The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารกองทัพไทย เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของกองทัพไทยสู่สาธารณชน https://bit.ly/3xQ4Lpp

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วารสารกองทัพไทย, 2024-04-30 00:03:23

วารสารกองทัพไทย ฉบับที่ ๒ มกราคม-มีนาคม ๒๕๖๗

วารสารกองทัพไทย เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของกองทัพไทยสู่สาธารณชน https://bit.ly/3xQ4Lpp

äTHE ROYAL THAI ARMED FORCES JOURNAL เทิดราชัน ทันสมัย พัฒนา ÇÒÃÊÒÃ ISSN 0125-4243 ฉบับที่ ๒ เดือนมกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ COBRA GOLD 2024


ที่ปรึกษากองอำนวยการ พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี พลเอก โดมศักดิ์ คำ�ใสแสง พลเอก อนุสรรค์ คุ้มอักษร พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน พลอากาศเอก ชานนท์ มุ่งธัญญา พลเอก ธิติชัย เทียนทอง พลเอก สมชัย มาลินันท์ พลเอก วรวุฒิ วุฒิศิริ พลเรือเอก สุเทพ ปุจฉาการ พลอากาศเอก ชากร ตะวันแจ้ง ผู้อำนวยการ พลโท ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการ พลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม พลตรี ชยพณัฐ วิริรัตน์ ที่ปรึกษากองบรรณาธิการ พันเอก วิทัย ลายถมยา พันเอก สมรรถปกรณ์ อินทรขาว พันเอกหญิง สรวงสุดา พูลเจริญ พันเอก ปริวัตร กาญจนวิฬา พันเอก ภุมเรศ แต้มทอง พันเอก ยุทธพรหม จักษุรักษ์ พันเอก เสฏฐิศักดิ์ โพธิ์ทอง นาวาเอก ภูริวัฒ มนสิชาวรกุล พันเอก ชิตพล กลิ่นศรีสุข นาวาอากาศเอกหญิง เสาวลักษณ์ วงเวียนสุข พันเอก ภีมศักดิ์ บุญกระพือ กองบรรณาธิการ พันเอก สุทธิชัย คำ�พิมพ์ พันเอกหญิง ฉัตรรพี พูนศรี พันเอก กฤษฎา อยู่สิทธิ์ พันเอกหญิง นันทิดา คล้ายโอภาส นาวาเอกหญิง ศุภมาส กังวานพณิชย์ นาวาอากาศเอกหญิง อรวรรณ สุขสมบัติ นาวาอากาศเอก ณภัทร ชนะสิทธิ์ พันโท สถาพร อัมพรสุวรรณา พันโท ธนา ฉวรรณกุล นาวาโทหญิง วิลาวรรณ เมฆวิไล พันตรีหญิง ปิณฑยา บุนนาค นาวาอากาศตรีหญิง สิริมาส จันทน์แดง นาวาตรีหญิง สุประวีณ์ กองคำ� ร้อยเอกหญิง พิชชาพร อินทรพานิชย์ ร้อยเอก วรรธนัย ยิ้มสุขไพฑูรย์ ร้อยโทหญิง ตรงชนก สวยสุวรรณ สิบเอกหญิง ศุจินันท์ พูลสวัสดิ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย อาคาร ๖ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐ โทร. ๐-๒๕๗๒-๑๕๒๕ โทรสาร ๐-๒๕๗๕-๖๖๐๔ พิมพ์ที่ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเจี้ยฮั้ว (สำ นักงานใหญ่) ๑๙/๑ หมู่ที่ ๑ ตำ�บลคลองใหม่ อำ�เภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๑๐ โทร. ๐-๓๔๙๖-๖๐๖๙ ข้อคิดเห็นในบทความที่นำ�ลงวารสารกองทัพไทยเป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็น หรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐ และมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด การกล่าวถึงคำ�สั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่ การค้นคว้าเท่านั้น ทหารผ่านศึกเป็นผู้มีเกียรติเพราะได้เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว แม้กระทั่งเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อบ้านเมืองและส่วนรวม. ขอให้ภูมิใจและตั้งใจรักษาเกียรติอันแท้จริงที่มีอยู่นั้นไว้ทุกเมื่อ. วารสารกองทัพไทยฉบับนี้ ขอน้อมอัญเชิญพระราชดำ�รัส พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่สอนให้ ตระหนักถึงความเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต รวมถึงประโยชน์สุขส่วนตัวของ เหล่าทหารผ่านศึก ซึ่งนับได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของชาติไทยที่ปกป้องบ้านเมือง อย่างแท้จริง ขอให้ทุกคนภาคภูมิใจและรักษาเกียรติไว้สืบไป นำ�เสนอเนื้อหา สมเด็จพระปิยมหาราช พระผู้ทรงเป็นปราชญ์ด้านการปฏิบัติการจิตวิทยา ๗๒ พรรษา ทศมราชา เพื่ออาณาราษฎรเป็นสุข กองบัญชาการกองทัพไทย การจัดแสดงกิจกรรมของทหารในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำ�ปี ๒๕๖๗ เชิดชูเกียรติทหารกล้า ๓ กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก COBRA GOLD 2024 และการพัฒนากองทัพด้าน Cyber และ Space ในการเสวนาวิชาการ วิทยาลัยการทัพสัมพันธ์ ประจำ�ปี ๒๕๖๗ นอกจากนี้ยังมีเรื่อง การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ ลานกางเต็นท์ นพค.๑๕ เอาใจสายแคมป์ปิ้ง และภาษาพาสนุก ทั้งนี้ยังมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ อีกมากมาย หวังว่าวารสารกองทัพไทยจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่าน โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจของวารสารกองทัพไทยผ่าน การสแกน QR CODE แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ บทบรรณาธิการ วารสารกองทัพไทย THE ROYAL THAI ARMED FORCES JOURNAL THE ROYAL THAI ARMED FORCES JOURNAL เทิดราชัน ทันสมัย พัฒนา วารสาร ISSN 0125-4243 ฉบับที่ ๒ เดือนมกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ COBRA GOLD 2024 THE ROYAL THAI ARMED FORCES JOURNAL วารสาร วารสารกองทัพไทย (เสนาสนเทศ) หมายเลขประจำวารสาร ISSN 0125 4243 ฉบับที่ ๒ เดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๗


