ของดีที่น่าจะมีติดครัวกัน ของดีที่น่าจะมีติดครัวกัน โดย รัตนา เสริมธนสาร
อากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ทำให้คนป่วยด้วยโรคในระบบ ทางเดินหายใจ เป็นไข้บ้าง เป็นหวัด น้ำมูกไหล แต่อาการไม่สบาย ที่น่ารำคาญที่สุดก็คืออาการไอ ซึ่งมักจะมาพร้อมกับเสมหะเมื่อเรา เป็นหวัดอยู่เสมอ หรือแม้แต่คนที่ไอแห้ง ๆ อมยาเพื่อช่วยให้ชุ่ม คอก็ยังไม่หาย อีกทั้งยังไม่อยากกินยาแผนปัจจุบันเพราะกลัวจะ เพิ่มภาระให้ตับและไต วันนี้กระปุก-ดอทคอมมีสมุนไพรแก้ไอ มา ฝากค่ะ แถมสมุนไพรแก้ไอดังต่อไปนี้ ยังเป็นของดีที่น่าจะมีติด ครัวกันอยู่บ้างสักชนิดแหละน่า แต่ก่อนจะไปไล่เรียงกันว่า สมุนไพรแก้ไอมีอะไรที่ช่วย บรรเทาอาการไอได้บ้าง เรามารู้จักฤทธิ์ของสมุนไพรในแต่ละกลุ่ม กันก่อนค่ะ โดยสมุนไพรแก้ไอจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้ 1. กลุ่มที่มีสารสำคัญช่วยเคลือบเยื่อบุทางเดินหายใจ ลดอาการระคายเคือง ได้แก่ น้ำผึ้ง มะนาว มะขามป้อม
2.สมุนไพรที่มีฤทธิ์กดศูนย์ไอในสมอง เช่น ฝิ่น แต่ฝิ่นจัดว่าเป็นสารเสพต ิด แต่ใช่ว่าจะม ีเพ ียงแค่ 2 กล่มสมุนไพรแก้ไอดังที่กล่าวมา ทว่าในคร ัวเราอาจจะม ีสมุนไพร ุุ ที่ช่วยขับเสมหะ รวมทั้งบรรเทาอาการไอได้ จากสมุนไพรขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ 3 กลุ่มย่อย ดังนี้ 1. สมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย เช่น เหง้าขิง ผลดีปลี ดอกกานพลู ผลพริกไทย ต้นกะเพรา 2. สมุนไพรที่มีกรดอินทรีย์ซึ่งมีรสเปรี้ยว ได้แก่ เนื้อฝัก มะขามแก่ น้ำมะนาว ผลมะขามป้อม ผลบ๊วย ผลมะนาวดอง 3. สมุนไพรอื่น ๆที่แสดงฤทธิ์ในการบรรเทาอาการไอได้ดี และมีกลไกการออกฤทธิ์อื่น ๆ ได้แก่ ผลมะแว้งเครือ ผลมะแว้ง ต้น ใบเสนียด เมล็ดเพกา เป็นต้น เอาล่ะค่ะ คราวนี้มาดูกันว่า สมุนไพรแก้ไอ ขับเสมหะ แต่ละชนิด เด่นในด้านไหน แล้วรับประทานอย่างไร จะช่วยบรรเทาอาการไอได้ไม่แพ้ยา
สมุนไพรแก้ไอ มีอะไรบ้าง 1. มะนาว มะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอินทรีย์มีรสเปรี้ยว ช่วยบรรเทาอาการ อักเสบในลำคอได้ โดยในตำรับยาไทยนิยมใช้ทั้งน้ำคั้นจากผลสด ผสมเกลือเล็กน้อย เติมน้ำอุ่นอีกสักหน่อย แล้วจิบแก้ไอ นอกจาก นี้ยังมีการใช้ผลมะนาวแห้ง นำไปดอง แล้วจิบน้ำมะนาวดองเป็น ยาขับเสมหะแก้ไอ แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน เพราะในมะนาวมี วิตามินซีค่อนข้างสูงนั่นเอง
