The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระคาถาธารณปริตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by doothaithai, 2021-07-30 06:32:31

พระคาถาธารณปริตร

พระคาถาธารณปริตร

Keywords: พระคาถาธารณปริตร

พระคาถาธารณปรติ ร 1 ใน 3 พระคาถาเพื่อชัยชนะ

ประวัติความเป็นมา

เมื่อคร้ังออกพรรษาปี ๒๕๒๖ พระป่ากรรมฐานรูปหน่ึงได้มีโอกาสออกวิเวก
เจริญรุกขมูลธุดงค์ทางภาคเหนือ และชายแดนฝั่งพม่า เขตติดต่อพรมแดนในแวดวง
หมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ นานเกือบ ๓ เดือน ขณะปักกลดพักท่ีดอยพระพุทธบาท
ห้วยต้ม อาเภอลี้ จังหวัดลาพูน ได้พบและปรึกษาธรรมปฏิบัติ และกิจอื่นๆ กับ
พระอาจารย์รังสรรค์ โชติปาโล ซ่ึงพ่ึงจะธุดงค์มาจากป่าประเทศพม่า และได้จดจา
เอา พระคาถาธารณปรติ ร จากวัดอรญั ตะยา ในมัณฑะเล ประเทศพมา่ มาดว้ ย

เน่ืองจากเห็นว่าเป็นบทสวดสรรเสริญพุทธคุณ ที่ในประเทศไทยเรายังไม่
คุ้นเคย หรือ มีปรากฏมาก่อน จะด้วยสาเหตุใดก็ตามที เมื่อพระป่ามาพบกันหลาย
องค์ในจังหวัดลาพูน ก็ได้นาพระคาถาธารณปริตรบทน้ี ทาวัตรเย็นร่วมกันติดต่อกัน
อยู่ ๕ วัน ก่อนปฏิบัติภาวนาทุกค่าคืน ได้ปรากฏเห็นเทวาอารักษ์ในนิมิต มาชุมนุม
และรอ้ งชมเชยสรรเสริญ ชน่ื บาน ร่าเรงิ มาก ทไ่ี ดย้ นิ พระป่ากรรมฐานเจริญพระคาถา
ธารณปริตรอนั ทรงคณุ เปน็ เลิศนี้

พระภิกษุกรรมฐานท้ังหมดน้ันก็เห็นนิมิตตรงกัน แม้จะน้อมนามาทาน้า
พระพุทธมนต์โปรดหมู่ญาติโยมในที่ต่างๆ ก็ศักด์ิสิทธ์ิเหลือประมาณ จึงได้
พจิ ารณาเห็นว่าพระพทุ ธานุภาพของพระปริตรบทนี้ สมควรท่ีพทุ ธศาสนิกชนทุกท่าน
จะไดน้ าไปสาธยายบูชาต่อไป.



พระคาถาธารณะปรติ ร

คานอบนอ้ มสักการะพระรตั นตรยั

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พุทธสั สะฯ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพุทธัสสะฯ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพทุ ธสั สะฯ

(ขอนอบน้อมแดพ่ ระผมู้ ีพระภาคเจ้าพระองคน์ นั้
ซ่งึ เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรสั รู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)

พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉามิ
ธมั มงั สะระณัง คจั ฉามิ
สงั ฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทตุ ยิ ัมปิ พทุ ธัง สะระณงั คัจฉามิ
ทตุ ิยัมปิ ธัมมงั สะระณัง คัจฉามิ
ทตุ ิยัมปิ สังฆงั สะระณงั คจั ฉามิ
ตะตยิ มั ปิ พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉามิ
ตะตยิ ัมปิ ธัมมัง สะระณงั คัจฉามิ
ตะตยิ ัมปิ สงั ฆัง สะระณัง คจั ฉามิ



๑. พุทธานัง ชีวิตัสสะ นะ สักกา เกนะจิ อันตะราโย กาตุง ตะถา เม
โหตุฯ

๒. อะตีตงั เส พทุ ธัสสะ ภะคะวะโต อปั ปะฏิหะตะญานัง,
อะนาคะตงั เส พทุ ธสั สะ ภะคะวะโต อปั ปะฏหิ ะตะญาณงั ,
ปจั จปุ ปันนงั เส พทุ ธัสสะ ภะคะวะโต อปั ปะฏหิ ะตะญาณงั ,
อิเมหิ ตหี ิ ธัมเมหิ สะมันนาคะตสั สะ พทุ ธัสสะ ภะคะวะโตฯ

