The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทานพื้นบ้าน 4 ภาค
หลังสือ อิกเล็กทอร์นิกส์ เล่มนี้ เป็นส่วนหนึงของวิชา พัฒนาหลักสูตร

จุดประสงค์ในการจัดทำหนังสือเล่มนี้
1.เพื่อเรียนรู้ภาษาและการใช้คำในแต่ละภาคของไทย
2.เพื่อศึกษาลักษณทางภูมิศาสตร์
3.เพื่อการนำข้อคิดที่ได้จากการได้ฟัง อ่าน นิทานจากหนังสือเล่มนี้ ไปใช้ในชิวิตประจำวันได้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chanchai Yasothon, 2019-11-07 12:33:34

นิทานพื้นบ้าน 4 ภาค

นิทานพื้นบ้าน 4 ภาค
หลังสือ อิกเล็กทอร์นิกส์ เล่มนี้ เป็นส่วนหนึงของวิชา พัฒนาหลักสูตร

จุดประสงค์ในการจัดทำหนังสือเล่มนี้
1.เพื่อเรียนรู้ภาษาและการใช้คำในแต่ละภาคของไทย
2.เพื่อศึกษาลักษณทางภูมิศาสตร์
3.เพื่อการนำข้อคิดที่ได้จากการได้ฟัง อ่าน นิทานจากหนังสือเล่มนี้ ไปใช้ในชิวิตประจำวันได้

นางคิดแค้นใจวา่ ความสวยงามของนางเป็นเหตุ
ให้เกดิ เรื่องเดอื ดรอ้ นต่าง ๆ จน ต้องหนีมาอยใู่ น
ป่าก็ยังไม่พ้น จงึ คว้าเอามดี มาตัดนมทัง้ สองข้าง
ขวา้ งท้ิงไป กลายเป็นเขา 2 ลกู ชื่อ "เขานม" นาง
อย่ใู นจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี จากนั้นนางก็ซัดเซ
พเนจรไป ตามลาํ พังในกลางป่า ตกคาก็อาศั ยนอน
ในวัด วดั ท่ีนางพิมสุราลยั ไปอาศั ยนอนนั้น ตอ่ มา
ได้ชื่อว่า "วดั นางนอน" ทา้ ยท่ีสดุ นางกไ็ ดไ้ ปบวช
อย่บู นเขาแห่งหน่ึ ง เขานั้นจงึ ได้ชื่อวา่ "เขาบาง
นางบวช" นอกจากนั้น ยงั มหี มบู่ ้านในแขวงเมือง
อ่างทองท่ีเลา่ กันวา่ นางเคยไปถือศี ลอยู่ ช่ือวา่ "บา้ น
ไผ"่ จําศี ล ส่วนบา้ นเดิมของนางพิมสุราลัยท่ี
จงั หวดั สพุ รรณบุรีนั้น ปัจจุบันชื่อ "บา้ นเดิมบาง"

ข้อคิดจากเรอ่ื ง

ความสวยงามเป็นเหมือนดาบสองคม
มที ัง้ ผลดีและเสียตอ่ ตวั

หน่วยท่ี 4

นิ ทานพื้นบา้ นของภาคใต้

ลูกเนรคุณ

มยี ายแกค่ นหน่ึ งอย่กู ินกับลูกชายและลูกสะใภ้ แก่
มากแล้ว ทาํ อะไรก็ไม่ค่อยได้ ลูกสะใภจ้ ึงไมช่ อบ
เท่ียวด่าวา่ แม่สามอี ย่างนั้นอย่างน้ี ในตอนท่ี
รับประทานข้าวกจ็ ะเอานาท่ีอย่ใู นบ่อใส่นาแกง
ทาํ ให้นาแกงจืดรบั ประทานไม่ได้ บางครัง้ แกงเผ็ด
จนเกนิ ไป แตต่ อนท่ีทาํ ให้สามีรับประทานกจ็ ะทํา
อาหารดี ๆ

