บทเรยี นสาํ เรจ็ รปู เร่อื ง พระพทุ ธศาสนา
กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระพระพุทธศาสนา รหัสวชิ า ส ๓๒๒๐๑
ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี ๒
เลมท่ี ๓
นางสมปอง เขมะสจั จกลุ
ตําแหนง ครู วิทยฐานะ ครชู ํานาญการ
โรงเรยี นบา นผอื พทิ ยาสรรค
สํานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาอดุ รธานี เขต ๔
สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก
คาํ นํา
บทเรียนสําเร็จรูป กลมุ สาระการเรียนรู สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชดุ พระพุทธศาสนา จดั ทาํ ขนึ้ โดยมีวัตถปุ ระสงคเ พ่อื ใชป ระกอบกิจกรรมการเรยี นรู
ท่ีเนนผูเรยี นเปนสาํ คญั เสริมนกั เรียนที่เรยี นเกง และชว ยเหลอื นกั เรียนทีเ่ รียนชา
ในระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ใหมคี วามรูความเขา ใจเกย่ี วกับพระพทุ ธศาสนา
เรื่อง พทุ ธศาสนสุภาษิต ซงึ่ เนอ้ื หาในบทเรยี นสาํ เร็จรปู ประกอบดวยสวนสาํ คัญดงั นีค้ ือ
สาระสําคัญ จุดประสงคการเรียนรู กรอบเนื้อหา กรอบคําถาม เฉลยคําถามในแต
ละกรอบ แบบทดสอบกอ นเรียน – หลังเรียน และขอคิดทคี่ วรนําไปใชใ นการดําเนินชวี ติ
ผูจัดทําหวังเปนอยางย่ิงวาวาบทเรียนสําเร็จรูปเลมน้ี จะชวยเปนส่ือประกอบ
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีจะใชกับผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพเหมาะกับสภาพ
ทอ งถิน่ และความสามารถในการเรียนรูของผูเรียน ซ่ึงในการจัดทําบทเรียนสําเร็จรูปใน
คร้ังนี้ผูจัดทําไดรับคําแนะนําเก่ียวกับการจัดทําบทเรียนสําเร็จรูปเปนอยางดีจาก
นายณฐั พล บรรณกาล รองผอู าํ นวยการโรงเรยี นบานผือพิทสรรค ฝา ยวชิ าการ คณะครู
โรงเรียนบานผือพิทยาสรรค และไดรับความรวมมือจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒
โรงเรียนบานผือพิทยาสรรค ทุกคน ผจู ัดทาํ จึงขอขอบพระคณุ ทกุ ทานมา ณ โอกาสน้ี
สมปอง เขมะสจั จกุล
สารบัญ ข
เร่อื ง หนา
คําแนะนําสําหรบั ครู ๑
คาํ แนะนําสําหรับนกั เรียน ๒
สาระสําคัญ ๓
จดุ ประสงคการเรียนรู ๓
แบบทดสอบกอนเรยี น ๔
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี น ๗
กรอบท่ี ๑ สัตวโ ลกยอ มเปน ไปตามกรรม ๘
คาํ ถามกรอบท่ี ๑ ๙
เฉลยคําถามกรอบที่ ๑ ๑๐
กรอบท่ี ๒ ทาํ ดีไดดี ทําชัว่ ไดชั่ว ๑๑
คาํ ถามกรอบท่ี ๒ ๑๓
เฉลยคําถามกรอบที่ ๒ ๑๔
กรอบที่ ๓ การสัง่ สมบุญนาํ สุขมาให ๑๕
คําถามกรอบที่ ๓ ๑๗
เฉลยคําถามกรอบท่ี ๓ ๑๘
กรอบท่ี ๔ ผูบชู ายอมไดร บั การบูชาตอบ ๑๙
คาํ ถามกรอบท่ี ๔ ๒๐
เฉลยคาํ ถามกรอบที่ ๔ ๒๑
สารบัญ (ตอ) ค
เร่อื ง หนา
๒๒
กรอบที่ ๕ ขอ คิดท่ีควรนําไปใชในการดาํ เนนิ ชวี ิต ๒๓
แบบทดสอบหลังเรยี น ๒๖
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน ๒๗
บรรณานุกรม ๒๙
ประวัติยอของผูจดั ทาํ
๑
คําแนะนาํ สําหรับครู
๑. ครเู ตรยี มบทเรยี นสําเร็จรูปใหค รบตามจาํ นวนนักเรยี น
๒. ศกึ ษาบทเรียนสาํ เร็จรปู ต้ังแตก รอบแรก จนถึงกรอบสดุ ทาย ทง้ั เนอ้ื หา กิจกรรมใหเขาใจ
กอนปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตอไป
๓. ศกึ ษาวา กิจกรรมในกรอบใดท่ีครตู องเปนผูใหค ําแนะนาํ ชว ยเหลอื หรอื ใหคําปรึกษาบาง
๔. ใชบ ทเรยี นสําเรจ็ รปู เลม นีป้ ระกอบแผนการจดั การเรยี นรู เรื่อง “พุทธศาสนาสภุ าษติ ”
๕. ใชบ ทเรียนสาํ เร็จรูปนีเ้ สรมิ นักเรียนทเ่ี กง และชว ยเหลือนกั เรียนทเี่ รยี นชาใหเรียนทันเพื่อน
๖. พยายามชแ้ี จงใหนกั เรียนอา นคําแนะนาํ ในการใชบ ทเรยี นสาํ เร็จรปู และปฏิบตั ิการทุก
ขน้ั ตอน ทกุ กรอบ ท้งั เนื้อหา กิจกรรม คาํ ถาม คาํ ตอบ หรอื แบบประเมินผลกอนเรียน –
หลงั เรียน
๗. ครูชแ้ี จงนักเรยี นวา เม่อื ทาํ แบบทดสอบกอ น – หลงั เรยี น หรอื ตอบคําถาม ทุกกรอบนกั เรยี น
ไมควรเปด ดคู ําตอบกอน นักเรยี นควรมีคณุ ธรรม ประจําตวั มีความซื่อสตั ยตอ ตนเอง
๒
คาํ แนะนําสาํ หรบั นกั เรยี น
บทเรียนสาํ เรจ็ รปู พระพทุ ธศาสนา เรอ่ื ง พทุ ธศาสนสภุ าษิต จดั ทาํ ขน้ึ เพ่อื ใหน กั เรยี นได
ศึกษาคนควา ดวยตนเอง โปรดอา นคําแนะนาํ กอนการศึกษา
บทเรียนสําเรจ็ รูปเลมนีต้ อ ไป
๑. บทเรยี นนไ้ี มใชขอ สอบ นักเรยี นพยายามทาํ ไปเร่อื ย ๆ ทลี ะกรอบ นักเรียนจะไดร บั ความรู
ไดทาํ แบบฝกทักษะ และกิจกรรมตา ง ๆ ดว ยตวั นกั เรียนเอง
๒. กอนศกึ ษาเน้อื หาในบทเรียน ใหนกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรียนเสยี กอ น
๓. เรม่ิ ทําต้งั แตก รอบแรก เรียงลาํ ดับ หามขา มกรอบโดยเดด็ ขาด
๔. อา นคาํ อธบิ าย คําถามใหเขา ใจ แลว จึงตอบคําถามลงในกระดาษเปลา อยา ขีดเขียน
ขอ ความใด ๆ ลงในบทเรียนสาํ เรจ็ รูป
๕. เมอ่ื ตอบคาํ ถามเสร็จ จงึ เปดไปดคู ําเฉลยในหนาถัดไป
๖. เมอ่ื ศกึ ษาจบทกุ กรอบแลว ใหนกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรียน ตรวจคาํ ตอบ
เปรยี บเทยี บคะแนนสอบกอ นเรยี นและหลงั เรยี นเพื่อประเมนิ ความกาวหนาของตนเอง ถา
ไมผา นเกณฑ ใหนกั เรยี นเรม่ิ ศกึ ษาใหมตงั้ แตกรอบท่ี ๑ เปนตน มา
๗. นักเรียนไมค วรเปด ดคู าํ ตอบกอ น ควรมคี ณุ ธรรมประจําตัวมีความซอื่ สตั ยตอตนเอง
๓
บทเรยี นสาํ เร็จรูป
เรอ่ื ง พทุ ธศาสนสภุ าษิต
จุดประสงคการเรียนรู
๑. บอกพทุ ธศาสนสุภาษติ ทน่ี ักเรยี นรูจกั ได
๒. อธบิ ายความหมายพุทธศาสนสุภาษติ ได
๓. สามารถนาํ ขอ คิดท่ีไดจ ากการศึกษาพุทธศาสนสภุ าษติ ไปประยุกตใชในชวี ิต
ประจาํ วนั ได
สาระสาํ คญั
พระไตรปฎกเปน คัมภรี เ ก็บรวบรวมคําสอนของพระพทุ ธเจาท่ีทรงแสดงแก
ประชาชนรวมทงั้ มคี ําศพั ททางพระพุทธศาสนาและสาระคําสอนที่เรียกวา พทุ ธศาสน
สุภาษติ ซึง่ เปน การสรุปคําสอนสั้นๆ แตแ ฝงดวยปรัชญาธรรม คติธรรม ท่เี ปน ขอคดิ
สอนใจอันจะเปนประโยชนอ ยางยง่ิ ตอการศึกษา และนาํ ไปเปนหลักปฏบิ ตั ใิ นการ
ดาํ เนินชวี ิต
๔
แบบทดสอบกอ นเรียน
เรือ่ ง พุทธศาสนสภุ าษิต
.........................................................................................................................................
