในพืช 4 ชนิดที่อยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ของ พ.ร.บ. ยา เสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้แก่ กัญชา พืชกระท่อม พืชฝิ่น และเห็ดขี้ควาย แต่เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ราช กิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีสาระสำคัญคือการปลดพืชกระท่อม ออกจากยาเสพติดให้โทษ ให้มีผลบังคับใช้ 90 วันนับแต่วันประกาศ
6 ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย วัยรุ่นหันมาใช้กระท่อม กัญชา มากขึ้น ซี่งอาจเป็นต้นเหตุของยาเสพติดที่แพร่ ขยายอย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ปัญหาการหนีเรียน ปัญหาการขาดเรียน ปัญหาการเรียน ไม่จบ ซึ่งเยาวชนเหล่านี้ล้วนจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ซึ่งหากปล่อยให้ตกเป็นทาส หรือ อยู่ในสภาพเสี่ยงต่อไปก็จะเป็นผลเสียหายต่อประเทศชาติ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอวังน้ำเย็น มีผู้เรียนจำนวนหนึ่งที่อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากการ อยู่ในชุมชน ที่มีการใช้ยาเสพติดดังรายงานการจับคุมคำเนินคดีของสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังน้ำเย็น ซึ่งพบว่าใน พื้นที่นี้มีการจับกุมผู้ค้าและผู้เสพได้ค่อนข้างถี่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ วังน้ำเย็น ได้ดำเนินการภายใต้โครงการสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข เพื่อให้การดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาสอดคล้องและทันต่อเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น สนใจที่จะศึกษาการบริหารจัดการโครงการสถานศึกษา สีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข เพื่อนำข้อมูลจากการศึกษาไปใช้ในการทบทวน วางแผนพัฒนาการคำเนินงาน ต่อไป และเพื่อให้การบริหารจัดการครอบคลุมมีความเที่ยงตรงเป็นระบบผู้ศึกษา จึงนำรูปแบบการบริหารจัดการ สถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ "NAMYEN Mode!" เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบแนวคิดในการบริหารจัดการ ซึ่งผู้ศึกษาคาดว่าจะ ได้ข้อค้นพบในรายละเอียดต่างๆ อันจะทำให้เป็นข้อมูลในการพัฒนาโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด ของสถานศึกษาต่อไป 2. จุดประสงค์/เป้าหมายการดำเนินงาน 2.1 จุดประสงค์ 1. เพื่อศึกษาการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ วังน้ำเย็น 2. เพื่อศึกษา ความคิดเห็นของครู ผู้ปฏิบัติงาน ที่มีต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาวโดย ใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ขอฃศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น 3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้เรียน ที่มีต่อการดำเนินกิจกรรมของสถานศึกษา เพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำเย็น 2.2 เป้าหมาย เป้าหมายเชิงปริมาณ - นักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น 1/2565, 2/2565 (กลุ่มตัวอย่าง) จำนวน 400 คน - ครู กศน.อำเภอวังน้ำเย็น จำนวน 12 คน
7 เป้าหมายเชิงคุณภาพ - นักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น ได้รับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยกระบวนการ “NAMEN Model” สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน 3.1 การออกแบบผลงาน นวัตกรรม หรือการปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Practice) การบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว โดยการใช้รูปแบบ "NAMYEN Mode!" เพื่อพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น ครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้นำแนวคิดการ บริหารเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม และการบริหารค้านคุณภาพแบบ P-D-C-A การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม เป็นแนวทางที่เปิดโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่นั้นๆ สามารถเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องที่มีผลกระทบ ร่วมกันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ต้องการ โดยมีการจัดการ การ ควบคุม การใช้และการกระจายทรัพยากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยการผลิตเพื่อประโยชน์ในการคำเนินชีวิตทาง เศรษฐกิจ และสังคมตามความจำเป็น วงจรคุณภาพ PDCA คือ วงจรที่พัฒนามาจากวงจรที่คิดค้นโดยวอล์ทเตอร์ ซิวฮาร์ท(Walter Shewhart) ผู้บุกเบิกการใช้สถิติสำหรับวงการอุตสาหกรรม เป็นเครื่องมือสำหรับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ของพนักงาน ภายในโรงงานให้ดียิ่งขึ้น และช่วยกันหาปัญหาอุปสรรคในแต่ละขั้นตอนการผลิตโดยพนักงานเอง จน วงจรนี้เป็นที่ รู้จักกันในอีกชื่อว่า "วงจรเด็มมิ่ง” ต่อมาพบว่า แนวคิดในการใช้วงจร PDCA สามารถนำมาใช้ได้กับ ทุกกิจกรรม วงจรคุณภาพ PDCA ประกอบด้วย วางแผน (Plan) ปฏิบัติตามแผน (DO) ตรวจสอบ (Check) และ ปรับปรุง ดำเนินการให้หมาะสมตามผลการประเมิน (Action) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น สังกัดสำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสระแก้ว สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการตามโครงการ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ผลงานดีเด่นระดับทอง ประจำปีการศึกษา 2565 โดยใช้ผลงาน นวัตกรรมหรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) เรื่อง การบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว โดยใช้ รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ดังนี้
8 การออกแบบผลงานนวัตกรรม หรือการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น ได้นำองค์ความรู้จากนวัตกรรม หรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) เรื่อง การบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ซึ่งออกแบบให้ ครู นักศึกษา จากศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น ดำเนินกิจกรรมประกอบด้วยดังนี้ 3.1.1 N = Nice Planning : การวางแผนที่ดีหมายถึง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น มีการบริหารจัดการต่างๆ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการ ดำเนินงานโรงเรียนสีขาว ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของวงจรในการดำเนินงาน โดยมีการวางแผนงาน เพื่อให้มีแนวทาง ปฏิบัติอย่างรอบคอบ รัดกุม เตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีแก่องค์การ 3.1.2 A = Activity : กิจกรรมสร้างสรรค์ หมายถึง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น มีการบริหารจัดการการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างมีความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันขององค์ประกอบในการบริหารจัดการ ทั้งด้านโครงสร้างรูปแบบ วิธีการคำเนินงานหรือการจัดระเบียบ ให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว เพื่อผลรวมและการเชื่อมโยงส่วนต่างๆ ให้มาสัมพันธ์กันและประโยชน์ในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการแบ่งงานกันทำ(Specialization) เน้นถึงความสำคัญที่ว่าอำนาจหน้าที่และความ รับผิดชอบต้องเท่ากัน คือ ความเป็นระเบียบ ความมั่นคง ความคิดริเริ่ม และความสามัคคีและมีคุณลักษณะพร้อม ความสามารถทางร่างกาย จิตใจ ไหวพริบที่ดี 3.1.3 M = Measure : การกำกับ ประเมินผล หมายถึง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น มีการบริหารจัดการอย่างมีเป้าหมายมีข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันระหว่าง