2. มะขามป้อม มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มแทนนิน แถมรสเปรี้ยว ของมะขามป้อมยังช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้ดี โดยหากต้องการใช้ มะขามป้อมแก้ไอก็ทำ มะขามป้อมแก้ไอก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำ ได้ง่าย ๆ ด้วยการนำมะขามป้อมไปคั้นหรือต้มแล้วนำ มะขามป้อมไปคั้นหรือต้มแล้วนำ มาดื่ม หรือจะนำมะขามป้อมไปอมกับเกลือเฉย ๆ ก็ได้ ซึ่งการอมมะขามป้อม นอกจากจะช่วยแก้ไอและละลายเสมหะแล้ว ยังทำให้เราชุ่มคอ และช่วยบำรุง เสียงให้ใส ป้องกันเสียงแห้งอีกด้วยค่ะ
3. ขิง 4. มะขาม ขิงเป็นสมุนไพรรสเผ็ด ร้อน ในตำรายาไทยใช้เหง้า ขิงแก่ทั้งสดและแห้ง เป็นยา ขับลม แก้อาเจียน แก้ไอ ขับ เสมหะ และขับเหงื่อ โดยใช้ เหง้าสดขนาดนิ้วหัวแม่มือต้ม กับน้ำหรือใช้ผงขิงแห้งชงน้ำ ดื่ม สารสำคัญในมะขามคือ กรดทาร์ทาริก (Tartaric) มี ฤทธิ์บรรเทาอาการไอ แก้ อักเสบ โดยวิธีใช้ก็เพียงนำ ฝักแก่ของมะขามเปียกมา จิ้มเกลือรับประทาน หรือนำ มะขามเปียกมาต้มกับน้ำตาล และเกลือเล็กน้อย จะได้ยา ขับเสมหะที่มีรสกลมกล่อม ทว่าเนื่องจากมะขามเปียกก็ มีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย จึง ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะเดี๋ยวจะถ่ายท้องนะคะ
5.กระเทียม 6. มะเขือเปราะ กระเทียมเป็นสมุนไพรรสเผ็ด ร้อน ช่วยขยายทางเดินหายใจ ทำให้หายใจสะดวกขึ้น อีก ทั้งกระเทียมยังมีฤทธิ์ช่วยลด อาการอักเสบ กระเทียมจึงเป็น สมุนไพรอีกตัวที่ช่วยบรรเทา อาการไอแบบมีเสมหะได้ โดย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ แก้ไอมากขึ้น แนะนำให ใช้กระเทียมและขิงสดอย่างละเท่ากัน ตำละเอียดแล้ว ละลายกับน้ำอ้อยสด เสร็จแล้วคั้นจนได้น้ำสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดมาจิบแก้ไอ ขับ เสมหะ และทำให้เสมหะแห้ง หรือจะคั้นกระเทียมกับน้ำมะนาวแล้วเติมเกลือใช้ จิบหรือกวาดคอก็ได้ มะเขือเปราะหรือมะเขือ แจ้ มีฤทธิ์ช่วยลดไข้ ลด อาการอักเสบ แก้ไอ แก้พิษร้อนในร่างกาย แถมยังช่วยลดระดับ คอเลสเตอรอลและลด ระดับน้ำตาลในเลือดได้ อีกต่างหาก ถ้ามีติดครัว ในบ้านอยู่ก็ลองนำ มะเขือ เปราะมาจิ้มน้ำพริกกินแก้ ไอได้เลยค่ะ
7. พริกไทยดำ 8. บ๊วย พริกไทยดำ�มีความเผ็ดร้อน ช่วย ขับลม ขจัดสิ่งขัดขวางทางเดิน หายใจได้ดีเยี่ยม จึงทำ�ให้จมูกโล่ง และหายใจได้คล่องขึ้น แต่สูตรแก้ ไอด้วยพริกไทยดำ�ควรมีน้ำ�ผึ้งเป็น ตัวช่วยด้วย เนื่องจากน้ำ�ผึ้งมีฤทธิ์ เป็นยาปฏิชีวนะชนิดอ่อน ช่วยฆ่า เชื้อโรคและแบคทีเรีย สูตรนี้จึง เหมาะมากกับคนที่มีอาการไอแบบ มีเสมหะและมีน้ำ�มูก วิธีชงก็ไม่ยาก เพียงแค่ผสมพริกไทยดำ�สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ในน้ำ�ร้อน จัด 1 แก้ว จากนั้นก็เติมน้ำ�ผึ้งแท้ลงไป 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็ปิดฝา