คําช้ีแจง ใหน กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบทีถ่ ูกทส่ี ดุ เพยี งคาํ ตอบเดยี ว
๑. ขอ ใดกลาวไดถกู ตอง
ก. กรรมทําใหเ ปน คนดี
ข. กรรมทาํ ใหเปน คนช่วั
ค. ชวี ติ ของคนเปน ผลของกรรมดี
ง. ชีวติ ของคนเปน ไปตามกรรม
๒. คําวา “สัตวโ ลกยอมเปน ไปตามกรรม” สัมพันธกบั ขอใด
ก. ความชั่วไมทาํ เสยี เลยดกี วา
ข. กรรมใหผลเฉพาะในชาตหิ นา
ค. เรามีกรรมเปนของตน เปนผรู ับผลของกรรม
ง. กรรมทท่ี าํ แลวจะดหี รือชวั่ อยทู ่ีผลของกรรม
๓. เหตุใดจงึ กลา ววา “คนเรามชี วี ติ เปนอยางไรนั้น ขนึ้ อยกู ับกรรมหรอื การกระทาํ
ของเรา” ขอ ความนี้สอดคลอ งกบั ขอใด
ก. เพราะกรรมเปน สิ่งกําหนดชะตาชีวติ
ข. เพราะกรรมจะสนองแกผทู ่ีกระทาํ ไมดเี ทา นนั้
ค. เพราะคนเรามบี าปจงึ ตองเกดิ มาเพือ่ ชดใชก รรม
ง. เพราะเรามกี รรมเปนของตน เปนผรู บั ผลของกรรมทัง้ ดแี ละช่วั
๕
๔. พระพุทธศาสนาสอนวา คนทีย่ งั ไมห มดสิ้นซงึ่ กิเลส เมอ่ื ตายไปแลว ตอ งเกดิ ใหม
ใครจะไดไปเกิดทีใ่ ดน้นั ยอ มเปนไปตามกรรมทตี่ นทาํ ไว เชน ผูท ําไมดีอาจไปเกดิ
ในนรก ผูทาํ ความดอี าจไปเกดิ ในสวรรค ดงั นัน้ หากตองการไปเกดิ ในสวรรค
เราควรปฏบิ ตั ิอยา งไร
ก. ปฏิบตั ติ นตามศลี ๕
ข. ปฏิบตั ิตนตามหลกั อรยิ สจั ๔
ค. ปฏิบัติตนตามแบบอยางครู อาจารย
ง. ปฏิบัติตนเพือ่ ใหทกุ ขแ กผ ูอนื่ นอยท่สี ุด
๕. คําวา “กลฺยาณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปก”ํ มีคาํ แปลตรงกบั ขอใด
ก. ทาํ ความดไี วดกี วา
ข. ทาํ ดไี ดดี ทาํ ชวั่ ไดชว่ั
ค. ควรทาํ ตามคาํ สั่งของผปู รารถนาดี
ง. กรรมยอ มจาํ แนกสัตว คือใหท รามและประณตี
๖. คําวา “กศุ ล” หมายถงึ ขอ ใดถกู ตอ งที่สุด
ก. ความดี
ข. ความสขุ
ค. ความสบายใจ
ง. ความสบายกาย
๗. คําวา “การส่งั สมบุญ นําสขุ มาให” สอดคลอ งกับขอ ใด
ก. กมมุนา วตตฺ ตี โลโก
ข. สุโข ปญุ ญสฺส อจุ ฺจโย
ค. ปชู โก ลภเต ปูชํ วนฺทโก ปฏวิ นฺทนํ
ง. กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ
๖
๘. จุดมงหมายของพทุ ธศาสนสภุ าษิตวา”จงเตือนตนดวยตนเอง” คือขอใด
ก. สอนใหเปน คนรอบคอบ
ข. สอนใหเ ปนคนรจู ักปรบั ปรงุ ตนเอง
ค. สอนใหเ ปน คนรูจักเอาใจเขามาใสใจเรา
ง. สอนใหเปนคนรจู ักพึง่ ตนเองใหม าก พงึ่ คนอน่ื ใหนอย
๙. “บุญกิรยิ าวัตถุ” คือวิธกี ารทําบุญทค่ี นทว่ั ไปมกั จะใหค วามสําคญั ประกอบดว ย
อะไรบาง
ก. ทําบญุ ดวยการให ดว ยการรักษาศลี และดว ยการเจริญภาวนา
ข. ทําบุญดว ยการออ นนอ ม ดวยการรับใช และดว ยการเกลยี่ ความดีใหค นอนื่
ค. ทําบญุ ดว ยการยินดใี นความดขี องผอู น่ื ดว ยการฟง ธรรมหาความรแู ละดว ยการให
ง. ทําบุญดวยการสั่งสอนธรรมใหค วามรู ดวยการทาํ ความเห็นใหตรง
และดว ยการรกั ษาศีล
๑๐. คําวา ”อามสิ บูชา” หมายถงึ ขอ ใด
ก. การบชู าดว ยการปฏบิ ตั ิ
ข. การบูชาดว ยวตั ถสุ ่งิ ของ
ค. การแสดงออกถงึ ความรูสกึ
ง. การบูชาดวยอาการนอบนอ ม
๗
