ตะกรอ้ นน้ั มมี ากมายหลายประเภท เชน่ THANK YOU ใบความรู้ รายวิชา
ตะกร้อข้ามตาขา่ ย – ตะกรอ้ ลอดบว่ ง – ตะกร้อพลกิ แพลง เซปักตระกร้ อ
เป็นต้น หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
เมอื่ มกี ารวางกตกิ าและทา่ ทางในการเลน่ อยา่ งลงตวั แลว้ กเ็ รมิ่ มกี าร ครผู สู้ อน นายภญิ โญ มที าษี
แขง่ ขนั กนั เกดิ ขนึ้ ในประเทศไทยตาม กล่มุ สารการเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา
ประวตั ขิ องการกฬี าตะกรอ้ ตงั้ แตอ่ ดตี ทไี่ ดบ้ นั ทกึ ไวด้ งั นี้
พ . ศ . 2472 กฬี าตะกรอ้ เร่ิมมกี ารแข่งขันคร้งั แรกภายในสมาคม
กฬี าสยาม
พ . ศ . 2476 สมาคมกีฬาสยามประชุมจดั ร่างกตกิ าในการแข่งขนั
กีฬาตะกร้อข้ามตาขา่ ยและเปดิ ให้มกี ารแข่งขันในประเภทประชาชนข้นึ
เปน็ คร้งั แรก
พ . ศ . 2479 ทางการศกึ ษาไดม้ กี ารเผยแพรจ่ ดั ฝกึ ทกั ษะใน
โรงเรียนมัธยมชายและเปิดใหม้ แี ข่งขันดว้ ย
พ . ศ . 2480 ได้มกี ารประชมุ จดั ทาแกไ้ ขร่างกฎระเบยี บใหส้ มบูรณ์
ข้ึน โดยอยใู่ นความควบคมุ ดแู ลของ เจ้าพระยาจินดารักษ์ และกรม
พลศกึ ษากไ็ ดอ้ อกประกาศรบั รองอยา่ งเป็นทางการ
พ . ศ . 2502 มีการจดั การแขง่ ขนั กีฬาแหลมทอง ครง้ั ที่ 1 ขนึ้ ที่
กรงุ เทพฯ มกี ารเชิญนักตะกร้อชาวพม่ามาแสดงความสามารถในการ
เล่นตะกร้อพลกิ แพลง
พ . ศ . 2504 กีฬาแหลมทองคร้ังท่ี 2 ประเทศพม่าได้รบั เกยี รตใิ ห้
เปน็ เจ้าภาพในการแขง่ ขัน นกั ตะกร้อของไทยกไ็ ดไ้ ปร่วมแสดงโชวก์ าร
เตะตะกรอ้ แบบพลิกแพลงด้วย
พ . ศ . 2508 กีฬาแหลมทองครั้งท่ี 3 จดั ขนึ้ ที่ประเทศมาเลเซีย
ไดม้ กี ารบรรจุการเตะตะกร้อ 3 ประเภท เขา้ ไว้ในการแขง่ ขันดว้ ยกค็ อื
- ตะกรอ้ วง – ตะกร้อขา้ มตาข่าย – ตะกรอ้ ลอดบว่ ง อีกท้ังมีการ
จดั ประชุมวางแนวทางด้านกตกิ าทง้ั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพ่ือ
สะดวกในการเลน่ และการเขา้ ใจของผู้ชมในส่วนรวมอกี ด้วย
ประวตั ติ ะกรอ้ ทมี่ าทไี่ ป กีฬาตะกรอ้ ในการ จากการสนั นษิ ฐานคงจะไดห้ ลายเหตผุ ลดงั น้ี พน้ื บ้านด้วย อกี ทั้งประเภทของกีฬาตะกร้อในประเทศไทยกม็ หี ลาย
ค้นควา้ หาหลกั ฐานเกีย่ วกบั แหล่งกาเนิดการกีฬาตะกร้อ ประเทศพมา่ เมอ่ื ประมาณ พ.ศ. 2310 พมา่ มาต้งั ค่ายอยทู่ โี่ พธส์ิ าม ประเภท เช่น ตะกรอ้ วง ตะกรอ้ ลอดหว่ ง ตะกรอ้ ชิงธงและการแสดง
ในอดีตน้นั ยังไม่สามารถหาข้อสรปุ ไดอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ ตน้ กเ็ ลยเล่นกฬี าตะกร้อกัน ซึง่ ทางพม่าเรยี กว่า “ชงิ ลง” ตะกร้อพลกิ แพลงตา่ งๆ ซ่ึงการเลน่ ตะกร้อของประเทศอ่ืนๆนัน้ มีการ
กฬี าตะกรอ้ น้นั กาเนิดจากท่ีใด ประวตั ิกีฬาตะกร้อ ทางมาเลเซยี ก็ประกาศวา่ ตะกร้อเป็นกฬี าของประเทศมาลายูเดิม เล่นไม่หลายแบบหลายวธิ ีเช่นของไทยเรา การเล่นตะกรอ้ มี
ตา่ งประเทศ กีฬาเซปกั ตะกร้อการแข่งขนั ตะกร้อตะกร้อ เรียกวา่ ซปี กั รากา (Sepak Raga) คาว่า Raga หมายถึง ววิ ัฒนาการอย่างต่อเน่อื งมาตามลาดับทง้ั ด้านรปู แบบและวัตถุ ดบิ ใน
เป็นการละเล่นของไทยมาแต่โบราณ แต่ไม่มีหลักฐาน ตะกร้า การทาจากสมยั แรกเป็นผา้ , หนงั สตั ว์ , หวาย , จนถงึ ประเภท
แนน่ อนวา่ มีมาตั้งแต่สมยั ใด แตค่ าดว่าราว ๆ ต้นกรุง ทางฟลิ ปิ ปนิ ส์ กน็ ิยมเลน่ กันมานานแลว้ แตเ่ รยี กว่า Sipak สังเคราะห์ ( พลาสตกิ )
รตั นโกสินทร์ ประเทศอืน่ ท่ใี กล้เคยี งก็มีการเลน่ ตะกรอ้ ทางประเทศจนี กม็ กี ฬี าทคี่ ล้ายกีฬาตะกรอ้ แตเ่ ปน็ การเตะตะกร้อชนิดที่
คนเล่นไมจ่ ากดั จานวน เลน่ เป็นหมูห่ รอื เดย่ี วก็ได้ ตาม เป็นลกู หนงั ปกั ขนไก่ ซงึ่ จะศึกษาจากภาพเขียนและพงศาวดารจีน ความหมาย คาว่าตะกรอ้ ตามพจนานุกรมฉบบั ราช
ลานที่กวา้ งพอสมควร ตะกร้อที่ใช้เดมิ ใชห่ วายถักเปน็ ชาวจนี กวางตุ้งที่เดนิ ทางไปต้งั รกรากในอเมรกิ าไดน้ าการเล่นตะกรอ้ บณั ฑิตสถาน พ . ศ . 2525 ได้ให้คาจากดั ความเอาไว้ว่า ” ลูก
ลูกตะกร้อ ปัจจุบนั นิยมใช้ลูกตะกร้อพลาสติก การ ขนไก่นไ้ี ป เผยแพร่ แต่เรยี กวา่ เตกโก (Tek K’au) ซงึ่ หมายถงึ การ กลมสานด้วยหวายเป็นตา สาหรบั เตะ “
เตะตะกรอ้ เปน็ การเลน่ ท่ีผู้เลน่ ได้ออก กาลังกายทุก เตะลูกขนไก่ ววิ ฒั นาการการเลน่ การเล่นตะกรอ้ ไดม้ ีวิวฒั นาการในการเล่นมา
สัดส่วน ฝกึ ความว่องไว ความสังเกต มไี หวพริบ ทา ประเทศเกาหลี กม็ ลี ักษณะคลา้ ยกบั ของจีน แต่ลกั ษณะของลูกตะกรอ้
ให้มบี ุคลกิ ภาพดี มีความสงา่ งาม และการเล่นตะกร้อ แตกตา่ งไป คอื ใชด้ นิ เหนียวห่อด้วยผา้ สาลเี อาหางไกฟ่ า้ ปกั อย่างต่อเนอ่ื ง ในสมยั แรกๆ กเ็ ป็นเพยี งการช่วยกนั เตะลูกไม่ให้ตก
นบั ไดว้ ่าเป็นเอกลักษณข์ องไทยอยา่ งหน่ึง ประเทศไทยกน็ ยิ มเลน่ กฬี าตะกรอ้ มายาวนาน และประยุกตจ์ นเขา้ กบั ถงึ พน้ื ต่อมาเม่อื เกิดความชานาญและหลีก หนคี วามจาเจ ก็
ประเพณขี องชนชาติไทยอยา่ งกลมกลืนและสวยงามทง้ั ด้าน ทกั ษะและ
ในการคน้ คว้าหาหลกั ฐานเกีย่ วกบั แหลง่ กาเนดิ การกีฬา ความคิด
ตะกร้อในอดตี นั้น ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้อย่าง ประวตั ิ ในประเทศไทย ในสมัยโบราณนน้ั ประเทศไทยเรามี
ชัดเจนว่ากีฬาตะกร้อนนั้ กาเนิดจากทใ่ี ด กฎหมายและวิธีการลงโทษผูก้ ระทาความผดิ โดยการนาเอานกั โทษใส่
ลงไปในส่ิงกลมๆที่สานด้วยหวายใหช้ ้างเตะ แตส่ ่งิ ทชี่ ว่ ยสนับสนนุ
ประวตั ิของตะกร้อไดด้ ี คอื ในพระราชนิพนธเ์ รือ่ งอิเหนาของรชั กาลท่ี
2 ในเรือ่ งมบี างตอนทีก่ ล่าวถงึ การเล่นตะกรอ้ และทร่ี ะเบยี งพระ
อโุ บสถ วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ซึง่ เขยี นเรอื่ งรามเกยี รต์ิ ก็มภี าพ
การเล่นตะกรอ้ แสดงไว้ใหอ้ นชุ นร่นุ หลงั ไดร้ บั รู้
โดยภมู ศิ าสตร์ของไทยเองกส็ ง่ เสรมิ สนบั สนุนใหเ้ ราไดท้ ราบ
ประวตั ิ ของตะกรอ้ คือประเทศของเราอดุ มไปดว้ ยไม้ไผ่ หวายคนไทย
นิยมนาเอาหวายมาสานเป็นสิง่ ของเครื่องใช้ รวมถงึ การละเลน่