๓. สพั พัง กายะกัมมัง ญาณะปพุ พงั คะมัง ญาณานุปะรวิ ตั ตงั ,
สพั พัง วะจีกมั มงั ญาณะปพุ พงั คะมัง ญาณานุปะริวตั ตงั ,
สพั พัง มะโนกัมมัง ญาณะปพุ พงั คะมงั ญาณานุปะริวตั ตัง,
อิเมหิ ฉะหิ ธมั เมหิ สะมนั นาคะตสั สะ พทุ ธัสสะ ภะคะวะโตฯ

๔. นตั ถิ ฉันทัสสะ หาน,ิ นตั ถิ ธมั มะเทสะนายะ หาน,ิ
นัตถิ วิริยัสสะ หานิ, นัตถิ วปิ ัสสะนายะ หานิ,
นตั ถิ สะมาธธิ สั สะ หาน,ิ นัตถิ วมิ ตุ ติยา หานิ,
อเิ มหิ ทะวาทะสะหิ ธัมเมหิ สะมันนาคะตสั สะ พุทธสั สะ ภะคะวะโตฯ

๕. นตั ถิ ทะวา, นัตถิ ระวา, นัตถิ อปั ผุฏฏงั , นตั ถิ เวคายติ ตั ตงั ,
นัตถิ พะยาวะฏะมะโน, นัตถิ อปั ปะฏิสงั ขารเุ ปกขา,
อเิ มหิ อัฏฐาระสะหิ ธมั เมหิ สะมนั นาคะตัสสะ พทุ ธสั สะ ภะคะวะโต
นะโม สตั ตนั นงั สมั มาสัมพุทธานงั ฯ



๖. นัตถิ ตะถาคะตัสสะ กายะทุจจะริตัง,

นัตถิ ตะถาคะตสั สะ วจีทุจจะรติ งั ,

นัตถิ ตะถาคะตัสสะ มะโนทุจจะริตัง,

นตั ถิ อะตีตัง เส พทุ ธัสสะ ภะคะวะโต ปะฏิหะตะญาณงั ,

นัตถิ อะนาคะตัง เส พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปะฏิหะตะญานัง,

นัตถิ ปัจจุปปนั นัง เส พุทธสั สะ ภะคะวะโต ปะฏิหะตะญานัง,

นัตถิ สัพพัง กายะกมั มัง ญาณานปุ ุพพงั คะมัง ญาณงั นานปุ ะรวิ ตั ตงั ,

นตั ถิ สัพพงั วะจกี มั มงั ญาณานปุ พุ พัง คะมัง ญาณงั นานุปะริวตั ตงั ,

นตั ถิ สัพพงั มะโนกัมมงั ญาณานปุ ุพพงั คะมัง ญาณงั นานปุ ะริวัตตงั ,

อิมงั ธาระณงั อะมติ ัง อะสะมัง,
สัพพะสตั ตานัง ตาณัง เลณงั ,
สังสาระภะยะภีตานัง, อคั คัง มะหาเตชังฯ

อมิ ัง อานนั ทะ ธาระณะปะริตตัง,
ธาเรหิ วาเจหิ ปะริปุจฉาหิ
ตสั สะ กาเย วิสัง นะ กะเมยยะ อุทะเก นะ ลัคเคยยะ,
อัคคี นะ ฑะเหยยะ, นานาภะยะวิโก,
นะ เอกาหาระโก, นะ ทะวิหาระโก, นะ ติหาระโก, นะ จะตหุ าระโก,
นะ อุมมตั ตะกงั , นะ มูฬะหะกัง,
มะนุสเสหิ อะมะนุสเสหิ นะ หงิ สะกา,



๗. ตงั ธาระณะปะรติ ตัง ยถา กะตะมัง?
ชาโล, มะหาชาโล,
ชาลิตเต, มะหาชาลติ เต,
ปคุ เค, มะหาปคุ เค,
สัมปตั เต, มะหาสมั ปตั เต,
ภูตัง คะมะหิ ตะมังคะลงั ,

๘. อิมงั โข ปะนานนั ทะ ธาระณะปะรติ ตงั
สตั ตะสตั ตะติ สัมมาสมั พุทธะโกฏีหิ ภาสติ ัง,
วตั เต, อะวตั เต, คนั ธะเว, อะคนั ธะเว,
โนเม, อะโนเม, เสเว, อะเสเว,
กาเย, อะกาเย, ธาระเณ, อะธาระเณ,
อิลล,ิ มิลล,ิ ติลลิ, มิลล,ิ
โยรุกเข, มะหาโยรกุ เข,
ภูตงั คะมะหิ ตะมังคะลงั ,

๙. อิมงั โข ปะนานันทะ ธาระณะปะรติ ตัง
นะวะนะวุตยิ า สมั มาสมั พุทธะโกฏหี ิ ภาสติ ัง,
ทฏิ ฐิลา, ทณั ฑิลา,
มนั ตลิ า, โรคลิ า,
ขะระลา, ทพุ พลิ า,
เอเตนะ สจั จะ วัชเชนะ
โสตถิ เม โหตุ สพั พะทาฯ



