The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการผลิตกล้าไม้ป่าคุณภาพดีฉบับประชาชน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanwisa_yum, 2022-04-01 01:59:20

คู่มือการผลิตกล้าไม้ป่าคุณภาพดีฉบับประชาชน

คู่มือการผลิตกล้าไม้ป่าคุณภาพดีฉบับประชาชน

1

คานา

คมู่ ือการผลติ กล้าไม้ป่าคุณภาพดีฉบับประชาชนนี้ จัดทาข้ึนเพื่อเป็น
แนวทางในการผลิตกล้าไม้ที่ได้คุณภาพดี เพิ่มมูลค่ากล้าไม้ พัฒนาอาชีพ
ในการผลิตกล้าไม้ให้ได้มาตรฐาน โดยมีหลักการสาคัญสองด้าน ได้แก่
กลา้ ไม้ควรได้มาจากแหล่งเมล็ดพันธุ์ท่ีดี หรือ สายพันธ์ุท่ีดี จะส่งผลให้กล้าไม้
ท่ีปลูกมกี ารเตบิ โตดี มีรูปทรงท่ตี อ้ งการตามวตั ถปุ ระสงค์ ปรับตัวได้ดีหลังการปลูก
มีอัตราการรอดตายสูง ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเมื่อถึงเวลาเก็บผลผลิต
ในอนาคต และกระบวนการผลิตกล้าไม้คุณภาพดี ตั้งแต่การเลือกวัสดุเพาะชา
เทคนิคการเพาะชากล้าไม้ และการบารุงดูแลรักษากล้าไม้ ซ่ึงเป็นข้ันตอน
การผลิตท่ีสามารถผลิตกล้าไม้ให้เติบโตได้ดี มีคุณภาพ ไม่มีโรคและแมลง
และมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เป็นกล้าไม้ที่มีคุณภาพเม่ือนาไปปลูก
ในพ้ืนท่ีเป้าหมาย สาหรับผู้ประกอบการผลิตกล้าไม้และประชาชนผู้สนใจ
สามารถนาไปใชเ้ ปน็ แนวทางสาหรับการผลติ กลา้ ไม้ได้อยา่ งมีคณุ ภาพ

คณะผู้จัดทา
เมษายน 2565

2

สารบญั หน้า
4
บทที่ 9
1 ท่มี าของกลา้ ไม้คณุ ภาพดี 14
2 การจัดการเมล็ดไม้ 16
3 การจัดการเรอื นเพาะชากลา้ ไม้ 21
4 การเพาะชากล้าไม้ 26
5 การบารุงดูแลรักษากล้าไม้

บรรณานกุ รม

3

บทที่ 1
ท่มี าของกล้าไมค้ ุณภาพดี

กล้าไมค้ ุณภาพดี หมายถึง กลา้ ไม้ท่ีมีลักษณะสมบูรณ์แข็งแรง มาจาก
แหลง่ เมล็ดไมท้ ีด่ ี หรอื แมไ่ ม้พนั ธุด์ ี มขี นาดท่ีเหมาะสมพร้อมปลูก และผ่านการ
บารุงดแู ลรกั ษากล้าไม้ในเรือนเพาะชาท่ีดี และเม่ือนาไปปลูกจะทาให้กล้าไม้
มีอัตราการรอดตายสูง และมีการเจริญเติบโตท่ีดีและมีลักษณะรูปทรงดี
ตามทต่ี ้องการ ในอดีตนั้นการปลูกต้นไม้หรือปลูกป่าจะมุ่งเน้นเพื่อการอนุรักษ์
ซึ่งอาจไม่จาเป็นต้องคานึงถึงต้นไม้สายพันธุ์ดีมากนัก แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการ
ปลูกต้นไม้หรือปลูกป่าเพ่ือเศรษฐกิจมากขึ้น จึงจาเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องมีการ
คดั เลอื กพันธไ์ุ ม้เศรษฐกจิ ทีม่ คี ุณภาพ เพือ่ ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการปลูก
และการใชป้ ระโยชน์นั้น ๆ

1. การคัดเลือกแหล่งเก็บเมล็ดไม้ หรือคัดเลือกแม่ไม้พันธุ์ดี
เป็นหัวใจสาคัญของการผลิตกล้าไม้ ซ่ึงแหล่งท่ีเก็บเมล็ดอาจเป็นป่าธรรมชาติ
หรือสวนป่าก็ได้ หลักการคัดเลือกแหล่งท่ีเก็บเมล็ดพันธ์ุไม้ป่าที่ดีควรมี
ลกั ษณะดังต่อไปนี้

1.1 แม่ไมม้ ลี ักษณะเดน่ เฉพาะตามความตอ้ งการใช้ประโยชน์
1.2 แม่ไม้มีอายุเหมาะสมหรืออยู่ในวัยเจริญพันธุ์ อายุไม่น้อย
หรือมากจนเกินไป
1.3 มีความปลอดภัย ไม่ควรเป็นพื้นท่ีที่มีความเสี่ยงต่อการถูก
ทาลายจากไฟป่า การลกั ลอบตัดไม้ และการบกุ รุกพ้ืนที่ หรือมีสิ่งรบกวนต่าง ๆ
ที่จะมีผลตอ่ สุขภาพหรอื การสืบพันธต์ุ ามธรรมชาติของแม่ไม้
1.4 เป็นบริเวณที่มีความสะดวกในการเข้าถึง และการจัดการ
ตา่ ง ๆ
1.5 มีจานวนแม่ไม้จานวนมาก เพ่ือให้เกิดความหลากหลาย
ทางพันธุกรรม สาหรับป่าธรรมชาติควรมีจานวนแม่ไม้อย่างน้อย 25 ต้น
และแต่ละตน้ ห่างกนั อย่างน้อย 50 เมตร

4

1.6 ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเมล็ดไม้จากแม่ไม้ที่อยู่โดดเด่ียว
เน่ืองจากเมล็ดพนั ธ์ุที่ได้จะเกิดการผสมพันธ์ุภายในต้นเดียวกันทาให้ได้เมล็ด
พันธ์ไุ มท้ อี่ อ่ นแอ

แหล่งเก็บเมล็ดไม้ท่ีดีที่สุดคือ สวนป่าท่ีได้รับการปรับปรุงพันธ์ุแล้ว
หรือที่เรียกว่า สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ เช่น สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สักของสถานี
วนวฒั นวจิ ัยแม่กา จังหวัดพะเยา ซึง่ เป็นสวนผลิตไม้สักแหง่ แรกของประเทศไทย