พอถึงเวลาลูกชายกลบั มาบ้าน แมก่ ็บอกลกู
ชายว่าสะใภท้ าํ แกงรบั ประทานไม่ได้ บางครัง้ เผด็
บางครัง้ เค็ม บางครัง้ จืด ข้างฝ่ายลูกเห็นว่าแม่พดู
เรอื่ ย ๆ ก็หาว่าแม่แก่ปากเปียก เพราะแกงท่ีเมยี ทาํ ไว้
ให้สามีนั้นอร่อยดี ลกู ชายก็โกรธจึงชวนกนั สองคน
สามีภรรยา เอาแมห่ ่อเสื่อไว้ว่าจะพาไปเผาในป่าช้า
พอถึงป่าช้ากล็ ืมไม้ขีดไฟและกใ็ กลค้ าแลว้ ด้วย ฝ่าย
สามกี ็ใช้ภรรยาไปเอาไม้ขีดท่ีบา้ น ภรรยาก็ไม่กล้าไป
สามีจะมาเอาเอง ภรรยากไ็ ม่กลา้ อย่คู นเดยี ว ก็เลย
ชวนกนั กลับบา้ น ทัง้ สองคนปล่อยให้แม่อย่ใู นป่าช้า
ฝ่ายแมเ่ ม่ือลกู กลบั ไปบ้านแลว้ กค็ ลานออกจากเสื่อไป

ในป่านั้นกม็ ีโจรไปปลน้ บ้านเขามา และนั่งแบ่งเงิน
กนั อยู่ แตย่ ายแกไ่ ม่รู้เรอื่ งวา่ โจรปล้นเงินมา พอ
คลานไปถึงก็พูดข้ึนวา่ "ไอค้ นเนรคุณ" โจรได้ยินก็
ตกใจหนีหมด ท้ิงเงินไว้มากมายยายแก่ก็เกบ็ เงินนั้น
แล้วก็พาไปบ้าน ฝ่ายลูกเห็นแมพ่ าเงินมามากก็พดู ว่า
เราท้ิงแมไ่ ว้ในป่าช้า แม่ได้เงนิ มากมายแตแ่ ม่กไ็ มใ่ ห้
ใช้ ฝ่ายแมไ่ ดย้ นิ ก็บอกวา่ เงินนั้นแม่ให้ทัง้ หมด แต่
ให้เอาเงินนั้นไปซ้ือแมม่ าให้คนหน่ึ ง ซ้ือแมใ่ ครก็ได้
ท่ีเขาขาย ลกู ชายก็พาเงินนั้นเดนิ ไปทัว่ ทกุ เมอื งก็หา
ซื้อไมไ่ ด้ก็เลยตอ้ งกลบั บ้าน

แตพ่ อมาถึงบา้ นแมก่ ็บอกให้ลองไปหาซ้ือ
เมยี ดบู ้าง พอให้ไปหาซื้อเมยี มาก็ปรากฏวา่ ซื้อได้
น่ีแหละเขาว่าซื้ออื่นซื้อไดแ้ ต่ซื้อแม่ซ้ือไม่ได้ ฝ่ายเมีย
เมอ่ื เห็นวา่ ตนเองและสามพี าแมไ่ ปปลอ่ ยในป่าช้าได้
เงนิ มามากมาย กใ็ ช้สามีพาตนเองไปเผามัง่ สามีก็
เอาเส่ือม้วนพาไปในป่าช้า และก็จดุ ไฟเผาภรรยา
ภรรยากถ็ ูกไฟคลอกตาย

นิทานเรือ่ งน้ีสอนให้รู้วา่

“สอนให้ลกู รูจ้ ักบุญคุณของ
พ่อแม…่ และชใี้ ห้เห็นถึงผล
การเนรคุณพ่อแม่

นายดนั้ (จ.นครศรธี รรมราช)

