คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มนี้ มีเนื้อหา เก่ี่ยวกับนิทาน เรื่อง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร พร้อมทั้งมี วิดีโอนิทานประกอบ ซึ่งนิทานเรื่องนี้ให้ข้อคิดสอนใจแก่ ผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มนี้ จะมีประโยชน์สำ หรับผู้เรียนไม่มากก็น้อย และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ผู้จัดทำ นางสาวนันทวรรณ รังสิรัตน์
กาลครั้งหนึ่ง มีพ่อค้าผู้ร่ำ รวยอาศัยอยู่ในเมืองกับลูกสาวสามคน วันหนึ่งพ่อค้าผู้มั่งมีผู้นั้นได้สูญเสียทรัพย์หลวงใหญ่ที่เขามีไปกับเรือสินค้า ทำ ให้เขา กับลูก ๆ ทั้งสามต้องย้ายไปอาศัยอยู่แถบชนบท หลังจากอยู่กับความลำ บากมาเป็นปี ๆ พ่อค้าก็ได้รับข่าวดีว่าเรือสินค้าที่เขาเคยส่ง ออกขายในอดีต ได้กลับเข้ามาสู่ท่าเรือ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจจะไปดูในเมืองว่าเรือนี้ ยังมีอะไรเหลือให้เขาและลูกอยู่ ก่อนที่เขาจะเดินทางไปในเมือง เขาได้ถามลูก ๆ ว่าอยากได้ของขวัญอะไร เมื่อเขากลับมาบ้าง ลูกสาวคนโตนั้นอยากได้ชุดสวยงาม คนที่สองขอสร้อยคอไข่มุก แต่ลูกสาวคนที่สามที่มีชื่อว่า “เบลล์” ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กที่ทั้งสวยและอ่อนหวานที่สุด กล่าวว่า “หนูอยากได้กุหลาบสักดอกหนึ่งจากพ่อค่ะ”
เมื่อพ่อค้าจัดการเรื่องธุรกิจเสร็จเรียบร้อย เขาก็ตรงกลับบ้าน ระหว่างทางนั้นเขาเจอกับพายุลูกใหญ่กรรโชกแรง แม้แต่ม้าของเขาก็แทบจะทรงตัวไม่ได้ ด้วยความหนาวเหน็บและอ่อนเพลีย พ่อค้าเริ่มสิ้นหวังที่จะกลับถึงบ้านให้ทันก่อนฟ้ามืด
แต่ทันใดนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นแสงไฟส่องสว่างจากกลางป่า และเมื่อเพ็งสายตาดูดี ๆ เขาก็พบว่าแสงนั้นมาจากปราสาทหลังงามนั่นเอง “หวังว่าจะที่นั่นจะพอมีที่พักให้สำ หรับคืนนี้นะ” เขาพูดกับตัวเอง และเมื่อถึงประตูปราสาท เขาก็พบว่ามันเปิดออกอย่างง่ายดาย เขาตะโกนร้องเรียก แต่ก็ไม่มีใครมาต้อนรับเขา เขาจึงรวบรวมความกล้าเข้าไปด้านในปราสาท ระหว่างที่พยายามส่งเสียงเรียกเจ้าของ ปราสาทอยู่นั้น เขาก็พบว่าบนโต๊ะใหญ่กลางโถงเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟในเมื่อไม่มีคนมา พ่อค้าที่หิวโหยก็อดใจไม่ไหวที่จะลงมือรับประทานมื้อค่ำ แสนอร่อยเหล่า นั้นจนอิ่ม