สาหรับในการสารวจแหล่งเก็บเมล็ดไม้ของประชาชนควรคานึงถึง
การเข้าถึงแหล่งได้ง่าย เช่น สวนป่าปลูกของตนเอง บริเวณวัด ท่ีสาธารณะ
หรอื ป่าชุมชน โดยเลอื กแหล่งทีต่ น้ ไมข้ ้ึนเป็นกลุ่ม

2.แม่ไม้ คือ ต้นไม้ทั้งในป่าธรรมชาติและป่าปลูกที่มีลักษณะตามท่ี
ต้องการ การคัดเลือกแม่ไม้ จะเลือกต้นไม้ท่ีมีลักษณะดีตามวัตถุประสงค์หลัก
ของการใช้ประโยชน์ ปราศจากโรคและแมลง สาหรับชนิดที่ใช้เนื้อไม้ควรมี
ลักษณะ ลาต้นกลม เปลาตรง ไม่มีปุ่มปม กิ่งแขนงและพูพอน และมีอายุ
พร้อมให้ผลผลิตเพื่อใชป้ ระโยชน์เน้ือไม้ ส่วนการคัดเลือกแม่ไม้เพ่ือการบริโภค
จะดทู ข่ี นาดของผลและฝกั เปน็ หลัก เช่น มะขามป้อม เพกา และมะตูม เป็นตน้

5

เพื่อประโยชน์ในการเก็บเมล็ดไม้ในอนาคต ควรบันทึก ชื่อชนิดไม้
รปู ภาพ และรายละเอียดอื่น ๆ ตามแบบบันทกึ ข้อมูลในภาคผนวก 1 และ 2

(ซ้าย) สวนผลติ เมล็ดพันธไุ์ ม้สัก ณ สถานวี นวฒั นวจิ ยั แม่กา จังหวัดพะเยา
(ขวา) แมไ่ มส้ ักพันธ์ดุ ี ณ สถานีวนวฒั นวจิ ัยดงลาน จงั หวัดขอนแกน่

แมไ่ ม้พะยงู แมไ่ ม้กระถินณรงค์ แม่ไม้มะขามป้อม

6

ลกั ษณะสาคัญทใี่ ช้ในการพจิ ารณาคัดเลอื กแม่ไม้ (ท่ีใช้ประโยชน์เนื้อไม้) มี 4
ประการดงั น้ี

1) รูปทรงของต้นไม้ ควรมีลกั ษณะกลม ลาตน้ ไม่บิด มคี วาม
เปลาตรง และแตกงา่ มในตาแหนง่ ทสี่ ูง

2) ลกั ษณะกงิ่ ก่ิงควรมขี นาดเลก็ และ กง่ิ ควรทามุมฉาก

7

3) ไม่มโี รคและแมลงทาลาย ลาตน้ ไมม่ ีลักษณะการถกู ทาลาย
ของโรคและแมลง

4) มกี ารเติบโตทด่ี ี
ที่มา: กรมปา่ ไม้ (2563)

8

บทที่ 2
การจัดการเมลด็ ไม้

การจดั การเมลด็ ไม้ มีความสาคัญต่อคุณภาพของกล้าไม้ท้ังทางด้าน
พนั ธกุ รรมและความสมบรู ณ์แข็งแรง เร่ิมตั้งแต่ช่วงเวลาการจัดเก็บเมล็ดไม้
ซ่ึงต้องเลือกเก็บเมล็ดในช่วงเวลาท่ีเหมาะสม ไม้แต่ละชนิดจะสุกแก่ต่างกัน
ต่อมาคือวิธีการเก็บเมล็ด ซึ่งสามารถเก็บได้ท้ังบนต้นและโคนต้น เมื่อเก็บ
เมล็ดแล้วต้องคัดแยกเมล็ดแยกสิ่งเจือปนออก และทาความสะอาด เพื่อให้
เมล็ดไม้ทไ่ี ด้มีคณุ ภาพ มีอัตราการงอกท่ีสูง และสามารถเก็บรักษาเมล็ดได้นาน
(ในกรณีท่ีไม่สามารถเพาะได้ทันที) ทั้งนี้การจัดการเมล็ดไม้จะประกอบด้วย
การจดั เกบ็ เมลด็ ไม้ วิธีการเกบ็ เมลด็ และการคดั แยกเมล็ด

1. การจัดเก็บเมล็ดไม้ การจัดเก็บเมล็ดไม้จะต้องคานึงถึงช่วงเวลา
เก็บท่ีเหมาะสม

ช่วงเวลาเก็บเมล็ดท่ีเหมาะสม ควรเก็บเมล็ดพันธุ์ท่ีสุกแก่ใน
ช่วงเวลาท่ีเหมาะสม โดยสังเกตการเปล่ียนสีของผลหรือฝักเมื่อแก่ทั่วต้นแล้ว
ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ จะทาให้ได้เมล็ดไม้คุณภาพดี มีเปอร์เซ็นต์การ
งอกสูง กล้าแข็งแรง และหลีกเล่ียงการเก็บเมล็ดไม้ท่ีร่วงหล่นแล้วเป็น
เวลานาน ตวั อยา่ งชว่ งเวลาสุกแกข่ องเมลด็ ไม้ป่าบางชนดิ (ตารางท่ี 1)

ลกั ษณะผลแกพ่ ร้อมเกบ็ ของสกั ฝกั แกพ่ รอ้ มเก็บของพะยงู

9

ตารางที่ 1 ช่วงเวลาเกบ็ เมล็ดทีเ่ หมาะสมของไม้บางชนดิ

ลาดับ ช่อื ไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ ช่วงเวลา
ม.ค.ก.พ.ม.ี ค.เม.ย. พ.ค. มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.ต.ค.พ.ย.ธ.ค.
1 สกั
2 พะยูง Tectona grandis L.f.  
3 มะค่าโมง
4 ประดู่ปา่ Dalbergia cochinchinensis Pierre 
5 ยางนา
6 มะฮอกกานี Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib 
7 ตะเคยี นทอง
8 พะยอม Pterocarpus macrocarpus Kurz 
9 สะเดา
10 ยคู าลปิ ตสั Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don  
11 ข้เี หลก็
12 ทองอไุ ร Swietenia macrophylla King 
13 มะขามป้อม
14 ไผ่ซางหม่น Hopea odorata Roxb. 
15 กระถินเทพา
16 ราชพฤกษ์ Shorea roxburghii G.Don  
17 อินทนิลนา้
18 แดง Azadirachta indica A.Juss.  
19 หว้า
20 มะขาม Eucalyptus camaldulensis Dehnh.   
21 ไผ่ซางนวล
22 กนั เกรา Senna siamea (Lam.) 
23 ตะแบก
24 สะเดาเทียม Tecoma stans (L.) Kunth.   
25 ไผร่ วก
26 กฤษณา Phyllanthus emblica L.  
27 กลั ปพฤกษ์
Dendrocalamus sericeus Munro 

Acacia mangium Willd.  

Cassia fistula L.  

Lagerstroemia speciosa (L.) Pers.      

Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub.  

Syzygium cumini (L.) Skeels.  

Tamarindus indica L. 

Dendrocalamus membranaceus Munro.  

Fagraea fragrans Roxb. 

Lagerstroemia floribunda Jack. 

Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs. 

Thyrsostachys Siamensis Gamble  

Aquilaria crassna Pierre ex Lec.  

Cassia bakeriana Craib 

10

2. วิธีการเก็บเมล็ด ควรเก็บเมล็ดจากแม่ไม้หลายต้นที่อยู่ห่างกัน แล้ว
นาเมล็ดมาผสมกันเพ่ือให้เกิดความหลากหลายทางสายพันธุ์ วิธีการแบ่ง
ออกเปน็ 2 ลักษณะ คอื เกบ็ เมลด็ บนตน้ และเกบ็ เมล็ดที่โคนตน้

2.1 การเก็บเมล็ดไม้ขณะที่ผลสุกแก่บนต้น ไม้บางชนิดผล
หรือฝักแก่หลุดร่วงช้า การเก็บเมล็ดที่ร่วงจากต้นจะแก่เกินไป ทาให้ได้เมล็ด
คุณภาพต่า ไม้บางชนิดผลหรือฝักแตกบนต้นเร็วทาให้เมล็ดที่มีขนาดเล็กมาก
หรือเมล็ดที่เบาปลิวหายไป หรือไม้บางชนิดเมล็ดเริ่มงอกต้ังแต่อยู่บนต้น การ
เก็บเมล็ดบนต้นจึงเป็นวิธีท่ีเหมาะสมเพ่ือที่จะได้เมล็ดไม้คุณภาพดี เมล็ดไม้ที่ควร
เก็บบนต้น ได้แก่ พะยูง ประดู่ แดง มะฮอกกานี ยูคาลิปตัส สนทะเล เสลา
ตะแบก การเก็บเมลด็ ไม้บนต้นมเี ทคนิคหลายวิธี เชน่

1) การเขยา่ ต้น เหมาะสาหรับต้นไมท้ ี่มขี นาดไม่สูงใหญ่
2) การเหวี่ยงเชือกท่ีมีน้าหนักถ่วงปลาย แล้วเขย่าก่ิง
เหมาะสาหรับต้นไมท้ ม่ี ีลาต้นและกงิ่ ก้านสูงใหญ่
3) การปีนต้นไม้เพื่อเก็บเมล็ดด้วยมือ หรือใช้กรรไกรด้าม
ยาวตดั ช่อผล เพือ่ ไม่ทาลายแมไ่ ม้ เหมาะสาหรับตน้ ไมท้ ่ีมีลาต้นและกิ่งก้านสูงใหญ่
ยากต่อการเขยา่ ต้นหรอื เหวย่ี งเชือก
4) การลดิ กง่ิ ไมท้ ีม่ ีเมลด็ (กรณีท่ีต้นไม้ไม่สูงมาก) แต่วิธีการ
นีอ้ าจจะทาความเสียหายใหแ้ กแ่ ม่ไม้ ทาให้ปถี ดั ไปตดิ ผลน้อยหรอื ไมต่ ิด
2.2 การเก็บเมล็ดท่ีโคนต้น เป็นวิธีท่ีสะดวก แต่มีข้อเสีย คือ
เมล็ดที่ร่วงหล่นตามธรรมชาติอาจแก่เกินไปไม่ได้คุณภาพ หรืออาจถูกแมลง
เข้าทาลาย แต่ไมบ้ างชนิดควรใช้วิธีการนี้ เช่น ไม้ตระกูลยาง ไผ่ชนิดต่าง ๆ
และมะค่าโมง ซึ่งผู้เก็บเมล็ดควรทาความสะอาดรอบโคนต้นก่อน เพื่อให้ได้
เมล็ดทรี่ ว่ งใหม่

11

การเกบ็ เมล็ดมะคา่ โมงทีอ่ ยู่บนต้น การเกบ็ เมล็ดไผ่ทีโ่ คนต้น

3. การคัดแยกเมล็ด เมื่อเก็บรวบรวมเมล็ดไม้แล้ว ต้องทาการคัดแยก
ส่ิงเจือปนออกให้เหลือแต่เมล็ดไม้ และสะดวกในการเก็บรักษาหรือเพาะในแปลง
เพาะ การคดั แยกเมลด็ มี 2 ข้ันตอน ดังนี้

3.1 การแยกเมล็ดออกจากผลหรือฝัก มีหลายวิธีแตกต่างกัน
ตามลักษณะของฝกั หรือผล

1) วิธีหกั ตัด ขย้ี หรอื ใช้เครือ่ งฝัด ปั่น เพ่ือช่วยคัดแยกฝัก
หรอื ผลทีม่ เี ปลอื กไม่แขง็ หรือเหนียว และไมแ่ ตกเอง เช่น พะยงู ชิงชนั สะเดา

2) วิธีการผึ่งในท่ีร่ม หรือตากแดด ช่วยให้ผลหรือฝักของ
ไมบ้ างชนิดแตกออก เช่น กระถินเทพา มะค่าโมง แดง

3) วิธีการตดั ส่วนห่อหมุ้ เมล็ด เช่น ประดู่

12

การตดั ส่วนห่อหุม้ เมล็ดประดู่ การผงึ่ ฝกั ไมแ้ ดงในรม่ เพอ่ื ให้
เมล็ดแตกออกจากฝัก

3.2 การคัดและทาความสะอาดเมล็ด เพื่อให้ได้เมล็ดที่มี
คุณภาพดี เม่ือคัดแยกผลหรือฝักแล้วต้องนามาคัดและทาความสะอาดเพื่อนา
สงิ่ เจือปนหรือเมล็ดลีบเสียออก ซึ่งเมล็ดที่สะอาดจะทาให้เก็บรักษาได้นานข้ึน
ไมเ่ สียหายระหว่างการเกบ็ รักษา

การคัดและทาความสะอาดเมลด็ พะยงู การคดั และทาความสะอาดเมลด็
ยูคาลปิ ตสั

13

บทท่ี 3
การจดั การเรือนเพาะชากล้าไม้

วัสดุเพาะชา เป็นวัสดุท่ีใช้ในการเพาะกล้าไม้ และแปลงเพาะที่สร้างข้ึน
เพ่ือเพาะเมล็ดไม้ ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของเรือนเพาะชาหรือสถานท่ีท่ีใช้ในการ
เพาะชากลา้ ไม้ รวมถงึ เปน็ ทไ่ี วส้ าหรบั บารุง ดูแลรักษากล้าไม้