นิ ทานเรอื่ ง นายดนั้ เขียนบันทกึ ลงในสมุด
ข่อย ต้นฉบับเป็นของวัดทา่ เสรมิ อําเภอหัวไทร
จังหวัดนครศรธี รรมราช ระยะเวลาท่ีแต่งนิ ทาน คงอยู่
ในระยะรชั กาลที่ 1 ถงึ รชั กาลท่ี 3 แตง่ ดว้ ยกาพย์ 3
ชนิ ดคือ กาพยย์ านี 11, กาพยฉ์ บงั 16 และกาพย์
สุรางคนางค์ 28 โดยมวี ตั ถุประสงค์เพื่อความบันเทงิ
สวดอ่านนิ ทานในยามวา่ ง โดยนิ ทานเรอื่ งนายดัน้ มี
เนื้ อเรอ่ื งดงั นี้

นายดัน้ เป็นคนตาบอดใส อยากได้นางรง้ิ ไร
เป็นภรรยา จงึ ส่งคนไปสู่ขอและนั ดวนั แต่ง โดยฝ่าย
นางรง้ิ ไรไม่รูว้ า่ ตาบอด เมือ่ ถึงวันแต่งงานนายดัน้
พยายามกลบเกลื่อนความพิการของตนโดยใช้
สติปัญญาและไหวพรบิ ตา่ ง ๆ แกป้ ัญหา เมอ่ื ขบวน
ขันหมากมาถงึ บ้านเจ้าสาว เจ้าภาพข้ึนบนบา้ น นายดัน้
กลับนั่ งตรงนอกชาน เมอ่ื คนทกั นายดัน้ จงึ แกต้ ัววา่
"ขอนาสักน้ อย ล้างตีนเรยี บรอ้ ย จงึ ค่อยคลาไคล ทํา
ดมทาํ เชด็ เสรจ็ แล้วด้วยไว แล้วจึงข้ึนไป ยอไหว้ซา้ ย
ขวา"

ขณะอย่กู นิ กบั นางร้ิงไร วนั หน่ึงนางร้ิงไรจดั สํารับไว้
ให้แลว้ ลงไปทอผ้าใตถ้ ุนบา้ น นายดัน้ เข้าครัวหาข้าว
กินเองทาํ ข้าวหกเร่ียราดลงใตถ้ ุนครัว นางร้ิงไรรอ้ ง
ทักว่าเทข้าวทาํ ไม นายดัน้ จึงแกต้ วั ว่า "เป็ดไก่
เล็กน้อยบ้างงอ่ ยบา้ งเพลีย ตวั ผตู้ วั เมยี ผอมไปส้ินท่ี
อกเหมอื นคมพร้า แต่เพียงเรามา มีข้ึนดบิ ดี หว่านลง
ทุกวัน ชิงกนั อ่ึงม่ี กลบั ว่าเราน้ี ข้ึงโกรธโกรธา"

วันหน่ึ งนางร้ิงไรให้นายดัน้ ไปไถนา นาย
ดัน้ บงั คับวัวไม่ได้ ววั หักแอกหักไถหนีเตลิดไป นาย
ดัน้ จึงเท่ียวตามววั ได้ยนิ เสียงลมพัดใบไม้แห้งชาย
ป่า เข้าใจวา่ เป็นววั จงึ วดิ นาเข้าใส่เพ่ือให้วัวเช่ือง
นางร้ิงไรมาเห็นเข้าจึงถามวา่ ทําอะไร นายดัน้ ได้
แก้ตัวว่า "พ่ีเดินไปตามวัว ปะรังแตนแล่นไมท่ นั จะ
เอาไฟหาไม่ไฟ วิดนาใส่ตายเหมือนกนั ครัน้ แมบ่ นิ
ออกพลนั เอารังมันจมนาเสีย"

