The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมรายงานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ชนิภรณ์ ต๊ะจันทร์, 2021-03-06 07:12:21

รวมรายงานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ

รวมรายงานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ

และเบเกอร่ีของร้านไดร้ บั ความนิยมแพรห่ ลายในกลุ่มลกู ค้า สง่ ผลใหม้ ี การขยายสาขาอยา่ งรวดเร็วในแหลง่ ทาเล
ท่สี าคัญทงั้ ในกรุงเทพมหานคร และตา่ งจงั หวัด โดยในปี 2523 เอส แอนด์ พี ได้เปิดตวั สาขาสยามสแควร์
ซงึ่ ถอื ไดว้ า่ เป็นเจ้าแรกๆ ทีน่ ากลยุทธ์ดา้ นการตลาดร้านอาหารมาใช้ อาทิ ระบบหน้าม้า และสอื่ โฆษณาทางวทิ ยุ
นอกจากน้ี เอส แอนด์ พี ยงั เป็นผู้นา เทรนด์ร้านอาหารในหา้ งสรรพสนิ คา้ อกี ดว้ ย สาหรบั ในต่างจังหวัดนนั้
จงั หวัดเชียงใหม่ ถือเปน็ จังหวัดแรกท่ี เอส แอนด์ พี มีการขยายสาขาออกไป
บริษัทได้มกี ารวจิ ัยและพฒั นาดา้ นธุรกิจอาหารสาเรจ็ รปู รวมทัง้ อาหารแช่แข็งพรอ้ มรับประทาน
และผลติ ภัณฑ์ไสก้ รอก ภายใตแ้ บรนด์ “Quick Meal” และ “Premo” เพอื่ ตอบสนองตอ่ ทัศนคตแิ ละพฤติกรรม
ทเ่ี ปลีย่ นแปลงไปของผบู้ รโิ ภค บรษิ ัทได้ลงทุนดา้ นการวิจัยและพฒั นาด้านธรุ กจิ อาหารสาเรจ็ รปู อยา่ งต่อเนอื่ ง
เพือ่ ใหส้ ินค้าของบริษทั ได้รบั การยอมรับจากกลมุ่ ผ้บู รโิ ภคเพม่ิ ขน้ึ โดยเน้นจุดแข็งในด้านคณุ ภาพ รสชาติ
และความหลากหลายของเมนู และเพ่อื ใหก้ ารทาธุรกจิ ครบวงจรเพิม่ ขน้ึ กลมุ่ เอส แอนด์ พี ได้มกี ารขยายฐาน
การใหบ้ รกิ ารจดั เลีย้ งนอกสถานที่ ภายใต้แบรนด์ “Caterman” บริการ จดั สง่ อาหารถึงบ้านและบรกิ ารอาหาร
ปน่ิ โต (Delivery 1344) นอกจากน้ี เพอ่ื ให้การบรกิ ารของบริษัทครอบคลมุ กลมุ่ ลกู ค้าไดก้ วา้ งขวางมากยง่ิ ขึ้น
โดย เฉพาะกลมุ่ ท่ชี ืน่ ชอบอาหารญป่ี ุน่ บริษทั กไ็ ดน้ าร้าน Maisen ซึง่ เป็นร้านหมทู อดทม่ี ีชอ่ื เสียงทสี่ ุดในกรุงโตเกยี ว
มาเปดิ บริการนอกประเทศญป่ี ่นุ เป็นครง้ั แรกในปี 2555 และในปี 2556 ได้นาร้านอาหารญ่ปี ุน่
แนวไคเซกิทีม่ ีช่อื เสยี งมากของญปี่ ุ่น คอื ร้าน Umenohana มาเปดิ ให้บริการครงั้ แรกนอกประเทศญป่ี ่นุ

ธุรกิจรา้ นอาหารและรา้ นเบเกอร่ใี นประเทศ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 บริษทั มรี า้ นอาหารและรา้ นเบเกอรที่ ่ดี าเนนิ การอยูภ่ ายใต้การดาเนนิ การของ

S&P รวม 330 สาขาและเมื่อรวมกับบรษิ ทั ในเครือจะมรี วม 362 สาขาทว่ั ประเทศ ซึ่งถอื เป็นช่องทางจัดจาหนา่ ย
ที่สาคัญและทารายไดห้ ลกั ของบรษิ ทั โดยบรษิ ทั มกี ารวาง Positioning ของแต่ละร้านที่แตกตา่ งกนั เพือ่ ให้
สามารถเข้าถงึ และครอบคลุมกลุ่มลกู คา้ ไดม้ ากทสี่ ดุ ทงั้ น้ี ร้านอาหารและร้านเบเกอรี่ S&P จะมงุ่ กลมุ่ ลกู ค้า
ในวงกว้าง (Mass Customization) ในขณะทรี่ ้านอาหารแบรนดอ์ ื่นจะเข้าถึงกลมุ่ เป้าหมายทีเ่ ฉพาะเจาะจง
มากขน้ึ (Specialty Restaurant)

ภาพที่ 3 โปรโมชน่ั รา้ นเบอเกอร่ี S&P

About S&P
“มุง่ มนั่ เตบิ โตธุรกิจหลัก สร้างสรรค์ ผลกั ดันธุรกจิ ใหม”่ ตลอด 46 ปี ทเ่ี อส แอนด์ พี “ม่งุ มั่น” ในการบรหิ าร
และพัฒนาผลติ ภัณฑ์อาหารและเบเกอร่ี ดว้ ยความทุ่มเท และใสใ่ จจากกา้ วแรกทเี่ รม่ิ ต้นธุรกจิ จนไดเ้ ตบิ โต
กา้ วสู่การเปน็ ธรุ กิจรา้ นอาหารและเบเกอรท่ี มี่ สี าขาทง้ั ในและ ตา่ งประเทศมากกว่า 540 สาขา
ไมเ่ พียงเทา่ นนั้ เรายงั คง “สร้างสรรค์” ผลกั ดนั ธรุ กจิ ใหม่ เพอื่ สรา้ งอนาคต ทดี่ ี ใหท้ ันกบั การเปลีย่ นแปลง
ในภาคธุรกจิ และเทคโนโลยี ในยคุ Disruption ในปัจจุบันนี้ เราจะไมห่ ยุดยั้งใน การพัฒนาผลติ ภัณฑ์
และบรกิ ารของเราโดยการสร้างสรรค์นวตั กรรมใหม่ๆ เพอ่ื ตอบสนองใหท้ ันตอ่ ความต้องการ ของลกู ค้าทเ่ี ปลยี่ นไป
เราจะไม่ยอมหยุดนงิ่ แตเ่ ราจะมงุ่ ไปขา้ งหน้า เพอื่ สง่ มอบสนิ คา้ และบรกิ ารทดี่ ีท่ีสดุ ใหก้ บั ลกู ค้าของเรา

หน่วยท่ี 7
คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ ความปลอดภยั ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

และกฏหมายเกีย่ วกบั การใช้สอ่ื สงั คมออนไลน์

ภาพที่ 1 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม

ความหมายของคณุ ธรรม

คณุ ธรรม หมายถงึ สภาพคณุ งานความดีและความถกู ต้องซง่ึ บคุ คลควรยดึ ม่นั ไว้เป็นหลกั การในการ
ปฏบิ ตั ติ นจนเปน็ นสิ ยั ความประพฤติดงี ามเพ่อื ประโยชน์แกต่ นและสงั คม ซงึ่ มีพ้นื ฐานมาจากหลกั ศลี ธรรม
ทางศาสนา คา่ นยิ มทางวฒั นธรรม ประเพณี หลกั กฎหมายจรรยาบรรณวชิ าชีพ การรู้จกั ไตรตรองวา่ รอะไรควรทา
ไมค่ วรทา และอาจกล่าวไดว้ ่าคณุ ธรรมคือจริยธรรมทน่ี ามาปฏิบตั จิ นเป็นนสิ ยั เช่น การเปน็ คนซ่ือสัตย์ เสียสละ
และมีความรบั ผดิ ชอบ

ความหมายของจรยิ ธรรม

จริยธรรม หมายถึง ความประพฤติทีเ่ กิดจากคุณธรรม กฏเกณฑ์ที่เปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั ิตน
ในสงิ่ ที่ดงี ามส่ิงท่ที าได้ในทางวนิ ยั จนเกิดความเคยชนิ มีพลงั ใจมีความตั้วใจแนว่ แน่จึงตอ้ งอาศัยปัญญา
และปญั ญาอาจเกดิ จากความศรทั ธา เชื่อถอื ผ้อู ืน่ ในทางพุทธศาสนาสอนวา่ จริยธรรมคอื การนาความรูค้ วามจรงิ
หรือกฏธรรมชาติมาใช้ใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ การดาเนินชวี ิตท่ีดงี าม

ภาพท่ี 2 คุณธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ หมายถึง กระบวนการต่างๆ และระบบงานทช่ี ่วยใหไ้ ด้สารสนเทศหรือ
ข่าวสารท่ีต้องการ โดยจะรวมถึง

1.เครอ่ื งมือและอุปกรณต์ า่ งๆ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใชส้ านักงาน
อปุ กรณ์คมนาคมตา่ งๆ รวมท้งั ซอฟต์แวรท์ ้งั ระบบสาเรจ็ รูปและพฒั นาขน้ึ โดยเฉพาะด้าน

2. กระบวนการในการนาอปุ กรณเ์ ครอ่ื งมือต่างๆ ข้างตน้ มาใช้งาน รวบรวมข้อมลู
จดั เกบ็ ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์เปน็ สารสนเทศในรปู แบบต่างๆ ที่สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ไดต้ อ่ ไป

ในปัจจบุ นั การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศเปน็ สง่ิ จาเปน็ สาหรับทกุ องคก์ ร การเชอ่ื มโยงสารสนเทศ
ผา่ นทางคอมพิวเตอร์ ทาใหส้ ง่ิ ทมี่ ีค่ามากทสี่ ดุ ของระบบ คอื ข้อมลู และสารสนเทศ อาจถูกจารกรรม ถูกปรบั เปล่ยี น
ถกู เขา้ ถงึ โดยเจา้ ของไมร่ ตู้ ัว ถูกปิดก้ันขดั ขวางใหไ้ มส่ ามารถเข้าถงึ ขอ้ มลู ได้ หรือถกู ทาลายเสียหายไป
ซึง่ สามารถเกิดขน้ึ ได้ไม่ยากบนโลกของเครือขา่ ย โดยเฉพาะเมือ่ ย่บู นอินเทอรเ์ นต็