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี น
เร่อื ง พทุ ธศาสนสภุ าษติ
๑. ง
๒. ง
๓. ง
๔. ก
๕. ข
๖. ก
๗. ข
๘. ง
๙. ก
๑๐. ข
๘
กรอบท่ี ๑
พทุ ธศาสนสุภาษิต
พทุ ธศาสนสุภาษิต หมายถงึ ขอความหรือถอ ยคําทเี่ ปนคาํ สอน
ของพระพุทธศาสนา ซึ่งเปน คติเตือนใจใหชาวพทุ ธปฏบิ ัตแิ ตส ่ิงทดี่ งี าม
โดยพทุ ธศาสนสุภาษิตเปน ถอยคาํ ทสี่ ้นั กะทดั รัด เขาใจงา ยแตม ใี จความลึกซงึ้
๑. กมม นุ า วตต ตี โลโก: สัตวโ ลกยอมเปน ไปตามกรรม
กรรม แปลวา การกระทํา และมกั หมายรวมถงึ ผลแหงการกระทาํ
พระพทุ ธศาสนาสอนวา คนเราจะมีชวี ติ เปน ไปอยา งไรนน้ั ขน้ึ อยูก ับกรรม
หรือการกระทาํ ของเรา คนเกยี จครา นสันหลังยาวจะมีความเจรญิ ในอาชพี
การงานไดอยา งไร คนท่คี รุนคดิ พยาบาทหรอื อจิ ฉาริษยาผอู น่ื จิตใจจะสงบสุข
ไดอ ยางไร ถา อยากเปนคนบริสุทธกิ์ ต็ องทําแตส ่งิ ท่บี ริสทุ ธิ์ และตอ งทําดว ย
ตนเอง คนอน่ื ทาํ ใหไมไ ด
ท่ีมา : หนังสอื เรยี นวิชาพระพุทธศาสนา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๒
๙
คาํ ถาม
๑. พทุ ธศาสนสภุ าษติ หมายถึงอะไร
๒. พุทธศาสนสุภาษิต มีลักษณะอยางไร
๓. กมม ุนา วตตตี โลโก: แปลวาอยางไร
๔. คนบรสิ ุทธิ์ มีลักษณะอยา งไร
๕. คนเราจะมชี วี ติ ไปอยางไรนน้ั ข้นึ อยกู ับอะไร
เฉลยอยหู นา ถดั ไปนะคะ
๑๐
เฉลยกรอบที่ ๑
คําตอบ
๑. หมายถึง ขอความหรอื ถอยคาํ ทเ่ี ปนคาํ สอนของพระพทุ ธศาสนา
๒. มีลกั ษณะ เปนถอยคาํ ทีส่ ั้นกะทดั รดั เขา ใจงา ยแตม ใี จความลกึ ซ้ึง
๓. แปลวา สัตวโ ลกยอ มเปนไปตามกรรม
๔. ทาํ แตส่ิงทบี่ รสิ ุทธิ์ และตอ งทําดว ยตนเอง คนอ่ืนทาํ ใหไ มได
๕. ขนึ้ อยูก บั กรรม หรือการกระทําของเรา
เกง จงั เลยตอบถูกทุกขอ
ใชไหมคะรบั รางวลั ไปเลย
๑๑
กรอบท่ี ๒
๒. กลย าณการี กลย าณ ปาปการี จ ปาปก : ทาํ ดีไดด ี ทําชวั่ ไดช่วั พระพทุ ธศาสนามี
หลักคําสอนทีส่ ําคัญยิง่ ขอหน่งึ เรียกกนั วา แหงกรรม” กฎแหงกรรมมคี วามหมาย
วา ทาํ ดไี ดด ี ทําชั่วไดช ่วั การใหผ ล แหง กรรมนี้มผี ูสงสยั กนั มากวา ทาํ ดีไดด จี รงิ
หรอื ทาํ ชั่วไดช วั่ จริงหรอื เพราะท่เี หน็ ๆกนั อยู ทาํ ดไี มดีกม็ ี ทําชว่ั ไดด ีกม็ ี เพือ่ จะให
เขา ใจปญ หานี้ จะแบงการใหผ ลของกรรม เปน ๓ ระดบั ดงั นี้
๒.๑. ระดบั ภายในจิตใจหรอื คุณภาพของจิต กรรมทาํ ใหเกิดผลในจิตใจ มีการ
ส่งั สมคณุ สมบตั ิ คอื คณุ ภาพ ทง้ั ฝา ยดีและฝา ยชั่ว กลา วคอื “ทําดีเมอื่ ใด กเ็ ปน
คนดเี มอ่ื นั้น ทาํ ชัว่ เม่ือใด กก็ ลายเปนคนชวั่ เมอ่ื น้นั
ท่มี า : หนงั สอื เรียนวชิ าพระพทุ ธศาสนา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒
๑๒
๒.๒. ระดับบคุ ลิกภาพและอปุ นสิ ัย กรรมทีท่ าํ ลงไปทําใหเ กิดผลในการ สรา ง
เสรมิ ลักษณะนสิ ยั ปรงุ แตง ลกั ษณะความประพฤติ การแสดงออก ทาทกี ารวางตวั การ
ปรับตวั ผลของกรรมน้ีสืบเนอื่ งมาจากระดบั ท่หี นึ่ง คือ เม่ือคณุ ภาพของจิตสูงหรอื ตํ่าก็