สารบัญ กีฬาประเพณี ยุพราช-เตรียมทหาร ครั้งที่ ๓๓ COBRA GOLD 2024 เชิดชูเกียรติทหารกล้า ๓ กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก ๗๒ พรรษา ทศมราชา เพื่ออาณาราษฎรเป็นสุข สมเด็จพระปิยมหาราช พระผู้ทรงเป็นปราชญ์ด้านการปฏิบัติการจิตวิทยา การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ ที่มามุมมอง ลานกางเต็นท์ นพค.๑๕ เอาใจสายแคมป์ปิ้ง ภาษาพาสนุก (ภาษาอังกฤษ) การพัฒนากองทัพด้าน Cyber และ Space ในการเสวนาวิชาการ วิทยาลัยการทัพสัมพันธ์ ประจำ ปี ๒๕๖๗ ห้องเรียนวิชาดำ รงชีพ จำลองการดำ รงชีพในป่าให้รอด สอนวิธีสังเกต พืชชนิดไหนกินได้ สัตว์ชนิดไหนมีพิษ และการหานํ้าดื่มจากธรรมชาติ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำ รวจภูมิประเทศความละเอียดสูง เพื่อใช้ในการวางแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำ คัญ กองบัญชาการกองทัพไทย การจัดแสดงกิจกรรมของทหาร ในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำ ปี ๒๕๖๗ News in Home ข่าวผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ๓๐ ๓๖ ๒๒ ๘ ๔ ๕๘ ๖๖ ๖๒ ๖๘ ๗๐ ๔๖ ๒๖ ๕๔ ๑๔ ฉบับที่ ๒ เดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๗ CONTENT l January - March 2024 l


๓๐ ๒๒ ๒๖ ๓๖ ๔๖ ๑๔ ๔ ๘


๔ พระผู้ทรงเป็นปราชญ์ ด้านการปฏิบัติการจิตวิทยา สมเด็จพระปิยมหาราช “จริงหรือไม่ที่ประเทศของคุณไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของ ชาติมหาอำ นาจ ? และประเทศของคุณทำอย่างไรถึงได้รอดพ้น จากการยึดครองของชาติเหล่านั้นได้ ?” คำถามที่ถูกถามบ่อยครั้ง ขณะศึกษาหลักสูตรในต่างประเทศ ซึ่งเป็นคำ ถามที่ถูกถาม เมื่อใดก็รู้สึกภาคภูมิใจในคำ ตอบทุกครั้งว่า “ใช่...ประเทศไทย ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร แต่ประเทศของเราก็เคยผ่าน ช่วงเวลาอันยากลำ บากจากการต่อสู้ เพื่อทัดทานต่อภัยคุมคาม ของการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตกเช่นกัน แต่ด้วยความ สามารถและพระปรีชาญาณของกษัตริย์เราในสมัยนั้น ทำ ให้ เรารอดพ้นช่วงเวลาอันโหดร้ายนั้นมาได้” ความภาคภูมิใจนี้เอง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเขียนบทความนี้เพื่อเทิดทูน พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเป็นปราชญ์ “ด้านการปฏิบัติการจิตวิทยา” F เรือโท จิรัฏฐ์ เหราบัตย์ สถาบันจิตวิทยาและความมั่นคง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๕ N พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๖ เป็นที่ทราบกันดีสำ หรับคนไทยว่า ประเทศของเรา หรือ“สยาม” ในขณะนั้น ผ่านพ้น หลากหลายวิกฤตการณ์จากความพยายามแย่งยึดดินแดน และขยายเขตอำ นาจอิทธิพลจาก ๒ ชาติมหาอำ นาจใหญ่อย่างอังกฤษและฝรั่งเศส ผู้แบ่งสรรปันส่วนกันครอบครองอาณาบริเวณ โดยรอบสยามไว้ราวกับชิ้นเค้กบนโต๊ะอาหาร แต่ด้วยพระปรีชาสามารถและการดำ เนิน นโยบายทางด้านการปฏิบัติการจิตวิทยาของ สมเด็จพระปิยมหาราช พระองค์ได้ทรงริเริ่ม และเสริมสร้างนโยบายต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เพื่อปกป้อง สยามจากภัยคุกคามของชาติมหาอำ นาจ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศ ในทวีปยุโรป การเสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ในฐานะประมุขของรัฐ การให้คณะร่วมเดินทาง ครั้งเสด็จประพาสยุโรป ต้องเรียนรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษ ขนบธรรมเนียม การแต่งกาย แบบผู้ดียุโรป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสยามต่อชาวต่างชาติที่พบเห็นว่า สยามมิได้เป็น ชาติที่ล้าหลัง ดังข้ออ้างในการเข้ายึดครองของชาติมหาอำ นาจต่าง ๆ ในเวลาเดียวกัน ยังเป็นการเผยแพร่ความเป็นไทยให้นานาประเทศรู้จัก หรืออย่างเหตุการณ์ครั้งสำ คัญ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ N พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉายภาพร่วมกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ และพระราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซียอย่างเป็นกันเอง ในคราวเสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖


๗ ในการเสด็จเยือนรัสเซีย หรือรุสเซียในสมัยนั้นของสมเด็จพระปิยมหาราชและฉายพระรูป ร่วมกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ ณ พระราชวังปีเตอร์ฮอล์ฟ เมืองเซนท์ปีเตอร์เบิร์ก กษัตริย์ รัสเซียในขณะนั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้มีอำ นาจ และสามารถกำ หนดทิศทางการเมืองระหว่าง ประเทศได้ภาพประวัติศาสตร์นี้ถูกส่งไปตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ของประเทศต่าง ๆ ในยุโรป โดยเฉพาะ L’ILLUSTRATION ฉบับวันที่๑๑ กันยายน ค.ศ. ๑๘๙๗ หนังสือพิมพ์ภาษา ฝรั่งเศสที่ถูกตีพิมพ์ในปารีส สร้างความประหลาดใจ และเกิดการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ อันแน่นแฟ้น ของสยามกับรัสเซีย ผลจากภาพถ่ายครั้งนั้นมีผลทางจิตวิทยา สร้างความลังเลสงสัยซึ่งส่งผลต่อกระบวนการ ตัดสินใจที่มหาอำ นาจทั้ง ๒ จะกระทำกับสยามในเวลานั้น และภาพถ่ายนี้เองเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำ ให้สยามผ่านพ้นวิกฤต และดำ รงความเป็นเอกราชมาได้จวบจนปัจจุบัน จากตัวอย่าง พระราชกรณียกิจที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ล้วนสะท้อนถึงพระปรีชาสามารถทางด้านการปฏิบัติการ จิตวิทยาอย่างชัดเจน N พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉายภาพร่วมกับคณะเดินทาง ณ สวนแห่งหนึ่ง เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๗๒ พรรษา ทศมราชา เพื่ออาณาราษฎรเป็นสุข เป็นระยะเวลามากว่าสองร้อยสี่สิบกว่าปีแล้วที่ราชวงศ์จักรีปกครองราชอาณาจักรที่สืบทอดจากกรุงศรีอยุธยา มาจนเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพล ราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันของประเทศไทย นับเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี และทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๕๔ ตามประวัติศาสตร์ไทย พระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ ขณะประทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ภายในพระที่นั่งไพศาลทักษิณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระปฐมบรมราชโองการพระราชทานอารักขาแก่ประชาชนชาวไทย ความว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ F นาวาอากาศเอกหญิง จีรวรรณ จรูญฉาย รองผู้อำ นวยการกองกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ สำ นักปฏิบัติการ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริและความมั่นคง ๘ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาท ไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ พระองค์จะได้สืบราชสมบัติต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติจัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อรับทราบการอัญเชิญพระองค์ ขึ้นครองราชย์ตามรัฐธรรมนูญ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้อัญเชิญพระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ และพระองค์มีพระราชดำรัสตอบรับการอัญเชิญอย่างเป็นทางการ แต่ทางนิตินัยถือว่าได้ขึ้นครองราชย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ แล้ว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ ในหลาย ๆ ด้าน และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง โดยทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด ทั้งในด้านการทหาร ศาสนา ดนตรีกีฬา การแพทย์และสาธารณสุข การบริหารจัดการนํ้า การบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติและความรุนแรง สังคมสงเคราะห์ต่างประเทศ และเกษตรกรรม ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่พระราชทานความช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ยาก ของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าตลอดมา มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๑๐ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง (ศปร.)กองบัญชาการกองทัพไทย มีภารกิจในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง พระราชกรณียกิจและพระปรีชาสามารถ สถาบันพระมหากษัตริย์และดำ เนินการตาม พระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยมุ่งเน้นการขยายผลสนับสนุนกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมสำคัญในทุกโอกาสมาโดยตลอด และนับตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๖๔ ศูนย์ประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง จัดโครงการประกวดสื่อและกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อเทิดพระเกียรติ พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เป็นประจำ ทุกปีได้แก่ ประกวดหนังสั้น ประกวดสุนทรพจน์ประกวด วาดภาพระบายสีโดยในปีพ.ศ. ๒๕๖๕ ดำ เนินการจัดการประกวดวาดภาพระบายสีหัวข้อ “แต้มสีเติมฝัน ด้วยพอเพียงที่เพียงพอ”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำ นึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำ บัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรของพระองค์และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง อย่างยั่งยืน แบ่งการประกวดออกเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ ประเภทประถมศึกษา ประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น ประเภท มัธยมศึกษาตอนปลาย และประเภทอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวด ๗๗๐ ผลงาน และมีการตัดสินการประกวดวาดภาพฯเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ ศูนย์ประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก กองบัญชาการกองทัพไทย และอาจารย์ด้านศิลปกรรม ระดับศิลปินแห่งประเทศ ได้ผลงานที่ชนะการประกวด ประเภทละ ๓ ผลงาน รวมทั้งสิ้น ๑๒ ผลงาน วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๑๑ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๑๒ ด้วยในปีพ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นปีที่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระชนมพรรษาครบ ๗๒ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ศูนย์ประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคงจัดการประกวดวาดภาพระบายสีในหัวข้อ“๗๒ พรรษา ทศมราชา เพื่ออาณาราษฎรเป็นสุข” มีแนวคิดเพื่อน้อมนำ พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานอารักขาแก่ประชาชน ชาวไทย ความว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่ง อาณาราษฎรตลอดไป”สะท้อนถึงพระราชปณิธานและความตั้งใจอันแน่วแน่ในการทรงงานเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตลอด ระยะเวลา ๗๒ ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้เสด็จตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ก่อเกิดเป็นผลสำ เร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นานับคุณอนันต์ที่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โครงการพัฒนาพื้นที่ บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำ ริโครงการพัฒนาพื้นที่หมู ่บ้านกูแบชีรา อันเนื่องมาจาก พระราชดำ ริโครงการเกษตรวิชญา โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน โครงการจิตอาสาพระราชทาน โครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน อ่างเก็บน้านฤบดินทรจินดา ํ โครงการ การประยุกต์ทฤษฎีใหม่สู่ โคก หนอง นา โมเดล และโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์ พระราชทาน รวมถึงพระราชกรณียกิจนานัปการ อาทิพระราชทานความช่วยเหลือด้านต่างๆ ให้กับ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๑๓ ผู้ประสบภัยพิบัติเป็นต้น ซึ่งการร่วมประกวดวาดภาพระบายสียังเป็นการแสดงความสามารถด้านความคิด สร้างสรรค์ทางศิลปะของเยาวชนที่ส่งผลงานผ่านการนำ เสนอภาพวาด สะท้อนเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์น้อมสำ นึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อ แผ่นดินไทยอีกด้วย ซึ่งมีเงินรางวัลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕๕,๐๐๐ บาท เปิดรับสมัคร (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย) ตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม-๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ กำ หนดส่งผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่ ๑๑ มีนาคม๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ตัดสินการประกวดในห้วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ประกาศผลการประกวด ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ มอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวด โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในห้วงเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ (ทุกรางวัลจะได้รับเงินรางวัล โล่ พร้อมใบประกาศ) สำ หรับคณะกรรมการ ตัดสิน ได้แก่ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาภาครัฐและเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิจาก กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมจัดส่งผลงานมาที่ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริและความมั่นคง ที่อยู่ ๙/๑ หมู่๑๖ ถนนวิภาวดีรังสิต ตำ บลคูคต อำ เภอลำ ลูกกา จังหวัดปทุมธานี๑๒๑๓๐ สามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดได้ที่ นาวาอากาศเอกหญิง จีรวรรณ จรูญฉาย รองผู้อำ นวยการกองกิจการพลเรือน และประชาสัมพันธ์สำ นักปฎิบัติการ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง โทรศัพท์เคลื่อนที่ ๐๘ ๔๑๑๘ ๑๙๗๐ ผู้มีความสนใจประสงค์เข้าร่วม โครงการประกวดจะต้องกรอกข้อมูล และส่งใบสมัคร โดยดาวน์โหลดใบสมัคร ได้จากเว็บไซต์rdpscc.rtarf.mi.th หรือจาก www.facebook.com/ rdpscc หลักเกณฑ์และใบสมัคร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๑๔ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ F กรมกิจการพลเรือนทหาร


กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดแสดงกิจกรรม ของทหารในงานว ันเด็กแห่งชาติประจำาปี ๒๕๖๗ ในวันเสาร์ที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๘.๐๐- ๑๖.๐๐ นาฬิกา โดยมี พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พร้อมทั้งคณะ ผู้บ ังค ับบ ัญชา นายกสมาคมแม่บ้านกองบ ัญชาการ กองทัพไทย และสมาชิกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการ กองทัพไทย เข้าร่วมกิจกรรมฯ ณ กองบัญชาการ กองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ๑๕


๑๖ การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด Edutainment (ความรู้คู่บันเทิง) แบบบูรณาการอย่างทั่วถึง เน้นความเรียบง่าย คุ้มค่า ประหยัด ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีรูปแบบการจัดพื้นที่การเรียนรู้แบ่งเป็น ๔ พื้นที่ ประกอบด้วย วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


