หนงั สือประกอบการเรียนรู้
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่
ธนาคารและ
การกยู้ ืมเงิน
ยืมเงินวิชา เศรษฐศาสตร์
แนวคิดสาคญั
ธนาคารเป็นองคก์ รท่ีเป็นตวั กลางในการใหบ้ ริการเร่ืองเงิน ทง้ั การรับฝากเงิน และการกูย้ ืม
เงิน ซ่ึงเป็นการรวบรวมเงินออมจากผูอ้ อมไปยังผูล้ งทุน โยใหก้ ูไ้ ปดาเนินธุรกิจ รวมทง้ั บริการให้
สินเช่ือแกป่ ระชาชนทง่ั ไปดว้ ย
1. หนา้ ท่เี บ้อื งตน้ ของธนาคาร
ธนาคาร หมายถงึ หน่วยงานหรอื องคก์ รท่ที าหนา้ ทร่ี บั ฝากเงนิ และใหก้ ูย้ มื เงนิ หรือเป็น
ตวั กลางท่รี บั เงนิ ออมจากผูม้ เี งนิ ออมต่าง ๆ มาใหผ้ ูท้ ่ตี อ้ งการกูย้ มื เพอ่ื ใชใ้ นการอุปโภคบริโภค
หรอื เพอ่ื การลงทนุ
ประเภทและบทบาทหนา้ ท่ขี องธนาคาร
ธนาคารในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คอื
ธนาคารพาณิชณ์
เป็นสถาบนั ทางการเงินท่ีทาหนา้ ท่ีระดมเงินฝากจากประชาชน เพ่ือใหบ้ ุคคลหรือ
หน่วยงานธุรกิจกูย้ มื นอกจากน้ี ธนาคารพาณิชยย์ งั ใหบ้ รกิ ารดา้ นอ่นื ๆ ท่อี านวยความสะดวก
ใหก้ บั ธุรกิจการคา้ และประชาชนธนาคารท่ีจดั เป็นธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกรงุ ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารท่มี ีวตั ถปุ ระสงคพ์ เิ ศษ
เป็นธนาคารทจ่ี ดั ตง้ั ข้นึ เพอ่ื ดาเนินการโดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะอย่าง เช่น ระดมเงนิ ออม
ส่งเสริมใหป้ ระชนมบี า้ นและท่อี ยู่อาศยั เป็นของตนเอง หรือเพ่อื ส่งเสริมและพฒั นาการเกษตร
ธนาคารท่จี ดั เป็นธนาคารทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคพ์ เิ ศษ เช่น ธนาคารออมสนิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
(ธอส.) ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร (ธ.ก.ส.)
1
1) ธนาคารพาณิชย์ มบี ทบาทหนา้ ท่ี ดงั น้ี
รบั ฝากเงนิ
• ธนาคารพาณิชยจ์ ะรบั ฝากเงนิ จากบคุ คลและหา้ งรา้ นทวั่ ไป
ใหก้ ยู้ มื เงนิ
• ธนาคารพณิชยจ์ ะแสวงหาผลประโยชนจ์ ากเงนิ ฝากของลูกคา้ โดยนาเงนิ ใหบ้ ุคคลและ
หา้ งรา้ นทวั่ ไปกูย้ มื แลว้ ธนาคารจะคดิ ดอกเบ้ยี จากผูท้ ก่ี ูย้ มื เงนิ ไปลงทนุ
บรกิ ารอน่ื ๆ เช่น
• โอนเงนิ ภายในประเทศและระหว่างประเทศไดอ้ ย่างรวดเร็ว สะดวก ปลอดภยั และคิด
ค่าธรรมเนียมการโอนในอตั ราตา่
• ใหเ้ ช่าตูน้ ิรภยั เพ่ือเก็บรกั ษาทรพั ยส์ ินมีค่าของลูกคา้ ท่ีมาเช่าไว้ เช่น เอกสารสาคญั
เครอ่ื งประดบั ราคาแพง
• รบั ชาระค่าสาธารณูปโภค เช่นรบั ชาระค่านา้ ประปา ค่าไฟฟ้า
• ใหบ้ รกิ ารแลกเปลย่ี นเงนิ ตราต่างประเทศ
• ใหค้ าแนะนาดา้ นการลงทนุ
2
2) ธนาคารที่มีวตั ถปุ ระสงคพ์ ิเศษ มีบทบาทหนา้ ท่ตี ามวตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะอย่างของ
แต่ละธนาคาร เช่น
ธนาคารออมสนิ
จดั ตง้ั ข้นึ เพอ่ื ระดมเงนิ ออมจากประชาชนทวั่ ไปและเป็นแหลง่
เงนิ กูภ้ ายในประเทศของรฐั บาล
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
จดั ตง้ั ข้นึ เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนมบี า้ นและทอ่ี ยูอ่ าศยั
เป็นของตนเอง
ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร (ธ.ก.ส.)