แสดงออกมาทางบคุ ลิกลักษณะทาทาง อปุ นิสัย ใจคอ
๒.๓. ระดับภายนอกหรอื ผลทางสงั คม ผลของกรรมระดับน้ี คอื สง่ิ ทม่ี องเห็น
ในชวี ติ ประจาํ วนั เชน ลาภ ยศ สรรเสรญิ สุข ทกุ ข อนั เปน ผลทเ่ี ขาไดร บั ใน สังคมที่เขา
อยู ผลภายนอกนีท้ างพระพทุ ธศาสนาไมถ ือวา เปน ผลโดยตรงของการทําดที าํ ชว่ั เปน
เพียงผลพลอยไดไ มถ อื เปน เร่อื งสาํ คัญนัก คนทม่ี กั กลา วทํานองคดั คานหลกั แหง กรรมวา
“ทําดีไดด มี ีท่ีไหน ทาํ ชั่วไดด ีมถี มไป” มักจะมองดแู ตผ ลภายนอกหรือผลพลอยไดเพียง
อยา งเดยี วโดยไมนกึ วา ผลของความดที ส่ี ําคัญกวา และจะตอ งไดร บั แนน อน คอื ความ
สะอาดของจิตใจ คณุ ภาพจิตทีส่ งู ขนึ้ และความเปน คนดี มบี คุ ลกิ ลักษณะและอปุ นสิ ัยที่
พงึ ประสงค ถารําลกึ อยเู สมอวา “ ทําความดี ยอ มไดความดี ” แทนทจี่ ะคดิ วา
“ ทาํ ความดี ไดข องดี ”
ท่ีมา : หนงั สอื เรยี นวิชาพระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๒ หนา ๙๐
๑๓
คาํ ถามกรอบที่ ๒
คาํ ถาม
๑. กลย าณการี กลย าณ ปาปการี จ ปาปก แปลวา อยางไร
๒. กฎแหง กรรม มีความหมายวา อยางไร
๓. ผลกรรมแบงเปน กร่ี ะดบั อะไรบาง
๔. สมศรี มคี วามประพฤติดงี าม เปนทร่ี กั ใครน บั ถือ
ของคนโดยทว่ั ไป เปนผลกรรมในระดบั ใดของเขา
๕. สมชายไดรับรางวัลลกู กตญั ูประจาํ ป เปน ผลกรรม
ในระดบั ใดของเขา
เฉลยอยหู นาถดั ไปนะคะ
๑๔
เฉลยกรอบท่ี ๒
คาํ ตอบ
๑. แปลวา ทําดไี ดด ี ทาํ ชวั่ ไดชว่ั
๒. มีความหมายวา ทําดีไดด ี ทาํ ชั่วไดชว่ั
๓. แบงเปน ๓ ระดับ คือ
๓.๑ ระดบั ภายในจติ ใจหรือคณุ ภาพของจติ
๓.๒ ระดบั บคุ ลิกภาพ และอปุ นิสยั
๓.๓ ระดบั ภายนอก หรอื ระดบั ผลทางสงั คม
๔. ระดบั ที่ ๒
๕. ระดับที่ ๓
ถา ตอบถูกเกงมากเลย
๑๕
กรอบท่ี ๓
๓. สุโข ปุญญสส อจุ จ โย : การส่ังสมบุญนาํ สุขมาใหบ ญุ แปลวา ความดงี าม การ
ทําบญุ ทําได ๑๐ วธิ ี เรยี กวา บุญกริ ิยาวตั ถุ ๑๐ ไดแ ก
๑. ทาํ บญุ ดว ยการให
๒. ทําบญุ ดวยการรักษาศีล
๓. ทาํ บญุ ดว ยการเจรญิ ภาวนา คอื ฝกอบรมจิตใจ
๔. ทําบญุ ดว ยการออ นนอม
๕. ทาํ บุญดวยการรับใช
๖. ทาํ บุญดวยการเกล่ยี ความดใี หผูอ่ืน
๗.ทาํ บญุ ดว ยการยนิ ดีในความดีของผูอ่นื
๘.ทาํ บญุ ดวยการฟงธรรมหาความรู
๙.ทําบญุ ดว ยการส่งั สอนธรรมใหค วามรู
๑๐.ทาํ บญุ ดว ยการทาํ ความเหน็ ตรง
๑๖
การทําบญุ ยอมใหความสขุ แนน อน การให (หรอื ทาน) เปนการขัดเกลา
กิเลส ทําใหจ ิตใจผอ งใส ทําใหการประกอบอาชพี การงานเปนไปอยาง
ปลอดโปรง ไมค ดิ คดโกงหรอื ทุจรติ กบั ใคร การรกั ษาศีลทําใหเ ปน คนดมี ี
ศลี ธรรม มีคนรกั ใครแ ละไวว างใจ ในทางโลก จะทาํ ใหก ารทาํ งานเปน ไปอยา ง
ราบร่นื มีความสุขตามอตั ภาพ มนตทางธรรมทาํ ใหเ กดิ ความสงบ การเจรญิ
ภาวนานน้ั เปนการชว ยใหจ ติ ใจแนวแน มีสตริ ู รตู วั วา กาํ ลงั ทําอะไร การเจรญิ
ภาวนา แมส วนใหญจะมงุ ความสขุ ทางธรรม แตก ็ชว ยทาํ ใหความสุขทางโลก
เปนไปไดแนน อน