พื้นที่การเรียนรู้ที่ ๑ “Duty First” แสดงถึงหน้าที่ของกองทัพในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ๒ กษัตริย์นักพัฒนา เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้พระอัจฉริยภาพ ในด้านต่าง ๆ ของทั้ง ๒ พระองค์เกิดความสำ นึกในพระมหากรุณาธิคุณ และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป ๑๗ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๑๘ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ พื้นที่การเรียนรู้ที่ ๒ “Support to MOD/Gov” แสดงถึงบทบาทของกองทัพในการสนับสนุนนโยบาย ของกระทรวงกลาโหม และรัฐบาลโดยจัดแสดงProjectTheTEN ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น ๖๖ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆของนักเรียนทหารและนักเรียนพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม เพื่อสนับสนุน การดำ เนินการของกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลในด้านต่าง ๆ


พื้นที่การเรียนรู้ที่ ๓ “Modernization” แสดงถึงการพัฒนากองทัพไปสู่ความทันสมัย โดยจัดแสดง แสนยานุภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์และอากาศยานทางทหาร รวมถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาขีดความ สามารถด้านไซเบอร์ ๑๙ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๒๐ พื้นที่การเรียนรู้ที่ ๔ “People First”แสดงถึงศักยภาพของกองทัพในการพัฒนาประเทศและ การช่วยเหลือประชาชน โดยจัดแสดงยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ในการพัฒนาประเทศและบรรเทาภัยพิบัติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๒๑ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร ทั้งนี้การจัดแสดงกิจกรรมของทหารในงานวันเด็กแห่งชาติประจำ ปี๒๕๖๗ ของกองบัญชาการกองทัพไทย นอกจากจะสามารถสร้างความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างครบถ้วน ทั้งสาระและความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ นำ ไปสู่การพัฒนาทางความคิดของเด็กในอนาคต ยังมีการฝึกหัดขับรถจักรยานยนต์ที่ถูกต้องตามกฎจราจร การจัดแสดงขบวนพาเหรด การจัดแสดงท่าอาวุธประกอบดนตรีของนักเรียนเตรียมทหาร และการแสดงของ เหล่าทัพ การให้บริการสวนสนุก สไลเดอร์ลม รถไฟราง ม้าหมุน อาหารและเครื่องดื่ม พร้อมทั้งจัดรถบริการ รับ-ส่ง ในเส้นทางต่างๆ เพื่ออำ นวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่เด็กๆ และผู้ปกครองอีกด้วย


F องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ๒๒ ๓กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก เชิดชูเกียรติทหารกล้า N กองบินทหารบกซึ่งกลับจากราชการสงครามโดยเรือมิเตา (ถ่ายในเรือ) วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนชาวไทยจะได้แสดงความระลึกถึง และเชิดชูเกียรติวีรกรรมอันกล้าหาญของเหล่าทหาร ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติ นอกจากนี้ในวันที่๓ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ในฐานะ หน่วยงานที่ทำ หน้าที่ดูแลและให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ ได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการแสดงความระลึกถึงและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก โดยในปีพ.ศ. ๒๕๖๗ ได้จัดให้มี พิธีและกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวันที่ ๓๐ มกราคม-๓ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ ภายใต้ชื่องาน “เชิดชูเกียรติ ทหารกล้า ๓ กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก” เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ระลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของ ทหารผ่านศึก ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกปักรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติรวมทั้งเป็น การเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย ดังนี้ วันอังคารที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา จัดกิจกรรมจิตอาสา “เทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์” โดยการทำความสะอาดในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมกันทั้งในส่วนกลาง ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และส่วนภูมิภาค ณ อนุสาวรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบในพื้นที่ที่รับผิดชอบ วันพุธที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๔๕ นาฬิกา พิธีทางศาสนาอิสลาม ณ มัสยิดมูฮายีรีน (ดินแดง) กรุงเทพมหานคร โดยมีพลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อานวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ํ เป็นประธาน วันพฤหัสบดีที่ ๑ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา พิธีทางศาสนาคริสต์ณ วัดบ้านเซเวียร์ (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร โดยมีพลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อํานวยการ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นประธาน มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร ๒๓


๒๔ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๒๕ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร ในวันศุกร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๖.๐๙ นาฬิกา พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อํานวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จะเป็นประธานในพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง ณ ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร เวลา ๐๘.๐๙ นาฬิกา พิธีถวายเครื่องสังเวยศาลพระภูมิณ บริเวณศาลพระภูมิหน้าที่ทำการ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และในเวลา ๐๙.๐๙ นาฬิกา จัดพิธีทางศาสนาพุทธ ณ ห้องชาตินักรบ อาคาร ๒ ชั้นที่ ๒ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จากนั้นในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา พิธีจุดตะเกียงโบราณ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและในเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา พิธีจุดไฟอนุสรณ์ความร่วมมือและสามัคคีของทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำ รวจ และพลเรือน ณ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สำ หรับในวันเสาร์ที่๓ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นวันทหารผ่านศึก ในช่วงเช้า เวลา ๐๖.๓๐ นาฬิกา จัดขบวนเดินใน ๖ กรณีสงคราม และขบวนนักรบนิรนาม 333 ออกเดินขบวนจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจากนั้นเวลา ๐๗.๒๐ นาฬิกา พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อํานวยการ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะเป็นประธานในพิธีจุดตะเกียงตามประทีปและสักการะอัฐิณ ห้องจารึกชื่อ ผู้เสียสละชีพเพื่อชาติภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ การประกอบพิธีวางพวงมาลา จะเริ่มตั้งแต่เวลา ๐๗.๔๕ นาฬิกา โดยเป็นการวางพวงมาลา ของผู้แทน ส่วนราชการ หน่วยงาน ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำ ประเทศไทย สมาคม ชมรม มูลนิธิตลอดจน ทหารผ่านศึกนอกประจำการกรณีสงครามต่าง ๆ และในเวลา ๐๘.๔๕ นาฬิกา จัดพิธีเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ดีเด่น ประจำ ปีพ.ศ. ๒๕๖๗ จากนั้น ในเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลเอกสุรยุทธ์จุลานนท์ ประธานองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์วางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในการนี้จึงขอเชิญชวนชาวไทยร่วมราลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญและความเสียสละของ ํ ทหารผ่านศึก เพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัว มีขวัญกาลังใจในการดำ ํ เนินชีวิต และประจักษ์ว่าแม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ประชาชนชาวไทยก็ยังคงจดจํา และซาบซึ้งในคุณงามความดีรวมทั้งวีรกรรมที่เหล่าทหารผ่านศึกได้ทำ ไว้ เพื่อประเทศชาติและประชาชนตลอดมา