แก้วทิ้งไว้ 15 นาที กรองเอากากออกแล้วก็ดื่มทันที อาการไอแบบมีเสมหะก็จะหาย ไป แต่สูตรนี้ไม่เหมาะกับอาการไอแห้งนะคะ ผลบ๊วยเป็นพืชสมุนไพรซึ่งมี กรดผลไม้ที่มีฤทธิ์ในการเพิ่ม การหลั่งน้ำ�ลาย ช่วยบรรเทา อาการไอ เคลือบเยื่อบุทางเดิน หายใจ ลดอาการระคายเคือง โดยนำาผลบ๊วยมาต้มกับน้ำ�แล้ว จิบเป็นยาแก้ไอ หรือจะอมผล บ๊วยให้ชุ่มคอเพื่อบรรเทาอาการ ระคายเคืองที่คอก็ได้เช่นกัน
9. กระเจี๊ยบแดง 10. ดอกดีปลี กระเจี๊ยบแดงมีสารอาหารค่อนข้าง มาก ทั้งเพกติน วิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระชนิดแอนโท ไซยานิน จึงมีสรรพคุณช่วยแก้อักเสบ และเมื่อนำกลีบดอกกระเจี๊ยบแดงมา ต้มเป็นน้ำสมุนไพร น้ำกระเจี๊ยบก็จะ ออกรสเปรี้ยวอมหวาน มีสรรพคุณ ทำให้ชุ่มคอ ลดอาการระคายเคือง และช่วยบรรเทาอาการไอได้ ดอกดีปลีเป็นพืชสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยในระบบทางเดินหายใจให้ ทำงานสะดวกขึ้น ลดอาการระคายเคือง แก้ไอได้ โดยใช้ดีปลีประมาณครึ่งผล ตำละเอียด แล้วเติมน้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย กวาดคอหรือจิบบ่อย ๆ
11. ชะเอมเทศ ขอฃอบคุณข้อมูลจาก : หมอชาวบ้าน, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, โครงการ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ, ศูนย์พัฒนาอนามัยพื้นที่สูง กรมอนามัย, เฟซบุ๊ก กรมอนามัย, มูลนิธิ สุขภาพไทย, Reader’s digest ชะเอมเทศถูกบรรจุไว้ในตำรับยาสามัญประจำบ้านหลายตำรับ และที่สำคัญ คือ ตำรับยาแก้ไออำมฤควาทีใช้ชะเอมเทศจำนวนมากกว่าตัวยาอื่น ๆ โดยตัว ยาประกอบด้วย รากไคร้เครือ โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขาม ป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ 7 ส่วน ชะเอมเทศหนัก 43 ส่วน นำส่วน ผสมทั้งหมดบดเป็นผง เวลาใช้ให้ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาด คอแก้ไอ ขับเสมหะ ทั้งนี้ การใช้ตำรับยาแก้ไอชะเอมเทศและอำมฤควาทีก็มีข้อควรระวัง บางประการ เช่น หากใช้มากเกินไปอาจเกิดอาการท้องเสียได้ หรือควรระวังการ ใช้ยาตำรับนี้กับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากการบริโภครากชะเอมเทศ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ระดับโซเดียมในเลือดต่ำ และเพิ่มความ ดันโลหิตให้สูงเกินปกติได้ สมุนไพรทั้ง 13 ชนิดนี้มีฤทธิ์เพียงช่วยบรรเทาอาการไอได้เท่านั้น แต่ ไม่สามารถรักษาถึงต้นเหตุของอาการไอได้ ดังนั้น ชะเอมเทศถูกบรรจุไว้ใน ตำรับยาสามัญประจำบ้านหลายตำรับ และที่สำคัญคือ ตำรับยาแก้ไออำมฤค วาทีใช้ชะเอมเทศจำนวนมากกว่าตัวยาอื่น ๆ โดยตัวยาประกอบด้วย รากไคร้