ที่มา : หนงั สอื เรยี นวิชาพระพทุ ธศาสนา ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๒ หนา ๙๑
๑๗
คาํ ถามกรอบที่ ๓
คําถาม
๑. สุโข ปุญญสส อุจจโย แปลวา อะไร
๒. บุญ แปลวา อะไร และทาํ ไดก ีว่ ธิ ี
๓. การใหทาน ทาํ ใหผ ูที่ใหม ีความรูสึกอยา งไร
เฉลยอยหู นา ถดั ไปนะคะ
๑๘
เฉลยกรอบท่ี ๓
คําตอบ
๑. แปลวา การสง่ั สมบญุ นาํ สุขมาให
๒. แปลวา ความดงี าม ทาํ ได ๑๐ วิธี
๓. เปน การขัดเกลากิเลส ทาํ ใหจิตใจผองใส
ถาผดิ อยา ทอนะคะกลบั ไป
ศกึ ษาเนื้อหาใหม
๑๙
กรอบที่ ๔
๔. ปชู โก ลภเต ปชู ํ วนทฺ โก ปฏวิ นุทนํ : ผูบชู ายอมไดร ับการบชู าตอบ ผไู หวย อ ม
ไดรบั การไหวต อบบูชา หมายถงึ การแสดงความเคารพบคุ คลหรอื สง่ิ ที่นับถอื รวมตลอด
ไปถึงการยกยอ งเทิดทนู ดว ยความนบั ถอื และอาจขยายความไปถงึ การยอมรับ การให
เกียรตแิ ละการเห็นความสาํ คญั
การใหเกยี รติ การยอมรบั และการนบั ถือน้เี ราควรเดนิ สายกลาง ไมแ สดงอาการ
พินอบพเิ ทาจนเกนิ ควร ไมก ลา ววาจายกยอ งสรรเสรญิ จน เกินงาม จะกลายเปนการประจบ
สอพลอ ในการใหเ กยี รติผอู น่ื เราตอ งใหเ กยี รติ ตนเองดว ย มิฉะนั้นคนจะเยย หยันและดู
ถูกเราในใจ เราไมดูถูกใครลว งหนา แตกไ็ มสรรเสรญิ ใครลวงหนา เราควรทาํ ตนใหเปน
คนสภุ าพออ นโยน ไมด หู ม่นิ หรือสรรเสริญคนโดยท่ยี ังไมรูจัก แตแ สดงออกทางกายและ
วาจาตามธรรมเนียม ประเพณที ีส่ ังคมถอื กันวาเหมาะสม เชน พบครูบาอาจารยก ย็ กมอื
ไหว พบคนรจู กั ที่เปนอาวโุ สกค็ ารวะกอ น
ท่มี า : หนังสอื เรยี นวชิ าพระพทุ ธศาสนา ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒
๒๐
คําถามกรอบท่ี ๔
คาํ ถาม
๑. ปูชโก ลภเต ปูชํ วนทฺ โก ปฏวิ นุทนํ แปลวา อยางไร
๒. การแสดงความเคารพบคุ คลหรือส่งิ ทน่ี ับถือ
รวมตลอดไปถงึ การยกยองเทิดทนู ดว ยความนบั ถือ
และอาจขยายความไปถงึ การยอมรบั การใหเ กยี รตแิ ละการเหน็
ความสาํ คัญ เราเรยี กการกระทําเชน นีว้ า อยางไร
เฉลยอยหู นาถัดไปนะคะ
๒๑
เฉลยกรอบที่ ๔
คําตอบ
๑. แปลวา ผบู ชู ายอมไดร ับการบชู าตอบ ผูไหวย อ ม
ไดร ับการไหวต อบ
๒. การบูชา
ทําถกู หรอื เปลาคะ
ถาตอบถกู เกง มากคะ
๒๒
กรอบที่ 6
ขอ คดิ ที่ควรนาํ ไปใชในการดําเนินชีวิต
๑. การศกึ ษาพทุ ธศาสนสุภาษติ ทําใหผ ูศ กึ ษาสามารถนําไปเปนคติเตอื นใจ
ในการดําเนนิ ชวี ิตไดอยา งถูกตอ งและเหมาะสม
๒. การนาํ พุทธศาสนสภุ าษติ ไปปฏบิ ัติในการดําเนนิ ชีวติ จะทาํ ให
ชีวติ มีความเจริญรงุ เรอื งไมตกไปในทางที่เสื่อมเสยี
๓. สังคมเกดิ ความสงบสขุ มคี วามเจริญรงุ เรอื ง และปญหาสงั คมตา ง ๆ
ลดนอ ยลง
ศึกษาเร่อื ง พุทธศาสนสภุ าษติ อยา
ลมื นําขอ คิด
ไปใชกับชวี ติ ประจําวนั นะคะ
๒๓
แบบทดสอบหลงั เรียน
เรือ่ ง พทุ ธศาสนสภุ าษิต
............................................................................................................................................