๒๖ “ในห้วงระยะเวลาของการฝึก ตลอดทั้ง ๗ วันนี้ขอให้ น้อง ๆ นำ ความรู้ที่ได้จากการเรียนวิชาทหารในที่ตั้งปกติ มาปรับใช้ปฏิบัติในภูมิประเทศ ซึ่งประสบการณ์ความรู้ต่างๆ ที่ครูฝึกหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษถ่ายทอดให้นี้ขอให้ พวกเราเก็บเกี่ยว และนำ ไปใช้ให้ได้มากที่สุด ผู้การ...เชื่อว่า การฝึกแต่ละบทเรียนจะปรับเปลี่ยน ทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้นในจิตใจของน้อง ๆ ให้พร้อมที่จะมี จิตใจเป็นทหารอย่างภาคภูมิรักในสถาบันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์เป็นบุรุษชายชาติทหารที่สมบูรณ์ผู้การ ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคน” ห้องเรียนวิชาดำ รงชีพ จำ ลองการดำ รงชีพในป่าให้รอด สอนวิธีสังเกต พืชชนิดไหนกินได้ สัตว์ชนิดไหนมีพิษ และการหา น ํ้าดื่มจากธรรมชาติ F ร้อยตรี นรินทร์ ทรัพย์ศิลป์ ผู้บังคับหมวด กองพันนักเรียน กรมนักเรียน โรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ โอวาท... ผู้บังคับการกรมนักเรียน โรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศในพิธีเปิดการฝึกภาคสนามฯ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๒๗ การฝึกภาคสนามของนักเรียนช่างฝีมือทหาร ชั้นปีที่ ๓ รุ่นที่ ๖๒ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้นักเรียน มีทักษะทางทหารเบื้องต้น ทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นหน่วย ตลอดจนพื้นฐานการปฏิบัติทางยุทธวิธีในลักษณะ ของหน่วยทหารขนาดเล็ก โดยในปีนี้นักเรียนช่างฝีมือทหารมาฝึกกันที่ กรมรบพิเศษที่ ๑ กองพลรบพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรีตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม-๕ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ มีนักเรียน ช่างฝีมือทหาร เข้ารับการฝึกฯ จำ นวน ๒๒๘ นาย ตลอดระยะเวลา ๗ วัน ของการฝึก นักเรียนช่างฝีมือทหาร ได้ฝึกยุทธวิธีของหน่วยทหารขนาดเล็ก มีหัวข้อวิชาหลักต่าง ๆ มากมาย อาทิการรายงานข่าวสาร ระเบียบการนำ หน่วย หัวข้อคำ สั่งยุทธการ การจัดกำลังหน่วยทหารขนาดเล็ก (ชป.นทล.) การเข้าฐานลาดตระเวน การลาดตระเวนหาข่าว หรือวิชา ทหารทั่วไป เช่น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การอ่านแผนที่เข็มทิศกับดักพื้นเมือง หรือการดำ รงชีพในป่า ในบทความนี้จะเล่าบรรยากาศห้องเรียนวิชาดำ รงชีพ ที่เป็นการจำลองสถานการณ์การฝึกดำ รงชีพ ในป่า โดยมีทีมครูฝึกหมวกแดง จากกรมรบพิเศษที่ ๑ เป็นอาจารย์ผู้บรรยาย วิชานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ กำลังพลที่เข้ารับการฝึกมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถดำรงชีพในป่าได้ในกรณีที่ไม่สามารถรับเสบียงอาหาร เพิ่มเติมจากหน่วย หรือถูกปิดล้อมจากข้าศึก ให้กำลังพลสามารถหานํ้า อาหาร จากธรรมชาติและสามารถ ดำ รงชีพปลอดภัยจากธรรมชาติของป่าได้ “เรื่องที่สำ�คัญที่สุดในการดำ�รงชีพในป่านั้น ได้แก่ กำ�ลังใจ และความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะดำ�รงชีพ อยู่ในป่า โดยมีกุญแจที่นำ�ไปสู่ความสำ�เร็จ คือ S-U-R-V-I-V-A-L” เสบียงอาหารมีความจำ เป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดโดยเฉพาะน้าดื่มที่สะอาด ํ คนเราต้องการน้าํ ๒-๕ ลิตร หากได้รับนํ้าดื่มสะอาดไม่เพียงพอ ร่างกายจะตอบสนองช้าลง ทำ ให้การคิดประมวลผลผิดพลาดจนอาจ เสียชีวิตได้ในที่สุด หากนํ้าดื่มที่เตรียมไปหมดลงกลางทาง การหาแหล่งนํ้าดื่มสะอาดเป็นเรื่องที่จำ เป็น อย่างยิ่ง โดยแหล่งนํ้าดื่มสะอาดในป่านั้นสามารถหาได้ดังต่อไปนี้ แหล่งนํ้าตามธรรมชาติห้วย หนอง คลอง บึง นํ้าจากแหล่งธรรมชาตินี้ไม่ควรดื่มทันทีเพราะอาจมี เชื้อโรคต่าง ๆ ในนํ้า ก่อนดื่มเราควรใส่ยาฮาราโซน ๒ เม็ด ต่อนํ้า ๑ กระติก ทิ้งไว้๓๐ นาทีหรือใส่ทิงเจอร์ ไอโอดีน ๒-๓ หยด ต่อนํ้า ๑ กระติก แล้วเขย่าทิ้งไว้๓๐ นาทีหรือถ้าไม่มียาดังกล่าว ควรเลือกแหล่งนํ้า ที่ใสไม่มีตะกอน ถ้าจะให้ดีไม่ควรเป็นแหล่งนํ้าที่อยู่ใกล้ถํ้าหินปูน หรือไหลผ่านหินปูน แต่หากมีความจำ เป็น ที่ต้องดื่มนํ้าในแหล่งนํ้านั้น ควรต้มในกระบอกไม้ไผ่ หรือภาชนะที่สามารถใช้ต้มนํ้าได้ก่อนรับประทานเสมอ เพียงเท่านี้เราก็จะได้นํ้าดื่มที่สะอาด ปลอดภัย มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๒๘ หากเราหาแหล่งน้าตามธรรมชาติไม่ได้ ํ แหล่งน้าจากพืชถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สะอาดใส ํ แต่ควรเลือก ชนิดของพืชให้ดีเพราะหากเป็นพืชที่มีพิษจะทำ ให้เราได้รับอันตรายได้พืชที่สามารถหาแหล่งนํ้าได้ส่วนใหญ่ คือไม้ไผ่ต้นกล้วย หรือเถาวัลย์การหาน้าจากไม้ไผ่นั้น ํ สามารถโน้มกิ่งต้นไผ่แล้วตัดที่แขนงไผ่เล็กๆ รอให้นํ้า จากกิ่งไผ่นั้นหยดลงที่ภาชนะ หากเป็นไม้ไผ่ขนาดใหญ่จะใช้เวลาไม่นาน นํ้าจากต้นไผ่นี้มีคุณภาพดีที่สุด มีกลิ่นหอม มีรสหวานบางต้น ส่วนต้นกล้วยสามารถทำ ได้โดยการตัดลำต้นแล้วขูดให้เป็นแอ่งบริเวณกลาง ลำต้น ทิ้งไว้สักพักจะมีนํ้าผุดขึ้นมา แต่นํ้าที่ได้นี้จะมีรสชาติที่ฝาด สำ หรับการหาน้าจากเถาวัลย์ ํ ใช้มีดคม ๆ ตัดเฉียง โดยครั้งแรกให้ตัดสูงที่สุดที่สามารถตัดได้แล้วจึงตัด ที่โคนเถาอีกครั้งหนึ่ง น้าซึ่งอยู่ภายในเถาจะไหลออกมา ํ ให้นำ ภาชนะมารองน้านั้น ํ หรือถือเถาขึ้นสูงให้น้าไหล ํ ลงสู่ปากเราเลยก็ได้น้าที่ไหลออกมานี้สามารถรับประทานได้เลยทันทีโดยไม่ต้องต้ม ํน้าจะมีลักษณะใสเหมือน ํ น้าประปา ํ รสชาติจืดสนิท และมีกลิ่นเขียวของพืชอ่อน ๆ ถ้าไม่แน่ใจว่าเถาที่ตัดมานั้นเป็นเครือเขาน้าหรือไม่ ํ มีวิธีการที่เรียกว่า “ชิมคอย” ชิมทีละนิด โดยเริ่มจากหนึ่งหยดก่อนแล้วคอยดูอาการประมาณ ๑๕ นาที หากไม่มีอาการแพ้อาการคันใด ๆ แล้ว ให้ชิมอีกครั้ง โดยเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อยเมื่อดูอาการว่าไม่แพ้พิษ ใด ๆ แน่แล้ว จึงดื่มในปริมาณมากต่อไป หลังจากเรียนรู้วิธีหาน้าแล้ว ํ ลำดับต่อมา คือ การหาเสบียงอาหาร เพราะอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ น้าดื่ม ํ โดยการที่จะเอาตัวรอดในป่าได้นั้น เราจะต้องรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียซึ่งในป่านั้น มีแหล่งอาหารมากมาย ดังนั้น เราสามารถหาแหล่งอาหารตามธรรมชาติในป่าได้เช่น พืช ผัก และผลไม้ เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ในป่า และสามารถทานเพื่อประทังชีวิตได้ไม่ว่าจะเป็นกล้วยป่า ผลไม้ป่า และผักป่า อีกหลากหลายอย ่างที่สามารถนำ มาทานได้แต่สำ หรับผู้ที่ไม่รู้จักผักป่า หรือไม่สามารถแยกเห็ดพิษได้ ควรหลีกเลี่ยงการทานผักป่าและเห็ดป่า เพราะว่าอาจมีพิษที่ร้ายแรง และอาจทำ ให้เกิดอันตรายได้การที่เรา นำ พืช ผัก หรือผลไม้มาประกอบอาหารนั้น เราต้องแน่ใจเสียก่อนว่า ผลไม้หรือพืชนั้น สามารถทานได้จริง โดยมีหลักการ เช่น การสอบถามจากชาวบ้าน สังเกตพฤติกรรมการกินของสัตว์ป่าว่า พืช ผลไม้ชนิดไหน ทานได้หรือทดลองชิมกัดผลไม้โดยชิมเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วคอยดูผลว่ามีปฏิกิริยาผิดปกติหรือไม่ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