จดั ตงั้ ข้นึ เพอ่ื สง่ เสรมิ และพฒั นาการเกษตรของประเทศ
ธนาคารเพอ่ื การสง่ ออกและนาเขา้ แห่งประเทศไทย (ธสน.)
จดั ตง้ั ข้นึ เพอ่ื สง่ เสรมิ สนบั สนุน พฒั นา และใหค้ าปรกึ ษา
เกีย่ วกบั การส่งออก นาเขา้ สนิ คา้ และการลงทนุ เพอ่ื
การพฒั นาประเทศ
ธนาคารอสิ ลามแห่งประเทศไทย
จดั ตง้ั ข้นึ เพอ่ื เป็นช่องทางทางการเงนิ ทถ่ี ูกตอ้ งสาหรบั ชาวไทย
มสุ ลมิ ซง่ึ จะดาเนนิ งานตามหลกั ของศาสนาอสิ ลามในการ
ใหบ้ รกิ ารทางการเงนิ และสนิ เช่อื ประเภทต่าง ๆ
3
2. การฝากเงนิ ถอนเงนิ และกูย้ มื เงนิ
1. การฝากเงนิ
การฝากเงิน คือ การนาเงนิ ไปฝากไวท้ ่ธี นาคารเพ่อื เป็นการเก็บรกั ษาเงนิ ใหป้ ลอดภยั
และป้องกนั การสูญหาย ส่วนธนาคารก็จะนาเงนิ ฝากน้ีไปแสวงหาผลประโยชน์ โดยนาไปใหผ้ ูท้ ่ี
ตอ้ งการกูย้ ืมไปลงทุน โดยคิดดอกเบ้ียจากผูท้ ่ีมากูย้ ืม ดงั นน้ั เงินฝากก็จะถูกใชเ้ ป็นทุน
หมนุ เวยี นใหก้ บั ผูก้ ู้ และผูก้ ูก้ ็จะใหด้ อกเบ้ยี เป็นสง่ิ ตอบแทนแก่ธนาคาร ธนาคารก็นาเงนิ ส่วนนนั้
มาเป็นดอกเบ้ยี เงนิ ฝากใหก้ บั ผูท้ ฝ่ี ากเงนิ ไวก้ บั ธนาคาร
1) ประเภทเงนิ ฝาก
เงนิ ฝากออมทรพั ย์
เป็นเงนิ ฝากทไ่ี ม่มกี าหนดระยะเวลาของการรบั ฝาก สามารถถอนออกมาใชเ้มอ่ื ไรก็ได้
จงึ เหมาะกบั ผูอ้ อมโดยทวั่ ไป เรยี กอกี อยา่ งว่าเงนิ ฝากเผอ่ื เรยี กหรอื เงนิ ฝากสะสมทรพั ย์
เงนิ ฝากกระแสรายวนั
เป็นเงนิ ฝากทผ่ี ูฝ้ ากสามารถโอนจ่ายเงนิ ในบญั ชขี องตนเองใหก้ บั
ผูอ้ น่ื ไดด้ ว้ ยเช็คสงั่ จ่าย โดยธนาคารจะทาการโอนเงนิ ตามจานวน
ทร่ี ะบอุ ยูใ่ นเชค็ ใหก้ บั ผูท้ น่ี าเช็คมาข้นึ เงนิ
เงนิ ฝากประจา
เป็นเงนิ ฝากทผ่ี ูฝ้ ากเลอื กกาหนดระยะเวลาของการฝากตามทธ่ี นาคารระบุ เช่น ระยะเวลา 3 เดอื น
ระยะเวลา - เดอื น เงนิ ฝากประเภทน้ี ธนาคารจะเป็นผูก้ าหนดอตั ราขน้ั ตา่ ในการฝาก โดยผูฝ้ ากจะ
ไดร้ บั ดอกเบ้ยี สูงกวา่ เงนิ ฝากประเภทอ่นื โดยเฉพาะการฝากระยะยาว แต่ถา้ ผูฝ้ ากถอนเงนิ ออกมา