9 ผู้บริหารกับครู/ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มีทิศทางในการดำเนินงานและสามารถประเมินผลในขั้นตอนสุดท้าย ผู้บริหาร จะกำกับ ติดตามและประเมินผลเป็นระยะ และมีการสรุปและทบทวนความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาต่อการ จัดการศึกษาว่าผู้เรียน ผู้ปกครองชุมชน และผู้ที่มีส่วนได้เสียบรรลุความมุ่งหวังมากน้อยเพียงใด เพื่อนำไปสู่การ ประมวลสังเคราะห์และประเมินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงควรเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง การประเมินความต้องการจำเป็น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางบวกและสร้างสรรค์ 3.1.4 Y = Young : พลังหนุ่ม-สาว หมายถึง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น มีการบริหารจัดการกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และมี คุณธรรมผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ นำความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการของผู้เรียนเพื่อปลูกฝัง ป้องกัน และสร้าง ภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับผู้เรียน ด้วยการเรียนรู้จากการลงมือกระทำจากการปฏิบัติจริงของผู้เรียน โดขมีครูเป็นผู้ให้การ แนะนำ สั่งสอน ฝึกฝน อบรมเป็นการสร้างนิสัยให้ผู้เรียนมีนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่ทำดีและใฝรักษาสุขภาพ เมื่อผู้เรียนมี คุณธรรมหรือคุณลักษณะที่ดี ย่อมไม่นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ไม่สร้างความเดือดร้อนเบียดเบียนตนเองและ ผู้อื่น และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งการคำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจผู้เรียน นำเอาพลังแห่งวัยหนุ่ม-สาวปรับเปลี่ยนจากความหลงผิดมาเป็นพลัง แห่งการสร้างสรรค์ 3.1.5 E = Expect : ความมุ่งหวัง หมายถึง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น กำหนดเป้าหมายซึ่งคือความมุ่งหวัง เป็นความมุ่งหวังทั้งในระดับบุคคล สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ มีการบริหารจัดการโดยสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในหน้าที่ เอา ใจใส่มุ่งมั่นให้งานที่รับผิดชอบให้สำเร็จบรรถตามความมุ่งหวัง ร่วมรับผิดชอบในภารกิจและเป้าหมายของ หน่วยงานและองค์กร ทบทวนและปรับปรุงผลการคำเนินงาน และปฏิบัติช้ำจนบรรลุความมุ่งหวัง สร้างการรับรู้ วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ สภาพปัญหา และสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก และมีการวางแผน เตรียมรับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาและอุปสรรคในการคำเนินงาน 3.1.6 N = Networks : ผสานภาคีเครือข่าย หมายถึง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น มีการบริหารจัดการในการสร้างภาคีเครือข่ายและทำบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือร่วมกับมีการประสานงานกับทุกภาคส่วน โดยได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับภาคีเครือข่ายทั้งเครือข่าย ผู้ปกครอง ตำรวจ ทหาร โรงพยาบาล สถานศึกษาเครือข่าย องค์กรชุมชน นักเรียนแกนนำ โรงเรียนเครือข่าย เป็น ต้น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาโรงเรียนสีขาวให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และผลักดันให้ได้รับรางวัลที่สูงขึ้นไป 3.2 ขั้นตอนกระบวนการ หรือขั้นตอนการดำเนินการตามนวัตกรรมหรือการปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Practice)
10 กรอบแนวคิดการบริการจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรูปแบบ “NAMYEN Model” ผู้บริหาร การบริหารอย่าง มีส่วนร่วม N = Nice Planning : การวางแผนที่ดี A = Activity : กิจกรรมสร้างสรรค์ M = Measure : การก ากับ ประเมินผล Y = Young : พลังหนุ่ม-สาว E = Expect : ความมุ่งหวัง N = Networks : ผสานภาคีเครือข่าย ครู/บุคลากร การปฏิบัติงานอย่าง มีส่วนร่วม จัดโครงการสถาน ศึกษาสีขาว ดูแลผู้เรียน ผู้ร่วมกิจกรรม เข้าร่วมโครงการ สถานศึกษาสีขาว พัฒนาคุณภาพ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้ร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาว - ปลอดยาเสพติด - ปลอดสื่อลามกอนาจาร - ปลอดการพนัน - ปลอดการทะเลาะวิวาท