การหาเนื้อสัตว์สัตว์ที่มีอยู่ในป่าส่วนมากเป็นสัตว์ที่พวกเรารู้จักกันอยู่แล้ว และสัตว์แทบทุกชนิดในป่า ใช้เป็นอาหารได้ทั้งนั้น เว้นแต่เราไม่เคยกินเอง เช่น งูลิง ค่าง กิ้งก่า และอีกหลายอย่าง รวมทั้งจำ พวกมดและแมลง แต่การจะแสวงหาสัตว์ป่าเพื่อนำ มาประกอบอาหาร หรือนำ มาตุนเป็นเสบียงในขณะที่ปฏิบัติการรบในป่านั้น การใช้ปืนเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่การใช้ปืนจะทำ ให้เกิดเสียง ซึ่งเป็นการบอกแหล่งที่อยู่ของเราแก่ข้าศึก และทำ ให้ สัตว์แตกตื่น ดังนั้นเราควรจะต้องทำ การวางกับดัก หรือทำอุปกรณ์สำ หรับล่าสัตว์ซึ่งสัตว์ป่านั้นค่อนข้าง เคลื่อนตัวได้ว่องไว และค่อนข้างระมัดระวังตัว ดังนั้นการล่าสัตว์ในป่าจะต้องอาศัยความชำ นาญของผู้ล่า เป็นอย่างมาก การจำลองสถานการณ์การฝึกดำ รงชีพในป่านี้จะฝึกให้นักเรียนช่างฝีมือทหาร ได้พิจารณาสถานการณ์ โดยตลอด รวบรวมความรู้ต่าง ๆ เข้าใจในสภาพภูมิประเทศ ซึ่งทักษะความชำ นาญเหล่านี้จะสามารถแก้ปัญหา ต่าง ๆ ในการเลี้ยงตนเอง เพื่อให้ดำ รงชีพต่อไปได้ ๒๙ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศและโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ที่มีจุดมุ่งหมายในการผลิตนักเรียนให้มีความรู้ความสามารถแตกต่างกัน ออกไปตามเป้าหมายของแต่ละสถาบันที่ได้กำ หนดไว้แต่ทว่าสองสถาบันนี้เป็นผลงานเชิงประจักษ์ อันสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆโดยเฉพาะด้านการทหารและด้านการศึกษาของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีพ.ศ. ๒๔๒๘ พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการขยายการศึกษาออกสู่หัวเมืองในภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น จึงได้มีการก่อตั้งโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยคำว่า “ยุพราช” นั้นเป็นพระนามพระราชทานจากพระโอรสในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อครั้งทรงดำ รงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระยุพราช จากเหตุที่กล่าวมาในข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองสถาบันเจริญวัฒนามาด้วยพระมหากรุณาธิคุณจาก บูรพมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์ซึ่งโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และโรงเรียน ยุพราชวิทยาลัย มีความยึดมั่นในเกียรติภูมิสูงส่งแห่งสถาบันการศึกษา และตระหนักในภาระหน้าที่ ที่จะดำ รงรักษาเกียรติภูมินั้นให้คงอยู่คู่แผ่นดิน F นายจตุรงค์ ประสงค์ดี วิทยาจารย์ แผนกวิชาศิลปะ ส่วนการศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ๓๐ ๓๓ ปี กีฬาประเพณี ยุพราช-เตรียมทหาร N พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระอักษร วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๓๑ N พิธีกรดำ เนินรายการโดยนักเรียนทั้งสองสถาบัน มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๓๒ ด้วยเหตุดังกล่าวทำ ให้ทั้งสองสถาบันเล็งเห็นถึงความสำ คัญของการสร้างสายสัมพันธ์อันดีงามจึงได้ ร่วมกันจัดกิจกรรม “การแข่งขันกีฬาประเพณีเตรียมทหาร-ยุพราช” ซึ่งปรากฏหลักฐานในสูจิบัตรของงานว่า ได้เริ่มต้นขึ้นครั้งแรก เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๐ โดยผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร คณาจารย์และข้าราชการ ได้นำ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ ๑ ไปทัศนศึกษาและเยี่ยมชมกิจการทางทหารในจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือรวมถึง ศึกษาลักษณะภูมิประเทศ หลักฐานทางประวัติศาสตร์และสถานที่สำคัญในภาคเหนือจึงได้ดำ ริให้มีการแข่งขัน กีฬาประเพณีขึ้นระหว่างโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยกับโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์สร้างสรรค์ความสามัคคีความมีระเบียบวินัย และปลูกฝังคุณธรรม ให้แก่นักเรียนทั้งสองสถาบัน ในปีพ.ศ. ๒๕๖๗ นี้ถือเป็นครั้งที่ ๓๓ โดยในครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ ๘-๙ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ โรงเรียน ยุพราชวิทยาลัยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม ซึ่งแบ่งกิจกรรมออกเป็น ๒ วัน โดยในวันแรกเป็น “งานเลี้ยง ขันโตก บานเย็น-จักรดาว พร่างพราวสัมพันธ์”ซึ่งการเลี้ยงขันโตกถือเป็นวัฒนธรรมของชาวเหนือ ที่ปฏิบัติกันมา อย่างช้านานและนิยมใช้เลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.อัจฉรา ช่วยนุ่ม ผู้อำ นวยการสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เดินทางมาเป็นประธาน ภายในงานมีการแสดงต่างๆ ที่แสดงออกถึงศักยภาพของนักเรียนทั้ง ๒ สถาบัน เช่น การเป็นพิธีกรร่วมกัน การบรรเลงดนตรีไทยร่วมกัน ทั้งสองสถาบัน รวมถึงการแสดงศิลปะพื้นบ้านภาคเหนือในขบวนขันโตกของนักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยของนักเรียนเตรียมทหาร และปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีสากลของนักเรียน ทั้งสองสถาบัน N วงดนตรีไทยของนักเรียนทั้งสองสถาบัน N ขบวนเชิญขันโตกโดยนักเรียนยุพราชวิทยาลัย N การแสดงแม่ไม้มวยไทยโดยนักเรียนเตรียมทหาร N งานเลี้ยงขันโตกบานเย็น-จักรดาว พร่างพราวสัมพันธ์ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๓๓ ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์รวมถึงการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ทั้งทางด้านวิชาการและด้านกีฬา ของบุคลากรและนักเรียนทั้ง ๒ สถาบัน โดยในช่วงเช้าจะมีกิจกรรม การเสวนาวิชาการของคณะผู้บริหารและคณาจารย์ทั้งสองสถาบัน กิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิชาการ กิจกรรม แข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ เป็นต้น ปิดท้ายด้วยความสนุกจากการแสดงดนตรีสากลของนักเรียนทั้งสองสถาบัน N การเสวนาวิชาการ N วงดนตรีสากลโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ N การแข่งขันวอลเลย์บอล N การแข่งขันเทเบิลเทนนิส N การแข่งขันทักษะทางวิชาการ N วงดนตรีสากลโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๓๔ ในช่วงบ่ายเป็นช่วงของพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา โดยเริ่มต้นจากพาเหรดของนักเรียนทั้งสองสถาบัน และหลังจากการกล่าวเปิดการแข่งขันจะมีการแสดงของนักเรียนทั้งสองสถาบัน โดยจะเริ่มต้นด้วยการแสดง ของผู้นำ เชียร์ของนักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และเมื่อพักครึ่งเวลาการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน จะตามด้วย การแสดงของชมรมแฟนซีดริลล์โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และการแสดง TO BE NUMBER ONE DANCERCISE ของนักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย N ขบวนพาเหรดกีฬาประเพณียุพราชเตรียมทหารครั้งที่ ๓๓ N การแสดงผู้นำ เชียร์ของนักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย N การแข่งขันฟุตบอลของนักเรียนทั้งสองสถาบัน N การแสดง TO BE NUMBER ONE DANCERCISE N การแสดงแฟนซีดริลล์ของนักเรียนเตรียมทหาร วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๓๕ ในช่วงเย็นของวันที่ ๙ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้มีกิจกรรมงานเลี้ยงบานเย็น-จักรดาวพร่างพราวสัมพันธ์ ครั้งที่ ๓๓ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทั้งสองสถาบัน โดยภายในงานมีกิจกรรมการแสดง ของคณาจารย์การมอบของรางวัล การร้องเพลง และการกล่าวขอบคุณของคณะผู้บริหารทั้งสองสถาบัน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นของบุคลากรทั้งสองสถาบัน สายสัมพันธ์อันงดงามระหว่างโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และโรงเรียนยุพราช วิทยาลัย ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาเพียงชั่วครู่แต่ทว่าความสัมพันธ์นี้ได้เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและบุคลากรทั้งสองสถาบันได้มีเวลาร่วมกันในการทำกิจกรรม รวมถึง การแสดงออกถึงนํ้าใจไมตรีที่ต่างหยิบยื่นให้กันด้วยความยินดีจึงเป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองสถาบัน ดำ เนินต่อไปได้อย่างงดงาม และพร้อมที่จะสร้างแรงสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติในอนาคตสืบไป N บรรยากาศงานบานเย็น-จักรดาว พร่างพราวสัมพันธ์ครั้งที่ ๓๓ ของบุคลากรทั้ง ๒ สถาบัน มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