คาแปล พระคาถาธาระณะปรติ ร

๑. อันพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้าท้ังหลาย บุคคลใดไม่อาจกระทา
อันตรายได้ฉันใด ขออันตรายทั้งปวงจงอย่ามีแก่ข้าพระพุทธเจ้า
เชน่ เดยี วกัน

๒. พระพุทธองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยภคธรรม ๖ ประการ คือ อิสริยะ,
ธมั มะ, ยสะ, สริ ,ิ กามะ, ปยตั ตะ

(๑.อิสริยะ คือ ความเป็นใหญ่ในพระหฤทัยของพระองค์ชั้นเยี่ยม หรือพระอิสริยะ
ที่ชาวโลกรับรองกันอันบริบูรณ์ด้วยประการท้งั ปวงมีอันบันดาลร่างกายให้ละเอียดและบันดาล
ร่างกายให้เบาเป็นต้นของพระผู้มีพระภาคนั้น มีอยู่ ๒.ธัมมะ คือพระธรรมช้ันโลกุตตระของ
พระผู้มีพระภาคนั้น มีอยู่ ๓.ยสะ คือ พระยศอันบริสุทธ์ิอย่างย่ิงที่พระองค์ทรงได้มาด้วย
พระคุณตามความเป็นจริง อันแผ่คลุมไปท่ัวโลกทั้ง ๓ ของพระผู้มีพระภาคน้ัน มีอยู่ ๔.สิริ คือ
พระสิริโสภาแห่งพระอวัยวะทุกส่วนอันบริบูรณ์ด้วยประการท้ังปวง ซ่ึงสามารถให้เกิดความ
ขวนขวายในอันอยากชมพระรูปพระโฉม และให้เกิดความเล่ือมใส ของพระผู้มีพระภาคนั้น มี
อยู่ ๕.กามะ คือพระประสงค์ อันหมายถึงความบังเกิดแห่งประโยชน์ท่ีทรงประสงค์ เพราะ
ประโยชน์ใด ๆ จะเป็นประโยชน์ของพระองค์ก็ตาม จะเป็นประโยชน์ของผู้อืน่ ก็ตาม ท่ีพระองค์
ทรงประสงค์แล้ว ทรงปรารถนาแล้ว ประโยชน์น้ัน ๆ ก็เป็นอันสาเร็จพระประสงค์ท้ังน้ัน และ
๖.ปยัตตะ คือ พระสมั มาวายามะอันเป็นต้นเหตุให้บรรลถุ ึงซึ่งความเป็นครูของโลกทง้ั ปวง ของ
พระผู้มีพระภาคนั้นมีอยู่ ฉะน้ัน พระผู้มีพระภาคน้ัน แม้เพราะทรงประกอบด้วยภคธรรม ๖
อย่างน้ี ชาวโลกจึงขนานพระนามว่า ภควา โดยอรรถวิเคราะห์ว่า ภควา อสฺส สนฺติ แปลว่า
ผ้มู ีภคธรรม ๖ อยา่ ง ฉะน)้ี

ทรงมีพระญาณ ท้ังอดีต อนาคต และปัจจุบันที่ไม่มีเครื่องกระทบ
ไม่มีการปิดกั้น ไม่มีถดถอย ทรงเป็นผู้มีพระคุณสมบูรณ์ด้วยพระญาณ
ท้ัง ๓ ดงั กล่าวแลว้ น้ี



๓. กายกรรมท้ังปวงของพระองค์ ทรงมีพระญาณเป็นเครื่องนา
เปน็ ไปตามลาดับพระญาณ

วจีกรรมทั้งปวงของพระองค์ ทรงมีพระญาณเป็นเครื่องนา
เปน็ ไปตามลาดับพระญาณ

มโนกรรมท้ังปวงของพระองค์ ทรงมีพระญาณเป็นเครื่องนา
เป็นไปตามลาดับพระญาณ

ทรงเป็นผมู้ ีพระคุณสมบรู ณ์ดว้ ยพระญาณทัง้ ๖ ดงั กลา่ วแล้วน้ี

๔. ความเสอื่ มถอยลงของประโยชน์ทเ่ี ป็นพระพุทธประสงค์ ย่อมไมม่ ี
ความเส่ือมถอยลงของการแสดงธรรม ย่อมไมม่ ี
ความเสอื่ มถอยลงแหง่ ความเพียร ย่อมไม่มี
ความเส่อื มถอยลงของวปิ ัสสนาญาณ ยอ่ มไมม่ ี
ความเส่ือมถอยลงของสมาธิ ยอ่ มไมม่ ี
ความเสอ่ื มถอยลงของความสุขในอรหัตผล ยอ่ มไม่มี
พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้มีพระคุณ สมบูรณ์ด้วยคุณธรรมท้ัง ๑๒