อย่มู าวนั หน่ึ งนายดัน้ จะกินหมาก แต่ในเชยี่ นหมากไม่
มีปนู จึงรอ้ งถามนางรง้ิ ไร นางบอกที่วางปนู ให้ แต่
นายดนั้ หาไม่พบ ไดร้ อ้ งถามอีกหลายครงั้ แต่ก็ยงั หาไม่
พบ นายดนั้ จึงรอ้ งทา้ ให้นางรง้ิ ไรข้ึนบ้านมาดู หากปนู
มีตามทบ่ี อก จะยอมให้นางรง้ิ ไรเอาปนู มาทาขย้ีตา
นางรง้ิ ไรจึงเอาปูนมาทาขย้ีตานายดนั้ นายดัน้
ถือโอกาสจึงรอ้ งบอกวา่ ตาบอดเพราะปนู ทา นางรง้ิ ไร
จงึ ตอ้ งหายามารกั ษาจนตาหายบอดได้บวชเรยี น

นิทานเร่ืองนายดัน้ ให้แนวคิดดังน้ี

1. สะทอ้ นภาพของสังคมชนบทนครศรธี รรมราช ที่
ชาวบ้านยึดถือความมีนาใจตอ่ กนั คอยชว่ ยเหลอื กนั
โดยไมเ่ ห็นแก่ความเหน็ ดเหน่ื อย

2.ลกั ษณะความเป็นอยขู่ องชาวบ้านในชนบทท่เี น้ น
ความเรยี บงา่ ยไมม่ พี ิธรี ตี องให้ย่งุ ยากถอื เอาความ
สะดวกงา่ ยเป็นหลกั มีการเลน่ หัวหยอกลอ้ กนั โดยไม่
ถอื สา

3. ผ้มู ปี ัญหาและปฏิภาณไหวพรบิ ดี จะเป็นผู้ทีส่ ามารถ
แก้ไขปัญหาตา่ ง ๆได้สําเรจ็ แม้จะประกอบกิจการงาน
ใดกจ็ ะสําเรจ็ ด้วยดี

เกาะหนเู กาะแมว (จ.สงขลา)

นานมาแล้วมีพ่อค้าจีนคนหน่ึงคุมเรอื สําเภาจากเมอื ง
จีนมาค้าขายท่ีเมอื งสงขลา เมอื่ ขายสินค้าหมดแล้ว
จะซ้ือสินค้าจากสงขลากลบั ไปเมืองจนี เป็นประจํา
วันหน่ึ งขณะท่ีเดินซื้อสินค้าอยนู่ ั้น พ่อค้าไดเ้ ห็นหมา
กับแมวคู่หน่ึงมรี ูปร่างหน้าตาน่าเอ็นดู จึงขอซ้ือพาล
งเรอื ไปด้วย

หมากับแมวเม่อื อย่ใู นเรอื นาน ๆ กเ็ กดิ ความ
เบ่อื หน่ายและอยากจะกลับไปอยบู่ ้านท่ีสงขลา จงึ
ปรกึ ษาหาวิธกี ารท่ีจะกลับบา้ น หมาไดบ้ อกกับแมววา่
พ่อค้ามดี วงแกว้ วิเศษท่ีใครเกาะแลว้ จะไม่จมนา แมว
จึงคิดท่ีจะได้แก้ววิเศษนั้นมาครอบครอง จงึ ไปข่มขู่
หนูให้ขโมยให้และอนญุ าตให้หนูหนีข้ึนฝ่ ังไปด้วย

ครัน้ เรอื กลบั มาท่ีสงขลาอีกครัง้ หน่ึง หนูกเ็ ข้าไป
ลอบเข้าไปลักดวงแก้ววิเศษของพ่อค้าโดยอมไวใ้ น
ปาก แล้วทัง้ สาม ได้แก่ หมา แมว และหนู หนีลง
จากเรอื ว่ายนาจะไปข้ึนฝ่ ังท่ีหน้าเมืองสงขลา ขณะท่ี
วา่ ยนามาดว้ ยกัน หนูซ่ึงว่ายนานําหน้ามาก่อนกน็ ึก
ข้ึนได้วา่ ดวงแกว้ ท่ีตนอมไว้ในปากนั้นมีค่ามหาศาล
เมือ่ ถึงฝ่ ังหมากับแมวคงแย่งเอาไป จึงคิดท่ีจะหนี
หมากับแมวข้ึนฝ่ ังไปตามลาํ พัง ดวงแก้วจะได้เป็น
ของตนเองแตเ่ พียงผ้เู ดยี วตลอดไป แต่แมวท่ีว่ายตาม
หลังมากค็ ิดจะได้ดวงแกว้ ไว้ครอบครองเช่นกนั จงึ
วา่ ยนาตรงร่ีเข้าไปหาหนู ฝ่ายหนเู ห็นแมวตรงเข้ามา
กต็ กใจกลวั แมวจะตะปบจึงว่ายหนีสุดแรงและไม่ทัน
ระวังตวั ดวงแกว้ วเิ ศษท่ีอมไว้ในปากกต็ กลงจมหาย
ไปในทะเล