การฝึกคอบร้าโกลด์ถือเป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารขนาดใหญ่และมีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิกร่วมกัน เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำ ทุกปีการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์๒๐๒๔ ในปีนี้นับเป็น ครั้งที่ ๔๓ โดยในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งมีพลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดีผู้บัญชาการทหารสูงสุด นาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำ ประเทศไทย และ พลโท ซาเวียร์ บรันสัน (Xavier T. Brunson) แม่ทัพน้อยที่ ๑ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา เป็นประธานร่วม ในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์๒๐๒๔ ณ สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อำ เภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง และมีเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำ ประเทศไทย เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำ ประเทศไทย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำ ประเทศไทย อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำ ประเทศไทย และ อัครราชทูตมาเลเซียประจำ ประเทศไทย เข้าร่วมพิธีฯ ซึ่งประเทศที่เข้าร่วมการฝึกหลัก จำ นวน ๗ ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลีและมาเลเซีย ประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน จำ นวน ๒ ประเทศ ได้แก่สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในการฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา คือ ออสเตรเลีย สำ หรับ COBRA GOLD 2024 F ส่วนประชาสัมพันธ์ กองอำ นวยการฝึก คอบร้าโกลด์ 24 ๓๖ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๓๗ กลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติ (Multinational Planning AugmentationTeam : MPAT) จำ นวน ๑๐ ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนาดา ฝรั่งเศส มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ฟิลิปปินส์ฟิจิสหราชอาณาจักร และบรูไน และประเทศ ที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ฝึก(Combined ObserverLiaisonTeam : COLT)จำ นวน ๑๐ ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว บราซิล ปากีสถาน เวียดนาม เยอรมนีสวีเดน สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) คูเวต และ ศรีลังกา รวมทั้งสิ้น ๓๐ ประเทศผู้เข้าร่วมการฝึกฯจำ นวน ๙,๕๙๐ นาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนา ความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และเป็นการพัฒนาขีดความสามารถ ในการอำ นวยการยุทธ์ร่วมและผสม โดยการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤตต่างๆอีกทั้งเพื่อฝึก การใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติโดยกำ หนดการฝึกหลัก ระหว่างวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึง ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ประกอบด้วยการฝึกที่สำคัญดังนี้ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๓๘ ๑. การฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา สำ หรับปีนี้เป็นวงรอบการฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) ซึ่งเป็นการฝึกอำ นวยการยุทธ์ของกำลังรบขนาดใหญ่ เพื่อรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ในทุกมิติ(All Domain Operations) ได้แก่ ทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางด้านไซเบอร์และทาง อวกาศ สำ หรับการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ๒๐๒๔ เป็นการฝึกบนพื้นฐานของแผนยุทธการ (OPORD) และแนวความคิดในการปฏิบัติ(CONOP) โดยพัฒนาตามหนทางปฏิบัติที่ผู้บัญชาการกองกำลังร่วมผสม นานาชาติตกลงใจเลือกตามกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหารแบบนานาชาติ(MDMP-M) ซึ่งเป็นผลผลิต ที่สำคัญของการฝึกฝ่ายเสนาธิการ (STAFFEX) ในวงรอบการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์๒๐๒๓ ที่ผ่านมา ๒. โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance : HCA) ได้แก่ โครงการ ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์สำ หรับโรงเรียนในพื้นที่การฝึก จำ นวน ๕ โครงการ ประกอบด้วย โครงการที่ ๑ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๐ จังหวัดลพบุรี โครงการที่ ๒ โรงเรียนวัดโคกเขื่อน จังหวัดปราจีนบุรี โครงการที่ ๓ โรงเรียนบ้านหนองใหญ่จังหวัดฉะเชิงเทรา โครงการที่ ๔ โรงเรียนบ้านเขาชะอางคร่อมคลอง จังหวัดระยอง โครงการที่ ๕ โรงเรียนบ้านประแกต จังหวัดจันทบุรี วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ๓๙ มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


การฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติประกอบด้วยการฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ(HADR-TTX) ในหัวข้อบทบาททางทหาร ในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติภายใต้กลไกลการตอบสนองในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติเพื่อเตรียมการสาธิตการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (HADR-Demo) ซึ่งเป็นการฝึกสาธิตแนวทางในการปฏิบัติเป็นสถานีได้แก่ การค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การส่งกลับสายแพทย์สารเคมีรั่วไหล และการดับเพลิง ของประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการฝึกฯ ๔๐ การฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ (HADR-TTX) การสาธิตการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (HADR-Demo) วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๔๑ การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินนํ้าสะเทินบก ๓. การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ประกอบด้วย การฝึกแลกเปลี่ยน CTX และการฝึกภาคสนามของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การฝึก ปฏิบัติการยุทธ์สะเทินนํ้าสะเทินบก การฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์การฝึกอพยพประชาชนออกจาก พื้นที่ขัดแย้ง และการฝึกดำ เนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


การฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ ๔๒


๔๓ การฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๔๔ การฝึกดำ เนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๔๕ การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์๒๐๒๔ นอกจากจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลที่เข้าร่วม การฝึกในส่วนของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ หลักนิยม และ เทคโนโลยีทางทหาร เพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทยและกองทัพมิตรประเทศในปฏิบัติการ ร่วม/ผสม สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและผลประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาคโดยรวม นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาของกำ ลังพล มิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร แหล่งข้อมูล • กรมยุทธการทหาร • www.facebook.com/ExerciseCobraGold • www.facebook.com/cobragoldth


๔๖ การพัฒนากองทัพด้าน Cyber และ Space ในการเสวนาวิชาการ วิทยาลัยการทัพสัมพันธ์ ประจำ ปี ๒๕๖๗ F นักศึกษาวิทยาลัยการทัพอากาศ รุ่นที่ ๕๘ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


๔๗ ปัจจุบัน ทั่วโลกต่างต้องเผชิญภัยคุกคามในหลากหลายรูปแบบที่ไม่ติดอยู่กับมิติเดิม ๆ กองทัพไทย ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงหลักของชาติได้ตระหนักรู้ถึงความสำ คัญในการเตรียมความพร้อม ในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว ด้วยเหตุนี้กิจกรรมวิทยาลัยการทัพสัมพันธ์ ประจำ ปี๒๕๖๗ ซึ่งวิทยาลัยการทัพอากาศเป็นเจ้าภาพ จึงได้กำ หนดหัวข้อของการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “การพัฒนากองทัพด้าน Cyber และ Space” เพื่อมุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และเป็นการเตรียม ความพร้อมให้กับกำลังพลของกองทัพไทยรวมถึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายใต้การเปลี่ยนแปลง ของโลกปัจจุบันที่ผันผวนไม่แน่นอน รวมถึงบูรณาการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาแนวความคิดและการ ปฏิบัติการทางทหารที่ทันสมัย จัดทำแนวทางพัฒนากองทัพ ให้สอดคล้องกับภัยคุกคามในยุคปัจจุบัน และบูรณาการองค์ความรู้บทบาทผู้นำ ระดับยุทธศาสตร์ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน เชื่อมความสัมพันธ์อันดีของนักศึกษาและคณาจารย์ระหว่างเหล่าทัพ ซึ่งจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานร่วม ทางทหารในอนาคต มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗ วารสาร


๔๘ วารสาร มกราคม - มีนาคม ๒๕๖๗


Click to View FlipBook Version