1. วัสดุเพาะชา วัสดุเพาะชาท่ีดี ควรประกอบด้วยธาตุอาหารพืช
พอเพียงและมีคุณสมบัติที่สามารถระบายนา้ และอากาศได้ดี รากสามารถยึด
เกาะได้ การเตรยี มวัสดุเพาะชาอาจผสมวัสดุ เช่น หน้าดิน ขุยมะพร้าว แกลบ
เผา หรอื ขเ้ี ลือ่ ย

โดยอัตราส่วนการผสมวัสดุเพาะชากล้าไม้ทั่วไป คือ หน้าดิน :
แกลบเผาหรือทรายหยาบ: ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เท่ากับ 5 : 1 : 1 ทั้งน้ีไม่มี
สูตรตายตัวสามารถปรับได้ตามแต่ละพื้นท่ีขึ้นอยู่กับชนิดไม้ วัสดุท่ีหาได้ใน
ทอ้ งถนิ่ และลกั ษณะเดิมของหน้าดิน (ดินร่วน ดินทราย ดินเหนยี ว)

2. แปลงเพาะ สร้างเพื่อใช้หว่านเมล็ดให้เมล็ดงอกแล้วจึงย้ายกล้า
จากแปลงเพาะไปใส่ในถงุ เพาะชากล้าไม้ ซ่ึงวัสดุที่ใช้ในการเพาะควรมีลักษณะ
ร่วนซุย เพื่อสะดวกในการงอกของกล้าไม้และสะดวกในการถอนเพื่อย้าย
กล้าไม้ลงในถุงเพาะชา ควรเปล่ียนวัสดุเพาะชาทุกคร้ังที่เพาะเมล็ด เพื่อ
ปอ้ งกนั การเกิดโรค และการสะสมเชอ้ื ราในแปลงเพาะและเรือนเพาะชา

การเตรยี มวัสดเุ พาะชาและการร่อนวสั ดเุ พาะชาให้มคี วามละเอยี ดขึ้น

14

3. เรือนเพาะชา สร้างข้นึ เพ่อื เลยี นแบบธรรมชาติทก่ี ล้าไม้ในระยะแรก
ต้องการร่มเงา หรอื ต้องการแสงสวา่ งน้อย โดยใช้วสั ดชุ ว่ ยพรางแสงเพ่ือไม่ให้
กล้าไม้ถูกแสงโดยตรง เรือนเพาะชาท่ีดีควรมีวัสดุอาพรางแสง มีระบบ
ถ่ายเทอากาศทีด่ ี สะอาด แสงแดดสอ่ งถึงได้เตม็ ท่ี ไมม่ ีโรคและแมลง สามารถ
แบ่งตามลกั ษณะอายกุ ารใชง้ านและลกั ษณะโครงสร้างของโรงเรอื น เป็น 2
ประเภทดงั น้ี

3.1 เรือนเพาะชากล้าไม้แบบถาวร ใช้
วัสดุท่ีมีความคงทน ถาวร ใช้งาน
มากกว่า 2 ปี ไม่สามารถเคลื่อนย้าย
โรงเรือนได้ แต่จะมีค่าใช้จ่ายในการ
ก่อสร้างค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับขนาด
ของเรอื น และวัสดทุ ่ีเลือกใช้

3.2 เรือนเพาะชากลา้ ไมแ้ บบช่ัวคราว
ใช้วสั ดทุ ี่ไมม่ ีความคงทนถาวรสามารถ
เคล่ือนยา้ ย วสั ดุทีส่ รา้ งโรงเรือนไดม้ ีอายุ
การใช้งานส้ันน้อยกว่า 2 ปี ที่หาได้ง่าย
และสะดวกในพื้นที่

นอกจากน้ี อาจมรี ปู แบบท่ีไม่ต้องสร้างโรงเรือนเพยี งแตน่ ากล้าไม้มาเรียงใต้ร่มเงาไม้
หรือเรียงถุงเพาะชากล้าไม้กลางแจ้ง ข้อดีคือไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการทา
เรือนเพาะชา ซึง่ ดาเนินการไดส้ ะดวก แตม่ ีขอ้ เสียคือควบคุมปัจจัยภายนอกได้ยาก
เช่น เศษกิง่ ไมใ้ บไม้ เมลด็ และรากของต้นไม้ท่ีใหร้ ม่ เงา

15

บทที่ 4
การเพาะชากลา้ ไม้

การเพาะชากล้าไม้แบ่งได้ 2 วิธี ได้แก่ การเพาะกล้าไม้แบบอาศัยเพศ
ซึ่งเป็นการเพาะด้วยเมล็ด ซึ่งสามารถเพาะได้ท้ังแบบลงถุงเพาะชาโดยตรง
และเพาะในแปลงเพาะเมล็ดก่อน และเมื่อกล้าไม้ที่เพาะไว้มีขนาดท่ีเหมาะสม
จึงทาการย้ายชากล้าไม้ลงถุงเพาะชาต่อไป ข้อดีของการเพาะด้วยเมล็ดคือ
สามารถเพาะได้คราวละมาก ๆ และมีค่าใช้จ่ายต่อต้นน้อย ส่วนข้อเสียคือ กล้า
ไมท้ ไี่ ด้มีความผนั แปรเน่ืองจากไม่ทราบว่าต้นพ่อพันธ์ุมาจากแหล่งใด อีกวิธีคือ
การเพาะกล้าไม้แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การปักชา ตอน เสียบยอด ซ่ึงมีข้อดี
คือ ได้กล้าไม้ที่มีลักษณะเหมือนต้นเดิม แต่ข้อเสียคือ ผลิตได้คราวละไม่มาก
และมีค่าใช้จ่ายต่อต้นสูงกว่าการเพาะด้วยเมล็ด วิธีการเพาะชากล้าไม้ มี 2
ลกั ษณะ คอื

1. การเพาะชากล้าไม้แบบอาศัยเพศ เป็นวิธีการขยายพันธ์ุด้วยการ
นาเมลด็ ไมท้ ่ผี ่านคัดเลือกแล้วว่าเป็นสายพันธ์ุดี มาทาการเพาะในวัสดุเพาะชา
จนเกดิ เป็นกลา้ ไม้ ซง่ึ จะได้กลา้ ไม้มรี ะบบรากทแี่ ขง็ แรง แต่เนื่องจากเมล็ดไม้แต่
ละชนิดมีความสามารถในการงอกต่างกัน จึงจาเป็นต้องมีวิธีการจัดการเมล็ดก่อน
การเพาะ เพ่ือให้เมล็ดงอกได้รวดเร็วและสม่าเสมอ ซ่ึงแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม
ตามคณุ สมบัติของเปลือกเมล็ด ดังนี้