ดงั น้นั การมคี ุณธรรม และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีจงึ เป็นเร่ืองท่ีสาคญั ไมแ่ พก้ นั มรี ายละเอียดดงั น้ี
1.ไม่ควรให้ข้อมลู ทีเ่ ป็นเท็จ
2.ไม่บดิ เบอื นความถูกต้องของขอ้ มูล ใหผ้ รู้ บั คนตอ่ ไปไดข้ อ้ มูลทีไ่ ม่ถกู ตอ้ ง
3.ไมค่ วรเขา้ ถึงข้อมลู ของผู้อนื่ โดยไม่ไดร้ บั อนญุ าต
4.ไม่ควรเปิดเผยข้อมลู กบั ผทู้ ่ีไม่ได้รบั อนญุ าต
5.ไมท่ าลายขอ้ มลู
6.ไม่เขา้ ควบคุมระบบบางส่วน หรือทงั้ หมดโดยไม่ได้รบั อนญุ าต
7.ไม่ทาใหอ้ ีกฝ่ายหนง่ึ เขา้ ใจวา่ ตวั เองเป็นอีกบุคคลหนง่ึ ตัวอยา่ งเชน่ การปลอมอเี มลข์ องผสู้ ง่

เพอื่ ใหผ้ ้รู บั เขา้ ใจผดิ เพอื่ การเขา้ ใจผิด หรอื ต้องการลว้ งความลับ

8.การขัดขวางการให้บรกิ ารของเซิรฟ์ เวอร์ โดยการทาใหม้ กี ารใช้ทรัพยากรของเซริ ฟ์ เวอร์จนหมด
หรอื ถงึ ขดี จากดั ของมนั ตวั อยา่ งเชน่ เว็บเซิรฟ์ เวอร์ หรือ อเี มล์เซิรฟ์ เวอร์ การโจมตจี ะทาโดยการเปิดการเชือ่ มต่อ
กบั เซริ ฟ์ เวอรจ์ นถงึ ขดี จากัดของเซิรฟ์ เวอร์ ทาให้ผใู้ ช้คนอน่ื ๆไม่สามารถเขา้ มาใชบ้ ริการได้

9.ไมป่ ล่อย หรอื สร้างโปรแกรมประสงคร์ า้ ย (Malicious Program) ซง่ึ เรยี กยอ่ ๆวา่ (Malware)
เปน็ โปรแกรมทีถ่ กู สร้างขึ้นมาเพ่ือทาการ กอ่ กวน ทาลาย หรือทาความเสียหายระบบคอมพิวเตอร์ เครอื ขา่ ย
โปรแกรมประสงคร์ ้ายที่แพรห่ ลายในปจั จบุ นั คอื ไวรัส เวิรม์ และม้าโทรจนั

10.ไมก่ อ่ ความราคาญใหก้ บั ผู้อื่น โดยวิธกี ารตา่ งๆ เช่น สแปม (Spam) (การส่งอเี มลไปยังผูใ้ ช้
จานวนมาก โดยมจี ดุ ประสงคเ์ พือ่ การโฆษณา)

11.ไม่ผลติ หรือใชส้ ปายแวร์ (Spyware) โดยสปายแวรจ์ ะใชช้ อ่ งทางการเชอ่ื มตอ่ ทางอนิ เตอร์เน็ต
เพอ่ื แอบส่งข้อมลู สว่ นตวั ของผนู้ ้นั ไปใหก้ บั บคุ คลหรอื องค์กรหนึ่งโดยทผ่ี ูใ้ ชไ้ ม่ทราบ

12.ไมส่ รา้ งหรอื ใช้ไวรสั

ภาพท่ี 3 จรรยาบรรณในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

ความหมายของจรรยาบรรณในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

จรรยาบรรณการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง หลกั ศลี ธรรมจรรยาที่กาหนดขนึ้ เพ่อื ใช้เปน็ แนวทาง
ปฏิบัติ หรอื ควบคมุ การใชร้ ะบบคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศความสาคัญ คือ จรรยาบรรณการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศทาให้การใช้อินเทอร์เน็ตเปน็ ไปอยา่ งสงบสุข ไม่เกิดปัญหาการละเมิดลิขสธิ ิ์ อาชญากรรมการขโมย
ผลงานของคนอื่น การมีความเป็นส่วนตัวและการใชอ้ นิ เทอร์เน็ตไมส่ ร้างความราคาญหรอื รบกวนคนอนื่
เปน็ ตน้ ทาใหส้ งั คมเป็นสขุ

จรรยาบรรณที่ผูใ้ ชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตยดึ ถอื ไว้เป็นบทการปฏิบัติเพอ่ื เตือนความจา
1. ตอ้ งไมใ่ ชค้ อมพวิ เตอรท์ าร้ายหรอื ละเมดิ ผอู้ น่ื
2. ตอ้ งไมร่ บกวนการทางานของผอู้ ่นื
3. ตอ้ งไม่สอดแนมหรอื แก้ไขเปดิ ดูในแฟม้ ของผอู้ น่ื
4. ต้องไม่ใชค้ อมพวิ เตอรเ์ พอ่ื การโจรกรรมขอ้ มลู ขา่ วสาร
5. ต้องไม่ใช้คอมพวิ เตอรส์ ร้างหลักฐานทเ่ี ป็นเทจ็
6. ตอ้ งไม่คดั ลอกโปรแกรมผ้อู ืน่ ทม่ี ีลขิ สิทธ์ิ
7. ต้องไมล่ ะเมดิ การใช้ทรพั ยากรคอมพิวเตอรโ์ ดยทีต่ นเองไม่มีสทิ ธ์ิ
8. ตอ้ งไมน่ าเอาผลงานของผอู้ ่ืนมาเป็นของตน
9. ต้องคานงึ ถงึ สงิ่ ท่จี ะเกิดขน้ึ กบั สงั คมอนั ตดิ ตามมาจากการกระทา
10. ตอ้ งใชค้ อมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกามารยาท

ภาพท่ี 4 ความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี

ความปลอดภัยในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

จรรยาบรรณเปน็ สง่ิ ทท่ี าใหส้ งั คมอนิ เทอร์เนต็ เป็นระเบียบความรบั ผิดชอบต่อสงั คมเปน็ เรื่องทจี่ ะต้อง
ปลูกฝงั กฎเกณฑข์ องแตล่ ะเครือขา่ ยจงึ ตอ้ งมีการวางระเบียบเพือ่ ใหก้ ารดาเนนิ งานเป็นไปอยา่ งมรี ะบบและเอ้ือ
ประโยชนซ์ ง่ึ กนั และกัน บางเครอื ข่ายมีบทลงโทษและจรรยาบรรณท่ีชดั เจน เพอื่ ช่วยใหส้ งั คมสงบสุขและหากการ
ละเมิดรุนแรงกฎหมายก็จะเข้ามามีบทบาทได้เชน่ กนั

จะกลา่ วถงึ ใน 4ประเด็น ท่ีรูจ้ กั กนั ในลกั ษณะตัวย่อวา่ PAPA ประกอบดว้ ย

ภาพที่ 5 ตวั ย่อ PAPA
1. ความเป็นส่วนตวั (Information Privacy)

ความเป็นสว่ นตวั ของข้อมลู และสารสนเทศ โดยทัว่ ไปหมายถงึ สิทธิทจี่ ะอยู่ตามลาพัง และเป็นสทิ ธทิ ี่
เจ้าของสามารถที่จะควบคมุ ข้อมลู ของตนเองในการเปดิ เผยให้กับผอู้ น่ื สทิ ธิน้ใี ช้ไดค้ รอบคลุมท้ังปจั เจกบคุ คล
กลมุ่ บคุ คล และองค์การตา่ งๆปจั จุบนั มปี ระเด็นเก่ียวกบั ความเปน็ สว่ นตัวทเ่ี ปน็ ข้อหน้าสงั เกตดงั นี้

1.การเข้าไปดูขอ้ ความในจดหมายอเิ ล็กทรอนิกส์และการบันทกึ ข้อมูลในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
รวมทงั้ การบันทกึ -แลกเปลี่ยนขอ้ มลู ทบี่ คุ คลเขา้ ไปใชบ้ รกิ ารเว็บไซต์และกลมุ่ ขา่ วสาร

2.การใช้เทคโนโลยใี นการติดตามความเคลอื่ นไหวหรอื พฤติกรรมของบุคคล เชน่ บริษัทใช้
คอมพิวเตอรใ์ นการตรวจจบั หรือเฝ้าดกู ารปฏบิ ัตงิ าน/การใชบ้ ริการของพนกั งาน ถงึ แม้วา่ จะเปน็ การติดตาม
การทางานเพอื่ การพฒั นาคณุ ภาพการใชบ้ รกิ าร แตก่ ิจกรรมหลายอยา่ งของพนกั งานก็ถกู เฝา้ ดูด้วย
พนักงานสญู เสียความเป็นสว่ นตวั ซ่งึ การกระทาเช่นนถ้ี อื เปน็ การผดิ จริยธรรม

3.การใช้ขอ้ มลู ของลกู ค้าจากแหลง่ ต่างๆ เพอ่ื ผลประโยชนใ์ นการขยายตลาด
4.การรวบรวมหมายเลขโทรศพั ท์ ทอี่ ยอู่ ีเมล์ หมายเลขบัตรเครดติ และข้อมูลสว่ นตัวอ่นื ๆ
เพ่ือนาไปสร้างฐานข้อมลู ประวัตลิ ูกค้าขน้ึ มาใหม่ แลว้ นาไปขายใหก้ บั บริษัทอ่ืน ดงั นั้น เพอื่ เป็นการปอ้ งกนั การ
ละเมดิ สิทธคิ วามเปน็ ส่วนตวั ของขอ้ มลู และสารสนเทศ จงึ ควรจะต้องระวังการใหข้ ้อมลู โดยเฉพาะ
การใช้อนิ เตอรเ์ นต็ ทมี่ กี ารใชโ้ ปรโมชัน่ หรอื ระบุใหม้ กี ารลงทะเบียนกอ่ นเขา้ ใชบ้ รกิ าร เช่น ขอ้ มลู บตั รเครดิต
และทอี่ ยูอ่ เี มล์