ประการ ดังกลา่ วแล้วนี้

๕. พระพุทธองค์ผ้ทู รงสมบรู ณ์ด้วยคุณธรรม ดงั ตอ่ ไปน้ี
การหัวเราะสรวลเสเฮฮา ย่อมไม่มี
การพดู พลั้งเผลอโดยขาดสติ ยอ่ มไม่มี
พระธรรมท่ีมิได้สัมผัสด้วยพระญาณ (ความไม่แพร่หลายใน

เญยยะธรรม ๕) ย่อมไมม่ ี



การหุนหนั พลนั แลน่ ขาดวิจารณญาณ ย่อมไมม่ ี

การปล่อยใจเหม่อลอยขาดสติ (ความมีใจวุ่นวายด้วยกเิ ลส) ย่อมไมม่ ี

การเพ่งเฉยโดยปราศจากการพิจารณา (การกระทาท่ีไม่มีอุเบกขาใน

เตภมู สิ ังขาร) ย่อมไมม่ ี

พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยคุณธรรมทั้ง ๑๘ ประการ

ดงั กลา่ วแล้วนี้

ข้าพเจ้าขอนอ้ มไหว้ พระอรหนั ตสัมมาสมั พุทธเจา้ ท้ัง ๗ พระองค์

๖. การประพฤติไม่ดี อันได้แก่
กายทจุ รติ ย่อมไมม่ ีในพระพุทธองค์
วจที ุจรติ ย่อมไมม่ ีในพระพุทธองค์
มโนทุจริตย่อมไม่มีในพระพุทธองค์ ซ่ึงเป็นผู้เสด็จมาดีแล้ว

เหมือนดังพระพทุ ธเจา้ องคก์ อ่ นๆ
พระญาณ ที่เป็นไปในส่วนอดีตซึ่งมีการปกปิด กีดกั้น ถดถอย

ย่อมไมม่ แี ก่พระพทุ ธเจ้า
พระญาณ ที่เป็นไปในส่วนอนาคตซึ่งมีการปกปิด กีดก้ัน ถดถอย

ยอ่ มไม่มีแกพ่ ระพทุ ธเจา้
พระญาณ ที่เป็นไปในส่วนปัจจุบันซ่ึงมีการปกปิด กีดก้ัน ถดถอย

ยอ่ มไม่มแี กพ่ ระพทุ ธเจ้า
กายกรรมที่ไม่มีพระญาณเป็นประธาน ไม่เป็นไปตามพระญาณ

ย่อมไมม่ แี กพ่ ระพทุ ธองค์



วจีกรรมที่ไม่มีพระญาณเป็นประธาน ไม่เป็นไปตามพระญาณ
ยอ่ มไมม่ ีแก่พระพทุ ธองค์

มโนกรรมท่ีไม่มีพระญาณเป็นประธาน ไม่เป็นไปตามพระญาณ
ย่อมไมม่ แี ก่พระพทุ ธองค์

พระธารณะปริตรที่ไดส้ าธยายเป็นประจาน้ี ไม่มีอะไรเสมอเหมือน
เป็นท่ีต่อต้าน เป็นท่ีพึ่งพิงอาศัยของสรรพสัตว์ทั้งหลายผู้กลัวภัย
ในวฏั สงสาร

ดกู ่อนอานนท์ เธอจงท่องสาธยายพระธารณะปรติ รน้ี
จงสอนและใหส้ อบถามพระคาถาอนั ประเสริฐยิ่ง มเี ดชมากน้เี ถิด

อันวา่ กายของผทู้ ่ีสวดมนตน์ ้เี ป็นประจา

- ไมต่ ายดว้ ยพษิ งู พิษนาค ไม่ตายในน้า ในไฟ เปน็ ผพู้ น้ ภยั นานา
- ใครคดิ ทาร้ายวนั เดียวไมส่ าเรจ็ สองวัน สามวนั สีว่ ันก็ไมส่ าเรจ็
- ไม่เปน็ โรคบา้ ใบฟ้ ้งุ ซ่าน ไมห่ ลงสติ
- มนษุ ย์ อมนษุ ยท์ ั้งหลาย ไมส่ ามารถทาร้ายหรือเบียดเบยี นได้

๗. อนั ว่าพระธารณะปรติ รนศ้ี ักดสิ์ ิทธิอ์ ย่างไร?
- ชาโล มีอานุภาพ เหมือนพระอาทิตย์ ๗ ดวงขึ้นพร้อมกัน