11 ตารางที่ 1 แสดงการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” การบริหารจัดการ กรอบการบริหารจัดการ โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” การบริหารโดยรูปแบบ NAMYEN Model แนวทางการบริหาร/การปฏิบัติ 1 . N = Nice Planning : การวางแผนที่ ดี 1. มีการบริหารจัดการโดยการวางแผนศึกษาข้อมูล วิธีการและความ ต้องการของชุมชน ข้อมูลด้านวัตถุดิบ ด้านทรัพยากรที่มีอยู่หรือ เงินทุน ผ่านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว 2. มีการบริหารจัดการโดยการวางแผนเตรียมงานด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น บทบาทหน้าที่ การออกแบบงาน ความพร้อมของบุคลากร อุปกรณ์ 3. มีการบริหารจัดการโดยการวางแผนแนวทางการปฏิบัติงานของแต่ ละส่วนแต่และแต่ละภาคีเครือข่าย เช่น สถานศึกษา ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา 4. มีการบริหารจัดการโดยการวางแผนเตรียมการประเมินผลงานอย่าง เป็นระบบ เช่น ประเมินจากจำนวนของผู้เข้าร่วม ประเมินจาก ความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และจากภาคีเครือข่าย เพื่อ ให้ผลที่ได้จากการประเมินอย่างเที่ยงตรง 2 . A = Activity : กิจกรรมสร้างสรรค์ 1. มีการบริหารจัดการในการกำหนดแนวทางดำเนินกิจกรรม สถานศึกษาสีขาวอย่างมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สู่เป้าหมาย เดียวกัน 2. มีการเชื่อมโยงกิจกรรมสถานศึกษา สีขาวให้สัมพันธ์ต่อกัน เพื่อ ประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการแบ่งงานกันทำ (Specialization) 3. เน้นถึงความสำคัญในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของครู/ ผู้ปฏิบัติงาน คือ ความเป็นระเบียบ ความมั่นคง ความคิดริเริ่ม และ ความสามัคคี 4. กำหนดให้ครู/ผู้ปฏิบัติงานทุกคน มีคุณลักษณะพร้อม ทั้ง ความสามารถทางร่างกาย จิตใจ และไหวพริบที่ดี 3 . M = Measure : การประเมินผล 1. มีการบริหารจัดการอย่างมีเป้าหมาย เพื่อความชัดเจนในการ ดำเนินการสถานศึกษาสีขาว
12 ตารางที่ 1 (ต่อ) การบริหารจัดการ กรอบการบริหารจัดการ โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” 2. มีข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันระหว่างผู้บริหารกับครู/ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มีทิศทางในการดำเนินงานและสามารถประเมินผลในขั้นตอน สุดท้าย 3. มีการประมวลสังเคราะห์และประเมินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงควร เปลี่ยนแปลงอะไรบ้างทั้งระยะเริ่มดำเนินการ ขณะดำเนินการและ หลังดำเนินการ 4. มีการประเมินความต้องการจำเป็นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใน ทางบวกและสร้างสรรค์ 4 . Y = Young : พลังหนุ่ม-สาว 1. มีการบริหารจัดการกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และมี คุณธรรมผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ของกิจกรรมสถานศึกษาสีขาว 2. มีการกำหนดให้ครู/ผู้ปฏิบัติงาน ร่วมปลูกฝัง ป้องกันและสร้าง ภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับผู้เรียน ด้วยการเรียนรู้จากกิจกรรมสถานศึกษา สีขาว 3. มีการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความ เข้าใจผู้เรียนเป็นรายบุคคล 4. กำหนดให้ครู/ผู้ปฏิบัติงาน สร้างความตระหนักในการนำเอาพลัง แห่งวัยหนุ่ม-สาว แปรเปลี่ยนจากความหลงผิดมาเป็นพลังแห่งการ สร้างสรรค์ 5 . E = Expect : ความมุ่งหวัง 1. มีการบริหารจัดการโดยสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในหน้าที่ เอาใจใส่มุ่งมั่นให้งานที่รับผิดชอบให้สำเร็จบรรลุตามความมุ่งหวัง 2. ร่วมรับผิดชอบภารกิจ และเป้าหมายของหน่วยงาน วางแผนการ ดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว 3. กำหนดให้มีการทบทวนและปรับปรุงผลการดำเนินงาน และปฏิบัติ ซ้ำจนบรรลุความมุ่งหวัง 4. มีการวางแผนเตรียมรับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เพื่อ เตรียมรับมืออย่างทันกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน สถานศึกษาสีขาว