2. ความถกู ต้อง (Information Accuracy)
ในการใชค้ อมพวิ เตอรเ์ พอ่ื การรวบรวม จัดเกบ็ และเรียกใชข้ ้อมลู น้นั คุณลกั ษณะทส่ี าคญั ประการหนง่ึ

คือ ความนา่ เชอ่ื ถือไดข้ องข้อมูล ท้งั น้ี ขอ้ มลู จะมคี วามน่าเชอ่ื ถือมากนอ้ ยเพยี งใดย่อมขนึ้ อยกู่ บั ความถูกต้องในการ
บนั ทกึ ขอ้ มลู ดว้ ย ประเด็นดา้ นจริยธรรมทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั ความถูกต้องของข้อมลู โดยท่ัวไปจะพจิ ารณาว่าใครจะเป็น
ผรู้ บั ผิดชอบตอ่ ความถกู ต้องของขอ้ มลู ที่จัดเก็บและเผยแพร่ เชน่ ในกรณีที่องคก์ ารใหล้ กู ค้าลงทะเบยี นดว้ ยตนเอง
หรอื กรณขี องขอ้ มูลทีเ่ ผยแพรผ่ ่านทางเวบ็ ไซต์ อกี ประเดน็ หนึ่ง คอื จะทราบได้อย่างไรวา่ ข้อผดิ พลาดทเ่ี กดิ ขึ้นนั้น
ไม่ไดเ้ กดิ จากความจงใจ และผู้ใดจะเปน็ ผรู้ ับผิดชอบหากเกดิ ขอ้ ผดิ พลาด

ดงั นน้ั ในการจัดทาขอ้ มลู และสารสนเทศให้มคี วามถูกตอ้ งและน่าเช่ือถือน้ัน ขอ้ มูลควรได้รบั การตรวจสอบ
ความถกู ต้องกอ่ นทจี่ ะนาเข้าฐานขอ้ มลู รวมถงึ การปรบั ปรุงข้อมลู ให้มีความทนั สมยั อยเู่ สมอ นอกจากนี้
ควรให้สิทธแิ กบ่ ุคคลในการเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ มูลของตนเองได้ เช่น ผสู้ อนสามารถดคู ะแนน
ของนกั ศกึ ษาในความรบั ผิดชอบ หรือทส่ี อนเพอ่ื ตรวจสอบวา่ คะแนนท่ีปอ้ นไมถ่ ูกแกไ้ ขเปลีย่ นแปลง
3.ความเปน็ เจา้ ของ (Information Property)

สิทธคิ วามเป็นเจา้ ของ หมายถงึ กรรมสทิ ธิใ์ นการถอื ครองทรัพยส์ นิ ซง่ึ อาจเป็นทรพั ยส์ ินทว่ั ไปทจี่ บั ต้องได้
เช่น คอมพวิ เตอร์ รถยนต์ หรอื อาจเป็นทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา (ความคดิ ) ท่จี ับตอ้ งไม่ได้ เชน่ บทเพลง
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่สามารถถ่ายทอดและบนั ทกึ ลงในสอื่ ต่างๆ ได้ เช่น ส่งิ พมิ พ์ เทป ซดี รี อม เป็นตน้

ในสงั คมของเทคโนโลยสี ารสนเทศ มักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธ์ซิ อฟต์แวร์ เมือ่ ทา่ นซอื้ โปรแกรม
คอมพวิ เตอรท์ ีม่ กี ารจดลิขสทิ ธ์ิ นัน่ หมายความว่าทา่ นไดจ้ ่ายค่าลิขสทิ ธิ์ในการใช้ซอฟตแ์ วร์น้นั สาหรบั ท่านเอง
หลงั จากท่ีท่านเปดิ กล่องหรอื บรรจภุ ณั ฑ์แลว้ หมายถึงว่าท่านได้ยอมรบั ข้อตกลงเกยี่ วกบั ลขิ สทิ ธ์ใิ นการใชส้ นิ ค้าน้นั
ซ่ึงลขิ สทิ ธิ์ในการใชจ้ ะแตกต่างกันไปในแตล่ ะสินค้าและบรษิ ทั บางโปรแกรมคอมพวิ เตอรจ์ ะอนญุ าตใหต้ ดิ ต้ังได้
เพียงครงั้ เดียว หรอื ไม่อนุญาตให้ใชก้ บั คอมพิวเตอรเ์ ครือ่ งอนื่ ๆ ถงึ แมว้ า่ คอมพวิ เตอรเ์ ครือ่ งนน้ั ๆ ท่านเป็นเจา้ ของ
และไมม่ ผี อู้ น่ื ใช้กต็ าม ในขณะที่บางบริษทั อนญุ าตใหใ้ ชโ้ ปรแกรมน้นั ได้หลายๆ เครอ่ื ง ตราบใดท่ีทา่ นยงั เป็นบุคคล
ที่มสี ทิ ธิในโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ทซ่ี ้อื มา การคัดลอกโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ให้กับเพอื่ น เป็นการกระทาที่จะต้อง
พจิ ารณาใหร้ อบคอบกอ่ นวา่ โปรแกรมท่ีจะทาการคดั ลอกนนั้ เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอรท์ ท่ี ่านมสี ทิ ธใ์ นระดบั ใด
4.การเขา้ ถงึ ข้อมลู (Data Accessibility)

ปจั จบุ ันการเข้าใช้งานโปรแกรม หรอื ระบบคอมพวิ เตอรม์ ักจะมกี ารกาหนดสทิ ธติ ามระดบั ของผใู้ ช้งาน
ท้งั น้ี เพอ่ื เป็นการปอ้ งกนั การเขา้ ไปดาเนนิ การต่างๆ กบั ขอ้ มลู ของผใู้ ช้ที่ไม่มสี ว่ นเกยี่ วข้อง และเปน็ การรกั ษา
ความลบั ของข้อมูล ตวั อย่างสิทธใิ นการใช้งานระบบ

ภาพที่ 6 จรรยาบรรณ

จรรยาบรรณและกฏหมายเกี่ยวกบั การใชส้ ือ่ สงั คมออนไลน์
จรรยาบรรณ คอื ประมวลความประพฤติทผ่ี ปู้ ระกอบอาชีพการงานแตล่ ะอย่างกาหนดขึน้ เพ่ือรกั ษา

และสง่ เสรมิ เกียรติคุณช่ือเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขยี นเปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษรหรอื ไมก่ ็ได้
จรรยาบรรณการใช้งาน อินเทอรเ์ นต็

จรรยาบรรณการใชง้ าน อนิ เทอรเ์ นต็ คอื ข้อกาหนดทผี่ ใู้ ช้งานอินเทอรเ์ นต็ พ่งึ กระทา เพ่ือดารงไว้
ซึ่งความสงบ ไม่ขัดต่อกฎหมาย (เฉลมิ พล เหล่าเท่ียง : บ.สายสพุ รรณ จากัด)

1. ผู้ทใี่ ชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ ตอ้ งซื่อสัตย์ และมคี ุณธรรม ตงั้ หมน่ั อยบู่ น กฎหมายบ้านเมอื ง
2. ไม่นาผลงานของผ้อู ื่น มาเป็นของตน ในกรณีทีต่ ้องนามาใช้งานต้องอ้างถงึ บคุ คล

หรือแหลง่ ทมี่ าของข้อมูล ท่ีนามาใช้
3. พ่ึงระลึกเสมอวา่ ส่งิ ท่นี าเสนอบนอินเทอรเ์ น็ต อาจจะมเี ดก็ หรอื ผู้ทขี่ าดประสบการณเ์ ข้ามาดูได้

ตลอดเวลา ดงั น้ันการนาเสนอขอ้ มูลควรท่จี ะเป็นไปในทางทด่ี ี มีคุณธรรม
4. ไมค่ วรใสร่ า้ ยปา้ ยสี หรอื สง่ิ อื่นส่ิงใดอนั จะทาให้บคุ คลทสี่ ามเกิดความเสียหายได้
5. การใช้คาพดู ควรคานงึ ถึงบคุ คลอืน่ ๆ ท่ีอาจจะเขา้ มาสืบคน้ ขอ้ มลู ทม่ี หี ลากหลาย

จึงควรใช้คาทีส่ ภุ าพ
6. ไม่ใชส้ ่อื อินเทอรเ์ นต็ เปน็ เครือ่ งมอื ในการหลอกลวงผอู้ น่ื ใหห้ ลงผิด หลงเชอื่ ในทางทผ่ี ดิ
7. พงึ ระลกึ เสมอว่า การกระทาผิดทางอินเทอรเ์ น็ตสามารถทจ่ี ะตดิ ตามหาบุคคล

ทีก่ ระทาได้ โดยงา่ ย
8. การกระทาความผดิ ทางอินเทอรเ์ นต็ บางกรณเี ป็นอาชญากรรม ทมี่ ีความผิดทางกฎหมาย
9. ตอ้ งไม่ใชค้ อมพวิ เตอร์ทารา้ ย หรอื ละเมดิ ผูอ้ ื่น

10. ตอ้ งไมร่ บกวน สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดแู ฟม้ ขอ้ มลู ของผู้อ่นื

11. ตอ้ งไม่ใช้คอมพิวเตอรเ์ พือ่ การโจรกรรมข้อมลู ข่าวสาร
12. ตอ้ งไม่ใชค้ อมพวิ เตอรส์ ร้างหลกั ฐานท่ีเปน็ เท็จ
13. ตอ้ งไม่คัดลอกโปรแกรมของผูอ้ น่ื ท่ีมลี ขิ สทิ ธ์ิ
14. ต้องไม่ละเมดิ การใชท้ รัพยากรคอมพวิ เตอรโ์ ดยทีต่ นเองไมม่ สี ทิ ธ์ิ
15. ต้องคานงึ ถึงส่ิงทีจ่ ะเกดิ ข้ึนกบั สงั คมทเ่ี กดิ จากการกระทาของทา่ น
16. ต้องใชค้ อมพวิ เตอรโ์ ดยเคารพกฎระเบยี บ กติกา และมมี ารยาท

หน่วยท่ี 8
กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลเชอ่ื มโยงอาชีพ