1.1 เปลือกหุ้มเมล็ดบาง น้าสามารถซึมผ่านได้ง่าย
เมล็ดไม้ลักษณะนี้สามารถนาไปเพาะได้ทันที เช่น ไผ่
ชนิดต่าง ๆ หรือแช่น้า เป็นเวลา 12-24 ช่ัวโมง เช่น
อินทนิลน้า เสลา ตะแบกนา เพ่ือเป็นการคัดเมล็ดที่
ไมม่ คี ุณภาพ เช่น เมล็ดลบี หรอื ถกู แมลงทาลาย ออก
ก่อนการเพาะ

เมลด็ เสลา

16

เมลด็ กระถนิ 1.2 เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง น้าซึมผ่านได้ยาก หรือมีสาร
เคลือบเมล็ด สาหรับกลุ่มเมล็ดไม้ท่ีมีลักษณะแบน เช่น
ขี้เหล็กบ้าน ใช้เวลาแช่น้าร้อนแล้วทิ้งไว้ 15 นาทีนาไป
เพาะได้เลย สาหรับกลุ่มเมล็ดไม้ท่ีมีลักษณะอวบ
เปลือกหนากว่า เช่น กระถินณรงค์ กระถินเทพา ใช้
เวลาแชน่ า้ รอ้ นแล้วท้ิงไว้ 12-24 ช่วั โมง เพื่อช่วยให้
เปลอื กเมล็ดน่ิม หรือสารเคลอื บเมล็ดละลาย

1.3 เปลือกเมล็ดแข็งหนา น้าซึมผ่านได้ยาก ใช้เวลาใน
การงอกนาน เช่น มะค่าโมง คูณ หางนกยูงฝร่ัง ใช้
วิธีการตัดหรือขลิบด้านตรงข้ามข้ัวเมล็ด หรือด้านข้าง
ให้เกิดรอยแผล

เมล็ดมะคา่ โมง

1.4 ผลแข็งหนา เช่น สัก เลี่ยน มะกอก ประดู่ สมอ
พิเภก สมอไทย ใช้วิธกี ารขดั ผา่ หรอื หมกั

เมลด็ สมอพิเภก

17

หลั งจากจั ด การกั บเมล็ ดแล้ ว การ น าเมล็ ดไปเพาะท า ไ ด้
2 รปู แบบ ดงั นี้

1) เพาะลงถุงเพาะชา เหมาะสาหรับเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ ที่มี
ระยะเวลาการงอกของเมล็ดเร็ว (7-20 วัน) หรือเมล็ดท่ีมีเปอร์เซ็นต์การงอกสูง
เม่ือจัดการเมลด็ กอ่ นการเพาะแล้วนาเมล็ดวางในถุง กลบเมล็ดด้วยวัสดุเพาะชา
ให้สม่าเสมอ หนาประมาณ 3-5 มิลลิเมตร รดน้าให้ชุ่ม เช่น มะค่าโมง สะเดา
หลุมพอ แดง มะฮอกกานี ยางนา มะคา่ แต้

2) เพาะในแปลงเพาะเมล็ด เหมาะสาหรับเมล็ดขนาดเล็ก
ทาการเตรียมแปลงเพาะเมล็ด หว่านเมล็ดให้ท่ัวแปลง หรือเป็นแถวเป็นแนว
กลบเมล็ดด้วยวสั ดเุ พาะชาให้สมา่ เสมอ หนาประมาณ 3-5 มลิ ลเิ มตร รดนา้ ใหช้ มุ่

การเพาะลงถุงเพาะชา เพาะในแปลงเพาะเมลด็

เมื่อเมล็ดงอกแล้วให้ยา้ ยชากล้าไม้ ขนาดต้นกล้าท่ีเหมาะสมในการย้าย
ชาของแต่ละชนิดแตกต่างกัน ซึ่งพิจารณาจากความสมบูรณ์ แข็งแรง มีรากอ่อน
ต้นอ่อน และยอด ท่ีสามารถพัฒนาไปเป็นต้นกล้าที่สมบูรณ์ได้ รากไม่ยาว
เกนิ ไปจนทาใหร้ ากขด หรือสงั เกตว่ามีใบแท้ออกมาจานวน 1-2 ใบ ให้รดน้าให้
ชุ่มแปลงเพาะและถอนต้นกล้าออกจากแปลงด้วยความระมัดระวัง ย้ายลงถุง
เพาะชาทีไ่ ดจ้ ัดเตรียมไว้

18

เตรียมถุงโดยการกรอกวัสดุเพาะ ใช้ไม้แทงลงในถุงให้มีขนาดใหญ่และ
ลึกกว่ารากเล็กน้อย เพื่อให้รากไม่ขดงอ สามารถเจริญเติบโตได้ดี จากนั้น
ให้กลบวัสดุเพาะให้เต็มถุงเพ่ือปิดช่องว่างระหว่างรากกับดิน แล้วรดน้าให้ชุ่ม
ทงั้ นี้ในการยา้ ยชากลา้ ไม้ตอ้ งปฏิบตั ิในเรอื นเพาะชาหรือในบริเวณที่มีการพราง
แสงแดดเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์แรก หรือจนกว่ากล้าไม้จะต้ังตัวได้ ประมาณ 7 วัน
ให้สารวจกล้าไม้ที่ตายและย้ายชาซ่อมกล้าไม้ที่ตาย เพื่อให้กล้าไม้เติบโตได้
เท่าเทยี มกัน

2. การเพาะชากล้าไม้แบบไม่อาศัยเพศ เป็นวิธีการผลิตกล้าไม้ท่ีให้
ลักษณะเดียวกันกับต้นแม่ ทาได้หลายวิธี เช่น ปักชา ตอน เสียบยอด ซ่ึงเป็น
วิธีที่สะดวกเมื่อเทียบกับการเพาะเมล็ด สาหรับไม้ป่านิยมใช้การปักชาซึ่งมี
ข้นั ตอน ดงั นี้

2.1 ตัดกิ่งเดิมเพ่ือให้แตกกิ่งใหม่ ซึ่งกิ่งใหม่จะมีอายุน้อยและ
สามารถออกรากได้ดีเม่อื นามาปักชา