เมือ่ ดวงแก้ววเิ ศษจมนาไปทัง้ หนูและแมว
ตา่ งหมดแรงไมอ่ าจว่ายนาต่อไปได้ สัตวท์ ัง้ สองจงึ
จมนาตายกลายเป็น "เกาะหนเู กาะแมว" อยทู่ ่ีอ่าว
หน้าเมืองสงขลา ส่วนหมากต็ ะเกยี กตะกายวา่ ยนาไป
จนถึงฝ่ ัง แต่ดว้ ยความเหน็ดเหน่ือยจึงขาดใจตาย
กลายเป็นหินเรยี กว่า "เขาตงั กวน" เป็นภเู ขาตัง้ อย่รู มิ
อา่ วสงขลา ส่วนดวงแกว้ วเิ ศษท่ีหล่นจากปากหนูก็
แตกแหลกละเอียดเป็นหาดทราย เรียกสถานท่ีน้ีว่า
"หาดทรายแก้ว" ตงั้ อย่ทู างเหนือของอ่าวสงขลา

นิทานเร่อื งน้ีสอนให้รู้วา่

1. ให้แนวคิดว่า “อยา่ โลภมาก ให้มคี วามสามัคคีและ
แบ่งปันเอือ้ เฟ้ ือต่อกนั ”

2. เกาะหนูเกาะแมวเป็นนิทานประเภทอธบิ ายสถาน
ท่ี…ซ่ึงปรากฏอย่ทู ่ีแหลมสมหิ ลา อาํ เภอเมือง จงั หวดั
สงขลา

ปลาแกม้ ชา

กาลครัง้ หน่ึงนานมาแลว้ มีครอบครวั อย่คู รอบครวั
หน่ึง มอี ยดู่ ว้ ยกนั 4 ชีวติ ไดแ้ ก่ ตา ยาย หมา และ
แมว ยายนั้นมแี หวนอยวู่ งหน่ึงงามมาก หมาเม่ือได้
เห็นแหวนของยายแลว้ ก็นึกชอบอยใู่ นใจของมันย่ิง
นั ก

ต่อมาไม่นาน หมาก็ได้ลกั แหวนของยายไป
เสีย ตายายจึงใช้ให้แมวตามไปเอาแหวนคืนมาจาก
หมาให้ได้ แมวกไ็ ด้ตามไปทนั หมาท่ีสะพานแห่ง
หน่ึงซ่ึงหมากาํ ลงั ข้ามอย่บู นสะพานนั้นพอดี แมวจึง
ได้ร้องถามหมาข้ึนว่าไดล้ ักแหวนของยายมาบา้ งไหม
หมาจงึ อ้าปากจะพดู โต้ตอบกับแมวเลยทาํ ให้แหวนท่ี
มนั คาบอยนู่ ั่นหล่นลงไปในคลองเสีย และก็บังเอิญ
ในคลองนั้นได้มฝี ูงปลาฝูงหน่ึ งอาศั ยอยู่ แหวนวง
นั้นจงึ ได้ถูกปลาตัวหน่ึ งคาบเอาไป