ภาพท่ี 1 เทคโนโลยีดจิ ิตอล (Digital Technology)

เทคโนโลยีดิจติ อล (Digital Technology)
ทักษะความเข้าใจและใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ัล หรอื Digital literacy หมายถึง ทักษะในการนาเครือ่ งมอื

อุปกรณ์ และเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ท่ีมอี ย่ใู นปจั จบุ นั เชน่ คอมพวิ เตอร์ โทรศพั ท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ และ
สอ่ื ออนไลน์ มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ในการส่ือสาร การปฏบิ ัติงาน และการทางานรว่ มกนั
หรอื ใชเ้ พอ่ื พฒั นากระบวนการทางาน หรือระบบงานในองคก์ รใหม้ คี วามทนั สมัยและมปี ระสทิ ธิภาพ

ทกั ษะดังกล่าวครอบคลมุ ความสามารถ ๔ มิติ
1. การใช้ (Use)
2. เข้าใจ (Understand)
3.การสรา้ ง (create)
4.เข้าถึง (Access) เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ

กรณศี กึ ษาเทคโนโลยีดจิ ทิ ัลเช่ือมโยงอาชพี

ภาพที่ 2 กรณศี กึ ษาเทคโนโลยดี ิจิทัลเชือ่ มโยงอาชพี

ยุทธศาสตร์การพฒั นาดิจิทัลเพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คม
เพอ่ื ใหว้ สิ ัยทศั นแ์ ละเปา้ หมายในการพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมด้วยเทคโนโลยีดิจทิ ัล

บรรลผุ ล แผนพฒั นาดจิ ิทลั เพ่ือเศรษฐกจิ และสงั คมจงึ ไดก้ าหนดกรอบยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา 6 ด้าน คือ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 พฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐานดิจิทลั ประสทิ ธภิ าพสงู ให้ครอบคลมุ ทวั่ ประเทศ

โดยยทุ ธศาสตร์นีป้ ระกอบดว้ ยแผนงานเพ่อื ขบั เคลื่อนยทุ ธศาสตร์ 4 ดา้ น คอื
1. พัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานอินเทอรเ์ น็ตความเรว็ สงู ให้ครอบคลมุ ท่วั ประเทศ
2. ผลกั ดนั ใหป้ ระเทศไทยเป็นหนึง่ ในศูนย์กลาง การเช่อื มตอ่ และแลกเปลี่ยนขอ้ มูลของอาเซยี น
3. จดั ใหม้ นี โยบายแล ะแผนบรหิ ารจัดการ โครงสร้างพ้นื ฐาน คล่นื ความถี่ และการหลอมรวม

ของ เทคโนโลยใี นอนาคต
4. ปรับรฐั วสิ าหกจิ โทรคมนาคมใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณแ์ ละความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมดจิ ิทลั

เพอื่ ใหเ้ ท่าทนั การเปล่ยี นแปลงในอนาคต
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 ขบั เคล่ือนเศรษฐกิจดว้ ยเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั

โดยยุทธศาสตรน์ ้ี ประกอบด้วยแผนงานเพื่อขับเคล่อื นยทุ ธศาสตร์ 4 ดา้ น คือ
1. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขนั ของ ภาคธุรกจิ ตลอดหว่ งโซค่ ณุ คา่ โดยผลักดันธรุ กจิ ให้

เข้าสู่ระบบการคา้ ดิจทิ ลั สสู่ ากล
2. เรง่ สรา้ งธุรกจิ เทคโนโลยีดจิ ิทลั (digital technology startup) ใหเ้ ปน็ ฟนั เฟอื งสาคญั ในการ

ขับเคล่อื นเศรษฐกจิ ดิจทิ ลั
3. พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยดี ิจทิ ลั ของไทยให้มคี วามเข้มแขง็ และสามารถแขง่ ขันเชิงนวัตกรรมได้

ในอนาคต
4. เพิ่มโอกาสทางอาชีพเกษตรและการค้าขาย สนิ ค้าของชุมชนผ่านเทคโนโลยดี ิจทิ ัล

ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 สรา้ งสงั คมคณุ ภาพที่ทวั่ ถึงเทา่ เทยี มด้วยเทคโนโลยีดจิ ทิ ัล

โดยยทุ ธศาสตร์น้ีประกอบดว้ ยแผนงานเพ่ือขบั เคล่ือนยทุ ธศาสตร์ 5ดา้ น คอื
1. สรา้ งโอกาสและความเทา่ เทยี มในการเข้าถงึ และใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั สาหรบั
ประชาชนโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงกลุ่มผสู้ งู อายุ กลมุ่ ผพู้ กิ าร กลมุ่ ผทู้ อี่ ยูอ่ าศัยในพน้ื ทหี่ า่ งไกล
2. พฒั นาศกั ยภาพของประชาชนในการใช้ เทคโนโลยดี ิจิทลั ใหเ้ กดิ ประโยชน์
3. สรา้ งสอื่ คลังสอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ดิจทิ ัล เพอื่ การเรียนรตู้ ลอดชีวิตทป่ี ระชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวก
4. เพม่ิ โอกาสการไดร้ บั การศึกษาทม่ี ีมาตรฐานของนักเรยี นและประชาชน แบบทกุ วยั ทุกท่ีทกุ เวลา
ดว้ ยเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั
5. เพ่มิ โอกาสการได้รับบรกิ ารทางการแพทย์ และสุขภาพทที่ ันสมัยท่วั ถงึ และเท่าเทยี มสสู่ ังคมสูงวยั
ด้วยเทคโนโลยดี จิ ิทลั

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 ปรบั เปลยี่ นภาครัฐสู่การเปน็ รฐั บาลดจิ ทิ ลั
โดยยทุ ธศาสตร์นปี้ ระกอบด้วยแผนงานเพ่ือขบั เคลือ่ นยทุ ธศาสตร์ 4 ด้าน คือ
1. จัดใหม้ ีบริการอจั ฉรยิ ะที่ขบั เคลือ่ นโดยความต้องการของประชาชนหรอื ผใู้ ชบ้ รกิ าร
2. ปรับเปลย่ี นการทางานของภาครฐั ด้วยเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ให้มีประสิทธภิ าพ
3. สนบั สนนุ ให้มกี ารเปดิ เผยขอ้ มลู ทเี่ ป็นประโยชนต์ ามมาตรฐาน open data
4. พฒั นาแพลตฟอรม์ บรกิ ารพืน้ ฐานภาครัฐ (government service platform)

ยุทธศาสตร์ท่ี 5 พฒั นากาลังคนให้พร้อมเขา้ สู่ยุคเศรษฐกิจและสงั คมดิจิทัล
โดยยุทธศาสตรน์ ีป้ ระกอบดว้ ยแผนงานเพือ่ ขบั เคลอ่ื นยุทธศาสตร์ 3 ดา้ น คือ
1. พฒั นาทกั ษะด้านเทคโนโลยีดจิ ิทลั ให้แกบ่ ุคลากรในตลาดแรงงาน
2. ส่งเสรมิ การพัฒนาทกั ษะ ความเชย่ี วชาญ เทคโนโลยเี ฉพาะด้าน ใหก้ ับบุคลากรในสายวชิ าชีพ
ด้านเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั
3. พฒั นาผบู้ รหิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศให้ สามารถวางแผนการนาเทคโนโลยีดจิ ิทลั ไปพฒั นาภารกจิ

ยุทธศาสตร์ที่ 6 สร้างความเช่ือมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทลั
โดยยทุ ธศาสตร์นี้ประกอบดว้ ยแผนงานเพอื่ ขบั เคล่อื นยทุ ธศาสตร์ 3 ดา้ น คอื
1. กาหนดมาตรฐาน กฎ ระเบยี บ และกตกิ า
2. ปรับปรงุ กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกับเศรษฐกจิ และสังคมดิจิทลั ใหม้ ีความทันสมยั
3. สรา้ งความเชื่อม่นั ในการใช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั และการทาธุรกรรมออนไลน์

กลไกการขับเคล่อื นยทุ ธศาสตร์การพัฒนาดจิ ิทลั เพอ่ื เศรษฐกิจและสังคมโดยมปี ระเด็นใน 4 ด้าน
- ขับเคลอื่ นเปน็ รปู ธรรมและเร่งดว่ น
- ปฏริ ปู การทางาน
- บูรณาการงานและทรพั ยากร
- ติดตามและประเมนิ ผล

ยทุ ธศาสตร์
1. พัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐานดจิ ิทัลประสทิ ธิภาพสูงให้ครอบคลุมทัว่ ประเทศเขา้ ถงึ พรอ้ มใช้จา่ ยได้
2. ขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ ด้วยเทคโนโลยีดจิ ทิ ัล ขบั เคลือ่ น New S-Curve เพม่ิ ศกั ยภาพ สรา้ งธรุ กจิ เพิ่มมลู คา่
3. สร้างสังคมคุณภาพ ดว้ ยเทคโนโลยดี ิจทิ ลั สรา้ งการมสี ่วนร่วม การใช้ประโยชนอ์ ยา่ งทั่วถงึ และเท่าเทยี ม
4. ปรับเปลย่ี นภาครัฐสกู่ ารเปน็ รฐั บาลดจิ ทิ ลั โปรง่ ใส อ้านวยความ สะดวก รวดเรว็ เชอ่ื มโยง เปน็ หนงึ่ เดียว
5. พฒั นากาลงั คนให้พร้อมเขา้ สูย่ ุคเศรษฐกิจและสังคมดจิ ิทลั สร้างคน สร้างงาน สร้างความเขม้ แข็ง
จากภายใน
6. สร้างความเช่ือมัน่ ในการใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั กฎระเบียบทนั สมัย เชือ่ มนั่ ในการลงทนุ มีความมั่นคง
ปลอดภัย

เปา้ หมายยทุ ธศาสตร์
บุคลากรในวิชาชพี ดา้ นดิจิทัลมีคณุ ภาพและปรมิ าณเพียงพอโดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในสาขาทีข่ าดแคลนหรอื มี

ความสาคญั ต่อการสร้างนวตั กรรมดจิ ิทลั เกดิ การจา้ งงานแบบใหม่ อาชพี ใหม่ ธรุ กิจใหม่ จากการพฒั นาเทคโนโลยี
ดิจิทัล จานวน 20,000 งาน

การประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีดจิ ิทัลในอาชีพของการเป็นพลเมอื งยคุ ดจิ ทิ ัล

ภาพที่ 3 พลเมอื งยคุ ดิจิทัล

พลเมอื งดจิ ทิ ลั หรอื Digital Citizens เป็นกระแสทแี่ พรห่ ลายไปทั่วโลกนบั ตั้งแตอ่ ินเตอรเ์ น็ตและ
เทคโนโลยสี ารสนเทศได้เข้ามามบี ทบาทในการดาเนินกจิ กรรมดา้ นตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั ประเทศไทย
ใหค้ วามสาคญั กบั เรอ่ื งดงั กลา่ วอย่างจริงจงั หลงั จากท่รี ฐั บาลผลักดนั นโยบายเศรษฐกจิ ดจิ ทิ ลั
(Digital Economy) เพื่อเสรมิ สร้างความเข้มแขง็ ให้กบั ระบบเศรษฐกจิ และเตรียมความพรอ้ มเข้าสปู ระชาคม
อาเซยี นในอนาคตอันใกล้น้ใี นยคุ ปจั จุบันเทคโนโลยสี ารสนเทศมคี วามเกี่ยวข้องกบั การใช้ชีวติ ประจาวัน
อย่างหลีกเล่ยี งไม่ได้จงึ มีความจาเปน็ อย่างยง่ิ ที่ทกุ คนควรเสรมิ สร้างศักยภาพการใชเ้ ทคโนโลยีดงั กลา่ ว
อย่างชาญฉลาดและกา้ วเขา้ สู่ความเปน็ พลเมอื งในยคุ ดิจติ อลไดอ้ ย่างภาคภมู ิใจ
คุณลักษณะทีด่ ขี องพลเมอื งดจิ ทิ ลั พลเมืองดจิ ทิ ัลทมี่ คี ณุ ลักษณะที่ดี (Good Digital Citizens)

1. การตระหนกั ถึงความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยสี ารสนเทศของผู้อื่น
ผใู้ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศทกุ คนควรตระหนักว่าบคุ คลมีโอกาสในการเขา้ ถงึ และมศี กั ยภาพใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ทแี่ ตกตา่ งกนั พลเมืองดิจติ อลที่ดจี ึงไมค่ วรเลอื กปฏิบตั แิ ละดหู มิ่นบุคคลผขู้ าดทกั ษะการ
ใช้เทคโนโลยีฯ หากแตจ่ ะตอ้ งชว่ ยกันแสวงหามาตรการตา่ งๆเพอ่ื เสรมิ สรา้ งความเสมอภาค
ในการเขา้ ถงึ เทคโนโลยีฯ

2. การเป็นผู้ประกอบการและผู้บรโิ ภคทมี่ จี รยิ ธรรม
เป็นทท่ี ราบกันโดยทัว่ ไปวา่ เทคโนโลยสี ารสนเทศไดเ้ ปล่ียนแปลงระบบตลาดแบบดง้ั เดิม (Traditional
Marketplace) ไปสตู่ ลาดในระบบอเิ ลคทรอนิกส์ (Electronic-Marketplace) และไดร้ บั ความนยิ มอยา่ งแพร่หลาย
ดงั จะเหน็ ได้จากความหลายหลายของประเภทสินคา้ ทส่ี ามารถซื้อหาได้ในระบบออนไลน์ตลอดจนบรกิ ารประเภท
ต่างๆ ทผ่ี บู้ ริโภคสามารถทาธรุ กรรมไดอ้ ยา่ งสะดวก พลเมอื งยุคดจิ ติ อลจะต้องมคี วามซื่อสัตยแ์ ละมศี ีลธรรมในการ
ทานติ กิ รรมและธุรกรรมทกุ ประเภทบนโลกออนไลน์ เชน่ ไมซ่ ้อื ขายและทาธรุ กรรมทผี่ ดิ กฎหมาย เช่น การดาวน์
โหลดสิ่งท่ขี ดั ตอ่ กฎหมาย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยเี พื่อหลอกลวงผ้อู ่ืนใหซ้ อื้ สนิ คา้ และบรกิ ารที่ไมม่ ี
คุณภาพ เปน็ ต้น

3. การเปน็ ผสู้ ง่ สารและรับสารทม่ี มี รรยาท
รูปแบบการสอื่ สารไดม้ กี ารพฒั นาและเปลีย่ นแปลงไปอยา่ งมากในช่วงศตวรรษท่ี 21 ดังจะเห็นได้จากรูปแบบการ
สอื่ สารผ่านอนิ เตอรเ์ นต็ ทส่ี ะดวก รวดเร็วและมคี วามเชื่อมโยงท่วั โลก เช่น อีเมลล์และโซเชียลมเี ดียหลากหลาย
ประเภท ปจั จุบนั มีผ้ใู ช้ข้อได้เปรยี บของช่องทางการสื่อสารดงั กลา่ วอย่างไมเ่ หมาะสม
เชน่ การส่งสารท่ีมีเจตนาหมนิ่ ประมาทผ้อู ่ืนและการสง่ สารทีม่ ีเจตนาใหส้ งั คมเกดิ ความแตกแยก
ทัง้ ทกี่ ระทาไปโดยเจตนาหรือรเู้ ทา่ ไม่ถึงการณ์ ดังน้ัน พลเมอื งดิจติ อลท่ดี จี ะตอ้ งมมี รรยาทและความรบั ผดิ ชอบต่อ
การกระทาของตนในโลกออนไลน์ หรอื ท่ีเรารจู้ ักกันดีในนามของ (Digital Etiquette) ท่ีจะเป็นเครอ่ื งมือ
ในการย้าเตอื นสติตลอดจนการกระทาทเี่ หมาะสมในการส่อื สารทกุ ประเภทในยคุ ดจิ ติ อล

4. การเคารพต่อกฎหมายและกฎระเบียบ
ปจั จุบันการทาธุรกรรมและนติ กิ รรมทางอเิ ลคทรอนิกส์อยภู่ ายใต้บังคับของกฎหมายและกฎระเบียบ
ว่าด้วยการทาธรุ กรรมทางอิเลคทรอนกิ ส์ซงึ่ มวี ตั ถปุ ระสงคห์ ลักในการปอ้ งกนั และปราบปรามการละเมดิ
ในรูปแบบตา่ ง ๆ ทีม่ ลี ักษณะเป็นอาชญกรรมทางอีเลคทรอนกิ ส์ เช่น การลักขโมยและการจารกรรมขอ้ มลู ประเภท
ต่าง ๆ เช่น ขอ้ มลู ทางธรุ กจิ และข้อมลู สว่ นบุคคล ตลอดจนมาตรการคมุ้ ครองเกย่ี วกบั ทรพั ย์สนิ
ทางปญั ญาในรปู แบบต่าง ๆ ดงั น้นั พลเมอื งยคุ ติจติ อลท่ีดจี ะตอ้ งตระหนักและรบั ทราบถงึ กฎหมาย
และกฎระเบยี บดังกล่าว ตลอดจนมีความยับยั้งช่างใจตอ่ การกระทาของตนท่ีอาจเป็นการละเมิดสทิ ธิ
ของบคุ คลอน่ื

5. การใชเ้ ทคโนโลยีให้มีความเหมาะสมและไมส่ ่งผลเสยี ตอ่ สขุ ภาพ
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีขาดความเหมาะสมอาจสง่ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพโดยรวม เชน่ ความเครียดตอ่ สุขภาพกาย
และสขุ ภาพจติ ตลอดจนการก่อใหเ้ กดิ การสญู เสียสมั พนั ธ์ภาพในสงั คมได้ พลเมืองยคุ ดจิ ิตอลจะต้องควบคมุ การใช้
อุปกรณอ์ เิ ลคทรอนกิ สใ์ ห้มคี วามเหมาะสมเพื่อป้องกันมิใหเ้ กดิ อาการเสพติดต่อสิง่ ดงั กลา่ ว
จนเกิดผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้ นอกจากนี้การลดปรมิ าณการสอื่ สารแบบออนไลน์มาเป็นรูปแบบการสอ่ื สารแบบ
ด้งั เดิมในบางโอกาสจะกอ่ ให้เกิดผลดตี ่อสมั พันธภาพของบคุ คลใกลช้ ดิ อกี ด้วย

6. เรยี นรู้วธิ กี ารเสรมิ สรา้ งความปลอดภยั ในการใช้เทคโนโลยี
พลเมืองดจิ ติ อลนอกจากจะตอ้ งเป็นผู้ท่มี ที ักษะในการใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างมปี ระสทิ ธิภาพแล้วจะตอ้ งใฝร่ ู้
และให้ความสาคญั กบั มาตรการเพอื่ ความปลอดภัยและการคมุ้ ครองข้อมลู สว่ นบุคคลดว้ ย (Digital Security)
เนอ่ื งจากในยุคดิจิตอลนั้นผมู้ ีเจตนากระทาผิดและหลอกลวงสามารถใช้เทคโนโลยที ่ีมีความทันสมัย
เพือ่ หลอกลวงผูอ้ ื่นได้ง่ายกวา่ กระบวนการสอื่ สารแบบดง้ั เดมิ วิธีการเสรมิ สรา้ งความปลอดภัย
ในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ทส่ี ามารถกระทาได้โดยง่ายมหี ลากหลายวธิ ี เช่น การติดต้งั ระบบป้องกนั
การจารกรรมและการทาลายข้อมลู ให้กับอุปกรณ์การสอ่ื สารทุกประเภท ตลอดจนรู้เท่าทันต่อรปู แบบ
และกลอุบายของอาชญากรอิเลคทรอนิกสท์ ี่มกั มกี ารพัฒนารูปแบบของการกระทาผิดอยูเ่ สมอ

การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ

ภาพท่ี 4 การประยุกตใ์ ช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ

การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในปจั จบุ ันไดม้ ีการนามาใชใ้ นหลายสาขาวิชาชีพ

ทั้งในดา้ นการศกึ ษา ดา้ นธรุ กจิ อุตสาหกรรม ดา้ นการแพทย์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เพ่อื อานวยความสะดวกในการประกอบธุรกจิ การทางาน การศึกษาหาความรู้ ทาให้คณุ ภาพชีวิตของคน