ก่อนระยะเวลาทก่ี าหนด ธนาคารก็จะหกั ลดดอกเบ้ยี ลงจากทไ่ี ดต้ กลงกนั
4
2) ดอกเบ้ียเงนิ ฝาก เป็นค่าตอบแทนทธ่ี นาคารจะตอ้ งจ่ายใหแ้ ก่ผูฝ้ าก เมอ่ื มผี ูน้ า
เงนิ ไปฝากไวก้ บั ธนาคาร ธนาคารจะคิดดอกเบ้ยี ของเงนิ ฝากใหก้ บั ผูน้ าเงนิ ไปฝากตามเงอ่ื นไข
ของการฝาก ซง่ึ อตั ราดอกเบ้ยี เงนิ ฝากแต่ละประเภทจะไมเ่ ทา่ กนั
2. การถอนเงนิ
เป็นการเบกิ เงนิ ของตนเองทฝ่ี ากไวก้ บั ธนาคาร เพ่อื นาออกมาใชจ้ ่าย การถอนเงนิ มี
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1 เตรยี ม
สมดุ คู่ฝากของธนาคารทไ่ี ปถอนเงนิ และบตั รประจาตวั ประชาชน
2 เดินทาง
ไปทธ่ี นาคารทเ่ี ราฝากเงนิ และรบั บตั รคิว (ถา้ ม)ี
3 กรอก
รายละเอยี ดในใบถอนเงนิ แลว้ นาใบถอนเงนิ พรอ้ มสมดุ คู่ฝากและ
บตั รประจาตวั ประชาชนไปยน่ื ทเ่ี จา้ หนา้ ทธ่ี นาคารตามควิ
4 รอ
เจา้ หนา้ ท่ตี รวจสอบหลกั ฐานและทารายการเสร็จ แลว้ จึงจะไดเ้ งนิ ตาม
จานวนทเ่ี ราถอน พรอ้ มกบั สมดุ คู่ฝากทล่ี งรายการยอดเงนิ คงเหลอื คืนให้
5
3. การกยู้ ืมเงนิ
การกูย้ ืมคืน คือ การท่บี ุคคลหน่ึง (ผูก้ ู)้ ไดย้ ืมเงนิ จากอีกบุคคลหน่ึง (ผูใ้ หก้ ู)้
เพอ่ื นาไปใชป้ ระโยชนต์ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี อ้ งการ เช่น ใชเ้พอ่ื การอปุ โภคบรโิ ภค ใชใ้ นการลงทุน
ดาเนนิ ธุรกจิ โดยผูก้ ูส้ ญั ญาวา่ จะนาเงนิ ทย่ี มื นนั้ มาคนื ภายในระยะเวลาทก่ี าหนดตามสญั ญากูย้ มื
พรอ้ มกบั ชาระดอกเบ้ยี ตามเงอ่ื นไขท่ตี กลงกนั ไว้
1) การคิดอตั ราดอกเบ้ียกูย้ ืม การคิดอตั ราดอกเบ้ยี ตามกฎหมายกาหนด คือ
การทผ่ี ูใ้ หก้ ูค้ ิดดอกเบ้ยี ไมเ่ กินรอ้ ยละ 15 บาทต่อปี หรอื อตั รารอ้ ยละ 1.25 บาทต่อเดอื น ถา้ คิด
เกนิ กวา่ น้ถี อื วา่ เป็นดอกเบ้ยี ทผ่ี ดิ กฎหมาย ผูก้ ูม้ สี ทิ ธไิ ม่จ่ายดอกเบ้ยี ส่วนทเ่ี กนิ นน้ั ได้
2) ผลดีและผลเสยี ของการกยู้ มื มดี งั น้ี
การกยู้ ืมเงนิ ในระบบ
