The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ntchnew, 2021-07-24 03:13:48

Sketching for Designer

July 2021 Edition

SKETCHING ก า ร ส ร้า ง ส ร ร ค์ ผ ล ง า น
FOR จ า ก ภ า พ ส เ ก็ ต ช์ 2 มิ ติ
DESIGNER สู่ ก า ร พั ฒ น า เ ป ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ 3 มิ ติ
สาํ ห รับ นั ก อ อ ก แ บ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์
CREATIVE PRODUCTS PROGRAM,
COLLEGE OF CREATIVE INDUSTRY, ผู้ ช่ ว ย ศ า ส ต ร า จ า ร ย์ ด ร . อ รั ญ ว า นิ ช ก ร
SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY
LAYOUT DESIGN
ณั ช ช า ศิ ริ ข วั ญ ชั ย

PRODUCT DESIGN
SKETCH BOOK



SKETCHING ก า ร ส ร้า ง ส ร ร ค์ ผ ล ง า น
FOR จ า ภ า พ ส เ ก็ ต ช์ 2 มิ ติ
DESIGNER
สู้ ก า ร พั ฒ น า เ ป ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ 3 มิ ติ
CREATIVE PRODUCTS PROGRAM สาํ ห รับ นั ก อ อ ก แ บ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์
COLLEGE OF CREATIVE INDUSTRY
SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY ผู้ ช่ ว ย ศ า ส ต ร า จ า ร ย์ ด ร . อ รั ญ ว า นิ ช ก ร

LAYOUT DESIGN
ณั ช ช า ศิ ริ ข วั ญ ชั ย

PRODUCT DESIGN
SKETCH BOOK

ส า ร บั ญ บ ท ที 1

ก า ร ส เ ก็ ต ข์ ภ า พ เ พื อ ก า ร อ อ ก แ บ บ
1-25

บ ท ที 2

พืนฐานการลากเส้น
26-30

บ ท ที 3

ห ลั ก ก า ร ส เ ก็ ต ช์ ทั ศ นี ย ภ า พ เ ส้ น ต ร ง
31-38

บ ท ที 4

ห ลั ก ก า ร ส เ ก็ ต ช์ โ ค ร ง ส ร้ า ง ก ล่ อ ง แ ล ะ
แสง-เงา
39-45

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม

46

ส่ ว น ท้ า ย เ ล่ ม

คณะผู้จัดทํา
47

บทที 1 ฉ ะ นั น อ ง ค์ ค ว า ม รู ้ท า ง ก า ร เ ขี ย น แ บ บ ก็ เ ป น ชุ ด
องค์ความรู้หนึง ทีใช้กันในงานอุ ตสาหกรรม
การสเก็ตช์ภาพ ทัวโลก เพือแสดงรูปร่างและลักษณะของสิงที
เพือการออกแบบ ต้องการผลิตออกมา แสดงให้เห็นเปนภาพ
อย่างแจ่มชัด ทังลักษณะรูปร่าง ขนาด ทุก
ก่ อ น ก า ร เ ร ีย น รู ้ก า ร ส เ ก็ ต ภ า พ เ พื อ ก า ร ส่วน การเขียนแบบจึงเปนสิงทีจะขาดไม่ได้ใน
ออกแบบ ควรทราบเครืองมือและอุ ปกรณ์ งานช่างและงานสร้างสรรค์
เขียนแบบก่อน เนืองจากการสเก็ตภาพเพือ
การออกแบบด้วยมือ เปนทักษะหนึงในการ การเขียนแบบ (mechanical drawing) คือ
จาํ ลองการทํางานด้วยเครืองมือเขียนแบบขึน การเขียนทีแสดงเปนภาพ รูปร่าง สัญลักษณ์
มา โดยลดทอนอุ ปกรณ์ลงอาศัยเพียงทักษะ และรายละเอียดของแบบทีสร้างสรรค์ไว้ เพือ
และความเข้าใจเรืองแบบในการสือสารเชิงช่าง ให้นาํ ไปก่อสร้างหรือผลิตเปนจริงได้ ก่อนทีจะ
ในการทํางานออกแบบ การเขียนแบบจึงเปน เริมเขียนแบบ เราควรจะต้องมีความรู้เกียวกับ
พืนฐานทีมีความสาํ คัญสาํ หรับช่างทุกช่าง การ เครืองมืออุ ปกรณ์ในสาํ หรับเขียนแบบ และวิธี
เขียนแบบเปนเครืองมือสาํ หรับการสือสารงาน ใช้ให้ดี เพือให้ได้ผลงานเรียบร้อยรวดเร็ว
ออกแบบ เปนภาษาช่างเพือส่งต่อฝาย ประหยัดเวลาในการทํางาน ตลอดจนการบาํ รุง
ก่ อ ส ร ้า ง ห ร ือ ฝ า ย ผ ลิ ต ใ น ก า ร ส ร ้า ง แ ล ะ ผ ลิ ต ชิ น รักษาเครืองมือเขียนแบบให้มีสภาพดีอยู่ได้
งานออกมาจึงพู ดได้ว่างานเขียนแบบเปนหัวใจ นาน
ของช่างทุกชนิด ในสมัยโบราณทีการเขียน
แบบยังไม่เจริญเท่าสมัยนี ช่างพยายาม 1
ถ่ า ย ท อ ด ค ว า ม คิ ด โ ด ย ว า ด ล ง ใ น แ ผ่ น หิ น โ ด ย ไ ม่
ไ ด้ มี ร ะ บ บ ก า ร เ ขี ย น ห ร ือ ร า ย ล ะ เ อี ย ด กํา กั บ แ บ บ
มากเท่าสมัยนี ในชนบทเมือมีการปลูกสร้าง
บ้ า น ก็ มี ก า ร เ ขี ย น แ บ บ แ ป ล น บ้ า น ต า ม พื น ดิ น ใ น
บริเวณทีจะปลูกสร้าง ซึงยังดีกว่าการไม่มี
แบบแผนใดๆเลย

การใช้เครืองมืออุ ปกรณ์การเขียนแบบ
1 . เ ค ร ือ ง มื อ เ ขี ย น แ บ บ แ ล ะ ห น้ า ที วิ ธี ก า ร ใ ช้
มีดังนี

1.1 โต๊ะเขียนแบบ หรือกระดานเขียนแบบ
(Drawing Board) ใช้รองกระดาษเขียนแบบ
ในกรณีทีไม่มีโต๊ะเขียนแบบ ให้ใช้กระดานเขียน
แ บ บ แ ท น ก็ ไ ด้

1.2 กระดาษเขียนแบบ มีทังขนาดความหนา 1.3 ไม้ฉากรูปตัวที (T-square)มีลักษณะ
๘๐ ปอนด์ ถึง ๑๐๐ ปอนด์ เปนชนิดไม่มีเส้น คล้ายรูปตัว T ซึงมีส่วนประกอบ ๒ ส่วน คือ
ขนาดความกว้างความยาว แล้วแต่จะต้องการ ส่วนหัว (Fixed Head) และส่วนตัวไม้ทีประ
เ ขี ย น ห ร ือ ต้ อ ง ก า ร ใ ช้ กบกันเปนมุม ๙๐ องศา ใช้สาํ หรับเขียนเส้น
ตรงในแนวนอน หรือเส้นระดับอย่างเดียว
2 เท่านัน ซึงจะต้องใช้ร่วมกับโต๊ะเขียนแบบ
หรือกระดานเขียนแบบ พร้อมนีจะต้องใช้
ร่วมกับฉากสามเหลียม (Set- Square)
สาํ หรับลากเส้นให้เปนมุมต่างๆ ลักษณะของ
ไม้ฉากที หรือ T-Square ทีดีนัน หัวไม้ฉาก
ทีต้องไม่โยกคลอน ยึดติดกันแน่นกับก้าน
ไม้ตัวขวางของไม้ฉากที หรือ T-Square ที
ดีนัน

หัวไม้ฉากทีต้องไม่โยกคลอน ยึดติดกันแน่น หั ก ก า ร ร ะ บุ ไ ว้ บ น แ ท่ ง ดิ น ส อ ด้ ว ย ตั ว เ ล ข แ ล ะ ตั ว
กับก้านไม้ตัวขวางของไม้ฉากที ขอบบนของ อักษร ดินสอทีใช้ในการเขียนแบบ ควรมีความ
ตัวไม้ฉากทีต้องเรียบและตรงไม่บิดงอ การ อ่อนแข็งดังนี 2H, 3H, H, HB อย่างน้อยควร
เ ขี ย น เ ส้ น น อ น ต้ อ ง ล า ก เ ส้ น จ า ก ซ้ า ย ไ ป ข ว า มี 4 แท่ง คือ ดินสอทีมีไส้อ่อนได้แก่เกรด F,
เสมอ หัวไม้ฉากทีแนบกับโต๊ะเขียนแบบด้าน HB ไส้ขนาดกลาง H – 2H ไส้แข็ง 4H – 5H
ซ้ า ย มื อ จ ร ด ป ล า ย ดิ น ส อ ใ ห้ เ อ น ไ ป ใ น ทิ ศ ท า ง ในงานเขียนแบบปจจุบันนีนิยมใช้ดินสอสาํ เร็จ
ข อ ง ก า ร ล า ก เ ส้ น ทํา มุ ม กั บ ก ร ะ ด า ษ เ ขี ย น แ บ บ แบบไส้เลือน หรือไส้กด เพราะสะดวกรวดเร็ว
เปนมุม ๖๐ องศา ขณะเดียวกันให้ดินสอเอน ไม่เสียเวลาต่อการเหลาดินสอ มีความยาว
ออกจากขอบบรรทัดเล็กน้อย เพือให้ปลาย คงที บรรจุไส้ใหม่สะดวก ทําให้งานสะอาด ไม่
ดินสออยู่ชิดขอบบรรทัดมากทีสุด ในขณะที สกปรก
ลากเส้น ควรหมุนดินสอไปด้วย ซึงจะช่วย
รักษาปลายไส้ดินสอเปนกรวยแหลม และช่วย
ให้เส้นดินสอโตสมาํ เสมอกัน

การใช้เครืองมืออุ ปกรณ์การเขียนแบบ 3
1 . เ ค ร ือ ง มื อ เ ขี ย น แ บ บ แ ล ะ ห น้ า ที วิ ธี ก า ร ใ ช้
มีดังนี

1.4 ดินสอเขียนแบบ (drawing pencil)
ดิ น ส อ เ ขี ย น แ บ บ ทํา ด้ ว ย ไ ส้ ดิ น ส อ ที มี ร ะ ดั บ
ความแข็งต่างกัน ความแข็งของไส้ดินสอมี

ทีมา: https://www.canva.com

1.5 ไม้ฉากสามเหลียมเปนชุด (set- 1.6 ไม้บรรทัดสเกลแบบสามเหลียม
square) ชุดหนึงมีอยู่ 2 แบบ มีมุมต่างกัน (scale)ใช้สาํ หรับย่อส่วนตามต้องการ มี
ดังนี อันแรกเรียกว่า ฉาก 30, 60, และ ลักษณะเปนแท่งสามเหลียม 6 ด้าน ในแต่ละ
90องศา ส่วนอันที 2 เรียกว่า ฉาก 45, 45, ด้านจะมีมาตราส่วนย่อไว้ดังนี 1 : 20, 1 : 25,
และ 90 องศา การเขียนมุมของฉาก 1 : 50, 1 : 75, และ 1 : 100
สามเหลียมทัง 2 อันนีจะต้องใช้ร่วมควบคู่กับ
ไ ม้ ฉ า ก ที ทุ ก ค ร ัง ใ น ข ณ ะ ทํา ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น 1.7. วงเวียน (compass) เปนอุ ปกรณ์
เขียนแบบ สาํ หรับเขียนวงกลม หรือส่วนโค้ง ด้วย
ฉากสามเหลียมใช้สาํ หรับเขียนเส้นตรงใน ดินสอดาํ หรือหมึกก็ได้ วงเวียนมีหลายแบบ
แนวดิง และเส้นเอียงทํามุมต่างๆ เวลาเขียน สามารถเลือกใช้แล้วแต่ความสาํ คัญของ
เส้นดิงให้ลากดินสอขึนไปตามแนวดิง จับ ความต้องการในแต่กรณี วิธีเขียนวงกลม
ดินสอให้เอนไปในทิศทางของการลากเส้น ทํา หรือส่วนโค้ง ให้ปรับขาวงเวียนทีเปนเหล็ก
มุม 60 องศา กับกระดานเขียนแบบ และให้ แหลม ให้ยาวกว่าข้างทีเปนไส้ดินสอเล็ก
ดิ น ส อ เ อ น อ อ ก จ า ก ตั ว ฉ า ก ส า ม เ ห ลี ย ม เ ล็ ก น้ อ ย น้อย ใช้ปลายแหลม ปกลงตรงจุดทีกําหนด
ให้เปนศูนย์กลางของวงกลม ปรับขาวง
4 เ วี ย น จ น ก า ง ไ ด้ ร ะ ย ะ เ ท่ า กั บ ร ัศ มี ที ต้ อ ง ก า ร

ทีมา: https://www.canva.com

จั บ ก้ า น ว ง เ วี ย น ไ ว้ ร ะ ห ว่ า ง นิ ว หั ว แ ม่ มื อ กั บ นิ ว 2. ลักษณะเส้นทีใช้ในการเขียนแบบ
ชี หมุนวงเวียนเอนไปในทิศทางของการลาก มี ดั ง ต่ อ ไ ป นี
เส้นเล็กน้อย พยายามเขียนวงกลมให้
สมบูรณ์ โดยการหมุนวงเวียนไปเพียงครัง 2.1 เส้นร่าง (layout or guideline) เปน
เดียว เ ส้ น ที ใ ช้ ร ่า ง ภ า พ ห ร ือ เ ส้ น บ ร ร ทั ด เ ป น เ ส้ น เ บ า
และแคบ
1.8. บรรทัดโค้ง ( Irregular Curves )
บรรทัดโค้งใช้สาํ หรับเขียนเส้นโค้งทีวงเวียนไม่ 2.2 เส้นแสดงรูปวัตถุ (object line) เปน
สามารถเขียนได้ โดยทําการจุดไว้ให้ได้ 3 จุด เส้นหนักและใหญ่ ใช้แสดงขอบของรูป
แ ล้ ว ล า ก เ ส้ น ผ่ า น ต า ม จุ ด นั น ๆ ต า ม บ ร ร ทั ด โ ค้ ง
เลือนบรรทัดโค้งความโค้งตามไปครังละ 3 จุด 2.3 เส้นแสดงส่วนทีบัง (hidden line)
จ น ก ว่ า จ ะ ไ ด้ รู ป ต า ม ที ต้ อ ง ก า ร เปนเส้นประ เส้นหนาปานกลาง แสดงตรง
ส่ ว น ที ถู ก บั ง

2.4 เส้นโยงขนาดและเส้นบอกขนาด
(extension and dimension line) เส้นโยง
ขนาดใช้โยงขนาดขอบรูปวัตถุเพือแสดงราย
ละเอียดของขนาด ส่วนเส้นบอกขนาดเปนเส้น
แสดงความกว้างยาวของขนาดวัตถุ โดยโยง
จากขอบวัตถุด้านหนึงไปยังอีกด้านหนึง เปน
เ ส้ น ที ห นั ก แ ล ะ แ ค บ

2.5 เส้นกรอบภาพ (border line) เปนเส้น
ใหญ่และหนัก ใช้ตีกรอบงานเขียนแบบ

5

3. รูปแบบมาตรฐานในการเขียนแบบ
3.1 รูปด้าน (Ortho Graphic View) คือรูป

ด้านของวัตถุ เช่น ด้านหน้า (Front View) ด้าน
ข้าง (Side View) ด้านหลัง (Back View)

ภาพแสดงระนาบการมอง ภ า พ ด้ า น เ ก้ า อี ไ ม้

6

ภ า พ ก า ร ส เ ก็ ต โ ด ย เ ร ิม จ า ก รู ป ด้ า น

3.2 ภาพออปบลิก (Oblique View) คือรูป ภาพเก้าอีเมือเขียนแบบ Oblique
ด้านของวัตถุ แล้วยืดความลึกออกไปเปนเส้น
ขนาน โดยจะมีการกําหนดความลึกให้สัดส่วน
มองแล้วสวยงาม หากไม่ย่อระยะความลึกแล้ว
ภ า พ วั ต ถุ จ ะ ม อ ง ดู ค ล้ า ย กั บ ลึ ก เ กิ น ไ ป ไ ม่
สวยงาม จึงต้องกําหนดสัดส่วนย่อให้กับทุก
เส้นของระยะลึก เหมาะสาํ หรับนาํ เสนอวัตถุทีมี
รายละเอียดด้านหน้าเพียงด้านเดียว เช่น ภาพ
ของตู้หนังสือ

ภ า พ แ ส ด ง ก า ร ท ด ล อ ง กํา ห น ด ร ะ ย ะ ค ว า ม ลึ ก ใ ห้ กั บ วั ต ถุ 7

ที ม า ข อ ง ภ า พ

http://mvineyard.wikispaces.com/Mr.+V%27s+Home+Page

3.3 ภาพไอโซเมตริก (Isometric View) คือภาพทีใช้เส้นเฉียงทังสองด้าน เส้นขนานไป
ด้านหลัง เปนภาพ 3 มิติ สาํ หรับนาํ เสนอวัตถุทีมีรายละเอียดทีสาํ คัญทัง 2 ด้าน

ภาพเก้าอีไม้เมือเขียนแบบ Isometric ภาพการเขียนแบบ Isometric

8

3.4 ภาพทัศนียภาพ(Perspective View) คือ ภาพทีมีวิธีการเขียนทีซับซ้อน มีความสมจริง
เลียนแบบภาพถ่าย หรือตามนุษย์มองเห็น ให้ผลในทางความรู้สึกได้เปนอย่างดี เช่น
ทัศนียภาพ 3 จุด มุมตําทําให้อาคารดูยิงใหญ่อลังการ เปนต้น

ภาพเก้าอีไม้เมือเขียนแบบ Perspective
ใ น มุ ม ม อ ง ต่ า ง ๆ

9

ภาพการเขียนแบบ Perspective ในมุม
เ ฉี ย ง ห น้ า แ ล ะ เ ฉี ย ง ห ลั ง

ก า ร ส เ ก็ ต เ พื อ ก า ร อ อ ก แ บ บ มี ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ก า ร ส เ ก็ ต ด้ ว ย มื อ ล ด บ ท บ า ท ล ง เ ห ลื อ เ พี ย ง ใ น
จากการสเก็ตภาพในบทอืนๆคือ การออกแบบ ส่วนของกระบวนการชันต้น หรือขันการร่าง
ต่ า ง ๆ เ ป น ก า ร จิ น ต น า ก า ร ถึ ง สิ ง ที ยั ง ไ ม่ เ ค ย ภาพเพือตรวจสอบแนวคิด หรือการสร้างทาง
เกิดขึนมาก่อน โดยจาํ เปนต้องผลิตได้จริง ใน เลือกให้กับงานออกแบบต่างๆจึงจาํ เปนอย่าง
ขณะทีสเก็ตภาพจาํ เปนต้องนึกถึงความเปนไป ยิงทีต้องเชือมโยงเรืองราว อารมณ์หรือสิงที
ได้ในการผลิตจริงด้วย จึงแตกต่างอย่างมาก สร้างความประทับใจให้กับนักออกแบบ โดย
กั บ ก า ร ส เ ก็ ต ภ า พ สิ ง ที ต า ม อ ง เ ห็ น โ ด ย ใ ช้ ทํางานร่วมกับการถ่ายภาพ และสมุดร่างภาพ
อ า ร ม ณ์ แ ล ะ ค ว า ม รู ้สึ ก ใ น ก า ร ถ่ า ย ท อ ด อ ย่ า ง อ า จ ม อ ง ห า ทั ง สิ ง ที เ ป น น า ม ธ ร ร ม แ ล ะ รู ป ธ ร ร ม
เ ดี ย ว โ ด ย ป จ จุ บั น มี เ ท ค โ น โ ล ยี ค อ ม พิ ว เ ต อ ร ์ ที ส า ม า ร ถ ส ร ้า ง ค ว า ม รู ้สึ ก ป ร ะ ทั บ ใ จ ใ ห้ กั บ ตั ว นั ก
Computer Aided Design เข้ามาทดแทน ออกแบบได้ เช่น เรืองราว วัฒนธรรม
การนาํ เสนองานด้วยการสเก็ตมือแล้ว ขนบธรรมเนียม ประเพณี ในพืนทีทีได้ไป จาก
เนืองจากข้อได้เปรียบของโปรแกรม อาหารการกิน เครืองแต่งกาย เพลง แฟชัน
คอมพิวเตอร์หลายประการได้แก่ ความ อาคารสถาปตยกรรม หรือความประทับใจเปน
รวดเร็วในการทํางาน ความง่ายต่อการแก้ไข พิเศษเกียวกับธรรมชาติ เช่น ทะเล ใต้ทะเล
เ มื อ ส ร ้า ง รู ป ท ร ง เ ส ร ็จ แ ล้ ว ส า ม า ร ถ ห มุ น มุ ม อาจประทับใจในร่างกายของมนุษย์ อวัยวะ
มองได้หลากหลาย ทําให้ไม่ต้องเสียเวลาวาด ภายใน สัตว์หรือผลงานศิลปะ การออกแบบ
มุมมองใหม่เหมือนการสเก็ตด้วยมือ ความ ของนักออกแบบอืนๆ หรือผลงานการ
สวยงามสมจริงของแสงเงา วัสดุในการปดผิว ออกแบบจากยุคต่างๆในประวัติศาสตร์ เช่น
ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร เ ชื อ ม โ ย ง กั บ ก า ร เ ขี ย น ศิลปะพืนบ้านของไทย การออกแบบโดย
แบบและการผลิต CAD/CAM (computer- อารยะธรรมตะวันออก หรือตะวันตก เช่น Art
aided design/computer-aided Deco , Art Nouveau , Greek จะเปนงาน
manufacturing) ทําให้ในส่วนของการนาํ ออกแบบหรือศิลปะร่วมสมัยก็เปนได้ เช่น
เสนอแบบขันสุดท้าย มักนิยมใช้คอมพิวเตอร์ Tom Dixon , Ron Arad , Philippe Starck
กราฟก
ห ร ือ เ ป น ง า น อ อ ก แ บ บ ใ น อ น า ค ต ก็ ไ ด้ ขึ น อ ยู่ กั บ
10 ความประทับใจของนักออกแบบ โดยเก็บ
ข้ อ มู ล เ ป น ภ า พ

ภ า พ ก า ร ส เ ก็ ต ภ า พ ร ่า ง เ ก้ า อี โ ด ย ไ ด้ แ ร ง
บันดาลใจจากแมลงกวาง

อาจใช้การร่างหรือการใช้กล้องถ่าย เนืองจาก ได้แก่ แรงบันดาลใจ สภาพแวดล้อม อารมณ์
ภ า พ ๆ เ ดี ย ว ส า ม า ร ถ บ ร ร ย า ย ถึ ง อ า ร ม ณ์ ค ว า ม ผ ส า น แ น ว ค ว า ม คิ ด ส ร ้า ง ส ร ร ค์ ก่ อ น ก า ร พั ฒ น า
รู ้สึ ก ไ ด้ ม า ก ก ว่ า คํา ห ล า ย พั น คํา ห ร ือ ป ร ะ โ ย ค ห ล า ย เปนรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือ พัฒนางาน
ร้อยประโยค แต่อาจเขียนคําหรือประโยคกํากับ ออกแบบในด้านอืนๆ ต่อไป
เพือบันทึกรายละเอียดนันไว้ ให้บันทึกภาพเก็บ
ไว้ให้ได้มากทีสุด จากนันเริมปฏิบัติตามขันตอน 11
ต่ อ ไ ป นี

นําภาพร่างจากสมุดร่างภาพ ข้อความ ความ
รู้สึกทังรูปธรรมและนามธรรม จากนิตยสารการ
อัดภาพถ่าย หรือถ่ายเอกสาร การ Down Load
ภาพจาก Internet อย่าลืมบันทึกอ้างอิงถึง
แหล่งทีมาด้วย เปนสิงสาํ คัญมากเนืองจากใน
ก า ร นํา เ ส น อ จ ะ มี นํา ห นั ก ม า ก ขึ น แ ล ะ ส า ม า ร ถ
ค้นคว้าพัฒนาต่อเนืองได้ หาเหตุผลว่าทําไมคุณ
ถึงชอบสิงนันๆ ทําไมสิงนันถึงดึงดูดคุณ และ
บันทึกเก็บไว้เพือใช้งาน ในทีนีผู้เขียนศึกษาสัตว์
ต่ า ง ๆ เ พื อ เ ป น ก ร ณี ศึ ก ษ า ใ น ก า ร อ อ ก แ บ บ เ ก้ า อี
โดยในกระบวนการสเก็ตเพือร่างภาพนี ให้ลืม
หลักการสเก็ตทีเคยเคร่งครัดออกไป แล้วปล่อย
ความรู้สึกออกมากับเส้น เมือได้ภาพภาพร่างซึง
แสดงทางเลือกเพียงพอแล้ว นักออกแบบจะ
ดําเนินการตามกระบวนการออกแบบ (Design
Process) ต่อไป โดยการสเก็ตภาพร่างเปนส่วน
สาํ คัญทีสุดในการบวนการคิดสร้างสรรค์
(Creative Thinking) เปนกระบวนการทีต้อง
อาศัยองค์ประกอบร่วมหลายประการ เพือ
ส ร ้า ง ส ร ร ค์ ผ ล ง า น ดี ๆ อ อ ก ม า

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภ า พ ศึ ก ษ า เ ร ือ ง ข อ ง เ ม ล็ ด พั น ธ์ พื ช สู่ ก า ร ส เ ก็ ต ภ า พ ร ่า ง
เ ก้ า อี ห ว า ย

12

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภ า พ แ ร ง บั น ด า ล ใ จ จ า ก แ ม ล ง สู่ ก า ร อ อ ก แ บ บ เ ก้ า อี นั ง ย า ว

13

พั ฒ น า แ น ว ค ว า ม คิ ด สู่ ชุ ด โ ซ ฟ า ห นั ง ด้ ว ย
computer-aided design

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภาพแรงบันดาลใจจากแมลงสู่การออกแบบโต๊ะกลาง ที
ส า ม า ร ถ ว า ง ข อ ง ด้ า น ใ น ไ ด้

14

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ก า ร ส เ ก็ ต ภ า พ เ พื อ กํา ห น ด สั ด ส่ ว น ใ ห้ เ ก้ า อี

15

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

แรงบันดาลใจจากนําตกโขดหินสองฝงของสายนํา โดยส
เ ก็ ต ภ า พ ร ่า ง เ ป น เ ก้ า อี ห ว า ย แ ล ะ ผั ก ต บ ช ว า

16

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ก า ร เ ขี ย น แ บ บ เ พื อ กํา ห น ด สั ด ส่ ว น ใ ห้ เ ก้ า อี

พัฒนาแนวความคิดสู่ชุดโซฟาหนังด้วย computer-
aided design

17

ภ า พ ร ่า ง ใ น ส มุ ด ส เ ก็ ต เ พื อ ก า ร อ อ ก แ บ บ
โดยภาพสเก็ตทําหน้าทีเปน Mood

Board ในการศึกษาชินงานออกแบบด้วย

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ภาพเฟอร์นิเจอร์เก้าอีมีหางตัวนีมีชือว่า Tail
ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ Chair ซึงใช้วัสดุผักตบชวา ขึนรูปโดยใช้การ
สาน หัตถกรรม ทําให้ได้รูปทรงในลักษณะของ
สัตว์เลือยคลานทีมีหางนอนขดอยู่ ดูมีเสน่ห์
ลึกลับ น่าค้นหาตามแนวทางทีได้วางแผนไว้
จ า ก ก า ร เ ชื อ ม โ ย ง เ นื อ ห า แ ล ะ อ า ร ม ณ์ ต่ า ง ๆ ข อ ง
Mood Board ทังหมดเข้าด้วยกันเพือ
ถ่ า ย ท อ ด เ ร ือ ง ร า ว ที นั ก อ อ ก แ บ บ ส ร ้า ง ขึ น นี สู่ ผู้
บ ร ิโ ภ ค อี ก ท อ ด ห นึ ง

ภาพร่างเก้าอี Tail Chair

ภาพต้นแบบสาํ เร็จ Tail Chair ภ า พ แ ส ด ง ก า ร พั ฒ น า รู ป แ บ บ โ ด ย เ ขี ย น แ บ บ ด้ ว ย
คอมพิวเตอร์ต่อจากการสเก็ต Tail Chair
18

ภ า พ ร ่า ง ใ น ส มุ ด ส เ ก็ ต เ พื อ ก า ร อ อ ก แ บ บ
โดยภาพสเก็ตทําหน้าทีเปน Mood

Board ในการศึกษาชินงานออกแบบด้วย

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า
ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภาพสเก็ต Tail Chairเมือตกแต่งภายในห้อง การสเก็ตภาพตู้เก็บความทรงจาํ เอนกประสงค์สาํ หรับ 2 เรา

จาก Mood Board ทีชือ Texture & Gold ซึง การเขียนแบบตู้เก็บความทรงจาํ เอนกประสงค์สาํ หรับ 2 เรา
ใ น ทั ศ นี ย ภ า พ รู ป นี ไ ด้ แ ส ด ง ถึ ง ก า ร ไ ด้ ร ับ อิ ท ธิ พ ล
มาอย่างชัดเจนและมากทีสุด เนืองจากมีการนาํ 19
รูปแจกันในMood Board มาขยายมาตราส่วน
(Big Scale) ให้เปนตู้ซ่อน TV. และมีการ
ตกแต่งห้องให้มีพืนผิว และแสดงการนาํ เก้าอี
แ ล ะ เ ฟ อ ร ์นิ เ จ อ ร ์อื น ๆ ที ไ ด้ อ อ ก แ บ บ ไ ว้ ม า ว า ง
ป ร ะ ดั บ ต ก แ ต่ ง ใ น ห้ อ ง นี ไ ด้ อ ย่ า ง ก ล ม ก ลื น
สวยงาม

ภ า พ ก า ร ส เ ก็ ต เ พื อ ร ่า ง ภ า พ เ ก้ า อี ไ ม้ ดั ด โ ค้ ง

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า
ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภ า พ ก า ร เ ขี ย น แ บ บ ภ า พ ด้ า น

ภาพสเก็ต Tail Chairเมือตกแต่งภายในห้อง

20

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภาพการเขียนแบบภาพ Axonometric View ภ า พ ก า ร เ ขี ย น แ บ บ ภ า พ ด้ า น

21

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า
ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภ า พ ผ ล ง า น ส เ ก็ ต เ ฟ อ ร ์นิ เ จ อ ร ์แ ร ง บั น ด า ล ใ จ จ า ก หิ น

ขันตอนสุดท้ายที computer-aided design

ภาพการออกแบบเชิงทดลอง โดยสเก็ตภาพจากภาพถ่ายที ภาพแรงบันดาลใจจากร่องรอยการเลือย และซากฟอสซิล สู่
กําหนด และตกแต่งภาพร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟก ก า ร อ อ ก แ บ บ เ ฟ อ ร ์นิ เ จ อ ร ์ไ ฟ เ บ อ ร ์ก ล า ส
โ ด ย ใ ช้ ค ว า ม รู ้สึ ก ใ น ก า ร ค้ น ห า รู ป ท ร ง แ ล ะ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ใ น ก า ร
ใ ช้ ส อ ย ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ 22

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภาพการออกแบบเชิงทดลอง โดยสเก็ตภาพจากภาพถ่ายทีกําหนด และตกแต่งภาพร่วมกับ 23
โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟก โดยใช้ความรู้สึกในการค้นหารูปทรงและองค์ประกอบในการ

ใ ช้ ส อ ย ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภาพการขึนรูป 3D งานออกแบบประติมากรรมร่วมสมัย บูรพาจารย์
การแพทย์แผนไทย

ตั ว อ ย่ า ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ภ า พ ส เ ก็ ต ป ร ะ ติ ม า ก ร ร ม ห ม อ ชี ว ก โ ก ม า ร ภั จ จ์

ภ า พ ส เ ก็ ต ป ร ะ ติ ม า ก ร ร ม ฤ า ษี ดั ด ต น

ภ า พ ส เ ก็ ต ป ร ะ ติ ม า ก ร ร ม ฤ า ษี ดั ด ต น

24

ส รุ ป

จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า ก า ร ส เ ก็ ต มี ป ร ะ โ ย ช น์ อ ย่ า ง ม า ก
สาํ หรับการออกแบบ เพือการออกแบบสิงทียัง
ไม่มีขึนมาใหม่ เปนการสร้างสรรค์สิงทียังไม่เกิด
โ ด ย ผ ส า น กั บ แ น ว ค ว า ม คิ ด แ ล ะ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ร ่ว ม
อืนๆ ให้เกิดเปนแนวทางเลือกของงานออกแบบ
ให้มีลักษณะทีเปนรูปธรรม การสเก็ตจะมี
พัฒนาการจากกึงนามธรรม ความคิดฝน
จินตนาการของนักออกแบบ สู่ความเปนไปได้ใน
การผลิต และจบท้ายด้วยการส่งไม้ต่อให้กับ
คอมพิวเตอร์กราฟก หากคํานึงถึง Out Put ที
เปนการผลิตผลิตภัณฑ์แล้ว เราคงปฏิเสธไม่ได้
ว่าคอมพิวเตอร์มีความสาํ คัญอย่างยิงต่อการ
ออกแบบและการผลิตในกระบวนการถัดไป ดัง
นั น ก า ร ทํา ง า น ใ น ป จ จุ บั น แ ล ะ อ น า ค ต จึ ง เ ป น ก า ร
ทํา ง า น ที ส อ ด ป ร ะ ส า น กั น เ ป น อ ย่ า ง ดี กั บ ก า ร ส เ ก็
ตด้วยมือ เพือสร้างเรืองราว คุณค่า ความรู้สึก
ใ ห้ กั บ ง า น อ อ ก แ บ บ ไ ด้ อ ย่ า ง ส ม บู ร ณ์

25

ภ า พ แ ส ด ง ก า ร ส เ ก็ ต ช์ ที เ ร ิม ต้ น ล า ก เ ส้ น เ ชื อ ม จุ ด

บทที 2 บรรจบอย่างมากมาย ตามทฤษฎีหรือหลักการ
องค์ประกอบศิลป จุดก่อให้เกิดเส้น เส้นก่อให้
พืนฐานการลากเส้น เกิดระนาบ ระนาบก่อให้เกิดรูปทรง หลักและ
แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ส เ ก ต ซ์ ก็ ไ ม่ ไ ด้ แ ต ก ต่ า ง ไ ป จ า ก นี
พื น ฐ า น ก า ร ฝ ก ส เ ก ต ซ์ ภ า พ ด้ ว ย มื อ เ ป ล่ า
(Freehand Sketch) 1.การฝกลากเส้นตรง การฝกฝนจากจุดและ
เส้น เปนพืนฐานการสร้างความมันใจได้อย่าง
หัวใจของการสเกตซ์คือการฝกฝน การ ดีเยียม โดยเริมต้นฝกฝนจากการลากเส้น
ฝ ก ฝ น ห า ก เ ร ิม ต้ น อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ มี ทิ ศ ท า ง ตรง เส้นตัง เส้นนอนเส้นเฉียง โดยกําหนด
จะทําให้เกิดพืนฐานทีดี สามารถต่อยอดได้ จุดต้นและปลายขึนมา จากนันเล็งให้ตรงเชือม
อย่างหลากหลาย มีความเข้าใจในหลักการที ทัง 2 จุดนันเข้าด้วยกัน เมือฝกฝนไปได้ระยะ
เปนสากล ผู้เขียนได้พยายามนาํ แนวทางการ หนึงจนมีความมันใจขึน จึงทดลองกําหนดจุด
เ ร ีย น รู ้จ า ก ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ที เ ค ย ผ่ า น ก า ร ฝ ก ฝ น ไว้ในใจ แล้วลากให้ตรง จงจาํ ไว้ว่ารูปร่างและ
มาอย่างยาวนาน ผู้เขียนได้สร้างลําดับไว้ในรูป รูปทรงทุกรูป ประกอบขึนจากจุดและการลาก
แบบของ How to โดยคาดหวังว่าผู้เรียนจะ เส้นขึนมาทังหมด ดังนันหากการลากเส้นตรง
สามารถปฏิบัติตามได้โดยง่าย หากผู้เรียนจะ ทําได้อย่างแม่นยาํ แล้ว จะสามารถสเกตซ์
เปลียนแปลงลําดับทีผู้เขียนแนะนาํ ไว้ เพือการ โ ค ร ง ส ร ้า ง เ ร ข า ค ณิ ต ที ป ร ะ ยุ ก ต์ ต่ อ ย อ ด เ ป น รู ป
ผ่อนคลายจากความเคร่งเครียดในการฝกฝน ร ่า ง แ ล ะ รู ป ท ร ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ล ะ ง า น อ อ ก แ บ บ ไ ด้
ก็ ส า ม า ร ถ ทํา ไ ด้ เ มื อ ห า ย เ บื อ ห น่ า ย แ ล้ ว จึ ง ก ลั บ ทุ ก รู ป แ บ บ ต่ อ ไ ป
ม า ฝ ก ฝ น ต า ม ลํา ดั บ อี ก ค ร ัง จ ะ ไ ด้ ผ ล ลั พ ธ์ ที ดี ขึ น
ก า ร ฝ ก ฝ น ส เ ก ต ซ์ ภ า พ ไ ม่ ไ ด้ มี ก ฏ เ ก ณ ฑ์ ห ร ือ ภาพแสดงการฝกฝนการลากเส้นตรง
ลําดับอย่างเคร่งครัดขอเพียงผู้เรียนมีความ
สุขและ สนุกกับกิจกรรมนีจนหาโอกาสในการ
ฝกฝนบ่อยๆ โดยการร่างภาพแต่ละวัตถุนัน
ป ร ะ ก อ บ ไ ป ด้ ว ย จุ ด ที ต้ อ ง ล า ก เ ส้ น ไ ป บ ร ร จ บ

26

2.การฝกลากเส้นโค้ง พืนฐานการวาดเส้น ภาพการฝกลากเส้นโค้ง โดยกําหนดจุดไว้อ้างอิง 3 จุดและให้
โค้งทีมีหลักคิด หรืออ้างอิงจากเครืองมือใน แ ต่ ล ะ ค ร ัง ที ล า ก เ ส้ น มี ก า ร เ ห ลื อ ม กั น เ ล็ ก น้ อ ย
การเขียนแบบด้วยบรรทัดโค้ง (Irregular
Curves) โดยการกําหนดจุดไว้ 3 จุด เช่น ภ า พ แ ส ด ง เ ส้ น โ ค้ ง ที ไ ด้ จ า ก ก า ร ฝ ก ฝ น ด้ ว ย วิ ธี นี
เดียวกัน โดยใช้ข้อมือเปนจุดหมุนให้เกิดเส้น
โค้งทีเชือมโยงจุด 3 จุดเข้าด้วยกัน หากมี ฝ ก ก า ร ล า ก เ ส้ น โ ค้ ง โ ด ย มี โ ค ร ง ส ร ้า ง ข อ ง รู ป
ความโค้งทีต่อเนืองจากโค้งแรก ก็เพียง ทรงในใจเนืองจากเมือออกแบบเสร็จงาน
กําหนดจุดเพิมอีก 2 จุด จากนันลากเส้น ของเราสามารถกําหนดระยะได้อย่างแม่นยาํ
เชือมโยงต่อโดยให้เส้นสัมผัสกัน (Tangent) ทําให้สามารถผลิตในระบบอุ ตสาหกรรมได้
โ ด ย พ ย า ย า ม ใ ห้ มี ค ว า ม ก ล ม ก ลื น กั น ข อ ง เ ส้ น ง่ า ย
สั ม ผั ส ม า ก ที สุ ด ป ร ะ ก อ บ กั บ ก า ร ร ่า ง รู ป ร ่า ง
เรขาคณิตเพืออ้างอิงควบคู่ไปด้วย โดยไม่ให้ 27
เกิดจุดสะดุดของเส้นโค้งขึน โค้งต่อไป
กําหนดจุดต่อเนืองแบบโค้งที 2 ทําซาํ เรือย
ไ ป จ น ไ ด้ รู ป ร ่า ง เ ส้ น โ ค้ ง ที ห ล า ก ห ล า ย ต า ม
ต้องการ ฝกเช่นนีไปเรือยๆจนเกิดทักษะที
ชาํ นาญ จากนันจึงกําหนดจุดในใจเพือลาก
เส้นได้อย่างอิสระ ทักษะตรงนีจะทําให้เส้น
สเกตซ์สามารถออกแบบและเขียนแบบได้
จริง ช่างเขียนแบบสามารถทํางานต่อเนือง
ได้ และผลิตชินงานออกแบบได้จริงในลําดับ
ถั ด ไ ป

ภ า พ นี แ ส ด ง โ ค ร ง ส ร ้า ง รู ป ร ่า ง ที ซ่ อ น อ ยู่
ในเส้นโค้งเช่น วงกลมวงรี

3.การวาดวงกลม-วงรี เมือเกิดความ การประยุกต์การฝกฝนลากเส้นวงกลม-วงรี สู่การวาด
ชาํ นาญจากการวาดเส้นโค้งแล้ว การวาด ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ใ น ค ร ัว เ ร ือ น
วงกลม วงรี โดยเริมต้นจากการลากเส้นนอน
สองเส้น เพือกําหนดความสูงของวงรีและเริม ขันตอนสาธิต การประยุกต์ลากเส้นวงรีและ
ว า ด ว ง ก ล ม ว ง ร ีโ ด ย พ ย า ย า ม ใ ห้ เ ส้ น สั ม ผั ส กั น เ ส้ น โ ค้ ง เ ป น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์
พอดีเพือให้เกิดทักษะความแม่นยาํ ในการ
กําหนดมุมมองของทรงกระบอก จากนัน ขันตอนที 1 การวาดเส้นแกนหลักสาํ หรับ
ทําความรู้จักกับเส้น Major Axis ทีเปนเส้น หน้าตัดวงรี โดยเริมเขียนเส้นเส้นตัง เพือ
ความยาวของวงรีและ Minor Axis แทน กําหนดความสูงของผลิตภัณฑ์ จากนันเขียน
ความกว้างหรือความลึกของวงรี ซึง 2 เส้นนี เส้นแกนรอง (Minor Axis) เพือกําหนดระยะ
จ ะ ตั ง ฉ า ก กั น เ ส ม อ จ า ก นั น ส า ม า ร ถ ว า ด รู ป เ พื อ ข อ ง ห น้ า ตั ด ว ง ก ล ม
ส ร ้า ง ส ร ร ค์ ท ร ง ก ร ะ บ อ ก ไ ด้ ต า ม ต้ อ ง ก า ร
ขันตอนที 2 กําหนดเส้นระดับสายตา และ
การฝกสเกตซ์ วงกลม-วงรี โดยมีความเข้าใจในเส้นแกนหลัก กําหนดรูปหน้าตัด เพือได้กําหนดความกว้าง
และเส้นแกนรอง ของเส้นแกนรอง(Minor Axis) เพือกําหนด
ความกว้างสาํ หรับหน้าตัดวงรี เพือกําหนด
28 ร ะ ย ะ ข อ ง ห น้ า ตั ด ว ง ก ล ม โ ด ย ว ง ร ียิ ง อ ยู่ ใ ก ล้ เ ส้ น
ระดับสายตาเท่าไร จะยิงแคบลงเท่านัน เปน
สัดส่วนตามลําดับ

ภ า พ นี แ ส ด ง โ ค ร ง ส ร ้า ง รู ป ร ่า ง ที ซ่ อ น อ ยู่
ในเส้นโค้งเช่น วงกลมวงรี

ขันตอนสาธิต การประยุกต์ลากเส้นวงรีและ
เ ส้ น โ ค้ ง เ ป น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์

ขันตอนที 3 ปรับ ระยะของโครงสร้างวงรี
จ น ไ ด้ สั ด ส่ ว น โ ค ร ง ส ร ้า ง ที ส ม บู ร ณ์

ขันตอนสุดท้าย ใส่รายละเอียด

ขันตอนที 1 ขันตอนที 2 ภาพแสดงการกําหนดเส้น Minor Axis ทีต้องใช้ความชาํ นาญ
ยิ ง ใ ก ล้ ร ะ ดั บ ส า ย ต า เ ส้ น ยิ ง สั น ล ง

จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า ภ า พ แ ก้ ว นี จ ะ ป ร ะ ก อ บ ขึ น จ า ก ว ง ร ี
แ ล ะ เ ส้ น โ ค้ ง โ ด ย ว ง ร ีที อ ยู่ ใ ก ล้ เ ส้ น ร ะ ดั บ ส า ย ต า
ทีสุดจะมี Minor Axis ทีแคบ เมือตําลงหรือ
ไกลระดับสายตามากขึนจะทําให้เส้น Minor
Axis กว้างขึนเปนลําดับ

ภ า พ ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ก า ร ว า ด ว ง ก ล ม - ว ง ร ีสู่ ก า ร ว า ด แ ก้ ว ไ ว น์ ที มี

ขันตอนที 3 ขั น ต อ น สุ ด ท้ า ย สั ด ส่ ว น แ ต ก ต่ า ง กั น 29

ภ า พ นี แ ส ด ง โ ค ร ง ส ร ้า ง รู ป ร ่า ง ที ซ่ อ น อ ยู่
ในเส้นโค้งเช่น วงกลมวงรี

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทีได้จากการฝกลากเส้นโค้ง วงกลม-วงรี

ภ า พ ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ก า ร ว า ด ว ง ก ล ม - ว ง ร ีสู่ ก า ร ว า ด ข ว ด นํา ส รุ ป
ก า ร ล า ก เ ส้ น เ ป น พื น ฐ า น ข อ ง ก า ร ส เ ก็ ต ช์ ที ต้ อ ง
จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า ห า ก ผู้ เ ร ีย น เ ข้ า ใ จ ใ น ห ลั ก ก า ร ฝกฝนอย่างเชียวชาญ ก่อนการประกอบเส้น
ส เ ก็ ต ช์ เ ส้ น แ ก น ห ลั ก แ ล ะ แ ก น ร อ ง ข อ ง ว ง ร ี ให้มีทิศทางตามหลักการทัศนียภาพต่อไป และ
ดีแล้ว จะสามารถสเก็ตช์ภาพรูปทรงกระบอก จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า แ ค่ เ พี ย ง ฝ ก ฝ น ก า ร ล า ก เ ส้ น ต ร ง
ห ร ือ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที มี พื น ฐ า น จ า ก ท ร ง ก ร ะ บ อ ก ใ ห้ เส้นโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ผู้เรียน
มีทิศทางตังหรือ ล้มเอียงได้อย่างหลากหลาย ส า ม า ร ถ ป ร ะ ยุ ก ต์ ต่ อ ใ ห้ เ กิ ด ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที มี พื น
ช่ ว ง ส ร ้า ง ค ว า ม น่ า ส น ใ จ แ ล ะ อ า ร ม ณ์ ใ ห้ เ กิ ด ขึ น ฐานจากรูปทรงกระบอก ทรงกลมได้อย่าง
กั บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ไ ด้ เ ป น อ ย่ า ง ดี สวยงามได้อย่างง่ายดาย การฝกฝนลากเส้น
จึงเปนพืนฐานทีดีทีนักออกแบบ หรือนัก
30 ส ร ้า ง ส ร ร ค์ ค ว ร ฝ ก ฝ น เ พื อ เ ป น พื น ฐ า น ก า ร
สือสารไอเดีย แนวความคิด และการผลิตได้

บทที 3 และศิลปนผู้โด่งดังในยุคฟนฟู ศิลปวิทยาตอน
สูง (High Renaissance) ลีโอนาร์โด
หลักการสเก็ตช์ (Leonardo), ราฟาเอล (Raphael) และ ปเอ
ทัศนียภาพเส้นตรง โร เดลลา ฟรันเชสกา (Piero della
Francesca) เปนต้น โดยแบ่งด้วย
ทัศนียภาพเบืองต้น (Perspective View) ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ขี ย น ที แ ต ก ต่ า ง กั น ไ ป ต า ม จุ ด ม อ ง
เมือฝกลากเส้นจนมีความมันใจเปนอย่าง (Vanishing Points) ดังต่อไปนี
ดีแล้ว จึงเริมฝกการวาดทัศนียภาพ โดย
ทั ศ นี ย ภ า พ เ ป น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ภ า พ ที ใ ก ล้ เ คี ย ง กั บ 1. ทัศนียภาพแบบ 1 จุ ด (1 Point
สายตาของมนุษย์มากทีสุด มีตําแหน่งของ Perspective) แนวทางการฝกฝนจะเริมต้น
การมองเปน 3 ตําแหน่งคือ การมองช้อนขึน จากการวาดกล่องให้มีความแม่นยาํ ก่อน โดย
เห็นใต้วัตถุเรียกกว่า Worm Eye View หรือ ทัศนียภาพแบบ 1 จุดนี จุด Vanishing Point
Bottom View การมองระดับเดียวกับวัตถุ หรือจุด V.P.จะตังอยู่บนเส้นระดับสายตาหรือ
เรียกว่า Man Eye View หรือ Normal View เส้น Horizontal Line โดยรูปแบบของกล่อง
สุดท้าย การมองก้มลงเห็นด้านบนของวัตถุ จะเปนเส้นขนานกันใน 2 แกน ได้แก่ แกน X
เรียกว่า Bird Eye View หรือ Above View และแกน Y หรือแกนตังและนอน เส้นแกน
โ ด ย วิ ธี ก า ร เ ขี ย น ทั ศ นี ย ภ า พ มี พั ฒ น า ก า ร ม า ของความลึกหรือแกน Z จะพุ่งเข้าหาจุดเสมอ
ย า ว น า น จ า ก ศิ ล ป น แ ล ะ นั ก คิ ด ฝ ง ต ะ วั น ต ก ส่ ว น นี เ ป น ก ฎ เ ห ล็ ก ข อ ง ก า ร ว า ด ทั ศ นี ย ภ า พ
ได้แก่ บรูเนลเลสกี และ อัลแบร์ตี ศิลปนเกือบ แบบ 1 จุด
ทุ ก ค น ใ น ฟ ล อ เ ร น ซ์ แ ล ะ เ มื อ ง อื น ใ น อิ ต า ลี ต่ า ง ก็
พยายามนาํ เสนอวัตถุสามมิติ โดยใช้ ทัศนียภาพประกอบด้วยเส้นระดับสายตา Horizontal Line
ทั ศ นี ย ภ า พ ข อ ง เ ร ข า ค ณิ ต ใ น ภ า พ ว า ด ข อ ง ต น
ตังแต่ โดนาเตลโล (Donatello), มาโซลีโน
(Masolio) และ ปาโอโล อุ ชเชลโล (Paolo
Uccello) ไปจนถึง เปรูจีโน (Perugino)

(H.L.) และจุดสายตา Vanishing Point (V.P.) 31

ภ า พ ตั ว อ ย่ า ง ภ า พ ส เ ก็ ต ช์ ต ก แ ต่ ง ภ า ย ใ น ห้ อ ง ด้ ว ย
ทัศนียภาพ 1 จุด

32

2. ทัศนียภาพแบบ 2 จุ ด (2 Point
Perspective) เปนการวาดทัศนียภาพทีมี
แกน Y หรือ แกนตังขนานกันทังภาพเพียง
แกนเดียว แกนอืนๆจะวิงเข้าหาจุด
Vanishing Points ทีมีอยู่ทัง 2 จุดทีอยู่บน
เส้นระดับสายตาหรือเส้น Horizontal Line
เสมอ ลักษณะของภาพทีได้จะมีความใกล้
เ คี ย ง กั บ มุ ม ม อ ง ข อ ง ม นุ ษ ย์ ม า ก ก ว่ า
ทัศนียภาพแบบจุดเดียว ดังภาพ

ภาพทัศนียภาพแบบ 2 จุด (2 Point Perspective) ภาพตัวอย่างทัศนียภาพแบบ 2 จุด (2 Point Perspective)

33

3. ทัศนียภาพแบบ 3 จุ ด (3 Point ทัศนียภาพแบบ 3 จุดเมือจุด V.P.3 อยู่ข้างล่าง เปนมุมนกมอง
Perspective) เปนการวาดทัศนียภาพทีมี (Bird Eye View)
จุดVanishing Points 2 จุด ตังอยู่บนเส้น
ระดับสายตาหรือเส้น Horizontal Line
เสมอ แต่จะมีจุด Vanishing Point เพิมอีก
จุด ด้านบนหรือด้านล่างก็ได้ขึนอยู่กับความ
ต้องการของผู้วาดภาพ ว่าจะให้เปนมุมมอง
แบบมองขึนหรือมองลงล่าง ลักษณะของ
ภ า พ ที ไ ด้ จ ะ มี ค ว า ม ใ ก ล้ เ คี ย ง มุ ม ม อ ง ข อ ง
มนุษย์มากทีสุด ดังภาพ

ทัศนียภาพแบบ 3 จุดจะคล้ายการเขียน 2 จุดจะต่างกันตรงที ภาพตัวอย่างภาพทัศนียภาพแบบ 3 จุด
เส้นตังจะลากไปยังจุด V.P.3
ภาพตัวอย่างภาพทัศนียภาพแบบ 3 จุด
34 แ ส ด ง ก า ร ส เ ก็ ต ช์ เ ค ร ือ ง เ ห ล า ดิ น ส อ

4. การสเก็ตช์ภาพกล่องในมุมมองต่างๆ
เ มื อ ฝ ก ฝ น ก า ร ว า ด ทั ศ นี ย ภ า พ จ า ก โ ค ร ง ส ร ้า ง
จุดและเส้นต่างๆได้อย่างแม่นยาํ แล้ว การ
ฝ ก ฝ น ต่ อ ม า คื อ ก า ร ฝ ก ส เ ก็ ต ช์ ภ า พ
โ ค ร ง ส ร ้า ง ก ล่ อ ง ลู ก บ า ศ ก์ ใ น มุ ม ม อ ง ต่ า ง ๆ
เพือให้ไร้ข้อจาํ กัดในเรืองของมุมมอง
ทิศทาง ของทัศนียภาพ โดยฝกเขียนในมุม
มองต่างๆตังแต่ 1,2,3 จุด โดยจินตนาการ
ถึ ง ก า ร ล า ก เ ส้ น ร ะ ดั บ ส า ย ต า แ ล ะ จุ ด ส า ย ต า ใ น
ส ม อ ง ฝ ก เ ขี ย น ก ล่ อ ง ต า ม ห ลั ก ก า ร นี ใ ห้ ค ล่ อ ง

ภ า พ ส เ ก็ ต ช์ เ ก้ า อี จ า ก โ ค ร ง ส ร ้า ง ก ล่ อ ง
การใส่รายละเอียดโครงสร้างของกล่องในมุมมองต่างๆ ให้เกิด

เ ป น เ ป น โ ค ร ง ส ร ้า ง ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ใ น มุ ม ม อ ง ต่ า ง ๆ

ก า ร ส เ ก็ ต ช์ โ ค ร ง ส ร ้า ง รู ป ท ร ง ที ม า จ า ก รู ป ท ร ง
ต่างๆ ซึงมีความสัมพันธ์กับการผลิต
โครงสร้างรูปทรงและโครงสร้างของ
ผลิตภัณฑ์ เช่น ทรงกระบอกมาจากการกลึง
การหมุน รูปทรงอิสระ จากการปนหรือแกะ
สลัก เปนต้น ดังตัวอย่างต่อไปนี

ภ า พ ก า ร ฝ ก ว า ด ก ล่ อ ง ใ น มุ ม ม อ ง ต่ า ง ๆ

35

พื น ฐ า น ก า ร ร่ า ง ภ า พ รู ป ท ร ง
1 รูปทรงเรขาคณิต (Geometric Form) เปนรูปทรงพืนฐานเรขาคณิต ทีสามารถร่างแบบ
ผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบทีสุด โดยส่วนใหญ่จะร่างโครงสร้างรูปทรงเปนกล่อง
สีเหลียมลูกบาศก์ขึนมาก่อน จากขึนจึงเพิมเติมรูปทรงเรขาคณิตอืนๆเอาไปอีกที หรือใช้การ
วัดระยะเพือเพิมระยะให้รูปทรง

รู ป แ ส ด ง ก า ร ร ่า ง รู ป ท ร ง เ ร ข า ค ณิ ต

36

2. การร่างรูปทรงทีเกิดจากการกลึงหรือ 3. การร่างรูปทรงทีเกิดจากการยืดจากสอง
ห มุ น จ า ก ศู น ย์ ก ล า ง ข อ ง วั ต ถุ เ ป น ว ง ก ล ม มิติเปนสามมิติ (Extrude Form)
(Lathe Form) เ ห ม า ะ กั บ ก า ร ร ่า ง ทั ศ นี ย ภ า พ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที ขึ น รู ป
ด้วยการฉลุขนานไปทางความลึก เช่นปายที
ร ะ ลึ ก

ภ า พ ก า ร ห มุ น เ ส้ น ข อ บ น อ ก ร อ บ เ ส้ น ศู น ย์ ก ล า ง ข อ ง วั ต ถุ ภาพการยืดวัตถุ

4. การร่างรูปทรงทีเกิดจากการลากเส้น
เ ชื อ ม ห น้ า ตั ด วั ต ถุ ไ ป ต า ม เ ส้ น แ ก น ก ล า ง
(Tubes with Curvature Form)

ภ า พ ก า ร ร ่า ง ทั ศ นี ย ภ า พ ข อ ง แ จ กั น ก า ร ร ่า ง รู ป ท ร ง ที เ กิ ด จ า ก ก า ร ล า ก เ ส้ น เ ชื อ ม ห น้ า ตั ด วั ต ถุ ไ ป ต า ม

ภ า พ ก า ร ร ่า ง ทั ศ นี ย ภ า พ แ จ กั น ภ า พ ก า ร ร ่า ง
ภ า พ จ า ก ว ง ร ีที มี เ ส้ น แ ก น ร อ ง แ ค บ ล ง เ ร ือ ย ๆ
ดังรูป 1 จากนันเชือมเส้นโค้งด้วยวิธีการ
กําหนดจุด 3 จุดแล้วลากเส้นเชือม จากนัน
จึงลงนาํ หนักเข้มสุดอีกครัง

เส้นแกนกลาง 37

5. การร่างรูปทรงอิสระ (Freeform) จะมี ภ า พ แ ส ด ง รู ป ท ร ง อิ ส ร ะ ที มี แ ร ง บั น ด า ล ใ จ ม า จ า ก ก้ อ น หิ น
ร ะ ดั บ ค ว า ม ย า ก ใ น ก า ร ร ่า ง ภ า พ ม า ก ที สุ ด
จาํ เปนต้องสังเกตและฝกฝนเปนอย่างมาก และสวยงามแล้ว ความเข้าใจในบริบทของรูป
รูปทรงอิสระนีไม่ตายตัว สามารถขึนรูปโดย ทรง ได้แก่ เท่ากันทัง 2 ข้างหรือไม่
การลากเส้นอิสระได้เลย เช่น การวาด (Symmetry) หรือสอดคล้องกับการผลิตรูป
ดอกไม้ใบไม้ปลอม หรือวัสดุจากธรรมชาติ แบบใดเช่น การยืด (Extrude) การหมุน
เช่นกิงไม้ เถาวัลย์ ไม้ไผ่ เปนต้น หรือจะขึน (Lathe) การเชือมหน้าตัด หรือรูปทรงอิสระ
รู ป ท ร ง จ า ก โ ค ร ง ส ร ้า ง เ ร ข า ค ณิ ต ก่ อ น ก็ ไ ด้ จ ะ ล้วนมีวิธีการสเก็ตช์ทีแตกต่างกัน การทราบ
เห็นภาพรวมของรูปทรงทังหมดก่อน จาก บ ร ิบ ท ข อ ง ก า ร ผ ลิ ต ป ร ะ ก อ บ กั บ ก า ร ส เ ก็ ต ช์ จ ะ
นั น จึ ง เ พิ ม เ ติ ม ร า ย ล ะ เ อี ย ด จ ะ ทํา ใ ห้ ล ด โ อ ก า ส ทํา ใ ห้ ก า ร ส เ ก็ ต ช์ ส า ม า ร ถ อ้ า ง อิ ง ก า ร ผ ลิ ต ไ ด้
ก า ร เ กิ ด ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด แ ล ะ ส า ม า ร ถ พั ฒ น า สู่ เ ท ค นิ ค ส เ ก็ ต ช์ ที มี วิ ธี ก า ร
ทีง่ายและสอดคล้องกับการผลิต การเริมต้น
รูปทรงอิสระทีมีแรงบันดาลใจมาจากสิงมีชีวิต ร่างภาพด้วยวิธี ฝ ก ฝ น จึ ง ค ว ร ศึ ก ษ า รู ป ท ร ง อ า จ เ ร ิม จ า ก
อิ ส ร ะ แ ล ะ ขึ น โ ค ร ง ส ร ้า ง เ ร ข า ค ณิ ต โครงสร้างกล่องทีเรียบง่าย ไม่มีความสลับ
ซับซ้อน ก่อนพัฒนาขึนสู่รายละเอียดทีมีความ
ส รุ ป สลับซับซ้อน ซึงต้องใช้เทคนิคการจัดการการ
เมือมีพืนฐานจากการลากเส้นตรง เส้นโค้ง วัดโครงสร้าง การแบ่งระยะ สัดส่วนในบท
วงกลม วงรี ประกอบกับความเข้าใจในหลักกา เ ร ีย น ถั ด ไ ป
รสเก็ตช์ทัศนียภาพ เพือประกอบเส้นต่างๆเข้า
กับทิศทางทีนักออกแบบกําหนด เพือลวงตาให้
ผู้ชมเกิดการรับรู้ถึงระยะใกล้ – ไกล ก็สามา
รถสเก็ตช์ภาพ 3 มิติ ออกมาได้อย่างเข้าใจ

38

บทที 4 ก า ร กํา ห น ด ร ะ ย ะ ใ ห้ วั ต ถุ
เ ป น ก า ร ว า ด โ ด ย ใ ช้ ก า ร ป ร ะ ม า ณ ร ะ ย ะ ด้ ว ย ห ลั ก
หกลลั่กองกแารลสะแเกส็ตงช-เ์โงคารงสร้าง การทางเรขาคณิต ระยะทีได้จะเปนระยะทีซาํ ๆ
กันไปตามระบบประสานทางพิกัด หรือ Grid
มุ ม ม อ ง ข อ ง ก ล่ อ ง เ พื อ ป ร ะ ยุ ก ต์ ต่ อ ไ ป ใ น ก า ร ส เ ก ต ซ์ ภ า พ ที มี ค ว า ม
เ มื อ ผู้ เ ร ีย น มั น ใ จ ใ น ก า ร ส เ ก็ ต ช์ ทั ศ นี ย ภ า พ จ า ก สลับ ซับซ้อนขึนไป เริมโดยการเขียนกล่อง
โ ค ร ง ส ร ้า ง เ ส้ น ใ น มุ ม ม อ ง แ ล ะ รู ป แ บ บ ต่ า ง ๆ แรกให้สมบูรณ์ จากนันเขียนเส้นทแยงมุม
ดีแล้ว อาจลดทอนโครงสร้างเส้นออกโดยใช้ เ พื อ ห า จุ ด ศู น ย์ ก ล า ง ข อ ง ก ล่ อ ง ล า ก เ ส้ น ผ่ า น
จิ น ต ภ า พ ถึ ง มุ ม ม อ ง ร ะ ดั บ ต่ า ง ๆ ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป น จุดศูนย์กลางกล่องขนานไปกับขอบบน ขอบ
ด้านบน ด้านข้าง ด้านล่าง ดังภาพด้านซ้าย ล่ า ง ข อ ง ก ล่ อ ง จ า ก นั น ใ ห้ ล า ก เ ส้ น จ า ก มุ ม ก ล่ อ ง
ร ่ว ม กั บ ก า ร ห มุ น ก ล่ อ ง ใ น ร ะ ดั บ อ ง ศ า ที ต่ า ง กั น ผ่ า น เ ส้ น ตั ด กึ ง ก ล า ง ที ตั ด กั บ เ ส้ น สั น ข อ ง ก ล่ อ ง
ดั ง ภ า พ ด้ า น บ น เ กิ ด เ ป น โ ค ร ง ส ร ้า ง ก ล่ อ ง ใ น มุ ม ไ ป ตั ด กั บ สั น อี ก ค ร ัง ห นึ ง จ ะ ไ ด้ ร ะ ย ะ ที เ ท่ า กั น
ม อ ง ต่ า ง ๆ เ พื อ ต่ อ ย อ ด สู่ ก า ร ส เ ก็ ต ซ์ ใ น ร า ย ข อ ง อี ก ก ล่ อ ง
ล ะ เ อี ย ด เ ป น วั ต ถุ ที ห ล า ก ห ล า ย ไ ด้ ต่ อ ไ ป

ภ า พ แ ส ด ง ก า ร วั ด ร ะ ย ะ ด้ ว ย ห ลั ก เ ร ข า ค ณิ ต

ภาพแสดงมุมมองของกล่องเมือมองตามมุมมองซ้ายมือ ด้าน 39
หน้าในมุมมองสูงตํา และด้านข้างในมุมมองเฉียง

ภ า พ แ ส ด ง ก า ร วั ด ร ะ ย ะ ด้ ว ย ห ลั ก เ ร ข า ค ณิ ต ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ กั บ พื น ที

40

ก า ร ร ่า ง ภ า พ ร ถ โ ด ย ใ ช้ ก า ร กํา ห น ด ร ะ ย ะ พิ กั ด

41

ภ า พ แ ส ด ง ตั ว อ ย่ า ง ก า ร กํา ห น ด มุ ม ม อ ง ก ล่ อ ง ช่ ว ย ใ น ก า ร ส เ ก็ ต ช์ ภ า พ ไ ด้
อย่างหลากหลาย

การวาดแสง – เงา การวาดกล่องกับแสงพระอาทิตย์ เกิดเงาตกทอดทีมีลักษณะ
แสงโดยปกติจะมีการแบ่งเปน 2 ประเภท ของเส้นขนาน
ได้แก่ แสงจากธรรมชาติ (Sun Light) และ
แสงทีมนุษย์สร้างขึน (Artificial Light) โดย
แสงทัง 2 ประเภทจะทําให้เกิดรูปแบบของเงา
ที แ ต ก ต่ า ง กั น ไ ป

1. แสงแบบแสงธรรมชาติหรือแสงกลาง
แจ้ง (Sun Light) วิธีการเขียนจะลากเส้นจาก
ฐานของสีเหลียมเปนเส้นขนาน จากนันลาก
เ ส้ น จ า ก มุ ม ด้ า น บ น ข อ ง สี เ ห ลี ย ม เ ป น เ ส้ น เ ฉี ย ง
อ ง ศ า เ ท่ า ใ ด ก็ ไ ด้ ขึ น อ ยู่ กั บ ก า ร กํา ห น ด ตํา แ ห น่ ง
ของแสง

แ ส ง ธ ร ร ม ช า ติ กั บ มุ ม ม อ ง ที สั ม พั น ธ์ กั บ รู ป ท ร ง ต่ า ง ๆ

42

2. แสงสังเคราะห์หรือแสงทีมนุษย์สร้างขึน (Artificial Light) ส่วนใหญ่เปนแสงภายใน
อาคาร หรือภายนอกอาคารในเวลากลางคืน หรือแสงไฟฟานันเอง จะมีแนวทางการวาดโดย
ใช้จุดกําเนิดแสง และตําแหน่งของแสงทีอยู่บนพืนลากเส้นตัดกันดังภาพ

ภ า พ เ ง า จ ะ บ า น อ อ ก จ า ก แ ห ล่ ง กํา เ นิ ด แ ส ง

แสงไฟฟา เมือทําให้เกิดเงากับกล่องตังแต่ 2 ชินขึนไปจะมีเงา 43
ต ก ท อ ด ที มี ลั ก ษ ณ ะ บ า น อ อ ก

ภาพสาธิตองค์ความรู้การสเกตซ์ทีได้มาถึงขันตอนนี ได้แก่
การกําหนดมุมมอง การวัดระยะ การสเกตซ์เส้นโค้ง วงกลม-วงรี

44

ก ร ณี ศึ ก ษ า ก า ร ส เ ก ต ซ์ภ า พ ร ถ จ า ก ภ า พ ด้ า น ส รุ ป
เมือนักออกแบบเข้าใจเรืองการกําหนด
โครงสร้าง สัดส่วน วิธีการวัดระยะต่างๆของ
รูปทรงเรขาคณิตดีแล้ว จะสามารถวาดสเก็ตซ์
ภาพวัตถุรอบข้างได้ทุกสิงทุกอย่าง ไม่มีวัตถุ
สิงใดทีหลักการทัศนียภาพจะจัดการไม่ได้ หาก
สามารถมองเห็นด้วยตาของมนุษย์แล้ว สิงนัน
ส า ม า ร ถ ถ่ า ย ท อ ด อ อ ก ม า ด้ ว ย เ ท ค นิ ค ก า ร ส
เก็ตซ์ได้หมดสิน ดังจะศึกษาวัตถุผลิตภัณฑ์ทีมี
อ ยู่ ร อ บ ตั ว ข อ ง เ ร า ใ น บ ท เ ร ีย น ถั ด ไ ป

ภ า พ ก า ร ส า ธิ ต ก า ร ฝ ก ส เ ก ต ซ์ ภ า พ ร ถ ย น ต์

ทั ศ นี ย ภ า พ ภ า พ ที ไ ด้ จ า ก ก า ร ส เ ก ต ซ์ ภ า พ จ า ก ภ า พ ด้ า น ก่ อ น ห น้ า

45

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม

Phil Metzger. (2007). The Art of Perspective: The Ultimate Guide for Artists in
Every Medium.

David Chelsea. (2011). Extreme Perspective! For Artists: Learn the Secrets of
Curvilinear, Cylindrical, Fisheye, Isometric, and Other Amazing Drawing
Systems that Will Make Your Drawings Pop Off the Page.

Scott Robertson. (2013). How To Draw: Drawing And Sketching Objects And
Environments From Your Imagination: Designstudio Press.

รัฐไท พรเจริญ. (2545). เส้นและแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์. พิมพ์ครังที 1 กรุงเทพฯ:
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญีปุน).

รัฐไท พรเจริญ. (2546). เส้นและแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ 2. พิมพ์ครังที 1
กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญีปุน).

อรัญ วานิชกร. (2555). การศึกษากระบวนการเขียนภาพร่างทัศนียภาพเพือการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์ชุมชน. คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร .

อรัญ วานิชกร.(2559). การออกแบบผลิตภัณฑ์ท้องถิน OTOP DESIGN. กรุงเทพฯ : สาํ นัก
พิ ม พ์ แ ห่ ง จุ ฬ า ล ง ก ร ณ์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย .

อรัญ วานิชกร. (2560). การศึกษาเพือสร้างองค์ความรู้การวาดทัศนียภาพด้วยเทคนิคเส้น
ตรงและเส้นโค้ง. ศิลปกรรมสาร, 12(1), 41-62.

อรัญ วานิชกร. (2562). การสร้างสรรค์ประติมากรรมตกแต่งเมืองร่วมสมัย สุขภาพวิถีไทย.
วารสารวิจิตรศิลป, 10(2), 32-58.

อรัญ วานิชกร. (2563). การศึกษาสเก็ตซ์ภาพด้วยสือดิจิทัลเพือการออกแบบ และพัฒนา
ลวดลายผลิตภัณฑ์ตกแต่ง. ศิลปกรรมสาร, 13(2), 84-101.

46


Click to View FlipBook Version