ในสงั คมปจั จุบันดีขน้ึ นอกจากนี้หน่วยงานราชการต่าง ๆ กน็ าเทคโนโลยสี ารสนเทศและระบบคอมพวิ เตอร์ เขา้ มา

อานวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการติดตอ่ ประสานงานกบั ทางราชการ และในธุรกิจเอกชนทางด้านการ

โรงแรม และการทอ่ งเท่ียว ก็ใหบ้ ริการข้อมลู ขา่ วสาร และบรกิ ารลกู ค้าผานทางระบบอนิ เทอรเ์ น็ต ทาได้อย่าง

สะดวกรวดเร็วทันเหตกุ ารณ์

ประยกุ ต์ใชใ้ นงานด้านการศึกษา

เทคโนโลยีสารสนเทศทีน่ ามาใชส้ าหรับการเรียนการสอน

เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหมห่ ลายอย่างสอนดว้ ยสอื่

อปุ กรณท์ ท่ี นั สมัย หอ้ งเรยี นสมัยใหมม่ อี ุปกรณว์ ิดโี อ

โปรเจคเตอร์ (Video Projector) มีเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ มี

ระบบการอ่านข้อมลู อิเลก็ ทรอนกิ ส์แบบตา่ ง ๆ รปู แบบของ

สื่อทนี่ ามาใช้ในด้านการเรียนการสอนกม็ หี ลากหลายข้ึนอยู่

กบั ความเหมาะสมในการนามาใช้ เช่น คอมพวิ เตอรช์ ่วยสอน

อิเลก็ ทรอนิกสบ์ คุ วดิ โี อเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดโี อออน

ดีมานด์ การสบื คน้ ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ภาพท่ี 5 ประยกุ ต์ใช้ในงานด้านการศกึ ษา

และระบบอินเทอรเ์ น็ต เป็นตน้

- คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนเป็นการนาเอาเทคโนโลยรี ่วมกบั การออกแบบโปรแกรมการสอนมาใชช้ ่วยสอน ซงึ่

เรียกกนั โดยทั่วไปวา่ บทเรียน CAI ( Computer - Assisted Instruction ) การจดั โปรแกรมการสอนโดยใช้

คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน ในปัจจบุ ันมกั อยูในรปู ของสือ่ ประสม (Multimedia) ซ่ึงหมายถงึ นาเสนอไดท้ งั้ ภาพ ข้อความ

เสยี ง ภาพเคล่อื นไหวฯลฯ โปรแกรมชว่ ยสอนนเี้ หมาะกบั การศึกษาด้วยตนเองและเปดิ โอกาส

ใหผ้ ู้เรยี นสามารถโตต้ อบกบั บทเรียนไดต้ ลอดจนมีผลปอ้ นกลบั เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนรู้ บทเรยี นไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

และเขา้ ใจในเนอ้ื หาวชิ าของบทเรยี นนั้นๆ

- การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเปน็ หลักเปน็ การจัดการเรยี นที่มสี ภาพการเรยี นต่างไปจากรปู แบบเดมิ การ

เรยี นการสอนแบบน้ี อาศยั ศกั ยภาพและความสามารถของเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตซงึ่ เปน็ การนาเอาสอื่

การเรยี นการสอนทเี่ ป็นเทคโนโลยี มาช่วยสนบั สนนุ การเรยี นการสอน ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ การสืบค้นขอ้ มลู

และเช่ือมโยงเครือขา่ ย ทาใหผ้ เู้ รียนสามารถเรยี นไดท้ กุ สถานทีแ่ ละทกุ เวลา การจดั การเรยี นการสอนลักษณะน้ี

มชี อื่ เรียกหลายชอ่ื ได้แก่การเรยี นการสอนผานเวบ็ การฝกึ อบรมผา่ นเวบ็ การเรียนการสอนผานเวลิ ด์ ไวด์เวบ็

การสอนผ่านส่อื ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เปน็ ต้น

- อเิ ลก็ ทรอนิกส์บุค๊ คอื การเกบ็ ข้อมลู จานวนมากด้วยซีดรี อมหนง่ึ แผน่ สามารถเก็บขอ้ มลู ตัวอกั ษรไดม้ ากถึง
600 ลา้ นตวั อกั ษร ดงั นน้ั ซีดรี อมหนงึ่ แผน่ สามารถเกบ็ ข้อมูลหนงั สอื หรอื เอกสารไดม้ ากกว่าหนงั สอื หนงึ่ เล่ม และท่ี
สาคญั คอื การใชก้ ับคอมพิวเตอร์ ทาใหส้ ามารถเรียกค้นหาขอ้ มูลภายในซีดรี อม ไดอ้ ยางรวดเรว็ โดยใช้ดชั นี สืบคน้
หรือสารบญั เรื่อง ซีดรี อมจงึ เป็นสอื่ ที่มบี ทบาทต่อการศกึ ษาอยางยิง่ เพราะในอนาคตหนงั สือต่าง ๆ จะจัดเกบ็ อยูใน
รูปซดี รี อมและเรยี กอ่านดว้ ยเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ท่เี รยี กวาอิเลก็ ทรอนกิ ส์บุ๊ค ซดี รี อมมีขอ้ ดคี อื สามารถจัดเก็บ ขอ้ มลู
ในรูปของมลั ตมิ ีเดยี และเมอื่ นาซดี ีรอมหลายแผ่นใส่ไว้ในเครอื่ งอ่านชุดเดยี วกนั ทาใหซ้ ดี รี อมสามารถ ขยายการเกบ็
ขอ้ มลู จานวนมากยิง่ ข้นึ ได้

- วิดโี อเทเลคอนเฟอเรนซ์ หมายถงึ การประชุมทางจอภาพ โดยใช้เทคโนโลยีการสอ่ื สารท่ที ันสมัย เป็น
การประชุมรว่ มกันระหวา่ งบุคคล หรอื คณะบุคคลทอ่ี ยตู่ า่ งสถานท่ี และหา่ งไกลกันโดยใช้สอ่ื ทางดา้ นมลั ตมิ ีเดยี ที่
ใหท้ ัง้ ภาพเคล่ือนไหว ภาพน่ิง เสียง และขอ้ มลู ตัวอกั ษร ในการประชุมเวลาเดียวกันและเปน็ การสอ่ื สาร 2 ทาง จงึ
ทาใหด้ เู หมอื นวา่ ได้เข้าร่วมประชมุ รว่ มกนั ตามปกติ ด้านการศึกษาวิดโี อเทคเลคอนเฟอเรนซ์ ทาใหผ้ เู้ รียนและผสู้ อน
สามารถติดตอสอ่ื สารกันได้ ผา่ นทางจอภาพ โทรทัศนแ์ ละเสียง นกั เรยี นในหอ้ งเรียน
ท่ีอยู่ห่างไกลสามารถเหน็ ภาพและเสยี งของผสู้ อนสามารถเหน็ อากบั กริ ยิ าของ ผสู้ อนเหน็ การเคลอ่ื นไหว
และสหี นา้ ของผ้สู อนในขณะเรยี น คุณภาพของภาพและเสยี ง ขน้ึ อยู่กับความเรว็ ของช่องทางการสอ่ื สาร
ทใี่ ชเ้ ชอ่ื มตอ่ ระหว่างสองฝ่ายท่ีมกี ารประชมุ กนั ไดแ้ ก่จอโทรทัศนห์ รอื จอคอมพิวเตอร์ ลาโพง ไมโครโฟน กลอ้ ง
อปุ กรณเ์ ข้ารหสั และถอดรหัส ผา่ นเครอื ขา่ ยการสือ่ สารความเร็วสงู แบบไอเอสดีเอ็น (ISDN)

- ระบบวดิ ีโอออนดมี านด์ (Video on Demand) เปน็ ระบบใหม่ทกี่ าลงั ไดร้ ับความนยิ มนามาใช้ ใน
หลายประเทศ เชน่ ญ่ีปุ่นและสหรัฐอเมรกิ า โดยอาศยั เครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเรว็ สงู ทาให้ผู้ชมตามบา้ นเรอื น
ต่าง ๆ สามารถเลือกรายการวิดที ศั น์ ทต่ี นเองต้องการชมไดโ้ ดยเลอื กตามรายการ (Menu) และเลอื กชมได้
ตลอดเวลาวิดโี อออนดีมานดเ์ ปน็ ระบบทม่ี ศี ูนยก์ ลางการเกบ็ ขอ้ มลู วดี ิทศั นไ์ วจ้ านวนมาก
โดยจัดเกบ็ ในรปู แหล่งข้อมลู ขนาดใหญ่(Video Server) เมื่อผูใ้ ชต้ อ้ งการเลือกชมรายการใด กเ็ ลอื กไดจ้ าก
ฐานข้อมลู ทตี่ อ้ งการ ระบบวิดีโอออนดมี านดจ์ งึ เปน็ ระบบทจ่ี ะนามาใช้ในเรอื่ งการเรยี นการสอนทางไกล
ได้โดยไม่มขี อ้ จากดด้านเวลา ผูเ้ รยี นสามารถเลอื กเรียน ในสงิ่ ทต่ี นเองตอ้ งการเรยี นหรอื สนใจได้

- การสืบคน้ ข้อมลู (Search Engine) ปจั จบุ ันไดม้ กี ารกล่าวถงึ ระบบการสบื ค้นข้อมูลกนั มาก แมแ้ ต่
ในเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต ก็มกี ารประยกุ ตใ์ ช้ไฮเปอรเ์ ท็กซ์ในการสบื ค้นขอ้ มลู จนมโี ปรโตคอลชนดิ พเิ ศษท่ใี ช้กัน คือ
World Wide Web หรอื เรยี กวา่ www. โดยผใู้ ชส้ ามารถเรยี กใช้โปรโตคอล http เพอ่ื เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบ
ไฮเปอร์เทก็ ซ์ ซง่ึ เป็นฐานขอ้ มูลในอนิ เทอรเ์ นต็ ไฮเปอรเ์ ทก็ ซม์ ีลกั ษณะเป็นแบบมลั ติมเี ดียเพราะสามารถสร้างเปน็
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ทเี่ กบ็ ได้ท้ังภาพ เสยี ง และตัวอกั ษร มรี ะบบการเรยี กค้นทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ โดยใช้โครงสรา้ ง
ดัชนีแบบลาดับชัน้ ภูมิโดยทัวไป ไฮเปอรเ์ ทก็ ซจ์ ะเป็นฐานขอ้ มลู ทมี่ ีดัชนสี ืบคน้ แบบเดินหน้า ถอยหลงั และบนั ทกึ
รอ่ งรอยของการสบื คน้ ไว้ โปรแกรมทีใ่ ช้ในการสรา้ งไฮเปอรเ์ ทก็ ซม์ เี ปน็ จานวนมาก สว่ นโปรแกรม