2.2 รอให้กิ่งใหมม่ อี ายุ 30-40 วัน
2.3 ตัดก่ิงท่ีได้อายุมาแต่งกิ่งเพื่อเตรียม ปักชา โดยตัดยอดท้ิง
และตัดปลายใบ
2.4 ชบุ ฮอรโ์ มนเรง่ ราก IBA , NAA หรอื วติ ามนิ B
2.5 นาก่ิงชาย้ายลงถุงหรือปักชาในภาชนะท่ีเตรียมไว้แล้วราด
ดว้ ยยาฆา่ เชื้อรา
2.6 นาไปวางเรียง รดน้าให้ชุ่ม และอบในกระโจมหรือครอบด้วย
ถุงพลาสติกเพ่ือเก็บความช้ืนแล้ววางในที่ร่มหรือพรางให้มีแสงราไรประมาณ
ร้อยละ 50 ในกรณีวันท่ีมีอากาศร้อนให้ฉีดพ่นน้าบนกระโจมหรือถุงพลาสติก
เพื่อลดอุณหภูมิป้องกันกิ่งเห่ียวเฉา ควรหมั่นตรวจสอบรอยร่ัวของกระโจมโดยดู
จากไอน้าที่เกาะข้าง หากไม่มีไอน้าเกาะแสดงว่ากระโจมหรือถุงพลาสติกรั่ว
ให้ทาการปิดรอยร่ัวใหเ้ รียบร้อย

19

2.7 ทง้ิ ไวจ้ นรากงอก ประมาณ 40-45 วัน จงึ ทาการเปิด
กระโจมเพือ่ ใหก้ ลา้ ไมป้ รับตวั กบั สภาพแวดลอ้ ม

2.8 บารงุ ดแู ลรกั ษา และทากล้าไม้ให้แกร่ง
2.9 นาไปปลกู

การชุบฮอร์โมนเรง่ รากของตน้ รวงผึ้ง การปักชาลงในถาดเพาะชา

20

บทท่ี 5
การบารุงดแู ลรักษากลา้ ไม้

การดูแลกล้าไม้เป็น การปฏิบัติต่อกล้าไม้หลังจากย้ายชากล้าอ่อน
ไปจนถึงกล้าไม้มีขนาดและอายุพร้อมปลูก ซึ่งมีความสาคัญต่ออัตราการรอด
ตายของกล้าไม้ ประกอบดว้ ย

1. การรดน้า สัปดาห์แรกท่ีย้ายชา ควรรดน้าทุกวัน เช้า-เย็น
หลงั จากนั้นควรรดนา้ วันละครงั้ ก่อนนากล้าไม้ลงปลูก

2. การใส่ป๋ยุ ควรใสป่ ๋ยุ ไนโตรเจนแกก่ ล้าไม้ในช่วงแรก และก่อนย้าย
ปลูกควรลดไนโตรเจน และเพิ่มปุ๋ยฟอสฟอรัส และโปตัสเซียม เพ่ือให้เกิดการ
พฒั นาระบบรากและเกิดการสะสมอาหารของกล้าไม้

3. การป้องกันและกาจัดวัชพืชและศัตรูพืช ควรถอนวัชพืชทุกสัปดาห์
ขณะที่วัชพืชมีขนาดเล็ก เพราะหากท้ิงไว้นาน การถอนวัชพืชขนาดใหญ่จะ
กระทบกับรากของกล้าไม้ เม่ือกล้าไม้อายุครบ 1 เดือน ควรถอนวัชพืชทุก 2
สปั ดาห์ หรือเดือนละคร้ัง ส่วนศัตรูพืชควรหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ หากพบ
ควรกาจัดด้วยวิธีที่ตรงกับโรคและแมลงที่พบ

นอกจากน้ีควรสงั เกตกล้าไมว้ ่ามีอาการแสดงของในโรคพืชหรืออาการ
ขาดธาตุอาหารชนิดใด หรอื ไม่ เช่น

21

การขาดธาตอุ าหารในพืช
ทมี่ า : กรมป่าไม้ (2563)

22

ตัวอย่างโรคพืชปา่ ไม้
ทมี่ า : กรมอทุ ยานแหง่ ชาตสิ ัตว์ปา่ และพนั ธ์ุพชื (2563)

23

4. การคัดกล้าและจดั เรียงตามลาดับความสูง เป็นการเอ้ือให้กล้าไม้
ท่ีเติบโตช้ากว่าสามารถรับแสงสว่างและน้าได้ดีขึ้น และหากพบกล้าไม้ท่ีมีโรค
และแมลงจนไม่สามารถแก้ไขได้ให้คัดท้ิง สาหรับกล้าไม้ท่ีสามารถบารุงให้ฟื้น
คืนไดใ้ ห้คัดแยกและนาไปบารงุ ใสป่ ยุ๋ ในอีกแปลงหนงึ่

5. การตัดราก และการลิดใบ ดาเนินการในข้ันตอนการคัดกล้าไม้และ
จัดเรียงตามลาดับดับความสูง โดยการตัดรากควรทาทันทีเมื่อพบว่าราก
ชอนไชออกมานอกถุง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้รากของกล้าไม้เจริญเติบโต
นอกถุง และลดกระทบกระเทือนได้ หากรากไม้มีขนาดใหญ่ ก่อนการตัด
รากควรงดการให้น้าแก่กล้าไม้ เพื่อให้ดินในถุงแข็ง จัดตัวแน่น เพ่ือป้องกัน
กล้าไม้ในถุงกระทบกระเทือน และภายหลังการตัดรากต้องรดน้าแก่กล้าไม้
ทันที ส่วนการลิดใบ เป็นการช่วยให้กล้าไม้ได้รับแสงสว่างได้ดีข้ึน และช่วย
ป้องกันโรคและแมลงได้ สามารถทาได้โดยลิดใบจากคอรากของลาต้นออก
ใหเ้ หลือใบประมาณ 2 สว่ น 3 ของลาตน้

6. การทาให้กล้าไม้แกร่ง ควรทาก่อนการนากล้าไม้ไปปลูกประมาณ
1 เดือน จะทาให้กล้าไม้สามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อมภายนอกเรือน
เพาะชา เช่น ทนแดดจัด ขาดน้า โดยให้กล้าไม้ได้รับแสงแดดมากขึ้น และลด
ความถี่ในการใหน้ ้า จะช่วยใหก้ ลา้ ไม้มีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูงขึ้น เม่ือนาไป
ปลูกในพืน้ ทีจ่ ริง

7. การขนย้ายกล้าไม้และการขนส่ง การขนย้ายกล้าไม้ควรเตรียม
วัสดุคลุมกล้าไม้เพ่ือลดการสูญเสียน้าของกล้าไม้ และการขนส่งไม่ควรซ้อนทับ
กลา้ ไมม้ ากเกินไปเพราะอาจทาให้กล้าไม้เสียหายได้ หากไม่สามารถปลูกได้ทันที
ภายหลังการขนย้ายควรนากล้าไม้มาเรียงพักกล้าไม้ในท่ีร่ม และรอเวลาที่
เหมาะสมในการปลูก