หลังจากนั้น เขาก็ขึ้นบันไดไปยังชั้นบน ทางเดินที่ยาวเหยียดนำ ไปสู่ห้องพักที่มีเตาผิงพร้อมไฟอันอบอุ่น คืนนี้ดึกมากแล้ว และพ่อค้าก็ต้องการพักผ่อน เขาจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงและหลับไปอย่างรวดเร็ว เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า เขาก็พบว่ามีใครบางคนนำ แก้วกาแฟมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง หลัง จากรับประทานมือเช้าเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบลงไปชั้นล่างเพื่อขอบคุณเจ้าของปราสาท แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย เขามุ่งหน้าออกไปยังสวนที่ผูกม้าเอาไว้ ทันใดนั้นเองเขาก็สะดุดตาเข้ากับพุ่มดอกกุหลาบในสวน
พ่อค้าจำ คำ สัญญาที่มอบไว้กับเบลล์ได้ดี เขาจึงก้มลงจะเด็ดดอกกุหลาบ พริบตาเดียวก็ปรากฏร่างของอสูรตัวใหญ่ ขนปกคลุมรุงรัง สวมเสื้อผ้าอาภรณ์งดงาม แต่ดวงตาที่ดุร้ายทั้งสองจ้องมาหาเขา พร้อมคำ รามด้วยความโกรธ “ข้าทั้งให้ที่พักและอาหารกับเจ้า แต่คำ ขอบคุณที่ข้าได้รับคือการที่เจ้าจะขโมยดอกไม้โปรดของข้าไปอีกงั้นเหรอ ตาย เสียเถอะ !” ด้วยความกลัวสุดขีด พ่อค้าทรุดตัวลงและคุกเข่าอ้อนวอนอสูรทันที
“ให้อภัยข้าเถอะ อย่าฆ่าข้าเลย ข้าทำ ผิดไปแล้วจริง ๆ ข้าแค่จะนำ ดอกกุหลาบดอกนี้ไปฝากลูกสาวตนเท่านั้นเอง” อสูรได้ยินดังนั้นก็ลดกรงเล็บลง พร้อมบอกว่า “ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง ให้นำ ตัวลูกสาวมาแทน หากทำ ได้ข้าก็จะปล่อยเจ้าไป” เมื่อพ่อค้าได้ยินเช่นนั้นจึงตอบตกลง
เมื่อไปถึงบ้าน พ่อค้าก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ลูก ๆ ฟัง ด้วยความรักที่เบลล์มีต่อพ่อของเธอ เธอก็ยินดีที่จะกลับไปยังปราสาทในทันที “อย่ากังวลเลยค่ะพ่อ เราจะต้องรักษาสัญญาและช่วยชีวิตพ่อไว้ให้ได้ พาหนูไปยัง ปราสาทเถอะ หนูจะอยู่ที่นั่นเอง” พ่อค้ารู้สึกเศร้าเสียใจอย่างที่สุด แต่ก็จำ ยอมเดินทางไปส่งลูกสาว
อสูรแปลกใจมากที่หญิงสาวยอมเสียสละเพื่อครอบครัว ในตอนแรกที่พบกัน เบลล์รู้สึก หวาดกลัวกับหน้าตาและท่าทางที่ดูดุร้ายของอสูร แต่เธอกลับพบว่าอสูรไม่ได้ทำ ร้ายเธอแต่อย่างใด ซ้ำ ยังจัดห้องหรูหราให้เธอพักในปราสาท อีกด้วย ในขณะที่เธอนั่งปักผ้าอยู่หน้าเตาผิง อสูรก็คอยจับตาดูอยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มต้นพูด คุยกันอย่างถูกคอ ซึ่งทำ ให้เบลล์ประหลาดใจ แต่ก็แอบประทับใจกับความอ่อนโยนที่ขัดกับหน้าตาของอสูร เธอยังได้รับรู้ถึงความอบอุ่น ใจดี และเป็นครั้งแรกที่เบลล์ได้เห็นสายตาที่เศร้าหมองของเขา