ท่มี ชี ่ือเสยี งได้แกH่ TML Compossor FrontPage Macromedia Dreamweaver เป็นต้น สลับซบั ซ้อนมากมาย
เชอ่ื มต่อกันมากกวา่ 300 ลา้ นเครื่องในปจั จบุ นั โดยใชใ้ นการติดตอ่ สื่อสาร ข้อความรปู ภาพ เสียงและอ่ืน ๆ โดย
ผา่ นระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ทมี่ ผี ู้ใช้งานกระจายกันอยทู่ ั่วโลก ปจั จบุ นั ไดม้ ีการนาระบบอนิ เทอรเ์ นต็ เขา้ มาใช้
ในวงการศึกษากันทวั่ โลกซง่ึ มปี ระโยชนใ์ น ดา้ นการเรียนการสอนเปน็ อย่างมาก
ประยุกต์ใชใ้ นงานทะเบียนของสถานศกึ ษา

ภาพท่ี 6 ประยกุ ต์ใช้ในงานทะเบียนของสถานศึกษา

- งานรบั มอบตัวทาหน้าที่ตรวจสอบหลกั ฐานที่นกั ศึกษานามารายงานตวั จากนั้นกจ็ ดั เก็บประวัติ
ภูมหิ ลงั นักศกึ ษา เชน่ ภูมิลาเนา บดิ ามารดา ประวตั ิการศกึ ษา ทนุ การศึกษาไว้ในแฟม้ เอกสารข้อมลู
ประวตั นิ กั ศกึ ษา

- งานทะเบียนเรียนรายวิชาทาหน้าที่จัดรายวิชาท่ตี ้องเรียนให้กับนกั ศึกษา ในแต่ละภาคเรยี นทกุ ชั้นปี ตาม
แผนการเรียนของแตล่ ะแผนกแล้วจัดเกบ็ ไวใ้ นแฟ้มข้อมลู ผลการเรยี น

- งานประมวลผลการเรยี นทาหนา้ ทีน่ าผลการเรยี นจากอาจารยผ์ สู้ อนมาประมวลในแต่ละภาคเรียน จากน้ัน
กจ็ ัดเกบ็ ไวใ้ นแฟ้มเอกสารข้อมลู ผลการเรียนและแจง้ ผลการเรยี นใหผ้ ทู้ เ่ี กี่ยวข้องทราบ

- งานตรวจสอบผจู้ บการศกึ ษา ทาหนา้ ทีต่ รวจสอบรายวชิ า และผลการเรยี น ท่ีนักศกึ ษาเรียน
ตง้ั แตเ่ รม่ิ ต้น จนกระทังจบหลกั สตู รจากแฟ้มเอกสารขอ้ มลู ผลการเรยี นว่าผ่านเกณฑก์ ารจบหรือไม่

- งานสง่ นกั ศึกษาฝกึ งาน ทาหน้าทีห่ าข้อมลู จากสถานทฝ่ี กึ งานในแต่ละแห่งวาสามารถรองรับจานวน
นักศกึ ษาทจี่ ะฝึกงานในรายวิชาตา่ ง ๆ ไดเ้ ปน็ จานวนเทา่ ใดจากนั้นก็จดั นักศึกษาออกฝกึ งานตามรายวชิ า
ให้สอดคลอ้ งกบั จานวนทส่ี ถานประกอบการต้องการ

ประยุกตใ์ ชใ้ นห้างสรรพสินค้าและสาขาย่อย

ภาพท่ี 7 ประยุกต์ใช้ในหา้ งสรรพสนิ ค้าและสาขายอ่ ย

เนื่องจากห้างสรรพสนิ ค้าเป็นศูนยก์ ารคา้ ขนาดใหญ่ที่มอี ยู่หลายสาขาทจี่ ัดจาหน่ายอย่ทู ่วั ประเทศ
มซี ัพพลายเออรก์ ว่าพันราย และมีพนักงานอยูห่ ลายพนั คน ดังนัน้ ข้อมูลทเี่ ก่ียวข้อง และการตัดสินใจ
ตอ้ งทาอยา่ งรวดเร็วเพ่ือใหท้ ันต่อเหตุการณ์ การทีต่ ้องใช้เทคโนโลยีจงึ เปน็ สงิ่ ทห่ี ลกี เลีย่ งไม่ได้ การใช้
เครอื่ งคอมพวิ เตอร์และเคร่อื งอา่ นบารโ์ ค้ดจงึ มีความจาเปน็ ฝ่ายเทคโนโลยสี ารสนเทศจะเปน็ ฝา่ ยสนบั สนนุ
สง่ิ สาคญั ท่สี ดุ คอื เราต้องให้ความมนั ใจไดว้ ่า ระบบจะตอ้ งทางานไดไ้ มม่ ีปญั หาขดั ขอ้ ง
ปัจจุบันระบบการเชื่อมต่อห้างสรรพสนิ คา้ จะเปน็ แบบสองลกั ษณะคือในตา่ งจงั หวัดจะใช้การเช่อื มตอ่
ผา่ นดาวเทียม ในกรงุ เทพจะใชก้ ารเชอ่ื มต่อแบบออนไลน์ ซง่ึ จะมกี ารรับสง่ ข้อมูลกนั ทุกวนั ในสว่ นของไอที นอกจาก
จะต้องทาใหร้ ะบบ สามารถทางานไดต้ ลอดเวลาแล้ว ยงั ต้องมันใจดว้ ยว่าข้อมูลทร่ี ับสง่ กันนนั้
มีความถกู ตอ้ งซง่ึ ในแต่ละวนั มีขอ้ มลู มากท่จี ะตอ้ งผ่านการประมวลผลให้แกผ่ ู้บรหิ าร
เพอ่ื ใชป้ ระกอบการตัดสินใจ ไมว่ ่าจะเป็นข้อมลู ยอดขายขอ้ มูลสต็อกและขอ้ มลู ตา่ งๆที่ผบู้ รหิ ารตอ้ งการ
ประยกุ ต์ใชใ้ นงานสาธารณสขุ และการแพทย์

ภาพที่ 8 ประยกุ ต์ใช้ในงานสาธารณสุขและการแพทย์

เทคโนโลยีสารสนเทศไดร้ บั การนามาใช้ในการพฒั นา ด้านสาธารณสขุ อย่างกวา้ งขวาง และทาให้งานดา้ น
สาธารณสุขเจรญิ กา้ วหน้าอยา่ งรวดเรว็ โดยกระทรวงสาธารณสขุ ไดป้ รบั ระบบการบรหิ ารงาน
และนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานต่างๆ ดงั น้ี

- ด้านการลงทะเบียนผูป้ ว่ ย ตง้ั แต่เร่ิมทาบตั ร จา่ ยยา เก็บเงนิ
- การสนบั สนนุ การรักษาพยาบาลโดยการเช่อื มโยงระบบคอมพวิ เตอร์ของโรงพยาบาลตา่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกัน
สามารถสรา้ งเครอื ขา่ ยข้อมลู ทางการแพทย์ แลกเปล่ียนขอ้ มลู ของผู้ป่ วย
- สามารถใหค้ าปรึกษาทางไกล โดยแพทยผ์ เู้ ชี่ยวชานาญ เทคโนโลยสี ารสนเทศ จะชว่ ยใหแ้ พทยส์ ามารถ
เหน็ หน้าหรือทา่ ทางของผูป้ ่วยได้ ช่วยให้สง่ ข้อมลู ทเี่ ป็นเอกสาร หรือภาพเพอื่ ประกอบการพิจารณา
ของแพทย์ได้
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะชว่ ยในการ ใหค้ วามรแู้ กป่ ระชาชนของแพทย์ หรือหน่วยงานสาธารณสุขตา่ งๆ
เปน็ ไปดว้ ยความสะดวก รวดเรว็ ได้ผลขึน้ โดยสามารถใชส้ อื่ ต่าง ๆ เช่น ภาพน่ิง ภาพเคลื่อนไหวมีเสียง
และอืน่ ๆ เปน็ ต้น
- เทคโนโลยีสารสนเทศชว่ ยใหผ้ บู้ ริหารสามารถกาหนดนโยบายและติดตามกากบั การดาเนินงาน
ตามนโยบายได้ดียงิ ขน้ึ โดยอาศัยข้อมูลทถ่ี กู ตอ้ งฉบั ไวและขอ้ มลู ทจ่ี าเปน็ ทั้งนอี้ าจใชค้ อมพวิ เตอร์
เป็นตัวเก็บขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทาใหก้ ารบรหิ ารเป็นไปได้ด้วยความรวดเรว็ ถกู ตอ้ งมากยงิ ขึ้น
- ในด้านการให้ความรหู้ รอื การเรยี น การสอนทางไกลเทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยเฉพาะดาวเทียมจะช่วย
ใหก้ ารเรียนการสอนทางไกล ทางดา้ นการแพทย์และสาธารณะสขุ เป็นไปไดม้ ากขนึ้ ประชาชนสามารถ
เรียนรู้พรอ้ มกนได้ทั่วประเทศและยงั สามารถโต้ตอบหรือถามคาถามไดด้ ว้ ย
ประยุกต์ใช้ในงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาพที่ 9 ประยุกตใ์ ช้ในงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กล่มุ นกั วิทยาสตร์ วศิ วกรที่ตอ้ งการศกึ ษาพฤติกรรมบางอย่างของสงิ่ มีชวี ิต รวมถึงส่งิ แวดลอ้ มตา่ ง ๆ เชน่
ศึกษาการกระจายถ่ินที่อยู่ของนกการกระจายของแบคทเี รีย การสรา้ งอาณาจกั รของมด ผึ้ง
ชีวติ ความเป็นอยขู่ องสัตว์ป่าต่าง ๆ การพงึ่ พาอาศยั ซ่ึงกนั และกนั ตลอดจนระบบนิเวศวิทยาความสนใจ