24

8. การปลูกกล้าไม้ ควรขุดหลุมปลูกให้มีขนาดใหญ่เพียงพอ และ
รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก แล้วกลบด้วยดินก่อนแล้วจึงนากล้าไม้ลงไปปลูกในหลุม
สาหรับการปลูกควรเลือกระยะเวลาท่ีเหมาะสม เช่น ปลูกในช่วงต้นฤดูฝน
ท้ังนีห้ ากฝนท้งิ ชว่ งควรชว่ ยรดนา้ ให้กลา้ ไมด้ ้วย

9. การบารุงรักษาต้นไม้ในช่วงปีแรก หากมีช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้ง
ช่วงยาวนาน ควรรดน้าไม่ให้กล้าไม้ขาดน้าซ่ึงอาจจะทาให้กล้าไม้ตายได้
นอกจากน้ีควรกาจัดวัชพืชหรือเถาวัลย์ที่อาจจะรบกวนกล้าไม้และแย่งอาหาร
จากกล้าไม้ และควรมีการใส่ปุ๋ยให้กล้าไม้ด้วย และควรป้องกันอันตรายอื่น ๆ
เช่น สัตว์กินพืช ไฟปา่ ทอี่ าจทาอันตรายกลา้ ไมไ้ ด้

25

บรรณานกุ รม

กรมปา่ ไม.้ 2563. การขาดธาตอุ าหารในพชื . เอกสารเผยแพร่ ส่วนวิจัยและ
พัฒนาการปา่ ไม้ สานกั วจิ ัยและพฒั นาการป่าไม้, กรมป่าไม้. 1 หนา้ .

กรมป่าไม้. 2545. คุณภาพเมล็ดไม้และการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า.
เอกสารเผยแพร่ทางวนวัฒนวิทยา ประจาปี พ.ศ. 2545 เล่มที่ 2.
ส่วนวนวัฒนวิจัย, สานักวิชาการป่าไม้, กรมป่าไม้. 196 หน้า.

กรมป่าไม.้ 2563. วิจัยและพัฒนาการป่าไม้สู่..ประชาชน เรอื่ ง แม่ไม้. เอกสาร
เผยแพร่ฝ่ายวิจัยการปลูกสร้างสวนป่า ส่วนวนวัฒนวิจัย,
สานักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้, กรมป่าไม้. 1 หน้า.

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช. 2563. ตัวอย่างโรคพืชป่าไม้.
เอกสารเผยแพร่ สานักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช, กรมอุทยาน
แห่งชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธุพ์ ชื . 1 หนา้ .

สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ. 2557. แนวทางการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า.
สานักวจิ ยั และพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้. กรงุ เทพฯ. 148 น.

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ. 2535. การเก็บการรักษา และ
การปฏิบตั ติ ่อเมลด็ ไม้. กรุงเทพฯ 38 หน้า.

Willan,R L., 1985. A Guide to Forest Seed Handling. Available
Source : http://www.fao.org/3/ad232e/ad232e00.htm, 9/7/2020.

Finn Stubsgaard and Jesper Baadagaard. 1989. Planning seed
collections, Lecture Note C-3, Danida Forest Seed Centre. 23 p.

26

Forest Restoration Research Unit. 2000. Tree Seeds and Seedlings
for Restoring Forests in Northern Thailand. Biology
Department, Science Faculty, Chiang Mai Unoversity,
Thailand. 151 p.

Jesper Baadagaard and Finn Stubsgaard. 1989. Seed collection,
Lecture Note C-4, Danida Forest Seed Centre. 26 p.

John K. Francis, Tropical Tree Seed manual, Chapter 2.
Reforestation, Nurseries, & Genetics Resources. Available
Source : https://rngr.net/publications/ttsm/ch2, 9/7/2020.
119-124 p.

Norman Jones, 2013. Forestry Technology: Seed Collection.
Agroforestry, Trees of life, Trees for life. Available Source :
https://agroforestry.org/free-publications/2013-12-11-19-
48-32, 9/7/2020.

27

ชนดิ ไม้ ภาคผนวก 1 .
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ แหลง่ เมลด็ พนั ธุไ์ ม้ .
ชอ่ื ทอ้ งถ่นิ .
.ชัน้ แหล่งเมล็ด
ทต่ี ้ังหน่วยงาน . ชอื่ สามญั .
ช่อื หน่วยงาน .
สถานที่ตดิ ต่อ . โทรสาร .
โทรศัพท์ โทรศัพท์ .
ชอ่ื หวั หน้าหน่วยงาน
.
ที่ต้งั แหลง่ เมลด็ ไม้ .
.
ช่อื ปา่ /สถานท่ี .
.
หมู่บา้ น . ตาบล .
.
อาเภอ .จงั หวัด
.
ความสงู ระดับนา้ ทะเล (เมตร)ละตจิ ดู ลองติจูด .

รายละเอียดอ่ืน ๆ .

ระยะทางเดนิ เท้าถึงแหลง่ เมล็ด (เมตรหรือกโิ ลเมตร)

ระยะทางระหวา่ งหนว่ ยงานถึงท่ีตง้ั แหล่งเมลด็ (กิโลเมตร) .

การกาหนดขอบเขตแนวปา่ มี ไม่มี

แผนที่ เลขท่ี สเกล แผน่ ที่

ลกั ษณะถนน ลาดยาง ลูกรงั อื่น ๆ

หมายเหตุ

28

ประเภทป่าทีข่ ึน้ อยู่

ปา่ ธรรมชาติ

ป่าไมผ่ ลัดใบ □ ป่า ป่าผลัดใบ

□ ปา่ ดบิ ช้นื □ ปา่ สนเขา □ ป่าเบญจพรรณ
□ ปา่ บึงน้าจืด
ชายหาด □ ปา่ เตง็ รัง

□ ปา่ ดบิ แลง้
□ ปา่ ดิบเขา
□ ป่าชายเลน



ปา่ ปลูก ปที ปี่ ลูก อายุ ปี

ถิ่นกาเนิดของเมลด็ พนั ธไ์ุ มท้ ่ีใช้
.

ไมส่ ามารถระบุได้วา่ เปน็ ปา่ ธรรมชาติหรือป่าปลูก
อนื่ ๆ ระบุ
.

รายละเอยี ดหมูไ่ ม้

ความสูงเฉลย่ี (เมตร) เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง (เซนตเิ มตร)
พืน้ ท่ี (ไร่)
จานวนต้น/ไร่ .

ผลผลติ เมลด็ มี ไม่มี

เคยมีการเก็บเมลด็ จากแหลง่ น้มี าก่อนหรือไม่ เคย ไม่เคย

โปรดให้คะแนนลักษณะต่างๆ ของหมู่ไม้ (คะแนน 1-5) ลงในช่องว่าง .

ความหมายของคะแนน 1. แย่มาก 2. ไมด่ ี 3. ปานกลาง 4. ดี 5. ดมี าก

29

ลกั ษณะของหมู่ไม้

การเขา้ ถึง รปู ทรง

การแตกกงิ่ กา้ น (กง่ิ ก้านน้อยถอื วา่ ดี) .

ผลผลิตเมล็ด ความปลอดภยั

ความหนาแนน่ ของหม่ไู ม้

น้อย ปานกลาง หนาแนน่
หนาแน่นมาก

การกระจายของต้นไม้ : กระจายห่างกันเป็นจุด/หย่อมทั่วพืน้ ท่ี
ขน้ึ ใกล้กันเป็นกลมุ่

ขึ้นเป็นแถวตามแนวถนน

หมายเหตุ : กรณุ าแนบภาพถ่ายดว้ ย(ถ้ามี)
.

30

แผนทขี่ องแหล่งเมลด็ พันธ์ไุ มโ้ ดยสงั เขป

ผสู้ ารวจ )
( พ.ศ.

ตาแหนง่
วันท่ี เดอื น

31

ภาคผนวก 2

ทะเบยี นประวัติแม่ไม้

1. ชนิดไม้

ช่อื พฤกษศาสตร์

2. เลขทแี่ ม่ไม้

3. สถานที่คดั เลอื ก (ก) แหล่ง

(ข) หมบู่ า้ น/ตาบล

(ค) อาเภอ

(ง) จงั หวดั

4. ชนดิ ปา่

พรรณไม้ทขี่ นึ้ ปะปน

5. ตาแหน่งทีต่ ้งั E

N

พื้นหลกั ฐานอา้ งอิง (Datum)

6. ชนิดดนิ สภาพพ้ืนท่ี

7. การสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ สูงจากระดบั น้าทะเลปานกลาง เมตร

8. เส้นผ่าศนู ย์กลางลาต้นท่ีระดบั อก (DBH) ซม. ความสงู เมตร

9. ความสงู จากโคนต้นถึงก่งิ แรก เมตร ความสูงจากโคน ถึงแตก

ง่าม เมตร

10. รูปทรงของลาตน้

ความตรง  ตรง  เอนเล็กน้อย  เอนมาก

11. ลกั ษณะก่ิง

(ก) ขนาด (เทยี บสัดสว่ นกบั ลาตน้ )  เลก็  กลาง  ใหญ่

(ข) กิ่งทามุมกับลาต้น (องศา)  35-50  51-70  71-90

(ค) การลิดกงิ่ ตามธรรมชาติ  ดี  ปานกลาง  ไมด่ ี

(ง) จานวนกิง่ เล็กตามลาต้นท่แี ตกใหม่ ก่ิง

32

12. ลักษณะลาตน้

(ก) ความตรง  ตรง  คดเปน็ คล่นื เลก็ น้อย

(ข) การบิดของลาตน้  ตรง  บดิ เลก็ น้อย  บดิ มาก

(ค) ความกลม  กลม  คอ่ นขา้ งกลม  กลมรี

13. ปริมาณผลผลิตเมลด็  ดก  ดกปานกลาง  ไม่ดก  ไมพ่ บ

14. การทาลายของโรคและแมลง

(ก) ที่ตน้  ไมม่ ี  มเี ล็กนอ้ ย  มีปานกลาง  มีมาก

(ข) ทใี่ บ  ไม่มี  มีเล็กนอ้ ย  มปี านกลาง  มมี าก

15. วธิ ีการนาแมไ่ ม้ไปขยายพันธุ์  เมล็ด  ก่งิ  ราก  อื่นๆ

16. หมายเหตุ

17. วนั เดือน ปี ท่คี ดั เลอื ก

ผู้คัดเลือก .

18. หน่วยงานคัดเลอื ก

.

33

คณะผู้จัดทา

จัดทาโดย สานักสง่ เสริมการปลกู ป่า กรมปา่ ไม้

61 ถ.พหลโยธนิ ลาดยาว จตจุ กั ร กรงุ เทพฯ 10900

โทร. 0 2561 4292-93 ตอ่ 5517, 5520

www.forest.go.th

ที่ปรึกษา นายพฤกษ์ โสโน ผู้อานวยการสานกั ส่งเสรมิ การปลูกป่า

สานกั สง่ เสริมการปลกู ป่า

บรรณาธกิ าร นายสวุ รรณ ต้ังมิตรเจรญิ ผูเ้ ช่ยี วชาญเฉพาะด้านการส่งเสริมการปลกู ป่า

สานักส่งเสรมิ การปลูกป่า

กองบรรณาธิการ นายสิทธิพงษ์ โกวพัฒนกิจ ผอู้ านวยการสว่ นผลติ กลา้ ไม้

สานักสง่ เสริมการปลูกป่า

นายเสริมยชญ์ ชานาญคา้ ผอู้ านวยการส่วนสง่ เสริมการปลกู ไม้เศรษฐกิจ

สานักเศรษฐกจิ การปา่ ไม้

นายสทุ ศั น์ เลา้ สกลุ ผ้อู านวยการส่วนสง่ เสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี

สานักวิจัยและพฒั นาการปา่ ไม้

นางพวงพรรณ หวงั โพลง้ หวั หนา้ ฝ่ายวจิ ัยและจดั การเมล็ดพันธ์ุปา่ ไม้

สานกั วจิ ยั และพฒั นาการปา่ ไม้

นางวรพรรณ หมิ พานต์ หวั หน้าฝา่ ยวิจยั การปลูกสรา้ งสวนป่า

สานกั วจิ ยั และพัฒนาการปา่ ไม้

นายศภุ สิทธ์ิ ชุนเชาวฤทธิ์ นกั วิชาการปา่ ไม้ชานาญการพิเศษ

กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั ว์ปา่ และพันธุ์พชื

นางสาวธนดิ า ภักดี นักวชิ าการปา่ ไม้ สานักสง่ เสริมการปลูกป่า

นางสาววรรณวิศา เปยี อรุณ นักวิชาการปา่ ไม้ สานักสง่ เสรมิ การปลกู ปา่

ปที ่ตี ีพมิ พ์ พุทธศกั ราช 2565

34

ผูป้ ระสานงาน

กรมป่าไม้ โดย สานกั สง่ เสริมการปลูกปา่ สว่ นผลติ กล้าไม้
เลขท่ี 61 ถ.พหลโยธนิ แขวงลาดยาว เขตจตจุ ักร กรงุ เทพฯ 10900

โทรศพั ท์ 0 2561 4592-93 ตอ่ 5517 หรือ 5520


Click to View FlipBook Version