ในเวลาโลกาวินาศ
- มหาชาโล มีฤทธิ์เดชเหมือนตาข่ายเหล็กกางก้นั ภัยจาก เทวดา

นาคา ครุฑ ยกั ษ์ รากษส เปน็ ตน้

๑๐

- ชาลิตเต สามารถป้องกันอันตรายท่ีเกิดจากน้า ไฟ พระราชา
โจร ศัตรูท้ังหลาย

- มหาชาลิตเต มีอานุภาพให้พ้นจากกัปท้ัง ๓ คือ โรคันตรกัป
สตั ถนั ตรกปั และ ทพุ ภกิ ขันตรกปั

(๑.โรคันตรกัป หมายถึงช่วงเวลา (กัป) ท่ีโลกพินาศหรือหมู่สัตว์ล้มตายเพราะโรคภัย
ไข้เจ็บ มักเกิดกับหมู่สัตว์ท่ีมีโมหะหนา, ๒.สัตถันตรกัป หมายถึงช่วงเวลา (กัป) ที่โลกพินาศ
หรือหมู่สัตว์ล้มตายเพราะฆ่ากันเองด้วยศาสตรา มักเกิดขึ้นกับหมู่สัตว์ท่ีเต็มไปด้วยโทสะ,
๓.ทุพภิกขันตรกปั หมายถึงช่วงเวลา (กัป) ที่หมู่สัตว์ล้มตายเพราะทพุ ภกิ ขภัย มักเกิดขึ้นกับหมู่

สตั ว์ทีเ่ ตม็ ไปดว้ ยความโลภ)

- มีอานุภาพให้พ้นจากโรคต่างๆ ในขณะปฏิสนธิ คือ เป็นใบ้
บอด หนวก เป็นบ้าฟ้งุ ซ่าน และไม่ตกตน้ ไม้ ไมต่ กเขา ไม่ตกเหวตาย

- ส า ม า ร ถ ไ ด้ ส ม บั ติ ที่ ยั ง ไ ม่ ไ ด้ ท รั พ ย์ ส ม บั ติ ที่ ไ ด้ แ ล้ ว
ก็เจริญเพมิ่ พูนข้ึน

- สามารถกาจัดความมดื ให้เข้าถึงความสวา่ งได้

๘. ดูก่อนอานนท์ พระธารณะปริตรน้ี อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทั้งหลาย ๗๗ โกฏิ ตรสั ไว้ว่า:

- พงึ ทาประโยชน์ที่ดี ไม่พงึ ทาประโยชนท์ ี่ไมด่ ี
- พึงนามาซึง่ กลนิ่ รสแหง่ ธรรมะทด่ี ี ไม่นามาซึง่ ธรรมะทีไ่ ม่ดี
- พงึ น้อมนามาซ่ึงจิตใจดี ไมน่ ้อมนามาซ่งึ จติ ใจร้าย
- พงึ สมาคมกับคนดี ไมพ่ ึงสมาคมกบั คนไม่ดี
- พึงทากายใหเ้ ปน็ กายดี ไม่ทาให้เป็นกายรา้ ย

๑๑

- พึงนามาแตก่ ารกระทาทเี่ ป็นฝา่ ยดี ไม่นามาซ่ึงการกระทาไมด่ ี
- พงึ หลบั ฝันเหน็ แตส่ ิ่งดี ไมพ่ งึ หลบั ฝันร้าย
- พึงเหน็ อดีตนมิ ิตทด่ี ี ไมพ่ ึงเหน็ อดีตนิมิตท่ีไมด่ ี
- โยรุกเข ตน้ ไมท้ ี่ตายแล้วสามารถฟ้ืนคืนมาได้
- มหาโยรกุ เข ตน้ ไมท้ ีย่ ังเป็นอยู่ ก็ทาใหเ้ จรญิ งอกงาม
- สามารถกาจดั ความมืด ให้เขา้ ถงึ ความสวา่ งได้

๙. ดูก่อนอานนท์ อนั พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ทง้ั หลาย ๙๙ โกฏิ ได้ตรสั
แสดงไว้วา่ พระธารณะปริตรนี้ช่วยให:้

- รคู้ วามคดิ ร้ายของผอู้ ืน่
- แคล้วคลาดจากอาวุธเครอื่ งประหารทุกชนิด
- สามารถทาใหเ้ วทมนต์คาถาศักด์ิสทิ ธิย์ ่งิ ขึน้
- กาจดั ปัดเปา่ อันตรายจากโรคต่างๆ ได้
- รอดปลอดภยั จากโรครา้ ยแรง
- หลดุ พ้นจากเครอ่ื งจองจา พันธนาการได้

ด้วยอานาจแห่งสัจจะวาจาน้ี ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่
ขา้ พระพุทธเจา้ ทกุ เม่ือเทอญฯ

(พงึ นอ้ มจิตระลกึ ไวเ้ สมอวา่ )

(พระพุทธคณุ น้ียิ่งใหญน่ ัก!)