ในการจาลองความเป็นอยู่ของสงิ่ มีชีวิตไดม้ มี านานแล้ว เรมิ่ ต้ังแต่คร้ัง จอหน์ พอยเมน ผูเ้ ป็นนัก
คณติ ศาสตร์ เสนอแนวคิดการทาให้เครอ่ื งจักรทางานโดยอตั โนมัตภิ ายใตโ้ ปรแกรมซึง่ เป็นรากฐานของเครือ่ ง
คอมพวิ เตอร์ จนถงึ ปจั จบุ นั เกมแหง่ ชีวิตจึงเกดิ ขึน้

ประยุกตใ์ ช้ในงานด้านการสอื่ สารและโทรคมนาคม

ภาพที่ 10 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นงานด้านการส่ือสารและโทรคมนาคม

เทคโนโลยีของการสอื่ สารและโทรคมนาคมในปจั จบุ นั กาวไกลไปมาก มบี รกิ ารมากมายทที่ ันสมยั และตอบ
รบั กบั การนามาประยกุ ต์ใช้ในการดาเนนิ ธุรกจิ ตัวอย่างการใชโ้ ทรศพั ท์ในปจั จุบนั นี้กม็ ิไดมไี วเ้ พยี งสาหรบั คยุ
สนทนาเพยี งอยา่ งเดียวอกี ตอ่ ไป แตม่ นั สามารถช่วยงานไดม้ ากขึน้ โดยอ้างองิ ขอ้ มลู และการเปิดใหบ้ ริการของ
บริษทั มีติดตอ่ สอ่ื สารผ่านดาวเทียมทั้งภาพและเสียงมโี ทรศพั ท์มอื ถอื รนุ่ ต่าง ๆ ออกมามากมาย
พัฒนาทัง้ หน่วยงานของภาครฐั และเอกชน เช่น เทเลคอม เอเชีย คอร์ปอรเ์ รชัน จากัด (มหาชน)
ซงึ่ เปน็ ผูว้ างแผนการกอ่ สร้างและติดต้ังขยายบรกิ ารโทรศพั ทพ์ ้ืนฐาน 2.6 ลา้ นเลขหมาย ครอบคลมุ พน้ื ที่
ในเขตกรงุ เทพและปรมิ ณฑล รวมถึงการซอ่ มบารงุ รกั ษาเปน็ ระยะเวลา 25 ปี และเปน็ หนงึ่ ในผใู้ หบ้ รกิ าร
ในปัจจบุ ัน

การประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในหน่วยงานราชการตา่ งๆ

ภาพที่ 11 การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในหนว่ ยงานราชการตา่ งๆ

สานกั บริการเทคโนโลยสี ารสนเทศภาครัฐ (Government Information Technology Services – GITS)
ลกั ษณะงานของสานักบรกิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศภาครฐั จะใหบ้ รกิ ารเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ (Government
Information Network) เพือ่ ตอบสนองการบริหารงานสาหรบั หนว่ ยงานของภาครัฐ
ได้อย่างปลอดภัยและมปี ระสทิ ธิภาพสงู สง่ เสริมหน่วยงานภาครัฐให้มีการนาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้
ในการดาเนนิ งานอนั นาไปสกู่ ารเป็น E-government และเปน็ ศนู ยก์ ลางสง่ เสริมให้เกิดระบบ
การเช่ือมโยงข่าวสารระหวา่ งภาครัฐและประชาชน

สานกั งานอตั โนมตั ิ (Office Automation - OA) สานกั งานอัตโนมตั ิทห่ี น่วยงานของรฐั จดั ทาขึน้ มชี อ่ื ว่า IT
Model Office เปน็ โครงการนาร่องทีจ่ ดั ทาข้ึนเพอื่ พฒั นาระบบเครอื ข่ายพนื้ ฐานของภาครัฐ
ในรูปของสานักงานอัตโนมตั ิ เช่น งานสารบรรณ งานจดั ทาเอกสารและจัดสง่ ทางจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์
งานแฟม้ เอกสาร งานบนั ทึกการนดั หมายผู้บริหาร ซึ่งระบบงานทีส่ าคัญมี ดงั น้ี

1. ระบบนาเสนอขอ้ มลู ข่าวสารสาหรบั ผบู้ รหิ าร
2. ระบบจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์แบบปลอดภัย ไดม้ กี ารนาเทคโนโลยลี ายเซ็นดจิ ิทลั (Digital Signature) เขา้

มาชว่ ยในการยืนยันผู้สง่ และยืนยันความแท้จริงของอีเมล์
3. อนิ เทอร์เน็ตตาบล อินเทอรเ์ น็ตตาบล เป็นการวางระบบเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตให้ตาบลตา่ ง ๆ

ท่ัวประเทศสามารถเข้าใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพอันจะเป็นประโยชน์อยา่ งมากในดา้ นต่างๆ
เชน่ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรต่างๆ สามารถมีสว่ นรว่ มในการจัดทาและใชป้ ระโยชนจ์ ากระบบ
อินเทอร์เน็ตตาบล โดยเฉพาะอย่างยง่ิ หน่วยงานทอี่ ยู่ ณ ตาบลและใกล้ชดิ กับประชาชน
ก็จะมคี วามสาคญั และความรับผดิ ชอบในการจดั ทา ตรวจสอบและปรบั ปรุงขอ้ มูล รวมทง้ั ใหบ้ ริการ
แก่กลมุ่ ชนตา่ ง ๆ

อา้ งองิ

ครูอรพรรณ คงมั่น. Big Data คืออะไรกันแน่ (ออนไลน์)
สบื ค้นจาก https://sites.google.com/site/eportorra/home/tdformanagework/unit1

(18 พฤศจกิ ายน 2563)
ครอู รพรรณ คงมน่ั หน่วยท่ี 2 อินเทอรเ์ น็ตทุกสรรพส่ิง (Internet Of Things) (ออนไลน)์
สบื ค้นจาก https://sites.google.com/site/eportorra/home/tdformanagework/unit2

(วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563)
ครอู รพรรณ คงมน่ั หน่วยท่ี 3 เทคโนโลยที ่ใี ช้ในการทาธุรกรรมโดยไม่ตอ้ งผา่ นบคุ คลทส่ี าม (Blockchain)
สืบค้นจาก https://sites.google.com/site/eportorra/home/tdformanagework/u3blockchain

(วนั ที่ 5 ธนั วาคม 2563 )
สบื ค้นจาก http://www.fintech.co.th/startup-fintech-thailand/ (วนั ที่ 17 ธันวาคม 2563)
สบื คน้ จาก https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256203CoverStory.aspx

(วนั ที่ 17 ธันวาคม 2563)
สบื ค้นจาก https://www.peerpower.co.th/blog/investor/invest/fintech-technology/

(วันที่ 17 ธันวาคม 2563)
ครูอรพรรณ คงม่ัน หนว่ ยท่ี 4 ธุรกรรมการเงินดจิ ติ อล (Fintech)
สืบคน้ จาก https://sites.google.com/site/eportorra/home/tdformanagework/unit4-1

(วันท่ี 17 ธนั วาคม 2563)
นางสาวอัจฉรยิ า เลิศวัย หน่วยที่ 5 เรอื่ ง ระบบเงินดจิ ทิ ลั สกลุ เงนิ ดจิ ทิ ัลหรอื คริปโทเคอร์เรนซี
สืบค้นจาก https://sites.google.com/site/atchriyaleiswai/prawatikar-fuk-prasbkarn-wichachiph

(วนั ที่ 27 ธนั วาคม 2563 )
สบื ค้นจาก https://smemove.com/blog/ -cryptocurrency (วันท่ี 27 ธนั วาคม 2563 )
นางสาว แกว้ มณี สุวรรณรินทรห์ น่วยท่ี6 การทาธรุ กิจดจิ ทิ ลั บนส่ือสงั คมออนไลน์
สืบคน้ จาก https://sites.google.com/site/kanompro2544/phl-ngan-thi-phakh-phumici

(วนั ท่ี 19 มกราคม 2564)

สบื คน้ จาก https://anyflip.com/ucltp/qunm/basic

(วนั ท่ี 19 มกราคม 2564)

สืบคน้ จาก https://snpfood.com/aboutsnp?

(วันที่ 19 มกราคม 2564)

สืบค้นจาก https://sites.google.com/site/rankhnmsp/prawati-khwam-pen-ma?

(วนั ท่ี 19 มกราคม 2564)

นางสาวกญั ญาณฐั จนั ทรเ์ มอื งไทย
สืบค้นจาก https://sites.google.com/site/kahftgtrtr464878/bth-thi4/khwam-hmay-khxng-khun-thr-

rmelea-criythrrm (วนั ที่ 22 มกราคม 2564)
สืบคน้ จาก https://sites.google.com/site/bmjintana/crrya-brrn-ni-kar-chi-thekhnoloyi-sarsnthes?

(วนั ที่ 22 มกราคม 2564)
นางสาวแก้วมณี สวุ รรณรนิ ทร์ หนว่ ยที่ 7 กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจทิ ลั เชื่อมโยงอาชีพ

สบื ค้นจาก https://sites.google.com/site/kanompro2544/phl-ngan

(วนั ท่ี 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 )
นางสาวแก้วมณี สุวรรณรนิ ทร์ หน่วยที่ 8 ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ในอาชีพของการเป็นพลเมอื งยคุ ดจิ ิทลั สืบคน้
จาก https://sites.google.com/site/kanompro2544/prawati-swn-taw-1

(วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 )
สืบค้นจาก https://sftc.rtaf.mi.th/index.php/2018-10-22-07-41-38/120-2018-10-22-03-44-24

(วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 )
สืบคน้ จาก https://sites.google.com/site/rattikan581031029/ (วันท่ี 2 กุมภาพันธ์ 2564)
สืบคน้ จาก https://sites.google.com/site/thekhnoloyisarsntheskhxngthiy/khwam-hmay-laea-

bthbath-khwam-sakhay-khxng-thekhnoloyi-sarsnthes/kar-prayukt-chi-thekhnoloyi-
sarsnthes-ni-hnwy-ngan-rachkar-tang (วนั ที่ 2 กมุ ภาพันธ์ 2564 )

จดั ทาโดย
นางสาวชนิภรณ์ ตะ๊ จันทร์
แผนกวิชาการจัดการสานกั งาน


Click to View FlipBook Version