13 ตารางที่ 1 (ต่อ) การบริหารจัดการ กรอบการบริหารจัดการ โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” 6 . N = Networks : ผสานภาคี เครือข่าย 1. มีการบริหารจัดการในการสร้างภาคีเครือข่าย เพื่อการ ประสานงาน และร่วมมือกับทุกภาคส่วน 2. มีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับภาคีเครือข่ายทั้งเครือข่าย เช่น ผู้ปกครอง ตำรวจ ทหาร โรงพยาบาล สถานศึกษา เครือข่าย องค์กรชุมชน นักเรียนแกนนำ โรงเรียนเครือข่าย 3. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนา สถานศึกษาสีขาว ให้มีประสิทธิผล/ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 4. มีการผลักดันให้ครู/ผู้ปฏิบัติงาน และภาคเรือข่ายดำเนินงาน ให้ได้รับรางวัลที่สูงขึ้นไป ตารางที่ 2 แสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียนเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาว การเข้าร่วมกิจกรรม พฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาว กิจกรรมสถานศึกษาสีขาว 1. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น มีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม/ โครงการสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอวังน้ำเย็น 2. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น จะมีความรู้ ความเข้าใจ และส่วนใหญ่มีพฤติกรรม หลีกเลี่ยงจากพิษภัยของสารเสพติดทั้งด้านสุขภาพ กฎหมาย และการป้องกันตนเองจากการหลงผิด 3. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น จะมีความรู้ ความเข้าใจ และส่วนใหญ่ มีพฤติกรรม หลีกเลี่ยงจากการเล่นการพนัน/เกม 4. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น จะมีความรู้ ความเข้าใจ และส่วนใหญ่มีพฤติกรรม หลีกเลี่ยงจากการหมกมุ่นและเสพสื่อลามก
14 ตารางที่ 2 (ต่อ) การเข้าร่วมกิจกรรม พฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาว 5. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอวัง น้ำเย็น จะมีความรู้สึกผิดเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมท่างเพศ จากผลการเสพสื่อลามก 6. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอวัง น้ำเย็น จะรู้จักวิธีหลีกเลี่ยง การดูแลตนเองให้ปลอดภัยจาก อุบัติเหตุ ความรุนแรง หรือเหตุทะเลาะวิวาท 7. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอวัง น้ำเย็น จะรู้วิธีปฐมพยาบาลได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย และดูแล ช่วยเหลือผู้อื่นๆได้ตามวัย 8. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น จะรู้วิธีหลีกเลี่ยงจากสิ่งมอมเมาอบายมุขทุกประเภท 9. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอวัง น้ำเย็น จะมีส่วนร่วมในการรณรงค์ในการจัดกิจกรรมต่อต้าน อบายมุข สิ่งมอมเมา ความรุนแรง และปัญหาทางเพศร่วมกับ หน่วยงานภายนอกด้วยความเต็มใจ 10. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น จะคิดเห็นว่า กศน.อำเภอวังน้ำเย็น เป็นสถานศึกษา สีขาว ร้อยละ 100 11. เมื่อผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาวของ กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น จะรู้สึกพึงพอใจต่อคุณลักษณะของตนเอง ภายหลังจาก การเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาสีขาว
15 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น ได้จัดกิจกรรมโครงการเพื่อ เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษา ห่างไกลยาเสพติด และอบายมุข ภายใต้โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน โดยการดำเนินการร่วมกันบูรณาการระหว่างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ผู้ปกครอง ชุมชน โดยกิจกรรมและโครงการที่จัดขึ้น ดังนี้ 1. โครงการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี เสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้สู่สถานศึกษา กศน.อำเภอ วังน้ำเย็น 2. ค่ายสนุกจัดเต็มกับ STEM ศึกษา 3. โครงการติวเข้มเติมเต็มความรู้สัญจรเตรียมสอบนักศึกษา กศน. ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย กศน.อำเภอวังน้ำเย็น 4. โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันเทคโนโลยีและสังคมออนไลน์ 5. โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตวัยรุ่น ป้องกันภาวะซึมเศร้า 6. โครงการกีฬา กศน.เกมส์ ต้านภัยยาเสพติด กศน.อำเภอวังน้ำเย็น 7. โครงการ 5 ส. กศน.งามตามประชาชื่นใจ 8. โครงการพัฒนาและยกระดับการจัดการศึกษาและอาชีพด้านเกษตรกรรมยั่งยืน ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 9. โครงการ White Zone สถานศึกษาปลอดภัยไร้สารเสพติด กศน.