๑๒

ปรบั ปรงุ แกไ้ ขภาษาบาลีและคาแปล
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ข้าพเจ้าขอน้อมรับคาตชิ มจากทุกท่านครบั

อิมนิ า ปุญฺญกมฺเมน พุทฺโธ โหมิ อนาคเต

ยทา สพพฺ ญฺญุตปตฺโต ตารยสิ สฺ ามิ ปาณนิ ฯํ

ด้วยเดชะแห่งกุศลกรรมที่ได้กระทาในครั้งน้ี ขอให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนโพธิสัตว์
ผู้เที่ยงแท้ ได้รับพยากรณ์แต่พระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ถึงฐานะแห่งความอาภัพ ๑๘ อย่าง
ได้ตรัสรู้เป็นพระปัญญาธิกสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาลข้างหน้าโน้นเถิด
ข้าพเจ้าได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญุตญาณเจ้าแล้วในกาลใด ก็จะร้ือสัตว์ขนสัตวโลก
ใหพ้ ้นจากสังสารวฏั ฎใ์ นกาลน้ันฯ

อมิ ินา ปญุ ฺญกมเฺ มน พุทโฺ ธ โหมิ อนาคเต

สสํ ารทุกฺขโต สตฺเต สมปฺ าเปสฺสามิ นพิ ฺพตุ ึฯ

ด้วยเดชะแห่งกุศลกรรมที่ได้กระทาในคร้ังน้ี ขอให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนโพธิสัตว์
ผู้เท่ียงแท้ ได้รับพยากรณ์แต่พระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ถึงฐานะแห่งความอาภัพ ๑๘ อย่าง
ได้ตรัสรู้เป็นพระปัญญาธิกสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาลข้างหน้าโน้นเถิด
ขา้ พเจ้าจักช่วยสตั วท์ งั้ หลายใหพ้ น้ จากสงั สารทุกข์ ใหบ้ รรลุถึงนพิ พานฯ

อิมินา ปญุ ญฺ กมเฺ มน ๑๓

พทุ ฺโธ โหมิ อนาคเต

ยาว พุทฺธตํ นานปุ ตฺโต (ยตถฺ ยตฺถ ภเว ชาโต) มา ทลทิ โฺ ท ภวามหํฯ

ด้วยเดชะแห่งกุศลกรรมที่ได้กระทาในครั้งนี้ ขอให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนโพธิสัตว์
ผู้เที่ยงแท้ ได้รับพยากรณ์แต่พระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ถึงฐานะแห่งความอาภัพ ๑๘ อย่าง
ได้ตรัสรู้เป็นพระปัญญาธิกสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หน่ึง ในอนาคตกาลข้างหน้าโน้นเถิด
แม้ข้าพเจ้ายังไม่ไปถึงความเป็นพระพุทธเจ้าตราบใด ช่ือว่าความเข็ญใจอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า
เลยฯ (ขออยา่ ใหข้ า้ พเจ้าเป็นคนยากจนในภพตา่ ง ๆ ทยี่ ังต้องเกิดอยู่)

อปตฺตํ ยาว พุทฺธตฺตํ ปญญฺ าธิคํ ภวามิหํ

ชาตสิ รญาณโิ กว เชฏฺฐเสฏฺโฐ นิรนฺตรํฯ

ตราบใดท่ี ปัญญาธิกพุทธภาวะ ของข้าพเจ้า ยังไม่ถึงซึ่งสัมฤทธิผล ขอให้ข้าพเจ้า
เป็นผู้เจริญ เปน็ ผู้ประเสริฐ และเป็นผู้มญี าณอันเป็นเครอื่ งระลึกชาตไิ ด้ ตลอดกาลนริ ันดรฯ

กเรยฺยํ คารวํ ครุํ มาเนยฺยํ มานนารหํ

วนเฺ ทยยฺ ํ วนทฺ นารหํ ปเู ชยยฺ ํ ปูชนารหํฯ

ขอให้ข้าพเจ้าได้เคารพผู้ที่ควรเคารพ ขอให้ข้าพเจ้าได้นับถือผู้ที่ควรนับถือ
ขอใหข้ ้าพเจา้ ไดก้ ราบไหวผ้ ู้ที่ควรกราบไหว้ ขอใหข้ า้ พเจา้ ได้บูชาผู้ที่ควรบูชาฯ

อมิ นิ า ปญุ ญฺ กมฺเมน ปญญฺ าธิกสมมฺ าสมฺพทุ ฺโธ โหมิ อนาคเตกาเลฯ

ดว้ ยกรรมบุญนี้ ขอข้าพเจา้ จงเปน็ พระปัญญาธกิ ะสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ในอนาคตกาลเบ้อื งหน้าฯ

๑๔

นมตถฺ ุ สมฺมาสมฺโพธยิ า

ความนอบนอ้ มของขา้ พเจา้ (กฤษณพฒั น)์ ขอจงมแี ดพ่ ระสมั มาสมั โพธญิ าณ

ด้วยเดชะแห่งกุศลกรรมท่ีข้าพเจ้า “กฤษณพัฒน์ อัครมหาเดชากุล”

ได้กระทาในคร้ังน้ี เป็นที่เจริญจิตของข้าพเจ้าโดยยิ่ง ข้าพเจ้าจะได้มีจิตปรารถนาเพื่อได้ซึ่ง
มนุษยสมบตั ิ เทวดาสมบตั ิ หรอื พรหมสมบตั ิ แม้สกั อย่างใดอยา่ งหนึ่งก็หามิได้

ก็หมู่สัตว์ทั้งหลายในโลกสันนิวาสนี้ ย่อมมีจิตยินดีในราคะ และโทสะประทุษร้าย
ท้ังลุ่มหลงอยู่ด้วยโมหะคืออวิชชา ซ้าถึงซึ่งสัญญาวิปลาส มีนิวรณธรรม ปกปิดจิตสันดาน
จมอยู่ในเปือกตม คือ เบญจกามคุณ ผูกพันอยู่ด้วยห่วงคือกิเลส แลจมอยู่ในโลโณทก
มหาสมทุ ร กลา่ วคอื ตณั หา ๑๐๘ มคี รุวนาดุจหมูก่ จั ฉปมจั ฉาชาติซ่งึ เป็นอาหารแหง่ กนั และกัน
ประกอบด้วยทุกข์ คือ ชาติ ชรา พยาธิ แลมรณะ ปราศจากท่ีพึ่งพานัก แม้ท่านผู้มเหศักดิ์
มีพระพรหม เป็นอาทิ ก็มิอาจจะร้ือสัตว์ขนสัตวโลกขึ้นจากสาครสงสารได้ ข้าพเจ้านี้มีหฤทัย
หมายมั่น จะได้ตรัสรู้ซ่ึงพระสรรพธรรม เป็นพระสัพพัญญูในอนาคตกาล เพ่ือจะได้รื้อสัตว์
ขนสัตวโลก ให้พ้นจากจตุรโอฆสงสาร เช่นเดียวกับ องค์สมเด็จพระพิชิตมารเจ้า
พระบรมศาสดาจารย์ ผู้ทรงเป็นพระบรมไตรโลกนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ
ดังนั้น หากเดชะแห่งกุศลกรรมท่ีได้กระทาในครั้งน้ี จะพึงบังเกิดมีแล้วไซร้ ก็ขอจงเป็น
พลวปัจจัย ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ตรัสรู้เป็นพระปัญญาธิก
สัมมาสัมพุทธเจา้ พระองคห์ นง่ึ ในอนาคตกาลข้างหน้าโนน้ เถดิ ฯ

...ถึงชาตนิ ้ีชาตหิ นา้ ชาตไิ หนไหน ดวงไฟฝันยงั ปรากฏเปน็ หลักฐาน
เพ่อื สืบตอ่ สบื สานอดุ มการณ์ โพธิญาณบารมีท่ตี ัง้ ใจ
วันแหง่ ชยั คงไมไ่ กลเกินใฝค่ ว้า ด้วยอานาจสัตยาเราตั้งไว้
อธษิ ฐานบารมอี านวยชัย ใหส้ าเรจ็ ด่งั ตั้งใจทกุ ประการฯ

เรา (กฤษณพัฒน์) เกิดมาเพอ่ื อะไรเรากร็ ู้ และเราอยู่เพ่ืออะไรใจเราแจ้ง
ดว้ ยความหวังอุดมคติอันเจริดแจรง เราไม่แหนงที่เกิดมากลางพายุ
จะพายกุ คี่ รงั้ ก่ีคร้งั โหม ไฟในใจยงั ประโลมใหใ้ ฝฝ่ ันหา
แสงงามแหง่ ดวงตะวันสอ่ งมรรคา ใหเ้ จดิ จา้ โชตชิ ว่ งสดู่ วงใจ
น่ันแหล่ะคอื เปลวฝนั ที่เหนือฝนั ดว้ ยโพธิญาณศรัทธายึดม่ันนนั้ สู้ได้
เป็นคนสู้ สู้คน สเู้ พ่อื ใคร เราตอบได้ เพ่ือชน ผู้อยู่ทุกขท์ นฯ

๑๕

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,

ด้วยกายกด็ ี ด้วยวาจาก็ดี ดว้ ยใจกด็ ี

พทุ เธ กกุ ัมมัง ปะกะตัง มะยา ยงั ,

กรรมนา่ ตเิ ตยี นอันใด ทีข่ ้าพเจ้ากระทาแลว้ ในพระพุทธเจา้

พุทโธ ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตงั ,

ขอพระพทุ ธเจ้าจงงดซงึ่ โทษล่วงเกินอันนัน้

กาลนั ตะเร สงั วะริตงุ วะ พทุ เธ.

เพอ่ื การสารวมระวัง ในพระพทุ ธเจ้า ในกาลต่อไป.

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจกด็ ี

ธัมเม กุกมั มงั ปะกะตัง มะยา ยัง,

กรรมน่าติเตยี นอันใดท่ีขา้ พเจา้ กระทาแลว้ ในพระธรรม

ธัมโม ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยนั ตัง,

ขอพระธรรมจงงดซึง่ โทษลว่ งเกินอนั นัน้

กาลนั ตะเร สงั วะริตุง วะ ธัมเม.

เพอ่ื การสารวมระวังในพระธรรมในกาลตอ่ ไป

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,

ด้วยกายก็ดี ดว้ ยวาจาก็ดี ดว้ ยใจกด็ ี

สงั เฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยงั ,

กรรมนา่ ตเิ ตยี นอันใดท่ีข้าพเจา้ ได้กระทาแล้วในพระสงฆ์

สังโฆ ปะฏคิ คณั ๎หะตุ อจั จะยันตงั ,

ขอพระสงฆ์ จงงดซ่งึ โทษลว่ งเกนิ อนั นั้น

กาลันตะเร สงั วะริตุง วะ สงั เฆ.

เพอ่ื การสารวมระวงั ในพระสงฆ์ในกาลต่อไป

๑๖

การอธิษฐานชาระหนส้ี งฆ์

ข้าพเจ้าช่ือ นาย กฤษณพัฒน์ นามสกุล อัครมหาเดชากุล

ขอชาระหนี้สงฆ์ด้วยปัจจัยหรือเงินน้ี หากข้าพเจ้าเคยหยิบฉวยสิ่งของท่ีเป็นสมบัติ
ของพระภิกษุ ของวัดหรือของสงฆ์ เช่น ก้อนหิน ก้อนดิน ผลไม้ ดอกไม้ หรือ
ทรายติดรองเท้ากลับออกจากวัด ใช้ธูปเทียนวัดเพื่อจุดธูปไหว้พระ ดื่มน้ามนต์
อาศัยน้า และไฟฟ้า ของวัด กินอาหารวัด หรือใช้สิ่งของต่าง ๆ ของพระภิกษุ
ของวัดหรือสงฆ์ การรับหรือใช้เงิน รวมท้ังส่ิงของเคร่ืองใช้ ของพระภิกษุ ของวัดหรือ
ของสงฆ์ การก้าวล่วงสิกขาบท เป็นต้น มาต้ังแต่ในอดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ
ดว้ ยความรู้เท่าไมถ่ ึงการณก์ ็ดี รู้เท่าถึงการณ์ก็ดี ตงั้ ใจก็ดี ไมต่ ง้ั ใจก็ดี กระทาต่อหน้า
ก็ดี ลับหลังก็ดี ทาให้ติดกรรมส่งผลกับชีวิตของข้าพเจ้าในชาติปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องหน้าท่ีการงาน การเงิน การศึกษา ชีวิตรัก ชีวิตครอบครัว และในทุก ๆ เรื่อง
ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมและขอนาปัจจัยนี้ชาระหนี้สงฆ์ ขออย่าได้ติดกรรม อย่าได้
ติดหน้ีพระภิกษุ หนี้วัดหรือสงฆ์ไปถึงภพหน้าชาติหน้า ขอให้ขาดจากกันนับตั้งแต่
บดั น้เี วลานี้ เปน็ ต้นไป

อิมินา ปุญญฺ กมฺเมน ปญฺญาธิกสมฺมาสมฺพทุ โฺ ธ โหมิ อนาคเตกาเลฯ
ด้วยกรรมบญุ นี้ ขอข้าพเจ้า จงเปน็ พระปญั ญาธิกะสัมมาสัมพทุ ธเจา้ ในอนาคตกาลเบอ้ื งหนา้ ฯ

นมตถฺ ุ สมฺมาสมโฺ พธญิ าฯ
ความนอบนอ้ มของข้าพเจา้ ขอจงมีแด่พระสัมมาสัมโพธิญาณฯ


Click to View FlipBook Version