คําชแี้ จง ใหน ักเรยี นเลือกคาํ ตอบทถ่ี กู ท่สี ดุ เพียงคําตอบเดยี ว
๑. เหตใุ ดจึงกลา ววา “คนเรามีชีวติ เปนอยางไรนั้น ขน้ึ อยกู บั กรรมหรือการกระทํา
ของเรา” ขอความนสี้ อดคลอ งกับขอใด
ก. เพราะกรรมเปน สิ่งกําหนดชะตาชีวติ
ข. เพราะกรรมจะสนองแกผ ทู ีก่ ระทําไมดเี ทา น้นั
ค. เพราะคนเรามบี าปจงึ ตองเกดิ มาเพ่อื ชดใชก รรม
ง. เพราะเรามกี รรมเปน ของตน เปน ผูรับผลของกรรมทง้ั ดีและชวั่
๒. คาํ วา “กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปก”ํ มคี ําแปลตรงกับขอใด
ก. ทําความดีไวดกี วา
ข. ทาํ ดไี ดดี ทาํ ชวั่ ไดช วั่
ค. ควรทาํ ตามคาํ ส่งั ของผปู รารถนาดี
ง. กรรมยอ มจําแนกสตั ว คอื ยอ มใหทรามและประณตี
๓. คาํ วา “การส่งั สมบญุ นาํ สุขมาให” สอดคลองกบั ขอใด
ก. กมมฺ ุนา วตฺตตี โลโก
ข. สุโข ปุญญสฺส อุจจฺ โย
ค. ปชู โก ลภเต ปูชํ วนทฺ โก ปฏิวนฺทนํ
ง. กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ
๒๔
๔. จดุ มงหมายของพทุ ธศาสนสภุ าษติ วา”จงเตือนตนดวยตนเอง” คอื ขอ ใด
ก. สอนใหเ ปน คนรอบคอบ
ข. สอนใหเปน คนรูจักปรับปรงุ ตนเอง
ค. สอนใหเ ปนคนรจู ักเอาใจเขามาใสใ จเรา
ง. สอนใหเ ปน คนรจู กั พง่ึ ตนเองใหมาก พงึ่ คนอืน่ ใหนอย
๕. คําวา “กศุ ล” หมายถงึ ขอ ใดถกู ตองที่สดุ
ก. ความดี
ข. ความสขุ
ค. ความสบายใจ
ง. ความสบายกาย
๖. ขอใดกลาวไดถูกตอ ง
ก. กรรมทําใหเ ปน คนดี
ข. กรรมทําใหเ ปน คนช่ัว
ค. ชีวิตของคนเปน ไปตามกรรม
ง. ชวี ติ ของคนเปนผลของกรรมดี
๗. “สตั วโลกยอ มเปนไปตามกรรม” สมั พันธกบั ขอ ใด
ก. ความชว่ั ไมท าํ เสียเลยดกี วา
ข. กรรมใหผ ลเฉพาะในชาติหนา
ค. กรรมที่ทาํ แลวจะดหี รอื ชัว่ อยทู ี่ผลของกรรม
ง. เรามีกรรมเปน ของตน เปน ผรู บั ผลของกรรม
๘. พระพทุ ธศาสนาสอนวา คนทย่ี ังไมหมดสิน้ ซง่ึ กเิ ลส เมอ่ื ตายไปแลวตอ งเกดิ ใหม
ใครจะไดไปเกดิ ท่ใี ดน้นั ยอ มเปน ไปตามกรรมท่ตี นทาํ ไว เชน ผทู าํ ไมด อี าจไปเกิด
ในนรก ผูทําความดอี าจไปเกดิ ในสวรรค ดังน้ัน หากตอ งการไปเกิดในสวรรค
เราควรปฏิบตั ิอยางไร
ก. ปฏิบตั ิตนตามศลี ๕
ข. ปฏบิ ัติตนตามหลกั อรยิ สัจ ๔
ค. ปฏบิ ัตติ นตามแบบอยางครู อาจารย
ง. ปฏิบตั ิตนเพ่อื ใหท กุ ขแ กผ อู นื่ นอยทส่ี ุด
๒๕
๙. คาํ วา”อามิสบูชา” หมายถงึ ขอ ใด
ก. การบูชาดว ยอาการนอบนอม
ข. การบชู าดวยวตั ถสุ ่งิ ของ
ค. การแสดงออกถึงความรูสึก
ง. การบูชาดวยการปฏิบตั ิ
๑๐. “บญุ กิรยิ าวตั ถ”ุ คอื วธิ ีการทาํ บญุ ท่ีคนทั่วไปมกั จะใหค วามสําคญั ประกอบ
ดว ยอะไรบาง
ก. ทาํ บญุ ดวยการให ดว ยการรกั ษาศลี และดว ยการเจรญิ ภาวนา
ข. ทาํ บญุ ดว ยการยนิ ดใี นความดีของผูอ ื่น ดวยการฟงธรรมหาความรู
และดว ยการให
ค. ทาํ บญุ ดวยการออ นนอ ม ดวยการรับใช และดว ยการเกลี่ยความดใี หคนอ่นื
ง. ทาํ บุญดวยการส่งั สอนธรรมใหค วามรู ดว ยการทําความเหน็ ใหตรง
และดว ยการรกั ษาศลี
๒๖
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
เร่อื ง พทุ ธศาสนสุภาษิต
๑. ง
๒. ข
๓. ข
๔. ง
๕. ก
๖. ค
๗. ง
๘. ก
๙. ข
๑๐. ก
๒๗
บรรณานุกรม
กรมศาสนา. กระทรวงวฒั นธรรม. คมู อื ครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรียน. กรงุ เทพ : โรงพมิ พ
องคก ารรบั สง สนิ คาและพสั ดุภณั ฑ, ๒๕๔๘.
กวี วรกวนิ ทรแ ละคณะ. คมู อื ครู แผนการจัดการเรียนรูสองแนวทางทีเ่ นน ผเู รยี น
เปน สาํ คัญ ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ ๒ . กรุงเทพฯ : สถาบันพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.),
๒๕๔๘.
ถาวร จวิ าลกั ษณ. การศกึ ษาคนควา อิสระ การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู
เร่ือง มารยาทชาวพุทธท่ีเก่ยี วกบั ศาสนพธิ ี. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม,
๒๕๔๗.
บุญมี แทน แกว . ประเพณี และพิธกี รรมทางพระพุทธศาสนา . กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร,
๒๕๔๗.
ปรศั นพงศ บวั ชว ย. การศกึ ษาคน ควา อิสระ. การสรางแผนการจัดการเรียนรู
กลุมสาระการเรยี นรูส งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม เร่ือง พระพทุ ธศาสนา
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๑. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, ๒๕๔๗.
วทิ ย วศิ ทเวทย ,เสฐยี รพงษ วรรณปก. หนงั สอื เรียนพระพุทธศาสนาช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒
กรุงเทพ : บริษัทอกั ษรเจรญิ ทัศน จาํ กดั , ๒๕๔๘.
ประชดิ สกณุ ะพัฒน. ศาสนพิธี. กรงุ เทพฯ : สาํ นักพมิ พแสงดาว, ๒๕๔๘.
อมรา รอดดารา คูมอื และแผนการจัดการเรียนรู กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศึกษาศาสนาและ
วัฒนธรรมพระพุทธศาสนา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๒. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั โรงพมิ พไทย
วฒั นาพานิช จาํ กดั .
ศศินนั ท บุญประสิทธ , ผูชวยศาสตราจารย อาํ นาจ รจุ ิราวรรณและคณะ. ชดุ กิจกรรมการ
เรยี นรูท ี่เนนผเู รียนเปนสําคญั ศาสนา ศลี ธรรมจรยิ ธรรม กลุม สาระการเรียนรสู ังคม
ศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒. กรงุ เทพฯ : สถาบันพฒั นาคณุ ภาพ
วชิ าการ (พว.), ๒๕๔๔.
พระพรหมณคณุ าภรณ (ป.อ. ปยุตโฺ ต). พจนานกุ รมพุทธศาสตรฉ บับประมวลธรรม.
พมิ พคร้ังที่ ๑๓. กรุงเทพฯ :โรงพมิ พจ ฬุ าลงกรณร าชวิทยาลยั , ๒๕๔๘.
๒๘
พระมหาสมบตั ิ รวดเร็ว . การศึกษาคน ควา อสิ ระการพฒั นาแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู
โดยโครงงานเร่ือง เทศกาลและพิธกี รรมทางพระพทุ ธศาสนามหาวทิ ยาลัยจุฬาลงกรณ
วทิ ยาลัย . สุรนิ ทร : จฬุ าลงกรณร าชวิทยาลัย วทิ ยาเขตสุรนิ ทร , ๒๕๔๘.
พระระพนิ พทุ ธฺ สิ าโร , วีรชาติ นม่ิ อนงค. หนงั สอื เรยี นสาระการเรียนรพู ืน้ ฐาน ศาสนา
ศลี ธรรม จรยิ ธรรม กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒. กรุงเทพฯ : สํานักพมิ พส ถาบันพฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.),
๒๕๔๔.
พิราวรรณ นา บัณฑติ . การศกึ ษาคนควา อสิ ระ การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู และชดุ ฝกคณุ ธรรม เรอ่ื ง ศาสนพธิ ี. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัย
มหาสารคาม,๒๕๔๗.
สคุ นธ สินธพานนท และคณะ . คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู พระพทุ ธศาสนา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๒ กรุงเทพ : สํานกึ พิมพ อกั ษรเจรญิ ทัศน จาํ กัด, ๒๕๔๗.
สุรวิ ัตร จันทรโสภา. ส่ือการเรยี นรู สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรมพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๒. พมิ พค ร้ังท่ี ๒ . กรงุ เทพ :
บริษัทอักษรเจรญิ ทัศน จาํ กดั , ๒๕๔๗.
อาภรณ อินเสมยี น. รายงานการศกึ ษาคน ควาอิสระการพฒั นาแผนการจัดกจิ กรรม
การเรียนรโู ดยโครงการเร่อื งอริยสัจ ๔. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม,
๒๕๔๕.
๒๙
ประวัติผูจ ดั ทํา
ชอ่ื นางสมปอง เขมะสัจจกุล
เกดิ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๐๓
ทอ่ี ยูป จ จบุ นั ๓๗๐ หมู ๘ ตาํ บลบานผอื อาํ เภอบานผือ จงั หวดั อดุ รธานี
๔๑๑๖๐ โทรศพั ท ๐๘๖-๒๒๓๕๑๖๔
ดาํ รงตาํ แหนง ครู วิทยฐานะ ครชู าํ นาญการ
ท่ีทาํ งานปจ จบุ ัน โรงเรยี นบา นผอื พทิ ยาสรรค อาํ เภอบานผือ
สํานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาอุดรธานี เขต ๔
ประวัติการศกึ ษา - พ.ศ. ๒๕๑๖ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๗
โรงเรยี นบานมูลกระบือ อําเภอภูเขยี ว จงั หวดั ชัยภมู ิ
- พ.ศ. ๒๕๑๘ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓
โรงเรียนชุมแพศกึ ษา อําเภอชมุ แพ จงั หวดั ขอนแกน
- พ.ศ. ๒๕๒๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๕
โรงเรียนกรณุ าศกึ ษา อําเภอบานไผ จังหวัดขอนแกน
- พ.ศ. ๒๕๒๗ ศึกษาศาสตรบณั ฑติ
มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง กรุงเทพฯ
ความชํานาญการสอน
ปฏิบตั หิ นา ทค่ี รผู สู อนกลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม ตงั้ แต พ.ศ. ๒๕๓๖ - ปจ จบุ ัน