อำเภอวังน้ำเย็น 10. โครงการป้องกันอัคคีภัยและการอพยพหนีไฟในสถานศึกษา 11. โครงการแข่งขันกีฬา "กศน.เกมส์2566"กศน.จังหวัดสระแก้ว 12. โครงการแข่งขันกีฬา "กศน.เกมส์2566"ภาคตะวันออก 13. โครงการค่ายพัฒนาวิชาการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนที่2/2565 14. โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข 4. ผลการดำเนินงาน ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ผลการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจำปีการศึกษา 2565 มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. นักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2. องค์กรชุมชน ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการ 3. นักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น มีความรู้ ตระหนักถึงพิษภัยของเสพติดและอบายมุข มีทักษะ ในการดำเนินชีวิตห่างไกลยาเสพติด และอบายมุข
16 4.2 ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน 1. นักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คิดเป็นร้อยละ 100 และมีส่วน ร่วมในการทำกิจกรรม 2. องค์กรชุมชน ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม โครงการ 4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ได้รับความร่วมมือ จากภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ผู้ปกครองนักศึกษา ในการร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุข โดยวิธีการ หรือรูปแบบ การ ดำเนินงานรูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน 2. นักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น ได้เรียนรู้ แนวทางในการเฝ้าระวัง ป้องกันปัญหายาเสพติด แบบ มีส่วนร่วม และได้รับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านยาเสพติด และอบายมุขในสถานศึกษา มีความรู้ มีทักษะ มี ความสามารถ ในการดำเนินกิจกรรม เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือสังคม หรือชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. นักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น สามารถใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการทางสังคม ในการแก้ไข ปัญหา และสามารถดำเนินกิจกรรม ห้องเรียนสีขาวได้อย่างมีคุณภาพ โดยใช้วิธีการรูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน และผ่านการตรวจสอบคุณภาพ การดำเนินกิจกรรม โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ผลการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น ส่งผลให้ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังน้ำเย็น ได้รับรางวัล เกียรติบัตร เกียรติยศ และผลงาน ดีเด่นของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565 ดังนี้ 1. ได้รับรางวัลดีเด่น ระดับประเทศ รางวัล “สถานศึกษาปลอดภัย” ดีเด่น ประจำปี2565 ปีที่ 4 ติดต่อกัน แก่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอวังน้ำเย็น 2. ได้รับการประกันคุณภาพภายนอก(พ.ศ.2565-2569) จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2565 3. องค์กรนักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น สำนักงาน กศน.จังหวัดสระแก้ว มีผลการประเมินผลการ ดำเนินงาน ประจำปีการศึกษา 2565 ระดับดีมาก 4. ผ่านการประเมินศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง(ด้านการศึกษา) ประจำปี 2565 5. ได้รับรางวัลองค์กรคุณธรรม ประจำปี 2565 ระดับต้นแบบ ตามโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ภายใต้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่1 (พ.ศ.2559-2565)