เม่อื แหวนได้ตกลงไปในคลองเสียเช่นนั้น
แล้ว หมากับแมวก็ไดห้ ันหน้าเข้าหากันเพ่ือปรกึ ษา
หารือท่ีจะงมแหวนจากคลองนั้นให้ได้ โดยหมาได้
รูส้ ึกนึกผิดท่ีไดล้ กั เอาของมคี ่าของผมู้ พี ระคุณของ
มันมา มนั จงึ ได้บอกกบั แมววา่ มนั จะต้องเอาแหวน
นั้นไปคืนยายให้ได้ มฉิ ะนั้นแล้วมนั ก็จะไมก่ ลบั ไป
บา้ นของตายายอีกเป็นอนั ขาด หมาจงึ ไดล้ งไปดําวา่ ย
อย่ใู นคลองเพื่อหาแหวนแตก่ ไ็ ม่พบแต่อย่างใด มนั
จงึ คิดท่ีจะวดิ นาในคลองนั้นให้แห้งเสียเลย หมาจึง
ได้ลงไปในคลองนั้นแลว้ กข็ ้ึนมาสะบัดนา ออกจาก
ตวั มันได้ทาํ อยเู่ ช่นนั้นทัง้ วันทัง้ คืน

ฝ่ายปลาท่ีอาศั ยอย่ใู นคลองนั้นตา่ งกต็ กใจ
กลัวว่านาจะแห้งแล้วพวกตนกจ็ ะพากันตายหมด
หัวหน้าฝงู ปลาจึงได้มาพูดขอร้องกบั หมาทันทโี ดย
ให้หมายตุ กิ ารวิดคลองเสีย แลว้ ตนก็อาสาเอาแหวน
มาคืนให้ หัวหน้าฝูงปลาจงึ ได้พาบริวารออกค้นหา
ปลาตัวท่ีคาบแหวนนั้นไปจนพบ แล้วก็ไดข้ อแหวน
คืนให้หมาแตโ่ ดยดี แตป่ ลาตวั นั้นก็ ไมย่ อมคืนให้
ปลาทัง้ ฝูงโกรธปลาตวั นั้น จงึ พากนั เข้าตบตียื้อแย่ง
เอาแหวนวงนั้นมา และไดน้ ําไปให้หมาได้ในท่ีสุด

ในการยื้อแยง่ เอาแหวนจากปลาด้วยกันครงั้ นั้ น ปลา
ตัวที่มีแหวนอย่ใู นครอบครองกไ็ ด้ถูกเพ่ือน ๆ ปลาตบ
ตเี อาจนแกม้ ทงั้ สองชาชอกย่ิงนั ก ปลาตวั นั้ นจงึ ได้
แก้มชามาตัง้ แต่บัดนั้ นและมนั ก็ได้มีเผา่ พันธุต์ อ่ มา
ปลาทุกตัวทส่ี ืบเชอ้ื สายมาจากปลาตัวนี้ ก็ลว้ นแตม่ ี
ลกั ษณะคลา้ ยกับแกม้ ชาเหมือนกนั หมด จงึ ไดเ้ รยี กชอื่
ปลาชนิ ดน้ี ตามลักษณะของมนั วา่ "ปลาแก้มชา" มาจน
ทุกวนั น้ี

นิทานเรือ่ งน้ีสอนให้รูว้ า่

1. หากรูจ้ กั เสียสละเพื่อส่วนรวมก็จะไมส่ ่งผล
รา้ ยต่อตนเอง

2. หากไมเ่ กดิ กิเลสปัญหาต่าง ๆ มากมายกจ็ ะ
ไมเ่ กิด

ผูจ้ ัดทํา

กญั ญารตั น์ นวมเมอื ง 6113112034
ชมพนู ชุ รักษ์ธรรม 6113112037
ณัฐรดิ า สิงห์ลอ 6113112038
เบญจภรณ์ บาํ รุงคีรี 6113112041
พิมพ์สิริ พุ่มเผย 6113112045
ศิ รริ ตั น์ แสงผ้ึง 6113112049
เขมพันธ์ คงแพ 6113112053
ชาญชัย ยะโสธร 6113112055

ครุศาสตร์ ภาษาไทย


Click to View FlipBook Version