การกูย้ ืมเงนิ ในระบบ คือ การกูย้ ืมเงนิ จากสถาบนั การเงนิ ท่ไี ดร้ บั อนุญาตใหป้ ระกอบ
ธุรกิจเงนิ กูต้ ามกฎหมาย ไดแ้ ก่ ธนาคารพาณิชยต์ ่าง ๆ ธนาคารออมสินและธนาคารอาคาร
สงเคราะห์
ผลดี ผลเสยี
• มเี งนิ ใชจ้ ่ายในยามจาเป็น ทาให้ • ผูก้ ูม้ กั กูเ้งนิ เกินความจาเป็น ทาให้
เกิดนิสยั ใชจ้ ่ายฟ่มุ เฟือย
สามารถซ้อื สนิ คา้ และบรกิ ารต่าง ๆ • มคี วามลา่ ชา้ เพราะตอ้ งใชเ้วลา
ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเก็บออมเงนิ ดาเนนิ การตรวจสอบหลกั ฐานและ
• ทาใหม้ กี ารซ้อื ขายสนิ คา้ และบรกิ าร ขอ้ มลู ของผูก้ ูก้ ่อน
เพม่ิ มากข้นึ • ตอ้ งมบี คุ คลหรอื ทรพั ยส์ นิ ในการคา้
• ยตุ ธิ รรมต่อผูก้ ู้ และมรี ะเบยี บ ประกนั
กฎเกณฑใ์ นการกูท้ แ่ี น่นอน • อาจไมไ่ ดร้ บั เงนิ ตามจานวนท่ี
• มเี งนิ หมนุ เวยี นในธุรกจิ ตอ้ งการกู้
6
การกยู้ ืมเงนิ นอกระบบ
การกูย้ มื เงนิ นอกระบบ คือ การกูย้ มื เงนิ จากบคุ คลหรือแหลง่ การเงนิ ท่ไี ม่ไดร้ บั อนุญาต
ใหป้ ระกอบธุรกิจเงนิ กูต้ ามกฎหมาย เช่น การเลน่ แชร์ การกูเ้งนิ จากผูใ้ หก้ ูเ้งนิ เอกชน
ผลดี ผลเสยี
• มเี งนิ ใชจ้ ่ายในยามจาเป็น • ผูก้ ูม้ กั กูเ้งนิ เกินความ
• ทาใหม้ กี ารซ้อื ขายสนิ คา้ และบรกิ าร จาเป็น ทาใหเ้กดิ นิสยั ใช้
เพม่ิ มากข้นึ จ่ายฟ่มุ เฟือย
• ไดร้ บั เงนิ เรว็ • ตอ้ งจ่ายดอกเบ้ยี ในอตั ราท่ี
• ไม่ตอ้ งมบี คุ คลคา้ ประกนั สูงกวา่ กฎหมายกาหนด
• ก่อใหเ้กิดความเสยี หายต่อ
เศรษฐกจิ
• เป็นช่องทางในการ
หลอกลวงของมจิ ฉาชพี
การกูย้ มื เงนิ มที งั้ ผลดแี ละผลเสยี ฉะนน้ั ก่อนทเ่ี ราจะกูย้ มื เงนิ ควรพจิ ารณาใหร้ อบคอบ
ถา้ เป็นการกูย้ ืมเพ่ือไปลงทุนทาธุรกิจก็จะไดป้ ระโยชน์มากกว่ากูย้ ืมไปใชซ้ ้ือสินคา้ ฟุ่มเฟือย
เพราะจะทาใหเ้กิดนิสยั ใชจ้ ่ายฟ่มุ เฟือยได้
7
นางสาวเบญญาภรณ์ เช้ือคาจนั ทร์ รหสั นกั ศึกษา 6180109207 ค.บ. สงั คมศึกษา ปี 4 หมู่ 2