17 5. ปัจจัยความสำเร็จ ดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและบายมุข ผลงานดีเด่นระดับทอง โดย ใช้วิธีการหรือรูปแบบการดำเนินงาน ตามรูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ประสบผลไปด้วยดี มี ปัจจัยที่ช่วงสนับสนุนให้ประสบผลสำเร็จ ดังนี้ 1. นักเรียนแกนนำ 4 ฝ่าย เข้าใจบทบาทหน้าที่ในภารกิจและดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อชับเคลื่อน กลยุทธ์ทั้งของกิจกรรมห้องเรียนสีขาว มีการประชุมวางแผน มอบหมายงานดำเนินกิจกรรมตามแผนประเมินผล การดำเนินงาน และมีการนำข้อผิดพลาดหรือข้อที่ควรปรับปรุงมาปรับแก้ในกิจกรรมต่อไป ซึ่งเป็นไปตามการ ตรวจสอบคุณภาพโดยใช้วงจร PDCA 2. ครูที่ปรึกษาแต่ละห้องให้ความสำคัญ ตระหนักในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ให้ความ ช่วยเหลือผู้เรียน ให้คำปรึกษาในเรื่องของ วินัย ความประพฤติ มีทัศนคติที่ดีต่อนักเรียนและพร้อมที่จะเป็นที่ ปรึกษาให้ทุกคน ตามความถนัดและความสามารถของนักเรียนแต่ละคน 3. ผู้บริหารสถานศึกษา มีการวางแผน มีการบริหารจัดการที่ดี มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผล ส่งเสริมการมีสวนร่วม ในการปฏิบัติงานทุกกิจกรรม 4. ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการดูแลบุตรหลานของตนเองเป็นอย่างดี ให้ความร่วมมือและ สนับสนุนการเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางสถานศึกษาดำเนินการเพื่อบรรลุตามเป้าหมาย และจุดประสงค์ของกิจกรรม การสนับสนุนกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ เช่น กิจกรรมวันลอยกระทง กิจกรรมวันเข้าพรรษา การทำจิตอาสาใน ชุมชน เป็นต้น 5. คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้นำหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นเพื่อพัฒนานักเรียนทุกๆด้าน เช่นกิจกรรมด้านวิชาการ กิจกรรมด้านการ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม กิจกรรมกีฬาต้านภัยยาเสพติด ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและ อบายมุข 6. ผู้นำชุมชน ผู้นำหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือ มีส่วนร่วม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการขับเคลื่อนและพัฒนาตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข เป็นอย่างดี 6. บทเรียนที่ได้รับ การดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ผลงานดีเด่น ระดับทอง ประจำปีการศึกษา 2565 โดยใช้วิธีการหรือรูปแบบการดำเนินงาน ตามรูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนา ผู้เรียน ประสบผลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทำให้สถานศึกษา ผู้บริหาร ครูบุคลากร นักศึกษา กศน. และผู้ปกครอง สามารถนำประสบการณ์จากการดำเนินการดังกล่าว เพื่อเป็นบทเรียนในการนำไปปรับใช้นวัตกรรมดำเนิน โครงการกิจกรรมอื่นๆ โดยมีบทเรียนที่ได้รับสามารถสรุปได้ ดังนี้
18 1. ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง หรือผู้เกี่ยวข้อง ที่ได้ดำเนินงานตามโครงการหรือ กิจกรรมเมื่อเข้าใจวิธีการดำเนินงานตาม วิธีการหรือรูปแบบการดำเนินงาน ตามรูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน แล้วสามารถนำวิธีการหรือรูปแบบการดำเนินงาน ตามรูปแบบ “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนา ผู้เรียน ไปปรับใช้ในสถานศึกษา หรือองค์กรอื่นได้ 2. นักเรียนแกนนำ 4 ฝ่าย เข้าใจวิธีการตรวจสอบคุณภาพการดำเนินงานตามโครงการหรือกิจกรรม โดยใช้วงจรการตรวจสอบคุณภาพ PDCA ไปปรับใช้ในการเรียนรู้ หรือการดำเนินกิจวัตรประจำวันเพื่อพัฒนางาน ให้มีคุณภาพต่อไป 3. การดำเนินงานด้วยวิธีการหรือรูปแบบที่ชัดเจน สนับสนุน ส่งผลให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์และ สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 4. การทำงานเป็นทีมและคณะ การมีส่วนร่วมรับผิดชอบร่วมกันในการดำเนินงานตามโครงการ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ความร่วมมือร่วมใจ การเอาใจใส่ การเสียสละ ของผู้บริหาร ครู บุคลากรและนักเรียน ส่งผลให้โครงการประสบผลสำเร็จได้ผลงานที่มีคุณภาพ 5. โครงการมีความสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ โรงเรียนมีความภูมิใจ ในการได้ทำ หน้าที่ที่รับผิดชอบต่อนักเรียน สามารถนำความสำเร็จนี้ไปพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของสถานศึกษาในสังกัด หรือ เป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างของการดำเนินงานให้กับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ 7. การเผยแพร่/การยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ - นำผลงานรายงานนวัตกรรมในที่ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา/หัวหน้าส่วนราชการ - นำนวัตกรรมเผยแพร่ทางช่องทาง Line Facebook เว็ปไซด์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จดหมาย ข่าว แผ่นพับประชาสัมพันธ์กิจกรรม กศน. - ได้รับการยอมรับจากสถานศึกษา ในการศึกษาดูงาน และได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการให้ความรู้
19 ภาคผนวก
20 ใบประกาศ ผ่านการรับรองมาตรฐาน การประกันคุณภาพภายนอก(พ.ศ.2565-2569) จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน)
21 รางวัล “สถานศึกษาปลอดภัย” ประจำปี พ.ศ.2565 ปีที่4 ติดต่อกัน องค์กรนักศึกษา กศน.อำเภอวังน้ำเย็น สำนักงาน กศน.จังหวัดสระแก้ว มีผลการประเมิน ระดับดีมาก
22 ได้รับการประเมินองค์กร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ระดับต้นแบบ ตามโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ภายใต้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่1 (พ.ศ.2559-2565) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา จาก สถานศึกษาพอเพียง ให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา
23 การประชุมเพื่อเสนอนวัตกรรม “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม เสนอข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่าน จดหมายข่าว/ Facebook ให้ภาคีเครือข่ายได้ทราบ ผ่านการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่รับผิดชอบ
24 การประชุมเพื่อเสนอนวัตกรรม “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ของสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการ จัดกิจกรรม และร่วมลงนามข้อตกลง MOU ระหว่างหน่วยงาน เสนอข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่าน / Facebook ได้รบั มอบหมาย จากนางอารยี ์ลมิ้วฒั นกติ ติ ผอ.กศน.อา เภอวงัน ้าเย็น เข้ารว่ มประชุมหวัหน้า ส่วนราชการ และรว่ มบนั ทกึข้อตกลง MOU รว่ มกนั ระหวา่ งหน่วยงาน โดยมนี ายกจิจา เสาวรส นายอา เภอวงัน ้าเย็น ประธานในพธิี
25 เสนอนวัตกรรม “NAMYEN Model” เพื่อพัฒนาผู้เรียน ของสถานศึกษา ผ่านช่องทางออนไลน์ นำนวัตกรรมเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ในระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ https://anyflip.com/
26 กิจกรรม White Zone ร่วมกันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
27 กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนการป้องกันอัคคีภัยในสถานศึกษาและชุมชน
28 กีฬาต้านภัยยาเสพติดและอบายมุข
29 ประชุมร่วมกับภาคีเครือข่าย
30 กิจกรรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน
31 ค่ายวิชาการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
32 เปิดโลการเรียนรู้ กศน. ร่วมกับภาคีเครือข่าย
คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา นางอารีย์ ลิ้มวัฒนกิตติ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอวังน้ำเย็น นายบุญเลี้ยง ชงสุวรรณ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา สนับสนุนข้อมูล นายไพฑูร ชุนสอาด ครู นางสาวปรีดา สีเหลี่ยม ครู นางพจมาศ ไชยบุตร ครูอาสาสมัคร กศน. นางสาวสุณญตา สนสร้อย ครู กศน.ตำบล นางสาวนิชาภา ธรรมจันทร์ ครู กศน.ตำบล นางดวงฤดี หลำเจริญ ครู กศน.ตำบล นางสาวณัฎฐ์ชวัล ไชยเพชร ครู กศน.ตำบล นางสาวปรัชกานณ์ สีเหลี่ยม ครู กศน.ตำบล นายสมบูรณ์ วังโส ครู กศน.ตำบล นางสาวกัญญภัค พลเสน ครู กศน.ตำบล นายกริชวัจน์ อังกูรธีรพัฒน์ ครูผู้สอนคนพิการ นายวิทัศน์ ปรากฏหาญ ครูผู้สอนคนพิการ นางสาวจีรภา โสมกุล เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ นางสาวมทิรา บุญผิว พนักงานบริการ วิเคราะห์ข้อมูล เรียบเรียง และจัดรูปเล่ม นางสาวปรีดา สีเหลี่ยม ครู บรรณาธิการ นางอารีย์ ลิ้มวัฒนกิตติ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอวังน้ำเย็น