นับตั้งวันนั้นเบลล์ไม่หวาดกลัวเจ้าอสูรอีกต่อไป เธอร่วมโต๊ะอาหารกับอสูรทุกวัน จากนั้นก็ไปเดินเล่นในสวนด้วยกัน อ่านหนังสือด้วยกัน เต้นรำ ด้วยกัน ทั้งสองใช้ ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข วันหนึ่งในขณะที่กำ ลังเต้นรำ กันอยู่นั้น เจ้าชายอสูรถามเบลล์ว่า “เธอจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของข้าได้หรือไม่” เบลล์ตกใจเล็กน้อย พร้อมนิ่งคิดถึงการแต่งงานกับชายผู้มีรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว เธอยังคงให้คำ ตอบไม่ได้ เพราะคงจะคิดถึงพ่อและที่บ้านมาก เจ้าชายอสูรมองเธออย่างปวดร้าว แต่ก็เข้าใจ ความรู้สึกของหญิงสาวดี เขาจึงมอบกระจกวิเศษให้กับเบลล์ เมื่อเบลล์มองที่กระจกจะเห็นครอบครัวของเธอที่อยู่ไกลออกไป เพื่อให้เธอไม่รู้สึก เหงาและเดียวดาย
วันหนึ่ง เบลล์ส่องกระจกวิเศษดูและพบว่าพ่อของเธอล้มป่วยหนักมาก เธอจึงขอ อนุญาตเจ้าชายอสูรเพื่อกลับไปดูแลพ่อ ก่อนที่จะสายเกินไป แต่อสูรส่ายหน้า “ถ้าเธอกลับบ้านไปก็คงจะไม่กลับมาที่ปราสาทแห่งนี้อีก” แต่ในที่สุด เขาก็กลับคำ “แต่ถ้าเธอสัญญาว่าจะกลับมาที่นี่ภายใน 7 วัน ข้าจะยอม ให้เธอกลับมาเยี่ยมครอบครัวของเธอ” เบลล์รับคำ สัญญาทันที
แท้จริงแล้ว พ่อค้าล้มป่วยลงเพราะความตรอมใจ และคิดว่าอสูรขังเธอไว้เป็นนักโทษ เมื่อสองพ่อลูกได้พบกันอีกครั้งและเห็นว่าเบลล์ยังอยู่ดีมีสุข อาการป่วยของพ่อก็เริ่มทุเลาลง เบลล์เล่าให้พ่อฟังว่าอสูรดูแลเธออย่างดีและอ่อนโยนกว่าที่คิดมากอีกทั้งชีวิตใน ปราสาทก็สุขสบาย เมื่อพ่อของเธอเริ่มลุกขึ้นจากเตียงได้ เบลล์ก็ไม่ทันได้สังเกตว่าวันเวลาผ่านไปครบ 7 วันแล้ว
คืนหนึ่ง เบลล์ฝันร้ายถึงอสูร เธอเห็นว่าเขากำ ลังจะตายและร้องเรียกเธอด้วยความเศร้าสร้อย “กลับมาหาข้าเถอะ” ฝันนั้นย้ำ เตือนให้เธอนึกถึงคำ สัญญาที่ให้ไว้กับเขา ทันทีที่เธอตื่นขึ้นก็รีบขึ้นไปบนหลังม้า พร้อมออกจากบ้านมุ่งไปยังปราสาททันที
เมื่อเธอมาถึงปราสาท เธอรีบวิ่งขึ้นบันไดและร้องเรียกเจ้าชายอสูร แต่ไร้เสียงตอบกลับ หัวใจของเธอแทบสลาย เบลล์วิ่งเข้าไปยังสวนดอกไม้และพบร่างของอสูรนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ดวงตาปิดสนิท
เบลล์ประคองร่างนั้นไว้ในอ้อมกอด พร้อมกระซิบบอกว่า “ได้โปรดอย่าตาย ฉันกลับมาแล้ว และจะแต่งงานกับคุณ” สิ้นเสียงของหญิงสาว ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น อสูรร้ายได้กลายร่างเปลี่ยนเป็นเจ้าชายรูปงาม
“ข้ารอคอยเวลานี้มายาวนานเหลือเกิน” เจ้าชายพูดกับเบลล์ “ข้าทุกข์ทนในความเงียบงัน และไม่อาจบอกใครให้ล่วงรู้ถึงความลับนี้ได้ ว่าข้าถูกคำ สาปเปลี่ยนให้เป็นสัตว์ร้าย แต่เมื่อใดที่พบกับหญิงสาวที่ยอมรับในตัวข้าได้และรักข้าจากข้างในจิตใจ คำ สาปนั้นก็จะหายไปและทำ ให้ข้ากลับมาเป็นคนดังเดิม”
งานแต่งงานของเบลลืกับเจ้าชายจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและอบอุ่นหลังจากนั้นไม่นาน แล้วทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป