The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารกองทัพไทย เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของกองทัพไทยสู่สาธารณชนสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://bit.ly/3esgAX7

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วารสารกองทัพไทย, 2021-09-13 03:22:16

วารสารกองทัพไทย ฉบับที่ ๑ เดือนตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

วารสารกองทัพไทย เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของกองทัพไทยสู่สาธารณชนสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://bit.ly/3esgAX7

Keywords: ฉบับที่ ๑,ตุลาคม,ธันวาคม,วารสารกองทัพไทย

๕๐

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนยป์ ฏิบตั กิ ารทนุ่ ระเบดิ แห่งชาติ ศูนยบ์ ัญชาการ
ทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย (ศทช.ศบท.) ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ
โดยกรมองคก์ ารระหวา่ งประเทศ จดั งานประกาศความสาํ เรจ็ ในการปรบั ลดพ้นื ทปี่ นเป้ือน
ทนุ่ ระเบดิ ของประเทศไทยเพมิ่ ขน้ึ อกี ๔ จงั หวดั คอื จงั หวดั เชยี งใหม่ จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน
จงั หวดั ชุมพร และจงั หวดั จนั ทบรุ ี

ในการนี้ พลเอก สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร และนายธานี ทองภักดี

ปลดั กระทรวงการตา่ งประเทศ รว่ มกนั เป็นประธาน โดยมี คณะทตู านทุ ตู ผชู้ ่วยทตู ทหาร
ต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ ผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ รวมทั้งส่ือมวลชนทั้ง
ในประเทศ และตา่ งประเทศ รว่ มเป็นสกั ขพี ยาน ณ วเิ ทศสโมสร กระทรวงการตา่ งประเทศ
เม่ือวนั พธุ ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ทงั้ นี้ เพ่อื สร้างความเช่อื ถอื ให้กบั ประเทศไทย
ในฐานะรฐั ภาคขี องอนสุ ญั ญาหา้ มทนุ่ ระเบดิ สงั หารบคุ คล (ANTI-PERSONNEL MINE
BAN CONVENTION) ทจี่ ะเกบ็ กูท้ นุ่ ระเบดิ สังหารบคุ คล ซ่ึงตกคา้ งจากเหตกุ ารณส์ รู้ บ
ในอดตี ให้หมดไปภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๖

ประเทศไทยตระหนักดีวา ทุนระเบิดสังหารบุคคลเปนอันตรายตอชีวิตของประชาชนผูบริสุทธิ์
สมควรทท่ี กุ ประเทศจะรว มกนั เกบ็ กใู หห มดไปโดยเรว็ ทส่ี ดุ จงึ สมคั รเขา เปน รฐั ภาคอี นสุ ญั ญาหา มทนุ ระเบดิ
สังหารบคุ คล ในป พ.ศ. ๒๕๔๒ และเรมิ่ ทาํ การสาํ รวจผลกระทบจากทุนระเบดิ ทัว่ ประเทศจนแลวเสรจ็
ในป พ.ศ. ๒๕๔๔ พบวา มพี ้ืนท่ีปนเปอนทนุ ระเบิด ๕๓๐ หมูบาน ใน ๒๗ จงั หวัด เปน พืน้ ท่ีรวมกันถึง
๒,๕๕๗ ตารางกิโลเมตร มีผูไดรับผลกระทบประมาณ ๕๓๐,๐๐๐ คน ไดรับบาดเจ็บ ๓,๔๖๙ คน
เสยี ชวี ติ ๓๔๖ คน คาดวา จะมผี บู าดเจบ็ และเสยี ชวี ติ จากทนุ ระเบดิ อกี ประมาณปล ะ ๑๗๐ ราย ในฐานะ
รฐั ภาคฯี ประเทศไทยมพี ันธกรณีทีจ่ ะตอ งเกบ็ กูทุน ระเบดิ ตกคา งเหลา นใ้ี หห มดไปภายในเวลา ๑๐ ป
(คอื ป พ.ศ. ๒๕๕๒) ในขณะเดียวกัน ตองใหค วามชว ยเหลอื ผูประสบภยั จากทนุ ระเบิด และแจง เตือน
อันตรายใหกับชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อลดโอกาสเกิดผูประสบภัยรายใหมอีก พันธกรณีเหลานี้เรียก
โดยรวมวา “การปฏบิ ัตกิ ารทนุ ระเบิดเพ่อื มนุษยธรรม (Humanitarian Mine Action)”

ÇÒÃÊÒÃ ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๕๑

การเกบ็ กทู นุ ระเบดิ เปน งานทย่ี ากลาํ บาก และทา ทาย แมว า ประเทศไทยจะไดท มุ เทความพยายาม
ทกุ วถิ ที าง แตก ไ็ มส ามารถดาํ เนนิ การใหแ ลว เสรจ็ ไดภ ายในกาํ หนดเวลา (ป พ.ศ. ๒๕๕๒) ดงั นน้ั ประเทศไทย
จงึ ไดข อขยายเวลาฯ คร้ังแรกเปน เวลา ๙ ป ๖ เดอื น (ป พ.ศ. ๒๕๕๒–๒๕๖๑) และดําเนินการมาอยาง
ตอเนื่อง จนเมื่อป พ.ศ. ๒๕๖๒ พบวา มีพื้นที่ปนเปอนทุนระเบิดยังคงเหลือ ๓๖๐ ตารางกิโลเมตร
ใน ๑๑ จังหวัด ประเทศไทยจึงไดข อขยายเวลาฯ อกี ครงั้ หนง่ึ เปน เวลา ๕ ป (ป พ.ศ. ๒๕๖๒–๒๕๖๖)
ศนู ยป ฏบิ ตั กิ ารทนุ ระเบดิ แหง ชาตฯิ ซง่ึ เปน หนว ยงานรบั ผดิ ชอบหลกั ไดจ ดั ทาํ แผนปฏบิ ตั กิ ารระยะเวลา
๕ ป เสนอตอ คณะกรรมการมาตรา ๕ ของอนสุ ญั ญาฯ เมอ่ื เดอื นเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยแบง การปฏบิ ตั ิ
เปน ๒ ขน้ั ขน้ั แรกใชเ วลา ๒ ป (ป พ.ศ. ๒๕๖๒–๒๕๖๓) เปน การสาํ รวจพน้ื ทป่ี นเปอ นทนุ ระเบดิ ใหค รบ
ทกุ พน้ื ท่ี เพอ่ื ระบขุ อบเขตพน้ื ทย่ี นื ยนั วา มที นุ ระเบดิ อยา งชดั เจน ขน้ั ทส่ี องใชเ วลา ๓ ป เปน การกวาดลา ง
สนามทนุ ระเบิดใหห มดไป

ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๕๒

ในหวงป พ.ศ. ๒๕๖๒–๒๕๖๓ หนวยปฏิบัติการทุนระเบิดดานมนุษยธรรมทั้ง ๕ หนวย ซึ่งเปน
เจาหนาที่ฝายทหาร และองคกรปฏิบัติการทุนระเบิดเพื่อมนุษยธรรมภาคเอกชน ไดแก องคการความ
ชว ยเหลอื จากประชาชนนอรเ วย และสมาคมผเู กบ็ กทู นุ ระเบดิ พลเรอื นไทย ไดร ว มกนั สาํ รวจพน้ื ทป่ี นเปอ น
ทนุ ระเบดิ ตามทไ่ี ดร บั มอบหมายดว ยความมงุ มน่ั และเสยี สละ แมจ ะมคี วามยากลาํ บาก และเสย่ี งอนั ตราย
ตอชีวิตของตนเอง ซึ่งประสบผลสําเร็จอยางนาชื่นชม สามารถปลดปลอยพื้นที่ปลอดภัยไดถึง ๒๙๙
ตารางกิโลเมตร เปน ผลงานรอ ยละ ๑๑๑ ของแผนงานที่คาดการณไ ว ในจํานวนนี้ สามารถประกาศ
พื้นที่ปลอดภัยจากทุนระเบิดเพิ่มขึ้นอีก ๔ จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม จังหวัดแมฮองสอน
จงั หวดั ชมุ พร และจงั หวดั จนั ทบรุ ี ทาํ ใหค งเหลอื พน้ื ทป่ี นเปอ นทนุ ระเบดิ อกี ประมาณ ๖๒ ตารางกโิ ลเมตร
ใน ๗ จงั หวดั ไดแ ก จงั หวดั พษิ ณโุ ลก จงั หวดั อบุ ลราชธานี จงั หวดั ศรสี ะเกษ จงั หวดั สรุ นิ ทร จงั หวดั บรุ รี มั ย
จังหวัดสระแกว และจังหวัดตราด ซึ่งปจจัยแหงความสําเร็จนี้เกิดจากการสนับสนุนดานงบประมาณ

ÇÒÃÊÒÃ ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๕๓

อยา งตอ เนอ่ื งจากกองบญั ชาการกองทพั ไทย รวมถงึ การสนบั สนนุ บคุ ลากร และการอาํ นวยความสะดวก
ในการปฏิบัติงานจากกองทัพบก และกองทัพเรือ นอกจากนี้ประเทศไทยยังไดรับการสนับสนุน
และความรวมมือจากมิตรประเทศ อาทิ ประเทศนอรเวย ประเทศญี่ปุน และประเทศสหรัฐอเมริกา
อยา งตอเนอ่ื ง

การจัดงานประกาศความสําเร็จในการปรับลดพ้ืนที่ปนเปอนทุนระเบิดของประเทศไทยในคร้ังนี้
เปนโอกาสทด่ี ใี นการประชาสัมพันธบทบาทของกองทพั ไทยในการปฏิบัติการทนุ ระเบดิ เพ่ือมนุษยธรรม
สรางชื่อเสียง และความนาเชื่อถือใหแกประเทศไทยในเวทีระหวางประเทศในกรอบอนุสัญญาหาม
ทุนระเบิดสังหารบุคคล อยางไรก็ตาม การปฏิบัติงานในหวงเวลาตอไปของ ศูนยปฏิบัติการทุนระเบิด
แหงชาติฯ ยังมีความทาทายที่ตองเผชิญ นอกจากความยากลําบากในการเขาถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน และ
ความหนาแนน ของทนุ ระเบดิ ทอ่ี าจะเปน อนั ตรายตอ เจา หนา ทผ่ี ปู ฏบิ ตั งิ านแลว การสรา งความเขา ใจกบั
หนว ยทหาร และตาํ รวจชายแดนของกมั พชู ากเ็ ปน สง่ิ สาํ คญั ยง่ิ เนอ่ื งจากหลายพน้ื ทท่ี จ่ี ะมกี ารปฏบิ ตั งิ าน
ตอไป สวนใหญยังไมมีการปกปนเขตแดนอยางชัดเจน ซึ่งจะเปนอุปสรรคสําคัญตอความสําเร็จตาม
แผนปฏิบัติงาน ๕ ป (ป พ.ศ. ๒๕๖๒–๒๕๖๖)

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๕๔

บทบาทของ
กองบัญชาการกองทัพไทย
ในการบรรเทาสาธารณภัย

และชวยเหลือประชาชน

✦ กองบรรเทาสาธารณภยั
สํานักปฏิบตั กิ ารกจิ การพลเรอื น
กรมกจิ การพลเรอื นทหาร

ÇÒÃÊÒÃ ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๕๕

“พดู ถงึ ภารกจิ ของทหารนน้ั มหี ลายอยา ง ลว นเกย่ี วขอ งกบั ความเจรญิ
มนั่ คงของประเทศและประชาชน จะตองทาํ งานในทางทเี่ รียกวาเปนหนา ท่ี
โดยตรงของทหาร คือรกั ษาอธปิ ไตยของประเทศ และจะตอ งมหี นาทีท่ ่จี ะ
อมุ ชชู ว ยเหลอื ประชาชน เมอื่ เกดิ ภยั ทง้ั ธรรมชาติ ทง้ั อยา งอน่ื ทหารทง้ั หลาย
ไดชว ย โดยเฉพาะยามมีภัยธรรมชาติ นํา้ ทว ม พายุ หรอื ไฟไหมกไ็ ดอ อกไป
ชวยประชาชนโดยเร็ว ขอนี้ทําใหประชาชนมีขวัญดีขึ้น พนจากอันตราย
พน จากความเดอื ดรอ น และทาํ ใหเ ขามคี วามมน่ั ใจวา เมอ่ื ประสบภยั ใด ๆ กจ็ ะมี
คนทจ่ี ะไปชวย”

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชในพธิ ปี ระดบั ยศ
และพระราชทานสญั ญาบตั รยศแกน ายทหารชน้ั นายพล ณ ศาลาดสุ ดิ าลยั เมอ่ื วนั ท่ี ๒๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐

ปจ จบุ นั ประเทศไทยประสบกบั สาธารณภยั หรอื ภยั พบิ ตั บิ อ ยครง้ั รนุ แรง และ
ยาวนานมากขน้ึ ซง่ึ สาธารณภยั ไดแ ก “อคั คภี ยั วาตภยั อทุ กภยั ภยั แลง โรคระบาด
มนษุ ย โรคระบาดสตั ว โรคระบาดสตั วน า้ํ การระบาดของศตั รพู ชื ตลอดจนภยั อน่ื ๆ
อันมีผลกระทบตอสาธารณชน ไมวาเกิดจากธรรมชาติ มีผูทําใหเกิดขึ้น อุบัติเหตุ
หรอื เหตอุ น่ื ใด ซง่ึ กอ ใหเ กดิ อนั ตรายแกช วี ติ รา งกายของประชาชน หรอื ความเสยี หาย
แกท รพั ยส นิ ของประชาชน และของรฐั รวมทง้ั ใหห มายความถงึ ภยั ทางอากาศ และ
การกอ วนิ าศกรรมดว ย” ทั้งน้ีตามพระราชบญั ญัติปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
พ.ศ. ๒๕๕๐ ตรงทาย ระบุ “ภัยอื่น ๆ อันมีผลกระทบตอสาธารณชน ไดแก
แผนดินถลม ไฟปา แผนดินไหว คลื่นยักษ ภัยหนาว ภัยฟาผา ภัยจากสารเคมี
และวัตถุอันตราย อาคารถลม ภัยจากการคมนาคมขนสง ฯลฯ” โดยประเทศไทย
ไดใหความสําคัญกับการจัดการดานสาธารณภัย อันมี “กรมปองกันและบรรเทา
สาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปน หนว ยงานกลางรบั ผิดชอบในภาพรวม
และมีกองทัพไทยเปนหนวยงานสนับสนุนหลักในการบริหารจัดการภัยพิบัติของ
ประเทศ”
กองทัพไทยกับการบรรเทาภยั พิบตั ิและชวยเหลอื ประชาชน

สาํ หรบั ดา นการทหารนน้ั การบรรเทาภยั พบิ ตั แิ ละชว ยเหลอื ประชาชนถอื เปน
งานการปฏบิ ตั กิ ารทางทหารนอกเหนอื การสงคราม (Military Operations Other
than War: MOOTWAR) ซง่ึ ปจ จบุ นั กองทพั ไดเ ขา มามบี ทบาทในงานดงั กลา วมากขน้ึ
เนอ่ื งจากมคี วามพรอ มท้งั ในดา นกาํ ลังพล ยทุ โธปกรณ ระเบียบวนิ ยั และการบงั คับ
บญั ชาสง่ั การ นอกจากน้ี กองทพั ยงั มหี นว ยงานทก่ี ระจายออกไปในแตล ะภมู ภิ าคอยา ง
ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงทําใหมีศักยภาพในการสนับสนุนงานดานการบรรเทา
สาธารณภยั และชว ยเหลอื ประชาชนไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ทง้ั นบ้ี ทบาทและหนา ท่ี
ของกองทพั ไดถ กู กาํ หนดไวใ นรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ และ
ในพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ ไดกําหนด

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๕๖

บทบาทหนา ทข่ี องทหาร “พฒั นาประเทศเพอ่ื ความมน่ั คงตลอดจนสนบั สนนุ ภารกจิ
อื่นของรัฐในการพัฒนาประเทศ การปองกันและแกไขปญหาจากภัยพิบัติ และ
การชวยเหลือประชาชน” อีกดว ย ซ่ึงกระทรวงกลาโหม ไดมีการจัดต้งั ศนู ยบ รรเทา
สาธารณภยั กระทรวงกลาโหม (ศบภ.กห.) ขึ้นเพือ่ ใหก ารปฏิบตั งิ านในการปองกนั
แกไ ข และบรรเทาสาธารณภยั รวมทง้ั การชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั พบิ ตั ขิ องกระทรวง
กลาโหมเปน ไปดว ยความเรยี บรอ ย และมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยกาํ หนดโครงสรา งการจดั
ศูนยบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหมและสวนราชการที่เกี่ยวของ รวมทั้งได
ดําเนินการจัดทําแผนบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ๒๕๕๘ เพ่อื รองรับ
การปฏิบตั งิ านในสว นทเี่ กี่ยวของ

✮ การจัดโครงสรางศูนยบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม

กองบัญชาการกองทพั ไทยกบั การบรรเทาภัยพบิ ตั แิ ละชว ยเหลอื ประชาชน
ในสว นของกองบญั ชาการกองทัพไทย ไดม ีการจดั ตง้ั ศนู ยบรรเทาสาธารณภัย

กองทพั ไทย (ศบท.ทท.) ตามคาํ สง่ั กองทพั ไทย โดยมอบใหศ นู ยบ ญั ชาการทางทหาร
กองบัญชาการกองทัพไทย (ศบท.บก.ทท.) ทําหนาที่เปนศูนยบรรเทาสาธารณภัย
กองทพั ไทย และศนู ยบ ญั ชาการทางทหาร กองบญั ชาการกองทพั ไทย โดยมผี บู ญั ชาการ
ทหารสงู สดุ เปน ผอู าํ นวยการศนู ย และมเี จา กรมกจิ การพลเรอื นทหาร เปน เลขานกุ าร
ซึ่งมกี ารกาํ หนดโครงสรา งการจดั ศนู ยบ รรเทาสาธารณภยั กองทพั ไทย และสว นราชการ
ทเ่ี กย่ี วขอ ง นอกจากน้ี ไดม กี ารจดั ทาํ แผนบรรเทาสาธารณภยั กองทพั ไทย ๒๕๖๐ ขน้ึ
เพื่อรองรับแผนบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ๒๕๕๘ และสอดคลองกับ
แผนการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพอ่ื ใหส ว นราชการใน
กองบญั ชาการกองทพั ไทย และเหลา ทพั ใชเ ปน กรอบแนวทางในการบรรเทาสาธารณภยั
รว มกบั สว นราชการอน่ื ๆ

ÇÒÃÊÒÃ ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๕๗

ศูนยบรรเทาสาธารณภัย กองทัพไทย นับเปนหนึ่งในกลไกที่เกี่ยวของกับ
การบริหารจัดการภัยพิบัติที่สําคัญยง่ิ ประกอบดวย ศูนยบรรเทาสาธารณภัย
กองบัญชาการกองทัพไทย (ศบภ.บก.ทท.) ศูนยบรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก
(ศบภ.ทบ.) ศูนยบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (ศบภ.ทร.) และศูนยบรรเทา
สาธารณภยั กองทัพอากาศ (ศบภ.ทอ.) ซ่งึ กองบัญชาการกองทัพไทย และเหลา ทัพ
มีศักยภาพของหนวยงาน ยุทโธปกรณ และเจาหนาท่ที หาร กระจายครอบคลุม
อยูทั่วประเทศ ดังนั้น เมื่อเกิดภัยพิบัติ ทหารซึ่งเปนหนวยสนับสนุนหลักที่สําคัญ
ตามแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ จึงมักจะเปนหนวยงานที่เขาไป
ปฏิบัติการชวยเหลือประชาชนตามการรองขอจากหนวยงานผูรับผิดชอบในพ้ืนที่
ประสบภยั หรือเมื่อไดรบั การส่งั การจากผูบงั คบั บัญชา รวมถงึ รัฐบาลอยางรวดเรว็
ทั้งนี้การจัดการสาธารณภัยแบงออกเปน ๔ ระดับ ไดแก ระดับ ๑ สาธารณภัย
ขนาดเล็ก ระดับ ๒ สาธารณภยั ขนาดกลาง ระดับ ๓ สาธารณภยั ขนาดใหญ และ
ระดับ ๔ สาธารณภัยขนาดรายแรงอยางยิ่ง ซึ่งทหารจะปฏิบัติตามแผนที่จัดทํา
โดยคณะกรรมการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั อําเภอ/จังหวัด/ชาติ ตามลําดับ
ซึ่งมีผูแทนฝายทหารรวมเปนกรรมการ หรือตามที่ไดรับการรองขอ อยางไรก็ตาม
หากกรณีที่สถานการณภัยเขาสูระดับ ๓ หรือระดับ ๔ ศูนยบรรเทาสาธารณภัย
กองทพั ไทย จะทาํ หนา ทอ่ี าํ นวยการและสง่ั การเกย่ี วกบั การใชก าํ ลงั พล และเครอ่ื งมอื
ตา ง ๆ ในภาพรวมของกองทพั เพอื่ สนบั สนนุ การแกไ ขปญ หาและชว ยเหลอื ประชาชน
ตามที่กองบัญชาการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ (กปภ.ช.) รองขอ
รวมทัง้ จัดต้ังศูนยบรรเทาสาธารณภยั กองทัพไทยสว นหนา (ศบภ.ทท.สน.) ในพื้นท่ี
ประสบภยั เพอ่ื ประสานการปฏบิ ตั กิ บั พน้ื ทอ่ี ยา งใกลช ดิ พรอ มทง้ั รายงานการปฏบิ ตั ิ
ใหศูนยบรรเทาสาธารณภยั กระทรวงกลาโหม (ศบภ.กห.) ทราบ

✮ โครงสรางการจัดศูนยบรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยและสวนราชการที่เกี่ยวของ

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๕๘

ขดี ความสามารถของกองบัญชาการกองทัพไทยในการบรรเทาภยั พิบัติ
และชวยเหลือประชาชน

ตามโครงสรางการจัดศนู ยบรรเทาสาธารณภยั กองบัญชาการกองทพั ไทย มี
ศูนยบรรเทาสาธารณภัยหนวยขึ้นตรง กองบัญชาการกองทัพไทย (นขต.บก.ทท.)
เปน กลไกสาํ คญั ในการดาํ เนนิ งานในพน้ื ท่ี โดยมี หนว ยบญั ชาการทหารพฒั นา (นทพ.)
เปน หนว ยปฏบิ ตั หิ ลกั โดยหนว ยบญั ชาการทหารพฒั นาถอื เปน กลไกหลกั ของกองทพั
ในการปฏิบัติภารกิจพัฒนาประเทศและบรรเทาสาธารณภัย โดยมี ๕ สํานักงาน
พัฒนาภาค (สนภ.) และ ๓๐ หนว ยพฒั นาการเคลือ่ นท่ีกระจายอยทู ั่วประเทศ

โดยมี หนว ยบรรเทาสาธารณภยั เคล่อื นทเ่ี รว็ ระดบั หนว ยพฒั นาการเคลอ่ื นท่ี
(ศบภ.นพค.) จาํ นวน ๓๐ หนว ย โดยจดั กาํ ลงั พลและยทุ โธปกรณใ นขดี ความสามารถ
ของหนว ย ประกอบดวย กําลงั พลชดุ ละ ๑๒ นาย (๒ ชดุ ) ปฏบิ ตั งิ านผลดั ละ ๗ วนั
พรอ มรถ/ยทุ โธปกรณบ รรเทาสาธารณภยั อาทิ รถบรรทกุ นา้ํ รถตกั บรรทกุ ถอื เปน
ชดุ กภู ยั เพอ่ื ชว ยเหลือผูประสบภยั ในระดับพืน้ ที่

หนว ยบรรเทาสาธารณภยั ระดบั สาํ นกั งานพฒั นาภาค (ศบภ.สนภ.) จาํ นวน
๖ หนว ย โดยจดั กําลังพลและยุทโธปกรณใ นการบรรเทาสาธารณภัยจาก สาํ นักงาน
พฒั นาภาค ๑ ถึง ๕ ประกอบดวย กําลงั พล ๔๕ นาย พรอ มรถ/ยุทโธปกรณบรรเทา
สาธารณภัย อาทิ รถกูภัยเคลื่อนที่เร็ว รถครัวสนาม รถประปาสนาม และรถวาง
สะพานเครื่องหนุนมั่น เปนตน จัดเปนหนวยบรรเทาสาธารณภัยในการชวยเหลือ
ผูประสบภยั ในระดบั ภาค

หนว ยบรรเทาสาธารณภยั ระดบั หนว ยบญั ชาการทหารพฒั นา (ศบภ.นทพ.)
จํานวน ๑ หนวย ประกอบดวย กําลงั พล ๔๙ นาย พรอ มท้งั ยทุ โธปกรณพิเศษจาก
สํานักงานสนับสนุนหนวยบัญชาการทหารพัฒนา อาทิ เครื่องผลักดันนํ้า รถยนต
ตรวจการณ และรถบรรทุกขนาดใหญ เปนตน จัดเปนหนวยบรรเทาสาธารณภัย
เครื่องมือพิเศษเพื่อใหการชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั โดยการอาํ นวยการในภาพรวมของ
ศนู ยบ รรเทาสาธารณภยั หนว ยบัญชาการทหารพฒั นา

✮ โครงสรางการจัดศูนยบรรเทาสาธารณภัยหนวยบัญชาการทหารพัฒนา

ÇÒÃÊÒÃ ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๕๙

นอกจากนี้ ในดานการเตรียมความพรอมของกองบัญชาการกองทัพไทยนั้น
ไดม กี ารจดั ตง้ั ศนู ยฝ ก บรรเทาสาธารณภยั หนว ยบญั ชาการทหารพฒั นา หรอื ศฝภ.นทพ.
ท่ี อาํ เภอพนมสารคาม จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา เพอ่ื ดาํ เนนิ การฝก อบรมและพฒั นาบคุ ลากร
ของหนว ยบญั ชาการทหารพฒั นาใหม คี วามรคู วามชาํ นาญ และมมี าตรฐานการปฏบิ ตั ิ
งานดานการบรรเทาสาธารณภัยที่เปนสากล การจัดสงกําลังพลเขารับการศึกษา
ในหลกั สตู รตา ง ๆ ทง้ั ในประเทศ และตางประเทศ การฝก รว ม/ผสมทัง้ ในประเทศ
และตางประเทศ

ปจ จบุ นั ศนู ยฝ ก บรรเทาสาธารณภยั หนว ยบญั ชาการทหารพฒั นามสี ถานกี ารฝก
๗ สถานี ไดแ ก สถานฝี ก สง ทางอากาศ สถานฝี ก แผน ดนิ ไหวและอาคารถลม สถานี
ฝกอุทกภัย สถานีฝกดนิ โคลนถลม สถานฝี ก รถวางสะพาน สถานีฝก อัคคีภยั และ
สถานีฝก สารเคมีร่วั ไหล เพอื่ รองรบั การฝกทัง้ ในประเทศ และมิตรประเทศ
ผลการดําเนินงานของกองบญั ชาการกองทัพไทยที่ผา นมา

ศูนยบรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการกองทัพไทยไดดําเนินงานตาม
“การจัดการความเสี่ยงจาก สาธารณภยั (Disaster Risk Management: DRM)”
ประกอบดวย การลดความเสีย่ งจากสาธารณภยั (Disaster Risk Reduction: DRR)
ไดแ ก การปอ งกนั การลดผลกระทบ และการเตรยี มความพรอ ม ควบคกู บั การจดั การ
ในภาวะฉกุ เฉนิ ไดแ ก การเผชญิ เหตุ และการบรรเทาทกุ ข รวมถงึ การฟน ฟู เพอ่ื เปน
การแกปองกนั และจดั การกับงานดา นภยั พิบัติไดอ ยางยง่ั ยืน โดยเขา ไปดําเนินงาน
ทั้ง ๓ ชวงของการเกิดภัย ไดแก กอนเกิดภัย (การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย)
ระหวางเกดิ ภัย (การจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ) และหลังเกดิ ภัย (การฟน ฟู) ดังนี้

กอ นเกดิ ภัย (การลดความเส่ยี งจากสาธารณภัย)
ในการเตรยี มความพรอ มรบั มอื กบั สาธารณภยั กองบญั ชาการกองทพั ไทยไดม ี
การฝกเพ่ือพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถใหกับหนวยทหารในแตละระดับ
ทั้งฝกภายในประเทศ ที่เปนการฝกการชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติระหวางหนวย
ทหารกบั หนว ยทหาร และการฝกรวมกันระหวา งหนว ยทหารกบั พลเรือน อาทิ
การฝกที่กองบัญชาการกองทัพไทยเปนเจาภาพ โดยมี กรมกิจการ
พลเรือนทหาร เปนฝายอํานวยการ ไดแก การฝกบรรเทาสาธารณภัยรวม เพื่อ
ฝกทดสอบขีดความสามารถ ความพรอมของกําลังพล และยุทโธปกรณทางทหาร
ในการสนับสนนุ รัฐบาลในสถานการณภยั พิบัตคิ วามรนุ แรงระดบั ๓ และ ๔ เปน ตน
การฝกที่กองบัญชาการกองทัพไทยเขารวม ไดแก การซอมบริหาร
วิกฤตการณระดับชาติ (Crisis Management Exercise: CMEX) การฝก
การปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ (Integrated Disaster
Management Exercise (IDMEx) เปนตน ซึ่งกรมกิจการพลเรือนทหาร
และหนว ยบญั ชาการทหารพัฒนา ไดสง เจา หนา ทเี่ ขารวมการฝก และสังเกตการณ
การฝก ทุกครง้ั

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๖๐

การฝกรวม/ผสมกับตางประเทศ รวมถึงการประชุมกับกองทัพตางประเทศ
เพอ่ื จดั ทาํ แนวทางปฏบิ ตั ริ ว มกนั อาทิ การฝก รว มและผสมในการบรรเทาสาธารณภยั
กับกองทัพมาเลเซีย หรือ JCEX THAMAL การฝกดานการใหความชวยเหลือ
ดานมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ในกรอบการฝกคอบราโกลด ไดแก
การแกปญหาบนโตะในการชวยเหลือดานมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย
(HADR TTX) และการสาธิตสถานีฝก (HADR DEMO) และโครงการ Pacific
Partnership เปนตน

ระหวางเกดิ ภยั (การจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ )
จากสถานการณส าธารณภยั ทเ่ี กดิ ในประเทศไทยในปท ผ่ี า นมา กองบญั ชาการ
กองทพั ไทย ไดเ ขา มามสี ว นสาํ คญั ในการใหค วามชว ยเหลอื ประชาชนในพน้ื ทป่ี ระสบภยั
ทั้งนี้ กรมกิจการพลเรือนทหาร โดยกองบรรเทาสาธารณภัย สํานักปฏิบัติการ
กิจการพลเรือน (กบภ.สกร.กร.ทหาร) ไดมีการติดตามสถานการณขอมูลปริมาณ
นํ้าฝน ขอมูลความเสียหาย และความเดือดรอนของประชาชนในพื้นที่ โดยจัดทํา
รายงานสถานการณเพื่อนําเรียนผูบังคับบัญชา และแจงเตือนหนวยทหารในพื้นท่ี
การประสานหนว ยงานภาครัฐ เอกชน และทอ งถ่ิน ใหเ ตรียมความพรอมในการให
ความชว ยเหลอื ประชาชนอยางทันทวงที
อทุ กภยั /ดินโคลนถลม จากสถานการณพายโุ ซนรอน อาทิ พายุฮโี กส โนอึน
และโมลาเบ ท่เี คล่อื นตวั ผา นประเทศไทย ต้ังแตห ว งเดือนสงิ หาคมถงึ เดอื นตลุ าคม
พ.ศ. ๒๕๖๓ สงผลใหเกิดนํ้าทวมฉับพลันและนํ้าปาไหลหลากในหลายจังหวัด
ซึ่งสรางความเดือดรอนตอประชาชนเปนวงกวาง โดยศูนยบรรเทาสาธารณภัย
กองบญั ชาการกองทพั ไทย ศนู ยบ รรเทาสาธารณภยั หนว ยบญั ชาการทหารพฒั นา
ดําเนินการชวยเหลือประชาชน อาทิ การวางกระสอบทรายกั้นแนว การติดตั้ง
เครื่องสูบนํ้าเพอ่ื ระบายนํ้าออกจากพื้นท่ี การจัดตั้งเต็นทเพื่อเปนที่พักชั่วคราว
การเตรียมสิ่งของจําเปนในการยังชีพ การจัดกําลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย
เคลื่อนที่เร็ว รถยนตบรรทุกขนาดใหญ เรือทองแบน การแจกจายถุงยังชีพ และ
นํ้าดื่ม ใหกับผูประสบอุทกภัยจากผลกระทบของพายุโซนรอน “โนอึน” รวมทั้ง
ดําเนินการลอกวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางนํ้า เพื่อเรงการระบายนํ้า
ซง่ึ เปน การบรรเทาความเดอื ดรอ นใหก ับประชาชน
ภัยแลง ในบางพื้นที่ของไทยยังเกิดสภาวะขาดแคลนนํ้าเพื่ออุปโภคบริโภค
ซ่ึงทหารเขาไปมีสวนรวมในการบรรเทาความเดือดรอนใหกับประชาชนในพื้นท่ี
ดว ยการขดุ เจาะบอ น้ําบาดาล การรว มสรา งอาคารกกั เก็บนาํ้ และการแจกจายนํา้
อุปโภคบริโภคแกประชาชนในพื้นที่ อาทิ การจัดกําลังพล และรถประปาสนาม
เคลอ่ื นท่ี ทาํ การผลติ นา้ํ ดืม่ แจกจา ยใหก ับประชาชน
โรคระบาด จากสถานการณโควิด-19 กองบัญชาการกองทัพไทยไดเขามา
มสี ว นรว มทง้ั ในดา นการปอ งกนั และการจดั ชดุ รณรงคป ระชาสมั พนั ธ อาทิ การจดั ทาํ

ÇÒÃÊÒÃ ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๖๑

หนากากผา หนากากกันกระเด็น (face shield) เพอ่ื มอบใหประชาชนและ
เจา หนา ทท่ี ่ปี ฏิบัติงาน การมอบตูอ บฆาเชือ้ ดวยรังสีขนาดใหญ ๑ เครอื่ ง ขนาดเล็ก
๒ เคร่ือง ใหกบั โรงพยาบาลราชบุรี และโรงพยาบาลบา นบงึ การจดั ตัง้ ตูปนสุขของ
หนวยทหารในพื้นที่ โครงการฟารมตัวอยางตามแนวทางพระราชดําริฯ ตานภัย
โควดิ -19 โคก หนอง นา โมเดล ซง่ึ เปน การสรา งอาชพี ใหก บั ประชาชนทก่ี ลบั ภมู ลิ าํ เนา
การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งการสนับสนุนทางการแพทย ณ สถานท่ี
ควบคุมแหงรัฐ (State Quarantine) โรงแรมบางกอกพาเลซ กรุงเทพมหานคร
เพื่อดูแลความปลอดภัย และปองกันการแพรระบาดเชื้อ รวมทั้งดานการคัดกรอง
บุคคลทมี่ ีความเสีย่ งตอการติดเชื้อใหอยใู นพืน้ ที่เหมาะสม
หลังเกิดภัย (การฟน ฟ)ู
หลังสถานการณสาธารณภัยสิ้นสุดลง หนวยทหารในพื้นที่รวมกับหนวยงานอื่น ๆ ทเ่ี กี่ยวของ จะเขาไป
ชวยเหลือประชาชนในการฟนฟูสาธารณูปโภค งานดานการซอมสรางตาง ๆ ที่ไดรับความเสียหาย อาทิ
การสรางบาน การสนับสนุนทางการแพทย การเก็บสิ่งกีดขวาง และการชวยทําความสะอาดพื้นที่สาธารณะ
ทีไ่ ดร ับความเสียหายใหก ับประชาชน
ทั้งนี้ การจัดการภัยพิบัติมีหนวยงานที่เกี่ยวของจํานวนมาก การประสานงานอยางชัดเจนและแมนยํา
จึงเปนเรื่องสําคัญ เพ่อื ใหการจัดการดําเนินไปในทิศทางเดียวกัน หรือมีเอกภาพ (Single of Command)
ตามหลักการการจัดการภัยพบิ ัติ (Incident Command System: ICS) ทัง้ นี้ ในหวงหลายปท ีผ่ านมาไดเ กดิ
ภัยพิบัติบอยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้น ทําใหหนวยงานตาง ๆ ตองรวมกันปฏิบัติงานอยางมากขึ้น ทั้งใน
ดา นการแบง ปนขอมูลขาวสารทเ่ี กย่ี วขอ งกบั สาธารณภยั อาทิ ขอมูลระดับนา้ํ การเกิดแผน ดนิ ไหว ปรมิ าณฝน
เปน ตน ในการนผ้ี บู งั คบั บญั ชาทกุ ระดบั ของกองบญั ชาการกองทพั ไทย ไดใ หค วามสาํ คญั กบั งานดา นการบรรเทา
ภัยพิบัติและชวยเหลือประชาชน ทั้งในหวงกอนเกิดภัยที่มุงเนนในการใชขอมูลที่มีนํามาประเมินสถานการณ
เพอ่ื เฝา ระวงั แจง เตอื น และเตรยี มความพรอ มในการใหค วามชว ยเหลอื ประชาชน อนง่ึ กรมกจิ การพลเรอื นทหาร
อยใู นระหวา งการดาํ เนนิ การจดั ทาํ ระบบฐานขอ มลู เพื่อประเมนิ สถานการณสาธารณภัย/ภัยพิบตั ิดงั กลาวซ่งึ จะ
เพิ่มประสิทธิภาพในการแจงเตือนหนวยตาง ๆ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากสาธารณภัยไดมากขึ้น รวมทั้งกําลัง
ดาํ เนนิ การปรบั ปรงุ แผนบรรเทาสาธารณภยั กองทพั ไทย ๒๕๖๐ รวมทง้ั การปรบั โครงสรา งศนู ยบ รรเทาสาธารณภยั
กองทัพไทย เพื่อสอดคลองกับสถานการณสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ในระหวางเกิดภัย
และหลงั เกดิ ภยั กองบญั ชาการกองทพั ไทยเนน ใหห นว ยทหารในพน้ื ทใ่ี หค วามชว ยเหลอื ประชาชนอยา งทนั ทว งที
อยางไรก็ตาม การดําเนินงานของกองทัพเพียงอยางเดียวอาจไมสามารถชวยเหลือประชาชนในพื้นที่ไดอยาง
ทว่ั ถงึ จงึ ไดด าํ เนนิ การในรปู แบบเครอื ขา ยระหวา งพลเรอื น-ทหาร ทง้ั ในภาครฐั เอกชน ประชาสงั คม และชมุ ชน
โดยมุงเนนความรวมมือจากชุมชนเจาของพื้นที่ อาทิ หนวยงานทหารในพื้นที่เขาไปรวมจัดทําแผนที่ชุมชน
เพื่อทราบขอมลู วงจรภยั พิบตั ิในพน้ื ท่ี แผนท่ที างสูง สถานท่รี วมพล และซกั ซอ มแผนชุมชน เปนตน

แหลง ขอมูล • ศูนยศึกษายุทธศาสตร สถาบนั วิชาการปอ งกนั ประเทศ
• สาํ นกั ราชเลขาธกิ าร
• กระทรวงกลาโหม (กองบรรเทาสาธารณภยั สาํ นักงานกิจการพลเรือน) (ราชกิจจานเุ บกษา)
• กองบรรเทาสาธารณภยั สาํ นักปฏิบัติการกจิ การพลเรือน กรมกจิ การพลเรอื นทหาร
• ศูนยบรรเทาสาธารณภยั กองบัญชาการกองทพั ไทย
• กรมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั กระทรวงมหาดไทย

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๖๒

คนไทยรูสูโคว�ด ไมประมาท
การดอยาตก

✦ นาวาตรีหญงิ ธญั ญพัทธ หิรญั รัศมี
นายทหารเวชกรรมปอ งกัน
สํานักงานแพทยท หาร กรมยุทธบรกิ ารทหาร

สถานการณก ารแพรร ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ยงั คงมี
แนวโนม สงู ขน้ึ เรอ่ื ย ๆ จากขอ มลู ณ วนั ท่ี ๑๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ พบผปู ว ยยนื ยนั สะสม
เปน จาํ นวนท้งั สิน้ เกินกวา ๗๒ ลานคนทว่ั โลก เสียชีวติ กวา ๑.๖ ลานคน โดยประเทศที่
มีจํานวนผูปวยสะสมสูงสุดคือ ประเทศสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือ สาธารณรัฐอินเดีย
สหพันธสาธารณรัฐบราซิล สหพันธรัฐรัสเซีย และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามลําดับ
หากจัดลําดับเฉพาะทางฝงทวีปเอเชีย ประเทศที่มีรายงานพบผูปวยอยางตอเนื่องสูง
ท่สี ุดคอื สาธารณรฐั อินเดยี รองลงมาคือ สาธารณรฐั ประชาชนบงั กลาเทศ สาธารณรฐั
อิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐฟลิปปนส สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประเทศญี่ปุน และ
สาธารณรัฐแหงสหภาพเมียนมา ตามลาํ ดับ

ซึ่งสาธารณรัฐแหงสหภาพเมียนมานั้น มีอาณาบริเวณติดตอกับพรมแดนประเทศไทยรวม
อาณาบรเิ วณกวา ๑๐๐ กิโลเมตร เชือ่ มตอ กับ ๑๐ จังหวัดของประเทศไทย คือ รฐั มอญตดิ กับจงั หวัด
กาญจนบุรี รัฐกะเหรี่ยงติดกับจังหวัดแมฮองสอน จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี รัฐฉานติดกับ
จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม จังหวัดแมฮองสอน และภาคตะนาวศรีติดกับจังหวัดกาญจนบุรี
จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง รวมกับ

ÇÒÃÊÒÃ ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๖๓

สถานการณการแพรระบาดของโรคท่ีลุกลามมากข้ึน
อยางหนักในสาธารณรัฐแหงสหภาพเมียนมา มียอด
ผปู ว ยสะสมเพม่ิ สงู ขน้ึ อยา งรวดเรว็ เกนิ กวา ๑,๐๐๐ ราย
ตอ วนั ปจ จบุ นั มจี าํ นวนรวมทง้ั สน้ิ เกนิ กวา ๘๒,๐๐๐ ราย
แมที่ผานมาจะมีนโยบายจากภาครัฐ เพื่อเฝาระวัง
การลักลอบเขาเมืองอยางผิดกฎหมายจากสาธารณรัฐ
แหงสหภาพเมียนมา มายังประเทศไทยอยางเขมงวด
ก็ตาม อยางไรก็ดี ยังพบการเล็ดลอดเขามาอยางผิด
กฎหมายผานทางชองทางธรรมชาติจากสาธารณรัฐ
แหงสหภาพเมยี นมามาอยางตอ เน่อื ง จนกระทง่ั ปลาย
เดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ทผ่ี า นมา กรมควบคมุ โรค
กระทรวงสาธารณสุข รายงานพบผูปวยยืนยันสะสม
จากการลักลอบเขาเมืองอยางผิดกฎหมายจากจังหวัด
ทาขี้เหล็ก เปนจํานวนทั้งสิ้น ๕๘ ราย กระจายไปยงั
หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย คือ
จงั หวดั เชยี งราย (๔๖ ราย) จงั หวดั เชยี งใหม (๕ ราย) กรงุ เทพมหานคร (๓ ราย) จงั หวดั พะเยา (๑ ราย)
จังหวัดพิจิตร (๑ ราย) จังหวัดราชบุรี (๑ ราย) และจังหวัดสิงหบุรี (๑ ราย) ซึ่งในจํานวนทั้งหมดนี้
เปนการติดเชื้อภายในประเทศ ๒ ราย คือ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสิงหบุรี รวมทั้งยังมีรายงานพบ
บคุ ลากรทางการแพทยต ดิ เชอ้ื จากการปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี นสถานกกั กนั โรคทางเลอื ก (Alternative State Quarantine)
และมกี ารแพรเ ชอ้ื ตอ กนั จากการปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี กลช ดิ กนั รวมทง้ั สน้ิ ๖ ราย ทาํ ใหส ถานการณข องประเทศไทย
ลาสุดนั้น พบยอดผูติดเชื้อสะสม ๔,๒๐๙ คน และยอดผูเสียชีวิตทั้งสิ้น ๖๐ คน เปนที่นาเสียดาย
ทก่ี อ นหนา นป้ี ระเทศไทยของเราหลงั จากไมม รี ายงานการยนื ยนั การพบผตู ดิ เชอ้ื จากภายในประเทศมาพกั ใหญ
พบเพยี งผตู ดิ เชอ้ื ทก่ี ลบั มาจากตา งประเทศ และตรวจพบจากสถานกกั กนั ทท่ี างราชการกาํ หนดเทา นน้ั กลบั เรม่ิ
พบผูติดเชื้อภายในประเทศอีกคร้ังจากการลักลอบเดินทางขามพรมแดนระหวางประเทศอยางผิดกฎหมาย
จากสาธารณรฐั แหงสหภาพเมียนมาเขามาสปู ระเทศไทย

ในการนี้รัฐบาลไทยจึงเพิ่มมาตรการตรวจสอบ และเฝาระวังการลักลอบเขาประเทศอยางเขมงวด
มมี าตรการเชงิ รกุ ในการสาํ รวจพน้ื ท่ี และสอบสวนโรคเพอ่ื จาํ แนกผสู มั ผสั โรคตามระดบั ความเสี่ยง เพอ่ื กกั กนั
หรอื แยกกกั รวมทั้งมกี ารตรวจคดั กรองผสู ัมผสั โรคเพม่ิ ข้นึ เปน ๓ ครั้ง เพอื่ ใหแนใจวา ผูสัมผัสจะไมส ามารถ
แพรเชื้อตอไปยังชุมชน ดังนั้นจึงมีความจําเปนอยางยง่ิ ท่คี นไทยทุกคนควรมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับ
การแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพ่อื ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวง
สาธารณสุขในการปองกันโรค อาทิ การรักษาระยะหาง การสวมหนากากอนามัยทุกครั้งท่ีออกนอกบาน
หรอื อยใู นทส่ี าธารณะ การลา งมอื บอ ย ๆ การไมจ บั หนา ตา ปาก หรอื จมกู หากมอื ไมส ะอาด การวดั อณุ หภมู ิ
กอนเขาสถานที่ตาง ๆ และการใหความรวมมือกับรัฐบาลในการปฏิบัติตนตามมาตรการที่รัฐบาลกําหนด
และการใชแ พลตฟอรม “ไทยชนะ” ทกุ ครั้งทเ่ี ขารบั บรกิ ารรานคา ตา ง ๆ

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๖๔

ความรเู บอ้ื งตน เกย่ี วกบั การแพรร ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19)

การแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เกิดจากไวรัสในกลุมโคโรนา
(Corona virus) เปน ไวรสั ทม่ี ขี นาดใหญ ประมาณ ๑๒๐ นาโนเมตร (ขนาดใหญเ ปน ๓ เทา เมอ่ื เทยี บกบั
ไวรัสไขหวัดใหญ) ไวรัสกลุมนี้สวนใหญทําใหเกิดโรคทางเดินหายใจ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ
โดยไวรัสโคโรนาที่เปนสาเหตุของการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
เปน โคโรนาไวรัสชนิดใหม พบการแพรร ะบาดครง้ั แรก ทเี่ มอื งอฮู ่ัน สาธารณรัฐประชาชนจนี

จากการพบผปู ว ยโรคปอดบวมพรอ มกนั เปน จาํ นวนหลาย ๑๐ ราย ในวนั ที่ ๓๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
หลังจากนั้นไมน านในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นักวทิ ยาศาสตรการแพทยข องจนี สามารถถอดรหัส
พันธุกรรมไวรัสโคโรนาสําเร็จ และพบวามีความคลายคลึงกับไวรัส MERS ๕๒ % คลายกับไวรัส
SARS ๗๙ % และคลายคลึงกับไวรัสโคโรนาทเ่ี คยพบในคางคาวถึง ๘๗.๖ % ซึ่งทม่ี าของไวรัสนี้
นักวิทยาศาสตรเชื่อวามาจากสัตวปา คือ ตัวนิ่ม (Pangolin) ทั้งนี้รายละเอียดยังตองมีการศึกษา
เพม่ิ เติมเพอ่ื ยนื ยนั ตอ ไป

ÇÒÃÊÒÃ ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๖๕

อาการแสดงที่สําคัญของการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พบวา
ผปู ว ยสว นใหญ รอ ยละ ๘๗.๙ มไี ข รอ ยละ ๖๗.๗ มอี าการไข รอ ยละ ๓๘.๑ ออ นเพลยี และรอ ยละ ๓๓.๔
มีเสมหะ โดยอาการจะเริ่มมีในชวง ๕-๖ วันหลังจากไดรับเชื้อ ซึ่งรอยละ ๘๑ อาการคอนขางนอย
รอ ยละ ๑๔ มอี าการรนุ แรงและหายใจลาํ บาก มเี พยี งรอ ยละ ๕ มอี าการวกิ ฤตจนตอ งใชเ ครอ่ื งชว ยหายใจ

ผูทมี่ อี ายุ ๖๐ ปขึน้ ไป และผทู ่มี ีโรคประจําตัวเร้ือรงั เชน โรคความดนั โลหติ สูง โรคเบาหวาน
โรคหวั ใจ โรคทางเดนิ หายใจเรอ้ื รงั และโรคมะเรง็ มโี อกาสเกดิ อาการรนุ แรง หรอื เสย่ี งตอ การเสยี ชวี ติ
ในขณะทเี่ ดก็ ทต่ี ิดเชอื้ พบมอี าการรุนแรงเพยี งรอยละ ๒.๔

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๖๖

สาํ หรบั การรกั ษาในปจ จบุ นั ยงั ไมม ยี าทใ่ี ชร กั ษาจาํ เพาะ การรกั ษาเปน เพยี งการรกั ษาตามอาการ
รว มกบั ยาท่ีโยงมาจากยารักษาไวรสั ชนิดอ่นื เชน ยารักษาโรคเอดส ยารกั ษาโรคมาลาเรีย ยารกั ษา
โรคไขห วดั ใหญ ซ่งึ ประสทิ ธิผลของการรักษายังไมสูงเทา ท่คี วร ยังตอ งอาศัยเวลาในการพฒั นาศึกษา
วจิ ยั ตอ ไป ในสวนของการพฒั นาวัคซนี สาํ หรับปอ งกนั โรค ณ วันที่ ๑๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ มีวคั ซนี
มากถงึ ๕๘ ตวั ทก่ี าํ ลงั อยใู นการศกึ ษาวจิ ยั ในมนษุ ย ในจาํ นวนนม้ี ี ๑๕ ตวั ทก่ี าํ ลงั ศกึ ษาวจิ ยั ในระยะท่ี ๓
ท่ีทําการทดลองกลุมใหญในอาสาสมัครกวา ๓๐,๐๐๐ คน ซึ่งเปนการทดลองขั้นสุดทายกอนการ
วางจําหนายในทองตลาด และยังมีวัคซนี อกี ๘๕ ตวั ทก่ี าํ ลงั ศกึ ษาวิจยั ในสัตว (Pre-clinical trials)
โดยวัคซีนสวนใหญเปน ชนิดฉีดเขากลามเน้อื และตองฉีดใหครบ ๒ ครง้ั

ÇÒÃÊÒÃ ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๖๗

ในระยะเวลาทก่ี าํ หนด จงึ จะมปี ระสทิ ธภิ าพในการปอ งกนั โรค ทง้ั นย้ี งั ตอ งรอผลการวจิ ยั อกี อยา งนอ ย
๖-๑๒ เดือนตอจากนี้ถึงจะทราบขอมูลวาวัคซีนตัวใดมีประสิทธิภาพท่ีดีในการชวยปองกันโรค
และไมมีผลขางเคียงที่อันตรายตอมนุษย จึงจะสามารถวางจําหนายออกสูทองตลาดได อยางไรก็ดี
ในบางประเทศเริ่มมีการทดลองใชวัคซีนบางแลว เชน สาธารณรัฐประชาชนจีน สหพันธรัฐรัสเซีย
และสหรัฐอาหรับเอมเิ รตส

ในสวนของประเทศไทยนั้น กระทรวงสาธารณสุขไทยไดทําการสั่งจอง และจัดซื้อวัคซีนจํานวน
๒๖ ลา นโดส กบั บรษิ ทั แอสตรา เซนเนกา โดยใชง บประมาณภาครฐั วงเงนิ กวา ๒.๓ ลา นบาท แตเ นอ่ื งจาก
วคั ซนี เปน ชนิดฉดี ๒ โดส จึงสามารถฉีดใหก บั ประชาชนได ๑๓ ลานคน ซ่งึ ครอบคลุมรอ ยละ ๒๐
ของประชากร (จากเปาหมายท่ตี องการใหค รอบคลมุ รอยละ ๕๐ ของประชากร) ในการนี้รัฐบาลจึงได
วางแผนจดั หาวคั ซนี เพม่ิ เตมิ จาก COVAX (COVID-19 Vaccine Global Access Facility) เพอ่ื เขา ถงึ
วัคซีนที่พัฒนาสําเร็จ และผานการจดทะเบียนรับรองเพื่อแจกจาย ทั้งยังสนับสนุนผูผลิตวัคซีนจาก
ภายในประเทศไทยดวย ซึ่งมีกลุมเปาหมายที่จะฉีดใหกับกลุมเสี่ยงโดยไมคิดมูลคา คาดวาประมาณ
กลางป พ.ศ. ๒๕๖๔

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๖๘

ในปจจุบันหลาย ๆ ประเทศมีการแพรระบาดของโรคเปนเฟสที่ ๒ แลว ซึ่งในเฟสที่ ๒ นี้
อตั ราการแพรร ะบาด สงู กวา เฟสแรกในหลายประเทศ เชน ประเทศญป่ี นุ สหราชอาณาจกั ร เปน ตน
รวมกับสถานการณการแพรระบาดอยางหนักในประเทศเพื่อนบาน โดยเฉพาะสาธารณรัฐ
แหงสหภาพเมยี นมา ทาํ ใหป ระเทศไทยของเรานน้ั เปรยี บเสมอื นมขี า ศกึ ดกั รอโจมตอี ยปู ากประตบู า น
ดงั นน้ั สง่ิ สาํ คญั ทส่ี ดุ ทจ่ี ะชว ยใหเ รารอดพน วกิ ฤตนไ้ี ปไดค อื ความรว มมอื ของประชาชนชาวไทยทกุ คน

ÇÒÃÊÒÃ ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๖๙

ในการสวม “หนากากอนามัย” และการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมปองกันโรคอยางเครงครัด
จนกวาการพัฒนายารักษา และวัคซีนปองกันการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(โควิด-19) จะเปนผลสําเร็จในอนาคต

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

๗๐

การท่องเที่ยวเชงิ อนุรักษ์ “บา้ นวังน�ำ้ มอก”

สืบสานกจิ กรรมประเพณสี องล้าน-สองเวยี ง

F รอ้ ยเอกหญิง พชิ ชาพร มาระเนตร
กรมกิจการพลเรอื นทหาร

วารสารกองทัพไทยฉบับนี้ ขอนำ�เสนอการท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกรูปแบบหนึ่งนั่นคือ การท่องเที่ยว
เพื่อการเรียนรู้ในชุมชน ตามรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Conservation Tourism) ที่ชาวบ้าน
ทกุ คนในชมุ ชนรว่ มกนั เปน็ เจา้ ของ และดแู ลบรหิ ารจดั การทรพั ยากรการทอ่ งเทย่ี ว เพอ่ื ความมน่ั คงใหม้ รี ายได้
สคู่ นในชมุ ชน โดยสถานทแ่ี หง่ นท้ี างหนว่ ยบญั ชาการทหารพฒั นา กองบญั ชาการกองทพั ไทย ไดเ้ ขา้ ไปมสี ว่ นรว่ ม
ในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนแห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย อาทิ สนับสนุนโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
โดยให้การสนับสนุนกำ�ลังพลและเครื่องจักรกล ช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจ
และขยายผลไปยังชุมชนอื่นต่อไป เปน็ ต้น
เอกลกั ษณ์ และอตั ลกั ษณข์ องชมุ ชนแหง่ น้ี ตง้ั อยทู่ ่ี อ�ำ เภอศรเี ชยี งใหม่ จงั หวดั หนองคาย นบั เปน็ อกี เสน้ ทาง
ท่องเที่ยวจากหนองคาย ผ่านศรีเชียงใหม่ไปยังเชียงคาน การท่องเที่ยวบ้านวังนํ้ามอกจะทำ�ให้การเดินทาง
เลยี บรมิ แมน่ า้ํ โขงของทกุ ทา่ นเปลย่ี นไป เปน็ การทอ่ งเทย่ี วทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยความประทบั ใจ และนา่ จดจ�ำ โดยชมุ ชน
แหง่ น้ี ถอื เปน็ ชมุ ชนเลก็ ๆ ทเ่ี ปน็ สว่ นผสมอนั ลงตวั ระหวา่ งการอนรุ กั ษธ์ รรมชาตริ อบถน่ิ ฐานกบั วถิ ชี มุ ชน ดว้ ยการ
พลกิ ฟน้ื ผนื ปา่ ตามพระราชด�ำ รขิ อง พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
จนกลายเป็นชุมชนตน้ แบบในการสรา้ งอตั ลกั ษณข์ องตนดว้ ย “การอนรุ กั ษว์ ถิ ชี วี ติ สองลา้ นสองเวยี ง สบื สานมรดก
ลา้ นนาลา้ นชา้ ง สรา้ งสรรคช์ มุ ชนแห่งวัฒนธรรม” ซ่งึ เช่อื วา่ ผมู้ าเท่ยี วต้องหลงรกั อยา่ งแนน่ อน

วารสาร ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๗๑

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๗๒

โดยพื้นที่แห่งนี้มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เป็นการนำ�เอาวัฒนธรรมของชาวไทยล้านนา
และชาวไทยลา้ นชา้ งมารกั ษาวถิ ขี องตนดว้ ยประเพณตี า่ ง ๆ ซง่ึ ทกุ คนสามารถรว่ มสบื สานคณุ คา่ ทางวฒั นธรรม
ของชุมชนได้ อาทิ
- พิธีต้อนรับ “บายศรีน้อย” นับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำ�คัญที่ชาวบ้านวังนํ้ามอกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับ
ผู้มาพัก ถือเป็นประเพณีสำ�คัญที่ทำ�กันเป็นวิถีชีวิตยามมีแขกบ้านแขกเมือง ทั้งพ่อพราหมณ์ แม่เฒ่า
ผหู้ ลักผใู้ หญใ่ นหมบู่ ้านจะมารวมตัวกันผูกเสน้ ฝ้ายท่ขี อ้ มือ เพอื่ เรยี กขวัญใหก้ ลบั มาอยูก่ บั ตัว
- ทำ�ขันคูป่ ี โดยขันคปู่ ี นับเปน็ เคร่อื งสักการะ “พระเจา้ ล้านทอง” วดั เทสรังสี ซ่งึ เราจะไดท้ ำ�ขันคูป่ ี
ด้วยตนเอง ซ่ึงในหนง่ึ ขันจะประกอบไปดว้ ยค่ปู ีตามอายขุ องตน เพ่อื เป็นสิริมงคลต่อชวี ติ ตนเอง
- สกั การะพระเจา้ ลา้ นทอง ณ วดั เทสรงั สี บา้ นวังนํ้ามอก
- กินขา้ วเวา้ พนื้ ฟังเร่อื งราวดนิ แดน สองลา้ น-สองเวยี ง
- เรียนรู้การทอผ้า
- ทำ�โคมไฟพาแลง
- เก็บผักบ้าน ผักป่า โดยพานักท่องเที่ยวไปหาวัตถุดิบในหมู่บ้านเพื่อนำ�มาทำ�อาหาร ทั้งการเก็บ
ผกั บ้าน ผักปา่ เหด็ และไข่ไก่ เป็นต้น
- กาแฟคว่ั ต�ำ เปน็ การใชเ้ มลด็ กาแฟทป่ี ลกู ขน้ึ เองในหมบู่ า้ น และน�ำ มาคว่ั บดเองดว้ ยวธิ แี บบชาวบา้ น
กาแฟหอมกรนุ่ และมรี สชาติตดิ เปร้ียว
รวมไปถงึ การเยย่ี มชมผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน และรว่ มลงมอื ท�ำ DIY อกี ทง้ั ยงั มบี า้ นพกั โฮมสเตยใ์ หแ้ กผ่ ทู้ ่ี
สนใจพักผอ่ นอกี ดว้ ย

P พธิ ีตอ้ นรบั “บายศรีนอ้ ย”

วารสาร ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๗๓

P สกั การะพระเจ้าลา้ นทอง ณ วัดเทสรังสี บา้ นวังนํา้ มอก

P ทำ�ขนั คู่ปี

ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๗๔

P กาแฟคัว่ ตำ�

P เรียนรู้การทอผา้

P กินข้าวเว้าพ้นื ใตแ้ สงโคมไฟ

P เก็บผักบา้ น ผกั ป่า P เครอื่ งแต่งกายพ้ืนบ้าน สองลา้ น-สองเวยี ง

วารสาร ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๗๕

P ทพี่ กั แบบโฮมสเตย์

สามารถประสานข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานท่องเที่ยวและวัฒนธรรม บ้านวังนํ้ามอก
โทร. ๐๘​ ๓๓๕๗ ​๗๐๓๕ หรือทางเฟซบุ๊ก ท่องเที่ยววังนํ้ามอก
แหล่งข้อมูล
• www.facebook.com/ทอ่ งเที่ยววังนํ้ามอก-109555877084560
• www.facebook.com/วังนํ้ามอก-wangnammok-214714875213798

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๗๖

✦ สถาบันภาษากองทัพไทย

ÇÒÃÊÒÃ ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๗๗

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ ÇÒÃÊÒÃ

NEWS IN HOME

RTARF HQ
กองบัญชาการกองทพั ไทย

วารสาร ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๗๙ NEWS IN HOME

เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน
การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ ๑ ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก
ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำ�รวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม
ณ ห้องประชุมชั้น ๔ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๘๐

NEWS IN HOME

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน
จัดกิจกรรมน้อมรำ�ลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักส่ี
กรุงเทพมหานคร

วารสาร ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๘๑ NEWS IN HOME

เมื่อวนั ท่ี ๑๓ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๓ พลเอก เฉลมิ พล ศรีสวสั ดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และภริยา เขา้ รว่ ม
พธิ วี างพวงมาลาและถวายบงั คม เนือ่ งในวันคลา้ ยวนั สวรรคต พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร โดยรฐั บาลไดจ้ ดั พธิ ที �ำ บญุ ตกั บาตรถวายพระราชกศุ ลพระสงฆ์ จ�ำ นวน ๘๙ รปู
โดยมี นายกรฐั มนตรีเปน็ ประธานในพธิ ฯี ณ มณฑลพิธีทอ้ งสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๘๒

NEWS IN HOME

เม่ือวนั ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ พลเอก เฉลมิ พล ศรสี วสั ดิ์ ผบู้ ญั ชาการทหารสูงสุด เปน็ ประธาน
ให้การต้อนรับ คณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศ ประจำ�กรุงเทพมหานคร พร้อมคู่สมรส ในโอกาส
เขา้ แนะน�ำ ตัวตอ่ ผ้บู ัญชาการทหารสูงสดุ และภริยา ณ หอ้ งนเรศวร กองบญั ชาการกองทพั ไทย ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหานคร

วารสาร ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๘๓ NEWS IN HOME

เม่ือวนั ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ พลเอก เฉลมิ พล ศรสี วัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสดุ ตรวจเยี่ยม
และมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้แก่ กองทัพอากาศ โดยมี พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการ
ทหารอากาศ ใหก้ ารตอ้ นรับ ณ กองบญั ชาการกองทัพอากาศ ถนนพหลโยธนิ เขตดอนเมอื ง กรุงเทพมหานคร

ตุลาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๘๔

NEWS IN HOME

เม่อื วนั ท่ี ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ พลเอก เฉลมิ พล  ศรีสวัสด์ิ ผู้บญั ชาการทหารสูงสดุ ตรวจเยย่ี ม
และมอบนโยบายการปฏบิ ัติงานใหแ้ ก่ กองทพั เรือ โดยมี พลเรือเอก ชาตชิ าย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรอื
ใหก้ ารตอ้ นรับ ณ กองบญั ชาการกองทพั เรือ วังนันทอทุ ยาน เขตบางกอกนอ้ ย กรุงเทพมหานคร

วารสาร ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

๘๕ NEWS IN HOME

เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประชุมทางไกลผ่านระบบ VTC
เพอ่ื กระชับความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่าง พลเอก เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กับ พลเอก
Angus J. Campbell, AO, DSC (แองกัส เจ แคมป์เบล) ผูบ้ ัญชาการทหารสูงสุดออสเตรเลยี ณ ห้องรับรอง ๖๔
กองบญั ชาการกองทพั ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรงุ เทพมหานคร

ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๘๖

NEWS IN HOME

เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และภริยา
เขา้ รว่ มพธิ ที �ำ บญุ ตกั บาตรถวายพระราชกศุ ล พระสงฆแ์ ละสามเณร จ�ำ นวน ๑๘๙ รปู ในกจิ กรรมเนอ่ื งในวนั คลา้ ย
วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
วนั ชาติ และวนั พอ่ แหง่ ชาติ ๕ ธนั วาคม ๒๕๖๓ โดยมนี ายกรฐั มนตรี เปน็ ประธานในพธิ ฯี ณ มณฑลพธิ ที อ้ งสนามหลวง
กรงุ เทพมหานคร

วารสาร ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

๘๗ NEWS IN HOME

เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
มหศิ รภมู พิ ลราชวรางกรู กติ สิ ริ สิ มบรู ณอดลุ ยเดช สยามนิ ทราธเิ บศรราชวโรดม บรมนาถบพติ ร พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
เสด็จพระราชด�ำ เนนิ พร้อมดว้ ย สมเดจ็ พระนางเจา้ สทุ ดิ า พชั รสุธาพิมลลกั ษณ พระบรมราชินี ทรงเป็นประธาน
ในพิธีจุดเทียนมหามงคลท่ามกลางมหาสมาคมของประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำ�ลึก
ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เนอ่ื งในวนั คลา้ ยวนั พระบรมราชสมภพ วนั ชาติ และวนั พอ่ แหง่ ชาติ ๕ ธนั วาคม ๒๕๖๓ โดยมี พลเอก เฉลมิ พล  ศรสี วสั ด์ิ
ผบู้ ญั ชาการทหารสงู สดุ และภรยิ า พรอ้ มดว้ ยคณะผบู้ งั คบั บญั ชาของกองบญั ชาการกองทพั ไทย หวั หนา้ สว่ นราชการ
ในกองบญั ชาการกองทพั ไทย และภรยิ า เฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทรับเสด็จฯ และเข้าร่วมพิธีจุดเทียนมหามงคลฯ
โดยพร้อมเพรียง ณ มณฑลพธิ ที อ้ งสนามหลวง กรงุ เทพมหานคร

ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ วารสาร

๘๘

NEWS IN HOME พลเอก ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการแถลงข่าว การผลัดเปลีย่ น
กำ�ลังของกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย/เซาท์ซูดาน ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด–19) ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

พลเอก คำ�รณ  เครือวิชฌยาจารย์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ ตรวจเยีย่ มบำ�รุงขวัญกำ�ลังพล
หน่วยปฏิบัติงานในสนาม ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ในพื้นที่กองกำ�ลังนเรศวร เพื่อเสริมสร้างขวัญ
และกำ�ลังใจให้แก่กำ�ลังพลในทุกระดับที่ปฏิบัติงานในสนาม เมอ่ื วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ อำ�เภอแม่สอด
จังหวัดตาก

พลเรือเอก ช่อฉัตร กระเทศ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำ�รุงขวัญกำ�ลังพล
หน่วยปฏิบัติงานในสนาม พื้นที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ค่ายตากสิน เพื่อเสริมสร้างขวัญ
และก�ำ ลังใจใหแ้ กก่ ำ�ลังพลทกุ ระดับทปี่ ฏบิ ตั ิงานในสนาม เมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ จงั หวดั จันทบุรี

วารสาร ตลุ าคม - ธันวาคม ๒๕๖๓




Click to View FlipBook Version